เปรียบเทียบหมัดต่อหมัด! ลงทุนเอง VS ซื้อกองทุน แบบไหนดี? แบบไหนคุ้มค่ากว่า ?! | Money Matters EP.229

สรุปสั้นๆ

วิดีโอนี้พูดถึงการลงทุนแบบ Active Investing และ Passive Investing โดยเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบ และแนะนำเทคนิคการค้นหาหุ้นที่สามารถเติบโตได้สูง

  • การลงทุนแบบ Active Investing คือการลงทุนเชิงรุก โดยนักลงทุนต้องศึกษาและเลือกหุ้นเอง มีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด แต่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
  • การลงทุนแบบ Passive Investing คือการลงทุนเชิงรับ โดยนักลงทุนซื้อกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนไปในหลายบริษัท มีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงเท่า Active Investing

บทนำ

วิดีโอนี้เป็นการพูดคุยเกี่ยวกับการลงทุนแบบ Active Investing และ Passive Investing โดยเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบ และแนะนำเทคนิคการค้นหาหุ้นที่สามารถเติบโตได้สูง วิดีโอนี้เหมาะสำหรับผู้ที่สนใจการลงทุนและต้องการเรียนรู้วิธีการลงทุนแบบต่างๆ

ประเภทของการลงทุน

วิดีโอนี้เริ่มต้นด้วยการอธิบายประเภทของการลงทุน ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่ Active Investing และ Passive Investing Active Investing คือการลงทุนเชิงรุก โดยนักลงทุนต้องศึกษาและเลือกหุ้นเอง เช่น การอ่านหนังสือ การเรียนรู้การวิเคราะห์งบการเงิน เป็นต้น Passive Investing คือการลงทุนเชิงรับ โดยนักลงทุนซื้อกองทุนที่มีการกระจายการลงทุนไปในหลายบริษัท เช่น กองทุน S&P 500 หรือ กองทุน SET50 เป็นต้น

ข้อดี-ข้อเสีย ลงทุนเอง VS ซื้อกองทุน

วิดีโอนี้เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการลงทุนเองกับการซื้อกองทุน การลงทุนเองมีโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าตลาด แต่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ในขณะที่การซื้อกองทุนมีความเสี่ยงน้อยกว่า แต่ผลตอบแทนอาจจะไม่สูงเท่าการลงทุนเอง วิดีโอยังได้ยกตัวอย่างการลงทุนของพี่วิวั ซึ่งเป็นแขกใน Exclusive Talk ของช่อง Paul Pattarapon พี่วิวั เป็นพนักงานประจำธรรมดาที่เริ่มต้นลงทุนด้วยเงิน 30,000 บาท และสามารถสร้างพอร์ตลงทุนได้ถึง 500 ล้านบาท ภายในเวลา 30 ปี

3 เทคนิค ในการค้นหาหุ้น

วิดีโอนี้แนะนำ 3 เทคนิคในการค้นหาหุ้นที่สามารถเติบโตได้สูง เทคนิคแรกคือการเลือก Megatrend ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มีผลกระทบต่อคนทั้งโลกเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน เช่น ภาวะโลกร้อน สังคมสูงวัย การเติบโตของเมือง และการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เทคนิคที่สองคือการใช้ Common Sense โดยเปลี่ยนจาก User เป็น Owner เช่น การลงทุนในหุ้น Apple หุ้น Visa หุ้น Google และหุ้น Netflix เทคนิคสุดท้ายคือการถือหุ้นยาวๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำยาก วิดีโอยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอดทนและใจเย็นในการลงทุน

สรุป

วิดีโอนี้สรุปว่าการลงทุนเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเกษียณอายุ และการลงทุนแบบ Active Investing หรือ Passive Investing ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่นักลงทุนต้องการ วิดีโอยังได้แนะนำคอร์ส "มือใหม่กำไรในหุ้น" และ "Grow Stock" สำหรับผู้ที่สนใจเรียนรู้การลงทุนแบบ Value Investing และการหาหุ้นเติบโต

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the App Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 คุณจะสังเกตดูคนที่เกษียณได้คือลงทุนทั้ง นั้นครับการลงทุนไม่ใช่ทางเลือกการลงทุน คือทางรอดของคุณถ้าวันเนี้ยคุณไม่ลงทุน โอกาสเกษียณแทบไม่มีซื้อลงทุนหรือว่าลง ทุนเองอะไรดีกว่ากันจะเป็น Passive investing หรือ Active investing ยังไง ก็ต้อง invest ทั้งคู่นะครับลงทุนก้อนแรก ด้วยเงิน 30,000 ผ่านไปแค่ 5 ปี 30,000 กลายเป็น 3 ล้านโต 100 เท่านะครับถ้าไม่ ลงทุนน่ะคุณจะทำอะไรให้เงิน 30,000 กลาย เป็น 3 ล้านได้จาก 3 ล้านตอนอายุ 40 ต้นๆ เธอก็มีประมาณ 52 ล้านครับพอร์ตจาก 52 ล้านกลายเป็น 500 ล้านย้ำนะครับว่านี่คือ พนักงานประจำ

0:49 ธรรมดาสวัสดีครับเจอกันอีกครั้งกับผม Paul นี่คือ Money matters ครับรายการด้านการ เงินที่ทั้งสนุกแล้วก็มีสาระนะครับต้อง บอกว่า EP นี้เนี่ยห้ามพลาดด้วยประการ ทั้งปวงครับเพราะว่าหลายคนถามเข้ามาเยอะ มากนะครับ EP นี้เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกัน กับ Ep ที่มีชื่อว่าลงทุนเองกับซื้อกอง ทุนอะไรรวยกว่ากันแต่ว่า EP นี้เนี่ยเรา จะเปรียบเทียบข้อดีและก็ข้อเสียของทั้ง 2 อย่างนะครับและให้คุณพิจารณาเองโอเคมั้ย ว่าคุณเ่ะคิดว่าซื้อกองทุนหรือว่าลงทุน เองอะไรดีกว่ากันก่อนอื่นเริ่มต้นที่ ประเภทการลงทุนก่อนครับการลงทุนหลักๆมี 2 ประเภทด้วยกันก็คือ Active investing ก็ คือเป็นการลงทุนเชิงรุกกับ Passive investing ก็คือก็คือการลทุนเชิงรับนะ ครับ Active ก็คือคุณต้องออกแรงทำเองก็ คือถ้าคุณเลือกหุ้นเอง 5 ตัว 10 ตัวศึกษา

1:36 เองก็คือ Active มากเห็นมั้ยต้องมีอ่าน หนังสือต้องเรียนรู้อ่านงบการเงินอย่าง นี้คือ Active investing แต่ถ้าคุณซื้อ กองทุนเรียกว่าเป็น Passive investing คนส่วนมากที่ดูอยู่ตอนเนี้มักจะเป็น Passive investing คือไม่มีเวลาที่จะมา ศึกษาขนาดนั้นไม่สามารถที่จะเลือกได้ว่า หุ้นตัวไหนเป็น The Winner ก็เลยซื้อ เป็นตะกร้าไปเลยครับเช่น s&p 500 z50 คือซื้อกระจายกระใไปเลย 50 บริษัทใหญ่สุด ในประเทศไทย 500 บริษัทใหญ่สุดในอเมริกา อย่างนี้เรียกว่า Passive investing ไม่ ต้องมานั่งคอยเปลี่ยนซื้อหุ้นตัวไหนซื้อ มากซื้อน้อยใช่มั้ครับอ่ะทีนี้เนี่ยโดย ปกติแล้วเนี่ยคนจะเลือกลงทุนเองก็ต่อ เมื่อเา้านั้นอยากได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า ตลาดเวลาเราพูดว่าผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด เพราะตลาดจริงๆก็คือตัวดัชนีนั่นแหละครับ

2:22 ยกตัวอย่างเช่นเ fy ได้ผลตอแทนต่อปี เฉลี่ยที่ประมาณสมมุตินะ 7% แล้วถ้าคุณลง ทุนเองในตลาดัแ่งประเทศไทยเหมือนกันแล้ว คุณลงทุนเองได้ 6% อย่างเงี้ยเรียกว่าแพ้ ตลาดเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าคุณลงทุนเองทำการ บ้านเองแล้วดันลงทุนแพ้ตลาดแปลว่าคุณไม่ ควรลงทุนเองคุณควรจะซื้อดัชนีไปเลยเพราะ ดัชนีให้ผลตแทนสูงกว่าแต่ถ้าคุณสามารถชนะ ตลาดได้ไม่ต้องทุกปีนะเกิน 50% ขึ้นไป แล้วกันสมมุติคุณลงทุน 30 ปีประมาณสัก 60 70% คุณสามารถเอาชนะตลาดได้อย่างเงี้ย คุณควรจะลงทุนเองครับให้เป็นข้อมูลเอาไว้ นิดนึงนะครับว่ามันมีการเรียกเรียกว่าทำ วิจัยแบบนี้มาทั่วโลกเลยค้นพบว่าคนที่ลง ทุนแล้วชนะตลาดได้นั้นมีเพียงแค่ 10% เท่านั้นเองส่วนมากเนี่ยจะเท่าตลาดหรือ

3:09 ว่าได้น้อยกว่าตลาดนะครับแต่ว่าถ้าตอน เนี้มีคนดูอยู่ 100 คนนะครับจะมีคนที่ลง ทุนและได้ผลออแทนดีกว่าตลาดอยู่เพียงแค่ 10 คนอีก 90 คนนั้นอาจจะได้เท่ากับตลาด หรือน้อยกว่าตลาดหรือขาดทุนเลยก็ได้นะ ครับวันนี้เนี่ยข้อดีข้อแรกเลยคือลงทุน เองเนี่ยมีโอกาสได้ผลตบแทนสูงกว่าตลาดแต่ ว่าขณะเดียวกันความเสี่ยงก็สูงกว่าด้วย เช่นเดียวกันแต่ถ้าคุณเป็น Passive investor เนื่องจากมันซื้อกระจายที 50 บริษัท 100 บริษัท้นแทนเนี่ยมันจะได้ กลางๆแต่ความเสี่ยงก็จะน้อยลงด้วยมันถูก กระจายความเสี่ยงไปแบบมโหฬารเลยมันจึง เหมาะกับคนส่วนมากที่ไม่ค่อยมีเวลาที่จะ จะมาบอกได้ว่าหุ้นตัวไหนเป็นหุ้นตัวที่ ได้ผลตบแทนที่สูงกว่าเป็น The Winner นะ แต่ไม่ว่าจะเป็น Passive investing หรือ Active investing ยังไงก็ต้อง invest

3:56 ทั้งคู่นะครับเพราะว่าถ้าวันเนี้ยคุณไม่ ลงทุนโอกาสเกษียณแทบไม่มีจินตนาการเส้น 2 เส้นเส้นค้าใช้จ่ายมันมีตั้งแต่คุณเกิด ยันคุณตายเลยใช่มั้ยครับสมมุติว่าคุณอายุ 90 ปีตั้งแต่ตอนคุณเกิดเนี่ยอยู่ในท้อง พ่อท้องแม่เอ้ยท้องพ่อไม่ได้มีแต่ท้องแม่ โอเคอยู่ในท้องคุณแม่ก็ต้องเสียเงินแล้ว ใช่มั้ยคุณแม่ก็ต้องแบบบำรุงกินดีเพื่อ ให้คุณได้สารอาหารที่ดีด้วยคลอดก็เสีย ตังค์้าอ้อมก็เสียตังค์้าโรงเรียนเสีย ตังค์มัธยมปิญญาตรีปริญญาโทเสียเงินหมด เลยตอนคุณแต่งงานเสียตังค์เหมือนกันพันใน Moon ก็เสียเงินเหมือนกันตอนคุณมีลูกของ คุณเองก็เสียเงินเหมือนกันจนถึงวันตายคุณ ก็เสียเงินเห็นมั้ยครับการเสียเงินมีตลอด เวลาเลย 90 ปีแต่ว่าคุณน่ะมีเวลาหาเงิน เพียงแค่ประมาณ 20-60 40 ปีมันก็เลยทำ

4:41 ให้คนส่วนมากเกษียณไม่ได้ครับข้อมูลจาก ตลาดักทรัพย์แห่งประเทศไทยนะครับที่ผมเคย เจอมาก็คือว่าสมมุติว่าถ้ามีคน 100 คน เนี่ยประมาณ 31 คนน่ะเงินไม่พอเกษียณแปล ว่าต้องทำงานหลังเกษียณไปอีกนานเลยนะครับ มีประมาณ 53% มั้งทั้งชีวิตเนี่ยเก็บเงิน ได้แค่ 200,000 บาทเองครับซึ่งถ้าคุณใช้ เดือ 20,000 ปีนึงก็หมดแล้วนะครับเพราะ ฉะนั้นเนี่ยถ้าวันเนี้ยคุณไม่ลงทุนนะ โอกาสเกษียณถ้าไม่มีลงทุนไปหลักๆคุณ ต้องการ Capital เนครับส่วนต่างกำไรหรือ ว่ากำไรจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นยกตัวอย่าง เช่นคุณซื้อที่ดินไล่ละล้านผ่านไป 20 ปี มันกลายเป็นไร่ละ 2 ล้านอย่างเงี้ยคุณได้ ส่วนต่าง 1 ล้านบาทโตขึ้น 100% ใช่มั้ย ครับอ่ะหุ้นก็เหมือนกันสมุติวันนี้คุณ ซื้อหุ้น a BC ที่ 5 บาทถือไป 10 ปีมัน กลายเป็น 50 บาทโตขึ้น 1000% คุณลสังเกต

5:27 ดูคนที่เสียงได้คือลงทุนทั้งนั้นครับจริง ๆพูดไปแล้วเลยลึกถึงพี่วิวัซึ่งเป็นแขกใน Exclusive Talk ของเรานะครับพี่วิวั เนี่ยเป็นพนักงานประจำธรรมดาใครไม่เคยดู นะแนะนำให้กลับไปดูเลยนะครับคุณจะได้แรง บันดาลใจอย่างแรงกล้าเลยที่วันเนี่ยเรียน จบอักษรไม่เกี่ยวกับการเงินเลยนะแล้วก็ ได้ทุนไปเรียนต่อเมืองนอกไปเรียนไฟแนนซ์ กับเศรษฐศาสตร์เี่นะครับทีนี้เนี่ยกลับมา เงินเดือน 8,000 นี่ในยุคสมัยก่อนนะยัง ไม่มีตังค์ใช่มั้ครับพี่วันเนี่ยก็พยายาม เก็บเงินเดือนละ 1000 บาททำเไดุ้ 2 ปีบวก ดอกบงดอกเบี้ยมีเงิน 30,000 ตอนอายุ 24-25 ลงทุนก้อนแรกด้วยเงิน 30,000 ผ่านไปแค่ 5 ปี 30,000 กลายเป็น 3 ล้านโต 100 เท่านะ ครับถ้าไม่ลงทุนน่ะคุณจะทำอะไรให้เงิน 30,000 กลายเป็น 3 ล้านได้จาก 3 ล้านตอน

6:13 อายุ 40 ต้นๆเธอก็มีประมาณ 52 ล้านครับ แล้วเธอก็สามารถที่จะเกษียณได้เพียงแต่ ว่าเธอยังทำงานต่อไปเพราะว่าช่วงนั้นเป็น ช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งพอดีก็เลยทำงานต่ออีก ประมาณสัก 10 ปีพอร์ตจาก 52 ล้านกลายเป็น 500 ล้านย้ำนะครับว่านี่คือพนักงานประจำ ธรรมดาถ้าวันเนี้ยคิดเหมือนคนส่วนมากคือ ไม่ลงทุนคุณก็จะเหมือนคนส่วนมากคือเกษียณ ไม่ได้ครับเพราะฉะนั้นเนี่ยถ้าคุณอยากจะ เกษียณได้ผมบอกเลยว่าการลงทุนไม่ใช่ทาง เลือกการลงทุนคือทางรอดของคุณแต่คุณจะลง ทุนแบบไหนเป็น Passive investor หรือ Active investor คุณต้องรู้ตัวเองว่า คุณต้องการเงินเท่าไหร่ตอนเกษียณสมมุตินะ คุณเกษียณ 60 แล้วคุณตาย 90 แล้วคุณ ต้องการใช้เดือนละ 50,000 50,000 * 12 เดือนคูณ 30 ปีจะเท่ากับ 18 ล้านครับคำ ถามคือคุณว่าคุณเก็บเงินทันมั้ย 18 ล้าน

6:59 18 ล้านเก็บได้ยากมากจะสังเกตว่าเงินมัน ก้อนใหญ่มากเพราะฉะนั้นเนี่ยไม่ลงทุนไม่ ได้ผมจะคำนวณให้คุณดูแล้วกันว่าถ้าวัน เนี้ยคุณได้ผลทดแทนเท่ากับดัชนีนะคุณจะ ได้เงินประมาณเท่าไหร่ดีมั้ครับเดี๋ยวผม จะคำนวณใช้ตัวเลข 4 ตัวเราจะคิดอย่างงี้ มีเงินแค่ 100,000 บาทลงทุนยาวนาน 30 ปี ทุกอย่างเหมือนกันหมดเลยมันต่างกันอย่าง เดียวแค่ผลตอบแทนผลตอบแทนที่ 1 ที่จะใช้ ก็คือเ 50 ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานะครับผล ตอบแทนอยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปีอันต่อมาคือ 12% อันนี้คือค่าเฉลี่ยผลตแทนของ s&p 500 ที่อเมริกาครับต่อมาคือผมจะใช้ 15% อันนี้คือนักลงทุนที่มีความสามารถแบบค่อน ข้างจะดีและเลขสุดท้ายคือเลขที่ 4 คือ 20% ต่อปีนะครับ 20% ต่อปีเนี่ยเจอหุ้น 10 เด้งไม่กี่ตัวจริงๆก็ทำได้แล้วนะครับ

7:44 แอปพลิเคชันคู่ใจ Easy Calculator ซึ่ง ไม่ใช่สปอนเซอร์เรานะครับแต่เราพูดถึงเขา บ่อยมากไปกันที่ compound interest เนาะ Principle m แปลว่าเงินต้นนะครับ 100,000 บาท monthly deposit ก็คือมีลง ทุนรายเดือนมั้ยไม่มี 0 ครับ Period วงเล mon เห็นมั้ยคือว่าระยะเวลาเป็นเดือน 30 ปีก็คือ 360 เดือนแล้วก็ annual interest Rate ก็คือผลตอบแทนต่อปีเท่าเนี้ยได้ 5% ต้องอย่าลืมเปลี่ยนตรงนี้ด้วยนะครับจาก monthly ให้เป็น annually นะครับเมื่อ ได้ดังนี้แล้วนะครับ 100,000 จะกลายเป็น 432 1,000 บาทก็ดีกว่าฝากประจำใช่มยต่อ มาผมจะลอง 12% ดูบ้างจาก 100,000 จะกลาย เป็น 2.9 ล้านกลมๆคือ 3 ล้านต่างกันเยอะ มยเมื่อกี้ 400,000 อันนี้ 3 ล้านต่างกัน เยอะมากเลยนะครับคือย้ำนะครับว่าลงทุนใน

8:31 ดัชนีทีเนี้ยถ้าคุณลงทุนเองได้มากกว่านี้ สมมุติว่าได้ 15% 15% ทบต้น 30 ปีจาก 100,000 จะกลายเป็น 6.6 ล้านสุดท้ายจะ ให้ลอง 20% ต่อปีจาก 100,000 จะกลายเป็น 23.7 ล้านครับเห็นมั้ยครับว่าผลตัวแทน ที่มันต่างกันปีนึงอ่ะไม่กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ผ่านไป 30 ปีนะโหมันห่างกันมหาศาลเลย ถ้าผมถามคุณตอนนี้ว่าถ้าเลือกได้คุณอยาก ลงทุนแบบ Passive หรือแบบ Active ตอนเย คุณก็เริ่มหันเหมาทางแทีแล้วใช่มั้ยครับ ทีนี้ก็ต้องบอกตรงๆเลยว่าลงทุนแบบ Active ได้ 1 เลยนะคุณต้องมีเวลาศึกษาครับถ้าคุณ ลงทุนเองคุณต้องเข้าใจว่าคุณกำลังจะแข่ง กับคนอีกเป็นล้านคนนะครับถ้าตลาดไทยนะถ้า คุณไปตลาดต่างประเทศคือคุณแข่งกับคนโอ้โห เป็นไม่รู้กี่กี่ร้อยล้านคนนะครับเ๋าจะ เป็น 1,000 ล้านคนก็ได้เพราะฉะนั้นเนี่ย

9:16 คุณต้องมีความรู้มีความรู้ในการเฟ้นหา หุ้นเป็น 2 ก็คือไอ้วิธีคิดต้องแข็งแรง สกิลเซตก็ต้องดีทักษะในการลงทุนก็ต้องดี ซตเครื่องมือก็ต้องมีตัดภาพไปที่พี่วิวั เมื่อสักครู่จาก 30,000 เป็น 3 ล้านบทอ่ะ แล้วจจาก 3 ล้านกลายเป็น 50 ล้าน 50 ล้าน กลายเป็น 500 ล้านเห็นมั้ยครับมันโตที 10 เท่า 100 เท่าทั้งนั้นเลยมันไม่มีอย่าง อื่นนอกจากการลงทุนนะโดยเฉพาะลงทุนในหุ้น ไม่ได้บอกว่าลงทุนแบบอื่นไม่ดีนะครับเช่น ที่ดินทองคำเไม่ใช่ไม่ดีนะครับแต่ส่วนมาก อันนั้นน่ะจะเป็นการลงทุนเชิงรับก็คือมัน จะเติบโตค่อนข้างจะสม่ำเสมอเสถียรไม่วือ หวาสังเกตมั้ยครับแต่หุ้นนี่สิมีความสวิง ค่อนข้างจะสูงแต่เพราะมันสวิงสูงนั่นแหละ ยิ่งยาวมันเลยยิ่งได้ผลตแทนที่เยอะตามกฎ เลยครับ High risk High R return ก็ คือถ้าวันนี้มันมีความเสี่ยงสูงโอกาสผล ตัวแทนสูงเช่นเดียวกันถ้าตอนนี้คุณสนใจ

10:02 ว่าคุณอยากลงทุนเองนะครับเดี๋ยวผมจะให้ เทคนิคแล้วกันนะในการหาหุ้นที่จะเปลี่ยน ชีวิตให้คุณแล้วกันดีมั้ยเรียกว่า 3 เทคนิคหาหุ้นเปลี่ยนชีวิตเวลาลงทุนเอง เนี่ยครับแน่นอนว่ามันไปได้ไกลกว่าดัชนี ใช่มั้ยครับคุณก็ต้องคาดหวังคณตัวแทนที่ สูงกว่าดัชนี s&p 500 ได้ 12% คุณจะมา คาดหวัง 12% ก็คงไม่ได้ไม่งั้นก็ซื้อ ดัชนีไปเลยจริงมั้ยครับคุณอาจจะคาดหวัง 15% 20% หรือแม้กระทั่งมากกว่านั้นก็ ตามอ่ะทีนี้เนี่ยอะไรล่ะที่มันจะโตขนาด นี้ได้นะครับทีนี้เราจะมาคัดคัดหาหุ้นที่ จะโตที 2 เท่า 3 เท่าหรือแม้กระทั่ง 1000% ถ้าคุณได้ 1000% ก็คือจากหมื่นจะกลายเป็น แสนจากแสนจะกลายเป็นล้านจากล้านจะกลาย เป็น 10 ล้านจาก 10 ล้านจะกลายเป็น 100 ล้านนะครับข้อแรกคุณต้องเลือก meg Trend ให้ได้ก่อน meg Trend คืออะไรคือสิ่งที่ มีผลกับคนทั้งโลกเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน

10:48 ครับถ้ามีผลกับแค่คนไทยอันนี้ไม่เรียกว่า me Trend อาจจะเรียกว่าเทรนดเฉยๆเทนย้ำ มันจะเป็นเอฟเฟคคนทั้งโลกเลยเป็นพันๆล้าน คนยาวนานหลายสิปีเลยเช่นอะไรบ้างภาวะโลก ร้อนข้อ 2 สังคมสูงไวั aging World นะ ครับตอนเคนทั้งโลกเยประชากรสูงอายุเริ่ม เพิ่มขึ้นเอเชียเป็นกันหมดเลยฝั่งยุโรปก็ ใช่หมดเลยนี่ก็เป็น megatrend 3 ก็คือ urbanization ก็คือคนจะทยอยเข้าเมืองมาก ขึ้นข้อ 4 คือ Digital transformation ก็คือเทคโนโลยีจะมีบทบาทกับเรามากขึ้น ตั้งแต่มือถืออินเทอร์เน็ตจนถึง AI อัน นี้คือพวก meg Trend ใช่ไหมมครับอ่ะ สมมุติว่าคุณเลือก Digital transformation คุณก็ค่อยมาหาว่าแล้วมัน มีบริษัทไหนบ้างล่ะที่จะได้อานิสงส์จาก เทรนเยผมจะให้ดูว่าจริงๆอ่ะชีวิตเนี้ยคุณ

11:34 ไม่ต้องการหุ้นมากตัวคุณต้องการหุ้นไม่ กี่ตัวแต่เจอหุ้นที่ใช่มันก็เปลี่ยนชีวิต คุณแล้วนะครับผมชอบพูดถึงหุ้นตัวนี้ก็คือ หุ้น Amazon นึกภาพนำผมนะย้อนไปเมื่อ 26 ปีที่แล้วนะครับคุณเลือกหุ้น 5 ตัวตัวละ 30,000 บาทหนึ่งในนั้นคือ amazon.com ผ่านไป 26 ปีมาเปิดพอร์ตดูอีกที 30,000 นั้นจะกลายเป็น 46 ล้านบาทครับเพราะว่า หุ้น Amazon เพิ่มขึ้นจากจาก ipo ประมาณ 150,000 หรือเท่ากับประมาณ 1,500 เท่า ครับผมบอกว่าคุณลงทุน 5 ตัวตัวละ 30,000 ไอ้หุ้น 4 ตัวนั้นเจ๊งหมดเลยถูกแค่ตัว เดียวก็ยังเวิร์คจริงป่ะต้องเข้าใจว่าคุณ ต้องการหุ้นที่ใช่ไม่กี่ตัวชื้อเคุณก็ เปลี่ยนแล้วครับทีนี้หลายคนก็อาจจะบอกว่า โห 26 ปีที่แล้วเกิดไม่ทันอ่าเข้าใจได้ ถ้างั้นย้อนไปประมาณสัก 10 ปีที่แล้วก็พอ

12:21 ถ้าคุณซื้อ Amazon เมื่อ 10 ปีที่แล้วคุณ ก็โตอย่างน้อยเป็น 10 เท่าขึ้นไปข้อ 2 คือใช้ Common Sense คือเปลี่ยนจาก User เป็น Owner จากเดิมที่คุณเป็นผู้ใช้อ่ะ คุณเปลี่ยนเป็นเจ้าของแทนผมจะยกตัวอย่าง หุ้นที่โต 10 เท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และคุณก็ใช้แทบทุกวันเช่นหุ้น Apple ครับ บางคนใช้ iPhone iPad จ่ายตังค์ให้ Apple ไปเยอะมากเลยเป็น User แล้วก็ถ้าเราใช้ ขนาดนี้คนอื่นก็ใช้กันเต็มบ้านเต็มเมือง เลยแล้วอนาคตน่าจะใช้มากขึ้นอ่ะคุณก็เลย ใช้เงิน 1 ล้านบาทซื้อหุ้น Apple ไปวัน นั้นเนาะคุณก็จะมีเงินประมาณ 10 ล้าน เพราะว่ามันโตประมาณ 1000% พอดีเลยครับ ใครใช้บัตรเดบิตหรือเครดิตของวีซ่าบ้างมี มครับทุกคนรู้จักวีซ่าอยู่แล้วทีนี้คุณก็ เริ่มเอ้สังเกตใครๆก็ใช้วีซ่าคุณก็เลยฉัน

13:07 เป็นลูกค้าวีซ่าฉันก็เลยจะเป็น Owner วีซ่าบ้างลงเงิน 1 ล้านไป 10 ปีที่แล้วจน ถึงวันนี้นะหุ้นวีซ่าก็โตขึ้น 10 เท่า เช่นเดียวกันครับหรืออย่าง Google ก็ได้ ครับนี่เราดู YouTube อยู่ใช่มม YouTube เป็นของ Google ถ้าคุณลงทุนเมื่อ 10 ปี ที่แล้วด้วยเงิน 1 ล้านบาทซึ่งปัจจุบัน ชื่อว่า alphabet นะครับทุกวันเนี้ 1 ล้านจะกลายเป็น 7 ล้านบาทครับเพราะว่ามัน โตขึ้นประมาณ 700 per ครับเห็นมครับว่า หุ้นที่โตเนี่ย 7 เท่า 10 เท่ามันใกล้ตัว เท่านั้นเลยนะต่อมาสุดท้ายคือ netflix ครับ 10 ปีที่แล้ว netflix มันก็มา disr วงการเลยใช่ไหมมครับตอนนั้นเนี่ย netflix ต่อ 1 หุ้นนะอยู่ที่ 7 เหรียญเองนะครับ ตอนเนี้ยราคาหุ้น netflix อยู่ที่ 434 เหรียญครับถ้าเมื่อ 10 ปีที่แล้วคุณ ซื้อหุ้น netflix ไปด้วยเงิน 1 ล้านบาท ทุกวันเนี้คุณจะมีเงิน 60 ล้านบาทครับ เพราะว่าหุ้น netflix มันโตขึ้น 6,000

13:53 per หรือ 60 เท่าครับข้อ 3 สุดท้ายคือ ถือยาวๆได้ครับมันเป็นสิสิ่งที่พูดง่าย แต่ทำยากมากนะครับในความเป็นจริงเนี่ยคือ คนส่วนมากไม่สามารถที่จะถือยาวได้ 10 ปี เงี้ยหลายๆคน 10 ปีนานจังผมก็ถามกลับ หน่อยเถอะว่าคุณจะไปทำอะไรอ 10 ปีโต 10 เท่า 20 เท่าการที่คุณอยู่เฉยๆ 10 ปี เนี่ยให้เงินมันเติบโตของมันเองเนี่ยคือ ถือว่าเป็นงานที่เบาที่สุดแล้วนะครับแต่ คุณต้องมีความใจเย็นอดทนคุณต้องรอที่จะ รวยได้คุณต้องอดทนรวยได้อดเปรี้ยวไว้กิน หวานเป็นเนาะแล้วนี่คือ 3 เทคนิคครับใน การค้นหาหุ้นหลายๆเด้งนะทีนี้การที่จะค้น หาหุ้นที่โตทีเป็น 10 เท่าหรือ 1000% นั้นมีอีกหลายอย่างมากที่ต้องดูนะครับแต่ ถ้าคุณเนี่ยอยากจะรู้มากกว่านี้อยากจะรู้ เรื่องตัวนี้นะครับผมก็แนะนำคอร์สที่มี ชื่อว่ามือใหม่กำไรในหุ้นครับผมสอนเองนะ

14:39 ครับผมสอนแค่ปีละครั้งนะครับเป็นการลงทุน สไตล์หุ้น vii ก็คือแบบ World buet นะหา บริษัทที่ดีแล้วซื้อมาในราคาที่ถูกครับ ถามว่าคอร์สนี้เหมาะกับใครมือใหม่ครับที่ ไม่เคยลงทุนในหุ้นมาก่อนเลยหรือ 2 ครับลง ทุนอยู่แล้วแต่ว่าอยากได้ผลตอบแทนที่มัน ดีกว่านี้นะครับคุณก็เรียนได้ด้วยเช่น เดียวกันทีนี้สไตล์การลงทุนของผมเป็นยัง ไง 1 คือสไตล์แบบ Value investing ก็คือ เป็นการหาหุ้นคุณค่าเป็นการทำการบ้านเยอะ แต่เมื่อเจอที่ใช่แล้วเราถือยาวๆคล้ายๆ เหมือนแต่งงานไม่มีการใช้กราฟอะไรเข้ามา เกี่ยวข้องเลยนะครับข้อ 2 คือเน้นปกป้อง เงินต้น 3 ก็คือการลงทุนแบบไม่เครียดสบาย ใจและ 4 คือเน้นถือยาวๆเพราะกำไรที่จะได้ เป็น 10 เท่าหรือ 20 เท่าได้มันต้องถือ ยาวๆราคาเต็มจริงๆคือ 6,900 บาทแต่ตอนนี้

15:24 เป็นราคา Super Early bir เพียงแค่ 4,900 บาทนะครับแต่แต่ไม่แน่ใจว่าวันที่ คุณดูเนี้ยถ้าคุณมาดูช้าไปสักเดือน 2 เดือนก็อาจจะแพงขึ้นนะมือใหม่กำไรในหุ้น เนี่ยจะเรียนกัน 4008 นาทีผมมีอีกคอร์ส นึงที่มันต่อยอดกันก็คือชื่อว่า Grow Stock หาหุ้นเติบโตหุ้นเติบโตโดยนิยาม แล้วเนี่ยคือหุ้นที่เติบโตปีละประมาณ 20% ขึ้นไปหุ้นตัวที่สร้างความมั่งคั่งเยอะๆ เนี่ยมันคือ Grow Stock ครับเป็นคอร์ส ต่อยอดคือต้องมีพื้นฐานมาแล้วนะครับไม่ ใช่แบบไม่เคยมาเรียนแล้วมาเรียน ose Stock ไไม่ได้นะซึ่งแน่นอนว่ามันก็เสี่ง กว่าหุ้นทั่วๆไปแล้วก็ต้องใช้ความรู้เป็น พิเศษในการหาหุ้นแบบนี้นะครับอันนี้จะ เรียนกัน 240 นาทีครับซึ่งอันเนี้ยคือ ราคาคือ 4,900 รวมกัน 2 คอร์สเนี้ยจริงๆ ราคาเต็มคือ

16:11 1,800 บาทแต่เฉพาะตอนนี้นะราคา super bir 2 คอร์สนี้เหลือเพียงแค่ 6,900 บาท 2 คอร์สเนี้ยจะเรียนในช่วงเดือนธันวาคม และก็มกราคมครับสนใจติดต่อได้ที่ LINE @p Online Class ครับเราทราบวิธีหาหุ้นที่ โต 2 เท่า 3 เท่า 5 5 เท่า 10 เท่ากันไป แล้วนะครับสุดท้ายฝากด้วยคำคมนแล้วะกัน ของ war Buffet นะเบอกว่า if you don't find a way to make Money while you asleep you have to work Until You Die ถ้าคุณไม่สามารถหาเงินได้ทั้ง ยามหลับแล้วก็ยามตื่นนะคุณเนี่ยต้องทำงาน ไปจนตายครับถ้าคุณอยากให้เงินทำงานให้คุณ อยากจะผลตบแทนดีกว่าดัชนีอยากจะลงทุนเอง เป็นก็แนะนำว่าเจอกันใน CL ครับและนี่คือ Money matters ในสัปดาห์นี้นะครับตอน นี้รู้แล้วใช่มมครับว่าลงทุนเองกับลงทุน

16:58 ในกองทุนเหมาะกับใครยังไงอะไรดีกว่ากัน ขึ้นดกับโสทของคุณเนหรือบางคนลงทุนทั้ง 2 อย่างก็มีนะครับอันนี้ก็ไม่ผิดอะไรถ้า เห็นว่าเนื้อหานี้มีประโยชน์นะครับก็ สามารถกดไลกให้เราได้กด Super than ให้ ทีมงานได้นะครับแชร์ให้เพื่อนๆได้นะครับ ที่สำคัญเลยคือถ้าอยากจะรู้เรื่องของการ เงินมากขึ้นการลงทุนดีขึ้นนะครับแนะนำว่า กด Subscribe กดกระดิ่งไว้จะได้ไม่พลาด เนื้อหาดีๆแบบนี้จากเรา Money matters ครับแล้วไเจอกันใหม่ EP หน้าครับทุกคน Take care โชคดีครับสวัสดีครับ y

Share

YouTube Video Summaries