0:00 กราบสวัสดีน้องๆที่น่ารักครับสำหรับวัน นี้เนี่ยเราจะมาเรียนกันในเรื่องแสงซึ่ง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดวงตาเกิดการมอง เห็นครับแต่บางอย่างก็ไม่อาจมองเห็นได้ ครับไม่ว่าจะมีแสงหรือทำดีมากแค่ไหนก็ตาม ใช่แล้วครับผมหมายถึงตัวน้องนั่นแหละครับ ต่อให้มีแสงเท่ากับดวงอาทิตย์ล้านดวงตัว น้องก็ไม่อยู่ในสายตาของเขาครับ I know physic al Little ตอนที่ 11 แสงพารทที่ 1 ภาพจริง ภาพเสมือนและ กระจกสำหรับเนื้อหาหลักของเราในวันนี้ เนี่ยคือเรื่องแสงครับไม่ใช่เรื่องที่ตัว น้องไม่อยู่ในสายตาของเขาแต่ตัวผมเองก็ เพิ่งมารู้เหมือนกันครับว่าเนื้อหาการ เรียนของเด็กสมัยนี้เนี่ยมีเรียนเรื่อง แสงตั้ง 2 เรื่องโดยบทแรกจะมีชื่อว่าแสง เชิงคลื่นและบทที่ 2 จะมีชื่อว่าแสงเชิง
0:47 รังสีแต่ตัวผมเองเนี่ยยังสอนแบบหลักสูตร เก่าอยู่ครับดังนั้นในบทเรื่องแสงเชิง คลื่นเนี่ยถือว่าผมได้สอนไปแล้วในบทที่มี ชื่อว่าคลื่นนะครับส่วนในบทนี้เราจะ มาเรียนกันในเรื่องแสงเชิงรังสีครับ อันดับแรกขอแนะนำให้น้องๆได้รู้จักกับภาพ ครับโดยภาพนั้นจะถูกสร้างขึ้นมาจากแสงที่ มารวมตัวกันครับทำให้ดวงตาของเรามองเห็น ภาพปรากฏออกมาเป็นวัตถุแต่มันไม่ใช่วัตถุ จริงๆครับมันเป็นเพียงแค่ภาพของวัตถุยก ตัวอย่างจากภาพที่เกิดจากกระจกเงาราบโดย มีวัตถุเป็นจุดครับโดยการจะวาดภาพที่เกิด จากวัตถุชิ้นนี้นั้นเราจะต้องวาดแสงที่ ออกจากวัตถุพุ่งเข้าหากระจกก่อนครับทั้ง นี้ตัววัตถุไม่ใช่แหล่งกำเนิดแสงนะครับ แต่การที่แสงมันพุ่งออกจากวัตถุได้เนี่ย มันเกิดจากแสงภายนอกมาตกกระทบกับวัตถุและ สะท้อนเข้าหากระจกครับโดยแสงที่พุ่งเข้า หากระจกเนี่ยจะสะท้อนกลับออกมาด้วยกฎการ
1:33 สะท้อนครับยังจำได้ใช่ไหมมครับมุมตกกระทบ เท่ากับมุมสะท้อนถ้าแสงตกกระทบกับกระจก ราบทำมุมเท่าไหร่ก็จะสะท้อนกลับออกมาด้วย มุมเท่าเดิมครับทั้งนี้เจ้าแสงที่ตกกระทบ และแสงที่สะท้อนออกมาในฝั่งนี้ของกระจก ราบเนี่ยเราจะเรียกว่าแสงจริงครับมันคือ แสงจริงๆที่อยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงเลย ครับทั้งนี้การจะวาดแสงจริงที่ออกจาก วัตถุพุ่งเข้าหากระจกเนี่ยจะวาดกี่เส้นก็ ได้จะมุมไหนก็ได้ทั้งนั้นเลยครับแต่การจะ วาดภาพที่เกิดจากวัตถุได้เนี่ยแนะนำให้ ใช้แสงจริงสัก 2-3 เส้นเลยครับทีนี้การจะ เกิดภาพได้เนี่ยมันเกิดจากการรวมกันของ แสงครับหรือดังตัวอย่างในภาพนี้แสงจะต้อง ตัดกันที่จุดเดียวครับแต่แสงจริงที่ สะท้อนกลับออกมาจากกระจกราบเนี่ยมัน กระจายกันออกไปไม่ตัดกันเลยครับแต่ถ้าว่า ในกระจกเนี่ยมันจะเกิดแสงเสมือนขึ้นมา ครับโดยมีทิศทางตรงข้ามกับแสงสะท้อนพุ่ง
2:19 เข้าไปในกระจกและแสงเสมือนพวกนี้มันตัด กันที่จุดๆนึงครับและณจุดๆนี้เองจึงปรากฏ เป็นภาพของวัตถุขึ้นมาครับและภาพที่เกิด จากแสงเสมือนนี้เราจะเรียกว่าภาพเสมือน ครับโดยภาพเสมือนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในโลก เอ่อใช้คำว่าอะไรดีในโลกแห่งความเป็นจริง ที่เราอยู่ครับแต่มันเกิดลึกเข้าไปใน กระจกที่เรามองเห็นถ้าน้องลองเอี้ยวตัว มองหลังกระจกเนี่ยมันก็ไม่มีภาพตัวนั้น อยู่ด้านหลังกระจกครับแต่ภาพตัวนั้นจะ เกิดขึ้นได้เมื่อเรามองเข้าไปในกระจกและ ภาพเสมือนตัวนี้ไม่ต้องการฉากรับเพื่อทำ ให้เกิดภาพเราแค่มองเข้าไปในกระจกเราก็ มองเห็นภาพได้เลยครับโดยเราจะกำหนดให้ ระยะทางระหว่างวัตถุถึงกระจกเป็นระยะทาง S และระยะทางระหว่างภาพถึงกระจกคือระยะทาง SD และภาพที่เกิดจากกระจกราบเนี่ยทำให้ ระยะทางทั้ง 2 ตัวนี้มีขนาดเท่ากันครับ และถ้าเกิดสมมุติว่าวัตถุของเราเนี่ยมี
3:06 ขนาดล่ะโดยขนาดที่เราจะเรียนในระดับมปลาย เนี่ยคือขนาดของความสูงครับไม่ใช่ขนาดของ ความกว้างจากนั้นให้เราลองนำวัตถุที่มี ความสูงเนี่ยมาวางอยู่หน้ากระจกราบครับ และการจะวาดภาพที่เกิดจากวัตถุที่มีความ สูงได้เนี่ยเราจะต้องวาดภาพของแสงที่เกิด จากวัตถุตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยครับเมื่อ เราได้จุดตัดของแสงเสมือนตั้งแต่หัวจรด เท้าแล้วเนี่ยเราก็จะวาดขนาดของภาพได้ ครับและขนาดของภาพที่เกิดจากกระจกราบ เนี่ยจะมีขนาดเท่ากับวัตถุเลยครับดังนั้น เราจะกำหนดสมการกำลังขยายขึ้นมาครับเพื่อ ระบุว่าขนาดของภาพมีขนาดเป็นกี่เท่าของ ขนาดวัตถุโดยสมการกำลังขยายภาพมีค่าเท่า กับ m = s หารด้วย S โดยให้ระยะทาง S เป็นตัวแทนของขนาดวัตถุครับเนื่องจากขนาด ของภาพกับระยะทาง S มันเป็นอัตราส่วนกัน ครับมันจึงใช้แทนกันได้และด้วยความที่
3:51 ขนาดของวัตถุและขนาดของภาพที่เกิดจาก กระจกราบนั้นมีขนาดเท่ากันดังนั้นกำลัง ขยายจึงมีค่าเท่ากับ 1 สำหรับกระจกราบ ครับทีนี้เมื่อเราเรียนพื้นฐานจากเรื่อง กระจกราบแล้วเนี่ยอันดับต่อมาเราจะมา ศึกษาภาพที่เกิดจากกระจกอีก 2 ชนิดคือ กระจกเว้าและกระจกนูนครับโดยกระจกที่มัน มีส่วนเว้าเข้าไปข้างในเนี่ยเราจะเรียก ว่ากระจกเว้าส่วนกระจกที่มันมีลักษณะนูน ออกมาข้างนอกเนี่ยเราจะเรียกว่ากระจกหนูน ครับและเราจะเริ่มการเรียนจากกระจกเว้า ครับสิ่งสำคัญที่จะทำให้เราวาดภาพที่เกิด จากกระจกเว้าได้เนี่ยคือการเข้าใจองค์ ประกอบของกระจกเว้าครับองค์ประกอบแรกคือ เส้นแกนมุกสำคัญครับเป็นเส้นกลางที่ลากพ ผ่านจุดกึ่งกลางของกระจกเว้าครับและเจ้า กระจกเว้าเนี่ยมันมีความโค้งเหมือนกับ รัศมีของวงกลมใช่่ไหมครับและความโค้งนี้
4:36 มันจะต้องมีรัศมีจากจุดกึ่งกลางครับดัง นั้นมันจึงมีจุด c ที่เป็นจุดกึ่งกลาง ความโค้งคล้ายๆกับจุดศูนย์กลางของวงกลม นั่นแหละครับดังนั้นระยะทางระหว่างจุดซ ถึงจุดกึ่งกลางกระจกเว้าเนี่ยคือรัศมี ครับองค์ประกอบที่สำคัญลำดับถัดมาคือจุด โฟกัสของกระจกเว้าครับแสงใดๆก็ตามที่มี ทิศทางขนานกับเส้นแกนมุกสำคัญเนี่ยเมื่อ ตกกระทบที่กระจกเว้าแล้วมันจะสะท้อนกลับ มาที่จุดโฟกัสเสมอครับขอย้ำนะครับเสมอเลย ครับทีนี้เจ้าจุดโฟกัสเนี่ยจะมีระยะทาง เป็นครึ่งนึงของรัศมีครับเราจึงสามารถ ระบุสมการได้ว่าระยะ R = 2f ครับทีนี้ ในการวาดภาพที่เกิดขึ้นจากกระจกว้าวเนี่ย จะมีกติกาอยู่ 3 ข้อครับโดยน้องได้รู้ กติกาข้อแรกไปแล้วคือเส้นที่ขนานกับแกน มุกสำคัญจะสะท้อนกลับมาที่จุดโฟกัสเสมอ ครับกติกาข้อที่ 2 คือเส้นแสงที่ผ่านจุด c
5:24 เนี่ยจะสะท้อนกลับในเส้นทางเดิมครับและ กติกาข้อที่ 3 คือการที่เส้นแสงเคลื่อน ที่เข้าไปที่จุดกึ่งกลางของกระจกเว้า เนี่ยจะสะท้อนกลับออกมาด้วยกฎการสะท้อน ครับเอาล่ะเมื่อน้องเข้าใจกติกาทั้งหมด แล้วเรามาลองเริ่มว่านภาพกันครับโดยเราจะ มาทดลองการวางวัตถุไว้ที่ 5 ตำแหน่งของ ภาพนี้ครับวัตถุที่วางไกลกว่าจุด c วัตถุ ที่วางตรงจุด c วัตถุที่วางระหว่างจุด c และจุดโฟกัสวัตถุที่วางที่จุดโฟกัสและ วัตถุที่วางใกล้กว่าจุดโฟกัสครับเอาล่ะ จับดินสอไว้ให้มั่นครับแล้ววาดภาพตามผม ช้าๆครับมาดูกันที่ภาพแรกครับเราจะวาง วัตถุไว้ไกลกว่าจุด c และลากเส้นแสงที่ ขนานกับแกนมุกสำคัญตกกระทบที่กระจกและ สะท้อนเข้าจุดโฟกัสครับจากนั้นผมจะลาก เส้นที่ 2 ผ่านจุด c ไปตกกระทบที่กระจก
6:10 ครับและแสงสะท้อนจะสะท้อนกลับทิศทางเดิม และจุดที่แสงสะท้อนทั้ง 2 เส้นมันตัดกัน เนี่ยคือจุดที่เกิดภาพครับทีนี้การหาจุด ตัดเพื่อให้เกิดภาพเนี่ยใช้แสงสะท้อน 2 เส้นก็ได้แล้วครับหรือน้องจะวาดเส้นที่ 3 ก็ได้โดยให้แสงผ่านกึ่งกลางกระจกและมุมตก กระทบจะเท่ากับมุมสะท้อนครับทำให้แสง สะท้อนตัดกันที่จุดเดิมครับซึ่งภาพที่ เกิดขึ้นนี้จะเกิดจากแสงจริงที่ตัดกัน ครับดังนั้นภาพที่เกิดขึ้นจากแสงจริงที่ ตัดกันเนี่ยเราจะเรียกว่าภาพจริงครับและ ด้วยความที่ภาพนี้มันมีทิศทางกลับหัวและ มีขนาดเล็กกว่าวัตถุเราจะเรียกภาพนี้ว่า ภาพจริงหัวกลับขนาดเล็กกว่าวัตถุวางอยู่ ที่ตำแหน่งระหว่างจุด c กับจุดโฟกัสครับ และถ้าเกิดเรานำฉากรับแสงยกตัวอย่างเช่น กระดาษมาวางที่จุดนี้เนี่ยเราก็จะมองเห็น ภาพจริงของวัตถุตัวนี้ปรากฏบนฉากครับหรือ ถ้าเกิดเราไม่มีฉากและเราใช้มุมมองสายตา
6:57 มองให้ถูกมุมเนี่ยเราก็จะเห็นภาพจริง ปรากฏขึ้นมาณจุดๆนั้นเช่นกันครับดังนั้น เราจึงพอสรุปได้ว่าภาพจริงนั้นอาจจะใช้ ฉากลับหรือไม่ใช้ฉากลับก็ได้ครับแต่การจะ บอกว่าภาพจริงนั้นไม่ใช้ฉากลับก็อาจจะไม่ ถูกซะทีเดียวครับการที่เรามองเห็นภาพจริง ด้วยตาเปล่านั้นเป็นเพราะว่าภาพจริงใช้จอ ประสาทตาน้องเป็นฉากรับภาพครับน้องจึงมอง เห็นภาพอยู่ตรงนั้นอันดับต่อมาครับเราจะ วางวัตถุไว้ที่จุด 4 และวาดเส้นแซงด้วย กติกาเดิมเลยครับภาพที่ได้จะเป็นภาพจริง หัวกลับขนาดเท่าวัตถุวางอยู่ที่ตำแหน่ง C หรือว่าจุดเดียวกับวัตถุครับแลและถ้าเกิด เราวางวัตถุไว้ระหว่างจุด c กับจุดโฟกัส ภาพที่ได้ก็จะเป็นภาพจริงหัวกลับขนาดใหญ่ กว่าวัตถุวางอยู่ที่ตำแหน่งไกลกว่าจุด c ครับตำแหน่งต่อมาคือการวางวัตถุไว้ที่จุด โฟกัสครับตำแหน่งนี้จะพิเศษหน่อยครับ เพราะว่าแสงสะท้อนที่เกิดขึ้นจะไม่ตัดกัน
7:44 เลยดังนั้นการวางวัตถุไว้ที่จุดโฟกัสจึง ไม่เกิดภาพเลยครับและยิ่งถ้าเกิดเราวาง วัตถุใกล้กว่าจุดโฟกัสเนี่ยแสงจริงที่ สะท้อนกลับออกมาจะไม่ตัดกันเลยครับแต่ถ ว่าแสงเสมือนที่เกิดขึ้นด้านในกระจกดัน ตัดกันนี่สิดังนั้นภาพที่ได้คือภาพเสมือน หัวตั้งขนาดใหญ่กว่าวัตถุเกิดขึ้นด้านใน กระจกครับและแน่นอนว่าภาพเสมือนั้นไม่ ต้องการฉากรับแสงก็มองเห็นภาพได้ครับ เพียงแค่น้องมองเข้าไปในกระจกน้องก็มอง เห็นภาพได้เลย ครับอันดับต่อมาครับเราจะมาลองศึกษาภาพ ที่เกิดจากกระจกนูนครับกระจกนูนเนี่ยมี องค์ประกอบที่สำคัญเหมือนกับกระจกเว้าเลย ครับทั้งจุด c และจุดโฟกัสเพียงแต่ว่า องค์ประกอบพวกนั้นมันอยู่ด้านในกระจกครับ ดังนั้นเกมการวาดภาพอาจจะเปลี่ยนเล็กน้อย ครับกติกาข้อแรกครับแสงตกกระทบที่ขนานกับ เส้นแกนมุกสำคัญจะสะท้อนบานออกไปครับ
8:30 เพียงแต่ว่าแสงเสมือนของแสงสะท้อนนั้นจะ เคลื่อนที่ไปที่จุดโฟกัสครับและแสงที่ มุ่งไปที่แนวเดียวกับจุด c จะสะท้อนกลับ เส้นทางเดิมครับทำให้แสงเสมือนพุ่งเข้าหา จุด c ครับทีนี้การวางวัตถุด้านหน้ากระจก เนี่ยจะมีอยู่ 2 กรณีครับคือการวางวัตถุ ไกลจากกระจกและวางวัตถุใกล้กับกระจกซึ่ง ภาพที่เกิดขึ้นจากทั้ง 2 กรณีคือภาพ เสมือนหัวตั้งอยู่ด้านในกระจกครับแตกต่าง กันที่ขนาดครับถ้าวางวัตถุไกลจากกระจกภาพ ที่ได้จะมีขนาดเล็กแต่ถ้าเกิดวางวัตถุ ใกล้กับกระจกภาพที่ได้ก็จะใหญ่ขึ้นมา หน่อยแต่ว่าเล็กกว่าวัตถุอยู่ดีครับทีนี้ ถ้าเกิดเราเปรียบเทียบทั้ง 2 กระจกโค้ง ครับโดยโจทย์ไม่บอกว่าเป็นกระจกเว้าหรือ กระจกนูนแต่ภาพที่ได้เป็นภาพจริงเนี่ยฟัน งได้เลยว่ากระจกโค้งตัวนี้ไม่ใช่กระจกนูน ครับเพราะกระจกนูนทำให้เกิดภาพเสมือนเท่า นั้นครับแต่ถ้าเกิดโจทย์บอกว่าเป็นกระจก
9:15 โค้งที่ทำให้เกิดภาพเสมือนเนี่ยเราฟันธง ได้ทันทีไม่ได้ครับว่าเป็นกระจกเว้าหรือ กระจกนูนแต่ต้องวัดกันที่ขนาดของภาพ เสมือนครับถ้าขนาดของภาพเสมือนมีขนาด ใหญ่่กว่าวัตถุมันคือกระจกเว้าครับแต่ถ้า เกิดขนาดของภาพเสมือนมีขนาดเล็กกว่าวัตถุ มันคือกระจกนูนครับในการเรียนเรื่องแสง เนี่ยภาพที่น้องจะต้องเข้าใจมันค่อนข้าง เยอะใช่มั้ยครับแต่ข้อดีของบทนี้คือการมี สมการคำนวณเพียงแค่สมการเดียวครับโดยความ สัมพันธ์ระหว่างระยะโฟกัสระยะภาพและระยะ วัตถุเนี่ยจะถูกอธิบายด้วยสมการเดียวครับ คือ 1 ส f = 1/1 + ด้วย 1/8 แต่ถึงแม้ สมการจะง่ายมันก็มีเงื่อนไขในการใช้งาน ครับถ้าการคำนวณนี้เป็นกระจกเว้าค่า f จะ เป็นค่าบวกแต่ถ้าเกิดการคำนวณนี้เป็น กระจกนูนค่า f จะเป็นค่าลบครับส่วนค่า S ที่เป็นระยะของวัตถุจะเป็นค่าบวกเท่านั้น ครับและค่า SD หรือว่าระยะของภาพเนี่ยก็
10:02 จะมีทั้งภาพจริงและภาพเสมือนใช่มั้ยครับ ถ้าภาพจริงให้แทนด้วยค่าบวกส่วนภาพเสมือน ให้แทนด้วยค่าลบครับทีนี้ถ้าเกิดเงื่อนไข มันฟังดูจำยากเนี่ยผมก็มีทริกการจำเล็กๆ มาให้ครับให้จำเอาไว้ว่าอะไรที่มันเป็น แสงจริงเนี่ยค่าจะเป็นบวกแต่ถ้าเกิดเป็น แสงเสมือนค่าจะเป็นลบครับยกตัวอย่างเช่น เจ้ากระจกเว้าเนี่ยภาพส่วนใหญ่ที่ได้จะ เป็นภาพจริงครับดังนั้นค่าโฟกัสจึงเป็น ค่าบวกส่วนกระจกนูนภาพที่ได้เป็นภาพ เสมือนทุกกรณีครับดังนั้นระยะโฟกัสจึง เป็นค่าลบลบส่วนระยะวัตถุหรือว่า S เนี่ย มันเป็นของจริงครับดังนั้นเป็นค่าบวกเสมอ และการจำสูตรทั้งหมดนี้จะไม่มีความหมาย ครับถ้าเกิดเราใช้ไม่เป็นดังนั้นเราไปทำ โจทย์กันดีกว่า ครับข้อแรกครับชายคนหนึงสูง 170 ซมระดับ สายตาของเขาอยู่ต่ำกว่าจุดที่สูงที่สุดใน
10:48 ร่างกาย 10 ซมจงหาว่าขอบล่างของกระจกราบ ต้องตั้งอยู่สูงจากพื้นเป็นระยะเท่าไหร่ จึงจะทำให้ชายคนนี้มองเห็นเอวของตัวเอง ซึ่งอยู่สูงจากพื้น 100 ซมข้อนี้ครับเป็น โจทย์ตัวอย่างของกระจกราบและการวาดภาพของ กระจกราบเนี่ยจะใช้กฎการสะท้อนครับซึ่ง ระดับสายตาของชายคนนี้จะอยู่สูงจากพื้น 1660 ซมครับจากประโยคที่บอกว่าระดับสาย ตาอยู่ต่ำกว่าจุดสูงสุดของร่างกาย 10 ซม และเราต้องการให้ชายคนนี้มองเห็นเอวของ ตัวเองด้วยกระจกราบบานนี้ครับดังนั้นให้ เราวาดแสงจากสายตาของชายคนนี้ไปที่ขอบ ล่างของกระจกและสะท้อนไปที่เอวของตัวเขา เองครับและก็อย่าลืมนะครับว่ากฎการสะท้อน เนี่ยมุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อนดังนั้น ด้าน 2 ด้านนี้จะเท่ากันครับมันจะเป็นภาพ คล้ายๆกับรูปสามเหลี่ยมเลยครับดังนั้นตัว กระจกเองจะต้องยุดสูงจากเอวมาอีก 30 ซม
11:35 ครับชายคนนี้จึงจะมองเห็นเอวของตัวเองได้ พอดีและตัวเอวเองนั้นอยู่สูงจากพื้น 100 ซมครับดังนั้นกระจกบันนี้ต้องอยู่สูงจาก พื้น 130 ซมครับข้อที่เป็นโจทย์เรื่อง กระจกราบจะประมาณนี้ครับเน้นไวพริบกับกฎ การสะท้อนไม่ค่อยได้มีคำนวณอะไรเท่าไหร่ หรอกครับและเพื่อความมั่นใจเนี่ยเรามาลอง อีกสักข้อของกระจกราบกันครับจากภาพครับ ชายคนหนึ่งมองผนังที่อยู่ด้านหลังโดยการ มองสะท้อนผ่านกระจกที่อยู่ข้างหน้าถ้าชาย คนนนี้อยู่ตรงกึ่งกลางของกระจกพอดีจงหา ว่าชายคนนี้จะมองเห็นผนังด้านหลังกว้าง เท่าไหร่ครับเรามาดูความต้องการของโจทย์ ข้อนี้กันครับโจทย์อยากรู้ว่าชายคนนี้จะ มองเห็นผนังทั้งหมดที่อยู่ด้านหลังตัวเอง กว้างเป็นขนาดเท่าไหร่ขั้นต่ำครับจากความ กว้างของกระจก 1 มตรชายคนนี้จะต้องมอง เห็นผนังด้านหลังตัวเอง 1 มตรอย่างแน่นอน ครับและถ้าเกิดอยากรู้ว่ามองเห็นความ
12:21 กว้างจากระยะความกว้าง 1 เมตรไปอีกระยะ เท่าไหร่ให้วาดแสงจากสายตาของชายคนนี้ไป ที่ขอบกระจกทั้ง 2 ด้านและใช้กฎการสะท้อน ครับจะได้ภาพสามเหลี่ยมตามภาพนี้โดยผม กำหนดให้ระยะทางที่มองกว้างออกไปจากระยะ 1 เมตรนี้เป็นระยะทาง x แต่จากภาพที่โจทย์ กำหนดให้มาครับเรารู้ว่าด้านนี้ยาว 2 มต ด้านนี้ยาว 5 มตและจากการที่ชายคนนี้ยืน อยู่ตรงกลางกระจกทำให้ความยาวด้านนี้มี ค่าเท่ากับ 0.5 เมตให้เราใช้อัตราส่วนของ ด้าน Tan เซครับเพราะอย่างที่เราเข้าใจ ว่ามุมตกกระทบเท่ากับมุมสะท้อนทำให้อัตรา ส่วนของความยาวด้านสามเหลี่ยมมีขนาดเท่า กันครับยังจำได้ใช่มั้ยครับอัตราส่วนของ Tan ซเท่ากับข้ามส่วนชิดซึ่งจะทำให้เรา ได้สมการ x ส5 = 0.5 ส2เมื่อแก้สมการ แล้วจะได้ความยาวด้าน x มีค่าเท่ากับ 1.25 มตซึ่งจะเท่ากันทั้ง 2 ด้านของขอบกระจก
13:08 ครับดังนั้นความกว้างของผนังทั้งหมดที่ ชายคนนี้มองเห็นจะมีค่าเท่ากับ 1 ม + 1.25 ม + 1.25 มต = 3.5 มตครับเป็นไง สนุกมยล่ะครับข้อต่อมาจะเป็นโจทย์กระจก เว้าครับทันตแพทคนหนึ่งถือกระจกเว้ารัศมี ความโค้ง 4 ซมซึ่งอยู่ห่างจากฟันที่ ต้องการอุดเป็นระยะ 1 ซมจงหาว่าทันตแพทย์ คนนี้จะมองเห็นฟันในกระจกขยายเป็นกี่ เท่าจากสมการกำลังขยายของกระจกครับเรารู้ ว่าระยะของวัตถุเท่ากับ 1 ซมแต่เราไม่รู้ ระยะของภาพครับดังนั้นจะต้องหาระยะของภาพ ให้ได้ด้วยสมการ 1 / f = 1/1/20 ซมครับแก้สมการแล้วจะได้ระยะ โฟกัสมีค่าเท่าก 2 ซมโดยที่ 2 ซมที่แทนใน
13:55 ตัว f นี้จะมีค่าเป็นบวกครับจากกติกาของ เราที่ว่ากระจกเว้าให้แทนตัว f ด้วยค่า ที่เป็นบวกเสมอเมื่อแก้สมการแล้วจะได้ ระยะของภาพมีค่าเท่ากับ -2 ซมครับโดยค่า ลบตัวนี้เป็นการบอกแล้วว่าภาพที่เกิดขึ้น เป็นภาพเสมือนครับยังจำภาพกระจกเว้าของ เราได้ไหมมครับวางวัตถุใกล้กว่าจุดโฟกัส จะทำให้ได้ภาพเสมือนหัวตั้งมีขนาดใหญ่ กว่าวัตถุครับจากนั้นให้นำค่า SD ตัวนี้ ไปแทนในสมการกำลังขยายครับจะได้กำลังขยาย มีค่าเท่ากับ 2 เท่าตอนแทนสมการกำลังขยาย ไม่ต้องห่วงค่าบวกลบนะครับสมการตัวนี้แค่ อยากรู้ว่าขนาดของภาพมีขนาดมากขึ้นหรือลด ลงเท่านั้นเองครับทีนี้เริ่มมองเห็นความ ง่ายหรือยังครับแค่ใช้สมการเป็นแทนค่าใน สมการได้ก็จบเลยครับลองมาดูกันที่ข้อต่อ มาครับกระจกว้ามีความยาวโฟกัส 40 ซมจะ ต้องวางวัตถุอยู่ห่างจากกระจกเป็นระยะทาง เท่าไหร่จึงจะทำให้เกิดภาพหัวตั้งมีขนาด
14:43 เป็น 4 เท่าของวัตถุข้อนี้ลองนึกภาพกระจก เว้าให้ออกครับส่วนใหญ่ของกระจกเว้าเนี่ย จะได้ภาพหัวกลับใช่ไหมครับแต่มีรูปแบบ เดียวที่ทำให้ได้ภาพหัวตั้งครับคือการวาง วัตถุใกล้กว่าจุดโฟกัสทำให้ได้ภาพเสมือน หัวตั้งครับดังนั้นเรารู้ได้เลยว่าค่า SD จะต้องติดลบอย่างแน่นอนครับดังนั้นจาก สมการกำลังขยาย M หรือกำลังขยายจะมีค่า เท่ากับ 4 ครับและโจทย์ข้อนี้อยากรู้ค่า S ใช่ไหมมครับสมการเดียวที่จะหาได้คือ 1/1 = 1/1 + 1/8 แต่จากโจทย์เรารู้แค่ ระยะโฟกัส 40 ซมใช่ไหมมครับและค่า f นี้ ต้องเป็นค่าบวกจากโจทย์กระจกเว้าและจาก สมการกำลังขยาย S ส S = 4 ให้เราย้ายจน เหลือแค่ค่า s das = -4 s ครับอย่า ลืมนะครับว่า SD ตัวนี้ต้องมีค่าติดลบจาก การเป็นภาพเสมือนจากนั้นให้เราแทนค่า SD
15:29 = - 4s ลงในสมการครับแก้สมการแล้วจะ ได้ค่า s หรือว่าระยะของวัตถุมีค่าเท่า กับ 30 ซม ครับมาดูกันที่ข้อนี้ครับลวดตรงยาว 70 ซม วางตามแนวแกนมุกสำคัญของกระจกนูนที่มี ความยาวโฟกัส 40 ซมปลายของลวดด้านที่ใกล้ กับกระจกอยู่ห่างจากกระจก 10 ซมจงหาความ ยาวของภาพเส้นลวดเส้นนี้อันดับแรกให้ลอง วาดภาพก่อนครับความแตกต่างของโจทย์ข้อนี้ กับข้อที่ผ่านๆมาคือตัววัตถุมีความยาว ครับและแต่ละด้านของปลายลวดอยู่ห่างจาก กระจกระยะไม่เท่ากันครับดังนั้นให้เรามอง ปลายลวดแต่ละด้านเป็นวัตถุคนละชิ้นกัน ครับโดยปลายแรกตั้งชื่อว่าด้าน a และปลาย ที่ 2 ตั้งชื่อว่าด้าน B หาภาพของปลายแต่ ละด้านแล้วลากเส้นตรงให้ถึงกันครับมันก็ จะกลายเป็นภาพของเส้นลวดโดยระยะของภาพเรา
16:15 จะหาได้จากสมการ 1/1 = 1/1 + 1/1 โดย ค่า f หรือว่าระยะโฟกัสนี้จะเป็นค่าลบ ครับจากโจทย์ที่เป็นกระจกนูนให้เราเริ่ม จากการหาระยภาพของจุด a ครับแทนค่าลงใน สมการและแก้สมการแล้วจะได้คำตอบมีค่าเท่า กับ - 26.7 ซมหมายความว่าภาพของจุด a ที่เกิดขึ้นเป็นภาพเสมือนอยู่ลึกเข้าไปใน กระจก 26.7 ซมครับจากนั้นหาระยะภาพของจุด B ครับแทนค่าลงในสมการจะได้คำตอบมีค่า เท่ากับ -8 ซมหมายความว่าที่จุด B นี้ เป็นภาพเสมือนอยู่ลึกเข้าไปในกระจก -8 ซม ครับทีนี้เราก็ได้ภาพของเส้นลวดแล้วครับ ซึ่งเราจะหาความยาวของเส้นลวดได้จากการนำ ปลายเส้นลวด a ลบปลายเส้นลวด B ครับจะทำ ให้ความยาวภาพเส้นลวดมีค่าเท่ากับ 18.7 ซมครับ
17:00 ก็จบกันไปแล้วนะครับกับแสงพาร์ทที่ 1 บอก เลยว่าเป็นเนื้อหาที่หลายๆคนพร้อมจะทิ้ง ครับมันดูยากซับซ้อนแล้วก็ดูวุ่นวายในการ วาดภาพใช่ไหมมครับแต่ถ้าเกิดน้องเข้าใจ แพทเทิร์นการวาดภาพทั้งหมดเนี่ยผมบอกเลย ว่ามันเป็นเนื้อหาที่ง่ายมากครับสมการที่ ใช้ก็มีแค่ 2 สมการถ้าในการสอบเข้ามหาลัย เนี่ยเราสามารถเก็บแต้มกันได้สบายๆจาก เรื่องแสงเลยครับแล้วก็หวังว่าข้อสอบสมัย นี้ยังเป็นอย่างนั้นอยู่นะครับสำหรับใน วันนี้ช่อง I physic al Little ก็ต้อง ขอตัวลาไปก่อนครับจนกว่าจะพบกันใหม่ใน คลิปหน้าสวัสดีครับ [เพลง]