◣มสธ.◢ สื่อสอนเสริม ชุดวิชา 33207 เศรษฐศาสตร์และการคลังสาธารณะ ครั้งที่ 1 [1/4]

STOU CHANNEL www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เป็นการบรรยายหน่วยที่ 1 เรื่องความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วย 3 ตอน ได้แก่ แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ตลาดและรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ และอุปสงค์ อุปทานและดุลยภาพของตลาด โดยเน้นที่ความหมายและความเป็นมาของเศรษฐศาสตร์ การแบ่งส่วนของวิชาเศรษฐศาสตร์ วิธีการศึกษาเศรษฐศาสตร์ การคิดเชิงเศรษฐศาสตร์ ตลาดและบทบาทของรัฐบาล รวมถึงกลไกอุปสงค์และอุปทาน

  • เศรษฐศาสตร์เกี่ยวข้องกับความขาดแคลนและการเลือกใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  • เศรษฐศาสตร์แบ่งเป็นจุลภาค (ศึกษหน่วยย่อย) และมหาภาค (ศึกษาภาพรวม)
  • ตลาดเป็นที่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาพบกันเพื่อกำหนดราคาและแลกเปลี่ยนสินค้า
  • รัฐบาลมีบทบาทในการจัดสรรทรัพยากร กระจายรายได้ และสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ
  • อุปสงค์และอุปทานเป็นตัวกำหนดดุลยภาพของตลาด

แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์

เนื้อหาในส่วนนี้จะกล่าวถึงความเป็นมาและความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความขาดแคลนของทรัพยากรและการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ยังมีการแบ่งส่วนของวิชาเศรษฐศาสตร์ออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เศรษฐศาสตร์จุลภาค (ศึกษาพฤติกรรมของหน่วยเศรษฐกิจขนาดเล็ก) และเศรษฐศาสตร์มหาภาค (ศึกษาพฤติกรรมของระบบเศรษฐกิจในภาพรวม) รวมถึงวิธีการศึกษาเศรษฐศาสตร์โดยใช้แบบจำลองทางเศรษฐกิจ และแนวทางการศึกษาเศรษฐศาสตร์ 2 แบบ คือ เศรษฐศาสตร์ทางทฤษฎี (ศึกษาความเป็นไป) และเศรษฐศาสตร์แบบบรรทัดฐาน (ศึกษาแบบที่ควรจะเป็น) ปิดท้ายด้วยการคิดแบบเศรษฐศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจว่าจะผลิตอะไร ผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใคร โดยขึ้นอยู่กับระบบเศรษฐกิจที่เป็นแบบตลาด แบบวางแผนจากส่วนกลาง หรือแบบผสม

ตลาดและรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจ

ส่วนนี้จะอธิบายถึงความหมายและความสำคัญของตลาด ซึ่งเป็นที่ที่ผู้ซื้อและผู้ขายมาติดต่อกันเพื่อกำหนดราคาและซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ ตลาดไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่ทางกายภาพ และการซื้อขายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ต้องพบปะกันโดยตรง ราคาสินค้าถูกกำหนดโดยอุปสงค์ (ความต้องการซื้อ) และอุปทาน (ความต้องการขาย) นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการค้า การเงิน และทุนในระบบเศรษฐกิจ โดยการค้าก่อให้เกิดความชำนาญเฉพาะอย่างและการแบ่งงานกันทำ เงินทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน และทุนเป็นปัจจัยการผลิตที่สำคัญ รัฐบาลมีบทบาทในการจัดสรรทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพ กระจายรายได้ให้เกิดความเป็นธรรม และสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชนมีทั้งในระบบเศรษฐกิจแบบปิด (ไม่มีการค้าระหว่างประเทศ) และแบบเปิด (มีการค้าระหว่างประเทศ)

อุปสงค์ อุปทาน และดุลยภาพของตลาด

เนื้อหาส่วนนี้จะอธิบายถึงอุปสงค์ (Demand) ซึ่งหมายถึงปริมาณสินค้าที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ ณ ระดับราคาต่างๆ โดยปัจจัยอื่นๆ คงที่ กฎของอุปสงค์ระบุว่าปริมาณซื้อจะแปรผกผันกับราคา ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์ ได้แก่ รายได้ของผู้บริโภค สินค้าอื่นที่เกี่ยวข้อง รสนิยม การคาดการณ์ ฤดูกาล เทศกาล จำนวนผู้ซื้อ และการกระจายรายได้ การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคา (การเคลื่อนที่บนเส้นอุปสงค์เดิม) หรือการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยอื่นๆ (การเคลื่อนย้ายเส้นอุปสงค์) ความยืดหยุ่นของอุปสงค์วัดว่าปริมาณความต้องการซื้อเปลี่ยนแปลงไปเท่าใดเมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไป 1% นอกจากนี้ยังอธิบายถึงอุปทาน (Supply) ซึ่งหมายถึงปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตต้องการขาย ณ ระดับราคาต่างๆ โดยปัจจัยอื่นๆ คงที่ กฎของอุปทานระบุว่าปริมาณการเสนอขายจะแปรผันโดยตรงกับราคา ปัจจัยที่กำหนดอุปทาน ได้แก่ ราคาปัจจัยการผลิต การคาดการณ์ราคาสินค้าในอนาคต เทคโนโลยีการผลิต และจำนวนผู้ผลิต การเปลี่ยนแปลงของอุปทานก็มีลักษณะคล้ายกับการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ สุดท้าย อุปสงค์และอุปทานจะรวมกันเพื่อกำหนดดุลยภาพของตลาด ซึ่งประกอบด้วยราคาดุลยภาพและปริมาณดุลยภาพ การเปลี่ยนแปลงของปัจจัยต่างๆ จะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของดุลยภาพของตลาด

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 ก็ [เพลง] สวัสดีครับนักศึกษาทุกท่านสาระวันนี้ผมจะ มาบรรยายในหน่วยที่ 1 นะครับเป็นเรื่อง เกี่ยวกับความรู้ทั่วไปกับทางเศรษฐศาสตร์ คะโดยที่หน่อยที่ 1 นี้จะประกอบไปด้วย 3 ตอนนะครับก็คือประกอบไปด้วยตอนที่ 1.1 แนวคิดเบื้องต้นเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ตอน ที่ 1.2 ตลาดและรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจตอน

0:45 ที่ 1.3 อุปสงค์อุปทานและดุลยภาพของตลาด ค่ะสำหรับตอนที่ 1.1 แนวคิดเบื้องต้น เกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์นั้นนะครับเดี๋ยวเรา จะได้เรียนเกี่ยวกับความรู้และความเป็นมา นะครับและก็ความหมายของวิชาเศรษฐศาสตร์ วิธีการศึกษาและแนวทางการศึกษา เศรษฐศาสตร์สุดท้ายนะครับเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการคิดแบบเศรษฐศาสตร์ สำหรับความเป็นมาและความหมายของ เศรษฐศาสตร์นะครับวิชาเศรษฐศาสตร์เนี่ย เกี่ยวข้องกับเครื่องสำคัญ 2 เรื่องได้ แก่ความไม่เพียงพอหรือความขาดแคลนนะครับ เอ่อเอ่อขอไม่เพียงพอหรือความขาดแคลนนี้ เกิดจากทรัพยากรต่างๆที่มีอยู่

1:32 อย่างจำกัดนะครับพอทรัพยากรที่เรามีมี เรือนจำกัดแล้วเนี่ย แต่ละคนนะครับหรือนักเศรษฐศาสตร์เนี่ยก็ จะต้องทำการเลือกนะครับใช้ทรัพยากรที่มี อยู่อย่างจำกัดเนี้ยให้เกิดประโยชน์นะ ครับสูงที่สุดนะครับอันนี้คือความหมายของ วิชาเศรษฐศาสตร์เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญก็ คือเราต้องทราบว่า เศรษฐศาสตร์ในเกี่ยวข้องกับความขาดแคลน เมื่อมีความขาดแคลนแล้วนะครับเราจึง จำเป็นจะต้องเลือกนะครับสุดท้ายก็สิ่งที่ เราเลือกเนี่ยก็เพื่อให้เกิดประโยชน์สูง ที่สุด มีส่วนแขนงของวิชาเศรษฐศาสตร์เนี่ยแบ่ง ออกเป็น 2 ประเภทนะครับประเภทแรกก็คือ

2:19 เศรษฐศาสตร์จุลภาค เศรษฐศาสตร์จุลภาคและศึกษาพฤติกรรมของ หน่วยเศรษฐกิจในขนาดที่ที่ย่อยๆนะครับ หรือว่าขนาดเล็กๆอย่างเช่นผู้บริโภคผู้ ผลิตนะครับรัฐบาลนะครับหรือว่าองค์กรต่าง ๆพูดง่ายก็คือเราพิจารณาศึกษานะครับใน หน่วยเศรษฐกิจย่อยๆนะครับในทางตรงกันข้าม เศรษฐศาสตร์มหาภาคนะครับก็จะศึกษา พฤติกรรมของระบบเศรษฐกิจในภาพรวมได้แก่ เครื่องเกี่ยวกับรายได้ประชาชาตินะครับ เงินเฟ้อการว่างงานของประเทศนะครับการค้า และการเงินระหว่างประเทศตรงนี้ถ้าจำง่าย ก็จำว่าจุลละเนี่ยแปลว่าเล็กนะครับเพราะ

3:06 ฉะนั้นก็จะศึกษาในหน่วยย่อยๆในขณะที่มห เนี่ยแต่ว่าอย่าก็เพราะฉะนั้นเศรษฐศาสตร์ มหภาคก็จะศึกษาในภาพรวมนะครับหรือว่าขณะ เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีวิธีการศึกษาและแนวทางการศึกษา เศรษฐศาสตร์วิธีการศึกษาเศรษฐศาสตร์เนี่ย อาจจะใช้วิธีการศึกษาแบบวิทยาศาสตร์นะ ครับแต่วิทยาศาสตร์คืออะไรแบบวิทยาศาสตร์ เนี่ยนักเศรษฐศาสตร์ก็จะสร้างแบบจำลองทาง เศรษฐกิจขึ้นมานะครับเพื่อช่วยทำความเข้า ใจการทำงานของระบบเศรษฐกิจและก็ทำนายว่า ปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นนะครับหรือว่า เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลกระทบต่อตัวแปรนะ

3:53 ครับหรือปัจจัยอื่นๆทางระบบเศรษฐกิจอย่าง ไรนะครับอย่างเช่น สมการที่นักศึกษาเห็นอยู่ใน สไลด์นะครับก็จะประกอบด้วย y เท่ากับ c+ I บวก g+ ได้ X Super M หรือเป็นสมการ รายได้ประชาชาตินั่นเองหมายความว่าถ้า เกิดการเปลี่ยนแปลงในตัวแปรทางสั่งสมการ ทางซ้ายนะครับไม่ว่าจะเป็นตัว C ตัวไอตัว จคือตัว s หรือว่าตัว M ก็จะส่งผลต่อตัว แปรเศรษฐกิจทางฝั่งขวาหรือว่าตัวแปรตัว Y ซึ่งก็คือรายได้ประชาชาตินั่นเอง ม.ค และสำหรับแนวทางการศึกษาเศรษฐศาสตร์นะ ครับการศึกษาเศรษฐศาสตร์เนี่ยเราแบ่งไป

4:43 ได้หลักๆแล้วนะครับสองวิธีวิธีแรกเรียก ว่าเศรษฐศาสตร์ทาง Sit ทฤษฎีหรือ เศรษฐศาสตร์วิเคราะห์นะครับ เศรษฐศาสตร์ทางทฤษฎีเนี่ยหรือเศรษฐศาสตร์ วิเคราะห์เนี่ยเราจะศึกษา เศรษฐกิจในรูปแบบของเศรษฐกิจที่ มีความเป็นไปอย่างไรนะคะภาษาอังกฤษเรา เรียกว่าศึกษาวัดอีฟนะครับก็คือศึกษาว่า แต่เศรษฐศาสตร์ยังมีลักษณะอย่างไรนะ ปัจจุบันนะครับแบบที่ 2 ก็อ่า ศึกษาเศรษฐศาสตร์แบบบรรทัดฐานนะครับหรือ เศรษฐศาสตร์แบบนโยบายภาษาอังกฤษเราใช้คำ

5:29 ว่าศึกษาแบบอ๊อด To Be นะครับหรือว่า เศรษฐศาสตร์แบบที่ควรจะเป็น เศรษฐศาสตร์แบบบรรทัดฐานก็จะศึกษาเรื่อง ต่างๆว่าเศรษฐศาสตร์ที่ควรจะเป็นเนี่ย เป็นอย่างไรนะครับหรือว่าเราอยากจะเห็น ระบบเศรษฐกิจที่ควรจะเป็นเนี่ยเป็นอย่าง ไรนะครับอ่ะ ค่ะส่วนการคิดแบบเศรษฐศาสตร์นะครับ วันเวลาที่เราเรียนเศรษฐศาสตร์เนี่ยจะมี ปัญหาพื้นฐานสำคัญในระบบเศรษฐกิจให้ตัด สินใจเนี่ย แบ่งออกเป็น 3 คำถามด้วยกันคำถามแรกก็คือ ระบบเศรษฐกิจนั้นนะครับจะผลิตอะไรนะครับ

6:16 ขนาดที่สองก็คือจะผลิตอย่างไรและคำถามสุด ท้ายก็คือผลิตเพื่อใครนะครับ ค่ะโดยวิธีการตอบคำถามทั้งสามคำถามเนี่ย ขึ้นอยู่กับระบบเศรษฐกิจว่าระบบเศรษฐกิจ เป็นระบบเศรษฐกิจแบบไหนนะครับโดยที่ ในทางทฤษฎีเนี่ยก็จะแบ่งระบบเศรษฐกิจออก เป็น 3 ระบบใหญ่ๆด้วยกันแบบแรกก็คือระบบ เศรษฐกิจแบบตลาดนะครับระบบเศรษฐกิจแบบ ตลาดเนี่ยก็จะใช้ ก็จะใช้กลไกลตลาดในการตัดสินใจว่าจะผลิต อะไรผลิตอย่างไรและก็ผลิตเพื่อใครนะครับ ในขณะที่ระบบเศรษฐกิจแบบที่สองก็คือระบบ เศรษฐกิจโดยวางแผนจากส่วนกลางนะครับหมาย

7:04 ความว่าจะมี คนหนึ่งคนหรือว่ากลุ่มคนหนึ่งคนเนี่ยเป็น ผู้ตัดสินใจนะครับแล้วก็จะกำหนดว่าว่า ระบบเศรษฐกิจนั้นจะผลิตอะไรผลิตอย่างไร และผลิตเพื่อใครสุดท้ายเป็นระบบเศรษฐกิจ แบบผสมนะครับก็จะมีทั้งระบบเศรษฐกิจแบบ ตลาดแล้วก็ระบบเศรษฐกิจออกแบบวางแผนจาก ส่วนกลางผสมกันโดยที่สินค้าบางชนิดก็อาจ จะใช้ กลไกตลาดในขณะที่สินค้า มีอาทิตย์ชนิดนึงหรือว่าอีกส่วนนึงก็จะ ใช้การตัดสินใจโดยวางแผนแบบจากส่วนกลาง อ่า แต่ที่นี้อ่าเมื่อเราศึกษาเศรษฐศาสตร์

7:49 เนี่ยอย่างที่บอกไปตอนช่วงของเรื่องของ นิยามหรือว่าความหมายของเศรษฐศาสตร์เนี่ย ว่า นักเศรษฐศาสตร์เนี่ยเกิดจากทรัพยากรที่มี อยู่จำกัดนะครับเมื่อทรัพยากรมีอยู่อย่าง จํากัดเนี้ย องค์การจะตัดสินใจต่างๆเนี่ยก็ต้องขึ้น อยู่กับทรัพยากรที่เรามีนะครับเพราะ ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือหน่วยธุรกิจ ต่างๆเนี่ย ทรัพยากรอย่างหนึ่งก็คืองบประมาณและเวลา จะมีข้อจำกัดหรือว่ามีมีมีความจำกัดอยู่ อย่างเช่นเงินในกระเป๋าสตางค์ของเราก็มี จำกัดเวลาในแต่ละวันของเราก็มีจำกัดเพราะ ฉะนั้นทางเลือกต่างๆนะครับก็ต้องเลือก

8:36 โดยที่ขึ้นอยู่กับอ่าข้อจำกัดหรือว่าความ จำกัดของทรัพยากรนั้นๆมา อยู่ที่นี้อีกอันหนึ่งก็คือคือเมื่อเรา ที่มีทรัพยากรเพื่อใช้ในการผลิตเนี่ย ทรัพยากรที่ใช้ในการผลิตก็จะมีความจำกัด เหมือนกันนะครับอย่างเช่นเอ่อเรามีแรงงาน นะครับก็มีแรงงานอยู่อย่างจำกัดมีเครื่อง จักรก็มีเครื่องจักรอยู่อย่างจำกัดถ้ามอง ในตาจากมุมมองของอาชีพอย่างเกษตรกรที่ดิน ก็มีที่ดินอยู่อย่างจำกัดเพราะฉะนั้น การที่เราจะผลิตสินค้าและบริการออกมาแล้ว ก็ต้องใช้ปัจจัยการผลิตที่

9:22 ก็อ่าที่มีอยู่อย่างจำกัดในการเลือกผลิต สินค้านะครับ ก็เพราะฉะนั้นเราไม่สามารถผลิตสินค้าทุก อย่างได้เราก็ต้องเลือกผลิตสินค้า นะครับต่างๆตามจำนวนทรัพยากรที่เรามี ม.ค ติดต่อมาเลยตอนที่ 1.2 นะครับเป็นเรื่อง เกี่ยวกับตลาดและรัฐบาลในระบบเศรษฐกิจนะ ครับเราก็จะศึกษาใน 4 หัวข้อด้วยกันก็ได้ แก่ตลาดและความเป็นอ่าและความสำคัญของ ตลาดการค้าการเงินและทุนในระบบเศรษฐกิจบท บาททางเศรษฐกิจของรัฐบาลสุดท้ายก็คือความ

10:07 สัมพันธ์ระหว่างภาครัฐและเอกชน เหมาะสำหรับตลาดและความสำคัญของตลาดนะ ครับก็จะเริ่มด้วยความหมายของตลาด แต่ตลาดเนี่ยนะคะไม่ทางทฤษฎีเนี่ยก็หมาย ถึงที่ซึ่งผู้ซื้อและผู้ขายก็ติดต่อการ เพื่อกำหนดราคาและก็ซื้อขายแลกเปลี่ยน สินค้าและบริการต่างๆลองนึกถึงตลาดสดนะ ครับที่เราไปซื้อของตอนเช้านะครับแล้วก็ เดินไปก็มีเราที่เดินที่เข้าไปเป็นผู้ ซื้อและก็มีแม่ค้าพ่อค้าที่นำของมาขายนะ คะเพราะฉะนั้นก็เป็นที่ที่ที่ให้เกิดการ ซื้อขายคืนหรือว่าให้ผู้ซื้อและผู้ขาย

10:54 เนี่ยได้มาพบปะเพื่อ ถ้าซื้อขายสินค้าและบริการกันนะครับ สินค้าทั่วไปก็อย่างเช่นเสื้อผ้าอาหาร เครื่องประดับนะครับต่างๆ ดีหรือ ตลาดเนี่ยก็อาจจะครอบคลุมถือสินค้าที่มี ความก้าวหน้าด้วยแล้วก็ตลาดเนี่ยก็บาง ครั้งก็คนที่มาซื้อขายและก็ไม่จำเป็นที่ จะต้องมา พบเจอกันอ่า ในชีวิตจริงหรือว่าพบเจอกันแบบที่ต้อง เห็นหน้าค่าตากันนะครับอย่างเช่นในตลาด หุ้นนะคะตลาดซื้อขายสินค้าสินทรัพย์ล่วง หน้าตลาดเงินคลิปโต currency นะครับตลาด เราเนี่ยเวลาเราซื้อขายกันเนี่ยเราไม่

11:40 จำเป็นที่จะต้องพบปะกันนะครับผมซื้อทุนมา ก็ไม่จำเป็นจะต้องทราบว่าซื้อหุ้นมาจาก ใครนะครับอย่างนี้เป็นต้นหรือสินค้า ออนไลน์ในปัจจุบันก็เวลาซื้อขายกันก็ไม่ จำเป็นที่จะต้องพบปะกันโดยตรงนะครับ ณที่นี้ มาแล้วราคาจะถูกกำหนดได้อย่างไรนะครับการ กำหนดราคาและก็ดุลยภาพของตลาดเนี่ยเกิด ขึ้นจาก มีความต้องการซื้อนะครับหรือทาง เศรษฐศาสตร์เรียกว่าอุปสงค์และก็ปริมาณ ความต้องการขายหรือทางเศรษฐศาสตร์เรียก ว่าอุปทานนะครับอ่ะ

12:25 มีแรงซื้อนะครับความต้องการซื้อและความ ต้องคันขายเนี่ยก็จะสร้างให้เกิดราคานะ ครับเกิดขึ้นซึ่งราคาในก็จะส่งสัญญาณถึง ภาวะการซื้อขายในตลาดให้แก่ผู้ผลิตและผู้ บริโภคนะครับราคาก็จะเป็นตัวประสานเชื่อม โยงการตัดสินใจของผู้ผลิตและบริโภคในตลาด ยกตัวอย่างเช่นถ้าราคาสูงนะครับผู้บริโภค ก็ไม่อยากจะบริโภคสินค้าชนิดนั้นมากในขณะ ที่ราคาถูกลงถ้าสินค้าชนิดนั้นราคาถูกลง ผู้บริโภคก็จะบริโภคมากขึ้นในทางตรงกัน ข้ามถ้าราคาสินค้ามีราคาที่สูงผู้ผลิตก็ อยากจะผลิตสินค้ามาขายจำนวนมากแต่ถ้าเกิด

13:10 ราคาสินค้าถูกลงผู้ผลิตก็ไม่ค่อยอยากที่ จะผลิตสินค้าออกมาขายนะครับอ่ะ อยู่ที่นี่เพราะฉะนั้นปัจจัยสำคัญที่ กำหนดการบริโภคและการผลิตในตลาดเนี่ยก็มี หลายๆปัจจัยนะคะอย่างเช่นรสนิยมของผู้ บริโภคถ้าผู้บริโภคชอบกระเป๋าแบรนด์เนมนะ ครับกระเป๋าแบรนด์เนมก็จะมีราคาสูงขึ้น เอ่อจำนวนทรัพยากรที่มีอยู่นะครับอย่าง เช่นรายได้ถ้ารายได้สูงขึ้นประชาชนก็ สามารถบริโภคสินค้าได้มากขึ้นเทคโนโลยี การผลิตถ้าเทคโนโลยีการผลิตสูงมี ประสิทธิภาพสูงก็สามารถผลิตสินค้าและ บริการได้มากขึ้น

13:57 นี้นะครับเพราะฉะนั้น ก็อ่าเรื่องถัดมาเนี่ยนอกเหนือจากเรื่อง ตลาดแล้วเนี่ยก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการ ค้าเงินและทุนในระบบเศรษฐกิจนะครับการค้า เนี่ยจะพูดถึง การค้าขายระหว่างระบบเศรษฐกิจนะครับหรือ ว่าการค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ หลักๆก็คือ ให้มองถึงอาชีพในปัจจุบันของเราก็ได้ครับ ทุกวันเนี้ยแต่ละคนหรือแต่ละท่านก็จะมี อาชีพหลักอยู่ 1 อาชีพเพราะเป็นอาชีพที่ เราสามารถประกอบหรือว่าทำได้ดีที่สุดนะ ครับก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง สุดแล้วก็จะทำงานชนิดนั้นชนิดเดียวนะครับ

14:45 เพื่อที่จะหาเงินหาผลตอบแทนมาและนำผลตอบ แทนเนี่ยไปซื้อ นะครับสินค้าและบริการอย่างอื่นนะครับ อย่างเช่นถ้าเกิด เป็นช่างช่างช่างเหล็กนะครับก็จะทำงาน เกี่ยวกับเหล็กเป็นหลักแล้วก็ไม่ได้เงิน มาก็เอาเงินไปซื้ออาหารนะครับไปซื้อ บริการอย่างอื่นเพราะฉะนั้นการค้านั้นก็ จะก่อให้เกิดความชำนาญเฉพาะอย่างและการ แบ่งงานกันทำตาม ติดต่อมาความสำคัญของเงินในระบบเศรษฐกิจ นะครับ หน้าที่หลักๆของเงินเนี่ยก็คือเป็นสื่อ กลางในการแลกเปลี่ยนแต่ความจริงแล้วเงิน เนี่ยมีหน้าที่ อีกหลายประเภทนะครับไม่ทำทฤษดีส่วนใหญ่ก็

15:33 จะแบ่งหน้าที่ของเงินออกเป็น 4 ประเภทแต่ ในเบื้องต้นในหน่วยที่ 1 เนี่ยให้เราเอา สนใจหลักๆที่หน้าที่หลักของเงินในการแลก เปลี่ยนพูดง่ายก็คือเราใช้เงินในการแลก เปลี่ยนสินค้าและบริการระหว่างกันนะครับ นึกถึงสมัยเกาะเนี่ยเอ่อ ตอนที่ยังไม่มีเงินเนี่ยถ้าเราผลิตเรา ปลูกข้าวได้อยากจะเอาข้าวไปแรกไก่แล้วก็ ต้องขนแบกข้าวไปเพื่อแรกไก่แต่เมื่อมี เงินในลักษณะของปัจจุบันเนี่ยเราก็เอา ข้าวไปขายแล้วก็เอาเงินมาแล้วก็อยากจะได้ ไก่แล้วก็นำเงินไปซื้อไก่นะครับเพราะ ฉะนั้นเงินขอเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน

16:19 สุดท้ายประทับความสำคัญของทุนในระบบ เศรษฐกิจนะครับก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ปัจจัยการผลิตที่สำคัญโดยเฉพาะหลังจากการ ปฏิวัติอุตสาหกรรมเนี่ยเรื่องเงินทุน เครื่องจักรเทคโนโลยีและทุนทางสังคมนะ ครับแล้วก็ทรัพยากรบุคคลเนี่ยก็เป็น ปัจจัยสำคัญในการที่จะทำให้เศรษฐกิจเนี่ย มีการผลิตอย่างมีประสิทธิภาพหรือส่งผลใน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย โน้ท ณที่นี้บทบาททางเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยปกติ เนี่ยรัฐบาลเนี่ยจะมีหน้าที่ทางเศรษฐกิจ ที่สำคัญ 3 ประการอย่างแรกก็คือจัดสรร ทรัพยากรให้มีประสิทธิภาพนะครับโดยปกติ

17:07 แล้วเนี่ยกลไกลตลาดจะสามารถจัดสรร ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพแต่ว่าจะมี ในบางกรณีที่จะเกิดความล้มเหลวของตลาดนะ ครับหรือว่าตลาดไม่สามารถทำหน้าที่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ รัฐบาลก็จะทำหน้าที่ในการจัดสรรทรัพยากร แทนตลาด หน้าที่ประการที่สองของรัฐบาลก็คือการ กระจายรายได้ให้เกิดความเป็นธรรมนะครับ โครตถะราชเนี่ยมีอำนาจและหน้าที่ให้เกิด ความเป็นธรรมทั้งในแง่ราคาสินค้าผลตอบแทน จากปัจจัยการผลิตนะครับมองในแง่รัฐบาลที่ ว่าเราจะเห็นรัฐบาลมีนโยบายควบคุมราคา สินค้านะครับหรือว่าครบคุมค่าแรงขั้นต่ำ

17:53 แบบนี้เป็นต้นนะครับแล้วสบานยังสามารถ ช่วยให้เกิดการกระจายรายได้ทางอ้อมได้โดย ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งให้เกิดผล กระทบต่อราคาสินค้าหรือปัจจัยการผลิตนะ ครับอันนี้ก็อย่างที่บอกไปว่าก็จะมี นโยบายของรัฐบาลมานะครับเช่นการเก็บภาษี นะครับภาษีในอัตราก้าวหน้าก็จะช่วยส่ง เสริมให้เกิดความเป็นเป็นธรรมในระบบ เศรษฐกิจมากขึ้น แต่โดยทั่วไปรัฐบาลอ่าหน้าที่ประการที่ สามนะครับก็คือการสร้างความเจริญเติบโต และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ รัฐบาลสามารถ ทำให้บรรลุเป้าหมายประการที่สามโดยใช้

18:40 นโยบายทางด้านการคลังและนโยบายทางด้านการ เงินนะครับซึ่งนักศึกษาก็จะมีโอกาสได้ เรียนต่อไปในเรื่องนโยบายการคลังและ นโยบายการเงินหลักๆก็คือเป็นการใช้นโยบาย ของรัฐบาลเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทาง เศรษฐกิจนะครับนอกจากนั้นก็ยังรักษา เสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วยอ่ะ มีความสัมพันธ์ในระบบเศรษฐกิจนะครับ ระหว่างรัฐกับเอกชนเนี่ยเราแบ่งเป็นสอง ส่วนส่วนแรกก็คือความสัมพันธ์ในระบบ เศรษฐกิจแบบปิดนะครับจากภาพที่นักศึกษา ได้เห็นเนี่ยก็จะสังเกตว่าระบบแบบปิด เนี่ยหมายความว่าอย่างไรหมายความว่าเรา หรือว่าระบบเศรษฐกิจระบบนี้ไม่ได้เกี่ยว

19:26 ข้องกับต่างประเทศเลยนะครับครัวเรือน ธุรกิจเนี่ยก็จะแลกเปลี่ยนสินค้าและ บริการการนะครับมีการจ่ายภาษีให้รัฐบาล รัฐบาล มีบริการสาธารณะให้แก่คนเรือนและธุรกิจนะ ครับสิ่งต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นในประเทศ เท่านั้นนะครับไม่ได้เกิดขึ้นระหว่าง ประเทศเลยอ่ะ แต่ถ้าเราพิจารณาความสัมพันธ์ในระบบ เศรษฐกิจแบบเปิดนะครับก็จะเห็นว่ามี ส่วนองค์ประกอบองค์ประกอบไหนขึ้นมาก็คือ องค์ประกอบตามสะอาดจากทางต่างประเทศนะ ครับก็จะมีการสินค้านำเข้าสินค้าส่งออกนะ

20:12 ครับมีการไหลเวียนของเงินทุนจากต่าง ประเทศมีทั้งเงินทุนไหลเข้าเงินทุนไหลออก นะครับโดยที่ก็จะมีการทำ ธุรกรรมกันระหว่าง ธุรกิจและต่างประเทศและก็มีการทำธุรกรรม ระหว่างรัฐบาล และก็ต่างประเทศด้วยนะครับอ่ะ ค่ะสำหรับตอนสุดท้ายของหน่วยที่ 1 ก็จะ พูดถึงเรื่องอุปสงค์อุปทานและดุลยภาพของ ตลาด เอ่ออุปสงค์ราคาภาษาอังกฤษเรียกว่า demand นะครับเรามักจะแทนด้วยตัวดี หมายถึงปริมาณสินค้าที่บริโภคยินดีซื้อ และสามารถซื้อได้ในช่วงเวลาหนึ่งโดยกำหนด

21:01 ให้ปัจจัยอื่นคงที่นะครับกฎของอุปสงค์ ระบุว่าหากปัจจัยอื่นๆคงที่ ปริมาณซื้อจะแปรผกผันกับราคาหมายความว่า อย่างไรหมายความว่าถ้าราคาเพิ่มขึ้น มีปริมาณความต้องการซื้อเนี่ยก็จะลดลง แล้วถ้าราคาลดลงปริมาณความต้องการซื้อก็ จะเพิ่มขึ้นนะครับ มีส่วนอุปสงค์ส่วนบุคคลและอุปสงค์ของตลาด เนี่ยก็จะเกิดจากแต่ละคนเนี่ยก็จะมีความ ต้องการสินค้านะครับอย่างอย่างผมเนี่ยก็ จะมีความต้องการทานข้าวนะครับ อ่ามื้อละ 1 จานนะเพื่อนของผมก็มีความ

21:47 ต้องการทานข้าวอาจจะมือละ 2 จานนะครับ แล้วก็คนอื่นๆก็มีความต้องการทานข้าวแต่ ละมื้อแตกต่างกันเมื่อรวมความต้องการของ แต่ละคนเข้าด้วยจันทร์เราก็จะเรียกว่า ความต้องการของตลาดนะครับหรือว่าความ ต้องการของอุตสาหกรรม ปัจจัยที่กำหนดอุปสงค์และก็มีหลากหลายนะ ครับอย่างเช่นรายได้ของผู้บริโภคนะครับ สินค้าอื่นที่เกี่ยวข้องรสนิยมของผู้ บริโภค การคาดคะเน มีเหตุการณ์ในอนาคตนะครับฤดูกาลนะคะบาง ฤดูกาลเราก็จะบริโภคสินค้าแตกต่างกัน เทศกาลนะครับอย่างเช่นช่วงตรุษจีน ก็จะหมูไก่เป็ดนะครับก็จะขายดีจำนวนผู้

22:33 ซื้อและก็ลักษณะของการกระจายรายได้ ก็จะเป็นปัจจัยในการกำหนดอุปสงค์ มีการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์เนี่ยถ้าเกิด เราดูรูปภาพของอุปสงค์เนี่ยเราก็จะเห็น ว่าการเปลี่ยนแปลงอุปสงค์เนี่ยสามารถเกิด ขึ้นได้ 2 วิธีวิธีแรกก็คือเกิดการ เปลี่ยนแปลงบนเส้นอุปสงค์เดิมนะครับก็จะ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาอย่างที่บอก ว่าราคาขึ้นอุปสงค์ก็จะลดลงราคาลดลง อุปสงค์ก็จะเพิ่มขึ้นอีกแบบนึงก็คือเมื่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยอื่นก็จะทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์โดยการมี เคลื่อนย้ายการเคลื่อนย้ายเส้นอุปสงค์ไป ทางเส้นนะครับ ประเด็นสุดท้ายกับอุปสงค์ก็คือเป็นเรื่อง

23:21 เกี่ยวกับความยืดหยุ่นของอุปสงค์ความที่ ดูดของประสงค์จะบอกว่าอ่ะ ว่าเมื่อราคาสินค้าเปลี่ยนแปลงไปร้อยละ 1 จะส่งผลให้ปริมาณความต้องการซื้อสินค้า เนี่ยเป็นแปลงไปร้อยละเท่าใดนะครับอ่ะ และเมื่อเราศึกษาเรื่องเกี่ยวกับอุปสงค์ แล้วก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับอุปทานอุปทาน ภาษาอังกฤษเรียกว่า Supply นะครับเรามัก จะแทนด้วยตัว F ฮะซึ่งหมายถึงนะครับสินค้าใดสินค้าหนึ่ง เนี่ยปริมาณของสินค้านะครับนะเนี่ยที่ผู้ ผลิตหรือผู้ขายยินดีและสามารถที่จะนำมา ขาย

24:06 อยู่ในตลาดได้ณระดับราคาต่างๆกันในช่วง เวลาหนึ่งโดยที่ปัจจัยอื่นๆคงที่นะครับ โดยกฎของอุปทานเนี่ยระบุว่าว่าถ้ากำหนด ให้ปัจจัยอื่นคงที่ปริมาณการเสนอขายจะแปร ผันโดยตรงกับราคาหมายความว่าอย่างไรหมาย ความว่าว่าถ้าราคาเพิ่มขึ้นคนขายก็อยากจะ ขายของมากขึ้นถูกไหมครับถ้าราคาถูกลงคน ขายของเนี่ยก็ไม่ค่อยอยากจะเอาของมาขาย เท่าไหร่นะครับก็จะความต้องการขายก็จะลด ลงไป มีปัจจัยที่กำหนดอุปทานก็มีหลายปัจจัย อย่างเช่นราคาปัจจัยการผลิตนะครับการคาด

24:51 คะเนราคาสินค้าในอนาคตเทคโนโลยีการผลิต และก็จำนวนผู้ผลิตหรือผู้ขายการเปลี่ยน แปลงอุปทานก็คล้ายกับการเปลี่ยนแปลงของ อุปสงค์นะครับก็มี 2 ประเภทประเภทแรกก็ คือเปลี่ยนแปลงบนเส้นของอุปทานพูดง่ายๆก็ คือถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงบนราคาเนี่ยก็จะ เกิดการเปลี่ยนแปลงบนเส้นอุปทานนะครับใน ทางตะวันข้ามถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงใน ปัจจัยอื่นๆที่นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลง ของราคาก็จะส่งผลให้เส้นอุปทานเนี่ย เปลี่ยนแปลงไปโดยการเคลื่อนย้ายเส้น อุปทานไปทางเส้นนะครับประเด็นสุดท้ายก็ คือเรื่องความยืดหยุ่นของอุปทานนะครับ ความหมายพระจะคล้ายคล้ายคลึงกับอุปสงค์ก็

25:36 คือค่าที่บอกว่าเมื่อระดับราคาสินค้า เปลี่ยนแปลงไปร้อยละ 1 จะส่งผลต่อปริมาณ มีความต้องการขายสินค้านะครับ เปลี่ยนแปลงไปร้อยละเท่าใดนะครับ สุดท้ายเมื่อเรามีอุปสงค์และอุปทานเนี่ย ถ้าเราพิจารณาอุปสงค์และอุปทานร่วมกันก็ จะเกิดดุลยภาพของตลาดนะครับซึ่งดุลยภาพ ของตลาดเนี่ยก็จะประกอบด้วยราคาดุลยภาพ และปริมาณดุลยภาพนะครับ ว่าราคาดุลยภาพเนี่ยก็จะเป็นระดับราคาที่ ส่งผลให้ปริมาณความต้องการซื้อนะครับเท่า กับปริมาณความต้องการขายหรือว่าระดับ

26:22 อุปสงค์ของตลาดเท่ากับระดับอุปทานของตลาด นั่นเอง เขียนโดยการเปลี่ยนแปลงของดุลยภาพของตลาด เนี่ยเราจะพิจารณาว่าเมื่อเกิดการเปลี่ยน แปลงในปัจจัยต่างๆไม่ว่าทางอุปสงค์หรือ อุปทานเนี่ยจะส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ เส้นอุปสงค์และอุปทานอย่างไรนะครับเมื่อ เกิดการเปลี่ยนแปลงบนเส้นอุปสงค์อุปทาน แล้วเนี่ยก็จะพิจารณาว่าเกิดการขึ้นย้าย นะครับดูนะภาพเนี่ยนะหรือว่าเกิดการ เคลื่อนย้าย เพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรนะครับโดยหลักๆ เลยเนี่ยเราจะใช้แผนอุปทานและอุปสงค์ใน การวิเคราะห์เพื่อเปรียบเทียบหาดูจะภาพ

27:07 อยู่ระหว่างระดับเดิมกับดุลยภาพระดับใหม่ นะครับ ม.ค และสุดท้ายนะครับเมื่อเราทราบผลของ ดุลยภาพของตลาดเนี่ยเราก็จะนำประโยชน์ เรื่องอุปสงค์อุปทานและดุลยภาพของตลาด เนี้ยไปใช้ประโยชน์ในการวิเคราะห์กำหนด การเปลี่ยนแปลงราคาปริมาณดุลยภาพของ สินค้าต่างๆในตลาดแล้วยังสามารถนำไปใช้ใน การวิเคราะห์ปัญหาต่างๆในทางเศรษฐกิจ เพิ่มเติมได้ด้วยสำหรับวันนี้เราก็ได้ ศึกษาในหน่วยที่ 1 นะครับเกี่ยวกับความ รู้ทั่วไปเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ ทั้งนี้ถ้าเกิดนักศึกษาต้องการรายละเอียด เพิ่มเติมในบทเรียนที่เกี่ยวข้องก็สามารถ

27:55 ที่จะเข้าไปค้นคว้าด้วยตัวเองนะครับโดย เข้าไปอ่านในหนังสือในส่วนของหน่วยที่ 1 เพื่ออ่า คำค้นหาเพิ่มเติมแล้วก็ทบทวนบทเรียนเพิ่ม เติมครับผม [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries