สรุปหนังสือ Atomic Habits: แค่ปรับ 1% ชีวิตก็เปลี่ยน (ฉบับเข้าใจง่าย)

เล่มล่าสุด www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปหนังสือ "Atomic Habits" โดย James Clear ซึ่งเน้นว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่อยู่ที่ระบบและนิสัยที่เราสร้างขึ้นในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอย่างสม่ำเสมอจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้ในระยะยาว

  • ผู้ชนะและผู้แพ้ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน แต่ระบบที่แตกต่างกัน
  • การพัฒนาตัวเองวันละ 1% อย่างสม่ำเสมอจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
  • การสร้างนิสัยใหม่ควรเริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่ทำได้ง่าย และค่อยๆ พัฒนาไป
  • การมีเครื่องมือติดตามนิสัย (Habit Tracker) จะช่วยให้เห็นความก้าวหน้าและสร้างแรงจูงใจ

กับดักความพยายาม

คนส่วนใหญ่มักจะตั้งเป้าหมายใหญ่ในช่วงปีใหม่ แต่สุดท้ายก็ล้มเลิกไปเพราะขาดวินัย แต่ปัญหาที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวบุคคล แต่อยู่ที่ระบบที่ใช้ James Clear ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits กล่าวว่าผู้ชนะและผู้แพ้ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ต่างกันคือระบบที่อยู่เบื้องหลัง ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับของเป้าหมาย แต่อยู่ที่ระดับของระบบที่เราทำ

ยินดีต้อนรับสู่การเปลี่ยนแปลง

หนังสือ Atomic Habits ไม่ใช่แค่หนังสือ How to ทั่วไป แต่เป็นคู่มือวิศวกรรมชีวิตที่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ James Clear ได้รวบรวมจิตวิทยาและประสาทวิทยาเพื่อไขความลับศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา หนังสือเล่มนี้จะมาคุยกันถึงเรื่องของพลังเล็กๆ ที่คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเหมือนกับชื่อหนังสือคำว่า Atomic หรืออะตอมนั่นเอง

ชายผู้สร้างชีวิตใหม่จากเศษเสี้ยว

James Clear ผู้เขียนหนังสือ ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเล่นเบสบอล ทำให้ต้องพักการเรียนและหัดเดินใหม่ เขาเริ่มสร้างนิสัยเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน เช่น การจัดเตียงนอน การเข้านอนเร็วขึ้น การรักษาความสะอาดในห้องพัก และการทบทวนบทเรียนวันละนิด เขาทำสิ่งเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ได้หวังผลเลิศเลอในชั่วข้ามคืน แต่เชื่อในพลังของการสะสม

กฎ 1%: พลังดอกเบี้ยทบต้นของชีวิต

การดีขึ้นวันละ 1% อาจดูเหมือนน้อยนิด แต่เมื่อเวลาผ่านไป มันจะกลายเป็นดอกเบี้ยทบต้นของการพัฒนาตัวเอง James Clear เปรียบเทียบว่านิสัยก็เปรียบเสมือนดอกเบี้ยทบต้นของการพัฒนาตัวเอง ถ้าคุณทำตัวให้ดีขึ้นเก่งขึ้นหรือพัฒนาตัวเองขึ้นเพียงแค่วันละ 1% ต่อเนื่องกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปี คุณจะพัฒนาขึ้นจากจุดเริ่มต้นถึง 37 เท่า แต่ในทางกลับกันถ้าคุณปล่อยเนื้อปล่อยตัวทำตัวแย่ลงวันละ 1% ทุกวัน ชีวิตจะถอยหลังลงคลองจนแทบไม่เหลืออะไรเลย

อย่าตั้งเป้าหมาย ให้เปลี่ยนตัวตน

สังคมเรามักจะให้ค่ากับเป้าหมายมากเกินไป แต่ James Clear ชี้ให้เห็นว่าผู้ชนะและผู้แพ้ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกัน สิ่งที่แยกพวกเขาออกจากกันคือระบบและกระบวนการที่พวกเขาทำต่างหาก และที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นคือสิ่งที่ James Clear เรียกว่า Identity based Habits หรือนิสัยที่ยึดโยงกับตัวตน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุดต้องเริ่มเปลี่ยนจากแก่นข้างใน นั่นคือเปลี่ยนที่ตัวตนหรือ Identity ของเรา เปลี่ยนจากสิ่งที่คุณอยากได้เป็นคนแบบที่คุณอยากเป็น

กฎข้อที่ 1: ทำให้เห็นชัด (Make It Obvious)

หัวใจสำคัญของกฎข้อนี้คือเรื่องของ Environment Design หรือการออกแบบสภาพแวดล้อม บ่อยครั้งพฤติกรรมของเราไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจหรือความตั้งใจภายใน แต่มันถูกกำหนดโดยสิ่งที่เรามองเห็นรอบตัว James Clear เคยกล่าวไว้ว่า Environment is the invisible hand that shapes human behavior หรือสภาพแวดล้อมคือมือที่มองไม่เห็นที่คอยปั้นแต่งพฤติกรรมมนุษย์

กฎข้อที่ 2: ทำให้น่าดึงดูด (Make It Attractive)

กฎข้อนี้เล่นกับความรู้สึกของเราโดยตรง นั่นคือ make it attractive หรือทำให้หน้าดึงดูดใจ ซึ่งหัวใจสำคัญของกฎข้อนี้มันเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมองตัวนึงที่ชื่อว่าโดปามีน โดปามีนไม่ได้หลังออกมาแค่ตอนที่เราได้รับรางวัล แต่มันจะพุ่งสูงที่สุดตอนที่เรากำลังคาดหวังว่าจะได้รับรางวัล James Clear แนะนำเทคนิคสุดเจ๋งที่เรียกว่า Temptation Bunderling หรือการจับคู่สิ่งล่อใจ หลักการของมันคือการเอาสิ่งที่คุณต้องทำมามัดรวมไว้กับสิ่งที่คุณอยากทำ

กฎข้อที่ 3: ทำให้ง่ายเข้าไว้ (Make It Easy)

กฎข้อที่ 3 คือ make it easy หรือทำให้มันง่ายเข้าไว้ โดยธรรมชาติของมนุษย์เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจ สมองของเราถูกออกแบบมาให้ประหยัดพลังงาน เรามักจะเลือกทางที่ใช้แรงน้อยที่สุดเสมอ James Clear เลยเสนอวิธีแก้เผ็ดความขี้เกียจนี้ด้วยเทคนิคที่ชื่อว่า The 2 Minute Rule หรือกด 2 นาที กฎนี้ระบุไว้สั้นๆ ว่าเมื่อคุณจะเริ่มสร้างนิสัยใหม่จงทำให้มันใช้เวลาทำน้อยกว่า 2 นาที

กฎข้อที่ 4: ทำให้น่าพึงพอใจ (Make It Satisfying)

กฎข้อที่ 4 คือ Make it satisfying หรือทำให้มันน่าพึงพอใจ ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ธรรมชาติของสมองเรา James Clear บอกไว้ว่ากฎเหล็กของการเปลี่ยนพฤติกรรมคืออะไรที่ทำแล้วได้รับรางวัลทันทีเรามักจะทำซ้ำแต่อะไรที่ทำแล้วถูกลงโทษเราจะหลีกเลี่ยง James Clear แนะนำเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดอันนึงในหนังสือเล่มนี้เรียกว่า Habit Tracker หรือเครื่องมือติดตามนิสัย

หุบเขาแห่งความผิดหวัง

James Clear เรียกปรากฏการณ์ที่หลายครั้งที่เราตั้งใจทำอะไรสักอย่างเราขยันแทบตายแต่ผลลัพธ์มันดูเหมือน 0 ว่า Plateau of Latent Potential หรือเนินราบแห่งศักยภาพที่ซ่อนเร้น กราฟนี้มันอธิบายความเข้าใจผิดของมนุษย์เรา เรามักจะคิดว่าผลลัพธ์มันควรจะมาเป็นเส้นตรงตามความพยายาม แต่ความจริงของการเปลี่ยนแปลงนิสัยมันไม่ใช่แบบนั้น กราฟจริงๆ มันเป็นเส้นโค้ง ช่วงแรกๆ ที่เราลงแรงไปผลลัพธ์มันจะต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนแทบมองไม่เห็น ช่วงว่างระหว่างสิ่งที่เราคาดหวังกับความเป็นจริงตรงนี้แหละครับที่เขาเรียกว่า Valley of Disappointment หรือหุบเหวแห่งความผิดหวัง

บทสรุป: ความลับของความยั่งยืน

James Clear บอกว่าการที่เราหลุดนิสัยไป 1 วันอาจจะเพราะป่วยเพราะงานด่วนหรือเพราะความขี้เกียจเข้าครอบงำชั่วคราวนั่นเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่มื่อไหร่ก็ตามที่เราพลาดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 นั่นไม่ใช่ความบังเอิญแล้วครับแต่มันคือจุดเริ่มต้นของนิสัยใหม่นิสัยที่เรียกว่าการล้มเลิกนั่นเองครับ ดังนั้นหัวใจสำคัญของการกู้คืนระบบไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบครับไม่ใช่ว่าถ้าทำไม่ได้ 100% แล้วจะทิ้งไปเลย กฎเหล็กที่ชื่อว่า Never Miss Twice จะมาช่วยเราตรงนี้

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 เคยไหมครับที่พอถึงช่วงปีใหม่ทีไร[เพลง] เราก็มักจะฮึกเหิมตั้งปณิธานหรือ New Year's Resolution กันยกใหญ่ปีนี้ฉันจะ ลดน้ำหนักให้ได้ 10 กก.หรือปี[เพลง]นี้ ฉันจะเก็บเงินให้ได้ 100,000 บาทแต่พอ ผ่านไปได้แค่ไม่กี่สัปดาห์หรืออย่างเก่ง [เพลง]ก็แค่เดือนกุมภาพันธ์ไฟที่เคยลุก โชนมันกลับมอดลงดื้อแล้วเราก็กลับไปใช้ วิถีชีวิตแบบเดิมกินเหมือนเดิม[เพลง]ใช้ เงินเหมือนเดิมสุดท้ายเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็กลายเป็นแค่ฝันค้างปีคุ้นๆไหครับเชื่อ ไหมครับว่ามีสถิติที่น่า[เพลง]ตกใจบอกว่า คนกว่า 80% ล้มเลิกความตั้งใจปีใหม่ตั้ง [เพลง]แต่เดือนกุมภาพันธ์ พอเป็นแบบนี้เราก็มักจะโทษตัวเองใช่ไหม ครับว่าเรา[เพลง]มันไม่มีวินัยเรามันขี้

0:46 เกียจหรือเรามันดีไม่พอแต่เดี๋ยวก่อนครับ ผมอยากจะบอกข่าวดีกับคุณว่าปัญหาไม่ได้ อยู่ที่ตัวคุณครับแต่อยู่ที่ระบบของคุณ นี่คือ[เพลง]หัวใจสำคัญที่ James Clear ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits พยายามจะ บอกเราครับเขามีประโยคเด็ดที่ผมชอบมากๆ อยู่ประโยคหนึ่งที่บอกว่า Winners [เพลง] and losers have the same goals หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่าผู้ชนะ[เพลง]และ ผู้แพ้ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันลองนึกภาพ ตามนะครับนักกีฬาทุกคนในโอลิมปิกต่างก็ อยากได้เหรียญทองเหมือนกันจริงมั้ครับไม่ มีใครหรอก[เพลง]ครับที่ลงแข่งแล้วบอกว่า ฉันอยากได้ที่โหลหรือถ้ามองให้ใกล้ตัว เข้ามาหน่อยคนที่รวยกับคนที่ถังแตก[เพลง] ต่างก็อยากมีอิสรภาพทางการเงินเหมือนกัน

1:32 ทั้งนั้นถ้าวัดกันที่เป้า[เพลง]หมายทุกคน มีเหมือนกันหมดครับแต่สิ่งที่ทำให้ผล ลัพธ์ต่าง[เพลง]กันไม่ใช่เป้าหมายครับแต่ มันคือระบบที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก [เพลง] James Clear จึงสรุปประโยคที่คม คายที่สุดในเล่มไว้ว่า You do not rise to the level of your goals. You fall to the level of your systems. [เพลง]หรือถ้าแปลให้ได้อารมณ์ แบบไทยๆเราก็คือคุณไม่ได้ประสบความสำเร็จ ตามระดับของเป้าหมายที่คุณตั้งไว้หรอก ครับ[เพลง] แต่คุณจะตกลงมาอยู่ที่ระดับของระบบที่คุณ ทำต่างหากอากถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ชัดเจนขึ้นในบริบทบ้านเรา[เพลง]ผมนึกถึง สุภาษิตไทยคำนึงครับที่ว่าน้ำหยดลงหินทุก วันหินมันยังกร่อนลองคิดดูนะครับการตั้ง

2:17 เป้าหมายมันเหมือนเราอยากให้หินก้อนนั้น แตกออกเป็นเสี่ยงๆด้วยการทุบเปรี้ยง [เพลง]เดี่ยวซึ่งมันยากและเหนื่อยมากแต่ การสร้างระบบคือการเป็นหยดน้ำครับ[เพลง] คือการทำสิ่งเล็กๆซ้ำๆอย่างสม่ำเสมอไม่ ต้องแรงไม่ต้องหวือหวาแต่ทำทุกวันสุดท้าย หินที่ว่าแข็งแกร่งก็ยังแพ้ความสม่ำเสมอ ของหยดน้ำดังนั้นถ้าระบบของคุณคือการอด อาหารอย่างหนักเพื่อให้น้ำหนักลดเร็วๆ ร่างกายคุณก็จะต่อต้านและสุดท้ายคุณก็จะ ตะบะแตกแต่ถ้า[เพลง]ระบบของคุณคือการแค่ เริ่มกินผักเพิ่มขึ้นมื้อละ 1 คำหรือเดิน ขึ้นบันไดแทนลิฟตวันละ 1 ชั้นแต่ทำทุกวัน นั่นแหละครับคือระบบที่จะพาคุณไปสู่เส้น

3:02 ชัย[เพลง]โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัวแล้วระบบ ที่ดีมันหน้าตาเป็นยังไงและเราจะเริ่ม สร้างมันได้ยังไงโดยที่ไม่ต้องฝืนตัวเอง เดี๋ยวเรามาเจาะลึกกันต่อครับฟังดูมีความ [เพลง]หวังขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมครับพอเรา รู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเราแต่อยู่ ที่เราใช้มาตลอด มันเหมือนเราพยายามไขประตู[เพลง]ด้วย กุญแจผิดดอกไขยังไงก็ไม่ออกแถมยังเจ็บมือ เปล่าแต่วันนี้เรากำลังถือลูกกุญแจ[เพลง] ดอกที่ใช่อยู่ในมือแล้วครับยินดีต้อนรับ ทุกท่านเข้าสู่รายการเล่มล่าสุดฟัง หนังสือเปลี่ยนชีวิตพื้นที่ที่เราจะหยิบ ยกเอาหนังสือดีๆมาสกัดแก่นความคิดเปลี่ยน ตัวหนังสือให้เป็นเสียง[เพลง]เปลี่ยนความ รู้ให้เป็นการกระทำเพื่อให้คุณได้

3:49 เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเองในทุกๆ [เพลง]วันครับและเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะ ไม่พลาดเทคนิคดีๆแบบนี้ผมฝากกดติดตามหรือ กด Subscribe ช่องของเราไว้ด้วยนะครับถือ ว่าเป็นการเติมอาหารสมองให้ตัวเองวันละ นิดรับรองว่าคุ้มค่าแน่[เพลง]นอนครับ สำหรับหนังสือ Atomic Habits หรือในชื่อ ไทยว่าเพราะชีวิตดีได้กว่าที่เป็นเล่มนี้ ผมต้องเกริ่นก่อนเลยครับว่ามันไม่ใช่แค่ หนังสือ How to ที่บอกให้คุณสู้ๆนะหรือ ขยัน[เพลง]เข้าไว้เหมือนหนังสือพัฒนาตน เองทั่วๆไปแต่มันเปรียบเสมือนคู่มือ วิศวกรรมชีวิตที่มีหลัก >> [เพลง] >> ฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับไม่ว่าจะเป็น จิตวิทยาปราสาทวิทยาที่เจมส์[เพลง] เคลียร์เขาได้รวบรวมมาเพื่อไขความลับ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณเรากำลังจะมา

4:35 คุยกันถึงเรื่องของพลังเล็กๆครับพลังที่ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเหมือนกับชื่อ หนังสือคำว่า Atomic หรืออะตอมนั่นแหละ ครับ[เพลง]มันเล็กจิ๋วมองแทบไม่เห็นแต่ เมื่อมันมารวมตัวกันมันกลับกลายเป็นสสาร [เพลง]ที่แข็งแกร่งหรือระเบิดพลังงาน มหาศาลออกมาได้นิสัยของเราก็เช่นกันครับ ถ้าคุณพร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการสร้าง ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จากจุดเริ่ม ต้นที่เล็กที่สุดและถ้าฟังแล้วรู้สึกว่า เล่มนี้แหละใช่เลยอยากจะได้เล่มจริงมา อ่านขยายความหรือซื้อไปฝากคนที่คุณรักผม ได้แปะลิงก์สำหรับสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้ ไว้ให้ในคำบรรยายด้านล่างเรียบร้อยแล้วนะ ครับ[เพลง]สะดวกช่องทานไหนก็ลองกดเข้าไป ดูกันได้เลยเอาล่ะครับถ้าพร้อมแล้วเรามา

5:21 ดูกันดีกว่าว่าเจ้าพลังเล็กๆที่ว่านี้มัน จะเปลี่ยน[เพลง]ชีวิตเราได้อย่างไรก่อน ที่เราจะไปเจาะลึกถึงเทคนิคต่างๆผมอยากจะ ขอพาคุณผู้ฟังย้อนเวลากลับไปสักนิดครับไป ทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของหนังสือ เล่มนี้เพราะสิ่งที่ทำ[เพลง]ให้ Atomic Habits ทรงพลังและแตกต่างจากหนังสือ How to ทั่วไปก็คือเรื่องราวของผู้เขียน [เพลง]อย่างคุณ James Clear นี่แหละครับ มันไม่ใช่ทฤษฎีสวยหรูที่เขานั่งคิดเองเออ เองในห้องแอร์เย็นเย็นแต่[เพลง]มันคือบท เรียนที่เขาแลกมาด้วยเลือดด้วยความเจ็บ ปวดและเกือบจะต้องแลกด้วยชีวิตของเขาเอง ลองจินตนาการดูนะ[เพลง]ครับย้อนกลับไป สมัยที่เจมส์เคลียร์ยังเป็นนักเรียนมัธยม ปลาย[เพลง]วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการ เรียนปี 2 เขากำลังเล่นเบสบอลอยู่กับ

6:07 เพื่อนๆตามปกติแต่แล้วจู่ๆเหตุการณ์ไม่ คาด[เพลง]ฝันก็เกิดขึ้นครับเมื่อเพื่อน ร่วมทีมคนหนึ่งเหวี่ยงไม้เบสบอลเต็มแรง แต่[เพลง]ไม้เกิดหลุดมือลอยละเลี่ยวเข้า มาฟาดที่ใบหน้าของเจมสเคลียร์อย่างจัง [เพลง]ตรงหว่างคิ้วพอดีเป๊ะคุณผู้ฟังครับ แรงกระแทกขนาดนั้นมันทำให้จมูกของเขาหัก ละเอียดจนเป็นรูปตัว U กะโหลกศีรษะร้าว หลายแห่งและที่[เพลง]น่ากลัวที่สุดคือ สมองของเขาบวมเป่งจนเกิดอาการชักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าจนแพทย์[เพลง]ต้องตัดสินใจส่งเขา ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินเพื่อไปผ่าตัด ด่วนและต้องทำให้เขาอยู่ในภาวะโคม่าเพื่อ รักษาชีวิตเอาไว้จากเด็กหนุ่ม[เพลง]นัก กีฬาอนาคตไกลตื่นมาพบว่าโลกทั้งใบเหมือน พังทลายลงตรงหน้าการมองเห็นของเขามีปัญหา

6:54 แค่จะเดินให้ตรงทางยังเป็นเรื่องยาก [เพลง]ไม่ต้องพูดถึงการกลับไปเล่นกีฬาเลย ครับเขาต้องพักการเรียนต้องหัด[เพลง]เดิน หัดทำกิจวัตรประจำวันใหม่หมดเหมือนต้อง รีสตาร์ทชีวิตนับ 1 ไมลและตรง[เพลง]จุด ที่ต่ำที่สุดในชีวิตนี่แหละครับคือจุด กำเนิดของปรัชญา Atomic Habits เมื่อเขา ได้รับโอกาสให้กลับไปเรียนต่อในระดับ มหาวิทยาลัย[เพลง]ที่ Denison University เขาไม่ได้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายโตว่าจะ ต้องกลับไปเป็นซุเปอร์สตาร[เพลง] ทันทีเพราะเขารู้ดีว่าร่างกายเขายังไม่ ไหวเขาจึงเลือกที่จะโฟกัสไปที่สิ่งเดียว ที่เขาพอจะควบคุมได้นั่นก็คือกิจวัตรเล็ก ๆในแต่ละวันครับเขาเริ่มจากการจัดเตียง นอนให้เรียบร้อยทุกเช้าฟังดูเป็นเรื่อง เล็กน้อยมากใช่ไหมครับเหมือนที่ผู้ใหญ่

7:40 บ้านเราชอบสอนให้เก็บที่นอนนั่นแหละครับ แต่สำหรับ[เพลง] James เคลียร์ในตอนนั้น การเห็นเตียงที่เรียบร้อยมันคือชัยชนะ เล็กๆครั้งแรกของวันครับมันบอกเขาว่า อย่าง[เพลง]น้อยเขาก็ควบคุมชีวิตตัวเอง ได้ 1 อย่างแล้วจากนั้นเขาก็เริ่มสร้าง นิสัยอื่นๆตาม[เพลง]มาเช่นการเข้านอนให้ เร็วขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็ม ที่การ[เพลง]รักษาความสะอาดในห้องพักการ ทบทวนบทเรียนวันละนิดเขาทำสิ่งเหล่านี้ อย่างสม่ำเสมอ[เพลง]ไม่ได้หวังผลเลิศเลอ ในชั่วข้ามคืนแต่เขาเชื่อในพลังของการ สะสมเขาเรียกกระบวนการนี้ว่าการสะสม 1% หรือการดีขึ้นวันละ 1% ผลลัพธ์นั่นแหละ ครับด้วยพลังของนิสัยเล็กจิ๋วเหล่านี้ภาย ในไม่กี่ปีJจมส์เคลียร์[เพลง]พลิกฟื้นจาก

8:26 คนที่เคยสมองบวมจนเดินเซกลายมาเป็นนัก กีฬาระดับมหาวิทยาลัย[เพลง] และได้รับเลือกให้เป็น Academic All American หรือนักกีฬาที่มีผลการเรียนดี [เพลง]เยี่ยมระดับประเทศซึ่งมีเพียงไม่ กี่คนเท่านั้นที่จะทำได้เรื่องราวนี้ พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนเลยครับว่าทฤษฎีใน หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องเพล้อฝันแต่ [เพลง]มันคือศาสตร์เห็นการกอบกู้ชีวิตที่ ผ่านการพิสูจน์มาแล้วจากประสบการณ์จริง ว่าแม้แต่คนที่เริ่มต้นจากจุดที่ติดลบก็ สามารถกลับ[เพลง]มาผงาดได้เพียงแค่เข้าใจ พลังของสิ่งเล็กๆที่เรียกว่านิสัยแล้วถ้า คนๆนึงที่เคยบาดเจ็บสาหัส[เพลง]ขนาดนั้น ยังใช้หลักการนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ผม เชื่อว่า[เพลง]คุณและผมก็สามารถทำได้เช่น กันครับทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่ากฎ

9:13 เหล่า[เพลง]นั้นที่เจมส์เคลียร์ค้นคบมัน มีอะไรบ้าง จากเรื่องราวของคุณJจames Clear เราจะ เห็นคีย์เวิร์ด[เพลง]คำนึงที่สำคัญมากๆ ที่ผมทิ้งท้ายไว้เมื่อกี้นั่นคือคำว่าดี ขึ้นวันละ 1% ครับหลาย[เพลง]คนอาจจะสงสัย นะครับว่าแค่ 1% เนี่ยมันจะไปช่วยอะไรได้ จริงหรือมันดูน้อยนิดจนแทบไม่มีความหมาย เลยใช่ไหมครับถ้าเปรียบเทียบ[เพลง]กับการ สอบก็เหมือนเราทำคะแนนเพิ่มขึ้นแค่เสี้ยว คะแนนหรือถ้าเปรียบกับการลดน้ำหนัก[เพลง] ก็เหมือนน้ำหนักหายไปแค่ขีดเดียวแต่ James Clear เขาเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจมาก ครับ[เพลง]ว่านิสัยก็เปรียบเสมือนดอก เบี้ยทบต้นของการพัฒนาตัวเองครับคุ้นๆคำ ว่าดอกเบี้ยทบต้นกันมครับใครที่วางแผนการ

9:58 เงินคงจะทราบดีว่าพลังของมันมหาศาลขนาด ไหนไอนสไตนยังเคยยกย่องให้เป็นสิ่ง มหัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลกเลยทีเดียว ครับนิสัยของเราก็ทำงานแบบนั้นเป๊ะเลย ครับลองจินตนาการเป็นตัว[เพลง]เลขทาง คณิตศาสตร์ดูนะครับเพื่อให้เห็นภาพชัด ขึ้นถ้าคุณทำตัวให้ดีขึ้นเก่งขึ้นหรือ พัฒนาตัวเองขึ้นเพียงแค่วันละ 1% ต่อ เนื่องกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปีหรือ 365 วันตัวเลขทางคณิตศาสตร์คือ 1.01 ^ 365 คุณผู้ฟังเชื่อไหมครับว่าผลลัพธ์ที่ได้ คือ 37.78 78 นั่นหมายความว่าเมื่อสิ้น ปีคุณจะพัฒนาขึ้นจากจุดเริ่มต้นถึง 37

10:44 เท่าเลยทีเดียวครับแต่ในtimeม[เพลง]กลับ กันเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอครับถ้าคุณ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวทำตัวแย่ลงวันละ 1% ทุกวันหรือคิดว่าวันนี้ขี้เกียจหน่อยคง ไม่เป็นไรหรอกตัวเลขคือ 0.99 ^ [เพลง] 365 ผลลัพธ์จะดิ่งลงจนเหลือ เพียง 0.03 03 หรือเรียกง่ายๆว่าแทบจะ ไม่เหลืออะไรเลยชีวิตถอยหลังลงคลองจน เกือบถึง 0 ฟังดูเป็นทฤษฎีตัวเลข[เพลง] ที่น่าเหลือเชื่อใช่ไหมครับงั้นเราลองมา มองในบริบทแบบไทยๆบ้านเรากันดูครับให้ เห็นภาพในชีวิตจริงสมมุติเรื่องการเก็บ ออมก็ได้ครับเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนตั้ง ปณิธานไว้ทุกปีถ้าวันนี้คุณเริ่มหยอด กระปุกออมสินหรือโอนเงินเข้าบัญชีเงิน

11:31 [เพลง]ฝากแค่วันละ 20 บาทวันแรกเงิน 20 บาทมันดูน้อยนิดมากครับ[เพลง]สมัยนี้เดิน เข้าร้านสะดวกซื้อน้ำหวานสักแก้วยังแทบ ไม่พอหรือ[เพลง]จะเอาไปซื้อข้าวกะเพราสัก จานก็ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำการเก็บเงิน 20 บาทในวันนี้พรุ่งนี้คุณก็ยัง[เพลง]ไม่ได้ กลายเป็นเศรษฐีสัปดาห์หน้าคุณก็ยังไม่ได้ มีเงินก้อนโตผลลัพธ์มันดูเหมือนไม่มีอะไร เกิดขึ้นเลยใช่ไหมครับ[เพลง]และนี่แหละ ครับคือกับดักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเลิก เพราะเราไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในทันที หรืออย่างเรื่องการอ่านหนังสือถ้าคุณ [เพลง]ตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือให้จบเล่ม หนาๆภายในวันเดียวคุณอาจจะทำไม่ไหวแล้วก็ ท้อไปก่อน[เพลง]แต่ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นอ่าน แค่วันและหน้าหรืออ่านแค่ตอนนั่งรถไฟฟ้า

12:17 [เพลง]กลับบ้านวันแรกคุณอาจจะรู้สึกว่า อ่านแค่นี้จะได้เรื่องอะไร[เพลง]แต่เมื่อ เวลาผ่านไปครับเหมือนกราฟที่ค่อยๆไต่ ระดับขึ้นพอผ่านไปสัก 1 ปีเงิน 20 [เพลง] บาทที่คุณมองข้ามมันจะกลายเป็นเงินก้อน หลายพันโดยที่คุณไม่รู้ตัวความรู้จากการ อ่านวันละหน้าจะ[เพลง]สะสมจนคุณกลายเป็น คนที่รอบรู้และมีมุมมองที่เฉียบคมขึ้น อย่างมหาศาลนี่แหละครับคือสิ่งที่หนังสือ เล่มนี้พยายามจะบอกเรา[เพลง]ความสำเร็จ ที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลง แบบพลิกฝ่ามือเพียงครั้งเดียวแต่มัน [เพลง]เกิดจากพลังของสิ่งเล็กๆที่เราทำ ซ้ำๆจนกลายเป็นดอกเบี้ย[เพลง]ทบต้นที่คืน กำไรให้ชีวิตเราอย่างประเมินค่าไม่ได้แต่ ก็นั่งนั่น[เพลง]แหละครับปัญหามันอยู่ที่

13:04 ว่าในช่วงเริ่มต้นที่กราฟมันยังไม่พุ่ง ขึ้นนี่สิครับเรามัก[เพลง]จะท้อแท้และถอด ใจไปซะก่อนเพราะเราติดอยู่กับสิ่งที่ เจมส์เคลียร์เรียกว่าหุบเหวแห่งความผิด หวังเจ้าหุบเหวที่ว่านี้มันคืออะไรแล้ว เราจะก้าวข้ามมันไปได้อย่าง[เพลง]ไรเพื่อ ให้ไปถึงวันที่กราฟชีวิตพุ่งทะยาน 37 เท่าเดี๋ยวเรามาไขคำตอบกันต่อครับก่อนที่ เราจะก้าวข้ามหุบเหวแห่งความผิดหวังไปได้ เราต้องมาทำความเข้าใจกับดักที่ใหญ่ที่ สุดที่พวกเราส่วนใหญ่ติด[เพลง]กันงอมแงม ก่อนครับนั่นคือเรื่องของการตั้งเป้าหมาย ครับคุณผู้ฟังเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเรา ตั้งปณิธานปีใหม่กันทุกปีเขียนโกสกันสวย หรูแต่[เพลง]สุดท้ายก็ล้มเลิกไปกลางคัน

13:49 James เคลียร์เขาชี้ให้เห็นจุดบอร์ดที่ น่าสนใจมากครับเขาบอกว่าสังคมเรามักจะให้ ค่ากับเป้าหมายมากเกินไปครับเราถูกสอนมา ตลอดว่า[เพลง]อยากประสบความสำเร็จต้อง ตั้งเป้าให้ชัดอยากรวยต้องตั้งเป้าว่าจะ มีเงินกี่ล้านอยากหุ่นดีต้องตั้งเป้าว่า จะหลดกี่กิโลแต่ความเป็นจริงที่เจ็บปวดก็ คือผู้ชนะ[เพลง]และผู้แพ้ต่างก็มีเป้า หมายเดียวกันครับลองนึกภาพการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกดูนะครับหรือเอาใกล้ตัวหน่อย อย่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือการสมัคร งานก็ได้ครับผู้สมัครทุกคนนัก[เพลง]กีฬา ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากได้ เหรียญทองอยากสอบติด[เพลง]อยากได้งานนั้น จริงมั้ครับถ้าเป้าหมายคือปัจจัยแห่งความ

14:36 สำเร็จจริง[เพลง]งั้นทุกคนที่มีเป้าหมาย เดียวกันก็ควรจะประสบความสำเร็จเหมือนกัน สิครับแต่ในความจริงมันไม่ใช่แบบ[เพลง] นั้นดังนั้นเป้าหมายจึงไม่ใช่สิ่งที่แยก คนสำเร็จออกจากคนล้มเหลวครับแต่สิ่งที่ แยกพวกเขาออกจากกันคือระบบและ[เพลง] กระบวนการที่พวกเขาทำต่างหากและที่ลึก ซึ้งไปกว่านั้นคือสิ่งที่ James Clear เรียกว่า[เพลง] Identity based Habits หรือนิสัยที่ยึดโยงกับตัวตนครับตรงนี้ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของหนังสือเล่ม นี้เลยนะครับ[เพลง]คนส่วนใหญ่มักจะพยายาม เปลี่ยนนิสัยโดยโฟกัสที่ผลลัพธ์หรือสิ่ง ที่เราอยากได้เช่นฉันอยากผอมฉันอยากรวย ฉันอยาก[เพลง]เลิกบุหรี่อันนี้คือการ เปลี่ยนจากเปลือกนอกครับแต่เจมส์เคลียร์

15:22 เสนอว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุด ต้องเริ่มเปลี่ยนจากแก่นข้างใน[เพลง]นั่น คือเปลี่ยนที่ตัวตนหรือ Identity ของเรา ครับเปลี่ยนจากสิ่งที่คุณอยากได้[เพลง] เป็นคนแบบที่คุณอยากเป็นฟังดูอาจจะยังงงๆ ผมขอยกตัวอย่างคลาสสิคจากในหนังสือเลยนะ ครับเรื่องของการเลิกบุหรี่สมมุติมีคน 2 คนกำลังพยายาม[เพลง]เลิกบุหรี่เหมือนกัน แล้วมีเพื่อนยื่นบุหรี่มาให้คนแรกตอบว่า ไม่ล่ะครับ[เพลง]ขอบคุณพอดีผมกำลังพยายาม เลิกบุหรี่อยู่[เพลง]ฟังดูเหมือนจะเป็นคำ ตอบที่ดีใช่ไหมครับแต่นัยยะแฝงของประโยค นี้คือเขายังมองว่าตัวเองเป็นคนสูบบุหรี่ ที่กำลังพยายามฝืน[เพลง]ใจทำสิ่งที่ขัด กับตัวตนอยู่ซึ่งสุดท้ายพอความอดทนหมดลง

16:10 เขาก็จะกลับไปสูบเหมือนเดิมครับแต่มาดูคน ที่ 2 ครับ[เพลง]เมื่อถูกยื่นบุหรี่ให้ เขาตอบสั้นๆว่าไม่ล่ะครับขอบคุณผมไม่ใช่ คนสูบบุหรี่เห็นความ[เพลง]แตกต่างมั้ครับ ประโยคสั้นๆนี้ธงพลังมากนะครับมันคือการ [เพลง]เปลี่ยนจุดยืนเปลี่ยนตัวตน เขาไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นคนสูบบุหรี่ที่ กำลังพยายามเลิกอีกต่อไปแล้วแต่เขานิยาม ตัวเองใหม่ไปแล้วว่าฉัน[เพลง]คือคนไม่สูบ บุหรี่และคนไม่สูบบุหรี่ก็ไม่ต้องใช้ความ พยายามอะไรในการปฏิเสธบุหรี่เพราะมันไม่ ใช่สิ่งที่เขาทำหรืออย่างเรื่องการออก กำลังกายก็เหมือนกันครับแทนที่คุณจะตั้ง เป้าหมายว่า[เพลง]ฉันอยากวิ่งมาราธอนให้ จบหรือฉันจะวิ่งให้ได้ 10 ก.ซึ่งเป็น

16:56 เรื่องของ[เพลง]ผลลัพธ์ให้คุณเปลี่ยนวิธี คิดใหม่ครับบอกกับตัวเองว่าฉันคือนักวิ่ง เมื่อคุณเชื่อว่าคุณคือนักวิ่งคุณจะไม่ ต้องมานั่งเถียงกับตัวเองตอน[เพลง]เช้า ว่าจะตื่นไปวิ่งดีไหมเพราะนักวิ่งเขาทำ กันเป็นปกติครับเหมือนเวลาเราแปรงฟัน [เพลง]เราไม่ต้องใช้ความพยายามเพราะเรา คือคนที่รักความสะอาดแนวคิดนี้มันเปลี่ยน เกมเลยนะครับ[เพลง]เพราะพฤติกรรมที่ไม่ สอดคลองกับตัวตนจะคงอยู่ได้ไม่นานครับคุณ อาจจะมีแรงฮึดเข้ายิมได้[เพลง]สักอาทิตย์ 2 อาทิตย์เพราะอยากขุ่นดีแต่ถ้าลึกๆแล้ว คุณยังมองว่าตัวเองเป็นคนขี้เกียจ[เพลง] ที่ชอบนอนดูซีรียส์สุดท้ายแรงโน้มถ่วงของ ตัวตนเดิมก็จะดึงคุณกลับไปที่โซฟาตัวเดิม อยู่ดีคำถามสำคัญต่อมาก็คือ[เพลง]แล้วเรา

17:44 จะสร้างตัวตนใหม่นี้ขึ้นมาได้อย่างไรเรา จะเปลี่ยนจากคนขี้[เพลง]เกียจให้กลายเป็น คนขยันเปลี่ยนจากคนวันประกันพรุ่งเป็นคน ที่มีวินัยได้จริงหรือเจมส์เคลียร์บอกว่า ทำได้ครับและ[เพลง]วิธีการสร้างหลักฐาน เพื่อยืนยันตัวตนใหม่นี้มันกลับไปเชื่อม โยกับเรื่องกฎ 4 ข้อของการสร้างนิสัยที่ เรา[เพลง]กำลังจะเจาะลึกกันต่อไปครับกฎ ข้อแรกที่จะทำให้การสร้างนิสัยเป็นเรื่อง ง่ายจนคุณคาดไม่ถึงมันเริ่มจากสัญญาณ เตือนเล็กๆที่เราอาจ[เพลง]มองข้ามไปมัน คืออะไรนั้นเดี๋ยวกลับมาคุยกันต่อครับยิน ดีต้อนรับกลับมาครับอย่างที่ผมเกริ่น [เพลง]ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ ว่าเรากำลังจะเข้าสู่ภาคปฏิบัติกันแล้ว ครับ[เพลง]เพราะแนวคิดเรื่องตัวตนจะแข็ง

18:30 แรงได้มันต้องมีหลักฐานจากการลงมือทำครับ [เพลง]และบันไดขั้นแรกที่ James Clear แนะนำให้เราก้าวขึ้นไปคือกฎข้อที่ 1 ที่ ชื่อว่า Make It Obvious หรือทำให้มัน เห็นชัด[เพลง]เจนครับหัวใจสำคัญของกฎข้อ นี้คือเรื่องของ Environment Design หรือการออกแบบสภาพแวดล้อมครับคุณผู้ฟัง เชื่อมครับว่าบ่อยครั้งพฤพฤติกรรมของเรา ไม่[เพลง]ได้เกิดจากแรมจูงใจหรือความตั้ง ใจภายในหรอกครับแต่มันถูกกำหนดโดยสิ่ง [เพลง]ที่เรามองเห็นรอบตัวต่างหาก James Clear เคยกล่าวไว้ว่า Environment is the invisible hand that shapes human behavior หรือสภาพแวดล้อมคือมือ ที่มองไม่เห็นที่คอยปั้น[เพลง]แต่ง พฤติกรรมมนุษย์ครับลองนึกภาพตามสไตล์คน

19:17 ไทยเรานะครับเวลาเราเดินเข้าห้าง สรรพสินถาหรือเดินเข้า 7-EL ทำไมสินค้าลด ลดราคาหรือขนมขบเขียวถึงต้องวางอยู่ตรง ทางเดินหรือตรงเคาน์เตอร์จ่ายเงิน[เพลง] เพราะเขาต้องการใช้หลักการนี้ล่ะครับทำ ให้มันเห็นชัดที่สุดแล้วเราก็จะหยิบมัน โดยไม่รู้ตัวทีนี้เราจะเอาหลักการนี้มา ใช้สร้าง[เพลง]นิสัยดีๆให้กับตัวเราเอง ได้อย่างไรขอยกตัวอย่างเรื่องยอดฮิต [เพลง]ที่หลายคนตั้งใจทำคือเรื่องการดื่ม น้ำครับหลายคนบ่นว่าดื่มน้ำน้อยผิวแห้ง [เพลง]ไม่สดชื่นพยายามตั้งนาฬิกาเตือนก็ แล้วแต่ก็ยังลืม James [เพลง]เคลียร์บอก ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณความจำสั้นครับ แต่อยู่ที่ขวดน้ำของคุณมันซ่อนตัวอยู่ถ้า

20:03 คุณ[เพลง]ทำงานออฟฟิศแล้วขวดน้ำวางอยู่ ที่มุมห้องหรือต้องเดินไปกดที่ตู้กดน้ำ ทุกครั้งเชื่อเถอะครับ[เพลง]ว่าความขี้ เกียจจะชนะเสมอแต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนใหม่ ออกแบบสภาพแวดล้อมใหม่ด้วยการ[เพลง] เตรียมน้ำขวดใหญ่ๆมาวางไว้บนโต๊ะทำงานเลย ครับวางไว้ข้างๆจอคอมพิวเตอร์ให้เห็นเด่น เป็นสง่าให้มันกระแทก[เพลง]ตาคุณทุกครั้ง ที่เงยหน้าขึ้นมาเชื่อไหมครับว่าคุณจะ เผลอหยิบน้ำขึ้นมาจิบโดยอัตโนมัติ[เพลง] โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยนี่แหละครับ พลังของคำว่า Make it obvious [เพลง] หรืออีกตัวอย่างนึงที่เห็นภาพชัดมาก สำหรับสายดนตรีครับสมมุติ[เพลง]คุณอยาก ฝึกเล่นกีตาร์ซื้อกีตาร์มาตัวละเป็นหมื่น แต่เล่นได้แค่อาทิตย์เดียวก็วางทิ้ง [เพลง]ไว้ลองสำรวจดูสิครับว่าตอนนี้

20:51 กีตาร์ของคุณอยู่ที่ไหนถ้า[เพลง]คำตอบคือ เก็บใส่เคสรูดซิปอย่างดีวางไว้ในตู้หรือ ซุกไว้ใต้[เพลง]เตียงนั่นแหละครับคือ สาเหตุที่ทำให้คุณไม่ได้ซ้อมเพราะการที่ คุณจะเล่นมันได้คุณต้องเดินไปเปิดตู้หยิบ เคสออกมารูดซิปหยิบกีตาร์ขั้นตอนมันเยอะ เกินไปครับ[เพลง]สมองเรามันขี้เกียจโดย ธรรมชาติเพราะเห็นความยุ่งยากปุบมันสั่ง ให้เราไปนอนดูมือถือแทน[เพลง]ทันทีวิธี แก้คือเอากีตาร์ออกมาครับซื้อขาตั้ง กีตาร์มาวางไว้กลางห้องนั่งเล่นเลยครับ เอาให้มันเป็นสิ่งแรกที่คุณเห็นเวลาเดิน เข้าห้องเมื่อกีตาร์[เพลง]ตั้งตระงานอยู่ ตรงหน้ามันคือการส่งสัญญาณเรียกคุณให้ไป จับมันแค่คุณจับมันขึ้นมาดีดเล่นสัก 2-3

21:36 นาทีนั่นก็นับเป็นชัยชนะของการสร้างนิสัย แล้วครับและเมื่อเราจัดสภาพแวดล้อมให้ เอื้อต่อการกระทำแล้วอีกเทคนิคหนึ่งที่ James Clear แนะนำและผมชอบมากคือเทคนิค ที่เรียกว่า Habit Stacking หรือการต่อ ขบวน[เพลง]นิสัยครับเทคนิคนี้พัฒนามาจาก งานวิจัยของศาสตราจารย์BJฟ Fox จาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดหลักการมันง่ายมาก ครับคือการเอานิสัยใหม่ที่เรา[เพลง]อยาก สร้างไปผูกไว้ต่อท้ายนิสัยเก่าที่เราทำ เป็นกิจวัตรอยู่แล้ว[เพลง] สูตรของมันคือหลังจากทำนิสัยปัจจุบันฉัน จะ[เพลง]ทำนิสัยใหม่ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผล เพราะสมองของคนเรามีการเชื่อมโยงเส้น ประสาทที่แข็งแรงอยู่แล้วสำหรับพฤติกรรม เดิมๆที่เราทำทุกวันครับไม่ว่าจะเป็นการ

22:23 ตื่นนอน[เพลง]การแปรงฟันหรือการชงกาฟาตอน เช้าการเอานิสัยใหม่ไปแปะไว้ก็เหมือนกับ การพ่วงตู้รถไฟขบวน[เพลง]ใหม่ไปกับหัวรถ จักรที่กำลังวิ่งอยู่แล้วนั่นเองครับลอง มาดูตัวอย่างแบบไทยๆที่เราเอาไปปรับใช้ ได้จริง[เพลง]นะครับสมมุติคุณอยากเริ่ม นั่งสมาธิแต่อ้างว่าไม่มีเวลาหรือลืมตลอด [เพลง]ลองใช้สูตร Habit Stacking ดูครับ หลังจากฉันชงกาแฟเสร็จแล้วฉัน[เพลง]จะ นั่งสมาธิ 1 นาทีสังเกตไหมครับเราไม่ได้ บอกว่าจะนั่งสมาธิ[เพลง] 1 ชมงเอาแค่ 1 นาทีพอแต่เอาไปผูกไว้กับกิจกรรมที่[เพลง] คุณต้องทำทุกเช้าคือการชงกาแฟหรือถ้าคุณ อยากเริ่มทาครีมกันแดดให้เป็นนิสัย[เพลง] หลังจากฉันแปรงฟันตอนเช้าเสร็จฉันจะทา

23:09 ครีมกันแดดทันทีให้การวางแปรงสีฟันเป็น สัญญาณเริ่มของการหยิบหลอดครีมการทำแบบ นี้จะช่วยปิด[เพลง]ช่องว่างของการผัดวัน ประกันพรุ่งครับเพราะมันมีจังหวะที่ชัด เจนว่าต้องทำตอนไหนไม่ใช่แค่บอกลอยๆว่า เดี๋ยวจะทำพอเห็นภาพใช่ไหมครับกฎข้อแรก คือการทำให้สัญญาณมันชัดเจนที่[เพลง]สุด ทั้งผ่านการจัดวางสิ่งของรอบตัวและการวาง เงื่อนไขเวลาที่แน่นอนแต่เหรียญ[เพลง] ย่อมมี 2 ด้านเสมอครับในเมื่อเราใช้สิ่ง แวดล้อมกระตุ้นให้เกิดนิสัยดีได้สิ่งแวด ล้อมแบบไหนกันนะที่กำลังกระตุ้นให้เรา เกิดนิสัย[เพลง]แย่ๆโดยไม่รู้ตัวและเราจะ กำจัดตัวกระตุ้นเหล่านั้นออกไปได้อย่าง เดี๋ยวช่วงหน้าเรามาคุยกันเรื่องการหัก ดิบนิสัยเสียด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพแวด

23:55 ล้อมกันครับกลับมาต่อกันครับจากช่วงที่ แล้วเราคุยกันเรื่องการมองเห็นหรือกฎข้อ ที่ 1 ไปแล้วคราวนี้เราจะขยับเข้า[เพลง] มาสู่กฎข้อที่ 2 ที่เล่นกับความรู้สึกของ เราโดยตรงครับนั่นคือ make it attractive [เพลง] หรือทำให้หน้าดึงดูดใจซึ่งหัวใจสำคัญของ กฎข้อนี้มันเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมอง ตัวนึงที่ชื่อว่าโดปามีนครับหลายคนอาจจะ เคยได้ยินคำนี้และเข้าใจว่ามันคือสารแห่ง ความสุขแต่จริงๆแล้วเจมส์เคลียร์อธิบาย ไว้ในหนังสือว่าโดปามีน[เพลง] ไม่ได้หลังออกมาแค่ตอนที่เราได้รับรางวัล นะครับแต่มันจะพุ่งสูงที่สุดตอนที่เรา กำลังคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลต่างหากลอง

24:40 นึกภาพตามนะครับเวลาเราเห็นแจ้งเตือน Line เด้งขึ้นมาหรือ[เพลง]เห็นป้ายเซลล์สีแดง ในห้างสรรพสินค้าใจเรามันเต้นตึกตักมือ เรา[เพลง]อยากจะกดเข้าไปดูความรู้สึกอยาก รู้อยากเห็นหรือความกระสี่แหละครับคือฝี มือของโดปามีน[เพลง]มันคือสารที่ขับ เคลื่อนให้เราลงมือทำพฤติกรรมต่างๆเพื่อ ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการคำถามคือเราจะ แฮกกลไกสมองตรงนี้มาใช้สร้างนิสัยดีๆที่ น่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องน่าทำได้[เพลง] อย่างไร James Clear แนะนำเทคนิคสุดเจ๋ง ที่เรียกว่า Temptation Bunderling หรือ แปลเป็นไทยง่ายๆว่าการจับคู่สิ่งล่อใจ ครับ[เพลง]หลักการของมันคือการเอาสิ่งที่ คุณต้องทำมามัดรวมไว้กับสิ่งที่[เพลง]คุณ

25:25 อยากทำสมการง่ายๆคือฉันจะทำสิ่งที่ชอบก็ ต่อเมื่อได้ทำสิ่งที่ต้องทำแล้วเท่านั้น ตัวอย่างคลาสสิคที่หนังสือยกมาเป็นเรื่อง ของนักศึกษาวิศวะคน[เพลง]หนึ่งที่ติดดู Netflix มากแต่ก็รูปร่างอ้วนฉุเพราะไม่ ออกกำลังกายเขาเลยเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อ จักรยานออกกำลังกายเข้า[เพลง]กับแลปท็อป โดยตั้งเงื่อนว่า Netflix จะเล่นก็ต่อ เมื่อเขาปั่นจักรยาน[เพลง]ด้วยความเร็ว ที่กำหนดเท่านั้นถ้าหยุดปั่นหนังก็หยุด เล่นผลคือเขาผอมเพรียวพร้อมกับดูหนังจบไป หลายเรื่องเลยครับทีนี้ลอง[เพลง]มาปรับ ใช้ในบริบทคนไทยบ้านเราดูบ้างนะครับเชื่อ ว่าหลายท่านติดซีรียส์ใช่ไหมมัครับไม่ว่า จะซีรียส์เกาหลีที่กำลังฮิตหรือละครหลัง ข่าวที่กำลังเข้มข้นปกติ[เพลง]

26:12 เรามักจะนอนดูสบายๆบนโซฟาลองเปลี่ยนดูไหม ครับสร้างกดเหล็กให้ตัวเองเร็วว่าฉัน อนุญาตให้ตัวเองดูซีรียส์เรื่องโปรดได้ เฉพาะตอนที่เดินหรือวิ่งบนลู่วิ่งเท่า นั้นลองจินตนาการ[เพลง]ดูสิครับตอนที่พระ เอกกำลังจะบอกรักนางเอกหรือตอนที่ตัวร้าย กำลังจะถูก[เพลง]จับได้คุณจะหยุดวิ่งไม่ ได้เลยครับเพราะคุณอยากรู้ตอนต่อไปใจจะ ขาดกลายเป็นว่า[เพลง]จากที่เคยขี้เกียจ ออกกำลังกายคุณจะรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด วิ่งเพื่อที่จะได้ดูซีรียส์ต่อนี่แหละ ครับคือ[เพลง]การเอาความอยากมาเป็นตัว ประกันหรืออีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับงานบ้าน ที่น่าเบื่อกองจานที่รอให้ล้างหรือกองผ้า ที่รอให้รีดเห็นแล้วถอนหายใจใช่ไหมครับ ลอง[เพลง]ใช้สูตรนี้ดูครับฉันจะฟังพcสราย

26:57 การโปรดหรือฟัง The Ghost Radi เรื่อง ใหม่เฉพาะตอนที่ล้างจานหรือรีดผ้าเท่า นั้นพอเราทำแบบนี้สมองเราจะเริ่มเปลี่ยน การจดจำครับจากที่เคยจำว่าการล้าง[เพลง] จานเท่ากับความน่าเบื่อสมองจะเริ่มเชื่อม โยงใหม่เป็นการล้างจานช่วงเวลาที่จะได้ ฟังเรื่องผีสุดตื่นเต้นกลายเป็นว่าบางที เราอาจจะเผลอรอคอยเวลาที่จะได้ทำงานบ้าน ด้วยซ้ำเพราะอยากฟังตอนต่อไปแล้วนี่คือ พลังของ Temptation Bundling ครับการ เปลี่ยนยาขมให้เคลือบด้วยน้ำตาลทำให้การ เริ่มต้นนิสัยยากๆ[เพลง]กลายเป็นเรื่อง ที่เย่ายวนใจมากขึ้นแต่แน่นอนครับว่าการ สร้างความอยากเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ถ้าขั้นตอนการทำมันยากเกินไปเราก็อาจจะ ถอดใจอยู่ดีในช่วงหน้าเราจะมาพูดถึงกฎข้อ

27:43 ที่[เพลง] 3 Make it Easy ทำอย่างไร ให้พฤติกรรมที่เราอยากทำมันง่ายเสียจนไม่ ทำยังยากกว่าเดี๋ยวกรอบมาคุยกันครับเอา ล่ะครับต่อเนื่องจากกฎข้อที่แล้วที่เรา พยายามเอาความสุขมาล่อใจให้เราอยากทำ [เพลง] คราวนี้เราจะมาเจาะลึกกฎข้อที่ 3 ซึ่งผม มองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราลงมือทำ ได้จริง[เพลง]นั่นคือ make it easy หรือทำให้มันง่ายเข้าไว้ครับต้องยอมรับ ความจริงข้อนึงก่อนนะ[เพลง]ครับว่าโดย ธรรมชาติของมนุษย์เราเนี่ยลึกๆแล้วเรา เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจครับ[เพลง]ไม่ ได้ว่าใครนะครับแต่มันเป็นกลไกการเอาตัว รอดทางชีวภาพเลยสมองของเราถูกออกแบบมาให้ ประหยัด[เพลง]พลังงานเรามักจะเลือกทางที่

28:29 ใช้แรงน้อยที่สุดเสมอหรือที่เรียกว่า Palath of Least Resistance [เพลง] ลองสังเกตดูสิครับทำไมเราถึงไถมือถือดู ฟีด Facebook หรือ TikTok ได้เป็นชั่วโมง [เพลง]ชโมงก็เพราะมันง่ายไงครับแค่ขยับ นิ้วโป้งนิดเดียวความ[เพลง]บันเทิก็พุ่ง เข้าใส่ทันทีในทางกลับกันทำไมการลุกไปออก กำลังกายหรืออ่านหนังสือภาษาอังกฤษ[เพลง] ถึงยากเหลือเกินก็เพราะมันต้องใช้พลังงาน เยอะทั้งกายและใจดังนั้นJจames Clear เลย เสนอวิธีแก้[เพลง]เผ็ดความขี้เกียจนี้ ด้วยเทคนิคที่ชื่อว่า The 2 Minute Rule หรือกด 2 นาทีครับกฎนี้[เพลง]ระบุ ไว้สั้นๆว่าเมื่อคุณจะเริ่มสร้างนิสัย ใหม่จงทำให้มันใช้เวลาทำน้อยกว่า 2 นาที ครับฟังดู[เพลง]อาจจะตลกนะครับจะไปทำอะไร

29:16 ได้ใน 2 นาทีแต่เชื่อผมเถอะครับว่านี่คือ จุดเปลี่ยนของเกมเลยเพราะเป้าหมายของเรา ไม่ใช่การ[เพลง]ทำให้เสร็จแต่คือการทำให้ เริ่มต่างหากลองมาดูตัวอย่างกันครับถ้า เป้าหมายของคุณคือฉันอยากเป็นนัก[เพลง] อ่านปกติเรามักจะตั้งเป้าว่าจะอ่าน หนังสือให้จบเล่มหรือจะอ่านวันละ 1 บทใช่ ไหมครับพอคิดแบบ[เพลง]นั้นสมองมันท้อทำที ครับเพราะมันดูเหนื่อยลองเปลี่ยนใหม่ [เพลง]ครับใช้กด 2 นาทีเป้าหมายของคุณจะ เหลือแค่อ่านหนังสือ[เพลง] 1 บรรทัดใช่ ครับฟังไม่ผิดแค่ 1 บรรทัดครับหรือถ้า เป้าหมายคือฉันจะวิ่งมาราธอนอย่า[เพลง] เพิ่งไปคิดถึงการวิ่ง 10 ก.ครับลดขนาดลง มาเหลือแค่ฉันจะใส่รองเท้าวิ่งและผูก

30:02 เชือกให้เสร็จจบครับแค่นั้นหลายคนอาจจะ แย้งในใจว่าโค้ใส่รองเท้ามันจะได้อะไรไม่ ได้เหงื่อสักหยด[เพลง] ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับการใส่รองเท้า หรือการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน 1 บรรทัด มันคือการสร้างGตway Habit หรือนิสัย ประตูทางเข้าครับคุณต้องเข้าใจก่อนว่า ปัญหาของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่การวิ่งไม่ไหว แต่การเริ่มออกไปวิ่งไม่ไหวต่างหากถ้าเรา ข้ามกำแพงความขี้เกียจในช่วงเริ่มต้นไป ได้ที่เหลือมันจะไหลลื่นไปเองครับพอใส่ รองเท้าเสร็จแล้วไหนๆก็ใส่แล้วเดินออกไป หน้าปากซอยหน่อยก็ได้พอเดินแล้ววิ่งเยาะๆ สักหน่อยก็ดีเห็นมั้ครับหัวใจสำคัญของการ สร้างนิสัยคือการเชี่ยวชาญ[เพลง]ศิลปะ แห่งการปรากฏตัวครับคุณต้องทำให้การเริ่ม

30:48 ต้นมันง่ายที่สุด[เพลง]ง่ายจนชนิดที่ว่า ถ้าไม่ทำยังรู้สึกยากกว่าลองนึกถึงเวลา เราสั่งอาหารdelivอรี่สิครับทำไมเราสั่ง เก่งจังก็เพราะ[เพลง]มันกดแค่ 2-3 ทีใช่ ไหมั้ครับเราต้องออกแบบชีวิตด้านดีๆให้ ง่ายแบบนั้นบ้างครับอย่าเพิ่งไปหวังผล เลิศเลอในช่วงแรกเอาแค่ให้เราได้เริ่ม ก่อนเพราะถ้าวันแรกยังเริ่มไม่ได้วันต่อ ไปก็ไม่มีทางเกิด[เพลง]ขึ้นจริงมั้ยครับ แต่ทีนี้พอเราเริ่มทำจนเป็นนิสัยได้แล้ว เราจะทำยังไงให้เรารู้สึกอยากทำมันต่อ เนื่องไปเรื่อยๆไม่ใช่[เพลง]แค่ทำวัน 2 วันแล้วเลิกเดี๋ยวช่วงหน้าเราจะมาคุยกัน ถึงกฎข้อสุดท้าย[เพลง]กฎข้อที่ 4 Make it satisfied ing ทำอย่างไรให้การทำ นิสัยดีๆกลายเป็นเรื่องที่ฟินจนหยุด [เพลง]ไม่ได้เดี๋ยวกลับมาครับยินดีต้อน

31:33 รับกลับมาครับต่อเนื่องจากที่เราคุยกันไป ว่าเราต้องเริ่มให้ง่ายที่สุดทีนี้คำถาม คือแล้วทำยังไงเราถึงจะทำมันซ้ำๆในวัน พรุ่งนี้และวันต่อๆไปล่ะครับ[เพลง]คำตอบ อยู่ที่กฎข้อที่ 4 ครับ Make it satisfying หรือทำให้มันน่าพึงพอใจ ประเด็นสำคัญมันอยู่[เพลง]ที่ธรรมชาติของ สมองเราครับ James Clear บอกไว้ว่ากฎ เหล็กของการเปลี่ยนพฤติกรรมคืออะไรที่ทำ แล้ว[เพลง]ได้รับรางวัลทันทีเรามักจะทำ ซ้ำแต่อะไรที่ทำแล้วถูกลงโทษเราจะหลีก เลี่ยงปัญหาคือนิสัยดีๆส่วนใหญ่รางวัลมัน มักจะมาช้าครับลองนึกภาพตามนะครับเราอดทน กินคลีนงดชาไข่มุกวันนี้[เพลง]เราไม่ได้

32:18 ผอมลงในเย็นนี้นะครับอีกเป็นเดือนกว่า หุ่นจะดีคือรางวัลมันดีเลยครับแต่ในทาง [เพลง]กลับกันถ้าเรากินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง หรือซัดทุเรียนหมอนทองเข้าไปตอนนี้ความ สุข[เพลง]มันเกิดขึ้นทันทีครับอร่อยทันที ฟินทันทีแต่ผลเสียคืออ้วนเนี่ยมันค่อยตาม มาทีหลังสมองเรามันฉลาดแต่แกมโกง[เพลง] ครับมันชอบความสุขเดี๋ยวนี้ดังนั้นถ้าเรา อยากสร้างนิสัยดีๆเราต้องหา[เพลง]ทางหลอก ล่อสมองด้วยรางวัลเล็กๆน้อยๆทันทีครับและ เครื่องมือที่เจมส์เคลียร์แนะนำและเป็น เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด[เพลง]อันนึง ในหนังสือเล่มนี้เรียกว่า Habit Tracker หรือเครื่องมือติดตามนิสัยครับ[เพลง]ฟัง ดูวิชาการใช่ไหมมครับแต่อย่าเพิ่งตกใจ วิธีที่คลาสสิคและได้ผลที่สุดมาจากเรื่อง

33:05 เล่าของตลกชื่อดังระดับโลกอย่าง[เพลง] Jจี่Sandเfelครับมีคนเคยไปถามเคล็ดลับ ความสำเร็จจากเขา[เพลง]บอกว่าเคล็ดลับของ เขาคือการเขียนมุกตลกให้ได้ทุกวันไม่ต้อง [เพลง]เขียนเยอะแต่ต้องเขียนทุกวันวิธี การของเขาคือเขาจะมีปฏิทินอันใหญ่ๆแขวน ไว้ที่ผนังวันไหนที่เขาเขียนมุกตลกเสร็จ เขาจะเอาปากกาเมจิกสีแดงกากบาทตัว X ตัว ใหญ่ๆลงไปในช่องวันที่ของวันนั้นลอง จินตนาการดูนะครับ[เพลง]พอทำไปได้สัก 3-4 วันคุณจะเริ่มเห็นโซ่หรือลูกโซ่ของกากบาท สีแดงที่ต่อกันยาวขึ้นเรื่อยๆและเป้าหมาย ของคุณจะมีเพียงอย่างเดียวครับนั่นคือ Don't break [เพลง] the chain อย่าทำ ให้โซ่นั้นขาดนี่แหละครับคือความลับการ

33:52 ที่เรา[เพลง]ได้หยิบปากกาขึ้นมาแล้ว บรรจากบาทตัว X ลงไปหลังจากทำภารกิจเสร็จ มันคือรางวัลทันทีที่สมองต้องการครับ [เพลง]มันเหมือนเราได้รับเหรียญรางวัล เล็กๆมันคือความรู้สึกของความสำเร็จความ รู้สึกว่าฉันทำได้แล้วพี่น้องชาว[เพลง] ไทยน่าจะคุ้นเคยดีนะครับอารมณ์มันเหมือน เวลาเราสะสมสตมป์เซเว่นหรือสะสมแต้มร้าน ชานมไข่มุกนะครับเวลาเห็น[เพลง]สมุดสะสม แต้มมันค่อยๆเต็มมันรู้สึกฟินใช่มั้ยครับ มันรู้สึกอยากจะไปซื้อแก้วต่อไป[เพลง] เพื่อให้มันครบหลักการเดียวกันเลยครับลอง เอาไปปรับใช้ดูนะครับไม่ต้องซับซ้อน สมมุติคุณตั้งเป้าว่าจะออกกำลังกาย[เพลง] พอกลับมาจากวิ่งหรือยกเวทยเสร็จให้คุณ เดินไปที่ปฏิทินหรือเปิด[เพลง]แอปในมือ ถือก็ได้แล้วติ๊กเครื่องหมายถูกลงไปทันที

34:41 เชื่อไหมครับว่าในวันที่เราเหนื่อย[เพลง] วันที่เราขี้เกียจสุดๆบางทีเหตุผลเดียว ที่ทำให้เราลุกขึ้นมาออกกำลังกาย[เพลง]ก็ เพียงเพราะว่าฉันไม่อยากเห็นช่องว่างใน ปฏิทินฉันเสียดายสถิติที่สะสมมาการเห็น ความก้าวหน้าด้วยตา[เพลง]เปล่าแบบนี้มัน คือแรงขับเคลื่อนชั้นดีเลยครับมันเปลี่ยน โฟกัสเรา[เพลง]จากการรอคอยผลลัพธ์ไกลๆมา อยู่ที่กระบวนการตรงหน้ากันแน่นอนครับ ชีวิตจริงมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป[เพลง] มันต้องมีวันที่เราพลาดวันที่เราป่วยหรือ วันที่เรายุ่งจนทำไม่ได้จริงๆจนโซ่มันขาด ไป James [เพลง] Clear มีกฎเหล็กอีกข้อ หนึ่งสำหรับสถานการณ์นี้ครับกฎที่ชื่อว่า Never Miss Twice หรือห้ามพลาด 2 ครั้งติดกันทำไมกฎนี้ถึงสำคัญและเราจะกู้

35:28 คืนนิสัย[เพลง]ของเรากลับมาได้อย่างไร เมื่อเราเผลือหลุดวงโคจรไปเดี๋ยวช่วงหน้า ช่วงสุดท้ายของรายการเราจะมาสรุปบทเรียน นี้และส่งท้ายกัน[เพลง]ครับสักครู่เดียว ครับยินดีต้อนรับกลับมาครับก่อนที่เราจะ ไปพูดถึงเทคนิคการกู้คืนนิสัยในตอนท้ายผม อยากชวนคุณผู้ฟังมาทำความเข้าใจ[เพลง] ความจริงข้อนึงที่เจ็บปวดแต่สำคัญที่สุด ในการสร้างนิสัยครับคุณผู้ฟังเคยสงสัยไหม ครับว่าทำไมหลายครั้งที่เราตั้งใจทำอะไร สักอย่างเราขยันแทบตายวิ่ง[เพลง]ทุกวัน อ่านหนังสือทุกคืนแต่ผ่านไปเป็นเดือนแล้ว ผลลัพธ์มันดูเหมือน 0 [เพลง]หุ่นยังเท่า เดิมภาษาอังกฤษก็ยังพูดไม่ได้จนสุดท้าย เราก็ท้อและเลิกไปเอง James Clear เรียก ปรากฏการณ์นี้ว่า Plateau of Laten

36:15 Potential ครับหรือถ้าแปลเป็นไทยสวยๆก็ คือเนินราบแห่งศักยภาพที่ซ่อนเร้น[เพลง] กราฟนี้มันอธิบายความเข้าใจผิดของมนุษย์ เราครับเรามักจะคิดว่าผลลัพธ์[เพลง]มัน ควรจะมาเป็นเส้นตรงตามความพยายามยิ่งทำ เยอะผลต้องยิ่งเห็นชัดใช่ไหมครับ[เพลง] เหมือนเราทำงานแลกเงินทำชั่วโมงนึงก็ได้ ค่าแรงชั่วโมงนึง[เพลง]แต่ความจริงของการ เปลี่ยนแปลงนิสัยมันไม่ใช่แบบนั้นครับ กราฟจริงๆมันเป็นเส้นโค้งครับช่วงแรกๆที่ เราลงแรงไปผลลัพธ์มันจะต่ำเตี้ยเรี่ย [เพลง]ดินจนแทบมองไม่เห็นช่วงว่างระหว่าง สิ่งที่เราคาดหวังกับความเป็นจริงตรงนี้ แหละครับที่เขาเรียกว่า Valley [เพลง] of Disappointment หรือหุบเหวแห่งความผิด หวังและคนส่วนใหญ่ก็ตกลงไปตายในหุบเหวนี้

37:01 แหละครับเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น[เพลง]ลอง จินตนาการถึงก้อนน้ำแข็งซะก้อนที่วางอยู่ บนโต๊ะในห้องที่หนาวเหน็บดูนะครับสมบุด อุณหภูมิห้องอยู่ที่ -5 องศคุณค่อยๆเพิ่ม อุณหภูมิห้องขึ้นทีละนิด -4 -3 [เพลง] -2 คุณลงแรงเพิ่มความร้อนไปเรื่อยๆแต่ก้อน น้ำแข็งแข็งยังวางนิ่งสนิทดูเหมือนไม่มี อะไรเปลี่ยนแปลงเลย -1 ก็ยัง[เพลง]เหมือน เดิมคุณอาจจะเริ่มคิดแล้วว่าทำไปทำไม เนี่ยไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลยแต่พอ อุณหภูมิแตะ 0 >> [เพลง] >> องศาปุ๊บน้ำแข็งก้อนนั้นเริ่มละลายครับคำ ถามคือการละลายนั้นเกิดจากการเพิ่ม อุณหภูมิครั้งสุดท้าย[เพลง]เพียงอย่าง เดียวหรือเปล่าครับไม่ใช่เลยครับมันเกิด จากการสะสมพลังงานมาตั้งแต่ตอน -5 -4 -3

37:50 แล้วครับเพียงแต่ตอนนั้นผล[เพลง]ลัพธ์มัน ยังไม่ปรากฏให้เห็นด้วยตาเปล่าหรือถ้า เปรียบ[เพลง]เทียบกับธรรมชาติที่คนไทยเรา อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นลองนึกถึงต้นไผ่ครับ คุณรู้ไหมครับว่าในช่วง 5 ปีแรกของการ ปลูก[เพลง]ต้นไผ่คุณแทบจะไม่เห็นหน่อของ มันโผล่พ้นดินขึ้นมาเลยคุณต้องรดน้ำพรวน ดิน[เพลง]ดูแลมันทุกวันโดยที่ไม่เห็นความ เปลี่ยนแปลงอะไรเลยคนข้างบ้าน[เพลง]อาจจะ เดินมาถามว่าปลูกอะไรของแกไม่เห็นมีต้น ไม้สักต้นแต่ความจริงคือใต้พื้นดินนั้น ต้นไผ่กำลังสร้างรากที่[เพลง]แข็งแรงและ แผ่ขยายออกไปอย่างมหาศาลครับและเมื่อราก พร้อมพอเข้าสู่ปีที่ 5 ต้นไผ่จะพุ่งสูง

38:36 ขึ้นฟ้า[เพลง]ถึง 80-90 ฟุตภายในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ชีวิตเราก็เหมือนกันครับช่วงเวลา ที่คุณรู้สึกว่าทำไปก็เหนื่อยเปล่าออก กำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลงเก็บเงินแล้ว พอร์ตยังไม่โตให้บอกตัวเองไว้นะครับว่า คุณไม่ได้ล้มเหลวคุณกำลังเป็นก้อนน้ำแข็ง ที่กำลังเก็บสะสมความร้อนหรือเป็นต้นไผ่ ที่กำลังสร้างรากอยู่ครับงานที่คุณทำใน วันนี้มันไม่ได้หายไปไหน[เพลง]มันถูกกัก เก็บไว้เพื่อรอวันที่จะระเบิดศักยภาพออก มาเมื่อถึงจุดที่เหมาะสมหรือที่เรียกว่า Critical Threshole ครับดังนั้นถ้าวัน นี้คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในหุบ [เพลง]เหวแห่งความผิดหวังอย่าเพิ่งถอดใจ

39:23 นะครับให้กัดฟันทำต่อไปรักษาเชนกากบาทสี แดงบนปฏิทินของคุณไว้เพราะคุณอาจจะอยู่ ห่างจากจุดที่น้ำแข็งกำลัง[เพลง]จะละลาย อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเองครับเอาล่ะครับ พอเราเข้าใจธรรมชาติของการรอคอยผลลัพธ์ แล้วเราก็จะมีภูมิคุมกันความท้อแท้มาก ขึ้น[เพลง] แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังเป็นมนุษย์ครับ มันต้องมีวันที่เราพลาดวันที่เราสะดุดขา ตัวเองเมื่อเกิดเหตุ[เพลง]การณ์นั้นขึ้น เราจะกู้คืนระบบนิสัยของเรากลับมาได้ อย่างไรกฎข้อสำคัญที่ผมเกริ่นไว้ตอนที่ แล้ว Never Miss Twice [เพลง]จะมาช่วย เราตรงนี้ครับมาติดตามกันต่อในช่วงสุด ท้ายครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ของรายการครับ[เพลง]ต่อเนื่องจากที่เรา

40:09 คุยกันค้างไว้เมื่อสักครู่นะครับกับกด เหล็กที่ชื่อว่า Never Miss Twice หรือ ห้ามพลาด[เพลง] 2 ครั้งติดกัน James Clear เขาบอกไว้แบบนี้ครับว่าการที่เรา หลุดนิสัยไป 1 [เพลง]วันอาจจะเพราะป่วย เพราะงานด่วนหรือเพราะความขี้เกียจเข้า ครอบงำชั่วคราวนั่นเป็นเรื่องปกติที่เกิด ขึ้นได้ครับมันคืออุบัติเหตุแต่เมื่อไหร่ ก็ตามที่เราพลาดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 [เพลง] นั่นไม่ใช่ความบังเอิญแล้วครับแต่มันคือ จุดเริ่มต้นของนิสัยใหม่นิสัยที่เรียกว่า การล้มเลิกนั่นเองครับ[เพลง]ดังนั้นหัวใจ สำคัญของการกู้คืนระบบไม่ใช่ความสมบูรณ์ แบบครับไม่ใช่ว่าถ้าทำไม่ได้ 100% แล้วจะ ทิ้งไปเลยคนไทยเราบางทีจะมีนิสัยแบบ [เพลง]ไหนๆก็หลุดแล้ววันนี้ช่างมันเดี๋ยว

40:55 ค่อยเริ่มใหม่พรุ่งนี้หรือเดือนหน้าใช่ มั้ยครับอย่าทำแบบนั้นครับถ้าคุณพลาดมื้อ เช้ามื้อเที่ยงให้กลับมากินดีทันทีถ้าคุณ ไม่ได้วิ่งเมื่อวานวันนี้ต้อง[เพลง]ผูก เชือกรองเท้าออกไปเดินทันทีจำไว้นะครับคน ที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่เป็นคนที่พลาดแล้วกลับมาได้เร็วที่สุด ตำหากครับและนี่ก็นำเรามาสู่บทสรุปสำคัญ ของหนังสือ Atomic Hit ครับ[เพลง] ตลอดเวลาที่เราคุยกันมาคุณผู้ฟังจะสังเกต เห็นแก่นแท้ข้อหนึ่งที่Jจamส์เคลียร์ พยายามย้ำเตือนเราเสมอนั่นคือการสร้าง [เพลง]นิสัยที่ดีไม่ใช่เรื่องของการใช้ พลังใจอันมหาศาลหรือความมุ่งมั่นที่เป็น เลิศเหมือนที่เรามักจะเข้าใจผิดกันเรามัก จะคิดว่าคนหุ่นดีคนเรียนเก่งคนรวยคือคน

41:43 ที่มีวินัยเหล็กแต่ความจริงแล้วพวกเขาแค่ เป็นคนที่มีการออกแบบระบบที่ดีครับมี ประโยคทองคำประโยคนึงจากหนังสือเล่มนี้ ที่ผมอยากให้คุณผู้ฟังจดจำไว้ให้ขึ้นใจ เลยนะครับ[เพลง]เขาบอกว่า You do not rise to the level of your goals. You fall to the level of your systems. [เพลง] แปลเป็นไทยให้เห็นภาพคือเราไม่ได้บินสูง ขึ้นไปตามระดับของเป้าหมายที่เราตั้งไว้ หรอกครับแต่เราจะตกลงมาอยู่ที่[เพลง] ระดับของระบบที่เราสร้างขึ้นต่างหากครับ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้[เพลง]คุณอยาก เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่าไปโฟกัสที่เป้าหมาย ว่าฉันจะลด 10 กก.หรือฉันจะรวย 10 ล้าน แต่ให้กลับมาโฟกัส[เพลง]ที่ระบบในชีวิต ประจำวันของคุณครับว่าคุณจัดวางรองเท้า

42:28 วิ่งไว้ตรงไหนคุณวางโทรศัพท์มือถือไว้ไกล ตัวแค่[เพลง]ไหนตอนทำงานหรือคุณเตรียม หนังสือที่จะอ่านไว้บนหมอนหรือยังเริ่ม จากจุดเล็กๆครับเล็กมากๆจนคุณไม่สามารถ ปฏิเสธ[เพลง]ที่จะทำมันได้ไม่ต้องรอฤกษ ไม่ต้องรอให้พร้อมสมบูรณ์[เพลง] James Clear บอกว่า Standardize before you optimize คือทำให้มันเป็นมาตรฐาน เป็นกิจวัตร[เพลง]ให้ได้ก่อนแล้วค่อยไป ปรับปรุงให้มันดีขึ้นทีหลังครับการที่คุณ ไปยิ้มแล้ววิ่งได้แค่ 5 นาทีก็ยังดีกว่า การที่คุณนั่งวางแผนอยู่บ้านว่าจะ[เพลง] วิ่ง 1 ช่มงแต่ไม่ได้ออกไปไหนเลยจริงมั้ ครับเรื่องราวและเทคนิคที่ผมนำมาเล่าใน วันนี้เป็นเพียง[เพลง]แค่ส่วนหนึของเนื้อ หาทั้งหมดในหนังสือ Atomic Habits เท่า นั้นนะครับในเล่มจริงยังมีรายละเอียดที่

43:15 ลึกซึ้งกว่านี้อีกมาก[เพลง]ครับทั้ง เรื่องของการปรับสภาพแวดล้อมเทคนิคขั้น สูงในการซ้อนนิสัย[เพลง]หรือแม้แต่เรื่อง ของพันธุกรรมที่มีผลต่อนิสัยของเราถ้าคุณ ผู้ฟังสนใจอยากจะ[เพลง]เจาะลึกและนำไป ปรับใช้แบบจริงจังผมแนะนำให้หาซื้อฉบับ เต็มมาอ่านหรือซื้อมาติดบ้านไว้เลยครับ คุ้มค่ามากๆผมได้แปะลิงก์สำหรับการสั่ง ซื้อ[เพลง]หนังสือเล่มนี้ไว้ให้ในราย ละเอียดด้านล่างแล้วนะครับสามารถกดเข้าไป ดูได้เลยครับและถ้าคุณชอบเนื้อหาดีๆแบบ นี้[เพลง]ชอบการสรุปหนังสือที่ฟังเพลิน และย่อยง่ายที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตคุณให้ ดีขึ้นทีละนิดผมฝากกด Subscribe [เพลง] ติดตามช่องเล่มล่าสุดฟังหนังสือเปลี่ยน ชีวิตของเราไว้ด้วยนะครับและอย่าลืมกด กระดิ่งแจ้งเตือนเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาด หนังสือเล่มใหม่ๆที่เราจะคัดสรรมาฝากกัน

44:01 ในทุกสัปดาห์ครับสุดท้ายนี้ผมขอเป็นกำลัง ใจให้คุณผู้ฟังทุกท่านครับการเปลี่ยนแปลง ตัวเองเปรียบเสมือนการเดินทางไกลอย่าดู ถูกพลังของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆนะ ครับวันละ 1% อาจจะดูเหมือนไม่มีความหมาย ในวันนี้แต่เมื่อเวลาผ่านไปดอกเบี้ย [เพลง]ทบต้นของนิสัยจะทำงานแล้วมันจะ เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลครับสำหรับวัน นี้ผมต้องลาไปก่อนแล้วพบกันใหม่ในเล่ม หน้าสวัสดี

Share

YouTube Video Summaries