0:00 เคยไหมครับที่พอถึงช่วงปีใหม่ทีไร[เพลง] เราก็มักจะฮึกเหิมตั้งปณิธานหรือ New Year's Resolution กันยกใหญ่ปีนี้ฉันจะ ลดน้ำหนักให้ได้ 10 กก.หรือปี[เพลง]นี้ ฉันจะเก็บเงินให้ได้ 100,000 บาทแต่พอ ผ่านไปได้แค่ไม่กี่สัปดาห์หรืออย่างเก่ง [เพลง]ก็แค่เดือนกุมภาพันธ์ไฟที่เคยลุก โชนมันกลับมอดลงดื้อแล้วเราก็กลับไปใช้ วิถีชีวิตแบบเดิมกินเหมือนเดิม[เพลง]ใช้ เงินเหมือนเดิมสุดท้ายเป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็กลายเป็นแค่ฝันค้างปีคุ้นๆไหครับเชื่อ ไหมครับว่ามีสถิติที่น่า[เพลง]ตกใจบอกว่า คนกว่า 80% ล้มเลิกความตั้งใจปีใหม่ตั้ง [เพลง]แต่เดือนกุมภาพันธ์ พอเป็นแบบนี้เราก็มักจะโทษตัวเองใช่ไหม ครับว่าเรา[เพลง]มันไม่มีวินัยเรามันขี้
0:46 เกียจหรือเรามันดีไม่พอแต่เดี๋ยวก่อนครับ ผมอยากจะบอกข่าวดีกับคุณว่าปัญหาไม่ได้ อยู่ที่ตัวคุณครับแต่อยู่ที่ระบบของคุณ นี่คือ[เพลง]หัวใจสำคัญที่ James Clear ผู้เขียนหนังสือ Atomic Habits พยายามจะ บอกเราครับเขามีประโยคเด็ดที่ผมชอบมากๆ อยู่ประโยคหนึ่งที่บอกว่า Winners [เพลง] and losers have the same goals หรือแปลเป็นไทยง่ายๆว่าผู้ชนะ[เพลง]และ ผู้แพ้ต่างก็มีเป้าหมายเดียวกันลองนึกภาพ ตามนะครับนักกีฬาทุกคนในโอลิมปิกต่างก็ อยากได้เหรียญทองเหมือนกันจริงมั้ครับไม่ มีใครหรอก[เพลง]ครับที่ลงแข่งแล้วบอกว่า ฉันอยากได้ที่โหลหรือถ้ามองให้ใกล้ตัว เข้ามาหน่อยคนที่รวยกับคนที่ถังแตก[เพลง] ต่างก็อยากมีอิสรภาพทางการเงินเหมือนกัน
1:32 ทั้งนั้นถ้าวัดกันที่เป้า[เพลง]หมายทุกคน มีเหมือนกันหมดครับแต่สิ่งที่ทำให้ผล ลัพธ์ต่าง[เพลง]กันไม่ใช่เป้าหมายครับแต่ มันคือระบบที่อยู่เบื้องหลังต่างหาก [เพลง] James Clear จึงสรุปประโยคที่คม คายที่สุดในเล่มไว้ว่า You do not rise to the level of your goals. You fall to the level of your systems. [เพลง]หรือถ้าแปลให้ได้อารมณ์ แบบไทยๆเราก็คือคุณไม่ได้ประสบความสำเร็จ ตามระดับของเป้าหมายที่คุณตั้งไว้หรอก ครับ[เพลง] แต่คุณจะตกลงมาอยู่ที่ระดับของระบบที่คุณ ทำต่างหากอากถ้าจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ ชัดเจนขึ้นในบริบทบ้านเรา[เพลง]ผมนึกถึง สุภาษิตไทยคำนึงครับที่ว่าน้ำหยดลงหินทุก วันหินมันยังกร่อนลองคิดดูนะครับการตั้ง
2:17 เป้าหมายมันเหมือนเราอยากให้หินก้อนนั้น แตกออกเป็นเสี่ยงๆด้วยการทุบเปรี้ยง [เพลง]เดี่ยวซึ่งมันยากและเหนื่อยมากแต่ การสร้างระบบคือการเป็นหยดน้ำครับ[เพลง] คือการทำสิ่งเล็กๆซ้ำๆอย่างสม่ำเสมอไม่ ต้องแรงไม่ต้องหวือหวาแต่ทำทุกวันสุดท้าย หินที่ว่าแข็งแกร่งก็ยังแพ้ความสม่ำเสมอ ของหยดน้ำดังนั้นถ้าระบบของคุณคือการอด อาหารอย่างหนักเพื่อให้น้ำหนักลดเร็วๆ ร่างกายคุณก็จะต่อต้านและสุดท้ายคุณก็จะ ตะบะแตกแต่ถ้า[เพลง]ระบบของคุณคือการแค่ เริ่มกินผักเพิ่มขึ้นมื้อละ 1 คำหรือเดิน ขึ้นบันไดแทนลิฟตวันละ 1 ชั้นแต่ทำทุกวัน นั่นแหละครับคือระบบที่จะพาคุณไปสู่เส้น
3:02 ชัย[เพลง]โดยที่คุณแทบไม่รู้ตัวแล้วระบบ ที่ดีมันหน้าตาเป็นยังไงและเราจะเริ่ม สร้างมันได้ยังไงโดยที่ไม่ต้องฝืนตัวเอง เดี๋ยวเรามาเจาะลึกกันต่อครับฟังดูมีความ [เพลง]หวังขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมครับพอเรา รู้ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเราแต่อยู่ ที่เราใช้มาตลอด มันเหมือนเราพยายามไขประตู[เพลง]ด้วย กุญแจผิดดอกไขยังไงก็ไม่ออกแถมยังเจ็บมือ เปล่าแต่วันนี้เรากำลังถือลูกกุญแจ[เพลง] ดอกที่ใช่อยู่ในมือแล้วครับยินดีต้อนรับ ทุกท่านเข้าสู่รายการเล่มล่าสุดฟัง หนังสือเปลี่ยนชีวิตพื้นที่ที่เราจะหยิบ ยกเอาหนังสือดีๆมาสกัดแก่นความคิดเปลี่ยน ตัวหนังสือให้เป็นเสียง[เพลง]เปลี่ยนความ รู้ให้เป็นการกระทำเพื่อให้คุณได้
3:49 เวอร์ชั่นที่ดีที่สุดของตัวเองในทุกๆ [เพลง]วันครับและเพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะ ไม่พลาดเทคนิคดีๆแบบนี้ผมฝากกดติดตามหรือ กด Subscribe ช่องของเราไว้ด้วยนะครับถือ ว่าเป็นการเติมอาหารสมองให้ตัวเองวันละ นิดรับรองว่าคุ้มค่าแน่[เพลง]นอนครับ สำหรับหนังสือ Atomic Habits หรือในชื่อ ไทยว่าเพราะชีวิตดีได้กว่าที่เป็นเล่มนี้ ผมต้องเกริ่นก่อนเลยครับว่ามันไม่ใช่แค่ หนังสือ How to ที่บอกให้คุณสู้ๆนะหรือ ขยัน[เพลง]เข้าไว้เหมือนหนังสือพัฒนาตน เองทั่วๆไปแต่มันเปรียบเสมือนคู่มือ วิศวกรรมชีวิตที่มีหลัก >> [เพลง] >> ฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับไม่ว่าจะเป็น จิตวิทยาปราสาทวิทยาที่เจมส์[เพลง] เคลียร์เขาได้รวบรวมมาเพื่อไขความลับ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณเรากำลังจะมา
4:35 คุยกันถึงเรื่องของพลังเล็กๆครับพลังที่ คนส่วนใหญ่มักจะมองข้ามเหมือนกับชื่อ หนังสือคำว่า Atomic หรืออะตอมนั่นแหละ ครับ[เพลง]มันเล็กจิ๋วมองแทบไม่เห็นแต่ เมื่อมันมารวมตัวกันมันกลับกลายเป็นสสาร [เพลง]ที่แข็งแกร่งหรือระเบิดพลังงาน มหาศาลออกมาได้นิสัยของเราก็เช่นกันครับ ถ้าคุณพร้อมที่จะเรียนรู้วิธีการสร้าง ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่จากจุดเริ่ม ต้นที่เล็กที่สุดและถ้าฟังแล้วรู้สึกว่า เล่มนี้แหละใช่เลยอยากจะได้เล่มจริงมา อ่านขยายความหรือซื้อไปฝากคนที่คุณรักผม ได้แปะลิงก์สำหรับสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้ ไว้ให้ในคำบรรยายด้านล่างเรียบร้อยแล้วนะ ครับ[เพลง]สะดวกช่องทานไหนก็ลองกดเข้าไป ดูกันได้เลยเอาล่ะครับถ้าพร้อมแล้วเรามา
5:21 ดูกันดีกว่าว่าเจ้าพลังเล็กๆที่ว่านี้มัน จะเปลี่ยน[เพลง]ชีวิตเราได้อย่างไรก่อน ที่เราจะไปเจาะลึกถึงเทคนิคต่างๆผมอยากจะ ขอพาคุณผู้ฟังย้อนเวลากลับไปสักนิดครับไป ทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นของหนังสือ เล่มนี้เพราะสิ่งที่ทำ[เพลง]ให้ Atomic Habits ทรงพลังและแตกต่างจากหนังสือ How to ทั่วไปก็คือเรื่องราวของผู้เขียน [เพลง]อย่างคุณ James Clear นี่แหละครับ มันไม่ใช่ทฤษฎีสวยหรูที่เขานั่งคิดเองเออ เองในห้องแอร์เย็นเย็นแต่[เพลง]มันคือบท เรียนที่เขาแลกมาด้วยเลือดด้วยความเจ็บ ปวดและเกือบจะต้องแลกด้วยชีวิตของเขาเอง ลองจินตนาการดูนะ[เพลง]ครับย้อนกลับไป สมัยที่เจมส์เคลียร์ยังเป็นนักเรียนมัธยม ปลาย[เพลง]วันนั้นเป็นวันสุดท้ายของการ เรียนปี 2 เขากำลังเล่นเบสบอลอยู่กับ
6:07 เพื่อนๆตามปกติแต่แล้วจู่ๆเหตุการณ์ไม่ คาด[เพลง]ฝันก็เกิดขึ้นครับเมื่อเพื่อน ร่วมทีมคนหนึ่งเหวี่ยงไม้เบสบอลเต็มแรง แต่[เพลง]ไม้เกิดหลุดมือลอยละเลี่ยวเข้า มาฟาดที่ใบหน้าของเจมสเคลียร์อย่างจัง [เพลง]ตรงหว่างคิ้วพอดีเป๊ะคุณผู้ฟังครับ แรงกระแทกขนาดนั้นมันทำให้จมูกของเขาหัก ละเอียดจนเป็นรูปตัว U กะโหลกศีรษะร้าว หลายแห่งและที่[เพลง]น่ากลัวที่สุดคือ สมองของเขาบวมเป่งจนเกิดอาการชักซ้ำแล้ว ซ้ำเล่าจนแพทย์[เพลง]ต้องตัดสินใจส่งเขา ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ฉุกเฉินเพื่อไปผ่าตัด ด่วนและต้องทำให้เขาอยู่ในภาวะโคม่าเพื่อ รักษาชีวิตเอาไว้จากเด็กหนุ่ม[เพลง]นัก กีฬาอนาคตไกลตื่นมาพบว่าโลกทั้งใบเหมือน พังทลายลงตรงหน้าการมองเห็นของเขามีปัญหา
6:54 แค่จะเดินให้ตรงทางยังเป็นเรื่องยาก [เพลง]ไม่ต้องพูดถึงการกลับไปเล่นกีฬาเลย ครับเขาต้องพักการเรียนต้องหัด[เพลง]เดิน หัดทำกิจวัตรประจำวันใหม่หมดเหมือนต้อง รีสตาร์ทชีวิตนับ 1 ไมลและตรง[เพลง]จุด ที่ต่ำที่สุดในชีวิตนี่แหละครับคือจุด กำเนิดของปรัชญา Atomic Habits เมื่อเขา ได้รับโอกาสให้กลับไปเรียนต่อในระดับ มหาวิทยาลัย[เพลง]ที่ Denison University เขาไม่ได้เริ่มจากการตั้งเป้าหมายโตว่าจะ ต้องกลับไปเป็นซุเปอร์สตาร[เพลง] ทันทีเพราะเขารู้ดีว่าร่างกายเขายังไม่ ไหวเขาจึงเลือกที่จะโฟกัสไปที่สิ่งเดียว ที่เขาพอจะควบคุมได้นั่นก็คือกิจวัตรเล็ก ๆในแต่ละวันครับเขาเริ่มจากการจัดเตียง นอนให้เรียบร้อยทุกเช้าฟังดูเป็นเรื่อง เล็กน้อยมากใช่ไหมครับเหมือนที่ผู้ใหญ่
7:40 บ้านเราชอบสอนให้เก็บที่นอนนั่นแหละครับ แต่สำหรับ[เพลง] James เคลียร์ในตอนนั้น การเห็นเตียงที่เรียบร้อยมันคือชัยชนะ เล็กๆครั้งแรกของวันครับมันบอกเขาว่า อย่าง[เพลง]น้อยเขาก็ควบคุมชีวิตตัวเอง ได้ 1 อย่างแล้วจากนั้นเขาก็เริ่มสร้าง นิสัยอื่นๆตาม[เพลง]มาเช่นการเข้านอนให้ เร็วขึ้นเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนเต็ม ที่การ[เพลง]รักษาความสะอาดในห้องพักการ ทบทวนบทเรียนวันละนิดเขาทำสิ่งเหล่านี้ อย่างสม่ำเสมอ[เพลง]ไม่ได้หวังผลเลิศเลอ ในชั่วข้ามคืนแต่เขาเชื่อในพลังของการ สะสมเขาเรียกกระบวนการนี้ว่าการสะสม 1% หรือการดีขึ้นวันละ 1% ผลลัพธ์นั่นแหละ ครับด้วยพลังของนิสัยเล็กจิ๋วเหล่านี้ภาย ในไม่กี่ปีJจมส์เคลียร์[เพลง]พลิกฟื้นจาก
8:26 คนที่เคยสมองบวมจนเดินเซกลายมาเป็นนัก กีฬาระดับมหาวิทยาลัย[เพลง] และได้รับเลือกให้เป็น Academic All American หรือนักกีฬาที่มีผลการเรียนดี [เพลง]เยี่ยมระดับประเทศซึ่งมีเพียงไม่ กี่คนเท่านั้นที่จะทำได้เรื่องราวนี้ พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนเลยครับว่าทฤษฎีใน หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่เรื่องเพล้อฝันแต่ [เพลง]มันคือศาสตร์เห็นการกอบกู้ชีวิตที่ ผ่านการพิสูจน์มาแล้วจากประสบการณ์จริง ว่าแม้แต่คนที่เริ่มต้นจากจุดที่ติดลบก็ สามารถกลับ[เพลง]มาผงาดได้เพียงแค่เข้าใจ พลังของสิ่งเล็กๆที่เรียกว่านิสัยแล้วถ้า คนๆนึงที่เคยบาดเจ็บสาหัส[เพลง]ขนาดนั้น ยังใช้หลักการนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตได้ผม เชื่อว่า[เพลง]คุณและผมก็สามารถทำได้เช่น กันครับทีนี้เรามาดูกันดีกว่าครับว่ากฎ
9:13 เหล่า[เพลง]นั้นที่เจมส์เคลียร์ค้นคบมัน มีอะไรบ้าง จากเรื่องราวของคุณJจames Clear เราจะ เห็นคีย์เวิร์ด[เพลง]คำนึงที่สำคัญมากๆ ที่ผมทิ้งท้ายไว้เมื่อกี้นั่นคือคำว่าดี ขึ้นวันละ 1% ครับหลาย[เพลง]คนอาจจะสงสัย นะครับว่าแค่ 1% เนี่ยมันจะไปช่วยอะไรได้ จริงหรือมันดูน้อยนิดจนแทบไม่มีความหมาย เลยใช่ไหมครับถ้าเปรียบเทียบ[เพลง]กับการ สอบก็เหมือนเราทำคะแนนเพิ่มขึ้นแค่เสี้ยว คะแนนหรือถ้าเปรียบกับการลดน้ำหนัก[เพลง] ก็เหมือนน้ำหนักหายไปแค่ขีดเดียวแต่ James Clear เขาเปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจมาก ครับ[เพลง]ว่านิสัยก็เปรียบเสมือนดอก เบี้ยทบต้นของการพัฒนาตัวเองครับคุ้นๆคำ ว่าดอกเบี้ยทบต้นกันมครับใครที่วางแผนการ
9:58 เงินคงจะทราบดีว่าพลังของมันมหาศาลขนาด ไหนไอนสไตนยังเคยยกย่องให้เป็นสิ่ง มหัศจรรย์ลำดับที่ 8 ของโลกเลยทีเดียว ครับนิสัยของเราก็ทำงานแบบนั้นเป๊ะเลย ครับลองจินตนาการเป็นตัว[เพลง]เลขทาง คณิตศาสตร์ดูนะครับเพื่อให้เห็นภาพชัด ขึ้นถ้าคุณทำตัวให้ดีขึ้นเก่งขึ้นหรือ พัฒนาตัวเองขึ้นเพียงแค่วันละ 1% ต่อ เนื่องกันทุกวันเป็นเวลา 1 ปีหรือ 365 วันตัวเลขทางคณิตศาสตร์คือ 1.01 ^ 365 คุณผู้ฟังเชื่อไหมครับว่าผลลัพธ์ที่ได้ คือ 37.78 78 นั่นหมายความว่าเมื่อสิ้น ปีคุณจะพัฒนาขึ้นจากจุดเริ่มต้นถึง 37
10:44 เท่าเลยทีเดียวครับแต่ในtimeม[เพลง]กลับ กันเหรียญย่อมมี 2 ด้านเสมอครับถ้าคุณ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวทำตัวแย่ลงวันละ 1% ทุกวันหรือคิดว่าวันนี้ขี้เกียจหน่อยคง ไม่เป็นไรหรอกตัวเลขคือ 0.99 ^ [เพลง] 365 ผลลัพธ์จะดิ่งลงจนเหลือ เพียง 0.03 03 หรือเรียกง่ายๆว่าแทบจะ ไม่เหลืออะไรเลยชีวิตถอยหลังลงคลองจน เกือบถึง 0 ฟังดูเป็นทฤษฎีตัวเลข[เพลง] ที่น่าเหลือเชื่อใช่ไหมครับงั้นเราลองมา มองในบริบทแบบไทยๆบ้านเรากันดูครับให้ เห็นภาพในชีวิตจริงสมมุติเรื่องการเก็บ ออมก็ได้ครับเรื่องใกล้ตัวที่หลายคนตั้ง ปณิธานไว้ทุกปีถ้าวันนี้คุณเริ่มหยอด กระปุกออมสินหรือโอนเงินเข้าบัญชีเงิน
11:31 [เพลง]ฝากแค่วันละ 20 บาทวันแรกเงิน 20 บาทมันดูน้อยนิดมากครับ[เพลง]สมัยนี้เดิน เข้าร้านสะดวกซื้อน้ำหวานสักแก้วยังแทบ ไม่พอหรือ[เพลง]จะเอาไปซื้อข้าวกะเพราสัก จานก็ยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำการเก็บเงิน 20 บาทในวันนี้พรุ่งนี้คุณก็ยัง[เพลง]ไม่ได้ กลายเป็นเศรษฐีสัปดาห์หน้าคุณก็ยังไม่ได้ มีเงินก้อนโตผลลัพธ์มันดูเหมือนไม่มีอะไร เกิดขึ้นเลยใช่ไหมครับ[เพลง]และนี่แหละ ครับคือกับดักที่ทำให้คนส่วนใหญ่ล้มเลิก เพราะเราไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงในทันที หรืออย่างเรื่องการอ่านหนังสือถ้าคุณ [เพลง]ตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือให้จบเล่ม หนาๆภายในวันเดียวคุณอาจจะทำไม่ไหวแล้วก็ ท้อไปก่อน[เพลง]แต่ถ้าคุณเปลี่ยนเป็นอ่าน แค่วันและหน้าหรืออ่านแค่ตอนนั่งรถไฟฟ้า
12:17 [เพลง]กลับบ้านวันแรกคุณอาจจะรู้สึกว่า อ่านแค่นี้จะได้เรื่องอะไร[เพลง]แต่เมื่อ เวลาผ่านไปครับเหมือนกราฟที่ค่อยๆไต่ ระดับขึ้นพอผ่านไปสัก 1 ปีเงิน 20 [เพลง] บาทที่คุณมองข้ามมันจะกลายเป็นเงินก้อน หลายพันโดยที่คุณไม่รู้ตัวความรู้จากการ อ่านวันละหน้าจะ[เพลง]สะสมจนคุณกลายเป็น คนที่รอบรู้และมีมุมมองที่เฉียบคมขึ้น อย่างมหาศาลนี่แหละครับคือสิ่งที่หนังสือ เล่มนี้พยายามจะบอกเรา[เพลง]ความสำเร็จ ที่ยิ่งใหญ่ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลง แบบพลิกฝ่ามือเพียงครั้งเดียวแต่มัน [เพลง]เกิดจากพลังของสิ่งเล็กๆที่เราทำ ซ้ำๆจนกลายเป็นดอกเบี้ย[เพลง]ทบต้นที่คืน กำไรให้ชีวิตเราอย่างประเมินค่าไม่ได้แต่ ก็นั่งนั่น[เพลง]แหละครับปัญหามันอยู่ที่
13:04 ว่าในช่วงเริ่มต้นที่กราฟมันยังไม่พุ่ง ขึ้นนี่สิครับเรามัก[เพลง]จะท้อแท้และถอด ใจไปซะก่อนเพราะเราติดอยู่กับสิ่งที่ เจมส์เคลียร์เรียกว่าหุบเหวแห่งความผิด หวังเจ้าหุบเหวที่ว่านี้มันคืออะไรแล้ว เราจะก้าวข้ามมันไปได้อย่าง[เพลง]ไรเพื่อ ให้ไปถึงวันที่กราฟชีวิตพุ่งทะยาน 37 เท่าเดี๋ยวเรามาไขคำตอบกันต่อครับก่อนที่ เราจะก้าวข้ามหุบเหวแห่งความผิดหวังไปได้ เราต้องมาทำความเข้าใจกับดักที่ใหญ่ที่ สุดที่พวกเราส่วนใหญ่ติด[เพลง]กันงอมแงม ก่อนครับนั่นคือเรื่องของการตั้งเป้าหมาย ครับคุณผู้ฟังเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเรา ตั้งปณิธานปีใหม่กันทุกปีเขียนโกสกันสวย หรูแต่[เพลง]สุดท้ายก็ล้มเลิกไปกลางคัน
13:49 James เคลียร์เขาชี้ให้เห็นจุดบอร์ดที่ น่าสนใจมากครับเขาบอกว่าสังคมเรามักจะให้ ค่ากับเป้าหมายมากเกินไปครับเราถูกสอนมา ตลอดว่า[เพลง]อยากประสบความสำเร็จต้อง ตั้งเป้าให้ชัดอยากรวยต้องตั้งเป้าว่าจะ มีเงินกี่ล้านอยากหุ่นดีต้องตั้งเป้าว่า จะหลดกี่กิโลแต่ความเป็นจริงที่เจ็บปวดก็ คือผู้ชนะ[เพลง]และผู้แพ้ต่างก็มีเป้า หมายเดียวกันครับลองนึกภาพการแข่งขันกีฬา โอลิมปิกดูนะครับหรือเอาใกล้ตัวหน่อย อย่างการสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือการสมัคร งานก็ได้ครับผู้สมัครทุกคนนัก[เพลง]กีฬา ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคืออยากได้ เหรียญทองอยากสอบติด[เพลง]อยากได้งานนั้น จริงมั้ครับถ้าเป้าหมายคือปัจจัยแห่งความ
14:36 สำเร็จจริง[เพลง]งั้นทุกคนที่มีเป้าหมาย เดียวกันก็ควรจะประสบความสำเร็จเหมือนกัน สิครับแต่ในความจริงมันไม่ใช่แบบ[เพลง] นั้นดังนั้นเป้าหมายจึงไม่ใช่สิ่งที่แยก คนสำเร็จออกจากคนล้มเหลวครับแต่สิ่งที่ แยกพวกเขาออกจากกันคือระบบและ[เพลง] กระบวนการที่พวกเขาทำต่างหากและที่ลึก ซึ้งไปกว่านั้นคือสิ่งที่ James Clear เรียกว่า[เพลง] Identity based Habits หรือนิสัยที่ยึดโยงกับตัวตนครับตรงนี้ เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากของหนังสือเล่ม นี้เลยนะครับ[เพลง]คนส่วนใหญ่มักจะพยายาม เปลี่ยนนิสัยโดยโฟกัสที่ผลลัพธ์หรือสิ่ง ที่เราอยากได้เช่นฉันอยากผอมฉันอยากรวย ฉันอยาก[เพลง]เลิกบุหรี่อันนี้คือการ เปลี่ยนจากเปลือกนอกครับแต่เจมส์เคลียร์
15:22 เสนอว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนที่สุด ต้องเริ่มเปลี่ยนจากแก่นข้างใน[เพลง]นั่น คือเปลี่ยนที่ตัวตนหรือ Identity ของเรา ครับเปลี่ยนจากสิ่งที่คุณอยากได้[เพลง] เป็นคนแบบที่คุณอยากเป็นฟังดูอาจจะยังงงๆ ผมขอยกตัวอย่างคลาสสิคจากในหนังสือเลยนะ ครับเรื่องของการเลิกบุหรี่สมมุติมีคน 2 คนกำลังพยายาม[เพลง]เลิกบุหรี่เหมือนกัน แล้วมีเพื่อนยื่นบุหรี่มาให้คนแรกตอบว่า ไม่ล่ะครับ[เพลง]ขอบคุณพอดีผมกำลังพยายาม เลิกบุหรี่อยู่[เพลง]ฟังดูเหมือนจะเป็นคำ ตอบที่ดีใช่ไหมครับแต่นัยยะแฝงของประโยค นี้คือเขายังมองว่าตัวเองเป็นคนสูบบุหรี่ ที่กำลังพยายามฝืน[เพลง]ใจทำสิ่งที่ขัด กับตัวตนอยู่ซึ่งสุดท้ายพอความอดทนหมดลง
16:10 เขาก็จะกลับไปสูบเหมือนเดิมครับแต่มาดูคน ที่ 2 ครับ[เพลง]เมื่อถูกยื่นบุหรี่ให้ เขาตอบสั้นๆว่าไม่ล่ะครับขอบคุณผมไม่ใช่ คนสูบบุหรี่เห็นความ[เพลง]แตกต่างมั้ครับ ประโยคสั้นๆนี้ธงพลังมากนะครับมันคือการ [เพลง]เปลี่ยนจุดยืนเปลี่ยนตัวตน เขาไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นคนสูบบุหรี่ที่ กำลังพยายามเลิกอีกต่อไปแล้วแต่เขานิยาม ตัวเองใหม่ไปแล้วว่าฉัน[เพลง]คือคนไม่สูบ บุหรี่และคนไม่สูบบุหรี่ก็ไม่ต้องใช้ความ พยายามอะไรในการปฏิเสธบุหรี่เพราะมันไม่ ใช่สิ่งที่เขาทำหรืออย่างเรื่องการออก กำลังกายก็เหมือนกันครับแทนที่คุณจะตั้ง เป้าหมายว่า[เพลง]ฉันอยากวิ่งมาราธอนให้ จบหรือฉันจะวิ่งให้ได้ 10 ก.ซึ่งเป็น
16:56 เรื่องของ[เพลง]ผลลัพธ์ให้คุณเปลี่ยนวิธี คิดใหม่ครับบอกกับตัวเองว่าฉันคือนักวิ่ง เมื่อคุณเชื่อว่าคุณคือนักวิ่งคุณจะไม่ ต้องมานั่งเถียงกับตัวเองตอน[เพลง]เช้า ว่าจะตื่นไปวิ่งดีไหมเพราะนักวิ่งเขาทำ กันเป็นปกติครับเหมือนเวลาเราแปรงฟัน [เพลง]เราไม่ต้องใช้ความพยายามเพราะเรา คือคนที่รักความสะอาดแนวคิดนี้มันเปลี่ยน เกมเลยนะครับ[เพลง]เพราะพฤติกรรมที่ไม่ สอดคลองกับตัวตนจะคงอยู่ได้ไม่นานครับคุณ อาจจะมีแรงฮึดเข้ายิมได้[เพลง]สักอาทิตย์ 2 อาทิตย์เพราะอยากขุ่นดีแต่ถ้าลึกๆแล้ว คุณยังมองว่าตัวเองเป็นคนขี้เกียจ[เพลง] ที่ชอบนอนดูซีรียส์สุดท้ายแรงโน้มถ่วงของ ตัวตนเดิมก็จะดึงคุณกลับไปที่โซฟาตัวเดิม อยู่ดีคำถามสำคัญต่อมาก็คือ[เพลง]แล้วเรา
17:44 จะสร้างตัวตนใหม่นี้ขึ้นมาได้อย่างไรเรา จะเปลี่ยนจากคนขี้[เพลง]เกียจให้กลายเป็น คนขยันเปลี่ยนจากคนวันประกันพรุ่งเป็นคน ที่มีวินัยได้จริงหรือเจมส์เคลียร์บอกว่า ทำได้ครับและ[เพลง]วิธีการสร้างหลักฐาน เพื่อยืนยันตัวตนใหม่นี้มันกลับไปเชื่อม โยกับเรื่องกฎ 4 ข้อของการสร้างนิสัยที่ เรา[เพลง]กำลังจะเจาะลึกกันต่อไปครับกฎ ข้อแรกที่จะทำให้การสร้างนิสัยเป็นเรื่อง ง่ายจนคุณคาดไม่ถึงมันเริ่มจากสัญญาณ เตือนเล็กๆที่เราอาจ[เพลง]มองข้ามไปมัน คืออะไรนั้นเดี๋ยวกลับมาคุยกันต่อครับยิน ดีต้อนรับกลับมาครับอย่างที่ผมเกริ่น [เพลง]ทิ้งท้ายไว้เมื่อครู่ ว่าเรากำลังจะเข้าสู่ภาคปฏิบัติกันแล้ว ครับ[เพลง]เพราะแนวคิดเรื่องตัวตนจะแข็ง
18:30 แรงได้มันต้องมีหลักฐานจากการลงมือทำครับ [เพลง]และบันไดขั้นแรกที่ James Clear แนะนำให้เราก้าวขึ้นไปคือกฎข้อที่ 1 ที่ ชื่อว่า Make It Obvious หรือทำให้มัน เห็นชัด[เพลง]เจนครับหัวใจสำคัญของกฎข้อ นี้คือเรื่องของ Environment Design หรือการออกแบบสภาพแวดล้อมครับคุณผู้ฟัง เชื่อมครับว่าบ่อยครั้งพฤพฤติกรรมของเรา ไม่[เพลง]ได้เกิดจากแรมจูงใจหรือความตั้ง ใจภายในหรอกครับแต่มันถูกกำหนดโดยสิ่ง [เพลง]ที่เรามองเห็นรอบตัวต่างหาก James Clear เคยกล่าวไว้ว่า Environment is the invisible hand that shapes human behavior หรือสภาพแวดล้อมคือมือ ที่มองไม่เห็นที่คอยปั้น[เพลง]แต่ง พฤติกรรมมนุษย์ครับลองนึกภาพตามสไตล์คน
19:17 ไทยเรานะครับเวลาเราเดินเข้าห้าง สรรพสินถาหรือเดินเข้า 7-EL ทำไมสินค้าลด ลดราคาหรือขนมขบเขียวถึงต้องวางอยู่ตรง ทางเดินหรือตรงเคาน์เตอร์จ่ายเงิน[เพลง] เพราะเขาต้องการใช้หลักการนี้ล่ะครับทำ ให้มันเห็นชัดที่สุดแล้วเราก็จะหยิบมัน โดยไม่รู้ตัวทีนี้เราจะเอาหลักการนี้มา ใช้สร้าง[เพลง]นิสัยดีๆให้กับตัวเราเอง ได้อย่างไรขอยกตัวอย่างเรื่องยอดฮิต [เพลง]ที่หลายคนตั้งใจทำคือเรื่องการดื่ม น้ำครับหลายคนบ่นว่าดื่มน้ำน้อยผิวแห้ง [เพลง]ไม่สดชื่นพยายามตั้งนาฬิกาเตือนก็ แล้วแต่ก็ยังลืม James [เพลง]เคลียร์บอก ว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่คุณความจำสั้นครับ แต่อยู่ที่ขวดน้ำของคุณมันซ่อนตัวอยู่ถ้า
20:03 คุณ[เพลง]ทำงานออฟฟิศแล้วขวดน้ำวางอยู่ ที่มุมห้องหรือต้องเดินไปกดที่ตู้กดน้ำ ทุกครั้งเชื่อเถอะครับ[เพลง]ว่าความขี้ เกียจจะชนะเสมอแต่ถ้าคุณลองเปลี่ยนใหม่ ออกแบบสภาพแวดล้อมใหม่ด้วยการ[เพลง] เตรียมน้ำขวดใหญ่ๆมาวางไว้บนโต๊ะทำงานเลย ครับวางไว้ข้างๆจอคอมพิวเตอร์ให้เห็นเด่น เป็นสง่าให้มันกระแทก[เพลง]ตาคุณทุกครั้ง ที่เงยหน้าขึ้นมาเชื่อไหมครับว่าคุณจะ เผลอหยิบน้ำขึ้นมาจิบโดยอัตโนมัติ[เพลง] โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยนี่แหละครับ พลังของคำว่า Make it obvious [เพลง] หรืออีกตัวอย่างนึงที่เห็นภาพชัดมาก สำหรับสายดนตรีครับสมมุติ[เพลง]คุณอยาก ฝึกเล่นกีตาร์ซื้อกีตาร์มาตัวละเป็นหมื่น แต่เล่นได้แค่อาทิตย์เดียวก็วางทิ้ง [เพลง]ไว้ลองสำรวจดูสิครับว่าตอนนี้
20:51 กีตาร์ของคุณอยู่ที่ไหนถ้า[เพลง]คำตอบคือ เก็บใส่เคสรูดซิปอย่างดีวางไว้ในตู้หรือ ซุกไว้ใต้[เพลง]เตียงนั่นแหละครับคือ สาเหตุที่ทำให้คุณไม่ได้ซ้อมเพราะการที่ คุณจะเล่นมันได้คุณต้องเดินไปเปิดตู้หยิบ เคสออกมารูดซิปหยิบกีตาร์ขั้นตอนมันเยอะ เกินไปครับ[เพลง]สมองเรามันขี้เกียจโดย ธรรมชาติเพราะเห็นความยุ่งยากปุบมันสั่ง ให้เราไปนอนดูมือถือแทน[เพลง]ทันทีวิธี แก้คือเอากีตาร์ออกมาครับซื้อขาตั้ง กีตาร์มาวางไว้กลางห้องนั่งเล่นเลยครับ เอาให้มันเป็นสิ่งแรกที่คุณเห็นเวลาเดิน เข้าห้องเมื่อกีตาร์[เพลง]ตั้งตระงานอยู่ ตรงหน้ามันคือการส่งสัญญาณเรียกคุณให้ไป จับมันแค่คุณจับมันขึ้นมาดีดเล่นสัก 2-3
21:36 นาทีนั่นก็นับเป็นชัยชนะของการสร้างนิสัย แล้วครับและเมื่อเราจัดสภาพแวดล้อมให้ เอื้อต่อการกระทำแล้วอีกเทคนิคหนึ่งที่ James Clear แนะนำและผมชอบมากคือเทคนิค ที่เรียกว่า Habit Stacking หรือการต่อ ขบวน[เพลง]นิสัยครับเทคนิคนี้พัฒนามาจาก งานวิจัยของศาสตราจารย์BJฟ Fox จาก มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดหลักการมันง่ายมาก ครับคือการเอานิสัยใหม่ที่เรา[เพลง]อยาก สร้างไปผูกไว้ต่อท้ายนิสัยเก่าที่เราทำ เป็นกิจวัตรอยู่แล้ว[เพลง] สูตรของมันคือหลังจากทำนิสัยปัจจุบันฉัน จะ[เพลง]ทำนิสัยใหม่ทำไมวิธีนี้ถึงได้ผล เพราะสมองของคนเรามีการเชื่อมโยงเส้น ประสาทที่แข็งแรงอยู่แล้วสำหรับพฤติกรรม เดิมๆที่เราทำทุกวันครับไม่ว่าจะเป็นการ
22:23 ตื่นนอน[เพลง]การแปรงฟันหรือการชงกาฟาตอน เช้าการเอานิสัยใหม่ไปแปะไว้ก็เหมือนกับ การพ่วงตู้รถไฟขบวน[เพลง]ใหม่ไปกับหัวรถ จักรที่กำลังวิ่งอยู่แล้วนั่นเองครับลอง มาดูตัวอย่างแบบไทยๆที่เราเอาไปปรับใช้ ได้จริง[เพลง]นะครับสมมุติคุณอยากเริ่ม นั่งสมาธิแต่อ้างว่าไม่มีเวลาหรือลืมตลอด [เพลง]ลองใช้สูตร Habit Stacking ดูครับ หลังจากฉันชงกาแฟเสร็จแล้วฉัน[เพลง]จะ นั่งสมาธิ 1 นาทีสังเกตไหมครับเราไม่ได้ บอกว่าจะนั่งสมาธิ[เพลง] 1 ชมงเอาแค่ 1 นาทีพอแต่เอาไปผูกไว้กับกิจกรรมที่[เพลง] คุณต้องทำทุกเช้าคือการชงกาแฟหรือถ้าคุณ อยากเริ่มทาครีมกันแดดให้เป็นนิสัย[เพลง] หลังจากฉันแปรงฟันตอนเช้าเสร็จฉันจะทา
23:09 ครีมกันแดดทันทีให้การวางแปรงสีฟันเป็น สัญญาณเริ่มของการหยิบหลอดครีมการทำแบบ นี้จะช่วยปิด[เพลง]ช่องว่างของการผัดวัน ประกันพรุ่งครับเพราะมันมีจังหวะที่ชัด เจนว่าต้องทำตอนไหนไม่ใช่แค่บอกลอยๆว่า เดี๋ยวจะทำพอเห็นภาพใช่ไหมครับกฎข้อแรก คือการทำให้สัญญาณมันชัดเจนที่[เพลง]สุด ทั้งผ่านการจัดวางสิ่งของรอบตัวและการวาง เงื่อนไขเวลาที่แน่นอนแต่เหรียญ[เพลง] ย่อมมี 2 ด้านเสมอครับในเมื่อเราใช้สิ่ง แวดล้อมกระตุ้นให้เกิดนิสัยดีได้สิ่งแวด ล้อมแบบไหนกันนะที่กำลังกระตุ้นให้เรา เกิดนิสัย[เพลง]แย่ๆโดยไม่รู้ตัวและเราจะ กำจัดตัวกระตุ้นเหล่านั้นออกไปได้อย่าง เดี๋ยวช่วงหน้าเรามาคุยกันเรื่องการหัก ดิบนิสัยเสียด้วยการปรับเปลี่ยนสภาพแวด
23:55 ล้อมกันครับกลับมาต่อกันครับจากช่วงที่ แล้วเราคุยกันเรื่องการมองเห็นหรือกฎข้อ ที่ 1 ไปแล้วคราวนี้เราจะขยับเข้า[เพลง] มาสู่กฎข้อที่ 2 ที่เล่นกับความรู้สึกของ เราโดยตรงครับนั่นคือ make it attractive [เพลง] หรือทำให้หน้าดึงดูดใจซึ่งหัวใจสำคัญของ กฎข้อนี้มันเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมอง ตัวนึงที่ชื่อว่าโดปามีนครับหลายคนอาจจะ เคยได้ยินคำนี้และเข้าใจว่ามันคือสารแห่ง ความสุขแต่จริงๆแล้วเจมส์เคลียร์อธิบาย ไว้ในหนังสือว่าโดปามีน[เพลง] ไม่ได้หลังออกมาแค่ตอนที่เราได้รับรางวัล นะครับแต่มันจะพุ่งสูงที่สุดตอนที่เรา กำลังคาดหวังว่าจะได้รับรางวัลต่างหากลอง
24:40 นึกภาพตามนะครับเวลาเราเห็นแจ้งเตือน Line เด้งขึ้นมาหรือ[เพลง]เห็นป้ายเซลล์สีแดง ในห้างสรรพสินค้าใจเรามันเต้นตึกตักมือ เรา[เพลง]อยากจะกดเข้าไปดูความรู้สึกอยาก รู้อยากเห็นหรือความกระสี่แหละครับคือฝี มือของโดปามีน[เพลง]มันคือสารที่ขับ เคลื่อนให้เราลงมือทำพฤติกรรมต่างๆเพื่อ ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการคำถามคือเราจะ แฮกกลไกสมองตรงนี้มาใช้สร้างนิสัยดีๆที่ น่าเบื่อให้กลายเป็นเรื่องน่าทำได้[เพลง] อย่างไร James Clear แนะนำเทคนิคสุดเจ๋ง ที่เรียกว่า Temptation Bunderling หรือ แปลเป็นไทยง่ายๆว่าการจับคู่สิ่งล่อใจ ครับ[เพลง]หลักการของมันคือการเอาสิ่งที่ คุณต้องทำมามัดรวมไว้กับสิ่งที่[เพลง]คุณ
25:25 อยากทำสมการง่ายๆคือฉันจะทำสิ่งที่ชอบก็ ต่อเมื่อได้ทำสิ่งที่ต้องทำแล้วเท่านั้น ตัวอย่างคลาสสิคที่หนังสือยกมาเป็นเรื่อง ของนักศึกษาวิศวะคน[เพลง]หนึ่งที่ติดดู Netflix มากแต่ก็รูปร่างอ้วนฉุเพราะไม่ ออกกำลังกายเขาเลยเขียนโปรแกรมเชื่อมต่อ จักรยานออกกำลังกายเข้า[เพลง]กับแลปท็อป โดยตั้งเงื่อนว่า Netflix จะเล่นก็ต่อ เมื่อเขาปั่นจักรยาน[เพลง]ด้วยความเร็ว ที่กำหนดเท่านั้นถ้าหยุดปั่นหนังก็หยุด เล่นผลคือเขาผอมเพรียวพร้อมกับดูหนังจบไป หลายเรื่องเลยครับทีนี้ลอง[เพลง]มาปรับ ใช้ในบริบทคนไทยบ้านเราดูบ้างนะครับเชื่อ ว่าหลายท่านติดซีรียส์ใช่ไหมมัครับไม่ว่า จะซีรียส์เกาหลีที่กำลังฮิตหรือละครหลัง ข่าวที่กำลังเข้มข้นปกติ[เพลง]
26:12 เรามักจะนอนดูสบายๆบนโซฟาลองเปลี่ยนดูไหม ครับสร้างกดเหล็กให้ตัวเองเร็วว่าฉัน อนุญาตให้ตัวเองดูซีรียส์เรื่องโปรดได้ เฉพาะตอนที่เดินหรือวิ่งบนลู่วิ่งเท่า นั้นลองจินตนาการ[เพลง]ดูสิครับตอนที่พระ เอกกำลังจะบอกรักนางเอกหรือตอนที่ตัวร้าย กำลังจะถูก[เพลง]จับได้คุณจะหยุดวิ่งไม่ ได้เลยครับเพราะคุณอยากรู้ตอนต่อไปใจจะ ขาดกลายเป็นว่า[เพลง]จากที่เคยขี้เกียจ ออกกำลังกายคุณจะรีบกลับบ้านไปเปลี่ยนชุด วิ่งเพื่อที่จะได้ดูซีรียส์ต่อนี่แหละ ครับคือ[เพลง]การเอาความอยากมาเป็นตัว ประกันหรืออีกตัวอย่างหนึ่งสำหรับงานบ้าน ที่น่าเบื่อกองจานที่รอให้ล้างหรือกองผ้า ที่รอให้รีดเห็นแล้วถอนหายใจใช่ไหมครับ ลอง[เพลง]ใช้สูตรนี้ดูครับฉันจะฟังพcสราย
26:57 การโปรดหรือฟัง The Ghost Radi เรื่อง ใหม่เฉพาะตอนที่ล้างจานหรือรีดผ้าเท่า นั้นพอเราทำแบบนี้สมองเราจะเริ่มเปลี่ยน การจดจำครับจากที่เคยจำว่าการล้าง[เพลง] จานเท่ากับความน่าเบื่อสมองจะเริ่มเชื่อม โยงใหม่เป็นการล้างจานช่วงเวลาที่จะได้ ฟังเรื่องผีสุดตื่นเต้นกลายเป็นว่าบางที เราอาจจะเผลอรอคอยเวลาที่จะได้ทำงานบ้าน ด้วยซ้ำเพราะอยากฟังตอนต่อไปแล้วนี่คือ พลังของ Temptation Bundling ครับการ เปลี่ยนยาขมให้เคลือบด้วยน้ำตาลทำให้การ เริ่มต้นนิสัยยากๆ[เพลง]กลายเป็นเรื่อง ที่เย่ายวนใจมากขึ้นแต่แน่นอนครับว่าการ สร้างความอยากเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่พอ ถ้าขั้นตอนการทำมันยากเกินไปเราก็อาจจะ ถอดใจอยู่ดีในช่วงหน้าเราจะมาพูดถึงกฎข้อ
27:43 ที่[เพลง] 3 Make it Easy ทำอย่างไร ให้พฤติกรรมที่เราอยากทำมันง่ายเสียจนไม่ ทำยังยากกว่าเดี๋ยวกรอบมาคุยกันครับเอา ล่ะครับต่อเนื่องจากกฎข้อที่แล้วที่เรา พยายามเอาความสุขมาล่อใจให้เราอยากทำ [เพลง] คราวนี้เราจะมาเจาะลึกกฎข้อที่ 3 ซึ่งผม มองว่าเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เราลงมือทำ ได้จริง[เพลง]นั่นคือ make it easy หรือทำให้มันง่ายเข้าไว้ครับต้องยอมรับ ความจริงข้อนึงก่อนนะ[เพลง]ครับว่าโดย ธรรมชาติของมนุษย์เราเนี่ยลึกๆแล้วเรา เป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้เกียจครับ[เพลง]ไม่ ได้ว่าใครนะครับแต่มันเป็นกลไกการเอาตัว รอดทางชีวภาพเลยสมองของเราถูกออกแบบมาให้ ประหยัด[เพลง]พลังงานเรามักจะเลือกทางที่
28:29 ใช้แรงน้อยที่สุดเสมอหรือที่เรียกว่า Palath of Least Resistance [เพลง] ลองสังเกตดูสิครับทำไมเราถึงไถมือถือดู ฟีด Facebook หรือ TikTok ได้เป็นชั่วโมง [เพลง]ชโมงก็เพราะมันง่ายไงครับแค่ขยับ นิ้วโป้งนิดเดียวความ[เพลง]บันเทิก็พุ่ง เข้าใส่ทันทีในทางกลับกันทำไมการลุกไปออก กำลังกายหรืออ่านหนังสือภาษาอังกฤษ[เพลง] ถึงยากเหลือเกินก็เพราะมันต้องใช้พลังงาน เยอะทั้งกายและใจดังนั้นJจames Clear เลย เสนอวิธีแก้[เพลง]เผ็ดความขี้เกียจนี้ ด้วยเทคนิคที่ชื่อว่า The 2 Minute Rule หรือกด 2 นาทีครับกฎนี้[เพลง]ระบุ ไว้สั้นๆว่าเมื่อคุณจะเริ่มสร้างนิสัย ใหม่จงทำให้มันใช้เวลาทำน้อยกว่า 2 นาที ครับฟังดู[เพลง]อาจจะตลกนะครับจะไปทำอะไร
29:16 ได้ใน 2 นาทีแต่เชื่อผมเถอะครับว่านี่คือ จุดเปลี่ยนของเกมเลยเพราะเป้าหมายของเรา ไม่ใช่การ[เพลง]ทำให้เสร็จแต่คือการทำให้ เริ่มต่างหากลองมาดูตัวอย่างกันครับถ้า เป้าหมายของคุณคือฉันอยากเป็นนัก[เพลง] อ่านปกติเรามักจะตั้งเป้าว่าจะอ่าน หนังสือให้จบเล่มหรือจะอ่านวันละ 1 บทใช่ ไหมครับพอคิดแบบ[เพลง]นั้นสมองมันท้อทำที ครับเพราะมันดูเหนื่อยลองเปลี่ยนใหม่ [เพลง]ครับใช้กด 2 นาทีเป้าหมายของคุณจะ เหลือแค่อ่านหนังสือ[เพลง] 1 บรรทัดใช่ ครับฟังไม่ผิดแค่ 1 บรรทัดครับหรือถ้า เป้าหมายคือฉันจะวิ่งมาราธอนอย่า[เพลง] เพิ่งไปคิดถึงการวิ่ง 10 ก.ครับลดขนาดลง มาเหลือแค่ฉันจะใส่รองเท้าวิ่งและผูก
30:02 เชือกให้เสร็จจบครับแค่นั้นหลายคนอาจจะ แย้งในใจว่าโค้ใส่รองเท้ามันจะได้อะไรไม่ ได้เหงื่อสักหยด[เพลง] ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับการใส่รองเท้า หรือการหยิบหนังสือขึ้นมาอ่าน 1 บรรทัด มันคือการสร้างGตway Habit หรือนิสัย ประตูทางเข้าครับคุณต้องเข้าใจก่อนว่า ปัญหาของคนส่วนใหญ่ไม่ใช่การวิ่งไม่ไหว แต่การเริ่มออกไปวิ่งไม่ไหวต่างหากถ้าเรา ข้ามกำแพงความขี้เกียจในช่วงเริ่มต้นไป ได้ที่เหลือมันจะไหลลื่นไปเองครับพอใส่ รองเท้าเสร็จแล้วไหนๆก็ใส่แล้วเดินออกไป หน้าปากซอยหน่อยก็ได้พอเดินแล้ววิ่งเยาะๆ สักหน่อยก็ดีเห็นมั้ครับหัวใจสำคัญของการ สร้างนิสัยคือการเชี่ยวชาญ[เพลง]ศิลปะ แห่งการปรากฏตัวครับคุณต้องทำให้การเริ่ม
30:48 ต้นมันง่ายที่สุด[เพลง]ง่ายจนชนิดที่ว่า ถ้าไม่ทำยังรู้สึกยากกว่าลองนึกถึงเวลา เราสั่งอาหารdelivอรี่สิครับทำไมเราสั่ง เก่งจังก็เพราะ[เพลง]มันกดแค่ 2-3 ทีใช่ ไหมั้ครับเราต้องออกแบบชีวิตด้านดีๆให้ ง่ายแบบนั้นบ้างครับอย่าเพิ่งไปหวังผล เลิศเลอในช่วงแรกเอาแค่ให้เราได้เริ่ม ก่อนเพราะถ้าวันแรกยังเริ่มไม่ได้วันต่อ ไปก็ไม่มีทางเกิด[เพลง]ขึ้นจริงมั้ยครับ แต่ทีนี้พอเราเริ่มทำจนเป็นนิสัยได้แล้ว เราจะทำยังไงให้เรารู้สึกอยากทำมันต่อ เนื่องไปเรื่อยๆไม่ใช่[เพลง]แค่ทำวัน 2 วันแล้วเลิกเดี๋ยวช่วงหน้าเราจะมาคุยกัน ถึงกฎข้อสุดท้าย[เพลง]กฎข้อที่ 4 Make it satisfied ing ทำอย่างไรให้การทำ นิสัยดีๆกลายเป็นเรื่องที่ฟินจนหยุด [เพลง]ไม่ได้เดี๋ยวกลับมาครับยินดีต้อน
31:33 รับกลับมาครับต่อเนื่องจากที่เราคุยกันไป ว่าเราต้องเริ่มให้ง่ายที่สุดทีนี้คำถาม คือแล้วทำยังไงเราถึงจะทำมันซ้ำๆในวัน พรุ่งนี้และวันต่อๆไปล่ะครับ[เพลง]คำตอบ อยู่ที่กฎข้อที่ 4 ครับ Make it satisfying หรือทำให้มันน่าพึงพอใจ ประเด็นสำคัญมันอยู่[เพลง]ที่ธรรมชาติของ สมองเราครับ James Clear บอกไว้ว่ากฎ เหล็กของการเปลี่ยนพฤติกรรมคืออะไรที่ทำ แล้ว[เพลง]ได้รับรางวัลทันทีเรามักจะทำ ซ้ำแต่อะไรที่ทำแล้วถูกลงโทษเราจะหลีก เลี่ยงปัญหาคือนิสัยดีๆส่วนใหญ่รางวัลมัน มักจะมาช้าครับลองนึกภาพตามนะครับเราอดทน กินคลีนงดชาไข่มุกวันนี้[เพลง]เราไม่ได้
32:18 ผอมลงในเย็นนี้นะครับอีกเป็นเดือนกว่า หุ่นจะดีคือรางวัลมันดีเลยครับแต่ในทาง [เพลง]กลับกันถ้าเรากินบุฟเฟ่ต์ปิ้งย่าง หรือซัดทุเรียนหมอนทองเข้าไปตอนนี้ความ สุข[เพลง]มันเกิดขึ้นทันทีครับอร่อยทันที ฟินทันทีแต่ผลเสียคืออ้วนเนี่ยมันค่อยตาม มาทีหลังสมองเรามันฉลาดแต่แกมโกง[เพลง] ครับมันชอบความสุขเดี๋ยวนี้ดังนั้นถ้าเรา อยากสร้างนิสัยดีๆเราต้องหา[เพลง]ทางหลอก ล่อสมองด้วยรางวัลเล็กๆน้อยๆทันทีครับและ เครื่องมือที่เจมส์เคลียร์แนะนำและเป็น เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด[เพลง]อันนึง ในหนังสือเล่มนี้เรียกว่า Habit Tracker หรือเครื่องมือติดตามนิสัยครับ[เพลง]ฟัง ดูวิชาการใช่ไหมมครับแต่อย่าเพิ่งตกใจ วิธีที่คลาสสิคและได้ผลที่สุดมาจากเรื่อง
33:05 เล่าของตลกชื่อดังระดับโลกอย่าง[เพลง] Jจี่Sandเfelครับมีคนเคยไปถามเคล็ดลับ ความสำเร็จจากเขา[เพลง]บอกว่าเคล็ดลับของ เขาคือการเขียนมุกตลกให้ได้ทุกวันไม่ต้อง [เพลง]เขียนเยอะแต่ต้องเขียนทุกวันวิธี การของเขาคือเขาจะมีปฏิทินอันใหญ่ๆแขวน ไว้ที่ผนังวันไหนที่เขาเขียนมุกตลกเสร็จ เขาจะเอาปากกาเมจิกสีแดงกากบาทตัว X ตัว ใหญ่ๆลงไปในช่องวันที่ของวันนั้นลอง จินตนาการดูนะครับ[เพลง]พอทำไปได้สัก 3-4 วันคุณจะเริ่มเห็นโซ่หรือลูกโซ่ของกากบาท สีแดงที่ต่อกันยาวขึ้นเรื่อยๆและเป้าหมาย ของคุณจะมีเพียงอย่างเดียวครับนั่นคือ Don't break [เพลง] the chain อย่าทำ ให้โซ่นั้นขาดนี่แหละครับคือความลับการ
33:52 ที่เรา[เพลง]ได้หยิบปากกาขึ้นมาแล้ว บรรจากบาทตัว X ลงไปหลังจากทำภารกิจเสร็จ มันคือรางวัลทันทีที่สมองต้องการครับ [เพลง]มันเหมือนเราได้รับเหรียญรางวัล เล็กๆมันคือความรู้สึกของความสำเร็จความ รู้สึกว่าฉันทำได้แล้วพี่น้องชาว[เพลง] ไทยน่าจะคุ้นเคยดีนะครับอารมณ์มันเหมือน เวลาเราสะสมสตมป์เซเว่นหรือสะสมแต้มร้าน ชานมไข่มุกนะครับเวลาเห็น[เพลง]สมุดสะสม แต้มมันค่อยๆเต็มมันรู้สึกฟินใช่มั้ยครับ มันรู้สึกอยากจะไปซื้อแก้วต่อไป[เพลง] เพื่อให้มันครบหลักการเดียวกันเลยครับลอง เอาไปปรับใช้ดูนะครับไม่ต้องซับซ้อน สมมุติคุณตั้งเป้าว่าจะออกกำลังกาย[เพลง] พอกลับมาจากวิ่งหรือยกเวทยเสร็จให้คุณ เดินไปที่ปฏิทินหรือเปิด[เพลง]แอปในมือ ถือก็ได้แล้วติ๊กเครื่องหมายถูกลงไปทันที
34:41 เชื่อไหมครับว่าในวันที่เราเหนื่อย[เพลง] วันที่เราขี้เกียจสุดๆบางทีเหตุผลเดียว ที่ทำให้เราลุกขึ้นมาออกกำลังกาย[เพลง]ก็ เพียงเพราะว่าฉันไม่อยากเห็นช่องว่างใน ปฏิทินฉันเสียดายสถิติที่สะสมมาการเห็น ความก้าวหน้าด้วยตา[เพลง]เปล่าแบบนี้มัน คือแรงขับเคลื่อนชั้นดีเลยครับมันเปลี่ยน โฟกัสเรา[เพลง]จากการรอคอยผลลัพธ์ไกลๆมา อยู่ที่กระบวนการตรงหน้ากันแน่นอนครับ ชีวิตจริงมันไม่ได้ราบรื่นเสมอไป[เพลง] มันต้องมีวันที่เราพลาดวันที่เราป่วยหรือ วันที่เรายุ่งจนทำไม่ได้จริงๆจนโซ่มันขาด ไป James [เพลง] Clear มีกฎเหล็กอีกข้อ หนึ่งสำหรับสถานการณ์นี้ครับกฎที่ชื่อว่า Never Miss Twice หรือห้ามพลาด 2 ครั้งติดกันทำไมกฎนี้ถึงสำคัญและเราจะกู้
35:28 คืนนิสัย[เพลง]ของเรากลับมาได้อย่างไร เมื่อเราเผลือหลุดวงโคจรไปเดี๋ยวช่วงหน้า ช่วงสุดท้ายของรายการเราจะมาสรุปบทเรียน นี้และส่งท้ายกัน[เพลง]ครับสักครู่เดียว ครับยินดีต้อนรับกลับมาครับก่อนที่เราจะ ไปพูดถึงเทคนิคการกู้คืนนิสัยในตอนท้ายผม อยากชวนคุณผู้ฟังมาทำความเข้าใจ[เพลง] ความจริงข้อนึงที่เจ็บปวดแต่สำคัญที่สุด ในการสร้างนิสัยครับคุณผู้ฟังเคยสงสัยไหม ครับว่าทำไมหลายครั้งที่เราตั้งใจทำอะไร สักอย่างเราขยันแทบตายวิ่ง[เพลง]ทุกวัน อ่านหนังสือทุกคืนแต่ผ่านไปเป็นเดือนแล้ว ผลลัพธ์มันดูเหมือน 0 [เพลง]หุ่นยังเท่า เดิมภาษาอังกฤษก็ยังพูดไม่ได้จนสุดท้าย เราก็ท้อและเลิกไปเอง James Clear เรียก ปรากฏการณ์นี้ว่า Plateau of Laten
36:15 Potential ครับหรือถ้าแปลเป็นไทยสวยๆก็ คือเนินราบแห่งศักยภาพที่ซ่อนเร้น[เพลง] กราฟนี้มันอธิบายความเข้าใจผิดของมนุษย์ เราครับเรามักจะคิดว่าผลลัพธ์[เพลง]มัน ควรจะมาเป็นเส้นตรงตามความพยายามยิ่งทำ เยอะผลต้องยิ่งเห็นชัดใช่ไหมครับ[เพลง] เหมือนเราทำงานแลกเงินทำชั่วโมงนึงก็ได้ ค่าแรงชั่วโมงนึง[เพลง]แต่ความจริงของการ เปลี่ยนแปลงนิสัยมันไม่ใช่แบบนั้นครับ กราฟจริงๆมันเป็นเส้นโค้งครับช่วงแรกๆที่ เราลงแรงไปผลลัพธ์มันจะต่ำเตี้ยเรี่ย [เพลง]ดินจนแทบมองไม่เห็นช่วงว่างระหว่าง สิ่งที่เราคาดหวังกับความเป็นจริงตรงนี้ แหละครับที่เขาเรียกว่า Valley [เพลง] of Disappointment หรือหุบเหวแห่งความผิด หวังและคนส่วนใหญ่ก็ตกลงไปตายในหุบเหวนี้
37:01 แหละครับเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น[เพลง]ลอง จินตนาการถึงก้อนน้ำแข็งซะก้อนที่วางอยู่ บนโต๊ะในห้องที่หนาวเหน็บดูนะครับสมบุด อุณหภูมิห้องอยู่ที่ -5 องศคุณค่อยๆเพิ่ม อุณหภูมิห้องขึ้นทีละนิด -4 -3 [เพลง] -2 คุณลงแรงเพิ่มความร้อนไปเรื่อยๆแต่ก้อน น้ำแข็งแข็งยังวางนิ่งสนิทดูเหมือนไม่มี อะไรเปลี่ยนแปลงเลย -1 ก็ยัง[เพลง]เหมือน เดิมคุณอาจจะเริ่มคิดแล้วว่าทำไปทำไม เนี่ยไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้นเลยแต่พอ อุณหภูมิแตะ 0 >> [เพลง] >> องศาปุ๊บน้ำแข็งก้อนนั้นเริ่มละลายครับคำ ถามคือการละลายนั้นเกิดจากการเพิ่ม อุณหภูมิครั้งสุดท้าย[เพลง]เพียงอย่าง เดียวหรือเปล่าครับไม่ใช่เลยครับมันเกิด จากการสะสมพลังงานมาตั้งแต่ตอน -5 -4 -3
37:50 แล้วครับเพียงแต่ตอนนั้นผล[เพลง]ลัพธ์มัน ยังไม่ปรากฏให้เห็นด้วยตาเปล่าหรือถ้า เปรียบ[เพลง]เทียบกับธรรมชาติที่คนไทยเรา อาจจะเห็นภาพชัดขึ้นลองนึกถึงต้นไผ่ครับ คุณรู้ไหมครับว่าในช่วง 5 ปีแรกของการ ปลูก[เพลง]ต้นไผ่คุณแทบจะไม่เห็นหน่อของ มันโผล่พ้นดินขึ้นมาเลยคุณต้องรดน้ำพรวน ดิน[เพลง]ดูแลมันทุกวันโดยที่ไม่เห็นความ เปลี่ยนแปลงอะไรเลยคนข้างบ้าน[เพลง]อาจจะ เดินมาถามว่าปลูกอะไรของแกไม่เห็นมีต้น ไม้สักต้นแต่ความจริงคือใต้พื้นดินนั้น ต้นไผ่กำลังสร้างรากที่[เพลง]แข็งแรงและ แผ่ขยายออกไปอย่างมหาศาลครับและเมื่อราก พร้อมพอเข้าสู่ปีที่ 5 ต้นไผ่จะพุ่งสูง
38:36 ขึ้นฟ้า[เพลง]ถึง 80-90 ฟุตภายในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ชีวิตเราก็เหมือนกันครับช่วงเวลา ที่คุณรู้สึกว่าทำไปก็เหนื่อยเปล่าออก กำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลงเก็บเงินแล้ว พอร์ตยังไม่โตให้บอกตัวเองไว้นะครับว่า คุณไม่ได้ล้มเหลวคุณกำลังเป็นก้อนน้ำแข็ง ที่กำลังเก็บสะสมความร้อนหรือเป็นต้นไผ่ ที่กำลังสร้างรากอยู่ครับงานที่คุณทำใน วันนี้มันไม่ได้หายไปไหน[เพลง]มันถูกกัก เก็บไว้เพื่อรอวันที่จะระเบิดศักยภาพออก มาเมื่อถึงจุดที่เหมาะสมหรือที่เรียกว่า Critical Threshole ครับดังนั้นถ้าวัน นี้คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังอยู่ในหุบ [เพลง]เหวแห่งความผิดหวังอย่าเพิ่งถอดใจ
39:23 นะครับให้กัดฟันทำต่อไปรักษาเชนกากบาทสี แดงบนปฏิทินของคุณไว้เพราะคุณอาจจะอยู่ ห่างจากจุดที่น้ำแข็งกำลัง[เพลง]จะละลาย อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเองครับเอาล่ะครับ พอเราเข้าใจธรรมชาติของการรอคอยผลลัพธ์ แล้วเราก็จะมีภูมิคุมกันความท้อแท้มาก ขึ้น[เพลง] แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังเป็นมนุษย์ครับ มันต้องมีวันที่เราพลาดวันที่เราสะดุดขา ตัวเองเมื่อเกิดเหตุ[เพลง]การณ์นั้นขึ้น เราจะกู้คืนระบบนิสัยของเรากลับมาได้ อย่างไรกฎข้อสำคัญที่ผมเกริ่นไว้ตอนที่ แล้ว Never Miss Twice [เพลง]จะมาช่วย เราตรงนี้ครับมาติดตามกันต่อในช่วงสุด ท้ายครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ช่วงสุดท้าย ของรายการครับ[เพลง]ต่อเนื่องจากที่เรา
40:09 คุยกันค้างไว้เมื่อสักครู่นะครับกับกด เหล็กที่ชื่อว่า Never Miss Twice หรือ ห้ามพลาด[เพลง] 2 ครั้งติดกัน James Clear เขาบอกไว้แบบนี้ครับว่าการที่เรา หลุดนิสัยไป 1 [เพลง]วันอาจจะเพราะป่วย เพราะงานด่วนหรือเพราะความขี้เกียจเข้า ครอบงำชั่วคราวนั่นเป็นเรื่องปกติที่เกิด ขึ้นได้ครับมันคืออุบัติเหตุแต่เมื่อไหร่ ก็ตามที่เราพลาดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 [เพลง] นั่นไม่ใช่ความบังเอิญแล้วครับแต่มันคือ จุดเริ่มต้นของนิสัยใหม่นิสัยที่เรียกว่า การล้มเลิกนั่นเองครับ[เพลง]ดังนั้นหัวใจ สำคัญของการกู้คืนระบบไม่ใช่ความสมบูรณ์ แบบครับไม่ใช่ว่าถ้าทำไม่ได้ 100% แล้วจะ ทิ้งไปเลยคนไทยเราบางทีจะมีนิสัยแบบ [เพลง]ไหนๆก็หลุดแล้ววันนี้ช่างมันเดี๋ยว
40:55 ค่อยเริ่มใหม่พรุ่งนี้หรือเดือนหน้าใช่ มั้ยครับอย่าทำแบบนั้นครับถ้าคุณพลาดมื้อ เช้ามื้อเที่ยงให้กลับมากินดีทันทีถ้าคุณ ไม่ได้วิ่งเมื่อวานวันนี้ต้อง[เพลง]ผูก เชือกรองเท้าออกไปเดินทันทีจำไว้นะครับคน ที่ประสบความสำเร็จไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่เป็นคนที่พลาดแล้วกลับมาได้เร็วที่สุด ตำหากครับและนี่ก็นำเรามาสู่บทสรุปสำคัญ ของหนังสือ Atomic Hit ครับ[เพลง] ตลอดเวลาที่เราคุยกันมาคุณผู้ฟังจะสังเกต เห็นแก่นแท้ข้อหนึ่งที่Jจamส์เคลียร์ พยายามย้ำเตือนเราเสมอนั่นคือการสร้าง [เพลง]นิสัยที่ดีไม่ใช่เรื่องของการใช้ พลังใจอันมหาศาลหรือความมุ่งมั่นที่เป็น เลิศเหมือนที่เรามักจะเข้าใจผิดกันเรามัก จะคิดว่าคนหุ่นดีคนเรียนเก่งคนรวยคือคน
41:43 ที่มีวินัยเหล็กแต่ความจริงแล้วพวกเขาแค่ เป็นคนที่มีการออกแบบระบบที่ดีครับมี ประโยคทองคำประโยคนึงจากหนังสือเล่มนี้ ที่ผมอยากให้คุณผู้ฟังจดจำไว้ให้ขึ้นใจ เลยนะครับ[เพลง]เขาบอกว่า You do not rise to the level of your goals. You fall to the level of your systems. [เพลง] แปลเป็นไทยให้เห็นภาพคือเราไม่ได้บินสูง ขึ้นไปตามระดับของเป้าหมายที่เราตั้งไว้ หรอกครับแต่เราจะตกลงมาอยู่ที่[เพลง] ระดับของระบบที่เราสร้างขึ้นต่างหากครับ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้[เพลง]คุณอยาก เปลี่ยนแปลงตัวเองอย่าไปโฟกัสที่เป้าหมาย ว่าฉันจะลด 10 กก.หรือฉันจะรวย 10 ล้าน แต่ให้กลับมาโฟกัส[เพลง]ที่ระบบในชีวิต ประจำวันของคุณครับว่าคุณจัดวางรองเท้า
42:28 วิ่งไว้ตรงไหนคุณวางโทรศัพท์มือถือไว้ไกล ตัวแค่[เพลง]ไหนตอนทำงานหรือคุณเตรียม หนังสือที่จะอ่านไว้บนหมอนหรือยังเริ่ม จากจุดเล็กๆครับเล็กมากๆจนคุณไม่สามารถ ปฏิเสธ[เพลง]ที่จะทำมันได้ไม่ต้องรอฤกษ ไม่ต้องรอให้พร้อมสมบูรณ์[เพลง] James Clear บอกว่า Standardize before you optimize คือทำให้มันเป็นมาตรฐาน เป็นกิจวัตร[เพลง]ให้ได้ก่อนแล้วค่อยไป ปรับปรุงให้มันดีขึ้นทีหลังครับการที่คุณ ไปยิ้มแล้ววิ่งได้แค่ 5 นาทีก็ยังดีกว่า การที่คุณนั่งวางแผนอยู่บ้านว่าจะ[เพลง] วิ่ง 1 ช่มงแต่ไม่ได้ออกไปไหนเลยจริงมั้ ครับเรื่องราวและเทคนิคที่ผมนำมาเล่าใน วันนี้เป็นเพียง[เพลง]แค่ส่วนหนึของเนื้อ หาทั้งหมดในหนังสือ Atomic Habits เท่า นั้นนะครับในเล่มจริงยังมีรายละเอียดที่
43:15 ลึกซึ้งกว่านี้อีกมาก[เพลง]ครับทั้ง เรื่องของการปรับสภาพแวดล้อมเทคนิคขั้น สูงในการซ้อนนิสัย[เพลง]หรือแม้แต่เรื่อง ของพันธุกรรมที่มีผลต่อนิสัยของเราถ้าคุณ ผู้ฟังสนใจอยากจะ[เพลง]เจาะลึกและนำไป ปรับใช้แบบจริงจังผมแนะนำให้หาซื้อฉบับ เต็มมาอ่านหรือซื้อมาติดบ้านไว้เลยครับ คุ้มค่ามากๆผมได้แปะลิงก์สำหรับการสั่ง ซื้อ[เพลง]หนังสือเล่มนี้ไว้ให้ในราย ละเอียดด้านล่างแล้วนะครับสามารถกดเข้าไป ดูได้เลยครับและถ้าคุณชอบเนื้อหาดีๆแบบ นี้[เพลง]ชอบการสรุปหนังสือที่ฟังเพลิน และย่อยง่ายที่จะช่วยเปลี่ยนชีวิตคุณให้ ดีขึ้นทีละนิดผมฝากกด Subscribe [เพลง] ติดตามช่องเล่มล่าสุดฟังหนังสือเปลี่ยน ชีวิตของเราไว้ด้วยนะครับและอย่าลืมกด กระดิ่งแจ้งเตือนเพื่อที่คุณจะได้ไม่พลาด หนังสือเล่มใหม่ๆที่เราจะคัดสรรมาฝากกัน
44:01 ในทุกสัปดาห์ครับสุดท้ายนี้ผมขอเป็นกำลัง ใจให้คุณผู้ฟังทุกท่านครับการเปลี่ยนแปลง ตัวเองเปรียบเสมือนการเดินทางไกลอย่าดู ถูกพลังของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อยๆนะ ครับวันละ 1% อาจจะดูเหมือนไม่มีความหมาย ในวันนี้แต่เมื่อเวลาผ่านไปดอกเบี้ย [เพลง]ทบต้นของนิสัยจะทำงานแล้วมันจะ เปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาลครับสำหรับวัน นี้ผมต้องลาไปก่อนแล้วพบกันใหม่ในเล่ม หน้าสวัสดี