10 สิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก | Q-VOB

Q-VOB www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนำเสนอเรื่องราวต้นกำเนิดของ 10 สิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนแปลงโลก ซึ่งได้แก่ นาฬิกา เข็มทิศ แท่นพิมพ์ หลอดไฟ กล้องถ่ายรูป คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ และเครื่องบิน โดยเน้นถึงความพยายาม ความคิดสร้างสรรค์ และความล้มเหลวที่นำไปสู่ความสำเร็จในการประดิษฐ์สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่พลิกโฉมหน้าโลกไปตลอดกาล

  • นาฬิกา: จากนาฬิกาแดดสู่ระบบดิจิทัล
  • เข็มทิศ: จากฮวงจุ้ยสู่การนำทางโลก
  • แท่นพิมพ์: จากบล็อกไม้สู่การปฏิวัติการพิมพ์
  • หลอดไฟ: จากโคมไฟอาร์คสู่แสงสว่างในบ้าน
  • กล้องถ่ายรูป: จากกล้องรูเข็มสู่ภาพดิจิทัล
  • คอมพิวเตอร์: จากลูกคิดสู่ปัญญาประดิษฐ์
  • โทรศัพท์: จากโทรศัพท์กระป๋องสู่สมาร์ทโฟน
  • รถยนต์: จากรถม้าไอน้ำสู่รถยนต์ไฟฟ้า
  • เครื่องปรับอากาศ: จากพัดลมโบราณสู่ระบบปรับอากาศ
  • เครื่องบิน: จากความฝันสู่การเดินทางทั่วโลก

นาฬิกา

นาฬิกาเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดชิ้นหนึ่งของมนุษย์ เริ่มต้นจากการสังเกตปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ เช่น การเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ จนพัฒนามาเป็นนาฬิกาแดดของชาวอียิปต์โบราณ ต่อมามีการประดิษฐ์นาฬิกาน้ำ นาฬิกาธูป และนาฬิกาทราย การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญคือการประดิษฐ์นาฬิกาจักรกลในยุโรปช่วงศตวรรษที่ 13 ซึ่งมีความแม่นยำกว่าเดิมมาก จากนั้นจึงมีนาฬิกาพก นาฬิกาลูกตุ้ม และนาฬิกาข้อมือ จนกระทั่งถึงนาฬิกาควอตซ์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่และมีความเที่ยงตรงสูง นาฬิกาได้พัฒนาไปไกลจากอุปกรณ์บอกเวลาธรรมดา กลายเป็นเครื่องมือที่มีคุณสมบัติหลากหลายและมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์

เข็มทิศ

เข็มทิศเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับการเดินทาง ประกอบด้วยเข็มแม่เหล็กที่ชี้ไปทางทิศเหนือเสมอ นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าจีนเป็นอารยธรรมแรกที่พัฒนาเข็มทิศแม่เหล็ก โดยใช้เพื่อจุดประสงค์ทางจิตวิญญาณในการทำนายดวงชะตาและการจัดระเบียบฮวงจุ้ย ต่อมามีการใช้เข็มทิศในการนำทางทางบกและทางทะเล ในยุโรปมีการใช้เข็มทิศแม่เหล็กลอยน้ำ ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นกล่องทรงกลมที่มีหน้าปัดบอกทิศและเข็มแม่เหล็ก เข็มทิศมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้นักเดินเรือสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัยและสร้างแผนที่ที่มีความแม่นยำมากขึ้น แม้ว่าปัจจุบันจะมี GPS แต่เข็มทิศก็ยังคงเป็นเครื่องมือนำทางที่มีคุณค่า

แท่นพิมพ์

แท่นพิมพ์เป็นเครื่องจักรสำหรับพิมพ์หนังสือและสิ่งพิมพ์ต่างๆ โดยใช้แท่นกดพื้นผิวที่มีน้ำหมึกลงบนวัสดุที่ต้องการพิมพ์ สิ่งพิมพ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดคือ วัชรปรัชญาปารมิตาสูตรของจีน ซึ่งสร้างขึ้นด้วยการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อก ต่อมามีการพัฒนาเทคนิคการพิมพ์ระบบตัวเรียงโดยปี่เซิง ช่างฝีมือชาวจีน ในยุโรป โยฮันเนส กูเตนเบิร์กได้รวบรวมเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆ เข้าเป็นระบบเดียวกันและปรับปรุงกระบวนการพิมพ์ให้สามารถใช้งานได้จริง กูเตนเบิร์กได้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์ที่ใช้เทคนิคการพิมพ์ระบบตัวเรียงและพัฒนาหมึกพิมพ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน แท่นพิมพ์ของกูเตนเบิร์กนับเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติเทคโนโลยีการพิมพ์ ทำให้สามารถพิมพ์หนังสือได้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว นำไปสู่การเผยแพร่ความรู้อย่างรวดเร็วและแพร่หลาย

หลอดไฟ

การประดิษฐ์หลอดไฟได้เปลี่ยนแปลงโลกอย่างยิ่งใหญ่ ทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน นักประดิษฐ์หลายคนมีส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ก่อนที่โทมัส เอดิสัน จะประดิษฐ์หลอดไฟได้สำเร็จ ฮัมฟรี เดวี ประดิษฐ์โคมไฟอาร์ค แต่ไม่สามารถทนความร้อนสูงได้ วอร์เรน เดอลา รู พัฒนาหลอดไฟที่ใช้ไส้หลอดแพลตินัม แต่มีราคาสูงเกินไป เฮนรี วูดวอร์ดและแมทธิว อีแวนส์ จดสิทธิบัตรการออกแบบหลอดไฟแบบไส้ที่ใช้เส้นใยคาร์บอน แต่ไม่มีเงินทุนเพียงพอที่จะพัฒนาต่อ เอดิสันได้ซื้อสิทธิบัตรและพัฒนาหลอดไฟที่มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ได้สำเร็จ เอดิสันไม่ใช่คนแรกที่ประดิษฐ์หลอดไฟ แต่เป็นบุคคลแรกที่สามารถสร้างระบบไฟส่องสว่างที่ใช้งานได้จริงและจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้

กล้องถ่ายรูป

กล้องถ่ายรูปเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการยาวนาน กล้อง obscura หรือกล้องรูเข็มเป็นรากฐานสำคัญของการถ่ายภาพ โดยใช้ปรากฏการณ์ทางแสงธรรมชาติในการฉายภาพกลับหัวภายในห้องมืด อัลฮาเซน นักฟิสิกส์ชาวอาหรับ เป็นบุคคลแรกที่บันทึกคำอธิบายที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับหลักการทำงานของกล้องทาบเงา ในปี 1826 โจเซฟ นีเซฟอร์ เนียปส์ ประสบความสำเร็จในการบันทึกภาพด้วยแสงภาพแรกของโลก ด้วยกล้องทาบเงาแบบพกพาที่ทำจากไม้ จอร์จ อีสต์แมน คิดค้นฟิล์มกระดาษสำเร็จ ก่อนจะเปิดตัวฟิล์มเซลลูลอยด์โปร่งแสงพร้อมกับกล้องถ่ายรูปโกดัก ในปี 1888 กล้องโพลารอยด์ โมเดล 95 เปิดตัวในฐานะกล้องถ่ายรูปตัวแรกของโลกที่สามารถให้ภาพถ่ายได้อย่างทันใจ กล้องถ่ายรูปแบบดิจิทัลตัวแรกเปิดตัวในปี 1975 และเทคโนโลยีนี้ได้เข้ามาแทนที่กล้องฟิล์มจนถึงปัจจุบัน

คอมพิวเตอร์

คอมพิวเตอร์ในยุคแรกได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายด้านการคำนวณตัวเลขที่ซับซ้อน ลูกคิดมีต้นกำเนิดมาจากชาวสุเมเรียนและชาวจีนโบราณ ชาร์ลส์ แบบเบจ สร้างเครื่องหาผลต่างและเครื่องวิเคราะห์ ซึ่งเป็นต้นแบบของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบัน เครื่องวิเคราะห์ของแบบเบจประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ ส่วนจัดเก็บข้อมูล ส่วนประมวลผล ส่วนควบคุม และส่วนรับข้อมูลเข้าและแสดงผลลัพธ์ ENIAC เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบและพัฒนาในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 คอมพิวเตอร์ในยุคสมัยใหม่มีขนาดเล็กลงและมีการประมวลผลที่เร็วขึ้น Altair 8800 เป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเครื่องแรกของโลก Osborne 1 เป็นแล็ปท็อปคอมพิวเตอร์แบบพกพาเครื่องแรกของโลก GRid Pad 1900 เป็นแท็บเล็ตคอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลก ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

โทรศัพท์

โทรศัพท์เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการส่งและรับเสียงมนุษย์ไปพร้อมๆ กัน สิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่มนุษย์ยุคโบราณใช้ทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์นั้นมีอายุมากถึงกว่า 1,200 ปี เมื่อมีการค้นพบอุปกรณ์ที่ทำจากลูกน้ำเต้า 2 ลูกร้อยเชือกเชื่อมกัน อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ เป็นบุคคลแรกที่ได้จดสิทธิบัตรโทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกา ในปี 1876 เบลล์ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์เครื่องแรกที่ใช้งานได้จริง Motorola DynaTAC 8000x เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของโลก IBM Simon เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระบบหน้าจอสัมผัสเครื่องแรกของโลก วิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือถูกพัฒนาไปอย่างรวดเร็วและแพร่หลายไปทั่วโลก

รถยนต์

รถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในประวัติศาสตร์ เฟอร์ดินานด์ เวอร์บีสต์ ได้ประดิษฐ์รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไอน้ำคันแรกขึ้น นิโคลัส โจเซฟ คูญโญต์ ประดิษฐ์ยานพาหนะ 3 ล้อขับเคลื่อนด้วยพลังไอน้ำที่มีขนาดใหญ่พอที่จะขนส่งคนและสินค้าขึ้นสำเร็จ คาร์ล เบนซ์ ทำการจดสิทธิบัตร Benz Patent Motorwagen รถยนต์ 3 ล้อ 2 ที่นั่งขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ ซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็นรถยนต์คันแรกของโลกที่ใช้งานได้จริง เฮนรี ฟอร์ด เปิดตัวรถยนต์ Ford Model T และได้พัฒนาระบบสายพานการผลิตเข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นครั้งแรก

เครื่องปรับอากาศ

เครื่องปรับอากาศเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยปรับสภาพอากาศภายในอาคารให้คงที่ ติงฮวน นักประดิษฐ์ชาวจีน ได้คิดค้นพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ เบนจามิน แฟรงคลินและจอห์น แดลตัน ได้ทำการทดลองโดยใช้หลักการระเหยเพื่อลดอุณหภูมิของเหลว วิลลิส แครร์ ได้สร้างกระบวนการลดความชื้นด้วยการควบแน่นให้ไอน้ำในอากาศจับตัวกันเป็นหยดน้ำ แล้วจึงส่งอากาศเย็นที่มีความชื้นต่ำเข้าไปแทน เครื่องปรับอากาศของแครร์เป็นที่แพร่หลายในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าต่างๆ

เครื่องบิน

ความใฝ่ฝันที่จะบินได้ของมนุษย์นั้นเก่าแก่พอๆ กับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ อับบาส อิบนุ เฟอร์นัส นักประดิษฐ์แห่งอันดาลุส และไอลเมอร์แห่งมัลเมสบรี นักบวชชาวอังกฤษ ได้พยายามสร้างเครื่องร่อนในยุคแรกๆ เลโอนาร์โด ดาวินชี ได้วาดรูปจำลองที่ขับเคลื่อนด้วยแรงมนุษย์เอาไว้หลายชิ้น โจเซฟและฌาก มงกอลฟิเยร์ ได้สร้างบอลลูนลมร้อนขึ้นสำเร็จ จอร์จ เคย์ลีย์ ได้วางแนวความคิดของเครื่องบินสมัยใหม่ที่มีปีกคงที่ ออตโต ลิเลียนทาล ได้พัฒนาเครื่องร่อนที่คนขับแขวนตัวเองไว้ที่กึ่งกลาง พี่น้องตระกูลไรต์ ได้พัฒนาเครื่องบินลำแรกของทั้งคู่ เป็นเครื่องบินโครงไม้ปีกผ้าฝ้าย 2 ชั้นที่มีชื่อว่า ไรต์ ฟลายเออร์ ในปี 1903

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:01 โลกยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยเทคโนโลยีและ นวัตกรรมล้ำสมัยที่ช่วยให้ผู้คนได้ใช้ ชีวิตกันง่ายขึ้นกว่าในยุคโบราณหรือในยุค ที่ยังไม่มีเครื่องมืออุปกรณ์เพื่ออำนวย ความสะดวกแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากว่าโลก จะเจริญก้ามหน้ามาได้ไกลขนาดนี้เราก็ต้อง พึ่งพาการประดิษฐ์คิดค้นของผู้คนในยุค เก่าก่อนที่พวกเขาต้องอาศัยความมุมานะ พยายามความคิดสร้างสรรค์และต้องพบกับความ ล้มเหลวมานับครั้งไม่ ถ้วนควิครับจะขอพาทุกคนไปพบกับต้นกำเนิด อันเก่าแก่ของสิ่งประดิษฐ์ที่เปลี่ยนโลก ใบนี้ให้กลายเป็นโลกที่เจริญก้าวหน้าจาก การคิดค้นประดิษฐ์อุปกรณ์และความพยายามใน การสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆของคนใน ยุคก่อนพร้อมเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวอัน น่าเหลือเชื่อที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิด

0:46 ขึ้นได้จริงในอดีตจนถึงปัจจุบันและได้ พลิกโฉมหน้าของโลกใบนี้ไปตลอดกาลว่าแล้ว เราก็ไปรับชมและรับฟังกันเลยครับกับคิวอ 10 สิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลก [เพลง] นาฬิกาการบอกเวลาเป็นส่วนสำคัญของ อารยธรรมมนุษย์นับตั้งแต่เริ่มมีการ บันทึกประวัติศาสตร์นาฬิกาเป็นหนึ่งใน สิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ ที่ใช้วัดและแสดงเวลาอุปกรณ์บอกเวลาที่ เก่าแก่ที่สุดคือเครื่องมือทางดาราศาสตร์ อย่างง่ายๆที่อาศัยการเคลื่อนที่ของดวง อาทิตย์และดวงดาวเพื่อทำเครื่องหมายการ เคลื่อนตัวของเวลาดวงอาทิตย์จึงถือเป็น

1:34 นาฬิกาเรือนแรกที่มนุษย์รู้จักก่อนจะมี การพัฒนาอุปกรณ์บอกเวลาที่แม่นยำและเชื่อ ถือได้มากขึ้นในเวลาต่อมาการบอกเวลารูป แบบแรกสุดนั้นขึ้นอยู่กับปรากฏการณ์ทาง ธรรมชาติโดยการใช้การเคลื่อนตัวของดวง อาทิตย์ข้ามขอบฟ้าสิ่งประดิษฐ์แรกๆที่ใช้ ในการวัดตำแหน่งของดวงอาทิตย์คือนาฬิกา แดดหรือที่เรียกอีกอย่างหนึว่านาฬิกา เงาชาวอียิปต์โบราณเป็นผู้สร้างนาฬิกนา แดดที่เก่าแก่ที่สุดเมื่อประมาณ 3,500 ปี ก่อนคริสตกาลนาฬิกาแดดยุคแรกของชาว อียิปต์โบราณสร้างอย่างเรียบง่ายด้วยแท่ง ไม้หรือเสาแนวตั้งเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อน ผ่านความยาวของเงาที่ทอดลงบนพื้นจะเป็น ตัวบอกเวลาของวันเสาโอบิของชาวอียิปต์ โบราณเป็นหนึ่งในนาฬิกาเงาที่เก่าแก่ที่

2:19 สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้บันทึกเอา ไว้นาฬิกาแดดโดยทั่วไปประกอบไปด้วยแผ่น หน้าปัดของนาฬิกาแดดมีเครื่องหมายบอกเวลา แต่ละชั่วโมงในตอนกลางวันมีลักษณะเป็น พื้นผิวเรียบทำจากโลหะไม้หินหรือวัสดุ อื่นๆและอีกส่วนที่เรียกว่าสันกำเนิดเงา ของนาฬิกาแดดที่ยื่นออกมาจากแผ่นหน้าปัด และทอดเงาลงบนหน้าปัดในขณะที่ดวงอาทิตย์ เคลื่อนผ่านท้องฟ้าเงาของสันกำเนิดเงาจะ เคลื่อนไปรอบๆหน้าปัดทุกๆชั่วโมงเพื่อ แสดงเวลาบนเส้นชั่วโมงใหม่ CP zedra หรือนาฬิกาน้ำปรากฏอยู่ในจารึกของชาว อียิปต์โบราณเมื่อราว 1,500 ปีก่อน คริสตกาลมีลักษณะเป็นภาชนะที่มีน้ำบรรจุ เต็มถูกเจาะรู้ที่ก้นภาชนะเพื่อปล่อยให้ น้ำค่อยๆหยดออกจากภาชนะทีละน้อยอย่างสม่ำ

3:05 เสมอโดยมีการทำเครื่องหมายแสดงระดับน้ำ เอาไว้ที่ภาชนะเป็นการบอกเวลานาฬิกาน้ำ ถือเป็นอุปกรณ์บอกเวลาที่มั่นยำที่สุดณ เวลานั้นโดยไม่ต้องพึ่งพาแสงแดดนิยมใช้ กันอย่างแพร่หลายมานานนับพันปีแต่ก็มีข้อ เสียคือต้องคอยเติมน้ำตลอดเวลาอีกทั้งใน ฤดูหนาวที่อากาศเย็นจัดจนน้ำกลายเป็นน้ำ แข็งก็ส่งผลให้นาฬิกาน้ำไม่สามารถใช้งาน ได้ ก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 6 ชาวจีนได้นำ นาฬิกาธูปมาใช้เป็นครั้งแรกเพื่อจุด ประสงค์ทางศาสนาระหว่างการสวดภาวนาหรือ งานพิธีกรรมโดยจะนำผงธูปใส่ลงในถาดก่อนจะ นำตราผนึกกดลงบนผงธูปให้เกิดลวดลายการบอก เวลาจะอาศัยการสังเกตจากผงธูปที่มอดไหม้ ไปตามลวดลายจนหมดเป็นตัวบอกเวลานอกจากนี้

3:51 ก็ยังมีควันธูปที่ส่งกลิ่นหอมให้ความรู้ สึกผ่อนคลายอีก ด้วยในศตวรรษที่ 8 นาฬิกาทรายถูกคิดท้น ขึ้นโดยนักบวชชาวฝรั่งเศสโดยการปล่อยให้ เม็ดทรายคลื่นผ่านคอคอดเล็กๆจากหลอดแก้ว ด้านบนไปยังหลอดแก้วด้านล่างที่เชื่อมต่อ กันจนทรายหมดนักบวชในคริสต์ศาสนาหันมาใช้ นาฬิกาทรายในการจับเวลาสวดมนต์ซึ่งสะดวก กว่าการใช้นาฬิกาน้ำนอกจากนี้นาฬิกาทราย ก็ยังเป็นที่นิยมในหมู่กาลาสีเรือที่ออก เดินทางในมหาสมุทรเนื่องจากคลื่นลมที่พัด จนทำให้เรือโคลงเครงนั้นไม่ส่งผลต่อความ แม่นยำของนาฬิกาทรายแต่อย่างใดจุดเปลี่ยน สำคัญในประวัติศาสตร์ของการการบอกเวลาคือ การประดิษฐ์นาฬิกาจักกลที่ใช้ระบบเกียร์ และตุ้มน้ำหนักซึ่งมีความแม่นยำและเชื่อ ถือได้มากกว่าอุปกรณ์บอกเวลาในยุคก่อนๆ

4:38 นาฬิกาจักกลรุ่นแรกๆปรากฏอยู่ในยุโรปใน ช่วงศตวรรษที่ 13 ในยุคแรกนาฬิกาจักกล เป็นอุปกรณ์บอกเวลาขนาดใหญ่ทั้งยังมีราคา แพงจึงพบเห็นได้เพียงแต่ในโบถและอาคาร สาธารณะเท่านั้นนาฬิกาจากกลยุคแรกที่เป็น ที่รู้จักกันดีคือนาฬิกาในอาสนวิหารบี สร้างขึ้นในอังกฤษเมื่อปี 1386 และยังคง ใช้งานได้จนถึง ปัจจุบันในศตวรรษที่ 16 ปีเตอร์เนลช่างทำ กุญแจและนาฬิกาชาวเยอรมันได้รับยกย่องให้ เป็นผู้ประดิษฐ์นาฬิกาพกพาขนาดเล็กคนแรก ซึ่งผู้คนในยุคนั้นมักนำมาสวมใส่เป็นจี้ หรือติดไว้กับเสื้อผ้าในศตวรรษที่ 17 คริสตียานเกินักคณิตศาสตร์และนักฟิสิกส์ ชาวดัชประดิษฐ์นาฬิกาลูกตุ้มออกมาในปี

5:23 1656 ซึ่งมีความแม่นยำกว่าเดิมมากช่วย ให้ตารางการทำงานของผู้คนและสถานที่ต่างๆ มีความสอดคล้องกันทั้งในที่ทำงานโรงเรียน บ้านเรือนโรงงานตลอดจนสถานีรถไฟที่สามารถ จัดการตารางขนส่งโดยสารได้อย่างมี ประสิทธิภาพมากขึ้นนาฬิกาลูกตุ้มจึงเป็น ที่นิยมใช้งานอย่างแพร่ร้ายไปอีกเกือบ 300 ปีนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกเชื่อกันว่า ถูกสร้างขึ้นในปี 1810 โดยฮัมลิเกช่างทำ นาฬิกาชาวสวิสถวายให้แก่แคโรลโบนาราชินี แห่งเิสแต่ในบางข้อมูลก็อ้างว่านาฬิกาข้อ มือเรือนแรกของโลกนั้นถูกสร้างขึ้นโดย partech ิีแบรนนาฬิกาสุดรู้จาก สวิตเซอร์แลนด์ในปี 1868 เพื่อถวายให้แก่ ces Con covic แห่งฮังการีซึ่งทั้งเบก

6:09 และพค fep ก็ได้กลายมาเป็นแบรนด์นาฬิกา สุดหรูสัญชาติสวิตในปัจจุบันโดยแต่แรก เริ่มนั้นนาฬิกาข้อมือมักสวมใส่โดยผู้ หญิงเป็นเสมือนดังเครื่องประดับส่วนผู้ ชายนิยมใช้นาฬิกาพกมาจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 ในศตวรรษที่ 20 นาฬิกาคสเรือนแรกถูกสร้าง ขึ้นในปี 1927 เป็นนาฬิการะบบ อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ขนาดเล็กกับแผงวงจรไฟฟ้าที่มีความเที่ยง ตรงสูงและมีราคาไม่แพงมากนักทำให้เป็นที่ นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่ไม่หยุด ยั้งในโลกปัจจุบันนาฬิกาได้ถูกพัฒนาไปไกล จากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายจากนาฬิกาแดด ธรรมดาไกลมาเป็นมากกว่าอุปกรณ์บอกเวลาที่ มีคุณสมบัติในการใช้งานหลากหลายทั้งยังมี การออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ปรับเปลี่ยนให้

6:56 เข้ากับความต้องการของสังคมยุคใหม่อย่าง ต่อเนื่องและยังเป็นส่วสำคัญในชีวิตประจำ วันที่ขาดไม่ได้ของทุก [เพลง] คนเข็มทิศเข็มทิศเป็นอุปกรณ์ที่ใช้แสดง ทิศทางสำคัญสำหรับการเดินทางโดยทั่วไปจะ ประกอบไปด้วยเข็มแม่เหล็กทอดตัวอยู่ในแนว ทิศเหนือและทิศใต้ตามแรงดึงดูดของแม่ เหล็กลกสามารถหมุนได้อย่างอิสระโดยที่ ปลายเข็มทิศจะชี้ไปทางทิศเหนือเสมอเมอ เข็มทิศมีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปีนักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่าจีน เป็นอารยธรรมแรกที่พัฒนาเข็มทิศแม่เหล็ก ซึ่งสามารถใช้สำหรับการนำทางได้ชาวจีนมี

7:41 ความรู้ด้านการเบี่ยงเบนขั้วแม่เหล็กลำ น่ากว่าชาวยุโรปมาอย่างยาวนานถึงราว 6 ศตวรรษเข็มทิศแม่เหล็กถูกประดิษฐ์ขึ้น เป็นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ฮั่นเมื่อราว 200 ปีก่อนคริสตกาลชาวจีนใช้เข็มทิศเป็น ครั้งแรกไม่ใช่เพื่อนำทางแต่เพื่อจุด ประสงค์ทางจิตวิญญาณในการทำนายดวงชะตาการ จัดระเบียบอากและสิ่งต่างๆตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเป็นแนวทางปฏิบัติโบราณในการประสาน สภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับแผนภูมิสวรรค์ หรือการจื่อเพื่อเลือกพื้นที่ที่เหมาะสม สำหรับการสร้างบ้านปลูกพืชผลและค้นหา อัญมณีหายากเข็มทิศในยุคแรกของจีนทำจาก แร่แม่เหล็กที่พบได้ในธรรมชาติมีรูปร่าง คล้ายช้อนที่มีพื้นด้านล่างเรียบและมัน สามารถหมุนได้อย่างอิสระบนจานบอกทิศทาง ซึ่งทำจากทองแดงหรือไม้ที่มีพื้นผิวลื่น

8:26 ไม่มีแรงเสียดทานทำให้หมุนได้ง่ายและ คล่องตัวเมื่อเข็มทิศหมุนจนหยุดนิ่งแล้ว ส่วนที่เหมือนกับคันช้อนของเข็มทิศจะชี้ ไปทางทิศใต้เสมอการอ้างอิงเกี่ยวกับการ ค้นหาทิศทางด้วยแม่เหล็กเป็นครั้งแรกเกิด ขึ้นในสมัยราชวงศ์ซ่งในช่วงกลางศตวรรษที่ 11 ราวปี 1040 เมื่อกองทหารจีนต้องออก เดินทางบนบกในความมืดิดยามค่ำคืนที่ไร้ แสงดาวหรือไร้ดวงอาทิตย์ส่องสว่างบอกทิศ ทางพวกเขาใช้อุปกรณ์นำทางที่เรียกว่าปลา ชีทิศใต้ซึ่งมีรูปร่างเป็นปลาแกะสลักจาก ท่อนไม้ที่มีขนาดเท่ากับนิ้วมือมีแท่งแม่ เหล็กเสียบไว้ในปากของปลาโดยให้ขั้วใต้ หันไปทางหัวปลาเมื่อนำปลาไม้มาลอยในชาม น้ำหัวปลาก็จะชี้ไปทางทิศใต้นอกจากนี้ก็ ยังมีงานเขียนของเฉินกั้วนักวิทยาศาสตร์ ชาวจีนผู้รอบรู้ซึ่งเป็นบันทึกที่เก่าแก่

9:14 ที่สุดที่ได้กล่าวถึงการประดิษฐ์เข็มทิศ แม่เหล็กขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1888 โดย เฉินกั้วนำปลายเข็มเหล็กมาถูกับแร่แม่ เหล็กทำให้เข็มเหล็กมีสภาพเป็นแม่เหล็ก ชั่วคราวก่อนจะนำเส้นไหมมาผูกกลางเข็ม เหล็กและปล่อยให้เข็มหมุนอย่างอิสระเมื่อ เข็มเหล็กหยุดหมุนมันก็จะชี้ไปทางทิศใต้ เสมอซึ่งคาดว่าเข็มพิษแม่เหล็กของเฉิน กั้วได้ถูกนำมาใช้ในการเดินเรือเป็นครั้ง แรกของ โลกทางฝั่งยุโรปมีรายงานการใช้เข็มทิศแม่ เหล็กเป็นครั้งแรกจากงานเขียนของ อเล็กซานเดอร์เนคนักเขียนชาวอังกฤษซึ่ง ได้เขียนเอาไว้ในระหว่างปี 1187 ถึงปี 1202 หลังจากที่เขาเดินทางกลับจาก ฝรั่งเศสผ่านบริเวณช่องแคบอังกฤษไปยัง เกาะอังกฤษการนำเข็มทิศมาใช้ในการท่อง ทะเลเมดิเตอเรเนียนยุคแรกเป็นเพียงการใช้ แม่เหล็กลอยชี้ทิศในชามน้ำก่อนที่ใน

9:59 ระหว่างปี 1295 ถึงปี 1302 ฟิโอจิโอกะลา สีเรือและนักประดิษฐ์ชาวอิตาเลียนได้ เปลี่ยนแม่เหล็กลอยน้ำบอกทิศมาเป็นกล่อง ทรงกรมที่มีหน้าปัดบอกทิศและเข็มแม่เหล็ก ซึ่งสามารถบุญได้อิสระ 360 องศาเหมือนกับ เข็มทิศที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันการ อ้างอิงถึงเข็มพิษในยุคแรกๆของโลกมุสลิม ปรากฏอยู่ในหนังสือนิทานเปอร์เซียที่มี ชื่อว่าจาวาอัลฮิกตั้งแต่ปี 1232 ซึ่งมี การกล่าวถึงเข็มทิศนำทางระหว่างการเดิน ทางในทะเลแดงหรืออ่าเปอร์เซียมีลักษณะ เป็นรูปปลาทำจากเหล็กเป็นข้อบ่งบอกได้ว่า การออกแบบเข็มทิศของจีนในยุคแรกได้แพร่ กระจายจากจีนไปสู่ชาวอาหรับแล้วในการใช้ งานแรกเริ่มนั้นเข็มทิศมักจะถูกนำมาใช้ใน ยามสำรองเมื่อไม่สามารถมองเห็นดวงอาทิตย์

10:46 ดวงดาวหรือจุดสังเกตอื่นๆที่มองเห็นด้วย ตาเปล่าได้ต่อมาเมื่อเข็มทิศถูกพัฒนาให้ มีความเสถียรและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเข็ม ทิศก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ นักเดินเรือสามารถเดินเรือได้อย่างปลอด ภัยจนถึงจุดหมายปลายทางรวมถึงการสร้าง แผนที่ก็มีความแม่นยำมากขึ้นเมื่อมีการนำ เข็มทิศมาใช้งานเข็มทิศจึงนับเป็นอุปกรณ์ เปิดโลกสำหรับการออกสำรวจยุคแห่งการค้นพบ การเดินทางรอบโลกและการพัฒนากการค้าโลก แม้จะมีความก้าวหน้าด้าน GPS อย่างมากใน ปัจจุบันแต่เข็มทิศก็ยังคงเป็นเครื่องมือ นำทางอันทรงคุณค่าในการเดินทางทั้งทางบก ทางน้ำทางอากาศที่ยังคงใช้กันอย่างแพร่ หลายในปัจจุบัน [เพลง]

11:46 แท่น พิมพ์แท่นพิมพ์เป็นเครื่องจักรสำหรับ พิมพ์หนังสือหรือสิ่งพิมพ์ต่างๆโดยการใช้ แท่นหนาหนักกดพื้นผิวที่มีน้ำหมึกลงบน วัสดุที่ต้องการพิมพ์เช่นกระดาษหรือผ้า จากนั้นนน้ำหมึกจะถูกถ่ายทอดลงสู่วัสดุ นั้นๆจนปรากฏเป็นข้อความและภาพที่ต้องการ สิ่งพิมพ์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดก็คือ วัชรปรัชยาปารมิตาสูตรหนังสือเล่มแรกของ โลกเกี่ยวกับคำสอนทางพระพุทธศาสนาซึ่งมี ต้นกำเนิดมาจากเมืองตุนหวงประเทศจีนใน สมัยราชวงศ์ถังสร้างขึ้นด้วยวิธีที่เรียก ว่าการพิมพ์ด้วยแม่พิมพ์บล็อกซึ่งใช้แผง บล็อกไม้แกะสลักด้วยมือผิวภาพจะนูนสูง ขึ้นและภาพจะกลับจากซ้ายไปขวานวัตกรรมการ พิมพ์ของจีนก้าวหน้าไปอีกขั้นในสมัยชชวง ซ่งด้วยเทคนิคการพิมพ์ระบบตัวเรียงที่คิด

12:32 ค้นขึ้นเป็นครั้งแรกโดยปี่เซิงช่างฝีมือ ชาวจีนที่ได้นำดินเหนียวมาแกะสลักเป็นตัว ออกสรนแต่ละตัวและนำไปเผาอบให้เป็นบล็อก แข็งจากนั้นจึงนำไปจัดเรียงไว้บนโครง เหล็กให้ได้ข้อความที่ต้องการในการพิมพ์ เมื่อถึงสมัยราชวงศ์ท่งใต้ซึ่งปกครอง ระหว่างปี 1127 ถึงปี 1279 หนังสือก็ได้ แพร่หลายในสังคมและสร้างชนชันนักวิชาการ ที่มีความสามารถในการเข้ารับราชการ คอลเลกชั่นหนังสือที่ถูกจัดพิมพ์จำนวนมาก ยังได้กลายเป็นสัญลักษณ์แสดงสถานะของชน ชั้นที่ร่ำรวยในสังคมจีนอีกด้วยในเวลาต่อ มามีการพัฒนาบล็อกพิมพ์ไม้และโลหะเพื่อ ใช้งานพิมพ์ระบบเปรียงตัวในหลายเมืองของ จีนหลักฐานการใช้แท่นพิมพ์ในยุโรปปรากฏ ขึ้นครั้งแรกในช่วงปลายทศวรรษที่ปี 1440 เมื่อโยฮันเนสกูตบนักประดิษฐ์ช่างทองและ

13:18 ช่างเหล็กชาวเยอรมันเป็นบุคคลแรกที่ได้ รวบรวมเอาเทคโนโลยีการพิมพ์ต่างๆเข้าเป็น ระบบเดียวกันอย่างสมบูรณ์และปรับปรุง กระบวนการพิมพ์ให้สามารถใช้งานได้จริง กูเตนได้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์ที่ใช้เทคนิค การพิมพ์ระบบตัวเรียงขึ้นที่เมืองไสซึ่ง ในปัจจุบันอยู่ในประเทศจุบันดีดเขาได้นำ แท่งโลหะมาแกะสลักตัวอักษรแต่ละตัวเป็น บล็อกแม่พิมพ์โลหะสำหรับนำมาจัดเรียงเป็น คำหรือประโยคใหม่เพื่อใช้ในการพิมพ์สิ่ง สำคัญที่ทำให้แท่นพิมพ์ของกูตบสามารถทำ งานได้อย่างราบรื่นนั่นก็คือการที่กูตบ ได้พัฒนาหมึกพิมพ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งมีความเข้มข้นกว่าหมึกแบบเก่าเพื่อ ให้เหมาะในการใช้งานกับแท่นพิมพ์และบล็อก พิมพ์โลหะของเขานอกจากนี้กูตบก็ยังได้ พัฒนาแท่นพิมพ์ที่สามารถรียดกระดาษได้ เรียบและสามารถดูดซับบึกได้มากขึ้นโดยตัว

14:05 แท่นพิมพ์ของกูเตนเบิร์กได้แรงบันดาลใจมา จากเครื่องทำไวนที่ใช้เทคนิคในการหมุน สกรูไม้หนักๆในการบีบอัดองุ่นเพื่อคั้น น้ำองุ่นสำหรับผลิตไวนแท่นพิมพ์ของ gutenberg นับเป็นจุดเริ่มต้นของการ ปฏิวัติเทคโนโลยีการพิมพ์ให้สามารถพิมพ์ ได้มากถึง 3,600 หน้าต่อวันด้วยแท่นพิมพ์ เพียงเครื่องเดียวเทียบกับก่อนหน้านี้ที่ การพิมพ์ด้วยมือทำได้เพียง 40 หน้าต่อวัน และการคัดลอกด้วยมือที่ทำได้เพียง 2-3 หน้าต่อวันถือเป็นการช่วยลดต้นทุนการ พิมพ์หนังสือและเอกสารอื่นๆในยุโรปได้ อย่างมากทั้งยังใช้เวลาในการพิมพ์สั้นลง กว่าเดิมอีกด้วยนำไปสู่การเผยแพร่ความรู้ อย่างรวดเร็วและแพร่ร้ายเป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์โลกหนังสือเล่มสำคัญจากแ่าน พิมพ์ของกูเบคือคัมภีร์ไบเบิลฉบับกนบหรือ ที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่าคัมภีร์

14:51 ไบเบิล 42 บรรทัดที่ถูกตีพิมพ์ในช่วง ทศวรรษที่ปี 1450 และยังคงมีสำเนาคัมภีร์ ลงเหลือมาจนถึงปัจจุบันนับเป็นจุดเริ่ม ต้นของยุคปฏิวัติกูเตนเบิร์กและยุคการเผย แพร่การพิมพ์ในโลกตะวันตกภายในปี 1500 มี การประเมินว่ามีการพิมพ์หนังสือมากถึง 20 ล้านเล่มในยุโรปตะวันตกในปี 1605 relation คือหนังสือพิมพ์อย่างเป็นทาง การฉบับแรกที่ได้รับการตีพิมพ์และจัด จำหน่ายเป็นภาษายุมันในเมืองสตราสบูร์ก ซึ่งปัจจุบันอยู่ในประเทศฝรั่งเศสหนังสือ พิมพ์ที่ปรากฏทั่วยุโรปส่งเสริมการมีส่วน ร่วมของสำนักพิมพ์อย่างเป็นทางการต่อการ เติบโตของการรู้หนังสือการศึกษาและความ พร้อมของชุดข้อมูลที่เหมือนกันในวงกว้าง สำหรับคนทั่วไปนวัตกรรมการพิมพ์ระบบตัว เรียงและแท่นพิมพ์ของกูบทำให้ยุโรปกลาย

15:38 เป็นศูนย์กลางของการพิมพ์หนังสือของโลก และได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ ที่สำคัญที่สุดในรอบสหัสวรรษที่ 2 ที่ได้ เปลี่ยนแปลงโลกนี้ไปตลอด กาล speci หลอด ไฟการประดิษฐ์หลอดไฟได้เปลี่ยนแปลงโลกของ เราอย่างยิ่งใหญ่จากที่มนุษย์เคยต้องพึ่ง พาแต่เพียงแสงธรรมชาติและแสงไฟจากตะเกียง หรือเทียนไขแสงสว่างจากหลอดไฟทำให้เรา สามารถใช้ชีวิตได้อย่างสะดวกสบายทั้งใน เวลากลางวันและกลางคืนโดยหากจะกล่าวถึง บุคคลผู้ประดิษฐ์หลอดไฟได้สำเร็จเป็นคน

16:24 แรกชื่อของัสวา Edison ก็คงจะผุดขึ้นมาใน ความคิดของใครหลายคนอย่างแน่นอนแต่ในความ เป็นจริงนั้นนักประดิษฐ์มากมายหลายคนมี ส่วนสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีปฏิวัติวง การนี้เป็นเวลาเกือบศตวรรษก่อนหน้าที่นัก ประดิษฐ์คนดังอย่างัสวา Edison จะถือก กำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ในปี 1807 ัฟรเว นักเคมีชาวอังกฤษประดิษฐ์โมไฟโค้งที่มี ชื่อว่า arc Lamp ซึ่งตั้งชื่อตามส่วน โค้งของแสงสว่างใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ไฟ ฟ้าและมีไส้หลอดเป็นแท่งคาร์บอน 2 แท่ง อย่างไรก็ตามโคมไฟที่ใช้ใต้หลอดคาร์บอน ของเวี่ไม่สามารถทนความร้อนสูงได้จึงถูก เผาไหม้ไปอย่างรวดเร็วทำให้มีอายุการใช้ งานสั้นทั้งยังสว่างเกินกว่าจะใช้งานใน บ้านเรือนหรือในอาการได้มันจึงถูกพัฒนาไป

17:10 ใช้งานเป็นไฟถนนและได้พัฒนาไปสู่คอมไฟ นิรภัยสำหรับคนงานเมืองในเวลาต่อ มาตลอดช่วงต้นศตวรรษที่ 19 นักประดิษฐ์ จำนวนมากได้อาศัยหลักการสร้างอแมของัร dav ในการพัฒนาโคมไฟและหลอดไฟแต่ก็ยังไม่มีผล งานใดประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ในปี 1820 วนเดูนักดาราศาสตร์และนักเคมีชาว อังกฤษพยายามปรับปรุงการออกแบบของเดวี่ โดยได้พัฒนาหลอดไฟที่ใช้ไส้หลอดแพลตินั่ม ขดไว้ในหลอดสุญญากาศซึ่งช่วยยืดอายุการ ใช้งานของหลอดไฟให้สามารถนำไปใช้งานได้ จริงแต่เนื่องจาก plattinum นั้นมีราคา สูงเกินไปทำให้หลอดไฟของเดูไม่ประสบความ สำเร็จในเชิงพาณิชย์ต่อมาในปี 1841 เดริ เมินักประดิษฐ์ชาวอังกฤษเป็นบุคคลแรกที่

17:58 ที่ได้รับสิทธิบัตรหลอดไส้จากการใช้เส้น ใยแพลทินั่มรับความร้อนจากกระแสไฟฟ้า เพื่อสร้างแสงไฟอย่างไรก็ตามการออกแบบนี้ ก็ยังคงถูกจำกัดด้วยอายุการใช้งานที่สั้น และต้นทุนที่สูงเกินไปในปี 1874 Henry วูวนักศึกษาแพทย์ชาวแคนาเดียนและเพื่อน ของเขา Mat เอนพนักงานโรงแรมชาวแเดนได้จด สิทธิบัตรการออกแบบหลอดไฟแบบไส้ที่ใช้ เส้นใยคาร์บอนแต่เนื่องจากทั้งคู่ไม่มี เงินเพียงพอที่จะพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ของพวก เขาในเชิงพาณิชย์ต่อไปวและเอนจึงตัดสินใจ ขายสิทธิบัตรให้กับสหรัฐอเมริกาในปี 1879 และผู้ที่มาซื้อสิทธิบัตรนั้นไปก็คือัส alv Edison นั่นเองัส alv Edison นัก ประดิษฐ์ชาวอเมริกันเริ่มศึกษาเกี่ยวกับ

18:44 ระบบไฟส่องสว่างด้วยไฟฟ้ามาตั้งแต่ปี 1878 ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาคาดหวังว่าจะสามารถ แข่งขันกับไฟฟ้าจากแก๊สและน้ำมันได้ Edison ได้ซื้อสิทธิบัตรจากนักประดิษฐ์ หลายคนเพื่อมาทำการต่อยอดและเรียนรู้จาก ข้อบกพร่องของนประดิษฐ์กว่า 20 คนจน สามารถประดิษฐ์หลอดไฟที่มีประสิทธิภาพ สมบูรณ์ได้สำเร็จ Edison ได้ยื่นขอ สิทธิบัตรในสหรัฐอเมริกาสำหรับหลอดไฟฟ้า ไส้คาร์บอนในวันที่ 4 พฤศจิกายนปี 1879 ซึ่งแม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนแรกที่ประดิษฐ์ หลอดไฟขึ้นมาแต่ัส al Edison คือบุคคล แรกที่สามารถสร้างระบบไฟส่องสว่างเป็น หลอดไฟที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน และจัดจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ได้ในทศวรรษ ที่ปี 1880 Edison ได้จดสิทธิบัตรระบบบบ จำหน่ายไฟฟ้าและเริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้า

19:31 กระแสตรงผ่านระบบไฟฟ้าสวนกลางเชิงพาณิชย์ ถาวรระบบแรกในปี 1882 ให้กับลูกค้า 59 รายแรกในเลเวอร์ แมนฮัตตันสหรัฐอเมริกาไฟฟ้าที่ส่องสว่าง ไปทั่วเมืองเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ รุ่งเรืองในโลกอุตสาหกรรมสมัยใหม่เช่น เดียวกับชื่อเสียงของัส al Edison ใน ฐานะหนึ่งในนักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด ในโลกที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนัก ประดิษฐ์ที่มีผลงานมากที่สุดใน ประวัติศาสตร์อเมริกาด้วยจำนวนสิทธิบัต สิ่งประดิษฐ์ในสหรัฐภายใต้ชื่อของเขามาก ถึง 1093 [เพลง]

20:17 ฉบับกล้องถ่าย [เพลง] รูปกล้องถ่ายรูปเป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ ที่มีประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการยาวนาน นับพันปีซึ่งมนุษย์เราใช้เป็นอุปกรณ์ใน การเก็บภาพความทรงจำอันลำค่าและเหตุการณ์ สำคัญต่างๆบันทึกเอาไว้บนภาพถ่ายกล้อง obscura หรือชื่อในภาษาไทยว่ากล้องทาบ เงาหรือเรียกได้อีกอย่างว่ากล้องรูเข็ม เป็นรากฐานสำคัญของการถ่ายภาพโดยใช้ ปรากฏการณ์ทางแสงตามธรรมชาติในการฉายภาพ กลับหัวภายในห้องมืดที่เจาะรูเล็กๆเอาไว้ ให้แสงทะลุผ่านไปที่ผนังฝั่งตรงข้ามปรากฏ เป็นภาพของฉากจากด้านนอกห้องบนผนังโดยคำ ว่า obscura มีความหมายว่าห้องมืดหลักฐาน ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดที่ได้บันทึกหลัก การทำงานของกล้องทาบเงาเอาไว้มาจากโมซี

21:03 นักปรัชญาชาวจีนฮันเมื่อราว 400 ปีก่อน คริสตกาล อิบันอัไัหรือที่รู้จักในชื่ออัฮาเซนนัก ฟิสิกส์ชาวอาหรับเป็นบุคคลแรกที่บันทึกคำ อธิบายที่ชัดเจนและถูกต้องเกี่ยวกับหลัก การทำงานของกล้องทาบเงาเอาไว้เมื่อราวปี 1000 ซึ่งเขาใช้หลักการนี้ในการสังเกต ปรากฏการณ์สุริยุปราคา โดยในครึ่งหลังของศตวรรษที่ 16 กล้องทาบ เงาได้รับความนิยมใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยใน การวาดภาพและลงสีของจิตกรหลายคนรวมถึงโอด ดาวินชีจิตกรผู้รอบรู้ชาวอิตาเลียนชื่อ ดังอีก ด้วยในปี 1685 โยฮันซานักประดิษฐ์ชาว เยอรมันประดิษฐ์กล้องทาบเงาแบบพกพาทวแรก ของโลกในปี 1826 jf นเนสนักประดิษฐ์ชาว

21:50 ฝรั่งเศสประสบความสำเร็จในการบันทึกภาพ ด้วยแสงภาพแรกของโลกด้วยกล้องทาบเงาแบบพก พาที่ทำจากไม้ภาพถ่ายใบแรกของโลกเป็นภาพ วิวจากหน้าต่างห้องของเนสในเมือง S ว ประเทศฝรั่งเศสซึ่งภาพถ่ายใบนี้เองทำให้ jf ฟสได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ประดิษฐ์ กล้องถ่ายรูปตัวแรกของโลกได้สำเร็จเป็นคน แรกโดยเนสค้นพบกระบวนการสร้างภาพถ่ายด้วย การใช้ยางมาตอยธรรมชาติที่มีชื่อว่าจูย ฉาบบาๆลงบนแผ่นดีบุกผสมตะกั่วนำไปติดตั้ง ในกล้องทาบเงาและเปิดกล้องให้แสงผ่านเป็น เวลานานถึง 8 ช่วโมงซึ่งยังมาตอยชนิดนี้ เป็นวัสดุเคลือบผิวที่มีคุณสมบัติแข็งตัว เมื่อถูกแสงแดดแต่จะอ่อนและนิ่มเมื่ออยู่ ในร่มหรือได้รับแสงปริมาณน้อยเมื่อนำไป ล้างในน้ำมันวนอจะปรากฏเป็นภาพท่ายขาวดำ

22:36 ขึ้นมาเสเรียกเทคนิคการถ่ายภาพนี้ว่าเฟี หรือการวาดภาพด้วย แสงในปี 1885 จอร์ eastman ผู้ประกอบการ ชาวอเมริกันคิดค้นฟิล์มกระดาษสำเร็จก่อน จะเปิดตัวฟิล์มเซลลูลอยด์โปร่งแสงพร้อม กับการวางจำหน่ายกล้องถ่ายรูปโกดักในปี 1888 เป็นกล้องถ่ายรูปขนาดเล็กพกพาได้ ที่มีราคาไม่แพงบรรจุฟิล์มซอยสำหรับถ่าย รูปได้มากถึง 100 ภาพพลิกโฉมการถ่ายภาพ ที่เคยยุ่งยากให้เป็นเรื่องง่ายและกลาย เป็นงานอดิกที่ผู้คนทั่วโลกสามารถเข้าถึง ได้เข้าสู่ทศวรรษที่ปี 1940 การถ่ายภาพสี เป็นเรื่องปกติและเรื่องแพยร้ายในเชิง พาณิชย์ในปี 1949 กล้องโพลอยมดล 95 เปิด

23:22 ตัวออกสู่ตลาดในฐานะกล้องถ่ายรูปตัวแรก ของโลกที่สามารถให้ภาพถ่ายได้อย่างทันใจ ในเวลาไม่กี่นาที การพัฒนาเทคโนโลยีกล้องถ่ายรูปยังคง ดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้งกล้องถ่ายรูป แบบดิจิทอลตัวแรกเปิดตัวในปี 1975 โดยดัก ภาพถ่ายจะถูกบันทึกแบบดิจิทอลลงบนเป cet ซึ่งใช้เวลา 23 วินาทีต่อภาพเทคโนโลยีล้ำ สมัยของกล้องถ่ายรูปแบบดิจิทอลเริ่มเข้า มามีบทบาทแทนที่กล้องฟิล์มจนมาถึงในยุค ปัจจุบันที่แทบทุกคนมีคล่องถ่ายรูปอยู่บน โทรศัพท์มือถือให้ใช้งานกันได้อย่างสะดวก สบายในทุกที่ทุกเวลา [เพลง]

24:12 คอมพิวเตอร์ประวัติความเป็นมาของ คอมพิวเตอร์สามารถย้อนกลับไปได้ไกลกว่า 200 ปีคอมพิวเตอร์ในยุคแรกได้รับการออก แบบและสร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาความท้าทาย ด้านการคำนวณตัวเลขที่ซับซ้อนเท่านั้นโดย คำว่าคอมพิวเตอร์มีความหมายว่าเครื่อง คำนวณนั่นเอง [เพลง] ในสมัยโบราณเมื่อราว 4,700 ปีที่แล้วลูก คิดมีต้นกำเนิดมาจากชาวสุเมเรียนแห่งดิน แดนเมโสโปเตเมียตอนใต้ซึ่งนับเป็นเครื่อง คิดเลขยุคแรกๆของโลกทำจากแผ่นหินเรียบมี ตารางแบ่งออกเป็น 5 ช่องในการคำนวณลูกคิด ที่เราคุ้นเคยกันดีนั้นเป็นผลงานของชาว จีนโบราณเมื่อราว 4,000 ปีที่แล้วเรียก ว่าส้วนผันมีลักษณะเป็นโครงไม้สี่เหลี่ยม มีแกนรอยลูกปัดทรงกลมทำจากไม้ที่สามารถ ื่อนขุนลงได้สำหรับใช้นับเลขที่ยังคงใช้ งานกันอยู่ในปัจจุบ

24:59 การปฏิวัติอุตสาหกรรมในระหว่างปี 1760 ถึงปี 1840 นำไปสู่การออกแบบและสร้าง เครื่องคำนวณเชิงกลขึ้นในช่วงต้นของ ศตวรรษที่ 19 ในปี 1822 าส์ babbage นัก คณิตศาสตร์และนักประดิษฐ์ชาวอังกฤษได้ สร้างเครื่องหาผลต่างขึ้นซึ่งสามารถคำนวณ ตารางตัวเลขที่ซับซ้อนได้แบบอัตโนมัติแม้ ว่า babbage จะได้รับทุนสนับสนุนจาก รัฐบาลในโครงการนี้แต่ด้วยข้อจำกัดทาง ด้านวิศวกรรมในสมัยนั้นทำให้การออกแบบและ การก่อสร้างทต้องยุติลงไปในปี [เพลง] 1833 แต่ babbage ก็ไม่หยุดยั้งอยู่ เพียงเท่านั้นเขาได้คิดค้นสิ่งที่ปฏิวัติ วงการยิ่งไปกว่านั้นในปี 1833 นั่นก็คือเครื่องวิเคราะห์ที่มี ชื่อว่า analytical Engine ทำงานร่วมกับ

25:45 บัตรเจาะรูที่ใช้ในการป้อนคำสั่งตั้ง โปรแกรมเครื่องวิเคราะห์ของ babbage ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วนคือ 1 ส่วนจัด เก็บข้อมูลและผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ 2 ส่วนประมวลผล 3 ส่วนควบคุมซึ่งใช้ในการเคลื่อนย้ายข้อ มูลระหว่างส่วนจัดเก็บข้อมูลและส่วน ประมวลผลและสุดท้ายข้อ 4 ก็คือส่วนรับข้อ มูลเข้าและแสดงผลลัพธ์เป็นส่วนที่รับข้อ มูลจากภายนอกเครื่องเข้าสู่ส่วนจัดเก็บ ข้อมูลและแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณ ด้วยเครื่องวิเคราะห์นี้ซึ่งส่วนประกอบ เหล่านี้เป็นส่วนประกอบสำคัญของ คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในปัจจุบันเครื่อง วิเคราะห์ของ babbage จึงนับเป็นสิ่ง ประดิษฐ์ชิ้นแรกของโลกที่เป็นต้นแบบของ คอมพิวเตอร์อย่างแท้จริงแม้ว่าการออกแบบ สุดทยอทยานของ babbage จะถูกมองว่าเป็นไป ไม่ได้เลยในยุคนั้นทำให้เครื่องวิเคราะห์

26:31 นี้ไม่ได้ถูกสร้างต่อจนเสร็จสมบูรณ์เช่น เดียวกับเครื่องหาผลต่างแต่เมื่อกาลเวลา ผ่านไปาส babbage ก็ได้รับการยกย่องให้ เป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์ผู้ริเริ่มแนวคิด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ที่ตั้งโปรแกรมได้ เป็นเวลามากกว่า 1 ศตวรรษหลังจากนั้นกว่า ที่คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรก ของโลกที่มีรูปแบบการใช้งานอเนกประสงค์ แบบคอมพิวเตอร์ปัจจุบันจะถือกำเนิดขึ้นใน ปี 1945 inct เป็นคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่ มีความสูง 2.4 มตกว้าง 0.9 มตยาว 30 มต และมีน้ำหนักมากถึง 27 ตันใช้เนื้อที่ ทั้งหมด 167 ตรเมตและใช้ไฟฟ้า 150 กลวัต ในการทำงาน inct ถูกออกแบบและพัฒนาใน ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยได้รับ เงินทุนจากกองทัพสหรัฐเพื่อใช้ในการคำนวณ

27:18 วิถีการโจมตีของอาวุธในรูปแบบต่างๆนับ ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการพัฒนาเทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว คอมพิวเตอร์ในยุคสมัยใหม่มีขนาดเล็กลงและ มีการประมวลผลที่เร็วขึ้น KB One เป็น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือเครื่อง PC เครื่องแรกของโลกที่มีหน่วยความจำ 256 ไบทเปิดตัวออกสู่ตลาดในปี 1971 osborn One เป็น Lap หรือโนตบุ๊ค คอมพิวเตอร์แบบพกพาเครื่องแรกของโลกเปิด ตัวในปี 1981 GD Pad 1900 เป็นแท็บเล็ต คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกเปิดตัวในปี 1989 มาพร้อม Interface หน้าจอสัมผัส พร้อมปากกาสไตลัสที่จดจำลายมือได้จนมาถึง ยุคเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ที่

28:04 กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากใน ปัจจุบันเมื่อระบบคอมพิวเตอร์ไม่ใช่เพียง แค่เครื่องคำนวณอีกต่อไปแต่มันสามารถ เรียนรู้ประมวลผลข้อมูลโดยอัตโนมัติและ เลือกตัดสินใจได้จนเกือบเหมือนกับมนุษย์ แต่แม้ว่าคอมพิวเตอร์จะเลียนแบบมนุษย์ได้ อย่างมีประสิทธิภาพเพียงใดการเลียนแบบ นั้นก็ยังคงไม่สามารถแทนที่ความสามารถอัน เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ได้เนื่องจาก คอมพิวเตอร์ต้องข้อมูลมากกว่าแมทิศทาง ศีลธรรมหรือมโนธรรมเหมือนเช่นมนุษย์ในการ ตัดสินใจนำไปสู่ความกังวลด้านจริยธรรมที่ อาจมีการนำปัญญาประดิษฐ์ไปใช้ในทางที่ผิด [เพลง]

28:54 ได้ I will [เพลง] โทรศัพท์โทรศัพท์เป็นเครื่องมือที่ออกแบบ มาเพื่อการส่งและรับเสียงมนุษย์ไปพร้อมๆ กันซึ่งนับเป็นการสื่อสารแบบส่วนตัวที่ สะดวกรวดเร็วและรับส่งสารถึงกันได้ในทัน ทีส่งผลให้โทรัพกลายเป็นอุปกรณ์โทรคมนาคม ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่ล้ายมากที่สุดใน โลกสิ่งประดิษฐ์ที่เก่าแก่ที่สุดที่ มนุษย์ยุคโบราณใช้ทำหน้าที่เป็นโทรศัพท์ นั้นมีอายุมากถึงกว่า 1,200 ปีเมื่อมีการ

29:41 ค้นพบอุปกรณ์ที่ดูคุ้นตาทำจากลูกน้ำเต้า 2 ลูกแต่ละลูกยาว 3 นิ้วครึ่งถูกเจาะรูที่ ก้นและร้อยเชือกฝ้ายาว 22 เมตเชื่อมน้ำ เต้า 2 ลูกไว้ด้วยกันสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้ มาจากอาณาจักรชิมูทางตอนเหนือของประเทศ เปรูสิ่งประดิษฐ์ของชาวชิมูเทียบด้วยกับ โทรศัพท์กระป๋องที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณคำ พูดและเสียงเพลงในระยะทางที่ไกลออกไปโดย เสียงจะสั่นสะเทือนจากปลายเชือกด้านหนึ่ง ผ่านไปยังปลายเชือกอีกด้านหนึ่งด้วยความ เร็วที่เร็วกว่าการเดินทางของเสียงใน อากาศตัวอย่างสุดคลาสสิคของโทรศัพท์ กระป๋องก็คือโทรศัพท์ของเด็กเล่นที่ทำจาก แก้วกระดาษหรือกระปองโลหะ 2 ใบเจาะรูที่ ก้นแล้วร้เชือกผูกให้แน่นก่อนที่จะให้คน ที่ปลายเชือกทั้ง 2 ด้านถือแก้วหรือ กระป๋องเอาไว้คนละใบและเดินห่างออกจากกัน

30:26 จนเชือกตึงเมื่อคนที่ปลายเชือกด้านหนึ่ง พูดใส่่แก้วหรือกระป๋องเสียงจะสั่น สะเทือนไปตามความยาวเชือกจนถึงปลายเชือก อีกด้านหนึ่งแก้วหรือกระป๋องที่ถือแนบหู เอาไว้ที่ปลายเชือกอีกด้านก็จะได้ยิน เสียงที่ส่งมาอย่างชัดเจนในช่วงปลาย ศตวรรษที่ 19 นักประดิษฐ์หลายคนได้บุก เบิกงานด้านส่งสัญญาณเสียงแบบ อิเล็กทรอนิกส์ประวัติความเป็นมาของการ ประดิษฐ์โทรศัพท์ในยุคแรกเริ่มจึงมักเต็ม ไปด้วยข้อโต้แย้งและเป็นที่ถกเถียงกันจน เกิดการฟ้องร้องหลายครั้งเพื่อต้องการ เป็นคนแรกที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประดิษฐ์ โทรศัพท์ขึ้นมาจนสำและเป็นเจ้าของผล ประโยชน์ที่จะตามมาอย่างมหาศาลจากการค้น พบนี้ในวันที่ 7 มีนาคมปี 1876 Alexander เฮมนักประดิษฐ์และนักวิทยาศาสตร์ชาวสอต canadian เป็นบุคคลแรกที่ได้จดสิทธิบัตร

31:11 โทรศัพท์ในสหรัฐอเมริกาทำให้เบลได้รับการ ยกย่องว่าเป็นผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์เครื่อง แรกที่ใช้งานได้จริงภายหลังจากการจด สิทธิบัตร 3 วันเบลได้โทรศัพท์สายแรกไปหา โทมัส augustus Watson ผู้ช่วยของเขา ซึ่งอยู่ในห้องถัดไปและได้พูดประโยคอัน โด่งดังว่าคุณ Watson มาที่นี่หน่อยผม ต้องการพบคุณ Mr Watson come here I want you ซึ่งถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญ ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การสื่อสารผ่าน สายสัญญาณที่ได้ปฏิวัติวิธีการสื่อสารของ ผู้คนทั่วโลกไปตลอดกาลในปี 1877 บริษัท เบล Tone ได้ถูกก่อตั้งขึ้นซึ่งต่อมา บริษัทนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อบริษัท at&t หนึ่งในบริษัทโทรคมนาคมที่ใหญ่ที่ สุดในโลกในปัจจุบันในปี 1900 มีโทรศัพท์

32:00 มากถึงเกือบ 600,000 เครื่องในระบบ โทรศัพท์ของเบลก่อนที่ในอีก 10 ปีต่อมา โทรศัพท์จะเพิ่มจำนวนเป็น 5 800,000 เครื่องในปี 1910 ในปี 1973 Motorola D Track 8000x เป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องแรกของ โลกมีน้ำหนัก 2 กกรออกวังจำหน่ายในท้อง ตลาดเป็นครั้งแรกในปี 1983 หลังทดลองระบบ อยู่ถึง 10 ปีในปี 1992 ibm Simon เป็น เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟนระบบหน้าจอสัมผัส เครื่องแรกของโลกที่สามารถรับส่งอีเมล FA และข้อความเพอรได้อีกทั้งยังรองรับการจด บันทึกด้วยปากกาสตัน้ำหนักเครื่อง 510 กรัมและมีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ เพียงแค่ 1 ชั่วโมงวิวัฒนาการของโทรศัพท์มือถือถูก พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและแพร่หลายไปทั่วโลก

32:47 โดยมีการประมาณการว่า 78% ของประชากรที่ มีอายุตั้งแต่ 10 ขวบขึ้นไปจากทั่วโลกมี โทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองโดยในปี 2023 มีการใช้งานโทรศัพท์มือถือมากกว่า 1,800 ล้านเครื่องทั่วโลกในขณะที่จำนวนประชากร โลกมีอยู่เพียง 8,000 ล้านคนเท่า [เพลง] นั้นรถ ยนต์รถยนต์ถือเป็นอีกหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งใน ประวัติศาสตร์ที่ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และวิธีการเดินทางของผู้คนทั่วโลกนำไปสู่ การพัฒนาถนนหนทางและการคมนาคมที่ดีขึ้น

33:35 ตลอดจนอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยและงาน บริการมากมายที่ได้พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับ ความต้องการของผู้คนที่สามารถออกเดินทาง ไปได้ในทุกที่อย่างอิสระเสรีจากที่ยาน พาหนะหลักในยุคก่อนนั้นต้องอาศัยแต่เพียง แรงงานสัตว์ในการขับเคลื่อนการพัฒนารถ ยนต์เริ่มต้นขึ้นในปี 1672 ในสมัยราชวงศ์ ชิงโดย Ferdinand เบชมิชารีผู้เผยแพร่ ศาสนานิกายเยซูอิตชาวเบลเยี่มในประเทศจีน ได้ประดิษฐ์รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยเครื่อง ยนต์อายน้ำคันแรกขึ้นเพื่อเป็นของเล่นให้ กับจักรพัตคังซีแต่ด้วยขนาดที่เล็กมีความ ยาวเพียง 65 ซมทำให้มันไม่สามารถบรรทุกคน หรือสิ่งของใดๆได้ในปลายศตวรรษที่ 18 นิโคลัสโซฟกยอนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส ประดิษฐ์ญานพาหนะ 3 ล้อขับเคลื่อนด้วย

34:21 พลังไอน้ำที่มีขนาดใหญ่พอที่จะขนส่งคนและ สินค้าขึ้นสำเร็จเป็นครั้งแรกในปี 1769 เข้าสู่ศตวรรษที่ 19 เริ่มมีการพัฒนา เครื่องยนต์สันดาบภายในขึ้นการขาดแคลน เชื้อเพลิงเหลวทำให้มีการใช้ส่วนผสมของ กาซไฮโดรเจนออกซิเจนและถ่านหินมาใช้ในการ ขับเคลื่อนยานพาหนะยุคนั้นจนกระทั่งในปี 1864 ฟดูลมาคัสนักประดิษฐ์ชาวเยอรมัน เชื้อสายยิวประสบความสำเร็จในการนำ เครื่องยนต์สันดะภายในที่ใช้น้ำมันเบนซิน มาติดตั้งกับรถลากเป็นครั้งแรกทำให้มีบาง คนยกย่องให้มาคัสเป็นผู้ผลิตรถยนต์คันแรก ของโลกแต่ผลงานและประวัติผลงานทั้งหมดของ มาคัสถูกพวกนาซีทำลายและลบทิ้งไปจากตำรา เรียนเนื่องจากการที่เขามีเชื้อสายยิววัน

35:06 ที่ 29 มกราคมปี 1886 คาีิ Benz นักออก แบบเครื่องยนต์และวิศวกรยานยนต์ชาว เยอรมันทำการจดสิทธิบัตร Benz patent M wagen รถยนต์ 3 ล้อ 2 ที่นั่งขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะทำความเร็วได้ 11 กมต่อชั่วโมงซึ่งได้รับการยอมรับให้เป็น รถยนต์คันแรกของโลกที่ใช้งานได้จริงก่อน จะเริ่มทำการผลิตออกจำหน่ายในท้องตลาด เป็นครั้งแรกในปี 1888 ภายใต้บริษัท Benz แอซในเมืองฮมประเทศเยอรมนีซึ่งได้ชื่อว่า เป็นโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกของโลกที่มี ขนาดใหญ่ที่สุดในยุคนั้นทั้งยังเป็นที่ รู้จักกันในชื่อแบรนด์รถยนต์สุดหรูแห่ง เยรมันนีอย่าง Mercedes Benz ในปัจจุบัน Benz patent M wagen จึงนับเป็นรถ ยนต์ที่ออกจำหน่ายเชิงพาณิชย์คันแรกใน ประวัติศาสตร์โลกที่ได้ปฏิวัตการเดินทาง

35:52 บนพื้นดินของผู้คนทั่วโลกไปตลอดกาลแต่ เนื่องจากราคาที่แพงมากในยุคนั้นทำให้มี มีเพียงแต่คนรวยและคนชั้นสูงไม่กี่คนที่ มีกำลังซื้อรถยนต์รุ่นแรกของ Benz ไปในปี 1908 Henry Ford วิศวกรชาวอเมริกันผู้ ก่อตั้งบริษัท Ford M เปิดตัวรถยนต์ Ford Model T และได้พัฒนาระบบสายพานการผลิต เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์เป็นครั้งแรก ในปี 1913 ซึ่งนับเป็นการปฏิวัติ อุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์ครั้งใหญ่ทำให้ Ford สามารถผลิตรถยนต์จำนวนมากได้มี ประสิทธิภาพในเวลาที่สั้นลงนั่นหมายความ ว่าผู้คนทั่วไปจะสามารถเป็นเจ้าของรถได้ ในราคาที่ถูกลงด้วยวิสัยทัศน์ของเนรฟอร์ด ที่ต้องการผลิตรถยนต์เพื่อมวลชนทั่วไปมาก กว่าจะเป็นเพียงของเล่นรูร้าสำหรับคนรวย เท่า นั้นวิวัฒนาการของรถยนต์ในยุคต่อๆมานอก

36:40 จากรูปลักษณ์ภายนอกที่สวยงามแล้วก็ยัง เริ่มมีการพัฒนาฟังก์ชันการทำงานใหม่ๆ เพื่อขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพและเสริม ความปลอดภัยให้กับผู้คนบนท้องถนนมากขึ้น ในปี 2023 มีจำนวนรถยนต์ทั่วโลกมากกว่า 1,400 ล้านคันบนท้องถนนทั่วโลกการพัฒนา เทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่งนำไปสู่ยุคแห่งรถ ยนต์พลังงานทางเลือกใหม่กระแสนิยมของรถ ยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าหรือ EV ที่จะ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดมลภาวะให้กับ โลกใบนี้ตลอดจนนวัตกรรมรถยนต์รยคนขับที่ ได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นเทคโนโลยีที่ ช่วยลดตัวเลขของอุบัติเหตุบนท้องถนนไปได้ รวมถึงยังช่วยแบ่งเบาภาระในชีวิตประจำวัน ของมนุษย์โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและคน พิการทางสายตาให้เดินทางได้อย่างปลอดภัย และมีอิสระมากขึ้น

37:26 [เพลง] เครื่องปรับ อากาศเครื่องปรับอากาศหรือที่นิยมเรียก กันว่าแอร์เป็นอีกหนึ่งสิ่งประดิษฐ์ เปลี่ยนโลกสุดมหัศจรรย์ที่ช่วยปรับสภาพ อากาศภายในอาคารให้คงที่ทำให้ผู้คนสามารถ ดำเนินชีวิตได้ตามปกติในช่วงเวลาที่อากาศ ร้อนอบอ้าภายใต้อุณหภูมิโลกสุดร้อนระอุ ที่เพิ่มสูงขึ้นในทุกๆปีและความชื้นที่ เกินจะทนได้ใน ปัจจุบันแนวคิดเรื่องการปรับอากาศหรือการ สร้างอากาศเย็นนั้นสามารถย้อนกลับไปใน ช่วงศตวรรษที่ 2 เมื่อติงฮวนนักประดิษฐ์ ชาวจีนได้คิดค้นพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตรขับเคลื่อนโดย

38:12 ใช้กำลังมนุษย์โดยมีวงล้อเชื่อมต่อถึงกัน ทำให้มันมีประสิทธิภาพมากพอที่จะทำให้ อากาศภายในห้องโถงที่เต็มไปด้วยผู้คนเย็น ลงแม้ว่าจะใช้เพียงพลังงานของมนุษย์ในการ สร้างสายลมปรับอากาศก็ ตามในปี 1750 8 เจินแฟรงคลินรัฐบุรุษและ นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันและ John แดล ศาสตราจารย์ด้านเคมีชาวอังกฤษได้ทำการทด ลองโดยใช้หลักการระเหยเพื่อลดอุณหภูมิของ เหลวที่มีความผ่านผวนสูงอย่างเช่น แอลกอฮอล์ให้เย็นลงอย่างรวดเร็วจนผ่านจุด เยือกแข็งของน้ำได้จุดเริ่มต้นของเครื่อง ปรับอากาศเครื่องแรกของโลกเกิดขึ้นในต้น ศตวรรษที่ 20 ในปี 1902 เมื่อบริษัท Z Gate will hs loging and Publishing สำนักพิมพ์ในมหานครนิวยอร์กสหรัฐอเมริกา ซึ่งกำลังประสบปัญหาจากสภาพอากาศที่ร้อน

38:59 อบอ้าวและความชื้นในฤดูร้อนจนส่งผลให้ หน้ากระดาษบวมเสียหายและหดคุณภาพงานพิมพ์ พร่ามัวจึงได้มอบหมายให้ิ haviland แีย วิศวกรชาวอเมริกันหาวิธีทำให้อุณหภูมิและ ความชื้นภายในโรงพิมพ์คงที่แียสร้าง กระบวนการลดความชื้นด้วยการควบแน่นให้ไอ น้ำในอากาศจับตัวกันเป็นหยดน้ำแล้วจึงส่ง อากาศเย็นที่มีความชื้นต่ำเข้าไปแทนโดย ใช้พัดลมอุตสาหกรรมดูดอากาศร้อนเข้าไปใน กล่องจากนั้นก็ลดอภูมของอากาศร้อนนั้นลง ด้วยการพ่นละอองน้ำเย็นผ่านคอยร้อนจนเกิด เป็นอายน้ำความชื้นส่วนเกินจะควบแน่นบน คอยร้อนและเกิดเป็นอากาศเย็นในที่สุดสิ่ง ประดิษฐ์ของแียไม่เพียงแต่ควบคุมอุณหภูมิ และความชื้นรอบๆเครื่องพิมพ์ได้เท่านั้น แต่มันยังช่วยให้ผู้คนรู้สึกเย็นสบายตัว

39:44 จากอากาศที่ร้อนระอุได้อีกด้วยแียจึงได้ จดสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์นี้ในปี 1906 และ กอตั้งบริษัท Career engineering Corporation ขึ้นในปี 1915 ร่วมกับ วิศวกรรุ่นใหม่อีก 6 คน เครื่องปรับอากาศของแียเป็นที่แพร่หลายใน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าต่าง ๆเพื่อช่วยควบคุมอุณหภูมิและความชื้นไม่ ให้สร้างความเสียหายต่อสินค้าของตนเองและ ในเวลาไม่กี่ทศวรรษต่อมาเครื่องปรับอากาศ ก็ได้ปฏิวัติการใช้ชีวิตของผู้คนให้ สามารถมีสภาพอากาศที่เย็นสบายได้ในทุกวัน ไม่ว่าอากาศภายนอกจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม เทคโนโลยีที่เคยถูกมองว่าเป็นเพียง เครื่องมือในการเพิ่มผลผลิตทางอุตสาหกรรม กลับกลายมาเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ บ้านเรือนททุกหลังในปัจจุบันโดยเฉพาะใน โลกที่ธุรกิจส่วนใหญ่ดำเนินอยู่ในอาคาร

40:31 สำนักงานที่ปิดสนิทปัจจุบันมีเครื่องปรับ อากาศมากกว่า 2,000 ล้านเครื่องในอาคาร บ้านเรือนทั่วโลกแต่ด้วยวิกฤตการภาวะโรค ร้อนที่ทวีความรุนแรงขึ้นในทุกๆปีการใช้ งานเครื่องปรับอากาศก็กลายเป็นที่วิพากษ์ วิจารณ์ว่ามีส่วนสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศโลกที่มีอุณหภูมิสูงขึ้น เรื่อยๆในแต่ละปี [เพลง] เครื่อง บินความใฝ่ฝันที่จะบินได้ของมนุษย์นั้น เก่าแก่พอๆกับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติมา ตั้งแต่ยุคโบราณเป็นเวลาหลายพันปีมาแล้ว ที่มนุษย์พยายามพาตนเองขึ้นสู่ท้องฟ้าและ เริ่มต้นด้วยการเลียนแบบปีกของนกน้อยที่

41:17 โบยบินได้อย่างอิสระอยู่ในอากาศก่อนจะนำ ไปสู่การคิดค้นสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์มาก มายเพื่อสานความฝันที่จะบินได้ของมนุษย์ ให้เป็นความ จริงมีตำนานเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับ ความพยายามที่จะบินได้ของมนุษย์เช่นตำนาน เทพนิยายกรีกอันเก่าแก่ที่กล่าวถึง เดดาลัสสถาปนิกคนดังผู้สร้างเขาวงกตแห่ง เกาะครีทและบุตรชายชื่ออิคารัสที่พยายาม หลบหนีจากการถูกกักขังด้วยการสร้างปีกจาก ขนนกนำมาเร็งติดกับขี้ผึ้งที่ปั้นเป็นรูป ปีกนกสวมใส่เป็นปีกและบยบินหนีออกไปด้วย กันแต่อิคารัสดื้อรั้นไม่ฟังคำสั่งของ บีดาและบินสูงเข้าใกล้ดวงอาทิตย์จนเกินไป ทำให้ขี้ผึ้งละลายจนตัวเองตกลงมาจากท้อง ฟ้าและจมน้ำตายใต้ท้องทะเลมีบันทึกถึง ความพยายามสร้างเครื่องร่อนในยุคแรกๆโดย

42:02 อับบาสอิบนุเฟอร์นนักประดิษฐ์ผู้รอบรู้ แห่งอันดารุสอาณาจักรมุสลิมบนคาบสมุทร ไอบีเรียในศตวรรษที่ 9 และไอร์แห่งมาบรี นักบวชชาวอังกฤษในศตวรรษที่ 11 แต่การทด ลองบินของทั้ง 2 คนก็ไม่ประสบความสำเร็จ และจบลงด้วยการได้รับบาดเจ็บแม้แต่จิตกร ผู้รอบรู้ชาวอิตาเลียนชื่อดังอย่าง leonard ดาวินชีก็เคยใฝ่ฝันถึงสิ่ง ประดิษฐ์ที่จะพามนุษย์บยบินขึ้นสู่ทองฟ้า ได้จึงทำการศึกษารายละเอียดการบินและรูป ร่างของปีกนกทั้งยังได้วาดรูปจำลองที่ขับ เคลื่อนด้วยแรงมนุษย์เอาไว้หลายชิ้นใน ช่วงต้นศตวรรษที่ 16 โดยเฮลิคอปเตอร์ที่ ใช้กันอยู่ในปัจจุบันก็มีต้นแบบมาจากแนว คิดของ leonard davinci นั่นเองการค้นพบ แก๊สไฮโดรเจนในคริสตศตวรรษที่ 18 ได้นำไป สู่การคิดค้นสร้างบอลลูนลมร้อนขึ้นจน

42:47 สำเร็จครั้งแรกในปี 1783 โดย 2 พี่น้อง ผู้บุกเบิกการบินชาวฝรั่งเศสโจเซฟและแจค mon กอฟในปี 1700 9 GE ky วิศวกรชาวอังกฤษ เป็นหนึ่งในบุคคลที่สำคัญที่สุดใน ประวัติศาสตร์การบินเขาคือบุคคลแรกที่คิด ต่างออกไปและได้วางแนวความคิดของเครื่อง บินสมัยใหม่ที่มีปีกคงที่มีระบบการยกการ ขับเคลื่อนและการควบคุมแยกออกจากกันไม่ ใช่การพยายามกระพือปีกเลียนแบบนกเหมือน เช่นในอดีตที่ผ่านมาเคี่ได้ออกแบบและแก สลักสิ่งประดิษฐ์บินได้ในจินตนาการของเขา ลงบนแผ่นจานสีเงินซึ่งมีลักษณะหน้าตา คล้ายกับเครื่องบินในปัจจุบันก่อนที่ในปี 185 53 เคลี่จะลงมือสร้างเครื่องร่อน เครื่องแรกของโลกขึ้นบินข้ามหุบเขาได้ สำเร็จเป็นระยะทางไกล 275 เมตทำให้จอร์จ

43:34 เคลี่ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่ง วิศวกรรมการ บินในปี 1891 ออโติน Town ผู้บุกเบิกการ บินชาวเยอรมันเจ้าของฉายามนุษย์บินได้ เป็นคนแรกที่ทำให้แนวคิดเกี่ยวกับเครื่อง บินที่หนักกว่าอากาศกลายเป็นความจริงด้วย การพัฒนาเครื่องร่อนที่คนขับแขวนตัวเอง ไว้ที่กึ่งกลางและใช้วิธีการขยับตัวไปมา เพื่อถ่วงน้ำหนักให้เครื่องร่อนเลี้ยวไป ในทิศทางที่ต้องการ lilian Time ทำการทด สอบการบินร่อนมากกว่า 2,000 ครั้งซึ่งนับ เป็นจุดเริ่มต้นของการบินของมนุษยชาติและ ยังเป็นต้นแบบของการสร้างเครื่องบินใน รุ่นต่อๆมาแต่ก็เป็นที่น่าเศร้าเมื่ออโต Lan Town ประสบอุบัติเหตุเครื่องร่อนตก กระแทกพื้นจนต้องจบชีวิตลงในปี 1896 ขณะ

44:19 ที่เขามีอายุได้เพียง 48 ปีเข้าสู่ต้นศตวรรษที่ 20 อวและเวอร์ 2 พี่น้องตระกูลไเจ้าของธุรกิจร้านขายและ ซ่อมจักรยานในเมืองเดตันรัฐโอไฮโอสหรัฐ อเมริกาได้ทำการศึกษาต่อยอดข้อมูลการบิน จากออโต Lan ทาและได้พัฒนาเครื่องร่อน ขึ้นมา 3 เครื่องตั้งแต่ปี 1900 ถึงปี 1902 ก่อนจะนำไปทดสอบการบินมากกว่า 10,000 ครั้งเครื่องร่อนเครื่องสุดท้าย ในปี 1902 มีความยาวปีกถึงเกือบ 10 มต กว้าง 1 มึประสบความสำเร็จในการร่อนไปได้ ไกลที่สุดที่ 180 เมภายในระยะเวลา 26 วินาทีประสบการณ์การทดสอบเครื่องร่อนตลอด 3 ปีของ 2 พี่พี่น้องตระกูลไนำไปสู่การ พัฒนาเครื่องบินลำแรกของทั้งคู่เป็น เครื่องบินโครงไม้ปีกผ้าฝ้าย 2 ชั้นที่มี ชื่อว่าไ Flyer ในปี 1903 ติดตั้งเครื่อง

45:07 ยนต์เบนซินน้ำหนักเบา 12 แรงม้าหนัก 82 กกซึ่งถูกออกแบบขึ้นมาใหม่โดยชาลีเทเลอร นักซ่อมจักรยานประจำร้านของ 2 พี่น้องขับ เคลื่อนด้วยใบพัดคู่และโซ่เฟืองที่ยืมมา จากเทคโนโลยีของจักรยานในวันที่ 17 ธันวาคมปี 1903 ความฝันของมนุษย์ที่จะบิน ได้เหมือนนกก็ได้กลายเป็นความจริงเมื่อ 2 พี่น้องตระกูลไนำเครื่องบินไ Fire ทดลอง ขึ้นบินได้สำเร็จที่เมืองคิตี้ Hawk ใน รัฐ North carolina ทำระยะทางได้ 260 เม ในระยะเวลา 59 วินาทีในเที่ยวบินครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นเที่ยวบินครั้งสุดท้ายของ เครื่องบินลำนี้ก่อนที่มันจะถูกลมกระโชก แรงพัดพังเสียหายภายหลังจากลงจอดได้ไม่ นานเครื่องบิน R Flyer สร้าง ประวัติศาสตร์การบินครั้งสำคัญเป็น เครื่องบินติดเครื่องยนต์ที่หนักกว่า อากาศลำแรกของโลกที่ประสบความสำเร็จในการ

45:54 ขึ้นบินในขณะที่ 2 พี่น้องตระกูลไได้รับ การยกย่องให้เป็นผู้ประดิษฐ์เครื่องบินลำ แรกของ โลกการพัฒนาเทคโนโลยีอากาศยาและเครื่อง บินเป็นสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกอันยิ่ง ใหญ่ที่ได้ย่อโลกอันไพศาลให้หดเล็กลงทั้ง ยังได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการสร้างความ ได้เปรียบทางการรบในสงครามโลกที่ผ่านมา ทั้ง 2 ครั้งรวมถึงการปฏิวัติการขนส่งและ การเดินทางที่ยาวนานให้สะดวกรวดเร็วจนผู้ คนสามารถท่องเที่ยวไปได้ทุกที่ทั่วโลกใน เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง และทั้งหมดนี้ครับก็คือ 10 สิ่งประดิษฐ์ เปลี่ยนโลกที่คิวอได้สืบเสาะเรื่องราวมา ให้แฟนๆได้รับชมและรับฟังกันนะครับหวัง ว่าเรื่องราวความเป็นมาของสิ่งประดิษฐ์ เปลี่ยนโลกอันน่าทึ่งในคลิปนี้จะช่วยเติม

46:40 เต็มสาระความรู้ความสนุกและคงจะถูกใจ เพื่อนๆทุกคนบ้างไม่มากก็น้อยนะครับ ขอบคุณสำหรับทุกการกดไลคกดแชร์ส่งต่อกด ปุ่ม Ser Thanks และร่วมสมัครสมาชิกคว Club เพื่อเป็นกำลังใจสำคัญในการทำคลิป ต่อๆไปสำหรับเพื่อนๆที่เพิ่งได้รับชมคิวอ เป็นครั้งแรกก็อย่าลืมกด Subscribe ติด ตามและกดกระดิ่งแจ้งเตือนการมาของคลิป ใหม่ๆเอาไว้ด้วยนะครับอยากให้คิวอนำเสนอ เรื่องอะไรอีกในคลิปต่อๆไปพิมพ์ขอกันเข้า มาทางช่องคอมเมนต์ได้เลยแล้วเราเจอกัน ใหม่คลิปหน้าจะเป็นเรื่องอะไรนั้นห้าม พลาดเด็ดขาดเลยนะครับ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries