‘Apple’ กอดคอ ‘Starbucks’ อาการเข้าขั้น ‘โคม่า’ หลังตลาดในจีนทรุดหนัก | กรุงเทพธุรกิจNEWS

สรุปสั้นๆ

บทความนี้พูดถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดจีนที่อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทต่างชาติ โดยเฉพาะบริษัทสหรัฐฯ บทความชี้ให้เห็นว่ายอดขายของบริษัทสหรัฐฯ ในจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และบริษัทจีนเองก็เผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก บทความยังชี้ให้เห็นว่าบริษัทสหรัฐฯ ในจีนอาจกลายเป็นตัวประกันท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ และการแข่งขันในตลาดจีนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

  • ยอดขายของบริษัทสหรัฐฯ ในจีนลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
  • บริษัทจีนเองก็เผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนัก
  • บริษัทสหรัฐฯ ในจีนอาจกลายเป็นตัวประกันท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ
  • การแข่งขันในตลาดจีนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ยุคของจีนกำลังจะจบลง?

บทความเริ่มต้นด้วยการพูดถึงการลดลงของยอดขายของบริษัทสหรัฐฯ ในจีนในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆ อย่าง Apple และ Starbucks บทความชี้ให้เห็นว่าบริษัทจีนเองก็เผชิญกับภาวะขาดทุนอย่างหนักเช่นกัน นอกจากนี้ บทความยังชี้ให้เห็นว่าบริษัทสหรัฐฯ ในจีนอาจกลายเป็นตัวประกันท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ โดยยกตัวอย่างกรณีของ Nvidia ซึ่งถูกจีนสอบสวน บทความยังชี้ให้เห็นว่ายอดขายของบริษัทข้ามชาติในจีนลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

วิกฤตเศรษฐกิจจีน

บทความชี้ให้เห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจจีนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายของบริษัทต่างชาติในจีนลดลง โดยเฉพาะวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยดิ่งเหว บทความยังชี้ให้เห็นว่านโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินจาก prudent ไปสู่ moderately loose บทความยังชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนโตต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย และตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังอยู่ในช่วงซบเซา

สงครามราคาในจีน

บทความชี้ให้เห็นว่าวิกฤตเศรษฐกิจจีนส่งผลกระทบต่อบริษัทจีนเองด้วย โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่กำลังขาดทุนอย่างหนัก บทความยังชี้ให้เห็นว่าการแข่งขันในตลาดจีนรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยยกตัวอย่างกรณีของ Starbucks ที่ถูกชิงแชร์ตลาดกาแฟจีนไป บทความยังชี้ให้เห็นว่าบริษัทตะวันตกอาจต้องคิดทบทวนการลงทุนในจีน เนื่องจากจีนกำลังพัฒนาเทคโนโลยีของตัวเองอย่างรวดเร็ว

อนาคตของบริษัทสหรัฐฯ ในจีน

บทความสรุปว่าบริษัทสหรัฐฯ ในจีนอาจกลายเป็นตัวประกันท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง 2 ขั้วอำนาจ โดยทั้ง 2 ประเทศต่างสร้างข้อจำกัดทางธุรกิจเพื่อบีบให้อีกฝ่ายหายใจยากมากขึ้นเรื่อยๆ บทความยังชี้ให้เห็นว่าศึกครั้งนี้ดำเนินเรื่อยมาและยังดำเนินต่อไป แต่ใครที่จะเป็นคนเจ็บหนักที่สุดในเรื่องนี้เห็นจะต้องเป็นฝั่งเอกชนที่ต้องติดตามอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งที่ส่อแววว่าคงไม่มีทางสิ้นสุดในเร็ววันนี้

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 น่าจะใกล้จบยุคของอะไรอะไรก็จีนแล้วเมื่อ เหล่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐต่างอยู่ใน ภาวะโคม่าเนื่องจากหมดหวังกับตลาดจีนแล้ว รายงานจาก The economist ระบุว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมายอดขายของบริษัทสหรัฐในจีนลด ลงอย่างมีนัยยะสำคัญไม่เว้นแม้แต่บิ๊ก แบรนด์อย่าง Apple และ Starbucks แต่ใน ขณะเดียวกันก็พบว่าบริษัทในจีนเองต่างก็ ต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนอย่าง หนักนอกจากนี้นักวิเคราะห์เศรษฐกิจก็ยัง มองว่าต่อไปบริษัทสัญชาติสหรัฐในจีนอาจ กลายเป็นตัวประกันท่ามกลางความขัดแย้ง ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจซึ่งกระบวนการสอบสวน Nvidia ยักษ์ใหญ่ชิปโลกก็เป็นอีกหนึ่ง ตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นถึงการโต้กลับ ของจีนในปี

0:47 2564 บริษัทข้ามชาติทั้งฝั่งยุโรปและ สหรัฐในจีนมียอดขายรวมกันสูงถึง 670,000 ล้านดอลลาร์คิดเป็นสัดส่วน 15% ของรายได้ ทั้งหมดของบบริษัทเหล่านั้นแต่ว่าในปี 2566 ยอดขายกลับลดลงเหลือ 650,000 ล้าน ดอลลาร์คิดเป็นสัดส่วน 14% ของรายได้ทั้ง หมดของบริษัทส่วนในปีนี้ก็พบว่ายอดขายราย ไตรมาสลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าใน จำนวนบริษัทข้ามชาติที่ว่านี้มีตั้งแต่ Apple Volkswagen Starbucks ไปจนถึงอาณาจักร luxy เบอร์ 1 ของโลก lvmh ที่ล้วนเผชิญกับวิกฤตยอดขาย ร่วมกันถ้วนหน้าซึ่งส่วนหนึ่งก็มามาจาก ปัจจัยภายในของจีนเองด้วยปัจจัยภายในที่

1:33 ว่าก็มาจากโดมิโน่เศรษฐกิจซบเซาจากวิกฤต อสังหาริมทรัพย์ที่ทำให้ราคาที่อยู่อาศัย ดิ่งเหวทั้งประเทศสะเทือนไปยังผู้บริโภค ที่ต้องรัดเข็มขัดมากขึ้นนอกจากนี้ยังมี นโยบายทางเศรษฐกิจที่แสนจะรัตกุมของ รัฐบาลอีกด้วยโดยเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2567 เพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายการ เงินที่สำคัญต่อฉากทัศต่อไปของเศรษฐกิจ จีนเป็นอย่างมากนั่นคือการเปลี่ยนจาก นโยบายแบบ prudent ที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2554 สู่ moderately loose หรือนโยบาย แบบหลวมปานกลางโดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดัน ให้ครัวเรือนและภาคธุรกิจใช้จ่ายกันมาก ขึ้นถอยแถลงจากการประชุมโปลิบูโรของการ ประชุมของผู้บริหารระดับสูงในจีนระบุว่า เศรษฐกิจจีนโตต่ำกว่าเป้าเล็กน้อยตลาด

2:21 อสังหายังอยู่ในช่วงซบเซาอัตราการว่างงาน ก็ยังน่ากังวลจากที่เคยคาดการณ์ว่าจะฟื้น ตัวหลังกการระบาดใหญ่จบลงก็ไม่ได้เป็น เช่นนั้นหลังจากนี้จะมีการพลิกดูราย ละเอียดการใช้จ่ายของภาครัฐเข้มงวดมาก ขึ้นและจะมีการพิจารณาการให้กู้ยืมเพื่อ กระตุ้นภาคการบริการด้วยอย่างไรก็ตามจีน ที่เคยเป็นความหวังไม่ได้กระทบเพียง บริษัทข้ามชาติแต่ยังกระทบกับบริษัทของ จีนเองด้วยปอเจิ้งหยวนตัวแทนจากบริษัตที่ ปรึกษาด้านการลงทุนในกรุงปักกิ่งให้ข้อ มูลว่า 27% ของภาคอุตสาหกรรมในจีนกำลัง ขาดทุนอย่างหนักโดยเป็นตัวเลขเมื่อช่วง ปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาสะท้อนทั้ง

3:06 อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าวัสดุก่อสร้างและ อื่นๆอีกมากมายอันนำไปสู่สงครามราคาที่ ปะทุความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆการแข่งขัน ในจีนรุนแรงถึงขนาดที่ไันนิโคลผู้บริหาร คนใหม่ของ Starbucks เคยออกมายอมรับกับ นักลงทุนอย่างตรงไปตรงมาเมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมาจากที่เคยถือสัดส่วนในตลาดกาแฟ จีนมากจนสบายตัวมาวันนี้กลับถูกชิงแชร์จน น่าหวั่นใจบางกระแสข่าวถึงกับระบุว่าใน อนาคตอันใกล้ Starbucks อาจมีการพิจารณา ขายหุ้นให้กับพาร์ทเนอร์ธุรกิจในท้องถิ่น ด้วยอีกปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามและ น่าจะเป็นหนึ่งในตัวแปรหลักที่ทำให้ บริษัทตะวันตกต้องคิดทบทวนอย่างหนักคือ

3:53 การได้เปรียบทางเทคโนโลยีที่วันนี้พญา อินทรีย์ไม่ได้ถือครองนวัตกรรมเพียงคน เดียวแล้วเพะเพะว่าปัจจุบันจีนคร่ำหวอดใน อุตสาหกรรมเทคโนโลยีในฐานะผู้ผลิตหุ่น ยนต์ให้กับตลาดในประเทศเกือบ 50% เทียบ เคียงกับปี 2563 ที่บริษัทจีนครองสัดส่วนในตลาดราวๆ 33% ทางฝั่ง Apple ก็ถูกท้าชนจาก Huawei และแบรนด์จีนเกิดใหม่อีกมากหน้าหลายตา ส่วนอุตสาหกรรมยานยนต์ก็อย่างที่เห็นว่า รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมีราคาถูกกว่าจากค่า ยุโรปและสหรัฐนักวิเคราะห์เศรษฐกิจจาก สหรัฐมองว่าต่อไปบริษัทสัญชาติสหรัฐในจีน อาจกลายเป็นตัวประกันท่ามกลางความขัดแย้ง ระหว่าง 2 ขั้วอำนาจเนื่องจากทั้ง 2 ประเทศต่างสร้างข้อจำกัดทางธุรกิจเพื่อ

4:41 บีบให้อีกฝ่ายหายใจยากมากขึ้นเรื่อยๆใน ขณะที่ทรัมป์อาจเลือกโต้กลับด้วยการขึ้น ภาษีสินค้าจากจีนฝั่งศรีจิ้นผิงก็อาจส่ง สารด้วยการทำให้บริษัทสหรัฐในจีนใช้ชีวิต อย่างยากลำบากมากขึ้นศึกครั้งนี้ดำเนิน เรื่อยมาและยังดำเนินต่อไปแต่ใครที่จะ เป็นคนเจ็บหนักที่สุดในเรื่องนี้เห็นจะ ต้องเป็นฝั่งเอกชนที่ต้องติดตามอยู่ท่าม กลางความขัดแย้งที่ส่อแววว่าคงไม่มีทาง สิ้นสุดในเร็ววันนี้ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries