สรุปประวัติและข่าวฉาวของ "คิมจองอึน" ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ

สรุปเนื้อหาโดยย่อ

วิดีโอนี้สรุปเรื่องราวของ คิม จองอึน ตั้งแต่ชีวิตในวัยเด็ก การก้าวขึ้นสู่อำนาจ การปกครองประเทศ นโยบายต่างๆ เรื่องส่วนตัว และข่าวฉาวที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นถึง:

  • การสืบทอดอำนาจที่ไม่ได้เป็นไปตามความคาดหมายเดิม
  • การปกครองแบบเผด็จการและการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะกับสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้
  • ข่าวลือและเรื่องอื้อฉาวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตส่วนตัวของเขา

แนะนำเรื่อง (Intro)

วิดีโอเริ่มต้นด้วยการแนะนำ คิม จองอึน ในฐานะผู้นำเกาหลีเหนือ และตั้งคำถามเกี่ยวกับความเป็นมาของเขา การที่เขาได้สืบทอดตำแหน่งจากบิดา และข่าวฉาวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเขา โดยผู้เล่าจะสรุปเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ระบุไว้

ชีวิตวัยเยาว์

คิม จองอึน เป็นบุตรชายของ คิม จองอิล ผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 2 ของเกาหลีเหนือ และเป็นหลานของ คิม อิลซอง ผู้ก่อตั้งประเทศเกาหลีเหนือ วันเกิดของเขาไม่ตรงกันระหว่างข้อมูลของเกาหลีเหนือและสหรัฐอเมริกา โดยมีการสันนิษฐานว่าเกาหลีเหนือเปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อให้มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ เขาเป็นบุตรคนที่ 3 แต่ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งในตอนแรก ในวัยเด็ก เขาและพี่น้องถูกส่งไปอยู่สวิตเซอร์แลนด์ โดยเขาใช้ชื่อปลอมและเรียนที่โรงเรียนนานาชาติแห่งหนึ่ง เพื่อนของเขาเล่าว่าเขาเป็นคนขี้อาย ชอบบาสเกตบอล และไม่สนใจข่าวการเมือง

การสืบทอดอำนาจ

เดิมที คิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของคิม จองอึน ถูกวางตัวให้เป็นผู้สืบทอด แต่เขาไม่เป็นที่โปรดปรานเนื่องจากแอบหนีไปเที่ยวโตเกียวดิสนีย์แลนด์ คิม จองชอล พี่ชายร่วมมารดาอีกคนก็มีบุคลิกที่อ่อนโยนเกินไป ทำให้คิม จองอิล ตัดสินใจให้คิม จองอึน เป็นผู้สืบทอดตำแหน่ง มีการเลื่อนขั้นและสร้างวีรกรรมให้กับเขา รวมถึงการแต่งเพลงสรรเสริญ มีการกวาดล้างผู้ที่เป็นทายาทในสายอื่นๆ เพื่อไม่ให้มาแข่งบารมีกับเขา เมื่อคิม จองอิล ถึงแก่อสัญกรรม คิม จองอึน ยังไม่สามารถรับตำแหน่งแทนได้อย่างเต็มตัว ทำให้ จาง ซองแทค ทำหน้าที่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งแทน สื่อเกาหลีเหนือเรียกเขาว่า "ยอดคนผู้ที่เกิดจากสวรรค์"

การปกครองประเทศ

คิม จองอึน ปกครองเกาหลีเหนือในลักษณะรวบอำนาจหรือเผด็จการเบ็ดเสร็จ คล้ายกับสมัยของบิดาและปู่ของเขา แม้ว่าจะถูกคว่ำบาตรจากนานาชาติ แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความสนใจ และเดินหน้าทำการปฏิรูปการเมืองการปกครองหลายอย่าง รวมถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจและปรับปรุงภูมิทัศน์ในประเทศ มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปรับโครงสร้างอำนาจเป็นแบบรวมศูนย์กลางอยู่ที่ผู้นำมากขึ้น ในปี 2018 และ 2019 เขาได้พบปะเยี่ยมเยือนผู้นำหลายประเทศอย่างเป็นทางการ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ เพื่อทำข้อตกลงสิ้นสุดสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ แต่ไม่กี่ปีต่อมาทั้ง 2 ประเทศก็กลายเป็นศัตรูกันดังเดิม ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกามีความผันผวน โดยมีการประนามและยกย่องสลับกันไป ปัจจุบันประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีกับเกาหลีเหนือมากที่สุดคือรัสเซีย

เรื่องส่วนตัวและข่าวฉาว

คิม จองอึน มีลักษณะนิสัยที่แตกต่างจากปู่และบิดาของเขา โดยจะมีการแสดงออกและเปิดเผยมากกว่า มีข่าวซุบซิบนินทาและข่าวฉาวหลายเรื่องเกี่ยวกับเขา ได้แก่:

  1. การพยายามสังหารบิดาของตนเอง: มีข้อมูลว่าเขาพยายามลอบสังหารบิดาของเขาหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ
  2. การสั่งการลอบสังหารพี่ชาย: คิม จองนัม พี่ชายต่างมารดาของเขาถูกลอบสังหารด้วยสารพิษที่สนามบินในมาเลเซีย โดยมีการเชื่อมโยงว่าการสั่งการน่าจะมาจากคิม จองอึน
  3. เรื่องผู้หญิง: เขาได้พาภรรยาออกสื่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำคนก่อนๆ ไม่เคยทำ แต่ก็มีข่าวลือว่าเขามีการคัดเลือกหญิงสาวบริสุทธิ์มาให้ความบันเทิงกับเขา โดยหญิงสาวเหล่านี้จะถูกส่งไปยัง "กลุ่มสร้างความสุข" หรือ pleasure squad
  4. การใช้ชีวิตหรูหราขณะที่ประชาชนยากจน: เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหราและฟุ่มเฟือย ทั้งที่มีเครื่องบินส่วนตัว ใช้แบรนด์เนมและรถหรูจำนวนมาก ซึ่งขัดแย้งกับภาพลักษณ์ที่เขาแสดงออกกับประชาชนผู้ยากไร้
  5. ธุรกิจมืด: มีการสืบข้อมูลเส้นทางการเงินของเกาหลีเหนือและพบว่าอาจมีการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์เพื่อยกย้ายเงินจากแหล่งอื่นๆ ทั่วโลกเข้าสู่คลังของรัฐ

สถานการณ์ในยุคหลัง

หลังจากการหายตัวไปจากสื่อในช่วงต้นปี 2020 ก็มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับสุขภาพของคิม จองอึน เขาได้กลับมาปรากฏตัวอีกครั้ง แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นในการบริหารบ้านเมือง โดยเขาได้มีการโยกย้ายอำนาจบางส่วนให้กับน้องสาวคือ คิม โยจอง ในปี 2022 เขาได้เริ่มนำบุตรสาวออกสู่สาธารณะหลายครั้ง ทำให้มีการวิเคราะห์ว่าเขาอาจวางตัวบุตรสาวคนนี้ให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาในอนาคต ปัจจุบันเขายังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของนานาชาติ แต่อีกหลายคนมองว่าเป็นเครื่องมือที่เขาใช้เพื่อยกระดับสถานะทางการทูตของเขา

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 สวัสดีค่ะเพื่อนๆคงเห็นภาพของคิมจองอึน ปรากฏในข่าวต่างๆในฐานะผู้นำเกาหลีเหนือ อยู่บ่อยครั้งนะคะแต่จริงๆแล้วเขามีความ เป็นมาอย่างไรทำไมลูกชายคนที่ 3 อย่างเขา ถึงกลายมาเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งจากบิดาได้ แล้วข่าวฉาวในด้านมืดของเขาทั้งเรื่อง ความโหดร้ายและเรื่องผู้หญิงนั้นเป็นจริง หรือไม่ในวันนี้แคทจะมาสรุปให้ทุกคนได้ ฟังกันนะคะโดยอั้งอิงตามแหล่งข้อมูลที่ ระบุไว้ใต้คลิปถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มกัน เลยค่ะชีวิตวัยเยาคิมจองอึนเป็นบุตรชาย ของคิมจองอิลผู้นำสูงสุดรุ่นที่ 2 ของ เกาหลีเหนือหรือที่คนไทยเรียกว่าเมืองโสม แดงที่มาของความยิ่งใหญ่ของตระกูลเขานั้น เกิดจากการที่ปู่ของเขาคือคิมอิซเป็นผู้ ก่อตั้งและผู้นำสูงสุดคนแรกตั้งแต่การ

0:46 สถาปนาชาติเกาหลีเหนือในปีคริสตศักราช 1948 และอยู่ในอำนาจมาโดยตลอดจนเสีย ชีวิตจากนั้นได้ให้ลูกชายของตนซึ่งก็คือ บิดาของคิมจองอึนสืบทอดอำนาจต่อจนมาถึง รุ่นก็คือคิมจองอึนนั่นเองค่ะคิมจองอึน เกิดวันที่ 8 มกราคมโดยทางเกาหลีเหนือ ระบุปีเกิดของเขาว่าเป็นปีคริสตศักราช 1982 แต่ทางสหรัฐอเมริการะบุว่าเป็นปี คริสตศักราช 1984 ตามที่แสดงไว้ในพาสปอร์ตสมัยที่เขา ไปเรียนในสวิตเซอร์แลนด์และคำให้การของ ลุงกับป้าของเขาค่ะทั้งนี้การที่ปีเกิด ไม่ตรงกันนั้นสันนิษฐานว่าทางเกาหลีเหนือ เปลี่ยนแปลงข้อมูลเพื่อให้มีความหมายเชิง สัญลักษณ์เนื่องจากปีคริสตศัก 1982 นั้น

1:32 เป็นปีครบรอบ 70 ปีของคิมอิซปู่ของเขาค่ะ คิมจองอึนเป็นบุตรคนที่ 2 ใน 3 ของคิม จองอิลกับหนึในภรรยาของเขาโคยฮีโดยมีพี่ ชายหนึคนคือคิมจองชอลและน้องสาวอีกคนนึง คือคิมโยจองอย่างไรก็ตามบิดาของเขานั้นมี ภรรยาคนอื่นด้วยซึ่งทำให้เขาเป็นบุตรชาย ในลำดับที่ 3 และไม่ได้ถูกมองว่าจะเป็น ผู้สืบทอดตำแหน่งของบิดาในอนาคตค่ะในช่วง ที่เป็นเด็กคิมจองอและพี่ชายกับน้องสาว ได้ถูกส่งไปอยู่กับมารดาที่ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ปีคริสตศักราช 1991 หรือ 1992 โดยรายละเอียดในการใช้ชีวิตของเขา นั้นไม่ชัดเจนนักมีเพียงข้อมูลระบุว่าใน ปีคริสต์ศักราช 1998 ถึง 2000 เขาได้เข้าเรียนที่โรง

2:19 เรียนนานาชาติ Le f ST hle state School ใกล้กรุงเบิร์นเขาได้ใช้ชื่อว่า พรอึนหรืออึนพักและปลอมตัวเป็นบุตรชายของ พนักงานสถานทูตเกาหลีเนือในกรุงเบิร์นโดย ข้อมูลได้บรรยายลักษณะของเขาไว้ว่าเป็น เด็กที่ปรับตัวได้เร็วมีความทะเยอทะยาน และชอบเล่นบาสเกตบอลเป็นอย่างมากอย่างไร ก็ตามเกรดของเขาก็ค่อนข้างแย่ถึงแม้จะได้ รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยเอกอัครราชทูต เกาหลีเหนือในสวิตเซอร์แลนด์เพื่อนคนหนึ ของคิมจองอึนเล่าว่าคิมจองอึนบอกความจริง ให้เขารู้ว่าจริงๆแล้วคิมเป็นลูกของผู้นำ ประเทศอีกทั้งยังเล่าว่าคิมนั้นขี้ไอกับ ผู้หญิงและไม่สนใจข่าวการเมืองแต่เขาชอบ วีดีโอเกมหนังแอคชั่นของฉันหลงและหมกมุ่น กับกีฬาบาสเกตบอลมากโดยมักจะพกรูปนักกีฬา

3:06 ชื่อดังเช่น Michel จอร์แดนและโคบี้ไัน เพื่อเอามาอวดเพื่อนอยู่เสมอและเคยใช้ เวลาหลายชั่วโมงพยายามวัดรูปคนดังเหล่า นั้นด้วยค่ะคิมจองอึนเดินทางออกจาก สวิตเซอร์แลนด์แบบกลางรภในปีคริสตศักราช 2000 หลังจากนั้นก็มีข้อมูลว่าเขาเรียน ที่เมืองเปียงยางในช่วงปีคริสตศักราช 2002 -27 โดยได้ปริญญามา 2 ใบคือสาขาฟิสิกส์ จากมหาวิทยาลัยคิมอิซและด้านเจ้าหน้าที่ กองทัพจากมหาวิทยาลัยการทหารคิมอิซค่ะการ สืบทอดอำนาจอย่างที่แคทได้เกริ่นไปนะคะ คิมจองอึนเป็นบุตรชายคนที่ 3 ของคิม จองอิลผู้นำเกาหลีเหนือโดยพี่ชายคนโตของ เขาเป็นพี่ชายต่างมารดาชื่อว่าคิมจองนำ แต่เดิมได้ถูกวางตัวไว้เป็นผู้สืบทอดแต่

3:52 กลับไม่เป็นที่โปรดปรานตั้งแต่ช่วงปี คริสตศักราช 2001 เนื่องจากใช้พาสปอร์ต ปลอมแอบหนีเข้าญี่ปุ่นเพื่อไปเที่ยว โตเกียวดิสนีย์แลนด์ค่ะด้วยเหตุนี้อันดับ การเป็นผู้สืบทอดจึงตกมาอยู่ที่พี่ชายแม่ เดียวกันของคิมจองอึนคือคิมจองชอลแต่จาก การให้ข้อมูลของเชฟส่วนตัวของคิมจองอึน ได้ระบุว่าพ่อของเขาต้องการให้ลูกชายคน เล็กคือคิมจองอึนเป็นผู้สืบทอดมากกว่าพี่ ชายเพราะมีบุคคลิกภาพที่เหมือนพ่อมากกว่า อีกทั้งยังเป็นคนไม่ยอมแพ้ใครและยังกล่าว ด้วยว่าคิมจองชอลลูกชายคนรองนั้นมีบุคลิก ที่อ่อนโยนเหมือนผู้หญิงมากเกินไปดังนั้น ในปีคริสตศักราช 20099 คิมจองอิลผู้เป็น บิดาจึงประกาศให้คิมจองอึนเป็นผู้สืบทอด ตำแหน่งต่อจากเขาคิมจองอึนจึงได้รับการ

4:38 เลื่อนขั้นจากนั้นก็มีการให้ข่าวว่าเขา ได้มีวีรกรรมในสมรภูมิต่างๆซึ่งนัก วิเคราะห์บางคนก็มองว่าเป็นการทำการตลาด เพื่อสร้างความมั่นคงในการสืบทอดตำแหน่ง ให้กับคิมนอกจากนี้ยังมีการแต่งเพลง สรรเสริญให้กับเขาด้วยค่ะระหว่างติดตาม บิดาอย่างสม่ำเสมอในช่วงปีคริสตศักราช 2010 - 2011 ในฐานะผู้สืบทอดมีขบวนการ กวาดล้างผู้ที่เป็นทายาทในสายอื่นๆเช่น กลุ่มของลุงเขยของเขาและกลุ่มของรอง ประธานพรไปกว่า 200 คนโดยใช้วิธีกักขัง หรือประหารชีวิตเพื่อไม่ให้สามารถมาแข่ง บารมีกับเขาได้ค่ะในปีคริสตศักราช 2011 นั้นเองบิดาของเขาได้ถึงแก่อสัญกรรมลงใน วัย 69 ปีแต่คิมจองอึนซึ่งมีอายุได้ ประมาณ 27 ปีนั้นยังไม่สามารถรับตำแหน่ง

5:24 แทนได้อย่างเต็มตัวเนื่องจากยังอ่อน ประสบการณ์ทำให้จังซองแทคทำหน้าที่เป็น ผู้ดำรงตำแหน่งแทนท่ามกลางกลยุทธ์การทำ ข่าวเชิงบวกภายในประเทศให้กับคิมจองอึน อย่างต่อเนื่องโดยสื่อเกาหลีเหนือได้ เรียกเขาว่ายอดคนผู้ที่เกิดจากสวรรค์ซึ่ง เป็นคำที่ใช้เรียกพ่อและปู่ของเขามาก่อน ต่อมาในปีคริสตศักราช 2012 คิมจองอึนได้ รับการเลื่อนยศเป็นจอมพลแห่งสาธารณรัฐรวม ถึงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งกอง ทัพประชาชนเกาหลีในช่วงนั้นสื่อเกาหลี เหนือมักเรียกเขาว่าสหายที่เคารพหรือท่าน จอมพลิมจองอึนโดยเขาได้ส่งเสริมนโยบายบอง จินซึ่งคล้ายกับนโยบายของคิมอิซในช่วงปี คริสตศักราช 1960 ที่เน้นการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจและ

6:09 โครงการอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศไปพร้อมๆ กันน่ะค่ะในช่วงแรกที่เขาก้าวขึ้นมาเป็น ผู้สืบทอดนั้นนานาประเทศต่างจับตาดูและมี ผู้บประมาทคิมจองอึนมากมายโดยเฉพาะใน เกาหลีใต้และจีนเนื่องจากคุณวุฒิและ ไวยวุฒิของเขาดูไม่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ ได้รับอย่างไรก็ตามภาพลักษณ์ของเขาก็ เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วเมื่อเขาแสดงความ เด็ดขาดไร้ความปราณีออกมาด้วยการสั่งกวาด ล้างผู้ที่อาจจะล้มล้างอำนาจของเขาอีก หลายคนโดยเฉพาะการสั่งประหารลุงเขยของเขา พร้อมสมาชิกครอบครัวทั้งหมดรวมถึงเด็กและ คนชราในปีคริสตศักราช 2013 ในข้อหากบฏอีก ทั้งคิมยังแสดงการทดลองขีปนาวุธหลายชนิด รวมถึงอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่องจน เป็นข่าวดังไปทั่วโลกสร้างความตึงเครียด

6:54 ให้นานาประเทศแต่ขณะเดียวกันก็ทำให้คิม จองอึนเป็นที่รู้จักในวงกว้างค่ะในปี คริสตศักราช 2014 คิมจองอึนได้รับการโหวต จากสภาให้เข้ารับตำแหน่งต่างๆของบิดาและ กลายเป็นผู้นำประเทศแทนอย่างเต็มตัวทั้ง นี้ระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือนั้นเป็น ระบอบคอมมิวนิสต์แบบพรรคเดียวชื่อว่าพรรค แรงงานเกาหลีตำแหน่งจริงๆของเขาจึงได้แก่ เลขาธิการพรรคแรงงานเกาหลีประธานคณะ กรรมการกิจการแห่งรัฐและสมาชิกเซิมของ โปลิบูโรของพรรคแรงงานเกาหลีซึ่งเป็น หน่วยงานที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศค่ะการ ปกครองประเทศคิมจองอึนปกครองเกาหลีเหนือ ในลักษณะรวบอำนาจหรือเผด็จการเบ็ดเสร็จ ซึ่งคล้าคลึงกับสมัยของบิดาและปู่ของเขา ในอดีตที่เรียกว่าลัทธิบูชาบุคคลถึงแม้

7:42 ว่าในปีคริสตศักราช 2014 คณะมนตรีสิทธิ มนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุว่าคิมอาจถูก พิจารณาคดีในข้อหาก่ออาชญากรรมต่อ มนุษยชาติและทำการคว่ำบาตกับเกาหลีเหนือ มาตลอดหลายปีแต่คิมก็ไม่ได้ให้ความสนใจ แต่อย่างใดโดยหลังจากที่ได้เป็นผู้นำ ประเทศเขาก็ได้เดินหน้าทำการปฏิรูปการ เมืองการปกครองหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการ ลดอำนาจของกองทัพการเปลี่ยนแปลงบทบาทของ องค์กรต่างๆภายในประเทศการปฏิรูปเศรษฐกิจ และปรับปรุงภูมิทัศน์ในประเทศให้สวยงาม ยิ่งขึ้นนอกจากนี้ยังมีการแก้ไข รัฐธรรมนูญเพื่อปรับโครงสร้างอำนาจเป็น แบบรวมศูนย์กลางอยู่ที่ผู้นำมากขึ้นโดย ว่ากันว่าเขามีฮิตเลอร์เป็นแบบอย่างค่ะใน ปีคริสตศักราช 2018 และ 2019 คิมจองอึใน

8:30 ฐานะที่มีอำนาจสูงสุดทางการทูตได้พบปะ เยี่ยมเยือนผู้นำหลายประเทศอย่างเป็นทาง การแบบที่ปู่และบิดาของเขาไม่เคยทำมาก่อน โดยเขาได้พบปากกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐอเมริกาประธานาธิบดีสรี จิ้นผิงของจีนและประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ปูตินอีกด้วยแต่ก็ไม่ได้บรรลุ ข้อตกลงที่ชัดเจนมากนักโดยเหตุการณ์ ประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญในการต่างประเทศ ของคิมจองอึนก็คือการที่เขาได้เข้าร่วม การประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีมุนแจอิน ของเกาหลีใต้เพื่อทำข้อตกลงสิ้นสุดสงคราม เกาหลีอย่างเป็นทางการซึ่งสร้างความ ประหลาดใจให้กับหลายฝ่ายในตอนนั้นแต่ อย่างไรก็ตามไม่กี่ปีต่อมาทั้ง 2 ประเทศ ก็กลายเป็นศัตรูกันดังเดิมและทำการข่มขู่ กันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันค่ะสำหรับ

9:16 ความสัมพันธ์กับสหรัฐอเมริกาในปี คริสตศักราช 2017 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้เคยกล่าวประนามคิมจองอึนว่าเป็น คนโหดร้ายและเป็นคนบ้าเนื่องจากคุมคังและ สังหารนักศึกษาชอเมริกันรายหนึ่งที่ไป เกาหลีเหนือแต่หลังจากพบกันในปีต่อมารัก็ ออกมากล่าวว่าคิมจองอึนเป็นคนเก่งและฉลาด และไม่น่าจะมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องดัง กล่าวอย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศนั้นก็ไม่มีความคืบหน้าและในปี คริสตศัก 2022 และ 2023 คิมจองอึนก็ออกมา ประนามสหรัฐอเมริกาโดยเฉพาะในยุคของ ประธานาธิบดีโจไบเดนว่าไม่มีความจริงใจ หรือเป็นมิตรกับเกาหลีเหนือเนื่องจากให้ การช่วยเหลือทางการทหารต่อเกาหลีใต้ทั้ง

10:01 นี้ในปัจจุบันประเทศที่มีความสัมพันธ์อัน ดีและแน่นแฟ้นกับเกาหลีเหนือมากที่สุดก็ คือประเทศรัสเซียค่ะในช่วงที่เกิดการ ระบาดของโรคโควิด- 199 เขาอ้างว่าประเทศ ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับการแพร่ ระบาดของโควิด- 199 ในเกาหลีเหนือเนื่อง จากประเทศนี้ไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันจน ถึงเดือนพฤษภาคมปีคริสตศักราช 2022 แม้ว่าผู้เชี่ยวชาญหลายคนสงสัยในคำ กล่าวอ้างนี้อีกทั้งยังมีรายงานว่าเกิด การขาดแคลนอาหารอย่างหนักในเกาหลีเหนือใน ช่วงเวลาดังกล่าวจนคิมต้องออกมากล่าวขอ โทษทั้งน้ำตาต่อประชาชนที่บริหารงานผิด พลาดกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในปี คริสตศักราช 2021 ค่ะผลงานที่โดดเด่นที่ สุดของคิมจองอึนคงเป็นเรื่องอื่นไปไม่ได้ นอกจากการทดลองและพัฒนาขีปนาวุธและระเบิด

10:49 นิวเคลียร์ซึ่งมีความเข้มข้นมากขึ้น เรื่อยๆโดยเพิ่มจำนวนครั้งมากขึ้นกว่ายุค ของบิดาของเขาหลายเท่าโดยในปีคริสตศักราช 2021 มีการยิงจรวดขีปนาวุธมากกว่า 120 ลำและเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วเป็น 226 ลำ ในปีคริสตศักราช 2023 อีกทั้งยังคาดกัน ว่าเกาหลีเหนือมีการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ เอาไว้ประมาณ 45-55 ลูกสร้างความหวาดกลัว ให้กับหลายประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อน บ้านอย่างเกาหลีใต้ญี่ปุ่นและจีนจนต้อง ออกแถลงการประนามเกาหลีเหนืออยู่บ่อย ครั้งอย่างไรก็ตามทางการเกาหลีเหนือก็ได้ แถลงการในปีคริสตศักราช 20 12 ว่าจะไม่ ใช้อาวุธนิวเคลียร์กับประเทศอื่นก่อนและ มีอาวุธเหล่านี้เอาไว้เพื่อตอบโต้การถูก

11:35 รุกรานเท่านั้นค่ะเรื่องส่วนตัวและข่าว ฉาวคิมจองอึนมีลักษณะนิสัยที่แตกต่างกับ ปู่และบิดาของเขาหลายประการโดยจะมีการ แสดงออกและเปิดเผยมากกว่าที่ผ่านๆมาในยุค ก่อนๆที่เน้นการเก็บตัวและวางตัวแบบผู้ ยิ่งใหญ่หรือเทพเจ้าแต่คิมจะทำสิ่งที่แตก ต่างเช่นการสวมกอดและจูบประชาชนการเดิน ทางไปต่างประเทศโดยไม่ปลอมตัวเหมือนที่ ผ่านๆมาการไปดูคอนเสิร์ตและร่วมงาน บันเทิงการเล่นรถไฟเหาะและการร้องไห้ใน สภาเพื่อขอโทษประชาชนเป็นต้นซึ่งมีส่วน ให้มีข่าวซุบซิบนินทารวมทั้งข่าวฉาวออกมา หลายเรื่องด้วยกันโดยแคทได้สรุปข้อมูล หลักๆมา 5 ประเด็นดังนี้นะคะ 1 ประเด็น การพยายามสังหารบิดาของตนเองในช่วงที่คิม ได้รับการวางตัวเป็นผู้สืบทอดแต่ยังไม่

12:22 ได้ขึ้นเป็นผู้นำมีข้อมูลจากสำนักข่าวบาง แห่งที่ได้เปิดเผยว่าเขาได้พยายามที่จะ ลอบสังหบิดาของเขาอยู่หลายครั้งด้วยวิธี ต่างๆเช่นนำรถบรรทุกพุ่งชนรถบิดาตัวเอง วางระเบิดจ้างมือปืนรอบสังหารอีกทั้งยัง วางแผนก่อรัฐประหารยึดอำนาจถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จค่ะ 2 ประเด็นการ สั่งการลอบสังหารพี่ชายในปีคริสตศัก 2017 พี่ชายต่างมารดาของคิมจองอึนที่ชื่อว่า คิมจองนำซึ่งได้ถูกเนรเทศออกนอกประเทศได้ ถูกลอบสังหารด้วยสารพิษที่สนามบินโกลา ลัมเปอร์ประเททศมา จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลกทั้งนี้การ เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำดังกล่าวได้พุ่ง เป้าการก่อเหตุว่าเป็นฝีมือของสายลับจาก

13:08 เกาหลีเหนือ 4 คนซึ่งหนีกลับประเทศไปหลัง เหตุการณ์ดังกล่าวและแน่นอนว่านัก วิเคราะห์ต่างเชื่อมโยงว่าการสั่งการน่า จะมาจากผู้นำของประเทศนั่นก็คือคิมจองอึน แต่อย่างไรก็ตามเกาหลีเหนือได้ออกมา ปฏิเสธความรับผิดชอบทั้งหมดค่ะต่อมามีการ จับกุมหญิงชาวอินโดนีเซียและชาวเวียดนาม โดยหลังจากการสอบสวนพวกเธอได้ยอมรับ สารภาพเพื่อลดหย่อนโทษพวกเธอถูกตัดสินจำ คุกเพียง 3 ปีและได้รับการลดหย่อนโทษอีก 1 ใน 3 ค่ะ 3 ประเด็นเรื่องผู้หญิงในปี คริสต์ศักราช 2012 คิมจองอึ้นได้พาภรรยา ชื่อว่านางลีซอนจูออกสื่อสาธารณะเป็น ครั้งแรกในงานคอนเสิร์ตซึ่งเป็นสิ่งที่ ไม่เคยมีผู้นำคนใดของเกาหลีเหนือทำมาก่อน

13:53 สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวเกาหลีเหนือ และสื่อมวลชนเป็นอย่างมากแต่ก็ไม่มีการ เปิดเผยประวัติส่วนตัวของเธอมีเพียงข้อ สันนิษฐานว่าเธอเคยเป็นนักแสดงมาก่อนทั้ง คู่มีบุตรชายด้วยกัน 1 คนและมีบุตรสาว 2 คนแต่ถึงแม้จะมีภรรยาและลูกแล้วคิมก็มี ข่าวฉาวในเรื่องผู้หญิงที่เป็นที่โจทยขาน กันในปัจจุบันกล่าวคือในปีคริสตศักราช 2024 ได้มีสำนักข่าวออกมารายงานว่าคิม จองอึ้นผู้นำเกาหลีเหนือได้คัดเลือกหญิง สาวบริสุทธิ์จำนวน 25 คนในทุกๆปีเพื่อมา ให้ความบันเทิงกับเขาโดยข้อมูลดังกล่าวมา จากหญิงสาวเกาหลีเหนือที่ได้หนีไปทำงานใน เกาหลีใต้รายหนึ่งชื่อว่าพักยอนมี่เธอให้ รายละเอียดว่าผู้หญิงส่วนใหญ่จะถูกเกณฑมา จากโรงเรียนมัธยมโดยดูจากรูปลักษณ์และ

14:41 ความภักดีทางการเมืองซึ่งท่านผู้นำจะชอบ ผู้หญิงผอมเพลียวสูงและดูตะวันตกเป็น พิเศษโดยขั้นตอนแรกที่เกิดขึ้นเมื่อค้นพบ สาวสวยก็คือการตรวจสอบว่าครอบครัวของเด็ก สาวคนดังกล่าวนั้นมีสมาชิกในครอบครัวที่ หนีออกจากเกาหลีเหนือหรือมีญาติในเกเกหลี ใต้หรือประเทศอื่นๆหรือไม่เพื่อยืนยัน ความบริสุทธิ์ใจของพวกเธอเมื่อผ่านขั้น ตอนนี้พวกเธอจะได้รับการตรวจทางการแพทย์ อย่างเข้มงวดเพื่อยืนยันพรหมจารีและหาข้อ บกพร่องเล็กๆน้อยๆเช่นรอยแผเป็นต่างๆซึ่ง อาจนำไปสู่การถูกตัดสิทธิ์ได้จากนั้นหาก หญิงสาวผ่านการคัดเลือกก็จะถูกส่งไปยัง เมืองเปียงยางเพื่อเข้าสู่กลุ่มสร้างความ สุขหรือ pleasure Squad ซึ่งมีหน้าที่ สร้างความพอใจให้กับท่านผู้นำโดยว่ากัน

15:27 ว่าสิ่งเหล่านี้ที่ทำกันมาตั้งแต่สมัยของ คิมจองอิลบิดาผู้ล่วงลับของคิมจองอึนผู้ เชื่อว่าการมีเพศสัมพันธ์กับเด็กสาววัย รุ่นจะทำให้เขาเป็นอมตะค่ะโดยทีม PR Squad นี้ถูกแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือด้าน การนวดการแสดงและเต้นรำและกลุ่มสุดท้ายจะ เป็นแผนกกิจกรรมทางเพศซึ่งมีหน้าที่สร้าง ความพอใจให้แก่ท่านผู้นำนายพลและนักการ เมืองค่ะพรยอนมีได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ความอดอยากยากจนทำให้ผู้ปกครองในเกาหลี เหนือยินยอมให้ลูกสาวเข้าร่วมกลุ่มสร้าง ความสุขดังกล่าวเพราะมองว่าเป็นหนทางที่ จะไม่ต้องลำบากยากจนอีกเนื่องจากงานดัง กล่าวมีรายได้สูงสุดเดือนละประมาณ 60,000 - 120,000 บาทเลยล่ะค่ะอีกทั้งเมื่อ อายุครบ 25 ปีหญิงสาวกลุ่มนี้ก็จะเกษียณ

16:14 จากหน้าที่และบางส่วนก็จะได้แต่งงานกับ ข้าราชการระดับสูงหรือบอดี้การ์ดของท่าน ผู้นำด้วยค่ะ 4 ประเด็นการใช้ชีวิตหรูหรา ขณะที่ประชาชนยากจนถึงแม้คิมจองอึนจะแสดง ออกอยู่เสมอว่ารักและใส่ใจประชาชนของเขา ผ่านการปราศรัยแถลงการณ์ต่างๆและการแสดง ออกทางภาษากายเช่นการกอดและจุบประชาชนแบบ ไม่ถือตัวแต่ในขณะที่เกาหลีเหนือถือเป็น ประเทศที่ยากจนและอดอยากเนื่องจากถูกคว่ำ บาตมาเป็นเวลานานทำให้ทำธุรกิจกับประเทศ อื่นๆได้ยากลำบากจนทำให้คิมจองอึนเองก็ ต้องออกมาแสดงความเสียใจต่อความยากลำบาก นี้้าว่าในตลอดช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง นั้นปรากฏให้เห็นชัดเจนแล้วว่าเขามีการ ใช้ชีวิตอย่างหรูหราและฟุ่มเฟือยอย่างมาก

17:01 ไม่ว่าจะเป็นการมีเครื่องบินส่วนตัวการ ใช้แบรนด์เนมและรถหรูมากกว่า 100 คันการ ชื่นชอบกีฬาขี่ม้าและจัดปาร์ตี้บ่อยครั้ง ซึ่งต้องบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ ต้องนำเข้ามาเท่านั้นเช่นกุ้งล็อบสเตอร์ และวนราคาแพงเป็นต้นซึ่งขัดแย้งกับภาพ ลักษณ์และสิ่งที่เขาแสดงออกกับประชาชนผู้ ยากไร้อย่างชัดเจนค่ะ 5 ประเด็นเรื่อง ธุรกิจมืดอย่างที่แคทได้เล่าไปนะคะว่า เกาหลีเหนือถูกคว่ำบาตทางเศรษฐกิจจากหลาย ประเทศโดยเฉพาะชาติตะวันตกแต่หลายๆคนก็ สงสัยว่าทำไมคิมจองอึนถึงได้มีเงินทองมาก มายและมีงบประมาณในการทดลองอาวุธอย่างต่อ เนื่องทำให้มีการสืบข้อมูลเส้นทางการเงิน ของเกาหลีเหนือและพบว่าในประเทศนั้นอาจจะ มีการก่ออาชญกรรมทางไซเบอร์เพื่อยกย้าย

17:48 เงินจากแหล่งอื่นๆทั่วโลกเข้าสู่คลังของ รัฐนอกจากนี้ยังมีธุรกิจสีเทาอีกหลาย อย่างที่ทางเกาหลีเหนืออาจทำแบบไม่เปิด เผยแต่สร้างรายได้ให้กับประเทศค่ะ สถานการณ์ในยุคหลังหลังจากการหายตัวไปจาก สื่อหลายเดือนในช่วงต้นปีคริสตศักราช 2020 ก็มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับสุขภาพของคิม จองอึนหรือแม้กระทั่งข่าวลือว่าเขาได้ เสียชีวิตลงแล้วโดยคิมมีโรคประจำตัวคือ โรคเบาหวานและคาดว่าจะติดไวรัสโควิดใน ช่วงเวลาดังกล่าวถึงแม้เขาได้กลับมาปรากฏ ตัวอีกครั้งในภายหลังเพื่อสยบข่าวลือแต่ ก็มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกิดขึ้นใน ทางการบริหารบ้านเมืองนั้นการหายไปดัง กล่าวได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในเรื่อง โครงสร้างอำนาจกล่าวคือเขาได้มีการโยก

18:34 ย้ายอำนาจบางส่วนให้กับน้องสาวคือคิม โยจองโดยเฉพาะเรื่องการต่างประเทศสำหรับ ในเรื่องส่วนตัวเขามีลักษณะทางกายที่ เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคือผอมซูปลงประมาณ 10-20 กกรและไม่ได้ออกสื่อบ่อยเท่าเดิม ค่ะในปีคริสตศักราช 2022 คิมมจองอึนได้ เริ่มนำบุตรสาวอายุยังไม่ถึง 10 ขวบออก สู่สาธารณะหลายครั้งและได้แสดงออกถึงการ พยายามให้เธอได้เรียนรู้งานของเขาเหตุ การณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายวิเคราะห์วิจารณ์ กันว่าคิมได้วางตัวบุตรสาวคนนี้เอาไว้ เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งของเขาในอนาคตแต่ก็ มีผู้ที่วิเคราะห์แย้งเช่นกันว่าเขาเพียง ต้องการสร้างภาพลักษณคุณพ่อที่อบอุ่นเท่า นั้นค่ะในปัจจุบันคิมยังคงให้ความสำคัญ กับการมุ่งหน้าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ซึ่ง

19:19 ถึงแม้หลายๆคนจะมองว่าเกาหลีเหนือภายใต้ การนำของคิมจองอึนนั้นเป็นพยาตต่อความ ปลอดภัยของนานาประเทศแต่อีกหลายๆคนเช่น รัฐบาลเกาหลีใต้มองว่าจริงๆแล้วอาวุธ นิวเคลียร์เป็นเครื่องมือที่คิมนำมาใช้ เพื่อช่วยยกระดับสถานะทางการทูตของเขาใน สายตาคนต่างชาติผ่านการแสดงแสนยานุภาพทาง การทหารนอกจากนี้สำหรับการปกครองภายใน ประเทศอาวุธนิวเคลียร์ยังถูกใช้เป็น เครื่องมือในการทำโฆษณาชวนเชื่อชั้นดี เพื่อสร้างความชอบธรรมและภาพลักษณ์ให้กับ รัฐบาลว่ามีความแข็งแกร่งไม่มีใครพิชิต ได้นั่นเองค่ะเป็นยังไงกันบ้างคะแคทยังมี เรื่องราวที่น่าสนใจจะมาเล่าให้ฟังอีก หลายเรื่องเลยนะคะยังไงช่วยเป็นกำลังใจ ให้ด้วยการกดไลคคอมเมนแชร์และ Subscribe

20:07 และอย่าลืมกดกระดิ่งเพื่อแจ้งเตือนเอาไว้ ด้วยไปก่อนแล้วนะคะบ๊ายบาย

Share

YouTube Video Summaries