0:00 การพีชมันมีตัวเลขที่คนมักจะใช้เรียกว่า ทั่วไปแต่โหดร้ายหน่อยก็คือ 3 นาทีอันนี้ คือpeีชแบบพวกStartอปกติหรือที่พีชผู้ บริหารตัวเลขที่พี่เจอในช่วง 2 ปีที่ผ่าน มาก็คือ 5 นาทีคนเรามีประเภทการสื่อสาร ไม่เหมือนกันบางคนอยากคิดด้วยภาพบางคน อยากได้ยินเสียงบางคนอยากได้ลองสัมผัสเอง บางคนต้องให้เวลาเขไปคิดมันมีสิ่งนึงที่ เรียกว่า Rules of Communication เราจะ สามารถสื่อสารแล้วมันเวิร์คแล้วกันใน 100% น่ะแบ่งเป็น 3 ช่องทางค่ะเป็นคำพูด 7% 38% เป็นโทนเสียง 55% เป็นภาษากายแล้ว แล้วสมองคนมันรับรู้แบบนี้อ่ะแต่คนเรามัก จะฝึกอะไร >> แค่การพูด >> เออคิดว่าสิ่งที่คนเข้าใจผิดเยอะที่สุด แล้วกันก็คือเราไปพูดทุกอย่างในสิ่งที่
0:47 เราคิดว่ามันดีไปพูดในสิ่งที่เรารู้ไปพูด เพื่อจะทำให้เขาเข้าใจเรื่องของเราแต่ใน ความเป็นจริงการไปพีชงานน่ะคือการไปเพื่อ จะทำความเข้าใจผู้ฟังทำความเข้าใจลูกค้า ว่าเขาต้องการอะไรทำความเข้าใจว่าเค้า อยากได้ยินอะไรจากนั้นสื่อสารในสิ่งที่ มันจะตอบโจทย์เค้า [เพลง] ก็วันนี้นะคะรายการ Tomorrow นะคะได้มา คุยกับพี่แอมนะคะก็ถือว่าเป็นโค้ชที่อยู่ เบื้องหลังของการพีชงานหลายๆโปรเจคของ หลากหลายธุรกิจเลยวันนี้มาคุยกับพี่แอม กันนะคะสวัสดีค่ะ >> สวัสดีค่ะ >> อันดับแรกอยากให้พี่แอมแนะนำตัวแล้วบอก หน่อยค่ะว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้างคะ >> ก็ชื่อแอมชัยวัฒนพงษ์นะคะปัจจุบันเป็น
1:35 คอมication coach ที่เจาะเรื่องโค้ชด้าน การสื่อสารผ่านระบบการทำงานของสมองโดย เฉพาะ >> โดยอาชีพค่ะก็จะเป็นสอนอันที่ 1 อันที่ 2 ก็จะเป็นโค้ชmนอร์ >> จะเจาะเรื่องการสื่อสารโดยเฉพาะเลยแล้ว ที่แอดมาปีนี้ค่ะก็คือเริ่มจะขยายศาสตร์ การสื่อสารในการสอนคนเอามาสอนแมว >> โอ้สอนสัตว์ด้วยสอนสัตวเลี้ยแฝฝึกแมวผ่าน การใช้หลัก NLP ค่ะ >> จริงๆคำว่า NLP เราได้ยินมาค่อนข้างนาน แล้วเนาะจริงๆศาสตร์นี้มันมันคืออะไรคะ พี่แอม >> NLP มันเป็นศาสตร์เรียกว่าศาสตร์เอ่อการ ทำความเข้าใจสมองประเภทนึงแล้วกันอธิบาย ให้เข้าใจง่ายตัว N ตัว N ย่อมาจากNeurโร ค่ะนวโรระบบประสาทการทำงานของสมองตัว L ย่อมาจาก linguistic วิธีการใช้ภาษาแล้ว
2:22 ก็ตัว P ย่อมาจากโปรแกรม >> มันคือการโปรแกรมวิธีคิดวิธีพูดเพื่อให้ เราได้ผลลัพธ์ที่ต้องการซึ่งมันเป็น ศาสตร์ที่เขาจะไปศึกษาว่าเอ่อมันมีวิธี การอะไรบ้างที่จะช่วยให้เราอาจจะสื่อสาร ได้ดีขึ้นหรือทำความเข้าใจวิธีคิดได้ดี ขึ้นจากนั้นมันจะถอดออกมาเป็นโมเดลค่ะ แล้วค่อยเอาโมเดลนั้นมาโปรแกรม >> ในสมองเราอ >> ถามนิดนึงว่าเอ๊ะแล้วศาสตร์ NLP มันไป เกี่ยวข้องกับธุรกิจได้ยังไงจริงๆต้องบอก แบบนี้นะว่าเวลาคนเข้ามาหาพี่อ่ะเค้าจะ ไม่ได้อย่างองค์กรจะไม่ได้วิ่งเข้ามาหา แล้วบอกว่าโค้ชแอมอยากให้โค้ชแอมไปสอน NLP ไม่ใช่เขาจะวิ่งเข้ามาหาด้วยการบอกว่าไป สอนพิชิหน่อย >> สอนพิชิหน่อย >> ไปสอนนำเสนองานปิดการขายแบบหวานล้อมคน โน้มน้าวคนหน่อยไปสอนวิธีการสื่อสารหน่อย
3:10 ไปสอนวิธีการวิเคราะห์แรงจูงใจของคนหน่อย >> ไอ้ทั้งหมดที่เขาอยากได้อ่ะศาสตร์ที่พี่ ใช้ใต้นั้นมันคือเป็น NLP ทั้งหมดเออทั้ง หมดปกติแล้วเวลาที่เราไปขายงานไปพีชงานใน ฐานะ BD อ่ะเราก็นั่งทำสไลด์แล้วเราก็เอา ไปพูดไปนำเสนอด้วยสไตล์ของเรา >> แต่พอมันเริ่มทำความเข้าใจว่า NLP อ๋อคน เรามีประเภทการสื่อสารไม่เหมือนกันคนเรา มีวิธีคิดไม่เหมือนกันคนนี้โชว์แบบนี้ อยากได้ยินแบบนี้บางคนอยากคิดด้วยภาพบาง คนอยากได้ยินเสียงบางคนอยากได้ลองสัมผัส เองบางคนต้องให้เวลาเขไปคิดเพราะพี่เริ่ม แอดเรื่องนี้เข้ามามันทำให้การไปพีชงาน ของพี่มันคมขึ้น >> จนมาวันนึงมีคนมาบอกว่าไอ้ที่ทำอยู่อ่ะ ถอดมาเป็น
3:55 >> บทเรียน >> บทเรียนแล้วเอามาสอนเป็นหลักสูตรได้มอยาก จะเข้าใจทั้งหมดพี่ก็เลยถอดทั้งหมดออกมา >> โอ >> ไอ้จากความรู้ NLP เอามาใช้พีชงานความรู้ NLP เอามาใช้ทำความเข้าใจคนความรู้ NLP เอามาใช้วิเคราะห์คนพี่ถอดออกมาทั้งหมด ออกมาเป็นคลาส >> อื >> มันก็เลยกลายมาเป็นหลักสูตรทุกวันนี้ >> ถ้าเกิดถามถึงส่วนของการพีชงานละกันที่ เราอาจจะคุยเป็นประเด็นหลักของคลิปนี้นะ คะอะไรที่คนเข้าใจผิดมากที่สุดว่าสิ่ง เนี้ยฉันทำดีแหละpeช ความเฟลที่เขาอาจจะไม่รู้ตัวถ้าเป็นคนไป พีชงานภายใต้คำว่าพีชงานคือไปขายงาน >> อ >> ในที่นี้คิดว่าสิ่งที่คนจะเรียกเข้าใจผิด ไม่ได้ว่าเขาทำผิดอ่ะแต่เรียกว่าเข้าใจ ผิดเยอะที่สุดแล้วกันก็คือเราไปพูดทุก
4:43 อย่างในสิ่งที่เราคิดว่ามันดีไปพูดในสิ่ง ที่เรารู้ไปพูดเพื่อจะทำให้เขาแต่ในความ เป็นจริงการไปพีชงานน่ะคือการไปเพื่อจะทำ ความเข้าใจผู้ฟัง ทำความเข้าใจลูกค้าว่าเขาต้องการอะไรทำ ความเข้าใจว่าเขาอยากได้ยินอะไรจากนั้น สื่อสารในสิ่งที่มันจะตอบโจทย์เขา >> อื >> เราไปเพื่อจะเข้าใจเขาไม่ได้ไปเพื่อให้ เขาเข้าใจเราอ่ะแล้วถ้าเราเข้าใจลูกค้า ได้ทีเนี้ยสมมุตินะเรามีแบบกระสุน 100 นัดอ่ะเราไม่ต้องยิง 100 นัดเลยอ่ะคือเรา ไปเพื่อจะเข้าใจเค้าแล้วก็เรารอจนเป้า นั้นมันชัดแล้วเราค่อยยิงกระสุนนัดเดียว เข้าเป้าอันนี้คือหลักการพีชงานของพี่ >> แล้วถ้าเกิดเราไม่รู้จักลูกค้ามาก่อนเรา จะรู้ได้ยังไงว่าลูกค้าเเป็นคนยังไง >> จริงๆมันผ่านการบรีฟผ่านการพูดคุยอ่ะค่ะ คือการพีชงานมันมีหลายรูปแบบอ่ะนะแต่ว่า
5:31 อันเนี้ยถ้าสมมุติว่าพี่ตอบพัทพี่ตอบใน บริบทของการอยู่สวัสดีลูกค้าเดินเข้าไปใน องค์กรนึงแล้วต้องไปเปิด >> เจอครั้งแรกเลย >> ไปเจอครั้งแรกสิ่งที่แนะนำนะเมื่อไปเจอ ลูกค้าครั้งแรกอย่าเพิ่งขายของเด็ดขาด >> อย่าเพิ่งใส่เลยอย่าเพิ่ง >> อย่าเพิ่งถ้าเป็นลูกค้าองค์กรบางคนบอกว่า เข้าไปถึงต้องเปิดสไลด์รอ >> แล้วมาถึงแบบสวัสดีค่ะแอมนะคะมาจากบริษัท I'm able จะมาทำไม่ต้องยังไม่ต้องดีที่ สุดของการเป็นเริ่มพิชนกับคนไม่รู้จักก็ คือทำให้เขาเปิดประตูแล้วเปิดหูเปิดใจจะ ฟังเราก่อนคือการชวนคุยเรื่องอื่น >> ออถามถ่ายเป็นยังไงบ้างคะสบายดีมั้ยใช่ มันเรียกว่าเป็นไซบreakingแล้วกันภาษา ภาษาโค้ชเราเรียกว่า build rap หมายความ ว่าเราทำให้เขารู้สึกสบายใจที่จะคุยเราทำ
6:18 ให้เขารู้สึกเชื่อมโยงกับเราบางอย่างซึ่ง บิพอมันทำได้ 2 แบบอ่ะแบบที่ 1 ก็คือผ่าน หัวข้อเดียวกัน >> ค่ะ >> เป็นชอบแมวเหมือนกันมคะ >> แล้วชอบสันเหมือนกันหรอคะ >> ใช่ค่ะชอบเหมือนกันค่ะก็จะ >> มันจะมีเรื่องคุยใช่ป่ะมีเรื่อง conect กันแล้ว >> แต่อีกแบบนึง NLP อ่ะ N มันคือneurโรใช่ ป่ะระบบประสาทระบบประสาทมันพูดถึงแบบทาง ร่างกายการเคลื่อนไหวสีหน้า 5 ทาง >> อื >> พอคือการ mirror เขาอ่ะ >> พาตั้งอย่างี้อยู่ๆพี่ก็นั่งแบบนี้พี่เอา ขาลง >> อ >> อือ >> สมองจะเริ่มรู้สึกว่าคนตรงข้ามเป็นมิตร โดยไม่รู้ตัว >> อื >> เพียงเพราะว่าเราทำท่าทางเหมือนกันกับเา >> ก่อนที่จะเริ่มพูดคุยกัน >> แต่ว่าถ้าสมมุติว่าเป็นการเข้าไปpeชงาน จริงๆแล้ววันนี้เรารู้จักกันแล้วแล้ววัน นี้เราต้องมาพีชสิ่งที่พี่มักจะทำก็คือ
7:05 เราเรียกว่าการบริหารเวลาในเessน่ะ >> ค่ะ >> สิ่งที่เราต้องรู้เสมอก่อนพีชคือวันนี้มี เวลาเท่าไหร่คะ >> สำคัญมาก >> สำคัญมากๆมันไม่ใช่ว่าฉันเตรียมมาพูด ครึ่งชั่วโมงแล้วฉันจะมีสิทธิ์พูดครึ่ง ชั่วโมง >> อื >> ไม่ใช่เราควรจะรู้ก่อนว่าวันนี้เค้ามี เท่าไหร่ถ้าเกิดสมมุติว่าเรามีเวลาจำกัด เนาะในการที่จะไปพีชงานโดยปกติแล้วเนี่ย มันควรจะอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ผู้ฟังยัง มีสมาธิจดจ่อโฟกัสกับเราได้พี่ใช้หลักการ อย่างนี้นะเวลาที่พี่คุยในคลาสอ่ะถ้า สมมุติว่าเค้ามีเวลาให้เรา 1 ใน 100% น่ะ >> ค่ะ >> ให้หารครึ่งค่ะหารครึ่งหมายความว่าเรามี สิทธิ์พูดไม่เกิน 50% ง่ายๆแบบนี้ก็คือ ถ้าเขามี 1 ช่มงเราพูดเรื่องของเราได้ไม่ เกินครึ่งชั่วโมงแล้วเราเก็บ 15 นาทีหัว
7:50 ท้ายเอาไว้ 15 นาทีแรกเอาไว้บอ >> อ่า >> ลดประตูกันก่อนไice breaking กันก่อนถาม pนp point เขาอีกสักหน่อยหาเป้าให้เจอ ก่อน >> อือๆ >> แล้ว 15 นาทีสุดท้ายเอาไว้เก็บฟีดแบคหรือ หาทางปิดการขายเป็นยังไงบ้างคะมีฟีดแบค ไหมคะ >> อื >> หรือว่า Next Step จะยังไงกันดีคะแล้ว ถ้าความยาวที่เท่าไหร่ที่จะทำให้คนโฟกัส ตอนปี 2018 17 18 ตามข้อมูลอ่ะนะประมาณ 15 นาที >> 15 นาทีเองเหรอคะ >> แต่ปีเนี้ย 2025 ค่ะ >> 2025 โฟกัสของคนมัน >> น้อยลง >> มันลดลงมากวิธีการก็คืออย่างงี้คนจะโฟกัส มาได้ระยะนึงแล้วพอโฟกัสตกเราก็ต้องหาจุด ที่จะเสยโฟกัสเขาขึ้นมาได้อีกแป๊บนึงแล้ว มันก็ตก >> อ >> ซึ่งค่าเฉลี่ยที่พี่ใช้อยู่ประมาณ 7 นาที
8:37 >> 7 นาทีน้อย >> เพราะอะไรว่าเออเพราะอะไรรู้ป่ะรู้มั้ย ว่าสมองคนเราอ่ะสมองเราอ่ะมันจะสามารถคิด เรื่องเดียวโดยไม่วอกแวกไปสิ่งอื่นเลยได้ ที่ความนานที่เท่าไหร่ >> ให้เดาใช่ม >> 3 อะไรคะ >> 3 นาที >> 3 จริงแต่ 30 วินาที >> หาะ >> จริง >> จริงกว่า 3 นาที >> ให้ลองนึกถึงตอนที่เรานั่งสมาธิแบบ >> 30 วินาที >> หายใจเข้าหายใจออก >> อือๆ >> เรา >> มีตั้งหลายเรื่องที่วึบวับวบๆๆเข้ามา เพราะว่ามันเป็นธรรมชาติ >> การทำงานของสมอง >> สมองเรามันพร้อมที่จะวอกแวกอ่ะ >> มันเป็นแบบนี้ดังนั้นเวลาที่ถ้าสมมุติว่า ต้องเข้าไปพีชจริงๆอ่ะในการpeachชมันมี มันมีตัวเลขที่คนมักจะใช้พวกพีชแบบเรียก
9:22 ว่าทั่วไปแต่โหดร้ายหน่อยก็คือ 3 นาที >> 3 นาทีเองอ่ะ >> พ 3 นาทีหมายความว่าต้องพูด 3 นาทีให้จบ อันนี้คือพีชแบบพวกStartอปกติ >> ค่ะ >> หรือที่พีชผู้บริหารตัวเลขที่พี่เจอใน ช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็คือองค์กรแฮปปี้ที่ จะพีชด้วยตัวเลขเท่านี้ก็คือ 5 นาที >> โอ >> เล่าให้ผู้บริหารฟังให้จบ >> ภายใน 5 นาที >> ภายใน 5 นาทีแล้วจากนั้นค่อยไปถามตอบถ้า ที่ไหนได้ 7 นาที 10 นาทีอ่ะพี่ในฐานะนะ พิชิโค้ชอ่ะพี่แบบที่นี่ใจดีมาก >> ที่ให้แบบเวลาตั้งเยอะตั้ง 10 นาที >> 7 นาทีคุณทำอะไรได้ถมเท 10 นาทีคุณเล่า ถึงนู่นได้แล้วอะไรเงี้ยเออ >> โอแล้วทีนี้พอมัน 3 นาที 5 นาทีอย่าง เงี้ยเราจะเล่ายังไงให้หมดอ่ะพี่แอมเพราะ บางทีเราอาจจะมีแบบโหยฉันไปค้นคว้า รีเสิร์ชมาเยอะมากเลยทั้งคืนหลายคืนทำ
10:10 สไลด์มามันจะจบได้ยังไงคะในใน 3 นาที 5 นาที >> มันขึ้นอยู่กับเป้าของวันนั้นน่ะคือถ้า สมมุติว่ามันเป็นการพีชพี่ยกตัวอย่างที่ มันเริ่มเอ่อให้เห็นภาพมากขึ้นแล้วกันว่า ถ้าเราต้องมาเล่าธุรกิจไอเดียสมมุติพัท ต้องมาเล่าชีวิตของพัททั้งสิ้น >> อือ >> ใน 3 นาทีให้พี่ฟัง >> พัทจะไม่ต้องเล่าที่มาที่ไปพัททำอะไร มาเรียนที่มันก็จะตัดอะไรบางอย่างออกแล้ว ก็เหลืออะไรที่มันเป็นkey์ content เท่า นั้นดังนั้นหลักในการpeachชสำหรับพี่อ่ะ พี่อยากเปรียบเทียบให้มันเข้าใจง่ายมัน เหมือนทำอาหารน่ะ >> ค่ะ >> ใน 3 นาทีอ่ะควรจัดจานมาให้เสร็จแล้ว เสิร์ฟแค่เท่าที่เขาต้องได้กินใน 3 นาที แค่ทำให้เขารู้สึกว่าน่ากินจังเลยอ่ะอยาก จะลองชีพจังเลยอ่ะ >> ลองจานอะไรไม่ต้องเอามา >> อันนี้ประสบความสำเร็จแล้วนะ
10:56 >> ประสบความสำเร็จแล้วนะเพราะว่าพอเขาอยาก จะชิมอ่ะอยากจะกินน่ะ >> เดี๋ยวเขาพอมันหมด 3 นาทีอ่ะเขาจะถามต่อ >> มันทำมาจากไหนมันทำอะไรมา >> ค่ะ >> แล้วถ้าเขาอยากรู้เพิ่มมากกว่านั้นเรา ค่อยบอกว่าเราวัตถุดิบมันคืออะไรมันก็จะ ถอยลงไปเรื่อยๆpิชิ่งมันคือการจัดจานทำ ให้ทำให้ไอเดียของเรามันน่ากินเราไม่ จำเป็นต้องเล่าทั้งหมดเราแค่เล่าในสิ่ง ที่ทำให้เค้าอยากชิม >> ก็คือพูดในสิ่งที่คนฟังเขาอยากฟังนั่น แหละ >> ใช่ >> ใช่คือมันอันที่ 1 ก่อนที่จะมาบอกว่าเรา ลูกค้าต้องได้ข้อมูลครบถ้วนครบถ้วนแบบที่ เราอยากบอกหรือครบถ้วนที่เขาอยากรู้ให้ แยกจากกันก่อนดังนั้นต่อให้พี่ยกตัวอย่าง เคสพี่อ่ะพี่มีคอร์สoutไลนอะไรปกติของพี่
11:41 ใช่ป่ะแต่ว่าเวลาพี่ไปคุยกับลูกค้าพี่ เปิดคอร์สoutไลนพี่ขึ้นมาก่อนน้อยมากๆคือ ไอ้ Ou ของเรามันมีเก็บอยู่ในกระเป๋าเยอะ แยะไปหมดเลยอ่ะแต่ถ้าเราหยิบมาถึงแล้วเรา บอกว่าพัทพี่ทำได้ 18 อย่างค่อยๆฟังพี่ไป นะพัอาจจะจำไม่ได้แต่ถ้าพี่กลับด้านกัน แล้วถามพัทไม่ทราบว่ามี P point อะไรมั้ คะในเรื่องของการสื่อสารหรือว่าในเรื่อง ของทีมถึงอยากจะได้ข้อมูลจากแอมแอมจะได้ ดีไซน์ให้เป็นพิเศษแล้วพอเราได้ข้อมูลเขา มาพี่จะเลือกหยิบอ๋อ 18 อย่างที่มีฉัน หยิบแค่ 3 อย่างเนี้ยพอแล้วลูกค้าจัดซื้อ ก็ตอนที่ลูกค้ารู้สึกว่าเราแก้ปัญหาชีวิต ให้เขาได้ >> อืเป็นเหมือนกับว่าเราเราตอบโจทย์เขามั้ ในสิ่งที่เขาต้องการหรือว่าเผชิญกับปัญหา นั้นๆอยู่
12:27 >> ใช่ๆมีนะเตรียมสไลด์มาแต่พอเข้ามาถึงใน ห้องประชุมปึ๊บลูกค้าแบบบิดเรื่องไปนิด นึงแบบเออพอดีว่าตอนนี้ไปคุยกับทีมมาแล้ว requirement เปลี่ยน >> อื >> อ้าเปลี่ยนเนี่ยใจเราคือพร้อมปรับพอดีว่า สไลด์ที่แอมเตรียมมาอันนี้แมชกับ requirement ที่แล้วแอมขอคุยจาก requirement ปัจจุบันเลยไม่ต้องเสียดาย ในสิ่งที่ทำมาค่ะ >> ไม่ต้องเสียดายว่ามี 10 สไลด์เราไม่ได้ พูดครบ 10 >> อย่าเสียดาย >> อย่าเสียดายถ้าคุณจะไปขายงาน >> อื >> ไม่ต้องเสียดายก็คือบอกเขาไปคือมันสามารถ ข้ามได้เลย >> ค่ะ >> ไม่เป็นไรเพราะเรายึดที่ประโยชน์ลูกค้า เป็นหลัก >> แล้วมันมีเรื่องอื่นด้วยอีกมั้อย่างเช่น พวกอวจนภาษาเนาะบางคนแบบโอ้โหฉันพูดโอเค อยู่ในระยะเวลาแหละเอ๊ะลูกค้ารู้สึกว่า
13:12 ยังติดๆกับเราอยู่ด้วยอวจนภาษาอะไรบาง จริงๆเอิ่ม breakdown ให้อย่างงี้ค่ะใน หลักการสื่อสารน่ะมันมีสิ่งนึงที่เรียก ว่า Rules of Communication >> กฎแห่งการสื่อสารของAlberเบตtMariบanเขา แบ่งช่องทางการสื่อสารว่าสมองคนสมอง มนุษย์อ่ะเราจะสามารถสื่อสารแล้วมัน เวิร์คแล้วกันใน 100% น่ะแบ่งเป็น 3 ช่อง ทาง >> ค่ะ >> ช่องทางแรกเราเรียกว่าเป็น verbal เป็นคำ พูด 7% ซึ่งอันนี้มันคือ content มันคือ ไอ้ข้อมูลในสไลด์ >> ที่เราพูดไปเนี่ย >> ที่เราเตรียมมา 7% แต่อีก 93% น่ะเรา เรียกว่า nonverbal สิ่งที่ไม่ใช่ภาษาพูด ไม่ใช่คำพูด 38% เป็นโทนเสียง >> อ >> 55% เป็นภาษากาย >> โห >> ดังนั้นน่ะเวลาที่คนมาคุยกับพี่เรื่อง
13:59 Prชingอ่ะพี่มักจะบอกว่าช่วยเคลียร์ content ให้รู้เรื่องช่วยพูดให้รู้ เรื่องก่อนแล้วพูดให้น่าสนใจค่อยไปพูดที หลัง >> ในใน 7% นั้น >> 7% สำคัญมาก >> ค่ะ >> ช่วยพูดให้รู้เรื่องก่อนเพราะว่าถ้า 7% พูดไม่รู้เรื่องอ่ะมันเท่านั้นเองแล้วถ้า คุณได้ 7% ว่า content ที่คุณจะไปพชคือ อะไรเราจะมาฝึกไอ้ 93% นี้ด้วยกันซึ่งไอ้ 93% เนี่ยเวลาคำถามที่พัถามดีมากนะเพราะ ว่ามันใช้ได้ทั้งการคุยกับคน >> แบบในในห้องประชุมไพรเวทการคุยกับคนโดย ทั่วไปอ่ะแล้วก็ใช้กับบนเวทีด้วย >> อื >> ทั้งหมดมันคือ 93% ทนเสียง >> บางครั้งอ่ะเราทำคทentมาดีมากๆเลยเราเคย เจอไปต้องไปพีชผู้ใหญ่แล้วน้องเ้าไปเล่า
14:45 ว่าแล้วมันเป็นอย่างนี้นะคะอันนี้จะเป็น เซอิของเราค่ะ >> น้ำเสียง >> มันสื่ออะไรอ่ะ คือมันอนุญาตให้คนแบบเอ๊ะมันได้จริงๆใช่ มั้ยมันมั่นใจใช่มั้ยหรือบางคนขึ้นเวทีไป อ่ะแล้วถือไมค์แล้วแบบ >> ไหล่ตกแล้วก็บอกว่านี่เป็นไอเดียที่เรา มั่นใจมากๆนี่เป็นนวัตกรรมไมค์ครับ >> แต่ดูให้ไม่มั่นใจ >> 55% >> อือื >> เออดังนั้นทุกพอ่ะมันมันสัมพันธ์กัน >> ทั้งหมดค่ะก็เลยเน้นย้ำว่าเคลียร์ content ให้รู้เรื่องอ่ะเก็ทว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วตอบโจทย์ในสิ่งที่ลูกค้าจะเอาคือ 7% จากนั้นมาฝึกการใช้โทนเสียงค่ะเราอยากให้ ลูกค้ารู้สึกแบบไหนเราอยากให้ลูกค้ารู้
15:30 สึกมั่นใจ >> อื >> เสียงกระชับขึ้น >> ดังขึ้นชัดเจนขึ้น >> เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกว่าเป็นมิตรจังเลย เสียงเย็นลงทนเบาลงอันนี้ >> อ่อนน้อมขึ้น >> ใช่อ่อนน้อมขึ้นเราอยากให้เอ่อลูกค้า เชื่อมั่นในตัวเราตอนพูดเราจะต้องสบตาลูก ค้าว่าสิ่งนี้เราคอมมิทำได้จริงๆ >> อื >> เราอยากให้ลูกค้าเฮ้ยแฟนมิตรจังเลยได้นะ คะอันนี้เดี๋แอมดูแลให้ค่ะทั้งหมดเกิด ขึ้นที่ 93% น่ะแล้วแล้วสมองคนมันรับรู้ แบบนี้อ่ะแต่คนเรามักจะฝึกอะไรอ >> แค่การพูดอืในส่วนนั้น >> อุ๊ยจริงๆอันนี้ดีมากเลยเนาะหลายคนพลาด ตรงนี้ไปเพราะว่าไม่รู้จริงๆว่าสิ่งที่
16:16 เป็นอวจนภาษาของเรามันเหมือนไปกระแทกตาคน น่ะตั้งแต่รับรู้ตั้งแต่จริงๆตั้งแต่ก้าว แรกที่เข้ามาในห้องพีชห้องประชุมหรือใดๆ ก็ตามแล้วแล้วพอคนรู้แบบนี้แล้วเนาะอะไร ที่ทำให้เขารู้สึกเป็นกังวลอย่างเช่นบาง คนอาจจะพูดไม่เก่งอ่าอยู่ต่อหน้า publicับลิคเยอะๆแล้วรู้สึกประหมาดไม่ มั่นใจแต่ว่าเฮ้ยฉันต้องพีชงานน่ะฉันต้อง นำเสนอสิ่งนี้กับผู้บริหารหรือว่าลูกค้า มีมีสิ่งที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้มั้คะ พี่แอม >> แก้ได้แน่นอนแก้ได้แน่นอนเวลาแก้เราแก้ หลายส่วนนะเราแก้อันที่ 1 ก็คือคุณไม่ มั่นใจเพราะอะไรถ้าไม่มั่นใจในเนื้อหาที่ พูดงั้นคุณไปทำความเข้าใจซึ่งเทคนิคที่มี ไว้ให้ก็คือช่วยเล่าตามความเข้าใจไม่แนะ นำให้ท่องให้อ่านคือเหมือนมาเล่าเรื่อง ให้เพื่อนฟังก็ฉันมั่นใจว่าเรื่องนี้มัน
17:02 ดีฉันเข้าใจว่ามันดีแล้วฉันอยากมาเล่าให้ เธอฟังเธอเล่าให้เพื่อนฟังแบบไหนล่ะอัน นี้คือพาร์ทแรกค่ะก็คือไปฝึกคทentถ้าไม่ มั่นใจคือไปฝึก content ว่าตัวเองเข้าใจ เรื่องที่พูดหรือยังถ้าไม่มั่นใจแบบที่ 2 พอเห็นคนเห็นไมค์แล้ว >> อื >> แล้วประมาเราแฮกสมองตัวเองได้ 2 วิธี >> อืมีวิธีแฮกด้วย >> เป็นวิธีแฮกค่ะคือเวลาที่เราตื่นเต้นใช่ ป่ะเราจะหายใจตื้นธรรมชาติคนตื่นเต้นน่ะ แล้วมันก็จะเริ่มสั่นเสียงเริ่มสั่นเบอร์ เริ่มสั่น >> หายใจไม่ทัน >> วิธีการแฮกผ่านร่างกายคือเอามือวางไว้ที่ ท้องค่ะแล้วหายใจให้มือรู้สึกให้ได้นี่ คือสageของตอนที่เราใจเย็นสจของตอนที่เรา นิ่งสageของตอนที่เรามีสมาธิ ก็คือให้เราสัมผัสให้ได้ว่าเราหายใจลึกไป
17:48 ถึงจุดจุดนี้แล้วนะแล้วมันจะค่อยๆดีขึ้น >> ใช่ใช่ >> อื >> มันเรียกว่าย้ายที่หายใจนี่คือความ มหัศจรรย์ของร่างกายและการหายใจอ่ะเรา สามารถปรับอารมณ์ได้จากการหายใจแล้วอีก แบบนึงที่เราแฮกผ่านร่างกายนี่ NLP อีก เหมือนกันก็คือเราให้ไปยืนเท้าเอวแบบ ยักษ์ไปยืนเท้าเอวเลยสักที่นึงแบบหายใจ เข้าลึกๆ >> อ >> แล้วลองลองพูดลองพูดตามพี่ได้นะแบบฉันไม่ มั่นใจเลยสักนิดเดียว >> ฉันไม่มั่นใจเลยสักนิดเดียว >> มันรู้สึกแบบนั้นป่ะ >> ไม่นะมันก็รู้สึกแบบ >> เพราะอะไรอยู่ประมาณ >> เพราะว่าร่างกายอ่ะบอดี้อ่ะชนะสมองเสมอ >> ออ >> บอดี้ชนะเบรเสมอ >> เหมือนกับเราอกผายไลพึ่งแล้วมันมันเหมือน เราเพิ่มความมั่นใจ >> ใช่ 55% อ่ะ >> อ่า
18:33 >> ภาษากายเรากำลังส่ง message ไปที่สมองว่า เธอมั่นใจเธอโอเค >> อือันนี้คือ บิดเอา NLP มามาใช้ตามสถานการณ์ต่างๆมี เคล็ดลับอื่นๆอีกมวิธีคิดหรืออะไรอย่าง เงี้ย >> Inner S >> อ่ายังไง >> เออ Inner Self คืออันนี้จะเริ่มลึกขึ้น มาอีก 1 Lอรคือมันขึ้นอยู่กับว่าเราอ่ะมี มุมมองกับตัวเองว่ายังไงตอนที่เราไปพีช งาน >> ค่ะ >> ถ้าสมมุติว่าเราเดินเข้าไปหาลูกค้าแล้ว เรามองว่าฉันแบบอยู่ใต้นี้วันนี้ฉันมา เพื่อจะมาขายงานมาแบบซัพพอร์ตยกยอเธอ enนerร์ตอนที่เราเดินเข้าไปอ่ะมันก็จะ อยู่ตรงนั้นแหละ >> เหมือนเราตัวเล็กเข้าไป >> เราตัวเล็กเราทำเราทำตัวเล็กเข้าไป >> อ >> แต่ถ้าอีกด้านนึงยกตัวอย่างนะเราต้องไป พีชผู้บริหารแล้วเราเข้าไปด้วย inner
19:20 self ฉันเป็นหนูที่มหาราชสีหเพราะฉันมี สิ่งดีๆที่จะซัพพอร์ตบางอย่างให้เธอได้ เราก็จะเข้าไปด้วยอีก energy นึง >> ว้าวบางครั้งของการเป็นเซลล์เวลาคนมาคุย กับพี่อ่ะพี่บอกว่าในชีวิตของการเป็นเซล์ อ่ะต่อให้ตำแหน่งชื่อเซลล์พี่ก็ไม่ได้มอง ว่าตัวเองเป็นเซล์อ้าแล้วพี่แล้วแบบแอม มองตัวเองเป็นไรอ่ะแบบแอมมองเป็น พารทเนอร์ของเขาอ่ะแอมมองเป็นคนมองตัวเอง เป็นคนที่เดินเข้ามาแล้วจะช่วยให้ธุรกิจ ช่วยให้งานของเขาอ่ะมันไปถึงที่เขา ต้องการน่ะ >> อืวิธีการมองโลกมันก็เปลี่ยนไปเลยนะคะ เปลี่ยนไป >> ใช่เวลาที่เราเดินเข้ามาหาชาวบ้าน >> ฉันจากที่แบบฉันมาให้เธอเลือกฉันแต่ไม่ รู้ว่าเธอจะเลือกฉันหรือเปล่ากับฉันมา เพราะฉันมั่นใจว่าฉันช่วยเหลืออยู่ได้มัน
20:08 ต่างกันใช่ฉันมั่น ฉันมี Sol เพราะว่าฉันได้ยิน P ของเธอชัด เจนมากฉันรู้ว่าปัญหาของเธอคืออะไรแล้ว วันนี้ฉันมาเพื่อจะแก้เรื่องนี้ให้เธอโดย เฉพาะพูดถึงแบรนด์หรือว่าบริษัทที่พี่แอม เคยไปช่วยเนาะมีเคสอะไรสนุกๆเล่าให้ฟัง ใหม่เช่นก่อนหน้าที่เราจะเข้าไปช่วยอ่า เรื่องของการสื่อสารการช่วยการโค้ชเรื่อง Peaching อะไรอย่างเงี้ยแล้วพอที่เขาได้ มาเรียนแล้วมันเปลี่ยนไปอย่างเห็นผลเลย จับต้องได้เลยอ่ะมีมีมาแชร์ให้ฟังบ้าง >> ส่วนตัวถ้าเป็นส่วนตัวนะประทับใจที่สุด อ่ะจริงๆพี่เขาเป็นช่างเป็นช่างคนนึงใน โรงงานน่ะ >> ค่ะ >> แล้วโครงการนั้นในองค์กรพลังงานแห่งหนึ่ง >> ค่ะ >> คือมันเป็นโครงการที่เอิ่มให้คนในองค์กร มาช่วยกันคิดนวัตกรรมบางอย่างเพื่อจะแก้
20:55 ปัญหาในงานตัวเอง >> ก็มีคนจากทีมวิศวะส่งการประกวดไอเดียเอ่อ ทีม operation ทีมหลายทีมส่งเข้ามาแล้วก็ มีคนนี้เป็นทีมช่างแล้วเขาก็ไม่ได้ทำ สไลด์เก่งอ่ะเก็ไปขอความช่วยเหลือจาก เพื่อนร่วมงานเขาที่พอจะทำได้เสร็จแล้ว วันที่เขามานั่งคุยกับพี่อ่ะโดยไอเดียเขา ดีมากๆไอเดียเขาบิดวิธีคิดนิดเดียวอ่ะเขา เซฟมูลค่าหลักหลายล้านให้องค์กรแต่คำถาม คือแล้วตอนเขาไปเล่าอ่ะเขาจะไปเล่ายังไง เลยถามพี่เสือว่าพี่เสือตอนที่พี่เสือคิด จะทำไอเดียเนี้ยพี่เสือเริ่มต้นคิดมาจาก ไหนอ่ะเขาบอกว่าผมสงสารเพื่อนครับผมเห็น ว่าเพื่อนต้องไปทำอันนี้แล้วมันอันตราย ผมก็เลยอยากคิดเรื่องเแล้วต่อจากเเพื่อน
21:40 ผมไม่ต้องไปตากแดดไม่ต้องอันตรายอีกต่อไป แล้วบอกพี่เสือนี่คือไอเดียที่โคตรแพง >> จริงๆมันดูเบสิคมากแต่มันคือรำลึกมาก >> เออเอาเรื่องนี้มาเล่าได้มั้ย >> อ >> เอามาเล่าบนเวทีเหมือนที่พี่เสือกำลัง เล่าให้แอมฟังอ่ะ >> อื >> ผลออกมาคือเขาได้ที่ 1 >> โอ้ >> ของโครงการ >> จากทีมวิศวะทีมทั้งบริษัท >> ใช่ใช่คือทุกทีมเก็ไอเก็ไอเดียดีแต่ อันเนี้ยคือผู้บริหารร้องไห้ >> โอ >> เ้าบอกว่าเารู้จักพี่เสือมาเนี่ย 20 ปีเา ไม่เคยคิดสักนิดว่า >> ว่าพี่เสือจะสามารถเดินขึ้นมาบนเวทีเรา เล่าได้ขนาดนี้อันนี้แบบหันมาร้องไห้แบบ กอดร้องไห้เลยอะไรเงี้ยแล้วเก็ชนะด้วย >> แล้วเขาก็ชนะด้วยคืออันนี้เป็นเคสที่ส่วน ตัวประทับใจ
22:26 >> แต่ว่าถ้าเป็นเคสอื่นๆที่มันเริ่มแบบ ธุรกิจ >> ค่ะ >> มากขึ้นค่ะก็จะมีเอิ่มเอาเคสที่แอมได้ เข้าไปนั่งในห้องพีชเองเลยกัน >> ค่ะลูกค้าแอมคนเนี้ยเขาจะต้องไปPช proposal นึงให้กับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับ การเงินซึ่งมูลค่าของบริษัททั้งสิ้น บริษัทนั้นก็เป็นหมื่นล้านแล้วคนที่บินมา คือดูเอเชียทั้งหมด meeting นี้จะเป็น meติ้งที่สำคัญมากในการแบบทำความเข้าใจ ซึ่งแอมจะได้เข้าทั้งสิ้น 2 meติ้งกับเขา เข้าไปถึงในmeติ้งแรกค่ะคนหลายคนนั่งอยู่ ในห้องมี CEO มี COO มีเอ่อ Key Contact person ที่ต้องคุยกับทีมแบบfinteคแบบพวก เทคนิคalคุยกันในระหว่างที่ฟัง Peach ค่ะ โดยหน้าที่แอมอ่ะคือแอมเข้าไปนั่งด้วย แล้วสังเกตแต่ละคนโดยใช้ NLP ถอด
23:15 แพทเทิร์นการสื่อสารของเขาแล้วเราพบว่า อ๋อคุณ COO อ่ะเค้าใช้รูปคำที่เขาใช้อ่ะ กับท่าทางที่เขาใช้อ่ะเอ่อต้องแก้ปัญหาเ โฟกัสที่ปัญหาโฟกัสที่ปัญหาโฟกัสที่ราย ละเอียดโฟกัสแบบดีเทลมากๆในขณะที่ CE CEO ที่บินมาอันนั้นโฟกัสอะไรที่เป็นแบบ Big Picture แบบภาพรวมภาพใหญ่เอาวิสัยทัศน์ เอาภาพ >> แบบตอนจบว่าเขาจะได้อย่างที่จะใช้แบบจะ เอาใช่ไหมเราเข้าใจแบบเนี้ยตอนที่เรากลับ ไปพีชค่ะในห้องประชุมนั้นเราก็เลยวาง Strategy กันใหม่เราบอกว่าโอเคห้อง ประชุมนี้มีคนที่สนใจเรื่อง Big Picture แบบ High Level จัดกับคนที่สนใจแบบดีเทล แบบ
24:01 >> อืมาดูคนละขั้วกัน >> Teทนicalดังนั้นวิธีพีของเราก็คือเข้าไป ถึงอ่ะเราจะเล่าที่ภาพรวมตอนจบของโครงการ ก่อน >> ค่ะ >> Big Picture >> อื >> เสร็จแล้วเราจะเล่าช็อตถัดมาว่าในโครงการ เนี้ยเราวางแผนงานไว้อย่างไรแต่เรารู้มา ว่า CEO ต้องจัดการปัญหาให้ได้เราก็เลย ปิดว่าโครงการเนี้ย >> มันมีข้อคอนเซิร์นมีความเสี่ยงบางอย่างนะ ที่ที่เราสังเกตเห็นแล้วเราก็เตรียม Solution มาให้ด้วยก็จบที่ปิดงานได้อ่ะ ค่ะ >> ว้าว >> เออเพียงเพราะว่าเราเข้าใจคนที่เรากำลัง คุยด้วย >> ซึ่งสิ่งนี้มันสามารถที่จะสังเกตการได้ ระหว่างระหว่างการ peach ระหว่างที่เรา พรีเซนแล้วแผนมันอาจจะปรับเปลี่ยนณขนาด นั้นก็ได้ถ้าเราเห็นแล้วว่าคู่สนทนาของ
24:49 เราเป็นยังไงกลุ่มเป้าหมายของเราเโฟกัส อะไร >> ใช่ >> ดังนั้นถ้าเกิดว่าจะให้พี่แอมสรุปเป็น key success ของคนที่จะพีชงานผ่านละกันเป็น เหมือนสูตรรับอะไรสรุปให้แล้วสำหรับคนที่ กำลังจะต้องไปพีชงานขายงานพรีเซนงานลูก ค้าหรือว่าหัวหน้าถ้าอยากจะสำเร็จต้อง ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง >> อันที่ 1 เ้ามี Pint อะไรเอยากได้เอยาก ได้อะไรกันแน่เป้าคืออะไรพอหาสิ่งนั้นให้ เจอแล้วอันถัดมาคือเป็นเรื่องของวิธีการ สื่อสารการpeachชไม่จำเป็นต้องมีสไลด์ถ้า มันต้องมีสไลด์สไลด์เพื่อเอามา peach ไม่ ใช่สไลด์ for reading อ่ะไม่ใช่สไลด์ที่ ส่งให้เขาอ่านยิ่งเขาอ่านเขายิ่งไม่ฟัง อีกอันนึงที่แอมคิดว่าเอาไปเป็นเทคนิคที่ ใช้ได้นะเราเรียกว่าวิธีการบริหารจัดการ
25:34 sess มันคือการล็อคเป้าในสมองของคนเรา เรียกว่ามingอ่ะบอกว่าวันนี้ค่ะเราจะมา พูดเรื่องนี้เพื่อagจนด้านี้มันจะเป็นการ ล็อกเป้าสมองของคนฟังขั้นที่ 1 ว่าเารู้ และว่าเขาต้องทำอะไรแต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เนื้อหาที่จะเอาไปพีชงานน่ะ >> ค่ะ >> มันยังจำเป็นต้องตอบโจทย์ >> อื >> เค้าได้จริงๆอ >> เออถ้าถ้าตอบโจทย์ไม่ได้ Solution ตอบ โจทย์ไม่ได้แก้ปัญหาไม่ได้บัdจetไม่ได้ เวลาไม่ไม่ได้คุณจะใช้อีกกี่เทคนิคมันก็ คือไม่ได้ค่ะก็คือยังไง content ก็ต้อง แน่นต้องตอบโจทย์จริงๆก่อนแล้วก็ใช้ เทคนิคอื่นๆที่พี่แอมเล่ามาเป็นส่วนเสริม >> ท้ายสุดแล้วกันค่ะอยากให้พี่แอมทิ้งท้าย บริการของตัวเองหน่อยนะคะว่าตอนนี้พี่แอม
26:20 อ่าช่วยให้คำปรึกษาหรือโคachชิ่งอะไรอยู่ บ้างเผื่อว่าองค์กรไหนใครที่สนใจอยู่ค่ะ หลักๆที่ทำอยู่ตอนนี้ก็จะมีหลักสูตรเอิ่ม คอร์สเรียนนะคะเรื่องของการสื่อสารทั้ง หมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ pitching พื้น ฐานการสื่อสารแบบคนเข้าใจคนหรือการ วิเคราะห์แพทเทิร์นการสื่อสารของคนที่เรา ฟังกันมาตลอดคลิปนะคะแล้วก็นอกจากหลัก สูตรในการเรียนแบบกรุ๊ปแล้วเนี่ยก็จะมี prเวท session คุยกันส่วนตัวอันนี้สามารถ ที่จะมาคุยกันนอกรอบได้ว่าติดอะไรมีปัญหา อะไรแล้วก็มาแก้กันเป็นจุดๆไปอันที่ 3 ก็ คือสามารถที่จะวิเคราะห์แพทเทิร์นในการ สื่อสารและแรงจูงใจให้ได้เป็น sess ส่วน ตัวจะทำแบบกรุ๊ปก็ได้เหมือนกันค่ะก็จะมี เป็นเทสให้ทำอันนี้จะเป็นหลักๆ 3 อย่าง ที่แอมทำอยู่ตอนนี้ก็สามารถไปดูได้ที่
27:08 www.amable.2to ค่ะ.to To ค่ะมาจาก I'm able to do anything I need ค่ะ >> อ้ายังไงก็ใครที่สนใจก็สามารถติดต่อพี่ แอมได้เลยนะ [เพลง] [ปรบมือ]