0:00 แค่ตื่นนอนขึ้นมา เราก็ใช้ดวงตากันแล้วใช่ไหมคะ [เสียงดนตรี] บางคนใช้สายตาต่อเนื่องนาน แม้กระทั่งทำงานเสร็จแล้ว เราก็ยังใช้สายตาต่อเนื่องกันอีกนะคะ ซึ่งนอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมบางอย่าง ที่คนเราอาจจะเผลอทำไปโดยไม่รู้ตัว ก็เช่น การขยี้ตา ซึ่งการขยี้ตา อาจจะนำมาสู่ภาวะสายตาเลือนรางได้ค่ะ [เสียงดนตรี] ยุคของคนทำงานในปัจจุบันค่ะ คงหนีไม่พ้นตาแห้ง หรือการเกิดภาวะล้าจากการใช้งานมาก ส่วนใหญ่ภาวะที่เราเจอทุกวันนี้ก็คือ ที่เรียกว่า Computer Vision Syndrome ก็คือเป็นกลุ่มอาการ ที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ หรือหน้าจอ หรืออะไรในระยะใกล้มากเกินไป
0:48 กล้ามเนื้อตาที่ถูกใช้ต่อเนื่องนานเกิน โดยไม่ได้พักเลย มันก็จะเกิดการปวดได้ ทำให้เกิดภาวะการปวดล้ารอบกระบอกตา [เสียงดนตรี] ทีนี้วิธีที่จะลดการเกิดภาวะพวกนี้ ก็คือ มันต้องพักบ่อย ๆ ค่ะ อย่างที่สูตรที่เราเคยได้ยินกันมา ที่เขาเรียกกันว่า 20-20-20 ก็คือทุก ๆ 20 นาทีค่ะ ให้เราหลับตาพักอย่างน้อยสัก 20 วินาที แล้วช่วงที่เราได้หลับตาลงอย่างนี้ค่ะ ก็ทำให้น้ำตามันลงมาฉาบตาเรา ก็จะลดภาวะตาแห้งนะคะ หรือจะผ่อนคลายด้วยการมองไปไกล ที่ระดับ 20 ฟุตค่ะ ก็คือเป็นการคลายการใช้งานของ กล้ามเนื้อตาให้มันได้พักผ่อนบ้าง ดื่มน้ำเยอะ ๆ ก็จะช่วยลดภาวะตาแห้ง การปรับตำแหน่งของระดับคอมพิวเตอร์ หรือโต๊ะอะไรพวกนี้ค่ะ
1:38 ปรับให้ระดับของโต๊ะมันต่ำลง ตาเรามันก็จะมีพื้นที่ ที่สัมผัสกับอากาศน้อยลง เพราะว่าเราใช้วิธีเหลือบมองลง พื้นที่สัมผัสกับอากาศก็จะลดลง ตาก็จะระเหยแห้งได้ยากขึ้น ร่วมกับการที่เราหลีกเลี่ยงอย่าเอาพัดลม หรือว่าแรงลมจากเครื่องปรับอากาศ หลีกเลี่ยงไม่ให้เป่าเข้าบริเวณใบหน้า หรือดวงตาโดยตรง ก็จะช่วยภาวะตาแห้ง หรือการล้าของดวงตาได้ค่ะ ในกรณีที่เราพักสายตาแล้วค่ะ พักการใช้งาน ลดการใช้งานต่าง ๆ แล้วมันยังไม่ดีขึ้น ยังไม่ทุเลาลง ก็อาจจะต้องมาตรวจเพิ่มเติมนะคะ ว่าภาวะตาแห้งที่เรามีนี่ มันรุนแรงหรือเปล่า ต้องใช้ยาอย่างอื่นช่วยหรือเปล่า [เสียงดนตรี] ที่เจอบ่อยขึ้นเลย ชัด ๆ เลย ก็คือการแพ้ฝุ่น PM 2.5
2:24 เด็กวัยรุ่นหรือว่าวัยทำงานก็จะเจอเยอะขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้นำมาซึ่งการเป็น ภูมิแพ้เยื่อบุตาได้เยอะขึ้น การขยี้ตา มันเป็นการที่เราใช้แรงจากมือเรา กดไปบนดวงตาเราโดยตรงเลยนะคะ ซึ่งแรงของการกดนี่ มันก็จะไปส่งผลกระทบได้ถึงทั้งระดับที่ เปลือกตา เยื่อบุตา กระจกตา แล้วก็ความดันภายในลูกตา การขยี้ตาทำให้จุดเกาะของกล้ามเนื้อ มันเปลี่ยน ทำให้กล้ามเนื้อตายิ่งทำงาน ได้อ่อนแรงลงกว่าเดิม ก็เกิดภาวะหนังตาตกตามมา ซึ่งถ้าตกมาก ๆ จนบังการมองเห็น ก็อาจจะต้องทำให้มาผ่าตัดแก้ไข กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงนะคะ ลึกกว่านั้นอีกก็คือโดนกระจกตา กระจกตาก็จะเป็นแผลถลอกได้ นำมาซึ่งการติดเชื้อ พอติดเชื้อเกิดแผลเป็น
3:09 ภาวะสายตาเลือนรางก็จะตามมา แล้วก็ในกรณีที่กระจกตาโก่งย้วย สายตาเขาจะผิดปกติค่อนข้างเยอะ บางทีการใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์นี่ ไม่พอที่จะแก้ไขระดับสายตา นำไปสู่การที่ต้องผ่าตัด แก้ไข เปลี่ยนกระจกตา ในกรณีที่เป็นมาก ๆ แล้วค่ะ [เสียงดนตรี] หลายคนสงสัยนะคะว่า การขยี้ตาแรง ๆ จะทำให้เกิด ภาวะตาบอดได้หรือเปล่า มันก็คงจะไม่ไปถึงภาวะตาบอด ระดับนั้นนะคะ แต่อาจจะทำให้เกิดภาวะสายตาเลือนราง หรือสายตาที่พร่ามัวลงมาก ๆ ได้ อย่างเช่น คนไข้ขยี้ตารุนแรง จนเกิดแผลที่กระจกตา เกิดการติดเชื้อ การติดเชื้อนำมาสู่การเกิดรอยแผลเป็น อยู่บนกระจกตา ซึ่งรอยแผลเป็นพวกนี้ มันก็จะเกิดรอยฝ้าขาวอยู่บนกระจกตา
3:57 พวกนี้ก็ทำให้เราเกิดภาวะ สายตาเลือนรางถาวร [เสียงดนตรี] ภาวะพฤติกรรมเสี่ยง ที่อาจจะทำร้ายดวงตาโดยที่ไม่รู้ตัว นอกจากการเผลอขยี้ตา อย่างที่เราคุยไปก่อนหน้านี้แล้วค่ะ นอกจากนี้ก็มีการที่เราใช้หน้าจอต่อเนื่อง นานเกินไปนะคะ พวกนี้ก็จะทำให้เราเกิดภาวะตาแห้ง การล้าของดวงตาตามมาได้ นอกจากนี้ก็คือ ยังมีเรื่องของการที่เราสัมผัสแสง UV ในปริมาณมาก โดยที่เราไม่ได้สวมแว่นกันแดดป้องกันเลย พวกนี้ก็ทำให้เราเสี่ยงต่อ ความเสื่อมของดวงตา ไม่ว่าจะเป็นการเกิดต้อกระจกเร็วขึ้น หรือว่าการเกิดภาวะจอตาเสื่อม อีกอันหนึ่งก็คือ การใช้คอนแทคเลนส์ค่ะ บิ๊กอาย หรือสี หรืออะไรพวกนี้ค่ะ
4:43 พอเราใส่ไปนาน ๆ กระจกตาเราจะเกิดภาวะขาดออกซิเจน ก็จะทำให้เกิดตาแห้งได้ง่าย แล้วเสี่ยงต่อการเกิดแผลถลอกที่กระจกตา ซึ่งนำมาสู่การติดเชื้อที่กระจกตาได้ หรือการใส่คอนแทคเลนส์นอน ไม่ล้างเลย นอนไปเลยข้ามคืน พวกนี้ก็จะเสี่ยงต่อ ภาวะการติดเชื้อกระจกตาค่ะ [เสียงดนตรี] การดื่มแอลกอฮอล์เยอะ ๆ ในปริมาณสูงค่ะ โดยเฉพาะแอลกอฮอล์ ที่มีดีกรีแรง ๆ อะไรพวกนี้ค่ะ ก็จะทำให้เกิด...เลนส์แก้วตา มันเกิดภาวะขุ่นมัวฉับพลันได้เร็ว ก็คือเรียกว่าภาวะต้อกระจกฉับพลันค่ะ คนไข้ที่เคยเจอค่ะ ก็คือภายใน 1-2 สัปดาห์ที่ทานเหล้ามา หลังจากนั้นก็คือ กระจกตามัวลงฉับพลันทันทีเลย ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยค่ะ เป็นการผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตา [เสียงดนตรี]
5:29 กรณีที่คนไข้บางคนคันตา แล้วถามว่า ถ้าไม่ขยี้ตา จะทำยังไง หมอก็แนะนำว่าควรจะต้องรักษาที่สาเหตุ ถ้าสาเหตุมันเกิดจากภูมิแพ้ เราก็ต้องไปรักษาที่โรคภูมิแพ้ ก็ต้องพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นการแพ้นะคะ สอง หมออาจจะต้องให้ใช้ ยาหยอดตาร่วมด้วย เป็นยาลดการแพ้ ลดการอักเสบ ทั้งในรูปแบบของการกินและการหยอด หรือในกรณีที่มันคันตามาก ไม่ไหวจริง ๆ นะคะ แนะนำว่า การประคบเย็น ก็อาจจะช่วยทำให้สบายตาขึ้น จะลดการขยี้ตาได้ อีกอันหนึ่งที่อาจจะทำให้เรา เผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัวก็คือ การมีสิ่งแปลกปลอมเข้าในตาเราค่ะ ทำให้เราเผลอขยี้ตาฉับพลันทันทีทันใด ฉะนั้น หมอแนะนำค่ะ ถ้าเมื่อไรก็ตามที่มีสิ่งแปลกปลอม กระเด็นเข้าในตาเราทันที
6:15 อย่าเพิ่งเผลอขยี้ตานะคะ เพราะมันอาจจะทำให้มันแย่ลงกว่าเดิมได้ ผลเสียก็คือ สิ่งแปลกปลอมนั้น มันอาจจะฝังลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม หรือมันอาจจะไปขูดโดนกระจกตาเรา ทำให้เกิดแผล และเสี่ยงต่อการติดเชื้อตามมา หมอแนะนำให้หาน้ำสะอาดที่อยู่ใกล้ตัวเรา ล้างทำความสะอาดให้มากที่สุด ก่อนจะมาโรงพยาบาลค่ะ [เสียงดนตรี] ถ้าคุณมีปัญหาสุขภาพ อย่าลืมมาพบหมอกันนะคะ ความรู้ทำให้ทุกอย่างเป็นไปได้ มหาวิทยาลัยมหิดล ปัญญาของแผ่นดิน