0:00 สวัสดีครับผมก็ได้เห็นข่าวที่มีศัญยแพทย์ ที่ Imperial College Londอ Dr. James Kinrอsได้ออกมาเตือนผู้คนว่าการบริโภคเว โปรตีนนั้นสามารถที่จะเพิ่มโอกาสการเกิด มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักให้กับเราได้ นะครับเรื่องนี้ก็แน่นอนครับทำให้หลายคน มีความกังวลแล้วก็สงสัยว่าแล้วเราจะ บริโภคมันต่อไปได้มยถ้าบริโภคจะบริโภค เท่าไหร่แล้วอะไรคือเหตุผลและหลักฐานที่ แท้จริงในเรื่องนี้นะครับผมก็เลยอยากจะ หยิบยกเรื่องนี้มาอธิบายให้ฟังไปถึงแก่น เลยนะครับว่าดร.เมื่อคินรอเนี่ยเามีความ คิดด้านไหนบ้างและเหตุผลของเขาคืออะไรนะ ครับพบกับผมนะครับนายแพทย์ธนีธนียวันณ เป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่ประเทศสหรัฐ อเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการปลูกถ่ายปอดและ วิกฤตบำบัดนะครับเรื่องราวนะครับมันก็คือ
0:47 ตอนนี้เนี่ยมันมีการเพิ่มขึ้นของอุบัติ การณโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวันน่ะครับ แล้วก็เราเจอหลายครั้งเป็นในคนอายุน้อย ที่ไม่ได้มีความเสี่ยงอะไรชัดเจนนะครับ ดร.เมื่อ James Kinrอเนี่ยเขาก็เลยมีความ กังวลในเรื่องนี้นะครับโดยส่วนตัวเขานะ ครับดร. James Kinrอsเนี่ยเขาเป็น สัญแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักทำงานมากว่า 20 ปีนะครับแล้วก็เขายังมีอีกงานนึงก็ คือเขาเป็นนักวิทยาศาสตร์วิจัยเรื่องของ กัดไมโครไบโอมนะครับคำว่ากัดไมโครไบโอมก็ คือสังคมแบคทีเรียที่มันอยู่ในลำไส้ของ เรานะครับแล้วสังคมเนี้ยมันประกอบไปด้วย แบคทีเรียหลากหลายชนิดสมมุติว่ามันเกิด ความไม่สมดุลที่เราเรียกว่า disbiosis ขึ้นมาแล้วล่ะก็เราเชื่อว่ามันจะนำไปสู่
1:33 การเกิดโรคต่างๆเช่นโรคการอักเสบในร่าง กายโรคหลอดเลือดหัวใจโรคสมองต่างๆนะครับ รวมไปถึงโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อย่างที่เรา กำลังจะพูดกันในวันนี้ด้วยนะครับดังนั้น เนี่ยดร. James Kinrอsเขาก็พูดจาก ประสบการณ์ของเค้านะครับว่าจากการที่ เขา้าดูแลผู้ป่วยมานะครับแล้วก็การที่เขา วิจัยเรื่องของกัดไมโครไบโอมเนี่ยบอกว่า เวโปรตีนหรือโปรตีนผงนั้นมันเป็นสิ่งที่ ไม่ดีต่อร่างกายถ้าเกิดคุณกินเข้าไปมันจะ แปลงร่างกายไปเป็นสารพิษนะครับแล้วก็อาจ จะทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ขึ้นมาได้นะ ครับแล้วก็ไม่ใช่แค่เรื่องของเวโปรตีนนะ ครับเค้ายังพูดเพิ่มขึ้นในเรื่องของ ครีทินีนโดยเขาบอกว่าครีตนินีนินเนี่ย เป็นสิ่งที่มีโปรตีนสูงนะครับซึ่งจริงๆ
2:19 มันไม่ใช่นะเอ่อครีตินีนเป็นสิ่งที่มี โปรตีนสูงคุณกินเข้าไปมันจะไปเปลี่ยนแปลง กัดไมโครไบโอมหรือสังคมแบคทีเรียตัวดีใน ลำไส้ของเราแล้วก็นำไปสู่โรคต่างๆได้นะ ครับเค้าแนะนำว่าถ้าจะกินเนี่ยควรจะกิน อาหารปกตินะครับโปรตีนควรจะได้จากอาหาร ปกติให้หลีกเลี่ยงเนื้อแดงนะครับถ้าเกิด กินเนื้อแดงก็กินได้แต่อย่าบ่อยเช่นกิน แค่อาทิตย์ละ 1 ครั้งนะครับระหว่างนั้น เนี่ยเนี่ยคุณอาจจะไปกินโปรตีนจากแหล่ง อื่นนะครับเพื่อให้สุขภาพในลำไส้ของเรา มันดีนะครับเาบอกว่าคุณไม่จำเป็นจะต้อง กินนะครับคือนคือกินเฉพาะพืชผักอย่าง เดียวเลยไม่กินอะไรที่เป็นผลิตภัณฑ์จาก สัตว์เ้าบอกว่าคุณไม่ต้องขนาดนั้นถ้าจะ กินให้ปลอดภัยเนี่ยเขาก็แนะนำว่ากิน โปรตีนจากพืชเป็นหลักนะครับแต่ว่าสามารถ
3:04 ที่จะกินไก่กินปลาพวกนี้ได้ด้วยนะครับให้ เลี่ยงเนื้อแดงไปเท่านั้นเองถ้าจะกิน เนื้อแดงก็อาทิตย์ละ 1 ครั้งนะครับนั่น คือคำแนะนำของเขานะนอกเหนือจากนี้เขายัง แนะนำไปอีกว่าผงผักต่างๆนะครับผงไฟเบอร์ นะฮอะไรที่เป็นผงเนี่ยมันไม่ดีต่อลำไส้ ของเราแล้วก่อให้เกิดการอักเสบนะครับสุด ท้ายนำไปสู่เรื่องของ disbellsis หรือ สังคมแบคทีเรียที่ผิดปกติแล้วก็นำไปสู่ โรคมะเร็งและโรคอักเสบอื่นๆอ่าอันนี้คือ สิ่งที่เขากล่าวเราจะขอมาอธิบายกันเป็น ประเด็นเลยนะครับขอเริ่มต้นด้วยเโปรตีน ก่อนนะครับเโปรตีนเนี่ยต้องบอกอย่างี้ ครับว่ามีคนเคยคิดมาก่อนหน้านี้แล้วว่า มันอาจจะเกี่ยวข้องกับมะเร็งลำไส้แต่ความ คิดคุณคิดได้ครับคุณต้องพิสูจน์ด้วยนะ
3:52 ครับทีนี้พิสูจน์เค้าทำอะไรนะครับมีการ ศึกษาแบบ metaanalysis นะครับเรียบร้อย แล้วนะฮะคือในงานศึกษาเผมจะแปะลิงก์ให้ ทุกคนไปอ่านด้วยนะครับการศึกษานี้ทำมาโดย การรวบรวมการศึกษาใหญ่ๆทั้งหมดประมาณสซัก 21 การศึกษามีผู้เข้าร่วม 8,100 กว่าคน นะครับเเจอว่าไม่ว่าคุณจะบริโภคโปรตีนสูง หรือโปรตีนต่ำมันไม่ได้ทำให้เกิดโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่ขึ้นมาเลยแม้แต่น้อยมัน ไม่มีความแตกต่างกันและไม่เพียงแค่นั้น ครับแหล่งโปรตีน ไม่ว่าจะเป็นจากสัตว์หรือจากพืชก็ไม่ต่าง กันในเรื่องของการเกิดมะเร็งลำไส้นะครับ อันเนี้ยมีการวิจัยจากตัวเวโปรตีนด้วยนะ
4:38 ครับก็ไม่เจอว่ามันทำให้เกิดปัญหาทีนี้ เขาก็ไปเจอสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่ ดร. Kinos พูดก็คือในเวโปรตีนเนี่ยมันจะ มีสารอย่างหนึ่งเรียกว่าแลฟerินนะครับ แลคโตเฟerินเนี่ยกลับกลายเป็นผลดีต่อกัด ไมโครไบโอมลดการอักเสบนะครับแล้วก็ลด โอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เสียด้วยนะ ฮะถึงแม้ว่าการศึกษาอันนี้เนี่ยอาจจะเป็น การศึกษาที่ไม่ได้ใหญ่มากมายนะครับแต่ว่า มันมีหลายการศึกษาที่พูดเป็นทำนองเดียว กันว่าถ้าคุณได้เวโปรตีนโอกาสในการเกิด โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ของคุณเนี่ยเนี่ยมัน ไม่ได้เพิ่มขึ้นจากการศึกษาแบบจำนวนคน เยอะๆนะครับแถมมันยังมีกระบวนการบางอย่าง ที่อาจจะลดโอกาสการเกิดการอักเสบแล้วก็ลด
5:25 โอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่เสียด้วยนะ ครับอย่างไรก็ตามสิ่งที่เราต้องเข้าใจต่อ ไปก็คือเวโปรตีนเดี๋ยวเนี้ยมันอาจจะไม่ ได้มีแค่โปรตีนผงอย่างเดียวแต่สิ่งที่อาจ จะเป็นอันตรายในเวย์โปรตีนนะครับคือถ้า มันมีการปนเปื้อนนะครับเช่นมีการปนเปื้อน โลหะหนักนะครับไม่ว่าจะเป็นตะกั่วปลอด แคทเมียมหรืออื่นๆปนเปื้อนเรื่องของอ่ายา ฆ่าวัชพืชยาข้าวแมลงนะครับพวกเนี้ยถือว่า เป็นสิ่งที่ก่อมะเร็งได้นะครับถ้าเรากิน เข้าไปเป็นปริมาณมากนะครับและอีกอย่างนึง คือ ultra process นะครับ ultra process way คืออะไรนะครับคือเโปรตีนโดยทั่วไป เนี่ยมันจะไม่มีรสชาติอะไรเลยนะครับมันจะ
6:12 จืดๆนี่แหละนะครับแต่การแต่งสีแต่งกลิ่น แต่งรสชาตินะครับนั่นก็คือกระบวนการที่ เรียกว่า Ultra Process คือมีการเติม อะไรเข้าไปนะครับซึ่งหนึ่งในนั้นเนี่ยก็ คือน้ำตาลและรสชาติสิ่งพวกนี้นี่แหละครับ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสังคมแบคทีเรียในลำ ไส้เราได้นะครับแล้วก็อาจจะทำให้เกิดโรค มะเร็งหรือโรคการอักเสบต่างๆตามมาได้ดัง นั้นถ้าโดยเนื้อแท้จริงๆเนี่ยจากข้อมูล ที่มีในงานวิจัยทั้งหมดที่ผมไปหามานะครับ เวโปรตีนเนี่ยไม่ได้ทำให้คุณเป็นโรค มะเร็งลำไส้ใหญ่หรือทวันหนักเพิ่มมากขึ้น แต่อย่างใดไม่ได้ก่อให้เกิดการอักเสบแล้ว แถมอาจจะเป็นผลดีต่อเรื่องของกัด ไมโครไบโอมด้วยและมันยังเพิ่มพวก แบคทีเรียตัวดีให้กับลำไส้เรานะครับเช่น
7:01 กลุ่มอ่าบิฟidโดคทีเรียมแลคโตบซีัสพวก เนี้ยสามารถเพิ่มขึ้นได้ด้วยนะครับซึ่ง เป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกายเรานะแต่คุณจะ ต้องมีการตรวจสอบเวโปรตีนชนิดนั้นให้ดี โดยดูว่ามันมีหน่วยงานอิสระอะไรมั้มาตรวจ สอบเวโปรตีนนั้นเพื่อให้ได้คุณภาพไม่มี สิ่งที่มันปนเปื้อนอะไรแล้วถ้าให้เลือกก็ เลือกโปรตีนชนิดที่ไม่มีรสจะดีที่สุด เพราะมันไม่มีการกระบวนการพิเศษอะไรที่จะ ไปเปลี่ยนแปลงให้มันมีปัญหานะครับการแต่ง สีแต่งกลิ่นแต่งรสอะไรพวกเนี้ยก็ถ้า เลี่ยงไปได้จะดีที่สุดนะครับนี่คือเรื่อง ของเโปรตีนนะฮะทีนี้ดร. Kinr ก็ยังพูดถึง เรื่องของโปรตีนผงอย่างอื่นนะครับไม่ว่า จะเป็นผงไฟเบอร์ผงผักอ่าผงโปรตีนจากพืชนะ
7:48 ครับเขาบอกว่ามันไม่ดีมันจะก่อให้เกิดการ อักเสบของร่างกายซึ่งตรงนี้ต้องบอกเลย ครับว่าไม่จริงนะครับไม่มีความจริงเลยถ้า คุณเอาตัวโปรตีนของมันล้วนๆนะพวกผงพวก เนี้ยไม่มีความเกี่ยวข้องนะครับแล้ว ไฟเบอร์กากใยที่มันเป็นผงเนี่ยนะครับจริง ๆมันดีต่อลำไส้เราด้วยเพราะอะไรรู้มั้ฮะ มันคือสารกลุ่มที่เรียกว่าพรีไบโอติกครับ พีไบโอติกก็คืออาหารของแบคทีเรียตัวดีที่ อยู่ในลำไส้เรานั่นแหละนะครับการที่คุณ ให้อาหารก็จะทำให้แบคทีเรียตัวดีในลำไส้ ของเราเนี่ยมันเจริญเติบโตแล้วทำหน้าที่ ได้ดีนะครับพวกนี้มันจะสามารถสร้างสารที่ มีประโยชน์ให้กับร่างกายเราก็คือสารกลุ่ม ที่เรียกว่าโพสไบโอติกนะครับอ่าตรงนี้อาจ จะงงนิดนึงซึ่งผมเคยทำคลิปเรื่อง พรีไบโอติกกับโปรไบโติกไปแล้วนะครับ
8:35 พรีไบโอติกคืออาหารของโปรไบบติก โปรไบโอติกก็คือแบคทีเรียที่อยู่ในลำไส้ นะครับกจจะเป็นแบคทีเรียตัวดีหรือ แบคทีเรียตัวร้ายมันก็ต้องไปต่อสู้กันเอง นะครับแบคทีเรียตัวดีโปรไบโอติกเนี่ยจะ สร้างสารที่มีประโยชน์ให้กับร่างกายเรา เรียกว่าโพสไบโอติกซึ่งมีสารหลากหลายชนิด วันนี้จะไม่ขอลงรายละเอียดแล้วกันนะ ครับงั้นอันเนี้ยก็คือถ้าเกิดคุณกิน ไฟเบอร์ที่คุณดูแน่ๆว่ามันมีการตรวจสอบ ชัดเจนนะครับไม่มีสารปนเปื้อนมันกลับกลาย เป็นสิ่งดีต่อร่างกายแต่คุณต้องดื่มน้ำ เข้าไปเยอะๆนะครับมิฉะนั้นอาจจะเกิดอาการ ท้องผูกลำไส้อุดตันได้ผมเคยทำเรื่องไอ้ ตัวไฟเบอร์พวกนี้ไปแล้วนะครับอยู่ใน เรื่องของไซiมนะครับก็ถ้าใครจำไม่ได้ก็ ลองย้อนกลับไปฟังคลิปนั้นดูนะครับก็เล่า
9:21 รายละเอียดไว้หมดแล้วนะฮะผงผักผมก็เคยทำ คลิปไปแล้วเช่นกันถ้าทำอย่างได้มาตรฐานนะ ครับมันก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรอย่างที่ กล่าวแล้วก็ต้องกังวลแต่อย่างใดนะครับอ่ะ ต่อมาเรื่องของโปรตีนนะครับถามว่าเฮ้ย แล้วจะกินเท่าไหร่กินยังไงกินอะไรแบบไหน ดีนะครับข้อแรกนะครับขอเริ่มจากคำแนะนำ ที่ดร. Kin loss พูดว่าเนื้อแดงเนี่ยเรา ควรจะหลีกเลี่ยงมันเข้าไปนะครับอ่ะอันนี้ แน่นอนคงจะไม่ถูกใจสายคาร์นิวอเป็นอย่าง ยิ่งนะครับบางคนเนี่ยเป็นคาร์นวอเคตคือ กินแต่เนื้ออย่างเดียวอย่างอื่นไม่เอาเลย นะครับเพราะว่าเขาเชื่อว่ามันจะช่วยทำให้ ร่างกายของเขาเนี่ยแข็งแรงลดน้ำหนักได้นะ ครับซึ่งกระบวนการในการลดน้ำหนักของการ กินคาร์นวอเอตเนี่ยเพราะว่าในเนื้อนะครับ
10:10 มันจะไม่ค่อยได้มีพลังงานมากเท่ากับการ กินคาร์โบไฮเดรตกินน้ำตาลกินอย่างอื่น เข้าไปนะครับเค้าก็เลยสามารถที่จะลดน้ำ หนักได้เพราะว่าของพวกเนี้ยกินแล้วมัน อิ่มท้องและมีแคลอรี่ต่ำนะครับแต่ก็จะมี ปัญหาอย่างอื่นจะทำให้เกิดความไม่สมดุลใน ด้านการกินนะครับอ่ะแต่ว่าเรื่องของ คารivอ diet ผมเคยทำคลิปไปแล้วอีกเหมือน กันถ้าใครจำไม่ได้ก็ลองย้อนไปดูนะครับราย ละเอียดเล่าไว้ในนั้นหมดแล้วแต่วันนี้ ครับเราต้องมาดูว่าการกินเนื้อแดงเนี่ย มันมีปัญหาอะไรบ้างนะฮะดร.เมื่อกีนบอกว่า การกินเนื้อแดงเนี่ยมันจะมีการสลายกลายไป เป็นสารที่เป็นพิษต่อร่างกายได้นะครับ แล้วก็ทำให้เกิดปัญหาต่างๆคือมะเร็งลำไส้ ผมขอเล่ารายละเอียดไปเลยว่าตกลงมันคือพิษ อะไรกันแน่นะครับต้องบอกว่าอย่างี้ครับ
10:55 การเล่าแค่เนี้ยอาจจะทำให้เข้าใจผิดได้ เนื้อแดงเนี่ยถ้าสลายออกมานะครับสิ่งที่ เราได้แล้วจะเป็นสารก่อเกิดการอักเสบ เนี่ยคือ tmaO นะครับสร้างตัวนี้ขึ้นมา เสร็จปุ๊บเนี่ยเนี่ยตัวสารนี่แหละ TMAO เนี่ยมันจะก่อเกิดการอักเสบในร่างกายและ มีความเกี่ยวโยงกับการเกิดโรคหลอดเลือด ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเรื่องของหลอดเลือดหัว ใจหลอดเลือดสมองหรืออื่นๆนะครับอันนี้คือ สิ่งที่เนื้อแดงมันทำให้เกิดได้แต่ตัว เนื้อแดงเนี่ยถามว่ามันทำให้เกิดมะเร็ง ยังไงนะครับต้องบอกอย่างงี้ครับว่ามัน เกิดจากกระบวนการทำเนื้อแดงเช่นคุณเอาไป ปิ้งไปย่างนะครับถ้ามันดำเนี่ยมันก็จะ เกิดสารพวกกลุ่มอโรมติกไฮโดรคาร์บอนพวก เนี้ยอันเนี้ยจะก่อมะเร็งได้เวลาคุณปิ้ง
11:42 ทอดย่างแล้วมันดำๆไอ้ตรงนี้แหละที่มัน เป็นมะเร็งนะครับหรือถ้ามีการผสมสารเร่ง เนื้อแดงนะครับแล้วเกิดเป็นกลุ่มไนทรพวก เนี้ยนะครับหรือดินประสิวเนี่ยไอ้เนี่ย แหละที่มีปัญหาแต่ถ้าเกิดคุณได้เนื้อแดง ที่ไม่ได้มีปัญหาตรงนี้นะครับแล้วคุณก็ ไม่ได้ไปปิ้งจนกระทั่งมันดำเนี่ยคุณก็ไม่ เป็นไรคุณสามารถกินได้นะครับสามารถกินได้ แต่ถ้ากินแต่เนื้อแดงอย่างเดียวเนี่ยก็ แน่นอนครับท้องผูกนะครับสิ่งหนึ่งซึ่งผม เห็นด้วยกับดร. Kinrost ก็คือการทานอาหาร ให้หลากหลายนะครับไม่ใช่ทานแต่ไอ้นี่ อย่างเดียวนะครับดร.เพินรอที่เค้าเน้นบอก ว่าคุณจะกินโปรตีนที่มาจากพืชเป็นหลักนะ ครับจากสัตว์คือกินได้แต่ไม่ต้องเยอะขนาด นั้นเพราะว่าถ้าการกินจากพืชเนี่ยมันจะ ช่วยลดการอักเสบได้มากกว่าซึ่งมีส่วนจริง
12:28 นะฮะมีส่วนจริงนะครับสุดท้ายเนี่ยคือกิน ให้มันสมดุลดีที่สุดนะครับคุณกินได้ทุก โปรตีนไม่ว่าจากเนื้อแดงจากเนื้อปลาเนื้อ ไก่นะครับแล้วก็กลุ่มอาหารที่มาจากพืชคุณ สามารถกินได้ถ้าเกิดคุณจะกินเสริมเว โปรตีนจะกินโปรตีนผงผักนะครับหรือจะกิน พวกโปรตีนที่มาจากอื่นถั่วอะไรอย่างเงี้ย คุณสามารถกินได้มันไม่ได้มีอันตรายขนาด นั้นงานวิจัยก็มีรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว นะครับมาถึงเรื่องของครีนที่ดร.Kinrอsพูด ดร. Kin ross เนี่ยเดี๋ยวผมขออ่านดูเค้า บอกว่าตัว นี้นะครับคือมันเป็นโปรตีนนะครับคือเค้า บอกว่าไอ้ตัวครีตนี่มันเป็นอ่าสารอาหาร
13:15 ที่มีโปรตีนสูงซึ่งมันไม่ใช่นะครับครีทีน เนี่ยไม่ใช่โปรตีนนะครับเนี่ยเค้าเขียน ไว้เลยนะฮะแต่ครีทีนเนี่ยมันประกอบไปด้วย กรดอะมิโนทั้งหมด 3 อย่างนั่นก็คือตัว อารเจีนีนไกลซีนแล้วก็เมไทโอนีนนะครับโดย ทั่วไปคนจะเข้าใจว่าสิ่งที่เอากรดอะมิโน มาต่อกันนะครับกลายเป็นสายอ่ะเล็กๆมันจะ เรียกว่าเพปไดถ้ามีเพปไทลหลายๆตัวต่อกัน จะเรียกว่าโปรตีนนะครับเค้าก็เลยอาจจะ เข้าใจคลาดเคลื่อนตรงนี้ไปนิดนึงหรือไม่ ฉะนั้นก็พูดแล้วก็คลาดเคลื่อนไปนิดนึงว่า ครีทีนคือโปรตีนแต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ ครับเพราะว่าอะไรรู้มั้ฮะการจะเป็นโปรตีน ได้เนี่ยกรดอะมิโนเหล่านี้เวลามันมาต่อ กันแล้วเนี่ยมันจะต้องมีการสร้างพันธะ เพปไทดแต่ถ้าไม่มีพันธะนี้จะเป็นพันธะ
14:01 ชนิดอื่นจะไม่ใช่เพปไทดแล้วจะไม่ใช่ โปรตีนด้วยครีตินีนเนี่ยไม่ใช่โปรตีนนะ ครับดังนั้นอันเนี้ยไม่ถูกต้องนะครับแล้ว ยังไงต่อครีทีนเ้าบอกว่ามันสามารถเปลี่ยน แปลงไมโครไบโอมในร่างกายเราได้อีกแล้วนะ ครับแล้วก็ก่อให้เกิดการอักเสบกับร่างกาย ได้นะครับอาจจะนำไปสู่โรคมะเร็งต่างๆได้ นะต้องบอกว่าจริงๆแล้วตรงกันข้ามด้วยนะฮะ คือครีเนี่ยไม่ได้ทำให้เกิดโรคมะเร็งแล้ว ก็ไม่ได้ทำให้เกิดภาวะในร่างกายแต่มันอาจ จะเปลี่ยนแปลงกัดไมโครไบโอมหรือแบคทีเรีย ตัวดีในร่างกายของเราได้นะครับอาจจะ เปลี่ยนแปลงได้แต่มีแต่ที่ 2 อีกมัน เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีครับอ่าตรงเแหละ
14:47 ที่หลายคนไม่รู้นะครับสำหรับคนที่ไม่รู้ ว่า creative คืออะไรผมเคยทำคลิปเรื่อง ครีครนไปแล้วนะครับแต่วันเนี้จะมีข้อมูล เพิ่มขึ้นอีกนิดนึงนะครับครีเอทีนโดยทั่ว ไปนะครับร่างกายของเราเนี่ยสร้างได้อยู่ แล้วประมาณสัก 1-2 กรัมวันต่อวันนะครับ แต่ถ้าเราไปกินอาหารมาเนี่ยมันจะได้มาจาก สัตว์เป็นหลักนะครับครีทีนเนี่ยมาจาก สัตว์ถ้าคุณกินเลยเนี่ยคุณจะมีปริมาณ ครีทีนในร่างกายที่น้อยกว่าคนทั่วไปที่ ไม่ได้กินนะครับครีทีนเนี่ยมันมีความ สำคัญตรงที่ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของกล้าม เนื้อนะครับทำให้กล้ามเนื้อของเราดูฟูมี กำลังแข็งแรงนะครับไม่ฝ่อนะครับแต่มันยัง มีความสำคัญอีกอย่างนึงก็คือความสำคัญต่อ ความจำและสมองครับแล้วถ้าเกิดคนที่เล่น กล้ามเนี่ยก็คงจะทราบดีว่าถ้าเรากิน
15:34 ครีทีนเข้าไปในร่างกายเนี่ยมันจะทำให้เรา เนี่ยมีกำลังเพิ่มมากขึ้นมันไม่ทำให้ กล้ามใหญ่ขึ้นนะแต่มันทำให้มีกำลังในการ ออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้นแล้วกำลังในการ ออกกำลังกายเนี่ยก็จะนำไปสู่การพัฒนา กล้ามเนื้อได้ดีมากกว่าคนที่ไม่กินนะครับ ตรงนี้เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับครีเอทีน นะฮะแล้วครีทีนตัวนี้เวลาที่คุณกินเข้าไป นะครับมันก็มีอีกอย่างนึงซึ่งเกี่ยวข้อง นะครับถ้ากินเพื่อกล้ามเนื้อเราจะได้ยิน เอ้อกิน 5 กรัมต่อวันอ่าใช้ได้แล้วมีอาจ จะมีโหลดิ้งก็คือกินเข้าไปช่วงแรก 20 กรัมต่อวันสัก 2-3 วันแล้วหลังจากนั้นก็ เป็น 5 กรัมต่อวันต่อเนื่องอ่ะอย่างงั้น ก็มีคนทำเหมือนกันนะครับแต่ต้องบอกว่ามัน จะมีคนบางคนที่กินครีทีนเข้าไปก็ไม่ได้ รู้สึกว่าแรงมันเยอะขึ้นเพราะว่าร่างกาย ของเขา้าอ่ะมีพันธุกรรมบางอย่างที่ทำให้
16:21 ครีตนในร่างกายมันเต็ม 100% อยู่แล้วคุณ กินเข้าไปเพิ่มมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรนะครับ แต่มันมีการศึกษาตอนหลังๆเริ่มออกมาแล้ว ครับว่าถ้าเกิดคุณกินครีทีนแทนที่จะ 5 กรัมนะคุณกิน 10 กรัม คุณไม่ได้ได้ประโยชน์ในด้านกล้ามเนื้อ เพิ่มมากขึ้นแต่คุณจะได้ประโยชน์ทางด้าน ของความจำความคิดความอ่านเพิ่มมากขึ้นข้อ มูลตรงเนี้ยยังเป็นข้อมูลที่น้อยอยู่แล้ว ก็เพิ่งเริ่มจะออกมานะครับแต่ว่ามันอาจจะ เป็นผลดีก็ได้นะครับคำถามก็คือ ถ้าเกิดคุณจะไปกิน 10 กรัมเนี่ยมันมีผล เสียอะไรมยเพราะถ้าไม่มีผลเสียมันก็ไม่มี อะไรเสียหายที่ลองไม่ได้ถูกมั้ยครับต้อง บอกครับครีเนี่ยแทบไม่มีผลเสียอะไรเลยจะ มีแค่บางคนกินเข้าไปแล้วท้องอืดเท่านั้น เองก็ต้องลดปริมาณลงมานะครับส่วนบางคนจะ
17:08 กินแล้วรู้สึกตัวบวมๆนะครับเพราะว่า ครีทีนเนี่ยเวลามันเข้าไปในร่างกายมัน เข้าไปที่กล้ามเนื้อแล้วมันจะดึงน้ำเข้า ไปในร่างกายนะครับดึงเข้าไปในกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อมันดูป่องดูฟูขึ้นนะครับ มันไม่ได้กล้ามใหญ่นะมันเป็นกล้ามที่มี น้ำอัดอยู่ในนั้นนั่นแหละนะครับทำให้มัน ดูพองขึ้นมานิดนึงบางคนก็ไม่ชอบนะครับผู้ หญิงบางคนรู้สึกไม่ชอบให้มันกล้ามป่องๆ เงี้ยก็อาจจะไม่ไม่อยากกินก็ได้นะครับ นั่นคือข้อเสียเพียงอย่างเดียวของครีทีน นะงั้นแปลว่าถ้าคุณจะกินครีทีเนี่ยคุณกิน ได้นะครับคุณกินได้เพียงแต่ว่าคุณจะต้อง ไปตรวจสอบด้วยว่ายี่ห้อไหนมันมีใครมาดูมย ว่ามันมีสารปนเปื้อนมีโลหะหนักมั้ยมียา ฆ่าแมลงยาฆ่าวัพืชปนอยู่ในนั้นมั้ยนะครับ แล้วมันเป็น ultra process มั้ยมันมีน้ำ ตาลมีอะไรมั้ยแต่ส่วนใหญ่ครีเนี่ยมันไม่ ค่อยมีการเติมน้ำตาลอะไรเข้าไปเท่าไหร่นะ
17:55 ครับเออแล้วก็เรื่องราวของการเลือกครีทีน ผมก็เคยพูดไปในคลิปเรียบร้อยแล้วถ้าใคร กีนกินครีครทีนนะครับปัจจุบันก็ยังกินได้ อยู่นะกินได้ไม่มีการแนะนำว่าคุณควรจะกิน ไปอะไรยังไงเท่าไหร่นะครับแต่สำหรับสาย ที่เค้าติดตามงานวิจัยจริงๆแล้วก็กิน เพื่อร่างกายของตัวเองเนี่ยเค้าก็จะกิน ทุกวันนะครับแล้วเดี๋ยวนี้มีคนกินไปถึง 10 กว่ากรัมด้วยซ้ำไปนะครับถ้าจะกินสำหรับผม นะผมมองว่า 10 กรัมเนี่ยยังพอมีข้อมูล สนับสนุนถ้ามากกว่านั้นเนี่ยยังไม่มีข้อ มูลสนับสนุนถ้าคุณกินเยอะเกินไปนอกเหนือ จากมันอาจจะไม่ได้ประโยชน์มันอาจจะเปลือง ตังค์ของคุณเองก็ได้นะครับแล้วก็เราไม่ รู้ว่ามันจะมีอะไรอย่างอื่นอีกที่จะโผล่ มาในอนาคตหรือไม่นะครับถ้าจะกินก็ 5-10 กรัมแล้วกันนะครับแต่ถ้าคุณจะไม่กินไม่ เป็นไรถ้าคุณจะกินจริงๆแนะนำอย่างนึง
18:41 สังเกตร่างกายตัวเองว่าคุณกินขนาดนั้นน่ะ ต่อเนื่องกันสักเดือน 2 เดือนแล้วคุณเกิด อะไรขึ้นมั้ยมันต่างกว่าเดิมมั้ยถ้ากินไป แล้ว 10 เอ่อกินไปแบบอ่า 1 เดือน 2 เดือน ไม่เห็นต่างจากเดิมเลยคุณหยุดกินเลยครับ มันแปลว่าไม่ได้ประโยชน์สำหรับคุณแต่ถ้า เกิดคุณกินแล้วเฮ้ยแข็งแข็งแรงความคิด ความอ่านดีคุณกินต่อไปครับนะข้อเสียอย่าง นึงซึ่งคุณจะต้องเจอก็คือเวลาไปตรวจค่าไต ค่าครีเอทีนีนมันจะสูงนะครับแต่มันจะเป็น การสูงเทียมไม่ได้แปลว่าไตคุณเสื่อมใน กรณีแบบนั้นคุณไม่ต้องหยุดครีนนะครับถ้า จะตรวจไตเนี่ยคุณไปตรวจตัวนึงชื่อว่า ซิสตtin C นะฮะค่าซิสติน C เนี่ยมันจะ แม่นกว่าเวลาที่คุณไปตรวจโดยเฉพาะถ้าคุณ กินครีทีนอยู่นะครับอ่ามันจะเป็นตัวที่ดู
19:28 เรื่องของการทำงานของไตได้ดีกว่า ครีเอทีนีนีนในกรณีที่คุณกินครีเอทีนเข้า ไปในร่างกายนะครับอ่าตรงนี้ผมก็หวังว่า ความรู้ในวันเนี้ยน่าจะทำให้หลายๆคนเข้า ใจกันมากขึ้นนะครับดังนั้นโดยสรุปนะครับ เวโปรตีนยังไม่มีหลักฐานว่ามันสามารถ เพิ่มโอกาสในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่หรือ มะเร็งทวารหนักได้แล้วในทางทฤษฎีมีโอกาส เกิดได้แต่ต้องเกิดจากการที่มีสารปน เปื้อนหรือเป็น ultra process เท่านั้น นะครับถ้าเป็น way จริงๆไม่มีปัญหาตรงนี้ แล้วแถมอาจจะมีประโยชน์เพราะมันมี แลคโตเฟerินทำให้เรื่องของกัดไมโครไบโอม ของเราเนี่ยเติบโตมาในทางที่ดีด้วยเ โปรตีนจึงไม่มีปัญหาแต่ถ้าคุณจะกินควรจะ กินภาษาทางอังกฤษนะเราจะเรียกว่า
20:15 inmoderation นะครับกินพอประมาณนะครับ ไม่ใช่ผมบอกว่าโอ๊ยมันดีอย่างงั้นก็กินไป แบบทั้งวันเลยวันละ 10 แก้วอันนี้ก็ไม่ดี มันเยอะเกินไปนะครับคุณจะกินแค่วันละแก้ว 2 แก้วก็พอแล้วนะครับขึ้นอยู่กับขนาด ร่างกายกล้ามเนื้อของคุณนะครับแค่นั้นเลย นะฮะถ้าจะให้ดีเป็นไปได้คุณกินโปรตีนจาก ธรรมชาติครับตรงนี้เห็นด้วยกับดร. Kin ros นะครับกินโปรตีนจากธรรมชาติกินให้ หลากหลายแต่ถ้าถามผมนะคุณจะควรจะกินเนื้อ ด้วยนะครับคุณอาจจะไม่ชอบเนื้อแดงเพราะ กลัวการอักเสบคุณไปกินไก่ไปกินปลาแทนอัน นี้ก็แทนได้นะครับแทนได้ไม่มีปัญหาเลยนะ ฮะแต่ถ้าเกิดคุณชอบกินเนื้อแดงคุณก็กิน ได้เหมือนกันนะครับก็เลือกเนื้อให้มันดีๆ แล้วก็อย่าไปปรุงมันเยอะแยะอย่าไปปิ้งไป ย่างจนกระทั่งมันดำทุกครั้งนะครับถ้าดำ นานๆทีไม่เป็นไรนะครับแต่ถ้าดำทุกทีทุก มื้ออะไรเงี้ยอ่าอันนั้นก็เยอะเกินไปนะ
21:02 ครับโปรตีนจากพืชดีมั้ยดีครับก็กินให้มัน หลากหลายตรงนี้ช่วยได้นะฮะส่วนครีทีน กินได้ครับมันไม่ได้มีปัญหาอะไรนะฮะอาหาร ผงธรรมดากินได้ครับแต่พวกผงทั้งหมดเนี่ย ไม่ว่าจะเป็นผงผักผงไฟเบอร์โปรตีนจากพืช โปรตีนจากสัตว์เวโปรตีนเคซีนหรืออะไรก็ แล้วแต่ถ้าถามผมนะคุณควรจะกินอาหารปกติ ให้สมดุลเต็มที่ก่อนแล้วตรงไหนที่มันขาด เอาของพวกนี้เสริมเข้าไปเช่นสมมุติคุณกิน เอ่อโปรตีนจากพืชจากสัตว์จากไก่จากอะไร เงี้ยรวมๆแล้ววันนึง ได้เยอะแล้ววันนั้นคุณอาจจะไม่ต้องกินเว โปรตีนก็ได้นะครับแต่ถ้าเกิดคุณกินแล้ว มันไม่ถึงเออนั้นค่อยกินเสริมเข้าไปนะ ครับอ่าเราต้องเป็นแบบนี้อาหารเสริมมีไว้ เสริมนะครับไม่ใช่เป็นอาหารหลักของเราเว
21:48 โปรตีนไม่ใช่อาหารหลักของเราแต่มันเป็น อาหารเสริมเข้าไปกับอาหารที่เรากินแล้ว แล้วมันไม่ถึงคุณถึงกินเสริมเข้าไปนะครับ โอเควันนี้ผมก็เล่าให้ฟังเพียงเท่านี้นะ ครับยังไงเรื่องของงานวิจัยต่างๆหลักฐาน ต่างๆทางการแพทย์ที่พูดในวันเนี้ยผมก็จะ แปะลิงก์ให้ทุกคนสามารถตามไปอ่านได้ด้วย ตัวเองใน description นะครับโอเควันนี้ เท่านี้นะครับขอบคุณมากครับสวัสดี