0:00 ก็สวัสดีครับในเนื้อหาในวันนี้นะครับเรา จะมาพูดถึงแนวคิดและทฤษฎีการจัดการองค์ การนะครับก่อนอื่นเลยนะครับเราจะมาพูดถึง ระดับของการจัดการกันเลยนะครับสำหรับ ระดับของการจัดการนะครับเราแบ่งหลักๆนะ ครับออกมาเป็น 3 ระดับนะครับก็คือระดับ แรกนะครับก็คือจะเป็นในส่วนของการจัดการ ระดับสูงนะครับการจัดการระดับสูงเนี่ยจะ หมายถึงประธานกรรมการนะครับหรือว่าหัว หน้าและระดับบริหารนะครับหรือว่า CEO นะ ฮะลักษณะเดี๋ยวนี้นะครับผู้บริหารระดับ สูงเนี่ยจะมีหน้าที่นะครับที่กำหนด วัตถุประสงค์ของธุรกิจโดยคิดรูปแบบการทำ งานนะครับเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับอาจจะรวมถึงการจัดสรร ทรัพยากรของธุรกิจเพื่อให้การปฏิบัติงาน
0:47 เนี่ยมุ่งสู่ผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ ตั้งไว้นะครับ คะอันที่สองเนี่ยนะครับก็คือจะเป็นการจัด การระดับกลางฮะการจัดการระดับกลางเนี่ยก็ จะหมายถึงการอาบผู้ปฏิบัติงานในลักษณะของ ระดับหัวหน้าครับอย่างเช่นหัวหน้าฝ่าย ผลิตหัวหน้าฝ่ายการตลาดกว่าหน้าฝ่ายบัญชี หัวหน้าฝ่ายบุคคลนะครับทั้งนี้ทั้งนั้น ครับผู้บริหารระดับนี้เนี่ยก็จะทำหน้าที่ พัฒนาวัตถุประสงค์ของฝ่ายที่ตนดูแลอยู่ และปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ขององค์ การทั้งนี้ทั้งนั้นครับก็จะรับคำสั่งมา จากระดับสูงอีกทีนึงแล้วก็จะไปถ่ายทอดให้ ระดับล่างหรือว่าระดับปฏิบัติการให้ ปฏิบัติงานตามนโยบายนั้นเองนะฮะ ระดับสุดท้ายนะครับเป็นการจัดการในลักษณะ
1:35 ของปฏิบัติงานครับถ้าเป็นปฏิบัติงานเนี่ย ก็จะไปถึงหัวหน้าแผนกนะครับที่ต้องดูแล พนักงานในแผนกให้ทำงานตามที่รับผิดชอบตาม บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบเพื่อผลิต สินค้าและบริการให้กับลูกค้านั่นเองนะ ครับ มีแนวคิดของการจัดการองค์การนะครับเรา แบ่งออกมาเป็น 3 แนวคิดหลักๆนะครับก็คือ แนวคิดแรกนะครับก็จะเป็นมุมมองของการจัด การองค์การแบบคลาสสิคนะครับอันนี้สอง เนี่ยนะครับก็จะเป็นมุมมองการจัดการองค์ การเชิงพฤติกรรมและอันสุดท้ายครับก็จะ เป็นแนวคิดการจัดการองค์การเชิงระบบนะ ครับเดี๋ยวเรามาไล่ดูครับว่าในแต่ละอัน เนี่ยนะครับมันจะมีทฤษฎีอะไรที่เกี่ยว ข้องบ้างนะครับอ่าเดี๋ยวเรามาดูมองแรกกัน
2:20 ก่อนเลยนะครับผมมองแรกนะครับเป็นมุมมอง การจัดการองค์การแบบคลาสสิคนะครับทฤษฎี โครงการเเบบ Classic นะครับจะมุ่งเน้น โครงสร้างองค์การเป้าหมายอำนาจบทบาทและ ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยงานย่อยในองค์ การโดยกระบวนการทำงานก็คือเป็นลักษณะของ ความพยายามหาหลักเกณฑ์และวิธีการที่จะ มุ่งการบริหารที่มีประสิทธิภาพนั้นก็คือ ในส่วนของการหาในส่วนของผลผลิตที่สูงที่ สุดนะครับอันนี้ทั้งนั้นเนี่ยนะครับอ่ะ น้ำหนักของหมอลักษณะนี้ก็จะแบ่งแนวคิดของ การบริหารจัดการออกมาเป็น 3 กลุ่มแนวคิด หลักๆนะครับแนวคิดแรกเนี่ยนะครับก็จะเป็น ในลักษณะของการจัดการแบบวิทยาศาสตร์นั้น เองนะครับโดยที่ผู้ที่นำเสนอลักษณะของการ
3:07 นำเรียกสาดมาใช้ในการศึกษานะครับก็คือ เป็นเด็ก Taylor นะครับซึ่งถือได้ว่าเป็น บิดาของวิทยาการจัดการเลยทีเดียวนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยจะได้หลีก Taylor นะ ครับได้กล่าวไว้ว่าการบริหารนะครับควรจะ เน้นผลของการปฏิบัติงานและใช้ข้อมูลทาง วิทยาศาสตร์มาวิเคราะห์เพื่อหาทางเลือก ที่ดีที่สุดในการบริหารงานนะครับทั้งนี้ ทั้งนั้นเนี่ยก็ควรจะนึกถึงในส่วนของอ่า เวลาทรัพยากรแล้วก็แรงงานที่ใช้นะครับให้ ได้น้อยที่สุดแล้วก็ได้ผลตอบแทนที่มากที่ สุดนะครับทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยเราเรียก ตัวนี้นะครับว่าประสิทธิภาพนั่นเองนะครับ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีการทำงานนะครับที่ค้น หาลักษณะของการทำงานที่ดีที่สุดเพียงวิธี เดียวนะครับอ่ะมีลักษณะของอ่า
3:52 การจัดการแบบนี้นะสาดนะครับก็จะประกอบไป ด้วยดังนี้นะครับก็คืออันแรกเลยครับความ รู้ความเชี่ยวชาญแบบเฉพาะด้านนะครับ ลักษณะตัวนี้นะครับก็คือจะเป็นการแบ่งงาน กันทำนะครับตามความถนัดโดยที่เน้นใน เรื่องของความชำนาญเป็นหลักนะครับซึ่ง ซึ่งถ้ามีทั้งนั้นนะครับผลงานที่ออกมาได้ เนี่ยนะครับก็จะเป็นการทำงานของกลุ่มคนนะ ครับไม่ใช่เป็นผลงานของใครคนใดคนนึงนะ ครับแต่ลักษณะแบบนี้นะครับก็คือเขาจะแบ่ง งานอ่าตามความสามารถเฉพาะด้านนะครับเพื่อ ให้ผลผลิตที่ผลิตออกมาได้นะครับมีจำนวน มากนะครับ อันที่สองนะครับเป็นวิธีการนะครับที่ค้น หาวิธีการทำงานที่ดีที่สุดเพียงวิธีเดียว นะครับเนื่องจากว่าลักษณะของการศึกษาตัว นี้นะครับมันเป็นการศึกษาทั้งการปฏิบัติ
4:38 งานนะครับท่าทางการเคลื่อนไหวและเวลาที่ ใช้ในการทำงานซึ่งตรงนี้นะครับเราจะเรียก ว่า Time and Motion study นะนั่นเอง นะครับหรือว่าภาษาไทยเนี่ยนะครับก็คือใน ส่วนของการศึกษามีการและก็การเคลื่อนไหว นะครับโดยตัวนี้นะครับก็จะรวบรวมคนงาน ทั้งหลายแหล่นะครับมาทำการฝึกอบรมนะครับ แล้วก็ให้ทุกคนนะครับทำงานทั้งนี้ทั้ง นั้นครับก็จะมีการจับเวลาแล้วก็จะมีการ พิจารณาว่าคนงานที่ทำเนี่ยนะครับมัน สำเร็จมากน้อยขนาดไหนนะครับซึ่งตัวนี้นะ ครับก็จะนำไปเป็นมาตรฐานของการปฏิบัติงาน ในแต่ละประเภทนะครับ หลักการที่ 3 นะครับก็คือจะเป็นในเรื่อง ของระบบของการตอบแทนที่จูงใจนั่นเองนะ ครับลักษณะแบบนี้นะครับก็จะเป็นการกำหนด
5:24 มาตรฐานและการกำหนดการอ่านค่าตอบแทนตาม สัดส่วนของปัจจุบันปริมาณงานในลักษณะของ ผลตอบแทนตามชิ้นนั่นเองนะครับซึ่งตัวนี้ นะครับก็เป็นระบบแรงจูงใจนะครับโดยใช้ ปริมาณงานเนี่ยเป็นโปรวัดการตอบแทนนั่น เองนะฮะทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยตรงนี้นะครับ ก็คือเป็นการบริหารแบบสมเหตุสมผลด้วยนำ ตัวเลขนะครับซึ่งเป็นวิธีการทำเนี่ยสาด เนี่ยมาใช้และตรงนี้นะครับก็มีกล้วยตั้ง แดงจูงใจให้คนงานเนี่ยขยันมากขึ้นซึ่งตรง นี้นะครับอ่ะจากหลักเกณฑ์ทั้ง 3 ข้อเนี่ย มันก็ก็เอามาผลบได้ดังนี้ครับอันแรกเลยนะ ครับก็คือจะเป็นวิธีที่พัฒนาเครื่องมือ และวิธีการที่ดีที่สุดโดยใช้หลักการ วิทยาศาสตร์ อันที่สองเนี่ยนะครับจะต้องมีการสรรหา
6:10 ครับบุคคลเข้าทำงานและมีการฝึกอบรม พนักงานหลับนั้นด้วยนะครับก่อนที่พวกเขา นะครับจะลงมือปฏิบัติงาน 3 ครับมีการแบ่งงานกันทำตามสายงานนะครับ โดยคำนึงถึงความชำนาญเฉพาะด้านนะครับอ่ะ คะอันที่ 4 นะครับอ่ะจะเป็นการจัดสรรคนนะ ครับที่มีอยู่เนี่ยนะครับให้ตรงกับงานนะ ครับน่ะก็คือ put the right Man on the right Job นั่นเองนะครับ หัวข้อที่ 5 นะครับก็คือจะในลักษณะของแรก จริงใจเนี่ยก็คือจะใช้เงินนะครับเป็นแรง จูงใจในการปฏิบัติงานนะครับโดยใช้หลักการ ที่อาจเป็นผลตอบแทนต่อชิ้นนั่นเองนะครับ ใครทำมากก็จะได้ผลตอบแทนมากใครทำน้อยก็จะ ได้ผลตอบแทนน้อยทั้งนี้ทั้งนั้นครับก็จะ
6:56 เพียน่าตามปริมาณงานเป็นหลักนะครับแล้วก็ ข้อสุดท้ายครับก็คือเน้นในเรื่องของการ จัดการที่ยึดกฎระเบียบนั่นเองนะฮะซื้อตัว นี้นะครับเราจะสังเกตนะครับว่าการจัดการ แบบวิทยาศาสตร์นะครับหรือวิธีการจัดการนะ ครับมันมีข้อจำกัดหลายๆประเด็นเลยนะครับ ประเด็นแรกเนี่ยนะครับการแบ่งงานนะครับ น่ะตามความชำนาญเฉพาะด้านนี้นะครับอ่ามัน ทำงานตามโครงสร้างขององค์การก็จริงนะครับ แต่ว่าอันนี้ทางร้านครับการทำงานแบบนี้นะ ครับมันทำงานแบบลักษณะแบบซ้ำซากครับจำเจ ก็ตรงนี้นะครับอ่ะลักษณะแบบนี้มันก็เลยทำ ให้เกิดในเรื่องของการเบื่อหน่ายงานมาก ขึ้นนะครับแล้วก็พูดปฏิบัติงานเนี่ยก็จะ ทำงานแต่ซ้ำๆเขียนโดยที่ไม่มีส่วนร่วมของ การเป็นเจ้าของธุรกิจหรือว่าเป็นในลักษณะ
7:44 ของเจ้าของผลงานที่ได้ทำนะครับ ประเด็นที่สองเนี่ยนะครับก็คือในลักษณะ ของการตอบแทนชิ้นงานนะครับตามจำนวนงานตาม ปฏิบัติงานเนี่ยซึ่งตรงนี้เป็นตุ่มเป็น การตอบแทนเนี่ยเป็นรูปแบบตัวเงินเนี่ยตรง นี้นะครับเป็นการมองคนในลักษณะเป็น เครื่องจักรก็คือบางคนเนี่ยเขาจะมองว่า ที่ CD ตัวนี้นะครับมันไม่มีคุณค่าในตัว เองนะครับไม่คำนึงถึงสภาพจิตใจของมนุษย์ นะครับแล้วก็ไม่คำนึงถึงสภาวะร่างกายของ ผู้บริบัทงานด้วยนะครับซึ่งณจุดนึงเนี่ย นะครับเงินอาจจะไม่ใช่แรงจูงใจในการทำงาน และประเด็นที่สามครับอ่าการจัดการแบบนี้ จะสาดเนี่ยนะครับสามารถนำมาใช้ได้กับผู้ ปฏิบัติงานระดับล่างค่ะนั้นนะครับไม่ สามารถที่จะนำมาใช้กับผู้ปฏิบัติงานระดับ
8:30 สูงและก็ระดับผู้บริหารได้นะครับ อ่ามุมมองของการจัดการองค์การแบบคลาสสิค อันที่ 2 นะครับก็คือจะเป็นแนวคิดแบบระบบ ราชการครับซึ่งตัวนี้นะครับก็เป็นแนวคิด ของนักสังคมวิทยาท่านนึงนะครับชาวเยอรมัน ชื่อว่าแม็กเวเบอร์ครับซึ่งท่านี้นะครับ ถือว่าเป็นบิดาของระบบราชการโดยทีเดียวนะ ฮะซึ่งตัวนี้นะครับอ่าแม็กเวเบอร์นะครับ ได้คิดค้นหลักการอะไรบางอย่างนะครับซึ่ง เป็นลักษณะที่เป็นองค์การในอุดมคติครับ อันนี้ทั้งนั้นครับเน้นในเรื่องของการ บริหารที่เน้นเหตุผลประสิทธิภาพการ ปฏิบัติงานตามกฎระเบียบประกาศวิทยาและยึด หลักอำนาจหน้าที่ตามบทกฎหมายฮะซึ่งอำนาจ
9:15 ตัวนี้นะครับมันก็จะมีการจัดการนะครับอ่า ภายในองค์กรเนี่ยนะครับในลักษณะของ ตำแหน่งในองค์กรมากกว่าส่วนตัวบุคคลใน ตำแหน่งนั้นนะฮะอ่ะอยู่ในระบบราชการนะ ครับเรามีระบบตามนี้ครับก็คือจะมี คุณสมบัติตามนี้นะครับก็คือแรกครับก็คือ มีลักษณะของสายบังคับบัญชาครับในองค์การ นะครับจะต้องมีการบริหารงานภายใต้โครง สร้างองค์การมีการกำหนดตำแหน่งหน้าที่บท บาทอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยการทำ งานตรงนี้นะครับจะเป็นไปตามความรู้ความ สามารถเฉพาะด้านตามสายบังคับบัญชาครับอัน ที่สองนะครับการบริหารงานจะต้องประกอบไป ด้วยบทกฎหมายระเบียบข้อบังคับครับซึ่ง ลักษณะของระบบราชการเนี่ยจะกำหนดกฎ
10:00 ระเบียบและข้อบังคับต่างๆเพื่อควบคุม พฤติกรรมของผู้ปฏิบัติงานรวมทั้งกำหนด วิธีการปฏิบัติงานที่แน่นอนและชัดเจนถ้า มีทั้งนั้นตัวนี้นะครับก็จะเป็นในลักษณะ ของบทที่มีอ่าลายลักษณ์อักษรนะครับเพื่อ ให้ก่อให้เกิดความมีระเบียบวินัยแล้วก็ การปฏิบัติงานเนี่ยจะต้องเป็นไปตามตามคำ สั่งนั้นนะครับนะเป็นตัวนี้นะครับก็ถือ ว่าอ่าเป็นเครื่องมืออันนึงนะครับที่อยู่ ในการควบคุมการทำงานเหมือนกันนะฮะ อันที่ 3 ครับอ่าอันที่ 3 เนี่ยก็คือเป็น อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหน้าที่ตามกฎหมาย เนี่ยผู้ปฏิบัติงานเนี่ยในระบบราชการจะ ต้องมีตำแหน่งหน้าที่ใน 3 นะครับบัญชาที่ ชัดเจนครับโดยอำนาจหน้าที่ตัวนี้จะต้อง
10:46 เป็นอำนาจหน้าที่ที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ ดำรงในตำแหน่งนั้นเป็นอำนาจที่ชอบธรรมมี ผลเฉพาะในตำแหน่งหน้าที่ซึ่งตรงนี้นะครับ อาจจะต้องปฏิบัติงานภายใต้ระบบราชการเท่า นั้นไม่ใช่อำนาจบุคคลที่ติดตัวไปตลอด ชีวิตนะครับ อันนี้ 4 นะครับก็คือเป็นค่าตอบแทนครับ ผู้ที่ทำงานในระบบราชการเนี่ยจะได้ผลตอบ แทนเป็นรายเดือนนะครับคือตัวนี้เราเรียก ว่าเงินเดือนลักษณะของตัวแทนตัวนี้ก็จะ พิจารณาตามลักษณะงานที่ปฏิบัติงานนะฮะอ่ะ อ่าอันนี้ห้าครับในระบบราชการเนี่ยเราใช้ ในลักษณะของระบบคุณธรรมครับซึ่งการบริหาร ในระบบราชการจะยึดในลักษณะของระบบคุณธรรม เป็นหลักครับตั้งแต่ในเรื่องของการสมัคร นะครับการคัดการการสอบคัดเลือกจะต้องเป็น
11:33 ไปตามวุฒิการศึกษาและตำแหน่งงานที่รองรับ ครับเมื่อเข้าทำงานแล้วนะครับการปฏิบัติ งานเนี่ยก็จะเป็นไปตามความจริงและความ ยุติธรรมนะครับไม่ใช้ในส่วนของความรู้สึก หรือว่าอ่าความพึงพอใจส่วนตัวนะครับเข้า มาเกี่ยวข้องในการพิจารณาผลการปฏิบัติงาน นะฮะทั้งนี้ทั้งนั้นครับในลักษณะของระบบ คุณธรรมเนี่ยนะครับก็จะต้องให้ผู้ปฏิบัติ งานเนี่ยเข้ารับการฝึกอบรมเพื่อเพิ่ม ทักษะในการทำงานมากขึ้น คะอันที่สี่ครับถ้าเป็นระบบราชการเนี่ย อันสุดท้ายเลยก็จะเป็นความมั่นคงในอาชีพ ครับผู้ปฏิบัติงานในระบบราชการจะสามารถ ยึดอาชีพราชการไปตลอดชีวิตโดยที่ไม่ถูก ไล่ออกครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับหากผู้นั้น นะครับไม่ทำอ่าไม่ปฏิบัติงานผิดระเบียบ
12:20 วินัยนะครับของราชการหรือรับสินบนหรือ ปฏิบัติงานไม่ชอบผิดกฎหมายในส่วนของอัน ที่สามนะครับขอมุมมองการจัดการองค์การ เเบบ Classic เนี่ยนะครับอ่าเป็นในเรื่อง ของหลักการการบริหารนะครับรายการการ บริหารเนี่ยนะครับเป็นแนวคิดในการวางหลัก เกณฑ์ในการบริหารเพื่อควบคุมให้ผู้ ปฏิบัติงานทุกระดับทำตามกฎเกณฑ์ที่วางไว้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นนะครับผมจะยกตัวอย่าง นะครับอ่าผู้ที่มีอิทธิพลทางด้านตัวนี้นะ ครับมาสองท่านด้วยกันนะครับก็คือขั้นแรก ครับก็คือ and Harry for Yo ครับ แฮร์รี่ for Yo เนี่ยนะครับเป็นผู้บุก เบิกหลักการการจัดการที่เน้นการบริหารงาน ภาคเอกชนนะครับโดยเขาเชื่อว่าแนวคิดการ
13:05 จัดการที่นำเสนอสามารถจะใช้ได้เป็นสากล เลยสำหรับทุกองค์การนะครับซึ่งตัวนี้นะ ครับเขาเรียกตรงนี้ว่าหลักการจัดการนั่น เองนะครับซึ่งการหลักการจัดการของลิฟท์ ออยโอเนี่ยนะครับประกอบไปด้วย 6 ประการ หลักๆนะครับก็คืออันแรกครับเป็นกิจกรรม ทางด้านเทคนิคครับอ่าตัวนี้นะครับก็จะ เน้นในเรื่องของเทคนิคของเครื่องจากใน เรื่องของการผลิตสินค้านะฮะอันที่ 2 ครับ เป็นกิจกรรมทางการชนิดกับก็คือเน้นใน เรื่องของกิจกรรมการซื้อมาขายไปการแลก เปลี่ยนนะฮะอ่ะคะอันที่ 3 ครับก็คือเป็น ในเรื่องของกิจกรรมทางการเงินครับก็คือจะ เน้นในเรื่องของการจัดสรรเงินทุนนะครับ
13:51 การสำรองเงินในเรื่องของการวางแผนเงิน มีกิจกรรมที่ 4 ครับเป็นในเรื่องของ กิจกรรมทางด้านการบัญชีครับก็คือจะเน้นใน เรื่องของบัญชีรายรับรายจ่ายของกิจการ เพื่อควบคุมก็ประมาณนั้นเอง อันนี้ห้าครับเป็นในเรื่องของกิจกรรมทาง ด้านความปลอดภัยครับซึ่งตัวนี้จะเน้นใน เรื่องของความปลอดภัยแล้วก็ในเรื่องของ การป้องกันทรัพย์สินของพนักงานและก็องค์ การด้วยนะครับและอันสุดท้ายครับสิ่งที่ เฝ้าโยนเป็นหลักเลยนะครับก็คือเป็น กิจกรรมทางด้านการจัดการครับซึ่งกิจกรรม ทางด้านการจัดการเนี่ยถือว่าเป็นหัวใจใน กระบวนการการบริหารการจัดการและเป็นที่ ยอมรับแพ้หลายนะฮะซึ่งตัวนี้นะครับประกอบ
14:37 ไปด้วย 5 องค์ประกอบนะครับเราเรียกย่อตัว นี้นะครับว่า po ccc นั่นเองนะครับซึ่ง ตัวนี้นะครับมันเป็นอักษรย่อนะคะเดี๋ยว เรามาดูตัวแรกครับตัวพี่นะครับก็คือเป็น การ Training ครับก็คือการวางแผนนะฮะอัน นี้ 2 ครับตัวนะครับก็คืออ่อการไลฟ์ซิ่ง ครับก็คือการจัดโครงการนะฮะ คนที่ 3 ครับก็คือตัว C ครับก็คือคอมแมน ดิ้งก็คือการจัดการสั่งการนะครับ 4 ตัว สับมานะครับก็คือโคออดิเนตติ้งนะครับก็ คือในเรื่องของการปฏัติงานนะครับแล้วก็ ตัวสุดท้ายครับตัว C ตัวสุดท้ายก็คือคนทน ลิงค์นะครับก็คือการควบคุมนั่นเอง
15:23 ถัดมานะครับเป็นข้อเสนอของ kulit และก็ service นะครับซึ่งทั้งสองท่านนี้นะครับ ถือว่าเป็นผู้เบิกเบิกหลักการจัดการที่ เน้นในเรื่องของการบริหารงานภาครัฐหรือ ว่าเป็นหน่วยงานราชการนะครับทั้งสองท่าน นะครับเน้นว่าการจัดการจะต้องประกอบไป ด้วยจากขั้นตอนนะครับเพิ่งจะขั้นตอนตัว นี้นะครับเรามีตัวอักษรย่อตัวนี้นะครับก็ คือ p o s d cor b นะครับสำหรับตอน แรกนะครับตัว P ตัวแรกเนี่ยนะครับก็คือ คือในเรื่องของ planning ครับก็คือการวาง แผนกล่าวไว้ว่านะครับการวางแผนเนี่ยนะ ครับเป็นการกระทำใดๆก็แล้วแต่นะครับจะ ต้องมีการล่างโครงการไม่เกาะนเพื่อใช้ เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานให้บรรลุ วัตถุประสงค์ตามจุดมุ่งหมายนะฮะ
16:11 ตัวที่ 2 ครับตัว O ครับก็คือเป็นใน เรื่องของออกกันในส่ิงก็คือการจัดโครงการ นั้นเองการจัดองค์การตัวนี้เป็นการจัด หน่วยงานย่อยต่างๆตามโครงสร้างขององค์การ เพื่อจากในเรื่องของลักษณะของการทำงานและ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนนะฮะ ในบทที่ 3 ครับตัว S ครับก็คือสต๊าฟฟิ่ง ครับก็คือบุคลากรนะครับบุคลากรตัวนี้นะ ครับหมายถึงว่าการบรรจุบุคลากรตามสายงาน ที่ถนัดและก็เชี่ยวชาญรวมทั้งในเรื่องของ การฝึกอบรมและดูแลรักษาบุคลากรให้คงอยู่ ด้วยนะครับตัวที่ 4 ครับตัวดีครับก็คือ direct ติ้งครับได้เล็กๆก็คือการสั่งการ นะครับก็คือเป็นในส่วนของการกำหนดคำสั่ง
16:56 เฉพาะและคำสั่งทั่วไปให้ชัดเจนพร้อมทั้ง แนะนำเพื่อให้การทำงานเนี่ยสามารถทำงาน เป็นได้นะครับ ก็ถัดมาครับตัว c o o ครับหรือว่าโค ออดิเนตติ้งนะครับก็คือจะเป็นในเรื่องของ การประสานงานงานทั้งหมดทั้งหลายนะครับจะ ต้องวัดจะต้องมีการประสานงานเพื่อให้งาน ตัวนั้นนะครับสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดีนะ ครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับก็จะต้องมีการ ประสานงานจากทุกๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะ ครับ มีตัว R นะครับโทรศัพท์มาก็คือตัวออกมานะ ครับก็คือ Report ปิ้งนะครับก็คือรายงาน นะครับอ่าลักษณะตัวนี้นะครับจะต้องมีการ รายงานให้ผู้ที่รับผิดชอบนะครับหรือว่า
17:43 ผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับให้ผู้บริหารนะ ครับรับทราบนะครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับใน ลักษณะตัวนี้นะครับจะต้องมีการรายงานตาม ขั้นตอนการดำเนินงานทั้งนี้ทั้งนั้นนะ ครับเพื่อประโยชน์ในการบริหารทั้งใน ลักษณะของการจดบันทึกก็ดีการวิจัยก็ดี หรือว่าในเรื่องของการตรวจสอบคดีนะครับ และตัวสุดท้ายก็คือตัว B ครับก็คือในส่วน ของ budget เนี่ยนะครับอ้า setting เนี่ย นะครับก็คือในเรื่องของงบประมาณนะครับใน เรื่องของงบประมาณเนี่ยนะครับก็จะเป็นการ ดำเนินงานอะไรก็แล้วแต่นะครับจะต้องมี ลักษณะของการวางแผนในเรื่องของการทำบัญชี แล้วก็มีในเรื่องของการควบคุมด้วยนะครับ ถัดมานะครับเราจะมาพูดถึงมุมมองการจัดการ องค์การเชิงพฤติกรรมนะครับซึ่งตัวนี้นะ
18:28 ครับมองตัวนี้นะครับจะเป็นแนวคิดในการ บริหารงานในองค์กรที่ให้ความสำคัญกับความ เป็นมนุษย์พฤติกรรมของคนและบุคลากรในองค์ การก็จะเห็นว่าการบริหารงานที่มี ประสิทธิภาพนั้นนะครับไม่ใช่การบริหารงาน ที่คิดว่าคนเป็นเครื่องจักรนะครับซึ่งการ ที่ตัวนี้นะครับน่ะเขาจะไม่เห็นด้วยครับ ที่จะให้คนเนี่ยทำงานหามรุ่งหามค่ำตลอด เวลาและใช้เงินเป็นปัจจัยในการจูงใจเพียง อย่างเดียวแต่การบริหารงานลักษณะแบบนี้นะ ครับจะต้องมาจากความร่วมมือร่วมใจในการ ปฏิบัติงานรวมทั้งในเรื่องของสภาพจิตใจ และขวัญกำลังใจด้วยนะมีการศึกษาแลกนะครับ ของมุมมองการจัดการองค์การเชิงพฤติกรรมนะ
19:15 ครับก็คือการศึกษาคอทอนั่นเองนะครับการ ศึกษาฮอว์ธอร์นเนี่ยนะครับเป็นการศึกษา ของ แอลตัน Mayo นะครับซึ่งได้ทำการศึกษาใน เรื่องของการทดลองทัศนคติและจิตวิยาของคน งานในการทำงานในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน โดยเน้นในเรื่องของความสนใจ ในบรรยากาศการทำงานนะครับรวมทั้งในเรื่อง ของบรรยากาศการจัดการและภาวะผู้นำนะครับ ซึ่งผลของการศึกษากทเนี่ยนะครับสามารถ สรุปได้ดังนี้ครับ เอ้ออันแรกครับในเรื่องของท่านด้านสังคม ครับ มีการปฏิบัติงานในลักษณะของผู้ปฏิบัติงาน นะครับในองค์การเนี่ยจะถูกกำหนดโดยมันนะ ฐานของกลุ่มนะครับไม่ใช่กำหนดโดยความ
20:03 สามารถของร่างกายนะฮะอันที่ 2 ครับทาง ด้านรางวัลค่าตอบแทนครับในส่วนตัวนี้นะ ครับในเรื่องของรางวัลค่าตอบแทนเนี่ยการ สรุปของการศึกษาของอาทรนะครับสรุปไว้ว่า รางวัลตอบแทนทั้งหลายแหล่เนี่ยนะครับไม่ ใช่รางวัลตอบแทนทางเศรษฐกิจตลอดจนถึงบทลง โทษของสังคมนะครับคือสรุปได้ดังนี้ครับก็ คือถึงแม้ว่าเงินเนี่ยนะครับมันจะสามารถ จูงใจได้ครับแต่ว่าว่าในเรื่องของการอ่าน ในเรื่องของการลงโทษการถูกประณามเนี่ยนะ ครับมันเป็นบทลงโทษที่รุนแรงมากกว่าการ ถูกตัดเงินเดือนซะอีกนะครับรวมถึงใน เรื่องของการได้รับคำสรรเสริญการยกย่องนะ
20:49 ครับมันจะมีผลทางด้านจิตใจมากกว่าการคน เดือนเช่นเดียวกับนะครับอันที่สามเนี่ยนะ ครับเป็นในเรื่องของพฤติกรรมของมนุษย์ ครับบริการของมนุษย์เนี่ยนะครับก็คือใน ลักษณะของผู้ปฏิบัติงานเนี่ยจะมีพฤติกรรม และก็ไม่ปฏิกิริยาต่างๆนะครับในฐานะกลุ่ม นะครับไม่ใช่ในเรื่องของปัจเจกบุคคลซึ่ง ผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนเนี่ยนะครับจะไม่ สามารถกำหนดมาตรฐานการทำงานของตัวเองได้ ตามใจชอบครับแต่ว่าจะถูกโดนกำหนดโดยกลุ่ม นั่นเองนะครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับสาเหตุ มันก็คือเป็นผลมาจากความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานในองค์การนะ ครับเป็นลักษณะของความสัมพันธ์ในลักษณะ แบบกลุ่มนั่นเองนะฮะอันที่ 4 ครับเป็นใน เรื่องของบทบาทผู้นำครับในเรื่องของบทบาท
21:37 ผู้นำเนี่ยนะครับสภาพสภาวะผู้นำเนี่ยนะ ครับมันเกิดขึ้นได้จากการยอมรับของกลุ่ม โดยที่บุคคลที่ได้รับการยอมรับนะครับอาจ จะเป็นผู้นำตามสายบังคับบัญชาก็ได้นะครับ หรืออาจจะไม่ใช่ป่ะมีคนตามสายบังคับบัญชา ก็ได้ครับแต่เป็นบุคคลที่ได้รับการยอมรับ นะครับแล้วก็เชื่อฟังมากที่สุดทั้งนี้ ทั้งนั้นครับในลักษณะแบบนี้นะครับภาวะผู้ นำเนี่ยนะครับจึงมีบทบาทและมีความสำคัญใน การกำหนดบรรทัดฐานของกลุ่มด้วยนะครับไอ้ สุดท้ายครับในเรื่องของการติดต่อสื่อสาร ครับอ่าในเรื่องของข้อสรุปตรงนี้นะครับ สรุปได้เลยครับว่าเรื่องของการสื่อสารนะ ครับควรจะมีนะครับในลักษณะของผู้บริบัท งานทั้งในระดับ
22:22 ล่างจนถึงระดับสูงนะครับซึ่งหมายความว่า ตัวนี้นะครับมันเป็นเรื่องที่สำคัญอย่าง ยิ่งครับเพราะว่าอะไรเพราะว่าในเรื่องของ ความคิดเห็นการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กันวินิจฉัยในเรื่องของการสั่งการต่างๆนะ ครับอ่ะถ้ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ อ่าความที่เกี่ยวข้องกับผู้ปฏิบัติงานโดย ตรงหรือว่าเกี่ยวข้องกับองค์การโดยตรง เนี่ยนะครับการที่ได้ข้อมูลพวกนี้มาเนี่ย จากการติดต่อสื่อสารเนี่ยมันจะมีผลอย่าง มากเลยนะครับในมีการทำงานนะครับการศึกษา ที่ 2 นะครับขอมุมมองการจัดการองค์การใช้ บริกรรมนะครับนั่นก็คือในเรื่องของการขับ เคลื่อนด้านมนุษย์สัมพันธ์นะครับการขับ เคลื่อนด้านมนุษย์สัมพันธ์นะครับเป็นแนว คิดที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์สัมพันธ์ซึ่ง
23:09 เป็นแนวคิดในลักษณะของพฤติกรรมศาสตร์ครับ โดยยึดหลักว่าธรรมชาติของมนุษย์เนี่ยนะ ครับเป็นคนดีมีความรับผิดชอบและสามารถควบ คุมตัวเองได้โดยที่ไม่ต้องมีผู้ใดมาควบ คุม 5 หากต้องการนะครับให้พนักงานเนี่ยนะ ครับเกิดขวัญและแรงจริงใจที่ดีนะครับยอม จะทำให้ผลงานที่ดีนะครับได้จากพนักงานที่ ทำงานอย่างเต็มใจนะฮะทั้งนี้ทั้งนั้นครับ มันก็จะมีทิดสะดีแนวนักสนัของมนุษย์สำคัญ นะครับที่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์นะครับ ว่าเป็นทฤษฎีที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ ความพึงพอใจในการทำงานนะครับมันมากเกินไป อีกครั้งในเรื่องของในเรื่องของอิสระใน การทำงานเนี่ยมันอยู่กันไปจนละเลยที่จะ
23:54 เข้ามาควบคุมนะครับซึ่งตัวนี้นะครับมันก็ ก่อให้เกิดผลเสียกับงานที่ทำได้นะครับ เพราะฉะนั้นแล้วนะครับมันเลยมีนักทฤษฎีนะ ครับอยู่ 2 ท่านรักๆนะครับที่มีผลใน เรื่องของทางด้านมนุษย์สัมพันธ์นะครับ ท่านแรกนะครับที่ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับ มนุษย์สัมพันธ์นะครับก็คือดักลาส แมคเกรเกอร์นะครับโดยที่รักและ maker นะ ครับได้ทำการศึกษาในเรื่องของทฤษฎี x ทฤษฎี Y นะครับโดยที่มีความเชื่อว่าบุคคล นะครับหรือมนุษย์เนี่ยนะครับแบ่งออกมา เป็น 2 ประเภทนะครับก็คือประเภทเอกแล้วก็ ประเภทไวน์นั่นเองนะครับบุคคลประเภท x เนี่ยนะครับแม่เกอร์มองว่าอาจเป็นประเภท ที่เกียจคร้านนะครับพยายามเรียกงานแถวที่
24:41 จะทำได้นะคะหาซึ่งลักษณะของบุคคลประเภท x เนี่ยนะครับจะมีวิธีการที่จะจัดการหรือ ว่าวิธีการที่จะสามารถทำให้เขาทำงานได้ นี้นะครับก็คือจะต้องใช้กฎระเบียบหรือว่า ข้อบังคับนะครับตัวเองมนุษย์นึงนะครับ ประเภทไวน์เนี่ยนะครับประเภทไวน์เนี่ยจะ เป็นประเภทที่สามารถรับผิดชอบได้โดดได้ ด้วยตัวเองได้นะครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ถ้าสามารถรับชอบได้ด้วยตัวเองได้แบบ ประเภทไวน์เนี่ยนะครับหาถ้าอยากให้เขาทำ งานเนี่ยนะครับก็อ่าไม่ต้องใช้กฎระเบียบ มากครับอ่าแต่ใช้ในเรื่องของอ่าการยกย่อง นะครับหรือว่าการสรรเสริญด้วยคำพูดนะครับ คะอันที่ 2 นะครับก็คือเป็นของมาสโลว์นะ
25:27 ครับมาสโลว์เนี่ยนะครับได้ทำการสืบฟ้าใน เรื่องของความต้องการของมนุษย์นะครับแบ่ง ออกมาเป็นอยู่ด้วยกัน 5 คันนะครับโดยที่ ค่าที่ต่ำที่สุดนะครับก็คือปัจจัย 4 ครับ แล้วก็จะสูงที่สุดนั่นก็คือเป็นความฝัน ที่สูงที่สุดของมนุษย์คนนั้นเองนะฮะแนว ที่ถัดมานะครับก็คือจะเป็นแนวคิดการจัด การองค์การเชิงระบบนั่นเองนะครับแต่แนว คิดนะครับที่เอาในเรื่องของอ่าแบบคลาสสิค ที่เน้นในเรื่องของการบริหารในเรื่องของ เชิงปริมาณหรือเชิงตัวเลขนะครับแล้วก็ใน เชิงของพฤติกรรมนะครับก็คือเป็นทางด้าน จิตวิยาแล้วก็ขวัญกำลังใจนะครับมาปรับ
26:14 ปรุงนะครับแล้วก็มาประยุกต์รวมกันเป็น สหวิทยาการนั่นเองนะครับซึ่งตัวนี้นะครับ เดี๋ยวจะมีทฤษฎีที่เกี่ยวข้องนะครับถึงจะ กล่าวต่อไปเลยนะฮะอันแรกนะครับก็คือจะ เป็นองค์การเชิงวิทยาการจัดการนั้นเองนะ ครับส่วนตัวนี้นะครับเป็นแนวคิดที่พัฒนา มาจากแนวคิดการจัดการแบบยศาสตร์ของ ประดิษฐ์ Taylor นะครับซึ่งเป็นนัก วิชาการที่มีความลึกซึ้งในเรื่องของการ บริหารธุรกิจและการบริหารรัฐกิจนะครับอัน นี้ทั้งนั้นครับก็ถือว่าเป็นแนวคิดของการ ปฏิวัติในเรื่องของการปฏิบัติงานโดยใช้ใน เรื่องของวิธีการวางแผนและควบคุมโดยระบบ นะครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับน่ะอาจจะต้อง ใช้ผู้เชี่ยวชาญนะครับผู้ใช้ในลักษณะของ
26:59 หลักการทางวิทยาศาสตร์แนวคิดและก็กฎเกณฑ์ ต่างๆนำมาใช้ในการบริหารจัดการนะครับซึ่ง ทุกวันนี้นะครับก็ถือว่าในเรื่องของการ จัดการแบบวิทยาศาสตร์เนี่ยก็จะมีความ สำคัญเป็นอย่างยิ่งนะครับในสมัยก่อนนะ ครับก่อนที่เราจะมาใช้ในอุตสาหกรรมนี้นะ ครับในช่วงของตกครามโลกครั้งที่ 2 เนี่ย นะครับอ่าฝ่ายการทหารของอังกฤษนี้นะครับ ก็ได้ระดมนักเรียอาสาตมาศึกษาสถานการณ์ ต่างๆรวมถึงในเรื่องของวิกฤติต่างๆที่ เกี่ยวข้องกับการซื่ออ่าติดที่เกี่ยวข้อง กับการสู้ลบนะครับซึ่งตัวนี้นะครับมัน เป็นการสู้รบทั้งทางบกทางน้ำและก็ตาก อากาศครับโดยมีวัตถุประสงค์ของการศึกษานะ ครับก็เพื่อศึกษาแนวทางการปฏิบัติแล้วก็ แนวทางในการตัดสินใจใช้ยุโทปกรนะครับรวม
27:48 ถึงในเรื่องของการลำเลียงด้วยนะครับตอน นี้ทั้งนั้นครับในเรื่องของการตัดสินใจใน เรื่องของอุปกรณ์เนี่ยนะครับมันมีอยู่ จำกัดนะครับจะมีการใช้อย่างไรนะครับรวม ทั้งในเรื่องของการใช้เรดาร์และก็ลูก ระเบิดให้ก่อให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิผล และไปสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเองนะครับอัน นี้ทั้งนั้นครับเมื่อสงครามจบแล้วเนี่ยนะ ครับก็ได้นำหลักการพวกนี้นะครับมาใช้ใน ลักษณะของอุตสาหกรรมนะครับซึ่งตัวนี้นะ ครับก็จะนำในเรื่องของอ่าปัญหาต่างๆนะ ครับมาแก้ไขทั้งในช่วยกันผลิตในเรื่องของ การวางแผนต่างๆนะครับซึ่งตัวนี้นะครับมัน ก็นำมาเชื่อมโยงแก้ไขได้เป็นอย่างดีนะ ครับ อันที่ 2 นะครับก็คือทฤษฎีระบบนะครับที่
28:35 ระบบเนี่ยนะครับถือว่าเป็นทฤษฎีที่โดด เด่นมากที่สุดเล่นในปัจจุบันนะครับซึ่ง ตรงนี้นะครับมันจะประกอบไปด้วยระบบย่อย หลายๆระบบนะครับที่แตกต่างกันเข้ามารวม ด้วยกันนะครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับเพื่อทำ การอะไรบางอย่างนะครับให้บรรลุ วัตถุประสงค์ให้ที่ตั้งไว้นะครับถ้าสมมติ ว่าขาดระบบใดระบบหนึ่งเนี่ยนะครับมันไม่ สามารถที่จะทำให้ระบบโดยรวมเนี่ยนะครับ สามารถทำงานได้นะครับระบบแรกเลยนะครับที่ ที่เกี่ยวข้องนะครับก็คือเป็น input นะ ครับหรือว่าปัจจัยนำเข้าอ่าปัจจัยนำข้าว เนี่ยโดยส่วนใหญ่แล้วนะครับเป็นสิกสุดเลย ก็พิจารณาในเรื่องของ CM นะครับก็คือแม่ ชิมมาเที่ยวไม่ต่อนะครับแต่อาจจะรวมใน เรื่องของเงินนะครับในเรื่องของข่าวสาร ด้วยนะครับเมื่อมีปัจจัยนำเข้าแล้วนะครับ
29:20 ก็เข้าสู่ในเรื่องของกระบวนการครับหรือ ว่าการแปรรูปตัวเองนะครับอ่ะเมื่อเข้าสู่ ในเรื่องของกระบวนการแล้วนะครับหน้าด้วย ขั้นตอนต่างๆแล้วนะครับก็ก็มาสู่ขั้นตอน สุดท้ายครับก็คือเป็นในเรื่องของปัจจัย ออกหรือว่า output นะครับก็คืออาจจะเป็น สินค้าหรือบริการก็ได้นะครับอ่ะพูดง่าย ครับก็คือเป็นผลผลิตจากวัตถุดิบนั้นเองนะ ครับซึ่งตัวนี้นะครับมันก็จะมีฟิตแบทครับ ก็คือเราก็จะต้องมีผลสะท้อนกลับนะครับ หรือว่า Feat แบงค์นะฮะซึ่งตัวนี้นะครับ มันก็จะ feedback กลับไปครับว่าโพเสทเป็น อย่างไรแล้วก็ input เป็นอย่างไรบ้างนะ ครับทั้งนี้ทั้งนั้นครับถ้าผลสะท้อนเนี่ย มันเป็นลบเนี่ยนะครับมันก็จะเป็นปัญหาที่ จะต้องแก้ไขนะครับแต่ว่าถ้ากดซ้อมมาเป็น
30:05 บวกเนี่ยนะครับมันอาจจะหมายถึงในเรื่อง ของผลสำเร็จที่ได้รับนั่นเองสำหรับทฤษฎี ระบบเนี่ยนะครับเราแบ่งหลักๆนะครับออกมา เป็น 2 ประเภทนะครับก็คือประเภทแรกครับก็ คือทฤษฎีระบบปิดนะครับที่จะมีระบบปิด เนี่ยก็คือเป็นทฤษฎีที่ไม่มีสิ่งแวดล้อม หรือมีสภาวะแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องกับ การกระทำนะครับอย่างเช่นนะครับการผลิต สินค้าในโรงงานเนี่ยนะครับอันนี้ย่อมไม่ มีผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมด้านนอกเข้ามา เกี่ยวข้องครับไม่ว่าจะเป็นดินฟ้าอากาศ เศรษฐกิจหรือว่าการเมืองใดๆก็แล้วแต่ไม่ เข้ามาเกี่ยวข้องนะครับไอ้เนี่ยเครื่อง จักรก็สามารถที่จะทำงานได้ออกมาอย่างต่อ เนื่องนะครับอีกงานนึงนะครับก็คือเป็น ทฤษฎีระบบเปิดนะครับก็คือหมายถึงว่าทฤษฎี
30:52 ระบบที่มีสิ่งแวดล้อมหรือสภาพแวดล้อมที่ เข้ามาเกี่ยวข้องกับการกระทำใดๆก็แล้วแต่ เพิ่งไอ้พวกสิ่งแวดล้อมพวกนี้นะครับมันจะ ส่งผลต่อระบบทั้งหมดนะครับอ่ายกตัวอย่าง นะครับอย่างเช่นพวกการเมืองเศรษฐกิจ วัฒนธรรมสังคมและค่านิยมต่างๆนั่นเองนะ ครับแนวคิดการจัดการองค์การเชิงระบบวัน ที่ 3 นะครับก็คือจะเป็นทฤษฎีการจัดการ ครับทฤษฎีการจัดการเนี่ยนะครับอ่ามันอาจ จะพูดถึงในลักษณะของทฤษฎีการจัดการตั้ง The Classic เลยนะครับเกิดขึ้นตั้งแต่ สมัยในเรื่องของการปฏิวัติอุตสาหกรรมและ ก็โรงงานครับในเรื่องของการปฏิวัติ อุตสาหกรรมในขนาดนั้นเนี่ยนะครับมันเป็น ในเรื่องของการสร้างนวัตกรรมนะครับโดย เปลี่ยนจากวิถีชีวิตครับจากในเรื่องของ
31:37 เกษตรกรรมนะครับมาเป็นในเรื่องของการวิถี ชีวิตในเรื่องของการผลิตการขายสินค้าและ การสร้างเครื่องจักรเพื่อผลิตสินค้าครับ ซึ่งตรงนี้นะครับเมื่อมีลักษณะของการ ปฏิวัติอุตสาหกรรมเกิดขึ้นเนี่ยนะครับมัน ก็มีในเรื่องของการพัฒนาเพื่อเพิ่มผลผลิต อย่างต่อเนื่องนะครับทั้งนี้ทั้งนั้นใน เรื่องของตัวนี้นะครับก็จะมีเรื่องของกับ จัดการในเรื่องของการลดต้นทุนในเรื่องของ การลดในเรื่องของต้นทุนลักษณะของราคา สินค้าเพื่อให้เกิดความต้องการสินค้ามา ขึ้นนะครับเพื่อนตัวนี้นะครับมันส่งผลทำ ให้เกิดการกระตุ้นในเรื่องของการเพิ่มโรง งานแล้วก็ในเรื่องของการเพิ่มแรงงานมาก ขึ้นซึ่งตัวนี้นะครับ holo กูเนี่ยนะครับ ก็ได้พัฒนาแนวคิดในเรื่องของการจัดการงาน
32:23 จะแบ่งออกมาเป็นอยู่ที่การนะครับ 3 ทฤษฎี นะครับทฤษฎีแรกนะครับก็คือทฤษฎีกระบวนการ ครับตรงนี้นะครับเป็นทฤษฎีแบบดั้งเดิมเลย ครับโดยเน้นในเรื่องของการจัดการทางด้าน กระบวนการนะครับโดยหลักๆแล้วนะครับก็เอา ทฤษฎีโดยหลักๆนะครับอย่างเช่นในเรื่องของ เฝ้าโยนะครับของกลิ่นแล้วก็เออ with นะ ครับของไปเหล็กอันท์เลอร์สนะครับในลักษณะ ของเธอปริมาณเชิงพฤติกรรมและก็ในลักษณะ ของเธอระบบเนี่ยนะครับเอามารวมกันนะครับ คะอันที่สองแม่นาคาก็เป็นที่สั่นดีเชิง ระบบนะครับอ่าเป็นในลักษณะของทฤษฎีที่ เน้นในเรื่องของความสำคัญและก็การพึ่งพา ของระบบย่อยต่อระบบรวมนั่นเองนะครับทั้ง
33:09 นี้ทั้งนั้นครับการจัดการตัวนี้นะครับก็ จะเกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมภายในและก็ภาย นอกนะครับไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทางด้าน กายภาพนะครับทางด้านชีวภาพหรือในเรื่อง ของระบบจัดการด้วยนะครับอันนี้ 3 นะครับ ก็คือจะเป็นทฤษฎีที่ตอดคล้องกับสถานการณ์ ครับเป็นการผสมผสานแนวคิดเดิมที่มีความ คิดในด้านลักษณะของเชิงปริมาณแนวสไนอะของ เชิงพฤติกรรมศาสตร์หรือว่าในลักษณะของแนว คิดเชิงระบบและอื่นๆเข้ามารวมกันนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับเชื่อว่านะครับไม่มี องค์การใดนะครับที่ใช้แนวคิดใดแนวคิดนึง ในการจัดการนะครับอันนี้ทั้งนั้นครับมา อาจจะต้องประสานหลายๆแนวคิดเข้าด้วยกัน เพื่อให้
33:55 มีวัตถุประสงค์นะครับตามองค์กรที่ตั้งไว้ นะครับแล้วก็ในลักษณะตัวนี้นะครับมันอาจ จะขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมและก็ให้มันสอด คล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสามารถ โลกยุคโลกาภิวัฒน์นะครับอ่าจะขอเพิ่ม ทฤษดีอีกสักทฤษดีนึงนะครับก็คือทฤษฎีความ เป็นเลิศนะครับซึ่งซิจะดีตัวนี้นะครับก็ จะเน้นในเรื่องของคุณภาพการบริหารและ คุณภาพของการบริการนะครับโดยที่ตัวนี้นะ ครับก็จะเน้นในเรื่องของความพึงพอใจให้ กับลูกค้าเป็นหลักนะฮะทั้งนี้ทั้งนั้น ครับในองค์กรทั้งหลายแหล่นะครับก็อาจจะ ต้องมีการปรับปรุงการบริหารอย่างต่อ เนื่องรวมทั้งในเรื่องของการพัฒนากลยุทธ์ จากยุคดั้งเดิมนะครับสูตรยุคทันสมัยนะ
34:41 ครับแล้วก็จนถึงยุคปัจจุบันซึ่งเป็นยุค โลกาภิวัฒน์นั่นเองนะครับสำหรับยุค โลกาภิวัฒน์เนี่ยนะครับเป็นโรคของทางด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศและก็เครือข่ายข่าวสาร นะครับคะซึ่งลักษณะตัวนี้นะครับทฤษฎีความ เป็นเลิศนะครับจะมีการต่อยอดมาจากทฤษฎี กระบวนการทฤษฎีระบบแล้วก็ที่สดีเชิงสอด คล้องกับสถานการณ์โดยมุ่งเน้นในเรื่องของ การจัดการเชิงกลยุทธ์และการบริหารคุณภาพ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับก็จะอาศัยพวกเทคนิค กระบวนการกลยุทธ์ในเรื่องของสิ่งอนุมวล ความสะดวกต่างๆนะครับอย่างเช่นในเรื่อง ของคอมพิวเตอร์อุปกรณ์โทรคมนาคมรวมทั้งใน เรื่องของเครือข่ายการสื่อสารนะครับและก็
35:27 ในเรื่องของเทคโนโลยีสารสนเทศเนี่ยเข้ามา ใช้ในการบริหารจัดการความเป็นเลิศในองค์ กรนั้นเองนะครับอ่า