0:00 วินัยไม่ใช่พันธุกรรมแล้วเราจะทำยังไงให้ วินัยของเราแข็งแรงพลังงานบางวันของเรา ไม่เท่ากันการที่เรามีทอนลิติดไว้ในชีวิต เนี่ยเป้าหมายของเราเป็นจริงได้มากขึ้นนะ คะแค่วันนี้คุณโชว์upัแค่วันนี้คุณโผล่ หน้าเข้าชมรมก็ถือว่าคุณได้พัฒนา 1% แล้ว ฮัลโหลสวัสดีค่ะทุกคนขอต้อนรับกลับเข้า สู่พcสฟังสบายนะคะสำหรับเรื่องราวที่เรา จะมาเล่ากันในวันนี้เนี่ยมันน่าจะเป็น
0:45 ทอปินึงที่มีหลายหลายคนถามเราเข้ามาเยอะ มากๆแล้วก็ถามกันมาอย่างต่อเนื่องตลอดนะ คะแต่ว่ายังไม่เคยทำคลิปเป็นแบบแนวสรุป รวมเกี่ยวกับคำๆนี้ดีๆสักทีก็คือคำถามที่ ว่าทำยังไงให้มีวินัยเหมือนหลายๆคนเนี่ย อยากให้แชร์ว่าทำยังไงดีเราถึงจะกลายเป็น คนมีวินัยทำยังไงให้เราสามารถทำสิ่งที่ เราตั้งใจไว้ตั้งแต่ต้นจนจบได้ซึ่งพอเรา ได้รับคำถามแบบนั้นบ่อยๆเนี่ยในตอนแรกๆ เลยนะเราก็รู้สึกว่าเอ๊ะรู้สึกว่าไม่ได้ เป็นคนที่มีวินัยอะไรมากเพราะว่าเราไม่ ได้เป็นฟิลนักกีฬาหรือว่าเก็บตัวอะไรที่ เขาเคร่งในการทำวินัยมากๆแต่เรารู้สึกว่า เราเป็นคนที่สามารถทำอะไรซ้ำซากซ้ำไปซ้ำ มาได้บ่อยๆนี่ก็เลยคิดว่าการมีวินัยหรือ ว่าการทำอะไรซ้ำๆบ่อยๆเพื่อเป้าหมายอะไร สักอย่างมันก็สามารถทำได้หลายทางนะคะแต่
1:31 ว่าในคลิปนี้เนี่ยจะมาแชร์ประสบการณ์การ ทำอะไรซ้ำๆซากๆซึ่งเราอาจจะเรียกได้ว่า เป็นคำว่าวินัยในแบบฉบับของเราละกันเพราะ เราเชื่อว่าวินัยแต่ละคนเนี่ยมันก็จะมี วิธีการทำที่ไม่เหมือนกันอย่างแรกเลยถ้า เกิดแบบเรามาคุยกันเรื่องของคำคำว่าวินัย นรู้สึกว่าคำว่าวินัยเป็นคำอะไรที่ค่อน ข้างแข็งแรงแบบเป็นคำที่ดูแข็งแกร่งถ้า เกิดใครที่มีคำว่าวินัยแปะอยู่ติดที่ตัว เนี่ยดูจะเป็นคนที่แบบโหเธอเป็นคนที่เก่ง มากเลยเป็นคนที่สามารถฝืนความขี้เกียจฝืน อะไรในตัวก็ได้เพื่อที่จะไปทำสิ่งๆนั้น แล้วก็สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องด้วยซึ่ง นัก็เคยคิดอย่างนี้เหมือนกันว่าคำว่า วินัยอ่ะคือการทำในสิ่งที่เราไม่อยากทำทำ ในสิ่งที่มันยากๆได้ซ้ำไปซ้ำมาอย่างนั้น เนี่ยตอนแรกอ่ะเราต้องปรับmindซตกันนิด
2:16 นึงเพราะว่าหลายๆคนที่ไปฟังพcสมานะคะเขา บอกว่าวินัยไม่ใช่พันธุกรรมแต่ว่าเป็น สิ่งที่มีติดตัวอยู่ในทุกคนอยู่แล้วเรา บางทีอาจจะรู้สึกว่าเฮ้ยทำไมเราไม่สามารถ ทำอะไรหรือเราไม่มีวินัยในตัวเองเลยทำไม เขาเกิดมาแล้วมันดูมีสิ่งนั้นเลยอะไร อย่างเงี้ยจริงๆไม่ใช่มันน่าตกใจด้วยซ้ำ ที่จริงๆวินัยมีอยู่ในทุกคนอยู่แล้วแต่ บางทีเราอาจจะเอาวินัยไปทำอะไรแบบผิดที่ ผิดทางมันก็เลยไม่ได้เกิดมาเป็นผล ประโยชน์จนเรารู้สึกว่าเอ้ยอันเนี้ยเรามี วินัยนะเราก็เลยมองข้ามมันไปนะคะอย่าง เช่นถ้าเกิดใครที่ชอบเล่นเกมบ่อยๆมีความ ขยันขันแข็งที่จะเล่นเกมได้ตั้งแต่เช้า ยันเย็นอย่างเงี้ยยิ่งก็มีวินัยในตัว เหมือนกันหรือว่าเราเองที่ขยันดู Netflix มากๆที่แบบว่าโอ้โหตาล้าตาปลือแค่ไหนแต่
3:04 ว่าก็อยากจะกดดูตอนต่อไปอันนี้ก็คือวินัย เหมือนกันตรงเนี้ยมันก็เลยเปลี่ยนคำว่า วินัยเราไปนิดนึงว่าแบบวินัยไม่ใช่การทำ ก้อนอะไรสักอย่างที่มันเป็นเรื่องยากอ่ะ ไม่ใช่ให้การที่เราสามารถตื่น 5:00 น. อ่านหนังสือ 3 ชม.หรือว่าแบบกินคีนได้ 7 วันหรืออะไรก็ตามที่มันเป็นแอคชั่นก้อนๆ แบบนั้นน่ะแต่ว่าวินัยตอนเที่นักเข้าใจ คือการสร้างระบบอะไรก็ได้ที่จะทำให้เรา สามารถทำสิ่งๆนั้นน่ะได้ง่ายที่สุดและ สามารถทำซ้ำได้บ่อยที่สุดเพราะนัก็เคยนัท ก็เคยเหมือนกันที่แบบไปดู YouTube มาแล้ว ก็เห็นเขาว่าอุ๊ยผู้หญิงคนเาตื่น 5:00 น. เขาไปออกกำลังกายตั้งแต่เช้าตรู่กลับมาทำ อาหารเองเก็บบ้านล้างจานอะไรต่างๆแล้วก็ มานั่งทำคลิปคเทนอะไรได้แบบลื่นปรื๊ดนรู้
3:49 สึกว่าเขาเป็นคนที่มีวินัยมากๆซึ่งมันก็ ใช่เขามีวินัยจริงๆแต่ว่านัทเอาแพทเทิร์น แอชัตรงนั้นของเขาอ่ะมาลอกหมดเลยเพราะรู้ สึกว่าถ้าเกิดเราลอกชีวิตของคนเนี้ยมันจะ ทำให้เราเป็นคนมีวินัยสรุปว่าทำไม่ได้สัก อย่างแล้วก็รู้สึกไปเลยว่าตัวเองเนี่ย เป็นคนที่ไม่มีวินัยแล้วก็คงไม่เหมาะกับ การจะทำอะไรแบบนี้เพราะมันยากยากเหลือ เกินเพราะฉะนั้นจริงๆแล้วผู้หญิงที่เราไป ดู YouTube มาแล้วเห็นเขาทำได้อันนั้นน่ะ เขาสร้างระบบประจำตัวเ้าอยู่ที่ทำให้เขา สามารถทำแบบนั้นแบบตื่น 5:00 น.ไปออก กำลังกายปึ้งๆได้แบบทำอย่างนี้ได้เป็น ปกติวิสัยอ่ะเพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราอยากจะ สร้างวินัยเราก็ต้องสร้างระบบให้ดีพูด ง่ายๆเลยก็คือเราอยากทำอะไรเราต้องทำยัง ไงก็ได้ให้มันง่ายที่สุดเพื่อที่จะทำได้ สำเร็จหรือในทางกลับกันถ้าเกิดเราอยากจะ
4:36 ฝึกวินัยงดอะไรสักอย่างเราก็ต้องทำให้ สิ่งนั้นน่ะเกิดขึ้นได้ยากที่สุดอย่าง เช่นนัทอยากจะฝึกวินัยเกี่ยวกับการงดจอ เพราะฉะนั้นนัทก็ต้องสร้างระบบอะไรก็ได้ ที่จะทำให้การเล่นโทรศัพท์มันยากขึ้น อย่างเช่นนั้นอาจจะเอาโทรศัพท์ไปชาร์จไว้ อีกห้องนึงแล้วก็กลับมานอนห้องตัวเองมัน ก็จะมีความขี้เกียจเดินไปเล่นนะคะมันก็จะ งดจอได้ง่ายขึ้นอะไรแบบเนี้ยมันคือการ สร้างระบบแล้วเราจะเริ่มยังไงดีเพื่อที่ จะฝึกวินัยแล้วก็สร้างระบบประจำตัวทิปส ที่นัทลองทำแล้วดีมากๆนะคะก็คือเริ่มทีละ น้อยการที่เราจะฝึกวินัยอะไรบางอย่างหรือ ว่าเราอยากจะสร้างระบบทำอะไรซ้ำๆสักอย่าง นึงเนี่ยเราไม่ควรเริ่มจากสิ่งที่มันยาก เกินไปอย่างเช่นนัทเคยรู้สึกว่าในการออก กำลังกายคาร์ดิโอตามคลิปครั้งแรกอะไร
5:23 อย่างเงี้ยเนี่ยแบบเอาไปเลยฉันอยากผอม เร็วๆก็เลยเขียนตารางไว้เลยว่าเอาล่ะใน 5 วันจันทร์ถึงศุกร์ฉันจะออกกำลังกาย คาร์ดิโอ 60 นาทีตามคลิปใน YouTube ฉันจะ ต้องทำได้ฉันกำลังไฟแรงฉันก็เลยตั้งเป้า แบบนี้ไปเลยจ้าสรุปว่า 2 วันก็เลิกเพราะ มันเหนื่อยมากคือมันเหนื่อยมากเหนื่อยจน รู้สึกร่างกายเป็นทุกข์แล้วก็เหมือนร่าง กายจำได้ว่าสิ่งนี้มันทรมานร่างกายเหลือ เกินฉันไม่อยากจะกลับไปทำมันอีกเพราะ ฉะนั้นพอไปถึงวันที่ 3 อ่ะนัก็รู้สึกว่า นัทำสิ่งนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วแล้วก็กลับมา รู้สึกแยกกับตัวเองว่าเราเป็นคนที่ช่าง ไม่เอาซะเลยเพราะฉะนั้นการที่เราตั้ง แอtionัหรือว่าตั้งวินัยประจำวันให้มัน โอวอร์เกินไปหรือว่ามากเกินกว่าที่เราเคย ฝึกมาเนี่ยมันจะทำให้มันสามารถทำได้ยาก
6:10 แน่นอนว่าเราทำครั้งแรกมันต้องยากอยู่ แล้วแล้วก็ยิ่งทำยากๆตั้งแต่ครั้งแรกอ่ะ คือร่างกายเราฉลาดนะร่างกายเราจะจำสมอง เราจะจำเราจะจำความเหนื่อยของตัวเองเราจะ จำความทุกข์ความไม่ชอบของเราณตรงนั้นน่ะ ได้อย่างแน่นแฟ้นแล้วมันจะทำให้ในครั้ง ต่อๆไปเราไม่ได้มีกระจิกกระจมันซ้ำอีก แล้วเพราะว่าเราเริ่มไปซะแบบยากสุดตรงแต่ ว่าถ้าเกิดเราเริ่มทีละน้อยอ่ะอย่างเช่น เราอาจจะเริ่มออกกำลังกายจากวันละ 10 นาทีทำอย่างี้ซ้ำไปสักอาทิตย์ 2 อาทิตย์ แล้วอาทิตย์หน้าค่อยเพิ่มเป็นแบบวันละ 20 นาทีอย่างเงี้ยค่ะค่อยๆเพิ่มสเกลเกลเข้า ไปร่างกายเราจะค่อยๆปรับตัวร่างกายเราจะ ค่อยๆได้ทำความรู้จักกับความเหนื่อยที่ เพิ่มขึ้นแล้วแบบมันจะเริ่มรู้สึกดีมาก
6:57 ขึ้นว่าเอ้ยเนี่ย 10 นาทีเราทำได้ 10 นาทีวันที่ 2 เราก็ทำได้วันที่ 3 เราก็ ยังทำได้อยู่เพราะฉะนั้นวันต่อๆไปเราก็ ต้องทำได้สิร่างกายมันจะมีแกเชื่อมโยง ความรู้สึกดีบางอย่างจากการที่เราเริ่มที ละน้อยนะคะเพราะฉะนั้นการเริ่มทีละน้อย เป็นการฝึกวินัยที่ดีและยั่งยืนมากไม่ว่า จะเป้าอะไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นการฝึกเรียน ฝึกฝึกอ่านหนังสือจะท่องคำศัพท์หรือว่า ออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนักอะไรก็ตามแต่ ควรค่อยๆเป็นค่อยๆไปจากง่ายที่สุดถ้าเกิด วันไหนที่เรารู้สึกว่าร่างกายเราชินแล้ว อ่ะเราจะมีความอยากเพิ่มจำนวนหรือว่า ปริมาณที่อยากทำเพิ่มขึ้นไปเองโดย อัตโนมัติแล้วมันจะเป็นการเพิ่มขึ้นแบบ ที่ไม่ฝืนแบบสักพักนึงถ้าทุกคนออกกำลัง กาย 10 นาทีทุกวันไปสัก 3 อาทิตย์อ่ะ เดี๋ยวพออาทิตย์ที่ 4 อ่ะเราจะเริ่มคัน ตัวแล้วแหละว่าแบบอุ๊ย 10 นาทีมันง่ายไป
7:44 สำหรับฉันและไหนขอลองเพิ่มเป็น 15 นาที หรือว่า 20 นาทีซิอย่างเงี้ยมันจะมีความ พัฒนาแบบเป็นธรรมชาติมันจะไม่รู้สึกหัก โหมมันจะไม่รู้สึกกัดฝันนี่แหละการเริ่ม ทีละน้อยก็เป็นการสร้างวินัยเบื้องต้นที่ ดีมากๆเลย อ่ะโอเคตอนเนี้ยเราเข้าใจเรื่องการสร้าง วินัยเบื้องต้นและว่าเราต้องทำทีละน้อย ใช่มั้ยแล้วเราจะทำยังไงให้วินัยของเรา แข็งแรงคือปัญหาของเราบางทีคือเราเริ่ม ต้นทำได้แต่ว่าเราทำมันไม่จบอ่ะเราทำได้ แค่นิดๆหน่อยๆเองทำไมถึงเป็นแบบนั้นแล้ว จะทำยังไงให้มันแข็งแรงนะคะจากที่ลองปรับ มารู้สึกว่าการที่วินัยของเราจะแข็งแรง และสามารถทำซ้ำไปได้ตลอดคือเราจะต้องคอย
8:30 สังเกตตัวเองจริงการสังเกตตัวเองเป็นการ สร้างระบบส่วนตัวเป็นการเพิ่มสูตรเฉพาะ ตัวของตัวเองที่จะสร้างวินัยได้ดียั่งยืน และแข็งแรงมากๆนัทจะเล่าเป็นไทม์ไลน์ตัว เองให้ฟังนะคะเป็นเคสที่แบบเจอมาแล้วหลาย ปีก็คือนัทเนี่ยช่วงเดือนมกราคมจะเป็นคน ที่รู้สึกว่าไฟแรงในการออกกำลังกายมากรู้ สึกอยากจะไปสมัครยิมรู้สึกว่าคอร์สยิมที่ ฉันสมัครไปตอนเดือนมกราคมเนี่ยจะต้องถูก ใช้อย่างคุ้มค่าแน่นอนเพราะว่าฉันตั้งไว้ แล้วว่าจะไปออกกำลังกายทุกวันนี่ๆๆก็จะ ตั้งใจไว้แล้วก็จ่ายเงินไปเรียบร้อยแต่ สรุปว่าหลายๆปีที่ผ่านมานะคะเจ้า ปรากฏการณ์เดือนมกราคมเข้ายิ้มเนี่ยเป็น อะไรที่เสียตังค์โดยใช้เหตุมากเพราะนัท ไม่เคยไปใช้บริการอย่างคุ้มค่ากับสถานที่
9:17 ประเภทยิมนี้เลยยกตัวอย่างอย่างพีทิอย่าง เงี้ยนัทสมัครไว้ 10 ครั้งสามารถเล่นได้ ครึ่งปีนัดไปเล่นทั้งหมด 2 ครั้ง 8 ครั้ง สูญสลายหายไปเลยนัทก็เลยมานั่งคิดกับตัว เองว่าแล้วทำไมเราถึงแบบไม่ไฟแรงเหมือน ตอนแรกทำไมวินัยเรามันถึงจางไปได้ง่าย ขนาดนั้นอะไรคืออุปสรรคต่อวินัยที่เรา ต้องการจะทำนัทก็เลยสังเกตตัวเองนะคะแล้ว ก็มาได้ข้อสรุปว่าคือด้วยความที่พื้นเพ อาศัยของรัฐเนี่ยมันไม่ได้อยู่ใกล้กับ อะไรเลยสักอย่างการที่เราจะไปห้างไปยิม หรืออะไรสักอย่างเนี่ยมันจะต้องมีการขับ รถซึ่งเลขนาทีของการขับรถเนี่ยมันจะอยู่ ที่ประมาณ 15-30 นาทีแล้วสมมุติอยู่ในกรุงเทพฯอย่าเงี้ย ไม่ว่าจะใกล้แค่ไหนนะแต่ว่าก็ต้องขับรถ
10:03 ฝ่ารถติดเพื่อไปยิมอยู่ดีเพราะฉะนั้นแล้ว ไอ้ทุกครั้งที่นัทตัดสินใจว่านัทจะไม่ไป ยิ้มเนี่ยมันเจออุปสรรคสภาพแวดล้อมตรง เนี้ยที่นัทชอบเอามาอ้างกับตัวเองว่ารถ มันติดมันจะเสียเวลาครึ่งชั่วโมงขาไป ครึ่งชั่วโมงขากลับก็ตั้ง 1 ช่โมงแล้วนะ ไม่เสียดายเวลาหรอแต่แทนที่จะมาออกที่ บ้านก็กลายเป็นว่าไม่ออกเลยแล้วมันก็กลาย เป็นข้อสรุปแบบนั้นเพราะฉะนั้นถ้าจะไม่ ให้มีอุปสรรคตรงนี้นัทก็เลยสมัคร แอปพลิเคชัแล้วก็ออกที่บ้านแบบอย่างเช่น แอปMadิหรือว่าไปสมัครเมberคนออกกำลังกาย พทิอะไรต่างๆแล้วนัก็ซื้ออุปกรณ์มาเล่น ที่บ้านให้บ้านกลายเป็นยิมมินิเล็กๆอัน นึงของเราไปเลยก็เลยเปลี่ยนได้แล้วก็คือ เราจะไม่ไปสมัครยิมแล้วนะคะเพราะฉะนั้น เราจะไม่มีข้ออ้างหรืออุปสรรคเกี่ยวกับ
10:50 แบบเรื่องการเดินทางอีกแล้วซึ่งมันก็ทำ ให้เราออกกำลังกายได้มากขึ้นจริงๆแล้วเรา ก็ยังได้สังเกตต่อไปว่านัทเนี่ยปกติจะ เป็นคนออกกำลังกายตอนเย็นนะคะแต่ว่าช่วง ตอนเย็นน่ะบ่อยครั้งมากที่เราสิปการออก กำลังกายออกไปวันอื่นนัทก็เลยมานั่ง สังเกตตัวเองว่าทำไมชอบสิปจังเลยการออก กำลังกายเนี่ยตอนเย็นเพราะว่านัทจะเป็นคน ทำงานช่วงบ่ายใช่มั้คะอยู่หน้าคอมแล้วเรา อ่ะจะมีความผวงกับงานที่เราทำค้างไว้ตอน บ่ายจนมันเลยมาถึงเย็นแล้วมันยังไม่เสร็จ อ่ะในใจเราก็เลยรู้สึกว่าเอ้ยงานชิ้นที่ เรากำลังนั่งทำมาตั้งหลายชั่วโมงมันยัง ไม่เสร็จอ่ะเราเลยยังไม่อยากไปออกกำลัง กายเพราะเราอยากทำงานให้เสร็จก่อนแล้วแบบ พอทำงานเสร็จแล้วปุ๊บนัทจะลงมาออกกำลัง กายช่วงที่จะลงมาออกตรงนั้นน่ะมันก็จะ เป็นช่วงเวลาที่พอดีกับแม่กับน้องสาวอ่ะ กลับมาที่บ้านพอดีแล้วก็จะมาตั้งโต๊ะกิน
11:38 ข้าวกันผลสรุปก็คือใส่ชุดออกกำลังกายลงมา เพื่อกินข้าวเลยเพราะฉะนั้นพอพอเจอตรงนี้ แล้วอ่ะนัทก็เลยต้องปรับอีกรอบปรับอีกรอบ ว่าโอเคในเมื่อตอนเย็นเรามีอุปสรรคทั้ง ตัวเราเองแล้วก็อุปสรรคอยากกินข้าวกับ ครอบครัวตอนเย็นใช่มยนัทก็เลยปรับจากการ ออกกำลังกายที่บ้านตอนเย็นไปออกตอนเช้า แทนทำเป็นอย่างแรกของวันเพราะว่าอย่างแรก ของวันเรายังไม่มีงานให้ทำอะไรเลยสัก อย่างแล้วแบบแม่กับน้องสาวก็ยังไม่ตื่น อย่างเงี้ยค่ะเพราะฉะนั้นมันจะไม่มี อุปสรรคหรือว่าไม่มีอะไรที่เราจะต้องมา ยึกยักยึกยักอะไรเลยสักอย่างออกไปเลยตอน เช้าสรุปว่าการออกกำลังกายตอนเช้าเป็น สิ่งที่นัทสามารถทำได้บ่อยที่สุดสิน้อย มากนี่แหละนัทก็เลยเจอรูทีนการออกกำลัง กายประจำตัวนะคะว่านันย้ายมาออกตอนเช้า
12:24 แล้วกันคือเราก็ไม่รู้หรอกว่าจริงๆตามผล วิจัยการออกกำลังกายตอนเช้าหรือตอนเย็น อันไหนให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่ากันแต่ตอน เนี้ยการออกตอนเช้าสำหรับนัทอ่ะเวิร์คมาก มันคือการปรุงรสที่ทำให้เราสามารถทำซ้ำทำ ซากได้แบบที่รู้สึกว่ามันไม่ได้ยากจนเกิน ไปไม่ต้องฝืนตัวเองมากเกินไปแนก็เลยคิด ว่านี่แหละคือการสร้างระบบจากการสังเกต ตัวเองจนมันเกิดเป็นวินัยที่เราทำซ้ำได้ บ่อยๆมันไม่ใช่อะไรที่แบบเราต้องตื่น 5:00 น.ทุกวันเราจะต้องออกกำลังกายตอนเช้าเท่า นั้นต้องออกตอนเย็นเท่านั้นจะต้องแบบคิด งานตอนไหนอะไรเงี้ยค่ะนคิดว่ามันระบบที่ มันเวิร์คกับเราอ่ะไม่มีอะไรตายตัวหรอก เพราะว่าเรานอนกันคนละเวลาเราตื่นกันคนละ เวลาประเภทงานที่เราทำก็ไม่ได้เหมือนกัน
13:09 ซะไปหมดทุกคนอยู่แล้วเพราะฉะนั้นพลังงาน การใช้ชีวิตของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน อยู่แล้วนก็เลยคิดว่ามันไม่มีวิธีไหนที่ ถูกต้องที่สุดแต่ว่ามันจะมีวิธีไหนที่เรา จะปรับให้เข้ากับตัวเองที่สุดแล้วมัน สามารถทำให้เราทำซ้ำทำซากได้แบบที่ไม่ฝืน ใจตัวเองเกินไปอ่ะจริงๆเรื่องนี้เป็นการ คุยที่สนุกนะคะเพราะว่านัก็ชอบหาวิธีที่ แบบจะทำยังไงให้ตัวเองสามารถทำสิ่งนี้ซ้ำ ๆซากๆได้เหมือนกันซึ่งแน่นอนว่าโอเคพอทุก คนเริ่มมีmindsตเกี่ยวกับคำว่าวินัยการ สร้างระบบอะไรมากขึ้นแล้วเราสังเกตตัวเอง แล้วเราก็ทำมาได้เรื่อยๆแต่ว่ามันก็จะมี บางครั้งที่เราจะเจอกับดักที่มันจะดับ วินัยของเรานัก็เจอนัก็เชื่อว่าใครๆก็เจอ แล้วมันก็จะเจอเรื่อยๆเรๆระหว่างทางนะค่ะ กับดักอันที่ 1 เลยก็คือถ้าไม่ได้ทำแค่ 1
13:54 วันก็รื้อมันทิ้งไปซะเลย เคยเป็นมั้ยเคยเคยรู้สึกมั้ยนัดอ่ะโอ้โห เป็นบ่อยมากคือไม่ว่าอะไรก็แล้วแต่และวัน ๆนั้นน่ะเราไม่ได้ทำในสิ่งที่เราตั้งใจ ไว้เราก็จะนอยมากเราจะรู้สึกหัวฟัดหัว เหวี่ยงรู้สึกว่าแบบทำไมฉันเป็นคนแบบนี้ ฉันเป็นคนไม่เอาไหนเลยอุตส่าห์ทำมาได้ ตั้งนานแต่ว่าทำไมวันนี้ถึงทำไม่ได้เป็น คนที่ไม่เก่งเลยนะแล้วแบบเนี้ยจะทำเป้า หมายให้เป็นจริงได้หรอคือคุยกับตัวเองแย่ มากแล้วก็มาสรุปไปเลยว่าฉันไม่ทำะจบไป ดื้อๆอย่างนั้นเลยเราต้องมาปรับกันใหม่ใน เรื่องของคำว่าสม่ำเสมอการทำอะไรสม่ำเสมอ ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำทุกวันให้ เหมือนเดิมเป๊ะๆเราอาจจะคิดว่าอ่ะใน 7 วันใน 1 อาทิตย์เนี่ยเราจะต้องทำทุกอย่าง
14:40 ให้เต็ม 100 คะแนนทุกวันเลยทุกอย่างจะ ต้องเป๊ะเหมือนกันทั้งหมดนะจะต้องออก กำลังกาย 60 นาทีเหมือนกันทั้งหมดทั้ง 7 วันแบบเนี้ยนัทเคยคิดอย่างเงี้ยนัทรู้สึก ว่ามันติด perfectionist เกินไปคือคนอะไร จะเพเfคขนาดนั้นที่จะอยากตื่นมาออกกำลัง กายได้แบบ 60 นาทีตั้ง 7 วันน่ะคุณเป็น หุ่นยนต์หรอหรือเป็นแชท GPT เราก็เป็นแค่ มนุษย์ธรรมดาคนนึงที่บางวันเราอาจจะมี พลังงานเยอะบางวันเราอาจจะมีพลังงานน้อย ซึ่งความสม่ำเสมอไม่ได้หมายความว่าคุณจะ ต้องมีพลัง 100 เต็มในทั้ง 7 วันก็ได้ ความสม่ำเสมอหมายถึงว่าใน 7 วันเนี้ยแค่ คุณโชว์upัอ่ะเหมือนแบบโผล่หน้าเข้าชมรม อ่ะแต่ว่าจะเข้าชมรมแล้วทำมากทำน้อยแต่
15:25 คือยังไงคุณก็โผล่หน้าเข้าไปอันเนี้ยคือ ความสม่ำเสมอไม่ว่าชมรมนั้นจะเป็นแบบ อย่างเช่นเป็นชมรมออกกำลังกายเป็นชมรมการ ออมเงินเป็นชมรมอยากปั้นช่องคเทนหรือว่า เป็นชมรมฝึกภาษาอย่างเงี้ยคือมันไม่ จำเป็นเลยที่จะต้องเข้าชมรมวันจันทร์แล้ว ก็ท่องคำให้ได้ 1,000 คำตั้งแต่จันทร์ทุก วันต่อจากเนี้ยมันต้องมีอยู่แล้วที่บาง วันเรารู้สึกเหนื่อยอยู่ดีเราอาจจะป่วย อยู่ดีๆเราอาจจะรู้สึกรถติดแล้วหงุดหงิด เราอาจจะกินข้าวช้าเราอาจจะโดนหัวหน้าว่า หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เอerร์จีแต่ละวัน มันสวิงไปสวิงมาเรากำหนดไม่ได้ว่าเราจะ 100% ทุกวันขนาดนั้นวันจันทร์อาจจะรู้ สึก 10% วันที่ 2 อาจจะรู้สึก 20% วันที่ 3 อาจจะรู้สึกว่าโอ้โหวันนี้เยอะมากใส่
16:12 ไปเลยพลังงาน 100 คะแนนเต็มคือเราไม่รู้ หรอกว่าวันไหนที่เราจะ low หรือว่าเราจะ high energy เหมือนสาวๆทุกคนตอนที่เป็น ประจำเดือนน่ะรู้สึกว่าโอ้โห Low Energy มากไม่อยากจะขยับไม่อยากจะทำอะไรเลยสัก อย่างอย่างช่วงวันแรกที่เราเป็นอย่าง เงี้ยเราก็จะรู้สึกแบบโอ้โหไม่อยากขยับ อะไรเลยเหมือนกันเอเนอร์จี้วันนั้นต่ำมาก แต่ว่าถ้าเกิดวันนั้นมันเป็นวันที่เราจะ ต้องมีคทentลงอะไรเงี้ยค่ะเราก็จะหาคทent อะไรก็ได้ที่เราไม่ต้องไปยืนถ่ายก็เลย กลายเป็นว่านัทอ่ะนอนตัดต่ออยู่ใน โทรศัพท์แล้วก็นอนผึ่งท้องอยู่ตรงโซฟา เนี่ยแหละมันก็เป็นการทำงานแบบ low energy ดีแต่อย่างน้อยเราก็ได้งานความ สม่ำเสมอคือการโผล่หน้าเข้าไปแต่ว่าจะทำ ได้เยอะหรือน้อยอย่างน้อยคุณก็โผล่หน้า เข้าไปอันนี้แหละคือความสม่ำเสมอต่อไปนะ
16:57 คะกับดักข้อที่ 2 คือกับดักประโยคที่ว่า ทำแล้วไม่เห็นผลสักทีโอ้คำว่าไม่เห็นผล สักทีเป็นแบบกับดักที่ทำให้วินัยของเรา ค่อยๆหายค่อยๆหายไปเรื่อยๆๆๆเราก็เข้าใจ นะว่าเวลาเราทำอะไรสักอย่างนึงเราก็อยาก ทำให้มันเห็นผลทันทีอ่ะมันก็ไม่แปลกที่ เราจะรู้สึกแบบนั้นเพราะว่าตอนเนี้ยสังคม โซเชียลต่างๆปลูกฝังให้เราได้รับความสุข ในทันทีสมมุติว่าถ้าเกิดนัทกำลังเบื่อๆ อยู่แล้วรู้สึกว่าทำยังไงดีเบื่อจังเลย อยากจะได้รับความสุขเพิ่มขึ้นเราสามารถหา ความสุขอันเนี้ยได้จากการหยิบโทรศัพท์ ขึ้นมาเล่น TikTok ได้ในทันทีเลยมันเป็น ความสุขแบบ fast trck แบบfastฟู้ดที่สุด ที่เราเสพเรากินเราอะไรเงี้ยทุกวันน่ะมัน
17:42 อาจจะทำให้เราอ่ะรู้สึกโดยที่เราไม่ตั้ง ใจว่าความสุขจะต้องไวอยากได้อะไรก็จะต้อง ได้เลยทันทีเหมือนที่เขาเรียกว่า easy โดนน่ะมันก็เลยอาจจะทำให้เรารู้สึกใน เรื่องอื่นๆตามไปด้วยอย่างเช่นรู้สึกว่า ออกกำลังกายวันเนี้ยพรุ่งนี้ก็ต้องผอม แล้วสิหรือแบบออมเงินอาทิตย์นึงก็ต้องมี เงินเก็บเยอะแล้วสิหรืออะไรประมาณเนี้ย มันมันไม่แปลกเลยที่เราจะรู้สึกอย่างงั้น เพราะเราเสพ easy โดมินกันง่ายในยุคสมัย นี้นะคะเราก็เลยคิดว่าถ้าเกิดเราอยากจะทำ ให้วินัยหรืออะไรก็ตามเนี่ยมันสามารถแบบ ทำได้อย่างต่อเนื่องแล้วก็ไม่มีคำว่าทำ แล้วไม่เห็นผลสักทีเอามาตัดเราออกอ่ะคือ เราต้องฝึกความคิดที่ว่าเราลงทุนเพื่อผล ระยะยาวเพราะตอนนี้ทุกอย่างที่นัทได้มา มันเป็นระยะสั้นหมดเลยการเร่งติtอกการแบบ หิวและกินโดยที่ไม่รอว่านั่นคือมื้ออะไร
18:28 นี่ก็คือระยะสั้นหมดเลยเราจะต้องฝึกนิสัย การลงทุนเพื่อผลระยะยาวบ้างซึ่งการฝึกตรง เนี้ยเป็นการฝึกที่เอาจริงๆก็เป็นกิจกรรม ง่ายๆนะคะแต่ก็ใช้เวลาอยู่พอสมควรที่จะทำ ให้เราสามารถลด easy โดพามีนลงไปได้มันจะ ต้องเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้เราไม่ได้รับ ความสุขเร็วจนเกินไปอ่ะอย่างเช่นการอ่าน หนังสือคือเอาจริงๆถ้าเราจะรู้เนื้อหา หนังสือทั้งหมดแล้วก็ได้ประโยชน์จากเขา แบบเต็มที่ที่สุดคือเราจะต้องอ่านตั้งแต่ หน้าแรกจนหน้าสุดท้ายให้จบก่อนนะคะมันจะ ต้องผ่านการอ่านลายหน้ามันจะต้องอยู่นิ่ง ๆเงียบๆแล้วก็ค่อยๆย่อยไปทีหน้าตั้งแต่ หน้าแรกยันหน้าสุดท้ายเราถึงจะได้รับ ประโยชน์ได้รับความฟินหลังจากอ่านหนังสือ เล่มนี้จบซึ่งมันเป็นระยะเวลาที่นานมากๆ หรือว่าแบบถ้าเกิดตอนไหนที่นั่งทำงาน
19:14 เงียบๆแล้วเบื่อมากอย่าเงี้ยก็จะอดทนกัด ฟันไม่ไปเปิดซีรียส์ไม่ไม่เปิดข่าวไม่ เปิดโหนกระแสดูอะไรทั้งนั้นเพราะว่าจะฝึก เราจะต้องฝึกได้รับความสุขให้ช้าลงหน่อย แล้วนก็ฝึกอย่างเงี้ยวนไปวนมาจนตอนเนี้ย ทำงานแล้วแบบไม่ได้เปิดทีวีไม่ได้เปิด เพลงนก็โอเคสามารถทำงานได้แล้วก็รู้สึก ว่าโฟกัสดีแล้วพอเราแบบลด easy โดามีนได้ อ่ะสิ่งที่มันจะมาแทนที่คือเรารู้สึกว่า เราจะเป็นคนที่มีความอดทนกับความน่าเบื่อ ได้นานขึ้นมันจะทำให้เราสามารถทำอะไรซ้ำ ซากได้มากขึ้นเพราะฉะนั้นการทำอะไรซ้ำซาก ของนัทไปเรื่อยๆแบบที่ยังไม่เห็นผลน่ะนัท รู้สึกว่านัดโอเคมากเพราะว่าเราจะหวังผล ระยะยาวได้เก่งขึ้นอย่างเช่นออกกำลังกาย อ่ะคือนัดหวังผลระยะยาวไปเลยว่า 2-3 เดือนเนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอกออก ไปเลยครึ่งปีแล้วค่อยไปดูว่าแบบเออหุ่น
20:01 เราเป็นยังไงบ้างหรืออะไรอย่างเงี้ยเพราะ ฉะนั้นตอนนี้ออกไปเลยหรืออีกแบบฝึกหัดนึง ที่จะทำให้เราเป็นคนหวังผลระยะยาวได้เก่ง ขึ้นก็คือเราจะต้องหาหลักฐานอะไรสักอย่าง มายื่นให้ตัวเองดูได้ว่าเนี่ยเห็นมยผลของ การรอคอยหรือว่าเนี่ยเธอรอระยะยาวทำซ้ำ แล้วมันแบบผลระยะยาวมันได้แบบนี้นะอย่าง เช่นรักษาสิวไม่มีทางที่บีบสิวทาครีมวัน เดียวแล้วพรุ่งนี้น่าจะเกลี้ยงได้นั้น รักษาสิวพรเกษมมาตั้งแบบปีกว่าๆกว่าหน้า จะกลับมาเกลี้ยงกระบวนการกดสิวนะก็ต้องไป กดทุกเดือนเหมือนกันมันแบบมันต้องทำซ้ำ บ่อยๆถึงจะเกลี้ยงหรืออาจจะเป็นหยอด เซรั่มผมตรงเนี้ยหยอดเซรั่มให้ผมขึ้นหยอด วันเดียวหัวมันไม่หายร้านหรอกเราก็ต้องอด ทนหยอดซ้ำหยอดไปเรื่อยๆจนนัดหยอดไป 4 ขวด
20:48 ใช้เวลาไปตั้งครึ่งปีกว่ารู้สึกว่าผมตรงเ เราจะแบบมีความดกดำมากขึ้นมันก็ต้องใช้ เวลาทั้งนั้นน่ะเพราะฉะนั้นนัก็เลยเอา เจ้าหลักฐานชิ้นเนี้ยมายื่นใส่ตัวเองว่า ไม่มีอะไรเห็นผลเร็วขนาดนั้นหรอกอดทนรอซะ แล้วก็ทำซ้ำต่อไป ส่วนต่อไปจะเป็นเทคนิคประจำตัวที่นัดปรุง รถแล้วสังเกตตัวเองแล้วแล้วก็รู้สึกว่า นี่เป็นวิธีการสร้างวินัยหรือว่าระบบการ ทำซ้ำของเราที่มันทำได้ง่ายมากๆนะคะอย่าง แรกเลยคือนัทชอบเขียนแพเนอร์การเขียน แพเนอร์เป็นตัวสร้างวินัยหรือว่าสร้าง ระบบการทำซ้ำของนัทได้ดีอันนึงมากๆคือ เวลานัดเขียนแพนเอร์นัทเขียนล่วงหน้าเป็น เดือนหรือว่า 2 เดือนอย่างเงี้ยค่ะเพราะ
21:34 นัทรู้สึกว่าพอเราใช้ชีวิตจนไปถึงวันนั้น จริงๆอ่ะเราจะได้ไม่ต้องคิดเยอะว่าวัน เนี้ยเราต้องทำอะไรเพราะเราวางแผนไว้หมด แล้วมันจะเป็นประจำทุกสัปดาห์ก็คือในทุกๆ วันอาทิตย์เนี่ยนัทจะมานั่งวางแผนว่า สัปดาห์ถัดไปนัทจะต้องทำอะไรบ้างซึ่งวิธี การวางแผนของนัทคือเราจะวางแผนแบบย้อน ขึ้นนะคะย้อนขึ้นก็คือเราจะดูเป็นหลักว่า วันไหนเราต้องโพสต์งานอะไรบ้างอย่างเช่น วันเสาร์ที่นัทมีโพสต์ YouTube เป็นหลัก เนาะอย่างเช่นอาจจะเป็นโพสต์พcสคลิปนี้ เราก็จะเขียนวันเสาร์ไว้ก่อนเป็นอันแรก แล้วก็ค่อยวางแผนแบบย้อนขึ้นว่าโอเคใน เมื่อเราจะลงคลิปนี้วันเสาร์แล้วเราจะ ต้องเขียนสอ์ดวันไหนโอเคสอ์ดวันจันทร์ แล้วถ่ายวันไหนอ่ะวันอังคารแล้วตัดต่อวัน
22:20 ไหนอาจจะเป็นพุธพฤหัสศุกร์อะไรอย่าเงี้ย ค่ะคือเขียนย้อนขึ้นมาเพราะฉะนั้นในวัน ถัดไปพรุ่งนี้อาจจะเป็นวันจันทร์เราก็จะ สามารถไปทำทุกอย่างตามที่เราเขียนและวาง แผนไว้ได้เลยโดยที่ไม่ต้องมานั่งคิดว่า วันเนี้ยเราจะทำอะไรดีเพราะเราคุยกับตัว เองไปแล้วอ่ะเราประชุมกันไปแล้วเราไม่ ต้องมานั่งเถียงกันแล้วว่าเราจะทำอะไร 1 2 3 4 ซึ่งการใช้ชีวิตของนัทมันจะง่าย มากเพราะว่าเราก็ทำตามที่เขียนไปเรื่อยๆ ถ้าเกิดนไม่เขียนแพเนอร์นั้นก็คงมาตบตี กับตัวเองทุกวันว่าวันนี้เราต้องทำอะไร บ้างเทคนิคข้อที่ 2 นะคะก็คือให้กำหนดค่า เฉลี่ยตรงกลางแล้วก็ขั้นต่ำไว้อันเนี้ยจะ ไปอิงกับเรื่องพลังงานบางวันของเราไม่ เท่ากันบางทีพลังงานเราก็เยอะบางทีพลัง งานเราก็ต่ำโดยที่เราไม่รู้ตัวใช่มเพราะ ฉะนั้นไม่ว่าวันนั้นน่ะเราจะมีเอerร์จี ยังไงก็ตามเราจะต้องมีค่าเฉลี่ยตรงกลาง
23:07 ถ้าเปรียบเทียบให้ง่ายๆอาจจะอ่ะอิงเรื่อง ออกกำลังกายอีกก็ได้อ่ะสมมุตินัทวางแผน ไว้ว่าการออกกำลังกายของนัทอ่ะอ่ะจะอยู่ ที่ 30 นาทีเป็นค่าเฉลี่ยปกติเพราะฉะนั้น ตอนที่เราใช้ชีวิตในแต่ละวันน่ะเราก็จะมา อิงจากระดับว่าแบบโอเคถ้าเกิดระดับพลัง งานของเราโอเคนะเรายังทำไหวเราก็จะไปออก กำลังกาย 30 นาทีแต่ว่าถ้าเกิดวันไหนที่น รู้สึกเหนื่อยมากๆแต่ว่าถ้าวันนั้นเป็น วันออกกำลังกายอ่ะเราก็จะแบบไม่ได้บังคับ ตัวเองที่ต้องออก 30 แต่เราจะมีเส้นข้าง ล่างที่เป็นเส้นขั้นต่ำเอาไว้อีกอันนึง ด้วยมีไว้เผื่อสำหรับวันที่พลังงานต่ำโดย ไม่รู้ตัวก็คืออย่างเช่นวันนี้ที่เรา เขียนไว้ว่าเราจะออก 30 นาทีแต่ว่าเรา เหนื่อยมากฝนตกรถติดอะไรก็ไม่รู้เต็มไป หมดก็เลยเขียนขั้นต่ำไว้ว่าโอเค 30 ไม่
23:52 เป็นไรแต่อย่างน้อยอย่างน้อยที่สุดขั้น ต่ำเส้นตรงเนี้ยขอสัก 10 นาทีได้ไหมเราก็ จะไปออกกำลังกาย 10 นาทีนะคะกลับกัน เหมือนกันถ้าเกิดวันไหนรู้สึกว่าวันนี้ ว่างผิดปกติมีแรงเหลือเฟือมากๆเลยทุก อย่างราบรื่นเราก็อาจจะสามารถออกกำลังกาย 60 นาทีก็ได้ที่มันมากกว่าค่าเฉลี่ยตรง กลาง 30 นาทีถ้าเกิดวันนั้นเรามีพลังงาน เหลือเฟือก็สามารถทำได้เหมือนกันแต่อย่าง น้อยอ่ะไม่ว่าคุณจะอยู่สเกลพลังงานไหนไม่ ว่าจะออก 60 ได้ออก 30 ได้หรือว่าขั้นต่ำ 10 นาทีได้อย่างน้อยคุณก็โผล่หน้าเข้า ชมรมนี่แหละค่ะวินัยหรือถ้าเกิดสมมุติ เทียบตัวอย่างกับการอ่านหนังสืออย่าง เงี้ยเราเอาตรงกลางไว้เป็นว่าเราจะอ่าน ให้ได้สัก 50 หน้าแต่ถ้าไปเจอเจออะไรมาก็ ไม่รู้แบบเหนื่อยมากแต่ก็วันนี้เป็นวัน
24:38 อ่านหนังสือที่เราตั้งใจไว้ก็เขียนขั้น ต่ำไว้ด้วยว่าถ้าเกิดเหนื่อยจริงๆจริงๆก็ อ่ะอย่างน้อย 10 หน้าละกันอย่าไม่อ่านไป เลยแล้วเดี๋ยววันไหนเรามีแรงเราก็อาจจะ อ่านเกิน 50 หน้าไปเองอาจจะได้ 100 หน้า ไปเลยก็ได้ถ้าเกิดแบบบทนั้นมันสนุกแล้ว เอาจริงๆนะใช้ชีวิตแบบนี้ไปอ่ะไอ้เจ้าค่า เฉลี่ยทั้งหลายที่เรามีพลังงานขึ้นอยู่ ตรงกลางหรือว่าลดลงอ่ะเดี๋ยวมันก็ถั่ว เฉลี่ยให้เราได้อยู่เส้นตรงกลางเองนั่น แหละอืมซึ่งนรู้สึกว่าวิธีการที่เรากำหนด บาร์ตรงกลางกับบาร์ขั้นต่ำข้างล่างอ่ะมัน จะทำให้มันเป็นความใจดีกับตัวเองอย่างนึง ว่าแบบเออเราก็เข้าใจสถานการณ์ของเธอนะ แต่อย่างน้อยเราก็ยังให้เกียรติกับวินัย ที่เราตั้งไว้แล้วก็โผล่หน้าเข้าชมรมอยู่ ดีเทคนิคข้อที่ 3 นะคะเราจำไว้ขึ้นใจเลย ว่า discipline is confident วินัยคือ
25:24 ความมั่นใจบางทีอ่ะเราจะรู้สึกว่าเออ เนี่ยถ้าเกิดเราตั้งเป้าไว้นะว่าเราจะออก กำลังกายแล้วแบบหุ่นสวยน้ำหนักลดเท่านี้ เท่านี้เราจะรู้สึกมั่นใจได้เต็มร้อยตอน ที่เราไปน้ำหนักรถแล้วเป้าสำเร็จแล้วอ่ะ ตอนนั้นหุ่นเราสวยแล้วอ่ะมันก็รู้สึกได้ ค่ะแต่ว่าเอาจริงๆระหว่างทางนั้นที่เรา ออกกำลังกายมา 3-4 เดือนน่ะเราจะไม่รู้ สึกอะไรเลยหรอเราจะไม่ชมตัวเองเราจะไม่ ภูมิใจตัวเองกับตรงนี้หรอเราจะรอไปชมตัว เองตอนที่เป้ามันสำเร็จอย่างเดียวหรอนรู้ สึกว่าวิธีเนี้ยนก็เคยทำแต่ว่ามันจะทำให้ เราเสียกำลังใจระหว่างทางได้ค่อนข้างง่าย นะคะเราก็เลยเปลี่ยนมาเป็นแบบแค่วันนี้ คุณโชว์upัพแค่วันนี้คุณโผล่หน้าเข้าชมรม ก็ถือว่าคุณได้พัฒนา 1% แล้วการพัฒนา 1% ซ้ำไปเรื่อยเรื่อยๆๆๆจนมันกลายเป็นเลข
26:12 เปอร์เซ็นต์ที่คุณตั้งเป้าไว้อ่ะไอ้ตัว 1% นั้นน่ะคุณสามารถชมตัวเองได้ทุกวันเลยชม ไปเลยอย่างตอนที่นออกกำลังกายเดือนแรก อย่างเงี้ยคือหุ่นมันก็ยังไม่ค่อยเปลี่ยน น้ำหนักมันก็ยังไม่ได้ลดแต่เรารู้สึกว่า เรามีความมั่นใจมากขึ้นเพราะว่าเราทำตัว เองให้ดีขึ้น 1% เรื่อยๆอ่ะหรือแม้แต่แบบ ถ้าเกิดเรากำลังฝึกทำช่องทำคเทนอะไรอย่าง เงี้ยเราตั้งเป้าไว้ว่าเราอยากมีคนติดตาม เท่านี้แล้วระหว่างทางที่เราลงคลิปไป เรื่อยๆเรื่อยๆๆๆคือสมมุติลงไปสัก 10 คลิปมันก็ยังไม่ได้เป้าที่เราตั้งไว้หรอก แต่ว่าการที่เราลงไปเรื่อยๆอ่ะเราก็ได้ เรียนรู้อะไรจากเขาหรือเปล่าได้เรียนรู้ วิธีจัดไฟคลิปต่อไปได้เรียนรู้วิธีการพูด คลิปต่อไปได้เรียนรู้วิธีการตัดต่อเราจะ เป็นคนที่มั่นใจขึ้นแน่นอนกว่า Day one
26:58 ที่เราเริ่มทำคลิปเพราะฉะนั้นวินัยคือ ความมั่นใจนัดเชื่อมากตรงนี้ 1% ภูมิใจไป เลยทุกวันจ้ะแล้วก็พ่วงอีกข้อนึงไปเลยนะ คะว่าเป็นแบบสิ่งที่พูดใส่ตัวเองก็คือ discipline is self love เหมือนกันพอ เรานึกขึ้นได้ว่าบางทีเราก็มีเป้าอะไรที่ เราอยากจะทำให้ได้อยากจะเป็นให้ได้อะไร อย่างเงี้ยซึ่งมันก็คือการตั้งเป้าหมาย แล้วก็มีวินัยเพื่อไปถึงสิ่งนั้นใช่มั้ย และการที่เรามีวินัยการที่เราทำซ้ำไป เรื่อยๆๆๆมันก็เหมือนเป็นการรักษาสัญญา ที่เราให้ไว้กับตัวเองการมีวินัยคือการ รักษาสัญญาแล้วเมื่อเราเริ่มทำได้เริ่มมี วินัยติดตัวเรารู้สึกว่าเราเคารพตัวเอง มากขึ้นเรารักตัวเองมากขึ้นและการที่เรา พูดจาดีๆกับตัวเองก็เป็นอีกหนึ่งแรงขับ เคลื่อนดีๆที่ทำให้เราสามารถทำอะไรซ้ำๆ ต่อไปได้อย่างตอนนั้นน่ะนัทขี้เกียจออก
27:46 กำลังกายใช่ป่ะเพราะว่านั่งตัดคลิปมา ประมาณแบบ 8-10 ชม.แล้วอ่ะมันเหนื่อยแล้ว อ่ะเราก็ไม่อยากจะทำอะไรเพิ่มแล้วเพราะ ว่าเราปวดหลังอะไรอย่างเงี้ยแต่ว่าพอมา นั่งนึกดีๆก็คือร่างกายเราก็อุตส่าห์นั่ง ทำงานตัดต่อกับเรามาตั้ง 8-10 ชม.อ่ะไม่ อยากพาเขาไปยืดเส้นยืดสายสัก 10 นาที หน่อยหรอทำสักขั้นต่ำของเส้นที่เราขีดไว้ ก็ได้สุดท้ายนะก็เลยพาเขาไปออกกำลังกาย 10 นาทีก็คือโผล่หน้าเข้าชมรมออกกำลังกาย แล้วก็ทำให้ได้เป็นแบบเส้นสุดท้ายขั้นต่ำ 10 นาทีนะคะพอทำได้แบบนั้นถึงแม้ว่าจะ ไม่ใช่ค่าเฉลี่ยตรงกลางแต่ก็รู้สึกภูมิใจ ที่พาตัวเองไปยืดหลังได้อย่างเงี้ยอืรู้ สึกดีมากเลยแล้วก็เทคนิคข้อสุดท้ายนะคะ ที่จะทำให้วินัยของเรามีความแข็งแรงมาก
28:31 ขึ้นแล้วก็หลายๆคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ ไปก็คือ to list ปกติเราจะมี to do list ใช่มยแต่ว่าการที่เรามี to list ติดไว้ในชีวิตเนี่ยมันจะทำให้เป้าหมายของ เราเป็นจริงได้มากขึ้นนะคะเวลาเราตั้ง เป้าอ่ะเราก็ต้องตั้งว่าอ่ะเป้าสำเร็จคือ อะไรแล้วก่อนที่เป้าจะสำเร็จอ่ะเราต้องทำ อะไรบ้างแต่ที่สำคัญอีกอย่างนึงคือเรา ต้องรู้ด้วยว่าตรงกลางเราไม่ควรทำอะไรก็ คือที่เรียกว่า to list นี่แหละซึ่งแต่ ละคนก็จะตั้ง to list ไม่เหมือนกันนะคะ แต่ก็มันก็เหมือนเป็นฟิว่าเป็นการสร้าง ขอบเขตให้ตัวเองเพื่อให้เราสามารถทำวินัย ได้ง่ายขึ้นอะไรก็ตามที่อาจจะเป็นอุปสรรค ต่อการทำซ้ำของเราต่อระบบของเราเราก็อาจ จะต้องคัดเค้าให้ไปอยู่ในtoล list แล้วก็ ปฏิเสธหรือว่าไม่ทำเขาบ้างอย่างสมมุติว่า
29:19 ถ้าเกิดช่วงนั้นน่ะเรากำลังออกกำลังกาย อยู่แล้ววันนั้นน่ะเป็นวันออกกำลังกายพอ ดีแต่ว่าเพื่อนน่ะชวนเราไปกินชาบูคือจริง ๆชาบูมันก็ไม่ได้ผิดอะไรนะคะมันกินได้ นั่นก็กินเราก็อาจจะปฏิเสธเพื่อนว่าเอ้ย วันนี้อาจจะไม่สะดวกนะแต่ว่าเราอาจจะให้ อชัเสริมเพื่อนได้ว่าเอ้ยหรือว่าเราจะไป แบบนัดพีระทิสต์เข้าคลาสด้วยกันมั้ยแล้ว ค่อยไปหาอะไรกินต่อกันหลังจากนั้นอะไร อย่างเงี้ยอันเนี้ก็เป็นไปได้นะคะหรือว่า อย่างของนัทเองอย่างเงี้ยมันจะมี list ใน บางเรื่องอย่างเช่นถ้าเกิดวันไหนเป็นวัน ตัดต่อนัทจะมี dolist คือห้ามออกจากบ้าน เด็ดขาดมันเป็นอุปสรรคต่อระบบของนัทมาก เพราะว่าถ้าเกิดวันไหนที่นัทตัดต่อคลิป แล้วนัทเผลอไผลได้ออกไปนอกบ้านแบบไปกิน ข้าวกินขนมขับรถไปนู่นไปนี่นิดหน่อยสัก
30:05 ชั่วโมงนึง 2 ชั่วโมงเงี้ยพอกลับบ้านมา มันจะไม่ได้จับคอมตัดต่ออีกเลยคือเหมือน พลังงานและเอเนอร์จีในโฟกัสของเรามัน เปลี่ยนไปแล้วอ่ะมันไม่สามารถมาจดเจาะกับ จอแล้วตัดต่อได้อีกแล้วอ่ะเพราะฉะนั้นวัน นั้นนก็ตัดต่อไม่เสร็จก็เลยต้องมี list ว่าถ้าวันไหนไปมาตัดต่อห้ามออกจากบ้าน เด็ดขาดเพื่อระบบการทำงานของเราที่เป็นไป ได้อย่างต่อเนื่องนะคะ นี่ก็จะเป็นประมาณนี้เลยค่ะที่เราสรุปรวม การสร้างวินัยแล้วก็เทคนิคที่เราใช้เพื่อ สร้างระบบการทำซ้ำประจำตัวแต่แน่นอนว่า จากที่เล่ามาไม่มีวิธีไหนที่ดีที่สุดอยาก ให้ทุกคนได้เอาเทคนิคลองไปปรับใช้กับตัว เองนะคะปรุงรสให้เป็นแบบสูตรเป็นรูทีน
30:51 ประจำตัวเองมากที่สุดให้เราสามารถทำซ้ำ ได้มากที่สุดมันก็จะฝืนน้อยลงแล้วมันก็จะ แฮปปี้มากๆระหว่างทำเพราะฉะนั้นก็ขอให้ ทุกคนสนุกกับการทำซ้ำแล้วก็ไปถึงเป้าหมาย ที่ตัวเองตั้งไว้นะคะไว้เจอกันใหม่คลิป หน้านะคะบ๊ายบายไป