0:01 สวัสดีครับเดี๋ยววันนี้นะครับเดี๋ยวผมเ่อ อยากจะมาพูดถึงในเ่อสายงาน Software engineering นะครับซึ่งเนี้ยจะเป็นสาย งานที่หลากหลายคนนะครับที่จบด้าน คอมพิวเตอร์ Science นะครับหรือว่าไม่ ต้องจบคอมพิวตอร์ Science ก็ได้เ่อก็มี ความสนใจสายงานนี้ค่อนข้างเยอะนะครับแต่ ทีเนี้ยผมไม่ใช่ Software Engineer ก็ เลยจะเอาเ่อเพื่อนของผมมานะครับที่เป็น Software Engineer ที่เ่อที่เคยทำงาน Software Engineer ที่ UK ใช่มั้ยครับ มาเล่าและแชร์ประสบการณ์ให้ฟังที่อ่าแนะ นำตัวเองหน่อยครับก้องครับเฟกมากเลยอ่า สวัสดีครับชื่อข้าก้องนะครับเลือกกล้องก็ ได้ก็เป็นเคยทำเป็น Software Engineer อยู่ที่บริษัท it consulting ที่อังกฤษอ ที่ Manchester นะครับทำมาประมาณปีครึ่ง
0:46 แล้วก็ตอนนี้ก็มาเป็นอ่า infrastructure Operation ที่บริษัทไทยที่ 1 ที่ทำ Data Center อยู่อืแต่วันนี้เราจะเน้นไปที่ Software Engineer ที่ UK ก่อนเนาะเรา วันอื่นถ้าถ้าเรามีโอกาสเราอาจจะไปเล่าใน มุมเอ่องานปัจจุบันทีหลังได้ได้ได้ๆแต่ เรารู้จักกันได้ไงนะเรารู้จักกันผ่าน มหาลัย ใช่เราเรียนเอ่อมหาลัยด้วยกันนะครับเรา ตอนนั้นเกล้องเรียนคอมพิวเตอร์ Science มาก่อนแล้วผมก็เรียนแทเอ่อก็เลยเอรู้จัก กันนะเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตอนนั้นแต่ว่า ก็อยากจะรู้ว่าเอ่อเส้นทางกว่าูจะได้แบบ ออฟเฟอร์ที่เอ่อ Soft Engineer ที่ อังกฤษเนี่ยมันต้องทำอะไรบ้าง background ูรู้อะไรบ้างตอนนั้นแล้วต้องไปค้นคว้า อะไรเพิ่มเพื่อที่จะได้งานน่ะคือถ้าตั้ง
1:35 แต่แรกเลยอ่ะมันจะเริ่มจากการหาอินเทิร์น ก่อนอือๆๆคือแบบตอนตอนเรียนคไเอาจริงๆ เรื่องเป็น Soft Engineer ก็ไม่ได้รู้ อะไรมากหรอกแบบไม่ได้รู้ว่ามันมี text Tag อะไรเลยอือไม่รู้ว่าเขียนเว็บต้องทำ ยังไงเขียนแอพลิเคชันต้องทำไงเพราะว่า เวลาเราเรียนเราเรียนเป็นเี่เนาะใช่แล้ว ก็แบบอก็คือแบบอเราก็ทำตาม assess working assessment ไปอะไรพวกนี้มันก็ จะแบบไม่ได้รู้ขนาดนั้นว่าเอ้ยปัจจุบัน มันมี text stag อะไรบ้างเราต้องใช้ Tool อะไรบ้างในการทำ a b CD ก็จะเริ่มจริงๆ ก็คือตอนอินเทิร์นตอนนั้นเป็นอินเทิร์นปี 1 มั้งเออไปทำที่ startup ของไทยเนี่ย แหละอือก็เป็นก็ตอนนั้น coding ได้นิด หน่อยแต่ว่าก็คือไม่เข้าใจแล้วว่าเขาทำ อะไรกันไม่รู้ตอนนั้นเหมือนเใช้ Mer stack มั้งไอ้มองโก Express อือๆๆแล้วก็ n คืออะไรวะโตอ่าหนูแปะู้ไเออๆอันนั้น
2:21 น่ะอันนั้นน่ะก็คือตอนเใช้นั้นแล้วก็งง ว่าแบบเอ้ยมือคืออะไรวะอะไรคือแรกอะไรคือ โนตไม่เข้าใจคือกูกูโค้ได้อย่างเดียวเป็น อย่างเดียวแบบโค้ด piton โง่ๆทำตามการ บ้านอะไรพวกเยก็เหมือนตอนนั้นก็คือเพิ่ง เข้าไปดูแล้วอ๋อมันมีโรคเรื่องมันในโลกแ de ของ Software Engineer มันมีอย่าง งี้เพิ่งรู้เพิ่งเข้าไปหลังจากนั้นปี อินเทิร์นปี 2 ก็จะไปฝึกงานที่ tdi ก็คือ ตรงนั้นน่ะไปทำ Data engineering ก็เรีย ใช้ python นี่แหละแล้วก็ได้รู้พวก to พวกเ็บ state ต่างๆอะไรพวกนี้ก็จะเริ่ม ชินแล้วว่าอ๋อมันมีการใช้ Frame work ใน การทำ a b c d อันนี้ก็ก็แล้วแต่ทาที่ เราต้องทำเนาะอืทีเนี้ยเพอเราเริ่มทำนู่น ทำนี่เป็นแล้วเนี่ยเราก็เหมือนทำโปรเจค เองแล้วอ่ะตอนนั้นกูก็ทำไอ้ไอเว็บไทยซของ war อ่ะออหใช่ทำเว็บให้อ่าตอนนั้นเรา
3:09 อยู่มหาวิลัยที่เรียกว่า warc University แล้วเราทำเว็บไซต์เพื่อที่จะเอ่อใช้กัน ภายใน bic Thai Society ใช่ๆคือเป็นการ โปรโมท Event ต่างๆอะไรพวกนี้แบบแนะนำคน ที่จะเข้ามาอะไรพวกเนี้ยก็คือตอนแรกรู้ สึกว่าอยากให้มีเพราะรู้สึกว่าตอนที่มา War แรกๆอ่ะงงจัดเลยเว้ยว่าแบบไม่ รู้ว่าแบบมันมีอะไรบ้างวะไม่รู้ต้อง เตรียมไงบ้างเออก็เลยสเอ้ยถ้าเกิดมี ก็ดีอแล้วตอนนั้นโควิดว่างก็เลยทำอืแล้ว เป็นโปรเจคน่ารักๆอันนึงออือเป็นโปรเจคขำ ๆเลยแล้วก็แบบคืออ่ะสุดท้ายมันก็คือแบบทำ ไปแล้วมันมีก็มีอะไรที่รู้สึกอยากทำเพิ่ม อะไรอยากทำเพิ่มอะไรพวกเมันก็เรียนไป เรื่อยๆเอ้ยมีเฟรมเวิร์คอะไรบ้างมี True อะไรบ้างไี่อะไรบ้างที่มันน่าใช้ก็ทำไป เรื่อยๆจนเรียนจบอืแล้วก็เรียนจบมาอ่า dissertation จะเป็นพวกเป็น recom เป็น
3:57 เว็บสำหรับ recommendation สำหรับร้าน อาหารอในลอนดอนซึ่งก็จะเป็น Machine Learning ผสมกับ S Engineer อือๆๆเออก็ ประมาณนั้นก็จะเป็น Field ประมาณนั้นดู เหมือนว่าเราสนใจแบบเว็บ de zeda Engineer AI เรามี EXP มาหมดแล้วทำไม เราถึงเลือก Software Engineer เพราะว่า ตำแหน่งเยอะเอตำแหน่งคความต้องการมาก กว่าโอเออความต้องการมากกว่าแล้วคือทีเ ไอ้ S Engineer กว้างเว้ยอือคือ ในคอซซอว์ Engineer ไม่ก็เป็นซับเซต ของคอซใช่ป่ะอืแต่ใน Software Engineer ก็จะมี sub เซตอีกซึ่งเยอะมาก เว้ย mf End Back End de Off sre platform Engineer ไม่ว่าแบบ Machine Learning Engineer ก็บางทีก็ ถูกเอาไปอยู่ในสับเซตของ S Engineer อื อะไรพวกนี้ด้วยจิๆเพราะฉะนั้นกว้าง
4:43 เว้ยก็เลยแบบอ่ะกูไม่รู้ว่ากูต้องกูอยาก ทำอะไรกูก็เลยอ่ะสมัครไปก่อน Engineer อือๆก็เลยเออก็เลยเป็นสุดท้ายก็เลยได้มา เป็น s Engineer ซึ่งงานที่ทำจริงๆ ก็ varies กับโปเจคอีกแต่ก่อนจะทำงาน เนี่ยขั้นตอนสัมสมัครเนี่ยมันเป็นยังไง อ่ะที่ UK อ่ะที่ UK จริงๆอ่ะเขาจะเริ่ม สมัครกันตั้งแต่อะ assume ว่าเราเรียนจบ เดือน 7 เนาะตอนนั้นปีอะไรวะุล 21 จำไม่ ได้สักปีนึงอ่ะอว่าเราเรียนจบปเดือน 7 โอเคแล้วส่วนแล้วส่วนใหญ่ของอังกฤษอ่ะมัน จะมี graduate scream ก็คือสำหรับเด็กจบ ใหม่ก็คือเหมือนเริ่มประมาณเดือน 9 แล้ว ก็จะมีการเนิการปรับตัวให้เข้ากับการทำ
5:30 งานที่แท้จริงอะไรพวกเนี้ยมันก็จะไม่ เหมือนที่แบบอยู่ดีเราไปสมัครไปวร Engineer เลยแล้วเข้ามาถึงเข expect ให้ เราทำงานเป็นเลยที่อังกฤษอ่ะมันจะมี graduate skill เยอะที่แบบเออเราสมัคร ไปแล้วเหมือนเขาก็จะมีเวลาให้เราเทรนนะ อะไรพวกนี้ก่อนจะเริ่มงานจริงๆซึ่งปีนั้น น่ะเยอะมากอืแล้วปีนั้นเป็นปีที่แบบ เป็น Final Year ที่กูไม่สนเกดละเพราะ ว่าเกดกูมากเดป่ะคือแบบรู้สึกว่าแบบ เออกูถ้ากูหางานไม่ได้ตอนเกูก็ไม่รู้จัก หางานตอนไหนแล้วพอเรียนจบไปเกตกูก็ไม่ดี ออฮะก็เลยโยนเรื่องเรียนเลยแล้วก็แบบหา งานตั้งแต่เดือน 12 อืตั้งแต่เดือน 12 เริ่ม Apply เริ่ม Apply จนถึงเดือน 3 ก็ Apply ไปเรื่อยๆเจอ Link อิน Easy Apply ม่ก็ Apply ไปออ Apply ใน Link อินส่วน ใหญ่ใช่ส่วนใหญ่ผ่าน Link อินแล้วก็ Apply
6:16 ไปประมาณ 33 ที่มั้งเออประมาณนั้น 33 34 ที่แล้วตอกลับมาไปอันนี้อันนี้รวมในไทย ด้วยนะตอนนั้นสมัครที่ไทยประมาณ 7-8 ที่ มั้งอแล้วก็อังกฤษ 20 30 อือ แล้วก็เออสุดท้ายก็บางสน majority OST ก็คือไม่ไม่ตอบกลับมาอืเลยบางที่ส่ง มาเป็น assessment ให้ทำบางที่ ก็ติดต่อไปแล้วก็หายมันมีมันมีหลากหลาย มันมีแบบเยอะมากเว้ยเขจแป๊บนึงนะกูมี สมัครไป 36 เอ้ย 35 ที่ อืมีประมาณ 20 เอ้ยมีประมาณ 10 เอ้ย 20 ที่ที่ OST แล้วก็รีเจคทันทีที่ได้ CV
7:03 ได้ resume ไปอือนี่คือตัวเลขจริงๆเลยตัว เลขจริงๆเลยแล้วมีประมาณเอ่อ 7 + 3 + เอ 10 อ่ะมีประมาณ 14 ที่ที่เขาส่ง assessment มาอืครึ่งนึงแล้วก็ได้ อินเทอร์วิวบ้างอืมบ้างด้วยก็คือครึ่งของ ครึ่งอ่าประมาณครึ่งนึงได้ออร์วิลต่อหลัง จาก assessment ไปอ่าโอเคแล้วทุกที่ที่ อินเทอร์วิวต่อก็ได้ไปถึงรอบ final interview อืตัวอย่างเช่นตอนนั้นได้ Final Interview ของ Agoda ของ wice ว่ามี Staring Bank มี thg ตรงนั้นได้ไปถึง Final Interview แต่สุดท้ายตกของไทยจะ มี U Tech กับ SCB abas ที่หมดเลย S Engineer หมดเลยทุกอัน sof Engineer หมดเลยโอเคแล้วก็จะมีไอ้ quer UK ตั้ง
7:49 ไอ้บริษัทเก่าที่เคยทำที่ได้ offer ใน อังกฤษเป็นที่เดียวที่ได้อ๋อเป็นที่เดียว ที่ได้ด้วยอังกฤได้่ที่เดียวก็เลยเลือก ไม่มีตัวเลือกอ๋อแต่ที่ไยได้อยู่แล้วโอเค ใช่ อืก็ process มันจริงๆก็คือ 1 ส่งตัว resume ไปใช่ป่ะส่งปึ๊บ resume ผ่านไม่ ผ่านถ้าเกิดผ่านเขาก็คงจะส่ง assessment มาให้ซึ่ง assessment อ่ะ majority ที่ เขาส่งมานะจะเป็น coing แบบ read code ทั่วไปอื read code อือฮึซึ่งเไม่เจะไม่ ได้ specific ว่าเอ้ยคุณจะต้องเป็น Java เป็น C นะคุณก็แบบเออใช้อะไรก็ใช้ไปแค่ แบบทำให้ผ่านอืดก็คือจะเป็นเอ่อเหมือนแก โจทย์เอ่าโดยใช้ programming Logic ธรรมดาโใช่ๆๆอารมณ์แบบเอ้ยหาตัวหาใน AR
8:35 เนี้ยหาตัวที่มันซ้ำเกิน 3 รอบซิหรือไม่ ก็มาทำ a BC มันมีเยอะอลองไปทำดูได้ครับ น่าเบื่อเออแต่บางที่ก็จะส่งมาเป็น personality Test ก่อนเลยไม่ก็เป็นพวก logical Test Test อะไรพวกนี้ทันทีเลย อืๆๆอืก็ขึ้นกับที่แต่ส่วนใหญ่นะเาก็จะ ส่งมาเป็นเรียก cde Hacker rank ให้ทำ ถ้าเกิดผ่านโจะบอกไว้ก่อน amon โคตร ยากยากตอนนั้นส amon แล้วมันเเส่งมาให้ทำ ไงแล้วรู้สึกว่าโหคือทำของอันอื่นมาได้ หมดแล้วเว้ยพอจของ amon คือ แบบระดับ medium ของ RE cde ป่ะ medium to Heart ไม่รู้กูลืม medium Le ดแต่ ว่าจุดนั้นคือเขามีให้ทำ 3 ข้อให้ 2 ชั่วมง 2 ชั่วมงข้อเดียวกูยังไม่เสร็จเลย
9:22 อืๆก็เลยแบโอเมี gvt นะจะช่วยได้เยอะแต่ เดี๋ยวนั้นมันไม่มี GT ตอนนั้นยไม่มีไแต่ ดีแล้วจะได้ไอ้พวกีดโคดจะได้หายไปให้หมด อยากให้ไม่มีจริงๆโอเคเออเราแล้วอ สัมภาษณ์แบบอันนี้มันเป็นก่อนสัมภาษณ์ใช่ ป่ะก็คือต้องทำ assessment ระหว่าง สัมภาษณ์จริงๆเป็นยังไงสัมภาษณ์จริงๆอ่ะ ม่ก็จะมีสัมภาษณ์ตั้งแต่เลเวลที่เป็นแบบ เาจะเอา Man ระดับตอนแรกจะเป็นเอาเลเวล เดียวกันมาสัมภาษณ์ก่อนอืแบบน่าจะเป็นแบบ อโตที่เคยทำมาแล้วปี 2 ปีอะไรพวกเนี้ยใน ตำแหน่งนี้เขาก็จะมา เจะมาให้เรา explain ว่าทำไมไอ้โค้ดที่ เราเขียนไปอ่ะทำไมเราถึงทำอย่างงั้นไอ้ โค้ดที่เราไอ้ Le โค้ดอันที่เราส่งไปอืๆ
10:09 เราก็จะมาถามความคิดต่อ Thinking process อะไรพวกนี้เก็จะแบบเออทำไมถึงทำอย่างงี้ ทำไมถทำอย่างี้ถ้าเกิดเราตอบผ่านปึ๊บเขา ก็จะสัมภาษณ์ต่อจะเป็นแบบโอเคงานที่เราทำ เนี่ยจะใช้ framework นี้นะใช้ rect รู้ จักีคมั้ยรู้ว่ามว่ามันเป็นไอ้อมันเป็น อะไรแบบแบบเออมันก็จะแบบมึงต้องรู้ลึก ระดับนึงของ True นั้นน่ะซึ่งกูก็ไม่รู้ หรอกคือใช้เป็นแต่ก็ไม่ไม่เข้าใจ Logic Behind it อืนี่ make sense เลยแต่ว่า อยากรู้ว่าพอเราเข้าไปผ่านอินเทอร์วิว อย่างนี้แล้วทำไมเเลือกเเลือกมึงวะมันพอ เหตุผลอะไรคิดว่าคือถ้าเกิดของที่ไทยนะ เว้ยเค้าบอกว่ากูดูมีแพชชั่นตอนที่กูพูด เรื่องกูอยากทำ End เพราะตอนนั้นน่ะสมัคร
10:55 ไปคือเป้าหมายคืออยากทำ frontend เา้าบอก กูดูแบบเออกับที่กูณทำดีอะไรพวกนี้ดีแล้ว ก็เออน่าจะประมาณนั้นแต่ของของ kera เขา บอกว่ากูอ่ะแบบ Thinking process อ่ะดี เป็น step by step ดีก็คือแค่แบบต้อง Thinking Out L อ่ะเออตอนตอนที่ สัมภาษณ์อ่ะเวลาเเถามถึงขั้นตอนอะไรพวกเ เราก็ต้องบอกสิ่งที่เราคิดไป Clear Communication อือใช่สุดท้าย Communication คือมันเป็นคียจริงๆเว้ย ซึ่งหลายๆที่ที่กูไม่ผ่านน่ะฟีดแบคกลับมา คือกูคุยไม่รู้เรื่องซึ่งอาจจะเป็นหลายคน ที่เป็นคอมพิวเตอร์ใช่ๆหลายคนสายสายงาน เราอ่ะมันจะมีเยอะที่คุยไม่รู้เรื่องคือ ทำเป็นแหละแต่คุยไม่เป็นซึ่งมันจะลำบาก ตอนทำงานด้วยกันจริงจริงอืแต่ว่าสุดท้าย ก็ได้มาเนี่ยใน idera UK ก็คือไฟ
11:43 สัมภาษณ์เพิ่มอีก 2 รอบแล้วก็จะส่ง personality Test มาให้ทำ Final อีกรอบ นึงแล้วก็ถ้าเกิดทุกอย่างคลิกก็หลับอืม ต้อง congrat ที่ได้เ้ยเราพอเราได้เ แฮปปี้แล้วแฮปปี้ป่ะแี้แฮปปี้แฮปี้แต่ตอน นั้น Grey ต่อรู้สึกว่าเฮ้ยกูเก่งว่ะกู ต้องสมัครเพิ่มเพราะเงินรู้สึกว่าเงิน เดือนไม่พออ๋อก็เลยรู้สึกว่าเอ้ยกู ต้องเอาว่ะกูต้องกูกูก็พอตัวแล้วต้องเอา อีกแต่สุดท้ายก็หาไม่ได้ก็เลยหาับที่ นี่ดีละพอเราเข้าไปแล้วเนี่ยมันเป็นยังไง วะจริงๆซอร Engineer ทำอะไรกัน Engineer จริงๆมันมันกว้างไที่กูบอกตอนแรกอือคือ คือถ้าเกิดว่าในมุมมองที่คิดว่าคน ทั่วไปเข้าใจนะก็จะมี Front End กับ Back
12:28 End full Stack คลาสสิกเลยใช่ทำหน้า บ้านหลังบ้านทั้งหมดซึ่งจริงๆมันก็จะมี เยอะกว่านั้นอีกใช่ป่ะล่ะใช่ๆสิ่งที่กูทำ อ่ะจะเป็น de Off เพราะพคือคือบอกก่อว่า พอกูเข้าไปถึงใน idera ในบริษัทที่กูทำ คือเขาจะให้เทรนก่อน 2 เดือนคือให้ทำทุก อย่าง Front End Back End de of Cloud ออืเสร็จแล้วเทรนเสร็จปุ๊บเก็จะ บอกโอเคมีโปรเจคอะไรเข้ามาบ้างของบริษัท แล้วจะส่งเราไปทำโปรเจคนันนั้นอืซึ่ง โปรเจคที่กูได้ทำอ่ะก็คือเป็นโปรเจค de Off ซึ่ง de Off เนี่ยจะเป็นเขียน cic CD pipeline เป็นหลักทำพวก infrastructure iac อ infrastructure as Code terraform ทำเยอะมากแล้วก็ ต้องเข้าใจพวก Cloud ทั้งหลายใช้ Cloud
13:14 ให้เป็นอือันนั้นก็คืองานหลักของ de of ส่วนใหญ่กูก็จะได้ทำตรงนั้นอ๋อคือมีคนทำ แบบพวก full stack ไปแล้วใช่ป่ะใช่ๆ เพราะบางโปรเจคมันไม่ได้เป็นโปรเจคที่แบบ เราไปเขียนแอปให้เค้าไงบางทีเราเต้องการ Internal Tool อ๋อคือมนส่วนใหญ่อ่ะมัน จะเป็นฝั่ง de Op มากกว่าเพราะยเป็น consultant ที่ต้องเสิร์ฟลูกค้าแล้วคน ส่วนใหญ่เขาต้องการแบบคนที่มีสิล de of ก็เลยโปรเจคก็เลยไปไปตรงนั้นซะส่วนใหญ่ ใช่ๆอื make sense make เ Sense อืออื แต่เราเข้าไปนี่เราก็ไม่ได้ทำ full stack เลยเนาะโฟกัส de ทำไม่ได้ไม่ได้ทำ for End backend เลยอ๋อส่วนใหญ่ forend backend คือแบบเป็นโปเจคที่ทำเองกับ เพื่อนอะไรพวกเราเทียบ 2 อย่างเป็นไงฮะ ระหว่าง de Off ก ชอบเพราะสนใหญ่คือแบบช่วงหลังให้เห็น Front เแล้วเห็นแบพวกทต่างๆของ font End
14:00 อ่ะไอ้พวกเ Flow ไอ้ Wi อะไรต่างๆอ่ะที่ มันทำแทน font End de ได้เห็นแล้ว ท้องอ่ะเดี๋ยวมึงมาแทนกูแน่เลยว่ะก็เลย แบบเออดีแล้วทำ de Off นี่นยังไม่น่ามี ใครมาแทนได้ Back End เดี๋ยวนี้ก็ Google ก็แบบทำพวกแบบไอ้พวก Cloud ฟังก์ชันต่างๆมันก็มาแทน B ได้ระดับนึง แล้วเนาะเออจริงๆๆเออเพราะนั้นก็แบบออง อย่างน้อยกูก็เป็นคนดู infra ดูาวอ่ะมัน ไม่น่ามี AI มาทำแทนได้มีูอะไรที่มันแบบ มึงมาไม่งานกูขนาดนั้นหรอกไม่ไม่น่าหรอก ไม่น่าโอเคเฮ้ยอย่าพูดน่าพูดเล่นพูดเล่น กูไปถางานอื่นทำกันแต่ดีแล้วอือืยูนิคดี เว้ยที่แบบคนทำ de of แบบเริ่มด้วยอมี
14:46 นอยป่ะส่วนใหญ่มันเริ่มที่ซอฟต์แวร์ที่ แบบส่วนใหญ่เาเริ่มฟ End Back End เท่า เท่าที่เข้าใจมันอืๆๆลักษณะการทำงานเรา เป็นยังไงเราเข้าไปแล้วแบบตื่นมาเราต้อง ทำอะไรบบ้างอ่ะ as a de of คือไบอกไป แล้วว่าต้องว่า Concept มันคืออะไรแต่ว่า แบบเออมันเป็นยังไงอ่ะชีวิตการทำงานใน UK ที่อับไทยใน UK อ่ะชอ่าอย่างบริษัทกู โปรเจคแรกนะที่เป็น de of จ๋าเลยนะก็อ้า อันนี้คือเอาแบบว่ากูทำอะไรในโปรเจคนั้น หรือว่าวันวกูทำอะไรวันๆทำอะไรวันๆทำอะไร อ๋อก็จริงๆมันส่วนใหญ่มันมันจะมีทุกทุก วันตอนเช้าจะมี setup setup ก็คือที่เรา ต้องแบบเอ้ยมาคุยกันในทีมว่าเมื่อวานเรา ทำอะไรไปวันนี้เราทำอะไรมีอะไรมีปัญหา
15:32 อะไรหรือเปล่าอือันนั้นคือ Stand Up ใช่ ป่ะทุกๆวันจะมี Stand Up ประมาณ 8:45 มั้งแต่เขค EXP ให้มึงเลิกมาตั้งแต่ 800 นแล้วแหละ 8:00 นกูก็กูก็ตื่นแล้ว 750 อื ตื่นมาหลังหน้าแป๊บนึงแล้วก็มันนั่งหน้า คอมแล้วก็เริ่มทำงานอืก็จะดูพวก Ticket ต่างๆ Ticket ก็คือ Task Task management ปอ่าเดี๋ยวแปดูก็อ่ะแปะๆรูป แปแรูปนนั่นนนั่นเออก็คือมันก็จะมีตัวคัง บานบอร์ดอ่ะเอออะไรพวกเนี้ยที่มันจะบอก ว่าเอ้ยมันมี tas อะไรบ้างอะไรอยู่ใน backlog อะไร in progress อันไหนใครทำ ก็จะมานั่งรีวิวแล้วก็พอ 8 845 นปุ๊บก็ จะมาคุยกันว่าโอเคครับเมื่อวานผมทำ tas นี้ตอนนี้ได้ประมาณนี้แล้วอันนี้เสร็จ แล้วนะย้ายไปได้เลยหรือว่าอันนี้บล็อกอาจ
16:18 จะต้องรอของคนนี้ทำให้เสร็จก่อนอะไรพวก นี้มันก็จะมาอัปเดตอย่างซึ่งมันดีเพราะ มันทำให้เราคิ Track ว่าเราทำอะไรอยู่ ด้วยเราให้รู้ว่าคนอื่นทำอะไรอยู่ด้วย แดว่าเขียนโค้ดไปเรื่อยๆก็แบบออย่างที่กู ทำก็จะเป็นแบบ terf เป็นส่วนใหญ่ Modify pipeline นิดนึงก็คืออารมณ์แบบเออก็คือ เขียน terf module ต่างๆแล้วก็เช็คว่า แบบเอ้ยที่ User input มามันถูก pass ผ่าน pipeline มาถึงไหรือต้องทำ validation ก่อนให้มัน pipeline มัน FA กว่านที่มันไป fail ใน tral form ไม่ งั้นมันก็จะใช้เวลานานพยาม optimise เวลา อะไรพวกเยคำว่า terraform ก็คือจะเป็น infrastructure as Code เนาะก็คือ เขียนโดใช่เพื่อที่จะ provision infrastructure ต่างๆขึ้นมาใช่เพื่อที่ จะชก็คือจะเป็นการบอกว่าเอ้ยกูต้องการอ่า
17:05 สมมุติว่า ADS ก็เป็น E2 ไซสนี้มี dis เท่านี้ a BC แบบ Config ใส่ลงไปใน file ter form แล้วก็ Run terraform มันก็ จะ automate ในการ provision มาให้อืซึ่ง ก็ Common True มากใช่ๆก็มันจะเป็น ประมาณนั้นแล้วก็ทุกๆ End of Sprint Sprint เนี่ยจะเป็นช่วงเวลา 2 อาทิตย์ ที่เหมือนเราจะมองภาพรวมว่าเออภายใน 2 อาทิตย์เนี้ยเราจะทำทาอะไรให้เสร็จอืเรา จะมีเป้าหมายใหญ่เป้าหมายนึงแล้วก็บอกว่า โอเคเราจะเอา Ticket เราจะพยายาม compete Ticket เสร็เนี่ยให้เสร็จภายใน 2 อาทิตย์นี้แล้วก็มาอาจจะมาให้คะแนนกันว่า โอเค tiet เนี้ยคาดว่าจะใช้เวลากี่วัน Ticket นี้คาดว่าใช้เวลากี่วันเสร็จแล้ว
17:51 ตอน End of Sprint ก็จะมานั้งเรียกว่า เรเรรก็คือมานั่งคุยกันว่าโอเคใน 2 อาทิต ที่ผ่านมาเราทำอะไรไปได้ดีเราทำอะไรไปได้ ไม่ดีและใน Sprint ต่อไปเราอยากให้มันมี อะไร อืซึ่งอันเนี้ยมันก็ดีเพราะมันจะเป็นการ ได้ฟีดแบคไปฟีดแบคมาจากทั้งทีมแล้วก็ เหมือนเป็นการเปิดใจคุยกันว่าแโอเคตรงนี้ มันมีปัญหานะตรงนี้อยากให้เร่งหน่อยหรือ แบบเอ้ยหัวหน้า estimate Ticket อันนี้ ผิดนะพอทำอันนี้แล้วจริงๆใช้เวลามาก กว่านั้นอะไรพวกเนี้ยคือมันจะเป็นช่วงที่ ทำให้เราได้มา discuss กัน reflex แล้วก็ พัฒนาในสินต่อๆไปอือันนี้เคลียร์เลยเออ Flow ประมาณนี้ซึ่งดีมากเพราะรู้สึกว่า
18:37 ต้องการมากคือบางทีเวลาเราทำอะไรไปแล้ว เราแบบเราไม่เห็นภาพรวมหรือเราไม่เห็น สิ่งที่เราพัฒนาได้เพราะเราทำเองบางทีเรา ไม่รู้ไงถ้ามีคนมา Point Out เราว่าเอ้ย ตรงนี้มันมีปัญหานะหรือโปรเจคระดับเนี้ย ตอนนี้ตรงนี้มันติดอยู่แล้วเราไม่เห็นมัน ก็ไม่ค่อยดีเนาะจริงๆอ่ะรู้สึกว่าอยากจะ encourage ให้บริษัทในไทยทำอย่างงนี้ บ้างแต่ว่าเออมันเป็นอะไรที่ดีมากคือตอน นั้นอาจจะรำคาญว่าแบบมีอะไรบ่อยๆแต่พอมา ทำตอนนี้รู้สึกว่าเอ้ยดีว่ะอืๆจริงๆๆ เห็นเห็นเหเห็นตรรงกันเลยที่ที่มันมีความ แตกต่างกันอยู่ที่ไปทำ de of อ่ะอ Value ของ de of มันคืออะไรบ้างแบบมันมี benefit อะไรบ้างให้คนน่ะถ้าไม่มี dep Off แล้วจะเกิดอะไรขึ้นแล้วก็ถ้าไม่มี ถ้ามีมีกับไม่มี dep Off เนี่ยมันจะเกิด
19:22 อะไรขึ้นบ้างแล้วก็เอิ่มโปรเจคทีุ่ทำ เนี่ยมันจะเป็นแบบเอา def Op ไปใช้ให้ อะไรอ่ะอืเอไปใช้สำหรับอะไรบ้างคืออย่าง แรกต้องเข้าใจกว่า de of จริงๆมันคือ de กับ Operation อืมาอยู่รวมกันเป็น de of ใช่ป่ะซึ่งคซจริงๆของมันคือการคือ de กับ Operation อ่ะมันเหมือนจะมีกำแพงกั้น อยู่ de ก็จะรู้ว่าเกูเขียนโค้ชอย่างนี้ นะ Operation ก็จะเป็นคนดูแลโค้ดนั้นแต่ Operation ก็จะไม่ค่อยรู้หรอกว่าโค้ดตรง นั้นมึงเขียนมายังไงมึงคือ Operation ก็ คือเอาไป dey อย่างเดียวดูแล infra อย่าง เดียว ซึ่ง def Off เนี่ยมันจะอยู่เป็นตรงกลาง ระหว่างตัว dep กับตัว Operation ก็คือจะเป็นคนที่คอยนำโคดจาก
20:09 de มา deploy อือฮึอยู่ในสภาพที่สามารถ operate ได้อือทำให้ Operation มันก็ใช้ ชีวิตง่ายขึ้นอันนั้นคือเท่าที่เข้าใจนะ มันคือ Concept แรกของ de Op อืๆแต่ช่วง หลังๆ de Op มันก็คือคนเขียน cic CD pip LINE นั่นแหละแล้วก็อาจจะวาง infrastructure ดู Cloud เป็นแนวคือ de of อ่ะอันนี้เ้า ที่ไปอ่านมานะก็คือก็บอกว่าแบบจริงๆ ก็คือ sre platform Engineer System Engineer แบบ Cloud Engineer อะไรพวกเนี้ยจริงๆมันก็จะเป็น Field นั้น ซึ่งตอนนี้ de of แก็กว้างขึ้นะอืก็เลย รู้สึกว่าเออมันก็มันก็ไม่ได้ตายตัวขนาด นั้นอื de Op เป็นเทอมเนาะส่วน sre พวกเ ก็เป็น Row ใช่โอสายะการงานโอเคแต่อย่าง
20:55 ที่กูทำในฐานะ de of อ่ะก็จะเป็นอ่า เขียน C CD pip LINE นี่แหละอารมณ์แบบ เมึงเคยใช้ทำพวก coop deployment ป่ะอื อือเอ่อ coop deployment ไม่ก็คือแบบ เหมือนมึงมึงมี yam file แล้วมึงก็ใส่ ว่าเออมึงอยากสร้างอันนี้ a BC Config ไว้ยังไงอืแล้วก็ส่งไปให้ยิยิงไปูแม่ก็จะ ไป Spin up port คัตต่างๆโตต่างๆตามที่ เรา Config ไว้ใช่ป่ะอืทีเนี้ของกูก็จะ เป็นเหมือน Internal Tool ทำเหมือนกับ coop เลยแต่ว่าตรงนี้จะเป็นแนว vpm มาก กว่าลูกค้ากูตอนนั้นน่ะเขามี Data Center ของตัวเองอ๋อคือทีนี้เขาก็อยากจะมีูคล้าย ๆ coop นี่แหละแบบ coop deployment หรือ coop yamo manifest อ่ะ coop manifest อ่ะในการที่จะแบบเออกูก็แค่ใส่เข้ามาใน
21:41 Config file yamo Config yamo file รันปึ๊บแล้วพวก infra ับ้านทั้งหมดการ Config แบบทั้ง T for ทั้ง an stable อ่ะก็คือจะปลุกปึ๊บขึ้นมาเลยปึ๊บเส็ที่ ต้องไปยุ่งไปอือือืก็คือจะลดลดลดเวลา de ได้ค่อนข้างเยอะเพิ่ม productivity ใช่่ ใช่คือมันมันจะเป็นตัวล่น่นระยะเวลาในการ set up ตนี่นันู่นแล้วก็ลดโอกาสในการทำ มสกเอออืๆก็จะเป็นอะไรประมาณนั้นก็ก็โอเค นะแบบมันก็รู้สึกว่าเอองานมันก็มี Impact แต่ว่าแค่ตอนที่กูทำอยู่อ่ะเหมือกูเป็น ตัวเล็กๆแล้วกูไม่เห็นภาพกว้างก็เลยอาจจะ ไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่อืแล้วอันนี้ก็คือจะ เป็นเรื่องเทคนิแล้วแต่เรื่องไม่ Technical บ้างก็คือว่าชีวิตที่อังกฤฤษแ
22:27 ที่ไทยเป็นไงวะตอนทำงานตอนทำ งานคือกูทำงานเหมือนกูเรียนปโทอ่ะเพราะ ว่ากูแฮง Out กับรุ่นพี่ปทกูเยอะมากเออ 800 น - 17:00 นกูทำงานเลิกงานปึ๊บกูก็ ไปกินเบียร์กับเพื่อนอรุ่น พี่ชีวิตดีมากที่อังกฤษเพราะว่าเนื่องจาก 1 work from home ใช่ป่ะก็คือแบบค่า เวลาเดินทางก็ 0 ละหรือถ้าเกิดจะต้อง ไปออฟฟิศจริงๆอ่ะก็คือเดินไป 10 นาทีคือ ต้องเข้าใจก่อนว่าเนี่ยที่อังกฤษอ่ะเมือง ขนาดเมืองใหญ่แบบ Manchester ิเวอร์พูลเบอร์มิงแฮม edinburg อะไรพวก เนี้ยถึงมันจะเป็นเมืองใหญ่อ่ะแต่ตัว City Center จริงๆมันไม่ได้กว้างเว้ยอืเพราะ ฉะนั้นมึงจะเดินจากต้นเมืองไปปลายเมือง มันก็แบบมาก Maximum ครึ่งชั่วโมงเพราะ
23:14 ฉะนั้นเวลาเดินทางไปออฟฟิศมึงมึงก็เดินไป แป๊บเดียวก็ถึงะไม่ไม่เหมือนกรุงเทพฯที่ แบบรถติดรถติดแล้วแบบไปเจอเพื่อนทีก็ โอ้โหแบบไกลอ่ะแบบเสียเวลาชั่วโมงนึงใน การเดินทางอือืก็เลยทำให้แบบพออยู่อังกฤษ อ่ะทำงานแล้วทำงานปึ๊บอ่ะเขา Value แบบ เรื่อง work Life Balance มากด้วยเอเ ใช่ก็คือแบบทำให้ชีวิตมันดีแล้วเลิกงาน คือเลิกงานไม่มีการตามงานหลังเลิก งานเวลาวันลาคือวันลาวันลาคือกูทิ้งมือ ถือคือที่ออฟฟิศเขาจะให้มือถือทำงานมา แล้วก็ให้คอมทำงานมาเนาะก็คือเวลาเที่ยว ก็คือแบบปล่อยทิ้งมือถือทำงานเลยแบบแบบ มึงไม่มีสิทธิ์มาติดต่อกูวันลาของกูเพราะ มันคือวันลามึงอย่าคิดจะมาโทรหากูตอนทำ
24:02 งานซึ่งทุกคนเ resp ตรงนี้ไม่มีการโทรมา ตามเรื่องงานในวันหยุดก็ก็จะเป็นข้อแตก ต่างกันระหว่างประเทศไทยแล้วก็อังกฤษ in General แล้วกันใชอืประเทศไทยบางทีกัน อาจจะไม่ใช่ทุกทอประเทศไทยบางทีใช่เพราะ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้คอร์ของการทำงานเไทย มันก็น่าจะแบบเออเหมือนฝรั่งมากขึ้นอืดี ขึ้นเรื่อยๆอือๆอืก็ชีวิตมันดีอ่ะอยู่ที่ อังกฤษอ่ะเสาอาทิตก็ไปไฮกิ้งแล้วแบบที่ทำ งานก็แบบชอบพาไปเลี้ยงเบียร์อะไรพวกนี้ แบบกินเหล้าในออฟฟิศได้หลังเลิกงาน 1700 นก็เปิดเบียร์กินกันจริงๆนะจะมีอะไรจริงๆ ไทยแล้วก็อังกฤษก็ก็ทั้งคู่ป่ะเ๋ว่าเอา จริงๆไทยกกูก็กินแหละแต่ว่าแบบเออเออก็ จริงก็จรงอันนี้ถอนพูดถอนพูดที่อังกฤษที่
24:49 ไทยเคก็กินเล่ากันแต่ว่าเออที่อังกฤษมัน ให้ความรู้สึกชิลกว่าไม่มี seniority เออ ใช่อ๋อเป็นใหญ่เลย seniority คือเนื่อง จากเราเป็นคนไทยเนาะถ้าเกิดเรามีรุ่นพี่ ที่อายุมากกว่าเรานิดนึงอ่ะเราก็จะเก่ง เราก็จะไม่กล้าพูดอะไรมากแต่พอเป็นอังกฤษ ปุ๊บอ่ะขนาดมึงเป็น cto ของบริษัทนะกิน เบียร์คุยเล่นกันก็คือแบบคุยเล่นเป็น เพื่อนกันได้อายุห่างกันประมาณ 20-30 ปี ก็คือคุยเล่นกันแบบไม่ได้มี seniority เลยแค่เรา treat เ with respect จริงๆ แต่ว่าไม่ใช่แบบ respect ใน ter of City แต่เป็น respect ในฐานะคน แค่นั้นมันก็พอแล้วซึ่งรู้สึกว่าเออที่ อังกฤษมันทำให้แบบคุยกับคนง่ายกว่าไม่มี การเกรงอะไรขนาดนี้อืก็ชัดเลยภาพไทยแล
25:39 อังกฤษต่างกันอืต่างกันแต่ว่ามีข้อเสีย ป่ะอาแล้วที่ที่อังกฤษรู้สึกว่าได้เรียน รู้น้อยอ๋อเรียนรู้น้อยกว่าไทยอีกเหรออ เรียนรู้น้อยกว่าไทยอื คือคือพอทุกคนใจดีอ่ะไม่กดดัน เว้ยอ๋อแต่ที่ไทยกดดันเรียนรู้เยอะที่ไทย กดดันเรียนรู้เยอะคือกูเริ่มงานที่นี่ได้ ประมาณ 34 เือนกูได้อะไรเยอะมากแบบเยอะ แบบเยอะชิบหายแบบเออรู้สึกเลยแโอ้โห เยอะจริงแต่ก็ใช้งานกูหนักจริงเดี๋ยว รอบหน้าเราค่อยมา เอ่อพูดเกี่ยวกับเรื่องสายงานใหม่ของข้า กล้องแล้วกันหลังจากที่ข้ากล้องออกแล้วรอ ลออกยๆโอเคมีอะไรอยากจะเพิ่มเติม ป่ะอ่าอีกอย่างนึงที่ชอบในอังกฤษนะอันนี้
26:24 ไม่รู้ที่ไทยมีหรือเปล่าคิดว่ามีแหละแต่ ว่าที่อังกฤษมันก็จะเป็น Field แบบ Body System ใช่ป่ะอืก็คือมึงเข้ามาถึงปึ๊บ มึงจะมีพี่ เลี้ยงซึ่งพี่เลี้ยงมึงคนเนี้ยเทำงานเป็น สเเเลี้ยงเเลี้ยงแบบเลี้ยงกูเป็น Schedule มากๆเลยคือแบบทุกๆ 2 นาทีจะต้องมีการคุย กัน 1 ครั้ง 1 ช่วโมง ถามถามส่งแบบมีการปรึกษากันว่าเอ้ยทำงาน เป็นไงบ้างหรือว่าคุยกันเรื่องส่วนตัวเลย ก็ได้ว่าแบบเออเครียดเรื่องอะไรมั้ยเคียด เรื่องครอบครัวมั้ยเคียดเรื่องแฟนมั้ย อะไรพวกเยแบบคุยได้นะปอบได้แล้วมาทำให้ รู้สึกว่าเอ้ยมันมัน bonding กับคนใน บริษัทมากขึ้นอืที่อังกฤษเหรอใช่ที่ อังกฤษแล้วคือแบบเรามีปัญหาอะไรกับเรื่อง งานรู้สึกว่าเฮ้ยแบบ I feel Under appreciated อะไรพวกนี้ก็พูดกับเขาได้เ ก็ไปคุยกับหัวหน้าให้อืเรียกว่าแบบมี
27:10 mental care ได้ดีมากเออ mental care ดีมากเโคตรแคร mental Health ของคนใน บริษัทเลยอือแล้วกูไม่รู้กูโชคดีรือเปล่า แต่พี่เลี้งกูคือแบบ Best The Best อ่ะ แบบโคตรให้กำลังใจที่สุดแล้ว อ่ะอืแล้วก็จะมาช่วยในเรื่องแบบ Performance Review มาช่วยเรื่องเขียน เรื่องโกอะไรพวกนี้คือคอยซัพพอร์ตตรงนี้ แต่ว่าเหมือนที่ไทยเท่าที่เจอมามันยังไม่ มีท่านั้นอืๆซึ่งคิดว่าถ้าเกิดมีมันก็ดี เพราะแบบเพราะอย่างน้อยมันรู้สึกว่ามัน เซวที่เราสามารถเปิดอกคุยได้เต็มที่ใน บริษัทที่ไม่ใช่เพื่อนเราจริงเพราะว่าแบบ หลายๆคนก็น่าจะกดดันป่ะที่ไทยถ้ามีแบบคน ช่วยนิดนึงก็น่าจะดีขึ้นใช่ๆแบบอย่างน้อย เป็นคนละให้ให้กูพูดความในใจกูหน่อยก็ได้ พเออเข้าใจนั่นแหละมีเอ่อ Final Advice
27:59 อะไรมย Final Advice สำหรับคนที่จะสมัคร สายงานเ่าเข้าใจว่าจะเป็น Software Engineer เออจะต้องแบบไปเรียนรู้อะไร เตรียมตัวยังไงจริงๆมันมีคอร์สเต็ม YouTube เลยนะจริงๆอ่ะคือ ก็คือคอร์สใน YouTube อ่ะแนะนำให้ดูระดับ นึงแต่มึงอยากทำอะไรมึงลงมือทำเลยดีกว่า อืเดป่ะแบบถ้าแบบเอาแต่แบบคิดว่าเอ้ยกู อยากทำแอปนี้จังเลยแต่ว่าเอ้ยกูกูยังไม่ มั่นใจว่ากูทำได้เปล่าดู YouTube ก่อนดู YouTube ก่อน YouTube แบบ 10 ชั่วโมง 20 ชั่วโมงดูไปก่อนสุดท้ายมึงไม่ ได้ทำซะทีอ่ะอืก็เลยรู้สึกว่าเอ้ยถ้าเกิด คิดว่าจะทำอะไรก็ทำไปเลยเดี๋ยวนี้มี แชท gbt แล้วมึงไม่ต้องมานั่งเรียนอะไร ขนาดนั้นหรอกก็แค่แบบเริ่มก่อนเริ่มทำ แล้วค่อยเรียนรู้ระหว่างทางมันจะได้มาก
28:46 กว่าทีเนี้ยฟิวมันแล้วก็อ่ะๆโทษๆอ่ะต่อ เลยต่อเลยต่ออ๋อแล้วก็อันนี้อันนี้ความ ความชอบส่วนตัวกูนะแต่ว่าไม่ได้บอกว่า เป็นสิ่งที่ดีอแต่ก็คือรู้ให้กว้างไว้ไม่ ต้องรู้ลึกหรอกอ๋อเพราะสุดท้าย text มัน เปลี่ยนตลอดเวลามึงก็ต้องปรับตัวตลอดเวลา สมมุติวันนี้กูน่าโฟกัสคูนิเต็มที่ 100% แบบสมองกูมีแตู่เรื่องอื่นกูไม่รู้เลย สรุปไม่มีูใหม่มาใช้แทนกูกูก็ตายดิ ใช่ป่ะจริงๆๆเพราะงั้นรู้สึกว่ารู้ให้ กว้างเข้าไว้น่าจะดีกว่าอย่างตอนนี้กูก็ ทำเว็บ de ได้ทำ de ได้ทั่วไปแล้วก็ทำูป ได้ doger ได้ Machine Learning พอได้ แต่ก็ไม่เท่ามึงหรอกแต่ว่าก็พอได้อพยายาม
29:31 ตอนนี้พยายามเรียนพวก Data engineering อยู่แบบเออแล้วก็ทำพยายามเรียนรู้พวก True messaging ค C Car อะไรพวกนี้ก็คือ พยายามทำหลายๆอย่างให้เป็นระดับนึงแต่ไม่ ต้องรู้ลึกมากแล้วใครที่คิดใครที่เริ่ม แบบ Software Engineer เงี้ยเคต้องเลือก อะไรระหว่างแบบคือ you เพิ่งพูดใช่ ofw Engineer มี full stack มี dep of มี หลายส่วนมากเลยเราเควรเริ่มตรงไหนจริงๆ เริ่มง่ายสุดก็ frontend เว้ย One One ใช่เพราะมันเห็นผลได้ชัดไงแบบมึง html css เพิ่มนิดนึงมึงก็เห็น product ของมึงออกมาละอืแต่ถ้าเกิดว่ามึงบมึง เริ่มจากศูนยเลยแล้วแบบมึงมาทำ de of อ่ะแล้วแบบเฮ้ยกูยังไม่รู้เลยกูจะ dey แอปอะไรไม่มีแให้ de เลยแบบก็มันก็อะไไปเ
30:19 สปอืไม่ก็ทำเป็นแบบเหมือนเป็นฝั่งมึงก็ ได้แบบ Data scientist Machine Learning อืแบบเริ่มด้วย python ไปก็ได้ pyon มันก็ก็เรียนง่ายเรียนรู้เร็วใช่ ป่ะล่ะอืก็ทำ pyon ไปทำ Machine Learning เขียนเขียนเป็น Data แบบ feature engineering Data engineering อะไรพวก นี้ไปเบสิ basic ก่อนก็ได้แบบสร้าง Machine Learning โมเดลงวงๆมาตัวนึงก็ ได้อือืก็รู้สึกว่าพวกทำลองลองอะไรได้ลอง ไปก่อนสนใจด้านไหนก็ลองไปอืจากง่ายไปยาก เนาะอือจากง่ายไปยากเริ่มจากจุดเล็กๆจุด นึงอ่ะแล้วสุดท้ายมันก็จะเห็นเส้นทางแสง สว่างอะไรก็ตามเพิมเองทีนมีอะไรจอยากอยาก จะเพิ่มหรืออยากจะฝากเอ่อคนติดตาม มยได้ผ่านลิกินนะครับภัทรธรวัฒนพงษ์ครับ
31:06 ไม่ก็ถ้าถ้าถ้าอยากให้ตอบเร็วๆก็ IG ได้ ครับกล้องคาโคครับ KC k koo ครับแต่ว่า ลิงอินดีกว่าเนาะโอเคได้ก็ขอบคุณมากครับ ที่เอ่อเข้ามาคุยกันวันนี้เฮ้ยๆขอเติมอีก อันนึงเติมอีกอันนึงอ่าอันนี้แนะนำสำหรับ ทุกคนเลยนะถ้าถ้าจะเข้าสายนี้นะถ้าภาษา อังกฤษไม่มีปัญหานะไปติดตาม Fire Shift io อ๋อ YouTube ใชรู้สึกว่ามันจะเป็น ช่องที่อัปเดต New Tex เรื่อยๆแล้ว ก็มันทำให้มันไม่น่าเบื่อคือรู้สึกว่า เป็นการดู YouTube ที่รู้สึกว่ามีสาระแต่ มันไม่น่าเบื่ออือๆๆคือแม่ทำทุกอย่างให้ เป็นมีมแต่ว่ามันมีมันมี contex ที่มันดี เนะจะได้ engage ไก็ดูเหมือนกันเออใช่ๆ รู้สึกว่ามันดีมันดีมากอันนี้ควรควรจะดู ไว้นะจ๊ะครับสำหรับวันนี้ก็เท่านี้ครับก็
31:53 สวัสดีครับสวัสดีครับจ๊ๆ