0:04 [เพลง] ที่เกี่ยวกับต่างรับมาจากจะไปแล้วครับตลอดจนถึงพระจาการสภาพแล้วครับขอบเขตของทางลัดและศาสนศาสตร์ครับมาครั้งนี้ก็จะมามาคุยกันนะครับว่าด้วยเรื่องของแนวคิดและชุดสีและปราสาทในยุคบุกเบิกประยุกต์คลาสสิคในยุคบุกเบิกอย่างก็จะเป็นยุคที่ก่อนเริ่มต้นขององค์ความรู้ด้านและภาษาอาจจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการก็คือก่อนปีคศ 1 887 ครับที่อุดมสินสรรค์เป็นคนเริ่มต้นที่เขียนบทความเรื่องเดี๋ยวซ่าที่ of Administration หน้าโดยการศึกษาเรื่องการบริหารเนื้อที่มีข้อเสนอแนะเรื่องของการแยกการเมืองจากปอกจากการบริหารในการยุคบุกเบิกนั้นนะครับเจ้าจะเรียง
1:06 มีอาการขององค์ความรู้ทางด้านนภาสาดแล้วเนี่ยนะครับก็จะเห็นได้ว่าถ้ามันจะแบ่งออกเป็น 5 ช่วงใหญ่ๆนะครับช่วงที่แรกก็เป็นช่วงที่โดยสมัยอียิปต์โบราณในยุคนั้นนะครับแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับทางด้านการบริหารนะครับที่ในสมัยนั้นยังไม่เรียกคำว่ารับประสาทนะครับก็เป็นแนวคิดอยู่ที่ว่าอยู่เรื่องเกี่ยวจะด้านการไปหาเนี่ยก็จะมักจะมีการพูดกันในประเด็นในหัวข้อเรื่องของการจัดทำแผนหน้าเรื่องของการจัดหาวสุอุปกรณ์และคนมาใช้ในการทำงานด้านหน้าเป็นหลักใหญ่นะครับแล้วก็เรื่องของการควบคุมการเล่นการประสานแผนอันนี้ก็คือในช่วงในสมัยอียิปต์โบราณนะครับชั้นๆในสมัยของจีนโบราณนะครับก็จะให้ความสำคัญต่อโฟกัสหนึ่งในเรื่องการบริหารคือคือเรื่องของการคัดเลือกคนเข้าทำงานมันชราดูในหนังจีนนะครับเราก็จะพบว่ามีการอ่ะ
2:36 ก็หายเข้าสอบในตำแหน่งของจองหวนนะครับนี่ก็จะเป็นแนวคิดทางการบริหารที่ให้ความสำคัญมากในยุคนั้นในสมัยของจีนโบราณนะครับแต่มาในสมัยกรีกโบราณนี้จะไม่เคยโบราณเนี่ยก็จะเริ่มต้นที่จะมาให้ความสำคัญต่อบทบาทของผู้บริหารนะครับที่มีต่อสังคมนะครับแล้วก็การให้ความสำคัญต่อเรื่องของการวางแผนหน้ามาในสมัยของโรมันนะครับก็ให้ความสำคัญกับเรื่องเพราะผู้นำกันแล้วก็เรื่องเทคนิคต่างการบริหารแล้วก็มาในช่วงสมัยกลางนาเกาะนเจอไปทางมาถึงก่อนประมาณปีคริสต์ศักราชที่ 1700 ครับจะได้เกิดกลุ่มนะพญาชีพการบริหารกลุ่มแรกของโลกขึ้นมาก็คือกลุ่มคำในลิสต์ในกลุ่มเข้านี่คือกลุ่มที่เป็นนักบริหารชาวเยอรมันและออสเตรเลียนะครับก็ได้มารวมกลุ่มกันนะครับในการที่จะมาให้เห็นความสำคัญต่อการบริหารนะครับนะครับเป็นเปลี่ยนพัฒนาการนะ เต็มในสิ่งที่เกิดขึ้นในก่อนยุคระบบเปิดที่มาเพราะมันจะยุคบุกเบิกในยุคระเบิดก็จะเป็นยุคที่เริ่มต้นของรัตนศาสตร์จีกะเป็นการก่อกำเนิดของสัตว์ที่เป็นทางการของรัฐบาล Sound ตรงๆก็คือในปีคอยพิจิตรปีที่ฉลาดที่ 1887
3:29 นะครับจากคนที่สำคัญนะครับชื่อว่าวุฒิโรบินสันนะครับซึ่งเป็นอดีตไปหาดีของซับในกานะครับเค้าจะเขียนบทความเรื่องอย่างชื่อว่าจะทราบที่ of Administration เช็คในบทความนี้นะครับได้ชี้ให้เห็นว่าว่าการบริหารงานภาครัฐนั้นสิ่งสำคัญก็คือจะมีประสิทธิภาพมีเหตุมีผลได้อาจจะต้องอ่า
4:22 เนื้อหาให้อะไม่ให้การเมืองเข้ามาจบกล้องนะครับแนะแนวคิดของผู้เรามีสัตว์เนี่ยก็จึงไปสู่การนำเสนอเรื่องของการบริหารแยกออกจากกันเมืองหรือการเมืองเหย้าจากการบริหารนั่นเองนะครับจะโดยหัวเราะมีสัญญามีความเห็นว่าถ้าเราแยกการเมืองออกมาแล้วเนี่ยมันจะทำให้การบริหารงานยังเป็นไปอย่างมีเหตุมีผลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพนะครับและมานั้นเราสามารถจะสร้างหลักการบริหารที่ดีให้เป็นสามคนที่ใช้กับรัฐบาลทั่วโลกใดนะครับอันด้วยเหตุนี้เนี่ยจากการที่โรบินสันจะได้เขียนบทความเรื่องอย่า sadia แบบมีฉันจะพานี้เป็นเรื่องการบริหารที่อยู่ในองค์กรภาครัฐเองนะครับนั้นจึงทำให้โรบินสันอย่างเนี้ยจึงถือว่าเป็นคนแรกนะครับที่เป็นบุกเบิกองค์ความรู้จ้างรับประสาทอย่างเป็นทางการและก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นบิดาแห่งรัฐประศาสนศาสตร โน้ท มีพระจักยุคบุกเบิกนะครับก็เป็นยุคคลาสสิคอย่ายุคค้าสิทธิ์เนี่ยก็จะมีคนที่เป็นผู้นำหน้าที่สำคัญสำคัญมียามที่จำเป็นสำคัญนะครับอยู่ 3 ส่วนใหญ่ๆจนที่ 1 ก็คือพิธีการจัดระเบียบแบบแผนขององค์กรที่เป็นทางการเยอะมาที่เราเรียกกันสั้นๆว่าที่ 4 ระบบราชการนะครับซึ่งก็มีบุคคลที่เป็นใครวะเนี่ยที่อือที่เป็นคนที่จุดเริ่มต้นนะครับก็คือแม็กช่วยเบอร์นะครับซึ่งเป็นคนที่นำเสนอการจัดโครงสร้างองค์กรที่มีระเบียบแบบแผนที่เป็นทางการนะครับถึงแม้เซเบอร์เองก็เป็นนักสังคมวิทยาชาวเยอะเดียวมันนะครับที่เขามองว่าองค์กรหน้ามาจะต้องมีรูปมันจะต้องมีกฎระเบียบที่ไปล่างสอนนะมันจะต้องมีเรื่องของการจัดสายการบังคับบัญชาที่เราปล่อยน้ำลงมานะครับแล้วก็จะมีหรือว่าเรื่องของการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบนะครับหรือคนที่มา
6:08 ทำงานในตำแหน่งหน้าที่เนี่ยก็ต้องมีคุณสมบัติทางเทคนิคหน้าเฉพาะด้านนะครับนี้ก็ถือว่าเป็นคนแรกที่จุดประกายเรื่องของการจัดโครงสร้างองค์กรที่มีระเบียบแบบแผนทางการและซึ่งก็ถือว่าเป็นต้นกำเนิดของการจัดองค์กรแบบระบบราชการหน้าทั่วโลกนะครับที่ไม่เพียงแค่แค่ในชนบทชกานต์เท่านั้นเอกชนก็เช่นเดียวกันนะครับก็จะมีการนำเอาเอาที่ 4 ของ mashable เนี่ยนะครับไปใช้ในการจัดโครงสร้างองค์กรหน้าเช่นเดียวกันนะครับเพียงแต่ว่าจะมีความยืดหยุ่นมีสายตาเหมือนการบัญชาที่ที่ฉันกว่าในระบบราชการหน้าที่ชีที่ 2 ที่เกิดขึ้นในยุคคลาสสิกก็คือการจัดการแบบวิทยาศาสตร์นะครับก็คือโดยที่คนที่เป็นผู้ที่ริเริ่มก็คือเพื่อจะเล็กจะไม่อยู่น่าจะเริ่มซึ่งเป็นวิศวกรนะครับซึ่งจะเลยเองก็ได้นำเอาวิธีการทางวิทยาศาสตร์เนี่ยมาใช้กับสัญญาณการจัดการเอาศาสตร์ 2 สาดอย่ามาโดยอากาศด้วยกันนะครับโดยสิ่งที่เค้าพูดการด้วยกัน
7:16 ก็คือเอาวี่ยหลักเบี้ยศาสตร์อย่างก็คือต้องได้จะค้นพบเนี่ยจะได้จัดการทดลองอย่างอาจารย์เขาก็เอาการทดลองมาใช้กับทางด้านการจัดการนะก็คือโดยการเปรียบเทียบวิธีการทำงานแบบเจิมกับวิธีการทำงานแบบใหม่นะครับแล้วอยู่ว่าผลผลิตของการทำงานแบบวิธีการแบบเดิมกับวิธีการแบบใหม่แบบไหนที่ได้ผลผลิตที่มากกว่ากันนะครับซึ่งมันก็เป็นเรื่องของการใช้วิธีการทดลองนะครับซึ่งผลการทดลองจะเลิกก็จะบอกว่าเราจะค้นหาอ่าวันพีช Base หรือวิธีการที่ดีที่สุดได้นะครับได้จากได้จากการทดลองโดยเหตุผลนี้จึงถือว่าก็อยากจะเลยเนี่ยนะครับเข้าจึงเป็นบุคคลแรกนะครับที่เอาเอาหลักการยศาสตร์อย่างมาประยุกต์ใช้ในด้านการจัดการจึงทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของการจัดการแบบวิทยาศาสตร์ จะมีส่วนของที่ 4 ที่ 3 เมื่อคือที่ 4 กับและการบริหารแบบเชิงกระบวนการนะคะมันก็จะเป็นที่ 4 ที่ให้ความสำคัญต่อเนื้อหาเรื่องกับกระบวนการด้านหน้าที่อย่างการบริหารนะครับซึ่งก็จะมีวันที่มีเป็นจุดเริ่มต้นนะครับในส่วนของในยุคคลาสสิคเนี่ยนะครับก็คือให้รีบมาอยู่นะครับอันนี้ fiio
8:10 เนี่ยถือว่าเป็นคนที่มีการนำเสนอในส่วนที่เป็นนายหน้าที่ทำการบริหารหมายที่ประกอบไปด้วยหน้าที่จะการบริหารและก็คือเรื่องของการบางแถมอย่างเดียวคือ planning เรื่องการจัดองค์กรคืออ่อการย้ายออกการไอซิ่งงานเรื่องของของคอมมายิ่งนานก็คือเรื่องของการสั่งการนั่นด้วยการมอบหมายงานแต่ละเรื่องของโคใหญ่จริงนั้นการประสานงานและเรื่องของคอนเฟิร์มอิงนะครับหรือเรียกกันย่อๆว่า po 3 4 นะครับนอกนั้นแล้วก็จะมีการเสนอแต่สิ่งที่เราเรียกว่าหลักการบริหาร 14 ข้อนะครับของ fiio และมาถึงอยากจะพูดถึงต่อไปน่าจะการที่ fiio จะให้ความสำคัญต่อเรื่องของการบริหารจึงกระบวนการที่เองนะครับก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สมัยใหม่มากในช่วงเวลานั้นๆจึงทำให้เรียกว่าโยโย่ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของ DC
8:56 ของการจัดการสมัยใหม่นานหรือฝาเจอเอา Version Application Are เราจะมาดูเรื่องที่ 4 ระบบราชการนะครับหรือที่ 4
9:42 การจัดองค์กรที่มีแบบแผนที่เป็นทางการนะครับก็มาจากคนที่สำคัญนะคือนัดเช็คเบอร์นะครับที่เป็นนักสังคมวิทยาชาวเยอรมันนะครับโดยก่อนที่แม็กซ์เซเบอร์อยากได้เสนอที่ซีของการจัดกลุ่มกรที่มีระเบียบแบบแผนที่เป็นทางการหรือที่เราเรียกว่าชื่อกชกานต์นั้นก็เริ่มต้นจากการที่แม่เซเบอร์เนี่ยก็ได้ไปสำรวจนะครับไปเริ่มจากการตำรวจว่าอ่าพอพูดอย่างอำนาจที่มันจะทำให้คนเกิดการยอมรับได้ปฏิบัติตามมันมีแหล่งที่มาออการแช่อำนาจเนี่ยได้กี่แลนด์หน้าซึ่งจากแมกซ์ไม่เซอร์เวอร์ก็จะพบว่ามันจะมีได้ทั้งหมดจาก 3 แหล่งที่สำคัญนะครับอันที่ 1 คืออำนาจที่มาจากประหมี่และเรียกว่าคาริสเมติก Power ขึ้นไปทำหน้าที่เกิดจากบุคคลเนี้ยนะครับได้มีการสั่งสมขึ้นมาแล้วทำให้คนเกิดการยอมรับนะครับในตัวเขาขึ้นมานะ รู้จักป่ะมีน่าจะช้าจะยกตัวอย่างอะที่เป็นรูปมาทำก็อย่างเช่นมาจะมาทันทีนะครับถ้าเป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีอำนาจจากประมีนะครับซึ่งท่านเองก็ไม่ได้เป็นแม่จะเป็นไปทำที่ไม่เป็นนายกฟรีนะคะเป็นประชาชนทั่วไปนะครับแต่ดีอ่ะอำนาจพอดีที่ทำให้คนอินเดียนะครับทั้งประเทศเนี่ยเชื่อถือนะครับแล้วก็ฟังนะท่านนะครับในจะไปในการใช้การต่อสู้โดยใช้หลักอีสานนะครับในการเรียกร้องเป็นเรียกร้องเอกราชจากประเทศตาจากหรือประเทศอันเป็นครับอันนี้ก็เป็นหน้าที่เกิดจากกรณีที่แบบหน้าที่เกิดขึ้นจากบุคคลอย่างที่ได้สร้างขึ้นมาแล้วทำให้คนเกิดการยอมรับอย่างที่สองเขื่อนน่าจะประเพณีน่าจะเพลเยอะคือเป็นอำนาจที่สึกต่อกันตามขนบธรรมเนียมประเพณีหน้าที่ผ่านมานะครับจากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนอีกรุ่นหนึ่งนะครับเนี่ยเป็นเรียกว่าอำนาจจะประเพณีนะครับอันที่สามก็คืออำนาจตามกฎหมายมาแล้วก็หมายคือแบบนาดที่ได้มีการจุก
11:09 ที่บัญญัติไว้เป็นข้อกฎหมายนะครับในการให้อำนาจหน้าที่กับกับองค์กรหรือหน่วยงานต่างๆไปนะครับซึ่งจากแหล่งที่มาทั้ง 3
11:58 ประเภทนี้นะครับแม่เจอเบอร์ก็ได้มาวิเคราะห์นะครับแล้วก็สุขให้เห็นว่าอำนาจที่มันจะทำให้เกิดความชอบธรรมมากที่สุดนะครับก็คืออำนาจตามกฎหมายนะครับเพราะจะเป็นอำนาจที่มันจุเขียนไว้เป็นและรับสอนหน้าที่หาชัดเจนนะคะจากการที่เขาเริ่มต้นจากการที่มองว่าอำนาจที่ชอบธรรมที่สุดก็คืออำนาจตามกฎหมายแมคเซฟเวอร์ก็เลยเอาแนวคิดของอำนาจตามกฎหมายเนี้ยมาเสนอเรื่องของการจัดองค์กรที่มีระเบียบแบบแผนที่เป็นทางการนะครับหรือเราเรียกว่าที่ซีระบบราชการและข้าสิพ่อไปโรงเรียนจริงอ่ะเที่ยวรี่นะครับด้วยหัวใจสำคัญที่แน็ทเซเบอร์ที่นำเสนอเนี่ยนะครับก็มีสาระสำคัญที่สำคัญคือประการแรกนะครับไม่ใช่บอกว่าองค์กรที่มีระเบียบแบบแผนที่เป็นทางการหรือที่ 4 ระบบราชการนะครับจ คะอันนี้ต้องมีคือการจัดลำดับชั้นสายการบัญชาหรือให้รักขี้ที่ลดหลั่นคนเนาะกันลงมาให้เห็นอย่างชัดเจนนะครับว่าใครเป็นผู้ชายสูงสุดนะครับใครสามารถสั่งการใครได้ใครต้องรายงานต่อไปนะครับวันนี้ใน 3 ชายเนี่ยก็จะเห็นการรบกันของระดับชั้นหน้าของทุกคนในองค์กรนะครับหลักข้อที่ 2 ที่ที่น่าเชื่อว่าจะพูดถึงก็คืออำนาจนะครับมันหายมากจะมาจากไหนมาจากการที่กำหนดให้ตำแหน่งให้กับตำแหน่งงานนั้นทุกตำแหน่งงานก็จะถูกเขียนอำนาจหน้าที่ไว้เอาให้มีอำนาจหน้าที่อะไรนะที่เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับที่วันที่กำหนดไปอันที่สามก็คือกฎระเบียบต่างๆในระเบียบแบบแผนต่างๆขององค์กรจะต้องถูกเก็บไว้แล้วเป็นละสอนมาเพื่อให้มีความเป็นทางการในการปฏิบัตินะครับแค่ช่วยอำนาจมันเกิดความถูกต้องให้กับจะให้มันเกิดความชัดเจนและก็ทุกคนจะติบัตร
13:01 โป้แนวตรงกันอันที่ 3 อาทิตย์ 4 นะครับก็คือตัวเขาจัดการเจ้าที่ทำงานเนี่ยต้องวางตัวเป็นกลางไม่ต้องแยกเรื่องส่วนตัวกับเรื่องอ่าน่าจะออกจากกันนะครับมันจะไม่ต้องจะไม่เอาเรื่องส่วนตัวค่ะมันจะมีลักษณะของการทำงานที่อาศัยความเป็นทางการขององค์การจะได้ประการที่ 5 นะครับก็คือการเท่ารับราชการในการทำงานองค์กรเนี้ยจากต้องถือว่าอยากเป็นเป็นอาชีพที่มีความมั่นคงนะครับคืนมาเข้ามาแล้วเนี่ยนะครับก็คือมีหลักประกันความมั่นคงในการทำงานให้กับคนที่เข้ามาทำงานและประการที่หกก็คือองค์กรที่มีการจัดระเบียบแบบแผนทางที่เป็นทางการระบบราชการเนี่ยรักจากสำคัญคือว่าจะมีความคงทนถาวรต่อเนื่องนะครับก็คือหมายถึงว่าไม่ไม่มีไม่มีที่จุดในการทำงานตามพันธกิจต่างๆที่ที่ขดหมายอาญากำหนดขึ้นมานะครับแล้วก็ประกันสุดท้ายก็คือว่าใน
14:28 ข้าราชการหรือองค์กรที่มีเป็นแบบแผนและจัดแบบนี้นะครับมีแนวโน้มที่มีเพชรจะมีลักษณะที่เป็นระบบปิดนะคือหมายถึงว่าเป็นเป็นระบบที่คนภายนอกเนี่ยอาจจะไม่ค่อยรู้ข้อมูลเรื่องราวต่างจากรถเก็บเรื่องภายในเพราะการทำงานต่างๆก็เป็นเรื่องของการที่สั่งการตามสายการบังคับบัญชาช้าอำนาจหน้าที่ตามรายลักษณ์อักษรนะครับนี้ก็เป็นแนวคิดเบื้องต้นในสมัยนั้นที่แม่เสียบเอ้อเนี่ยได้เสนอที่ 4 ระบบราชการนะครับ 5 ขึ้นมานะครับถ้าจ่ายทั้งนี้เนี่ยระบบปิดยังไม่มาเพราะว่าเป็นระบบที่ไม่ให้ความสำคัญชอบและต้องอาจจะเพี้ยนแต่ว่าสิ่งที่แม่เซเบอร์มองในในเวลานั้นก็คือว่ารักษาของการทำงานมันเป็นเรื่องของการทำงานภายในองค์กรเป็นหลักการสำคัญที่พุ่มชาก็มีการสั่งการตามสายห้องชามาตามนาจหน้าที่ก็ทำตามและสอนที่ถูกเก็บไว้นะครับอย่างนี้คือความหมายระบบติดตามแนวคิดของแม็กเวเบอร์ อิอิ นี้นะครับอีก C1 ที่อยู่อายุคลาสสิคก็คือที่ซีการจัดการแบบยาศาสตร์นะครับโดยมีขวดที่เป็นผู้นำสำคัญก็คือเฟสเจอเหล็กจะไม่อยู่ Taylor
15:14 นะครับซึ่งเป็นวิศวกรเทคนิคนำ you tell เนี่ยได้เขียนหนังสือนะครับเล่มหนึ่งขึ้นมานะครับการที่เราเห็นปรากฏหน้าจอนะครับที่ว่าจะพี่ซุปเปอร์ of สายทิพย์อิก Match เม้นนะครับก็คือหลักการของการจัดการทางตาม Wizard นะครับโดยโดย Taylor อย่างนะครับในฉะนั้นจะเป็นวิศวกรนะครับเขาก็ได้เอาเอาวิธีการระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้กับอาจารย์กันการจัดการนะครับโดยใช้สำคัญที่เจเลอร์งามพยายามมองก็คือว่าทำยังไงถึงจะให้องค์กรอย่างนะครับมีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับผลผลิตออกมาสูงสุดนะครับก็เลยมองว่าเลยถ้าเราเอาวิธีการทดลองมาใช้กับด้านการจัดการน่าจะก็จะทำให้เราสามารถที่จะค้นหาวิธีที่ดีที่สุด
16:01 ออกมาได้นะครับที่เขาเรียกว่า one best Way นะครับงั้นอันนี้ก็เป็นหัวใจสำคัญที่เป็นการเอาศาสตร์ด้านวิทยาศาสตร์นะครับมาผสมกับศาสตร์ด้านการจัดการนะครับได้ยังได้อย่างลงตัวนั้นก็จะเป็นชั้นอย่างที่ทำให้เจเลอร์เองนะครับจะทำอะไรก็ตามก็เริ่มต้นจากการทดลองเปรียบเทียบระหว่างวิธีการทำงานแบบเดิมกับวิธีการทำงานแบบใหม่ทำวิธีการทำงานแบบใหม่ผมจะการทดลองพบว่าได้ผลผลิตที่เพิ่มขึ้นนะครับก็จะเอาวิธีที่จะทดลองใหม่นะครับจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดนะครับที่จะเอามาใช้ในการทำงานอันนี้ประการที่สองในจะสำคัญสำหรับการจัดการแบบยศาสตร์เงินอาจจะเรียบร้อยในเมื่อเราค้นพบแล้วว่าวิธีการที่ดีที่สุดเนี่ยอาจจะที่ได้จากการทดลองแล้วเนี่ยนะครับว่าเป็นเป็นวิธีนี้นะครับหลังจากนั้นเนี่ยเราจะต้องเอาวิธีนี้มาใช้ในการคัดเลือกคนเข้าทำงานนะครับเพื่ออยู่ว่าคนที่มาเข้าทำงานในองค์กรนั้นสามารถปฏิบัติได้ตามวิธีนั้นที่เราได้คน
17:04 นี้นะครับเป็นพูดว่าจ้าวิธีกอไก่ค้นพบว่า 1 ชั่วโมงก็ต้องทำงานได้ 50 ชิ้นงานถ้าใครทำได้ 50 ชิ้นโอเคเราจะคัดคนนั้นเข้ามาทำงานก่อนนะครับอย่าคือการคัดเลือกคนก็อาศัยหลักการต่างเวียร์ศาสตร์ประธานที่สามที่ Taylor มองก็คือว่าแล้วคนเดิมที่มีอยู่นะครับก็ต้องพัฒนาเขาด้วยนะครับโดยการพัฒนาเนี่ยก็พัฒนาให้เขายังสามารถทำงานตามหลักการถนนวิทยาศาสตร์ก็คือตามสิ่งที่องค์กรจะค้นพบ one best Way หรือวิธีการที่สุดนั่นเองนะครับก็คือพวกนาคแล้วก็พยายามจะยกระดับทักษะของคนที่ทำงานเดิมนะครับให้สามารถทำงานได้มีผลพริกนะครับตามที่เราได้ค้นพบได้จากการทดลองนะครับแล้วก็กำลังจะท้ายที่ Taylor ได้มีการนำเสนอหรือว่าอาจจะเริ่มมองว่าความสำเร็จนะครับของการบริหารจัดการอย่างจะหน้านั้นในองค์กรมันจะต้องมีการสร้างบรรยากาศการร่วมมือในการทำงานระหว่างฝ่ายนายจ้างกับฝ่ายลูกจ้างนะครับอัน
18:06 จะเป็นแนวคิดสำคัญสำคัญที่อยู่ในอ่านหนังสือเรื่องหลักของการจัดการต่าง Wizard นะครับเหตุวันนี้เองนะครับทั้งหมดจริงจึงทำให้เซเลอร์เนี่ยนะครับเป็นยาการยกย่องว่าเป็นบิดาของการจัดการธรรมศาสตร์นะครับซึ่งถือเป็นคนแน่ที่เอาระเบียบวิธีการธรรมศาสตร์ในการทดลองมาใช้กับทางด้านการจัดการนะครับซึ่งในที่ที่การการจัดการแบบยศาสตร์เนี่ยก็ไม่อย่างนั้นไม่ได้หมายความว่าเป็นที่ซีที่ร่างสมัยนะครับซึ่งในอ่าปัจจุบันครับที่ 4 การจัดการแบบวิทยาศาสตร์ก็ยังถูกใช้อยู่กับอย่างเราจะพบเห็นมากก็คือในโรงงานทั่วโลกนะครับก็จะมีมีกลุ่มงานนึงนะครับที่อาจจะเรียกว่าเป็นวิศวกรสาหการครับเนี่ยก็จะมีทำหน้าที่ในการที่คอยวิเคราะห์นะครับที่จะค้นหาวิธีการพริกใหม่ๆนะครับน่าดูวิธีการทำงานใหม่ๆหน้าที่มันจะทำให้ผลติดต่อชั่วโมงของโรงงานอย่างสูงขึ้นนะครับหรือทำให้ต้นทุนการผลิตเนี้ยอ่ะ
19:21 ออกกำลงนะครับเค้าจะใช้วิธีการทดลองทางวิทยาศาสตร์เจอกันมาเปรียบเทียบนะครับโดยถ้าถ้าโรงงานค้นพบว่าวิธีใหม่เนี่ยทำงานแล้วให้ผลผลิตต่อชั่วโมงอย่างสูงหรือเปล่าหรือให้ต้นทุนใครจ่ายต่อหน่วยที่ต่ำกว่าเยอะให้เกิดความชุฉีในการปิดน้อยกว่าไงก็คือสิ่งที่เราเรียกว่าเป็นวัน West Bay นะครับนั้นแนวคิดของที่จัดการจัดการปรับยาศาสตร์เนี่ยก็ยังก็ยังใช้อยู่นะครับแต่ก็จะเน้นการใช้เป็นในในโรงงานในหลักใหญ่สำคัญนะครับหลังจากที่พระ 7 เทเลอร์อยากได้เสนอที่ชื่อหลักหาด้านการจัดการแบบยศาสตร์แล้วก็มีนะครับผู้ที่มาสับ 0 แนวคิดของการจัดการแบบ Wizard นะครับต่อก็คือก็คือแพงอือเบ็ดนะครับแล้วก็เรียนเล่นที่ 11 โดยโดยทีเด็ดอันคือเบ็ดเนี่ยนะครับก็ได้เป็นคนที่ต่อยอดมาจากแนวคิดของการจัดการธรรมศาสตร์ที่เพศเธอจะมี เขียนโดยเสนอนะครับก็คือมาจะนำเจอแนวคิดในการหนึ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมานะเราเรียกว่า
20:06 Motion ทรัพย์ยี่ในการศึกษาการเคลื่อนไหวโดยแนวคิดของ Cubase and ทิเบตจะมองว่าถ้าเราจะทำให้คนงานอย่างไรในโรงงานอย่าทำงานอย่างมีประสิทธิภาพแล้วเนี่ยนะครับเราควรจะต้องศึกษาจถึงการเคลื่อนไหวในอารยาเยอะอริยบทหน้าของคนทำงานนะครับว่ามีการเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างในการทำงานนะครับด้วยเหตุผลนี้ก็จึงจำให้กิลแบบแกสทิเบตเนี่ยก็ใช้วิธีหนึ่งก็คือใช้วิธีการทำภาพยนตร์หน้าถ่ายแสดงการเคลื่อนไหวของการทำงานนะครับตั้งแต่เริ่มต้นยนต์นั่งถึงถึงขั้นตอนสุดท้ายนะครับหลังจากหลังจากที่ถ่ายทำเป็นภาพยนตร์ฉะนั้นเนี่ยนะครับก็จะเอาเอาภาพยนตร์นะนะครับมาทำการวิเคราะห์นะเพื่อดูว่าในขั้นตอนไหนในกระบวนการไหนหรือวิธีการทำงานไหนที่มันเกิดความสูญเปล่าอะที่รับเควสนะครับหรือความสูญเสียหายที่เกิดขึ้นนะที่มันไม่
21:31 ถ้าเกิดผลพริกใช่มาจะใช้เวลาระยะเวลานานเกินไปในการทำงานขั้นตอนนี้หรือมันใช้ระยะเวลาในการรอคอยอ่าวัตถุดิบต่างอย่างนะครับเพื่อที่จะให้เจริญการนะผลิตตอบนะครับหรือมารอคอยเพื่อมาแก้ไขปัญหาอะไรต่างนะครับเป็นใกล้เป็นอันอย่างที่อยู่แบทแก่ทิเบตมาเสริมเติมตอบนะครับรึยังมีป้อมมาสำคัญก็คือว่าการแยกผมจากที่สูงสุดนะความมีประสิทธิภาพสูงสุดนะครับเพราะก็เลยมาต่อยอดจากแนวคิดของก็จะกันอยู่ Taylor นะครับในส่วนของแนวคิดที่เรียกว่า Motion ชาติดีหรือการศึกษาการเคลื่อนไหวนะครับนอกจากจุดเด่น 11 แล้วนะครับอีกคนหนึ่งที่มาต่อยอดนะครับเอามาต่อยอดในส่วนที่เป็นด้านการจัดการธรรมศาสตร์ก็คือแฮร์รี่เอากันนะตัวเองให้เดียวกันเนี่ยเป็น Witch เบนซ์วิชากรนะครับเช่นเดียวกันนะครับโดยผลงานสำคัญของนี้อาการเนี่ยนะครับก็จะมีสองส่วนที่สำคัญสำคัญ
22:43 นะครับส่วนที่หนึ่งก็คือการนำเสนอที่แล้วการการชาร์จนะครับคือตามชื่อของของพริกอันนั่นเองนะครับอ่าน้ำทุนเข้ามาตั้งเป็นชื่อชาร์จและว่ากันชาตินะครับหรือเราจะแต่อีกเรือนี่เรียกชื่อหนึ่งคือบ่าชาร์จนะหรือแผนการภูมิแท่งนะครับเนี้ยอ่าในหน้าจอจะก็จะเป็นตัวอย่างนะของจริงนะครับที่อันนี้กันอยากได้เอาเอามาใช้นะครับได้มีการบันทึกกิจกรรมต่างๆก็จะกำลังๆจ้องจะต้องทำในช่วงเวลาไหนนะฮะในช่วงเวลาไหนแล้วครับแล้วก็ในแต่ละสัปดาห์ที่ผ่านมาผลงานเราเนี่ยเราสะสมมาได้ผลผิดตัวเลขจะถ้าเท่าไหร่แล้วบ้างนะครับอันนี้ก็เป็นเรียกว่ากันชาร์จหรือ Bar chart จะซึ่งปัจจุบันเนี่ยเราก็เอาแนวคิดของแกนชาร์จหรือว่าชาร์จเนี่ยมาใช้กันทั้งภาครับและก็ภาพจนนะครับได้มากันมาทำให้เห็นว่าในปีงบมาอย่างเราจะมีกิจกรรมอะไรบ้างที่ต้องทำในกิจกรรมในต้องทำในช่วงเดือนไหน อีกนิดหนึ่งที่สองอย่างที่ 3 วันที่ 4 ถึงเดือนที่ 12 นะเราก็ลากเช่นนะครับอาศัยผู้รับผิดชอบหรืออยากจะใส่งบประมาณต่างๆก็ไปหาในการเป็นจุดเริ่มต้นที่เราใช้แผนเหมือนงานหน้าชั้นแปลงต่างนะครับนะครับ 9 ต้นกำเนิดขึ้นมาจากมาจากคนเนี่ยนะครับก็คือเห็นที่แถวแก๊สง่ายมากอย่างนี้แล้วเนี่ยนะครับกันก็ได้นำเสนออ่าอีกเรื่องหนึ่งคือระบบการจ่ายโบนัสน่ะอันนี้ก็เป็นต้นกำเนิดของการก่อการกำเนิดโบนัสของใหญ่ภาคธุรกิจเอกชนนะครับโดยแกเนี่ยก็ได้มีการมีการสรุปผลการดำเนินงานของพนักงานหลายคนครับเป็นตัวอย่างของชิงชี่ที่อาจารย์ได้ให้เอามาให้ให้พอเห็นนะครับก็จะมีการใส่รายชื่อของแต่ละคนจะละคนในการทำงานนะครับไปนะครับแล้วว่าเราจะได้กลับมาอยู่ว่าอยากจะรักคนเก่งทำงานได้ผลงานเท่าไหร่นะครับในเท่าไหร่นะครับส่วนเกินที่องค์กรตั้งตั้งไว้นะครับเขาทำได้เกินมาเท่าไหร่นะส่วนใหญ่ก็จะเป็นส่วนที่
24:19 มีจำนวนหน้าเพื่อนำไปสู่การจ่ายโบนัสต่อนะครับอันนี้ก็จะเป็นผู้อีกคนนึงนะครับที่สับสนแนวคิดการจัดการแบบยาศาสตร์โดยมีเป้าหมายก็คือต้องการให้ผลผลิตเนี่ยสูงสุดนะครับไม่ต้องการให้เกิดประสิทธิภาพนะสมเจ็บหน้าของการทำงานนะครับ ETC หนึ่งที่เราจะว่าอยู่ในยุคของพระจิกก็คือที่ซีการบริหารเชิงระบวนการนะครับแต่ว่าเป็นชาวช่องเศษนะชื่อว่าอองรีฟาโยล audiophile เนี่ยนะครับมีการนำเสนอแนวคิดสำคัญอยู่สองตัวนะครับตัวแรกก็คือว่าด้วยเรื่องของหน้าที่ทางการจัดการนะครับน่ารักๆที่ทำหน้าที่ต่างจากอาจจะชวนอย่างคือเป็นกระบวนการของการจัดการหน้าที่การจัดการเพราะว่าศุกร์เป็นอยู่ในภาษาอังกฤษอยู่กับ 5 ตัวนายเร็วๆ to cc โดย P ตัวแรกก็คือเป็นเรื่องของการวางแผนและแผนยิงนะครับอันนี้ซึ่ง plyo มองว่าในการบริหารงานของก่อน
25:22 ก็อันดับแรกที่จะเป็นหน้าที่แรกที่ต้องทำเลยก็คือแพนนิ่งในการวางแผนหน้าที่องค์กรจะมีการวางแผนในอนาคตหน้าไปข้างหน้านะครับเพราะเกรงว่าจะมีวัตถุประสงค์เป้าหมายอะไรจะต้องทำกิจกรรมอะไรบ้างในต่างนะครับอ่าทำในช่วงไหนบ้างใครเป็นผู้รับผิดชอบเป็นเรื่องของด้านแผ่นยิ่งกว่าการวางแผนเพราะการวางแผนเสร็จแล้วก็จะมีหน้าที่ที่ 2 ที่ตามมาคือมาจัดหาองค์การหน้ากลับมาจากรูปแบบของหน่วยงานต่างๆในการทำงานว่ามันควรจะออกแบบหน่วยงานต่างๆกี่หน่วยงานแต่ละหน่วยงานมีหน้าที่ความรับผิดชอบยังไงเรารวมเรียกว่าอ่อการให้ซิ่งนะครับพอมีรูปแบบโครงสร้างขององค์กรนะของการทำงานแล้วแล้วก็มีหน้าที่ที่ 3 ที่ตามมาก็คือคอมมายิ่งคือการสั่งการก็จัดการที่ผู้บักมันบังคับบัญชาเนี่ยมีการสั่งการตามลำดับชั้นลดหลั่นกันลงมานะครับเพื่อจะมีการมอบหมายงานณรงค์มาให้ให้ผู้ตามวิชาอยากได้มีการปฏิบัตินะครับเน้นการทำการหลังจากเมื่อ ตัวอย่างการปัดแล้วหน้าที่ที่ 4
26:26 ที่กระเทียมตามมาก็คือผู้มันหายเองก็จะต้องมีทำหน้าที่ในการประสานงานและเรียกว่าโคโยติ้งนะครับก็คือเป็นหน้าที่ที่จะทำให้ทุกส่วนนะครับอ่าทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องอ่านเยอะบุคลากรทุกคนที่เกี่ยวข้องทำงานไปอยู่ในทิศทางเดียวกันนะไปสู่เป้าหมายร่วมกันของหน่วยงานนี้ของพระองค์กรนะครับแล้วก็น่าที่สุดท้ายที่ไฟที่ fiio บอกว่ามันจะทำให้เราสามารถรู้ได้ว่าการการบริหารงานของเรานะครับอ่าและประสบความเร็จหรือไม่นะครับเป็นไปตามวัตถุประสงค์ตามเป้าหมายที่วางแผนหรือไม่ก็จะมีหน้าที่ที่ 5 ก็คือหน้าที่เรื่องของการควบคุมหน้าชั้นการควบคุมเขาจะเป็นตัวอย่างที่จะช่วยทำให้เราเห็นผลงานจริงที่เกิดขึ้นและช่วยปกก็แหมเนี่ยมาเทียบกับตัวถ้าเก็บเดี๋ยวเป้าหมายที่วางไว้นะครับถ้าผลการเปรียบเทียบแล้วพบว่าผลงานจริงได้ตามแผนที่วางไว้ก็ถือว่าเราประสบเม็ดอ่าในการไปหานะ มีแต่ถ้าเราพกมาเอาผลงาน jig
27:32 ที่เกิดขึ้นจริงไปเป๊ะเปรียบเทียบกับเป้าหมายที่วางไว้แล้วยังยังๆต่างๆหรือต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้แล้วก็จะเป็นกับหน้าปีช่องมีมีพื้นที่ของช่องว่างของการทำงานไม่ได้ตามเป้าหมายนะครับอันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความทันสมัยมากในช่วงเวลานั้นนะครับเพราะว่าโชคร้ายนั้นยังไม่มีใครเฉยเรื่องของด้านการหน้าที่ด้านการจัดการอย่างเป็นระบบเลยนะครับก็จะมีองค์ที่ไฟล์โอเคนะครับเป็นผู้ที่นำเสนอนะครับที่เมืองเราไฟฟังก์ชันเอา of management นอกจากนอกจากเสนอในส่วนที่เป็นหน้าที่ทางการจัดการแล้วเขาว่าเสนอหลักการจัดการนะครับ 14 ข้อที่เราเรียกว่าโฟร์ทีนพิชิตเปิ้ล of Harry fiio นะครับก็ประกอบไปด้วยอะไรบ้างนะครับจะได้ไม่รักตั้งฝั่งซ้ายคือ division of work ก็คือในการไปหางานที่ดีเนี่ยต้องมีการแบ่งงานกันทำตามความชำนาญเฉพาะด้านครับไม่เราไม่สามารถจะให้ทำให้ทุกคนอย่าทำงานมันเหมือนกันได้นะครับงั้นเราจะแบะ ทำงานอย่าตามความจำนานจากปรัชญานี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการที่เราเห็นทุกหน่วยงานครับมันมีการแบ่ง Department
28:23 อยู่ดิวิชั่นแรงต่างนะครับหน่วยงานต่างๆก็จะเป็นเพราะอ่าไม่ว่าจะเป็นกรมกองสำนักแหล่งต่างๆนะคะจะมีการแบ่งงานตามตามลักษณะงานตามความชำนาญเฉพาะด้านหน้าเป็นหลักใหญ่นะฮะเป็นอยากใหญ่นะครับในหลักที่ 2 ก็คือการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบนะครับโดยหน้าที่ก่อนรับผิดชอบเนี่ยก็กำหนดให้มีความสมดุลกันที่มีอำนาจหน้าที่มากความผิดเล่าความรับผิดชอบก็ยิ่งต้องมากน่าตามไปด้วยอันนี้คือหลักการในข้อที่สองนะครับและความสมดุลระหว่างอำนาจหน้าที่กับความรับผิดชอบหาที่ 3 คือชิปปิ้งนะครับก็คือการที่องค์กรจะต้องมีการกำหนดดูแลครับนะครับให้มีการทำให้มีระเบียบที่ใหญ่นะครับเพื่อจะเป็นกฎเกณฑ์กฎกติกาให้คนในองค์กรในการทำงานแล้วก็หลักข้อที่ 4 นะครับก็คือหลักของ มีอาการช่องกาอาระหลักของการบังคับบัญชายู่ยี่ of Command
29:13 นะก็จะมีการสั่งการตามระดับชั้นของการบังคับบัญชานะครับต้องมานะหลักการข้อที่ 5 นะครับก็คือเอกภาพในการบริหารและอยู่ที่ of Direction ก็คือรายการที่จะเอาเอาเรื่องหรือกิจกรรมที่มีความคล้ายคลึงอาการมารวมอยู่ที่ผู้บริหารคนใดคนหนึ่งเพื่อที่จะให้การบริหารงานได้เป็นไปในทางทิศทางเดียวกันนะครับเป็นเช่นนาเอาเรื่องของไอ้ชาย M ด้านการบริหารชอบความมนุษย์กับเรื่องการพระเจ้าทรัพย์ประเมิน HR ดีมารวมเข้าด้วยกันมาเป็นฝ่าย Spore บุคคลนะเนี่ยเป็นเรื่องของเรียกว่าอยู่ที่ of จะได้เช่นเดียวให้เกิดเอกภาพในการบริหารนั่นเองนะครับเป็นท่ารับปล่อยให้ให้รักสั่งงานอย่างที่มันฉีกขาดออกไปแล้วไปอยู่ก็ละหน่วยงานหน่วยงานอย่างนะครับก็จะเกิดปัญหาเรื่องของความมีความมีเอกภาพ
30:08 ก็จะกินยาจีนนะครับการทำงานก็จะต้องก็จะมีปัญหามากขึ้นถัดไปก็คือในหลักการข้อที่ 6 ก็คือ interracial การทำงานจะต้องยึดประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ของส่วนบุคคลนะครับแล้วก็หลักการข้อที่เจ็บนะครับก็คือการกำหนดค่าตอบแทนที่เหมาะสมนึกว่ารีวิวเรชั่นหลักการข้อที่ 8 นะก็คือในการบริหารการจัดการจะต้องมีการผมนาดครับซึ่งในสมัยนั้นเนื่องจากว่าเป็นเป็นองค์กรที่ยังขนาดเล็กนะครับไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากเหมือนในในปัจจุบันนะครับซึ่งควาย ryo ก็มองว่าเราจะสำคัญที่องค์กรต้องมีคือการเช่นอะไรนะเพื่อให้เกิดความเป็นเอกภาพในการพาไปหางานนะครับถ้าได้ก็คือเรื่องของรัชกาลราดใช้เองคือเรื่องของสายการบังคับบัญชาหน้าที่ต้องต้องมีการกำหนดให้ให้เห็นอย่างชัดเจนนะรถบ่อนละมาๆครับเป็นผู้วิชาใครทำเป็นผู้แต่งชาใครใครสั่งการใครได้ใครต้องรายงานต่อต่อไข่
31:12 นี้นะครับแต่คือต้องมีออเดอร์ก็คือระเบียบคำสั่งนะครับต่างๆนะที่จะใช้ในการปฏิบัติงานองค์กรนะครับแล้วก็รักกันแต่ก็จะไปคือ 1 mpg นะครับก็คือการบริหารงานจะต้องยึดถือเรื่องของความเสมอภาคและความเป็นธรรมหน้าที่จะต้องมองรักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมกันนะครับประการจะไปคือเรื่องของ Chaps จะไปที่ of กินเอ้อก็คือประการที่ให้หลักประกันกับความมั่นคงในอาชีพนะครับของคนที่เข้ามาทำงานในองค์กรแต่ละกันข้อ 13 คือเรื่อง Ichi ติบนะครับคือเรื่องการส่งเสริมให้คนเนี่ยมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการทำงานและหลักการข้อที่ 14 เขาสุดท้ายก็คือ HP เดียวขอบก็คือการที่ใบ /
31:58 จะประสบความเร็จนั้นนะครับคือจะต้องมีการส่งเสริมให้เกิดความสามัคคีนะครับจากการที่ฝ่ายโอ้ะได้เสนอหน้าที่ต่างการจัดการนะ 5 ข้อที่ประกอบไปด้วย อีกด้วย po4 และหลักการจัดการ 14 ข้อนั้นซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสมัยใหม่มากในยุคเวลานั้นนะครับก็จึงทำให้คอง fio เองนะครับได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของการจัดการสมัยใหม่นะครับแล้วก็จะไฟล์เจอร์ออฟบ่เต้นแม่ฉันไม่ใช่เล่นนะครับซึ่งในส่วนของหน้าที่หลักการจัดการที่เอาดีกว่าเยาว์เฉยๆนะครับก็ได้มีบทบาทสำคัญที่พริกทำให้การบริหารงานขององค์กรต่างๆจะเริ่มมีความเป็นระบบมากขึ้นนะเริ่มมีหลักการที่จะต้องได้นะครับมากขึ้นนะครับนอกจากโรงไฟฟาโยลแล้วนะครับอีก 2 คนที่จัดอยู่ในกลุ่มที่ 4 ด้านการบริหารเชิงระบนการก็คือลูเธอร์กูลิคและลินดอลนะโอเคเราเรียกกันสั้นว่ากูริกะเออร์วิคงานด้วยคุยกับโอบิเนี่ยได้เสนอหน้าที่และบทบาททางการบริหารที่เรียกว่าพอร์ชขอบนะครับก็จะเป็นที่รู้จักกันมากนะครับมาในการเรียนด้านการต่างทางลัด
33:17 มีอากาศยังด้านบริหารธุรกิจเองก็ตามน่าจะพอสอบเนี่ยก็มาจากภาษาอังกฤษนะครับอ่าคำจะละคำในทุกที่จะแรกก็คือการวางแผนนะครับนี่ก็คือมองเหมือนกับตัวของมีค่าอยู่นะครับเหมือนกันว่าบอกว่าหน้าที่หรือบทบาททางการไปหาหน้าที่แรกที่มันจะต้องมีก็คือตัว P ก่อนคือการวางแผนเจอกันคิดถึงอนาคตไปทำนานะครับในเรื่องของการวางแผนนี่เพราะพี่หยิบเพราะพี่จะเข้าไปโชว์ 6 อันใหญ่ซิ่งคือการจัดองค์กรซึ่งเราจะต้องมาออกแบบการทำงานการแผนงานยังๆของเทว่าจะมีการแบ่งเป็นกี่หน่วยงานหน่วยงานจะมีหน้าที่ความรับผิดชอบยังไงบ้างครับพอทำหน้าที่จะ O7 หน้าที่ที่ 3 ถัดมาคือตัว S ก็คือหาคนเข้าทำงานในตำแหน่งงานต่างๆตามโครงสร้างที่เราได้ได้วางไว้หน้าเรียกว่าสาว phing เพราะมีคนเข้าทำงาน 7 ก็จะเป็นตัวดีนะเราคือการได้แล็คกิ้งหรือการสั่งการการอ่านบริการอาการที่ก็คือการที่ผู้วิชานั้นมีการสั่งการในการทำบริการนะครับเพื่อจะมอบหมายงานลงมาตาม
34:03 อีกระดับฉันแต่ก่อนหน้าที่ตัว T เสร็จเข้าไปหน้าที่จัดไปคือ co ก็คือมาจากค**จริงอยากโดยที่ผู้บริหารเองเนี่ยนะครับก็จะต้องมีหน้าที่ในการประสานงานให้บุคลากรทุกส่วนงานนะครับได้ทำงานไปในทิศทางเดียวกันเรื่องของการประสานงานมาทำมาจากงานเสร็จงานก็จะต้องจะรู้ได้ไงว่ามีผลงานอะไรขึ้นบ้างก็มีตัว R คือพอจริงคือต้องมีการระบบการรายงานมาเพื่อจะให้ผู้บังคับบัญชาเนี่ยได้เห็นความก้าวหน้าและความสำเร็จของงานที่เกิดขึ้นรวมทั้งปัญหาบริษัทหน้าที่เกิดขึ้นนะครับรับ 3
34:53 จุดท้ายในหน้าที่และบทบาททางการบริหารก็คือว่าต้องมีโชคดีคือผ้าเช็ดติ้งก็คือด้านการเข้ามานะครับเพราะการทำงานและจะต้องมีอาศัยเรื่องของพวกมันค่าใช้จ่ายนะครับในการดำเนินงานอันนี้ก็เลยเราเรียกกันย่อๆว่าพอจะของนะครับแล้วก็เป็นอยู่ในกลุ่มที่ 4 ด้านการบริหารในเชิงการกระบวนการนะครับอันนี้คือเนื้อหาทั้งหมดนะครับใน มีอะไรที่ 3 นะครับที่เป็นแนวคิดชี Time รับประสาทในในยุคนะครับในยุคบุกเบิกทำนะครับแล้วก็ในยุคราคาซิกข์ [เพลง]