0:19 นักศึกษาคะการจัดการทรัพของมนุษย์ประเด็น ที่จะนำเสนอในครั้งนี้คือเน้นเรื่องการ สรรหาบุคคลมา rec นะคะซึ่งในเรื่องนี้ ประเด็นที่เนจะนำมาเสนอให้อุณนักศึกษาจะ มี 4 ประเด็นใหญ่ๆด้วยกันคือทางด้านความ หมายนะคะในเรื่องความหมายของการสรรหาใน เรื่องของกระบวนการนะคะในเรื่องของวิธี การสรรหาทั้งในพรรครัและภรรคเอกชนที่ใช้ เรียกใกล้เคียงกันนะคะแล้วก็ข้อคมอหนคือ เรื่องของการสัหาของเข้าทำงานนะคะใน เรื่องของการสรรหาอองกรอื่นก็มาดูความ
1:07 หมายอความหมายของการสรรหาเนะคะเป็นกระบวน การในการแสวงหาบุคคลที่มีความรู้ความ สามารถเข้ามาปฏิบัติงานในวงคลดเริ่มกัน แต่การแดงมหาบุคคลเข้ามาทำงานและถือเป็น ศูนย์รวมของผู้ังานเข้ามาทำงานด้วยเพราะ ว่าข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้สมัครมาก็จะ มีอยู่กับองค์กรที่รับสมัครมาแล้วองค์กร ก็จะใช้ข้อมูลเหล่านั้นในการำเนินการคัด เลือกบุคคลที่เหมาสมต่อไปนะ คะที่มาของการสสหาบุคคลมาทำงานเโดยปกติ เนี่ยจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อต้องมีตำแหน่ง ว่างนะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นภาค ราชการเนี่ยต้องมีตำแหน่งว่างจึงจะทำให้ เกิดการสังหาคนเข้าสู่ตำแหน่งนี้ได้พอทำ
1:54 ไม่อย่างนั้นก็จะกระทรวงการคังก็จะไม่ไม่ จ่านะคะนะคะทีนี้แต่เรื่องของตำแหน่งว่าง เนี่ยสาเหตุของการเกิดตำแหน่งว่างอาจจะ เกิดลหลายกรณีเช่นกันอายนะคะหรือว่าเรา ออกไปจากหดงาของเรานะคะหรือโดยประกอบ อาชีพอื่นหรืออาจจะไปอยู่หน่วยงานอื่นอี ก็แล้วแต่โดยการเกษียณอายุกรณีที่เป็น ราชการก็จะมีกฎหมายเกี่ยกับการรับคงาน กำหนดอายุที่จะต้องเสียไวชัดเจนหือด้วบาง หน่วยงานเอกชนก็จะมีการกำหนดเกณฑ์ไว้นะคะ ว่าจะต้องพ้นจากงานในยการกษินอายุเนี่ย เมื่ออายุเท่า ไหร่หรือในกรณีที่มีการเลื่อนตำแหน่ง
2:41 เพราะฉนั้นเมื่อเลื่อนไปจากตำแหน่งใด ตำแหน่งที่มีผู้เลื่อนขึ้นไปสู่ตำแหน่ง สูงขึ้นก็จะว่างลก็จะเกิดตำแหน่งว่างเช่น เดียวกันเกรณีที่มีคนที่ดำรงตำแหน่งนั้น อยู่เนี่ยโอ้นไปปฏิบัติงานในสราชการอืืก็ จะเกิดตำแหน่งที่ว่าขึ้นในสชการที่ที่มีล โอที่อื่นนั่นเองนะคะในที่เป็นสนรัชการ และตำแหน่งข้างก็อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ หน่วยงานนั้นมีภาระหน้าที่เพิ่มขึ้นมีการ ขยายสาขามีการขยายผลเผลกมีการขยายประเภท ของสินค้าที่จะต้องทำหิหรือมีปริมาณงาน ที่ต้องทำอมากขึ้นจนต้องเพิ่มขนเนี่ย เพิ่มขึ้นนะคะทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้เกิด
3:26 แน่งว่างวางกรมีเนี่ยก็ก็สามารถค่าเเน ร่วมหน้าได้เช่นการเกษียรูปเพราะว่าองค์ กรมีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลเกี่ยวกับอายุ วันเิปีเกิดรู้ว่าเมื่อไหร่จกสแต่ว่าใน บางกะหรี่ก็ไม่อาจจะคาคดีได้นะคะเช่นว่า กณีที่พนักงานของเราเสียชีวิตหรือว่า พนักงานจะลาออกไปโดยอาหารโดยไม่บตั้งแต่ ดนเป็นต้นนะคะทีนี้ในเรื่องของการแงหา ประเด็นที่สำคัญอยากจะ แล้วให้นักศึกษาฟังเรื่องกระบวนการของการ สหารซึ่งจะประกอบด้วยกระบวนการใหญ่ๆ 4 ขั้นตอด้วยกันนะคะกระบวนการแรกเป็นกระบวน การที่ว่าเมื่อเกิดตำแหน่งว่างขึ้นมาแล้ว
4:13 ก็ต้องวิเคราะห์แล้วก็กำหนดแล้วก็แยก ประเภทของตำแหน่งว่างหลนั้นให้ได้นะคะว่า เป็นตำแหน่งแรกจุดจำนวนเท่าไหร่สายงานใ บ้าหรือว่าเป็นตำแหน่งบดังกลางเช่นเป็น ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มหัวหน้างานนะคะหรือ ว่าเป็นตำแหน่งอาวุโสเต้องการคุณสมบัติ ของคนในระดับไนอย่างไรแล้วก็ตำแหน่งนั้น เป็นประเภระดับสูงหรือไม่ระดับสูงนี้ก็ อาจจะตั้งแต่ผู้อำนวยการโกงผู้อำนวยการ สำนักรองอธิบดีขึ้นไปนะคะถ้าเป็นกรณีที่ เป็นราชการต้องแยกประเภทของตำแแหน่งที่ ว่างก่อนเพราะว่าวิธีการในการสัหาคนเข้า สู่ตำแหน่งว่านั้นแตกต่างกันนั่นคือขั้น
4:59 ตอนหรือกระบวงการที่ 2 นะคะคือการกำหนด วิธีการสังหาซึ่งโดยหลักก็จะมี 2 วิธีการ ใหญๆก็คือจะสรรหาจากภายนอกองค์กรหรือ สรรหาจากคนที่อยู่ภายในองค์กรนต้องตัดสิน ใจกหรือจะใช้ทั้ง 2 วิธีก็จะต้องขึ้นอยู่ กับว่าในทางกฎหมายสามารถทำได้หรือไม่หรือ ว่าในทางปฏิบัติในทางนโยบายเอ่อขึ้นอยู่ กับผู้บริหาขององค์กรด้วยนะคะ ขั้นตอนที่ 3 นะคะเมื่อได้มีการตัดสินใจ แล้วว่าจะสสรรหาจากภายนอกในตำแหน่งใบ้าง จะสรรหาจากภายในองค์กรในตำแหน่งใดบ้างก็ จะดำเนินการ
5:44 สรรหาตามขั้นตอนที่มีการำนแล้วก็มีการคัด เลือกองคคลสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือว่าจะ ต้องชอบด้วยกฎหมายนะนะคะในการสัหารนั้น้า มีข้อกฎหมายทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นขกฎหมาย หลักเป็นพระราชบัญญัติหรือเป็นกฎหมายรอ เช่นกบระเบียบต่างๆของทางราชการีที่เป็น กำลังแราชการก็ต้องปฏิบัติดำเนินการให้ ถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ต้องยึดระบบ คุณธรรมเป็นหลักแต่ก็ในบางครั้งการใช้ วิธีการอุปถัมภ์อาจจะเข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยแต่ต้องมีระบบคุณธรรมเป็นหลักกส่วน การใช้บุญเพชรที่ในการเลือกบุคคลที่มี
6:32 ความรู้ความสามารถเท่ากันผ่านการประเมิน การกอมาครบถ้วนแล้วเนี่ยนะคะแต่ว่ามีหลาย คนมีมากเรียกว่าคุณคนที่มีคุณสมบัติเ้า เทียมกันมาก กผู้บริหารหรือผู้มีอำนาจในการตัดสิน สรรหาคัดเลือกก็อาจจะเลือกคนให้ทั้งปอใจ ที่สุดซึ่งกรณีเมีจะเรียกว่ามีอุปถัมภ์ เข้ามาด้วยก็ได้แต่ก็อยู่เป็นพื้นฐานของ ของระบบคุณธรนะคะขั้นตอนที่ 4 นะคะก็คือ ขั้นตอนของการประเมินผลการสรรหาซึ่งอย่าง ที่เี้ยนเรียนท่านักศึกษาว่าในการำนการใด ก็่ากระบวงการท้ายสุดหรือขั้นตอนท้ายที่ สุดต้องมีการปรจสอบประมวนประเด็นของการ
7:19 ประมวนผลการสรหาก็มี 2 ประเด็นใหญ่ๆนะ ประเด็นแรกก็คือต้องประเมินว่าความถูก ต้องและความชอบธรรมของกระบวนการนะคะของ กระบวนการในการสึกหานเป็นอย่างไรเป็นที่ ยอมรับหรือไม่ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เป็นที่ยอมรับของคนเวองค์กรและประชาชนโดย ทั่ไปหรือไม่และในด้านความเหมาะสมของ บุคคลที่ได้รับคซึ่งประเด็นที่ 2 ที่จะ ต้องคำนนเต้องใช้เวลาเพราะว่าต้องบุคคลพุ นั้นต้องเข้ามาทำงานอยู่ระยะเวลาหนึ่งซะ ก่อนองค์กรหรือว่าผู้ประเมินถึงทบได้ว่า เป็นคนที่เหมาะสมที่
8:05 จะทำงานกับองค์กรหรือไม่ถ้าเหมาะสมถ้าทำ งานได้ดีก็หมายความว่าการสรรหาระบวนการ สรรหา นั้นได้ผลดีนะคะประสบความสำเร็จนั่นคือ กระบวนการของการสรรหานะ คะทีนี้อย่างที่เรนเรียว่าวิธีการสรหา 6 คมนมีทั้งภายในก็มีทั้ายนอกองค์กรวิธีการ สรรหาภายในองค์กรก็จะมีสิ่งสำคัญำคัญที่ ต้องคำนถึงนะคะหรือว่ามีกระบวนการที่ต้อง กำนต้องทำ 4 ประการหลักด้วยกันประเด็นแรก ก็คือเมื่อรู้ว่ามีตำแหน่งว่าก็ต้องมีการ ประกาศเกี่ยวกับตำแหน่งว่างการประกาศ เกี่ยวกับตำแหน่งว่างนั้นก็ต้องบอกราย
8:51 ละเอียดของตำแหน่งว่างนะคะว่าเป็นตำแหน่ง ชื่อตำแหน่งอะไรหน้าที่อะไรอยู่ที่หน่วย งานย่อยใดนะคะและต้องการผู้ที่มี คุณสมบัติที่จะำนแห่งนั้นอย่างไรซึ่งอาจ จะเป็นคุณสมบัติโดยปกติหรืออาจจะเป็น คุณสมบัติพิเศษที่ตามองค์กรโดยผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจขององค์กรเป็นผู้กำหนดขึ้น ก็ได้นัเป็นประเด็นแรกเป็นขั้นตอนแรกเลย นะคะวิธีการสรรหาพันกรประกาที่ 2 ก็คือ ว่าเมื่อประกาศเตกตำแหน่งว่างแล้วต ตำแหน่งว่างแล้วก็มีการประกาศรับ สมานะคะเพื่อให้โอกาสให้ความเป็นธรรมของ ทุกคนที่อยู่ในของเข้าเทียมกันนะคะประกาศ
9:36 รับสมาครนั้นเพื่ออะไรอาจจะเพื่อมากลับ สอบแข่งขันต้องมาทำข้อสอบกันทั้งภาพข้อ เขียนทั้งโดยการสอสอบสัมภาษณหรือว่าไม่ ต้องสอบข้อเขียนมีการคัดเลือกกันประกาศ รับคัดเลือกจะต้องมีการักขันให้รับสมัคร นะคะแลผู้เราก็ต้องมีการตรวจสอบว่ามี คุณสมบัติครบถ้วนหรือไม่ที่จะให้มีางคัด เลือกนะคะการคัดเลือกเจะทำด้วยวิธีใดจะ ด้วยวิธีการสัมภาษณ์นะคะยคณะกรรมการข้าง ในหรือว่าจะด้วมีวิธีการอ่าให้มีการทำ เขียนวิสัยทัศน์นะคะให้เขียนข้อเสนอในการ ปรับรุมงานแต่เป็นตัวอย่างที่นยกให้ให้ ศึกษาได้ได้เห็นนะคะพอมาถึงขั้นตอนต่อไป
10:24 ก็คือกรณีในการที่มีการคัดเลือกการคัด เลือกนี้นี้ในบางกรณีหรือในบางตำแหน่งทำ ได้โดยผู้บริหารสูสุเป็นผู้ใช้ดุด้วยตน เองหรือผู้บริหารอาจจะไม่สามารถหรือไม่ อยากใช้ดุพนิของตนเองก็อาจจะตั้งคณะ กรรมการขึ้นมาช่วยในการที่จะสั่งหาได้ หรือในบางตำแหน่งโยอย่างยิ่งในพรรคราชการ นะคะถ้าเป็นระการในระดับสูงหรือว่าใน ระดับ อ่าการระดับ บริหารผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในส่วนชการหรือ ผู้บริหารสูงสุดเช่นประกระทรวงไม่ได้มี
11:10 อำนาจในการคัดเลือกนะคะต้องมีคณะกรรมการ ในการอต้องมีในรูปงนาคือมีเรียกว่ามีคน หลายคนมาช่วยกันดูอ่าคุณสมบัติมาดูข้อ สมเทพนะคะมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับกับผู้ ที่สมัครมาดูรายละเอียดเกี่ยวกับระเบียบ ที่ใช้กฎเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกในการ สนาเพราะฉะนั้นขั้นตอนของการใช้ระบบข้อ สนเทศสความอก็เข้ามามีความจำเป็นเขมีความ สเข้ามามีความสำคัญในขั้นตอนอสรรหาบุคคลอ นี้เป็นการสรรหาภายในของนะคะถ้าจะพูดถึง ว่าการสรหาคุณภายในองค์กรเนะคะ Internal
11:58 เนี่ยจะมีมีข้อดีข้อเสียอย่างไรก็มีข้อ สังเกตอยู่ตามประการนะคะประการแรกก็คือ ว่าเป็นการประหยัดเวลาแล้วก็ประหยัดงบ ประมาขององค์กรนี่ก็เป็นข้อดีไม่เกลืนเิน ไม่ใช้เวลามากไม่ต้องไปประกาศข้างนอกไม่ ต้องไปลงเว็บไซต์นะคะไม่ต้องไปรับสมัคร ให้มากเพราะว่าผู้สมัครฉากภายนอกเนี่ยไม่ ใช่น้อยๆนะคะคนที่ยังว่างงานกาการงานแต่ ถ้าเกิดประกาศชเพราะรับเฉพาะคนภายในครรก็ จะน้อยลงคนที่สสก็น้อยลงก็ประหยัทมาแต่ เวลาและสามารถได้คนที่มีประสบการณ์เพราะ ว่าเป็นคนที่อยู่เหือฟรอยู่แล้วถ้าได้คัด
12:43 เลือกเได้แล้วก็สรรหาเมาดำตำแหน่งว่างน ได้เขาก็จะมีประสบการณ์อยู่แล้วถึงแม้จะ ไม่ประสบการณ์บนรงแต่ก็เป็นประสบการณ์อาจ จะเป็นประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องจากหน่วย งานืๆความแล้วก็มีความคุคุ้นเคยกับงานของ องค์กรอย่างน้อยก็เคยติดต่องานกันระหว่าง กันและกันแต่ก็คุ้นเคยกับวัฒนธรรมทคกนะคะ ประการที่ 3 ก็เป็นการสร้างจก็เป็นข้อดี ทำให้คนภายในแนี้ก็มั่นใจว่าเมื่อมี ตำแหน่งว่างเกิดขึ้นเราก็อาจจะได้ย้ายงาน หรือเราอจะได้เยื่อมตำแหน่งถ้าได้เลือ ตำแหน่งก็เป็นการสร้างทาข้าวหน้าชีพอยู่ แต่ข้อเสียหรือว่าข้อสังเกตอกมหนึ่งก็มี
13:29 นะคะก็คือว่าการที่เลือกสรรหาโเฉพาะคน ข้างในองค์กรก็อาจจะเป็นการปิดกั้นคนที่ มีความรู้ความสามารถจากภายนอกองค์กรที่ เราไม่เคยูจักทำให้เราไม่ได้คนอย่างนั้น เข้ามาแล้วก็อาจจะปิดาทำให้องค์กรไม่ สามารถที่จะได้คนที่มีแนวคิดหรือมีวิธี การหรือมีเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือคนที่ได้ รู้จักวัฒนธรรมการทำงาน ที่อยู่ในองค์กรเดินของเขาแล้วก็มาเป็น วัฒนธรรมขององค์กรของเราเราก็จะไม่มี โอกาสให้ได้ีเข้ามากนะคะนั่นเป็นอ่าข้อ สังเกตเกกับวิธีการสับุคลจะไปภในองค์กรที
14:17 นี้ถ้าเราสาหาคนจไปภนอกองค์กรนะคะเราจะ สาหาได้จากที่ใด บ้างก็คนที่รู้จักองค์กรของเรารู้จัก บริษันี้รู้จักกรมนี้ก็อาจจะเดินมาสมัคร ด้วยตนเองที่หน่วยงานบริหารสิบุคคลยื่นไป สมับเอาไว้อาจจะสมัครเป็นพนาราชการอาจจะ สมัครเป็นอ่าผู้ปฏิบัตินะคะหรืออาจจะมี การโดยวิธีการประกาศรับสมัครทั่วไปอย่าง ที่ประารับสมัครภาพกความรู้ความสามารถ ทั่วไปของสำนากเป็นต้นนะคะหรืออาจจะใช้ วิธีผ่านสำนานจัดหางานให้ช่วยหาบุคคลแก ได้หรือว่าอาจจะใช้วิธีนะคะในการที่จะไป
15:07 พูดคุยกับสถาบันการศึกษาไปประกาศปิดไม่ เฉพาะบางสถาบันการศึกษาที่เราต้องการผู้ ที่จะสำเร็จจากสถาบันเหล่านั้นนะคะหรือ ว่าจะให้คนที่ใกล้จะสำเร็จการศึกษาได้มา เยี่ยมหน่วยงานของเราเพื่อให้รู้จักหน่วย งาของเราก็เป็นวิธีที่จะสนาคนแจภายนอกนะ คะ หรือว่าโดยวิธีผ่านอินเทอร์เน็ตเพราะว่า ทุกสนราชการแลว่าทุกหน่วยงานต้องมี เว็บไซต์ของตัวเองนะคะคนที่มีความสนใจที่ จะหางานทำก็ต้องสามารถจะเข้าไปในเว็บไซต์ แล้วก็บริการของการรับสมัครงานีก็ใช้วิธี การผ่านอินเทอร์เน็ตแทบทั้งสิ้นแม้แต่การ สอบความรู้ความสามารถทั่วไปสภาอของสัมนา
15:55 ก็ใช้วิธีสมัครเรนะคะคือว่าจะใช้วิธีผ่าน สมาคมวิชาชีพนั้นๆเพราะต้องการคนที่อยู่ ในสมาคมวิชาชีพนั้นๆเราก็สามารถเอาข้อมูล จากสมาคมได้แล้วก็ให้ข้อมูลไปที่สมาคมก็ ได้ว่ามีใครบ้างที่สนใจจะมา ทำหรือว่ามีการจัดตลานักแรงงานก็จะทำให้ ผู้ที่เป็นนายจ้างผู้ที่ต้องการแรงงานได้ พบกับคนที่ต้องการจะได้งานทำพร้อมทั้งได้ ข้อมูลที่โดยงนะคะได้รู้จักกันโดยตรงได้ ด้วยวิธีที่ได้ผลมากนะคะหรือว่าจะให้ สหภาพแรงงานเป็นตัวแทนที่จะประสานกับคน ที่อยู่ในภายนอกองค์กรก็สนใจที่จะเข้ามา
16:42 ทำงานกับองค์กรนี้หรือไม่ก็สามารถทำได้พ สภาพแรงงานนี้เก็มีความเกี่ยวพันปฏิ สัมพันธกับคนที่อยู่ในองค์กรอื่นๆภายนอก องค์กวแต่อยู่ในสหภาพากันก็มีนะคะหรืออ อาจจะให้บริษัทตัวแทนเป็นผู้สรรหาให้รับ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นตำแหน่งดับสูนะคะ เช่นตำแหน่งผู้ผู้บริหารระดับสำนักระดับก หรือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุดนะคะต้องใช้ วิธีที่จะมียุทธศาสตร์ในการกำหนดค่าตอบ แทนแล้วก็มีค่าจ้างบริษัทตัวแทนเหล่านั้น สหารให้เราได้ด้วยหรือว่าจากกรณีที่มี โครงการต่างๆมีหนวยงานต่าต่างๆเี่นะคะที่
17:29 เค้ามีอ่าเจ้าหน้าที่ทั้งนายของเค้าแล้ว ก็เค้ารู้จักกับองค์กรของเราแล้วก็คนใน โครงการหรือว่าที่ทำเหล่านั้นเนี่ยเค ต้องการที่จะหางานทำก็สามารถที่จะพาคาร่ม มือจากโครงการหรือานจนะคะนี่คือวิธีการ ที่จะอ่าสรรหาปกจภายนอกนะคะนอกจากใช้วิธี การสรรหาบุคคลจากภายนอกแล้วก็ภายในของก็ มีโอกาสที่จะเลือกอ่ามีมีข้อสังเกตนะคะ เกี่ยวกับกรณีที่ เป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับทาสนาบุคคลากภาย
18:16 นอกก็คือว่ามีโอกาสเลือกบุคคลที่มีความ เหมาะสมมากขึ้นแลมีโอกาสที่จะได้บุคคลที่ มีประสบการณ์สูงมีแนวคิดใหม่และมี เทคโนโลยีใหม่ๆเนี่ยได้มากขึ้นเพราะว่า เป็นคนที่มาจากนอกองค์กรเรานะคะหรือบาง ครั้งเราขาดแคลงคนในบางสาขาแล้วคงข้าใน องค์กรเี่ไม่มีเลยเราก็ต้องหาคนที่มาจาก ภายนอกองค์กรเข้ามาเพื่อจะช่วยให้องค์กร สามารถทำงานต่อได้นะคะแต่ว่าการสาหาจาก ภายนอกนั้นจะใช้เวลาอยู่บ้างแต่ก็มีค่า ที่ใจสูใน การแล้วก็มีผลกระทบต่อกำลังใจแล้วก็ทำก้า หน้าของคนในคกรว่าเอ๊ะไม่เห็นว่าคนข้างใน
19:02 มีความสามารถเรองไงสนใจกคนข้างนอกเมื่อมี ตำแหน่งว่างก็ไม่เคลื่อนไม่ย้ายคนภายในก แล้วในหลายๆกรณีนะคะบุคคลจากภายนอกองค์กร เนี่ยก็ต้องใช้เวลาในการที่จะปรับตัวให้ เข้ากับเพื่อนร่วมงานปรับตัวให้เข้ากับ ลักษณะงานปรับตัวให้เวัฒนธรรมขององคคล เพราะฉะนั้นบางครั้งเอยู่กับกยาถ้าเไม่พอ ใจอหรือว่าเไม่สามารถปรับตวจได้นะคะเก็ อาจจะลาว ออกนก็เป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการสาาบุคคล จากภายนอกองค์กนะคะที่อย่างให้นักศึกษา ได้ได้ได้รับ ทราบวิธีการสรรหาอีกวิธีหนึ่งเนี่ยนะคะ
19:48 เป็นการคัดเลือกโดยใช้สูยการบังเอิการ ด้านการจัดการ management assessment Center เป็นลักษณะของการทำแบบาในการจัด การึใช้ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันสำหรับผู้ รับสมครในกลุ่มประมาณ 10 คนเ่อเราอาจจะใช้วิธีนี้กับคนที่สมัคร เป็นร้อยก็ได้นะคะแต่ว่าใช้เวลามากแล้วก็ มากมาคว่าต้องแบ่งกลุ่มเขาอย่างนก็ไม่ควร จะต่ำกว่าไม่ควรจะเกิน 10 คนแล้วก็ไม่ไม่ ควรจะต่ำกว่า 5 คนหรือ 3 คนนะคะเป็นวิธี การที่เป็นการทำแบบฝึกหัดซึ่งมีหลากหลาย อาจจะเป็นการทำแบบปฏิบัติงานเาเจการีที่ เรียกว่า in Basket ก็คือให้ทดลองทำงาน
20:33 จริงนะคะแล้วก็ในเวลาที่จำกว่าจะทำได้แค่ ไหนมีการอภิปรายกลุ่มอาจจะเป็นกลุ่มละ 5 คนหรือ 10 คนเราช่ไปเป็นกลุ่มละ 5 คนนะคะ โดยเป็นกลุ่มที่ไม่มีผู้นำ leer Group discussion ให้คนที่อยู่ในกลุ่มนน่ะรับ หัวข้อไปแล้วก็ไปรับหัวข้อไปว่าจะต้องพูด กันเรื่องอะไรอภิปรายกันเรืองเไหร่แล้ว แต่ท่านก็จะแสดงความสามารถในการการที่จะ นำเสนอความคิดเห็นของตัวเองกล้าที่จะเสนอ ความคิดเห็นของตัวเองกล้าที่จะพูดกับ กลุ่มที่ตัวเองอยู่แล้วก็ผู้ที่พิจารณาก็ ให้คะแนนหรืออาจจะให้เล่นเกมการบริหารมัน เป็นการฝึกอาจจะไม่ได้ให้คะแนนแต่ว่าจะ
21:20 เป็นการ พัฒนานะคะให้ผู้ที่จะก้าวเข้าสู่การเป็น ผู้บริหารหรือการเป็นผู้ดการนนได้มี ประสบการณ์อาจจะให้ทำรายงานเอกสารนะคะ เพื่อให้ค้นคว้าความรู้เพิ่มตืแล้วก็ให้ นำเสนอนะคะเป็นรายบุคคลซึ่งจะได้เห็นทั้ง ทักษะนะคะในการนำเสนอความคิดเห็นของตัว เองต่อที่ประชุมของผู้อื่นทำให้ผู้อื่น เข้าใจตัวเองอาจจะเราก็ทำให้ได้ทราบว่า เขาได้เสมหาความรู้เพิ่มเติมบ้างมให้มาก มาอยแค่ไหนเไม่พู้ความรู้ในเรื่องที่นำ เสนอนั้นมากมาอยแค่ไหนอาจจะใช้วิธีในการ ทดสอบบุคคลิกภาพความสามารถความเข้าใจความ
22:09 สนใจและความสำเร็จในผลงานของเค้าโดอาจจะ ผ่านการสัมภาษณ์อ่ารายบุคคลหรือว่าจะให้ เค้าเขียนวิสัยท่าหรือราต่างๆ คะการสรหาบุคคลเข้ารับราชการนะคะอ่าเนี่ย จะเรียนอยากจะนำอ่าข้อมูลเรื่องการสนา บุคคลเขรกเนี่ยเมาเน้นเป็นตัวอย่างให้ท่า นักศึกษาได้รับทราบโดยวิธีการเนี่ยก็อาจ จะมีทั้งการแสวงหาเช่นการจัดสรรรัฐบาลคือ คือว่ายังไม่ได้เป็นาการหรอกแต่ว่าทำ สัญญาสคัดเลือกสอบกันเขมาก่อเพื่อเป็นนัก เรียนทุนแล้วก็ส่งไปเรียนหนังสือแต่เจ
22:54 เรียนสำเร็จกลับมาก็มาทำงานในสารต่างๆนะ คะหรือว่าเป็นการเลือกสรรค์ก็มีตั้งแต่ สอบแข่งขันสอบแข่งขันที่สำาองค์กรกลาง สำงานกพหรือว่าคณะกรรมการขกเรินเป็นผู้ รับผิดชอบคือการสอบภาคกนะคะเป็นการสอบภาพ ความรู้ความสามารถทั่วไปซึ่งอันนี้เสมือ กับเป็นบัตรรับรองใบรับรองอีประการหนึที่ สำหรับที่จะไปสอบแข่งขันเข้ารับรการในใน ภาพขอและภาพคอของสการต่างๆการเลือกศานี่ รวมถึงการคัดเลือกเพราะว่าบางตำแหน่งบาง สายงานไม่จะขึไม่จำเป็นต้องมีการสอบแข่ง ขันไม่ต้องสอบข้อเขียนเพราะอะไรคะเพราะ
23:40 ว่าผู้ที่เรียนจบมาในสาขารเหล่านั้นนมี น้อยมากแล้วก็อยู่ในความต้องการของส่วน ราชการมากนะคะอย่างไหนก็ตามในภาคราชการ เนี่ยก็ต้องมีการทดลองปฏิบัตินะที่รักการ ก่อนจุดอยู่ช่วงหนึ่งนะคะหรือว่าการ ประเมินคนจากภายนอกจาก้าเอกชนมาการด้วย ได้ก็ได้ด้วยเป็นการโอนจากสการอื่นหรือ ว่ามีบางคนออกไปจากสการแล้วถ้ามีตำแหน่ง ว่างก็สามารถที่จะบรรจุกลับถ้าเกิดว่าส หัวหน้าสการเห็นด้วยนะคะอย่างไรก็ตามใน เรื่องของการสหาบุคคลเข้อรับารเนี่ยก็ ต้องคำนึงถึงการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับข้อ จำกัดของการจำมกำลังคนในภาครัฐด้วยต้อง
24:26 คำนึงถึงการรับรองคุณวุฒิการีรคาคุณวุฒิ ซึ่งเป็นบทบานหน้าที่ของสำนักงานกพด้วย เพื่อความเป็นนมาตรฐานของพิธิของสถาบกษา ต่างๆโดยเฉพาะในต่างประเทศนะคะสถาบที่ิต จากต่างประเทศแล้วก็องค์กองกลางบริหาร บุคคลต่างๆเมีความสามารถในการสานหาบุคคล เข้ารับประกาอย่างไม่เท่ากันเพราะฉะนั้น ก็ส่วนใหญ่แล้วก็จะให้องค์กรใหญ่ๆเช่นสา กครเนี่ยทำการสรรหากำลังคนให้ทกิเเียกัน ไปยก็ไปยงมานะคะแล้วก็อย่างที่เมเรียนนัง สานะคะว่าการเมื่อมีตำแหน่งว่างเกิดขึ้น เนี่ยต้องสามารถที่
25:11 จะจัดกลุ่มนะคะหรือว่าจัดประเภทของ ตำแหน่งงานเนี่ยให้ได้นะคะเพราะฉะนั้น เนี่ยภาคราชการเนี่ยอย่างที่เเคยเล่าให้ นักศึกษาฟังแล้วก็คือว่าแบ่งประเภทของ ตำแหน่งข้าการพสามัญออกเป็น 4 ประเภทก็ คือประเภททั่วไปที่ไม่ต้องการวุฒระดับ ปริญญาขึ้นไปโดหมายถึงลักษณางานนะคะแล้ว ก็ประเภทวิชาการที่ต้องการผู้มีวุฒระดับ ปริญญาตรีขึ้นประเภท อิกาก็จะเป็นผู้ที่อยู่ตตำแหน่งในระดับ Manager หรือระดับผู้เนการสำนักทั้งน สำนักขนาดใหญ่แลก็สำนักขนาดเล็กและก็ ระดับหรือว่าประเภทบริหาร
25:58 ซึ่งหมายถึงตั้งแต่สูงสุดก็คือปลส่วนนะคะ ก็อยู่ในระดับบริหารระดับสูงึประกอบด้วยร กระทรวงแลกระทรวงนะคะอธิบดีอย่างนี้เป็น ต้นส่วนผู้บริหารระดับต้นก็จะเป็นรอง อธิบดีนะคะแล้วก็รองผู้ว่าจังหวัเป็นต้น นะ คะอันนี้เป็นประเภทของตำแหน่งึเมื่อเกิด ตำแหน่งกงประเภทใดขึ้นมาก็จะต้องมีการ ปรากฏประกาศให้ชัดเจนว่าตำแหน่งใดที่มี คามมีตำแหน่งว่านะคะที่การที่จะแต่งตั้ง บุคคลให้หรือสาหาคนเข้าสู่ตำแหน่งที่มี หน้าที่ความรับผิดชอบสูงขึ้นในทางราชการ
26:43 ก็มีเงื่อนไขนะคะประการแรกของเงื่อนไขก็ คือว่าเป็นตำแหน่งว่างหรือตำแหน่งที่ครอง อยู่นั่นน่ะต้องได้รับการประเมินค่างาน ให้สูงขึ้นแล้วแล้วก็ผู้ที่จะสมัครจะต้อง มีคุณสมบัติเฉพาะ สำหรับตำแหน่งตามมาตากำหนดตำแหน่งต้องมี เงินเดือนถึงระดับที่กำหนดที่ราชการกำหนด นะคะแล้วก็ประเด็นอื่นที่จะต้องมีอ่า เงื่อนไขเข้าเงื่อนไขก็คือว่าผลงานถ้า เป็นำนวิทยาการผลงานมันต้องผ่านการ ประเมินนะคะโดยคณะกรรมการและต้องมีความ รู้ความสามารถทักษะและพฤติกรรมการทำงาน ผ่านการประด้วยเพราะั้นเงื่อนไขตงการขึ้น สู่ตำแน่งก็เป็นอย่างที่ได้อสานะคะทนี้มา
27:30 พูดถึง่าการรสามัญในภาคราชการถ้าเป็น ตำแหน่งประเภทบริหารเนี่ยการ สรรหาหรือการแต่งตั้งเนี่ยนะคะก็ต้องเป็น การสรรหาเฉพาะภายในระบบราชการอาจจะข้าม ส่่วนราชการนะแต่ต้องเป็นการสัญหาภายใน ระบบราชการเท่านั้นนะคะและที่สำคัญก็คือ ว่าต้องมีคณะกรรมการในการที่จะคัดเลือก ไม่ใช่ว่าให้อำนาจของผู้ใดผู้หนึ่งเป็น ผู้คัดเลือกเพียงคนเดียวนะคะคณะกรรมการคั เลือกนั้นก็ประกอบทั้งบุคคลภายในองค์กร และก็ภายนอกองค์กรแล้วมีผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งอเป็นนัก วิชาการด้วยกระดาษนะคะนอกจากนั้นนะคะก็จะ
28:18 ต้องในการสัหารตำแหน่งประเภทบริหารต้องมี เกตในการทำเรที่ชัดเจนซึ่งอันนี้คือองค์ กรกลางสำหรับพทางกพก็จะผู้กำหนดนะคะอาที่ ที่ว่าอาที่อ่าเกณฑ์ที่ว่าจะต้องมี สมรรถนะตามที่กพกำหนดต้องมีผลงานที่ประจำ ต้องมีประวัติที่ดีมาเป็นต้นถ้าเป็น ตำแหน่งอีกประเภทในประเภอำนวยการนะคะหลัก เกณฑ์และวิธีการก็จะคล้ายคลืนกันที่คล้าย คลืนกันมันก็ใช้ได้ร่วมกันร่วมกันที่หมาย ความว่าแนวคิดและหลักการร่วมกันก็คือว่า ต้องมีการการกรองโดยคณะคณะกรรมการไม่ใช่ ให้คุนคนเยเป็นผู้มีอำนาเลือกหรือว่าสรร หาคนเข้าสู่แน่งนะคะนอกจากนั้นก็จะต้อง
29:07 สามารถที่จะจัดทำบัญชีของผู้ที่ผ่านการ คัดเลือกเนี่ยแต่ยังไม่มีตำแหน่งว่าง เพียงพอนะค่ะมันขึ้นบัญชีแล้วให้หดหนสการ ดับกมผู้มีกว่างเป็นผู้คับือนะคะอีก ประเภทหนึ่งนะคะก็คือประเภท วิชาการนะคะก็มีคณะกรรมการทัเลือกเช่น เดียวกันค่ะ นะคะแล้วก็ถ้าเผื่อว่าเป็นค่าการที่เป็น นักวิชาการระดับสูงนะคะก็จะต้องมีการ ประมวลผลงานนะคะแล้วก็ได้รับพระบรมราชง การโกแตกต่างเช่นเดียวกันสำหรับประเภท ทั่วไปนะคะทางองค์กรกล่าวคือสงากพก็ พยายามที่จะให้มีความเป็นธรรมและก็อ่า
29:54 เป็นประโยชน์กับราชการเช่นเดียวกัน ก็ต้องมีคณะกรรมการคัดเลือกก่อนที่จะมี การอ่าบรรจแตตั้งหรือว่าสรรหาให้ครบตาม ขั้นกำดเช่นเดียวกันนะคะก็ต้องมีคณะ กรรมการเป็นผู้ทเลือกแล้วก็ต้องมีอ่า คุณสมบัตินะคะที่เหมาะสมตามที่กฎหมาย กำหนดตามที่กฎกพหรือว่าหนังสือวียต่างๆ ของกทู้กำหนดนะคะและการเรื่องตำแหน่งต่าง ๆเนี่ยนะคะก็ต้องมีการสอบึอาจจะไปสอบคัด เลือกสอบสัมภาษณ์ก็แล้วแต่นะคะก็จะต้องมี การแสดงความคิดเห็นแล้วก็ให้คณะกรรมการ
30:40 หลายๆคนเนี่ยดร่วมกัน ดาข้อมูลที่ท่านจะเรียนให้ท่านชาทราพต่อ ไปก็คือตัวอย่างให้ท่านเห็นนะคะว่าคนที่ มีอำนาจบรจุแลแต่งตั้งเพื่อสาหาคนเข้าสู่ ตำแหน่งก้างแต่ละตำแหน่งแต่ละระดับแต่ละ ประเภทนั้นแตกต่างกันต่างกฎหมายอย่างเช่น ลกระทรวงหัวหน้าสนราชการระดับกระทรวงโด เทียบเท่าเนี่ยรัฐมนตรีเท่านั้นที่เป็น ผู้มีหนสจุโดยท่านนายกรัฐมนตรีต้องนำความ กรามทเพื่อโปรดก่าแต่งตามถึงจะมี ศักดิ์ศรีแลก็มีอำนาจที่จะปฏิบัติหน้าที่ ในธานะลังกระทรวงได้นะคะนี่คือในเรื่อง
31:25 รายละเอียดของการสรรหาในแง่ของระบบราชการ หรือว่าตำแหน่งหัวหน้าสรสูรหรือว่าลสแล ถ้าเป็นตำแหน่งที่เป็นรองลักประสูตผู้ที่ มีอำนาจนะคะในการที่ จะเสนอต่อรัฐมนตรีเนี่ยนะคะก็จะเป็นปลัด กระทรวงแล้วก็ปลัดกระทรวงนั่นแหละเป็นผู้ ที่มีอำนาจในการบรจุติดตั้งเมื่อคณะรนี อนุอัแ แต่ว่าต้องนะคะนำเสนอ ทูเพื่อหลอก้าแต่งตั้งด้วยเพราะฉะนั้น ทั้งปลกระทรวงทั้งรองปลกระทรวงนะคะถือที่ เทียบเท่าต้องได้รับพระราชทานตงกล้าทั้ง
32:12 สิ้นสำหรับประเภทบริหารระดับต้นบริหาร ระดับต้นก็คือรองอธิบดีนะคะระดับรอง อธิบดีเนี่ยผู้มีอำนาจในการบรรจุแต่งตั้ง ก็ที่เป็นการสรรหาเข้าสู่ตำแหน่งว่างนั น่ะก็คือปลักส่วนนั่นเองนะ คะสำหรับตำแหน่งประเภทคนงานตงทีนี้ถ้า เป็นตำแหน่งประเภทอเมริกาแต่ว่าอยู่ใน สำนักงานรัฐมนตรีผู้ที่มีอำนาจบรรจุแต่ง ตั้งก็จะเป็นรัฐมนตรีนะคะซึ่งเนื่องจาก ว่าเป็นารที่สำคัญอยู่กับรัฐมนตรีถ้าเป็น ตำแหน่งประเภทอำนวยการระดับ สูงนะคะอำนวยการอันดับสูงท่านนักศึกษา
32:59 ทราบแล้วว่าหยถึงผู้อำนวยการกองผู้อำนวย การสำนักที่เป็นอันดับสูงเนี่ยผู้มีอำนาจ ในการประจวดแต่งตั้งกรีที่มีตำแหน่งว่าง และมีการสัหารแเข้ามาเมื่อผ่านคณะกรรมการ แล้วผู้มีหนัเกคืนกระทรวงแต่ถ้าเป็นอำนวย การระดับต้นก็มีผู้มีอำนาจเซ็นคำสั่งนะคะ ั้ก็เป็นเพียงอธิบดีหรือว่าผู้ที่มี ตำแหน่งเทตามที่ตงกำหนดนะคะนี่คืออ่าตัว อย่างของการสรรหาผนเขสกรณีที่เป็นตง ประเภทต่างๆถ้าเป็นประเภทวิชาการนะคะถ้า เป็นผู้สงระดับสูงมากสูงสุดนะคะระดับสูง สุดเลยของประเภทวิชาการเนี่ยรัฐมนตรีเติม ผู้สั่งแบบโจทย์แลแต่งตั้งแต่ท่านนายกจะ
33:45 ต้องนำความงทั้งหมดกราเพื่อทรงพระกรุณาโ การจึงจะสามารถปฏิบัติาได้แต่ถ้าเป็น อันดับเชี่ยวชาญนักวิชาการอันดับเชี่ยว ชาญเนี่ยปลักกระทรวงนะคะเป็นผู้มีอำนาจใน การสั่งจแต่งตั้งแม้ว่าระดับเชี่ยวชาญ นั้นจะทำงานอยู่ที่กรมนะคะแต่เษผู้เรียนน แตตนะคะการย้ายโอนนะคะขการคนสัแต่งตั้ง ดำรงตำแหน่งอต่ำกว่าเดิมเนี่ยทำไม่ได้นะ คะเงแต่ว่าจะได้รับความหยิหยอจากระการินั นะคะและการรอบโอนและมันจูเกล่าคการต่าง ประเภทกันเช่น่าการตำรวจก็สามารถจะไป สมัครเป็นคกสามัญไปเป็นการของกรมอ่าคดี
34:33 พิเศษสนพิเศษนี้สามารถทำได้นะคะเรียกว่า พนักงานหรือพักต่างประเภทกันสามารถ อ่าไปหากันได้นะคะโดยที่ทั้ง 2 ฝ่ายหมายค ว่าทั้งผู้ที่ขออภัยแล้วก็ทั้งผู้ที่ที่ ให้ไปเนี่ยตอนตกหลดก็เรียกว่าเป็นการ สามารถรับโอนะคะหรือว่าจะเป็นการบรรจุ กลับนะคะแล้วก็แต่งตั้งให้นตได้กระบวนการ เหล่านี้เนี่ยนะคะเป็นเรื่องที่อยู่ใน เรื่องไปสรรหาคนเข้าสู่ตำแหน่งความนะ คะผู้คบัญชาอาจสั่งให้การพสามัญเนี่ยพ้น จากตำแหน่งไปรับนเดือนในอัตรากำลังทดแทน
35:18 ก็ได้ตามกฎหมายตามเหุความจำเป็นแต่ไปชั่ว คราวนะคะเพเป็นชั่วคราวแล้วก็ตำแหน่งนั้น เก็จะเป็นตำแหน่งว่างที่สามารถสรรหาคน เข้ามาดนะเมื่อคนที่ถูกสั่งให้เป็นแล้วใน อัตรากำลังทดแทนกลับมาจากการอนุญาตนะซึ่ง อาจจะอนุญาตผู้วิชาหรือว่าคณะรัฐมนตรีก็ ตามเนี่ยก็ต้องมีการหาตำแนว่างเพื่อที่จะ ให้บุคคลผู้นั้นบรรจุลงในตำนนว่างนั้นได้ ด้วยนะคะอันนี้เป็นการไม่ให้เเสีย โอกาสนะคะหรือว่าในกรณีที่มีการฟ้องร้องก รักษาปกครองมีความพิพากษาให้เพืนของคำ สั่งแต่งตั้งค่าการสามัญค่าการพสามัญใน
36:03 บางตำแหน่งนะคะกพเนี่ยสามารถเยียวยาหาทาง ออกแก้ปัญหาได้โดยการทำความเห็นนะคะแล้ว ก็เสนอแล้วแต่ว่าต้องเสนอให้คณะีให้ความ เห็นชอบเพื่อที่จะเกี่ยวจาและก็แก้ขตาม ที่เห็นสมดนได้ด้วยนะคะเพราะว่าคำพิพากษา ของสรรพกรบางั้งั้ก็ไปทำให้ต้องมีการแต่ง ตั้งย้อนหลังกลับไปในขณะที่คนที่ได้รับ การแต่งตั้งมาถูกต้องตามกฎหมายก็เกิดขึ้น แล้วก็ทำให้เิดมีตำแหน่งซ้อนไปอยู่ในคาม ระดับสูงก็ต้องมีการแก้ไขเยี่ยวยาเป็นให้ เป็นไปตามคำพิพากษาของสด้วยนะคะอยากจะ
36:51 เรียนข้อคำนการสนาคมาทำงานกนะคะจะต้องคำ คึงถึงหลักสำคัญของการจัดการทให้ความรู้ เยอะว่ามีหลักอะไรากบ้างเก็เอามาเป็นหลัก ในการสาหาบุคคลนะคะเช่นหลักของผลการ ปฏิบัติงานนะคะหลักของ อ่าสมรรถนะของบุคคลก็คือความสามารถที่แต่ ละคนนำความรู้ความสามารถของตนเองมาทำงาน ให้ประโยชน์แก่องได้มากที่สุดู้หักสำคัญ ต่างๆของการจัดการสต้อง ถูกนำมาใช้ในกับกระบวนการหรือในวิธีการ ของการสนานะคะหลักสำคัญที่ต้องนำมาใช้ใน การสหาบุคคลก็คือหลักของระบบคุณธรรมก็คือ
37:40 หลักความมั่นคงหลักความเสมอภาพหลักความ เป็นกลางแล้วก็หลักการมุ่งผลสัมฤทธ์นะคะ หลักของการมุ่งให้ความมั่นคงให้กับคนที่ จะเข้ามาถนากับด้วยหลักของระบบพลธรรมก็ ต้องถูกนำใชในการสรรหาเข้ามาในปกด้วยนะคะ ั้นี้ทั้งนั้นเนี่ยก็เพื่อจะสร้างความ เป็นธรรมและก็สร้างผากำลังใจให้กับบุคคล ในองค์กลและก็แม้แต่เป็นการสรรหาคนจากรอบ องค์ัวก็ต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับคน ภายรอกองค์ัวได้รับความเป็นทำจากองค์กร ที่สรรหาเขไม่ว่าจะเป็นภาครัหรือภาคชก็
38:25 ตามนะคะอย่างไรก็ตามนะคะประโยชน์และ ประสิทธิภาพขององค์กรและส่วนรวมนั่นคือ เป้าหมายสูงสุดที่การสัหาคนเข้ามาทำงานใน องคพรแลได้ประกาศเนี่ยต้องคำนึงถึงด้วย ไม่ใช่คำนึงถึงแต่ประโยชน์ของบุคคลหรือ ประโยชน์ขององค์กรอย่างเดียวแต่ต้องคถึง ประโยชน์ในภาพรวมขององค์กรประโยชน์ในภาพ รวมของประเทศชาติของสังคมแลก็ความเป็น ธรรมที่ประชาชนแล้วก็สังคมคจะได้รับเปี่น นะคะ