การจัดการทรัพยากรมนุษย์บทที่ 10

สรุปย่อ

วิดีโอนี้กล่าวถึงการจัดการทรัพยากรบุคคลในองค์กร โดยเน้นที่การใช้ประโยชน์และดำรงรักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้กับองค์กร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพขององค์กร โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • แนวคิดและหลักการใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคล
  • วิธีการมอบหมายงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
  • การสับเปลี่ยนหมุนเวียนงาน
  • การส่งเสริมผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง
  • การวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพและการสืบทอดตำแหน่ง

แนวคิดและหลักการใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคล

ทรัพยากรบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญในการบรรลุผลสำเร็จขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพเป็นหน้าที่สำคัญของผู้บริหารทุกระดับ โดยต้องคำนึงถึงการดำรงรักษาคนเก่งและคนดีไว้กับองค์กร รวมถึงการประเมินและวิเคราะห์การใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนา นอกจากนี้ ควรวิเคราะห์เปรียบเทียบผลงานกับค่าใช้จ่ายทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรม เพื่อให้การใช้ทรัพยากรบุคคลเป็นไปอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

ทฤษฎีสัตตปัญญา

ทฤษฎีสัตตปัญญาเสนอว่าสติปัญญาของมนุษย์แบ่งออกเป็น 7 ด้าน ได้แก่ ด้านภาษา ตรรกะและคณิตศาสตร์ ดนตรี มิติสัมพันธ์ ร่างกายและความเคลื่อนไหว มนุษยสัมพันธ์ และความเข้าใจในตนเอง ผู้บริหารควรดึงสติปัญญาในแต่ละด้านของบุคลากรมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติงาน โดยจูงใจให้บุคลากรนำความถนัดของตนมาใช้ในการทำงานเพื่อประโยชน์ขององค์กร

บทบาทของหัวหน้างานในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคล

หัวหน้างานมีบทบาทสำคัญในการใช้ประโยชน์ทรัพยากรบุคคล โดยต้องเป็นผู้นำทีม สอนงาน ให้คำปรึกษา เป็นผู้บังคับบัญชา และประเมินผลการปฏิบัติงาน การเป็นผู้นำทีมต้องบริหารจัดการทีมงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด การสอนงานต้องให้ความรู้และเป็นพี่เลี้ยงในการทำงาน การให้คำปรึกษาต้องให้คำแนะนำทั้งในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว การเป็นผู้บังคับบัญชาต้องใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบ การประเมินผลต้องประเมินอย่างเป็นธรรมและนำผลไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากร

องค์ประกอบในการเพิ่มประสิทธิภาพผลงาน

การเพิ่มประสิทธิภาพผลงานของผู้ปฏิบัติงานมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความสามารถของบุคคล ความรักในงาน และภาวะผู้นำ ความสามารถประกอบด้วยความรู้และความชำนาญงาน ความรักในงานทำให้ผู้ปฏิบัติงานมีความพึงพอใจและอยากทำงานที่ได้รับมอบหมาย ภาวะผู้นำของผู้บังคับบัญชาช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติงานแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่

ภาวะผู้นำ (Leadership)

ภาวะผู้นำประกอบด้วยคุณลักษณะหลายประการ ได้แก่ ความมีชีวิตชีวา (lively) การบำรุงน้ำใจ (encourage) ความคล่องแคล่ว (active) ความเด็ดขาด (decisive) ความอดทนอดกลั้น (endurance) ความรับผิดชอบ (responsible) ความเฉลียวฉลาด (intelligence) การดูแลสุขภาพ (health) ความสนใจในข่าวสาร (interest) และความสุภาพ (polite) นอกจากนี้ ผู้บังคับบัญชาต้องมีความเห็นอกเห็นใจ (sympathy) ความเข้าใจ (understanding) บุคลิกภาพที่น่าเลื่อมใส ความยุติธรรม ความเสมอภาค การให้โอกาส และการยกย่องชมเชย

การสับเปลี่ยนหมุนเวียนงาน (Job Rotation)

การสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานเป็นวิธีการหนึ่งในการดำรงรักษาคนไว้กับองค์กร โดยให้บุคลากรได้ดำรงตำแหน่งงานอื่นๆ อย่างเป็นระบบ องค์กรควรมีแผนการสับเปลี่ยนหมุนเวียนคนที่เป็นระบบและเป็นธรรม โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทั้งบุคคลและองค์กร การสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานช่วยให้บุคลากรได้ปฏิบัติงานหลายด้านและค้นหาคนที่เหมาะสมที่สุดกับแต่ละลักษณะงาน องค์กรควรติดตามประเมินผลการสับเปลี่ยนหมุนเวียนงานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

โครงการข้าราชการผู้มีผลสัมฤทธิ์สูง (HiPPS)

โครงการ HiPPS เป็นโครงการที่ใช้ในระบบราชการเพื่อดึงดูด รักษา และจูงใจคนเก่ง โดยพัฒนาข้าราชการผู้มีศักยภาพสูงอย่างต่อเนื่องและเตรียมให้เป็นผู้นำในอนาคต หลักการดำเนินงานคือการคัดเลือกข้าราชการที่มีความสามารถและศักยภาพสูง เข้ารับการพัฒนาในเชิงบูรณาการ มีระบบพี่เลี้ยง และมีหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะ รวมถึงมีสิ่งจูงใจต่างๆ เช่น ความก้าวหน้าในตำแหน่งและการเลื่อนเงินเดือน

ปัจจัยของความสำเร็จในการจูงใจข้าราชการ

ปัจจัยของความสำเร็จในการจูงใจข้าราชการให้อยู่ในงานและมีผลงานที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ การคัดเลือกคนเข้าสู่โครงการ HiPPS ที่เป็นธรรมและปราศจากการแทรกแซง หัวหน้าส่วนราชการให้ความสำคัญและสนับสนุนข้าราชการที่มีผลสัมฤทธิ์สูงอย่างจริงจัง มีหัวหน้างานที่มีคุณภาพและเพียงพอ มีการพัฒนาอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และข้าราชการเองมีความรับผิดชอบสูงและกระตือรือร้น

การให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศ (Secondment)

การให้ข้าราชการไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นในประเทศเป็นอีกวิธีหนึ่งในการดำรงรักษาคนไว้ โดยให้ข้าราชการได้ไปทำงานที่ชอบและตรงกับความรู้ความสามารถในหน่วยงานอื่น ทั้งนี้ ต้องทำความตกลงกับหน่วยงานที่จะส่งข้าราชการไป และมีการกำหนดแผนงานโครงการและวิธีประเมินผล ข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานยังคงเป็นข้าราชการอยู่และได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนเดิม รวมถึงอาจได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่ไปปฏิบัติงานด้วย

การวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพ (Career Planning)

การวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพเป็นกระบวนการกำหนดเป้าหมายเกี่ยวกับงานและพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับงานนั้น องค์กรและผู้ปฏิบัติงานต้องประสานข้อมูลและร่วมมือกันในการวางแผนความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อให้แต่ละคนเห็นโอกาสและความก้าวหน้าของตนเอง และจูงใจให้พัฒนาตนเองและผลงาน

การวางแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Planning)

การวางแผนสืบทอดตำแหน่งเป็นกระบวนการเตรียมผู้ที่มีความรู้ความสามารถสูงเพื่อเข้าสู่ตำแหน่งในระดับสูง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้บริหารขององค์กร องค์กรควรกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์เรื่องเตรียมกำลังคนเข้าสู่ตำแหน่งระดับสูงให้ชัดเจน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ เช่น งบประมาณและวิธีการเตรียมคน

แรงจูงใจและความปรารถนาของคนเก่งในองค์กร

แรงจูงใจและความปรารถนาของคนเก่งในองค์กรมีหลายระดับ เริ่มตั้งแต่ความปรารถนาที่จะเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร การทุ่มเทความรู้ความสามารถ การปฏิบัติงานร่วมกับผู้อื่น การเป็นผู้นำ และการเสียสละให้กับองค์กร ผู้บริหารควรเข้าใจความปรารถนาเหล่านี้และนำไปใช้ในการวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์ พัฒนา และดำรงรักษาคนเก่งไว้กับองค์กร

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:03 นักศึกษาคะเรื่องการจัดการทรัพยากรอนุใน หัวข้อวันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องการใช้ ประโยชน์และดำรงรักษาทรัพยกรมนุษย์ไว้กับ องค์กรนะคะซึ่งอย่างที่ได้เคยเรียนเสนอ นักศึกษาแล้วว่าเนื่องจากทรพยากรมนุษย์ นั้นเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็ว่าได้ใน การบริหารจัดการขององค์กรนะคะเพราะฉะนั้น เลือกการใช้ประโยชน์และการทำลงรักษาจึง เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นและมีความ สำคัญวันนี้นะคะก็จะมี 2 ประเด็นใหญ่ๆ ประเด็นแรกคือแนวคิดและหลักการก่อนนะคะ แล้วก็จะนำเสนอวิธีการในการที่จะมอบหมาย งานและเพิ่มประสิทธิภาพของงานนะคะการสับ

0:50 เรียนเรียนงานการส่งเสริมผู้มีผลสำฤทธิ์ สูงการส่งเสริมให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วย งานอื่นแต่ว่าอยู่อยู่ในประเทศภายใน ประเทศเนี่ยนะคะการวางแผนทางก้าวหน้าใน อาชีพแล้วก็เรื่องการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งใช้สำหรับกรณีที่เป็นตำแหน่งระดับสูง นะคะนี่คือประเด็นที่ันจะนำเสนอในครั้ง นี้นอกจากนั้นก็จะมีเรื่องการวางแผนสื่อ ทอดตำแหน่งนะ คะนอกจากจะตำแหน่งในระดับสูงแล้วเนี่ยนะ คะก็จะอาจจะเป็นตำแหน่งที่มีความจำเป็น อันขึ้นอยู่กับองค์กรนะคะว่าต้องการที่จะ ให้มีการสืบทอดตำแหน่งในประเภทใด

1:39 บ้างในเรื่องแนวคิดและหลักการของการใช้ ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์นะคะประเด็นแรก เนี่ยเรียนเรียนก่อนว่าทรมนุษย์เป็น ปัจจัยสำคัญอย่างมากต่อการบรรลุผลสำเร็จ ขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่บรรลุ เฉยๆแต่บรรลุผลสำเร็จอย่างมีประสิท สิทธิภาพเพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญที่สุด ปัจจัยที่สำคัญที่สุดก็ก็คือทรัพยากร มนุษย์นั่นเองนะคะในแนวคิดประการที่ 2 นะ คะเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือว่าการใช้ด ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์อย่างมี ประสิทธิภาพเนี่ยเป็นหน้าที่เลยนะคะเป็น หน้าที่ที่สำคัญประการหนึ่งเลยของหัวหน้า งานหรือผู้บริหารงานขององค์กรนั้นทุก ระดับนะคะไม่ว่าท่านจะเป็นผู้บริหารใน

2:26 ระดับไหนมีลุกน้องจำนวน 2 คนขึ้นไปนะคะ หรือที่ 200 คนก็ตามนะคะการจัดการหรือการ ใช้ประโยชน์คนที่ท่านมีอยู่คนที่อยู่ใน ความดูแลควบคุมของท่านเนี่ยอย่างให้ทำ อย่างไรให้มีประสิทธิภาพเนี่ยเป็นหน้าที่ ที่สำคัญของผู้บริหารหรือผู้วิชาเป็น อย่างยิ่งนะคะแนวคิดอีกประเด็นหนึ่งก็คือ ว่าการใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์นั้นที่ สำคัญคือต้องคำนึงถึงการรงรักษาหรือเก็บ รักษาคนเก่งแล้วก็เป็นคนดีเอาไว้กับองค์ กรนะคะอันนี้เป็นเป็นประเด็นสำคัญเลยนะคะ เพราะว่าเราต้องหมายถึงการรหารความรู้ นั้นต้องทุ่มเททั้งในด้านงบประมาณทุ่มเท

3:12 ทั้งในเรื่องของการบริหารจัดการเนะคะ เรื่องทรัพยากรมนุษย์เนี่ยเพื่อเก็บรักษา คนแต่ไม่ใช่เก็บทุกคนการรองรักษานโดยหลัก ก็คือว่าต้องสำรองรักษาคนเก่งแล้วก็คนดี เอาไว้กับองค์กรนั่นคือแนวคิดสำคัญของการ ใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์นะคะอีกประเด็น หนึงของแนวคิดในเรื่องนี้ก็คือว่าในการ ใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์เต้องประเมินนะ คะต้องมีการประเมินเป็นระยะระะแล้วก็มี การวิเคราะห์ด้วยว่าองค์กรมีการใช้ ประโยชน์และทำลองรักษาทรัพยากรมนุษย์ อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหนเพียงใดทั้งนี้ เพื่ออะไรคะก็เพื่อที่จะนำไปสู่การปรับ ปรุงและการพัฒนาในเรื่องการใช้ประโยชน์ และทรัพยากรมนุษย์ที่ท่านมีอยู่ที่เรามี

3:59 อยู่อยู่เนี่ยแลก็เพื่อที่จะเก็บรักษา ทำลองรักษาคนเก่งคนดีคนที่มีความรู้ความ สามารถเอาไว้กับองค์กรนะคะแนวคิดอีก ประเด็นหนึ่งก็คือว่าควรจะวิเคราะห์และ ประเมินการใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์ทั้ง ด้านการเปรียบเทียบผลงานกับค่าใช้จ่ายและ วิเคราะห์ในเชิงนามธรรมขององค์กรด้วยก็ หมายความว่าการติดตามประเมินผลแล้วก็การ วิเคราะห์นั่นน่ะต้องทำทั้งในเชิงรูปธรรม และในเชิงนามธรรมในเชิงรูปธรรมก็ยกตัว อย่างว่าค่าใช้จ่ายที่ใช้ไปงบประมาณที่ ใช้ไปเกี่ยวกับบุคคลคนหนึ่งนะคะหรือว่า บุคคลทั้งหน่วยขององค์กรเนี่ยผลงานที่ออก

4:46 มานั้นคุ้มค่าหรือไม่นะคะคุ้มประโยชน์ คุ้มกับงบประมาณที่ใช้ไปในเรื่องงาบุคคล บริหารมนุษย์หรือไม่ค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่าย ไปนั้นไม่ใช่แต่เฉพาะค่าตอบแทนในเรื่อง เรื่เงินเดือนค่าจ้างนะคะแต่ก็รวมถึง สวัสดิการต่างๆรวมถึงเงินตอบแทนเงิน รางวัลต่างๆรวมถึงค่าใช้จ่ายในเรื่องค่า ล่วงเวลาหรือว่าค่าใช้จ่ายอื่นๆเกี่ยวกับ เรื่องของตัวบุคคลนะคะแล้วก็ต้องมาเปรียบ เทียบต้องวิเคราะห์ว่าผลงานที่ได้รับซึ่ง อาจจะเมื่อครบ 6 เดือนหรือครบ 1 ปีนะคะก็ ต้องประเมินกันออกมาหรือครบโครงการระยะ เวลาของโครงการที่กำหนดว่าได้ผลคุ้มค่า หรือไม่อันนั้นเป็นในเชิงของเปรียบเทียบ

5:32 กับค่าใช้จ่ายนะคะแลก็ควรที่จะวิเคราะห์ ในเชิงนามอธรรมขององค์กรด้วยยกตัวอย่างใน เชิงนามธรรมก็เช่นว่าการใช้ประโยชน์สความ รู้ขององค์กรนั้นเป็นที่พึงพอใจของคนใน องค์กรหรือไม่หรือว่าแต่ละคนอ่าหลายคน อยากย้ายออกจากหน่วยงานของตัวเองไปอยู่ หน่วยงานอื่นไปอยู่แผนนอื่นหรืออยากเล่า อะไรต่างๆหรือมีความรู้สึกว่าถูกใช้โดย ไม่สมประโยชน์เท่าที่ควรหรือว่าไม่สมกับ อ่าความรู้ที่ตนมีเท่าที่ควรอันนี้ต้องมี การประเมินในเชิงนามธรรมด้วยนะคะนี่เป็น แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรมนุษย์นะคะซึ่งในทุกองค์กร

6:20 ทรัพยากรมนุษย์ที่มีประสิทธิภาพจะต้อง คำนึงถึงประสิทธิภาพในเรื่องของการใช้ ประโยชน์ของกำลังคนด้วยก็มีทฤษฎีหนึ่งนะ คะที่เรังนำเสนอเนี่ยเพื่อประกอบในเรื่อง ของการใช้ประโยชน์ของบุคคลในองค์กรการใช้ ประโยชน์้าประโยชกับมนุษย์ของคนของของ องค์กรทุกองค์กรเรียกว่าทฤษฎีสัตตปัญญานะ คะก็คือสติปัญญาของมนุษย์นั้นสามารถแบ่ง ออกได้เป็น 7 ด้านที่สำคัญตามที่อาจารย์ โฮเวิร์ดการ์เนอร์ได้ได้สรุปไว้นะคะ 7 ด้านนั้นมีอะไรบ้างปัญญาในเรื่องด้านภาษา นะคะปัญญาในด้านตรรกะและคณิตศาสตร์ปัญญา ในด้าน

7:06 ดนตรีปัญญาในด้านมิติสัมพันธ์นะคะปัญญาใน ด้านร่างกายและความเคลื่อนไหวนี้เป็น เรื่องทางด้านทางด้านร่างกายทางกายภาพของ ตนเองปัญญาทางด้านมนุษยสัมพันธ์นะคะปัญญา ทางด้านความเข้าใจในตนเองนะคะซึ่งทฤษฎี อันนี้เมื่อเราเข้าใจเอาว่าสติปัญญานะคะ ของมนุษย์หรือของทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร มีทางด้านใดบ้างแล้วเนี่ยก็เป็นเรื่องที่ ผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาเนี่ยจะหาทาน ที่จะดึงสติปัญญาที่มีที่แต่ละคนมีเว่า เขามีสติปัญญาทางด้านไหนที่ที่มีมากมี เจ็นมีชัดเจนหรือจะเป็นประโยชน์กับการ

7:54 ปฏิบัติงานก็ในการใช้ประโยชน์กำลังคนการ ใช้ประโยชน์พกรมนุษย์นั้นต้อง พยายามที่จะดึงออกมาให้ได้นะคะแล้วก็จูง ใจให้ทรัพยากรมนุษย์ในองค์กรของท่านนั้น นำสติปัญญาที่เขามีอยู่ในด้านต่างๆแล้ว แต่ว่าคนไหนเขาจะถนัดในเรื่องใดหรือคนนึง ก็อาจจะถนัดในหๆายเรื่องก็พยายามที่จะใช้ เขให้เกิดอยู่สูงสุดให้เขาดึงเอาสิ่งที่ เขามีอยู่ในตัวเขามาใช้กับงานให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับองค์กรนะคะนี่คืออ่า หลักคิดหรือว่าเป็นการนำทฤษฎีทางด้านสัตต ปัญญามากำลังคนที่มีในองค์กรนะคะทีนี้มา ดูว่าบทบาทของหัวหน้างานในการใช้ประโยชน์

8:40 ทรัพยกรมนุษย์ในองค์กรทำอะไรบ้างนะคะทำ หน้าที่อะไรบ้างบทบาทของของหัวหน้างาน อย่างที่เรนเรียนตั้งแต่ตอนแรกว่าเป็น หน้าที่หลักของหัวหน้าเลยในการที่จะใช้คน ที่ตนเองควบคุมบังคับบัญชาอยู่เนี่ยให้ เกิดอยู่สูงสุแต่ในการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรมนุษย์นั้นเนี่ยนะคะคนที่เป็นหัว หน้างานคนที่เป็นหัวหน้าทีมหรือคนที่เป็น ผู้บังคับญชาคนที่เป็นผู้บริหารของหน่วย งานนั้นหรือว่าของทรัพยกมนุษย์เหล่านั้น เนี่ยจะทำหน้าที่อะไรบ้างประการแรกก็คือ ต้องเป็นผู้นำทีมงานเป็นทีมดอร์เพราะว่า การทำงานส่วนใหญ่แล้วเราไม่ใช่ทำงานคน เดียวจะต้องทำงานเป็น

9:25 ทีมทีจะประกอบด้วยคนอย่างน้อย 2 คนละนะคะ ทั้งคนก็ต้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมหรือ ว่าประกอบด้วยทีม 2 คนประกอบด้วยอ่า 2 คน เป็น 1 ทีมแล้วก็มีหัวหน้างานเป็นหัวหน้า ทีมอีกคนหนึ่งเป็น 3 คนอย่างไรก็ตามเนี่ย คนที่เป็นหัวหน้างานก็ต้องเป็นทีมเลเจอร์ ต้องเป็นหัวหน้าทีมเป็นเป็นผู้นำทีมเพราะ ฉะนั้นก็จะต้องบริหารจัดการภายในทีมงาน ของตนเองเนี่ยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดก็ ต้องใช้ประโยชน์คนในทีมงานของตัว นะคะให้เกิดประโยชน์สูง สุดเป็นผู้สอนงานด้วยนะคะการที่จะใช้คน แล้วก็ให้ให้เขาสามารถผลิตหรือว่าให้เขา

10:12 สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนัน่ะ ต้องสอนงานนะคะคนที่เป็นหัวหน้างานเนี่ย ต้องเป็นที่สอนงานเพราะว่าคนที่เข้ามาใน ทำงานกับทีมงานหรือว่าเข้ามาเป็นลูกน้อง เข้ามาเป็นพนักงานของหน่วยงานเนี่ยเก็จะ มีความรู้เบื้องต้นเท่าที่เขาศึกษามาจาก สถาบันการศึกษาที่เขาเรียนจบมาหรือมี ประสบการณ์จากที่อื่นแต่ว่าเมื่อมารับงาน ใหม่เมื่อมารับหน้าที่ใหม่นะคะหรือว่า เมื่อมารับโครงการที่ยังไม่เคยทำมาคนที่ เป็นหัวหน้าก็ต้องมีหน้าที่ในการที่จะสอน เล่ะเป็นพี่เลี้ยงว่าอย่างงั้นนะคะเป็นใน ลักษณะของเป็นพี่เลี้ยงในการสอนงานช่วยดู แลให้ความรู้นอกจากให้ความรู้แล้วก็ต้อง

10:59 เป็นอ่าโค้ชก็คือดูแลในเรื่องที่ว่าเมี ปัญหาในการทำงานอย่างไรมเพื่อจะได้ช่วย เหลือแล้วก็ช่วยแก้ไขปรับลงเท่านี้ก็ เพื่อที่จะให้ผลงานของหน่วยงานนั้นออกมา ให้ดีที่สุดนั่นเองนะคะบทบาทในประการที่ 3 ก็คือเป็น adviser นะคะคือเป็นที่ปรึกษา การเป็นที่ปรึกษาเนี่ยนะ คะในแง่ที่เป็นทุกด้านไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องความยากของงานหรือว่าความยุ่งยากใน การที่คนในทีมงานเมีปัญหากับเพื่อนร่วม งานหรืออาจจะลึกลงไปถึงว่าเขาอาจจะมี ปัญหาส่วนตัวในด้านอื่นๆในฐานะที่เป็นหัว

11:45 หน้างานนะคะจะต้องสามารถให้คำปรึกษาแนะนำ กับผู้ใต้บังคับบัญชาได้นะคะนั่นเป็นบท บาทหน้าที่ประการที่ 3 บทบาทหน้าที่ ประการที่ 4 ต้องเป็นผู้บังคับบัญชาเป็น ผู้บังคับบัญชาก็หมายความว่าต้องมีอำนาจ หน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดในคีที่เป็นข้า ราชการหรือตามที่ผู้บริหารขององค์กรนั้น เป็นผู้กำหนดว่าให้หัวหนักงานทำหน้าที่ เป็นผู้บังคับบัญชาด้วยนะคะหรือว่าให้ผู้ ใดทำหน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาคำว่าผู้ บังคบัญชานี้มีความหมายนะคะเพราะว่าจะ เป็นผู้ที่ใช้กฎเกณฑ์แล้วก็ใช้ในวิธีการ ทุกอย่างในเรื่องของการบริหารจัดการเนี่ย

12:32 กับบุคคลหรือว่าสัพกับมนุษย์ที่อยู่ภาย ใต้การบังคับบัญชาของหัวหนักงานผู้นั้นนะ คะบทบาทหน้าที่อีกประการหนึ่งนะคะของหัว หนักงานก็คือเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติ งานซึ่งก็สำคัญมากเช่นเดียวกันเพราะว่า การประเมินผลการปฏิบัติงานนั้นจะมี ประสิทธิภาพแค่ไหนเพียงไรก็ขึ้นอยู่กับ ผู้ประเมินผลส่วนหนึ่งนะคะเพราะว่าผู้ ประมโดยผลต้องรู้ว่าทรัพยากรมนุษย์หรือ ว่าลูกน้องท่านแต่ละคนเนี่ยได้รับมอบหมาย ให้ทำอะไรและมาตรฐานงานที่จะต้องทำนั้น คืออะไรช่วงเวลาที่จะต้องทำงานให้เสร็จ คือเมื่อไหร่เพื่อจะได้เป็นข้อมูลนะคะ สำหรับที่จะนำมาเปรียบเทียบกับผลงานที่

13:19 เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นเช่นในช่วง 6 เดือนหรือในช่วง 1 ปีนะคะหรือในช่วงตาม ระยะเวลาของโครงการนี่ก็แล้วแต่แต่นะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อประเมิน ผลแล้วก็จะต้องนำผลจากการประเมินได้นั้น นะคะไปใช้ประโยชน์ในเรื่องอื่นๆอีกเช่นใน เรื่องของการให้รางวัลในเรื่องของการ ประกอบการพิจารณาเพื่อเลื่อนตำแหน่งหรือ ว่าถ้าเผื่อว่าผลงานนั้นไม่เป็นที่พอใจ ท่านในฐานะที่เป็นหัวหนักงานแล้วก็เป็น ผู้ประเมินผลจากปวนาก็จะสามารถเป็นผู้ เสนอแนะนะคะเกี่ยวกับเรื่องการ ย้ายตำแน่งอ่านหรือว่าในเรื่องเกี่ยวกับ

14:04 การมอบหมายงานที่เหมาะสมให้กับบุคคลผู้นำ ต่อไปด้วยได้ด้วยนะคะนั่นคือบทบาทของคน ที่เป็นวรัพกมนุษนะคะทีนี้มาดูว่าในการ มอบหมายงานเนี่ยนะคะการใช้ประโยชน์คน เนี่ยก็ต้องมอบหมายงานให้เทำกนใช่มคะจะมี องค์ประกอบอะไรที่จะมาช่วยนะคะในการเพิ่ม ประสิทธิภาพในผลงานของผู้ปฏิบัติงานนะ คะองค์ประกอบแรกก็คือความสามารถของตัว บุคคลผู้นั้นในการทำงานนะคะความสามารถ นั้นจะประกอบด้วยอะไรบ้างก็ประกอบด้วย ความรู้ประกอบด้วยความชำนาญญานะคะซึ่ง ตรรงความรู้ตัวนี้ก็คงจะครอบคลุมถึงความ

14:52 สามารถนะคะในการที่เคยผ่านการอบรมอะไร ต่างๆมาแล้วด้วยนะคะส่วนกชำนาญงานนั้นก็ หมายถึงประสบการณ์อาจจะเป็นประสบการณ์ใน งานเดิมที่ทำอยู่นั่นแหละหรือว่าเป็น ประสบการณ์ในงานในลักษณะใกล้เคียงกับงาน ที่ทำอยู่นั้นแต่ว่าเคยปฏิบัติงานที่อื่น ทั้งความรู้และความชำนาญงานเนี่ยนะคะก็จะ ต้องนำมาใช้ในการทำงานเรียกว่าเป็นความ สามารถในการทำงานหรือว่าในบางตำราใช้คำ ว่าสมรถนะนะคะในบางตำราวก็ใช้คำว่าก็ใช้ คำว่าความสามารถ นี่เป็นสิ่งที่จะทำให้ผลงานของผู้ปฏิบัติ งานนั้นมีประสิทธิภาพแล้วก็บรรลุเป้าหมาย ได้ถ้าเผื่อว่าเขาได้รับมอบหมายงานที่ไม่

15:40 ตรงกับความรู้ที่เขามีและไม่ไม่ตรงกับ ความชำนาญงานที่เมีหรือเไม่มีความชำนาญใน เรื่องนั้นผลของงานที่ออกมาก็ไม่มี ประสิทธิภาพเท่าที่คนะคะเพราะฉะนั้นในการ มอบหมายงานก็ต้องกำเนินถึงความสามารถก็ คือรายละเอียดก็คือ 2 ประเด็นเป็นที่เรน เรียนคือความรู้และก็ความชำนายงานของ บุคคลผู้นั้นด้วยนะคะอีกปัจจัยหนึ่งนะคะ อีกองค์ประกอบหนึ่งที่จะส่งเสริมหรือว่า จะเหนี่ยวหรังในประสิทธิภาพของผลงานของ ผู้ปฏิบัติงานในกรณีที่มีการมอบหมายงานนะ คะประการแรกก็คือผู้ที่เรามอบหมายงานให้ ทำนนเอยากทำงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่

16:26 และมีความรักในงานที่ได้รับมอบหมายหรือ ไม่เพราะอย่างที่ทุกท่านทราบนะคะเราจะทำ งานใดให้สำเร็จหรือว่าทำเรื่องใดให้ สำเร็จเนี่ยเราต้องมีความรักมีความพึงพอ ใจที่จะทำในสิ่งนั้นซะก่อนถ้าเผื่อว่าใน การมอบหมายงานนั้นนะคะคนที่เรามอบหมายงาน ไปปรากฏว่าเไม่อยากทำงานนั้นเลยหรือเาไม่ มีความรักในงานที่ได้รับหม้อบหมายเลยมัน ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพนี่ของผลงานที่ ออกมานั้น ไม่ได้ประสิทธิภาพตามที่คาดหวังด้วยนะ คะประเด็นที่ 2 นะคะในเรื่องความรักนา อย่างทำงานเนี่ยเมื่อมอบหมายงานไปแล้วคน ที่ได้รับความมอบหมายได้รับมอบหมายงาน

17:13 เนี่ยเมีโอกาสได้ทำงานที่อยากทำหรือไม่นะ คะแล้วงานที่เขาทำเขามีความมั่นใจแค่ไหน เพียงใดเมีความภูมิใจแค่ไหนเพียงไรที่เขา ได้รับมอบหมายงานนั้นแล้วเมื่อมอบหมายงาน ไปแล้วให้โอกาสเหรือเปล่าที่จะเสนอแนะนะ คะหรือว่าคิดวิธีการในการทำงานหรือว่าคิด หาหลักการต่างๆมาช่วยให้งานของเขาประสบผล สำเร็จผู้ที่มอบหมายงานเนี่ยสนับสนุนเ หรือเปล่าส่งเสริมเหรือเปล่านะคะเพราะ ฉะนั้นตรงนี้ต้องคำอืถึงด้วยนะคะว่าต้อง ให้โอกาสเมื่อมอบงนมอบหมายงานไปแล้วใช้ ประโยชน์คนแล้วเนี่ยต้องให้โอกาสเขาในการ

18:00 ที่จะให้เขาแสดงความสามารถให้เต็มที่แสดง ความคิดเห็นเท่าที่เขาอยากจะแสดงความคิด เห็นแต่จะรับผู้บริหารหรือผู้บิชาจะรับมา ใช้รับมาปฏิบัติหรือไม่นัเป็นอีกเรื่อง หนึแต่ว่าเราต้องให้โอกาสกับคนที่เรามอบ หมายงานไปให้เพื่อให้เมีความภาคภูมิใจใน งานที่เขได้รับมอบหมายแล้วก็ภาคภูมิใจใน คามเป็นตัวตนของเขาเองที่ได้รับเได้รับ มอบหมายงานนั้นด้วยนะคะปัจจัยหรือองค์ ประกอบอีกประการหนึ่งที่จะทำให้ผลงานของ ผู้ปฏิบัติงานนน่ะมีประสิทธิภาพหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เรียกว่าภาวะผู้นำ leadership ภาวะผู้นำของใครก็คือภาวะผู้

18:45 นำของผู้บังคับบัญชาภาวะผู้นำของหัวหน้า งานนั่นเองนะ คะสำหรับในที่นี้นะคะเดี๋ยอยากจะแนะนำอ่า ความหมายหรือว่า นำมาใช้ในกรณีที่คนที่เป็นอ่าผนักงานหรือ ว่าเป็นผู้บชานะคะคนที่ เป็นผู้บังคับบัญชาเนี่ยสิ่งที่จะต้องมี ก็คือต้องมีภาวะผู้นำภาวะผู้นำเนี่ย leadership นะคะมันคือยังไงนะคะคนทุกคน เนี่ยไม่ว่าจะเป็นผู้คบัญชาหรือว่าเป็น ผู้ปฏิบัติงานโดยทั่วไปก็จำเป็นต้องมี ภาวะผู้นำนะ คะมาดูรายละเอียดกันนะคะเลี้ยงขอเอาถ้อย

19:34 คำเอาคำชิแต่ละคำเในศัพ์ภาษาอังกฤษเนี่ย พร้อมด้วยความคำแปลนะคะมาให้ท่านได้เห็น นะคะว่าควนที่จะมีภาวะผู้นำจะต้องทำอย่าง ไรจะต้องเป็นอย่างไรก็คือในการทำงานต้อง มีชีิชีวาต้อง lively มีชีวิตชีวาก็คือ ว่าทำงานแบบแสดงออกให้เห็นว่ารักงานนั้น มีความสุขกับที่ทำงานนั้นชอบงานนั้นจะ นั่งรถไปต่างจังหวัดก็มีความสุขกับการ เดินทางไปต่างจังหวัดงนี้เป็นต้นนะคะทำ งานอย่างมีชีวิตชีวาตัว L lively นะคะ ตัว E อีกล่ะคะจากคำว่า leadership E encourage บำรุงน้ำใจผู้คนก็คือต้องรู้

20:19 จักที่จะทำงานด้วยกันเนะคะในทีมหรือว่าจะ ทำงานไม่ได้ทำงานในทีมแต่ว่ามีเพื่อนที่ ทำงานนั่งอยู่ใกล้กันนะคะหรือว่าพูดคุย กันพบพากันเนี่ยก็ทักทายกันำอุน้ำใจพูด ถึงกันและกันแะว่าหรือว่าพูดในสิ่งที่ดี ซึ่งกันและกันผู้บังคับวิชาก็ยิ่งสำคัญนะ คะเมื่อพูดกับผู้ตั้งบังับิชาก็ยิ่งต้อง บำรุงน้ำใจผู้ใต้บังนบัญชาจึจะทำให้แต่ละ คนเนี่ยทำงานอย่างมีความสุขก็เลคะ Active ก็คือให้ทำงานอย่างคล่องแค่นะคะเพื่อให้ งานเสร็จไปอย่างรวดเร็วด้วยแต่ก็เพื่อที่ จะแสดงให้เห็นถึงว่าเรามีความกระตื้อรื ร้นในการที่จะทำนานในการพัฒนานานนะคะ

21:05 เพื่อที่ว่าคนอื่นมองเห็นเราแล้วเก็เกิด ความรู้สึกที่จะทำงานเกิดความรู้สึกที่จะ ทำอย่างที่เราเป็นเป็นอย่างที่เราเป็นคือ มีความคล่องแกล้วมีความรักงานมีความตั้ง ใจที่จะปฏิบัติงานอย่านี้เป็นต้นนะคะตัวี นะคะจาก readership deci มีความเด็ด ขาดภาวะผู้นำมีความเด็ดขาดตรงนี้คือมี ความเด็ดขาดในการตัดสินใจในการที่จะเลือก ทางเลือกต่างๆพร้อมเหตุผลและตัวเองต้อง พร้อมที่จะมีความรับผิดชอบนะคะในสิ่งที่ ตัวเองตัดสินใจไปตัวอีกตัวหนึ่งนะคะ endurance เนี่ยอดทนอดกลั้นการทำงานเป็น

21:50 ทีมหรือว่าการทำงานอยู่ท่ามกลางคนอื่นๆนะ คะในองค์กรเนี่ยทุกคนก็ก็ต้องมีความกระทบ กระทั่งกันบ้างอาจจะกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ต้องมีหรือว่าอาจจะไม่มีพอใจกับ พฤติกรรมหรืออะไรบางอย่างของคนที่อยู่ใน อ่าทีมงานของเราหรือว่าคนที่นั่งทำงาน ใกล้กันหรือคนที่เป็นผู้ตั้งวิจาความอดทน อดตั้งก็เป็นคุณสมบัติหรือว่าเป็นสิ่งที่ เรียกว่าเป็นภาวะผู้นำประการหนึ่งนะคะและ ต้องรับผิดชอบเช่นหลังจากที่ตัดสินใจ เรื่องอะไรไปแล้วก็ต้องรับผิดชอบกับการ ตัดสินใจเรื่องนั้นอย่างที่เรนเรียนไป แล้วนะคะและได้รับมอบหมายในบทบาทภารกิจใด

22:37 ในขั้นตอนใดก็ต้องมีความรับผิดชอบที่จะทำ ภารกิจนั้นให้สำเร็จไปตามระยะเวลาที่ กำหนดนะคะต้องมีความเฉลียวฉลาดมีความสง่า งามอันนี้ก็หมายความว่าต้องมีความรู้นะคะ มีความเข้าใจนะคะในงานที่ตัวเองทำความ สง่างามนี้ไม่ได้หมายถึงรูปร่างหน้าตานะ คะแต่หมายถึงความถูกต้องตามการลลักนะคะ เพราะว่าคนเราทำงานอยู่ในองค์กรทุกคนเดิน เข้ามาในเดินเข้ามาในในหน่วยงานเดินเข้า มาในกองเดินเข้ามาในออฟฟิศนะคะเดิมาใน ห้องทำงานเนี่ยเราคิดว่าเอ๊ะบางอย่างอาจ จะไม่มีใครสนใจเราบางอย่างอาจะไม่มีใคร เห็นเสื้อผ้าการแตงกายนะคะอะไรต่างๆเนี่ย

23:26 ใช้จริงแล้วทุกวันทุกครั้งที่เราต้องพบ บุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เขารู้จักเรา หรือว่าคนที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเรานะคะ เขาจะเห็นเราทั้งหมดนะคะเสื้อผ้าหน้าผมนะ คะเพราะฉะนั้นก็จะต้องถูกกาลเทศะนะคะต้อง สมานนี่คือภาวะผู้ยำนะคะแล้วก็ต้องมีความ รู้นะคะต้องแสดงให้อย่าถึงความเชื่อมั่น ในความรู้ที่มีในในอาชีพในหน้าที่ของเรา นะคะเพะว่าผู้นำอีกประการหนึ่งคือต้องดู แลสุขภาพนะคะสุขภาพกายและสุขภาพใจต้องดู แลนะคะต้องเอาใจใส่แตัวเองเพื่อเป็นตัว

24:12 อย่างสำหรับคนอื่นๆด้วยแล้วก็ต้องเพื่อ ที่จะถ้าเราไม่นำในเรื่องการดูแลตัวเอง แล้วเราจะสามารถนำผู้อื่นได้อย่างไรเพราะ ฉะนั้นเราต้องเพาว่าผู้นำก็ต้องนำตัวเอง ก่อนในทุกๆเรื่องที่เมานะคะตัวไอีกตัวนึง นะคะจากคำว่า leadership ก็คือมีความสนใจ ในข่าวสารต่างๆหมายความว่าต้องทันโลกนั่น เองต้องทันต่อเหตุการณ์ไม่จำเป็นต้องไป อ่าไม่ถึงกับต้องไปติดตามหรือว่าไปออยาก รู้อยากเห็นในเรื่องที่ไม่จำเป็นนะคะแต่ ว่าข้อมูลข่าวสารที่จำเป็นแล้วก็เกี่ยว ข้องกับเรื่องงานแล้วก็เกี่ยวข้องกับ บุคคลที่อยู่รอบตัวราภโดยเฉพาะอย่างยิ่ง

24:58 คนที่เป็นคนที่เป็นผู้ตั้งน้ิชาแล้วก็เรา เป็นผู้มอบหมายงานให้เขานะคะก็จะต้องเอา ใจส่ข้อมูลของบุคคลเหล่านั้นอยู่ ด้วยต้องมีความสุภาพนะคะมีความสุขภาพนี่ คือคุณสมบัติทั้งหมดนี่คือคุณสมบัติของ สิ่งที่เรียกว่า leadership หรือภาวะผู้ นำซึ่งทุกคนต้องมีและเมื่อทุกคนมีแต่ละคน มีภาวะผู้นำแล้วนำภาวะผู้นำที่ที่มีเนี่ย มาใช้ในการที่เราจะไปใช้ประโยชน์คนในองค์ กรไปใช้คนในองค์กรไปใช้คนในทีมก็จะช่วย ให้การทำงานเป็นทีมประสบคามสำเร็จและใน ฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชาหรือว่าในที่

25:45 นี้ภาษาอังกฤษใช้คำว่า superia จะต้องมี บทบาทจะต้องมีคุณลักษณะยังไงบ้างต้องมี sympathy ต้องมีความเห็นอกเห็นใจผู้ที่ อยู่ใต้ังบัญชานะคะไม่ว่าเาจะอ่าปวดบ้าง นะคะหรือว่าจะ อ่าความรู้ความสามารถน้อยเกินไปสำหรับงาน ที่มอบนะคะก็ต้องเห็นอกเห็นใจว่าอ่าๆอาจ จะช่วยเค้าในเรื่องอื่นนะคะเช่นว่าอาจจะ ส่งไปอบรมหรือว่าช่วยหาคนอื่นที่มีความ รู้ความสามารถมาช่วยงานเหรือว่าผู้วิชา เป็นคนลงเข้าไปช่วยตัวเองนี้เป็นต้นนะ

26:31 คะ understanding จะต้องมีความเข้าใจก็ ทำนองเดียวกับความเห็นอกเห็นใจนะคะแต่ว่า ความเห็นอกเห็นใจในข้อแรกนั้นน่ะหมายถึง ว่าเป็นเรื่องที่เฉพาะบุคคลไปแล้วก็เป็น เรื่องที่จะต้องเข้าไปแสดงน้ำใจนะคะที่ เห็นอกเห็นใจเขาแต่ในเรื่องความเข้าใจ เนี่ยเป็นเรื่องที่ว่าเรามองเห็นว่าเขา เป็นอย่างไรนะนะคะมีแนวคิดอย่างไรความคิด อย่างไรเมีตัวตนอย่างไรก็มีความเข้าใจใน สิ่งที่เขาเป็นในสิ่งที่ผู้ตั้งบบัญชา เป็นนะคะเรียกว่ามีความเข้าใจนี่คืออ่าบท บาทของคนที่เป็นผู้บังคับ บัญชาบทบาทอีกประการหนึ่งก็คือว่าตัวผู้

27:16 ชายเองต้องมีบุคคลิกภาพที่น่าเลื่อมใสส เพราะไม่อย่างงั้นเนี่ยเวลาคนที่เรามอบ หมายงานให้ไปคนที่เราใช้งานเขอยู่เก็อาจ จะไม่เรื่องถ้าเไม่เลืองใสผู้บำคบัญชาซะ แล้วเก็ไม่หันหน้ามาปรึกษาไม่มาขอคำแนะนำ จากผู้ำบัญชานะคะก็อาจจะเกิดปัญหาใน เรื่องการปฏิบัติงานควบคุมงานได้นะคะต้อง มีความยุติธรรมและให้ความเสมอภาพนะคะกับ ผู้ต้บังคับบัญชาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การมอบหมายงานมอบน้ำหนักงานปริมาณงานให้ ใกล้เคียงกันนะคะความยากง่ายสำหรับคนที่ มีแามรู้ความสมาใกล้เคียงกันความยากง่าย ของงานที่มอบก็ต้องใกล้เคียงกันด้วยไม่

28:02 เลือกที่รักมักที่ชักนี่เป็นเรื่องที่พุม ชาต้องต้องต้องแสดงออกให้เห็นนะคะแล้วก็ ต้องมีความรับผิดชอบนะคะเกิดเรื่องอะไร ขึ้นมาผู้บังคับบชาต้องออกมารับผิดชอบ ก่อนนะคะแล้วจึงจะกลับมาดูที่ว่าสาเหตุ นั้นเกิดจากอะไรจะแก้ไขปรอบรมเป็นอย่างไร ทั้งนี้เพื่อที่จะรักษาประโยชน์ของส่วน รวมนะคะรักษาประโยชนของส่วนรวมอย่าให้งาน ขององค์กรเสียแล้วก็เพื่อที่จะรับผิดชอบ ดูแลผู้อยู่ใต้บังคบัญชาด้วยนะคะอีก ประเด็นหนึ่งก็คือต้องให้โอกาสผู้ตั้ง บังคับบัญชาเนี่ยแสดงความสามารถนะคะแล้ว ก็ต้องให้โอกาสเค้าในด้านความก้าวหน้าใน

28:47 อาชีพหรือว่าในการงานของเด้วยเพราะว่าถ้า เกิดว่าเราใช้คนอยากเแล้วเค้ามองไม่เห็น เลยว่าเค้าจะมีโอกาสก้าวหน้าอย่างไรนะคะ ผู้ชาไม่เคยพูดถึงเลยหรือว่าผู้ชาไม่เคย ให้โอกาสเในการแสดงความสามารถเลยไปประชุม ที่ไหนก็ไม่เคยเอาตัวไปร่วมประชุมด้วย หรือว่าไม่เคยให้รู้ข้อมูลข่าวสารอะไรเลย เนี่ยนะคะก็เป็นเรื่องที่ทำให้คนที่เรา ใช้เอยู่เนี่ยเเกิดความน้อยเนื้อต่ำใจได้ แล้วก็เกิดความไม่รักนานไม่รักองคกรแล้ว ก็จะยากที่จะรงรักษาเขไว้กับองค์ก่อนนะ คะประเด็นสุดท้ายนะคะก็คือเลกคอกไนก็คือ

29:34 ว่าในกรณีที่มีคนทำดีต้องมีคนทำดีแน่นอน นะคะในการที่เราใช้คลดีน้อยดีมากต่างกัน เท่านั้นเองนะคะทุกคนพยายามได้รับมอบหมาย งานทุกคนก็ต้องพยายามอย่างเต็มที่เพราะ ฉะนั้นก็ต้องรู้จักยกย่องนะคะการยกย่อง หรือว่าการชุมชยจะต้องต่อหน้าเขานะคะต่อ หน้าคนที่ทำความดีนั้นและถ้าเป็นไปได้และ ควรจะต้องทำก็คือยกย่องต่อหน้าคนอื่นด้วย นะคะงนี้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคนที่เรา ใช้งานหลักของการใช้บนะคะของการใช้การใช้ ประโยชน์กับบางคนเนี่ยเพื่อที่เขาจะได้มี ความรู้สึกว่าเออสิ่งที่เขาทำนั้นเป็น สิ่งที่มีคนเห็นคุณค่าโดยเฉพาะอย่างผู้

30:21 บังคับบัญชาเห็นคุณค่างานของเขาเห็นคุณ ค่าในตัวเขาแล้วก็สิ่งที่เคเป็นสิ่งดีงาม ที่ปรากฏแก่คนอื่นๆในการใช้ประโยชน์คนนะ คะที่องค์กรออยู่เนี่ยแล้วก็เป็นการอ่า เพื่อรงรักษาคนไว้เนี่ยวิธีการอีกประการ หนึ่งก็คือการ spit เรียงาน Job location คือไม่ให้คนจำเจอยู่กับงานเดอันหนึ่ง เนี่ยนานมากเกินไปนานมากเกินไปของเรหมาย ความว่า 3 เดือน 6 เดือนนี้ไม่นานนะนะคะ หรือ 1 ปี 2 ปีในบางลักษณะงานไบางงาน เนี่ยก็ยังไม่นานยังต้องใช้เวลาพอสมควร อีกระยะหนึ่งขึ้นอยู่กับลักษณางานนะคะบาง

31:06 ทีอาจจะต้องกำหนดว่าทุก 3 ปีนะคะก็ให้มี การสับเุเวียนงานสักทีนึงการสำเร็จหมุนิ งานนั้นเนี่ยนะคะโดยหลักการจะเป็น อะไรหลักการที่สำคัญนะ คะองค์กรควรมีการสำเร็จหมุนเวียนเจ้าหน้า ที่ให้ไปดำรงตำแหน่งงานอื่นๆอย่างเป็น ระบบคือไม่ใช่ขึ้นอยู่กับอำเภอใจว่าอยาก จะหมุนใครไปนะคะอยากจะย้ายใครออกจาก ตำแหน่งงานก็ทำเดี๋ยวนั้นเลยนะคะหรือว่า 6 เดือนนี้มีหลักเกณฑ์อย่างนี้อีก 6 เดือน ทำอีกอย่างควรจะทำให้เป็นระบบโดยอาจจะ ต้องทำเป็นแผนการสัพสมบูรียนคนนะคะแล้วก็ กำหนดให้เป็นแผนยุทธศาสตร์ทางด้าน ทรัพยากรมนุษย์เป็นแผนหนึ่งก็ได้ทางด้าน

31:54 แผนอ่ายุทธศาสตร์ด้านทรพยากรมนุุษย์ที่ เคยพูดถึงกันไปแล้วนะคะก็ให้มีการกำหนดใน เรื่องของการวางแผนทางด้านการสับเปลี่ยน หมุนเวียนคนในการเป็นงตำแหน่งในองค์กรนะ คะเป็นเรื่องที่ควรจะทำอย่างเป็นระบบนี่ เป็นหลักการนะคะการสำเร็จหมุนเรียนคนไป ดำรงตำแหน่งต่างๆต้องอยู่บนพื้นฐานของ ความชอบธรรมไม่เลือก ปฏิบัติคำนึงถึงประโยคของบุคคลด้วยและก็ คำนึงถึงประโยชน์ขององค์กรด้วยถ้าเป็นใน ภาครัฐก็ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของราชการ ด้วยไม่ใช่ย้ายสับเปลี่ยนหมุนเรียนเพื่อ ให้คนใดคนหนึ่งเติบโตเร็วกว่าคนอื่นแล้ว ก็เพื่อจะได้เลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งระดับ

32:40 สูงได้เร็วกว่าคนอื่นโดยที่คนคนนั้นไม่มี ประสบการณ์ที่เพียงพอนะคะากที่ก็การ สนับสนเรียนนั้นก็ไม่เป็นประโยชน์กับองค์ กรนะคะเป็นประโยคกับบุคคลแต่เพียงด้าน เดียวซึ่งไม่ใช่หลักการที่ชอบธรนะคะหลัก การที่อยู่บนเพื่อเพื้นฐานแห่งความชอบธร ก็คือว่าต้องคำนึงถึงประโยชน์ของบุคคลให้ สมประโยชน์และให้สมประโยชน์กับทางราชการ ด้วยกับทางองค์กรด้วยต้องคำนุถึงทั้ง 2 ด้านนะคะหลักการอีกประเด็นนึงก็คือว่าการ สำร็จหมุนเวียนนั้นต้องให้สามารถปฏิบัติ งานได้หลายด้านเพื่อวิเคราะห์หาคนที่ เหมาะสมที่สุดกับแต่ละรักษณะงานนะคะและก็ เพื่อจำรองรักษาคนที่เหมาะสมที่สุดที่เรา

33:27 คัดเลือกมาหลังจากที่มีการสับหมุนเวียน งานแล้วนั่นน่ะให้รักษาเข้าไว้กับองค์กร ด้วยเพราะฉะนั้นเมื่อเราสับเสจุเวียนคน เราก็จะได้รู้ว่าคนใดเหมาะสมกับงานใดมาก ที่สุดแล้วเราก็จะได้วางแผนหรือหาวิธีที่ จะจูงใจเขาให้อยู่กับงานนั้นแล้วก็รักษา เขาให้อยู่กับตำแหน่งนั้นให้มากที่สุด ด้วยเช่นในทางราชการเมื่อในบางตำแหน่งนะ คะก็สามารถที่จะขอปรับระดับตำแหน่งให้สูง ขึ้นสำหรับผู้ที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่ง งาอันนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องตำแหน่งใน ทางวิชาการเป็นนะคะที่ สามารถทำรงเป็นวิธีอีกวิธีหนึ่งในการที่

34:13 จะรงรักษาคนเอาไว้กับองค์กรหลักการอีกอัน หนึ่งนะคะองค์กรควรจะติดตามประเมินผลการ สับเปรียนหมุนเวียนงานไม่ใช่ว่าสับเจหมน เวียนไปแล้วปล่อยไปเลยนะคะองค์กรควรติด ตามด้วยว่าการสับเปลี่ยนหมุเวียนที่ทำไป นั้นได้ผลแค่ไหนเพียงไรนะคะตานทีย้ายสับ เปลี่ยนหมุนเวียนกันไปแล้วเกิดกลหลเกิด การอ่า str เกิดการไม่รู้งานมากกว่ามาก กว่าที่ที่เคยเป็นอยู่ก็เลยทำให้ผลงาน เนี่ยเกิดผลเสียนะคะกระทบกับประสิทธิภาพ ของผลงานก็ได้นะคะเพราะฉะนั้นต้องมีการ ติดตามประมินผลในเรื่องการสับเรียนงาน ด้วยนะคะนี่คือวิธีการหนึ่งในเรื่องของ

35:01 การรงรักษาคนเอาไว้กับองค์กรนะคะังขอแนะ นำอีกวิธีหนึ่งนะคะที่ใช้ในระบบราชการคนะ เรือในปัจจุบันซึ่งในองค์กรภาคเอกชนท่าน ก็สามารถนำไปับให้ได้นะคะแต่วิธีนี้เป็น วิธีที่ทางภาคราชการเนี่ยนำมาใช้เพื่อที่ จะอ่ามีวัตถุประสงค์สำคัญ 2-3 ประการด้วย กันนะคะวัตถุประสงค์ประการแรกก็เพื่อจะึง ดึงดูดนะคะรักษาแล้วก็จูงใจคนเก่งโดย เฉพาะคนเก่งนะคนดีมีผลงานดีเนี่ยให้อยู่ ในราชการโครงการนี้เนี่ยภาษาอังกฤษเราใช้ คำว่า High potential and Performance

35:47 System หรือเรียกย่อๆว่าิปนะคะในโครงการ นี้เนี่ยนะคะจะเรียกว่าเป็นโครงการนะคะ ที่ใช้อยู่ในปในปัจจุบันเนี่ยก็ใช้มานาน แล้วนะคะใช้มานานแล้วด้วยวัตถุประสงค์อีก ประการหนึ่งก็เพื่อที่จะพัฒนาข้าการพ เรือนผู้มีศักยภาพสูงเนี่ยพัฒนาอย่างต่อ เนื่องแล้วก็มีระบบในการพัฒนานะคะของระบบ ิปยิเนี่ยแล้วก็มีวัตถุประสงค์ในการที่จะ เตรียมให้มีผู้นำนะคะหรือว่าให้มีเป็นอ ดอร์ของทีมหรือว่าเป็นียหรือว่าเป็นผู้ บังคับบัญชาหรือว่าเป็นนักบริหารในอนาคต

36:33 หรือว่าเป็นนักวิชาการในระดับสูงเช่นเป็น ผู้เชี่ยวชาญหรือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิใน อนาคตนั่นเองเป็นการเตรียมคนนะคะอย่างที่ เรี้ยน เรียนท่านนักศึกษานะคะว่าเป็นระบบที่ใช้ ในราชการซึ่งสำนักงานกพเนี่ยได้เป็นผู้ริ เริ่มนำระบบนี้มาใช้ตั้งแต่พ.ศ 2546 นะ คะในบพการผู้มีผลสิสูงเนี่ยตั้งแต่ปี 2546 ปัจจุบันนี้มีในทุกส่วนราชการนะคะ ทุกส่วนราชการหมายถึงทุกกรมก็มีโครงการ ที่เรียกว่าอ่าสรรหาคนที่เข้ามาอยู่ใน ระบมข้าราชการผู้มีผลสำฤสูงหรือว่าใช้คำ

37:20 ย่อๆภาษาอังกฤษว่าฮินั่นเองนะคะหลักในการ ดำเนินการนะคะโดยย่อๆ จะเป็นการคัดเลือกค่าการโดยเฉพาะค่าการพ สามัญนะคะเฉพาะที่อยู่ในกรมกระทรวงต่างๆ เนี่ยประเภทวิชาการในระดับปฏิบัติการที่ มีความสามารถและมีศักยภาพสูงตามที่มี เกณฑ์กำหนดไว้นะคะเสร็จแล้วก็มีการคัด เลือกตามเขตโดยส่วนราชการนั้นมีเหตุคัด เลือกแล้วก็มีสำงานปภร่วมเป็นผู้คัดเลือก อยู่ด้วยนะ คะได้ใช้กระบวนการพัฒนาในเชิงบูรณาการนะ คะก็คือใช้วิธีการพัฒนาในการปฏิบัติงาน

38:05 จริงมีระบบพี่เลี้ยงนะคะแล้วก็มีหลักสูตร การฝึกอบรมพัฒนาโดยเฉพาะสำหรับกลุ่มของ ค่าการที่เข้าโครงการค่าการผู้มีผลสำเร็จ สูงหรือว่าฮิตอันนี้นะคะนอกจากในเรื่อง การฝึกอบรมนะคะก็มีระบบจูมใจอื่นๆที่มี ประสิทธิภาพเท่าที่ระบบราชการจะให้ได้ เช่นมีทางก้าวหน้าในตำแหน่งนะสามารถ เลื่อกระดับจากระดับปฏิบัติการตั้งแต่ เริ่มเข้าอ่าตั้งแต่เริ่มได้รับการคัด เลือกเนี่ยนะคะขึ้นไปจนกระทั่งถึงระดับ เชี่ยวชานะคะโดยที่ขึ้นอยู่กับอ่าความรู้ ความสามารถและผลงานของตนเองนะคะแล้วก็หนย การเรือ่องเงินเดือนถ้าเผื่อมีผลงานนะคะ

38:52 ซึ่งได้รับแน่นอนทีเดียวว่าคนที่ค่าการ ที่ได้รับรับอ่าคัดเลือกเข้าสู่โครงการ นี้เี่นะคะจะต้องเป็นคนที่มีผลงานอ่าสูง จะต้องมีผลงานอ่าโครงการที่ได้รับต้องรับ ผิดชอบเนี่ยมีความยากนะคะมีคุณภาพสูง เพราะั้นผลงานก็ต้องมีคุณภาพสูงไปด้วย เพราะฉนั้นในเรื่องการเรื่องเงินเดือนก็ จะมีวิธีการหรือว่ามีระบบนะคะที่ให้โดย เฉพาะโดยที่ไม่ไปกระทบกับภาการกรุปปกติ ที่เขาก็มีผลงานดีเด็กก็มีผลงานที่ปานาง ก็มีนะคะแต่ว่าสำหรับการเลือเงินเดือนของ ค่ากางกลุ่มนี้เนี่ยจะให้เป็นการเฉพาะไม่ กระทบกับกลุ่มนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการเสีย เปรียบได้เปรียบกันแล้วก็เพื่อที่จะยุ่ง

39:39 ใจกับกลุ่มิปกลุ่มนี้แล้วก็เพื่อไม่ให้ เกิดความร้อยเนื้อต่ำใจกับข่าการที่ไม่ ได้เข้าสู่ระบบนี้เขาก็สามารถจะทำงานที่ ได้รับมอบหมายอย่างเต็มปี้ของเขาได้เช่น เดียวกันนะคะทั้งนี้หากว่าผลการประเมินนะ คะ อ่าผลงานของคนที่เข้าสู่โครงการระบบขราช การผู้มีผลสริสูแลปรากฏว่าผลงานไม่ไม่ ผ่านเป้าหมายเนี่ยนะคะก็มีหลักเกณฑ์นะคะ ที่ว่าทำให้ต้องออกจากระบบไปแต่ไม่ได้ หมายความว่าออกจากราชการนะคะ เข็นไปเป็นระบบปกติก็จะไปแข่งขันกับขการ คนอื่นๆในองค์กรตามปกติโดยที่ไม่มีอ่า

40:25 สิ่งจูงใจในระบบค่าการผู้มีคนสิสูงอย่าง ที่เลี้ยนเรียนข้างต้นนะ คะทีนี้ปัจจัยของความสำเร็จในเรื่องของ การจูงใจให้ให้ค่าการอยู่ในอยู่งานนั้นๆ นะคะแล้วก็มีผลงานที่มีประสิทธิภาพปัจจัย ของความสำเร็จก็มีหลายประการนะคะในการคัด เลือกคนที่จะเข้าสู่โครงการระบบข้าการผู้ มีผลสัมฤทธิสูตเนี่ยต้องเป็นธรรมปราศจาก การแทรกแซงโดยไม่ชอบนะคะต้องเป็นการคัด เลือกอย่างอย่างชอบธรรมแล้วก็ให้ความเสมอ ภาพกับทุกๆคนที่มีคุณสมบัติเข้าเกณฑ์ตาม เกณฑ์นะคะต้องมีต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑนะ

41:12 คะแล้วการคัดเลือกนั้นก็เป็นการคัดเลือก ที่ชอบทำแล้วก็ไม่ใช่เป็นการใช้ระบบ อุปถัมภ์หรือว่าใช้เฉพาะดุงทิของผู้ตของ ผู้บังคับบัญชาเท่านั้นนะคะปัจจัยของความ สำเร็จอีกประการหนึ่งนะคะก็คือหัวหน้า สุรการเนี่ยต้องให้ความสำคัญและสนับสนุน นะคะค่าการที่มีผลสัมฤทธิสูเอย่างจริงจัง คือเมื่อคัดเลือกเเข้ามาสู่โครงการของ ระบบนี้แล้วก็ต้องให้ความจริงจังในการที่ จะจัดตั้งที่เลี้ยงนะคะแล้วก็มอบหมายงาน ที่เหมาะสมกับบุคคลเหล่านั้นมีหัวหน้างาน ที่มีคุณภาพในจำนวนที่เพียงพอหมายความว่า คนที่อยู่ในระบบนี้เนี่ยเต้องมีหัวหน้า

41:57 งานที่มีคุณภาพด้วยนะคะแล้วก็สามารถที่จะ สอนงานเได้อย่างดีนอกจากสอนงานแล้วก็ยัง สอนในเรื่องอื่นที่การเหมาะสำหรับการเป็น ค่ากที่ดีด้วยนะคะเพราะว่าระบบนี้เป็น ระบบของนายพรรคราชการต้องมีการพัฒนาอย่าง เป็นระบบและต่อเนื่องนะคะจะต้องมีการคัด เลือกที่เรียงหรือที่ใช้คำภาษาอังกฤษว่า มาจากคำภาษาอังกฤษว่า mentor ที่เลตัวนี้ ก็คือคนที่จะช่วยสอนงานเพราะว่าเป็นงาน ยากเพราะนั้นพี่เลี้ยงเก็ต้องทำงานยากได้ แลนอกจากเป็นทำงานยากได้เป็นพี่เลี้ยงสอน งานได้แล้วก็ต้องเป็นต้นแบบควรที่จะเป็น ต้นแบบให้กับคนที่ตัวเองจะดูแแลด้วยนะคะ อันนี้เป็นเรื่องที่อ่าองค์กรที่นำระบบ

42:46 ค่าการผู้มีผลสำฤสูงไปใช้เต้องให้ความ สำคัญกับการคัดเลือกที่เลี้ยงของค้าการ ผู้ที่เข้าสู่ระบบนี้ด้วยตัวข้าราชการเอง นะคะที่เข้าสู่ระบบนี้ก็ต้องมีความรับผิด ชอบสูงต่อบทบาทหน้าที่ของตัวเองแล้วก็ ต้องมีความกระตื้อรือร้นในบทบาทของตัวเอง เพราะตัวเองเข้าสู่ระบบที่เรียกย่อว่าฮิป ใครๆก็ต้องจับตามองค์อยู่นะคะเพราะฉะนั้น คนที่เข้าสู่โครงการนี้เนี่ยก็จะต้องทำตน ให้เหมาะสมกับที่โครงการนี้นะ คะประการหนึ่งของการอ่าใช้ประโยชน์คน ราชการแล้วก็หาวิธีที่จะทำงรักษาเขา ไว้อีกวิธีหนึ่งนะคะที่ราชการใช้อยู่ก็

43:34 คือการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอื่นแต่ ว่าอยู่ในประเทศนะ คะซึ่งภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า sec ในกรณี ที่เป็นที่ต้องเน้นคำว่าในประเทศเนื่อง จากว่าการให้ไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานอใน ต่างประเทศนั้นสามารถทำได้อยู่แล้วโดยการ อนุมัติของคณะรัฐมนตรีเช่นกรณีที่ค่าการ เนี่ยสมัครไปปฏิบัติงานในองค์การ อ่าสหประชาชาติหรือว่าในองค์กรระหว่าง ประเทศอื่นๆแล้วก็ได้รับอนุมัติจากคณะ รัฐมนตรีก็สามารถที่จะปฏิบัติานในต่าง ประเทศได้แล้วก็กลับมาปฏิบัติงานก็กลับมา รับราชการต่อก็สามารถทำได้นะคะแต่ในกรณี ที่ันจะเล่าให้ฟังเนี่ยเป็นกรณีที่ทาง

44:19 ราชการเนี่ยหาวิธีที่ว่าคนเก่งๆคนที่มี ความรู้ความสามารถสูงเนี่ย้าอย่างไรถึง อยากให้เค้าเนี่ยไม่เลลาอไปจากภาคราชการ แต่ว่าให้เคมีโอกาสที่ไปทำงานที่เขาชอบ แล้วก็ไปทำงานที่ตรงกับความรู้ความสามารถ ของเขาในหน่วยงานอื่นในประเทศนะ คะหน่วยงานอื่นอันนี้ครอบคลุมทั้งส่วน ราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่ตั้งขึ้นตาม กฎหมายหรือว่าองค์กรของส่วนทดิ่นหรืออาจ จะเป็นรัฐวิสาหกิจหรืออาจจะเป็นองค์กร ระหว่างประเทศอยู่ในประเทศไทยได้นะคะหรือ ว่าเป็นหน่วยงานเอกชนที่เป็นนิติคนก็ได้

45:05 เพราะฉะนั้นหน่วยงานอื่นๆครอบคุมทั้งสิ้น เลยนะคะทั้งนี้ต้องสกัดเนี่ยต้องทำความตก ลงกับหน่วยงานที่จะส่งข้าราชการของตัวเอง ไปนะคะโดยจะต้องมีการกำหนดแผนงานโครงการ และวิธีประเมินความรู้ความสามารถสมรรถนะ และก็ผลงานของผู้ที่ได้รับมอบหมายนะคะได้ รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานในหน่วยงานตาม โครงการนี้เป็นโครงการนะคะเป็นนว่าเป็น โครงการก็มีระยะเวลานะคะว่าให้ไปนานแค่ ไหนเช่นอาจจะเป็น 1 ปีหรือ 2 ปีก็แล้วแต่ แต่ว่าที่สำคัญก็คือว่าเป็นโครงการที่ค่า การผู้นั้นเนี่ยยังคงเป็นข้าราชการอยู่นะ

45:52 คะไม่ได้ออกไปจากส่วนราชการนั้นไม่ได้ออก ออกไปจากภาคราชการผู้ไปปฏิบัติงานในหน่วย งานอื่นต้องทำสัญญาด้วยตามระเบียบของ กระทรวงการคลังว่าจะไปทำงานอ่าช่วงระยะ เวลาหนึ่งที่ใดแล้วเสร็จแล้วก็จะกลับมา ปฏิบัติงานที่หน่วยงานเดิมหน่วยราชการ เดิมที่ตนสังกัดอยู่นะคะผู้ไปปฏิบัติงาน จะมีสิทธินะคะเท่าที่กำหนดและมีสิทธิได้ รับค่าตอบแทนและประโยชน์จากหน่วยงานอื่น นั้นด้วยเพราะฉะนั้นที่ได้ได้ไปได้รับมอบ หมายนะคะหรือว่าได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติ งานในหน่วยงานอื่นเช่นอยู่ใน

46:37 กรมพัฒนาอหรือว่าส่งเสริมพลังงานแล้วก็ ได้รับอ่าคำสั่งได้รับคำอนุญาตนะคะให้ไป ปฏิบัติงานที่การปิดเหลี่ยมทประเทศไทยใน ช่วงเวลา 1 ปีนี้เป็นต้นนะคะข้าการผู้ นั้นเนี่ยยังคงรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เหมือนเดือนนะคะค่าตอบแทนในภาคราชการ เหมือนเดิมเสมือนกับว่าเขาปฏิบัติงานอยู่ ที่เถินะคะการเลื่อนเงินเดือนก็ถือว่ามี ผลงานตามผลงานที่ทำนะคะไปทำที่ใดแล้วก็มี ผลงานที่เป็นที่ยอมรับก็จะได้รับการเลือก เงินเดือนเช่นเดียวกันในพรรคราชการเช่น เดียวกันในขณะเดียวกันถ้ามีส่วนต่างหมาย ความว่าหน่วยงานที่เข้าไปปฏิบัติงานเป็น

47:23 พิเศษต่างหากออกไปเนะนะคะในช่วงนั้นเนี่ย เขจะพ้นออกไปจากหน่วยงานเลยนะคะต้องไป ปฏิบัติเป็นเวลาที่หน่วยงานที่ได้รับ อนุญาตให้ไปนั้นถ้าหากว่าค่าตอบแทนใน ตำแหน่งในระดับเดียวกันของหน่วยงานนั้น เ่ะเช่นเป็นหน่วยงานภาคเอกชนหรือว่าเป็น หน่วยงานรัฐธิกาออิกเนี่ยสูงกว่าเงิน เดือนราชการที่เขาได้รับอยู่ส่วนต่างนะคะ เขาก็สามารถที่จะรับจากหน่วยงานที่เขไป ปฏิบัติงานนั้นได้ในระบบนี้นี้นะคะในระบบ นี้ก็หมายความเขไม่ได้เสียประโยชน์อะไรมี แต่จะได้ประโยชน์จะได้ความรู้เพิ่มเติม ด้วยแล้วก็ได้ไปทำงานตามความรู้ความ สามารถของตนเองในหน่วยงานนอกหน่วยงานที่ ตนปฏิบัติอยู่เป็นประจำก็เป็นวิธีหนึ่ง

48:11 ที่ส่างราชการเห็นว่าจะช่วยในการที่จะจุง ใจนะคะแล้วก็รงรักษาคนเอาไว้กับภาคราชการ ทั้งนี้เนี่ยนะคะตามที่เขาต้องทำสัญญาเอา ไว้อัละเบียบของกระทรวงการคลังเนี่ยเมื่อ กลับมาแล้วเนี่ยก็ต้องกลับมาเผยแพร่ความ รู้นะคะแล้วก็ทักษะที่ได้พัฒนาขึ้นนะคะ ได้รับมากขึ้นจากการออกไปทำงานอีกที่นึง เนี่ยมาเผยแพร่ให้กับคนอื่นๆในองค์กรที่ ไม่มีโอกาสเดียวกันได้รับทราบดให้ความ สำคัญกับบุคคลผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ไป ปฏิบัติงานที่หน่วยงานอืด้วยแล้วก็ได้ ประโยชน์กับคนอื่นๆในองค์กรด้วยนะ

49:02 คะการที่จะรงรักษาคนไปกับองค์กรอีกประการ หนึ่งที่ต้องคำนึงถึงที่ต้องที่ต้องทำนะ คะก็คือในเรื่องของการวางแผนทางก้าวหน้า ในอาชีพนะคะซึ่งอาจจะใช้คำภาษามาจากคำ ภาษาอังกฤษหลายคำบางทีก็ใช้กำว่า Career pass หรือว่า Career L นะคะ Career planning นะคะโดยหลักการนะคะของการวาง แผนทางก้าวหน้าในสายอาชีพก็คือว่าเป็น กระบวนการที่จะกำหนดเป้าหมายเกี่ยวกับงาน และพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับงานนั้นและ หาโอกาสที่จะบรรลุเป้าหมายในสายที่ที่ ต้องการนะคะนั่นเป็นหลักการประการแรกหลัก

49:50 การประการที่ 2 ก็คือ ว่าองค์กรและผู้ปฏิบัติงานแต่ละคนต้อง ประสานข้อมูลและร่วมมือกันในการวางแผนทาง ก้าวหน้าในสอาชีพไม่ใช่ว่าอ่าผู้ปฏิบัติ งานเนี่ยวางแผนตัวเองอยู่คนเดียวนะคะแต่ หมาว่าองค์กรต้องให้การสนับสนุนแล้วก็ ต้องมีแนวทางมีทิศทางแต่ไม่ใช่ว่ามาวาง แผนให้เฉพาะุคคลใดบุคคลหนึ่งบุคคลเดียวนะ คะส่วนใหญ่แล้วก็จะวางแผนกันเป็นกลุ่มนะ คะการวางแผนเฉพาะรายบุคคลนั้นอาจจะใช้ใน อ่าภาคเอกชนได้มรแต่ว่าในภาคราชการเนี่ย การวางแผนเฉพาะบุคคลเคงจะทำได้ยากจะทำได้

50:35 ก็ต้องยึดสายงานนะคะยึดประเภทของกลุ่มงาน เป็นหลักนะคะวางแผนกันไปทั้งกลุ่มแล้วก็ คนที่อยู่ในกลุ่มหรือในประเภทนั้นเนี่ยก็ รับทราบว่าทางก้าวหน้าของตนเองเป็นอย่าง ไรแล้วก็จะต้องพัฒนาตนเองเป็นอย่างไรนะคะ เพราะว่าการวางแผนทางก้าวหน้าในษาอาชีพ นี้จะ ช่วยให้แต่ละคนเนี่ยในองค์กรได้เห็นโอกาส แความก้าวหน้าของตนเองแล้วก็จะเป็นแยุ่ง ใจในการที่จะพัฒนาตนเองในการที่จะพัฒนา ทั้งความรู้ความสามารถทั้งผลงานของตัวเอง แล้วก็เมื่อมองเห็นทางก้าวหน้าก็จะเป็น สิ่งที่จะุ้มใจให้คนเนี่ยมองเห็นว่าถ้าเ อยู่กับองค์กรนี้เขาก็ยังมีหนทางที่จะ

51:22 ก้าวหน้าโตขึ้นไปได้อยู่เขาก็ยังคงอยู่ กับองค์กรได้อีนะคะนั่นเป็นวิธีการหนึ่ง ในเรื่องของการหลังจากที่เราใช้ประโยชน์ เข้าไปแล้วการวางแผนสืบทอดตำแหน่งในระดับ สูงนะ คะการวางแผนสืบทอดตำแหน่งเนี่ย profession plan จะใช้ในตำแหน่งที่เป็นระดับสูงนะคะ ไม่ใช่เป็นตำแหน่งทั่วๆไปอย่างเรื่องการ วางแผนทางก้าวหน้าในสาอชีพที่เลี้นเรียน ไปเมื่อครู่นี้นะคะหลักการในเรื่องของการ วางแผนสืบทอดตำแหน่งในระดับ สูงก็เป็นกระบวนการที่จะเตรียมผลที่มี ความรู้ความสามารถสูงนะคะเน้นเลยว่ามี

52:08 ความรู้ความสามารถสูงด้วยเพื่อเข้าสู่ ตำแหน่งในระดับสูงโดยเฉพาะตำแหน่งผู้ บริหารขององค์กรในกรณีที่กฎหมายหรือว่า นโยบายขององค์กรนั้นเนี่ยไม่ไม่มีนโยบาย หรือไม่มีหลักเกตในการสรรหาจากภายนอกคะ เพราะว่าในขององค์กรผู้บริหารระดับสูงโดย เฉพาะผู้บริหารระดับสูงสุดบางอย่างเช่น ผู้บริหารสูงสุดของรัฐาวิสาหกิจเนี่ยตาม กฎหมายก็กำหนดว่าต้องเป็นการสรรหาจาก บุคคลภายนอกแต่ว่าจากบุคคลภายในก็สามารถ เป็นได้แต่ต้องสมันะคะนี้เป็นต้นนี่เป็น หลักการประการหนึ่งของแผนตำแหน่งแล้วก็ ใช้ กับเนี่ยจะใช้กับตำแหน่งที่เป็นระดับส

52:54 เช่นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรนั้นๆหรือ ว่าเป็นตำแหน่ง อ่าค่อนข้างจะอยู่ในระดับที่เป็นผู้งวิชา ระดับสูงขององค์ กรหลักการอีกประการหนึ่งก็คือว่าองค์กร ควงกำหนด นโยบายนะคะแล้วก็ยุทธศาสตร์เเรื่องเตรียม กำลังหนเข้าสู่ตำแหน่งระดับสูตเให้ชัดเจน นะคะเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมด้านอื่น ๆเช่นในเรื่องของงบประมาณแล้วก็วิธีการ เตรียมคนเป็นต้นนในภาคราชการก็ไม่ใช่ว่า จะไม่สามารถเตรียมแผนสืบทอดตำแหน่งสำหรับ อ่าตำแหน่งนักบริหารระดับสูงหรือว่านัก บริหารต้นได้ได้นะคะก็สามารถทำได้สามารถ

53:40 วางแผนได้แต่ว่าเป็นการวางแผนเป็นกลุ่ม วางแผนเตรียมคนตั้งแต่สมัยในยุคหรือว่าใน รุ่นที่เขายังเป็นนักวิชาการระดับสูงอยู่ หรือว่าเป็นตำแหน่งอำวยการต้นอำนวยการส สูงอยู่แล้วก็เตรียมเขาเพื่อที่จะให้เป็น นักบริหารระดับต้นเป็นนักบริหารระดับสูง หรือว่าเป็นตำแหน่งอื่นๆที่เป็น ระดับสูงขึ้นไปใน 6 ราชกาลนะคะก็ในทั้ง นี้เนี่ยจะต้องใช้งบประมาณพอสมควรในการ ที่จะเตรียมคนในการพัฒนานะ คะที่เรียนได้เรียนมานั้นก็เป็นเรื่อง เกี่ยวกับการ ก็ภาคปฏิบัติหรือว่าข้อเสนอนะคะในทาง

54:29 ปฏิบัติในการที่จะชรงรักษาคนไว้ให้องค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีความรู้ความ สามารถสูงนะคะโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเก่งนะ คะเอยากให้ท่านได้ดูภาพนี้นะ คะซึ่งเป็นภาพที่มาจากหนังสือเรื่อง The essential K to manage in ก็เป็นหมายถึงว่าคนที่มีคนเก่งของ องค์กรนั่นเอง Talent Group นะคะโดย หนังสือเล่มนี้ก็แปลโดยท่านอาจารย์ดร ประภัสรพรอสินะคะก็เอวันนี้ก็ได้ขอยืนะ คะในส่วนนี้ของท่านได้นำมา

55:14 เสนอให้ท่านเห็นว่าแรงจูงใจยในการเียาของ คนเก่งความปรารถนาของคนเก่งนะคะเปรารถนา ในเรื่องอันแบกบังเพปรารถนาในอันนี้เราดู จากข้างล่างขึ้นไปนะคะคล้ายๆกับเรื่อง ความปรารถนาของของมาโลนะคะปรารถนาในชีวิต ของคนโดยทั่วไปใจนี้เป็นเรื่องความ ปรารถนาในเรื่องความต้องการของคนที่อยู่ ในองค์กรนี่เพื่อประกอบที่จะกับการที่จะ สร้างแหล่งจุมใหญ่นะคะว่าในระดับแรกที่เข เข้ามาในองค์กรนะคะเขาก็ปรารถนาที่จะเป็น ส่วนหนึ่งขององค์ กรเพราะฉะนั้นั้นความปรารถนาส่วนนี้คนที่ เป็นผู้นำคนที่เป็นผู้บริหารหรือผู้ บังคับบัญชาก็สามารถที่จะจูงใจนะคะคนที่

56:03 อยู่ในองค์กรธให้เขาเห็นว่าให้เขารู้ว่า เค้าเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรนะคะให้เขาค เห็นว่าทุกคนแล้วก็โดยเฉพาะอย่างนี้ื่อชา เนี่ยให้ความสำคัญกับตัวเขาขั้นต่อไปนะคะ เปรารถนาอะไรเปรารถนาที่จะทุ่มเทความรู้ ความสามารถสมรรถนะที่เมีเนี่ยให้กับการทำ งานเพราะฉะนั้นเมื่อเรามอบหมายงานแล้วเรา ให้ความสำคัญกับบุคคลแล้วว่าเอยู่ตรงไหน ในองค์กรนะคะเค้ามีเพื่อนนะคะคนอื่นแล้ว รู้แล้วว่ามีคนเข้ามาในองค์กรนะคะเค้า พร้อมที่จะทุ่มเทความรู้ความสามารถให้กับ องค์กรแล้วกับหน่วยงานแล้วก็จะต้องมอบ หมายงานที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ

56:49 แล้วก็ระดับความมาอ่าสามารถที่เขาจะอุทิศ ให้กับองค์กรเขได้ความปรารถนาขั้นต่อไปก็ คือความปรารถนาของคนในองค์กรที่จะปฏิบัติ าร่วมกับผู้อื่นนะคะเพราะว่าเคก็คงอยากจะ มาถึงขั้นนี้แล้วเทุ่มตัวเองตัวเองความ รู้ความสมารถของตัวเองให้กับงานแล้วเนี่ย เก็อยากจะทำงานร่วมกับคนที่มีความรู้ความ สามารถจรๆด้วยเพื่อแสดงให้เห็นถึงผลงาน ความรู้ความสามารถของเเองด้วยแล้วก็เพื่อ จะเรียนรู้ประสบการณ์และความรู้จากบุคคล อื่นด้วยและเพื่อที่จะให้เกิดผลงานให้ เหมาะสมกับองค์กรด้วยนะคะเพราะะนั้นก็การ มอบหมายงานก็ต้องพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ ก็ว่าเป็นความต้องการของผู้ทำงานในองค์กร

57:37 เสร็จแล้วู้คนที่ทำงานในองค์กรก็ต้องการ ที่จะเป็นทุกันทั้งสินอันนี้ก็ไปเชื่อม โยงกับที่เรได้เรียนนักศึกษาไปแล้วนะคะใน เรื่องของแผนการวางแผนทางก้าวหน้าอาหาร ในจอาชีพการวางแผนทางก้าวหน้านะคะที่จะไป สู่ตำแหน่งระดับสูงนะคะเพราะฉะนั้นทุกคน นะฮะต้องการที่จะเป็นผู้นำนะคะอยากจะเป็น ผู้นำอยากจะเป็นหัวหน้านะคะเกือบทุกคน ต้องเป็นเพราะฉะนั้นเก็เป็นได้ในในระดับ หนึ่งในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่เขาสามารถ เป็นได้อย่างเหมาะสมก็เป็นเรื่องที่ถ้า เผื่อว่าองค์กรสามารถที่จะทำให้ความ ปรารถนาของเขาส่งปรารถนาก็เป็นสิ่งที่จะ

58:23 ช่วยจูงใจให้คนที่จะอยู่กับองค์กรเป้า หมายสูงสุดนะคะของคนในองค์กรก็คือความ ปรารถนาที่จะได้เสียเสละทั้งความรู้ความ สามารถทั้งเวลาของเขาแล้วก็ความคิดเห็น สิ่งที่เขามีนะคะให้กับองค์กรนะคะนี่คือ นี่คือสิ่งที่เป็นบรรจนะคะของความอ่า ปรารถนาของคนที่อยู่ในองค์กรเมื่อผู้ บริหารขององค์กรได้จ้างนะคะว่าคนที่อยู่ ในองค์กรเนี่ยเมีความปรารถนาอะไรนะคะก็จะ เป็นองค์ประกอบที่จะนำไปช่วยในการที่จะไป วางแผนในการที่จะใช้ผลให้เกิดประโยชน์สูง

59:10 สุดแต่ไม่ได้ใช้เอย่างเดียวเมื่อใช้คน แล้วเราต้องหาทางที่สาพัฒนาเด้วยแล้วก็ เมื่อพัฒนาเขแล้วใช้ประโยคอย่างดีอย่าง มากแล้วเราก็ต้องหาทางที่จะรงรักษาคนเก่ง คนเอาไว้กับองค์กอบด้วยนะ คะ

Share

YouTube Video Summaries