นั่งสมาธิแบบไหน อธิษฐานแล้วเห็นผลเร็วใน 7 วัน (พิสูจน์มาแล้ว)

Amazing Storytelling www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้กล่าวถึงการนั่งสมาธิเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิต โดยเน้นที่การพัฒนฤทธิ์ทางจิตและฤทธิ์ทางปัญญาควบคู่กัน การนั่งสมาธิที่ถูกต้องจะนำไปสู่มิติของพระ ซึ่งเป็นการปล่อยวางและไม่ยึดติด ในขณะที่การนั่งสมาธิในมิติของมารจะเต็มไปด้วยความโลภและความอยากได้ นอกจากนี้ วิดีโอยังเน้นถึงความสำคัญของการยอมรับความจริงและการมองเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง เพื่อให้สามารถจัดการกับอารมณ์และความทุกข์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การนั่งสมาธิช่วยให้เข้าถึงมิติของพระ ซึ่งนำไปสู่การปล่อยวาง
  • การฝึกฤทธิ์ทางปัญญาช่วยให้ยอมรับความจริงและจัดการกับอารมณ์ได้
  • การฝึกทั้งฤทธิ์ทางจิตและปัญญาจะช่วยให้รับมือกับปัญหาในชีวิตจริงได้

การนั่งสมาธิเพื่อแก้ไขปัญหาชีวิต

วิดีโอนี้เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงความทุกข์ที่เกิดจากการทำงานหนักแต่ไม่เคยพอใช้ และความรักที่ไม่สมหวัง ผู้พูดแนะนำว่าการนั่งสมาธิเป็นจุดเริ่มต้นในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยจะแบ่งปันประสบการณ์การนั่งสมาธิกับพระอาจารย์และแม่ชี เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ฤทธิ์ทางจิต: การรวมใจให้เป็นหนึ่ง

การฝึกให้มีฤทธิ์ทางจิตต้องเริ่มจากการรวมใจให้เป็นหนึ่ง โดยมีจุดรวมใจหลายตำแหน่ง เช่น ศีรษะ หน้าผาก ปลายจมูก หรือกลางท้อง แต่ละตำแหน่งมีความหมายต่างกัน ผู้พูดแนะนำให้รวมจิตไว้ที่ศูนย์กลางกาย การนั่งสมาธิที่ถูกต้องจะนำไปสู่มิติของพระ ซึ่งเป็นการปล่อยวางและไม่ยึดติด ต่างจากมิติของมารที่เต็มไปด้วยความโลภและความอยากได้

การจัดการกับความฟุ้งซ่าน

เมื่อนั่งสมาธิ อาจเกิดความฟุ้งซ่านได้ 2 แบบ คือ ฟุ้งด้วยภาพและฟุ้งด้วยเสียง หากฟุ้งด้วยภาพ ให้แทนที่ด้วยภาพที่บริสุทธิ์ เช่น พระพุทธรูป หรือภาพศาสดาที่เคารพนับถือ หากฟุ้งด้วยเสียง ให้แก้ด้วยคำภาวนาสั้นๆ เช่น พุทโธ หรือ สัมมาอะระหัง โดยให้เสียงดังขึ้นในตำแหน่งที่วางจิต

การอธิษฐานในมิติของพระ

เมื่อเข้าสู่มิติของพระ การอธิษฐานจะเป็นไปเพื่อ "ให้" ไม่ใช่เพื่อ "ได้" คือไม่ได้อธิษฐานเพื่อตัวเอง แต่อธิษฐานเพื่อผู้อื่น เช่น การได้เงินมาเพื่อเลี้ยงครอบครัว หรือเพื่อสร้างบารมี การอธิษฐานแบบนี้จะต่างจากการอธิษฐานแบบ "ได้" ที่เต็มไปด้วยกิเลสและความโลภ

การนึกถึงบุญ

เมื่อจิตนิ่งและว่างแล้ว หากอธิษฐานแล้วยังไม่เห็นผล ให้ระลึกถึงบุญที่เคยทำ เพราะบุญคือพลังงานบริสุทธิ์ หากต้องการให้การเงินดีขึ้น ให้นึกถึงทานที่เคยทำ เช่น บริจาคเงินช่วยเหลือสังคม หรือตักบาตรพระ หากต้องการให้ความรักสมหวัง ให้นึกถึงความดีที่เคยทำเพื่อผู้อื่น เช่น การรับฟังหรือช่วยเหลือผู้อื่น

โลกภายในและโลกภายนอก

ทุกสิ่งในโลกเกิดขึ้นจากภายในก่อนเสมอ โลกภายในเป็นเหตุ โลกภายนอกเป็นผล ดังนั้น การสร้างเหตุจากโลกภายในจะส่งผลให้เห็นในโลกภายนอก หลายคนติดอยู่กับการฝึกสมาธิเพื่อความสงบและความสุข แต่หากติดอยู่แค่สมาธิ จะไม่สามารถเอาชนะความทุกข์ในชีวิตได้

ฤทธิ์ทางปัญญา: การยอมรับความจริง

ฤทธิ์ทางปัญญาคือการฝึกยอมรับความจริงและมองเห็นทุกสิ่งตามความเป็นจริง โดยไม่ปรุงแต่ง ในขณะนั่งสมาธิ ให้สำรวจความรู้สึกและความทุกข์ที่เกิดขึ้นในร่างกาย เช่น ความเครียดที่หัวไหล่ หรือความกลัวที่หัวใจ ให้รับรู้สภาวะอารมณ์ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

การสังเกตอารมณ์

เมื่อฝึกมากๆ จะเห็น 3 จุด คือ จุดที่อารมณ์เดือดปะทุ จุดที่อารมณ์หมุนวนเป็นพายุ และจุดที่อารมณ์ดับสนิท คนส่วนใหญ่ไม่สามารถอยู่ถึงจุดที่ 2 ได้ คือไม่สามารถอยู่กับอารมณ์ตัวเองได้ การฝึกอยู่กับอารมณ์จะทำให้คุ้นชินกับความโกรธและยอมรับด้านมืดของตัวเองได้

ธรรมชาติของอารมณ์

ทุกอารมณ์มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวหรือความสำเร็จ ชีวิตจะวนเวียนสลับกันไป หากเข้าใจธรรมชาติของมัน จะสามารถอยู่กับตัวเองได้ รวมถึงความรักด้วย เมื่อเจ็บปวดจากความรัก ให้อยู่กับความเจ็บปวดจนครบ 3 จุด โดยไม่ต้องเร่งให้มันดับไป ให้มองเห็นธรรมชาติของมันตามความเป็นจริง

การฝึกในสนามซ้อมและสนามจริง

การนั่งสมาธิคือการฝึกในสนามซ้อม แต่ต้องไม่ลืมว่าสนามจริงก็ต้องรอดด้วย ในวันที่เจอวิกฤตทางการเงิน หรือทะเลาะกับใคร ให้ใช้ฤทธิ์ทางจิตที่ฝึกมา คือมีสมาธิอยู่กับการพิจารณาปัญหานั้นได้นาน สามารถแยกตัวออกมามองดูอารมณ์เล่นละคร โดยไม่เข้าไปแต่งบทให้มันเพิ่ม

ความสมดุลของฤทธิ์ทางจิตและปัญญา

เพื่อให้ชีวิตเติบโตแข็งแกร่งและมีความสุขมากขึ้น ต้องฝึกทั้งฤทธิ์ทางจิตและฤทธิ์ทางปัญญา เพราะในเวลาที่เจอปัญหาในชีวิตจริง ต้องสามารถใช้สมาธิในการพิจารณาปัญหา และใช้ปัญญาในการยอมรับความจริงและแก้ไขปัญหา

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 ถ้าคุณรู้สึกว่าชีวิตของคุณเนี่ยมันเดิน ทางมาไกลมากพยายามจะทุ่มเททำงานหาเงินหา ทองไม่ว่าจะมากเท่าไหร่เนี่ยแต่มันก็ไม่ เคยพอใช้รวมไปถึงความรักครับบางทีเรา พยายามที่จะรักใครสักคนนึงให้มากแต่เค้า เนี่ยไม่ได้รักเราเท่ากับที่เรารักเค้า คือคุณกำลังเป็นห่วงแล้วก็วิตกกังวลกับ อนาคตของตัวเองว่ามันจะสมหวังหรือเปล่าผม บอกเลยว่าความทุกข์ทั้งหมดทั้งมวลเนี่ย มันเริ่มต้นแก้ได้ด้วยการนั่งสมาธิครับ แล้วจะต้องนั่งแบบไหนให้ได้ผลมากที่สุด ครับวันนี้ผมจะมาแบ่งปันการนั่งสมาธิจาก ประสบการณ์ของตัวเองนะที่ไปนั่งสมาธิกับ พระอาจารย์ไปนั่งสมาธิกับแม่ชีแล้วก็หลาย ๆที่เลยตลอดทั้งชีวิตและทดลองมาจนได้ผลนะ ครับผมจะบอกคุณว่าจริงๆแล้วการที่คุณจะ ใช้อิทธิฤทธิ์เนี่ยมันมีอยู่ 2 แบบนั่นก็

0:45 คือฤทธิ์ทางจิตกับฤทธิ์ทางปัญญาทั้ง 2 อย่างนี้ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้นะ ครับเรามาเริ่มต้นที่ฤทธิ์ทางจิตกันก่อน เวลาที่คุณจะฝึกให้ตัวเองเนี่ยมีฤทธิ์ทาง จิตคุณต้องนั่งสมาธิด้วยการรวมใจให้เป็น ครับมันก็จะมีหลายจุดมากๆบางคนรวมไว้ที่ ศีรษะตรงนี้บางคนรวมไว้ที่หน้าผากบางคน รวมไว้ที่ปลายจมูกตรงนี้ครับลมหายใจหรือ บางคนเอาจิตมาอยู่ที่กลางท้องแต่ละ ตำแหน่งเนี่ยมีความหมายที่แตกต่างกันมาก โดยปกติเนี่ยนะผมจะรวมจิตไว้ที่ศูนย์กลาง กายหลายคนเนี่ยเข้าใจผิดครับเวลาที่เรา นั่งสมาธิเนี่ยถ้าต้องการอิทธิฤทธิ์ทาง จิตเลยเนี่ยนะครับคุณต้องเข้าสู่สู่มิติ ที่ถูกต้องบางคนเนี่ยเวลานั่งสมาธิไปเข้า

1:32 สู่มิติที่ผิดครับก็พยายามจะอธิษฐานแต่ มันไม่เกิดผลลัพธ์ในชีวิตจริงเพราะอะไร รู้มั้ยเพราะว่าคุณกำลังนั่งสมาธิเข้าสู่ มิติของมารไม่ใช่มิติของพระมันต่างกันยัง ไงรู้มั้ยมิติของมารเนี่ยมันจะเต็มไปด้วย ความโลภเต็มไปด้วยกิเลสเต็มไปด้วยความ อยากได้อยากมีอยากเป็นมิติของมาเวลา อธิษฐานอะไรเนี่ยมันแปรเปลี่ยนเป็นความ วิบัติทั้งหมดอธิษฐานยังไงก็ไม่เกิดผลมัน มีแต่ความขาดแคลนมันมีแต่ความยากเพราะว่า มารคือผู้ขัดขวางครับวิธีที่ถูกต้องเนี่ย เวลาคุณนั่งสมาธิรวมจิตหากคุณจะเริ่มต้น อธิษฐานแล้วให้เริ่มต้นตอนที่สภาพจิตใจ ของคุณเข้าสู่มิติของพระมิติของพระเนี่ย จะเป็นมิติของการปล่อยวางคุณจะมีความรู้ สึกว่าไม่ได้ยึดติดสิ่งใดไม่ได้มีความ

2:18 อยากได้อยากมีอยากเป็นเวลานั่งไปถึงตรง นั้นเนี่ยจิตมันจะรู้สึกสงบมากๆมันจะมี ความรู้สึกโล่งมันจะมีความรู้สึกสว่างแต่ มันก็จะมีปัญหาอีกบางคนเนี่ยก็จะมีความ ฟุ้งซ่านไม่สามารถนั่งสมาธิได้นานรวมใจ ไม่ได้แป๊บเดียวแล้วก็เลิกบางครั้งเราก็ บอกตัวเองเลยว่าฉันเป็นคนสมาธิสั้นจริงๆ ไม่ใช่แบบนั้นครับปกติเวลานั่งสมาธิถ้า คุณจะฟุ้งซ่านเนี่ยมันจะมีวิธีการฟุ้ง อยู่ 2 แบบไม่ฟุ้งด้วยภาพก็ฟุ้งด้วยเสียง ถ้าฟุ้งด้วยภาพเนี่ยคุณต้องแก้ด้วยภาพ สมมุติว่าภาพมันแวบขึ้นมาโดยที่ไม่ได้ ตั้งใจคุณก็ต้องเอาภาพที่มันบริสุทธิ์ เนี่ยมาใส่แทนที่อาจจะเป็นภาพของพระ พุทธรูปหรือภาพของศาสดาที่คุณเคารพนับถือ นะครับภาพที่คุณรู้สึกว่ามันมีความ บริสุทธิ์มากๆถ้าฟุงด้วยเสียงแก้ยังไงฟุง

3:05 ด้วยเสียงให้แก้ด้วยคำภาวนาไม่ว่าจะเป็น พุทโธหรือสัมมาหังหรือจะเป็นคำอะไรก็ได้ ที่มันสั้นๆกระชับให้เสียงเนี่ยมันดัง ขึ้นในตำแหน่งที่คุณวางจิตเวลาคุณเข้าสู่ มิติของพระคุณจะอธิษฐานเพื่อให้แต่เวลา คุณเข้าสู่มิติของมารเนี่ยเนี่ยคุณจะ อธิษฐานเพื่อได้แปลว่าไงเวลาอธิษฐานเพื่อ ให้เนี่ยก็คือคุณจะไม่ได้อธิษฐานเพื่อตัว เองสมมุติว่าคุณอยากจะสมหวังในเรื่อง เกี่ยวกับการเงินการงานเนี่ยคุณก็จะมอง ว่าการที่คุณได้เงินมาหรือเงินเหล่านั้น เนี่ยมันมาเพื่อเลี้ยงครอบครัวของคุณมัน มาเพื่อเลี้ยงคนข้างหลังเลี้ยงคนในองค์กร

3:50 หรือมาเพื่อเป็นอุปกรณ์ในการสร้างบารมี นึกออกมั้ครับเป็นอุปกรณ์ในการทำความดี มากยิ่งขึ้นนี่คือการอธิษฐานแบบให้ฮะแต่ การอธิษฐานแบบได้เนี่ยก็คือฉันจะเอาอย่าง เดียวฉันอยากจะได้รถฉันอยากจะได้นู่นฉัน อยากจะได้นี่แต่พออธิษฐานแบบนั้นเนี่ยจิต มันเจือไปด้วยกิเลสมันเจือไปด้วยความโลภ มากมันเจือไปด้วยความอยากได้มันเลยทำให้ เป็นอุปสรรคในการได้อะไรบางอย่างมาแต่ที นี้เมื่อจิตมันนิ่งจิตมันว่างบางคน อธิษฐานแล้วแล้วมันยังไม่ได้มาถึงในเวลา ที่รวดเร็วคุณก็สามารถใช้วิธีการนี้ได้ ครับเมื่อจิตคุณเข้าสู่มิติของพระแล้ว สิ่งสำคัญเลยคือให้คุณเนี่ยนึกถึงบุญบุญ เท่ากับพลังงานครับพลังของความบริสุทธิ์ สมมุติว่าวันเนี้ยคุณอยากจะได้เงินสัก

4:37 ก้อนนึงคุณไปเบิกธนาคารเนี่ยถ้าคุณไม่เคย มีเงินในธนาคารเลยที่ฝากไว้ถามว่าคุณจะ เบิกเงินมาได้มั้ยมันไม่ได้แน่นอนประเด็น ก็คือคุณต้องมีเงินฝากไว้ในธนาคารก่อน นั่นก็แปลว่าทุกครั้งเวลาที่คุณอยากจะ อธิษฐานอะไรบางอย่างให้สมหวังเนี่ยคุณ ต้องมีบุญในหมวดนั้นๆอยากอธิษฐานให้หน้า ที่การเงินเนี่ยมันดีมากๆคุณต้องเคยทำทาน ในเรื่องนั้นมาก็นึกถึงทานที่คุณเคยสร้าง มาไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเพื่อช่วยเหลือคน ในสังคมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือโรง พยาบาลต่างๆหรือการตักบาตรพระถ้าคุณยัง อยู่ในศาสนาพุทธหรือถ้าคุณต้องการที่ให้ มันสมหวังในความรักก็แปลว่าคุณต้องเคยทำ ความดีในด้านนี้มาก่อนคุณอาจจะนึกถึงเวลา

5:24 ที่คุณเนี่ยซัพพอร์ตจิตใจคนอื่นหรือใน เวลาที่คุณเนี่ยทำอะไรบางอย่างเพื่อคน อื่นหรือทำสิ่งดีๆเนี่ยเพื่อคนอื่นไม่ว่า จะเป็นการรับฟังหรือเป็นการช่วยเหลือคน อื่นในตอนที่เค้าเนี่ยตกทุกข์ได้ยากสิ่ง เหล่านี้เนี่ยมันจะทำให้คุณได้ความสมหวัง ในความรักมากขึ้นคือถ้าคุณฝึกสมาธิแล้ว เก็บชั่วโมงบินมากขึ้นเรื่อยๆเนี่ยคุณจะ เข้าใจว่าจริงๆแล้วทุกอย่างในโลกไม่ว่าจะ เป็นสมบัติการเงินการงานหรือความสัมพันธ์ ที่ดีเนี่ยมันเกิดขึ้นจากข้างในก่อนเสมอ คือโลกภายในเนี่ยเป็นเหตุแล้วโลกภายนอก เนี่ยเป็นผลที่ออกมาจากข้างในคือคุณสร้าง เหตุจากโลกภายในเนี่ยมันเลยมีผลจากโลกภาย นอกให้คุณได้เห็นตามตานึกออกมั้ยครับแต่ ว่าหลายคนเนี่ยมักจะติดอยู่ในสมาธิแค่การ

6:11 ฝึกไปที่กำลังฤทธิ์ครับชื่นชอบอยู่ใน สมาธิแบบนี้เหลือเกินเพราะว่ามันสงบมัน โล่งมันเบามันสบายมันมีความสุขครับแต่ จริงๆแล้วถ้าติดอยู่แค่สมาธิเหล่านี้ เนี่ยมันจะกลายเป็นว่าเราออกจากวงจรความ ทุกข์หรือเราอาชนะความทุกข์หรือวิกฤตใน ชีวิตเนี่ยไม่ได้ครับอย่างเช่นไม่ว่าจะ เป็นเรื่องความสัมพันธ์ที่กระทบกันรุนแรง เราไม่สามารถอธิษฐานได้นะว่าขอให้เธอ เนี่ยเปลี่ยนนิสัยเพื่อฉันคือต้องบอกคุณ แบบนี้ว่าการนั่งสมาธิเนี่ยมันไม่ใช่เป็น การนั่งเพื่อเอาไว้ใช้เป็นหลุมหลบภัยหมาย ความว่าเจอความทุกข์อะไรก็แล้วแต่อ่าฉัน ก็จะนั่งสมาธิอย่างเดียวเลยฉันก็จะใช้ สมาธิแก้ปัญหามันไม่สงบชีวิตมันวุ่นวาย

6:57 อ่านั่งสมาธิเอะนั่งสมาธิแบบนั้นมันไม่ ได้แก้ปัญหาที่แท้จริงครับเดี๋ยวมันก็ เกิดขึ้นอีกหรือบางทีเนี่ยเราอกหักจาก ความรักหรือเรารู้สึกว่าเราหมดคุณค่า เหลือเกินกับการคบใครสักคนนึงเนี่ยเรา อยากจะทำอะไรที่มันเติมเต็มตัวเองบ้างอ่ะ ก็วิ่งไปหาสิ่งนอกตัวไปเที่ยวบ้างไปเข้า ผับไปปาร์ตี้ดื่มเหล้าสูบบุหรี่ใดๆก็แล้ว แต่สิ่งเหล่านี้ถามว่ามันทำแล้วมันผิดกิจ มั้ยมันแก้มั้ยอ่ะมันก็แก้ได้แต่มันแก้ ได้ชั่วคราวมันไม่ได้แก้แบบจากต้นต่อ ปัญหาที่แท้จริงดังนั้นสิ่งที่เราจะต้อง ฝึกให้ไปถึงนั่นก็คือลิกทางปัญญาครับมัน เป็นยังไงมันคือการฝึกยอมรับความจริงและ มองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างตามความเป็นจริง แบบไม่ปรุงอะไรเลยการที่คุณเนี่ยจะฝึกใช้

7:44 ฤทธิ์ทางปัญญาเนี่ยนะครับในขณะการนั่ง สมาธิเนี่ยมันฝึกได้อย่างสายที่ผมไปฝึก เนี่ยนะครับเค้าจะมีการให้นั่งสมาธิและ สำรวจสำรวจดูว่าทุกครั้งที่เกิดความรู้ สึกหรือความทุกข์เนี่ยมันอยู่ส่วนไหนของ ร่างกายศีรษะมั้ยลูกตามั้อย่างเช่นเรารู้ สึกและว่าเราเครียดเนี่ยมันเครียดที่ บริเวณไหนอ่ะมันเครียดที่บริเวณหัวไหล่ ใช่มั้ครับหรือบางทีเราเกิดความรู้สึก กลัวเนี่ยเราต้องจับให้เห็นว่ามันเกิด ความกลัวที่ไหนที่หัวใจมยหรือมันหวิวๆที่ ท้องให้ฝึกรับรู้สภาวะอารมณ์แบบเนี้ยมัน รู้สึกแบบไหนตั้งแต่ศีรษะจดลงไปจนถึงปลาย เท้าเลยว่ามันมีอารอารมณ์แบบใดปรากฏอยู่ ในร่างกายบ้างสมมุติว่าคุณทำมากๆเข้า เนี่ยคุณจะเห็น 3 จุดครับเช่นเราเนี่ย

8:30 สังเกตเห็นความกลัวว่าเฮ้ยเราจะหาเงินทัน มั้นะสภาวะอารมณ์ตรงเนี้ยนะครับมันคือจุด ที่ 1 ที่มันเดือดปะทุขึ้นมาจุดที่ 2 ที่ มันจะไปต่อก็คืออะไรครับมันจะหมุนวนเป็น พายุมันจะเคลื่อนไหวมันจะทำให้คุณรู้สึก ว่าเฮ้ยกระวนกระวายใจและจุดที่ 3 เนี่ย เมื่อคุณอยู่ถึงมันก็คือจุดที่มันจะดับ สนิทไปเวลาที่คุณฝึกลิกทางปัญญาเนี่ยคุณ ต้องสังเกตและมองเห็นให้ครบทั้ง 3 จุดแต่ คนส่วนใหญ่ครับไม่สามารถที่จะอยู่ได้ถึง จุดที่ 2 คือเราไม่สามารถอยู่กับอารมณ์ ตัวเองได้เลยฮะตอนแรกที่ผมฝึกการนั่ง สมาธิแบบเนี้ยครับคุณรู้มั้ยเกิดอะไรขึ้น โอ้โหวันนั้นจำได้ว่าตัวเองเนี่ยโกรธอ่า

9:17 ผู้หญิงเรานั่นแหละก็ขึ้นมาบนห้องนั่ง สมาธิสังเกตอารมณ์ต่างๆตามร่างกายครับ สังเกตจนชนิดที่ว่ามันเลยผ่านจุดที่ 3 แต่คุณรู้มั้ยว่าชั่วขณะเวลาที่อยู่จุด ที่ 2 ที่มันเคลื่อนไหวแล้วหมุนวนเป็น พายุเนี่ยโอ้โหร่างกายมันเหมือนจะแตก กระจุยให้ได้ในตอนนั้นเรารู้สึกทรมานมาก มันอึดอัดมันร้อนตรงเนี้ยใจมันสั่นมากๆ เราไม่เคยได้สังเกตอารมณ์รุนแรงขนาดนี้มา ก่อนเลยทีนี้ครับพอผมทำแบบเนี้ยมากๆเข้า สิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือไม่ว่าจะเจอ อารมณ์ความโกรธโกรธมามากแค่ไหนเนี่ยมันจะ ไม่ได้มาเยอะเท่ากับเมื่อก่อนมันจะเป็น ความรู้สึกที่ว่าเราคุ้นชินกับความโกรธ แล้วมันเหมือนกับการที่เราสามารถยอมรับ

10:02 ด้านมืดของตัวเองได้เพราะที่ผ่านมาถ้าคุณ ไม่เคยยอมรับด้านมืดของตัวเองเลยไม่เคย มองเห็นความโกรธตัวเองและไม่เคยอยู่กับ ตัวเองได้อ่ะคุณจะรู้สึกอึดอัดเวลาที่ตัว เองโกรธต้องจำไว้นะทุกๆอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ว่ามันจะเป็นอารมณ์ดีหรือไม่ดีก็ตามจง รู้ไว้ว่าธรรมชาติของสิ่งเหล่านั้นมัน เสื่อมไปเป็นธรรมดาอ่ะถ้าคุณไม่เชื่อ เนี่ยลองนึกถึงครั้งแรกที่คุณได้นอนกับ แฟนคุณน่ะใจตื่นเต้นตื่นเต้นจากคิที่ ว่าใจมันสั่นตุ๊บๆๆๆแต่พอเวลาที่เราตัด สินใจที่จะใช้ชีวิตด้วยกันทุกวันนี้มัน ยังเหมือนเดิมมั้ล่ะคุณจะไม่สามารถกลับไป นอนแล้วใจเต้นเหมือนเดิมได้ครับทุกอารมณ์ เนี่ยมันมีความเสื่อมไปเสื่อมไปเป็น ธรรมดาครับคุณต้องเข้าใจแบบนี้ชีวิตของ

10:49 คุณเนี่ยไม่ว่ามันจะล้มเหลวแค่ไหนเนี่ย คุณก็ต้องเข้าใจว่าความล้มเหลวของคุณมัน ก็จะมีวันเสื่อมไปเสื่อมไปเป็นธรรมดาแล้ว มันก็จะเจอแต่ความสำเร็จพอเจอความสำเร็จ มันก็จะมีวันเสื่อมไปเสื่อมไปเป็นธรรมดา คุณก็จะเจอความลุ้นเรวสลับวนเวียนกันไป แบบนี้ถ้าเราเข้าใจธรรมชาติของมันเนี่ย เราจะอยู่กับตัวเองได้รวมถึงความรักก็ เช่นกันเวลาที่เราเจ็บปวดเพราะใครคนหนึ่ง แล้วเราอยู่กับความเจ็บปวดไม่ได้เลยต้อง วิ่งออกไปข้างนอกต้องวิ่งหาเพื่อนระบาย หรือใครระบายมันก็ไม่ผิดทำเหล่านั้นแต่ อย่าลืมกลับมาแก้ไขที่ตัวเองลองอยู่สิ อยู่กับความเจ็บปวดของตัวเองไม่ว่ามันจะ แตกหักหรือแตกสลายเป็นพันเป็นล้านชิ้นแค่ ไหนอยู่กับมันอยู่กับมันจนครบ 3 จุดอ่ะจน เห็นมันดับไปโดยที่คุณไม่ต้องเร่งด้วยนะ

11:34 ไม่ต้องเร่งให้มันรีบดับมองเห็นธรรมชาติ ตามความเป็นจริงคุณต้องเข้าใจว่ามัน เหมือนกับการที่เราเห็นดาราคนหนึ่งเรา ตื่นเต้นกับมันมากอ่ะแต่ในวันที่เราเห็น เค้าทุกวันเห็นเทุกวันเห็นเทุกวันมันจะ เกิดความเคยชินเราต้องการความเคยชินตรง นั้นแหละ คำถามคือคุณน่ะเคยชินกับอารมณ์ของตัวเอง บ้างมั้ยแล้วมันไม่ใช่แค่อารมณ์ที่ดี อย่างเดียวมันคืออารมณ์ด้านมืดของตัวเอง นั่นแหละเพราะเราไม่เคยชินกับอารมณ์ด้าน มืดของตัวเองดังนั้นเวลาเจอวิกฤตไม่ว่าจะ เป็นความกลัวที่เกิดจากเรื่องการทำงาน หรือในเรื่องเกี่ยวกับการเงินเราไม่ สามารถยอมรับมันได้เลยก็จะฟูมไฟลร้องไห้ ทำอะไรบางสิ่งบางอย่างที่มันทำให้ชีวิต พังหรือแย่ลงไปกว่าเดิมเพราะเราอยู่กับ ความกลัวในตัวเองไม่ได้ไงครับเนี่ยแหละ ครับคืออนุอนุภาพของการที่เราฝึกฤทธิ์ทาง

12:22 ปัญญาไม่หลอกตัวเองคือเราจะรู้ตัวว่าเรา ทำอะไรผิดพลาดแต่พอเราไม่มีปัญญาเนี่ยเรา จะถูกความไม่รู้ครอบงำเราจะทำอะไรบาง อย่างที่มันผิดพลาดไปหมดเลยอย่างเทสที่ผม เห็นเผู้หญิงเนี่ยบางคนเนี่ยยอมอยู่ใน ความสัมพันธ์ที่มันทำร้ายตัวเองรู้ว่าผู้ ชายเจ้าชู้แต่ก็ยังยอมก็ยังอยู่ในความ สัมพันธ์นี้ต่อไปหลอกตัวเองไงคิดว่าผู้ ชายจะเปลี่ยนได้การจะฝึกฤทธิ์ทางปัญญา เนี่ยคุณไม่สามารถปิดตาข้างนึงได้นะคุณ ต้องเปิดตาให้เห็นทั้ง 2 ข้างมองเห็นความ จริงไม่งั้นคุณจะหลอกตัวเองไปเรื่อยๆแล้ว ก็อยู่ในความสัมพันธ์ที่ท็อกสิคดังนั้น สิ่งที่ผมบอกคุณเนี่ยมันคือการฝึกนั่ง สมาธิซึ่งการนั่งสมาธิเนี่ยเราเรียกกัน ว่าการฝึกอยู่ในสนามซ้อมครับแต่คุณอย่า ลืมนะครับว่าต่อให้คุณฝึกในสนามซ้อมมาก

13:08 แค่ไหนเนี่ยสนามจริงคุณต้องรอดด้วยในวัน ที่คุณเจอวิกฤตทางการเงินในวันที่คุณ ทะเลาะกับใครสักคนนึงหรือในวันที่คุณรู้ สึกฝึกเห็นคุณค่าตัวเองน้อยลงอันนั้นน่ะ คือสนามจริงเลยที่คุณจะได้ฝึกเพราะบางคน เนี่ยโอ้โหชนะในสนามซ้อมนั่งสมาธิได้นาน รับรู้ความรู้สึกตัวเองได้ทางร่างกายอยู่ กับตัวเองได้ดีที่สุดแฮปปี้ที่สุดมีความ สุขที่สุดแต่มาตายในสนามจริงครับถ้าจะ ขมวดให้มันสมดุลเลยฤทธิ์ทางจิตก็ต้องฝึก ฤทธิ์ทางปัญญาก็ต้องฝึกเพราะในเวลาที่คุณ เจอปัญหาในสนามจริงขึ้นมาไม่ว่าจะเจอ วิกฤตในชีวิตเนี่ยหนักๆแค่ไหนคุณต้อง สามารถที่จะใช้ฤทธิ์ทางจิตที่ฝึกมาคือมี สมาธิอยู่กับการพิจารณาปัญหานั้นได้นานฮะ

13:54 เพราะว่าถ้าคุณไม่สามารถจดจ่ออยู่กับ อารมณ์ใดอารมณ์หนึ่งได้คำว่าจดจ่อในที่ นี้คือสามารถที่จะแยกตัวออกมาเป็นบุคคล ที่ 3 มองดูอารมณ์มันเล่นละครไม่ได้เข้า ไปแต่งบทให้มันเพิ่มเราไม่ได้เข้าไปเป็น คนที่ใส่เนื้อเรื่องให้มันเพิ่มคุณไม่ จำเป็นจะต้องไปหลบหนีมันคุณไม่จำเป็นจะ ต้องไปเก็บกฎสะกดหรืออั้นมันไว้สะสมสมชวง บินแบบเนี้ยครับไปเรื่อยๆและทั้งหมดนี้ ครับมันคือประสบการณ์จากการฝึกสมาธิขอให้ คุณเนี่ยเอาไปฝึกใช้ทั้งในสนามซ้อมก็ฝึก ให้แน่นและสนามจริงเนี่ยก็ฝึกให้ได้ให้ มันเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้ครับแล้วชีวิต ของคุณเนี่ยจะเติบโตแข็งแกร่งและมีความ สุขมากขึ้นครับ [เพลง] [ปรบมือ]

Share

YouTube Video Summaries