สรุปย่อ
วิดีโอนี้เป็นการนำเสนอแนวคิดเกี่ยวกับการคิดเชิงระบบ (Systematic Thinking) เพื่อให้ผู้ชมสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาและตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นที่การมองภาพรวม, ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่างๆ, การเรียนรู้จากรูปแบบที่เกิดขึ้น, และการปรับเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ แทนที่จะแก้เพียงปลายเหตุ นอกจากนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตระหนักว่าระบบมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
- การคิดเชิงระบบคือการรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆ และมองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ
- การคิดเชิงระบบช่วยให้เห็นภาพรวมและเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของทุกสิ่งอย่างเป็นระบบ
- การคิดเชิงระบบช่วยให้เราเรียนรู้จากรูปแบบของปัญหาและสร้างวิธีแก้ไขที่ยั่งยืน
การคิดเชิงระบบคือการรวบรวมเหตุการณ์ต่างๆ เข้ามาพิจารณาและมองผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ โดยจะช่วยให้เราสังเกตเห็นผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เนื่องจากการคิดเชิงระบบมองภาพรวมทั้งหมดและเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งเชื่อว่าระบบมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ในการทำงาน เมื่อเกิดปัญหา เราควรใช้หลักการคิดเชิงระบบเพื่อเก็บข้อมูลและสถิติ เพื่อดูรูปแบบของผลที่เกิดขึ้น ทั้งในด้านที่ดีและด้านที่เป็นปัญหา ทำให้เราเห็นภาพรวมของเหตุการณ์และเกิดการเรียนรู้ ตัวอย่างเช่น หากปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะคนๆ หนึ่งในเวลา 1:01 น. แต่ถ้าเป็นอีกคนหนึ่งอาจจะไม่มีปัญหา หรือหากเราใช้วิธีเดิมๆ แล้วไม่ได้ผล เราควรพิจารณาว่ามีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้เกิดความแตกต่าง
เมื่อเราเริ่มใช้การคิดเชิงระบบในการประเมินสถานการณ์ เราจะสามารถสร้างรูปแบบและเห็นโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบนั้นได้ชัดเจนขึ้น ทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีที่มาอย่างไร และเราจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป การคิดเชิงระบบไม่ได้เน้นการแก้ปัญหาที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่จะกลับมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อทำให้เหตุการณ์นั้นหายไป เนื่องจากเหตุการณ์นั้นเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง หากเราเปลี่ยนโครงสร้างเล็กๆ รูปแบบนั้นก็จะถูกเปลี่ยนแปลงไป และเหตุการณ์นั้นก็จะไม่เกิดขึ้นอีก
เมื่อเราตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เราควรคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นในอนาคต เนื่องจากระบบมีการเปลี่ยนแปลง ส่วนที่เกี่ยวข้องก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วย ตัวอย่างเช่น หากเราทานอาหารเยอะ ร่างกายเราก็จะเป็นอย่างไร หรือหากสายการผลิตมีปัญหาอยู่จุดหนึ่ง ที่เหลือก็จะมีปัญหาตามไปด้วย หากเราเข้าใจและมองภาพอย่างเป็นระบบ พร้อมยอมรับว่าระบบไม่นิ่งและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ก็จะทำให้เราสามารถบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ และทำให้หมดไปได้ด้วยตัวเราเอง การคิดเชิงระบบจะช่วยให้เราขยายขอบเขตความเข้าใจของเราให้กว้างขึ้น
การคิดเชิงระบบจะช่วยให้เราตระหนักรู้บางอย่าง และกลับไปแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมากขึ้น ไม่ได้แค่วิธีการที่ดี แต่สร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน หวังว่าการคิดเชิงระบบจะเป็นประโยชน์กับท่านที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้
Summarize any YouTube video in seconds
Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.
Transcript
YouTube Transcript Generator
0:01 [เพลง] ก็สวัสดีครับขอนำเสนอคอมเมนต์ซี่คอนเสิร์ตชั่วเพื่อเป็นกรอบความคิดเล็กๆเกี่ยวกับคอมเม้นซี่ต่างๆเพื่อให้ท่านสามารถนำไปประยุกต์ใช้แบบง่ายๆได้ครับวันนี้อยากจะนำเสนอการคิดเชิงระบบครับซิสเท็มมาติค Thinking ครับการคิดเชิงระบบเป็นการคิดที่เป็นการจะรวบรวมหรืออินทิเกตหลากหลายเหตุการณ์เข้ามาครับแล้วมองถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นครับเงินการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งนั้นหากชายการคิดเชิงระบบจะเริ่มสังเกตเห็นถึงผลที่จะเกิดขึ้นในการตัดสินใจนานๆครับเพราะอะไรครับเพราะการคิดเชิงระบบนั้นมองเป็นภาพรวมครับมองเห็นภาพรวมทั้งหมดและเชื่อม
0:50 [เพลง] ผมว่าทุกอย่างมีความเกี่ยวข้องแล้วสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบพร้อมกับเชื่อว่าระบบไม่นิ่งครับจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหากท่านนึกภาพระบบให้ง่ายก็คือระบบมีเวย์ [เพลง]
2:00 ณที่นี้เราอาจจะต้องกลับมาประยุกต์ครับว่าแล้วงานที่เราเจออยู่ทุกวันนี้เราทำงานอย่างเป็นระบบหรือใช้หลักการคิดเชิงระบบกับงานของเรามากน้อยแค่ไหนครับแน่นอนครับในการทำงานก็จะมีเหตุการณ์ที่มันเกิดขึ้นครับตัวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ก็เป็นปัญหาหรือผลลัพธ์ที่ดีก็แล้วแต่นะครับแต่หากเป็นปัญหาท่านก็ต้องแก้ครับระหว่างที่ท่านแก้ไปนี้นะครับหากท่านใช้หลักการคิดเชิงระบบเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยท่านจะเก็บ resin Learn ครับสิ่งที่ท่านเรียนรู้หรือเก็บเป็นสถิติไว้ครับเพื่อดูรูปแบบของผลที่มันเกิดขึ้นครับทางรูปแบบที่ดีและรูปแบบที่ที่เป็นปัญหาครับดังนั้นท่านก็จะเห็นภาพของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเกิดการเรียนรู้ทำให้เห็นรูป ดีหรือสถิติที่เกิดขึ้นเช่นปัญหานี้เกิดขึ้นเพราะคนคนหนึ่งในเวลา 1 1 [เพลง]
3:14 กับความรู้ที่คอมีมักมีปัญหาแต่ถ้าเป็นอีกคนนึงอาจจะไม่มีปัญหานะครับหรือสิ่งที่เราเจออยู่วันนี้ทำถามคือเราใช้วิธีเดิมๆหรือเราเปลี่ยนวิธีอยู่ในเรื่อยๆวิธีเดิมบางครั้งได้ผลวิธีเดิมๆบางครั้งไม่ได้ผลแสดงว่ามีปัจจัยอะไรอีกบ้างที่ทำให้ได้ผลกับไม่ได้ผลเกิดการแตกต่างกันตรงนี้นะครับเราเริ่มที่จะใช้การคิดอย่างเป็นระบบเข้ามาประเมินสถานการณ์แล้วสร้างรูปแบบครับพอได้รูปแบบเสร็จแล้วก็จะทำให้เราเริ่มเห็นโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบนั้นองค์ประกอบหรือสิ่งที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวนั้นๆได้ชัด 7 ชุดครับเพราะเห็นองค์ประกอบของเรื่องราวนั้นเนอะเราก็จะทำให้เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมีที่มา [เพลง] คืออะไรและเราจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปครับการคิดเป็นระบบเราจะไม่ได้แก้ที่ Event หรือเหตุการณ์เราจะไม่ได้สรุปรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งว่าถูกผิดใช่ไม่ใช่เราจะกลับมาเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อทำให้เห็นการนั้นหายไปครับเพราะเหตุการณ์นั้นเกิดจากปัจจัยอะไรบ้างซึ่งเราจับเหตุการณ์นั้นได้แล้วด้วยรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งงั้นหากเราเปลี่ยนโครงสร้างเล็กๆนะครับรูปแบบนั้นจะถูกเปลี่ยนแปลงไปเหตุการณ์นั้นก็จะไม่เกิดขึ้นอีกครับและหรือการที่เราตัดสินใจทำอะไรสักอย่างหนึ่งเราควรจะต้องคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นด้วยในอนาคตเพราะระบบมีการเปลี่ยนแปลงส่วนที่เกี่ยวข้องก็จะเปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นเราทานอาหารเยอะเป็นไงฮะร่างกาย [เพลง]
4:25 นี้นะครับเราทานอาหารไม่มีคุณภาพร่างกายเราเป็นยังไงครับนะครับรายการผลิตมีปัญหาอยู่จุดหนึ่งที่เหลือเป็นไงฮะครับทั้งหมดแล้วหากเราเข้าใจและมองภาพอย่างเป็นระบบพร้อมยอมรับว่าระบบไม่นิ่งไม่ถาวรมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาก็จะทำให้เราสามารถที่จะเข้าไปบริหารจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆแล้วทำให้หมดไปได้ด้วยตัวเราเองครับการคิดเชิงระบบก็จะสามารถช่วยให้เราขยายเกาะฝั่งที่ท้องเราที่กว้างขึ้นครับหวังว่าการคิดเป็นระบบนี้จะทำให้เราเกิดการตระหนักรู้บางอย่างและและกลับไปแก้ไข [เพลง]
5:15 แก้ปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบมากขึ้นไม่ได้แค่วิธีการที่ดีแต่สร้างผลลัพธ์ที่ยังยืนซะเซ็นเออร์เบินรีสอร์ทครับฟังว่าการคิดเชิงระบบจะเป็นประโยชน์กับท่านที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ขอบคุณมากครับพี่ [เพลง]