การตลาด 2026 สรุป 6 เทรนด์ชีวิต ปั้นแบรนด์อย่างไรให้คนรัก มัดใจ AI | Executive Espresso EP.582

THE SECRET SAUCE www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปเทรนด์การตลาดปี 2026 โดยเน้นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง (Structural Shift) ที่เกิดจากความเชื่อใจ (Trust) และ AI ที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและการตลาด โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:

  • การตลาดต้องกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เน้นคุณค่าที่แท้จริงของสินค้าและบริการ
  • ผู้บริโภคต้องการความสุขที่จับต้องได้ ความจริงที่พิสูจน์ได้ และชีวิตที่ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ
  • แบรนด์ต้องสร้างระบบที่ฝังตัวอยู่ในชีวิตของผู้คนได้ (A system embedded in consumer life)
  • AI จะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจของผู้บริโภค แบรนด์ต้องถูกเลือกโดย AI (Being chosen)
  • การวัดผลทางการตลาดต้องวัดผลลัพธ์ทางอารมณ์ (Emotional Equity) ไม่ใช่แค่ตัวเลข

เริ่มรายการ

ผู้ดำเนินรายการกล่าวถึงความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์บนโซเชียลมีเดียในปี 2026 ซึ่งต้องเป็นระบบที่ฝังตัวอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้จริง นอกจากนี้ยังมีการเกริ่นถึงเทรนด์ผู้บริโภค 6 เรื่องที่วิเคราะห์จาก Cultural Driver 3 ตัว และการใช้ AI ในการตลาดอย่างถูกต้อง

ภาพรวม

ปัญหาของการตลาดในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากนักการตลาดไม่เก่ง แต่เป็นเพราะโครงสร้างของผู้บริโภคและการตลาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ตัวอย่างเช่น ผู้บริโภคจะเลือกซื้อสินค้าจาก Influencer ที่น่าเชื่อถือมากขึ้น และใช้ AI เป็นที่ปรึกษาในการซื้อสินค้าต่างๆ

เทรนด์การตลาด 2026

ปี 2026 การตลาดจะกลับไปสู่โลกแห่งความเป็นจริง เน้น Value ที่แท้จริงของสินค้าและบริการ เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ดี ทำให้ผู้บริโภคคาดหวังมากขึ้นและต้องการใช้เงินทุกบาทให้คุ้มค่า นอกจากนี้ ยังมี Global Structural Shift 4 เรื่องที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ Trust, AI Abundance, Interoperability และ Hybrid Consumer Experience

6 เทรนด์ผู้บริโภค 2026

เทรนด์ผู้บริโภค 6 เรื่องนี้วิเคราะห์จาก Cultural Driver 3 ตัว ได้แก่ Tangible Joy, Proof and Transparency และ Nonline Living ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้เกิดเทรนด์ต่างๆ ขึ้น

Trend #1 Vanishing Middle

Segment ตรงกลางของผู้บริโภคจะหายไป หากไม่ลงไปกลุ่ม Mass ก็ต้องขึ้นไป Premium จริงๆ โดยผู้บริโภคจะยอมลดค่าใช้จ่ายของจำเป็นในชีวิต แต่จะจ่ายในสิ่งที่ให้ Joy, Escape, Convenient หรือ Status โดยเฉพาะในแถบเอเชียและกลุ่ม Gen Z นอกจากนี้ ยังมี Micro Luxury Moment ที่ยอมจ่ายเพื่อความหรูในขนาดเล็กลง และ Value Stacking Mindset ที่มองหาคุณค่าในหลายมิติ ไม่ใช่แค่ราคาถูก

Trend #2 Creator Gamble

การใช้ Creator เหมือนเสี่ยงดวง เนื่องจากผู้บริโภคเชื่อคนกันเองมากกว่าแบรนด์ แต่คนที่ดังหลายคนก็เชื่อถือได้น้อย ทำให้เกิด Authority Gap และ Rise of Real Expert โดยเฉพาะในด้านการเงินและสุขภาพ นอกจากนี้ Influencer ยังสามารถรีวิว Experience Service ได้ แต่ Creedence Service ต้องปล่อยให้ Expert ทำ

Trend #3 The Great Escape

ผู้คนเริ่มเบื่อกับอะไรที่ไม่ Joy อย่างแท้จริง และกลับไปสู่ยุค The Joy Rong หรือการเกิดใหม่ของความสุขแบบมนุษย์อย่างแท้จริง เนื่องจาก Joy System ทำให้ผู้คนตามหา Joy ตลอดเวลา แต่ Joy นั้นมาสั้นมาก ทำให้ติดอยู่ใน Dopamine Trap โดยมี Social Media และ Minor Stone เป็นตัวกระตุ้น

Trend #4 Zero-Click Journey

ผู้คนไม่ได้คลิก Search อีกต่อไป แต่เชื่อคำตอบจาก AI ทำให้เกิด AI Delegation โดย AI กำลังเปลี่ยนลำดับของ Trust โดย Gen AI จะเป็น Initial Validate แต่ Human Expertise จะเป็น Deeper Validation นอกจากนี้ แบรนด์ต้องแข่งกันที่ Being Chosen ไม่ใช่ Being Seen และต้องทำ Content ที่ Verify ได้

Trend #5 Life Path Break

ยุคนี้เป็นยุคที่เรียกว่า Reset Consumer Myzone ไม่ใช่แค่เรื่อง Minor Zone แต่กลายเป็นยุคของ Nonlinear Life ทุกคนมีเส้นทางชีวิตของตัวเองที่ไม่เหมือนกัน โดย Gen Z เริ่มปรับกติกาความสัมพันธ์ใหม่ ไม่จ่ายเงินสำหรับเดท และหลีกหนีจากความเครียดผ่าน Playful Consumption นอกจากนี้ Gen Alpha ยังเป็น Active และ Retirement ก็เป็นชุมชนดิจิทัลที่มากที่สุด

Trend #6 Daily Longevity

Daily Health Optimization และคุณภาพชีวิตที่ยาวขึ้น กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกวัน โดย Long Life เปลี่ยน Definition จาก Life Band เป็น Health Band โดยผู้บริโภคไม่ได้สู้กับความแก่ แต่ Cultivate คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน โดยมีโอกาสสำหรับแบรนด์ในเรื่อง Gut, Power และ Clean

The NEW Marketing 2026

ต้อง Rebuild แบรนด์ System ใหม่ เพื่อเข้ากับทิศทางของโลกที่เปลี่ยนไป โดย New Marketing Operation System (OS) ต้องเป็น Connected Adaptive System ที่ช่วยให้แบรนด์เติบโตได้ โดยมี 4 Connected Mode ได้แก่ Brand to Consumer, Consumer to Consumer, Agent to Consumer และ Agent to Agent

การตลาด 2026 #1: Brand

แบรนด์ต้องรันเป็น System ไม่ใช่แคมเปญ และต้องเป็น Living System ที่ปรับตัวได้ โดยแบรนด์ในนิยามปี 2026 คือ A system embedded in consumer life โดยต้องมี Holistic Brand Model ที่ประกอบด้วย Identity, Resonance และ Value

การตลาด 2026 #2: Social x Creator

โซเชียลมีเดียกลายเป็น Engine of Trust ใหม่ โดยทุกแบรนด์ต้องกลายเป็น Content แบรนด์ ที่ Smarter, Faster, Short First และ More Human โดยต้องเปลี่ยนจาก Influence เป็น Proof และใช้ Long Term Creator Partnership

การตลาด 2026 #3: AI

ยุคนี้เป็นยุค AI Reputation Economy ที่ชื่อเสียงของแบรนด์ถูกนิยามด้วย AI โดย New Brand Building Logic ต้อง Win 3 เรื่อง ได้แก่ Miles (ผู้คน), Model (AI) และ Market โดยต้องเป็น MCP Ready (Machine Comprehensible Product)

การตลาด 2026 #4: Attention Economy 2.0

ต้อง Activate Attention ให้ถูกต้อง โดยใช้ ABC Model (Attentive Bridge, Branding Quality, Creative) และ Design for Influence โดยเข้าใจ Journey ของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม

การตลาด 2026 #5: Culture

แบรนด์ไม่สามารถ Dictate Culture ได้ แต่ต้องมี Cultural Relance โดยต้อง Win Third Space (Community) โดย Enter, Present, Remixable และ Sharable โดยใช้ New Laws of Fan Attraction

การตลาด 2026 #6: Generative Experience Economy

Gen AI จะมาเปลี่ยนโลกใหม่ของการทำ Experience โดยเปิดโอกาสให้คนมีส่วนร่วมกับสินค้าและบริการได้ 100% โดยต้องเชื่อมโยงกับความเป็นแต่ละคนและเข้าใจบริบท

การตลาด 2026 #7: Measurement

การวัดผลต้องไม่วัดผลเป็นแค่แต่ละช่องทาง แต่ต้องรวมทุกอย่างว่ามี Connect the Dot อย่างไร และส่งผลกับอะไร โดยใช้ Portfolio Ras ที่คำนึงถึงยอดขาย, Engagement และ Brand Value

การตลาด 2026 #8: Organization

ต้องวาง Future Marketing Organization ที่ประกอบด้วย AI Native, M-Shape และ Network โดยต้องมี AI เป็นสมองซีกซ้าย และมี Empathy กับทุกคนที่ทำงานด้วย

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:02 คนไถฟีดอ่ะจริงๆเขาไถเพื่อความบันเทิง >> แต่สุดท้ายอ่ะเค้าคาดหวังอะไรจาก โซเชียลมีดียแบรนด์ในนิยามปี 2026 อ่ะ ครับต้องเป็นระบบที่ฝังตัวอยู่กับชีวิต ของผู้คนได้ สิ่งเนี้ยเราวิเคราะห์มาจาก 3 cultural driver ที่ทำให้เกิดศัพท์ Customer trend 6 เรื่อง >> เจนซีเริ่มปรับความสัมพันธ์ใหม่ไม่จ่าย เงินสำหรับเดทอีกต่อไปแล้ว >> ตอนนี้ใครไม่รักษาสุขภาพนี่เอนะครับ >> ไม่ได้แล้ว >> เออ >> lolี่ po นึงเขาเคลมว่าเป็นlโลี่ที่ดีกับ

0:49 วาจinaน้องสาว >> ออเหรอคืออมยิ้มเนี่ยเหรอ >> ใช่ >> โอไปยิ้มข้างล่าง >> แยกขวา เดี๋ยวเราจะมีบอกในช่วงทายด้วยนะช่วง Marketing Part Marketing แล้วใช้ AI อย่างไรให้ถูกต้องทำยังไงให้ AI เลือกเรา ถูก >> หาเจอ >> ครับ >> แนะนำอ้างอิงด้วย AI >> The Secret Sauce Executive Espresso เ บางคนต้องรอฉัน 1 ปีกว่าจะได้มาที่นี่

1:36 >> ขอทางเลยครับขอทางเลยเป็นอะไรครับขอหนู ได้ค่ะพ่อ >> คุณแม่ของน้องมานะใจดีนะคะ >> ค่ะ >> จะขอแจ้งเลื่อนนัดผ่าตัดของน้องออกไปก่อน ค่ะ >> ถ้ามีห้องผ่าตัดมากพอทุกชีวิต >> รออีกแป๊บนึงนะ >> จะไม่ต้องรอนานเพราะทุกการบริจาคคือการพา คนที่รักกลับไปหาคนที่รอปัญหาของการตลาด ในวันนี้ไม่ใช่เพราะว่านักการตลาดไม่เก่ง หรือตามไม่ทันโลกอย่างเดียวนะครับแต่ เพราะว่าโครงสร้างของผู้บริโภคโครงสร้าง ของการตลาดมันเปลี่ยนไปแล้วตลอดกาลครับ และมันเปลี่ยนเร็วมากๆแค่ภายในปีเดียวบาง อย่างอาจจะไม่เหมือนเดิมเลยก็ว่าได้ยกตัว อย่างสัก 2 ตัวอย่างแล้วกันนะครับใกล้ตัว

2:21 ทุกท่านมากๆวันนี้ใครที่ซื้อของตาม Influencer หรือ Creator บ้างครับผม เชื่อว่าจบปี 2025 ขึ้นปี 2026 หลายคน เลือกซื้อสินค้าเพราะ Influencer นั้นมี ความน่าเชื่อถือหรืออีกเรื่องนึงก็คือ เรื่องของ AI ครับมันใกล้ตัวมากๆมีใคร บ้างครับซื้อสินค้าต่างๆโดยใช้ AI ช่วย เป็นที่ปรึกษานี่คือตัวอย่างง่ายๆครับว่า กำลังจะเกิดโครงสร้างของการเปลี่ยนแปลง ที่มันไม่เหมือนเดิมลองมาดูกันว่า Digital Marketing Trend ในปี 2026 จะเปลี่ยนไป อย่างไรบ้างซึ่งคนที่จะมาให้คำตอบนี้ก็ คือผู้เชี่ยวชาญของพวกเรานะครับพี่เอิร์ท Adดapter Digital Group นั่นเองครับ สวัสดีครับพี่สวัสดีครับ

3:08 >> โอ้น่าสนใจมากนี่ผมดูธีมวันนี้ The Structural Shift >> ใช่ >> การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง >> โครง ผมให้พี่เอิร์ทช่วยเกริ่นสักนิดนึงเมื่อ กี้ผมเกริ่นไปแล้วะเพราะว่าผมได้อ่านโพ ก่อนแล้วผมก็รู้สึกว่าจะเป็นครั้งแรกๆเลย ที่ >> ผมรู้สึกว่ามันใกล้ตัวเรามากๆแล้วก็เป็น เทรนด์การตลาดที่อยู่ติดกับผู้บริโภคที่ มีการเปลี่ยนแปลงอ >> ลงระดับถึงจิตใจของพวกเราทำไมพี่เอิร์ถึง ตั้งชื่อนี้ครับ >> อจริงๆพอเราไปเค้าเรียกผูกเรื่องทั้งหมด ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นบ้างและไอ้สิสิ่งที่ เกิดขึ้นน่ะจริงๆอะไรมันคือตัวหลักที่ขับ เคลื่อนสิ่งเนี้ย >> อือ >> เราเจอ 2 มุมที่มันน่าสนใจมากๆคือเรื่อง Trust กับ AI แยกแยกส่วนกันด้วยนะ

3:54 >> มันก็เลยกลายเป็นหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Consumer อ่ะเปลี่ยนเ้าเรียกวิถีชีวิต หรือการใช้ชีวิตไประดับนึงเลยคือเปลี่ยน เร็วมาก >> และ 2 พอผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนวิถีชีวิต ความเชื่อมุมมองอ่ะ >> อือ >> มันก็มากระทบกับแบรนด์ >> เพราะถ้าแบรนด์ยังเหมือนเดิมอครับ >> ก็จะไม่สอดคล้องกับเเรียกว่าวิถีชีวิตของ คนที่มันเปลี่ยนไปแล้วเรามาเริ่มเปิด เรื่องนี้ก่อนว่าจริงๆเท่าที่ไปไล่ดูจาก หลากหลายเอ่อข้อมูลนะครับ >> ครับ >> ปี 2026 คือปีที่ทุกคนพูดตรงกันว่าการ ตลาดอ่ะมันจะต้องกลับไปสู่โลกของความจริง >> อื >> คำว่าความจริงในที่นี้ก็คือ value ที่แท้

4:39 จริงของสินค้าหรือบริการหรือแบรนด์นั้น มากกว่าแค่ใส่แต่งแต้มสีสันให้มันน่าสนใจ >> ซึ่งคีย์อันนี้มันเปลี่ยนมาจากว่าพอ เศรษฐกิจไม่ดี >> ความคาดหวังของคนน่ะมันสูงขึ้นฉะนั้นพอ ความคาดหวังของคนมันสูงขึ้น >> ฉันต้องใช้เงินทุกบาทให้มันคุ้มค่าเนาะ ฉะนั้นแบรนด์ก็เลยต้องสร้างคุณค่าอย่าง แท้จริง >> อันนี้คือคีย์ที่เป็นเา้าเรียกว่ารีซet ของตัว Marketing ในปี 2026 นะครับ >> แต่ความน่าสนใจกว่านั้นก็คือว่าเราไปไล่ ดูสิ่งที่เรียกว่า Global Structural Shift >> อ >> อะไรที่ส่งผลกับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครง สร้างระดับโลกบ้าง >> ปรากฏว่ามันมีอยู่ 4 เรื่องสำคัญ >> ครับ >> เรื่องแรกที่เราคุยกันไปเลย

5:24 >> Trust >> อื >> ตอนเนี้ยสำคัญไม่แพ้กว่าการเค้าเรียกรู้ จักคนแต่ละคนด้วยซ้ำ >> ฉะนั้น >> Trust ตอนนี้จะกลายเป็นเ้าเรียกว่า N Star ใหม่ของทุกแบรนด์ที่ทำการตลาด >> อ่าและรวมถึง Event Creator ด้วยซ้ำ >> นะครับ >> เรื่องที่ 2 อันนี้ศัพท์ใหม่นิดนึงชื่อ ว่า AI Abundance >> อันนี้เดี๋ยวเรามีขยายความในใน Section ต่อๆไป >> แต่ AI Abundance อ่ะคีย์ของมันก็คือว่า การที่เรามี content ที่ถูก Generate จาก AI ในจำนวนมหาศาล >> จริง >> จนมากเกินกว่า Consumer จะรับไว้ >> อเพราะว่ามันเหลือเฟือเหลือเฟือเกินไป ฉะนั้นเนี่ยสิ่งเนี้ยเลยกลายเป็นตัว เปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างระดับโลกตัวนึง นะครับ >> ตัวที่ 3 Interoperability อื

6:11 >> คีย์อันนี้มันไม่ใช่จำกัดแค่เรื่องของการ ที่data้าเชื่อมคุยกับหรือ AI เข้าใจ data ละ >> แต่ AI ที่เข้าใจ AI เอง >> อ๋อ >> ก็เป็นเรื่องของโลกของ Inoperability เหมือนกันฉะนั้นสิ่งเนี้ยก็เลยสำคัญเป็น Collect Global Soft G Shift ที่เรา จะคุยกันวันนี้ >> คือผมได้เคยได้ยินคำเนี้ยเมื่อปลายปีที่ แล้วที่บอกว่าตอนเนี้ยทุกระบบเนี่ย data มันต้องเชื่อมสมมุติเรามี CRM เรามี ERP แล้วเราต้องไปเชื่อมกับโซเชียล Media ของ ข้างนอกรวมถึงระบ >> ถ้า data มันไม่เป็นไอ้คำ operability เนี่ยก็จะทำให้เราไม่สามารถ ทำงานได้ >> ซึ่งวันนี้กลายเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นแล้ว AI มันคือ forward ขึ้นมาเป็นเรื่องของ AI ที่ต้อง interoperability

6:59 >> อ่าแล้วก็สุดท้ายผมว่าอันนี้น่าสนใจมากก็ คือว่า >> เมื่อก่อนเราบอกว่า Invest ดิจิอลเยอะๆ หมายถึงทำแต่ประสบการณ์ดิจิตัลอย่างเดียว ก็โอเคแล้ว >> แต่ตอนเนี้ยพอโลกมันเต็มไปด้วย digital content ที่ถูกสร้างทั้งด้วยมนุษย์และ AI อ่ะ >> คนก็เลยเริ่มโหยหา >> เขาเรียกประสบการณ์จริง >> ความสัมผัสจริงๆจากเขาเรียกว่า Offline Experience >> ฉะนั้น Experience มันก็เลยต้องถูก เปลี่ยนเป็นเา้าเรียกว่า Hybrid Consumer Experience อ >> อ่าเนี่ย >> 4 Structural Shift ที่น่าสนใจของปี 2026 >> คือฟังมาทั้งหมดผมคิดว่าทุกคนเห็นด้วยหมด เลยคือจริงหมดเลยคือสมมุติตั้งแต่ต้นปีมา 2025 5 เนี่ยเราคุยกันเรื่อง AI เยอะ มาก >> อื >> เราคุยกันเรื่องดิจิตอลเยอะมากเราคุยว่า

7:44 จะไปสุดเลย >> ใช่นั่นแหละ >> แต่กลายเป็นว่าพอผมรู้สึกมาช่วงปลายปีทุก คนแบบกูไม่เอาแล้ว >> เฟสเนาะ >> กูไม่เอาแล้ว >> เค้าเรียกว่าอยู่ในช่วง >> เออคือแบบพอแล้วอ่ะหลายคนมีคำว่า AI Detox Digital Detox >> แต่ไม่ได้หมายความว่าเราปฏิเสธนี่เอก็เลย ใช้ว่า Hybrid Customer Experience >> ใช่ครับ >> เออน่าสนใจทั้งอัน >> อ่าทีนี้เลยอยากมาแตะเรื่องนี้ก่อนเริ่ม ต้นเป็นจุดเริ่มต้นคือ great resีetที่ สุดของปี 2026 อ่ะที่บอกว่าทำไม Trust ถึงสำคัญด้วยซ้ำอ่ะ >> อือ >> เพราะ AI Abundance ที่บอกมันทำให้เกิด ปรากฏการณ์ที่เรียกว่า System Collapse แปลว่าอะไรปรากฏการณ์ที่ AI ผลิตทุกอย่าง ได้เร็วมากๆเกินกว่ามนุษย์จะรับไหว >> จนทำให้มันมีผลกระทบกับ Customer Journey

8:32 >> อืจริง >> กระทบยังไง 1 สมมุติเรามองว่าเวลาคนน่ะ เท่าเดิมครับ >> แต่ตอนเนี่ย content มันถูกผลิตเพิ่มขึ้น มาบวกเป็น 1000% >> เพราะแน่นอนว่า AI มัน generate at scale เนาะ >> แล้วที่สำคัญปีเนี้ยจากหลากหลาย report บอกว่า AI Generate Content น่ะมันมาก กว่า Human Generate Content แล้วซึ่ง นั่นแหละมันก็เลยเป็นตัวองค์ประกอบที่ทำ ให้ภาพเนี้ยมันเป็นจริงขึ้นซึ่งแน่นอนก็ คือว่าไม่ว่าจะเป็นรูปวีดีโอหรือรีวิวอ่ะ มันถูกผลิตด้วยความเร็วเหนือเสี่ยงเนาะ แป๊บเดียวมันก็คือเสกออกมาได้หลากหลาย คent ฉะนั้น dem หรือเรียกว่า attention เนี่ย มันไม่เท่ากับsuppัlyคือ content มัน >> เยอะเกินไปผู้บริโภคมีทางเลือกมากเกินไป

9:20 จนทนไม่ไหว >> เออเลือกไม่ไหว >> อ่าเลือกไม่ไหวมันก็เลยกลายไปเป็นตุ่ม 2 ก็คือ customer journey มัน collapse มันเกิดปรากฏการณ์นี้ได้ยังไงก็คือ 1 AI เป็นตัวคัดเลือกตัวเลือกแทนมนุษย์ >> อ >> Google AIO คือ Google AIO View ลอง สังเกตเวลาเราไปคีย์อะไรแล้วมันเขียนสรุป อย่างเดียวให้เราเราไม่ต้องคลิกดูต่อ >> ใช่แล้วเราก็จะอ่านอันนั้น >> นั่นน่ะเรียกว่า filtering >> ออ >> อ่า 2 recommendation แนะนำเลยเหมือนกัน เหมือนเมื่อสักครู่ที่เราคุยกันเลย >> ให้แนะนำตัวไหนดี >> ก็จะแนะนำตัวนี้ด้วยเหตุผลซัพพอร์ตต่างๆ มากมาย >> แต่ตัวที่หายไปล่ะ >> อ่าและตัวที่ 3 AI Automation ตัดสินใจ แทน >> ตอนนี้บางส่วนของ AI สามารถอutโต้เค้า เรียก subscription สิ่งที่เราเคยซื้อไว้ หรือแม้กระทั่งตอนเนี้ยมีตัวฟีเจอร์ใหม่

10:06 ของเอ่อตัวที่เป็น Open AI ที่สั่งซื้อ สินค้าได้เองเลยก็มีแล้วนะครับ >> ทีนี้ >> เส้นทางการซื้อลองสังเกตมันเลยลดจากหลาก หลายขั้นตอนมากๆอ่ะเหลือแค่ 1 พร้อม >> โอจริง >> 1 พร้อมเลย Open AI ล่าสุดที่เมื่อกี้ บอกว่า X กับ Shopify เนี่ยคำสั่งเดียว เสิร์ชสินค้าให้ compare สินค้าให้อ >> brow สินค้าให้ >> ช้อปสินค้าให้ >> จริง >> อ่ะพร้อมอื >> เนี่ยอันเนี้ย >> กระทบเ้าเรียกว่า Great Reset >> อือ้าใหญ่อ่าอันนี้คือคีย์นึงที่เป็นจุด เปลี่ยน >> ครับ >> ซึ่งๆอันนี้ในเมืองไทยมีหรือยังครับไอ้ไอ ตัวที่เป็น >> ใช้ >> อ่า >> AI ไปผสมกับแพลตฟอร์มที่เป็นeคอมเมซ >> ตอนเนี้ยตอนเนี้ยตัวที่เช่น Open AI อ่ะ ครับเขาเริ่มเปิดอันที่ให้สำหรับแบรนด์

10:53 Merchant น่ะเริ่มเข้ามาสร้าง Experience ของตัวเองแต่ยังเป็น selected partner only >> อ๋อครับ >> แต่ไทยคิดว่าเดี๋ยวกำลังจะมีเข้ามาเร็วๆ นิด >> อโอเคแต่เห็นเลยว่าตอนนี้มันใช้คำว่า System CAP เนี่ยถูก >> คือความมั่นคงที่อยู่ระบบที่เคยใช้มันมัน เปี่ยจะเห็นมั้ว่าเออมันรู้สึกบางอย่าง ว่าเฮ้ยเออว่ะจริงเพราะเราเริ่มมี พฤติกรรมแบบนั้นและเราทำแบบนั้นจริง >> อ่าฉะนั้นเดี๋ยวเราจะเริ่มปูมาด้วยสิ่ง แรกก่อนที่เมื่อกี้เกริ่นเอาไว้ก็คือว่า >> Consumer เค้าเปลี่ยนไปยังไง >> อื >> เอ่อสิ่งเนี้ยเราวิเคราะห์มาจาก 3 Cultural Driver Cultural Driver ใน ที่นี้คืออะไรเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก >> ที่ทำให้เกิดแต่ละศัพท์เทรนด์ของ Consumer

11:40 ขึ้นครับ >> เอ่อ Cultural Driver 3 ตัวได้แก่ Tangible Joy ในที่นี้ก็คือความสุขที่ มันจับต้องได้จริงอ่ะจับต้องสัมผัสรู้สึก ได้จริงๆเนาะ 2 >> Proof and Transparency >> อันนี้มันวิ่งกลับไปที่ trust อีกละ >> คนเริ่มสนใจความจริงที่พิสูจน์ได้จริง >> มากกว่าแค่ฉาบฉวยให้สวยงามหรือบอกเล่าให้ สนุก >> นะครับสุดท้าย Nonline living ผมว่าสิ่ง นี้น่าสนใจพของมนุษย์น่ะเอ่อเรียนจบแต่ง งานมีลูกเกษียณน่ะมันเบรกเรียบร้อยแล้ว >> ไม่มีแล้ว >> มันไม่มีอีกแล้วฉะนั้นไ part มันถูกเขียน ขึ้นใหม่เลย 100% ฉะนั้นคีย์ 3 อันเนี้ย เลยกลายเป็นเ้าเรียกว่า cultural driver

12:26 ที่ทำให้เกิด 6 force ก็คือศัพท์ customer trend 6 เรื่องเดี๋ยวเราไป กันทีละได้ครับแต่จะเห็นว่าไอ้ 3 อย่าง แรกที่เมื่อกี้เป็น Cultural Drivers เนี่ย >> ผมว่าทุกคนฟังแล้วพยักหน้า >> หมดเลยนะ >> คือคือมันแบบต้นปีผมว่าเรายังไม่เห็นชัด ขนาดเนี้ยแต่ว่าตอนนี้เห็นชัดมากทั้งแบบ คนรู้สึกว่าอยากจะหาความสุขที่เป็นความ สำคัญที่จับต้องได้ >> ได้จับมือคนที่เรารักได้กินข้าวมองตากัน >> หรือเรื่องของ truth นี่ชัดเจนมากเดี๋ยว คงมีรายละเอียด >> หรือว่า nonline living เอาง่ายๆผมว่า เด็กใหม่ๆเจนใหม่ๆเนี่ยก็จะมีความฝัน >> อยากเกษียณ 35 >> 40 >> อะไรอย่างเงี้ยคือมันเหมือนทุกอย่างมัน ไม่จำเป็นต้องเป็นตามแพทเทิร์นแล้วหรือคน เกษียณแล้วไปเปิดstartอ >> เออจริง >> เนี่ย >> คนเกษียณแล้วกลับไปเรียนหนังสือ

13:13 >> หรือว่ามีสุขภาพที่ >> กลับไปเหมือนเด็กอีกครั้งถูก >> อือ >> จริงมากอ่ะไปทีละอันเลยครับ >> อ่าทีละอันเปิดเรื่องนี้ซึ่งจริงเคยพูด ไว้ใน CMIT ละแต่ยังเป็นเรื่องที่อยู่และ ใหญ่ก็คือ >> Vanishing Middle ในที่นี้คือโลกของผู้ บริโภคปี 2026 อ่ะ >> ครับ >> segment ตรงกลางมันจะหายไป >> อวสาชนชั้นกลางเหรอครับ >> ชอบมาก >> พออ่านแล้วเฮ้ยนี่มันอวสารผู้บริโภคชั้น กลาง >> ถูกซึ่งเอาจริงๆมันไม่ผิดมันถูกแต่แค่ว่า >> คำว่าอวสารของเขาอ่ะคือ >> ถ้าคุณไม่ลงกลับไปกลุ่มที่เป็นmasสอ >> คุณก็เขยิบขึ้นไปเป็นพรีเมี่มจริงๆคีย์ ของมันเป็นแบบนั้นไม่ใช่หายแบบ disaring อคือเดี๋ยวพงพี่เอิร์ดคงอธิบายต่อคือไม่ แพงไปเลยรักชูไปเลย

13:59 >> ก็แบบว่า value for money ที่ถูกต้อง เลยถูกต้องเลยซึ่งเขาเลยใช้คำว่า KFUR >> KF ทำไมถึงเป็นKชฟก็คือตัว I กับตัว เนี้ยมันวิ่งไม่เหมือนกันเลยมันวิ่งกันคน ละเส้นทางอ่าประมาณนั้น >> อครับ >> อันนี้เล่าทีละเรื่อง >> ได้ครับ >> ความน่าสนใจคือเรื่องแรกก่อน >> Premium Escape Spending >> อื >> คนจริงๆตอนเนี้ยยอมลดค่าใช้จ่ายของจำเป็น ในชีวิตแต่เอาไปจ่ายในสิ่งที่ให้อะไร Join Escap เก็บ convenient หรือstatตัสแปล ว่าอะไร >> จริง >> ของจำเป็นน่ะฉันอาจจะเช่นลดfreีquนcyการ ซื้อลดไซส์ >> ลดเ้าเรียกว่าลดแบรนด์ลงนิดนึง >> แต่ถ้าของที่เ้าเรียกสปารkจอยเราอ่ะ >> ออ

14:45 >> ทำให้เรารู้สึกว่ามันสะดวกกับชีวิตเราอ่ะ หรือทำให้เรารู้สึกแบบ >> ดีหรือ event ให้เค้าเรียกว่าสเตตัสเราดู ดูดีอือ >> พวกเนี้ยคนยังซื้ออยู่ >> โอ >> ฉะนั้นยิ่งเครียดก็ยิ่งอยากไปเอาใจตัวเอง อันนี้คือคีย์ของ premium escap spending >> คีย์ที่น่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือว่า ประเทศในแถบเอเชียเป็นประเทศที่คนยิ่ง เครียดยิ่งสเปน แต่สเปนในกลุ่มที่บอกนะฉะนั้นเราเลยเริ่ม เห็นสัญญาณที่บอกว่าเอ้ยทำไม Essential Product คนซื้อน้อยลง FMCG มันเริ่มตก แต่จริงๆคนน่ะเอาไปเปยของแบบนี้ >> อผมผมเข้าใจคือในอดีตเวลาเราพูดเรื่องการ สเปนน่ะมันจะเท่ากันถูกว่าฉันซื้อแก้วฉัน

15:31 ซื้อเสื้อผ้าฉันซื้อรถฉันไปกิน >> เท่ากัน >> แต่ตอนเาเลือกว่าอันไหนอ่ะขอถูกสุดๆ >> ถูก >> อันไหนเนี่ยฉันรู้สึกว่ามันเป็นความสุข ที่สุดเช่นขอกินของดีๆบุฟเฟ่ต์แบบว่า พรีเมี่ยมเลย >> ก็จะยอมจ่ายถูกเลย >> มันก็เลยมีเนี่ยรายการในคy message ของ The Standard จัดคุณออฟพlyวุฒจัดอะไรนะ >> อ >> ชีวิตติดแกรมแต่เงินบัญชีติดลบเห็นอยู่ เห็นอยู่เลยเห็นอยู่เลยบางทีคำว่าแกรมของ แต่ละคนไม่เหมือนกัน >> ถูกต้อง >> แบบซื้อง่ายแต่จ่ายไหวมั้ยไม่รู้นะครับ >> ฉะนั้นก้อนๆเนี้ยที่น่าสนใจอีกอันนึงนอก เหนือจากประเทศในแถบเอเชียรวมถึงไทยอ่ะ ที่บอกว่ายิ่งเครียดเรื่องเงินเศรษฐกิจ ไม่ดีอ่ะยิ่งไปเปกับสิ่งเหล่าเนี้ยอือ >> เจนซีเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เป็นแบบนี้

16:17 >> อ่าเทียบกับคนกลุ่มอื่นนะครับอันนี้ เรื่องแรกของ Premium Except Spending >> เรื่องที่ 2 ผมว่าอันนี้ก็น่าสนใจ >> อือ >> Micro Luxury Moment ในที่นี้คืออะไร คือว่ายอมยอมจ่ายเพื่อความหรูในขณะขนาด เล็กลงอ่ะ >> อื >> แต่ความหรูนั้นน่ะมันเข้าถึงได้แล้วเติม ความสุขให้เราได้ทันที >> อ๋อ >> เช่นผมยกตัวอย่างก็คือเดิมเราเคยซื้ออุ๊ย กระเป๋ารองเท้าเต็มไปหมดเลย >> ตอนนี้ขอแค่พวงกุญแจพวกนึง >> จริง >> ซึ่ง >> จริง >> แต่ฉันยังอยากได้ของพรีเมี่มนะยังของ แบรนด์เนมนะ >> มันรู้สึกดีๆประมาณนั้นถ่บางคนขอแค่ กระเป๋าผ้า >> ที่มีแบรนด์นั้นน่ะ >> ใช่ >> แค่นั้นก็แฮปปี้แล้ว >> เสื้อบางตัวขอโลโก้เล็กๆเป็นแบบอีก เวอร์ชั่นนึงที่ราคาต่ำกว่าปกติ 3 เท่า อย่างี้ใช่ใช้เลยฉะนั้นอะไรเริ่มขายดีผ้า

17:05 พันคอ >> ไม่ซื้อกระเป๋าเออซื้อผ้าพันคอแทนอย่าง เงี้ยยกตัวอย่างหรือว่าอะไรที่ไซซิ่งเล็ก ลงเช่นเขาออกเ้าเรียกว่า travel siซzออก มา >> อื >> พวก beuty นะ >> ใช่หรือว่าอ่าแirmสน้ำหอม air ล่าสุดก็ คือ travel s kit >> อย่างเงี้ย >> ออจริงวันก่อนผมไปดูแบรนด์ไทยนี่แหละเป็น แบรนด์น้ำหอมแบบบูทiqueดีๆหน่อย >> ก็มีไซส์ปกติใช่แล้วก็มีไซส์แบบ 5 มล. นั่นแหละนั่นแหละเนี่ยไคร luuxury >> บอกว่าเอ๊ะจะฉีดแล้วมันจะใช้ได้กี่วัน เนี่ยออมันมีความสุขของเา >> ใช่ๆถูกต้องอีกอันนึงที่ต่างอย่างสิ้น เชิง 2 กลุ่มแรกเราพอเห็นแล้วว่าอ๋อคน กลุ่มพรีเมี่มอ่ะ >> อ๋อเขาใช้จ่ายประมาณนี้เนาะ >> อ >> แต่คนกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของประเทศคือ เรียกว่า Mas and Consumer กลุ่มเนี้ย

17:51 เรียกว่าเป็นกลุ่มที่เป็น Value Stacking Mindset >> อื >> Value Stacking Mindset ไม่ได้มองแค่ ของราคาถูกนะ >> ครับ >> แต่มองว่ามันให้คุณค่าในหลายมิติหรือ เปล่า >> โอ >> ในที่นี้คืออะไรเช่นของชิ้นเนี้ยซื้อมา แล้วเค้าเรียกว่านอกจากได้ราคาที่เทียบ กับราคาที่ต้องจ่ายเพิ่มในจำนวนที่เท่า กันน่ะได้ราคาที่ดีกว่า >> ตอบโจทย์ฟังก์ชันมั้ยตอบโจทย์อีชัมคือมัน มีความคุ้มค่าในหลากหลายมิติ >> อ่าอันเนี้ยเรียกว่า value sacking mind มันไม่ใช่แค่ถูกๆ >> ฉะนั้นคีย์ตอนนี้ก็เลยต้องเริ่มเข้าใจว่า คำว่า Value สำหรับกลุ่ม Mend มันเปลี่ยน นะ >> เปลี่ยนจริง >> อ่าเพราะว่าความคาดหวังเขาสูงขึ้นไง >> ผมนึกถึงกาแฟเลยอ่ะกาแฟSpecicialี้แต่

18:37 ราคา 50 บาทอ >> อื >> คือก็เออราคาถูก >> แล้วก็ยังเป็น Special ในความรู้สึกเรา แล้วก็แบรนดิก็ดูดี >> ใช่นี่แหละนี่แหละเนี่ยอย่างเงี้ยอันนี้ คือตัวอย่างที่ดีมากแล้วก็กลุ่มบริษัทเ้า เรียกว่า FMCG ทั่วโลกคือที่ผลิตสินค้า อุปโภคบริโภคอ่ะเลยเริ่มหันมาสนใจคนกลุ่ม นี้ >> ออ >> เลยมองหาโดักที่มันเป็นเค้าเรียกว่า bundle mult หรือ refel >> เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นอ่าเนี่ยอัน นี้คือคีย์ที่น่าสนใจของ valueing mindset >> ครับผม >> กลุ่มแรกจบไปละ >> อื >> กลุ่มที่ 2 อันนี้น่าสนใจกว่า >> ครับ >> Creator Gamble >> ในที่นี้ Creator Gamble ในที่นี้คือตอน

19:23 นี้เราใช้ครอรมันเหมือนเสี่ยงดวงอ่ะ >> ดีหรือไม่ดีก็ไม่เนา >> อือๆ >> ฉะนั้นตอนเมันก็เลยอยู่ในจุดที่เป็นเ้า เรียกว่า Paradox of Trust >> ครับ >> เพราะคนน่ะผู้บริโภคอ่ะครับเชื่อคนกันเอง มากกว่าแบรนด์ถูก >> ถูกถูกๆ >> แต่อย่าลืมว่าคนที่ดังหลายคนน่ะเชื่อถือ ได้น้อย >> อ้าจริง >> อ่ะอันเนี้คือเรื่องที่น่าสนใจมาก >> คือคือผมจำได้ผมคุยกับพี่เอิร์ทมามาตั้ง แต่ 3-4 ปีเนาะ >> อ >> คือมันชิฟจากการเชื่อแบรนด์หรือว่าพวก สถาบัน >> ใช่ >> ไปคนมากขึ้นคือความจริงใจออเทนติกถ >> ถูก >> แต่ตอนเนี่ยไอ้เทรนนี้มันก็เดินต่อ >> ถูก >> คือไอ้คนนั้นน่ะเชื่อถือได้จริงหรือเปล่า >> อืถูกต้อง >> ซึ่งเทรนด์เนี้ยมันเลยเกิดสิ่งนึงชื่อว่า

20:09 Authority Gap แล้วก็ Rise of Real Expert ในที่นี้คืออะไรกลุ่มที่เป็น Real Expert เช่น >> แพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือแม้กระทั่งผู้ เชี่ยวชาญด้านการเงิน >> อือ >> จริงๆ 2 category เนี้ยเป็น 2 แคอรีที่ กระทบที่สุดก็คือเอ่อFแนนแล้วก็ Heth เนาะ >> ครับ >> จะเริ่มกลับมามีบทบาท >> เหตุผลเพราะว่าเรากำลังอยู่ในยุคทั้ง AI แล้วก็ Miss Information >> คู่กันไว้นะ 1 AI ที่ Generate Content ที่จริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้กับ 2 Miss Information จาก Quack Fluencer ในที่ นี้คือคนที่ไม่รู้จริงแต่มีคนตามเยอะ >> เสียงดังฉะนั้นมันก็เลยทำให้เกิด ปรากฏการณ์นี้ขึ้น >> ฉะนั้นสุดท้ายผู้ฟังอ่ะต้องการความรู้

20:54 จริงที่พิสูจน์ได้ >> อือื >> เนี่ยอันนี้คือ keying ที่น่าสนใจมากๆของ เรื่องนี้ฉะนั้นคีย์ตอนเนี้ยเขาบอกว่าโลก ของcreเorอรมันจะกลับมาที่ real expert คือตัวจริงมากขึ้น >> อ >> คนที่ไม่จริงคนจะเริ่มเอ๊ะกันเยอะละ >> ซึ่งเอาจริงๆอย่างที่เมื่อกี้บอก Heth กับ FIN อ่ะในหลายประเทศเขาเริ่มมีกฎหมาย มาบังคับใช้แล้วใช่ว่าคุณต้องสอบผ่านอะไร ก็แล้วแต่ตอนนี้ไทยยังไม่เห็นความเคลื่อน ไหวนี้เนาะ ในในฐานะผมเป็นครเตอร์ผมว่าควรมีนะ >> ถึงควรมีมากโดยเฉพาะเนื้อหาที่ค่อนข้าง เนี่ย >> ถูก >> มีความเกี่ยวข้องกับสุขภาพ >> เกี่ยวข้องกับการความเสี่ยง >> จริง >> เนี่ยเช่นเรื่องของการเงิน >> เรื่องของสุขภาพ

21:40 >> เห็นด้วย >> พวกเนี้ยคือจำเป็นมากนะ >> ทีเนี้ยถามว่าแต่roomมของกลุ่มที่เป็น เอ่อ Influencer อ่ะยังไปอยู่กับ produc แบบไหนได้ >> ก็คือกลุ่ม product ที่เป็นเ้าเรียกว่า Experience Service >> อือ >> ในที่นี้คือว่าที่ไม่ต้องอาศัยความรู้ ความเชี่ยวชาญมากแต่สัมผัสได้ด้วยตัวเอง เช่นอะไรบ้างฉันไปกินอาหารร้านเนี้ยอร่อย มั้ย >> ฉันไปดูหนังเรื่องเนี้ยสนุกมั้ย >> หรืออะไรก็แล้วแต่ที่มันเป็นรีวิวเชิงแบบ ไม่ต้องอาศัยเ้าเรียกว่าเทคนิคalสูง >> อือก็ยังไปได้ >> แต่ถ้าfinanนciกับ health เขาเรียกว่า Creedence Service >> อ๋อ >> ต้องปล่อยเป็นหน้าที่ของ Expert >> โอ้เข้าใจแล้วแสดงว่าไอ้การเติบโตของ Influencer >> ยังไปต่อได้่อได้ >> ถ้าเกิดอยู่ใน category ที่เป็นแบบพูดตรง

22:27 ๆคือใครๆก็สามารถรีวิวได้อ Experience Service เรียกว่า Experience Service >> แล้วแล้วความแตกต่างเรื่อง Trust ยังมี อยู่มั้ยครับใน >> Trust ยังมีอยู่เหมือนกันก็คือว่าสุด ท้ายEvวentอย่างที่บอกว่าเราไปลองกินอะไร แล้วอร่อยหรือไม่อร่อยแบบที่เราเค้าเรียก อะไรนะเรารีวิวแบบด้วยประสบการณ์เราเอง อ่ะ >> ความน่าเชื่อถือของคุณน่ะมีแค่ไหนด้วย เช่นไม่ใช่การรีวิวนั้นไปโจมตีคนอื่น >> หรือการรีวิวนั้น >> เป็นการรีวิวเชิงบวกในที่นี้คือพูดคอมเมน เพื่อให้เขาไปแก้ไข >> อ๋อ >> อย่างเงี้ยยกตัวอย่าง >> เออเพราะฉะนั้นใครจะเป็น influencer นี้ ผมว่าเป็นเป็นไกด์ไลน์ที่ดีนะ >> เพราะว่าผู้บริโภคหรือนักการตลาดเขาจะชิ มา >> ตามหาความจริง >> เนี่ยมันต่อเนื่องกันเลยชื่อว่า proof bra infence ในที่นี้ก็คือว่า >> ผู้บริโภคอ่ะเริ่มเชื่อผลลัพธ์ที่พิสูจน์

23:14 ได้รีวิวที่ตรวจสอบได้จริง before after เนี้ยจริงเปล่าไม่ใช่ before after คือ อันนึงถ่ายอะไรใส่แสงอีกถ่ายไม่ใส่แสง อย่างเงี้ยยกตัวอย่างและรวมถึงไม่ได้ เชื่อเรื่องภาพสวยหรือพวกเ้าเรียก content อย่างเดียวนะครับทีเนี้ยสิ่งเนี้ย credible อ่ะมันเลยเริ่มเปลี่ยน definition >> ครับ >> แปลว่าอะไรชื่อเสียงยาวนานหรือภาพลักษณ์ อ่ะมันไม่ได้น่าเชื่อถืออีกต่อไปแล้วใน ยุคเนี้ย >> อันนี้น่าสนใจมากนะเบอกว่าน่ากลัวด้วย >> Event Legacy brรนที่มีชื่อเสียงมา อย่างยาวนานไม่ได้แปลว่าคุณน่าเชื่อถือ อีกต่อไปแล้วในยุคอืเชื่อหลักที่ตรวจสอบ ได้จริง >> โอ้ >> อ่าอันนี้คือคีย์ใหญ่ที่เกิดสิ่งเนี้ยอ

24:00 >> มาจาก category ที่เป็น beuty >> อ๋อ >> เพราะ beuty เมื่อก่อนมันเป็นการเคลมล้วน ชื่อเสียงล้วนเนาะมันไม่ได้มีเ้าเรียกว่า >> proof base หลายๆอย่างที่ออกมาแต่ลอง สังเกตว่าเครื่องสำอางยุคนี้ที่ขายดีอ่ะ เป็นเครื่องสำอางที่มีผลวิจัยรองรับ >> ถูกต้องแล้วใช้แล้วเห็นผลจริง >> อ่ามีเ้าเรียกว่า >> proof base ค่อนข้างสูง >> อ >> จริงๆอีกตัวอย่างนึงที่น่าสนใจเช่น Kudy ของแคมเปญชื่อ Verify อ่ะ >> คนชอบเอาวาซลีนไปใช้โน่นใช้นี่เป็นเค้า เรียกว่าวาซลีนแฮกเนาะ >> เช่นเอาไปทาหน้ากล้องทาปากเอ่อทาหน้าก่อน นอนแล้วจะตื่นมาหน้าใสอะไรก็แล้วแต่อ่ะ เอาจริงๆมันมีทั้งจริงไม่จริงอ่ะ

24:46 >> อื >> ตัววาซลีนก็เลยจ้างคนน่ะมาทำเค้าเรียกว่า verify ให้เลยว่าไอ้ Content ที่เผยแพร่ อยู่ในออนไลน์ทั้งหมดเนี้ยตัวไหนจริงหรือ ไม่จริงบ้างเป็นแคมเปญที่ดีมากเพราะคน ต้องการproส >> เออ >> ดีเนาะแล้วอันนี้ผมว่ามันจะกลับไปตั้งแต่ คำแรกที่พูดในตอนนี้เลย value >> ถูกต้อง >> คือเขาต้องการ value คุณค่าที่ real value >> ถูก >> เป็นที่ดีนะ >> ใช่ครับ >> เทนที่ดี >> อีกอันนึงจริงๆสิ่งที่อยากบอกเหมือนกันก็ คือว่า Multiformat influence TikTok กับ YouTube เนี่ยเอาจริง อย่าไปถมทุกอย่างลงบนchชannelเดียว >> อือ >> จริงๆสิ่งที่ TikTok ทำได้ดีคือ short and easy to understand >> คือแปลว่าอะไรมันสั้นแล้วมันเข้าใจง่าย

25:32 >> อื >> แต่ถ้าคนอยากได้อะไรที่อยากเข้าใจมันลึกๆ อยากเค้าเรียกให้ข้อมูล >> ครับ >> คนยังเลือกไปดู YouTube อยู่ดี >> อ๋อ >> อ่าเพราะ YouTube มันเป็นรองฟอร์มที่น่า เชื่อถือต้องแบบนี้ฉะนั้นเ้าเรียกว่า Multiformat Inference คือการใช้ร่วม กันน่ะ Format ร่วมสำคัญมากเช่นคุณเด้วย หรือด้วยก็แล้วแต่ >> แต่คุณต้องดึงเข้ามาดูอะไรที่มันยาวขึ้น >> เพื่อให้มันเข้าใจมากขึ้นมีเหตุผล ซัพพอร์ตมากขึ้นฉะนั้นวิธีคิดตอนเอาจจะ ต้องลองใช้วิธีแบบนี้อย่าไปยึดติด แพลตฟอร์มเดียวเพราะเอาจริงๆเทียบเราอ่ะ >> กว่าเราจะตัดสินใจอะไรอย่างหนึ่งได้เราก็ ดูหลากหลายแพลตฟอร์มเหมือนกันจริง

26:18 >> เพราะฉะนั้นตอนนี้มันไม่มีแล้วว่าอันนี้ ต้องทำคลิปคั้นอย่างเดียวอันนี้ทำคลิปยาว ต้องทำควบคู่เเรียกmultiฟนแต่ทั้งนี้ทั้ง นั้นต้องทดลองหมายถึงว่าแบบไหนให้ผลดีที่ สุดกับคุณอ่าครับผม >> จบเรื่องที่ 2 นะฮะ Paradox of Trust จบไปเสร็จเนี่ยแหละมันมาสู่เรื่องที่ 3 ซึ่งก็น่าสนใจเช่นกัน >> อื >> 2026 จะกลายเป็นยุคที่เรียกว่า Great Escape ในที่นี้คือคนเริ่มรู้สึกฉัน เบื่อกับอะไรที่มันไม่จอยอย่างแท้จริงอ่ะ >> มันก็เลยจะกลับไปสู่ยุคที่เรียกว่า The Joy Rong >> อ >> การเกิดใหม่ของความสุขแบบมนุษย์อย่างแท้ จริง >> คืออะไร >> อื >> ที่ผ่านมาครับ >> ครับ >> สิ่งที่เกิดขึ้น 5 ปีที่ผ่านมาเนาะ >> หลังโควิดอ >> ใช่เอ่อเศรษฐกิจไม่ดีโควิดเกิด cultural

27:06 burn out เพราะคนต้องทำงานแบบเพราะ เศรษฐกิจมันไม่ดีเนาะแถม AI ที่เราคุยกัน เมื่อวัยพิบัติถูกเกิดขึ้นเยอะขึ้นสงคราม อีก >> ฉะนั้นคนมันอยู่ในยุคที่แบบอารมณ์ตัวเอง อ่ะไม่ไม่โอเคอแล้วสิ่งที่ตอนช่วยกระตุ้น อารมณ์ตัวเองของคนมีแค่โซเชียล media ที่ ให้โดีน >> ก็คือโดพามีนที่มันมาสั้นๆน่ะแล้วเราก็ ต้องการต่อไปอีกต่อไปอีกอ่ะ >> ไถๆไปเรื่อย >> ใช่สุดท้ายคนมันก็เลยต้องการอะไรที่เป็น ความสุขที่แท้จริง >> อื >> ความสุขที่จับต้องได้เพราะมันคือโครง สร้างพื้นฐานทางอารมณ์ของผู้คน >> ว้า >> อ่าอันเนี้ยมันก็เลยกลายเป็นคีย์ที่ตอน เนี้ยเาพยายามหาวิธีในการที่ต้องได้สิ่ง เนี้ยกลับมา

27:52 >> ก็คืออย่างที่พี่เอิร์ตเขียน >> ครับ >> คำว่าจอยเนี่ยคำมันฟังดูแล้วมันมันกว้างๆ >> อื >> เปลี่ยนสถานะจากความบันเทิงหรือว่าชีแ บันเทิงเออ >> กลายเป็น emotional infrastructure โอคำ สวยมากโครงสร้างพื้นฐานทางอารมณ์อารม >> แล้วมันคืออะไรกันแน่ฮะ >> อ่ะเดี๋ยวเรามีอธิบายต่อ >> ฮะ >> เอาเรื่องตอนแรกก่อนว่าที่เราเกิดเลยว่า มันเกิดอะไรขึ้น >> อ >> มันเกิดอะไรขึ้นคืออย่างที่บอก Joy System ตอนเนี้ยมันทำให้เราอ่ะไปกับเค้า เรียกไปสู่สิ่งที่เรียกว่า Endless Testing of Joy คือเราตามหาจอยตลอด เวลาเพราะจอยเรามันมาสั้นมากอ่ะ >> ต้องไถอย่างที่บอกอ่ะไถดูจบฉันไถต่อฉัน คลิกต่ออะไรก็แล้วแต่อ่ะ >> อ >> ฉะนั้นสิ่งเนี้ยมันก็เลยทำให้เราอ่ะ

28:37 เหมือนติดเค้าเรียกติดอยู่ในแรAPAPของบาง อย่างเนาะทีเนี้ยคีย์ตอนเนี้ยสิ่งที่เกิด ขึ้นที่ส่งผลกับโดineแรAPมันมาจาก 2 เรื่องซึ่งน่าสนใจนะ 1 โซเชียล Media ที่ เมื่อกี้บอกไถๆดูคentเสร็จไถต่ออ >> 2 จริงๆ Minor Stone น่ะเป็น Dopamin Trap อีกตัวนึง Minor Stone ที่เรา เริ่มเซตอะไรที่เป็นเ้าเรียกว่า short term go อ่ะ >> เช่นวันนี้ฉันวิ่งเสร็จฉันได้กินของอร่อย >> อ๋อ >> อันเนี้ยเขาบอกว่าก็เป็นโดนแAPอีกรูปแบบ นึงเช่นกันเหมือนกัน >> ให้รางวัลตัวเอง >> ถูกต้องแต่ให้รางวัลตัวเองบ่อยไง >> อ่ามันก็เลยกลายเป็น 2 องค์ประกอบแล้วกัน ที่เกิดเค้าเรียกว่า dopamin trap >> ครับ >> What next ก็คือ media มันจะต้องถูก รีฟameใหม่รีฟรมใหม่ในที่นี้ก็คือว่าตอน

29:24 นี้อย่าลืมว่าคนไถฟีดน่ะจริงๆเขาไถเพื่อ อย่างที่บอกอ่ะเพื่อความบันเทิงเนาะ >> แต่สุดท้ายอ่ะเค้าคาดหวังอะไรจาก โซเชียลมีดียเค้าคาดหวังความ >> อื >> ความจริงแท้มากกว่าสิ่งที่เขา้าเรียกว่า alกอิธึมมันฟีดมาให้เราครับซึ่งตอนเจริงๆ มันมีเทรนเรื่องนึงด้วยซ้ำว่าคนเริ่ม แอนทิorิึมอ >> คือ >> สังเกตว่าเวลาไถฟีดคุณเคนไถฟีดผมอ่ะเรา เจอคเทนไม่เหมือนกัน >> และเราก็จะเฟรมความรู้หรือความคิดเห็นของ เราไปในทิศทางที่อกอริธึมมันฟีดให้เรา ครับ >> แต่จริงๆแล้วมันยังมีอีกหลากหลายชุดข้อ มูล >> ที่เราอ่ะเข้าไม่ถึงเพราะเราถูกอังกอิธึม มันเฟมไว้ >> เนี่ยอันนี้ยกตัวอย่างฉะนั้น

30:10 >> ตอนเคนมันก็เลยต้องการอะไรที่ realness มากจากอันนี้คือคีย์สำคัญอย่างงี้โซเชียล Media นี่ มันคนมันเบื่อ Facebook จนถึงขั้นเลิกเลย มั้ย >> หรือว่ายังเล่นอยู่แต่คาดหวังอะไรแต่ว่า เพราะว่ามาร์คซักเบิกเค้าคงไม่ได้มาฟัง เราเนาะแล้วก็ไปปรับอัลกอิธึมให้เราอย่าง ผมเนี่ยหลายคนไม่ทราบ >> ผมไม่มีแอป TikTok ในมือถือผม >> อ่า >> เพราะผมเป็นอย่างี้เลย >> อ่า >> คือผมไม่ไหวเพราะผมอยู่โซเชียลมีดียเยอะ อยู่แล้วด้วยการทำสื่อใช่มั้ครับ >> แล้วรู้สึกว่าผมไม่ชอบอกอริมของมันอ่า >> ผมไปแล้วรู้สึกมันมันเนี่ยชีฟโดปามีน >> แล้วก็ผมอาจจะไม่เข้มแข็งพอที่จะถูกดึง >> ไปสิ่งนู้นสิ่งนี้ตลอดเวลามันสนุกนะมัน บันเทิง >> แต่ผมก็เลยมีคำถามว่าแล้วโซเชียล Media

30:56 ที่มันยังไง >> เออมันจะ Eve ยังไง >> จริงๆต้องบอกว่าโซเชียล Media มันยังอยู่ แหละแต่แค่ว่าสิ่งที่คนคาดหวังจากมันมาก กว่า >> ที่จะไป Force ให้ระบบอ่ะมันเริ่มเปลี่ยน แปลงบางอย่างเช่นซึ่งเดี๋ยวเราจะมีเล่า ถัดไปแต่เล่าเกริ่นไว้เลยก็ได้ก็คือว่า เช่นเรื่องantiorิึมอ่ะคนเริ่มให้โซเชียล Media ถอดออกได้ฉันต้อง control alกorึม ของฉันได้ไม่ใช่ถูก >> เลือก content feed มาให้ฉันเสนอซึ่งตอน เนี้ยคนที่ออกสิ่งนี้มาแล้วคือ Instagram TikTok แล้วก็ Google >> เหลือ Facebook โอ >> อ่าประมาณนี้ซึ่งเดี๋ยวโลกมันกำลังจะหมุน ไปทางนี้แหละแต่ว่าเอาว่าความคาดหวังตั้ง ต้นของคนจากโซเชียลมีคือ realness >> ความจริง >> ไม่ใช่สิ่งที่ถูกเฟมมาด้วยึมถูก >> อ่าฉะนั้น >> ASR แบรนด์แล้ว

31:42 ที่คุณจะทำอะไรได้อ่ะ 1 คืออะไรที่คุยกับ คนจริงๆสร้าง meaningful จริงๆไม่ใช่แค่ โฟกัสบน content ที่ฉันทำ content แบบนี้ แล้วฉันจะ viral อ่ะ >> เอาจริงๆมัน meaningless นะมันกลับเป็น เรื่องเดิมอ่ะมันก็เป็นโดฮามีนอ่ะมันไม่ ได้สร้างเเรียกว่าจอยอย่างแท้จริงให้กับ ผู้คนฉะนั้นนี่คือหน้าที่ของแบรนด์ที่ควร ต้องสร้าง >> กับ 2 คือจริงๆควรสร้าง content ที่อtic มากกว่าpoโishอย่างดีอ่ะ >> จริงๆผมคุยเรื่องนี้กับลูกค้าเยอะมากในใน ที่นี้คือคนคาดหวังอะไรที่มันรีเลทกับตัว เขาได้ครับ >> ไม่ใช่เหมือนแค่ภาพวallerสวยๆอ่ะ >> น่ะคือสิ่งที่เขาคาดหวังจากแบรนด์ >> คือคือคำว่า authentic อันเนี้ยไม่ได้ หมายความว่าชุ่ยถูกมั้ >> ถูก >> ไม่ใช่แบบถือกล้องถ่ายเลย >> เอาเอาง่ายๆคือผมว่ามันคือมนุษย์จริงเขา

32:29 จะเห็นแบบไหนอ่ะ >> อ๋อ >> ไม่ใช่เซตเหมือนสตูดิโอหรือเซตเหมือนการ ถ่ายหนังฮอลลีวูดอ่ะ >> อ่ามันประมาณนั้นน่ะอีกอันนึงที่ผมสงสัย ก็คือถ้าโซเชียลมีจะ Evo ไปแบบนี้ >> อ >> ไวรัยังจำเป็นอยู่วันนี้เราเวลาคุยพี่ เอิร์ดคุยกับลูกค้าเยังคุยว่าเรามาทำคลิป ไวรักันเถอะผมว่า attention สำคัญแต่al สำหรับผมไม่ได้สำคัญ >> อื >> ซึ่งกูแค่ไวสมมุติต้องดูด้วยว่าเราได้ อะไรจาก viral ด้วยนะ viral มันอาจจะได้ กระแสได้เอิญอ >> ครับ >> แต่สิ่งที่ต้องมารีวิสิตสิ่งที่ต้องมา เช็คจริงๆคนจำแบรนด์ได้เปล่าอ่ะ >> อือๆ >> อีอันนั้นน่ะหุยคนแชร์เพียบเลยคนจำแบนได้ เปล่า 2 คนอยากมาอุดหนุนเราชอบเราหรือ ซื้อสินค้าจากเรามั้ย >> อื >> ถ้าได้แค่อันแรกอ่ะไม่มีประโยชน์เลย

33:16 >> อื >> ซึ่งที่ผมเจอ study มาหลากหลายเคสเป็นแบบ นั้นหลายเคสมาก >> แสดงว่าเราต้องมีลิมิของ attention ถูก >> เพราะว่าผมได้ยินคำว่า attention จากพี่ เอิร์เนี่ย 2-3 ปีแล้วใช่มั้เราจะได้ attention วันนี้มันเหมือนกับคำว่า attention มัน >> มันก็ Evo เยอะเดี๋ยววันนี้จะมีด้วยว่า >> How to activate attention right >> ออ >> activate attention ยังไงให้ถูกต้อง จริงๆ >> เพราะว่าผมว่า content creator ทุกท่าน ที่ฟังอยู่เหนื่อยนะ >> อือ >> คือเราเหนื่อยกับการที่เราต้องเป็นที่สน ใจตลอดเวลาถูก >> คือต้องฉันต้องทำคทentตลอดเวลาแล้วผมบาง คนเนี่ย >> คือทำทุกเรื่องเลยอ่ะ >> แบบฉันก็ไปเกี่ยวคนนู้นฉันไปเกี่ยวคนนี้ เพื่อให้ตัวเองแบบสนใจฉันหน่อยสนใจฉัน หน่อยวันนี้นี่มันมันเปลี่ยนไปแล้ว >> ถูกอื >> ซึ่งคิดว่าเดี๋ยวตัวโซเชียลมีดียเองก็อาจ

34:01 จะต้องรีเฟรมทิศทางของตัวเองเป็นแบบนั้น เพราะคomอมันเริ่มเปลี่ยนความคิดอ >> ตัวอย่าง >> ชักมุส >> ครับ >> ที่น่าสนใจคือเป็นกระเป๋ารุ่นนึงที่เขาทำ มาเหมือนเป็น Support Everyday Moment ของผู้คนน่ะซึ่ง Everyday Moment ในที่ เนี้ยมันเป็น Everyday M ที่จริงของผู้ หญิงแต่มัน imperfect >> อ่าถ้าเราดูก็จะเห็นได้เลยเนี่ยโมเมนที่ ฉันถือกระเป๋ามือนึงถือของมือนึงพลุงพลัง เต็มไปหมดแต่กระเป๋าก็ยังคาดไปเกี่ยวโน่น เกี่ยวนี่หรือฉันเดินเข้าประตูสายกระเป๋า ไปเกี่ยวเ้ากับหูประตูอย่างเงี้ย >> เทำคเทนแบบเนี้ยออกมา >> ออ >> บนโซเชียลซึ่งเนี่ยแหละคือ imperfect >> เออ >> imperfect ที่ relatable กับชีวิตจริง แต่ขายกระเป๋าแบรนด์หรูนะ >> เออใช่ >> เนี่ยอันเนี้คือยกตัวอย่างฉะนั้นเนี่ยคือ

34:48 ตัวอย่างที่บอกว่าคนไถฟิดจริงแต่ยังคาด หวังความ Realness ครับ >> นี่ผมขนลุกเลย >> อื >> เพราะว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่เ้าเรียก ไว luxury คือ luuxury มากนะ >> ใช่ใช่ Low Away อีกตัวนึงที่จะยกตัว อย่างว่าเริ่มเป็นแบรนด์ที่เข้าใจมนุษย์ >> ครับ >> ผมว่าแบรนด์ Luxury Brand มันกำลังปรับ ตัว >> อ >> ซึ่งมันก็ตรงกับเทรนด์ที่เมื่อกี้เราคุย ให้ฟังอครับ >> อีกอันนึงซึ่งมันเกี่ยวเนื่องกันเช่นกัน ก็คืออย่างที่เมื่อกี้บอกเนาะพอมันเป็น ปรากฏการณ์แบบเนี้ยที่เมื่อกี้บอกอ่ะ >> โซเชียลมีดีคนต้องการความจริงก็จริงแต่ สุดท้ายเจนซีต้องการชีวิตจริงมากกว่า ชีวิตออนไลน์ >> อื >> เราถึงสังเกตว่าทำไมเราถึงเห็นเจนซีไป วิ่งกันเยอะมาก >> ครับ >> นี่คือเต้องการชีวิตจริง

35:33 >> เต้องการที่ที่ build community ไม่ใช่ แค่ content >> อ่าฉะนั้นนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรบ้าง เราเริ่มเห็นปรากฏการณ์ c making space คืออะไรเหมือน coworking space อ่ะครับ แต่จริงๆอ่ะเพราะเด็กgenซีไม่ได้อยากทำ งานอยู่บ้าน Work from home แล้วเหงา อ่ะ >> ฉันแค่อยากมีเพื่อนนั่งอยู่ด้วยอ่ะแค่ นั้นเลยเรียกว่า Home Making Space >> ออ >> หรือ 2 Community Challeng ที่เราเห็น พวกงานวิ่งต่างๆเนี่ย >> จริงๆมันเป็นเ้าเรียกว่า Community Challeng ของกลุ่ม Runner >> อ่านี่คือคีย์ที่ทำให้กลุ่มพวกเนี้ยเนี่ย ยัง Alive อยู่ได้ >> อ >> แล้วก็สุดท้ายคือกลุ่มที่เป็นเขาเรียกว่า แต่ละศัพท์ segment เช่น Craft Night Fitness Tribe Coffee Meet Up หรือ Book Club >> พวกเนี้ยคือกลุ่ม Rise of In real

36:20 life community หมดเลย >> จริงมากๆ Wellness อะไรต่างๆ >> ใช่ >> อันนี้อันนี้แอบเล่าให้ฟังวันก่อนผม ประชุมทีมข่าวทีม Content ทั้ง 8 outlet เนี่ย >> เราคุยกันเรื่องนี้ >> ออเหรอ >> เราคุยกันว่าสมมุติStandardด Po เนี่ยเรา ต้องทำคลับของเราเล็กๆเพราะคนโหยจริง >> หรือว่าฝั่งไลฟเนี่เทำอยู่แล้วเทำเรื่อง Wellness ทำอะไรแม้กระทั่งฝั่งข่าว >> ผมคุยกับเนี่ยPowerาเกมการเมืองบอกเรา ต้องจัดแบบPoิtic Club >> เห็นด้วยเลย >> คือมานั่งคุยกันแชร์กัน >> เห็นด้วยเลย >> บางทีไม่ใช่เไม่ได้อยากแค่มาฟังความรู้ อ่ะแต่เขาอยาก Engage อยากมีส่วนล้วนซึ่ง ผมว่าอันนี้จริงนะวัน >> มันเป็นโซเชียล Hub ที่แบบคนต้องการอ่ะ >> จริงวันนั้นยังคุยงานกับคุณ CMO >> แซนดารดอยู่นะยังคุยว่า >> คุณทรา

37:06 ทุกโปรแกรม >> เออ >> ต้องมี Workshop >> อ๋อ >> ต้องมี In real life experience >> ที่สอดคล้องกับรายการนั้น >> ให้ >> จริง >> เนี่ยซึ่งกลายเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสิ่ง ที่ดีอ่าเอออ่ะแต่ใช่เป็นสิ่งที่ดีนะความ รู้สึกผมคืออย่างน้อยคนก็ >> หยุดวางมือถือ >> มัน meaningful >> มัน meaningful กว่า >> ใช่มัน meaningful กว่าแค่ดูแล้วก็ >> อันนี้คือสิ่งที่พูดเลย in real life experience มันคือ emotional infrastructure อื >> มันคือโครงสร้างพื้นฐานทางอารมณ์ >> โครงสร้างพื้นฐานทางอารมณ์ของคนรุ่นใหม่ อ่ะมันประกอบไปด้วยคาม >> อือ >> ประกอบไปด้วย belonging >> ประกอบไปด้วย memory แล้วก็ประกอบไปด้วย เขาเรียกว่า grounding >> เนี่ยคือ 4 facตorหลักที่มาสร้างเ้าเรียก

37:51 ว่าพื้นฐานโครงสร้างทางอารมณ์ >> อ่าเนี่ยคือคีย์ที่ >> ทำไมไอ้พวกสิ่งเนี้ยมันถึงเวิร์ค >> ครับ in real life เนาะ >> in real life แล้วก็ที่สำคัญอันเนี้ย สิ่งที่อยาก convent อีกอันนึงก็คือว่า หลายคนน่ะชีเงินประมาณ 39% ของ budget ไป สร้าง in real life experience >> สุดยอด >> อ่าเนี่ยอันนี้คือคีย์ที่น่าสนใจมาก >> น่าสนใจมาก >> ครับ >> นั่นหมายความว่าหลังจากนี้ >> อื >> ทุกแบรนด์มั้ยควรจะทำ in real life >> จริงๆคิดว่าทุกแบรนด์ควรทำไม่ควรทำแค่ ดิจิตอลแต่สิ่งที่ต้องวางดีๆคือความ เชื่อมโยงกันอย่าไปใช่ >> ฉันไปทำอีเวน์แต่ก็คนละเรื่องเลยกับสิ่ง ที่ฉันพูดในออนไลน์หรือคนละเรื่องกับตัว ตนของแบรนด์เราอย่างแท้จริงว่าฉันต้องการ สร้าง meaningful อะไรให้กับผู้คนเห็นภาพ

38:37 >> อะไรเงี้ยครับสิ่งเนี้ยเป็นสิ่งศัพท์ของ อันเมื่อกี้แล้วกันมันเลยเกิดอีกสิ่งนึง ที่ชื่อว่า Offline Retreat as a culture ในที่นี้คือ >> คนเหมือนไปหากระท่อมอยู่อ่ะครับไปหา กระท่อมอยู่คือจริงๆฉันอยากหาที่พักใจอ่ะ ที่ที่มันเงียบที่ที่ฉันไม่ต้องใช้มือถือ >> มันก็เลยมีตัวแพลตฟอร์มอันนึงที่เหมือน Airbnb เลยชื่อว่า UNL >> เออชื่อตามคอนเซปเลยก็คืออันทุกอย่าง >> ก็คือเน้นที่ที่เป็นช่างเหมือน Bate เข้า กระท่อม ตอนว่ามันกำลัง เพราะว่ามันหาที่ที่เหมาะกับการที่เราไป อยู่เขาเรียกว่าคนเดียวแล้วพักใจพักความ สงบจากทุกสิ่งอย่างแท้จริง >> ซึ่งถ้าเมืองไทยสามารถมีที่แบบนี้ได้คิด ว่าน่าจะเวิร์คเลยเพราะว่าคนต่างชาติ

39:23 กำลังต้องการสิ่งนี้มาก >> อ๋อจริงๆเมืองไทยมีเยอะนะ >> ใช่แต่ด้วยคอนเซปตมันยังไม่ได้ถูก >> เช้าออกมา >> แต่ว่าแต่ว่ามันไม่ใช่แบบว่าเป็นถ้ำจริงๆ ใช่มั้ยไม่ใช่ผมพูดเล่นก็คือเอาจริงๆมัน ก็คือที่ที่หลีกหนีจากพวกเทคโนโลยีต่างๆ >> แต่ว่ามันต้องมีความรักชูอยู่ในตัว >> มีความใช่มีความ >> สะดวกสบาย >> คือที่ผมพูดไม่ใช่แบบว่าเฮ้ยไปอยู่บ้าน แบบ >> ไปก่อกองไฟอย่างเงี้ยไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่ ไม่ใช่เท่านั้นเพราะดูจากมูดเนี่ย อันเนี้ยที่เห็น >> มันคือมูดเก๋ๆแต่แค่ว่าตัดจากสิ่งรบกวน ทุกอย่าง >> ผมว่านี้จริงมากเพราะว่า >> แล้วก็เข้าไปอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น >> เพราะว่าหลังๆเนี่ยอันนี้จากจากเพื่อนๆผม เลยนะเวลาแพลนเที่ยวไปต่างประเทศหรือแม้ ทั้งในเมืองไทยจะไปเชียงใหม่อพอือ >> จะไม่ค่อยจองโรงแรมถ้าถ้าเราไม่ได้ไป เพื่อไปทำอะไรในเมืองอ่ะนะ

40:09 >> ก็จะเป็นเนี่ยพวกเนี้ยซึ่งอาจจะหาวิลล่า เล็กๆหาบ้านเล็กๆอยู่แล้วก็อยู่กันแบบ 2 ครอบครัวอยู่ด้วยกัน >> แล้วก็เก็บตัวอยู่ในนั้นน่ะทำอะไรกิจกรรม ที่มันมีฟูด้วยกันอ >> อจริง >> เ้าเรียก Pocket of Quet อ่ะครับ >> ที่พักใจอครับ >> แล้วก็สิ่งที่เป็นโอกาสสำหรับแบรนด์ สำหรับ Joy Veren Song ก็คือ Emotional Experience Design ในที่นี้คืออะไรก็ คือว่าเราต้องเริ่มผสมผสานเค้าเรียก emotional story telling อ่ะเข้ากับ functional moment เพื่อสร้าง ประสบการณ์ที่มันสร้างจอยให้ผู้คนน่ะได้ ตลอดเส้นทาง >> ยกตัวอย่างตัวลิปสติกตัวเนี้ยซึ่งเป็นของ ตัวแฟนของ Justin บีบ >> อื >> อ่าเขาสร้างเคสเพื่อใส่ลิปสติกออกมาเพื่อ

40:56 ให้มันเก๋หมายถึงว่าเฮ้ยเราไม่เคยเห็น ลิปสติกทำเคสมือถือเนาะปกติเคสมือถือก็ ใส่แต่นำบัตรใส่ใจอะไรเนี่ยแหละคือเคสของ คนที่รักสวยรักงามอ่ะ >> เคสของคนที่เฮ้ยฉันอยากโชว์ something แล้วมันก็เก๋แล้วมันก็สวยด้วยฉะนั้นเราจะ เห็นได้เลยว่าสิ่งเนี้ยมันสร้างโครงสร้าง 3 อย่างให้ก็คือว่าเฮ้ยโดักนี้ดีจังเลย 2 โดักนี้ใช้ง่ายทาง่ายและ 3 ฉันอยากพูดถึง prodดักนี้มากๆเลยอ่ะ >> เนี่ยมันทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้เ้าเรียก ว่า emotional experience design >> โอผมเสนอเลยใครทำวันนี้รวยแน่เคสมือถือ ใส่ยาดม เออๆเอา ทีนี้สิ่งที่จะตามมาซึ่งผมชอบอันนี้มาก คือ >> อ >> Multiensory Marketing มันจะบูมเหตุผล

41:44 เพราะอะไรอย่างที่เมื่อกี้บอกเลยคือพอคน เริ่มอยากได้อะไรที่มันเป็นจริงอ่ะที่มัน สัมผัสได้จริงรู้สึกจับต้องได้จริง >> อือ >> ฉะนั้น Multisensorial ก็แปลว่ามันคือ สัมผัสที่เขาต้องรู้สึกได้จริงเนาะมันไม่ ใช่แค่ออนไลน์ Five Senses Sound Test Touch Smell แล้วก็ >> อื >> ตัวอย่างที่ผมชอบมากคือ Singapore Airline เพราะอะไร Single Airline เา ดีไซน์เ้าเรียกว่า Sound System ตั้งแต่ คุณonบอร์ดอื >> ยันขึ้นเครื่องและกำลังจะลงเครื่อง ละเอียดเลยว่า >> แต่ละช่วงของคุณน่ะคุณจะได้ยินเสียงแบบ ไหน >> ออ >> แล้วที่สำคัญอีเสียงนั้นน่ะคุณไปฟังต่อใน Spotify ได้ด้วยนะ >> ออ >> อ่าคือคุณเอาประสบการณ์เนี้ยไปฟังต่อใน Spotify ได้อันนี้แค่ซาวด์นะอย่าลืมว่า

42:29 เทสอาหารบนเครื่องเนาะ กลิ่นใช้ทัจากพนักงานกลิ่นเมีน้ำหอมที่ ผลิตจากเเรียกว่าวัตถุดิบที่มีเฉพาะใน สิงคโปร์เท่านั้น >> ฉะนั้นกลิ่นเขาก็คือเป็นเอกลักษณ์ที่สุด แล้วทำให้คนผ่อนคลายที่สุดเวลาอยู่บน เครื่องของ Sing airline >> ฉะนั้นครับๆ >> ครบองค์ประกอบไซส์แอร์สวย >> เฮ้ยแต่ผมว่าจริงนะ >> เนี่ย Multiensory Marketing มันจะกำลัง จะกลายเป็นเค้าเรียกว่า >> Engine ใหม่ที่ทำให้แบรนด์น่ะมันช่วยทำ ให้ผู้คนรู้สึกเค้าเรียกว่ารู้สึกได้มาก ขึ้น >> อ่านะครับ >> อน่าสนใจมาก >> แล้วก็เสร็จมันก็เลยจะบิดมาที่แล้วไอ้ที่ เราพูดกันมาทั้งหมดน่ะเราจะ measure มัน ยังไงอ่ะ >> ถ้าเราจะต้อง measurement มันมาจริงๆ

43:15 >> เพราะทุกวันเนี้ยเราเมชอรอะไรเราเมชอร ง่ายๆเลยคนคิดเท่าไหร่คนเข้าเออได้ยอด เท่าไหร่เนาะ >> แต่สิ่งที่ไม่มีแบรนด์ไหนเคยเช็คเลยคือ จอยเราไม่เคยวัดดัชนีความสุข >> โอ >> ฉะนั้น >> ยากแล้ว >> ROI ของความสุขอ่ะมันไม่สามารถวัดได้ ด้วยคลิก >> แต่มันอยู่ที่อะไรมันอยู่ที่ memmory มัน อยู่ที่ advocacy แล้วก็ emotional equity ในที่นี้คือ >> คนจำได้มั้ยคนที่ได้ประสบการณ์จากเราไป อ่ะจดจำเราได้หรือเปล่า >> อ >> 2 คือ >> เป็นคนที่จะเค้าเรียกว่า advocate คือบอก ต่อแบรนด์เราเอ่อรู้สึกว่าอยากแนะนำให้ กับคนอื่นมยและสุดท้ายยิ่งทำให้เค้าเรียก ว่ามูลค่าทางอารมณ์อ่ะมันสูงขึ้นฉะนั้น

44:01 เนี่ยคือวิธี measurement ซึ่งเหมือนสัก ครู่ที่เมื่อกี้เคนเกริ่นขึ้นมาเลยว่าคำ ว่าจอยอ่ะมันไม่ใช่แค่แฮปี้นะ >> จริงๆมันมีหลากหลายdiensชionมากๆ >> คำว่าจอยจริงๆมีเขาเรียกว่า 9 emotional territory >> ออ >> แล้วแต่ละ generation น่ะก็มี teritory ที่ไม่เหมือนกันเช่นถ้าเป็นgenซอ่ะ teritory ของจอยจะอยู่ที่คำว่า amazement กับ playfulness >> อ๋อ >> อ่าก็คือแบบเซอร์ไพรส์หน่อยสนุกอะไรอย่า เงี้ยตื่นเต้นหน่อยแต่ถ้าเป็นก็จะเป็น Freedom กับ IM ก็คือแบบเอ้ยไฉันได้แบบ อะไรก็แล้วแต่สะดวกอิสระฟรีเนาะสุดท้าย Boomer >> Serenity กับ Meaning ก็คือเงียบสงบ หน่อยอ่ะประมาณนั้นนั่นคือจอยของเขาผม เริ่มเป็นบูมอรแล้วนะเนี่ยเพราะผมมองคำ นั้นก่อนเลย Serenity อ่ะ

44:47 >> ฉะนั้นอันเนี้คือคีย์แล้วกันที่ว่าควร activate Joy แต่ใน different ไอ้ไอ้ generation ก็ต้องการจอยที่ไม่เหมือนกัน ผมถามนิดนึงอย่างอย่าอันแรกพอเข้าใจ เรื่องของ mmory ว่าคงถามเป็นแบบสำรวจ อะไรได้ว่าจำแบรนด์เราได้มั้ยหรือว่า advocacy >> พอเข้าใจได้เพราะพี่เอก็บอกผมบ่อยๆเนาะ ว่าแบรนด์ควรจะ >> เอ่ออยู่ในใจแล้วเไปบอกต่อ >> ถูก >> แต่ว่าไอ้ Emotional Infrastructure มัน วัดยังไง Equity เนี่ยวัดจากเซวยเหรอฮะ ต้องวัดจากเซวยแล้วก็มองว่าสิ่งที่เราให้ คนไปอ่ะมันสร้างมูลค่าเพิ่มทางอารมณ์ให้ กับเขาได้จริงหรือเปล่า >> ก็คือสมมุติเราบอกว่าเรามีแบรนด์ Equity >> ครับ >> เราต้องมีเ้าเรียกว่า Emotional Equity ประกอบอืที่พูดว่ามันมีหลากหลายอ >> แต่สิ่งที่คนไม่รู้คือ

45:34 >> จอยเป็น most powerful commercial driver ที่สุดในโลกแล้วโฆษณาไหนก็แล้ว แต่ที่สร้างจอยได้โฆษณานั้นเวิร์คที่สุด >> ช่วยทำให้คนอยากซื้อที่สุด >> ไม่ใช่ความกลัว >> ไม่ใช่ความกลัวใช่ฉะนั้นจะเห็นได้ว่า แบรนด์ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆอ่ะเลือกแล้วก็ ครองอย space เดียวให้ชัดไม่เ้าไม่พยายาม กระโจนไปหลายอย่างสำหรับทุกคนเช่น >> เลโก้อย่างเงี้ย Playfulness Entertaining เนาะถ้าเป็นยกตัวอย่าง TikTok หรือว่าก็จะเป็น Amestment immersion เนาะถ้าเป็น Nikey ก็จะเป็น anticipation กับ Freedom อันนี้ยกตัว อย่างอ่าอย่างเงี้ยฉะนั้นแต่ละคนมีเขา เรียกว่า Joy Space ที่ไม่เหมือนกัน >> อย่างอย่าถ้าจะวัดไอ้ emotion เนี่ยที่ เป็น Joy เนี่ย >> อ่าเอ่อ >> มันต้องถามเ้าเลยมว่าเ้า Playfulness Entertainment >> คิดว่าคิดว่าเราแยก segment ก่อนแต่ไม่

46:21 ต้องถามแต่วัดในเชิงการดีไซน์คำถามเป็น ว่ารู้สึกยังไง >> คุณคุณรู้สึก >> โอเคมั้ยรู้สึกอย่างไรกับการที่คุณได้มา ร่วมสมมุติ experience กับเราในครั้งนี้ สมมุติยกตัวอย่าง >> สมมุติผมจัด The Second Source >> แทนที่จะถามว่าพึงพอใจมั้ย >> อ่าใช่ไม่รู้สึกอ่ารู้สึกอะไรดีกว่าอ่ะ รู้สึกอะไรเช่นอุ๊ยสนุกมาก >> อ >> ก็ดีนะอย่างเงี้ยไม่เหมือนกันนะถูกป่ะ >> อ๋อ >> งั้นทุกคนคอมเมนต์กันเข้ามาหน่อยได้มั้ฮ ว่าดูคลิปนี้แล้ว >> จอยมั้ยจอยมั้ย >> รู้สึกเครียดมั้ยปวดหัวมั้ยเดี๋ยวเราจะ หัวเราะไปเรื่อยๆ >> เคียน่าจะเครียดเคียน่าจะเคลียร์รู้สึก แบบว่าเอ่อ มตื่นเต้นกับพี่เอิร์ทมั้กับลูกวันนี้ อะไรอย่างงี้ถ้าไม่ Play Full เดี๋ยวจะ เต้นให้ดู >> เออแต่ว่าน่าสนใจนะน่าสนใจว่าเดี๋ยวนี้

47:06 ไอ้มูลค่าของคำว่าจอยเนี่ยมันตีมา >> ถูกมูลค่าทางอารมณ์ >> เออน่าสนใจมาก >> ซึ่งเดี๋ยวๆจะไปเห็นจากพท Marketing >> อื >> ที่ Shift อ่ะ >> ได้ครับ >> อ่ะมาเรื่องที่ 4 นี่เรื่องที่ 4 นะครับ ของ Consumer >> แต่มี 6 เรื่อง >> อ่ามี 6 เรื่อง Zero Click Journey อือย่างที่เราเกริ่นไปตั้งแต่แรกละว่ามัน เกิดปรากฏการณ์ชื่อ Zero Kid Journey คือคนน่ะไม่ได้คลิกเสิร์ชอีกต่อไปแล้ว >> คนเชื่อคำตอบจาก AI >> อื >> มันก็เลยเกิดสิ่งที่ชื่อว่า AI deligation มอบหมายให้ AI จากการแทนอ >> ซึ่งปี 2026 คือปีที่การตัดสินใจจะถูก delate ให้ AI นี่คือ Consumer Change ซึ่งความน่าสนใจคือ >> อ

47:51 >> AI ตอนเนี้ยกำลังเปลี่ยนลำดับของ Trust >> ครับ >> เปลี่ยนยังไง Gen AI จะเป็นสิ่งที่เรียกว่า initial validate ของผู้คนอ >> แต่ถ้า Human Expertise คือการที่เราไป ถามผู้เชี่ยวชาญน่ะอ >> เป็น Deeper Validation >> อ๋อ >> นี่คือคีย์ที่น่าสนใจมากนะเพราะก้อนแรก อ่ะคือสิ่งที่คนเข้าหากันเยอะที่สุดเนาะ >> จริงๆ >> สิ่งเนี้ยจะกลายเป็นเขาเรียกว่า Race of First Search แปลว่าอะไร Gen AI มัน ชนะสนาม First Answer ไปเรียบร้อยแล้ว เพราะคนมันเชื่อคำตอบแรกจากAIถูก >> อ่าฉะนั้นคนใช้ AI เพื่อกรองตัวเลือกที่ เร็วที่สุดจริ >> ให้เรา >> จริจริงมากครับ >> แต่คนจะไปอยู่ตรงไหนคนจะไปชนะสนามเ้า เรียกว่า final confidence >> ออ >> เมื่อต้องตัดสินใจจริงอ่ะเขายังต้องการ

48:37 ความลึกความเชี่ยวชาญและที่สำคัญคือ reurance เช่นเหมือนเมื่อกี้ที่เราคุย กันน่ะเราถามเรื่องวิตามินในแชท GVT แต่ สุดท้ายเราอาจจะต้องในการเช็คหมออีกทีว่า ตกลงมันจริงเปล่า >> จริงมากเลย >> แต่แต่สิ่งที่มันเปลี่ยนจริงๆที่ผมสังเกต จริงๆคือไอ้ไอ First answer >> ใช่ >> มันไม่ใช่มานั่งเสิร์ช Google หรือแบบหา คนแล้วอ่ะ >> คือขออะไรก็ได้กรอมาก่อนเร็วๆ >> ถูกแล้วก็แบบว่าตรงกับเราด้วยนะ personalization >> ฉะนั้น Welcome to the age of first answer >> โอ้คำที่ดีมากเลยครับ >> ตอนเคือ age of first answer แล้วมัน คือ >> กว่าแบบตอนนี้ 60% ของ Google seสิร์ch อ่ะมันจบโดยไม่คลิกแล้วเ้าเรียกว่า Industry ของเสิร์ชตอนเพังระนาว >> จริงครับ >> อ่าก็คือดรอปหมดทั้งออร์แกนิคทั้งเพศโน่น

49:22 นี่นั่นเนาะทีเนี้ยเนี้ยความน่าสนใจอย่าง นึงที่เจอก็คือว่า market leader ของ แบรนด์จริงๆอ่ะในตลาดอ่ะไม่ตรงกับสิ่งที่ AI แนะนำแบรนด์ >> อื >> อ่าน่าสนใจมั้ยอ่ะแต่เดี๋ยวเราจะดูแล้ว ว่าเพราะอะไร >> อ่ะทีนี้ >> คีย์ในอนาคตน่ะแบรนด์ต้องแข่งกันที่ being chosen >> อื >> ไม่ใช่ being seen อีกต่อไปแล้ว >> อ๋อ >> being chosen ในที่นี้คือ AI อ่ะเลือก คุณมั้ย >> เลือกออ >> นี่คือคิที่สำคัญที่เป็นจุดเปลี่ยนของการ ตลาด >> ไอ้ไอมันเลือกจากอะไรครับ >> อ่านี่แหละเดี๋เรากำลังจะพาไปต่อเดี๋ยว เราจะพาไปต่อวันนี้ได้ใครคำตอบนี้ >> เออเพราะว่าเนี่ยอ่ะผมทำ The Standardด อย่างเงี้ยผมก็อยากให้คนน่ะ >> อือ >> สมมุติว่าถามข่าวเรื่องน้ำท่วมภาคใต้

50:08 อย่างงี้เป็นต้นแล้วมันขึ้นข่าวของผม >> ไม่ค่อยขึ้นเลยทุกท่านผมนี่กังวลอยู่ เนี่ยอ่ะเดี๋ยวเราไปต่อนะครับ >> อ >> ต้องบอกก่อนว่าอันเนี้ยเกริ่นนำนิดนึงก็ คือว่า Zero คickเสิร์chอ่ะมันมันเปลี่ยน วิธีจากการที่เราเสิร์ชแล้วเราเจอเค้า เรียกว่า 10 Blue Link อ่ะคือลิงก์แล้ว เราต้องไปคลิกต่ออีกเยอะแยะมากๆไม่ต้อง คลิกแล้วอันนี้คือคีย์เนาะและที่สำคัญคือ AI Search ตอนเกลายเป็นเครื่องมือหลัก นะเวลาคนหาค้นหาข้อมูลช้อปปิ้ง >> เครื่องมือหลักแล้วนะ >> หลักเลยเหรอฮะ >> ฉะนั้นใช่จะเห็นได้จากข้อมูล Mensency ฉะนั้นหากแบรนด์ไม่ปรับตัวtrราฟฟิกของ แบรนด์ WOP แน่นอน >> โอ้ >> นี่คือคีย์ที่น่าสนใจมากๆเพราะเขาบอกว่า RISK คือ 20-50% ของ TRFC ที่จะดรอปถ้า

50:55 แบรนด์ของคุณไม่ถูก AI แนะนำ >> อ่าทีนี้ AI Delegation เล่าเรื่องนี้ ให้ฟังก่อนก็คือว่าจาก Choice Overload อ่ะมันมาที่ Machine Delgation สิ่งที่ Shift มันคือเมื่อกี้ที่ผมเล่าให้ฟังเลย ก็คือว่า AI filter recommend แล้วก็ Automate ให้แล้วที่สำคัญตอนเนี้ยจาก Data Signal ก็คือว่าคนที่เข้าไปในพวก เ้าเรียกว่า Retail SIZ ก็คือไซส์ขายของ อ่ะครับ >> ที่มาจาก Gen AI อ่ะปรากฏว่าเกิด Conversion rate ในการซื้อสินค้าสูง >> อ >> คือtrราฟฟิกอาจจะยังไม่เท่าคนเข้าปกติแต่ เป็นคนที่มี Intension สูงและกำคุยกับ AI มาเรียบร้อย >> ฉันมั่นใจแล้วอ่ะเอางี้ดีกว่า >> เฮ้ย >> ฉันมั่นใจแล้วดรอป Rate ต่ำแล้ว

51:41 Conversion สูง Oh my God >> ซึ่งเห็นมั้ยนี่คือการเ้าเรียกว่าเปลี่ยน โลกเนาะ >> แต่อันนี้มันระดับโลกไทยยังไม่ระดับโลก ไทยยัง >> ผมว่า Near Futจureเพราะอย่าลืมว่าตอนเ Globalization เรียบร้อยแล้ว >> ผมเข้าใจไว้ในจีนก็น่าจะแรงมากแบบนี้ เหมือนกัน >> ถูกแรงมากแรงมากภาพนี้ผมเชื่อว่าภาพนี้ผม เชื่อว่า Globalization >> อื >> ทีนี้ตอนเนี้ยคีย์คือเขาบอกว่าคนน่ะจะ เริ่มใช้ AI เป็น Shopping agent มาก ขึ้นเพราะตอนนี้อัตราการเติบตัวมัน 2 เท่าตัว >> ครับ >> ฉะนั้นแปลว่ามันจะแซงไปอีกอ่ะ >> อื >> ก็น่าสนใจมากๆเนาะ >> New Truth ก็คือว่า Trusted by AI อ่ะ beats being like by human โหโห >> น่ากลัวนะ >> น่ากลัวตรงที่ว่าเฮ้ยอย่าลืมว่าถ้า >> Content เราหรือแบรนด์เราอ่ะ AI ไม่

52:27 trust อ่ะ >> อื >> เฮ้ย Event คนกดไลก์กันแค่ไหนอ่ะ AI ก็ ไม่เลือกอยู่ดี >> โห >> ฉะนั้นต้องวางแผนเรื่องนี้ดีๆอันนี้คือ คีย์ >> ทำยังไงให้ AI เลือก >> ใช่ทำไงให้ AI เลือกทีนี้เราเดี๋ยวเรา ต้องบอกก่อนคำถามของคุณเคนจะไปอยู่ใน พาร์ท 2 >> โอเคอ่ะผมเก็บไว้ก่อน >> ใช่ >> เพราะว่าผมว่าเป็นคำถามที่ผม >> เราจะทำอย่างไรแล้วที่สำคัญไม่ได้ทำแค่ นี้ด้วยต้องมีทำอีกอย่างด้วย >> อือื >> อ่านะครับทีนี้คีย์ที่เป็นเรื่องนี้ที่ สอดคล้องกันก็คืออย่างที่เมื่อกี้บอกเลย ว่าพอ Content AI มันถูก generate scale มากๆอ่ะมันเกิดสิ่งที่เรียกว่า synthetic content คือ content ที่มันไม่จริงอ่ะ content ที่มันปลอมเยอะเต็มไปหมดเนาะ ซึ่ง >> Content สิ่งเนี้ยมันก็เลยทำให้ Trust ใน digital content น่ะต่ำลงมากๆคียเรา

53:13 ลองสังเกตดิว่าทุกครั้งที่เดี๋ยวนี้เวลา เราเห็นคentน่ะคำถามแรกเราจะถามก่อน >> จริงป่าวะ >> เออจริงเปล่าวะ AI ป่าวะเออเห็นมั้แปลว่า เราเดากับทุกอย่างอ่ะถูก >> ฉะนั้นนี่คือคีย์ที่ทำให้เกิดเเรียกว่า AI scale มันเบรค trust ไปซึ่งน่ากลัวมากๆ นะครับทีนี้ >> ก้อนๆเนี้ยเราก็เลยเริ่มเห็นละว่า >> เราเราเห็นปรากฏการณ์อย่างเช่นช่วงน้ำ ท่วมเนาะพี่อยู่ดีๆก็มีคเทนที่ตอนแรกคน แชร์น้ำตาไหลกันน่ะน้องหมาคาบลูกอ่ะแล้ว กลายเป็นสุดท้ายพอเป็น AI คนด่ากันระนาว อย่างเงี้ย >> AI คทนรถไฟอ่ะ >> อ่าอย่างเงี้ยนักข่าวเอาไปลงเลยด้วยซ้ำ >> ใช่หรือคอมเมียลระดับโลกหลาย คอมเมอร์เชียลขอไม่เอ่ยชื่อก็โดนเค้า เรียกว่า black คือคนมาด่ากันเยอะมาก เหมือนกันว่าใช้ AI ทำ 100%

53:58 >> นี่เหมือนอันนี้เลย >> อ >> ล่าสุดโปสเตอร์งานกีฬา >> อ่าใช่ถูก >> ระดับของพวกเราแนวนั้น >> อันนั้นใช้ AI ป่ะครับ >> AI 100% นะครับ >> อันนั้นอันนั้นไม่น่าจะคนอันนั้นไม่น่าจะ คน >> โออันนั้นนี่คือเสียงแบบว่าชื่นชมไหวอ่า อันนั้นไม่ไหวอันนั้นไม่ไหวแต่เดี๋ยวเรา จะมีบอกในช่วงท้ายด้วยช่วง Marketing Part Marketing แล้วใช้ AI อย่างไรให้ ถูกต้องนะครับทีเนี้ย >> ด้วยก้อนๆเนี้ยมันก็เลยทำให้เกิดชื่อว่า Era of Verify Content คือคนเริ่มมอง หาอะไรที่เฮ้ย >> ตกลงสิ่งเนี้ยตรวจสอบได้ว่ามันคือ AI จริงเปล่าซึ่ง >> GERIN เปิดตัวมาแล้วเรียบร้อย >> ครับ >> แต่วงเล็บไว้นิดนึงก็คือว่า Event เอ่อ เค้าเรียกว่ามีแพลตฟอร์มเริ่มเปิดตัวใน

54:43 การ verify content มาเดี๋ยวเนี้ยก็มี True ที่เอาไว้ลบลายน้ำของ AIT ใส่ทิ้ง >> เออ >> ฉะนั้นมันเป็นทูซ้อนทูขึ้นมาอีกทีก็เลย ต้องอาศัยวิจารณญาณของตัวเองอย่างมหาศาล ฉะนั้นโลกนี้ยังคงอยู่ว่ายิ่ง AI มันสเกล เท่าไหร่ Trust มันยิ่งต่ำลงเท่านั้น >> ทีนี้ >> key implication อันนึงที่ก็น่าสนใจก็ คือว่าเขา้าอ่ะมีรีเสิร์ชออกมาว่าใช้ AI ในสageประมาณไหนถึงจะกำลังพอดีอ่ะ >> เขาบอกว่าใช้ช่วยเนormใช้บางส่วนของ Story โอเค >> แต่ถ้าคุณใช้ Full Story เลยอ่ะครับ >> ครึ่งๆเลย >> คือครึ่งนึงบอกว่าไม่ไม่โอเคฉันไม่โอเค กับอีกครึ่งนึงถึงยอมรับได้ฉะนั้น >> อันเนี้ยเดี๋ยวจะไปพารต่อไปที่บอกว่าแล้ว ใช้ยังไงให้มันเวิร์คเนาะกะอีกก้อนๆนึง

55:29 ที่น่าสนใจคือว่ามันเลยเกิดปรากฏการณ์อัน นี้แหละที่บอกใช่ึ behavior ก็คือว่า >> พอalกorิธึมมันควบคุมเรามากเกินไปอ่ะผู้ คนก็เลยรู้สึกไม่สนใจแล้วก็ไม่ไว้ใจอัน นี้คือขี่ที่เกิดขึ้นซึ่งอันนี้คือ แพลตฟอร์มที่บอกเนาะ Instagram Google TikTok มีแล้วเรียบร้อยในการที่ให้ control alกorิของเราเองได้ manage topic ของเราเองได้นะครับผม >> อ >> AI จบไปแล้ว >> AI จบแล้วพาร์ทที่ 5 อ่ะอันนี้ก็เป็นอีก พาร์ทนึงที่ผมว่าผมก็ >> เออคิดเรื่องนี้เยอะมากคือยุคตอนเมันเป็น ยุคที่เรียกว่า Reset Consumer Myzone น่ะมันไม่ใช่แค่เรื่อง Minor Zone Minor Zone คือจุดตั้งต้น >> แต่เขาเรียกว่ามันกลายเป็นยุคของ

56:15 Nonlinear Life >> ทุกคนมีเส้นทางชีวิตของตัวเองที่ไม่ เหมือนกันเลย >> อ่าอันนี้คือคีย์นะครับทีเนี้ย >> อ >> ก้อนๆเนี้ยอย่างที่เมื่อกี้ผมเล่าเลยบ่อ เกิดจริงๆมันเกิดมาจาก Minor Stone อ >> ฉันสนใจความสุขวันนี้ >> พรุ่งนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน >> อือ >> แล้วที่สำคัญก็คือว่าเพราะคนน่ะมองหาอะไร ที่ซัพพอร์ตตัวเองความหมายและความเข้าใจ ตัวเองเป็นหลักไว้ก่อน >> ซึ่งสิ่งเนี้ยมันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่เขา เรียกว่าหมุดหมายสังคมไม่มีผลสำหรับชีวิต ฉัน >> อือเพราะมันไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตจริงของ ฉันเช่นการแต่งงานการเกษียณการไปเที่ยว ต่างประเทศถ้าไม่ได้ตอบโจทย์ชีวิตจริงฉัน ฉันจะไม่สนใจสิ่งนี้ฉะนั้นฉันจะสนใจอะไร ที่มีความหมายจริงๆกับฉันกับตัวฉันคน เดียว >> ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคืออะไรที่เป็น

57:02 เทรนด์ของ Consumer >> อ >> Gency Dating Reset แปลว่าอะไรGenซี เริ่มปรับกติกาความสัมพันธ์ใหม่ไม่จ่าย เงินสำหรับเดทอีกต่อไปแล้ว >> อื >> เจนซีบอกเลยว่า 51% ของเจนซี สเปน 0 เหรียญสำหรับเดติ้งโอ้เพราะเขารู้ สึกว่าเปลืองโอเจนซีไม่จ่ายฉะนั้นใครจะ จ่ายไม่มี >> ก็เลยต้องไปเดทกันง่ายๆเช่นเดทที่บ้านยก ตัวอย่างเดทอะไรที่ไม่ต้องใช้เงินมาก >> ร้านหนังสืออย่างเงี้ยกตัวอย่างอ่าแล้วก็ อีกคียนึงที่ผมว่าน่าสนใจคือว่า >> เมื่อคำว่า rance มัน turn into pressure ในที่นี้คือเมื่อก่อนการไปเดท หรือความรักมันดูเป็นเรื่องโรแมนซ์เนาะ แต่ตอนเนี้ยยุคยุคที่มันต้องใช้เงินน่ะ ยุคที่มันต้องใช้ทั้งอ่ะ

57:49 >> คนก็เลยมองว่าไม่ฉันจะมาเขียนกติกาของ ความสัมพันธ์นี้ใหม่นี่คือมุมมองของเจนซี ที่เกิดขึ้นทีเนี้ย >> อ >> มันเกิดอีกปรากฏการณ์นึงซึ่งผมว่าน่าสนใจ มากมันชื่อว่า Kid doubting expansion >> โอแค่ฟังก็คอยยักหน้าเลย >> แปลว่าอะไร gen up ด้วยนะตอนเนี้ยหลีก หนีจากความเครียดผ่านเ้าเรียกอะไรที่มัน เป็น playful consumption น่ะ >> ใช่อะไรที่มันดูแบบขอพื้นที่เล็กๆให้ฉัน ยังเป็นเด็กได้มั้ยอ่ะทำไมtoอยถึงมาแรง นี่แหละคือไวแล้วคนซื้ออารอยไม่ใช่เด็กนะ ครับ >> คนซื้อToอย Millen Up ทั้งนั้นอย่าง เงี้ยยกตัวอย่างทำมาอจิทำไมกลับมาอย่าง เงี้ยยกตัวอย่างแล้วก็พี่น่าสนใจเลยคือ เขาบอกว่าตอนเนี้ย Global Gamer Average Age ก็คืออายุเฉลี่ยของคนที่เป็นเกมอร์ อ่ะ 41 ปีโว

58:35 >> เ้ยจริงป่ะเนี่ย >> เนี่ยซึ่งแบบตลกแล้วก็ที่สำคัญผมว่า อีกข้อมูลนึงที่ผมแบบดูแล้วขำมากก็คือว่า กลายเป็นคนที่เล่นเกมอ่ะ 61% อายุมากกว่า 60 ปี 60 ปีนะซึ่งแบบ >> โอ >> แปลว่าคนเดี๋ยวเนี้ยผู้ใหญ่เดี๋ยวจะมีอีก เทนึงผู้ใหญ่กลับไปอยู่ในออนไลน์ >> แต่แต่ผมว่าอันนี้น่าสนใจคือทั้ง 2 อย่าง เนี่ยเอาแค่ตัวอย่าง 2 อย่างก็คือ >> มันไม่มีค่านิยมแบบเดิมๆแต่ว่าถูกไม่มี >> ก็ตุ๊กตาต้องเป็นของเด็ก >> ถูกใช้เลยการจะเดทกันต้องทำแบบนี้ >> เดี๋ยวนี้มัน >> ก็เรื่องของฉันน่ะไม่ใช่เลยใช่มีความสุข แบบนี้เออฉันมีความสุขแบบนี้ทีนี้ Gen Alpha กำลังจะเริ่มเป็นกำลังซื้อใหม่ จริงๆ Gen Alpha Gen Social Algorit

59:21 แต่เขาเป็น Ative >> โอ >> เอออันนี้ผมว่าน่ากลัวเขาไม่ได้แค่เติบโต มากับเทคโนโลยีเขาเติบโตมากับ AI >> ฉะนั้น >> AI เหมือนเพื่อนเขาอ่ะ >> เขาใช้ AI เหมือนเป็นเค้าเรียกว่าเพื่อน ในการที่ >> ทำทุกอย่างก็เหมือนก็เหมือนคนเจนซีเติมมา ก็ดิจิตัลเลยอ่ะใช่มั้ผมยังทันอลอก >> ใช่ๆฉะนั้นคีย์อันเนี้ยวิธีคิดกับแบรนด์ มันก็เลยต้องเปลี่ยน >> ยกยกตัวอย่างอย่างเช่นตอนที่เราทำกับฮาชิ คือน้ำเกลือล้างจมูกแล้วเราเข้าไปใน Robloอกอย่างเงี้ยเพราะคีย์ตอนนั้นสิ่ง ที่เราเจอคือว่า >> กลายเป็นเจalฟ่าเป็นเขาเรียกว่ามิเซอร์ >> แปลว่าอะไรอ >> เมื่อก่อนไอ้เ้าเรียกพ่อแม่เป็นคนบอกเด็ก ว่าต้องใช้อะไร >> แต่เด็กยุคเนี้ยเจอฟ่าเป็นคนไปบอกพ่อแม่ ว่า >> ซื้ออันนี้สิ >> ดีกว่าจริง >> อ่าฉะนั้นอันนี้คือเข้าไปในRobl็อกเพื่อ

1:00:08 ให้เด็กคุ้นเคยกับการเอาน้ำเกลือล้างจมูก ในนั้นน่ะเพื่อให้เด็กมาบอกพ่อแม่ >> นั่นหมายความว่าถ้าใครอยากจะเจาะกลุ่ม Gen Alpha หรือครอบครัวของ Gen Alpha >> ก็ต้องเข้าไปในพื้นที่ที่เอยู่ >> พื้นที่เจ Gen Alpha >> อาจจะมาทันผ่าน Instagram เนี่ยเอาจจะไม่ ได้เล่นเยอะขนาดนั้นแต่เห็นด้วยกับ Robox นี่ >> ใช่เลยแล้วเใช้ YouTube เป็นเ้าเรียกว่า First Brand Channel >> อ้าจริง >> หลานๆผมเนี่ยมีchชannelของตัวเองทั้งนั้น คือทำเพลงทำอะไรกิก๊อกกิ๊กก๊อกไปถูกต้องเ ชอบลองฟอร์มเไม่ได้ชอบชัดฟอร์มด้วย >> ออแต่จริงทุกคนชอบดูไอ้นี่นอกจากRoboอกก็ Minecraft >> ใช่ >> แล้วก็พวกรีวิว >> ซึ่งดีมากพี่เจนฟ่าไม่เป็นชีฟโดพามีน >> แต่ดูเยอะๆก็ไม่ค่อยดีแล้วโอผมเห็นหลานผม ทั้งแบบดูเป็นชั่วโมงเลยอ่ะดูรีวิวเกม

1:00:53 อะไรพวกนั้นน่ะเออ >> ไอ้นี้ที่ขำ >> ครับ >> แล้ว retirement เนี่ยแหละตอนเนี้ยเป็น ชุมชนดิจิตอลที่มากที่สุดในประวัติการตอน นี้ละทุกคนเข้าไปสู่ดิจิตอลย้ายเ้าเรียก ว่าชีวิตของตัวเองอ่ะเข้าไปในนั้นเต็มตัว เหตุผลเพราะอะไร >> เพราะอย่าลืมว่าคน 50 Plus อ่ะ เขาทำอะไรในชีวิตจริงไม่ได้เยอะ >> อื >> แต่การที่เขามีดิจิตอลอ่ะมันเท่ากับเขา ไม่ต้องขยับเยอะเช่นอยู่ในบ้านทำกิจกรรม ในบ้านน่ะ >> แต่เขาได้รู้จักคนมหาศาลทั่วโลกทั้ง เพื่อนเก่าเทั้งเพื่อนใหม่ทั้งลูกเพื่อน ทั้งหลาน >> ฉะนั้น >> ตอนนี้ก็เลยกลายเป็นเทรนด์นี้เนาะซึ่ง คีย์ที่สำคัญของมันก็คือว่าทำยังไงเราถึง จะเค้าเรียกจับกลุ่มคนกลุ่มนี้ได้เพราะคน

1:01:40 กลุ่มเนี้ยความต่างจากคนที่อยู่บนดิจิตอล ทั่วไปคือกำลังซื้อมหาศาลครับ >> จริงพร้อมจากใช้สอย >> พร้อมดูปึ๊บซื้อเลย >> ถูกๆผมว่าผมว่าใครที่แบบคนในครอบครัวคุณ พ่อคุณแม่อ่ะ >> อือ >> โอติดติtอกมาก >> ใช่ๆติดติtอกกับผมอีก >> ทุกๆวันนี้เมื่อก่อนพ่อแม่ว่าเราใช่มั้ ครับว่าวางมือถือกินข้าวก่อน >> ทุกวันนี้เราต้องบอกแม่ว่าวางมือถือก่อน >> ผมนี่เจอพ่อบอกปะคุยกันก่อน >> ผมว่าอูนั่นแหละ >> ดูติTokตลอดเวลาแล้วแบบผมคิดว่าเห็นด้วย ตรงที่ว่ามันไม่ใช่สวัสดีวันจันทร์เหมือน แต่ก่อนแล้ว >> ไม่ใช่แล้ว >> เทีขึ้นมาทำ content เทำ content เทำ content >> เออ >> ใช่ >> สุดท้ายของ customer ซึ่งผมว่าเรื่อง เนี้ย >> มูลค่ามหาศาลที่สุดของตลาด >> เทของพี่เอิร์ทอย่างแท้จริงเทรนนี้นะฮะ

1:02:26 >> เทรนของทุกคน >> เออ >> นะครับ Rise of Daily Longevity เมื่อเาเรียกว่า Daily Health Optimization น่ะและคุณภาพชีวิตที่ยาว ขึ้นน่ะมันกลายเป็นสิ่งที่ต้องทำในทุกวัน >> นี่คือคีย์ที่สำคัญชอบคำว่า Daily นี่ แหละ >> ใช่ >> คือต้องบอกก่อนว่าตั้งต้นศาลตั้งต้นสิ่งเ มาจากอะไรประเทศไทยเราอ่ะมีเขาเรียกว่า Long Gvity Gap ก็คือว่าคนไทยเราอ่ะมี ชีวิตยาวขึ้นจริงคือ Average Age คนไทย ตอนเ 75 ปี >> อายุนะ >> อายุ >> แต่ใช้เวลา 10 ปีสุดท้ายในภาวะที่สุขภาพ ไม่ดี >> อ่านอนติดเตียงบ้างแหละเดินไปค่อยได้บ้าง แหละเจ็บหลังบ้างแหละถูกต้องใช่ไถ่ไอ้ อะไรนะฟอกไตบ้างฉะนั้น >> คำว่า long ไลฟอ่ะมันเลยเปลี่ยน definition

1:03:11 >> ครับ >> จากซ้ายอ่ะคำว่า life band คือโฟกัสแค่ ว่าอยู่ให้นานขึ้น >> อือ >> มาเป็นสิ่งที่เรียกว่า Health Band >> Health Band คืออะไรโฟกัสมีคุณภาพชีวิต แข็งแรงและมีพลังในทุกๆปีของการใช้ชีวิต แปลว่าทุกปีใช่ทุกปีฉันต้องมี Quality of life อันนี้คือคีย์สำคัญเนาะฉะนั้น >> ผู้บริโภคอ่ะตอนนี้ไม่ได้สู้กับความแก่ อีกต่อไปละ >> แต่เขากำลังเขาเรียกว่า actively cultivate คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุกวัน >> คือขอวันนี้เลยวันนี้ชีวิตถูกต้องใช่ ฉะนั้นมันก็เลยเกิดเทรนด์เหล่านี้ขึ้นมา ซึ่งเดี๋ยวจะค่อยๆเล่าให้ฟังครับ >> มันเลยกลายเป็นมิติใหม่ของคำว่า longity ตอนเนี้ยเป็นไลฟ์สไตล >> เออผมชอบคำนี้มาก >> อ่าซึ่งเมื่อ slowly อ่ะมันไม่ได้เป็นแค่

1:03:58 longevity แต่จริงๆมันเป็นสิ่งที่เรียก ว่า leaving better มากกว่าอันนี้คือ คีย์สำคัญที่ทำยังไงให้มันเป็น daily routine >> อ่านะครับซึ่งจริงๆต้องบอกก่อนว่า Key Shiffing Behavior อ่ะสู่ Daily Lifestyle ที่จับต้องได้มาจาก 3 เรื่อง >> 1 ก็คือว่าจากการแก้ปัญหาตอนเนี้ยเป็น การเริ่มป้องกันตั้งแต่ตอนนี้เลย >> คือป่วยแล้วเข้าโรงพยาบาลขอป้องกันเลย สุขภาพดีก่อนใช่ 2 จากการที่เป็นเา้า เรียกว่ารักษาใหญ่ๆอ่ะมาสู่ Daily Rชual เล็กๆแต่ทำได้ต่อเนื่องจริงครับ >> แล้วก็สุดท้ายคือจากเรื่องเฉพาะกลุ่มคือ Nich Concern น่ะมาสู่สิ่งที่เรียกว่า Mainstream Cultural Value อเป็น เรื่องหลักของคนทั่วไปละ >> โอ้ตอนนี้ใครไม่รักษาสุขภาพนี่เอนะครับ >> ไม่ได้แล้ว >> ออฟฟิศผมเนี่ยปกติวันศุกร์กินเบียร์

1:04:45 >> เดี๋ยวนี้ไม่มีคนกินเลยอ่ะ >> จริงเหรอ >> น้อยมาก >> สุดยอด >> เบอกให้ปาร์ตี้เวโปรตีนกัน >> ออฟฟิศคุณผมเห็นวิ่งกันเสาร์อาทิตย์ กระหน่ำ >> โอวิ่งกันกระหน่ำเลยครับทุกคนแต่ว่าวิ่ง เสร็จอาจจะกินอันนี้ไม่รู้นะ >> ซึ่งจริงๆต้องบอกก่อนว่าไอ้เหตุผลที่เกิด สิ่งนี้ขึ้นน่ะเพราะ 90% ของ longevity มันเป็นปัจจัยมาจากไลฟ์สไตล์ >> อ่าไม่ใช่ยีนจีนมันแบบโทษโทษแม่ไม่ได้ แล้วตัวเองอยู่ที่คุณ >> หมอแอมจากบินบอกว่าเป็นโรคจากกิเลส >> กิเลสของเราทุกประเภทซึ่ง >> ถ้าเรามีไลฟ์สไตลที่ดี >> อื >> ไม่ว่าจะเป็น 1 คือการ exercise 2 การ นอนที่ได้ quality 3 การdiอet >> อื >> สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือเราสามารถเพิ่มอายุ ไขได้ 12-24 ปีอย่างมีคุณภาพ

1:05:31 >> โหน่าสนใจนะครับทีนี้ >> ก้อนตอนเนี้ยเขาบอกว่าสิ่งที่เป็นโอกาส ของแบรนด์เลยสำหรับเทรนด์ที่เป็นเรื่อง Longtivity as a lifestyle อ่ะคือการ Power แล้วก็ Clean ออ >> อ่าจะอธิบายทีละเรื่องซึ่งเดี๋กัสเราจะไป อีก section นึง >> กัสตอนเนี้ยก็คือระบบเค้าเรียกระบบอาหาร ทั้งหมดโดยเฉพาะลำไส้เนาะก้อนๆเนี้ยเป็น ระบบสุขภาพที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย >> ซึ่ง >> ตอนเนี้ยGั First Formula จะเริ่มเป็น foundation ของสุขภาพหลัก >> ที่เป็นโอกาสของแบรนด์หลากหลายแบรนด์มากๆ >> พวกพีไบโติกโปรไบโอติกนั่นแหละ >> ถูก Power เห็นผลจริงอย่างที่บอกเลยคนเชื่อ อะไรที่พิสูจน์ได้จริงเนาะฉะนั้นสิ่ง เนี้ยไม่ใช่กล่าวอ้างเคมลอยแต่ต้องได้ผล

1:06:16 จริงมีบทพิสูจน์จริงอันนี้เรียกว่าpowerา มีประสิทธิภาพสุดท้ายคลีนในที่นี้คือ >> ปรุงแต่งปรุงรสอะไรน้อยที่สุดใช้อะไรที่ เ้าเรียกว่าคลีนที่สุดอันเนี้ยคือ 3 อย่างที่จะไปช่วยซัพพอร์ตเรื่อง Longivity as a lifestyle ได้ >> เราถึงเริ่มเห็นคอลลาเจน shot ไม่ปรุง แต่งแต่ให้คอลลาเจนบูostเข้มข้นอย่างเงี้ ยกตัวอย่างหรือว่าดร.ที่เขาไปซื้อเอ่อ สถานวิจัยแลบอันนึงแล้วทำที่เป็นพบิกับ ชอตออกมาอย่างเงี้ยใช่ฉะนั้นเนี่ยคือสิ่ง ที่ซัพพอร์ต Longvity LSA Lifestyle ซึ่งเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเองนะครับ >> เอ >> เรามาเข้าใจเรื่องนึงก่อนว่าเราจะเป็น Daily Longevity ได้อ่ะ

1:07:01 >> อ >> มันผ่าน 3 เรื่องหลักๆ >> 1 คือ >> Internal Foundation ในที่นี้คืออะไร ต้องวางรากฐานสุขภาพจากภายในให้ร่างกาย เราอ่ะพร้อมใช้งานได้ทุกวัน >> อ >> 2 Proactive Optimization คือบริหาร แล้วก็อัปเกรดร่างกายเชิงรุกก่อนที่ปัญหา จะเกิดสุดท้าย Holistic Environment คือ ออกแบบสภาพแวดล้อมรอบตัว >> ให้สนับสนุนพลังชีวิตและสุขภาพ >> อ่าจริงอารมณ์ความรู้สึกนะอยู่บ้านรกๆมัน ก็บางทีก็ทำให้เราเครียดได้ >> ใช่เนี่ยอันนี้คือ C Struจureใหญ่ๆ 3 อัน >> ครับ >> เข้าไปทีละอัน >> G First Living ซึ่งเรียกว่าเป็น Internal Foundation เพราะอย่างที่ เมื่อกี้ผมเล่าให้ฟังเลยคือกัสตอนเเป็น ระบบควบคุมสุขภาพทั้งหมด immunity mood skin แล้วก็ energy มันมาจากกัทั้งนั้น

1:07:48 ฉะนั้นตอนเนี้ยโอกาสที่มหาศาล 90 ล้านล้านเหรียญ >> ทั่วโลกแล้วเติบโต 8% ทุกปี >> หมายความว่าผลิตภัณฑ์หรือว่าบริการที่ เกี่ยวข้องกับระบบ >> ใช่กัดใช่เท่านั้นด้วยนะใช่อันเนี้คือกัด อย่างเดียว >> ไม่น่าเราถึงเห็นพวกพีบติก >> เยอะมากเยอะมากแล้วประเทศที่leีดเรื่อง Digestive Health Market อ่ะคือ North America >> อื >> แต่ความน่าสนใจคือเอเชียแปซิฟิกก้าว กระโดดอย่างมหาศาลมากตอนนี้อ่ามีเทรนด์ใน การเติบโตค่อนข้างสูง >> ทีนี้ >> ตอนเนี้ยผลิตภัณฑ์ที่เป็นเค้าเรียกว่าการ Faี่ออกมาเยอะแยะมากมายผมยกตัวอย่างสัก 2 อันที่ผมอ่ะมันน่าสนใจตัวแรกเป็น Lolly Pop ตัวนึง

1:08:38 ขอไม่อ่านชื่อแต่ความน่าสนใจคือเค้าเคลม ว่าเป็นโี่ที่ดีกับวาจน่าน้องสาว >> ออเหรอคืออมยิ้มเนี่ยเหรอ >> ใช่แต่อมยิ้มนะกินที่ปากแต่ว่ามันไปดีกับ น้องสาว >> โอไปยิ้มข้างล่าง >> แยกกว่า >> ก็เบอกให้จอยผมก็พยายามสร้างให้รายการเรา จอย >> คือคือความน่าสนใจคือจริงๆต้องบอกว่า โปรไบโอติกอ่ะจริงๆมันดีกับทุกระบบของ ร่างกายและโดยเฉพาะระบบตรงนั้นของน้องสาว ด้วยฉะนั้นตัวนี้เค้าเลยเคลมอันนี้ออกมา เลยว่าเป็นlโolี่ po ที่ดีกับเวอร์ไซina นะครับมีปบติกที่มีดีกับเวอร์ไซ >> คิดได้เนาะ >> ใช่อีกอันนึงเป็นเครื่องสำอางชื่อ kin แต่ความน่าสนใจของเครื่องสำอางอันเนี้ก็ คือว่าเอาจริงๆเคนรู้เปล่าว่าถ้าระบบใน ร่างกายเราดีอ่ะจริงๆผิวเราอ่ะมันจะใส

1:09:25 ขึ้นไม่ใช่พึ่งพาเครื่องสำอางอย่างเดียว เคยผมเคยมีเอ่อลูกค้าเจ้านึงที่เป็น แบรนด์อันดับ 1 อ่ะ beuty อ่ะ >> Laal เราพูดชื่อแล้วกันนะก็พูดเรื่องนี้ ให้ฟัง >> ซึ่งผลิตภัณฑ์ KIN เนี่ยเขาก็เลยทำ 2 ลาย มาขายคู่กัน >> 1 คือลายที่เป็นสกินแคร์กับ 2 คือลายที่ เป็นตัวที่เป็นมาดูแลเรื่องกั >> แล้วใช้คู่กันกินเข้าไปแล้วใช้คู่กัน เพื่อให้ >> ได้ทั้ง inner แล้วก็ outer อ่าเนี่ย อย่างเงี้ยยกตัวอย่างคือกัส Fairy Product แบรนด์คือ >> คือแสดงว่ากัสดเนี่ยพี่เอิร์ดอาจจะพูดให้ ทุกคนเข้าใจมากยิ่งขึ้นมันไม่ได้เกี่ยว แค่เรื่องอาหาร >> ระบบสุขภาพทางเดินอาหาร >> ทั้งหมด >> แต่จริงๆอ่ะถ้าโฟกัสที่สุดที่สำคัญที่สุด คือลำไส้ >> อ่าอันนี้เรียกว่ากั >> ซึ่งมันก็จะมีวิตามินมีสารอะไรที่จะช่วย

1:10:11 บำรุง >> ใช่ใช่ๆมันจะเป็นเช่นจุดกำเนิดของเอนไซม์ จุดกำเนิดของตัวสารสื่อประสาทอีกหลายๆตัว ที่เกิดขึ้นในร่างกายหรือแม้กระทั่งระบบ จุลินทรีย์ที่อยู่ภายใน >> อแสดงว่าส่วนใหญ่ก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่อง กิน >> เอ่อหมายถึงว่าสิ่งที่เราจะรับเข้าไปใช่ ป่ะใช่ก็คือในร่างกายเราอ่ะจะมี จุลินทรีย์ที่ดีอยู่ใช่มั้ครับฉะนั้นคำ ว่าปรีไบโอติกกับโปรไบโอติกอ่ะโอติกมัน คือเรากินเข้าไปเพื่อให้เป็นอาหารของ ไบโอติกอ่าเช่นมันจะเป็นพวกอะไรไฟเบอร์ หรืออะไรก็แล้วแต่เนาะ >> ใช่ให้จุลินทรีย์กินต่อแต่โปรไบโอติกคือ ตัวจุลินทรีย์นั้นๆเลยซึ่งจุลินทรีย์มี อยู่หลายสายพันธุ์ก็จะมีสายพันธุ์ที่เขา แนะนำว่าต้องสายพันธุ์นี้เท่านั้น >> และมีอีกเรื่องนึงที่คนมักเข้าใจผิด >> โยเกิร์ตทุกชนิดไม่ได้มีโปรไบโอติกนะครับ >> อื >> ฉะนั้นต้องดูยี่ห้อโยเกิร์ตที่มี

1:10:58 โปรไบโอติกถ้าจะกินโยเกิร์ตให้ได้ โปรไบโอติก >> บอกแล้วเทรนด์นี้คือพี่เอิร์ทเทรนด์เลย ตัวจริงฮะเพราะว่าอายุเตอนนี้เท่าไหร่นะ >> อายุ 33 ค่ะ >> แต่ว่าผมถามเพื่อเป็นประโยชน์สำหรับนัก การตลาดหรือคนทำแบรนด์ >> ก็แบรนด์ฉันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องกินน่ะ >> มันลิงก์กับลำไส้ได้มั้ย >> จริงๆก็ควรต้องทำดีกว่าควรแยกอีกลายนึง ขึ้นมาเช่นคินที่เมื่อกี้บอกอ่ะ >> อ๋อ >> ถ้ามองว่าเช่นถ้าสุขภาพผิวอ่ะมันก็เกี่ยว กับสุขภาพลำไส้คุณก็ต้องมีอย่างอื่น สมมุติสมมติผมทำโรงแรม >> ก็อาจจะต้องมีอาหารที่เสิร์ฟ >> ในโรงแรมที่เกี่ยวข้องกับกัส >> ใช่มั้เกี่ยวข้องกับกัสทำให้ระบบของกัส สมบูรณ์ขึ้นคือไม่ต้องถึงขนาดไปเติม โปรไบโอติกแต่อย่างน้อยเป็นสารอาหารให้

1:11:43 จุลินทรีย์ที่ดีอย่างเงี้ยก็ก็น่าสนใจ >> อสมมุติลิงก์ไปที่แบบ airways เมื่อกี้ พวกสายการดินอ่ะอาหารบนเครื่องที่ดีต่อกั อย่างงี้เป็นต้น >> ก็คือพยายามลิงกถถูกต้องอ่าซึ่งอย่างที่ บอก >> ตอนเนี้คิดว่าปี 2026 หลายๆท่านที่ทำโดัก ลองไปทิศทางนี้น่าสนใจ >> ผมได้ยินมาสักพักแต่ไม่คิดว่ามันจะใหญ่ ขนาดนี้ >> ตอนนี้มันใหญ่แล้วมันมันเค้าเรียกว่าคน เริ่มมองหาสิ่งนี้กันจริงจัง >> เพราะว่าถ้าพูดตรงๆบางทีเราจะไปนึกถึง วิตามิน >> ถูก >> ใช่มั้ยกินวิตามินไม่พอ >> กัสนี่คือเป็นอีกอันนึงที่สำคัญมาก >> กัสเป็นจุดเถ้าคนพูดพูดว่าเป็นสมองที่ 2 ร่างกายด้วยซ้ำ >> เออผมเคยได้ยินผมเคยได้ยิน >> ใช่ฉะนั้นซึ่งส่วนตัวผมเชื่อเรื่องนี้มาก ๆฉะนั้นตอนเนี้ยพอยิ่งดูแต่สิ่งนี้ดีอ่ะ มันดีไปทั้งตัวเลยสมองเราดีระบบร่างกาย

1:12:31 เนerจีเราดีผิวเราดี >> เอาล่ะครับต้องป้ายยากันแล้วพี่เอิร์ทอ่ะ เดี๋ยวหลังไมค์แล้วกันโอเคช่วยต่อ >> ได้ครับอ่ะทีนี้มันก็มาอีกสอีกคียนึงที่ ชื่อว่าฟัง Food and Drink หรือ Food is Medicine >> อาหารคือยาจิ >> จริงๆ >> อาหารตอนเนี้ยเขาบอกว่ามันทำหน้าที่ เหมือนยายังไงก็คือว่าอร่อยกินง่ายแล้วก็ กินได้ทุกวัน >> อือื >> แต่ต้องทำหน้าที่เหมือนยานะ >> เทรนด์ของอาหารตอนนี้มันเลยไปเป็นเรื่อง นี้เลย 100% จริง >> อ่าฉะนั้นเราลองสังเกตอาหารหลากหลาย ประเภทตอนเนี้ยที่ที่มาในตลาดเช่นยกตัว อย่างน้ำดื่มที่ช่วยลดไขมัน >> อื >> อย่างเงี้ย >> กินได้ทุกวันเลยแล้วช่วยลดไขมันสีน้ำตาล ในร่างกายแล้วสกัดจากข้าวอย่างี้ยกตัว อย่างอันนี้คือของญี่ปุ่นหรือตัวตอนนี้

1:13:18 ที่ดังมากชื่อว่าป๊อปปี้เป็นโซดาที่ใส่ พีบอติก >> อ่าอย่างเงี้ยฉะนั้น >> เราจะเห็นเทรนด์แบบนี้เยอะมากๆแล้วจาก อาหารและเครื่องดื่มสมัยใหม่ >> ที่มันต้องไม่ใช่แค่อร่อย >> แต่มันต้องดีกับสุขภาพจริงๆ >> มันเป็นเมนนะเพราะว่าก่อนหน้านี้เนี่ยฟัง ผมจำได้คนแรกๆที่ทำเลยคือคุณปันอ่า >> จำยี่ห้ออมิโนโอคได้มั้ยเจ๊งฮะ >> เพราะตอนนั้นคนไม่เก็ตอ >> มันเร็วไป >> ตอนนี้ฟังก์ชal drink ก็คือทุกรูปแบบ >> ใช่ทุกรูปแบบ >> จะเป็นเรื่องกัสจะเป็นเรื่องอะมิโนจะเป็น เรื่องคอลลาเจนสมองได้หมดเลย >> ได้หมดแต่ต้องมีผลวิจัย รองรับจริงมันช่วยจริงต้องไม่ใช่แค่เช่น เราไม่เติมน้ำตาลแต่เราใส่เครื่องดื่มให้ ความหวานแทนน้ำตาลซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพอยู่ ดีอย่างเงี้ยไม่ได้อันนี้ไม่นับเป็น F

1:14:06 >> อ >> แล้วต้องอร่อยด้วยนะ >> แต่ทีสำคัญทุกอย่างที่เป็น Food and Drink ต้องอร่อยอ >> อ่า >> อีกอันนึงผมชอบอันนี้มากเหมือนกัน Preentive Beauty and Health >> อือ >> ตอนเนี้ยเขาบอกว่าโลกจากการเริ่มจาก anti-aging อ่ะมันกำลังเข้าไปสู่เ้า เรียกว่า early prevention >> อืออื >> แล้วก็กำลังไปจบที่ Skin Span Longity แปลว่าอะไรก็คือว่า >> มันกำลังก้าวเข้าไปสู่จากแค่แก้แก้ไข ปัญหาไม่ให้มีรอยอ่ะ >> ไปสู่การป้องกันไม่ให้มีรอย >> อ >> และก้าวไปสู่สุขภาพผิวที่แข็งแรงแล้วอยู่ กับเราได้นานกว่าเดิม >> เนี่ยอันนี้เรียกว่า Skin Span Longity ซึ่ง >> สิ่งเนี้ยเขาเรียกว่า Signal แล้วกันที่ เกิดขึ้นทั่วโลกแล้วน่าสนใจมากๆก็คือว่า กลุ่ม Early Anti Aging เกิดขึ้นในเด็ก

1:14:53 อายุ 18 ปี >> แปลว่าเด็กก็เริ่มสนใจ aging แล้วอ่ะมัน early แล้วใช่ 18 ปี >> ตาย >> แล้วreีน ขายดีมากทั่วโลกจริงๆ >> เติบโตสูงมากเรื่องซันสกรีนผมว่าน่าสนใจ มีพี่ผู้ใหญ่ท่านนึงที่เป็นแพทย์อ่ะแนะนำ ด้วยซ้ำว่าถ้าคุณมีเงินน้อยไม่เยอะ >> อ >> ลงทุนระหว่างไทครีมดีๆกับซันสกรีนดีๆอ่ะ ซื้อซกรีนดีๆ >> อันนี้จริงคือพูดไม่ได้บอกว่าจะไปโฆษณา ให้ซันสกรีนหลายแบรนด์ในไทยหรือว่าต่าง ประเทศนะผมปรึกษาสาวมองมาทุกคนเหมือนกัน >> อพูดเหมือนกัน >> ไม่ใช่แค่ผิวนะเรื่องของมะเร็งเรื่องของ ทุกๆอย่างเ้าบอกว่าง่ายที่สุด >> ใช่ใช่ >> ห้ามลืมเด็กถูกโอผมนอกเรื่องนิดนึงคือผม อ่ะเคยมีปัญหาเรื่องผมเหมือนมีเหมือนมี

1:15:38 รอยเหมือนเค้าเรียกว่าอะไรดีอ่ะกระตรง เนี้ย >> ใช่ป่ะครับซึ่งมันเกิดจากแดด >> อ่า >> ทำเลเซอร์ยังไงก็ไม่หายสุดท้ายผมทา ซันสกรีน 2 รอบอ >> อ๋อ >> หายเลย >> โอ้ >> แปลว่าเนี่ยซันสกรีนมัน >> มันช่วยจริงมันมัน impact เห็นมั้พี่ เอิร์นี่ป้ายยาเก่งพอมา >> อ่ะแล้วก็คนเริ่มใช้เรตินอลเรตติอลที่เรา รู้เนาะมันช่วยผัดเซลล์ผิวแล้วก็ช่วยทำ ให้ผิวเราอ่ะมันยกขึ้นได้ฉะนั้น 3 เรื่อง นี้มันเป็น 3 เรื่องที่เป็นเ้าเรียกว่า signal ของก้อนที่เป็น skin spare longevity แต่จริงๆอ่ะก้อนที่เป็น ทรีatmentน่ะระดับรากฐานเลยคือ preventive care คือการทาทาด้านบนเนี่ย sunscreen เรtinolอะไรเมื่อกี้ที่บอกเนาะ แต่ถ้าเป็น clinical intervention อัน

1:16:25 นี้เริ่มเป็นเลเซอร์ะ >> อ่าทำเลเซอร์เอ่อฉีดเ่อเ้าเรียกว่าอะไร ฉีดบางอย่าง injection เช่น filter เอ้ย fer อย่างเงี้ยโปท >> อ >> แต่ level ที่ extrem เลยคือ regenerative fronteer ในที่นี้คืออะไรบ้าง >> stemซลexโซมการใช้ NAD plus อันนี้ยกตัว อย่างอย่างเงี้ยพวกเนี้ยมันจะเริ่ม up ไป เรื่อยๆฉะนั้น Skin Spare Longvity ตอน นี้กำลังจะกลายเป็น New Biggest trend ของเอสติก >> โอหแล้วตลาดนี้ใหญ่มากนะ >> แล้วที่สำคัญแบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Laurial ที่เราเกริ่นกันไปแล้วกระโดด เข้ามาเล่นตลาดนี้แล้ว >> ตั้งศูนย์ที่ชื่อว่า Laal Longity Integrative Sn >> เพื่อสร้าง Produc เหล่าเนี้ยออกมาโดยตรง >> ถูกๆก็ที่ผมจัดไป 1 ตอนของ Laal ก็ชื่อ

1:17:11 นี้เลย Skin Longevity ก็พูดเนี่ย 3 เลเวลนี้เลย >> อ่ะน่าสนใจเสร็จตัวก้อนๆนึงคือ Bio Hacker Light >> อื >> แปลว่าอะไรคือว่าที่ผ่านมาหลายคนใช้พวก วiceในการแทรกสุขภาพร่างกายนู่นนี่นั่น เนาะ >> แต่ก้อนๆเนี้ยเทคโนโลยีตัวเนี้ยมันจะ เริ่มเ้าเรียก optimiz ง่ายขึ้นหมายถึง ทุกคนเข้าถึงได้มันไม่เหมือนที่แบบเอ้ยูฟ เมื่อก่อนชอบมีประเด็นว่าคนใส่กับไม่ได้

…

Share

YouTube Video Summaries