0:00 เวลาคุณอยากเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างใน ชีวิตไม่ว่าจะเป็นสุขภาพการเงินหรือความ ฝันที่ซ่อนอยู่ในใจสิ่งที่น่ากลัวที่สุด ไม่ใช่การลงมือทำแต่คือภาพใหญ่ที่เราวาด เอาไว้ในหัวคุณอาจจะเคยคิดว่าปีนี้ฉันจะ ต้องลดน้ำหนักให้ได้ 20 กปีนี้ฉันจะหา เงินล้านแรกในชีวิตปีนี้ฉันจะเปลี่ยน ชีวิตทั้งชีวิตให้ดีขึ้น แล้วก็เป็นไงครับผ่านไปไม่กี่สัปดาห์แรง บันดาลใจก็หายไปความตั้งใจเริ่มจางลงและ สุดท้ายสิ่งที่เคยสัญญากับตัวเองก็ค่อยๆ
0:45 หายไปเหมือนหมอกยามเช้า นี่ไม่ใช่เพราะคุณไม่มีวินัยนะครับไม่ใช่ เพราะคุณไม่เก่งพอและไม่ใช่เพราะคุณไม่ คู่ควรกับความสำเร็จแต่เพราะคุณจ้องแต่ผล ลัพธ์ใหญ่โดยที่ลืมว่าเส้นทางที่แท้จริง สู่ความสำเร็จนั้นสร้างขึ้นจากก้าวเล็กๆ ที่ทำซ้ำทุกวันนี่คือสิ่งที่ทอมมี่เบกอร์ เรียกว่ากด 1% The 1% ru มันคือแนวคิด ง่ายๆที่บอกเราว่าคุณไม่จำเป็นต้อง เปลี่ยนทุกอย่างในชั่วข้ามคืนคุณไม่ต้อง ก้าวกระโดดครั้งใหญ่ให้เหนื่อยแทบตายคุณ แค่ต้องดีขึ้นวันละ 1% เท่านั้นและถ้าคุณ
1:31 ทำมันต่อเนื่องไปตลอด 1 ปีคุณจะไม่ได้แค่ เก่งขึ้น 365% แบบเส้นตรงแต่คุณจะเติบโต แบบทบต้นจนเปลี่ยนชีวิตไปในแบบที่คุณไม่ เคยคิดว่าตัวเองทำได้ ตัวอย่างง่ายๆนะครับลองคิดดูนะครับถ้าวัน นี้คุณเริ่มออกกำลังกายแค่วันละ 15 นาที ในสัปดาห์แรกคุณอาจยังไม่เห็นความต่างเลย ในเดือนแรกคุณอาจกล้ามเนื้อเริ่มตึงขึ้น เล็กน้อยแต่ถ้าคุณทำต่อเนื่องไป 6 เดือน หรือ 1 ปีร่างกายคุณจะเปลี่ยนจนเพื่อนๆ ยังต้องทัก หรือถ้าวันนี้คุณเริ่มเก็บเงินวันละ 100 บาทในเดือนแรกคุณอาจมีเงินแค่ 3,000 บาท
2:18 ดูเหมือนไม่มากแต่ถ้าคุณทำต่อเนื่องไป 3 ปีพร้อมลงทุนให้งอกเงยเงินก้อนนั้นจะโต ขึ้นมามหาศาล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องมหัศจรรย์ครับ มันคือผลลัพธ์ของกฎ 1% ที่ทำงานเหมือนดอก เบี้ยทบต้นของชีวิต เปลี่ยนมุมมอง และนี่คือสิ่งที่คนส่วนใหญ่มองข้ามเพราะ ทุกครั้งที่เราคิดถึงการเปลี่ยนชีวิตเรา จะคิดใหญ่เกินไปเราจะฝันถึงภาพปลายทาง แล้วพอไม่ถึงเร็วๆนี้เราก็ท้อ แต่กฎ 1% สอนเราว่าอย่ามัวแต่โฟกัสที่ภาพ ปลายทางให้โฟกัสไปที่ก้าวเล็กๆวันนี้และ
3:04 ทำมันซ้ำๆด้วยความรักในกระบวนการ เล่าผ่านเรื่องจริง ผมอยากให้คุณนึกถึงนักกีฬาระดับโลกสักคน เขาไม่ได้ขึ้นไปยืนบนโพเดียมเพราะซ้อม หนักแค่วันเดียวแต่เพราะเขาซ้อมวันละเล็ก ละหน่อยต่อเนื่องเป็นปีเป็น 10 ปีจนวัน นึงสิ่งเล็กๆที่เขาสะสมกลายเป็นความยิ่ง ใหญ่ที่ทุกคนมองเห็นหรือแม้แต่ในโลก ธุรกิจคุณอาจเคยได้ยินเรื่องราวของนักลง ทุนที่เริ่มต้นด้วยเงินก้อนเล็กๆแต่เพราะ เขาลงทุนต่อเนื่องใช้เวลาเป็นเพื่อนสุด ท้ายเขากลายเป็นมหาเศรษฐี ไม่ใช่เพราะเขาโชคดีเจออะไรใหญ่โตแต่
3:49 เพราะเขาทำซ้ำเล็กๆอย่างมีวินัย คำถามคือถ้าแค่แค่การพัฒนา 1% ต่อวัน สามารถเปลี่ยนชีวิตได้ขนาดนี้แล้วทำไมคน ส่วนใหญ่ถึงยังไม่ทำ เพราะมันง่ายเกินไปง่ายจนหลายคนคิดว่าไม่ สำคัญง่ายจนเรามักจะมองข้ามและคิดว่าแค่ ทำวันละนิดมันจะเปลี่ยนอะไรได้จริงหรือ แต่ถ้าคุณลองหยุดคิดดีๆคุณจะรู้ว่าสิ่ง ที่เปลี่ยนชีวิตได้จริงๆไม่ใช่การพยายาม ครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นนานๆ แต่มันคือสิ่งเล็กๆที่คุณยอมทำทุกวัน และนี่คือหัวใจของกฎ 1% มันไม่ใช่แค่การลงมือทำเล็กๆแต่คือการ
4:38 เปลี่ยนวิธีมองความสำเร็จไปอย่างสิ้นเชิง ในส่วนต่อไปผมจะพาคุณไปเจาะลึกว่าทำไมการ โฟกัสที่กระบวนการถึงสำคัญกว่าการจ้องไป ที่ผลลัพธ์และทำไมการรักในกระบวนกระบวน การเล็กๆวันนี้ถึงเป็นทางเดียวที่จะพาคุณ ไปถึงเป้าหมายในวันพรุ่งนี้ ตอนที่ 2 โฟกัสที่กระบวนการไม่ใช่ผลลัพธ์ เวลาพูดถึงคำว่าความสำเร็จเรามักจะนึกถึง ภาพปลายทางที่ยิ่งใหญ่เสมอบางคนเห็นตัว เองในหุ่นที่ฟิตสมส่วนบางคนเห็นเงินใน บัญชีที่เต็มไปด้วยตัวเลข 7 หลักบางคนฝัน ถึงการได้ขึ้นเวทีรับรางวัลใหญ่หรือมี
5:24 ธุรกิจที่คนรู้จักทั่วประเทศภาพเหล่านี้ ไม่ผิดครับมันคือแรงบันดาลใจที่ทรงพลัง แต่ปัญหาคือถ้าเรามัวแต่โฟกัสที่ภาพใหญ่ โดยไม่เข้าใจกระบวนการเล็กๆที่พาเราไปถึง เราจะรู้สึกเหมือนกำลังมองภูเขาสูง ตระง่านแล้วถามตัวเองว่าฉันจะไปถึงยอดเขา นั้นได้ยังไงมันสูงเกินไปทอมมี่เบเกอร์ บอกว่าความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของคนส่วน ใหญ่คือการหมกมุ่นกับผลลัพธ์ผู้เขาวัดคุณ ค่าของตัวเองจากการถึงหรือไม่ถึงเป้าหมาย ทั้งที่ความจริงแล้วความสำเร็จเกิดขึ้น ตั้งแต่วันที่คุณเริ่มลงมือเดินก้าวแรก ลองนึกภาพคุณไปฟิตเนสครับคุณอยากลดน้ำ
6:11 หนัก 10 ก.คุณชั่งน้ำหนักทุกวันถ้าเลขไม่ ลดก็ท้อใจสุดท้ายคุณรู้สึกว่ามันไม่คุม ที่จะไปต่อแต่ถ้าคุณเปลี่ยนมุมมองใหม่แทน ที่จะถามว่าวันนี้น้ำหนักฉันลดลงหรือยัง คุณถามตัวเองว่าวันนี้ฉันได้ทำตามกระบวน การแล้วหรือยังเช่นฉันไปออกกำลังกายครบ ตามที่วางแผนไว้มั้ยฉันกินอาหารที่ดีต่อ สุขภาพแทนการกินจังฟู้ดหรือเปล่าฉันนอน พักผ่อนเพียงพอหรือไม่ถ้าคำตอบคือใช่นั่น แหละคุณประสบความสำเร็จแล้วในวันนี้แม้ตา ช่างยังไม่ขยับแต่วินาทีที่คุณรักใน กระบวนการคุณได้ก้าวไปข้างหน้าแล้วจริงๆ คำถามสำคัญคือคุณพร้อมจะเปลี่ยนมุมมอง
6:59 มั้ยพร้อมจะหยุดวัดคุณค่าตัวเองจากผล ลัพธ์ปลายทางแล้วหันมาวัดจากการที่คุณ อยู่ในเกมและทำสิ่งเล็กๆอย่างต่อเนื่อง เพราะความจริงก็คือผลลัพธ์ไม่เคยเกิดขึ้น เพียงชั่วข้ามคืนแต่มันคือผลลัพธ์สะสมจาก กระบวนการเล็กๆที่ดูไม่สำคัญการอ่าน หนังสือแค่วันละ 10 หน้าการออมเงินเล็ก น้อยทุกวันการฝึกซ้อมวันละ 1 ช่โมงสิ่ง เหล่านี้ดูเล็กเกินไปที่จะนับแต่เมื่อ เวลาผ่านไปมันคือสิ่งที่สร้างความต่าง มหาศาล มีเรื่องราวของนักกอล์ฟชื่อดังคนนึงที่ผม ชอบมากเขาไม่ได้เป็นแชมป์เพราะตีกอล์ฟได้ ดีที่ที่สุดในวันแข่งแต่เพราะเขาซ้อมวง สวิงนับพันครั้งทุกวันโดยที่ไม่มีใครเห็น
7:47 ผลลัพธ์ในวันแข่งเป็นเพียงภาพสะท้อนของ สิ่งที่เขาทำในแต่ละวันนี่แหละครับคือ แก่นแท้ของกฎ 1% มันคือการโฟกัสไปที่สิ่ง เล็กๆที่ทำได้ตอนนี้ไม่ใช่ภาพใหญ่ที่ยัง มาไม่ถึงดังนั้นถ้าคุณกำลังเดินบนเส้นทาง ของตัวเองอย่าถามว่าเมื่อไหร่จะถึงเป้า แต่จงถามว่าวันนี้ฉันได้ทำสิ่งเล็กๆที่ สอดคล้องกับเป้าหมายหรือยังเพราะสุดท้าย แล้วเป้าหมายไม่ใช่สิ่งที่คุณได้แต่เป้า หมายคือสิ่งที่คุณกลายเป็นจากการเดินทาง ผ่านกระบวนการนั้นต่างหากและเมื่อคุณ เริ่มโฟกัสที่กระบวนการมากกว่าผลลัพธ์ แล้วคำถามต่อมาคือทำไมหลายคนถึงยังไม่ลง
8:35 มือเริ่มต้นคำตอบง่ายๆเลยครับเพราะพวกเรอ ความสมบูรณ์แบบในตอนต่อไปเราจะไปคุยกัน เรื่องนี้ครับทำไมการเลิกคาดหวังความ สมบูรณ์แบบแล้วเริ่มลงมือทันทีถึงเป็น กุญแจสำคัญของกฎ 1% ตอนที่ 3 เลิกคาดหวังความสมบูรณ์แบบและ เริ่มลงมือทันทีอีกหนึ่งเหตุผลใหญ่ที่ทำ ให้คนจำนวนมากไม่สามารถสร้างการเปลี่ยน แปลงได้จริงไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่รู้ว่า ต้องทำอะไรแต่เพราะพวกเขารอให้พร้อมก่อน จึงจะเริ่มคุณอาจเคยบอกตัวเองว่าฉันจะ เริ่มวิ่งเมื่อฉันมีรองเท้าดีๆฉันจะเริ่ม ทำธุรกิจเมื่อฉันเก็บเงินได้ก้อนนึงก่อน
9:21 ฉันจะเริ่มเรียนภาษาต่างประเทศเมื่อฉันมี เวลาว่างจริงๆแต่คุณสังเกตมั้ครับว่าเวลา ที่พร้อมแมพที่เราจินตนาการไว้นั้นมันไม่ เคยเกิดขึ้นจริงเลย ความจริงของชีวิตความจริงก็คือชีวิตจะไม่ เคยส่งสัญญาณบอกคุณว่านี่แหละเวลาที่ใช่ แล้วมันจะไม่มีวันเงียบสงบพอมันจะไม่มี วันที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบจนคุณกล้าเริ่ม เพราะต่อให้รองเท้าวิ่งของคุณยังไม่แพง ที่สุดต่อให้คุณมีเงินทุนไม่มากพอต่อให้ คุณมีเวลาเพียงเล็กน้อยถ้าคุณไม่ลงมือ เริ่มวันนี้คุณก็จะยังคงอยู่ที่เดิมไปอีก ปีอีก 2 ปีหรืออาจจะทั้งชีวิต แนวคิดจากหนังสือทอมมี่เบเกอร์ยำว่าถ้า คุณรอความสมบูรณ์แบบคุณจะไม่ได้เริ่มต้น
10:08 อะไรเลยเพราะการเริ่มไม่สมบูรณ์แบบยังดี กว่าไม่เริ่มต้นเลยและทุกการลงมือแม้จะ ไม่สมบูรณ์แบบก็ยังคงนับเป็น 91% ที่สะสม ไปสู่ผลลัพธ์ใหญ่ได้ ลองคิดดูครับถ้าคุณอยากเขียนหนังสือสัก เล่มถ้าคุณรอวันว่างที่สมบูรณ์แบบคุณอาจ จะไม่ได้เขียนมันเลยทั้งชีวิตแต่ถ้าคุณ เริ่มเขียนวันละหน้าแม้จะไม่สมบูรณ์ก็ตาม ใน 1 ปีคุณก็จะมีต้นฉบับที่มากพอที่จะ พัฒนาให้เป็นเล่มจริงได้ มีนักเขียนระดับโลกหลายคนที่สารพาว่า หนังสือที่ขายดีของพวกเขาไม่ได้เริ่มต้น จากความสมบูรณ์แบบเลยแต่เริ่มต้นจากหน้า กระดาษที่เขียนมั่วๆจากการเขียนที่ไม่แน่ ใจว่าจะดีหรือเปล่าแต่เพราะพวกเขายอม เริ่มเขาจึงมีโอกาสกลับมาแก้ไขและพัฒนา
10:56 ให้มันดีขึ้นเรื่อยๆในทางตรงกันข้ามคนที่ รอความสมบูรณ์แบบตั้งแต่แรกมักจะเหลือ อะไรไว้นอกจากไอเดียที่ยังอยู่ในหัวลอง ถามตัวเองวันนี้ครับคุณกำลังรออะไรอยู่ คุณกำลังรอรองเท้าวิ่งคู่ใหม่คุณกำลังรอ เงินทุนก้อนแรกหรือคุณกำลังรอให้แรง บันดาลใจมาเต็ม 100% ก่อนจะเริ่มถ้าใช่ คุณอาจจะกำลังตกอยู่ในกับดักของความ สมบูรณ์แบบและนั่นแหละคือสิ่งที่ขัดขวาง คุณจากการก้าวไปข้างหน้า วิธีเอาชนะวิธีเดียวที่จะเอาชนะมันได้คือ ลงมือเริ่มแม้จะยังไม่พร้อมเริ่มเล็กๆให้ ได้ก่อนเริ่มจากสิ่งที่อยู่ตรงหน้าคุณตอน นี้เพราะการเริ่มแม้เพียงเล็กน้อยจะทำให้
11:43 คุณมีโมเมนตัมและเมื่อคุณมีโมเมนตัมคุณก็ จะเดินหน้าต่อไปได้ง่ายขึ้นจำไว้นะครับ การลงมือไม่สมบูรณ์แบบยงดีกว่าการรอและ ไม่ทำอะไรเลย กฎ 1% ไม่ได้สอนให้คุณทำสิ่งยิ่งใหญ่ใน ทันทีแต่มันสอนให้คุณเลิกกลัวความไม่ สมบูรณ์แบบแล้วลงมือทำสิ่งเล็กๆที่คุณทำ ได้ในวันนี้เมื่อคุณเริ่มเล็กๆและทำซ้ำไป เรื่อยๆคุณจะได้เรียนรู้ปรับปรุงและเก่ง ขึ้นเฮงโดยธรรมชาติและในที่สุดสิ่งที่ เริ่มจากความไม่สมบูรณ์แบบก็จะกลายเป็น สิ่งที่ยอดเยี่ยมได้ และเมื่อคุณเริ่มลงมือแล้วคำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้คุณทำได้ต่อเนื่องไม่ใช่ แค่ทำแล้วหยุดกลางทางนี่แหละครับคือสิ่ง
12:28 ที่เราจะไปต่อกันในหัวข้อถัดไปพลังของการ ทำซ้ำเล็กๆทุก The power of consistency ตอนที่ 4 พลังของการทำซ้ำเล็กๆทุกวันคุณ เคยสังเกตไหมครับว่าคนจำนวนมากเริ่มต้น ได้ดีแต่จบไม่เป็นในวันแรกของปีฟิตเนส เต็มไปด้วยผู้คนที่ตั้งเป้าว่าจะลดน้ำ หนักแต่ผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ฟิตเนสกลับ โล่งเหมือนเดิมเพราะการเริ่มต้นง่ายแต่ การทำต่อเนื่องต่างหากที่ยากที่สุดทอม เบakerบอกว่าสิ่งที่สร้างความต่างระหว่าง คนที่สำเร็จกับคนที่ล้มเลิกไม่ใช่ว่าใคร เริ่มแรงกว่าแต่คือใครทำต่อเนื่องได้ยาว นานกว่าเปรียบเทียบให้เห็นภาพลองนึกถึง
13:17 การทุบก้อนหินครับคุณอาจจะทุบก้อนหินด้วย แรงทั้งหมดที่มีในครั้งแรกแต่ก้อนหินไม่ แตกคุณทุบครั้งที่ 2 มันก็ยังเหมือนเดิม คุณอาจจะทุบไปเรื่อยๆจนถึงครั้งที่ 100 แล้วทันใดนั้นมันก็แตกออกมาคำถามคือก้อน หินแตกเพราะแรงครั้งที่ 100 หรือเปล่าไม่ ครับมันแตกเพราะแรงสะสมจาก 99 ครั้งก่อน หน้านั้นรวมกันนี่แหละครับคือพลังของความ สม่ำเสมอมันไม่ใช่เรื่องของการทุ่มแรง ครั้งเดียวและหวังผลแต่มันคือการทำซ้ำ เล็กๆทุกวันแม้คุณจะยังไม่เห็นผลในทันที ตัวอย่างจริงมีงานวิจัยหนึ่งที่น่าสนใจ มากเกี่ยวกับการเล่นดนตรี
14:03 เขาพบว่านักดนตรีที่เก่งที่สุดในโลกไม่ ใช่คนที่ซ้อมหนักที่สุดในวันใดวันหนึ่ง แต่คือคนที่ซ้อมอย่างสม่ำเสมอทุกวันแม้ แต่วันละไม่กี่ชั่วโมง การทำซ้ำเล็กๆที่ต่อเนื่องทำให้สมองสร้าง การเชื่อมโยงใหม่ๆจนกลายเป็นทักษะที่ลึก ซึ้งหรือแม้แต่ในโลกการเงินการออมเงิน เล็กน้อยทุกเดือนดูเหมือนช้าเกินไปแต่ เมื่อคุณทำต่อเนื่อง 5 ปี 10 ปีผลลัพธ์ ที่ได้จะมหาศาลกว่าคนที่เก็บเป็นก้อนใหญ่ เพียงครั้ง 2 ครั้งชวนผู้ฟังคิดคำถามคือ คุณอยากเป็นคนที่ทุ่มแรงครั้งใหญ่แล้วหาย ไปหรืออยากเป็นคนที่เก็บเล็กผสมน้อยทุก วันจนกลายเป็นพลันทวีคูณ
14:50 ถ้าคุณเลือกอย่างหลังคุณต้องฝึก of consistency ซึ่งบางครั้งมันดูน่าเบื่อ ดูช้าเกินไปแต่เชื่อเถอะครับนี่แหละคือหน ทางเดียวที่จะพาคุณไปถึงจุดหมายจริงๆ เคล็ดลับเล็กๆแล้วเราจะทำยังไงให้ทำต่อ เนื่องได้ทอมมี่เบakอร์แนะนำว่าอย่า พยายามทำใหญ่เกินไปในครั้งแรกให้คุณเริ่ม จากสิ่งที่ง่ายพอที่จะทำได้ทุกวันเช่นถ้า คุณอยากอ่านหนังสือเริ่มวันละ 5 หน้าถ้า คุณอยากวิ่งเริ่มวันละ 10 นาทีถ้าคุณอยาก ออมเงินเริ่มวันละ 50 บาทสิ่งสำคัญไม่ใช่ จำนวนแต่คือการสร้างความต่อเนื่องเนื่อง เมื่อคุณทำจนกลายเป็นนิสัยการเพิ่มระดับ ความยากก็จะเป็นเรื่องง่ายเรื่องเล่า
15:36 เสริมผมชอบเรื่องราวของนักเขียนชื่อดัง Steีเฟen King เขาเขียนหนังสือขายดีระดับ โลกมาหลายสิบเล่มเคล็ดลับของเขาคืออะไร ไม่ใช่การรอแรงบันดาลใจไม่ใช่การทุ่ม เขียนทีละเป็นร้อยหน้าแต่คือการเขียนทุก วันวันละ 2,000 คำไม่ฉาดไม่ว่าจะเป็นวัน หยุดวันป่วยหรือวันไหนเขาก็ทำต่อเนื่อง นี่คือความสม่ำเสมอที่เปลี่ยนเขาจากคน ธรรมดาให้เป็นตำนานดังนั้นถ้าคุณอยากเห็น พลังของกฎ 1% คุณต้องเชื่อในพลังของความ สม่ำเสมอเล็กๆแต่ทำทุกวันดีกว่าทำครั้ง ใหญ่แล้วหายไปจำไว้ครับ Consistency beats intensity ความสม่ำเสมอเอาชนะ
16:22 ความรุนแรงเสมอแต่ก็ยังมีปัญหาหนึ่งที่คน ส่วนใหญ่เจอคือแม้จะตั้งใจทำทุกวันแต่พอ วันไหนแรงบันดาลใจหมดก็หยุดไปดื้อๆนี่ แหละครับที่เราต้องเข้าใจว่าเราควรพึ่งพา ระบบและวินัยมากกว่าการรอแรงบันดาลใจที่ มาแล้วก็ไปหัวข้อต่อไปเราจะไปเจาะลึกกัน ว่าทำไมระบบและวินัยถึงสำคัญกว่าการรอแรง บันดาลใจที่มาแล้วก็ไป ตอนที่ 5 สร้างระบบและวินัยมากกว่าพึ่ง แรงบันดาลใจถ้าคุณสังเกตชีวิตตัวเองดีๆจะ เห็นว่ามีบางวันที่คุณเต็มไปด้วยพลังตื่น มาแล้วรู้สึกอยากทำทุกอย่างให้สำเร็จอยาก ออกกำลังกายอยากทำงานอยากลงมือเปลี่ยน
17:10 ชีวิตแต่ก็มีบางวันที่คุณไม่อยากทำอะไร เลยไม่อยากลุกจากเตียงไม่อยากออกไปวิ่ง ไม่อยากทำงานแรงบันดาลใจหายไปหมดเหลือไว้ เพียงความรู้สึกเฉื่อยชาคำถามคือถ้าเรา ปล่อยให้แรงบันดาลใจเป็นตัวกำหนดชีวิตเรา จะทำได้จริงๆกี่วันกัน 1 สัปดาห์อาจจะมี แค่ 2-3 วันที่เรารู้สึกพร้อมแล้วที่ เหลือล่ะเราจะทิ้งไปเฉยๆใช่มั้ยนี่คือ เหตุผลที่ทอมบี้เบakอร์พูดชัดเจนว่าอย่า พึ้นพาแรงบันดาลใจแต่จงสร้างระบบและวินัย แรงบันดาลใจเหมือนอากาศครับมันมาแล้วก็ไป บางวันคุณหายใจได้เต็มปอดบางวันก็เหมือน อากาศเบาบางจนหายใจไม่สะดวกคุณไม่สามารถ
17:56 ควบคุมแรงบันดาลใจได้ตลอดเวลาแต่วินัย ต่างหากคือสิ่งที่คุณออกแบบและควบคุมได้ และระบบคือสิ่งที่คอยพาคุณเดินแม้ในวัน ที่คุณไม่อยากก้าวยกตัวอย่างชีวิตจริง ครับลองคิดถึงนักกีฬามืออาเชียครับคุณคิด ว่าพวกเขาอยากซ้อมทุกวันจริงๆหรอไม่เลย พวกเขาเองก็มีวันที่เหนื่อยมีวันที่ขี้ เกียจมีวันที่ไม่อยากทำอะไรเหมือนกันแต่ ทำไมพวกเขายังซ้อมต่อเนื่องได้เพราะพวก เขามีระบบที่วางไว้ล่วงหน้าและมีวินัยที่ ฝึกจนเป็นธรรมชาติเช่นเขานัดกับโค้ชว่า ต้องซ้อมเวลาไหนต้องทำกี่รอบเขามีทีมที่ รออยู่ในสนามมีตารางฝึกที่ถูกกำหนดไว้ สิ่งเหล่านี้คือระบบที่ไม่เปิดโอกาสให้
18:42 เขาหยุดเพียงเพราะไม่รู้สึกอยากทำเปรียบ เทียบกับชีวิตเราคุณเองก็ทำแบบเดียวกัน ได้ครับถ้าคุณอยากออกกำลังกายแต่คุณบอก กับตัวเองว่าเดี๋ยวค่อยออกตอนที่รู้สึก อยากคุณแทบจะไม่ได้ทำเลยแต่ถ้าคุณวางระบบ ว่าทุกเช้า 7:00 น.คุณจะไปวิ่งกับเพื่อน ทุกวันอังคารและพฤหัสบดีคุณจะเข้าเรียน โยคะที่ลงทะเบียนไว้แล้วนี่คือการสร้าง ระบบที่ทำให้คุณไม่มีข้ออ้างตัวอย่างจาก ผู้ประสบความสำเร็จ James Clear ผู้ เขียนหนังสือ Atomic Habit ก็พูดตรงกัน ว่าคุณไม่ควรโฟกัสที่เป้าหมายแต่ควรโฟกัส ที่ระบบเพราะเป้าหมายคือสิ่งที่คุณอยาก ได้แต่ระบบคือสิ่งที่ทำให้คุณเดินไปถึง มันยกตัวอย่างเช่นเป้าหมายคือลดลดน้ำหนัก
19:30 10 ก.ระบบคือวางแผนการกินตารางออกกำลัง กายที่ชัดเจนเป้าหมายคืออ่านหนังสือปีละ 20 เล่มระบบคืออ่านวันละ 20 นาทีก่อนนอน เป้าหมายคือเก็บเน้น 100,000 บาทระบบคือ โอนอัตโนมัติเดือนละ 3,000 บาทเข้าบัญชี เงินเก็บเห็นมั้ครับถ้าไม่มีระบบเป้าหมาย ก็เป็นเพียงแค่ความฝันแต่เมื่อมีระบบมัน จะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ถามตัว เองตอนนี้ครับคุณกำลังพึ่งพาแรงบันดาลใจ อยู่หรือเปล่าหรือคุณได้สร้างระบบที่จะ ช่วยให้คุณก้าวไปข้างหน้าแม้ในวันที่คุณ ไม่อยากทำเพราะกฎ 1% ไม่ได้ถามว่าคุณรู้ สึกยังไงมันถามแค่ว่าวันนี้คุณได้ก้าว
20:17 เล็กๆ 9 นั้นแล้วหรือยังดังนั้นอย่าปล่อย ให้ชีวิตคุณขึ้นอยู่กับสิ่งที่มาแล้วก็ไป อย่างแรงบันดาลใจจงสร้างระบบที่ทำให้คุณ ก้าวเดินต่อแม้ในวันที่คุณไม่มีพลังหลัง และฝึกวินัยให้เป็นนิสัยเพราะสุดท้ายแล้ว วินัยคืออิสระที่แท้จริงเมื่อคุณสร้าง ระบบและวินัยได้แล้วคำถามคือเราจะใช้มัน อย่างไรในการเดินสู่เป้าหมายโดยไม่รู้สึก ท้อหรือหมดกำลังใจไปก่อนคำตอบอยู่ในหัว ข้อถัดไปครับการมองเป้าหมายระยะยาวแต่ โฟกัสลงมือเล็กๆวันนี้ ตอนที่ 6 มองเป้าหมายระยะยาวแต่โฟกัสเล็ก เล็กๆวันนี้คุณเคยรู้สึกมั้ยครับว่าเวลา
21:02 มองไปที่เป้าหมายใหญ่ๆของชีวิตบันทีมันก็ ดูน่ากลัวเกินไปจนไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน อยากลดน้ำหนัก 20 กก.แต่มันเยอะเกินไปจน รู้สึกท้ออยากเก็บเงินล้านแรกแต่พอเห็น รายได้กับค่าใช้จ่ายทุกเดือนแล้วก็แทบหมด หวังอยากสร้างธุรกิจที่มั่นคงแต่พอคิดถึง ขั้นตอนทั้งหมดก็รู้สึกว่ามันยากเกินไป นี่คือกับดักของการหมกมุ่นกับเป้าหมาย เพราะแทนที่มันจะให้แรงบันดาลใจกลับกลาย เป็นกำแพงที่ทำให้คุณหยุดเดิน แนวคิดจากหนังสือทอมมี่บารเกอร์บอกว่า สิ่งที่คุณต้องทำคือเป้าหมายใหญ่ไว้ในใจ แต่ลงมือเล็กๆในวันนี้เป้าหมายใหญ่คือ
21:50 เข็มทิศที่บอกทิศทางแต่สิ่งที่จะพาคุณไป ถึงจริงๆคือก้าวเล็กๆที่คุณเดินในแต่ละ วัน เปรียบเทียบให้เห็นภาพลองนึกถึงการปีนเขา สูงสักลูกครับถ้าคุณเอาแต่มองยอดเขาที่ อยู่ไกลสุดสายตาคุณจะรู้สึกว่ามันสูงเกิน ไปจนไม่ออกแต่ถ้าคุณหันกลับมามองเพียงแค่ ก้าวถัดไปตรงหน้าแล้วก้าวไปทีละก้าวสุด ท้ายคุณก็จะไปถึงยอดเขาได้จริงๆเป้าหมาย ใหญ่ก็เหมือนยอดเขาก้าวเล็กๆวันนี้ก็ เหมือนก้าวเดินตรงหน้าสิ่งที่คุณต้องทำ คือเก็บทีละก้าวโดยไม่ท้อกลางทาง ตัวอย่างจริงมีคนจำนวนมากที่เริ่มธุรกิจ แล้วล้มเหลวเพราะเขามัวแต่มองภาพใหญ่เขา
22:38 มองไปที่การสร้างบริษัทระดับพันล้าน แต่ลืมลงมือกับสิ่งเล็กๆที่ควรทำในวันแรก เช่นการหาลูกค้าคนแรกการเรียนรู้จากข้อ ผิดพลาดการทดลองขายสินค้าชิ้นเล็กๆก่อน ในทางกลับกันนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ จริงๆมักจะโฟกัสเพียงคำถามว่าวันนี้ฉันจะ ทำอะไรเล็กๆที่พาบริษัทไปข้างหน้าได้บ้าง ชวนผู้ฟังคิดคำถามง่ายๆสำหรับคุณก็คือคุณ อยากมีสุขภาพดีขึ้นมั้ยถ้าใช่อย่าเพิ่ง คิดถึงการลด 20 กก.ใน 6 เดือนให้เริ่มจาก วันนี้ฉันจะเดินเพิ่มอีก 10 นาทีได้มั้ย คุณอยากมีเงินเก็บก้อมโต้มั้ยถ้าใช่อย่า
23:26 เพิ่งคิดถึงเงินล้านให้เริ่มจากวันนี้ฉัน จะกันเงิน 100 บาทได้มย คุณอยากเขียนหนังสือเล่มแรกมั้ยถ้าใช่ อย่าเพิ่งคิดถึง 300 หน้าให้เริ่มจากวัน นี้ฉันจะเขียน 1 หน้าได้มย นี่คือความลับทรัพย์ของกฎ 1% มันไม่ได้ บอกให้คุณละทิ้งเป้าหมายใหญ่แต่มันบอกให้ คุณเก็บเป้าหมายไว้เป็นทิศทางแล้วโฟกัสลง มือเล็กๆวันนี้เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตไม่ ได้เปลี่ยนจากการทำสิ่งใหญ่ครั้งเดียวแต่ มันเปลี่ยนจากการทำสิ่งเล็กๆซ้ำๆอย่างต่อ เนื่อง แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เราต้องเผชิญในเส้นทาง นี้ก็คือบางครั้งแม้เราจะก้าวเล็กๆทุกวัน
24:12 แต่เราก็ยังไม่เห็นผลลัพธ์ทัน เราจะรู้สึกเบื่อรู้สึกว่ามันช้ารู้สึก ว่ามันไม่คุ้มในหัวข้อถัดไปเราจะไปคุยกัน ว่าเราจะรับมือกับความเบื่อความช้าและการ ไม่เห็นผลลัพธ์ทันทีได้อย่างไร ตอนที่ 7 รับมือกับความเบื่อความช้าและ การไม่เห็นผลทันที ถ้าพูดตามความจริงเส้นทางของกฎ 1% มันไม่ ใช่เส้นทางที่หวือหวา มันไม่ใช่เส้นทางที่คุณจะเห็นผลลัพธ์ทัน ตาเหมือนกดปุ่มวิเศษแต่เป็นเส้นทางที่ ต้องเผชิญกับความเบื่อความช้าและการไม่ เห็นผลลัพธ์ทันที และนี่แหละครับคือกับดักที่ทำให้คนส่วน
24:58 ใหญ่ลมเลิกกลางทาง ทำไมคนส่วนใหญ่เลิก คุณลองนึกภาพคนที่สมัครฟิตเนสต้นปีสิครับ สัปดาห์แรกพวกเขาเต็มไปด้วยพลังและแรง บันดาลใจสัปดาห์ที่ 2 เริ่มเหนื่อยเริ่ม รู้สึกไม่ค่อยสนุกเดือนที่ 2 เริ่มไม่ เห็นความเปลี่ยนแปลงในร่างกายสุดท้ายพวก เขาหายไป เพราะอะไรเพราะสมองของเราชอบรางวัลทันที แต่กด 1% ให้รางวัลที่มาช้า อธิบายหลักการ ทอมมี่เบกอร์บอกว่าการเดินทางแบบ 1% จะทด สอบคุณตรงนี้แหละว่าคุณจะอดทนเดินต่อหรือ หรือจะหยุดไป
25:44 ผลลัพธ์จากการสะสมเล็กๆอาจจะไม่เห็นใน สัปดาห์แรกหรือแม้แต่เดือนแรกแต่เมื่อคุณ ทำต่อเนื่องเป็นปีที่เคยดูเหมือนไม่มี อะไรแต่กลายเป็นความต่างมหาศาล เปรียบเทียบให้เห็นภาพมันเหมือนการปลูก ต้นไม้ครับคุณรดน้ำทุกวันแรกๆคุณจะยังไม่ เห็นอะไรเลยแต่รากกำลังเติบโตอยู่ใต้ดิน โดยที่คุณมองไม่เห็นแล้ววันหนึ่งต้นอ่อน ก็โผล่ขึ้นมาและค่อยๆกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ หลายคนล้มเลิกก่อนที่จะได้เห็นต้นอ่อน โผล่ขึ้นมาทั้งที่ความจริงแล้วผลลัพธ์ กำลังค่อยๆก่อตัวขึ้นเงียบๆ ตัวอย่างจริง ยกตัวอย่างนักดนตรีหรือนักกีฬามืออาชีพ
26:31 พวกเขาฝึกซ้อมวันแล้ววันเล่าบางครั้งก็ เป็นการทำสิ่งเดิมซ้ำๆมันอาจจะน่าเบื่อ และช้าแต่พวกเขารู้ว่าทุกครั้งที่ฝึกคือ การสร้างทักษะที่ลึกขึ้นจนวันนึงเมื่อ โอกาสมาถึงพวกเขาพร้อมเสมอหรือแม้แต่ใน เรื่องการเงินการเก็บเงินเดือนละนิดอาจจะ ดูไม่มีค่าในสายตาหลายคนแต่เมื่อเวลาผ่าน ไป 5 ปี 10 ปีคุณจะพบว่าสิ่งเล็กที่สะสม กลายเป็นก้อนเงินใหญ่ที่เปลี่ยนชีวิตได้ แล้วเราจะรับมือกับความเบื่อความช้าและ การไม่เห็นผลทันทีได้ยังไงคำตอบคือคุณ ต้องเปลี่ยนมุมมอง 1 เห็นค่าของกระบวนการไม่ใช่แค่ผลลัพธ์
27:18 จงมองว่าทุกครั้งที่คุณทำเล็กๆนั่นคือชัย ชนะไม่ว่ามันจะเห็นผลหรือไม่ 2 ฝึกความอดทนระยะยาวจำไว้ว่าสิ่งที่ คุ้มค่าที่สุดมักใช้เวลานานที่สุดเสมอ 3 ใช้ความเบื่อเป็นสัญญาณบวกเพราะถ้าคุณ เบื่อแสดงว่าคุณทำมันซ้ำมากพอที่จะสร้าง นิสัยแล้ว ลองถามตัวเองตอนนี้ครับมีอะไรบ้างที่คุณ เคยเริ่มแล้วเลิกกลางทางเพียงเพราะมันช้า ไปถ้าคุณกลับไปทำมันใหม่วันนี้โดยเชื่อใน พลังของการสะสมเล็กๆคุณคิดว่าชีวิตคุณจะ เปลี่ยนไปขนาดไหนในอีก 1 ปีข้างหน้า กฎ 1% ไม่ได้สัญญาว่าทุกอย่างจะเร็วแต่
28:05 มันสัญญาว่าถ้าคุณทำเล็กๆต่อเนื่องไป เรื่อยๆผลลักลับต้องมาถึงและเมื่อมันมา ถึงคุณจะขอบคุณตัวเองที่ไม่ยอมเลิกกลาง ทาง ในเมื่อคุณเข้าใจแล้วว่าจะรับมือกับความ เบื่อและความช้าอย่างไรคำถามคือคุณจะเอา กฎ 1% นี้ไปใช้ในชีวิตจริงๆของคุณยังไง บ้างเพราะไม่ใช่แค่สุขภาพหรือการเงินเท่า นั้นแต่กฎนี้ใช้ได้กับทุกมิติของชีวิต ทั้งการงานความสัมพันธ์และการเติบโตส่วน ตัว หัวข้อถัดไปเราจะไปเจาะกันลึกๆว่าการใช้ กฎ 1% กับทุกมิติของชีวิตจะทำได้ยังไง
28:51 บ้าง ตอนที่ 8 การใช้กฎ 1% กับทุกมิติของชีวิต จนถึงตอนนี้คุณน่าจะเริ่มเห็นแล้วว่ากฎ 1% ไม่ใช่เรื่องของทฤษฎีลอยๆแต่มันคือแนวทาง ปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิต ประจประจำวันไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพการ เงินการงานหรือแม้แต่ความสัมพันธ์ทุกสิ่ง ที่คุณอยากพัฒนาสามารถเริ่มได้ด้วยการ ก้าวเล็กๆเพียงวันละ 1% มาเริ่มที่เรื่อง สุขภาพก่อนเลยครับสมมุติคุณอยากมีร่างกาย ที่แข็งแรงฟิตและเต็มไปด้วยพลังคุณไม่ จำเป็นต้องเปลี่ยนทั้งชีวิตในวันเดียวคุณ ไม่จำเป็นต้องวิ่นมาราธอนหรือกินอาหาร
29:36 คลีนทุกมื้อทันทีลองเพิ่มจากสิ่งง่ายๆ เช่นเดินเพิ่มวันละ 10 นาทีดื่มน้ำเปล่า เพิ่มอีกวันละ 1-2 แก้วลดน้ำตาลจากกาแฟ แก้วโปรดทีละนิดนี่คือการเปลี่ยนเล็กๆที่ สะสมได้และเมื่อคุณทำมันต่อเนื่องสุขภาพ คุณจะเปลี่ยนโดยที่คุณแทบไม่รู้ตัว ต่อมาคือเรื่องการเงินหลายคนอยากมีเงิน ล้านแรกแต่พอคิดถึงจำนวนเงินก็รู้สึกว่า มันไกลเกินไปแต่ลองเริ่มจากการเก็บเล็ก เล็กเช่นวันละ 50 บาท 100 บาทหรือโอน อัตโนมัติเดือนละ 1,000-2,000 บาทไปบัญชี เงินเก็บแม้จะดูน้อยในตอนแรกแต่เมื่อเวลา ผ่านไปคุณจะทึ่งกับผลลัพธ์นี่แหละครับคือ
30:23 พลังของกฎ 1% ในโลกการเงินมันทำงานแบบ เดียวกับดอกเบี้ยทบต้นที่อัลเบิร์ตไอสไตน เคยบอกว่าคือพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน จักรวาล แล้วในเรื่องการงานและเป้าหมายล่ะสมมุติ คุณอยากสร้างธุรกิจอยากเลื่อนตำแหน่งหรือ อยากเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายงานคุณไม่ จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างในคืนเดียวคุณ สามารถเริ่มจากการอ่านหนังสือพัฒนาตนเอง วันละ 10 หน้าฝึกทักษะใหม่วันละ 20 นาที ทำโปรเจคเล็กๆเพิ่มวันละชิ้นเมื่อคุณสะสม 1% ทุกวันความรู้และทักษะของคุณจะเติบโต จนคนรอบตัวเริ่มสังเกตเห็นและในที่สุด โอกาสใหญ่ก็จะเข้ามาเอง
31:09 อย่าลืมนะครับว่ากฎ 1% ยังใช้ได้กับความ สัมพันธ์ด้วยคุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรใหญ่ โตเพื่อพิสูจน์ความรักหรือมิตรภาพเพียง คุณใส่ใจเล็กๆทุกวันก็เพียงพอแล้วเช่นส่ง ข้อความสั้นๆบอกให้คนที่คุณรักรู้ว่าคุณ ห่วงใยฟังอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ 10 นาทีโดย ไม่เล่นโทรศัพท์ ทำสิ่งเล็กๆที่ชั่วแบ่งเบาภาระของคนใกล้ ตัวสิ่งเหล่านี้เล็กน้อยมากแต่เมื่อทำซ้ำ ทุกวันมันจะกลายเป็นสายสัมพันธ์ที่แน่น แฟ้นยิ่งกว่าของขวัญราคาแพง สุดท้ายคือการเติบโตด้านในของคุณเองการ ฝึกสมาธิวันละ 5 นาทีการเขียนบันทึกสั้นๆ ทุกวันการหาความรู้ใหม่ๆวันละเล็กละน้อย
31:55 สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กแต่คือเชื้อเพลิง ที่ทำให้คุณเติบโตอย่างต่อเนื่อง เอาล่ะครับลองถามตัวเองตอนนี้ครับถ้าคุณ อยากใช้กฎ 1% กับชีวิตคุณจริงๆคุณจะเริ่ม ตรงไหนก่อนสุขภาพการเงินการงานหรือความ สัมพันธ์ ไม่ว่าคุณจะเลือกด้านไหนสิ่งสำคัญคืออย่า ประเมินพลังเล็กๆต่ำเกินไปเพราะสิ่งเล็ก นี่แหละที่เปลี่ยนชีวิตคุณได้จริง กฎ 1% ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ด้านใดด้านหนึ่ง ของชีวิตแต่มันคือกุญแจสากลที่ใช้ไข่ได้ ทุกประตูและเมื่อคุณเริ่มใช้มันในหลาย มิติพร้อมกันคุณจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
32:41 แต่คุณอาจสงสัยว่าแล้วมีตัวอย่างจริงๆ มั้ยมีใครบ้างที่ใช้หลักการเล็กๆแบบนี้จน สร้างความสำเร็จใหญ่ๆได้จริงๆ ในหัวข้อถัดไปเราจะไปดูเคส Study ของคน ที่นำกฎ 1% ไปใช้และประสบความสำเร็จระดับ โลกเพื่อพิสูจน์ให้คุณเห็นว่าสิ่งเล็กๆ ที่คุณเริ่มวันนี้สามารถพาคุณไปไกลกว่า ที่คุณคิด ตอนที่ 9 ตัวอย่างจริงหรือ case study หลายครั้งที่เราได้ยินแนวคิดเกี่ยวกับการ พัฒนาตัวเองเรามักจะสงสัยว่าฟังดูดีแต่มี ใครทำได้จริงไหมและนี่แหละครับคือสิ่งที่ ผมอยากชวนคุณมาดูในตอนนี้เราจะไปสำรวจ เรื่องราวของคนจริงๆที่ใช้หลักการแบบ 1%
33:29 แม้มันจะดูเล็กน้อยแต่เมื่อสะสมต่อเนื่อง ก็กลายเป็นความสำเร็จระดับโลกได้ เคส 1 Death Bสฟieldและทีมจักรยานอังกฤษ ย้อนกลับไปก่อนปี 2000 ทีมจักรยานของ อังกฤษแทบจะไม่ถูกนับว่าเป็นทีมแถวหน้า พวกเขาไม่เคยชนะรายการใหญ่ๆอย่าง Tour of Frun เลยแต่สิ่งที่เปลี่ยนทีมทั้งหมดก็ คือการเข้ามาของโค้ชชื่อDeฟ Bresfield Bresfield ใช้หลักการที่เขาเรียกว่า The aggregation of marginal Ga เล็กน้อยในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นการปรับ ท่ายนั่งนักปั่นให้เหมาะสมขึ้น 1% การ เลือกยางที่ดีกว่าเดิม 1% แม้แต่การปรับ
34:17 คุณภาพการนอนของนักกีฬาด้วยหมอนที่เข้า กับสรีระเฉพาะคนผลลัพธ์คืออะไรครับเพียง ไม่กี่ปีทีมจักรยานอังกฤษก็ผงาดขึ้นมา เป็นทีมที่ครองเหรียญโอลิมปิกและคว้า แชมป์ Tour of France ได้หลายสมัยทั้ง หมดนี้ไม่ได้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่เพียงครั้งเดียวแต่มาจากการปรับเล็กๆ น้อยๆวันละนิดอย่างต่อเนื่องนี่คือกฎ 1% ที่ทำงานจริงในโลกกีฬา เคส 2 Waren Buffet ในโลกการเงินเรามีตัวอย่างที่ชัดเจนมาก นั่นคือ Waren Buffet หลายคนมอง Buffet เป็นอัจฉริยะด้านการลงทุนแต่ถ้าคุณฟัง เค้าเล่าชีวิตตัวเองเขามักจะพูดว่าเค้า
35:02 เพียงแค่ลงทุนแบบสม่ำเสมอใช้เวลาสะสมและ ให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงานแทนเค้าลองคิดดู ครับถ้าวันนี้คุณลงทุน 1% ของรายได้คุณ ทุบเหมือน 10 ปีต่อมาคุณอาจจะไม่ได้เป็น วนbuฟเฟetแต่คุณจะมีเงินก้อนที่ใหญ่กว่า คนทั่วไปที่ไม่เคยเริ่มต้นเลย ก็เริ่มเล็กๆตั้งแต่วัยรุ่นแต่เขาทำต่อ เนื่องไม่หยุดและเวลาคือสิ่งที่สร้าง มหาเศรษฐีในตัว เคส 3 Kobey Brัน ในโลกกีฬาอีกคนนึงที่น่าสนใจมากคือโคบี้ brันตำนานบาสเกตบอล เขาไม่ได้มีพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวแต่ สิ่งที่ทำให้เขาโดดเด่นกว่าคนอื่นคือ
35:48 วินัยและการฝึกเล็กๆทุกวันมีเรื่องเล่า ที่นักบาสรุ่นน้องไปซ้อมกับโคบี้พวกเขามา ถึงสนามตอน 5:00 น.คิดว่ามาถึงเช้ามาก แล้วแต่โคบี้อยู่ที่นั่นก่อนแล้วและซ้อม เหงื่อท่วมตัวไปหลายรอบแล้วเขาทำแบบนี้ ทุกวันไม่ใช่แค่บางวันสิ่งเล็กๆที่เขา สะสมทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เคส 4 นักเขียนJKโรing แม้แต่ในโลกการเขียนเราก็เห็นตัวอย่าง อย่างJKโลิผู้เขียน Harry Poter เธอไม่ได้เขียนนวว่านิยายเล่มดังในชั่ว ข้ามคืนเธอเริ่มจากการเขียนเล็กๆตอนนั่ง รถไฟบ้างตอนอยู่ร้านกาแฟบ้างหน้าเล็กๆที่
36:35 เธอเขียนสะสมทุกวันในที่สุดก็ต่อกันจน กลายเป็นหนังสือเล่มแรกที่เปลี่ยนชีวิต เธอไปตลอดกาลถ้าเธอรอให้ทุกอย่างสมบูรณ์ แบบเธออาจจะไม่ได้เริ่มต้นแต่เพื่อเธอยอม ทำเล็กๆทุกวันผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นจริง สิ่งที่น่าสนใจคือทุกคนที่ผมเล่ามาไม่ได้ สร้างความสำเร็จจากการก้าวกระโดดครั้ง ใหญ่แต่พวกเขาล้วนใช้พลังของก้าวเล็กๆซ้ำ ๆคำถามคือถ้าเรื่องราวของพวกเขาเกิดขึ้น ได้เพราะกฎ 1% แล้วคุณล่ะพร้อมจะเริ่มใช้ กฎนี้กับชีวิตตัวเองหรือยัง ตัวอย่างเหล่านี้พิสูจน์แล้วว่าความ สำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก การทำสิ่งมหาศาล
37:22 แต่มันเริ่มจากสิ่งเล็กๆที่คุณยอมทำซ้ำ ทุกวันและเมื่อเวลาผ่านไปสิ่งเล็กๆนั้นจะ สร้างความต่างที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าที่คุณ จินตนาการ แต่คำถามต่อมาก็คือถ้าคุณอยากเริ่มใช้กฎ 1% จริงๆวันนี้คุณจะเริ่มยังไงจะเริ่ม จากตรงไหนก่อนดีหัวข้อถัดไปเราจะพูดถึง วิธีเริ่มใช้กฎ 1% ในชีวิตคุณพร้อมแนวทาง ปฏิบัติที่คุณสามารถทำได้ทันทีหลังฟังจบ ตอนที่ 10 วิธีเริ่มใช้กฎ 1% ในชีวิตคุณ ตอนนี้คุณคงเห็นแล้วว่ากด 1% มีพลังมาก แค่ไหนแต่มันจะไม่มีค่าเลยถ้าคุณไม่เอาไป
38:07 ใช้กับชีวิตจริงคำถามคือเราจะเริ่มใช้กฎ นี้ยังไงดีเราจะเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็น การกระทำได้ยังไงTomมy Baker แนะนำไว้ หลายวิธีครับและผมอยากเล่าให้คุณฟังแบบ ง่ายๆว่าคุณสามารถเริ่มได้ทันทีหลังจาก ฟังคลิปนี้ 1 ตั้งคำถามง่ายๆทุกวันทุก เช้าลองถามตัวเองเพียงคำถามเดียววันนี้ ฉันจะพัฒนาตัวเองขึ้น 1% ได้ยังไงอาจจะ เป็นการออกกำลังกายเพิ่มอีก 10 นาทีอาจจะ เป็นการอ่านหนังสือเพิ่มอีก 5 หน้าอาจจะ เป็นการกันเงินเพิ่มอีกเล็กน้อยหรืออาจจะ เป็นการโทรหาคนที่คุณรักเพื่อสร้างความ สัมพันธ์ไม่ต้องคิดใหญ่ไม่ต้องวางแผนซับ
38:54 ซ้อนแค่เลือกสิ่งเล็กๆที่คุณทำได้จริงและ ทำมันวันนี้วิธีที่ 2 เขียนบันทึก 1% Progress Journal อีกวิธีนึงที่ได้ผล มากคือการบันทึกความก้าวหน้าเล็กๆทุกวัน คุณไม่จำเป็นต้องเขียนเยอะแค่เขียนสั้นๆ ว่าวันนี้ฉันทำอะไรที่ดีกว่าเมื่อวาน 1% มันอาจเป็นสิ่งเล็กน้อยมากเช่นดื่มน้ำมาก กว่าปกติ เดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นเลฟเก็บเงินเพิ่ม อีก 50 บาทอ่านบทความดีๆที่ทำให้ฉันคิด อะไรใหม่เมื่อคุณเขียนแบบนี้ทุกวันคุณจะ เห็นว่าแม้แต่สิ่งเล็กๆก็เป็นความก้าว หน้าและเมื่อเวลาผ่านไปสมุดบันทึกเล่ม นั้นจะกลายเป็นหลักฐานว่าคุณกำลังเปลี่ยน
39:42 ชีวิตทีละน้อย วิธีที่ 3 ฉลองความสำเร็จเล็กๆหลายคนทำ เล็กๆแต่ไม่เห็นค่าจนรู้สึกว่าไม่คุ้มที่ จะทำต่อเพราะฉะนั้นคุณควรฉลองความสำเร็จ เล็กๆด้วยไม่ได้หมายถึงการเลี้ยงฉลองใหญ่ โตแต่หมายถึงการยอมรับตัวเองว่าวันนี้ฉัน ทำได้แล้วนะแม้มันจะเล็กแต่ก็สำคัญ การให้รางวัลตัวเองเล็กๆจะช่วยสร้างพลัง ใจให้คุณอยากทำต่อวิธีที่ 4 เลือกทำสิ่ง เดียวไม่ต้องทำทุกอย่างพร้อมกันบางคนได้ ยินกฎ 1% แล้วตื่นเต้น อยากเปลี่ยนทุกด้านพร้อมกันอยากออกกำลัง กายทุกวันเก็บเงินทุกวันอ่านหนังสือทุก วันเรียนภาษาใหม่ด้วยผลลัพธ์คือสักพักก็
40:31 เหนื่อยแล้วก็หยุดหมดทุกอย่างอย่าลืมนะ ครับการเปลี่ยนแปลงต้องทำให้มันง่ายพอที่ จะทำได้จริงเพราะฉะนั้นเลือกเพียงเรื่อง เดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณตอนนี้แล้ว ทำมันก่อนให้ต่อเนื่องจากนั้นค่อยเพิ่ม เรื่องอื่นเข้ามาทีหลัง วิธีที่ 5 สร้างสิ่งแวดล้อมให้ช่วยคุณ สิ่งแวดล้อมมีพลังมากกว่าที่เราคิดถ้าคุณ อยากกินอาหารสุขภาพก็อย่าเก็บขนมจังฟู้ด ไว้ที่บ้านถ้าคุณอยากออกกำลังกายก็หาคู่ ซ้อมที่นัดกันเป็นประจำถ้าคุณอยากอ่าน หนังสือก็วางหนังสือไว้บนโต๊ะที่คุณเห็น ทุกวันสิ่งเหล่านี้เล็กน้อยแต่ช่วยผลัก ดันให้คุณทำ 1% ได้ง่ายขึ้น
41:17 วิธีที่ 6 ใช้กด 2 นาที มีทริกเล็กๆที่ James Clear แนะนำไว้ใน Atomic Habits ซึ่งสอดคล้องกับกฎ 1% มากเขาเรียกมันว่ากด 2 นาทีหมายความว่า ถ้าคุณอยากเริ่มทำอะไรให้ทำเวอร์ชั่นที่ ใช้เวลาแค่ 2 นาทีเช่นอยากอ่านหนังสือก็ อ่านแค่ 2 หน้าอยากออกกำลังกายก็ใส่ชุด แล้ววิดพื้น 2 ครั้งอยากเขียนหนังสือก็ เขียนแค่ 2 ประโยคฟังดูเหมือนเล็กน้อย เกินไปใช่มั้ยครับแต่นี่แหละคือเคล็ดลับ เพราะเมื่อคุณเริ่มทำ 2 นาทีแรกได้คุณก็ มีโอกาสสูงที่จะทำต่อไปเกิน 2 นาทีและแม้ บางวันคุณจะทำได้เพียงแค่นั้นมันก็ยังนับ
42:02 เป็นการก้าวไปข้างหน้า 1% คุณเห็นมั้ครับว่าการเริ่มใช้กฎ 1% ไม่ ได้ยากเลยมันไม่ต้องใช้เงินเยอะไม่ต้อง ใช้เวลามากคุณเพียงแค่ถามตัวเองว่าวันนี้ ฉันจะทำอะไรเล็กๆได้บ้าง แล้วทำมันจริงๆถ้าคุณเริ่มตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้คุณก็จะดีกว่าเดิม 1% และถ้าคุณ ทำต่อเนื่องไปเรื่อยๆทั้งปีชีวิตของคุณจะ เปลี่ยนไปอย่างที่คุณไม่เคยคิดมาก่อนแต่ ก่อนเราจะจบคลิปนี้ยังมีเรื่องสำคัญอีก อย่างเราต้องสรุปและย้ำอีกครั้งว่าแก่น แท้ของกฎ 1% คืออะไรเพื่อให้คุณจดจำและพก มันไปใช้เป็นแนวทางชีวิตได้ตลอดไป
42:48 ตอนที่ 11 สรุปรวมทั้งเล่ม ตลอดทั้งคลิปนี้เราพูดถึงกฎ 1% ที่ดู เหมือนจะเล็กน้อยแต่จริงๆแล้วคือกุญแจ เปลี่ยนชีวิตที่หลายคนมองข้ามคุณได้เห็น แล้วว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดจากการก้าว กระโดดครั้งใหญ่แต่เกิดจากก้าวเล็กๆที่ ต่อเนื่องอย่าหมกมุ่นกันผลลัพธ์แต่ให้ตก หลุมรักกระบวนการเลิกคาดหวังความสมบูรณ์ แบบแล้วลงมือแม้ยังไม่พร้อมความสม่ำเสมอ สำคัญกว่าความรุนแรงระบบและวินัยมีพลัง มากกว่าแรงบันดาลใจที่มาแล้วก็หายให้เป้า หมายใหญ่เป็นทิศทางแต่โฟกัสที่ก้าวเล็กๆ วันนี้ยอมรับความเบื่อความช้าและความไม่
43:33 เห็นผลทันทีเพราะทั้งหมดคือส่วนหนึ่งของ การเติบโตและที่สำคัญคุณสามารถใช้กฎ 1% ได้กับทุกด้านของชีวิตเรายังได้เห็นตัว อย่างจริงจากนักกีฬาระดับโลกนักลงทุนนัก เขียนและผู้คนที่สร้างความสำเร็จอย่าง ยิ่งใหญ่จากการทำสิ่งเล็กๆซ้ำๆทุกวันทั้ง หมดนี้ชี้ให้เห็นอย่างเดียวครับความ สำเร็จไม่ใช่สิ่งที่คุณรอให้มันเกิดขึ้น แต่คือสิ่งที่คุณสร้างขึ้นทีละเล็กน้อย ทุกวัน คำถามคือวันนี้คุณพร้อมจะเริ่มก้าวเล็กๆ ของคุณเองแล้วหรือยังคุณอาจจะยังไม่รู้ ว่าผลลัพธ์สุดท้ายจะเป็นยังไงแต่คุณรู้ แน่ๆว่าถ้าคุณเริ่มวันนี้คุณจะดีกว่า เมื่อวาน 1% และถ้าคุณทำต่อเนื่องคุณจะดี
44:21 กว่าเดิมมหาศาลในอีก 1 ปีข้างหน้าอย่ารอ ให้พร้อมอย่ารอให้สมบูรณ์แบบเพราะความ พร้อมไม่มีอยู่จริงสิ่งที่มีอยู่จริงคือ วันนี้และการตัดสินใจเริ่มก้าวเล็บของคุณ ทอมมี่เakerเขียนไว้ในหนังสือว่าถ้าคุณ โฟกัสไปที่การพัฒนาวันละ 1% ต่อเนื่องไป เรื่อยๆวันหนึ่งคุณจะหันกลับมาแล้วแทบไม่ เชื่อสายตาตัวเองว่าคุณมาไกลแค่ไหนแล้ว และนั่นคือสิ่งที่ผมอยากฝากไว้กับคุณวัน นี้ครับอย่าไปกังวลว่าคุณจะไปถึงเส้นใช้ เมื่อไหร่แต่จงถามตัวเองว่าวันนี้คุณได้ ก้าวไปข้างหน้าแล้วหรือยังถ้าคุณฟังจนถึง ตรงนี้ผมอยากชวนคุณมาคอมเมนต์กันครับบอก
45:06 ผมหน่อยว่าวันนี้คุณจะพัฒนาตัวเองขึ้น 1% ในเรื่องอะไรเพราะบางทีการประกาศออกมา 1 ประโยคก็อาจเป็นก้าวแรกที่ทำให้คุณเริ่ม จริงๆนี่คือกฎ 1% ที่สามารถเปลี่ยนชีวิต คุณได้จำไว้นะครับไม่ต้องรีบไม่ต้องก้าว กระโดดแค่ก้าวเล็กๆวันนี้แล้วทำต่อเนื่อง สุดท้ายคุณจะได้มากกว่าที่คุณเคยฝันไว้ แล้วพบกันใหม่ในคลิปหน้าที่จะพาคุณไปค้น หาแนวคิดดีๆที่ทำให้ชีวิตคุณก้าวหน้าได้ ทุกวันครับ