MB683-9 Business Integration 1 (29 Mar 2025)

Winai Homsombat www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เป็นการสรุปเนื้อหาจาก Lecture ที่ 9 เรื่อง Business Integration โดยเน้นไปที่การประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้มาตรวัดทางการเงิน (Financial Measures) และการควบรวมกิจการ (Business Integration) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน โดยมีการอธิบายถึงอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ (Financial Ratios) เช่น ความสามารถในการทำกำไร (Profitability), การบริหารจัดการหนี้สิน (Debt Management), การบริหารจัดการสินทรัพย์ (Asset Management) และสภาพคล่อง (Liquidity) นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการควบรวมกิจการทั้งในแนวนอน (Horizontal Integration) และแนวตั้ง (Vertical Integration) ต่อสวัสดิการสังคม (Social Welfare) และการกำกับดูแลจากภาครัฐ

  • การประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรโดยใช้มาตรวัดทางการเงิน
  • การควบรวมกิจการเพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขัน
  • ผลกระทบของการควบรวมกิจการต่อสวัสดิการสังคมและการกำกับดูแลจากภาครัฐ

การประเมินผลการดำเนินงานขององค์กรด้วยมาตรวัดทางการเงิน

ส่วนนี้ทบทวนเนื้อหาจากสัปดาห์ที่แล้วเกี่ยวกับ Financial Measures หรืออัตราส่วนทางการเงินที่ใช้ในการประเมินผลการดำเนินงานขององค์กร โดยเน้นว่าการประเมินนี้มีความสำคัญต่อการวางกลยุทธ์ (Strategy) เพื่อให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมิติทางการเงิน ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของทุกมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น Learning and Growth, Internal Process หรือ Customer หากการเงินไม่ดี องค์กรก็อาจอยู่ไม่ได้ เป้าหมายทางการเงินจึงเป็นเป้าหมายที่สำคัญและต้องมองในระยะยาว โดยวัดจาก Economic Value Added (EVA) นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงตัวชี้วัดทางการเงิน 4 ตัวที่ใช้ในการประเมินผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ต่างๆ

ความสามารถในการทำกำไรและการบริหารจัดการหนี้สิน

ส่วนนี้อธิบายถึงความสามารถในการทำกำไร (Profitability) โดยมีคำถามสำคัญ 2 ข้อคือ กำไรที่องค์กรสร้างได้คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย และกำไรที่ทำได้คุ้มกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ลงไปหรือไม่ นอกจากนี้ยังกล่าวถึง Debt Management หรือการบริหารจัดการหนี้สิน โดยต้องการทราบ Capital Structure ขององค์กร และความสามารถในการชำระดอกเบี้ยของบริษัท ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่มักนิยมใช้หนี้สินมากกว่า Equity เนื่องจากเจ้าหนี้ไม่เข้ามาวุ่นวายมากเท่าเจ้าของ

การบริหารจัดการสินทรัพย์และสภาพคล่อง

ส่วนนี้กล่าวถึง Asset Management โดยเน้นที่ Asset Utilization Ratio เพื่อดูว่าสินทรัพย์ที่ลงทุนไปสร้างยอดขายได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงการดำเนินงานในระยะสั้น เช่น ระยะเวลาการผลิต (Inventory Days), ระยะเวลาเก็บเงินจากลูกค้า (Receivable Days) และระยะเวลากู้เงินโดยเฉลี่ย (Payable Days) นอกจากนี้ยังมีการยกตัวอย่างบริษัท Tesla โดยมี Inventory Days ประมาณ 53 วัน, Receivable Days ประมาณ 16 วัน และ Payable Days ถึง 129 วัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Tesla มีเครดิตที่ดีมาก

Cash Cycle และ Liquidity Ratio

ส่วนนี้อธิบายถึง Cash Cycle ซึ่งคือระยะเวลาที่เงินจมอยู่ในกระบวนการผลิต โดยเริ่มตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบจนกระทั่งขายของได้ และมี Collection Period เข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีการพูดถึง Operating Cycle ซึ่งคือระยะเวลาที่ได้รับเครดิตเทอมจาก Supplier ทำให้ระยะเวลาที่ต้องเอาเงินไปจมสั้นลง โดย Cash Cycle ที่น้อยจะดีกว่า เพราะเงินจะได้ไม่จม นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึง Liquidity Ratio ซึ่งใช้วัดความสามารถในการบริหารสภาพคล่องของบริษัท โดยวัดจากสินทรัพย์และหนี้สินในระยะสั้น มีการอธิบายถึง Current Ratio, Quick Ratio และ Cash Ratio โดยเน้นว่า Current Ratio ต้องมากกว่า 1

ข้อจำกัดของการใช้งบการเงินและการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ

ส่วนนี้กล่าวถึงข้อจำกัดของการใช้งบการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำมาพัฒนาเป็นอัตราส่วนทางการเงิน ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่มีทฤษฎีรองรับ นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงความเหมาะสมของอัตราส่วนทางการเงินแต่ละตัว และความจำเป็นในการทำ Benchmarking เพื่อหาตัวเทียบวัด โดยใช้ Trend Analysis และ Peer Analysis นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงปัญหาในการหาคู่เทียบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับรัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้ยังมีการเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (Qualitative Analysis) ร่วมด้วย เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้น โดยมิติที่สำคัญของการวิเคราะห์เชิงคุณภาพคือการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยง (Risk Factors)

Business Integration และการควบรวมกิจการ

ส่วนนี้เริ่มต้น Lecture ที่ 9 เรื่อง Business Integration โดยมีคำถามสำคัญคือ จะยกระดับความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) ผ่านการควบรวมกิจการ (Business Integration) ได้อย่างไร โดยมีการอธิบายถึงประเภทของการควบรวมกิจการ 3 ประเภทคือ Horizontal Integration (การควบรวมในแนวนอน), Vertical Integration (การควบรวมในแนวตั้ง) และ Conglomerate Merger (การควบรวมกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกัน) โดยเน้นว่า Horizontal Integration อาจไม่ดีต่อ Social Welfare เนื่องจากราคาสูงขึ้นและปริมาณน้อยลง ทำให้ภาครัฐเข้ามาตรวจสอบ

Horizontal Integration และ Cartel

ส่วนนี้อธิบายถึง Horizontal Integration โดยใช้กรณีศึกษาของ Cartel เช่น OPEC ซึ่งเป็นการรวมกลุ่มของผู้ผลิตเพื่อให้มี Market Power สูงขึ้น และกำหนดราคาให้สูงกว่า Marginal Cost โดยมีการอธิบายถึงกลไกการทำงานของ Cartel และ Non-Cartel Members นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ถึงปัจจัยที่ทำให้ Cartel ประสบความสำเร็จ เช่น การมีกลไกในการตรวจจับการหักหลัง และการมีจำนวนผู้ผลิตไม่เยอะ

Model Setting และการวิเคราะห์ผลกระทบของ Cartel

ส่วนนี้อธิบายถึง Model Setting ในการวิเคราะห์ Cartel โดยมีขั้นตอนการคิดคือ เริ่มจาก Non-Cartel Firm กำหนดราคาที่ P = MC จากนั้น Cartel จะขายตาม Residual Demand และกำหนดราคาที่ MC = MR โดยมีการยกตัวอย่างตัวเลขสมมติ และวิเคราะห์ผลกระทบของการมี Cartel ต่อราคาและปริมาณ นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ว่าถ้า Cartel Member เพิ่มขึ้น จะส่งผลต่อ Social Welfare อย่างไร โดยสรุปว่าการมี Cartel ที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ราคาสูงขึ้นและปริมาณลดลง ทำให้ Social Welfare ลดลง

ปัจจัยสู่ความสำเร็จและความล้มเหลวของ Cartel

ส่วนนี้สรุปถึงปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จและความล้มเหลวของการจัดตั้ง Cartel โดยเน้นว่า Cartel เป็นสัญญาใจ หากมีประเทศใดประเทศหนึ่งมีแนวโน้มที่จะหักหลัง ก็อาจทำให้ Cartel ล้มสลายได้ ปัจจัยที่ทำให้ Cartel ประสบความสำเร็จคือ ต้องมีกลไกในการตรวจจับการหักหลัง, มีจำนวนผู้ผลิตไม่เยอะ, ราคามีการเปิดเผย, สินค้าเหมือนกัน และมีกลไกในการป้องกันการชีท นอกจากนี้ยังมีการสรุปว่าปัจจัยที่ทำให้ Cartel มีประสิทธิภาพคือ ต้องมี High Barrier to Entry, หน่วยผลิตมีเทคโนโลยีใกล้เคียงกัน, ไม่มี Product Differentiation, มี Small Numbers of Firm, Technology Advance ค่อนข้างน้อย, Demand Growth ค่อนข้างคงที่ และ Low Elasticity of Demand

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:59 โอเคโอเคสวัสดีอีกครั้งนึงนะครับหวังว่า ทุกคนปลอดภัยดีนะ ครับอ่ะวันนี้ออนไลน์นะครับก็จะสั้นๆแล้ว กันนะครับเลคเชอร์สั้นๆอ่าเลคureที่ 9 นะ ครับ Business Integration แต่ก่อนที่จะ ไปเลคเชอร์ 9 อ่าถ้าใครจำได้ขออนุญาต เริ่มเลยแล้วกันนะครับโอ้โหไม่มีปีไม่คุย เลยอ่าก่อนที่จะเริ่มเลชอร์ 9 นะครับขอ อนุญาตย้อนกลับไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรา ยังไม่จบตรงนี้เนาะเราพูดถึงตัวเอ่อ Financial maasure นะครับหรือว่าวัดทาง การเงินที่เราเรียกกันว่าเป็นอัตราส่วน ทางการเงินนะครับว่าเราจะเอาไอ้ตรงเนี้ย ครับมาใช้ในการประมาณไม่ใช่ในการประเมิน ผลการดำเนินงานขององค์กรได้ยังไงนะครับ ซึ่งทำไมเราต้องประเมินด้วยล่ะนะวิชานี้ เราพูดถึงตัว Strategy นะครับเราประเมิน

1:44 เพราะเราเนี่ยบอกว่าเรากำหนด Strategy ออกมาเราก็ยังไม่มั่นใจอ่ะนะครับว่า Strategy ของเราเนี่ยครับมันจะไปช่วยทำ ให้เกิดการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ขององค์กรได้อย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่ง มิติทางด้านการเงินนะครับที่เราบอกว่าการ เงินเนี่ยแทบจะเป็นศูนย์กลางของจักรวาล เลยไม่ว่า Learning and Growth เอย Internal Process เอยหรือว่าตัว customer เอยจะดียังไงก็ตามนะครับตัว Supporting system พวกเนี้ยจะดียังไงก็ ตามถ้าการเงินมันไม่เกิดสภาพคล่องไม่ดีนะ ครับท้ายที่สุดยังไงก็ตามองค์กรของเราก็ อาจจะอยู่ไม่ได้ก็ได้นะครับเพราะฉะนั้น อ่าเป้าหมายทางการเงินจึงเป็นเป้าหมายที่ ค่อนข้างสำคัญนะซึ่งเราก็บอกว่าจริงๆแล้ว เนี่ยเราต้องมองในระยะยาวด้วยนะที่วัดจาก ตัว Economic Value added โอเคอ่ากำไร เนี่ยมันค่อนข้างสำคัญด้วยเหมือนกันแต่ กำไรมันดูเหมือนกับจะเป็นเป้าหมายระยะ

2:29 สั้นที่เราต้องพิจารณามันอยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นอะไรที่มันครอบคลุมมากกว่าก็ คือดูไปที่ตัว EVA นั่นเองแล้วก็เลยบอก ว่าเนี่ยกลยุทธ์ต่างๆที่เราสร้างออกมานะ ครับไม่ว่าจะเป็นมิติเกี่ยวข้องกับมิติ การเงินลูกค้า Internal Process หรือว่า ตัวเ่อ Learning and Growth เนี่ยครับ อ่ามันมีมาตรวัดทางการเงินอะไรบ้างนะที่ เอาจะเอามาช่วยเราเนี่ยครับในการประมาณ แล้วก็ประเมินน่ะนะครับว่าไม่ใช่ประมาณใน การประเมินนะครับว่าผลการดำเนินงานตาม กลยุทธ์ต่างๆเนี่ยครับมันเป็นไปตามที่เรา ตั้งเป้าเอาไว้หรือเปล่านะครับเพราะ ฉะนั้นโอเคเราพูดถึงอ่อตัวชี้วัดทางการ เงินนะครับสไลด์ที่ 9 นะครับทั้งหมดด้วย กัน 4 ตัวด้วยกันถึงแม้ว่ากำไรนะครับจะ เป็นอะไรที่มัน อ่าสำคัญสูงที่สุดนะแต่ต้องอย่าลืมว่า

3:14 กำไรที่ว่าเนี่ยครับมันเกิดขึ้นจากระบบ สนับสนุนอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยเหมือนกัน นะเมื่อกี้อาจารย์บอกว่าผมบอกว่าเอ๊ะกำไร ไหนอาจารย์บอกว่ามันเป็นระยะสั้นน่ะนะ ครับต้องบอกว่าด้วยความที่เราใช้ข้อมูล ทางจากงบงบการเงินเนาะอ่าเพราะฉะนั้น เนี่ยครับข้อมูลจากงบการเงินมันเป็นข้อ มูลที่เกิดขึ้นมาในอดีตซึ่งซึ่งมันก็คือ เอ่อผลการงานที่วัดเป็นปีต่อปีเราจะบอก ว่ามันคือระยะสั้นก็ได้นะครับเพราะฉะนั้น ก็เลยยังยังพูดถึงกำไรอีกอยู่ดีซึ่งกำไร ที่ว่าเนี่ยเราจะใช้คำเก๋ๆที่เรียกว่า ความสามารถในการทำกำไรไม่ใช่ว่าแค่กำไร อย่างเดียวเท่านั้นนะครับเพราะฉะนั้นอ่า ในแต่ละมิติ 4 มิติที่ว่าเนี่ยครับอันจะ นำไปสู่ความยั่งยืนทางการเงิน Financial Sustainability ประกอบด้วยอะไรบ้างอัน แรกคือมิติความสามารถในการทำกำไรเลยมีคำ ถาม 2 คำถามด้วยกันครับคือ 1 เอ๊ะกำไรที่

4:00 องค์กรสร้างได้เนี่ยครับคิดเป็นกี่ เปอร์เซ็นต์ของยอดขายนะนะครับกับคำถามที่ 2 จำได้มั้ครับที่เรามี gross profit margin net profit margin นู่นนั่น นี่นะครับกับคำถามที่ 2 นะครับเราถามว่า กำไรที่ทำเนี่ยนะฮะที่องค์กรหาได้เนี่ย คุ้มกับมูลค่าสินทรัพย์ที่ลงไปหรือเปล่า แล้วก็เงินของเจ้าของที่ลงไปด้วยไหมนะเรา ก็จะได้ออกมาเป็น ROA ROE อะไรประมาณนี้ ในส่วนของ Death Management นะครับเรา อยากทราบตัว Capital Structure นะครับ ว่าเป็นอย่างไรนี่คือคำถามที่ 1 คำถามที่ 2 คือแน่ล่ะเวลาเราพูดถึงองค์กรบริษัท ต่างๆนะครับเค้าชอบหรือเค้าอยากจะใช้ตัว หนี้สินมากกว่ามีแนโน้มที่จะใช้หนี้สิน มากกว่าตัว equity เนาะเพราะเราบอกว่า หนี้สินนะคือเจ้าหนี้อ่ะเค้าไม่มามากความ เหมือนเจ้าของเจ้าของคนอื่นๆหรือว่า พาร์ทเนอร์เรานะเพราะฉะนั้นเวลาเค้าให้

4:46 เงินกู้เรามาปุ๊บแต่ละปีแค่เราการันตี แล้วว่าเรามีความสามารถในการจ่ายคืนดอก เบี้ยแล้วก็เงินต้นของเขาได้นะครับเค้าก็ โอเค I ปีละอย่างเงี้ยครับนะเพราะฉะนั้น คำถามอีกอันนึงที่ตามมาคือเราก็อยากรู้นะ ว่าโครงสร้างเ้ามันเป็นยังไงคำถามอีกอัน นึงที่ตามมาคือเราบอกว่าเฮ้ยบริษัทเนี่ย Enjoy กับการไปกู้เงินมาแล้วความสามารถ ในการชำระดอกเบี้ยของบริษัทเนี่ยมีมาก น้อยแค่ไหนนะฮะอันที่ 3 พูดถึงตัว Asset Management เราจบกันตรงนี้เนาะ 1 คือเรา พูดถึงตัวอ่า Asset Utilization Ratio นะครับดูว่า Asset Utilization ดูว่าสิน ทรัพย์ที่ลงทุนไปเนี่ย ครับเราไม่ได้ไปพิจารณาถึงกำไรแล้วเนาะ เอาแค่แค่สั้นๆเลยหน้างานเลยสินทรัพย์ที่ ลงทุนไปเนี่ยสร้างออกมาเป็นยอดขายได้มาก น้อยแค่ไหนนะเพราะว่าเครื่องจักรเนี่ย

5:33 สิ่งที่มันตรงมากกว่ากำไรกำไรมันยังมีแบบ ว่าโอ้โหระหว่างทางเยอะแยะไปหมดเนาะแบบ ค่าใช้จ่ายนู่นนั่นนี่เต็มไปหมดเลยแต่ถ้า เราดูที่เอาไปสร้างเอาผลิตเป็นสินค้าแล้ว ก่อให้เกิดเป็นยอดขายเนี่ยครับได้ในอัตรา เท่าไหร่แล้วก็มี Total Asset Turnover Fix Asset Turnover จำได้มั้ครับแล้ว ก็อันที่ 2 นะครับเราพูดถึงการดำเนินงาน ในระยะสั้นอ่าที่พูดว่าเอ๊ เรามีระยะเวลาการผลิตกี่วัน inventory days นะครับเราเก็บเงินจากลูกค้ากี่วัน receivable days นะครับแล้วก็เรากู้ เงินโดยเฉลี่ยกี่วันนะครับอันนี้คือเป็น กลุ่มที่ 3 นะครับเราจบกันตรงนี้นะครับ แล้วถ้าใครจำได้ผมบอกว่าให้ลองอ่า ไปยังไงซิอ่าลองช่วยคำนวณหน่อยซิว่า

6:19 inventory turn เอ่อ inventory group ตรงเนี้ยเป็นยังไงบ้างนะครับเอ่อเนื่อง เนื่องจากว่าเราเราอยู่กันตรงนี้เนาะเรา อยู่กันออนไลน์เอาเป็นว่ายังไม่ได้ทำก็ ไม่เป็นไรครับดูของผมไปก่อนก็ได้นะอันนี้ เป็นข้อมูลที่พวกเราทำมาให้ผมบ้างบางส่วน นะครับก็พบว่าอ่ามีบางบของของผมเนี่ยครับ จะมีบริษัท Watch เออบริษัทผมรู้แล้วแหละ ครับว่ามันคือบริษัทอะไรมันคือบริษัท APP แหละไม่ใช่ Apple แต่คือ APP ที่เป็น บริษัทที่อยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีเอ่ออะไร พวกเนี้ยนะครับอ่าถ้าดูของ Tesla เนาะ เนาะเราบอกว่า Tesla เนี่ยครับมี Inventory Days จำได้ม.อันนี้คือระยะ เวลานับตั้งแต่ซื้อวัตถุดิบเข้ามาจน กระทั่งผลิตแล้วก็ขายให้กับลูกค้านะครับ Inventory Day ของเขาเนี่ยอยู่ที่

7:04 ประมาณ 53 วันหรือ 6 เดือนไม่ใช่ 2 เดือน เกือบๆ 2 เดือน 1 เดือน 3 60 วัน 1 เดือน 30 วัน 2 เดือน 60 วันโอ้ยตายนะ เพราะฉะนั้นอ่า Make เซenseมยบริษัทผลิต รถยนต์ก็ได้อยู่เนาะ 1 คันผลิต 100 ผลิต 2 เดือนอื้อหือได้อยู่นะครับแล้วก็มีระยะ เวลาเก็บเงินจากลูก ค้าประมาณ 16 อ่าอาจจะเป็นช่วงก่อนน่ะเนาะที่ยังไม่มี แพ็คเกจทางการเงินอะไรมากมายหลังๆมันก็จะ เริ่มมีแพ็คเกจทางการเงินอ่าเข้ามาละนะ ครับ AP day โอหูมีระยะเวลากู้เงินจาก อ่าเจ้าหนี้นะครับถึง 129 วันแสดงว่า เครดิตเาดีมากๆทุกคนจำได้มั้ครับเราพูด ถึงตัวอีนี่เนาะดูขอเทสลพอเราพูดถึงตัว

7:51 นี่ Cycle จำได้มยเราพูดถึงตัว Cycle บอก ว่าอะไรครับ Cycle ก็คือเนี่ยนับตั้ง แต่ถ้าเป็นธุรกิจแบงค์ไม่มีปรากฏทั้ง Inventory AR APA AP เป็นไปได้หรือ ไม่ครับเป็นไปได้ครับปกติแบงค์สินค้ามี อ่ามีเพื่อนถามมาในช่องแชทบอกว่าธุรกิจ แบงค์ไม่มีปรากฏทั้ง Inventory AR แล้ว ก็ AP ใน Yahoo Finแนซ์เป็นไปได้มั้ครับ จริงๆก็เป็นไปได้ครับเพราะว่าธุรกิจแบงค์ สินค้าของเขาคืออะไรอ่ะครับสินค้าของเขา ออกแนวบริการเนาะมันซึ่งมันก็คือซึ่งมัน ก็คือเงินนั่นแหละที่เอาไปให้เป็นสิน เชื่อหรือถ้าเรามองอีกมุมนึงอ่ะคืออันนี้ อันนี้ขอต๊ะไว้นะครับไม่แม่นเรื่องบัญชี

8:38 ด้วยเหมือนกันผมว่ามันมีระบบบัญชีที่ เฉพาะสำหรับแบงค์ด้วยเหมือนกันคือในใน common sense ของเรานะครับก็คืออะไรคือ inventory ของแบงค์คือสินเชื่อเอ้ยโทษ คือเงินที่ไปรับฝาก มาแล้วยังไม่ได้เอาไปปล่อยเป็นเงินกู้ เนาะอันเนี้ยคือคือ inventory ของเขานั่น แหละหรือบางทีเาอาจจะไปลงเป็นแบบแล้วแต่ นักการนักบัญชีอ่ะนะแล้วแต่บริษัทบางทีเ อาจจะไปลงเป็นอ่าเงินสำรองเผื่อไว้นู่น นั่นนี่อะไรก็ว่าไปนะครับเป็นไปได้ AR Account receivable ด้วยความที่เ้าจะ ว่าไม่มันไม่ใช่ product อ่ะเนาะไม่มีการ มันมันไม่ใช่ product มันไม่ใช่เป็นตัว มันเป็นบริการสินเชื่อครับอ่า AR มันคือ ลูกหนี้การค้าที่เราที่เราที่เราจ่ายเอ่อ

9:27 AR มันคือลูกหนี้การค้าที่เราให้สิน เชื่อเค้านะครับแบงค์อาจจะไปลง เป็นเงินปล่อยสินเชื่ออะไรพวกนี้แทนไป แล้วนะครับ AP จริงๆ AP มีนะครับแต่คิดว่าด้วยความ ที่มันเป็น AP คือเจ้าหนี้การ ค้าอื AP มันคือเจ้าหนี้การค้านะครับเอ่อเรา น่าจะโฟกัสไปที่ตัวการอ่า Supplier เนาะ เวลาพูดถึงเจ้าหนี้การค้าอย่างเงี้ยครับ อ่าเพราะฉะนั้นเนี่ยเช่นเดียวกันครับ แบงค์เค้าไม่มีเป็นเจ้าหนี้การ ค้านะครับแต่เค้ามีเป็นเงินฝากเพราะ ฉะนั้นผมเดาว่าในงบการเงินของแบงค์เนี่ย

10:16 AP มันจะอยู่ในรูปของการบัญชีเงินฝาก อะไรพวกนี้แทนครับไหนเดี๋ยวเดี๋ยวแป๊บนึง เดี๋ยวเราไปไล่ดูงบการเงินของYย Yahoo เนี่ยบางทีมันเป็นมันเป็นต่างประเทศเนาะ อาจจะไปปรับงบการเงินของบริษัทที่อยู่ใน บ้านเราก็ได้ครับเดี๋ยวลองไปเปิดดูใน บริษัทเสร็จเดี๋ยวรอสักครู่นะครับอ่า Tesla เมื่อกี้เดี๋ยวผมจะย้อนกลับไปTสLA นะฮะบอกว่า เฮ้ยจำ CAS Cycle ได้มยมันคือระยะเวลา ที่เงินเราเนี่ยครับจะไปจมอยู่ในกระบวน การการผลิตของเรานะครับเริ่มตั้งแต่อะไร ครับเนี่ยถ้าเราซื้อวัตถุดิบมานะจน กระทั่งไปถึงขายของนะผลิตสินค้าเสร็จ เทิร์นวัตถุดิบไปเป็นสินค้าพร้อมขายไม่ ถึงไม่ใช่พร้อมขายให้กับลูกค้าเลยนะเพราะ

11:02 ฉะนั้นระยะเวลาตรงเนี้ยครับเขาเรียกกัน ว่า inventory day นับตั้งแต่วันแรกที่ ซื้อวัตถุดิบเข้ามาผลิตสินค้าจนกระทั่ง ขายของได้นะครับแล้วเสร็จปุ๊บพอขายของได้ collection period ของเราเป็นกี่วัน เนี่ยเฮ้ยระยะเวลาพวกเนี้ยครับมันคือ จำนวนวันทั้งหมดเลยที่เราจะต้องหาเงิน แล้วเงินเรามันจะต้องไปจมบางบริษัทคือ 2-3 เดือนอะไรอย่างี้เป็นต้นนะครับแต่คราวนี้ มันมีอีกขานึงเข้ามาครับนะเวิร์คนี้เรา เรียก operating cycle นะก็คือถ้าเราได้ สินเชื่อเครดิตเทมจาก Supplier นะครับ นั่นหมายความว่าเอ้ยจริงๆแล้วเนี่ยระยะ เวลาที่เราจะต้องเอาเงินไปจมเนี่ยมันไม่ ยาวขนาดนี้ก็ได้เนาะมันอาจจะแค่นี้เองก็ ได้ครับเนาะเพราะว่าเนี่ยเนี่ยเจ้าหนี้

11:47 เค้าให้เครดิตเทอมเรามาตั้งเท่านี้วันนะ เพราะฉะนั้นไอ้ CC เนี่ยครับมันจะยิ่ง น้อยยิ่งดีเพราะเงินเราจะได้ไม่จมนะยิ่ง ยิ่งแล้วแล้วยิ่งน้อยยิ่งดีมันติดลบได้ มั้ยอาทิตย์ที่แล้วถามละบอกว่าติดลบได้ เนี่ยเหมือนจับเสือมือเปล่ายังไงก็ไม่รู้ เราซื้อวัตถุดิบเข้า มานะเจ้าหนี้การค้าบอกใจดีนะเช่นบอกเลย ว่าอีก 90 วันค่อยเอาไปคืนเอาเงินมาคืน เรานะค่าวัตถุดิบตรงนี้นะเราในฐานะของ บริษัทเฮ้ยได้วัตถุดิบมาแล้วว่ะผลิตจน กระทั่งขายของได้สัก 30 วันแล้วกันสมมุติ นะอีก 30 วันเนี่ยครับเราค่อยไปเก็บเงิน มาทั้งหมดนี้คือ 60 วัน 60 วันเก็บเงินมา ได้ละแต่เอาเงินไปจ่ายเค้ายังถูกมั้เอาไป

12:36 หมุนก่อนดีกว่าเอาไปลงทุนนู่นนั่นนี่เอา ลงทุนอะไรที่มันได้ผลตอบแทนนะแล้วความ เสี่ยงเป็น 0 ด้วยนะนะเพราะว่าเราอย่าลืม นะว่าเราจะต้องมีเจ้าหนี้การค้าจะต้อง จ่ายเงินคืนเค้าอยู่นะอีก 9 อีก 30 วัน ถัดมาค่อยเอาไปคืนเงี้ยเหมือนเหมือนที่ผม บอกว่ามันคือจะเสือมือเปล่ายังไงก็ไม่รู้ นะครับเอ่อซึ่งมันเหมือนกับกรณีของtสla เลยครับทุกคนดูตรงนี้เนาะดูสิ Inventory Day ผลิต 3 อ่าผลิตประมาณ 53 วันนะครับ แล้วไงต่ออ่าเก็บเงินจากลูกค้าอีกประมาณ 16 วัน 17 วันเพราะฉะนั้นซเป็น 70 คือ อยู่ประมาณอยู่ประมาณ 2 เดือนหน่อยๆเท่า นั้นเองแต่เครดิตเทอมของเรา 3 เดือนว่ะ ไม่ใช่ 3 39 12 เออเกือบ 4 เดือนแ่ะดู สิอันนี้คือ 2 เดือนครึ่งนะเรามีระยะเวลา

13:23 เดือนครึ่งนนะครับกว่าเขาจะเอาเงินตรงนี้ ไปจ่ายคืนให้กับเจ้าหนี้การค้าซึ่งเฮ้ย เวิร์คแล้วเนี่ยเนาะเวิร์คนะเนี่ยนะครับ อันนี้อันนี้เป็นตัวอย่างนะครับมีคำถาม มั้ย ครับระหว่างรอเดี๋ยวไปดูกลุ่ม [เพลง] แบงค์ของ คุณของคุณหลังไมค์สมมุติดูบริษัทอะไรดี อ่าเค้าบอกเรามามั้ยบริษัทอะไรไม่บอกอ่า KTB อ่ะผมเสิร์ช KTB ดูงบการเงินอันนี้อันนี้ ดูเพลินๆนะ ครับ ดูงบการเงินล่าสุดดู

14:10 ซิด้วยความที่ผมอยู่บ้านถ้าไมค์ผมมันไม่ ดังหรือว่าอะไรยังไงทุกคนแจ้งแจ้งผมได้ เลยนะ ครับอ่าเนี่ยเห็นมั้ยมันจะเป็นรายการอะไร พวกนี้แทนนะครับเงินลงธงลงทุนอะไรพวกนี้ แทนน่ะเอ่อสินทรัพย์ อนุพันธ์เงินให้สินเชื่อค้างลับเห็นมั้ มันสินทรัพย์มันจะเริ่มไม่อยู่ในรูปของ พวกเอ่อกับบริษัทที่เป็นบริษัทภาคการผลิต ละอือหือเป็นไปได้ครับเนี่ยมันจะมาอยู่ใน รูปพวกนี้แทนอะไรอีกเจ้าหนี้การค้าเนี่ย เนี่ยเงินรับฝากเนี่ยจริงๆคือเจ้าหนี้การ ค้ามันคือไม่มีดอกเบี้ยเนาะแต่แบงค์อ่ะ คือรับฝากเงินมายังไงยังไงก็ต้องจ่ายดอก เบี้ยเขาซึ่งมันก็เลยจะไม่มีเป็นเจ้าหนี้ การค้าแหละ อืเนี่ยคือเงินที่ไปรับฝากมาดังขนาดนี้

14:58 แหน่เพื่อเอาไปปล่อยสินเชื่ออะไรเงี้ย ครับ โอเคเป็นหลักการทางบัญชีที่ไปตามเเจอร์ ของธุรกิจ เขาเนาะอ่ะเหลืออีกอันนึงครับเหลืออีกอัน นึงนึงสั้นๆสั้นๆเราจบตรงนี้กันไปละว่า ถ้าอยู่ในห้องนี่ก็ยาวแน่ๆเลยนะเหลืออีก อันนึงครับสั้นๆอ่า Liquidity Ratio นะ ครับแล้วบอกว่าต่อให้บริษัทนะครับจะมีผล การดำเนินงานมีกำไรดีแค่ไหนแต่กำไรในทาง บัญชีเขาบอกว่ากำไรที่ว่าเนี่ยครับมันคือ กำไรที่เกิดขึ้นจากการบันทึกบัญชีแบบ เกณฑ์คงค้างเกณฑ์คงค้างหมายความว่าเราขาย ของได้ปุ๊บบันทึกเลยครับเป็นยอด

15:44 ขายเป็น Sale Revenue นะเสร็จปุ๊บสิ้นปี เอามาคำนวณเลยครับว่าเป็นกำไรสุทธิเท่า กับเท่าไหร่เฮ้ยถ้าเราขายของเป็นเงิน เชื่อล่ะตามตัวอย่างของผมเมื่อสักครู่นี้ นะครับเพราะฉะนั้นยอดขายไม่ได้สะท้อนเงิน สดกำไรจึงไม่สะท้อนเงินสดบางช่วงบางเวลา บริษัทเราอาจจะมีปัญหาขาดสภาพคล่องก็ได้ นะฮะคราวนี้คำถามที่ตามมาคือเอ๊ะถ้าเรา อยากจะวัดว่าบริษัทเนี้ยนะครับเค้ามีความ สามารถในการบริหารสภาพคล่องได้ดีแค่ไหน เราก็บอกว่าให้มาวัดจากตัว อ่าลิ Liquidity Ratio ตัวนี้แทนนะครับ ไอเดียของมันแบบง่ายมากเลยครับคือถามว่า สภาพคล่องของบริษัทเนี่ยการบริหารงานของ เขาดีหรือไม่ดีนะนะครับแล้วบอกว่าสภาพ คล่องวัดจากอะไรสภาพคล่องวัดจากตัวสิน ทรัพย์นะหรือหนี้สินในระยะสั้นนะซึ่งเรา

16:32 บอกว่าเอ้ยสินทรัพย์อันนี้เราเริ่มเรียน ใหม่แล้วนะครับเมื่อกี้ทวนอยู่นะสำหรับ สินทรัพย์นะครับ current asset นะฮะให้ มนุษย์ไว้ตรงนี้อ่ะ Note current asset สภาพคล่องมันคือ เป็นอะไรที่แบบระยะสั้นเนาะเพราะฉะนั้น เราก็เลยไปโฟกัสที่ตัวสินทรัพย์ระยะสั้น กับหนี้สินระยะสั้นทำไมต้องสนใจตัวหนี้ สินระยะสั้นด้วยล่ะก็เพราะว่าเนี่ย current asset นะเราสามารถแปลงเป็นเงิน สดได้ในระยะสั้นนะแปลงเป็นเงินสดของใคร ของกิจการด้วยของบริษัทแต่อย่าลืมว่าเงิน สดทั้งหมดทั้งมวลเนี่ยครับเวลาเราแปลงมา แล้วเนี่ยเฮ้ยในระยะสั้นนะเราก็มีหนี้สิน

17:20 หรือภาระผูกพันที่เราจะต้องจ่ายด้วยที่ เป็น current อ่า line ability นะครับ อันเนี้คือภาระที่ต้อง จ่ายในระยะ สั้นนะครับเพราะฉะนั้นเค้าก็เลยบอกว่า จริงๆแล้วเวลาเราดูเนี่ยยติต่างว่าสิน ทรัพย์หมุนเวียน CA ของเราเนี่ยครับคือ ของบริษัททั้งหมดต้องเคลียร์หนี้ด้วยเออ นะฮะเพราะฉะนั้นจริงๆแล้วเวลาเราจะบอกว่า ความสามารถในการบริหารสภาพคล่องของกิจการ เนี่ยดีหรือไม่ดีอย่างไรมันมีมาตรวัดง่าย ๆตัวนึงครับก็คือเอาสินทรัพย์หมุนเวียนลบ ด้วยหนี้สินหมุนเวียนแล้วเราเรียกตัวนี้ ว่าเป็นเงินทุนหมุนเวียนสุทธิครับหรือ

18:05 networking capital เวลาเราจะไปกู้แบงค์ เงี้ยเรากู้เงินเป็นก้อนมาบอกว่าเนี่ยเรา จะอาจารย์เสียงไม่มาครับอาจารย์มาไม่ดับ ครับ ฮัลโหล ได้ยินแล้วครับขอบคุณครับ

18:57 ขอบคุณครับขอบคุณครับว่าละทำไมมัน ไม่เมื่อกี้พูดถึงละอืเวลาเราไปเราไปกู้ เงินใช่มั้ครับซื้อเป็นเครื่องจักรมา แบงค์ก็จะถามละโอเคเครื่องจักรของคุณนะ Machine เนี่ย ครับมันทำให้คุณเนี่ยผลิตสินค้าได้มาก ขึ้น Total Revenue ของคุณก็อาจจะมาก ขึ้นแต่ปัจจัยสำคัญนึงของการที่คุณจะผลิต สินค้าได้มากขึ้นก็คือคุณต้องมีเงินซื้อ วัตถุดิบมากขึ้นไปด้วยนะคุณบอกว่าคุณจะ เอาเงินเราเนี่ยไปลงทุนในเฉพาะตัวสิน ทรัพย์เท่านั้นที่เป็น machine เอ๊ะคุณมี แผนในการจะหาเงินเอามาทำเป็น working capital มากน้อยแค่ไหนอันนี้แบงค์เอาจจะ ถามเราเราก็ต้องแบบเผื่อเหลือเผื่อขาด สำรองเอ่อเอามาลงทุนในโครงการตรงนี้ด้วย ไม่งั้นแบงค์ก็อาจจะบอกว่าถ้าคุณไม่มี

19:43 เงิน Working Capital เงินทุนหมุนเวียน ที่มันเพิ่มขึ้นนะวัตถุดิบจะเอามาซื้อก็ ไม่มีเสร็จปุ๊บมีแต่เครื่องจักรไม่มี วัตถุดิบมายอดขายมันจะเพิ่มขึ้นได้ยังไง แบงค์ก็อาจจะ concern ตรงนี้ด้วยเหมือน กันนะฮะเพราะฉะนั้น Working Capital ถ้า เราไปเรียนไฟแนนซ์เนาะมันก็จะมีแบบว่าถ้า เรียนละเอียดมากขึ้นเอางี้ดีกว่ามันก็จะ มีกระบวนการในการคำนวณอ่ะนะครับว่า working capital เออมันประมาณการมาจาก ไอ้ง่ายๆพวกนี้แหละนะแต่ละ ขง่ายๆที่มันอยู่ในพวกเนี้ยฮะมันจะทำให้ ความมึนงความยากมันมันเกิดขึ้นได้เนาะ คราวนี้อ่ะย้อนกลับมาของเราสั้นๆง่ายๆ ครับคือเราถามว่าเฮ้ยสภาพคล่องของกิจการ เนี่ยเป็นอย่าง ไรนะสิ่งที่เราอยากรู้อ่ะก็คือดีหรือไม่ ดีอือฮึหรือ Liquidity Management ดีมย

20:37 นะครับถ้าจะดีเราบอกว่าตอนนี้เราวัดง่ายๆ จาก Networking Capital current asset ลบด้วย current liability แสดงว่ามันจะต้องมีค่ามากกว่า 0 เห็นด้วยมั้ย ครับแสดงว่าถ้าเราปิดกิจการเนาะเคลียร์ เลยสินทรัพย์ระยะสั้นเป็นเงินของเราทั้ง หมดดูซิว่ามันเพียงพอพอกับหนี้มปรากฏว่า เฮ้ยเพียงว่ะแถมมีเงินเหลือด้วยมีเงิน เหลือแสดงว่าสภาพคล่องเราค่อนข้างดีนะ ครับแต่นะฮะในทางการเงินแล้วก็ทางบัญชี โทษทางการเงินแล้วก็ทางเศรษฐศาสตร์เราบอก ว่าจับมาบวกมาลบกันพวกเนี้ยครับมันดูไม่ ค่อยโอเคสักเท่าไหร่นะสิ่งที่มันโอเคคือ มันต้องทำให้เป็นเรชับเทียบอัตราส่วนนะ อัตราส่วนในกลุ่มนี้เลยแบ่งเป็น 3 ก้อน

21:22 ด้วยกันครับอันแรกเรียกว่า current ratio ครับก็คือเอาตัวสินทรัพย์ครับระยะสั้นหาร ด้วยหนี้สินระยะ สั้นแปลความหมายก็คือดูมัน normaliz แล้ว อ่ะเนาะเทียบกับ CL เทียบกับ current อ่า liability ครับดูว่าสินทรัพย์ระยะสั้น ของเราเนี่ยครับมีคิดเป็นกี่เท่าของตัว หนี้สินระยะสั้นนะ more เงี้ยเพราะฉะนั้น หน่วยของมันคือ เท่านะครับ times นะแล้วก็แน่ล่ะมันต้อง higher better เนาะเพราะว่าก้อนข้างบนมันคือตัว current asset อ่ะนะคราวนี้มันมีประเด็นเพิ่มเติมมาอีก ครับเราบอกว่าเฮ้ย current asset จริงๆ

22:08 ไปไปเร็วๆได้เนาะตรงนี้เนาะนะ current asset นะ ครับสินทรัพย์ระยะสั้นเราบอกว่ามันคือสิน ทรัพย์ที่มีสภาพคล่องถูกมั้ยครับนักการ เงินบัญชีเค้าก็ไปคิดเพิ่มเติมอีกอ่ะครับ ว่าเฮ้ยในความเป็นจริงเนี่ยมันไม่ใช่ทุก ตัวนะที่มันจะมีสภาพคล่องที่สูงนะเค้าก็ เลยบอกว่าอ่ะถ้าจะ วัดเฉพาะ CA ที่มีสภาพคล่อง สูงตัวที่สภาพคล่อง สูงต้องทำไงครับก็ต้องเอาตัวที่สภาพคล่อง

22:54 น้อยสุดออก ไปรีove ตัวที่มีสภาพ คล่องน้อยสุดออก ไปคำถามคืออะไรล่ะคือตัวที่มีสภาพคล่อง น้อยที่สุดออกไปซึ่งในที่นี้สมมุติว่ามัน คือตัว inventory นั่นเองครับเพราะฉะนั้น ก้อนแรกเราก็เลยเอาตัว current asset ครับตั้งแล้วหารด้วย current liability ฮะแล้วเราก็เรียกตัวนี้ว่าเป็น quick ratio quick ratio หมายความว่าเราก็ วัดสภาพคล่องนั่นแหละนะครับเพียงแต่ว่า

23:41 สภาพคล่องเนี่ยวัดเฉพาะตัวที่มันควิกหมาย ความว่าก็เราเอาตัวที่มันน้อยสุดออกไป แล้วนั่น เองนะเพราะฉะนั้นง่ายมากเลยครับเอา CA ตั้ง - CL บางคนอาจจะบอกว่าอาจารย์แล้ว ในงบการเงินมันมี current Asset ด้วย ล่ะ current asset ช่างมันถ้าเป็นผมผมจะ บอกว่าช่างมันคือเราไม่รู้อ่ะว่าคือมัน arters หมายความว่ามันไม่สามารถรวมกรุ๊ป เป็นก้อนใหญ่กลุ่มใหญ่ได้คือถ้าเราจะทำ ได้เนี่ยเราต้องไปให้นักบัญชีเทำให้ซึ่ง มันก็จะไม่สามารถ standard di ได้นะครับ แล้วก็อ่ะเรารู้แล้วแหละว่า inventory เนี่ยมันมันคือก้อนใหญ่หรือมันคือก้อน เดียวแล้วมันมีโดยทางทฤษฎีมันคือเป็นก้อน ที่มีสภาพคล่องน้อยที่สุดเราก็ลบมันออกไป นะครับในส่วนของตัว C

24:26 เรชาฮะคืออะไรนี่ไหนๆก็ไหนๆละเราบอกว่า เราจะวัดเฉพาะ CA ที่มันมีสภาพคล่องสูงคำ ถามที่ตามมาคือพวกเราอาจจะเกิดคำถาม เหมือนผมก็ได้นะว่าแล้วแล้วทำไมไม่วัดตัว ที่มันสภาพคล่องสูงสุด เลยทำไมไม่วัด เฉพาะตัวที่สภาพคล่องสูง สุดอือฮึโอเคได้ตัวที่มีสภาพคล่องสูงสุด มันคือแช่เพราะฉะนั้นตัวหารยังคงเป็น CL อยู่นะครับเราเอาแชหาร CL ไปเลยแล้วเรียก ตรงนี้ว่าเป็น CAS Rชioความหมายของมันก็ คือเนี่ยเรามีสินทรัพย์ไม่ใช่เรามีเงินสด

25:15 คิดเป็นกี่เท่าของตัว current อ่า line ability ครับหน่วยหน่วยของมันยังคงเป็น เท่าอยู่ดีนะอีนี่ก็เท่า ครับอ่าคำถามที่ตามมาคือเรารู้แหละว่ามัน ยิ่งมากยิ่งดีหมดเลยเพราะข้างบนคือเรา อยากมีสภาพคล่องสูงๆถูกมั้ยครับแต่ Current Asset เนี่ยมันคือทั้งก้อน เนาะมันคือทั้งก้อน current asset มัน คือทั้งก้อนที่เราจะแปลงไปเป็นเงินสดได้ ถ้าเรามาเทียบกับ CL เราบอกว่า current asset ต้องมากกว่า current line ability นะเพราะฉะนั้น higher better อย่างเดียวไม่พอครับต้องบอกว่าและต้องมาก กว่า 1 ด้วย ครับต้องมากกว่า 1 ด้วยแต่ถ้าเป็น quick ratio ครับมันก็แค่ higher เฉยๆ

26:01 เนาะเพราะว่ามันไม่ใช่เป็น gross term ที่เอามาเทียบกันได้อ่ะครับนะมันก็แค่ ยิ่งมากยิ่งดีเฉยๆเช่นเดียวกับ C ratio ครับที่มันยิ่งมากยิ่งดี ครับโอเคอ่ะผมค้างไว้ให้ 10 วินาทีมีคำ ถามมั้ยครับอันนี้เป็น liquidity ratio ครับเดี๋ยวผมเล่นของผมเองก็ ได้เล่นอะไรอาจารย์จะเล่นอะไรนี่ไงเดี๋ยว ผมลองไปคำนวณของtสlaกับตัวบริษัท APP นะ ครับสมมุติอันแรกคำนวณแค่ 2 ตัวก็พอครับ Current Ratio กับอันที่ 2 คือ Cash

26:48 Ratio ครับถ้าเป็นของ Tesla เนาะ current ratio current total อยู่ไหน current asset หารด้วย current liability คือก้อนนี้ ครับปึ้งหู 2 เท่าเนี่ยถ้าเป็น CAS ratio เอา CAS เป็น and CAS equivalent เลยนะหารด้วย current liability เฉพาะ CAS ก็มากกว่า 1 แล้ว อ่ะปังปริเย มากอ่าแล้วถ้าเป็น APP นี่บริษัทอ่าไม่ ใช่ Apple นะครับเป็นบริษัท อิเล็กทรอนิกส์คิดว่าน่าจะน่าจะเยอะอยู่ เอ่อ current asset หารด้วย current liability หนักเข้าไปใหญ่ 2.19 cash หารด้วย current liability อ่าโอเคยังอยู่ที่ประมาณ 70 กว่า

27:35 กว่า 70 หนไม่ใช่ 70% ของ CL อ่ะหรือ 7 0.7 7 เท่าของ CL ก็โดยรวมเนาะ 2 บริษัทนี้ครับในปี 2024 current liability ไม่ใช่ current ratio ทุกคน เชื่อผมนะ current ratio มีค่ามากกว่า 1 นะถ้าอยากรู้ว่ามันเพิ่มขึ้นมยเราต้องไป คำนวณปี 2 3 ตามมาด้วยนะครับนะฮแต่โดย รวมเนาะเราบอกว่ามันมากกว่า 1 อ่ะมันก็ คือยังดีอยู่นั่นเอง ครับโอเคถึงตรงนี้มีคำถามมั้ ครับน่าจะหมดละนะครับน่าจะจบละต้องขออภัย ด้วยนะครับเราออนไลน์เนาะเราก็เลยไม่ได้ อยู่ด้วยกันในห้องมาทำด้วยกันในห้องนะ ครับอันนี้เป็นตัวอย่างนะครับแล้วอันนี้

28:22 จะเป็นตัวฝากฝากไปดูอันนี้เพิ่มเติมนะ ครับจะเป็นตัวอ่าความเชื่อมโยงนะครับ ระหว่างอัตราส่วนทางการเงินสารพัดสิ่งนะ ครับแต่คราวนี้ไม่ว่าจะยังไงก็ตามนะ ครับบทสรุปของเรื่องนี้นะ 1 คือเราอยากหา มาตรวัดทางการเงินอะไรสักอย่างเนาะที่เอา มาเป็นตัวชี้วัดนะครับบอกเงินคือศูนย์ กลางของจักรวาลนะครับแต่ไม่ว่าจะยังไงก็ ตามอ่ามันต้องมีระบบสนับสนุนอื่นๆด้วยนะ ครับแต่ระบบสนับสนุนอื่นๆเนี่ยต่อให้มัน ไกลทางการเงินนะครับมันก็ควรที่จะมีความ เชื่อมโยงทางการเงินด้วยเหมือนกันเพราะ ฉะนั้นจะมันจะเชื่อมยังไงล่ะก็คือเชื่อม โดยการเอาไปจับที่ตัว financial ratio พวกเนี้ยครับหยิบเอามาเป็นเป็นมาตวัดนะ ครับว่าการดำเนินธุรกิจการดำเนินตามกลยุ ยุทธของเราเนี่ยครับมันประสบผลสำเร็จหรือ

29:07 เปล่านะครับแต่การใช้งบการเงินมันก็มีข้อ จำกัดด้วยเหมือนกันครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาเราเอามาเป็นพัเราเอาเอามันมาพัฒนา เป็นอัตราส่วนทางการเงินนู่นนั่นนี่พวก เนี้ยครับเราจะพบว่าเวลาเราทำเนี่ยเนาะ เราเราจับไอ้นั่นหารไอ้นี่จับไอ้นี่หาร ไอ้นั่นเค้าก็เลยบอกว่าเอ๊ะจริงๆแล้ว เนี่ยนะมันมีทฤษฎีbackอทาง ทางเศรษฐศาสตร์หรือเปล่านะเค้าก็บอกว่า ส่วนใหญ่แล้วเนี่ยครับมันมันก็ไม่ได้ขนาด นั้นนะครับมันไม่ได้มีทฤษฎีมาbackอัขนาด นั้นแต่อย่างน้อยมันทำให้เราเห็นภาพรวม กว้างๆนะครับแล้วอีกอันนึงที่เขาคเฟิร์น มากเลยก็คือเฮ้ยบางครั้งเราก็ไม่รู้อ่ะฮะ ว่าจริงๆแล้วอัตราส่วนทางการเงินเนี่ยตัว ไหนที่มันมีความเหมาะสมมากที่สุดคือบางที

29:53 อ่ะมันเราไปหยิบรายการมาอย่างที่เราคุย กันเมื่อสักครู่เนี่ยครับคือบางรายการมัน ก็เป็นก้อนใหญ่ๆไปเลยนะอ่า current asset ตรงเนี้ยมันมีความอ่ามันมีสภาพคล่องที่ น้อยที่สุดหรือเปล่านะเราบอกว่าเราลบ inventory ซึ่งพวกเคือมันเป็นข้อสมมุติ หมดเลยนะครับเพราะฉะนั้นต้อง concern คือ ใช้ได้เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ครับแต่ต้องพึง ระวังไว้เสมอว่าข้อจำกัดของมันเนี่ยคือ อะไรนะครับกับอีกอันนึงคือเราบอกว่าอัตรา ส่วนทางการเงินส่วนใหญ่เนี่ย higher better lower better เนาะคำถามที่ตาม มาคือ higherer มากกว่าอะไรหรอหรือ lower กว่า อะไรหรอถึงเราจะบอกว่าเวตอร์นะครับเพราะ ฉะนั้น benchmarking จึงเป็นอะไรที่สำคัญ ต้องหาตัวเทียบวัดหาหากหาเกณฑ์เอามาใช้

30:41 วัดนะครับซึ่งเกณฑ์ที่เขาใช้วัดส่วนใหญ่ เนี่ยครับก็จะมี 2 ลักษณะด้วยกันคือ 1 ใช้เป็น trend analysis ครับก็คือ พิจารณาเทียบ กับผลการดำเนินงานของตัวเองในปีที่ผ่านมา ถ้าปีที่ผ่านมามันดีแล้วเราต้องดีมากขึ้น นะแต่ถ้าปีที่ผ่านมาเราก็ไม่ดีนะเฮ้ยเฮ้ย มันไม่ดีเนี่ยมันแย่จริงๆมยแย่จริงเทียบ กับใครล่ะเทียบกับเพื่อนๆเราในอุตสาหกรรม ครับเราเรียกว่า pe analysis ครับอือ ฮึอาจจะเป็นอ่ามาจาก average value ของ ทุกคนเลยนะฮะที่อยู่ในอุตสาหกรรมของทุก กิจการที่อยู่ใน อุตสาหกรรมเพียอาจจะมาจากใครได้อีก

31:27 ครับเพียอาจจะมาจากใครล่ะที่เป็นผู้นำใน อุตสาหสาหกรรมถ้าเค้าแย่เราก็น่าจะแย่ ด้วยนะเพียเราบอกว่าไม่ดูภาพรวมหรอกไม่ดู ผู้นำอีนี่ก็เก่งเกินไปผู้นำดูว่าใครที่ เราแข่งกับเค้าโดยตรง direct competitor เลย ครับนั่น แหละถ้าฉันดีกว่าคู่แข่งฉันก็พอใจแล้วแค่ ฉันดีกว่าเธอฉันก็พอใจแล้วฉันไม่อยากแข่ง กับใครหรอกอะไรอย่างี้เป็นต้นใช่มครับนี้ คือ potential แต่บางครั้งเนี่ยครับคือ เทรนด์น่ะโอเคมันได้แต่บางเราอยากรู้อ่ะ ว่า pe analysis เนี่ยเอ๊ถ้าไปเทียบกับ คู่แข่งเอยไปเทียบกับเพื่อนๆในอุตสาหกรรม

32:14 เอยมันดีหรือเปล่านะปัญหาที่เจอหลักๆส่วน ใหญ่ก็คือบริษัทไม่สามารถ หาคู่เทียบได้ครับเออเพียคือคู่เทียบนะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐวิสาหกิจเช่นการยาส แห่งประเทศไทยจะเอาใครมาเป็นคู่เทียบวะ มันก็ไม่มีใครผลิตแบบตั้งแต่ต้นน้ำยัน ปลายน้ำครับเหมือนกับการยาสูบในบ้านเรา แล้วเงี้ยก็ไปเอา Philip Moris สิ JAAN Tobacco สิแบบมันก็คนละประเทศอย่างเงี้ย เนาะมันก็มีแบบพวก International Standard หรือพวกเอ่อเ่อสภาวะการแข่งขัน เอ่อการสนับสนุนของรัฐบาลในบ้านเค้าที่ มันไม่เหมือนเราอะไรอย่างเงี้ยครับนะหรือ อ่ะออกจากอุตสาหกรรมแบบนั้นมาอุตสาหกรรม

32:59 ที่เป็นมิดหน่อยเช่นการบิน ไทยจะเอาอะไรมาเป็นคู่เทียบล่ะจะได้มีการ ดำเนินงานที่ดีเนาะเอ๊เอาแอร์เอเชียดี มั้ย นะก็ไม่เวิร์คถูกมั้ครับเพราะว่าไอ้นี่ มัน low คอสอ่ะเอ๊ถ้างั้นเป็นBangกอก Airway ล่ะไอ้ G ด้วยถ้าเป็นบางกอก Airway ล่ะ เอ๊บางกอก Airway มัน Regional นะจะไป เทียบกับเขาได้ยังไงอ่ะถ้างั้นเอาข้าง บ้านเรากันSingคโปร์ Airline สิงคโปร์ไลนประเทศเค้าเป็นเกาะนะอย่าง เงี้ยฮะมันก็จะแบบประเทศเค้าเป็นเกาะนะ เค้าเล็กๆเค้าเน้นแบบว่าแอร์ไลนที่เชื่อม นะ ครับ connecting flight อะไรประมาณเนี้ย นะฮะคำถามคือเอออะไรล่ะที่จะเป็นคู่เทียบ

33:45 ของแกได้ดีนะเพราะฉะนั้นบางบริษัทคู่ เทียบก็อาจจะหายากก็ได้นะครับมีอะไรอีก อ่าปึ้งๆอ่าพอมันมีเงื่อนไขข้อจำกัดแต่ละ ประเทศเข้ามานะครับแต่ละประเทศเอาจจะมี year ที่มันเหมือนไม่เหมือนกันนะปีของ การปิดงบอย่างเงี้ยครับรวมถึงตัวข้อ บังคับการอ่าหรือว่ามาตรฐานทางบัญชีที่ แตกต่างกันนะนอกจากนั้นยังไม่พอครับอาจจะ มี extraordinary events เข้ามาเกี่ยว ข้องเช่นปีนี้บริษัทนี้แย่จังเลยทั้งๆที่ ตัวเองเป็นleadดอร์ นะเฮ้ย leader มีปัญหาเนี่ยไม่ใช่ว่าปี ต่อไปเขาจะมีปัญหา นะ leader มีปัญหาอาจจะเพราะว่ามันมีเหตุ การณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเช่นอ่ารับโอนนะ ครับเอ่อโครงสร้างพื้นฐานมันเป็นของ บริษัทแม่ค่าเสื่อมราคามาเบอะเลยพอเบอะ

34:32 เสร็จปุ๊บกำไรสุทธิขาดทุนมหาศาลมันเกิด อะไรขึ้นล่ะปีที่แล้วยังกำไรมหาศาลอยู่ เลยเงี้ยครับมันอาจจะอาจจะต้องไปดูอ่ะ ครับว่าบริษัทเมีการดำเนินงานอื่นๆเพิ่ม เติมมากน้อยแค่ไหนนะครับทั้งนี้ทั้งนั้น เนาะอันนี้คือปัญหาหลักๆที่พอจะนึกออกนะ ครับเป็น potential problems ของการอ่า เอา financial ratio มาใช้นะเพื่อให้ เป็นการบรรทัดเราเนาะไอ้ปัญหาที่มันจะ เกิดขึ้นเมื่อสักครู่เนี้ยครับเราบอกว่า เราจึงจำเป็นจะต้องมีการวิเคราะห์เชิง คุณภาพเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนะนะครับเพราะ ฉะนั้นโน้ตไว้ตรงนี้นะครับว่าในทาง ปฏิบัติงบการเงินน่ะมันแค่ตัวเลขนะเพื่อ

35:18 ให้เห็นภาพมาก ขึ้นควรมีการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ ด้วยเชิง คุณภาพร่วม ด้วยนะครับมิติที่สำคัญของการวิเคราะห์ เชิงคุณภาพคืออะไรเมื่อกี้เนี้ยเราบอกว่า การวิเคราะห์งบการเงินนะหรือ financial analysis เนี่ย ครับสิ่งที่เราโฟกัสคือเราโฟกัสไปที่ตัว profitability เนาะซึ่ง profitability ของเราเนี่ยครับ

36:04 คือ return อ่าบริษัทไหนก็ตามที่มี return สูงเขาน่าจะมีความเสี่ยงที่สูงตามไปด้วย เพราะฉะนั้นอันนึงที่เรายังขาดอยู่ครับก็ คือการวิเคราะห์ปัจจัยใจเสี่ยง ครับนั่นเองอืเพราะฉะนั้นมิติเชิงคุณภาพ ก็คือต้องร่วมประกอบมันก็คือมิติที่ เชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยงแต่จริงๆปัจจัย เสี่ยงเนี่ยสมัยก่อนมันมีแบบฟอร์มนึงเค้า เรียกว่าเป็นแบบฟอร์ม 56-1 หรือเป็นราย งานอ่าเดี๋ยวนี้เค้าเรียกแบบฟอร์มอะไร เอ่ย อืเค้าเรียกว่าเป็น One

36:53 Report นะครับเดี๋ยวผมขออนุญาตแชร์ให้ดู สักครู่นะครับปึ้งนี่วัน report จะประมาณ เนี้ยครับอย่างเช่น ฟึบอ่ะยอมรับไปจะเห็น one report ของ ปตท.นะครับพวกเนี้ยก็จะมีเป็นการ วิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเพิ่มเติมเข้าไป ด้วยอ้ายากละโหลดสักครู่นะ ครับอ่านี้เป็น วัน report ของปตท. มันก็จะมีการวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงอยู่ ด้วยส่วนนึงเห็นมั้เนี่ยใครไม่เห็นผม เนี่ยไม่ เห็นอันเนี้ยเป็นอารมณ์

37:38 ประมาณจุดเด่นผลการดำเนินงานความยั่งเย็น เอ๊ะมันจะต้องมีปัจจัยเสี่ยงอยู่ด้วย แหละสักครู่นะ ครับเปิดเลยแล้ว กันมันจะต้องมี section ที่พูดถึงความ เสี่ยงปรากฏเวรกรรมไม่ เดี๋ยวนะเดี๋ยวนะเดี๋ยว นะอ่าอันนี้ เป็นเ้ยสักครู่นะสักครู่นะมันจะต้องมี สิไม่มีแล้ว

38:25 แหละจริงๆมันจะต้องมี 1 อันหรือผมเปิดผิด อันสักครู่ นะอาจจะผิดรายงานและ อืนะครับจริงๆมันจะมี section นึงอ่ะผม ยังไม่ผมยัง ไม่ อ่าขอหาใหม่ขอหาอีกอันนึงทุกคนรอแป๊บนึง นะครับขอหาก่อนเขินว่ะ อ้าว่าแล้วความพยายามอยู่ที่ไหนความ

39:12 พยายามก็อยู่ที่นั่นนะครับอย่างเช่นอัน นี้มันจะมีนี่เพิ่มเติมเข้า มาเป็นการบริหารจัดการความเสี่ยงอยู่ที่ หน้า 141 นะฮะถ้าเราอยากรู้อะไรพวกเนี้ยหรือ ถ้าวันนี้คืนนี้เราบอกว่าอาจารย์ค่อยไปทำ งานหาปัจจัยเสี่ยงของธุรกิจอะไรสักอย่าง นึงนะบอกว่าเอ๊ะแล้วผมจะเอาปัจจัยเสี่ยง พวกนั้นมาจากไหนล่ะครับก็ไปดูสิว่ามันมี บริษัทอะไรที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีกิจการใกล้เคียงกับเรานะครับซึ่ง บริษัทเนี่ยเขาก็จะส่วนใหญ่จะถูก ให้ follow มาตรฐานของโซoนะครับของ Enterprise Risk Management ผมไปเชิญ อาจารย์ท่านนึงมาแหละนะมาช่วยบรรยายให้

39:57 ตรงตรงนี้ให้ฟังด้วยนะของโซo Enterprise Risk Management เคก็จะต้องระบุออกมา ครับว่าความเสี่ยงด้านกลยุทธ์เป็นยังไง ประกอบด้วยอะไรบ้างบลาๆนะครับความเสี่ยง ของสิ่งที่เกิดใหม่ประกอบด้วยอะไรบ้างบลา ๆพวกนี้นะ ครับความเสี่ยงด้าน operational risk ประกอบด้วยอะไรบ้างบลาๆอะไรพวกเนี้ยฮะก็ แล้วเสร็จปุ๊บเนี่ยเราก็ต้องมาวิเคราะห์ เพิ่มเติมนะครับแล้วออกมาว่าแนวทางในการ ที่จะบรรเทาความเสี่ยงของกิจการพวกนั้น เนี่ยทำอย่างไรเป็นยังไงบ้างนะครับแต่ คราวนี้ถ้าเรามองในมุมภาพรวมของกิจการนะ ครับปัจจัยเสี่ยงหลักๆที่เราควรจะดูนะ ย้อนกลับมาของเราครับคือ 1 ต้องดู Refenue Stream ครับว่า 1 ขายของให้กี่คนน่ะถ้าขายน้อยๆ แสดงว่าความเสี่ยงสูงนะเนี่ยถ้าเกิดเขา

40:43 sวิตch preference ไปแชร์ของลูกค้าปุ๊บ ชีวิตจบเลยถูกมั้ครับมีสินค้ากี่อันน่ะ อ่ะมีกี่ประเภทสมัยก่อน Apple ขายของแค่ อย่างเดียวคือคอมพิวเตอร์นะออกมาใหม่เป็น iPhone เฮ้ยแข่งกับชาวบ้านชาวช่องไม่ได้ iPhone ก็มีอยู่รุ่นเดียวก็ต้องเปิด iPhone แบบหลายๆรุ่นหลายๆขนาดอย่างี้เอา มาออกมาแข่งนะครับ Supplier สำคัญยังไง เป็นคนที่ให้วัตถุดิบเราเงี้ย ฮะตั้งโรงงานกี่ที่อ่ะแล้วตรงที่นั้น เนี่ยใครเป็นซัพพลerให้เรานะSuซพลerมีกี่ เจ้าบริหารความเสี่ยงได้มยนะครับถ้า supพลerในพื้นที่เค้าไม่ส่งของให้เราจะไป เอาตรงไหนมาใช้นะมีแผนบริหารความเสี่ยง ตรงนี้อยู่หรือเปล่านะครับรวมถึงเอ่อ บริษัทของเรามีการโอนรายได้มาจากต่าง ประเทศมั้ยนะเพราะว่าถ้าโอนมาแสดงว่ามัน

41:30 จะต้องมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆเพิ่มเติมเข้า มาเช่นอัตราแลกเปลี่ยนเอยนะครับอ่ากฎ ระเบียบในการโอนเงินข้ามประเทศทำนง ธรรมเนียมอะไรพวกนี้เกี่ยวครองเติมเพิ่ม เติมเข้ามาด้วยนะครับสภาพแวดล้อมในการ แข่งขันเป็นอย่างไรบ้างนะครับว่าแล้ว โอกาสการเติบโตในอนาคตเป็นอย่างไปโดย เฉพาะอย่างยิ่งมิติที่สำคัญก็คือกฎหมาย และระเบียบบังคับต่างๆนะครับของกิจการที่ เรากำลังดูเนี่ยครับมันมันมีมากน้อยแค่ ไหนนะเอ๊ะเค้าติดสัญญาสัมปทานมั้ยนะเค้า ติดสัญญาเ่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสิ่ง แวดล้อมหรือว่าเอ่อsubซsidที่อาทิตย์ที่ แล้วมีเพื่อนบอกแอดอะไรพวกเนี้ยนะครับคือ ให้กี่ปีอ่ะอะไรอย่างเงี้ยนะแล้วหลังจาก นั้นคือมันจะเป็นยังไงต่อพวกเพวกนี้เราก็ ต้องคิดต่อเพิ่มเติมเข้าไปด้วยนะครับปึง

42:16 จบแล้วครับสำหรับเลคเชอร์นี้อ่ะ 10 วินาทีมีคำถามมั้ครับอ่ะ 10 ให้ 15 วินาทีเลยเดี๋ยวเราจะไปต่อเลคure 9 แล้ว ครับเป็นเลคเชอร์ที่คุณเฮนรี่ถวินหาหยอกๆ เราจะเริ่มมีกราฟเข้ามาแล้วครับจะย้อน กลับไปพาร์ททฤษฎีแล้ว นะอืเราจะย้อนกลับไปพาร์ทฤษฎีแล้วนะครับ ซึ่งเลคure 9 ของเราคือทุกคนอย่ากรีดนะ วันนี้มันจะหนักๆนิดนึงนะครับแค่อันแรก แค่นั้นแหละแต่ไม่ได้หนักขนาดนั้นมันจะ คำนวณเยอะนิดนึงนะครับสำหรับพาร์ทแรกนะ เราพูดถึงตัว Business Integration ครับ วิชานี้คืออะไรคือ

43:01 เศรษฐศาสตร์ว่าด้วยกลยุทธทางธุรกิจกลยุทธ ทางธุรกิจของเราคืออะไรคือกลยุทธ์คือการ หาอะไรก็ตามมาดำเนินการเพื่อปิด gap ถูก มั้ยครับเราบอกว่า gap หลักๆถ้าเรา พิจารณาจากองค์กรนะครับ real practice ของเราคือเราตั้งหลักก่อนเลยครับว่าเฮ้ย Vision mission ของเราเป็นยังไง WM Vision Mission ของเราเป็นไงเสร็จปุ๊บ มาวิเคราะห์สถานะปัจจุบันผ่าน SWAT มี อะไรบ้างล่ะที่เราจะต้องทำอันนั้นแหละ ครับคือ GAP เสร็จปุ๊บเราได้ GAP ออกมา เป็นตัว Strategy นะแล้วหลังจากนั้นเนี่ย ครับเรามา monitor ครับว่า Strategy ที่ เราคิดเนี่ย ครับ มันมันเอ่อประสบความสำเร็จมเวลาเราเอาไป

43:47 ใช้จริงๆนะครับเพราะฉะนั้นมันก็เนี่ยเป็น พารทนึงที่เราเราพูดกันเยอะเลยเนาะสำหรับ ช่วงครึ่งๆของวิเอ่อช่วงที่ผ่านมาของวิชา นี้นะครับคราวนี้มันมีคำถามที่ตามมาอีก อันนึงครับจะเริ่มเรียนเป็น issue base แล้วนะคือ business integriation นะเราบอกว่าเรามีกลยุทธ์ เพื่ออะไรอ่ะเพื่อดำเนินการให้บรรลุเป้า หมายในระยะยาวตาม Vision Mission หรือ ถ้าเป็นเป้าหมายในระยะสั้นคือจาก Mission นั่นเองหรือตัว Strategic Position ที่ เรากำหนดออกมาเป็น Mestone ของเราเนี่ย ครับว่า 5 ปีเราอยากเห็นอะไรอีก 10 ปีเรา อยากเห็นอะไรแล้วเราจะต้องทำอะไรอย่าง เงี้ยครับนะแต่คราวนี้ถ้าเราย้อนกลับไป ครับ 5 ปีอยากเห็นไอ้นั่นอยากเห็นไอ้นี่

44:32 ไม่ว่าเราจะมีกลยุทธ์ยังไงก็ตามแต่ต้อง อย่าลืมนะเราต้องสามารถรักษาความสามารถใน การแข่งขันของเราให้ได้นะครับคราวนี้คำ ถามที่ตามมาคือเอ๊ะแล้วเราจะสร้างหรือว่า เพิ่มระดับความสามารถในการแข่งขันของเรา ได้ยังไงอ่ะนะเพิ่มได้ก็ด้วยการมาดู กลยุทธ์ตรงนี้ก่อนครับคือ business การทำ Business Integra หรือว่าการควบรวม กิจการนั่นเอง อืนะคำถามของเราคือการอ่าเรานะ ครับจะอ่ายกระดับความสามารถในการแข่งขัน [เพลง]

45:21 ได้อย่าง ไรก่อนที่จะไปได้อย่างไรตอนนี้เรามีทอปิ แล้ว่ะนะอันแรกบอกว่าผ่านตัว business integraation หรือเรียกมันสั้นๆว่าการ ควบรวมกิจการ ครับอืสิ่งที่เราต้องการคือเราจะเพิ่ม ความสามารถในการแข่งขันนะผ่านการควบรวม กิจการได้อย่าง ไรนะอันนี้จะออกแนวเป็นทฤษฎีแล้วนะเพราะ ฉะนั้นคีย์เวิร์ดคือความสามารถในการแข่ง ขันนะ ครับความสามารถในการแข่งขันนั่นหมายความ

46:07 ว่า เฮ้ยย้อนกลับมาทฤษฎีเนาะถ้าเราควบรวม กิจการแล้วเนี่ย Market Power เราน่าจะ ดีขึ้น นะเนาะถ้าเราควบรวมกิจการแล้ว Market Power เราดีขึ้น Price เราก็น่าจะสูงขึ้นหรือมี กลยุทธ์หรือทำกลยุทธ ยุ อืให้ได้อ่าอ่า total revenue ที่มันสูง ขึ้นได้ครับขออภัยตรงนี้นะอ่ะผมcopี้ดี กว่าเอามาแปะตรงนี้ ครับ หึอ

46:59 นี้อื อืหนอจำ pricing strategy ได้มครับที่ เราจะมี price discrimination มีอะไรอีก อ่า peak load pricing to part bundle พวกเนี้ยนะหรืออีกอันนึงคือเรา กำหนดราคาได้มากขึ้นนะคือ p มากกว่า mc นั่นเองนะ p สูงขึ้นคือ p มากกว่า mc เอ๊คำถามง่ายมากเลยเนาะ market power จะต้องมากขึ้นก็ก็แน่ล่ะควบรวมกิจการการ 2 บริษัทมารวมกันอำนาจตลาดเค้าก็ต้องมาก ขึ้นนั่นเองนะครับเพราะฉะนั้นอ่าโอเคถ้า อยากอ่านหนังสือเนาะอ่ามี 2 เล่มนะครับ เพราะมันจะเป็นพารทฤษฎีละนะเล่มซ้ายมือ 10 บท 17 นะครับเล่มขวามือบทที่ 5 กับบทที่

47:44 12 เรามี 2 ทอปิด้วยกันสำหรับเลคureนี้ นะครับเช็คเอ่อเช็คลิสนะครับเราบอกว่า ก่อนที่จะไปเช็คลิสต์คำถามของเราคือเนี่ย a เราจะยกระดับความสามารถในการแข่งขัน ผ่านการควบรวมกิจการได้อย่างไรอันนี้โน้ต ไว้นิดนึงนะครับว่าการควบรวมกิจการ นะในทาง ปฏิบัติมันมีอยู่ด้วยกันอ่า 3 ประเภทด้วย กันนะ ครับอันแรกเรียกว่าเป็นการควบรวมกิจการ แบบแนว non horizontal intrigation แนว นอนหมายความว่าอะไรครับสินค้าเป็นประเภท เดียวกัน ครับผมขอโทษนะทุกคนผมขออภัย ผมแปะสไลด์ผิดผิดอันทุกคนมาสไลด์ที่ 18

48:33 นะ ครับผมขออนุญาตตัดก่อนนะปึ้งแล้วเดี๋จะ เอาไปแปะไว้สไลด์ นี้ เฮ้ยโอเคจริงๆมันคือตัวอย่างของอันนี้ แหละครับการควบรวมกิจการแบบแนวนอนคืออะไร กิจการแบบนอนแนวนอนหมายความว่าอ่าสินค้า หรือบริการแบบเป็นแบบเดียวกัน น่ะเป็นแบบเดียว กันนะมันคือแนวนอนน่ะลูกค้าซื้อจากใครก็ ได้เงี้ยครับแสดงว่าสินค้าและบริการมัน คือเป็นแบบเดียวกันยกตัวอย่างเช่นทำไมผม

49:21 ไปยกนมาก็เพราะว่านี่ไงตัวอย่างของ มัน TTB กับ ธนชาติควบกันสินค้ามันคืออันเดียวกันนะ มันอาจจะต่างกันนิดนึงเนาะบางคนอาจจะบอก ว่าอันนี้คือแบบ corporate ลูกค้าคate ค่อนข้างเยอะนะลูกค้ารีเทลเยอะเขาก็เลยมา รวมกันไงอาจารย์แต่แบบมันก็คือแบงค์อ่ะ ถ้าชาวบ้านมองออกมานะครับอันที่แบบชัดเจน มากคืออันนี้ครับ True กับ Dt เนาะอีกอันนึงที่เหมือนกันคือแนวนอน คือบริษัทประกันก็ควบรวมกันเยอะครับพลวัต ในบริษัทอ่าในในอุตสาหอุตสาหกรรมนี้เยอะ มาก SCB Life ควบกับ FWD นานแล้วแหละอันเนี้หลายปีแล้วเออนะ ครับก็เป็นบริษัทประกันเหมือนกันนี้คือ เป็นการควบรวมแนวแนวนอนนะครับคำถามกลับมา

50:09 คือเอ๊มันจะช่วยยกระดับความสามารถในการ แข่งขันอย่างไรนะครับหรืออีกอันนึงครับ เราถามเป็นภาษาแบบทฤษฎีของเราเลยแล้วกัน เพราะเราจะบอกว่าเราจะย้อนกลับมาทฤษฎี แล้วเนาะก็คือ นัยยะ สำคัญทางเศรษฐศัพ์คือเป็นอย่าง ไรอ่านัยยะสำคัญจากการควบ รวมเป็นอย่าง ไรนะนัยยะที่ว่าเนี่ยเราอยากรู้ Market Power มันวัดยากอ้าวัด จากเราวัดจากระดับราคาแล้วกันครับ Price อ่า setting ราคาเป็นอย่าง

50:57 อ่าฮะวัดอย่างนี้ก็ พอเพราะว่า price เป็นอย่างไรอีกอันนึง คือ quantity เนาะเป็นอย่างไรเพราะอะไรครับเพราะว่า เช่นถ้า price เนี่ยครับมันเพิ่มขึ้นอือ ฮึและ quantity เนี่ยครับมันน้อยลงมันจะ เริ่มชัดเจนแล้วครับว่า wfare เนี่ยฮะมัน น้อย ลงพอ Social Welfare มันน้อยลงอ่ะตัด พนิลไปก่อนนะเราบอกว่านัยยะจากการควบรวม เนี่ยเป็นอย่างไรถ้าเรามองในบริษัทเนาะ

51:44 ราคาเพิ่มขึ้นน่ะจะไม่ได้ขายของขนาดนั้น น่ะขายของแค่จืเดียวผลิตแค่จื่อเดียวแถม ตั้งราคาได้สูงขึ้นด้วยแสดงว่าดีกับ บริษัทมั้ ดีถูกมั้ยครับมันดีกับบริษัทอ่ะอันเนี้ย ใช่พอรวมกันปุ๊บเริ่มมีอำนาจตลาดมากขึ้น นะกำหนดราคาได้สูงขึ้นขายของได้น้อยลง อย่างเงี้ยนะฮะเพราะฉะนั้นเฮ้ยคาดการณ์ ได้ว่า Social Welfare เนี่ยมันน้อย ลงแล้วไงอ่ะอาจารย์ถ้า Social เfareน้อย ลงปุ๊บเตรียมตัวเลยครับรับแขกบ้านแขก เมืองเขาก็จะเข้ามามอนิเตอร์เออการควบรวม ของเราอย่างแขกบ้านแขกเรืองคือแขกเมือง คือภาครัฐนะฮะเขาจะเข้ามาพิจารณาการควบ

52:30 รวมของเรารวมถึงพฤติกรรมถ้าอนุญาตเนาะ พฤติกรรมหลังการควบรวมของเราเนี่ยเป็นไป ในทิศทางที่แสวงหาประโยชน์จากการบิดเบือน ตลาดโดยใช้อำนาจผูกขาดหรือเปล่านะถ้าใช่ ปุ๊บเขาก็จะเริ่มเข้ามาแทรกแซงการดำเนิน งานของเราโดยการออกกฎนั่นก่อนกฎนี้ละนะ คือเห็นป่ะถ้าเราไม่สนใจภาครัฐเนาะเราเรา ควบไปเรื่อยเลยอ่ะครับอืโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งในแนวนอนควบไปควบไปเราก็แบบขายของได้ สูงขึ้นก็ดีขึ้นกับเราแต่ถ้าเราสนใจแต่ใน ระยะยาวเงี้ยครับเราก็ต้องสนใจอยู่ดีนะ เพราะว่าเค้าจะเข้ามาแทรกแซงเราแล้วเขาก็ คืออย่างเช่นรัฐบาลผู้กำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ พวกนั้นเป็นต้นเราบอกว่าในเบื้องต้นอนต ไว้นะครับว่าถ้าเป็น horizontal integra ไม่ เวิร์คนะไม่มันดีกับบริษัทแต่มันไม่

53:19 เวิร์คกับ social perspective นะครับแต่ ถ้ามันเป็น vertical integraation ครับ อ่า vertical คืออะไรมันคือเอออันนี้คือ การควบรวมแนวนอนอันนี้คือการควบรวมแนว ดิ่งขอบคุณสำหรับคำแปลใช่มั้ยการควบรวม แนวดิ่งคือการควบ รวมสินค้าและกิจการอ่าไม่ใช่แบบเดียวกัน แต่เป็นการควบรวมนะฮะในเชนการผลิตเดียว กันอะไรคือเชนการผลิตเดียวกันคือประมาณ ว่าอ่าจาก อุตสาหกรรมต้น

54:05 น้ำอาจจะควมควบกับกลาง น้ำอาจจะควบกับปลายน้ำอะไรอย่างเงี้ย ครับอืหึ ต้นน้ำกลางน้ำปลายน้ำเ้ามาควบรวมกัน อันเนี้ยเราเรียกกันว่าเป็นเชนการผลิต ครับอาจจะโน้ตไว้ก่อนนะ ว่าเฮ้ยถ้ามันอยู่ในเชนการผลิตเดียวกัน เนี่ยมันโอเคครับอันเนี้ยโอเคอันเนี้ยไม่ โอเคส่วนอันเนี้ย complicated ครับตัวอย่างของการควบรวมกิจการในเชน เดียวกันในแนวดิ่งเนี่ยคืออะไรนะครับยก

54:52 ตัวอย่างเช่นเอ่อนี่ครับ eBay ขายของ ออนไลน์ eBay ก็ต้องอ่าพอขายของเสร็จปุ๊บ นะครับเก็บเงินจากลูกค้าไอ้กระบวนการเก็บ เงินจากลูกค้าเนี่ยเนี่ยครับเอ่อเค้าใช้ บริการเค้าใช้ Service ของ PayPal เห็น ป่ะอยู่ในเชนเดียวกันแต่เหมือนกันมั้ยไม่ เหมือนนะ่ะอันนี้คือขายของอ่ะเป็นeคอมเม แต่นี่คือเป็นระบบเก็บเงินระบบคิดเงินนะ เพราะฉะนั้น eBay ก็เลยแบบว่าเนี่ย merge กันไปเลยนะควบรวมกันไปเลยอันเนี้คือเป็น vertical integration ครับส่วนอีกอัน นึงคือเป็น congromulate merger การควบ รวมกิจการเออภาษาไทยแปลว่าอะไรไม่แน่ใจนะ ครับเอาเป็นว่ามันควบรวมกิจการที่มันไม่ เกี่ยวกัน

55:39 เลยกิจการที่ไม่เกี่ยวกัน เลยเพราะ ฉะนั้นการที่จะมาวัดว่าเอ๊นัยยะจากการควบ รวมแน่ล่ะเค้าควบรวมแล้วเค้าต้องมีความ สามารถในการแข่งขันที่ดีขึ้นนะเพียงแต่ ว่า wfare analysis เนี่ยครับคือในทาง ทฤษฎีมันค่อนข้างสลับซับซ้อนตอนในการ คำนวณต้องพิจารณาเป็นเคส by casสนะเนื่อง จากสินค้ามันไม่เกี่ยวกันเลยแล้วเราคาด เดาไม่ได้อ่ะครับยกตัวอย่างเช่นสมมุติผม เป็นผู้ผลิตนมอย่างเงี้ยครับผมอาจจะไป ซื้อ กิจการอะไรดีที่มันไม่เกี่ยวกันเลยเหล็ก โรงงานพลาสติกเงี้ยฮะซึ่งมันไม่เกี่ยว

56:24 อะไรกับนมเลยนะฮะกิจการอ่าพลาสติกยัง เกี่ยวเนาะอาจจะเป็นขวดภาชนะไปซื้อแบบโรง งาน เหล็กอะไรอย่างเงี้ยซึ่งมันไม่เกี่ยวกัน เลยเพราะฉะนั้น เออ WF analysis มันเลย complicate นิด นึงแต่แน่ล่ะถ้าเขาซื้อแสดงว่าเขาเชื่อ ว่ามันจะช่วยทำให้เขามีความสามารถในการ แข่งขันมากขึ้นอย่างเก่งอย่างน้อยก็คือ ช่วยบริหารความเสี่ยงเนาะทำให้พอร์ตของ สินค้าเมีมากขึ้นอะไรประมาณเนี้ย ครับโอเคเดี๋ยวเราจะไปทีละตัวนะเนื่องจาก อันนี้มัน complicate นะครับสิ่งที่เรา โฟกัสก็คือ Horizontal ที่ผมบอกว่ามันไม่ ดีนะมันไม่ดียังไงนะมันไม่ดีเพราะว่าไม่ ดีในมุมของ Social Wfare นะครับไม่ดี เพราะว่าราคามันสูงนะครับแล้วก็ Q เนี่ย มันน้อยเรามองแบบนี้ดีกว่านะครับเรามอง

57:11 แบบนี้ดีกว่าเนาะเรามองในมุมของ Social Welfare เนาะมันเดี๋มันเราจะได้ไม่ตีกัน นะครับเรามองในมุมของ Social WF แล้ว เสร็จปุ๊บเดี๋เราค่อยมาสรุปกันครับว่าถ้า มองในมุมกิจการเนี่ยมันดีหรือไม่ดีอือฮึ อย่างเช่นอันเนี้ยโซเชียลที่ไม่ดีเนี่ย คือโซเชียลเfareนะแต่กิจการไม่ดีเรามองใน มุมของเราเป็นภาครัฐก่อนนะฮะนะครับเดี๋ เราค่อยย้อนกลับไปว่าเราเป็นเอกชนเราจะ เป็นไงเช็คลิสต์ก็คือสิ่งที่เราอยากรู้ เราจะไปดู implication ของการควบรวม กิจการหลากหลายรูปแบบนะครับว่ามันมันจะมี นัยยะนะครับต่อ Social Welfare ยังไง บ้างนะครับตัวอย่างที่ผมยกมานะครับสำหรับ การควบรวมแนว non horizontal integration ตัวอย่างคลาสสิคสุดคือตัว นี้ครับคือ carel การควบ

57:57 รวมในแนวเอ่อ non integration ส่วนการควบรวมในแนวดิ่งโอเค เดี๋ยวเราค่อยมาดูตัวอย่างกันอือฮึมันไม่ มีชื่อเรียกเฉพาะนะครับแล้วก็ดูว่าการควบ รวมในแนวดิ่งเนี่ยเราบอกว่ามันเป็นสิ่ง ที่ดีเนาะทั้งบริษัทแล้วก็ อ่ามุมกิจการแล้วก็ในมุมของ Social welfare คราวนี้มันมีกลยุทธ์เพื่อช่วย ให้การบรรลุนะครับที่ใกล้เคียงกับการควบ รวมในแนวดิ่งอย่างไรได้ บ้างนะอันนี้จะเป็นพาร์ทสุดท้ายครับอือฮึ ออกอาจจะบอกว่าในทางปฏิบัติแล้วกันอือฮึ

58:46 อ่าการอ่าแนว ปฏิบัติของอ่า ความสัมพันธ์ดี กว่าในแนวดิ่ง ของ กิจการอือฮึถ้าบอกว่าไม่อยากควบ รวมนะเค้าทำยังไงได้ บ้างอโนตไว้นะครับนี่คือแนวปฏิบัติถ้าไม่ อยากควบรวมแนวไหนแนวดิ่งแนวแรกนี่มันจะ ค่อนข้างมึนๆนิดนึงนะครับ vertical ทุกคน

59:31 ครับพร้อม นะโอเคไปดูแนวแรกกันนะครับเราจะไปทีละตัว นะครับพร้อมกับตั้งคำถามเนาะว่าเอ๊ะนัยยะ จากการควบรวมเนี่ยครับมันจะส่งผลต่ออ นัยยะสำคัญจากการควบรวมเนี่ยครับมันจะส่ง ผลต่อ Social Wfare ยังไงนะผมตั้งหลัก ไว้ตรงนี้ นะซึ่งเราเดาได้ครับถ้าราคามันเพิ่มขึ้น Q น้อยลง Social WF มันก็จะน้อยลงตามไป ด้วยนะครับมันคำนวณได้แต่แบบเอาเป็นว่า เดาจาก P กับ Q แล้วกันนะอันแรกครับเรา บอกว่ามันคือการควบรวมในแนวดิ่งซึ่งผมบอก ว่าไปแล้วนะอันนี้จะมึนๆทุกคนช่วยกันนะ ครับเราเรียกกันว่าคEL ครับเฮ้ยแนวนอนอันนี้คือ

1:00:20 Horizontal integra ครับทุกคนจินตนาการนะครับเอาตัวอย่างมา ก่อนเช่นประเทศคาน้ำมัน OPC ครับมีหลายบริษัทเลยมีหลายประเทศเลยที่ เค้าก็ผลิตน้ำมันเหมือน กันนะครับแต่มีบางกลุ่มบางก้อนบางประเทศ เท่านั้นที่รวมเป็นกลุ่มสมาชิกน้ำมัน OP นะลักษณะของการควบรวมมันเป็นอย่างนี้ครับ สมมุติว่านี่คือตลาดครับอันนี้คือผู้ผลิต ในตลาดเช่น นะนี่คือผู้ผลิตใน

1:01:06 ตลาดบอกว่าเค้าจะมีบางส่วนฮะที่ก็ขายของ ของเค้าไปเรื่อยๆนะซึ่งเวลาเขาขายของไป เรื่อยๆเนี่ยข้อสมมุติอันนึงเนี่ยครับของ สินค้าโทษของตลาดนี้บอก ว่าสินค้าในตลาดนี้เป็น Homogeneous Product ครับอ่าสมมุติ ว่าสินค้าใน ตลาดนะเป็น Homogeneous identical ครับ พอ identical ปุ๊บเวลาเค้าแข่ง กันแข่งกันโดยกำหนด

1:01:57 ราคาพอแข่งกำหนดราคาปุ๊บแล้วไง อ่ะ Jumber Trans Competition ได้มั้ย ครับเจ้าไหนมีต้นทุนน้อยกว่าเจ้านั้นชนะ เพราะฉะนั้นราคาท้ายที่สุดครับจะไปอยู่ ที่ P = MC อ่า อ่านี่คือข้อสมมุตินะครับ 1entical 2 แข่งกันโดยกำหนดราคาท้ายที่ สุด P = MC นะแต่ก็มีคนหัวใสบอกว่าเฮ้ย สินค้าของเราเนี่ยมันหายากนะ อ่าแต่ กรณีสินค้าเนี้ยครับเป็นสินค้าหายากหรือ

1:02:44 มีความจำเป็น บางคน อ่าผู้ผลิตบาง ราย การรวมกลุ่มกัน ขึ้นในที่นี้การรวมกลุ่มไม่เท่ากับการ ซื้อกิจการการควบรวมแบบที่ผมอย่างเมื่อ สักครู่นี้นะเอาเป็นว่าการรวม กลุ่มนะครับเป็น association เงี้ย ครับเมาควบรวมกิจการกันไม่ได้หรอกนะแต่ อาจจะมองว่าควบรวมกันแล้วตั้งชื่อใหม่ เป็นชื่อ OPC อะไรเงี้ยครับอาจมีการรวม

1:03:31 กลุ่ม กันนะแล้วพอรวมกลุ่มเสร็จปุ๊บสิ่งที่เค้า ทำได้ก็คือสร้าง Market Power แสดงว่าพอเค้ามีอำนาจเหนือตลาด ปุ๊บเดาได้มยราคาก็จะต้องมากกว่า marginal cost อ่ะโน้ตตรงนี้ ไว้นะครับเช่นผู้ผลิตทั้งหมดในตลาดเป็น แบบเนี้ย กลุ่มเนี้ยก็ขายของเค้าไปเรื่อยๆเนาะแต่ มีบางกลุ่มเนี่ยครับบอกว่าอ่ะฉันมารวมกัน

1:04:16 แล้วะกันกลุ่ม นี้เป็น association อัน นึงสินค้าของเราอ่ะมันจำเป็นนะเว้ยจะมา ขายแบบนี้ได้ยังไง P = MC เนี่ยกำไรเรา ไม่มีนะเรามารวมกลุ่มกันดีกว่าพอรวมกลุ่ม กลุ่มกันปุ๊บเนี่ย ครับเราจะได้มีอำนาจเหนือตลาดแล้วก็กำหนด ราคาให้สูงกว่า marginal cost นะสีเขียวนี้ คือเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่าเป็นคทล ครับข้างนอกเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่า non cartel เพราะฉะนั้นคel p จะมากกว่า

1:05:01 marginal cost ครับ non cartel p จะ เท่ากับ mc ประมาณ นี้เพราะฉะนั้นถ้าถามว่าคทelคืออะไรครับ คทelคือกลุ่มของผู้ผลิตนะเฟิร์มที่มารวม กันรวมตัวกันเพื่อให้มี market power ที่สูงขึ้นเพื่อที่จะได้กำหนดราคาแล้วก็ output ได้นะครับเรียกว่า cartel กลุ่ม นี้ทำไมกำหนดได้ล่ะเพราะเค้าจะเหมือนกับ มีอำนาจเหนือตลาดที่สูงขึ้นการกำหนดราคา ต่างๆจึงดำเนินการเหมือนกับประหนึ่งว่า เค้าเป็นผู้ผูกขาดที่อยู่ในตลาดนะครับแต่ ไม่ใช่ว่าทุกคนนะทุกกลุ่มทุกประเภทของ สินค้าหรือทุกอุตสาหกรรมจะทำได้นะครับมัน

1:05:47 ต้องพิจารณาถึงปัจจัยประกอบด้วยนะครับว่า อ่าอะไรที่ทำให้คทลเนี่ยมันประสบผลสำเร็จ นะครับอันแรกเราบอกว่าอันนี้ฟังเพลินๆไป ก่อนนะเดี๋เราค่อยไปสรุปในตอนท้ายอีกที นึงนะครับบอกว่าอันแรกคือราคาเราต้อง กำหนดได้จริงนะไม่ใช่มารวมกลุ่มกันแล้ว คือเราก็ยังเป็นตัวเล็กตัวน้อยอยู่ Market Power เราก็ไม่มีอะไรเงี้ยครับนะคราวนี้ บอกว่าถ้าเกิดมีสมาชิกในกลุ่มเนี้ยเนื่อง จากมันมารวมกันหลวมๆอ่ะครับเป็น Association มันไม่เกิดการควบรวมกันจริง เป็นบริษัทแม่บริษัทลูกอันนี้คือมันใน ระดับของประเทศเนาะเอ่อถ้าเกิดมีใครก็ตาม ไม่ทำตามที่ กำหนดนะ ฮะเราจะต้องหาทางในการกำหนดบทลงโทษกับ เค้า

1:06:32 ได้อ่าหรือคาดการณ์ว่าไม่น่าจะมีใครแบบ ไม่ทำตามที่เราเอ่อกำหนดเอาไว้หรอกไม่ทำ ตามกติกาไม่มีใครหักหลังเอาง่ายๆดีกว่า แล้วก็อีกอันนึงครับต้นทุนในการบริหารจัด การจะต้องน้อยด้วยเพราะว่ามันคือระดับ ประเทศ อ่ะเนาะ คือถ้าโหเข้ามารวมกลุ่มเป็นสมาชิกแล้วแบบ มันรู้สึกยุ่งยากจังเลยเค้าก็ไม่อยากเข้า มาอย่าง เงี้ยนะลักษณะของการอธิบายคทลเป็นอย่างไร ตรงนี้ได้มั้ครับ Setting Setting พอได้เนาะอ่าลักษณะของ การ กำหนด Output นะครับยกตัวอย่างเช่นสมมุติ ว่า อ่าโอเคด้านขวามือนะครับเป็น Firm level

1:07:22 typical firm ด้านซ้ายมือเป็นมุมของ อุตสาหกรรมนะครับหรือ industry เราบอกว่า 1 ถ้าบริษัทไม่ได้ เป็นสมาชิกหรือเป็น non cartel เรียกว่าเป็น non cartel member ครับเวลาเขากำหนดราคานะครับ p จะเท่ากับ mc เนาะเพราะฉะนั้นเส้น p คือเส้นอะไร ครับเส้น p คือเส้น market demand คือ เส้น นี้นี่คือเส้น market demand คือเส้นราคานั่น D อือฮึเท่ากับ P = MC MC คือเส้นไหน คือเส้นนี้ครับเพราะฉะนั้นเค้าจะกำหนด

1:08:08 ราคาเท่านี้ครับที่มันจุดตัดกันนะปริมาณ สินค้าที่เขาขายก็คือ QC ก้อนนี้ครับ กำหนดราคาเป็น PC แล้วเห็นมยเสร็จปุ๊บขายของราคาเท่า เนี้ย PC ปึ้งทอนมายัง เฟิร์มนะครับเฟิร์มเฟิร์มนี้เป็นเฟิร์ม เล็กเฟิร์มน้อยสมมุติเฟรมเนี่ยครับเป็น เฟรมที่ identical ด้วยเป็นเฟิร์มเล็กเฟิร์มน้อยที่สมมุติ ว่าเป็น identical เฟมหมายความว่าไงครับ P เท่ากับ MC MC เค้าอยู่นี่เพราะฉะนั้น Q ที่เขาผลิตก็ คืออยู่ที่ Q นี้

1:08:55 QC ได้อยู่เนาะ นะอันนี้คือloopูopที่ 1 นะอันนี้คือ loop ที่ 1 เสร็จปุ๊บ 2 เมื่อกี้เราพูดถึง non cartel member ถ้าเป็น cartel member บ้าง ล่ะอ่าการกำหนดราคาของเขาจะมี 2 สเต็ปละ อันแรกคือหา q ก่อนครับอันนี้คือสมมุติ ว่ามันคือ m นะ monopolis ไปเลยครับ qm mc = mr เนาะ cartel member เนี่ยทำไมกำหนด ราคาแบบนี้ได้คือแบบเค้ามี market power ละมี power สินค้านี้มันจำเป็นนะถ้าไม่รวม

1:09:43 กลุ่มกันก็แบบขายแบบทิ้งเลี่ยราดพอรวม กลุ่มปุ๊บสามารถสร้าง awareness ให้ลูก ค้าเราทราบว่าเฮ้ยสินค้าเราเนี่ยมันเป็น สินค้าจำเป็นนะ นะครับเสร็จปุ๊บถ้าจะขายต้องกำหนดที่ P เท่ากับอ่าที่ Q = MC = MR เสร็จปุ๊บ ค่อยมากำหนดราคา ครับค่อยมากำหนดราคา ต่ออ่าทุก คนทุกคนพอเดาได้เนาะคืออย่างไรซิ P MC อยู่นี่ MR อยู่นี่เพราะฉะนั้น

1:10:30 เพราะฉะนั้นเค้าจะขายของตรงไหนครับเค้าจะ ขายของที่ MC อ่อถ้าผลิตที่ MC = MR ตรงนี้ถูกมั้ ครับคือเวิว่าตรงนี้ ครับ MC = MR นะเสร็จปุ๊บราคาขายอยู่ ไหนราคาขายก็ลากปึ้งขึ้นมาเลย ฮะขายที่ PM ครับตอน นี้ขายที่ PM อือฮึเสร็จปุ๊บเช่นเดียวกันครับ [เพลง] อ่าที่ PM ตรงนี้ marginal cost เค้า อยู่ตรงไหน marginal cost เค้าอยู่ตรง นี้ถูก มยอ่าฮะพอทอนออกมาปุ๊บนั่นหมายความว่านี่

1:11:19 คือเป็นปริมาณการผลิตของเขา ครับได้ มมีอ่ะnฟmเพราะฉะนั้น qm เท่ากับ q ทั้งหมดขายเท่าไหร่ล่ะก็ หารด้วย m นั่นเองนะก็คือเป็นตรงนี้นั่น เองอือฮึ marginal cost คือเท่านี้นะ ผลิตเท่านี้โอเคแล้วกำไรล่ะเป็นเท่าไหร่ เมื่อกี้ p = mc กำไรเป็น 0 ถูกมยกำไร เป็น 0 ไป เอ่ยได้แค่ normal profit เท่านั้นแต่ ถ้าเป็น p มากกว่า mc เห็นมั้ครับเพราะ ฉะนั้น average cost ของเค้าอ่าโทษนะเฮ้ยกำไร มันไม่เท่ากับ 0 อือฮึถ้าดูที่กรณี

1:12:07 ของคทลกำไรเค้าอยู่ตรงไหนนะครับราคา ปริมาณขายอยู่ตรงนี้ต้นทุนอยู่ตรงนี้ถูก มั้ยครับราคาอยู่ตรงนี้เพราะฉะนั้น กำไรของเค้าคือพื้นที่สี่เหลี่ยมตรงนี้ ครับนี่คือกำไรของ เค้าทุกคนถ้าผมช้าบอกนะถ้าผมเร็วไปบอกนะ ครับอือฮึเพราะฉะนั้นกำไรของเค้า คือพื้นที่สี่เหลี่ยมสีแดง แล้วกำไร ของเอ่อ non cartel member ล่ะเหมือนก็

1:12:56 มีเหมือนกันเนาะคือนี่ไง p = mc average cost อยู่ตรง เนี้ยอือฮึเพราะ ฉะนั้นเพราะฉะนั้นถามว่ากำไรของเค้าคือ อยู่ตรงไหนเอ่ออีกกำไรไของเค้าคืออยู่ตรง นี้ครับ ปึ้งปึ้ง ๆคือตรง นี้นะแล้ว Q Start ตัวนี้ก็คือเป็น เป็นคิวของตลาดนะ ฮะผมเอ๊ะเดี๋ยวนะทุกคนแป๊บนึงนะ

1:14:02 ไม่ใช่แล้วแหละ โอเคอ่ะเดี๋ยวผมขอตะไว้ก่อนนะเดี๋ยวผมขอ ตะไว้ก่อนนะครับว่ากำไรของของ Non cทลเม เป็นยังไงเอ๊ะผมว่ามันมีแหละเท่ากับไอ้ เวงนี้แหละครับกำไรของการค้าเเดี๋ยวผมขอ ตะไว้ก่อน นะ กำไรเท่ากับผืนชีนี้กำไรในระยะสั้นน่ะ เนาะแป๊บนึงนะขออภัยอภอภัยครับเดี๋ยวผมขอ ขอกลับมานะผมว่ากำไรมันเป็น 0 เลยอือฮึ เพราะ P = MC อือฮึแต่กำไรของผู้ผูกขาด

1:14:47 ก็คือจะเป็นก้อนนี้ครับโอเคกำไรของผู้ กำไรของคทลเนื่องจากอยู่ในตลาดแข่งขัน สมบูรณ์จึงเป็น 0 นะ ครับอ่ะย้อนกลับมาครับย้อนกลับมาอันนี้ คือดูว่ามันทำงานยังไงเนาะอ่าเดี๋เราไปดู ตรงเกม Setting กันอันนี้เป็นเป็นข้อมูล พื้นฐานนะครับของตัว OPEC นะที่บอกว่า เนี่ยเนี่ย เอ่ออันนี้คือ cartel member ที่เรายก ตัวอย่างมันคือ OPEx นะครับอันนี้คือ non OPEX ครับเอ่อซึ่งอ่าจริงๆไม่ใช่ non OPEX จริงๆมันคือ OPEC Plus Country ก็คือเอ่อเริ่ม มีประเทศบางกลุ่มอย่างเงี้ยครับเ้าเริ่ม รู้สึกว่าโอเคเวลาจะกำหนดราคาก็อ้างอิง ราคาน้ำมันของของ OP นะครับแล้วก็ปฏิบัติ

1:15:34 ตามขอโควต้ามาพลงผลิตอะไรอย่างี้ด้วยอย่า เงี้ยครับเอ่อก็ก็เป็น original member กับเป็น OPEC Plus Country นะครับซึ่ง การกำหนดราคานะครับเอ่อเพื่อให้ง่ายต่อ การวิเคราะห์ปกติแล้วเราก็จะสมมุติอ่ะนะ ครับว่าสมมุติเราเราดูแค่ประเทศดั้งเดิม ที่เป็น OPEx นะครับในทางในเวลาเราคุยกัน เมื่อกี้เนี้ยเราสมมุติว่าบริษัทที่เรา พิจารณาคือเป็น identical firm แต่ใน ความเป็นจริงคือบริษัทมันไม่ใช่ identical firm เนาะมันมีบางบริษัทที่ใหญ่ที่เล็ก อะไรอย่างเงี้ยครับโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่ ใหญ่คือซาอุดิอาระเบียเวลาเ้า T อย่าง เงี้ยครับราคาก็จะอ่าราคาก็จะอ้างอิงอือ ฮึเป็นไปตามของพี่ใหญ่ ด้วยนะพี่ใหญ่ว่ายังไงที่เหลือก็จะว่าตาม

1:16:19 อย่างงั้นนะเช่นอ่าซาอุดิอาระเบียเป็น อย่างงู้นอย่างงั้นอย่างงี้นะประเทศที่ เหลือเอ่อก็ว่าอย่างงู้นอย่างงั้นอย่าง งี้นะอ่าเสร็จหรือเนี่ยอยู่อย่างซาอุกับ รัสเซียที่เป็น OPC and OPEC Plus Country บอกว่าจะลดราคาน้ำมันนะประเทศ อื่นๆก็จะต้องปฏิบัติตามด้วยเป็นการส่ง signal บอกหาระหว่างกันเงี้ยครับเพราะ อะไรต้องทำตามลเพราะว่านี่ไง โอ้โห OPEC country OPEC members ซาอุ เป็นพี่ใหญ่นะครับรัสเซียก็เป็นพี่ใหญ่ใน OPEC Plus Country นะคราวนี้คำถามที่ ตามมาคืออ่า What if Cel fail อ่ะก่อน ที่จะมาดูตรงนี้นะครับเอ๊ะโมเดล Setup ใน การอธิบาย carel เนี่ยเป็นยังไง นะโอเคเดี๋เราจะมาพูดตรงนี้กันนะครับเอา

1:17:08 นะเราบอกว่าในการอธิบาย cariles นะฮะคือ ให้โน้ตไว้แบบ นี้บอกว่าปกติแล้วเนี่ยนะในอุตสาหกรรมนะ ครับสมมุติว่า 1 สเต็ปดูสเต็ป by step งี้นะบอก 1 สมมุติว่าในอุตสาหกรรม กรรมเริ่มต้นจากไม่มี คเทลอือฮึแต่ต่อมามี

1:17:55 ละจากไม่มีคทลแล้วก็มีจำนวนทั้งหมด NFIM ครับมีทั้งหมด NFM นะ 2 ต่อ มาบอกว่ามีการตั้ง คทลทำให้ เหลือ Non cartel firm เพิ่มเท่า กับ JMS ครับอือฮึสมมุติว่าในตัวอย่างเนี้ยครับ n

1:18:42 คือเท่ากับ 50 ครับแล้ว J = 20 N คืออะไรจำนวนทั้ง หมดของบริษัทที่อยู่ในตลาดมี 50 บริษัทนะ บอกว่ามีการตั้งคทลปุ๊บจนกระทั่งเหลือ non cartel เท่ากับ 20 บริษัทแสดงว่าคทel เฟิร์มเป็นเท่าไหร่ ครับคทel เฟรมเท่ากับ n - j เนาะก็คือ 50 - 20 เหลืออยู่ที่ 30 เฟิร์ม ครับนี่ 30 เฟิร์มคือ Cartel Firms

1:19:41 ครับ โอเคแล้วไงต่อแล้วไงต่อฝั่งขวา มือจะเป็นคทลเฟิร์มฝั่งซ้ายมือจะเป็น non cartel เฟmเราอ่านเป็นสต็ป by step แบบ นี้นะ ครับเสร็จปุ๊บขั้นตอนที่ 3 อ่าเรา วิเคราะห์จากตลาดมาก่อน ครับ 3 บอก ว่าเริ่มจาก non cartel firm non cartel firm บอกว่ากำหนด ราคากำหนดกำหนด Q ที่

1:20:27 ขายบอกว่าณ P = กับ MC MC คืออะไรครับ MC คือเส้น Supply นั่นเองอ่า Q ที่ว่าเนี่ยเดี๋ยวผมขอใช้ เป็น Qartel คือ NC นะเพราะฉะนั้น Supply ของเขาคือเส้นไหน ครับ Non Cartel คือเส้นนี้ถูก มย Suply คือเส้นนี้ครับนี่คือ market demand เพราะฉะนั้น P = MC ก็คือจุดนี้นั่นเอง ที่เค้าขายนะเค้าก็จะขายแบบว่าตั้งใจเลย ตั้งใจอย่างมากเลยครับที่จะขายเท่ากับ ก้อน นี้ที่จะขายเท่ากับ Q นี้ทุกคนช่วยกันนะ

1:21:13 แล้วกำหนดราคาที่ 30 บาทนะบอกว่าอ่า originally แล้วเนี่ยราคา นะครับควรน่าจะอยู่ที่ 30 บาทแต่ อ่าขั้นตอนที่ 4 สเต็ปที่ 4 บอกว่าเฮ้ย ตอนเนี้ยมันมีคาเทลตั้งขึ้นมาแล้ว นะแล้วขายของเหมือนเราเด๊ะ เลยนะฮะ 4 มี คาทที่ขายของเหมือนกัน เลยนะซึ่ง cartel เนี่ยครับอ่าโน้ตไว้ เนาะว่าเค้ามี 1 มี market power

1:22:06 ครับแล้วไงต่อมี Market Power อย่าง เดียวไม่พอ ครับเวลาเค้าขายนะฮะขายตาม residue demand ครับ Residual Demand คือยังไงนี่ Q ของ คel C คือคทลนะครับ NC คือ non carel Q ของคelก็คือดูว่าเนี่ย Q เฉยๆคือของทั้ง ตลาดเป็นเท่านี้ดูสิว่า non cartel ขาย ไปเท่าไหร่ นั่นแหละคือ residual demand ของ เขาเพราะฉะนั้น 1 residue demand หายัง

1:22:55 ไง อ่ะทุกคนดูนี่ นะที่ทุกคนดูก่อนดูผมนะที่ราคา 30 นะครับ นตลาดคือเท่าเนี้ยปรากฏว่า non cartel supัlyไปทั้งหมดเลย ครับเนาะเนาะsuพlyไปทั้งหมดเลยแสดงว่า residual demand เริ่มต้นจาก 0 ถูกมถ้าราคาเท่ากับ 24 สมมุตินะครับ non cartel supัlyเท่านี้คทลโทษครับแต่ นตลาดเป็นเท่านี้แสดงว่า q ตรงเนี้ยครับ จะต้องเป็น q ของ caril ซึ่งคือตัว residual demand นั่นเองนี่คือ residual

1:23:41 demand ครับอือฮึเนี่ยเท่ากับ QC นั่น เองเพราะฉะนั้นยิ่งราคาน้อยลงน้อยลง non cartel ก็แบบมีความเต็มใจจ่ายอ่าเต็มใจ ขายที่น้อยลง Residual Demand ก็จะมาก ขึ้นมากขึ้นมากขึ้นนะครับแล้วก็ถ้าราคา น้อยกว่า 10 เนี่ยคือเขาก็จะไม่ขายแล้ว Residual Dem กรณีนี้ของตัวครับขออีกที ได้มั้ฮะก่อนไปไกลฮะ ไอ้ Residue ใช่มั้ยใช่ฮะ โอเคดูตรงนี้ ครับที่ราคาเท่ากับ 30 ปรากฏว่ามาน ตลาดอ่าถูก

1:24:26 suพlyโดย non cartel เลย ครับทั้ง หมดถูกป่ะเนี่ยเราจะได้สมมุติ q ตลาดอ่าน ตลาดถูกsupัlyเท่ากับqของของ non cartel เอ่อ nc เพราะฉะนั้นก้อนนี้จึงมี ค่าเป็น 0 เลยทำให้ residual demand เริ่มต้นจาก 0 นะ ครับนี่คือทุกคนช่วย นะ residue ขอบคุณครับที่ slow down มีค่าเป็น 0 อยู่ตรงไหนอ่ะอยู่ตรง นี้อ่ะที่ราคาเป็น 10 ดีกว่าแล้วที่ราคา

1:25:13 เป็น 10 ล่ะถามว่า Non cartel อยากขายมั้ครับ Non cartel ขายเท่ากับ 0 เลยเห็นด้วย ป่ะ เนี่ยคทลขายเป็น 0 เลยครับเพราะฉะนั้น แล้วไงซิ Residual demand Cartel เป็น 0 Residual demand เท่ากับ demand ตลาดก็ คือก้อนนี้นั่นเองครับนะฮะเอ่อ อ่า ปึ้งปึ้งๆอนี่คือ residual demand residual demand อ่าแปลเป็นไทยคือ demand ส่วน เหลือ ครับ residual demand เท่ากับ demand น

1:26:03 ตลาดเพราะ ฉะนั้นมากสุดคือเท่ากับนตลาดน้อยสุดคือ เป็น 0 ลากปึ้งลงมาเลยแบบนี้ดีกว่ามั้ อ่ะนะฮะแล้วถ้าน้อยกว่าราคา 10 บาทก็จะ เป็นนดตลาดตามเส้นนี้นมันจะเป็น king dem ครับนที่แบบหักศอกแบบ เนี้ยดีขึ้นมั้ย อ่ะดีขึ้นมั้ย ครับเพราะฉะนั้นอ่ะสมมุติที่ราคาเท่ากับ 24 เนาะอ่ะความเพิ่มความงงค Non non cartel ขายของเท่านี้แต่ตลาดมีความ ต้องการตั้งขนาดนี้แส่วนที่เหลือเนี่ย

1:26:49 ครับสมมุติพื้นที่เนี้ยเท่ากับ a อ่า range เนี้ยเท่ากับ a range นี้คืออยู่ตรงไหนครับนี่ a เนี่ยคือแสดงว่ามันจะเป็น residual demand ครับอ่าเท่ากับ range ไหนก็คือเท่ากับตรง นี้นั่น นะแล้วก็จะแบบกว้างอย่างเงี้ยไปเรื่อยๆ ครับ residue demand ก็จะเป็นเส้นนี้ นั่น เองได้ มยปึ๊บๆ 2 3 4 คราวนี้ยังไม่พอนะมี 5 อ่ะคาทก็จะ เริ่มมากำหนดราคาแล้ว ครับกำหนด

1:27:37 Q ของ คทelและราคา ขายอ่าดูซิว่าราคามันจะน้อยกว่า 30 มนะ originally นะครับเราบอกว่านี่คือ residual demand เวลาเค้าเจะกำหนดราคา ก็คือดูสิว่าเอ่ออันนี้คือ p ถูกมั้ยครับ p อันนี้คือ mr กำหนดราคาคือ mc = mr นี่คือ mr MC อยู่ไหน MC อยู่ นี่อาฮะขายของตรงไหนขายของตรงนี้ครับ P เท่ากับโทษเอ่อ MC = MR Q Cartel = 240 กำหนดราคาขายเท่าไหร่ได้ราคาขายออก

1:28:22 มา ที่ 24 ครับ อ่าฮะได้กำหนดราคาขายออกมาเท่ากับ 24 ได้ ยังได้แล้วเนาะอันนี้คือราคาขายแล้วนะ คราวนี้ความพีคมันอยู่ตรงนี้ ครับเนื่องจากสินค้า 6 บอกว่าสินค้ามันเหมือนกัน น่ะสินค้ามัน identical เพราะฉะนั้นผู้ บริโภคก็จะซื้อ จากเจ้าที่ถูกกว่าคนขายที่ถูก

1:29:11 กว่าก็คือ 24 ดังนั้นมันก็เลยทำให้ non cartel เนี่ยครับขายที่ 30 ไม่ ได้นะยังไงก็ตามคือต้องลดมาขายที่ต้องลด ราคาลงมา ขายมาเท่ากับอ่า 24 บาทโอเคเพราะฉะนั้นท้ายที่สุดครับราคา ตลาดมันจะมาอยู่ที่ 24 บาทนี้ราคา final 30 บาทนี่จะไม่ใช่ราคาที่แบบคงอยู่ ละนะที่ 24 นะครับสมมุติ

1:29:58 ว่าสมมุติว่านี่คือ non cartel supply ใช่มั้ยฮะบอกว่าเอ๊แล้ว carel เค้าจะขาย เท่าไหร่ล่ะคทลจะขายที่ 280 ครับ p = mc นี่คือ p นะครับเท่ากับ mc คือก้อนนี้ขายเท่ากับ 280 มายังไงอาจารย์ อันนี้ลอยมานะครับอันนี้ไม่ได้กวนนะคือ แบบสมมุติสมมติเออนี่คือ qnc ครับเท่ากับ 280 จำได้มยตรงเนี้ยถูกsuพlyโดย carel แต่เนี่ยคือ demand ตลาดนะแสดงว่าเเนี้ย คือ residual demand ครับ demand ส่วน ที่

1:30:46 เหลือเป็นของใครล่ะนะฮะเป็นของคทelครับก็ คือบอกว่าขายโดย คทลอือฮึ เพราะฉะนั้น residual demand ตรงนี้มี ปริมาณเท่ากับเท่า ไหร่นี่คทลจะขายเท่ากับ 240 นี่ 240 อยู่ตรงนี้ครับอันนี้คือqิว ของ คทelนี้คือคิวของ คทelโดย ที่ ราคาโทษปริมาณตลาดทั้งหมดตรงนี้อยู่ที่

1:31:32 Q อฮะคทล + Non carทelเนาะคทล + q ของ non cartel อ่าคทelอยู่ ที่ 240 non cartel 280 เพราะฉะนั้นqิว ตลาดอยู่ที่ทั้งหมด 520 ครับจบกราฟนี้ สไลด์ มีคำถามมั้ย ครับถ้าผมช้าไปบอกนะครับ

1:32:42 โอเคอ่าเดี๋ยวเราไปดู model Setting กัน นะครับมันมีคำถามเพิ่มอีกนิดนึงนะครับว่า คือจริงๆมันก็ make sense แหละนะครับยก ตัวอย่างเช่น A เรามีจำนวน cartel members เพิ่มขึ้น เรื่อยๆนะคำถามที่ตามมาคือ Social Welfare มันจะเป็นยังไงนะคือหมายความว่า มีการควบรวมเรื่อยๆๆๆขึ้นในตลาดอย่าง เงี้ยครับนะอ่ะถ้าเราจะสรุปตรงนี้ก่อน เนาะเอ่อเราบอกว่า 1 คือเอ่อ 1 กับ 2 เป็นอย่างงู้นอย่างงั้นอย่างงี้อ่ะณที่งง ๆน่าจะมาจากอันที่ 3 นะครับก็คือนี่คือ market demand นะครับนี่คือ market demand เรา ตั้งหลักจาก non cartel member เนี่ย ครับเากำหนดราคาที่ p = mc คือ demand ตัดกับsupัlyธรรมดานั่นเองนะครับพอนตัด

1:33:27 กับsuพัlyปุ๊บตั้งราคาจริงๆเนี่ยตั้งใจ ว่าจะตั้งราคาไว้ที่ 30 นะแต่ปรากฏว่าพอ มีมันมีคทลตั้งขึ้นมาไอ้คทลกลุ่มเนี้ย ครับอือฮึ ก็คือจะตั้งเวลาขายจะขายตามตัว Residual Demand นะครับอันนี้คือนตลาดที่เป็น Residu ส่วนที่เหลือของเขาเวลาขายก็คือ ดูแบบดูอ่ะนะครับว่า MC เค้าเท่าไหร่นี่ คือ MC ไม่ใช่ MR เท่ากับ MC นี่คือ marginal cost ขายเท่ากับเท่านี้คือ 240 นะกำหนดราคาอยู่ที่ 24 ปรากฏอ้าวทำไม กำหนดราคาน้อยกว่า 30 ล่ะเพราะว่านี่คือ เงื่อนไขของคทลที่ถ้าเค้ากำหนดราคาเท่า นี้แล้วจะทำให้เค้าเนี่ยครับมีกำไรสูงที่ สุดเนาะ MC = MR แล้ว pro กันแล้วนะ

1:34:14 ปรากฏว่าของอ่ะมัน identical กันนะ Cartel ขายสูงกว่าไม่ได้ถ้าขายสูงกว่าคือไม่มี ใครซื้อนะฮะอ่าพอไม่มีใครซื้อ ปุ๊บแล้วไงอ่ะก็ต้องลดราคาออกมาลดราคาลง ให้เหลือแค่ 24 เท่านั้นพอลดราคาลงเหลือ 24 ปุ๊บนี่คือเส้นซpัlyของเขาปรากฏว่า ปริมาณที่เขาต้องการจะขายอยู่ที่ 280 อ่ามีมานส่วนที่เหลืออยู่อ่ะเพราะ market นคือเส้นนี้เลยเหลือเท่าไหร่ ล่ะนส่วนที่เหลือก็คือถูกsuพlyโดยคทลนั่น เอง 240 หน่วยนะเพราะฉะนั้นเอา 280 เท่า นี้บวก 240 เท่านี้ออกมาเป็นคิวตลาดที่

1:34:59 ขายอยู่ตอนนี้ก็คือ 520 นั่น เองได้มั้ ครับได้มยได้มได้อยู่เนาะคราวนี้คำถามของ เรานะครับ คือเอ๊ะแล้ว ถ้าอ่าจำนวนของ คelที่มันเพิ่มขึ้นอ่า cartel member นะครับที่มันเพิ่มขึ้นมันจะส่งผล ต่อ Social Wfare ยัง ไงจริงๆ เราอาจจะไม่ต้องคำนวณไปถึงครับอ่า Consumer Surplus Producer Surplus ทุกคนจำได้มั้ Social Welfare มันคำนวณ มาจาก Consumer Surplus + Producer

1:35:44 Surplus พวกเนี้ยครับนะเราอาจจะเดาอ่ะ ครับจากราคามันเปลี่ยนแปลงไปยังไงนะครับ แล้วก็ปริมาณมันเปลี่ยนแปลงไปยังไงแค่ นั้นก็พอนะฮะเดี๋ยวเรากลับมาคุยตรงนี้กัน ในตอนเบรกเนาะนะฮะเพราะว่าเพราะอะไรครับ Cartel Member ตรงเนี้ยนัยยะของมันคือ เฮ้ยถ้าในตลาดมันมีการควบรวมกิจการหรือ มันมีการรวมกลุ่มขึ้นมาเรื่อยๆอย่างเงี้ย ครับคำถาม 3 คือเราสมมุตินะในฐานะ ของผู้อ่าในฐานะของภาครัฐเงี้ยครับมันดี มั้อ่ะต่อสวัสดิการสังคมโดยรวมนะครับ คาเทลมากขึ้นมากขึ้นหรือบอกว่ามีการควบ รวมอ่ามากขึ้นมากขึ้นเนี่ยครับนะท้ายที่ สุดแล้วเนี่ยโซเชียลเfareมันจะเปลี่ยน แปลงไปอย่างไรเดี๋ยวกลับมาหลังจากเบรค

1:36:31 แล้วกันตอนนี้ 1038 ขออภัยที่มันจะหนักนิดนึงนะครับเออ ไม่ไม่ได้ตั้งใจแล้วว่ามันจะมาออนไลน์นะ ครับ 10:381 น.จะกลับมาตอน 10:53 ครับมี คำถามเชิญครับ

1:51:14 โอเค 1053 เออไปเช็คมาแล้วนะครับว่าตรง นี้กำไรของเขาจะเป็น 0 และเพราะว่าอุ้ย ๆ P = MC อ่ะเนาะในกรณีของเอ่อเป็นคทล อ่ะนะครับเอ้ยไม่ใช่ non cartel ถ้าเป็น competitive firm นะครับกำไรของ เขาจะเป็น 0 นะครับเพราะว่าไม่ว่ายังไงก็ ตามเนาะเขาจะขายที่ p = mc ครับกำไรก็จะเป็น 0 นะอ่ะอีก 1 อันที่ พีคอีก 1 อันที่พีคนะคือตรงนี้แล้วแหละ

1:52:01 เราบอกว่าแล้วถ้า cartel member เพิ่ม ขึ้นเพิ่มขึ้นหรือว่านัยยะนะครับต่อ บริษัทก็คือมีการควบรวมในแนว นอนที่มันมากขึ้นมากขึ้นเนี่ยครับนัยยะ ที่จะส่งผลต่อสวัสดิการโดยรวมของสังคม เนี่ยเป็นอย่างไรนะครับเดี๋เราจะย้อนกลับ มากรณีตัวศึกษาอันนี้นะครับว่าถ้าสมมุติ ว่าบริษัทอ่าในตลาดเนี้ยครับมี market demand คือ อ่า Q = 1,000 -20p นะครับแล้วมี marginal cost นี่นี่คือ marginal cost นะ marginal cost คือมันจะมีห้อยติ่ง Q ขึ้นมาด้วยสมมุติถ้าเราอยากหากำไรเนาะเรา ก็ต้องหา total cost total cost คือ เราต้องอินทิเกรตก้อนเนี้ย

1:52:47 ครับเทียบกับ dq นะถ้าเราจะหากำไรนะเสร็จ ปุ๊บเราเอากำไรตรงเนี้ยมาบวกกันเพื่อที่ จะเป็น producer surplus นะครับซึ่งซึม มันเยอะอ่ะเรามาเดากันแค่อ่าราคากับ ปริมาณก็พอนะครับว่ามันจะเปลี่ยนแปลงไป ยังไงมาเดี๋เรามา Setting ตรงนี้นะถามว่า อ่าโอเคถ้ามีนอนถ้ามี cartel member นะครับเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นหรือว่า มี non carel member อันนี้คำถามกลับ กันว่ะ non cartel member เนี่ยครับ เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นคำถามคือตัว output นะ ครับของทั้ง cartel และ non cartel จะ เป็นยังไง Market price จะเป็นยังไง Social welfare จะเป็นยังไงนะฟึ๊บโอเค อันนี้จะเริ่มมึนแล้วนะทุกคนช่วยผมนะครับ

1:53:34 นะหลักหลักคือเราถามอันนี้ ครับว่านัยยะนะครับจากการควบรวมจะเป็น อย่าง ไรเฮ้ยผิด อันขออภัย นะแล้วถ้า cartel member เพิ่มขึ้นเพิ่ม ขึ้นนะครับถามว่า social welfare เนี่ย ครับจะเป็นอย่างไรเมื่อบอก ว่า market demand นะครับคือ Q เท่ากับ 1,000 - 20p แล้วก็สมมุติว่าไม่ว่าจะเป็น cel หรือ non cartel นะครับเค้าจะมี marginal

1:54:21 cost อยู่ที่ 10 + q ตรงนี้คือ q เล็กนะในมุมของ q เล็ก หมายความว่าแต่ละบริษัทแต่ละกิจการนั่น เองนะโดยสมมุติว่า เฟิเนี่ยครับคือ identical หมายความว่ามี marginal cost ที่เท่ากันหมด เลยนะให้ทุกคนโน้ตแบบนี้ครับ ว่า process ของการคิดเนาะมันเหมือนกับ ไม่ว่า จะ non cartel จะตั้งหลักจากราคาไหนก็ ตามนะครับท้ายที่สุดเนี่ยครับราคามันจะ ต้องวกกลับมาเท่ากับราคาของคทelที่เขา ตั้งนะเพราะฉะนั้นหลักการในการคิดก็คือ

1:55:06 คิดจากคทelก่อน ครับคิดจาก คทelนะคทล กำหนด Q ก่อนคือ Q ของคทel C นะครับเสร็จ ปุ๊บก็จะได้ราคาออก มา P นะแล้วหลังจากนั้นเนี่ยครับค่อยมาดู เนาะว่า Q ของ Non Cartel เนี่ยเป็นเท่า ไหร่แล้วหลังจากนั้นเนี่ย ครับค่อยมาดูครับว่า market นของทางตลาดเนี่ยครับโทษครับ ปริมาณการขายของทางตลาดเนี่ยมันมีค่าเท่า กับเท่าไหร่นะซึ่งเท่ากับ QC บวกกับ Q ของ Non Cartel นะเพราะฉะนั้นคทลกำหนด Q กับ P

1:55:53 มาจากไหนนะกำหนด Q กับ P เนี่ยครับมาจาก ตัว Residual Demand ครับเพราะฉะนั้นหลักของการคิดมันก็คือ 1 เราคงต้องหา residue demand ก่อนแล้ว หลังจากนั้นมาดูนะครับว่า 2 cartel เนี่ยกำหนด Q อย่างไรเราค่อยไปคำนวณหา 3 ครับคือ non cartel เนี่ย q เป็นเท่า ไหร่นะเอาตามนี้นะเป็นสต็ป by steปแบบนี้ นะครับความยากมันจะอยู่ตรงนี้ครับนะอยาก ให้โน้ตไว้ตรงนี้นิดนึงเนาะว่าไม่ว่าจะ ยังไงก็ตามครับสำหรับ non

1:56:39 cartel เค้าจะกำหนดราคาที่ p = mc เสมอเอานะเอานะเพราะฉะนั้นเคสนี้คือเวลา ที่เราคิดคือเรากำลังจะหาแบบ general form ก่อน ครับหา general form อะไรคือ general form หมายความว่า อ่า qc นะครับหรือ p เอยที่เป็นฟังก์ชัน ของจำนวนของ non อ่าจำนวนของคทลและ nonคลและนี่คือจำนวนนะ ครับ non

1:57:24 cartel จำได้มยเราบอกว่า Non cartel member ของเราเนี่ยครับเราสมมุติว่าให้ มันมีค่าเท่า กับ j n คือจำนวนทั้งหมดถูกมั้ครับเพราะ ฉะนั้นอ่าในกรณีของ cartel member จึง เป็น n - j หลักจากตรงนี้นะแล้วเดี๋เราจะไปทีละ ทุกคนช่วยผมนะครับผิดตรงไหนบอก นะมาเริ่มต้นจากอันที่ 1 ครับสเต็ปที่ 1 เราคงต้อง หากำไรเนาะของตัวอ่า profit

1:58:14 ฟังก์ชัน ของ carel ก่อน ครับ profit ฟังก์ชันของ carel คืออะไรก็ คือพายของ cartel จะเท่ากับอ่า ที่อือฮึอ่าหา max เท่ากับ total revenue ของ cartel ลบ total cost ของ cartel เสร็จ ปุ๊บจะหา max profit ของ c อือฮึบอกว่าหา q ของคelที่ ทำ ให้ได้ Max profit ของ carel เกิดขึ้น เมื่อไหร่ครับเกิดขึ้นณ MC = กับ MR

1:59:05 ครับเหมือนเราจะมี MC แล้ว แหละเนาะคือแต่ละเฟิร์มเนี่ยคือเท่ากับ ก้อนนี้คราวนี้ MR ของเราเนี่ยหามายังไง ซินะ MR ของเราเนี่ยหามายังไงนะเพราะ ฉะนั้นมาสเต็ปที่ 2 ครับ หา MR R บอกว่า even ว่าเรามี MC ละอือฮึเพราะฉะนั้นเรามาหา MR marginal revenue คือ P* Q เนาะ นะ Total revenue ของ cartel เท่ากับ P Q ของ

1:59:52 คทelโดยนะครับ Q ของ Cartel เนี่ยคือ Residual Demand เพราะฉะนั้น Q ของคทลมีค่าเท่า ไหร่ครับ Q ของคelจึงมีค่าเท่ากับอ่า Market Demand มันเท่า เนี้ย QC จึงมีค่าเท่ากับ Q ของ ตลาดลบด้วย Q ของ NonC คEL ครับทุกคนช่วยกันนะทุกคนช่วยกันนะ Total Revenue ออก มาเพราะฉะนั้นเราก็จะได้ออกมาว่าผิดตรง

2:00:39 ไหนบอกนะ Total Refenue ของ Cartel เท่า กับ P * Q P เท่าไหร่ ซินะ ฮะ P Q อ่า Q นี่คือ Q CEL นะเตชะว่าฟังก์ชันของเราเนี่ยมันไม่ ใช่ ฟังก์ชันที่เป็น P เป็นฟังก์ชันของ ของ Q เนาะนะแต่มัน Q เป็นฟังก์ชันของ P นะ เพราะฉะนั้นเราหา P ก่อน อ่ะอือ ฮึหา p ก่อนว่า p เป็นเท่ากับเท่า

2:01:34 ไหร่นะฮะ 5p จาก ไหนนี่ ครับอือฮึหาจากฟังก์ชัน q ตลาดครับอือฮึ ยังไงซิเราหรือเขียนว่ายังไงดีเราต้อง แปลงอ่าโทษนะครับเราต้อง แปลง p ให้อยู่ใน รูปของอ่า qc ครับเพราะฉะนั้นเราตั้งหลักจาก qc C คือ ก้อน นี้บอก ว่าจาก QC = Q -

2:02:24 QNC เราจะได้อะไรเอ่ยเราจะได้ QC เนี่ย เท่ากับ Q คือดึงมาจากตรงนี้เลย 1,000 - 20p ทุกคนช่วยกัน นะตลาดบาทลบด้วย QNC ครับแย่ ละ QNC เท่ากับเท่าไหร่ เนี่ยอ่า QNC คือ Q ของ Non Cartel เนาะ เราบอกว่า Non Cartel

2:03:10 ขายที่ P นะครับเท่ากับ MC เพราะฉะนั้น P MC ของ non carel คืออะไรครับ MC ของ non carel คือก้อน นี้เพราะมันเป็น identical firm นะ P = 10 + Q แต่ Q มันเป็น Q เล็กนะนะ 10 + Q เพราะฉะนั้นเราก็จะได้ Q นะครับอ่าอันนี้เป็น non cartel จะ ได้ชัดเจนเนาะ q = p - 10

2:03:57 มยอ้าวแล้วถ้าอยากได้ q ล่ะตรงนี้คือเรา จะแปลงเป็น q หน่อยใหญ่เนาะและบอกว่า จาก q นะครับของ nc เนี่ยเนื่องจากมัน เป็น identical identical firm อ่ะ เพราะฉะนั้นเราก็คูณ จำนวนของ non cartel เข้าไปจำนวนของ non cartel เป็นเท่าไหร่จำนวนของ non cartel คือ jือฮึก็เอา จำนวนเท่า กับจำนวนนะครับเสร็จปุ๊บคูณด้วย qnc เพราะฉะนั้นจำนวนคือเท่าไหร่ล่ะ จำนวนคือ J ฮะ Q ใหญ่คือ J * QNC นั่น

2:04:48 เองเพราะ ฉะนั้นเราจึงได้ QNC nonคลเท่ากับเอา J นะครับมาคูณกับ Q Q คือเท่าไหร่ Q คือเท่านี้ครับ 10 - P ฮะ ทุกคนช่วยกัน นะเพราะฉะนั้นตัว Residual Demand ครับนะอันนี้คือสต็ปที่ 1 เนี่ยหา residual demand residual demand จึง มีค่าเท่ากับ ปึ้งเอาข้อนี้มา 1,000 -20 qบ ด้วย nqnc C Q ของ Non Cทelมีค่าเท่า

2:05:36 ไหร่เท่ากับก้อนนี้ ครับ ปึ้งอ่ะ 10 วินทีอันนี้คือประมาณว่าสเต็ป ที่ 1 เนี่ย ฮะที่เราทำการหาตัว Residual Demand ครับนะหาไปทำไมอ่ะหา QC ที่อยู่ในรูปของ p ก่อนนะเสร็จปุ๊บเดี๋เราจะโซveว่าอ้าวแล้ว p ที่อยู่ในรูปของ qc เนี่ยเป็นเท่าไหร่ เราจะได้เอาไปหาตัว q ได้นั่นเองครับ ปัญหาของเรามันอยู่ตรง เนี้ยเนาะทำ p ให้อยู่ในรูปของ qc ทุกคนช่วยกันตรงนี้เราจะได้เท่าไหร่

2:06:23 เนี่ยอ่าเท่ากับ 1,000 - 20p เนาะ -บjลบ อาจารย์มันต้องเป็น p - 10 หรือเปล่า ครับ 10 - pี่มัน เออใช่ขอบคุณครับมันต้องเป็น p -10 ขอบคุณครับ อึ้ย อ้าขอบคุณฮะแหมเกือบยาวแล้ว เชียวเกือบยาว ละตรงนี้ก็จะออกมาเป็น -1 10j + pj

2:07:09 ป่ะ เนาะแล้วเราก็เอา p มาติดไว้กับ p ตรง นี้นะครับเราก็จะได้เท่ากับ 1,000 อาจารย์ครับอาจารย์อาจารย์ยังไม่ได้แก้ใน วงเล็บเอ่อ J* 10 P ครับ J คเอ่อตรง QC แหมเมื่อกี้จะเขียนเลยแต่ปรากฏว่ามันลบไป แล้วก็เขียนเหมือนเดิมยัง อีกยังอีกเพราะฉะนั้นก้อนนี้ต้องได้เป็น เท่าไหร่ อ่ะเอาใหม่เอาใหม่เอาใหม่เอาใหม่จะเป็น ลบ PJ บวก 10J

2:07:57 เนาะอือฮึ P อยู่ไหนคือ P คือก้อน อ่าจะได้ 1,000 ลบไม่ใช่ยังจะลบอีก +

…

Share

YouTube Video Summaries