0:00 นี่ทุกคนอยากรู้กันมั้ยสวนที่สัญญาเบรี่ เนี่ยเขียนว่าอะไรทำไมคนไทยถึงจำต่อๆกัน ว่าอย่าไปเซ็นอย่าไปเซ็นอย่าไปเซ็นสวัสดี ค่ะจาก Channel Point ิวค่ะใครที่เคย เรียนประวัติศาสตร์ไทยนะคะโดยเฉพาะ ประวัติศาสตร์ช่วงสมัยร 3 ร 4 เนี่ยเราจะ คุ้นกันดีว่ามันมีชื่อสนธิสัญญานึงคือ สนธิสัญญาเบริ่งขึ้นมานะคะแล้วเราก็จะ เรียนกันมาเลยว่าสนธิสัญญาเบริ่งเนี่ยนะ เป็นสนธิสัญญาที่ไทยเราเสียเปรียบเป็น สนธิสัญญาที่เราถูกบังคับให้เซ็นโดย อังกฤษเราไม่ได้อยากเซ็นเลยแต่ว่าก็ จำเป็นต้องเซ็นว่าแต่เอ๊ในสนธิสัญญา เบริ่งเนี่ยเขาเขียนว่าอะไรทำไมเราถึงไม่ อยากเซ็นทำไมเราถึงพูดต่อๆกันมาขนาดนี้ และที่สำคัญทุกคนรู้ไมว่ากว่าเราจะเลิก สนธิสัญญาบาวริ่งได้เนี่ยนะโอ้โหรากเลือด ค่ะทุกคนดังนั้นวันนี้วิวก็เลยเก็บรวบรวม เอาเรื่องราวเกี่ยวกับสนธิสัญญาบาวริ่งมา
0:45 เล่าให้ทุกคนฟังแล้วค่ะถ้าพร้อมจะฟัง เรื่องราวที่ทั้งสนุกและได้สาระกันแล้วก็ ไปฟังกันเลย [เพลง] ค่ะก่อนที่เราจะพูดนะคะว่าสนธิสัญญา เบริ่งไม่ดียังไงเนี่ยเราต้องมาคุยกัน ก่อนค่ะว่าก่อนหน้านั้นคนไทยเราค้าขายยัง ไงก่อนหน้านี้เนี่ยนะคะไทยเราหรือเอาจริง ๆสมัยนั้นยังไม่มีคำว่าไทยด้วยซ้ำอต้อง ใช้คำว่าสยามหรือว่ากรุงรัตนโกสินทร์ อยุธยาอะไรก็ตามเนี่ยเราใช้วิธีการค้าขาย ด้วยระบบพระคลังสินค้าค่ะก็คือมีพระคลัง สินค้านี่อยู่ตรงกลางเป็นศูนย์กลางนะคะคน ไทยแต่ละคนก็จะทำนาทำสวนทำอะไรอยู่บ้านไป แล้วก็มีลักษณะการเข้าเดือนออกเดือนอ่ะ 1 เดือนทำงงทำงานที่บ้านไปส่วนอีก 1 เดือน ก็ต้องไปเกณฑ์เป็นไพร่ใช่มยของทุกอย่างผล ผลิตทุกอย่างเนี่ยนะคะเราต้องแบ่งส่วน หนึงส่งเป็นภาษีให้กับรัฐบาลเสร็จแล้วถ้า จะมีการค้าขายกับต่างชาติเนี่ยนะคะรัฐก็
1:31 จะเอาของเหล่านี้นี่แหละเป็นคนค้าขายเอง ค่ะแปลว่ามันจะไม่มีการติดต่อโดยตรง ระหว่างประชาชนกับชาวต่างชาตินะคะซึ่งเรา ก็ทำแบบนี้มาตลอดไม่ได้มีปัญหาอะไรคนใน ประเทศเราโอเคแต่คนที่ไม่โอเคก็คือชาว ต่างชาติที่จะเข้ามาค้าขายกับเรานี่แหละ คือในช่วงเวลานั้นเนี่ยนะคะมันเป็นช่วง เวลาที่อังกฤษเนี่ยเขาคกำลังเปิดตลาดใหม่ ๆอยู่เนื่องจากว่าอังกฤษเนี่ยเขาเริ่มล่า อาณานิคมมาใกล้เราขึ้นทุกทีแล้วใช่มยก่อน หน้านี้เขาก็ยึดเกาะปีนางไปได้เขาก็ใช้ปี นางเป็นแบบศูนย์กลางการค้าขายในบริเวณนี้ แต่ในช่วงเวลาเนี้ยเขาเริ่มไปเปิดที่ สิงคโปร์แล้วะเเริ่มรู้สึกว่าปีนังเนี่ย มันแบบอืไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่และฉันย้าย ศูนย์กลางไปอยู่ที่สิงคโปร์ดีกว่าซึ่งพอ ศูนย์กลางการค้าขายของอังกฤษไปอยู่ที่ สิงคโปร์เนี่ยนะเมืองที่ตอบโจทย์เขาที่ สุดเลยในการค้าขายด้วยก็คือสยามในตอนนั้น ค่ะเพราะว่าเรานี่อยู่ใกล้ทะเลสามารถขน
2:17 สินค้าผ่านอ่าวไทยมาได้ง่ายแล้วยังไม่พอ เรายังมีแม่น้ำเจ้าพระยาอีกมาถึงปุ๊บอาจ ก็เข้าแม่น้ำได้เลยแล้วทรัพยากรธรรมชาติ ของเราก็หลากหลายมากเราเก็บรวบรวมมาได้ จากทั้งประเทศมันมีแต่สินค้าที่เขาอยาก ได้ทั้งทั้นั้นนะคะนี่ยังไม่นับพวกหัว เมืองปักษ์ใต้ต่างๆที่ก็อยู่ภายใต้ อิทธิพลของเราอะไรของเราเอาว่าเานี่อยาก ค้าขายกับเรามากเขาก็เลยพยายามมาค้าขาย กับเราตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 แล้วค่ะแต่ในการค้าขายนั้นน่ะอังกฤษเขา รู้สึกว่าเขาโดนเอาเปรียบคือเขารู้สึกว่า เฮ้ยมันไม่คุ้มเลยอ่ะกับการค้าขายกับพระ คังสินค้าคือระบบภาษีเรามันไม่เหมือนระบบ ภาษีเานึกออกมยมันจะมีภาษีตรงนั้นตรงนี้ ตรงนู้นของมันแถมยังไม่พอถ้าสมมุติว่า เจ้าไหนมาค้าขายกับพระฆังสินค้าเนื่องจาก พระฆังสินค้าเป็นคนขายเจ้าเดียวใช่ป่ะพอ มาบอกว่าว่าเอ้ยเอาราคานี้แต่พระหัง สินค้าบอกว่าไม่ได้ฉันอยากได้ราคานี้
3:02 เนี่ยถ้าสมมุติว่าตกลงราคากันไม่ได้ก็โดน บีบออกไปได้ง่ายๆเลยเนื่องจากมันไม่มีทาง เลือกอื่นดังนั้นในมุมของอังกฤษเนี่ยนะคะ อังกฤษก็รู้สึกว่าอมริกาและฉันจะต้องเปิด เสรีการค้ากับสยามให้ได้เลยต้องจับมัน เซ็นส่วนที่ิสัญญาให้ได้เลยฉันจะได้ค้า ขายได้แบบที่ฉันอยากค้าขายจะได้สามารถต่อ รองได้อะไรได้นะแต่ส่วนที่สัญญาฉบับแรกนะ คะที่สยามเซ็นเนี่ยไม่ใช่สนธิสัญญา บาวริ่งค่ะแต่เป็นสนธิสัญญากับนายเฮนรี่ เบอร์นี่นะคะที่เราเรียกว่าสนธิสัญญา เบอร์นี่เซ็นมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ค่ะก่อนหน้านี้นะคะก็อย่างที่บอกแหละเรา ก็ไม่ได้อยากเซ็นเราก็ไม่ได้ยอมเซ็นแต่พอ มาในสมัยรัชกาลที่ 3 เนี่ยนะคะตอนนั้น พม่าเนี่ยแพ้อังกฤษไปเรียบร้อยะดังนั้น สยามก็เลยรู้สึกว่าอ่ะต้องยอมเซ็นแล้ว เพราะว่าอังกฤษนี่คือใกล้ตัวแบบใกล้ๆแล้ว ค่ะใจความหลักของสนธิสัญญาเบอร์นี่ไม่ใช่ บาวริ่งนะเบอร์นี่ฉบับแรกเนี่ยก็คือทำให้
3:49 พระฆังสินค้าเนี่ยนะคะสามารถผูกขาดสินค้า ได้แค่ไม่กี่อย่างแล้วก็ลดเรื่องการจัด เก็บภาษีซ้ำซ้อนอะไรลงไปเยอะเลยค่ะก็คือ เปลี่ยนจากเก็บตรงนั้นนิดเก็บตรงนี้หน่อย เป็นเก็บภาษีปากเรือนะคะดูว่าเรือที่ขน สินค้ามาเนี่ยปากเรือเมันกว้างแค่ไหนแล้ว ก็เก็บตามขนาดนั้นครั้งเดียวแล้วจบเลยแต่ ข้อนึงที่ยังโอเคอยู่สำหรับเราเนี่ยนะก็ คือในสนธิสัญญาเบอร์นี่เนี่ยนะคะมีระบุ เอาไว้ว่าเวลาที่พ่อค้าชาติไหนเนี่ยไปทำ ผิดหรือทำอะไรมีปัญหาเกิดขึ้นก็จะขึ้นศาล ของประเทศณสถานที่เกิดเหตุแปลว่าถ้าพ่อ ค้าชาวอังกฤษทำผิดหรือทำอะไรต้องขึ้นศาล ไทยค่ะซึ่งสนธิสัญญาฉบับนี้เนี่ยนะคะอัน ในทางดีก็คือทำให้เราเนี่ยเปลี่ยนระบบ เศรษฐกิจไปมากขึ้นจากเดิมเป็นแบบจารีด เนี่ยเราเริ่มเป็นระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่
4:35 เริ่มมีการเก็บภาษีเป็นตัวเงินและไม่ใช่ เหมือนสมัยก่อนที่แบบคนปลูกมะพร้าว 10 ต้นแล้วรัฐก็จะเก็บมะพร้าวไปต้นนึงอะไร อย่างเงี้ยคือไม่ใช่แบบเดิมแล้วแต่ถามว่า สยามตอนนั้นแฮปปี้มั้ยกับการที่จะต้องไป เซ็นสนที่สัญญาเบอร์นี่ก็ไม่ได้แฮปปี้ ตั้งแต่ฉบับแรกค่ะเพราะเรามองว่าคู่ค้า เราสมัยนั้นที่ทำให้เราได้กำไรเยอะอ่ะมัน ไม่ใช่อังกฤษตอนสมัยนั้นเราค้าขายกับจีน อยู่แล้วพอเซ็นไปเนี่ยมันไม่ใช่ว่าอังกฤษ จะมาเป็นคู่ค้าเราแต่อังกฤษอาจจะกลายมา เป็นเป็นคู่แข่งเราด้วยซ้ำแล้วมันยังทำ ให้เราเเก็บภาษีได้น้อยลงอีกอะไรอีกยัง ไม่พอนะคะในแง่ของราชการก็ยิ่งไม่แฮปปี้ ใหญ่เพราะเดิมเนี่ยเขาสามารถผูกขาดได้คือ ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ได้เลยตอนนี้ก็ ไม่สามารถผูกขาดได้แบบเดิมแล้วใช่มยรัฐก็ ไม่มีสิทธิ์กำหนดราคาสินค้าอะไรได้แบบ เดิมอีกนะคะซึ่งเอาจริงๆฟังแบบเนี้ยมันก็ ค่อนข้างขัดกับที่เราเรียนมานะสมัยก่อน
5:21 เราจะรู้สึกว่าสนิสัญญาเบอร์นี่ไม่ค่อยมี ปัญหาอะไรที่มีปัญหาคือบาวริ่งต่างหากไม่ ค่ะปัญหามันเริ่มมาตั้งแต่สนธิสัญญา เบอร์นี่และแต่มันไม่ได้เป็นปัญหามาก เพราะว่าในปลายสมัยรัชกาลที่ 3 เนี่ยถ้า เอาตามที่อังกฤษเขาอ้างย้ำอีกครั้งว่าอัน นี้คืออังกฤษอ้างนะอังกฤษเนี่ยไปมีสงคราม ฝิ่นกับที่จีนดังนั้นอังกฤษก็ไม่ได้ค่อย ได้มาสนใจอะไรแถวนี้เท่าไหร่เราก็เลยแอบ ไม่ทำตามสนธิสัญญาบ้างนู่นนี่นั่นแล้ว เวลาวัดปากเรือทำภาษีอะไรเราก็ไม่ได้วัด เป๊ะแบบเป็นมาตรฐานอะไรขนาดนั้นน่ะคือเรา ก็ทำตามสไตล์ของเราเราก็ยังแฮปปี้ของเรา อยู่จนกระทั่งฝั่งอังกฤษเนี่ยเขาไปจบ สงครามฝิ่นกับจีนได้เขาถึงหันกลับมาสนใจ ตรงนี้อีกครั้งนึงว่าอ้าสนธิสัญญาเดิมที่ ฉันทำไว้ไวมันรัดกุมไม่พอหรอหรือมันอะไร ฉันต้องการอัปเดตสนธิสัญญาใหม่มันก็เลย เกิดเป็นสนธิสัญญาเบริ่งขึ้นมานี่แหละ ซึ่งสนธิสัญญาเบริ่งเนี่ยนะคะก็อย่างที่
6:08 บอกเลยมันเป็นเหมือนภาดต่อกับสนธิสัญญา เบอร์นี่อ่ะเหมือนเขาต้องการจะอัปเดตให้ มันรัดกุมขึ้นแล้วก็ถูกใจเขามากขึ้นน่ะนะ เรื่องแรกเลยคือเราไม่ค่อยปฏิบัติตามใช่ มยเขาก็อยากให้เราปฏิบัติตามแล้วยังไม่พอ ค่ะอีกเรื่องนึงก็คือเนื่องจากเราทำ สนธิสัญญาเบอร์นี่เนี่ยเราทำแค่กับอังกฤษ เรากำหนดว่าอ่ะถ้าพ่อค้าอังกฤษมาเราจะใช้ ระบบนี้แต่กับพ่อค้าประเทศอื่นเราไม่ได้ กำหนดไงดังนั้นสยามในตอนนั้นเนี่ยเรารู้ สึกว่าเราค้าขายกับอังกฤษแล้วมันไม่ค่อย เวิร์คมันไปติดจนที่ิสัญญาเราก็ไม่ค่อย ค้าขายกับอังกฤษเราก็ไปเน้นค้าขายกับชาติ อื่นซึ่งเรายังสามารถใช้ระบบเดิมของเรา ได้แบบที่เราต้องการยกตัวอย่างเช่นพ่อค้า อังกฤษได้รับสิทธิ์ใช่มั้ยอยากจะซื้อน้ำ ตาลก็สามารถไปหาพ่อค้าเอกชนที่ไหนก็ได้ แล้วก็บอกว่าขอซื้อน้ำตาลด้วยราคาเท่า นั้นเท่านี้ในขณะที่ชาติอื่นๆเนี่ยเวลาจะ ซื้อน้ำตาลเขาต้องไปซื้อกับพระคังสินค้า
6:53 พระคังสินค้าเป็นคนกำหนดราคาทีนี้สิ่งที่ พระคังสินค้าทำในสมัยนั้นก็คืออ้าในเมื่อ อังกฤษจะไปซื้อกับเอกชนฉันไม่อยากให้ อังกฤษซื้อกับเอกชนแต่ฉันติดสนที่ิสัญญา แต่เขาไม่ได้มีการห้ามหนี่ไม่ให้พระฆัง สินค้าซื้อสินค้าในประเทศตัวเองดังนั้น พระฆังสินค้าก็ไปกวาดซื้อน้ำตาลมาจาก เอกชนทั้งตลาดเลยซื้อๆๆซืมาหมดแล้วก็เอา ไปค้าขายกับชาติอื่นตามราคาที่ตัวเอง ต้องการพอพ่อค้าชาวอังกฤษไปถามพวกประชาชน ว่าไหนมีน้ำตาลมาขายมั้ยจะขายราคาเท่า ไหร่ประชาชนบอกไม่มีแล้วจ้ะคือก็ค้าขาย ได้เสรีนะแต่ว่าน้ำตาลมันหมดแล้วอ่ะพ่อจะ มาซื้ออะไรล่ะพ่อดังนั้นพ่อค้าชาวอังกฤษ จะไปซื้อน้ำตาลถูกๆจากประชาชนก็ซื้อไม่ ได้สุดท้ายพ่อค้าชาวอังกฤษก็ต้องยอมกลับ มาซื้อสินค้าแพงๆจากพระฆังสินค้าเหมือน เดิมเพราะมันเหลืออยู่ที่เดียวไงทีเนี้ อีกอย่างนึงที่เป็นปัญหาใหญ่เลยคืออะไร รู้ป่ะเรื่องของการขึ้นศาลค่ะคือตอนนั้น
7:40 น่ะมันมีกำหนดในสนธิสัญญาเบอร์นี่ไว้ใช่ มั้ยว่าถ้าพ่อค้าชาวอังกฤษทำผิดหรือมี ปัญหาหรืออะไรต้องมาขึ้นศาลไทยซึ่งถามว่า ศาลไทยสมัยนั้นใช้ระบบไหนเายังใช้ระบบศาล จารีดอยู่ค่ะคือพระอัยการบทดำน้ำลุยเพลิง อ่ะประมาณว่าอ้าวไหนไต่สวนซิเธอบอกว่าเธอ ไม่ได้ทำผิดงั้นสาบานเลยสาบานเสร็จเธอลุย ไฟไปถ้าไม่ร้อนถือว่าไม่ผิดอย่างเงี้ย หรือว่าอ้าไหนดำน้ำซิถ้าดำน้ำไปแล้วไม่จม น้ำตายถือว่าเธอไม่ผิดฝั่งอังกฤษเขารู้ สึกว่าเฮ้ยฉันจะมาขึ้นศาลด้วยระบบนี้ไม่ ได้ฉันไม่โอเคและยังไม่พอนะคะมีอีก ประเด็นนึงที่ฝั่งอังกฤษไม่โอเคมากๆเลยก็ คือในปี 1833 เนี่ยในสมัยรัชกาลที่ 3 พระ องค์เนี่ยไปทำสนธิสัญญาอีกฉบับนึงนะคะ ชื่อว่าสนธิสัญญาโรเบิร์ตอันนี้คนไม่ค่อย ได้ยินกันนะเรามีการไปทำสนธิสัญญา โรเบิร์ตกับสหรัฐอเมริกาค่ะเนื้อหาเนี่ย
8:27 คล้ายๆกับสนธิสัญญาเบอร์นี่เลยต่างนิด เดียวคือมีกำหนดไว้ว่าอเมริกาสามารถมา ตั้งสถานกงสุนในกรุงเทพฯได้ทีนี้อังกฤษก็ ดิ้นเลยสิว่าอ้าวทำไมอเมริกาได้สนธิสัญญา ที่ดีกว่าฉันอะไรกว่าฉันไม่ได้ฉันต้องการ สนธิสัญญาที่ดีกว่าดังนั้นอังกฤษก็เลยส่ง ทูตคนใหม่มาเลยค่ะก็คือเซอ John าินะคะมา ในปี 1855 มาเพื่อทำสัญญาฉบับใหม่อัปเดตใหม่ เอาให้พอใจมากขึ้นซึ่งในตอนนั้นเนี่ย ประเทศไทยเราเข้าสู่สมัยของรัชกาลที่ 4 เรียบร้อยละประเด็นคือตอนนั้นเนี่ยเราก็ ไม่ได้อยากเซ็นค่ะแต่เราจำเป็นต้องเซ็น เพราะ 1 เลยจีจีนที่เป็นคู่ค้าใหญ่่ของ เราเพิ่งจะแพ้สงครามฝิ่นแล้วอังกฤษก็คือ แบบว่ามาน่ากลัวมากอะไรมากสุดท้ายเราก็ รู้สึกว่าถ้าเราไม่เซ็นเดี๋ยวเป็นเรื่อง แน่ๆอ่ะเซ็นก็เซ็นงั้นเราก็เลยเซ็น สนธิสัญญาบาวริ่งไปนะคะคำถามหลักของคลิป
9:12 นี้ก็คือแล้วในสนธิสัญญาบาวริ่งมีเนื้อหา อะไรจริงๆเนื้อหาของสนธิสัญญาบาเนี่ยก็มี อยู่หลายอย่างด้วยกันนะแต่ว่าหลักๆเนี่ย จะมีอยู่ 12 ข้อแล้วก็หลังจากนั้นจะเป็น เรื่องข้อกำหนดแบบเรือต้องเป็นอย่างงั้น เรือกำปั่นต้องเป็นอย่างงี้เป็นแบบเชิง รายละเอียดต่างๆและดังนั้นเราจะไม่ไปสนใจ เรื่องสเปคเรือกันน่ะนะเราจะมาพูดถึง 12 ข้อแรกด้วยกันนะคะว่าเขาเขียนอะไรบ้าง หลักๆเลยเนี่ยเนื้อหาของสนธิสัญญาเบริก็ จะย้ำเรื่องเดิมๆเลยคือเขาต้องการการค้า เสรีแต่มันอัพเดตกว่าสนธิสัญญาเบอร์นี่ ตรงที่เขาต้องการจะให้ศิษย์ชาวอังกฤษเข้า มาทำการค้ากับสยามมากขึ้นและข้อสำคัญเลย ในบรรดาทั้งหมดเนี่ยนะที่ทำให้เรารู้สึก ว่าแบบเฮ้ยอันนี้ไม่โอเคมากๆเลยก็คือ เรื่องของสิทธิสภาพนอกอาณาเขตค่ะคำเนี้ย หมายถึงที่เราพูดถึงเรื่องการขึ้นศาลไป อะไรไปแต่เดิมเนี่ยใครทำผิดในประเทศไหนก็
9:57 ต้องไปขึ้นศาลประเทศนั้นเช่มยแต่ในเนี้ย มันมีการระบุเอาไว้ว่าถ้าสมมุติคนอังกฤษ หรือคนในบังคับของอังกฤษทำผิดเนี่ยนะต้อง ขึ้นศาลอังกฤษไม่ใช่ขึ้นศาลไทยถึงคน อังกฤษจะมาอยู่ในประเทศไทยนะแต่เขาต้อง ได้สิทธิ์ทุกอย่างเหมือนกับตอนที่เขาอยู่ ในอังกฤษทุกประการแปลง่ายๆคือกฎหมายไทย สามารถบังคับใช้กับคนไทยได้แต่บังคับใช้ กับคนอังกฤษไม่ได้นึกสภาพทุกวันนี้สิถ้า สมมุติว่ามีกฎหมายข้อนี้ยังอยู่นะแล้ว เป็นแบบกับอเมริกาสมมุติคนอเมริกันมี สิทธิสภาพนอกอาณาเขตในประเทศไทยปัจจุบัน คนไทยพกปืนไม่ได้เพราะผิดกฎหมายไทยในขณะ ที่คนอเมริกันพกปืนได้แล้วก็มีข้อกำหนด เรื่องการยิงได้ไม่เหมือนกันเช่นแบบว่า เดินเข้าบ้านปุ๊บสามารถยิงได้เลยอะไร อย่างเงี้ยไม่โอเคนะคนไทยเสียเปรียบเช่น เดียวกันค่ะอันเนี้ยคนไทยก็เสียเปรียบ เหมือนกันซึ่งมันไม่ใช่แค่การแบบตัดสิน คดีความหรืออะไรแต่ว่ามันรวมไปถึงการที่ อังกฤษเนี่ยได้มีสิทธิ์มาตั้งสถานกงสุลใน
10:44 กรุงเทพเพื่อที่ว่าจะได้สามารถเจรจาตกลง เรื่องคดีความเรื่องศาลได้แล้วก็ทำให้ อังกฤษเนี่ยสามารถซื้อสามารถครอบครองที่ ดินในประเทศไทยได้มันก็เลยทำให้อังกฤษ เนี่ยใช้ชีวิตในสยามในประเทศไทยเนี่ยได้ ง่ายขึ้นนะคะและนี่ก็คือสาเหตุหนึ่งที่ทำ ให้สถานทูตอังกฤษสามารถซื้อที่ตรงถนน วิทยุได้แล้วก็ทิ้งไว้ตั้งแต่สมัยนู้นน่ะ ยาวมาจนถึงทุกวันนี้ก่อนที่จะมีิวขายไป เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาเห็นป่ะว่าที่ดิน มันมีค่าขนาดไหนแล้วพอเขาถือครองได้แล้ว เขาขายได้อ่ะมันคือแบบออหมหาศาลแค่นี้ก็ แย่แล้วใช่มั้ยทุกคนแต่ยังไม่พอค่ะยังมี การเปลี่ยนเรื่องการเก็บภาษีอีกจากตอน เบอร์นี่ที่มีการเซ็นว่าอาจจะเก็บแค่ภาษี ปากเรือแล้วนะภาษีอย่างอื่นไม่เก็บเนี่ย เขาเปลี่ยนอีกค่ะบอกว่าเก็บเป็น เปอร์เซ็นต์ดีกว่าเอาเป็นภาษีร้อยละ 3 นะ จากรายได้ขาเข้าแล้วก็จะไม่มีการเก็บภาษี ที่ไหนอีกซึ่งอันเนี้ยก็ทำให้เราเสียผล
11:31 ประโยชน์ไปอีกนะคะได้ภาษีน้อยลงไปอีกและ ข้อที่แย่ที่สุดเลยนะทุกคนคือข้อ 10 ค่ะ ที่บอกไว้ว่าถ้าในอนาคตเนี่ยนะสยามไปทำ สัญญากับประเทศไหนก็ตามแล้วประเทศนั้นได้ ประโยชน์อังกฤษต้องได้ด้วยต้องมีสิทธิ์ทำ สวนที่ิสัญญาแบบนั้นด้วยนะคะฟังดูแค่นี้ ก็รู้สึกแย่แล้วใช่มั้ยเช่นสมมุติฉันอยาก ค้าขายสินค้าชนิดนี้กับญี่ปุ่นฉันทำ สนธิสัญญาพิเศษกับญี่ปุ่นก็ไม่ได้อีก เพราะว่าอังกฤษบอกว่าอังกฤษต้องได้ด้วย แต่มันแย่กว่านั้นไปอีกค่ะเพราะนี่เรา อยู่ในช่วงเวลาการล่าอนานิคมแปลว่าในทุก ทุกช่วงขณะเนี่ยมันไม่ได้มีแค่อังกฤษที่ ต้องการจะแบบมาเอาผลประโยชน์จากเรานึกออก มยสมมุติว่าฝรั่งเศสเอาเรือมาปิดอ่าวไทย แล้วบอกว่าขอทำส่วนที่ิสัญญาณ 1 2 3 4 แปลว่าอังกฤษก็ต้องสามารถทำแบบนั้นได้ ด้วยนะคะคือเราจะพลาดไม่ได้เลยถ้าพลาดไป ทำสนธิสัญญาอะไรที่เราไม่อยากทำปุ๊บ อังกฤตเอาด้วยแน่นอนและส่วนที่สัญญาฉบับ
12:17 นี้ก็มีกำหนดเอาไว้ด้วยนะว่าอาจจะไม่แก้ ไขตลอด 10 ปีแล้วหลังจาก 10 ปีเนี่ยถ้าจะ มีการแก้ไขต้องได้รับการยินยอมจากทั้ง ฝั่งสยามและฝั่งอังกฤษด้วยซึ่งแน่นอนว่า เราอยากแก้เราก็บอกว่ายืนยันจะแก้จะแก้ แต่ฝั่งอังกฤษเขาไม่อยากแก้มันก็เลยทำให้ สนธิสัญญาเนี้ยอยู่ติดกับเราเนี่ยมาอย่าง ยาวนานเลยนะคะแต่เรื่องนั้นน่ะขอแปะไว้ ก่อนกลับมาดูก่อนดีกว่าว่าแล้วสนธิสัญญา บาวริ่งส่งผลกระทบอะไรกับประเทศเราบ้าง อย่างแรกเลยคือนักประวัติศาสตร์เนี่ยเขาค วิเคราะห์กันว่าสนธิสัญญาเบรี่เนี่ยเป็น ส่วนนึงเลยนะคะที่ทำให้เกิดการเลิกไพร่ แล้วก็เลิกทาสในสมัยรัชกาลที่ 5 ค่ะเพราะ ว่าการที่อังกฤษมาเซ็นสัญญาแล้วบอกว่าเรา จะต้องมีการค้าเสรีนู่นนี่นั่นเนี่ยมันทำ ให้คนเนี่ยเริ่มรู้สึกว่าอ้าวงั้นฉันเป็น ไพร่เข้าเดือนออกเดือนก็ไม่คุ้มแล้วสิแต่ ก่อนเนี่ยฉันก็ทำนาแค่เท่าที่พอฉันกิน เสร็จแล้วก็เอาเวลาที่เหลือไปเป็นแรงงาน ให้กับรัฐคุ้มแต่ว่าตอนเนี้ยมันไม่คุ้ม
13:04 แล้วไงฉันควรจะอยู่บ้านทำนาให้ได้เยอะที่ สุดหาข้าวให้ได้เยอะที่สุดหาสินค้าให้ได้ มากที่สุดจะได้เอาไปค้าขายแล้วก็รวยๆๆๆ สุดท้ายระบบกำลังพลของไทยอะไรของไทยมันก็ พังนะคะจนเราต้องไปปฏิรูปกำลังพลมีการ เลิกไพ่เลิกพาสมีการเกณฑ์ทหารมีการอะไรไป เป็นแบบยาวเลยนะแล้วยังไม่พอนะคะอีก เรื่องนึงก็คือการที่เราค้าขายแบบนี้กับ อังกฤษเนี่ยมันทำให้ระบบเงินตราแบบเดิม ของไทยมันไม่เวิร์คเท่าไหร่คือแต่ก่อน เนี่ยไทยเราไม่ค่อยได้ใช้เงินเท่าไหร่ หรอกค่ะอาจจะมีเงินพดด้วงบ้างอะไรบ้างแต่ ว่ามันก็เป็นเงินที่ทำมือแล้วผลิตได้ช้า ผลิตได้น้อยใช่มยส่วนใหญ่เราก็ใช้แบบเอา สิ่งนี้ไปแลกสิ่งนั้นคือเอาข้าวไปแลก เกลือเอาเกลือไปแลกข้าวอันนี้มันดูหนุ่ม นาข้าวสาวนาเกลือบอกไม่ถูกนะเอาว่าปกติ เราใช้ของแลกกันน่ะแต่ว่าตอนเนี้ยพอมันมี การค้าขายแบบนี้ขึ้นมันก็ทำให้เราควรจะมี ระบบเงินตราแบบเป็นทางการมากขึ้น 2 ข้อ
13:51 นี้ก็ฟังดูดีใช่ป่ะดูแบบอ้าประเทศก็พัฒนา ก็เซ็นก็ดีแล้วนี่อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่ แล้วเนี่ยนะคะเราเจอกับปัญหามากมายค่ะ อย่างแรกเลยคือมันเป็นมาตรฐานไปแล้วไงตอน นี้คู่ค้าหลักของเราไม่ใช่จีนและแต่เป็น ชาติตะวันตกอื่นๆมากมายเต็มไปหมดแล้วทุก ชาติตะวันตกก็มองว่าอ่ะนี่ไงเธอทำสัญญา แบบนี้กับอังกฤษฉันก็อยากได้แบบนี้บ้าง มันกลายเป็นมาตรฐานแล้วมันก็ทำให้เราต้อง ไปเสียเปรียบกับสนธิสัญญาฉบับอื่นด้วย แล้วพอเป็นแบบเนี้ยเราจะไปบอกว่าขอเก็บ ภาษีชาตินี้แพงขอเก็บภาษีชาตินั้นแพงมัน ก็ไม่ได้เพราะอังกฤษเขาเซ็ตมาตรฐานไปแล้ว ว่าภาษีได้แค่เท่านี้นะจ๊ะมันเลยทำให้ สยามอ่ะเสียผลประโยชน์หนักมากๆเก็บภาษี จากต่างชาติได้น้อยลงมากคิดดูจากเดิมเรา มีภาษีกี่ชนิดอ่ะที่วิวเคยเล่าไปในคลิป สวยเคยถูกกฎหมายอ่ะทุกคนมีทั้งจังกรอบ อากรรือชาสวยและอื่นๆตอนนี้เหลือแค่ภาษี
14:37 แบบพาซี่ภาษีอย่างเดียวมันก็ทำให้เราได้ กำไรจากการค้าขายน้อยลงแบบน้อยลงเลยไง อย่างที่ 2 เลยก็คือมันทำให้ระบบสินค้าใน ประเทศไทยเรารวนนะทุกคนเพราะว่าพระฆัง สินค้าหายไปแล้วแปลว่าตอนนี้เสรีแบบเสรี 100% ไม่มีหน่วยงานไหนสามารถควบคุมได้ เลยใครจะมาซื้ออะไรไปเท่าไหร่ก็ได้นะคะ คือจะบอกว่าเอาสินค้านี้ไม่เอาสินค้านั้น มันก็ไม่ได้เพราะว่าเราเซ็นไปไปแล้วว่า มันต้องเสรีแบบเสรีเสรีอ่ะคิดดูขนาด ปัจจุบันเราเป็นการค้าเสรีแล้วอ่ะเรายัง ต้องมีการตั้งกำแพงภาษีนู่นนี่นั่นอย่าง เช่นอ่ะรถยนต์ต้องมีภาษีแพงนะเราจะได้ไม่ นำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศมาเราจะได้ใช้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทยเห็นป่ะสมัย ปัจจุบันเนี้ยที่เรารู้สึกว่าเสรีเ้ายัง ต้องมีหน่วยงานมีอะไรที่มันมีการกำหนดแบบ นี้เลยเพื่อป้องกันไม่ให้ระบบแบบเศรษฐกิจ ในประเทศมันพินาศอ่ะแต่ตอนนั้นเราทำไม่
15:23 ได้เพราะว่าเราเซ็นไปแล้วเรื่องสิทธิสภาพ นอกอาณาเขตเมื่อกี้จำที่บูพูดได้มั้ยว่า มันไม่ได้ให้แค่สิทธิ์ของคนอังกฤษแต่มัน ให้สิทธิ์คนในบังคับของอังกฤษด้วยแปลว่า ใครที่ไปเป็นลูกจ้างอังกฤษก็จะได้รับผล ประโยชน์ตรงนี้ด้วยก็จะได้ขึ้นศาลอังกฤษ ด้วยมันก็เลยทำให้คนจำนวนมากตอนนั้นไม่ ว่าจะเป็นคนไทยเองหรือคนชาติพันธุ์ต่างๆ ทั้งญวนทั้งมอญทั้งพม่าทั้งอะไรเนี่ยไป ขึ้นตัวเองเป็นคนในบังคับบัญชาอังกฤษแล้ว มันทำให้กฎหมายไทยทำอะไรไม่ได้อ่ะอย่าง ที่เราเห็นในสมัยรัชกาลที่ 6 เราจะงงว่า เฮ้ยทำไมมันมีคนที่สามารถเขียนวิจารณ์ รัฐบาลได้แบบเผ็ดมากเลยทั้งๆที่สมัยนั้น เป็นสมบูรณายาสิทธิราชนะคะก็เพราะว่าคน เหล่านั้นน่ะเขาสังกัดหนังสือพิมพ์ที่ เจ้าของเป็นชาวต่างชาติไงและอย่างที่ 4 เลยคือพอทุกอย่างมันผสมปนเปยกันไปหมด เนี่ยมันทั้งเสรีทั้งไม่ได้ใช้กฎหมายไทย ทั้งนู่นทางนี่มันก็เลยเกิดข้อพิพาทกัน
16:09 ได้แล้วพอเกิดข้อพิพาทเราก็ทำอะไรไม่ได้ แล้วมันก็ลุกลามใหญ่โตเหมือนกับเคสที่บิว เคยเล่าไปในสรุปข้อพิพาท์เรื่องการเสีย ดินแดนไทย 14 ครั้งอ่ะหนึ่งในนั้นก็เกิด จากไอ้เจ้าสนธิสัญญาเบริ่งนั่นแหละจำได้ มั้ยที่มีการค้าไม้ที่ภาคเหนือแล้วคนใน บังคับบัญชาอังกฤษไปทำนู่นทำนี่แล้วก็แบบ ไม่พอใจกันขึ้นมาแล้วเจ้าเมืองเชียงใหม่ ที่อยู่ในบังคับบัญชาสยามก็ทำอะไรไม่ได้ จัดการกับเรื่องนี้ไม่ได้เพราะอังกฤษเขา บอกว่านี่คนของอังกฤษต้องให้อังกฤษเป็นคน จัดการถึงขั้นที่เราต้องไปแบบปฏิรูป ประเทศปฏิรูปอะไรสมัยรัชกาลที่ 5 เต็มไป หมดเลยนะคะทีเนี้ยแล้วถามว่าสนธิสัญญา เบรี่เนี่ยเรายกเลิกได้ยังไงนะคะบอกเลย ว่าเรื่องยาวค่ะกว่าจะยกเลิกได้เนี่ยนะใน สมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ต้องทรงพระโอรสไป เรียนกฎหมายจากต่างประเทศไปอะไรเพื่อที่ ว่าจะกลับมาพัฒนากฎหมายประเทศเราก่อน เพราะเขากล่าวหาว่าที่เขาต้องทำสนธิสัญญา
16:55 นี้เป็นสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเนี่ยนะก็ เพราะว่ากฎหมายเราล้าหลังเราก็เลยต้องอ่ะ มีกฎหมายของตัวเองก่อนอะไรก่อนใช่มั้ยวาง รากฐานกฎหมายของไทยวางๆๆๆๆแล้วพอเริ่มวาง กฎหมายเริ่มอะไรแล้วเนี่ยนะคะก็ต้องข้าม มาในสมัยรัชกาลที่ 6 ค่ะในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ 1 เราเนี่ยไปอยู่ในกลุ่มประเทศ ผู้ชนะสงครามใช่มยเราก็ต้องไปเจรจาต่อรอง กับอังกฤษกับประเทศอื่นๆที่เราไปทำ สนธิสัญญาตามบาวริ่งไว้้บอกว่าเฮ้ยนี่ตอน นี้เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะเราชนะสงคราม เหมือนกันแล้วตอนนี้เรามีกฎหมายแล้วอะไร แล้วยกเลิกพวกสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมของ เราได้แล้วเอาบาวริ่งออกไปฟังดูเหมือนจบ ใช่มั้ยไม่จบค่ะเพราะเขายกเลิกให้เราแค่ บางประเด็นแค่เรื่องการค้าเรื่องอะไรแต่ เรื่องสิทธิสภาพนอกอาณาเขตเขาบอกว่าโนๆกฎ หมายอยู่ยังไม่เต็มที่ 100% ยังไม่ได้ มาตรฐานไอยังไม่อยากยกเลิกดังนั้นเราก็
17:41 ต้องไปค่อยๆปรับกฎหมายเราอีกค่อยๆเจรจาไป ทีละชาติทีละชาติว่าขอยกเลิกเถอะนะขอยก เลิกเถอะนะซึ่งมันก็ไม่ได้ยกเลิกได้ สมบูรณ์นะคะกว่าจะมายกเลิกได้แบบจริงๆจัง ๆเลยเนี่ยนะคะก็ตอนที่เรามีกฎหมายแบบ สมบูรณ์แล้วในสมัยซ้อมพลปพิบูลย์สงคราม ค่ะซึ่งสมัยนั้นคนที่ทำเรื่องยกเลิกนี่ก็ คือคือหลวงประดิษฐ์มนูธรรมหรือว่านาย ปรีดีพนมยงนะคะที่เราต้องไปปรับปรุงต้อง ไปแก้ไขร่างกฎหมายอะไรไปเจรจาแต่ละประเทศ แต่ละประเทศจนสุดท้ายเนี่ยเราถึงจะสามารถ ยกเลิกสนธิสัญญาบาวริ่งและสนธิสัญญาอื่นๆ ได้เราถึงกลับมามีเอกราชทางศาลอีกครั้งนึ แล้วก็พ้นเงาของสนธิสัญญาบาวริ่งที่ติด ค้างกันมาตั้งแต่แบบสมัยรัชกาลที่ 4 มาใน ที่สุดค่ะและนี่ล่ะค่ะก็คือเรื่องราว เกี่ยวกับสนธิสัญญาบาวริ่งที่วิวเก็บมา เล่าให้ทุกคนฟังนะคะก็หวังว่าทุกคนจะชอบ กันค่ะถ้าใครชื่นชอบคลิปนี้อย่าลืมกดไลก์
18:27 เป็นกำลังใจให้วิวแล้วก็กดแชร์ชวนเพื่อนๆ มาดูด้วยกันนะคะแล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า ค่ะทุกคนบ๊ายบายสวัสดีค่ะเอาจริงๆทุกคน สนิสัญญาบาวริ่งเนี่ยมันก็เปลี่ยนชาติเรา ไปในหลายต่อหลายด้านเหมือนกับที่วิวเล่า นั่นแหละประโยชน์ก็มีโทษก็เยอะนะคะก็ อย่างที่เรารู้กันแหละทุกอย่างในโลกมัน ไม่ได้มีแต่ด้านเสียอย่างเดียวหรอกด้านดี ของมันก็มีด้วยแต่ด้านเสียมันเยอะกว่าไง แล้วนี่คือกว่าเราจะแก้ได้กว่าจะอะไรมัน แบบมันหลายปีมากแล้วมันก็มาแก้ในยุคสมัย จอมพลปที่มันเป็นยุคแบบทำแบบเรียนไทยอะไร พอดีนี่แหละคือสาเหตุที่เขาต้องสอนเราแบบ สอนๆๆว่าสนิสัญญาเบรี่คือสิ่งที่เราไม่ อยากทำเราถูกบีบังคับเรานู่นเรานี่แล้ว เราก็เลยจำแบบนี้กันมาค่ะตอนนี้เราก็รู้ สาเหตุที่มาที่ไปกันแล้วนะคะสำหรับวันนี้ ลาไปก่อนแล้วกันนะคะทุกคนบ๊ายบายสวัสดี ค่ะ