◣มสธ.◢ 33453 การจัดการองค์การและทรัพยากรมนุษย์ ครั้งที่ 3-2

STOU CHANNEL www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เป็นการสนทนาเกี่ยวกับแนวคิดการจัดการทรัพยากรบุคคลในราชการไทย โดยเริ่มต้นจากประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบัน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของระบบราชการและการปรับปรุงกระบวนทัศน์ในการจัดการทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังมีการอธิบายถึงความสำคัญของการวางแผนทรัพยากรบุคคล กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร และหลักการในการกำหนดตำแหน่งในระบบราชการไทย

  • ประวัติความเป็นมาของการจัดการทรัพยากรบุคคลในราชการไทย
  • การเปลี่ยนแปลงของระบบราชการและการปรับปรุงกระบวนทัศน์
  • ความสำคัญของการวางแผนทรัพยากรบุคคล
  • กระบวนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากร
  • หลักการในการกำหนดตำแหน่งในระบบราชการไทย

แนวคิดการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทย

การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทยมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งมีการจัดระบบการปกครองและแต่งตั้งขุนนางโดยใช้หลักศาสนาเป็นแนวทางในการบริหาร ต่อมาในสมัยอยุธยา มีการแบ่งความรับผิดชอบในการบริหารราชการออกเป็นฝ่ายทหารและพลเรือน และในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นยังคงใช้ระบบอุปถัมภ์ แต่ได้รับอิทธิพลจากต่างชาติทำให้มีการนำเอาระบบคุณธรรมเข้ามาใช้ในการบริหารราชการ

ประวัติความเป็นมาของระบบราชการไทย

การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ยุคหลัก ได้แก่ ยุคระบบชั้นยศ ยุคการจำแนกตำแหน่ง และยุคประเภทตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 โดยมีการแบ่งประเภทข้าราชการออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ประเภททั่วไป ประเภทวิชาการ ประเภทอำนวยการ และประเภทบริหาร

กระบวนทัศน์การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทย

กระบวนทัศน์ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทยได้มีการปรับเปลี่ยนจากการยึดกฎหมายและระเบียบเป็นหลัก มาเป็นการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน โดยมีการจัดหา พัฒนา รักษา และใช้ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานและการให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสม

การวางแผนทรัพยากรมนุษย์

การวางแผนทรัพยากรมนุษย์คือการเตรียมการอย่างเป็นระบบเพื่อให้หน่วยงานมีบุคลากรที่เหมาะสมทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ โดยมีการกำหนดตำแหน่งและกำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต ซึ่งมีความสำคัญในการวางแผนการสรรหา การบริหารงานบุคคล และการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

กระบวนการวางแผนทรัพยากรมนุษย์

กระบวนการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ประกอบด้วยหลายขั้นตอน เริ่มจากการศึกษาอุปสงค์และอุปทานของทรัพยากรมนุษย์ การเปรียบเทียบความต้องการและทรัพยากรที่มีอยู่ การคาดการณ์แนวโน้ม การเสนอแนะนโยบาย การจัดทำแผน และการติดตามประเมินผล

ความหมายและความสำคัญของตำแหน่ง

ตำแหน่งคือกลุ่มของหน้าที่และความรับผิดชอบที่จำเป็นต้องมีคนมารับผิดชอบ โดยมีความสำคัญในการกำหนดขอบข่ายงาน การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การจ่ายค่าตอบแทน และความก้าวหน้าในสายอาชีพ

หลักการกำหนดตำแหน่งในระบบราชการพลเรือนไทย

หลักการกำหนดตำแหน่งในระบบราชการพลเรือนไทยมีการเปลี่ยนแปลงจากระบบชั้นยศมาเป็นระบบจำแนกตำแหน่งและระบบแท่ง โดยระบบแท่งเป็นการผสมผสานข้อดีของทั้งสองระบบและเน้นทั้งตัวบุคคลและตัวงาน

การสรรหาและคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์

การสรรหาคือการทำให้คนที่ต้องการมาสมัครงาน และการคัดเลือกคือการเลือกคนที่เหมาะสมที่สุดจากผู้สมัคร โดยมีนโยบายการสรรหาแบบเปิดและปิด และยึดหลักคุณธรรมในการคัดเลือก

ระบบคุณธรรมและระบบอุปถัมภ์

ระบบคุณธรรมเน้นความรู้ความสามารถ ความเป็นธรรม ความเป็นกลาง และความมั่นคง ในขณะที่ระบบอุปถัมภ์เน้นความไว้วางใจ ซึ่งทั้งสองระบบมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมได้

การวางแผนทรัพยากรมนุษย์และการปกครองท้องที่

การวางแผนทรัพยากรมนุษย์และการสรรหาบุคลากรสำหรับการปกครองท้องที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งมีที่มาจากการเลือกตั้งและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 พ.ย [เพลง] นะ [เพลง] ครับในสากับสำหรับในช่วงนี้นะครับเราก็จะ มาพูดคุยกันต่อในเรื่องของการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์นะครับประเด็นได้ที่เราคุย กันในเรื่องของแนวคิดการจัดการเจ้ากรรม รุจทั่วๆไปแล้วต่อไปเราจะมาพูดถึงแนวคิด การจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทย บังคับอาจารย์ครับสำหรับผ่านแนวคิดก้าว เกี่ยวกับการจัดการเชกรรมรู้เนี่ยไม่มี

0:48 ประวัติศาสตร์มายาวนานชั้นอาจารย์อาจารย์ จะลองไล่ฟังนะครับว่ามันมีที่มาที่ไปหรือ มีวิวัฒนาการอย่างไรบ้างครับต่างครับครับ ในเรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ เราได้พูดกันมาก่อนหน้านี้ครับตรงนั้น เป็นเรื่องของนะครับความหมายเป็นเรื่อง ของหลักการเป็นเรื่องของระบบถ้าเป็น เรื่องของหน้าที่ขาดทางด้านการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ที่เป็นหลักการทั่วไปรับนะ ครับซึ่งเป็น การบริหารหรือการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ เราใช้กันเป็นการทั่วไปภายในหน่วยงานนะ ครับไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานในภาคธุรกิจครับ หน่วยงานในภาครัฐวิสาหกิจข่าวว่าหน่วยงาน ของทางราชการเองครับนะครับตลอดจนองค์การ มหาชนนะครับก็จะมียังมีองค์การอื่นๆนะ ครับที่ปรากฏอยู่ในสังคมไทยอย่างเช่นองค์

1:34 กรนะครับที่เป็นอิสระตามรัฐธรรมนูญฉบับ ต่างๆครับที่มีบทบาทสำคัญครับนะครับใน เรื่องของการเป็นองค์กรกลางในการดำเนิน งานในภารกิจบางด้านขาดครับในการพัฒนา ประเทศของเราเนี้ยครับก็ใช่หลักในเรื่อง ของการจัดการทรัพยากรมนุษย์นะครับเช่น เดียวกันนะครับเพียงแต่ว่าการดำเนินงาน ของแต่ละหน่วยงานเนี่ยจะต้องมีการปรับ เปลี่ยนไปตามยุคตามสมัยนะครับในกรณีของ ประเทศไทยเราเองเนี่ยนะครับเราก็จะเห็น ได้ว่าอยู่ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ใน ราชการไทยเนี่ยเราก็มีกันมาตั้งแต่การที่ เราจัดตั้งนะครับหรือว่าก่อร่างสร้างตัว ขึ้นมาเป็นชาติเป็นประเทศขึ้นมานะครับ ครับนะครับซึ่งตรงนี้เราก็มีแนวคิดเรื่อง

2:20 ของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการไทย เนี่ยนะครับซึ่งเราก็เช่นได้ว่าในการจัด การทรัพยากรมนุษย์แล้วจากการไทยในเราจะ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆนะครับส่วนแรกก็ คือเป็นเรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ในราชการไทยที่เป็นฝ่ายพลเรือนครับซึ่ง ตรงนี้เนี่ยในปัจจุบันเนี้ยนะครับเราจะมี กำลังคนที่เป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐเนี่ยนะครับประมาณ 2 ล้านกว่าคนที่ให้บริการประชาชนอยู่ในส่วน ราชการต่างๆครับไม่ว่าจะเป็นส่วนราชการ ระดับกระทรวงทบวงกรมขาครับในจังหวัดใน อำเภอต่างๆครับดูว่าในองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นนะครับแม่ซึ่งหน่วยงานต่างๆเรา เนี้ยนะครับก็จะมีบุคลากรที่ปฏิบัติงาน โดยใช้ในเรื่องของดูหนังนะครับการจัดการ

3:08 ทรัพยากรมนุษย์ทั้งในเรื่องของการจัดท่า ในเรื่องของการพัฒนาในเรื่องของการใช้ ประโยชน์หรือว่าการรักษากำลังคนตีอะไรก็ ตามนะครับการที่ทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบัน นี้เราจะมีวิธีการบริหารหรือการจัดการ อย่างไรเนี่ยมันก็จะเป็นผลที่มาจากการ เปลี่ยนแปลงนะครับของสังคมของเราทางด้าน เศรษฐกิจทางด้านการเมืองการปกครองถ้าเรา จะย้อนกลับไปดูในอดีตเนี่ยเราก็จะเห็นได้ นะครับว่าราชการฝ่ายพลเรือนของเราเนี่ยนะ ครับแล้วก็เริ่มนะครับจากหลักฐานเอกสาร ต่างๆทางโบราณคดีจากหลักศิลาจารึกต่างๆ เนี่ยนะครับแล้วก็เช่นว่าเริ่มมีมาตั้ง แต่ในสมัยสุโขทัยนะครับในสมัยสุโขทัยนั้น ถึงแม้ว่าชาติบ้านเมืองเราอาจจะมี

3:55 ราชอาณาจักรมีขอบเขตไม่ได้ใหญ่โตขวางอะไร มากนักนะครับแต่การที่เราจะก่อตั้งเป็น รัฐเป็นประเทศขึ้นมาได้เนี่ยก็จำเป็นจะ ต้องมีระบบการจัดจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ ดีนะครับอย่างเช่นนะครับเรามีการการกำหนด ไว้ว่าคนที่เป็นผู้ปกครองระดับสูงนะครับ ที่เป็นพวกขุนต่างๆเหล่านี้ครับนะครับ เป็นบุคคลที่จะเข้ามาสู่ตำแหน่งได้อย่าง ไรและในการดำเนินงานต่างๆมีภาระหน้าที่ อะไรบ้างที่จะต้องรับผิดชอบในการดำเนิน งานซึ่งตรงนี้นะครับในการบริหารราชการ เนี่ยนะครับบรรดาพ่อขุนก็จะใช้หลักการของ ศาสนานะครับอย่างเช่นพุทธศาสนาเข้ามาเป็น หลักเป็นแนวทางในการบริหารราชการนะครับ

4:42 อย่างเช่นในเรื่องของหลักทศพิธราชธรรม อย่างนี้เป็นต้นครับในการดำเนินงานเนี่ย นะครับเพราะคุณเองก็คงไม่สามารถที่จะทำ ภาระหน้าที่อะไรในทุกด้านได้ไปในทุก เรื่องครับนะครับก็จำเป็นจะต้องมีการจัด ตั้งนะครับบุคคลนะครับต่างๆนะครับเข้ามา รับผิดชอบในการดำเนินงานนะครับก็มีการ แต่งตั้งเป็นขุนนะครับนะครับแล้วก็มีการ จัดระบบการปกและลดหลั่นกันลงไปจนกระทั่ง ระดับพื้นที่นะครับแล้วก็มีพ่อบ้านนะครับ การดำเนินงานการจัดการทรัพยากรมนุษย์ใน สมัยสุโขทัยเนี่ยนะครับถ้าจะว่าไปแล้วนะ ครับก็คงเป็นไปในเรื่องของระบบ up อุปถัมภ์ที่เป็นส่วนใหญ่ครับด้วยเหตุที่ ว่าในการดำเนินงานเนี้ยนะครับเป็นสังคม ที่ไม่มีขนาดใหญ่โตกว้างขวางอะไรมากนัก

5:28 สังคมไม่มีความซับซ้อนอะไรมากนะครับนะ ครับเพราะฉะนั้นเนี่ยการที่บรรดา เหรียญพ่อขุนจะเลือกใครขึ้นมาเป็นคุณหรือ ว่าคุณจะเลือกใครเป็นพ่อบ้านครับก็อาศัย ความรู้จักมักคุ้นอาศัยนะครับการเป็นญาติ สนิทนะครับมิตรสหายหรือว่าการที่ได้รับ รู้ในเรื่องของความรู้ความสามารถก็ได้มี การจัดหาเข้ามานะครับแล้วก็มีการพัฒนามี การรักษาไว้มีการใช้ประโยชน์ครับนะครับ เพราะต่อมานะครับสังคมก็ได้มีการพัฒนามี การเปลี่ยนแปลงการนะครับก็ก้าวเข้ามาสู่ ยุคของสมัยกรุงศรีอยุธยานะครับกลุ่มศรียา เนี่ยเราก็เห็นได้ว่าสภาพทางเศรษฐกิจสภาพ ทางด้านสังคมการเมืองการปกครองมีการ เปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างจะมากครับนะครับ เพราะฉะนั้นเนี่ยการจัดถ้าสะดวกก่อนบุคคล

6:17 เพื่อนรับผิดชอบในการดำเนินงานตามภารกิจ ที่เป็นหน่วยงานของทางราชการในสมัยนั้น เนี่ยนะครับเราก็จะแบ่งนะครับความรับผิด ชอบในการจัดการความรับผิดชอบในการดำเนิน งานออกเป็น 2 0 ด้วยกันนะครับครับส่วน แรกเป็นในเรื่องของหน้าที่ดังด้านการดูแล กิจการทางด้านทหารทั่วราชอาณาจักรตรงนี้ เนี่ยในการจัดการทรัพยากรมนุษย์เนี่ยพระ มหากษัตริย์ก็ทรงแต่งตั้งนะครับเจ้าพระยา มหาเสนาบดีค่ะที่เราเรียกกันว่าสมุด กลาโหมเนี่ยเป็นผู้ที่รับผิดชอบกิจการ บ้านเมืองทั้งหมดครับนะครับอีกส่วนหนึ่ง ก็คือเป็นงานที่รับผิดชอบทางด้านพลเรือน ทั่วราชณาจักรนะครับพร้อมกับดูแลควบคุม หน่วยงานต่างๆนะครับที่เรารู้จักกันในนาม ของจตุสดมภ์เวียงวังคลังนาที่เราทราบกัน

7:03 นะครับครับตรงนี้เนี้ยในผู้บริหารระดับ สูงสุดนะครับก็เป็นเจ้าพระยาจักรีศรี องครักษ์ดำรงนะครับหรือเรารู้จักกันที่ เราเรียกกันว่าเป็นสมุหนายกครับนะครับแต่ หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาได้ดำเนินการจัด ตั้งพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองนะครับมาโดย ใช้ระยะเวลา 417 ปีเนี่ยนะครับก็มีการ เปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในยุคของนะครับสมัย กรุงธนบุรีและสมัยรัตนโกสินทร์แต่ด้วย เหตุที่ว่าสมัยกรุงธนบุรีนะเนี่ยเราก็ เช่นได้ว่าในการจัดการทรัพยากรมนุษย์อยู่ ในช่วงของการกอบกู้เอกราชนะครับเพราะ ฉะนั้นในการบริหารและการจัดการทรัพยากร มนุษย์เนี่ยนะครับพระเจ้าพระเจ้าแผ่นดิน

7:49 หรือว่าป่าเพราะฉันเองก็ตรงแต่งตั้งคนที่ จะต้องไว้เนื้อเชื่อใจให้จ่ายใช่ครับนะ ครับน่ะเพราะฉะนั้นเนี่ยการจัดการการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคนั้นก็คงเป็น เรื่องของระบบอุปถัมภ์ใช่จะต้องได้คนที่ รู้ใจลูกงานนะครับเข้ามาร่วมกันทำงาน เพื่อที่จะ พัฒนาชาติบ้านเมืองของเราในช่วงของการ เปลี่ยนแผนนะครับเปลี่ยนผ่านมาจนเข้ามา สู่ยุคของกรุงรัตนโกสินทร์นะครับมีอายุ ของกรุงรัตนโกสินทร์เนี่ยนะครับในช่วงต้น นะครับก็ยังคงได้รับแนวคิดจากสมัยอยุธยา เรื่อยมาจนกระทั่งถึงกรุงธนบุรีนะครับใน ช่วงของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ก็เคือง ยังเป็นระบบอุปถัมภ์อยู่แต่อย่างไรก็ตาม นะครับด้วยผลกระทบที่เกิดจากอิทธิพลของ

8:35 ต่างชาติสาวครับก็ทำให้ประเทศไทยเราเองใน ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้นเนี่ยเราก็ได้มีการ ปรับปรุงได้มีการเปลี่ยนแปลงนะครับโดยดี การจัดวางในเรื่องของการบริหารทรัพยากร มนุษย์นะครับโดยนะครับนำเอาระบบคุณธรรม เนี่ยกันนะครับเข้ามาใช้ดังที่จะปรากฏ เห็นอยู่ชัด ในนะครับพระราชบัญญัติระเบียบราชการ พลเรือนพ.ศ 2471 ที่เราประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 เมษายนฉัตรพ.ศ 2504 ร้อยนะครับ 72 นะครับเพราะนั้นทุก วันที่ 1 เมษายนเนี่ยเราจึงถือว่าเป็นวัน ขั้นชกานต์แต่มันก็จะการทุเรียนครับซึ่ง ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในยุคนั้นใน สมัยแรกเนี่ยนะครับเราก็จะแบ่งข้าราชการ

9:23 พลเรือนเนี่ยเป็น 3 ประเภทด้วยกันนะครับ ประเภทแรกเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่ ปรากฏนะครับรับผิดชอบในตำแหน่งงานในภาระ หน้าที่ต่างๆนะครับอยู่ในหน่วยงานในระดับ กระทรวงในระดับกรมต่างๆนะครับเราอย่างนี้ อย่างก็มีข้าราชการพลเรือนที่ 3 อันแล้ว ก็มีเสมียนพนักงานนะครับสำหรับในปัจจุบัน เนี้ยนะครับโดยเฉพาะนะครับเมื่อเรามีการ ประกาศใช้นะครับพระราชบัญญัติระเบียบข้า ราชการพลเรือนเข้าศ 2518 เราได้มีการนำเอาแนวคิดเกี่ยวกับ การ จำแนกประเภทของตำแหน่งนะครับที่เราเรียก กันว่าเป็น Position คลาสสิคเอชั่นอ่ะนะ ครับครับโดยมีการแบ่งระดับการดำเนินงาน

10:08 ของนะครับข้าราชการฝ่ายพลเรือนนี้ออกเป็น 11 ระดับโดยยุทธในเรื่องของนะครับความ รับผิดชอบนี้นะครับในเรื่องของความรู้ ความสามารถที่ใช้ในการปฏิบัติงานในเรื่อง ของนะครับลักษณะงานที่ปฏิบัตินี้มีความ ซับซ้อนครับนะครับมากน้อยเพียงใดแค่ไหน ตรงนี้ก็เป็นการจัดนะครับในเรื่องของ ประเภทของข้าราชการนะครับและก็ระดับ ตำแหน่งนะครับที่เราใช้กันมาตั้งแต่ปีพ.ศ 2518 ครับจนกระทั่งถึงเป็นการเปลี่ยน แปลงอีกครั้งหนึ่งในปีพ.ศ 2551 ครับครับ เก่าหลักๆเราก็จะเห็นพัฒนาการนะครับ เรื่องของการจัดการสร้างประกอบนุชของ ราชการไทยแต่จากก็ไล่มาแล้วสมัยสุโขทัย และสมัยพ่อขุนขุนอยู่ทั้งพ่อบ้านกันได้

10:55 ไม่ได้ถึงสมัยอยุธยาซึ่งก็เป็นของสมุห กลาโหมหานายกประจญพูดเรื่องของเวียงวัง คลังนานะครับแล้วก็ไล่มาถึงสมัยด้วยนะ โกสินทร์จนมาถึงปัจจุบันก็เห็นพัฒนาการ เรื่องของโปรเดือนป่าเรื่องของไทยนะครับ จากที่นี้มันมีเรื่องของประวัติรัชกาล ทุเรียนของประเทศบ้างมันมีลักษณะเป็นยัง ไงบ้างครับอาจารย์ครับครับอยู่ในการ ดำเนินงานของฝ่ายพลเรือนอะนะครับซึ่งเรา จะมีค่าชกานต์มีเจ้าหน้าที่ของรัฐขาดนะ ครับที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจใน การพัฒนาสังคมตามนโยบายของรัฐบาลครับนะ ครับเราก็เห็นว่าตั้งแต่ในอดีตมาจน กระทั่งถึงปัจจุบันเนี่ยเราสามารถจะแบ่ง นะครับการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในราชการ ฝ่ายพลเรือนของไทยได้เป็น 3 ยุคใหญ่ 3

11:42 ช่วงใหญ่ๆค่ะทนายความยุคแรกก็จะเป็นใน เรื่องในเรื่องของนะครับยุคระบบชั้นยศ ข้าวนะครับตรงนี้นะครับก็จะมีข้าราชการ อยู่ 2 ประเภทคือประเภทสามัญกับวิสามัญ ครับนะครับสำหรับข้าราชการพลเรือนสามัญก็ จะมี 5 ชั้นที่เรารู้จักกันในสมัยก่อนนะ ครับอย่างเช่นนะครับชั้นจัตวาชั้นตรีชั้น โทชั้นเอกชั้นพิเศษตรงนั้นก็นะครับกำหนด ขึ้นตามลักษณะของความรับผิดชอบในการ ปฏิบัติงานขับนะครับขอบเขตของอำนาจหน้า ที่ที่จะต้องมีการดำเนินงานมีส่วนในการทน วิสามัญก็จะมี 2 ชั้นด้วยกันนะครับครับก็ คือจะมีนะครับวิสามัญประจำรัชกาลครับนะ ครับนะครับมีชั้นจัตวาครับนะครับแล้วก็ วิสามัญกิตติมศักดิ์ครับนะครับพอก้าวมา

12:29 สู่ยุคที่ 2 เนี่ยครับนะครับก็มีการ เปลี่ยนผ่านจากระบบชั้นยศนะครับมาเป็นยุค การจำแนกตำแหน่งที่ผมได้นำเรียนไปแล้วดัง ปรากฏอยู่ในนะครับแนวทางทางด้านการบริหาร นะครับที่เราจะพบอยู่ในกฎหมายที่ว่าด้วย ระเบียบข้าราชการพลเรือนพ.ศ 2518 นะครับ ในยุคนั้นก็มีการจำแนกนะครับตำแหน่งของ ข้าราชการเนี่ยนะครับโดยการกำหนดเป็น มาตรฐาน 11 ตำแหน่งหรือ 11 ระดับด้วยกัน ครับนะครับตามที่ได้นำเรียนไปแล้วพร้อม อายุปัจจุบันเนี่ยนะครับแล้วก็ได้มีการ ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบและก็วิธีการ บริหารหรือการจัดการทรัพยากรมนุษย์ในฝ่าย พลเรือนขององค์กรภาครัฐเนี่ยนะครับใหม่ กันอีกครั้งหนึ่งครับนะครับด้วยเหตุที่

13:14 ว่า มีการจำแนกตำแหน่งโดยมีการนะครับใช้ระบบ PC ตั้งแต่ปีพ.ศ 2518 ด้วยมาเนี่ยขาดมัน ก็จะมีข้อจำกัดในหลายๆเรื่องนะครับด้วย เหตุที่ว่ามันไม่สามารถที่จะตอบสนองความ ต้องการของสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงไปกับ นะครับการพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจต่างๆนะ ครับหรือว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองการ ปกครองก็ทำให้ทางราชการเองเนี่ยเราจำเป็น จะต้องมีการพัฒนานะครับ ระบบการจัดการทรัพยากรมนุษย์ที่ใหม่นะ ครับที่เราเรียกกันว่าเป็นระบบลักษณะของ ประเภทตำแหน่งข้าราชการพลเรือนครับดัง ปรากฏรายละเอียดนะครับอยู่ในพระ ราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พุทธลักษณ์ 2551 ซึ่งได้มีการแบ่งประเภท

14:00 ของข้าราชการเนี่ยนะครับออกเป็น 4 ประเภท นะครับนะครับประเภทแรกเป็นประเภททั่วไปนะ ครับประเภทที่ 2 เป็นประเภทวิชาการประกอบ ประเภทอำนวยการและก็ประเภทบริหารในแต่ละ ประเภทเนี่ยนะครับก็จะมีการจำแนกระดับนี้ นะครับอย่างเช่นประเภททั่วไปก็จะมีอยู่ 4 ระดับนะครับประเภทวิชาการมี 5 ระดับขับ ประเภทอำนวยการกับประเภทบริหารก็จะมี 2 ระดับครับนะครับซึ่งนะครับในการบริหารและ การจัดการทรัพยากรมนุษย์เนี่ยก็ยังสามารถ ที่จะมีการเปลี่ยนประเภทตำแหน่งได้ตาม ความเหมาะสมและความจำเป็นในเรื่องของการ ดำเนินงานครับครับเพราะฉันที่เราถ้าจะได้ กล่าวมาก็พูดถึงเรื่องของประวัติราชการ ทั่วไปของไทยซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ยุคนะครับ ตั้งแต่ยุคของระบบชั้นยศซึ่งก็ไปเป็นทั้ง สามมาแล้วก็มี 3 อันนะครับมาในยุคของการ

14:47 จำแนกตำแหน่งซึ่งก็แบ่งออกเป็น 11 ระดับ ซึ่งมาถึงในยุคปัจจุบันนะครับซึ่งใช้ ประเภทตำแหน่งอ่าประเภทข้าราชการพลเรือน ซึ่งเป็นไปตามพระราชบัญญัติระเบียบข้า ราชการพลเรือน 2551 ก็เป็นในปัจจุบันนะ ครับซึ่งอาจารย์ก็แบ่งเป็นประเภททั่วไป ประเภทวิชาการประเภทอำนวยการผจญประเภท บริหารนะครับเอกลักษณ์ได้เห็นภาพในเรื่อง ของการจัดการสร้างผลในรัชกาลไทยที่นี่เรา มีกระบวนทัศน์หรือเรื่องของการจัดการอ่าน สำหรับในรัชกาลทุเรียนนะครับเวลาที่ปวัน นี้มาให้หน้าใสทราบธรรมจันทร์กับในเรื่อง ของกระบวนทัศน์ในเรื่องของการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์เนี่ยนะครับแต่เดิมนั้น เนี่ยครับเราจะเห็นได้ว่าในการบริหาร ราชการของเราเนี่ยเจ้าหน้าที่ของรัฐนะ ครับที่เราอาจจะเรียกว่าเป็นข้าราชการใน ตำแหน่งต่างๆเนี่ยก็จะมีตำแหน่งหน้าที่นะ

15:34 ครับที่จะต้องรับผิดชอบในการดำเนินงานใน แต่ละส่วนในแต่ละหน่วยของหน่วยงานต่างๆนะ ครับโดยอำนาจหน้าที่นะครับโดยทั่วไปก็จะ เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับในเรื่องของการ พิจารณาการอนุมัติการอนุญาตการให้ความ เห็นชอบจะในการดำเนินงานทั้งหลายทั้งปวง เนี่ยนะครับก็จะยึดในเรื่องของกฎหมาย ระเบียบหรือว่าประเพณีปฏิบัติเนี่ยเป็น ที่ตั้งตรงนี้นี่เองนะครับก็เป็นสาเหตุ ที่สำคัญประการหนึ่งที่มันก่อให้เกิดความ ล่าช้าครับนะครับทำให้ และข้าราชการฝ่ายพลเรือนเนี่ยไม่สามารถ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคมหรือว่าความต้องการของประชาชนได้ก็ ก่อให้เกิดการพัฒนาขึ้นมาครับนะครับโดยนะ ครับเราได้มีการดำเนินการในเรื่องของการ

16:21 ปรับกระบวนทัศน์นะครับอย่างเช่นนะครับที่ เราพบปรากฏอยู่ในกฎหมายที่ว่าด้วยการ บริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีครับนะครับที่ ได้พูดถึงว่าในการบริหารหรือว่าในการจัด การทรัพยากรมนุษย์นะเนี่ยนะครับจะต้องยึด เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน เพราะฉะนั้นในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ใน ฝ่ายราชการพลเรือนเนี้ยเราจึงต้องมีการ จัดหามีการพัฒนามีการรักษาดีการใช้ ประโยชน์นะครับในส่วนของการจัดหานั้นจะ เป็นเรื่องของการวางแผนการสรรหาทรัพยากร มนุษย์เพื่อให้มีปริมาณคนเหมาะสมกับงานมี การกำหนดทางเลือกอื่นๆที่ใช้ในการทดแทน การสรรหาอย่างเช่นงานบางส่วนที่ไม่ที่มี ความจำเป็นไม่มีความสำคัญที่หน่วยงานของ รัฐจะต้องดำเนินการครับก็อาจจะต้องมีนี้ นะครับในเรื่องของการแปรรูปให้เป็นธุรกิจ

17:09 ของเอกชนเป็นผู้ดำเนินการไปนอกจากนี้ก็มี การระบุถึงแหล่งการสรรหาทรัพยากรมนุษย์นะ ครับและก็บุคคลที่ได้รับการสรรหาควรจะ เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในเรื่อง อะไรบ้างนะครับแล้วก็ในเรื่องของการสรรหา ต่างๆนะครับจากนั้นในหน้าที่ประการถัดมา เนี่ยจะเป็นเรื่องของการพัฒนาภาษาใน เรื่องของการพัฒนาบุคลากรเนี่ยนะครับ หน่วยงานทางราชการเองก็จำเป็นจะต้องมีการ ฝึกอบรมมีการพัฒนาบุคลากรมีการให้การ ศึกษานะครับในการพัฒนาบุคลากรเนี่ยนะครับ เราจะมีการดำเนินการใน 5 ด้านหลักๆนะครับ ครับเริ่มจากการปฐมนิเทศนะครับสำหรับข้า ราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐใหม่ให้ได้รู้ ได้เข้าใจในการดำเนินงานขององค์การจาก นั้นพอปฏิบัติงานไปนะครับอาจจะมีการนำเอา

17:55 เทคโนโลยีกับวิธีการปฏิบัติงานใหม่ๆเขาก็ จำเป็นจะต้องมีการฝึกอบรมมีการพัฒนาครับ นะครับมีการส่งเสริมทางด้านวิชาการต่างๆ มีการส่งไปดูงานหรือว่าในการติดต่อเป็น ต้นนะครับในเรื่องของการใช้ประโยชน์ บุคลากรค่าภาษานะครับเป็นเรื่องของการใช้ ประโยชน์ทรัพยากรมนุษย์เนี่ยนะครับก็มี การดำเนินการในหลายเรื่องด้วยกันแต่ เรื่องที่สำคัญเป็นเรื่องของการประเมินผล การปฏิบัติงานนะครับราคาตรงนี้ก็เป็นหลัก การที่สำคัญประการหนึ่งว่าในการมอบหมาย งานให้ปฏิบัติแล้วเนี่ยบุคลากรควรจะต้อง มีผลการปฏิบัติงานอย่างไรเป็นไปตามสิ่ง ที่ครับผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาคาด หวังไว้หรือไม่ครับเป็นการใช้ประโยชน์ ทรัพยากรมนุษย์ตรงนี้เราก็จะใช้ผลจากการ ประเมินผลการปฏิบัติงานเนี่ยไปในหลายด้าน

18:41 ด้วยกันไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสั่งการ การมอบหมายงานค่ะนะครับการสับเปลี่ยนหมุน เวียนงานการบริหารผลการปฏิบัติงานหรือว่า การเลื่อนขั้นเงินเดือนค่าตอบแทนอย่างนี้ เป็นต้นนะครับครับหน้าที่สำคัญประการ หนึ่งก็คือในเรื่องของการรักษานะครับข้า ราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐค้านะครับใน กฎหมายที่ว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน เนี้ยนะครับฉบับปัจจุบันนี้เราก็ คือเรื่องของการให้ค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ ภาครัฐที่สามารถเทียบเคียงได้กับในภาค ธุรกิจหรือเพื่อที่จะรักษาคนต่างๆเหล่า นี้ไว้ครับครับผลหลักๆที่เราพูดถึงกระบวน การใน 4 กระบวนการในการจัดหานะครับการ พัฒนานะครับการใช้ประโยชน์ช่วยกันรักษา ไว้ก็เป็นหน้าที่หลักๆนะครับผลงานผ้าวัด ที่จะเก็บไว้พัฒนาสร้างค้นหาคนดีๆก็มา

19:27 เพื่อใช้ในการจัดการทรัพยากรมนุษย์นะครับ ที่นี่เรามีประเด็นใดที่สนใจมาเข้าประจัญ ครับยังไงก็ตามนะครับในเรื่องของการ ดำเนินงานเนี่ยนะครับนะฮะไม่ว่าจะเป็นใน เรื่องของการจัดหาการพัฒนานะครับการใช้ ประโยชน์หรือว่าการรักษาบุคลากรนี้เราถือ ว่าเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญครับนะครับ ซึ่งนักศึกษาของเรานะครับในหลักสูตรนะ ครับรปภทางด้านการเมืองการปกครองท้องที่ ธรรมดาก็จำเป็นจะต้องทราบและก็รู้แล้วก็ เข้าใจนะครับครับว่าหลักการโดยทั่วไปใน การบริหารภาครัฐของเราเนี่ยมีอะไรบ้าง ครับนะครับเรามีเอาแบบมีวิธีการมีหลักการ มีระบบมีวิธีการดำเนินการอย่างไรคือนะ ครับด้วยเหตุที่ว่าทางนักปกครองท้องที่

20:13 จำเป็นจะต้องทำงานที่เกี่ยวข้องกับส่วน ราชการต่างๆครับเพราะฉะนั้นเนี่ยนะครับ จึงเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องเข้าใจสิ่ง ต่างๆเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญครับ อย่างไรก็ตามนะครับในเรื่องของการดำเนิน งานเนี่ยนะครับแล้วก็จะมีรายละเอียดวิธี การดำเนินการนะครับเป็นนะครับรายละเอียด ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารการสอนโดยที่ 8 อยู่ แล้วอย่างไรก็ตามนะครับตรงนี้ก็อยากจะนะ ครับฝากข้อสังเกตไว้กับนักศึกษาว่าในการ ศึกษาชุดวิชานี้นะครับนักศึกษาจะต้องเข้า ใจในเรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในเรื่องของระบบในเรื่องของรูปแบบ ครับในเรื่องของประเภทชนิดต่างๆนะครับ เพื่อที่จะได้นำเอาไปประยุกต์ใช้กับนะ ครับในการแบ่งการปกครองท้องที่ครับครับก็

21:01 ทั้งหมดนี้นะครับทั้งท่านรองสถานแล้วก็ เฉลิมพงษ์และก็ผมเองในก็ได้พูดถึงแต่ ประเด็นสำคัญที่ครอบคลุมเนื้อหาสาระใน อยู่ที่ 8 ยังไงสำหรับพรุ่งนี้ผมและ อาจารย์เฉลิมภูมิขออะไรก่อนนะครับสวัสดี ครับ พ.ย [เพลง] ก็สวัสดีค่ะขอยินดีต้อนรับทุกท่านนะคะ เข้าสู่รายการสอนเสริมเพื่อการศึกษาชุด วิชา 3345 3 ค่ะอีกอาการจัดการองค์กรและ ทรัพยากรสำหรับนะปกครองท้องที่นะคะสำหรับ ในช่วงนี้นะคะคะอาจารย์ดร.สุปัญญะล่าสุด ทอนนนท์และแขกรับเชิญผู้มีเกียรตินะคะ ท่านอาจารย์รองศาสตราจารย์มานิตย์สุทัศน์ สกุลนะคะวันนี้เราทั้งคู่นะคะเป็นคณะ

21:48 กรรมการผลิตชุดวิชานี้แล้วก็จะมาได้ เปลี่ยนเรียนรู้สรุปเนื้อหาการเรียนรู้ เกี่ยวกับหน่วยที่ 9 ค่ะการวางแผนการ สรรหาและการเลือกสรรทรัพยากรมนุษย์นะคะ สวัสดีค่ะท่านนี้พอดีครับอาจารย์ครับวัน นี้นะคะสำหรับหน่วยที่ 9 นะคะได้จะมานี้ ท่านมีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้เป็นอย่าง มากนะคะในการสรุปหน่วยที่ 9 นี้นะคะมี เนื้อหาสำคัญอยู่ 3 เรื่องใหญ่ๆนะคะขอให้ อาจารย์มานิตย์ช่วยเล่าสรุปของเนื้อหาใบ ภาพรวมของชุดวิชานี้ในหน่วยที่ 9 ให้เรา ทราบนิดนึงค่ะนะครับเออหัวข้อหลักก็คือคำ แรกคือคำว่าการวางแผนทรัพยากรมนุษย์นะ ครับก็มีเนื้อหารายละเอียดพอสมควรแล้วก็ เรื่องที่ 2 เมื่อนะครับเมื่อเราวางแผน เสร็จแล้วก็มีการสรรหาหรือบรรจุบุคคลให้

22:36 เข้าสู่ตำแหน่งนี่เข้าสู่กระบวนการคำว่า การสรรหาแล้วก็ตอนที่ 3 ก็จะมาเจาะลงไป ที่ที่สำหรับนักบริหารการปกครองท้องที่ นั้นเราต้องทำอะไรบ้างในเรื่องที่เกี่ยว กับทั้งการวางแผนทรัพยากรมนุษย์การสรรหา และเลือกสรรทรัพยากรมนุษย์ขายประกันก้อย ครับถ้าก็ก็โดยสรุปนะคะเรามี 3 ประเด็น หลักๆดวงได้เป็นแนวคิดเกี่ยวกับการวางแผน ทรัพยากรมนุษย์นะคะเรื่องที่ 2 จะลง เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับการสรรหาและเลือก สรรนะคะส่วนเรื่องสุดท้ายข้างจนมาในพูด ถึงก็คือจะลงเกี่ยวกับการวางแผนการสรรหา และการเลือกสรรทรัพยากรมนุษย์สำหรับการ บริหารปกครองท้องที่ค่ะงั้นประเด็นแรกเลย นะคะจานเกี่ยวกับการวางแผนทรัพยากรมนุษย์ ค่ะมีความหมายของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์

23:23 โดยสรุปเราคือยังไงขายครับผมเออตามใน หนังสือนะครับแล้วก็ในสไลด์นะครับคำว่า ความหมายของการวางแผนทรัพยากรมนุษย์นะ ครับเออมีคำสำคัญก็คือคำว่าการเตรียมการ อย่างเป็นระบบนะครับเพราะเราวางแผนนะครับ แล้วก็เป็นการทำที่อยู่บนหลักการหลักวิชา นะครับมีคำว่าการเตรียมการอย่างเป็นระบบ เพื่อทำให้หน่วยงานหรือองค์การเราเนี่ยนะ ครับมีคนเข้ามาทำงานได้แต่ไม่มีคนฮะมี เก้าอี้นะครับมีที่นั่งหรือมีตำแหน่งครับ เราจะรู้ว่าต้องใช้ตำแหน่งอะไรนะครับต้อง ใช้ตำแหน่งระดับไหนล่ะปฏิบัติหรือผู้ บริหารหรือระดับผู้เชี่ยวชาญแล้วก็จำนวน เท่าไหร่อยู่ในหน่วยงานย่อยๆบ้างนะครับ อันนี้ต้องอ่านหนังสือแล้วก็ขีดเส้นนะ

24:09 ครับมันมีคำสำคัญอยู่นะครับอยากจะเน้นคำ ว่าว่าอย่างเป็นระบบนะครับซึ่งหน่วยงาน หรือองค์การต้องการในอนาคตกับการวางแผนนะ ระวังแผนในเรื่องที่มุ่งสู่อนาคตอาจจะ เป็นเมื่อ 3 ปี 5 ปีหรือแม้แต่ 10 ปีข้าง หน้าว่าเราต้องการมีตำแหน่งหรือคำว่าว่า ในหลายที่เขาใช้คำว่าแผนกำลังคนขับผมนี่ คือความหมายครับค่ะก็โดยสรุปนะคะท่าน อาจารย์มานิตย์กันยำนะการวางแผนทรัพยากร มนุษย์นะคะก็จะเกี่ยวกับเรื่องทั้งเรื่อง ตำแหน่งกำหนดตำแหน่งและกำลังคนนะคะแล้วก็ เป็นเรื่องของที่อาจารย์เน้นมากคือต้อง เป็นการดำเนินการอย่างเป็นระบบนะคะเพื่อ ให้เราทราบนะคะว่าเราต้องการกำลังคนหรือ การวางแผนกำลังคนนะคะแมนพาวเวอร์ planning นั่นเองนะคะว่าเราต้องการคนในอนาคตมาเป็น

24:57 จำนวนเท่าไหร่นะรวมทั้งเรื่องคุณภาพไม่ ใช่มั้ยอาจารย์ว่าผมนอกจากเราจำนวนเดี๋ยว ชาญหรือแก้ระดับเบื้องต้นผู้ปฏิบัติงาน ค่ะก็เป็นเรื่องคุณสมบัติต่างๆของผู้ ปฏิบัติงานด้วยนะคะเพราะฉะนั้นเป็นเรื่อง ทั้งจำนวนและคุณภาพนะคะท่านอาจารย์ก็ได้ สรุปความหมายการวางแผนทรัพยากรมนุษย์โดย สรุปให้ฟังนะคะแล้วเรื่องนี้สำคัญมากไหม คะอาจารย์มีความสำคัญอย่างไรคะครับเรื่อง นี้เป็นเรื่องสำคัญนะครับเพราะว่าเวลาบาง ทีเราพูดถึงคำว่าบริหารเพื่อมนุษย์เรา พื้นฐานมากและถามว่าโอเคผมจะเตรียมคนครับ อ่าเพียงคนคำถามที่ 1 มาแล้วคุณต้องการคน ชนิดไหนจำนวนเท่าไหร่นะครับตรงนี้พานคำ ว่าการวางแผนนั้นคือการเตรียมการล่วงหน้า

25:42 อย่างเป็นระบบให้เราจะรู้ครับเมื่อเรารู้ แล้วเราจะรู้ว่านะครับเรามีข้อมูลข่าวสาร ในภาพรวมนะครับว่าในระยะข้างหน้านะครับ อาจจะปีหน้าเราเปิดหน่วยงานก็ได้นะครับ เราต้องมีนะครับอัตรากำลังโดยภาพรวมของ หน่วยงานนี้จำนวนเท่าไหร่นี่คือความสำคัญ ข้อที่ 1 ข้อดี 2 ครับทำให้เรามีแผนนะ ครับเพราะเรารู้ว่าเรามีตำแหน่งอะไรบ้าง เนี่ยเราก็จะสามารถวางแผนว่าเราจะสรรหา เราจะเลือกสรรหาคนเข้ามาทำงานได้ยังไงนะ ครับหนึ่งมีเก้าอี้ 2 รู้ว่าเอาเพราะมี เก้าอี้เราจะรู้ว่าเราจะเตรียมที่จะ บริหารงานบุคคลอย่างไร 4 ประการที่สามนะ ครับเมื่อเรามีแผนอัตรากำลังตรงนี้เสร็จ แล้วนะครับเราก็จะทำให้ผู้คนที่มีอยู่

26:28 ครับเขารู้ว่าเขาจะเตรียมตัวของเขาเองได้ ยังไงเขาจะสามารถนะครับเอ่อเช่นเอ่อทางไฟ งบประมาณเหลือการเงินนะครับฟังสายพัสดุ เขารู้ว่ามีหน้าต้องเตรียมโต๊ะเก้าอี้ยัง ไงต้องเตรียมห้องขับยังไงแล้วก็วัสดุ อุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการทำงานได้ไง ซึ่งเป็นถือว่าเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องการบริหารและประการสุดท้ายนะ ครับเอ่อเจ้าตัวเองนะครับหรือว่าผู้ที่ทำ การศึกษาหรือดูเรื่องบริหารคนเคยรู้หน่วย งานเรามีปัญหาอะไรบ้างในแต่ละเรื่องแต่ละ ระดับเพราะว่าเรามีการศึกษาจากข้อมูลมา อย่างเป็นระบบมันก็จะรู้ว่ามันมีงานบาง อย่างมันมีปัญหาหรือเปล่าปัญหาขัดข้องว่า ล้าสมัยแล้วปัญหาขัดข้องว่ามีเครื่องมือ

27:14 เครื่องจักรที่ไม่ทันสมัยหรือเรื่อง เกี่ยวกับบุคคลอะไรตั้งเยอะนะครับก็อยู่ ในคำว่าแผนก็กดนี้ขอค่ะท่านอาจารย์มาลีก็ สรุปให้เป็นอย่างดีนะคะคือถ้าดูตาม หนังสือก็อย่างน้อยมี 4 ประการจะสรุปแล้ว มีความสำคัญทั้งในเรื่องการบริหารคนทั้ง ตอบตัวบุคลากรเองนะคะจะได้ทราบเรื่องความ ก้าวหน้าได้และสำคัญกับผู้บริหารนะคะใน การที่จะวางแผนดำเนินการองค์กรต่างๆเองนะ คะเพราะฉะนั้นการวางแผนจะพยากรณ์มนุษย์นะ คะหรือการหวานกำลังคนเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ในทุกยุคทุกสมัยนะคะแล้วมันมีกระบวนการ อย่างไรคะอาจารย์ในการวางแผนทรัพยากร มนุษย์เนี่ยค่ะครับตรงนี้อาจจะเป็นเรื่อง ที่แปลกใจหรือว่าไม่เคยเห็นมาก่อนครับว่า ที่ผ่านมาเนี่ยพวกเราทำงานเราในฐานะหน่วย

28:02 วิบัติแล้วก็จะเจอแต่หน่วยงานบุคคลหน่วย งานการจะรี่ก็ทำเรื่องสรรหาบรรจุแต่งตั้ง แต่หน่วยที่ทำหน้าที่ในการวางแผนเตรียม การนะครับต้องเรียกว่าระดับสีหน้าที่การ อายุอยู่ข้างบนเพราะนั้นคนที่มีหน้าที่ใน เรื่องการวางแผนทรัพยากรมนุษย์นะครับต้อง บอกว่ามีน้อยแต่ถ้าในราชการก็คือเฉพาะ หน่วยงานกลางของการบริหารงานบุคคลเช่น กรณีใกล้การพลเรือนก็เป็นสำนักงานกพนะ ครับถ้าเป็นทางด้านครูก็เป็นทางสำนักงาน ข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษาและเป็น หน่วยงานกลางทั้งสิ้นเลยนะครับกระบวนการ นั้นมีปรากฏในหนังสือนะครับแล้วก็อยู่ใน สไลด์อยากให้เน้นว่า คะขั้นตอนแรกของกระบวนการกระบวนการคือ

28:48 หลายๆขั้นตอนที่เรียงกันตามลำดับตั้งแต่ เริ่มต้นจนสุดท้ายนะครับขั้นตอนแรกนะครับ ที่เน้นคำนี้เพราะว่าข้อสอบหลอกบ่อยไหมคะ ข้อใดคือขั้นตอนแรกของกระบวนการแรกใช่ค่ะ คือของกระบวนการวางแผน support นั้นอุดนะ ครับก็บอกศึกษาเป็นอะไรไม่ใช่ครับมันขั้น ตอนแรกคือต้องศึกษาอุปสงค์อุปทานของ ทรัพยากรมนุษย์นะครับอุปสงค์คืออะไรอุ่น ตรงความต้องการให้ทานคือการตอบสนองความ ต้องการนั้นขั้นตอนที่ 1 ของการวางแผน เที่ยวเกาะมนุษย์คือต้องรู้ก่อนนะครับว่า หน่วยงานหรือองค์การเนี้ยต้องการคนนะครับ จำนวนเท่าไหร่หรือมีคุณภาพหรือมีความรู้ ความสามารถด้านไหนนี่คือคำที่ 1 นะครับ

29:34 หรือขั้นตอนที่ 1 ครับศึกษาเรื่องของความ ต้องการหรืออุปสงค์ที่เส้นใต้ไว้นะครับ ว่าอุปสงค์คืออะไรและขณะเดียวกันก็ศึกษา ในเรื่องของอุปทานแต่กูว่าทางด้วยอะมี ความต้องการนี้แล้วจะตอบสนองได้ยังไงนี่ คือคำที่ 2 ครับคำว่าโอเคไหมคะอุปทานก็ ถ้าถึงแล้วก็ยืมศัพท์ของทางด้าน เศรษฐศาสตร์มาใช้ว่าเศรษฐศาสตร์นี่ อุปสงค์กว่าฐานตัวนี้คือคำสำคัญครับหรือ ขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดของกระบวนการวาง แผนเช่นอนุชถ้าหลังจากที่เรารู้แล้วนะ ครับขั้นตอนที่สองเนี่ยนักบัญชีบางคนกว่า ก็มากระทบยอดก็คือมาดูเปรียบเทียบกับว่า ในเมื่อต้องการแบบนี้นะครับแล้วก็สามารถ ตอบสนองได้แค่นี้นะครับจะทำยังไงหรือขาด

30:20 เหลือเท่าไหร่หรือบางกรณีเป็นหน่วยงานที่ ตั้งมานานแล้วนะครับหลายปีแล้วเพิ่งจะ เริ่มวางแผนสร้างความรู้ไปว่าแล้วคนเก่า ที่เรามีอยู่ล่ะนะครับเช่นวัตถุประสงค์ หรืออุปสงค์มีอยู่ x นะครับคนที่มีอยู่นะ ครับอาจจะไม่อยู่สัก 50 ครับตรงนี้ต้องมา กระทบยอดครับก็ x - 50 เหลือเท่าไหร่ ครับตรงนี้ก็คือผู้ประทานก็ตามอาฆาตนี้นะ ครับว่าที่มันมีความขาดความเหลือเนี่ย เท่าไหร่บางหน่วยงานมีคนเกินต้องคิดนะ ครับว่าจะลดยังไงที่จะแบกกำลังคนจำนวนมาก มายวันพรุ่งนี้ถึงตรงนี้ตรงสาระสำคัญนะ ครับถ้าหน่วยงานชัดเจนนะครับก็จะให้คนที่ ทำงานอยู่เนี่ยมีขวัญกำลังใจว่าให้ฉันไม่ ถูกเอาออกหัดเจนว่าชัดเจนไว้ต้องหาใครมา

31:06 บ้างแล้วจะได้เตรียมว่าให้บอกให้ยาเรามา สมัครนะครับขั้นตอนที่สองนะครับหลังจาก ศึกษาอุปสงค์อุปทานแล้วก็ต้องมากระทบยอด แล้วก็คาดการณ์แนวโน้มว่าให้เราน่าจะ ต้องการคนเพิ่มหรือน่าจะต้องลดคนนะครับใน บางกลุ่มหรือในบางตำแหน่งงานครับนี่คือ ขั้นตอนสำคัญที่ 2 ครับค่ะครับเสร็จแล้ว ก่อนที่ไปสู่ขั้นตอนอื่นนะครับไม่มีตัว แทรกตัวแทรกค้ือว่าการเสนอแนะนโยบาย นะครับถ้านโยบาย ค่าของทรัพยากรมนุษย์ต่อผู้มีอำนาจนะครับ ตรงนี้ไม่ใช่คนคำนะครับเช่นทางท่าน อาจารย์สุปัญญะรากับผมเราเป็นแค่ระดับ

31:52 เจ้าหน้าที่ครับถ้าพอเราศึกษาเสร็จแล้ว เป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ต้องถามผู้มี อำนาจทำหน้าที่ตัดสินใจว่านายครับตรงนี้ เราจะเตรียมการยังไงค่ะนะครับก็คือเสนอ แนะในเชิงที่ว่าให้ท่านตัดสินใจเชิง นโยบายหนึ่งนะครับองค์กรบางหน่วยงานบอก ตั้งใหม่โอ๊ยรับใหม่หมดเลยนะครับนี่ก็ เป็นนโยบายก็ได้หามาใหม่หมดบางหน่วยงาน นั้นบอกว่าเป็นโรงงานโครงการเก่าหรือ หน่วยงานเก่าไม่เป็นไรเราพยายามใช้กำลัง คนที่เราของเราที่มีอยู่นะครับเทรนด์เขา ทะนานเขาหรือว่าโยกย้ายเขาให้เขาทำงานที่ มีมาใหม่เนี่ยนะครับทดแทนที่รับคนใหม่จาก ข้างนอกนะครับอันนี้เป็นเรื่องการเสนอแนะ ในเชิงนโยบายซึ่งถือว่าเป็นขั้นตอนสำคัญ ก่อนเช่นเดียวกันนะครับแล้วหลังจากนั้น

32:40 เราจึงมาเข้าสู่ขั้นตอนที่ 4 5 ดีและ 6 ครับผมครับก็อาจารย์มานี้ท่านก็สรุปให้ ชัดเจนนะคะคืออาจจะมีหลายขั้นตอนเพราะ เนื่องจากเป็นกระบวนการนะคะแต่ขั้นตอนที่ เรามักจะต้องให้ความสำคัญและข้อสอบก็ออก บ่อยมากนะคะก็คือถามว่าขั้นตอนแรกนะคะคือ อะไรท่านก็เน้นย้ำว่าจะต้องทราบความ ต้องการของตัวเองซะก่อนก็คือศึกษาอุปสงค์ นั่นเองนะคะแล้วต่อมาก็ต้องการต้องรู้ว่า อุปทานคือความสามารถในการสนองต่ออุปสงค์ หรือผมนางรำคืออะไรนะคะแล้วก็มีการคาด การณ์ท่านใช้คำว่ากระทบยอดนะคะก็คือดูว่า อุปสงค์อุปทานตรงกันหรือไม่ขัดเหลือเท่า ไหร่นั่นเองนะคะหลังจากนั้นก็เมื่อเราถ้า เราเป็นคนทำแผลนะคะต้องไปปรึกษากับท่าน

33:27 ผู้ทหารนะคะเพื่อได้นโยบายที่อยากรับคน เพิ่มข้างในไหมอยากรักคนค่อนข้างนอกจะไม่ รับเพิ่มหรือทำอย่างไรนะคะสุดท้ายก็มา เป็นขั้นตอนอื่นๆก็คือเป็นเรื่องของการ ปฏิบัติละเป็นการจัดทำแผนนะคะเขาเป็นการ วางแผนนะคะและสุดท้ายก็เมื่อมีแผนแล้วก็ เพราะติดตามผลติดตามผลประเมินว่าที่วาง แผนไปนั้นนะคะเหมาะสมหรือไม่อย่างไรนะคะ แล้วถ้าเกิดว่ามันติดตามผลแล้ว ไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้มีแนวทาง ดำเนินการอย่างไรค่ะสารกลับมาผมกลับมาทำ คัดกันใหม่จะยืนมีรโยบายแล้วจะพบว่าใน ขั้นตอนที่ 4 และ 5 นะครับก็เป็นการลงมือ ทำรายละเอียดนะครับตอนนี้ต้องมาคิดต้องมา คำนวณต้องมาวางแผนว่าตกลงว่าเราจะกำหนด

34:13 ตำแหน่งอะไรเพิ่มที่ขาดนี่คือวิศวกรที่ ขาดคือบุคลากรหรือที่ขาดคือเจ้าหน้าที่ใน ระดับเทคนิคเข้ามาเขียนเป็นรายละเอียด ครับว่าเหมือนกับที่เราเคยเห็นในแผนภูมิ นะครับว่าโดยการนี้ต้องมีตำแหน่งเจ้าหน้า ที่ที่เพิ่มขึ้นกี่ตำแหน่งหน่วยงานนี้ ต้องมีนะพี่การเพิ่มขึ้นกินๆนี่คือคำว่า แผนนะครับทะเบียนความรู้ก็คือยังคงเป็น เก้าอี้อยู่นะครับและเมื่อมีเก้าอี้แล้ว นะครับหน่วยงานที่เราทำตามปกติก็คือ บริหารใช่ความรู้แล้วรู้แล้วครับว่าเอ๊ะ เราต้องมีการนะครับสอบบรรจุเพื่อเอาคนมา เข้าสู่ตรงไหนนะครับเอ่อกี่ตำแหน่ง ตำแหน่งอะไรบ้างนะครับแล้วก็บางที่ก็จะ ไว้เราต้องมีการพัฒนาคนที่มีอยู่นะครับ

35:00 ให้เขาอบรมอีกด้านนึงให้มีพื้นความรู้ เรื่องการบริหารความเสี่ยงนะครับจะจัดอบ รมยังไงนี้คือกระบวนการนะครับสำหรับการ บริหารเพื่อความรุจไม่ว่าจะเป็นการสรรหา เลือกสรรการพัฒนาการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง หน้าที่หรือแม่นางบางคนนะครับมีตังค์หัว หน้างานเพิ่มแล้วก็คิดว่าเป๊กจะได้อบรม หรือพัฒนาเขายังไงเพื่อเขาลุกขึ้นมาเป็น หัวหน้างานต่อไปในภายหน้าคือนี่คือคำว่า การวางแผนบริหารใช้ความรุดนะครับครับและ จึงมาถึงขั้นสุดท้ายที่ท่านอาจารย์สุ ปัญญาถามว่าไทยทุแล้วเนี่ยต้องมีการ ประเมินกับต้องมีการติดตามประเมินผลว่า ที่ผ่านมาแผนที่เราวางไว้เนี่ยตั้งแต่ เริ่มต้น 1 2 3 ที่ 5 นะครับเรามีปัญหา

35:46 บ้างนะครับในขั้นตอนไหนบ้างนะครับว่าลูก ศรก็จะโยงให้เพื่อนนักศึกษาและท่านผู้สน ใจได้เห็นนะคะว่ามันโยงหมดเขาไอ้มันมี ปัญหาอะไรคุณกระทบยอดตอนแรกผิดหรือเปล่า คาดการณ์แนวโน้มผิดหรือเปล่าหรือคุณวาง แผนทรัพยากรมนุษย์ไม่ถูกต้องหรือว่าจริง แล้ววางแผนเที่ยวกรมนุษย์ก็ถูกต้องแล้ว นี่นาแต่ว่าการวางแผนในเรื่องการบริหาร งานบุคคลไม่เหมาะคุณไม่ได้เตรียมเรื่อง การอบรมพัฒนาคนนี่นาคุณให้เตรียมที่จะโยก ย้ายคนนะครับเขาต้องเปลี่ยนงานนี้เพราะ ว่าตำแหน่งที่วางเอาไว้เนี่ยมันไม่มีแล้ว ตำแหน่งนายช่างเทคนิคนะครับคุณไม่ได้เทรน เขาเพื่อกลายเป็นวิชาชีพขึ้นมาตรงนี้คือ การติดตามประเมินผลในแต่ละขั้นตอนที่ผ่าน

36:31 มาทั้งหมดก่อนที่จะเริ่มวางแผนทรัพยากร มนุษย์อีกช่วงหนึ่งหรืออีกระยะหนึ่งข้าง หน้าครับผมถ้าขอบคุณค่ะก็สรุปแล้วก็คือ ถ้าเกิดไม่เต็มในการแผนเราต้องปรับกระบวน การใหม่ที่ท่านอาจารย์มานิตย์เน้นย้ำและ อธิบายว่าทำไมถึงต้องมีลูกศรย้อนกลับใน แต่ละขั้นตอนนะคะเพราะว่าแต่ละขั้นตอน ล้วนมีความสำคัญค่ะนี่ก็มีคำนึงที่ท่าน อาจารย์พูดถึงเกี่ยวกับการนำแผนทรัพยากร มนุษย์ด้วยนะคะคือคำว่าตำแหน่งค่ะก็ สำหรับกับองค์การภาครัฐเองก็เฉพาะระบบข้า ราชการพลเรือนนะคะสวยอาจารย์ช่วยคำอธิบาย คำว่าตำแหน่งให้ฟังเพิ่มเติมอีกนิดนึงค่ะ ครับผมค่ะเออตรงนี้โดยทั่วไปแล้วก็พูดถึง แต่บริหารก็มานนท์ขับถ่ายว่าสำหรับหน่วย

37:17 งานที่ใหญ่ซึ่งวันนี้หน่วยงานจะเป็นภาค ธุรกิจเอกชนนะครับหรือรบีลากิจที่ไหนก็ ตามครับพอหน่วยงานมันใหญ่เราจะพูดเฉพาะคน ไม่ได้มาก่อนนี้เราพูดถึงธุรกิจเล็กๆอยู่ ที่หน้าร้านนะครับมีคนทำบัญชี 3 คนขายของ หน้าร้าน 2 คนแต่ว่าหน่วยงานเมื่อใหญ่ ขึ้นนะครับมันต้องแยกแยะให้ชัดเจนว่าคำ ว่าตำแหน่งนะครับหรือถ้าผมจะใช้คำว่า เก้าอี้ครับต้องมีเก้าอี้อะไรบ้างนะครับ นี่คือคำว่าตำแหน่งแล้วก็ค่อยคิดถึงมีผล ก็คือคนที่จะมานางทำหน้าที่นั้นหรือ เก้าอี้นั้นตรงนี้อยากให้แยกแยกชัดเจน ระหว่างคำว่าตำแหน่งกับตัวบุคคลค่ะครับที นี้คำว่าตำแหน่งตำแหน่งคือกลุ่มของหน้า ที่และความรับผิดชอบนะครับที่จำเป็นต้อง ใช้คนให้มีคนมารับผิดชอบงานนั้นหรือหน้า

38:03 ที่ความชอบนั้นนะครับหนึ่งคนเป็นการเต็ม เวลาแฮปปี้คือคำว่าตำแหน่งครับขับนี่คือ คำว่าตำแหน่งมาว่ามีการคิดคำนวณด้วยกัน ว่าไอ้ตัวนี้ใช้ตำแหน่งที่ชื่อว่าวิศวกร หรือแค่ในช่างเทคนิคหรือแค่คนงานนะครับ นี้มันมีความชัดเจนของมันอยู่นะครับค่ะก็ ขอบคุณท่านอาจารย์มานิตย์นะคะท่านได้ อธิบายเรื่องตำแหน่งนะคะก็ให้ถึงธรรม gogoey ก็คือหมายความว่านอกจากบุคคลและ ยังคนที่มีภาระหน้าที่ที่มาดำรงดูแลงาน นั้นเต็มเวลาต้องคำนึงถึงคำว่าตำแหน่งนะ คะที่นี้ความสำคัญของตำแหน่งนะคะอาจารย์ ช่วยเพิ่มเติมให้ฟังนิดนึงได้ไหมคะว่า ทำไมอ่ะสิ่งที่เราสามารถกำหนดตำแหน่งได้ ชัดเจนจะช่วยองค์การในลักษณะไหนได้บ้าง ครับผมคือเวลาพูดถึงคำว่าตำแหน่งไหนก็

38:52 ต้องพูดถึงก่อนว่าคำว่าตำแหน่งนี้นะครับ ไม่ใช่นึกยากำหนดกำหนดก็กำหนดเลยนะครับ มันค่อยหนึ่งต้องชัดเจนว่าตำแหน่งหมายถึง หน้าที่ความรับผิดชอบนะครับต้องมีงานถึง จะมีตำแหน่งก็ใช้ต้องมีงานนี้มีตำแหน่ง บางทีก็คิดแต่ว่าบริหารบุคคลเนี่ยเนี่ย หลานสาวจบบัญชีมาเดี๋ยวเนี่ยมาให้มาทำงาน ที่บริษัทไม่ได้ครับในเมื่อมันไม่มี ภารกิจด้านบัญชีเอาเธอมาแขวนไว้นะบาปกรรม ต่อป่าวๆนักงานให้ทำนะคะค่ะวัตถุประสงค์ สำคัญค่อยหนึ่งคือต้องมีงานแล้วก็ต้องมี เตรียมตำแหน่งสำหรับให้คนมารับผิดชอบงาน นี่คือความหมายที่ 1 หรือว่าความสำคัญ ประการที่หนึ่งครับประการที่สองนะครับ

39:37 ต้องมีการขีดวงหรือระบุขอบข่ายหน้าที่ให้ ชัดเจนว่าตำแหน่งเนี้ยที่กำหนดค่ะวันนี้ ครับนะครับต้องการให้ทำงานหน้าที่อะไร บ้างมีขอบข่ายหน้าที่ชัดเจนมันจะไม่ใช้ รวมมั่วๆไม่เป็นไรเดี๋ยวใช่ซื้อ ก๋วยเตี๋ยวไม่ใช่ชงโอเลี้ยงไม่ได้ครับเลย ส่งสาสน์จ้างนะครับนักบัญชีราคาเดือนละ ตั้ง 20,000 หนูซื้อโอเลี้ยงให้หน่อยยัง ไงครับบางดีผลก็คนก็จะไม่พอใจถามอันนี้ คือต้องระบุขอบไข่ชัดเจนและข้อที่ 3 เมื่อเรารู้ตำแหน่งนะครับเราก็จะสามารถ กำหนดรายละเอียดของการบริหารทรัพยากร มนุษย์นะครับว่าเราต้องสรรหาคนชนิดไหน ต้องจบปริญญาหรือไม่จบปริญญาต้องจบปริญา

40:24 ด้านไหนต้องจบกฎหมายหรือจบรัฐศาสตร์ไม่ ได้บอกว่าขอเอาคนจบปริญญามาใครก็ทำได้ไม่ ใช่ครับเพราะตรงนี้เราชัดเจนว่ามันเป็น ลักษณะงานด้านไหนเป็นวิชาชีพหรือเปล่านะ ครับหรือเป็นแค่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นะครับเมื่อมันชัดเจนตรงนี้มันไปถึง กระบวนการอื่นหมดเลยเช่นเรื่องของการจ่าย ค่าตอบแทนน้อยใหญ่จ่ายคันค่ะตรงข้างหน้า อยากได้คนมาทำงานในระดับวิชาการหรือต้อง ใช้คนจบปริญญาหรือมีประสบการณ์ด้วยแต่เรา มีอัตราเงินเดือนจ่ายเขาแค่ระดับปวชปวสก็ ไม่มีคนมาใส่ค่ะครับหรือมาก็ไม่พอใจแล้ว ข้อความก้าวหน้าของตำแหน่งลองคิดถึงว่าคน เมื่อเข้ามาทำงานใช่นะครับวันแรกอยากได้ งานทำแต่เมื่อเข้ามาได้สัก 6 เดือนแล้วก็

41:11 โอตำแหน่งนี้ให้ผู้ปฏิบัติใช้อะไรมาหุ่น ดีบัตรตลอดเลยนะครับอยู่จนตายก็ไม่ได้ เป็นหัวหน้าคนโตอย่างนี้ก็คนก็ท้อแท้นะคะ ไม่มีคนตายก็ไม่เห็นความสำคัญนะครับอย่าง เช่นเอ่อพี่น้องที่ถ่ายอยู่นะครับมันเป็น ช่างเทคนิคนะครับนะคะทางด้านโสดนะครับถ้า ยังไม่ได้เป็นหัวหน้าไม่เป็นไรนะครับ เดี๋ยวให้ฉันต้องรู้ว่าเฮ้ยเขาให้ค่าของ ความเชี่ยวชาญหรือทำงานหรือเปล่านะครับก็ อย่างนี้ก็เอ้อเทียบได้นะเพื่อนไปอยู่ที่ อื่นเป็นไงบ้างทำงานอ่ามาจบพร้อมกันทำงาน ด้วยกันไม่ได้อยู่ที่นึงนะครับสามปีโอเค เป็นหัวหน้างานโสตทัศนูปกรณ์เราอยู่มอร์ ตาร์ปูนหน่วยงานนี้ใหญ่นะครับแล้วก็คนมี เยอะล่ะจะไม่เป็นหัวหน้าเอาไม่เป็นไรแต่ง หน้าเราให้พาเชียลชายร้อยเป็นค่าเที่ยว

41:58 ชาญค่าชำนาญงานมีผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น อย่างนี้คนก็พอใจครับผมค่ะเพราะฉะนั้น เรื่องตำแหน่งนะคะท่านอาจารย์มาลีอธิบาย ไว้ชัดเจนมากมีความสำคัญทั้งต้องระบุว่า งานนะงานมีงานให้ทำนะคะแล้วก็ขอบข่ายงาน เนี่ยภารกิจงานที่ชัดเจนอย่างไรและที่ สำคัญเชื่อมโยงกับทุกเรื่องของการผ่าน ทรัพยากรมนุษย์นะคะทั้งการกำหนดค่าตอบแทน นะคะความก้าวหน้าทางสายอาชีพของแต่ละ ตำแหน่งหรือแต่ละบุคคลที่เข้ามาในการทำ งานเลยนะคะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่เกี่ยว ข้องอาการบางแผนศัลยกรรมมือที่ชัดเจนนะคะ ที่นี่เรื่องต่อไปนะคะจานเป็นเรื่องว่า แล้วในสำหรับข้าราชการพลเรือนไทยเองนะคะ มีหลักการในการกำหนดตำแหน่งยังไงบ้างคะ เพราะว่าข้าราชการพลเรือนนี้เป็นตัวอย่าง ขององค์การหน้าตัดขนาดใหญ่นะคะครับก็เลย

42:46 ให้อาจารย์ช่วยสรุปให้ฟังนิดนึงคอร์ดเพลง ครับคือบางทีไอ้ความที่คำว่าระบบราชการ เนี่ยบางทีก็ถูกมองว่าช้านะครับแต่งที่ แล้วความที่เป็นระบบใหญ่ใช่อ่ะเป็นระบบ ใหญ่มากจำนวนมีคนเยอะมากใช่ค่ะมีการจัด เป็นอย่างดีหรือบางคนไปตำหนิว่าเขาเก่า ไอ้ความเก่าในเพราะเขามีประสบการณ์มาหลาย อย่างเช่นคำว่าตำแหน่งของข้าราชการครับผม ผมเน้นคำว่าการพลเรือนเพราะว่าหน่วยงาน อื่นก็ใช้ระบบตรงนี้นะครับเป็นเป็นกรอบ หรือเป็นไงผ่าที่ตำแหน่งข้าราชการพลเรือน นะครับเมื่อสำหรับคนที่เก่าแก่สักนิดนึง นะครับอาจจะต้องเป็นรุ่นของคุณพ่อคุณแม่ คุณลุงคุณป้าอาแล้วนะครับเมื่อก่อนนี้ใน ระบบรายการเนี่ยเราเรียกกันว่าเป็น ตำแหน่งที่ยึดระบบชั้นยศแต่ว่าใครการนะ

43:35 ครับจะมีชั้นมียศนะครับของตัวเองเช่นเรา บอกว่าเป็นรายการชั้นพิเศษนะนะครับ ไกล้การชั้นโทรเป็นแค่การชั้นเอกมีคำว่า ระบบมียศค่ะนะครับนะครับแล้วก็จนกระทั่ง ปี 2518 แล้วก็มาอีกระบบหนึ่งชื่อว่านะครับ ระบบจำแนกตำแหน่งนะครับผมผมอยากให้ดูตรง ระบบที่สองก่อนระบบจำแนกตำแหน่งระบบนี้ก็ จะแตกต่างกันคนละเรื่องนะครับเพราะว่า ย้อนเขาไปว่าระบบชั้นยศระบบชั้นยศนะเน้น ตัวคนเป็นหลักค่ะการที่คนได้เลื่อนจาก ชั้นจัตวาชั้นตรีชั้นโทชั้นเอกทั้งพิเศษ เนี่ยเน้นที่ตัวบุคคลนะครับแล้วก็การ เลื่อนชั้นในบางทีมีเรื่องของจำนวนปีที่ ทำงานด้วยประกอบทั้งหมดค่าใช้เน้นคนเป็น

44:22 หลักนะครับข้อสังเกตประการหนึ่งว่าตรงไหน หรือหน่วยงานไหนก็ตามครับเขาเป็นระบบชั้น ยศหรือระบบตำแหน่งนะครับจะพบว่าชั้นยศ เนี้ยติดตัวคนเช่นพวกทหารตำรวจนะคะศัพท์ วันนี้ทหารตำรวจจริงแล้วค่อยการครูก็ใช่ นะครับนะครับแล้วก็ค่อยการเอ่อที่เป็นผู้ สอนในมหาวิทยาลัยอย่างอาจารย์สุบรรณยา Data อากาธัญญ์เนี่ยติดตัวเราครับ อาจารย์เป็นรองศาสตราจารย์ได้อาจารย์ก็ ติดชั้นติดไปนะครับการที่ได้เป็นผู้ช่วย สาระจันทร์รองศาสตราจารย์นั้นเกิดจากการ ทำผลงานเราถึงได้เลื่อนว่าเขาเรียกวงนี้ ว่าเป็นตำแหน่งนะครับตามวิทยฐานะหรือชั้น ยศตามวิทยาอ่อนี่เองนะเห็นคนกลัวคนใช่อ่า นี่ครับคนนี้ตรงนี้ก็เป็นปัญหาเพราะว่าคน

45:10 รุ่นเก่าโอ๋ตายแล้วกว่าฉันจะได้ชั้นพิเศษ เนี่ยต้องเป็นชั้นโทรกี่ปีชั้นตีกี่ปีถ้า กว่าฉันจะเป็นชั้นพิเศษฉันแต่ตายพอดีนะ ครับผู้คนก็ไม่สนใจเข้าด้วยการในตี 218 เราเปลี่ยนระบบตำแหน่งใหม่ที่เรียกกันว่า ระบบจำแนกตำแหน่งก็คือเน้นตัวตำแหน่งเป็น หลังคาแล้วก็ตัวตรงไหนนี้ก็บอกหมดนะครับ ใช่คุณวุฒิอะไรนะครับมีประสบการณ์นานแค่ ไหนถึงจะเข้ามาสู่ตำแหน่งนี้ได้นะครับก็ เรียกว่าระบบตำแหน่งเท่านั้นตำแหน่งแต่คน จะค่อนข้างแยกจากกันค่ะเราจะพบนี้นะครับ เวลาที่ฌาปนกิจนะครับแต่ไม่มีครับว่า ฌาปนกิจตำแหน่งผู้ว่าการจังหวัดไม่มีครับ มีแต่วันนี้เป็นพิธีพระราชทานเพลิงศพนะ

45:56 ครับนายกไก่อดีตผู้ว่าการจังหวัดเพราะว่า เก้าอี้ที่ชื่อว่าผู้ว่าการจังหวัดหรือ ตอนไหนยังคงตั้งอยู่ที่บนศาลาการ ตัวคนคะค่ะๆคนกับตำแหน่งแยกกันค่ะครับที่ นี่ก็มาถึงระบบที่ 3 ทักษะนะครับเมื่อไม่ นานมานี้เราก็ดีคำว่าแท่งแท่งๆครับแพ่งก็ คือว่าตัวตำแหน่งเนี่ยมันถูกทอนออกไปหมด แล้วครับเมื่อก่อนที่เราว่ามันอยู่แท่ง เดียวนะครับตั้งแต่สีหนึ่งระบบ 41 แทงตรง หน้าหรือเข้ามาเป็นชั้นจัตวาเป็นเสมียนจน ถึงปลัดกระทรวงก็อยู่ในแท่งเดียวกันหมด นี้ตรงระบบแท่งในแปลว่ามันเหมือนตึกฮะแทน เรียบตึก 1 ชั้นและมี 11 4 ก็แบ่งตึกมา เป็น 4 ท่อนนะครับก็เป็นชั้นที่เรียกกัน

46:42 ว่าตึกแท่งนะแต่ว่าทั่วไปตึกแท่งที่เรียก กันว่าวิชาการเป็นแท่งที่เรียกว่าอำนวย การและนึกแท่งที่เรียกว่า ผู้บริหาร 5,000 แทนที่ทั้งหมดเรียก กระจุกอยู่บนอาคารหลังเดียว 11 ชั้นค่ะก็ ถูกแยกเป็น 4 แต่ขาดนะครับ 4 ตึกแล้วก็ แต่ละตำแหน่งหรือแต่ละตึกนะคนที่ทำงานใน แต่ละสึกก็โตก้าวหน้าไปในแท่งของตัวเอง ถ้าครับทั่วไปก็ก้าวหน้าไปจากนะครับ ปฏิบัติการเป็นเชี่ยวชาญเป็นทำนายนะครับ หรือว่าวิชาการก็เช่นเดียวกันมันก็มีแท่ง ของตัวเองให้คือคำว่าระบบแพ่งระบบแท่งนี้ ว่าบ้าแล้วก็คือเป็นการการเน้นๆนะครับ ทั้งตัวบุคคลของระบุตรธัญญ์และก็เน้นที่

47:28 ตัวงานนะครับหรือระบบจำแนกตำแหน่งของระบบ แท่งคือการผสมผสานและอาศัยหลักหรือนำเอา ข้อดีของทั้งสองระบบมาประยุกต์ใช้เป็น ระบบที่เรียกกันว่าระบบแท่งซึ่งในภาษาเขา เรียกกันว่าระบบบรอดแบนด์ดิ้งเลเวลชอบแต่ ว่าชื่อยาวขากระบอกแข็งโอเคค่ะก็ก็ชัดเจน นะคะเรื่องการกำหนดตำแหน่งนะคะตอบและอีก เรื่องสำคัญนะคะที่เราต้องพูดถึงในหน่วย นี้นะคะก็คือเรื่องการสรรหาทรัพยากร มนุษย์ทาจานอาจารย์ช่วยสรุปความหมายนะคะ และกระบวนการให้ฟังนิดนึงค่ะครับผม ครับคำว่าสระบัวนการสรรหาและเลือกสรรที และมันติดกันนะครับติดการก็คือว่าหนึ่งคำ

48:13 ว่าสรรหาก่อนนะครับสนามแปลว่าทำยังไงก็ ได้ให้คนที่เราต้องการนะครับเขามาแสดง ความจำนงหรือมาสมัครถ้าครับให้เราคัด เลือกเนี่ยเรามีโอกาสคัดเลือกเยอะๆจำนวน มากที่สุดนี่คำว่าการสรรหานะครับเค้าไม่ ติดกลางคืนคำว่าการเลือกสรรการเลือกสาร แปลว่าตอนนี้มีเยอะละเราจะเลือกยังไงดี ค่ะใครได้คนที่มีความรู้ความสามารถเหมาะ สมตรงนะครับแล้วก็ตามที่หน่วยงานต้องการ มากที่สุดนะครับเพื่อจะเข้ามาทำงานเข้ามา เป็นสมาชิกของหน่วยงานของเราเราจึงต้องมี การคัดเลือกหรือว่าเลือกสรรครับผมค่ะ เพราะฉะนั้นการนี้นะคะสรรหาและคัดเลือกนะ คะเป็นคำที่มาด้วยกันให้ได้ซึ่งให้ได้มา ซึ่งกันอย่างที่เราต้องการซึ่งก็มีนโยบาย

49:00 หลายประการนะคะเช่นนะคะด้านการสรรหาก็มี นโยบายแบบเปิดและปิดใช่ไหมคะจานแล้วก็ใน หลักการเองก็มีเรื่องระบบคุณธรรมลูกป่ะ ถามนะซึ้งซึ่งอันนี้เป็นดักพื้นฐานนะคะ แล้วก็สุดท้ายวิธีการนะคะก็จะเป็นเรื่อง การสรรหาภายในหรือจากภายนอกนะคะทีนี้นะคะ อารายละเอียดต่างๆเพิ่มเติมนะคะก็สามารถ ไปดูในสไลด์ได้นะคะหรือดูในหนังสือณที่ นี้มีอีกประเด็นนึงนะคะซึ่งสำคัญก็คือ อยากให้การไปพูดถึงเรื่องการเลือกสรรข้า ราชการพลเรือนของไทยเลยนะคะครับเออตรงนี้ ก็อยากจะเดี๋ยวนะครับท่านอาจารย์สุปัญญา ตัดผมผมอยากจะพูดเรื่องของคำว่าเปิดกับ

49:45 ปิดนะครับหน่อยที่เราก็อยู่ข้างนอกแล้วก็ ไม่ค่อยรู้ก็อะไรมันจะได้ค่ะจันทร์อย่าง แม่นยำก็มีอะไรค่ะเวลาที่ปแต่ว่าระบบเปิด ระบบปิดเนี่ยนะครับนะครับเออลองมาดูนะ ครับว่าสไลด์หน้านะครับคือคำว่าระบบเปิด เนี่ยแปลว่าเปิดโอกาสให้ใครก็ได้นะครับ ที่อยู่ภายนอกเข้ามาเยอะๆอย่างที่พูดกัน ตอนแรกนะครับตรงนี้เป็นว่าระบบเปิดแล้วก็ อีกระบบหนึ่งนั้นเรียกว่าระบบปิดก็เพราะ ว่าเราจะเพี้ยนนายเฉพาะกลุ่มคนนะครับเช่น อาจจะเป็นคนที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานเราบาง ทีเรามีตำแหน่งว่างอยู่แล้วก็เราคิดว่าคน ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานนี้มานานน่าจะ เหมาะสมเพราะว่ารู้วัฒนธรรมรู้ธรรมเนียม รู้จักผู้คนนะครับบางทีการสรรหาก็อาจจะมี

50:30 การใช้วิธีการเรียกว่าระบบปิดนะครับแล้ว ก็บางทีความที่เข้าใจตรงนี้ไม่ชัดเจนก็ไป พูดอีกประเด็นนึงครับไอ้ที่พูดถึงเรื่อง ของว่าเอ่ออุปถัมภ์บ้างละอะไรนะครับผมก็ อยากจะเน้นด้วยครับคำว่าอุปถัมภ์กับเออ คุณธรรมนะครับจริงแล้วคำว่าระบบอุปถัมภ์ กับระบบมีคุณธรรมนะครับดีแล้วคำว่า คุณธรรมมันก็ดูดีนะครับก็ว่ายังไงก็ตาม ต้องมีหลักสำคัญก็คือทำไงที่จะให้คนที่นะ ครับมีความรู้ตรงค่ะนะครับแล้วก็เหมาะสม แล้วก็ผ่านกระบวนการที่มันถูกต้องนะครับ เป็นที่รับรู้รับทราบร่วมกันนะครับจริง แล้วสมัยก่อนนี้ที่เกาะนี้เข้าสู่ระบบ คุณธรรมนะครับเราจะพูดกันเสมอมาว่าระบบ

51:18 คุณธรรมนั้นมีหลักสำคัญหลายๆประการประการ ที่หนึ่งคือเน้นที่ความรู้ความสามารถค่ะ นะครับอันนี้ใครๆก็รู้เขาก็ต้องมีคุณวุฒิ ที่ตรงต้องมีความรู้ตรงข้อที่ 2 ครับคือ คำว่าหลักของคำว่าความเป็นธรรมการทำความ เป็นธรรมเนี่ยให้มาที่บอกความรู้ความ สามารถรับจากผู้จบปริญญาบอกให้เท่านั้น ฉันก็มีสิทธิ์สมัครนะครับเพราะว่าพูดคำ ว่าความเป็นธรรมบางคนไปแปลคำว่า equity หรือความเป็นธรรมแปลว่าเสมอภาคไม่ผิดนะ ครับนะครับย้ำคำว่าหมู่บ้าน อาคุณอาคำว่าเสมอภาคต้องเติมว่าเสมอภาคใน โอกาสตีเสมอได้ไหมคะการเมือง One Man One vote อายุ 18 มีสิทธิ์ 1 เสียงอะไร

52:03 ถูกครับนะคะว่าต่อให้โอกาสระบบคุณธรรมใน ที่นี้หลักข้อที่ 2 หลักความเป็นธรรมนะ ครับหรือ equity of Fortune อีตี้เสมอ ภาคในโอกาสแปลว่าจบสิ้นยาจบปริญญา วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิตจะจบจากจุฬาจะจบจาก ราชมงคลจะจบจากพระจอมเกล้าเท่ากันเสมอภาค เท่ากันจะมาเรียกว่าเฉพาะจบจุฬาเฉพาะจบ จากราชมงคลไม่ได้นะค่ะภาพในใบได้เห็นภาพ ชัดผมคำที่ 3 คือคำว่าหลักความเป็นกลางนะ ครับแล้วก็จริงแล้วคำว่ากลับความเป็นการ ก็พอเขาก็มีคนไปเติมความเป็นกลางในทางการ เมืองใครจะเล่นการเมืองเท่าหน่อยการคือ เป็นกลางครับคือแปลว่าในระบบที่เราเรียก

52:51 ว่าคุณธรรมเนี่ยไม่ว่าบ่เคยเป็นหัวหน้า ของเรามาเก่าไม่ว่าคนนี้เราเคยรักเคย เคืองมาก่อนแต่ว่ามีการโยกย้ายสับเปลี่ยน วันนี้นะครับเข้ามาเป็นหัวหน้าเราก็เราก็ ต้องทำงานเขาเขามอบหมายงานก็ต้องทำนะครับ เขาก็มอบหมายงานที่ไม่ถูกต้องเราจึงจะไม่ ทำเขาจะไปเรียกว่าไอ้คนนี้สนิทกันนะครับ คนนี้ลูกน้องเก่าฉันฉันต้องเอื้ออำนวยให้ ขั้นพิเศษบ่อยๆอย่างนี้ไม่ถูกนะครับนี่ก็ ว่าความเป็นกลางในทางการเมืองกับข้อสุด ท้ายคือคำว่านะครับก็คือความมั่นคงงั้น พรุ่งนี้เมื่อก่อนพูดบ่อยความมั่นคงความ มั่นคงแปลว่าถ้าฉันทำถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบวินัยทำตามหน้าที่นะครับอยู่ดีๆ

53:38 หน่วยงานจะเอาคนออกจากราชการไม่ได้หรือ ออกจากหน่วยงานนี้ไม่ได้นี่คือคำว่าความ มั่นคงมันถ้าหากว่าเรามั่นใจว่าเรานะครับ ใครมาแล้วก็ทำตามหน้าที่ก็ไม่ต้องห่วงว่า เค้าจะแกล้งรังแกเอาละออกจโอ้นี่ก็ถือว่า กฎหมายหรือว่าระบบด้วยการนี้ก็ให้ความ คุ้มครองกับคนที่ดีๆค่ะนะครับนี่คือว่า ระบบคุณธรรมสำหรับคำว่าระบบอุปถัมภ์ก็ อย่าไปเข้าใจว่าระบบคำต้องแปลว่าไม่ดีนะ ครับลองถามตัวเองว่าถ้าท่านเป็นเจ้าของ ธุรกิจพันล้านร้อยล้านนะครับแล้วก็ท่านมี ลูกสาวซึ่งจบแค่ปปวชพาณิชย์นะครับกับ เลือกกับคนที่จบดอกเตอร์เรามาจากไหนกัน รู้ท่านจะมอบหมายคนมาดูแลเรื่องการเงิน

54:25 ของท่านยังไงถ้าก็ต้องเลือกลูกสาวแม่เอา คุณวุฒิที่จะไม่ค่อยตรงเท่าไหร่เท้าๆ อย่างนี้แปลว่าอุปถัมภ์หรือเปล่าเปล่า ครับยังไงก็ต้องมีคำว่าความไว้วางใจค่ะนะ ครับและในรายการก็มีเยอะไปตำรวจทหารเขามี ธอสเขามีนายเวรมันบางทีแล้วระบบกูถามก็ ไม่ได้แปลว่ามันเลวร้ายไปทั้งหมดมันอยู่ ที่ว่าเราหยิบมาใช้เราหยิบข้อดีมาใช้หรือ เปล่าหยิบมาใช้ได้เหมาะสมหรือเปล่านะคะ เขาก็ท่านอาจารย์ก็สรุปได้ดีนะคะเนื้อ เรื่องหลักระบบคุณธรรมกับหลักระบบ อุปถัมภ์นะคะต่อไปเป็นเรื่องสุดท้ายของ หน่วยในราคาเหรียญจะกลับการวางแผน ทรัพยากรมนุษย์การสรรหาและคัดเลือกสำหรับ การผ่านปกครองท้องที่นะคะอยากให้อาจารย์ มานิตย์สรุปหลักสำคัญสำคัญกับรุ่นสำหรับ นำค้อนทองทีเลยค่ะครับคือกรณีของนักปก

55:14 ครองท้องที่หรือในสภาพของตำบลกับหมู่บ้าน เนี่ยเรายิ่งไม่ค่อยได้สัมผัสเท่าไหร่ แล้วไม่ค่อยรู้แต่งจริงแล้วนะครับการได้ มาซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านเนี่ยค่อนข้างชัด เจนว่ามีกฎหมายว่ามาจากการเลือกเลือกยัง ไงนะครับกำนันเรื่องไงก็คือผู้ใหญ่บ้าน เนี่ยเร็วโดยการตรงนี้เพื่อนๆก็จะทราบกัน ดีถ้าหากว่าเป็นท่านผู้ชมที่เข้ามารับชม นะครับก็ก็ลองต้องไปศึกษาครับทั้งหมดนั้น มาจากกฎหมายระเบียบไม่ได้ว่าใครก็มาเป็น นะครับนะครับเขาก็มาจากการคัดเลือกหรือ คล้ายๆกับมาจากการเลือกตั้งนะครับของชาว บ้านซึ่งดำเนินนะคะโดยภายในหมู่บ้านนั้น เองนะครับก็มีที่มาที่ไปค่ะนะครับแล้วก็ คนอีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่อยากให้ลืมกูว่าใน

56:01 การทำงานนั้นก็คือคณะกรรมการหมู่บ้านหรือ กมคนกลุ่มนี้นะครับอาจจะมาพิเศษหน่อยนะ ครับก็คือเค้าเป็นคนที่มีสีมือครับเราพบ ว่าเขาเป็นคนที่มีความรู้เรื่องสุขภาพ อนามัยแล้วก็ให้เขาเข้ามาช่วยเขาเป็นคน ที่เคยทำงานอยู่บริษัทวันนี้เกษียณแล้วมา อยู่บ้านเขารู้งานบริหารก็ไม่อยู่เป็นคณะ ทำงานเป็นกมทั้งด้านอำนวยการตอนนี้เป็น เรื่องของระเบียบภายในแต่ว่าจริงแล้วคำ ว่าระเบียบภายในก็ตามคณะกรรมการหมู่บ้าน ยังไงก็สำคัญนะครับนั้นก็ต้องบอกกับท่าน กำนันผู้ใหญ่บ้านว่าท่านต้องใช้งานคณะ กรรมการกมเพราะว่าเขาเป็นคณะรัฐมนตรีใน ระดับหมู่บ้านนะครับมีรายละเอียดเยอะที่ เราจะต้องพูดกันต่อไปนะครับอ่ะตัวถาดก็

56:46 สำหรับตอนสุดท้ายกับการไปหารทรัพยากร มนุษย์เรื่องการสหรัฐเรื่องการปกครองท้อง ที่นะคะอาจารย์ท่านก็สรุปแล้วก็คือ ตำแหน่งกำนันผู้ใหญ่บ้านนะคะแล้วก็มีนัก ปกครองที่อีก 3 ตำแหน่งและที่สำคัญมากๆก็ คือคณะกรรมการหมู่บ้านหรือกมหรือเรียกว่า รัฐบาลน้อยของหมู่บ้านนะคะก็จะเกี่ยวข้อง กับการวางแผนสรรหาคัดเลือกทั้งหมดนะคะ สำหรับหน่วยนี้ก็หน่วยที่ 9 นะคะก็มีสรุป เป็นสำคัญสำคัญตามที่เราทั้งสองคนได้สรุป มานะคะก็วันนี้ก็ขอบคุณนักศึกษาทุกท่าน ที่สนใจดูนะคะวันนี้เราสองคนลาไปก่อนค่ะ แล้วพบกันใหม่นะคะโชคดีค่ะทุกคนสวัสดีค่ะ อ่า พ.ย [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries