0:00 ก็ [เพลง] สวัสดีครับนักศึกษาทุกท่าน อารายการนี้ก็จะเป็นรายการ ประกอบชุดวิชาเศรษฐศาสตร์และการคลัง สาธารณะ ในหน่วยที่ 13 ก็ได้เรื่องหนี้สาธารณะ ค่ะในหน่วยที่ 13 นี้เนื้อหาก็จะประกอบไป ด้วย 2 ตอนก็คือตอนที่ 13.1 ว่าได้เรื่อง
0:46 แนวคิดเกี่ยวกับหนี้สาธารณะ แต่ตอนที่ 1 13 12 กว่าเรื่องการบริหาร หนี้สาธารณะ ในเนื้อหาของตอนที่ 13.1 ก็จะว่าได้ เรื่องแนวคิดเกี่ยวกับหนี้สาธารณะ ถ้าพูดถึงเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับหนี้ สาธารณะในตอนที่ 13.1 ก็จะพูดถึงเรื่อง ความหมายแนวคิดวัตถุประสงค์ ประเทศและหลักการของหนี้สาธารณะ การรักษาก็สามารถที่จะทำความเข้าใจเนื้อ หาในเรื่องที่เกี่ยวกับหนี้สาธารณะได้ หลายมิติหลายประเทศนะครับก่อนอื่นนัก
1:33 ศึกษามาลองทำความเข้าใจกันในเบื้องต้น ก่อนว่าเขามันหนี้สาธารณะ มีหนี้สาธารณะซึ่งเราได้ยินกันบ่อยๆหรือ ว่านี่นะครับพึ่งอะไรทางการบริหารภาครัฐ เราก็มักจะเรียกว่าหนี้สาธารณะ คำว่าหนี้สาธารณะเนี่ยสมัยก่อน ขอคัดมักจะเรียกกันวันนี้รัฐบาล นี้นะครับเพราะมีคำว่านี่รัฐบาลก็เกิดข้อ และวิพากษ์วิจารณ์วันนี้รัฐบาลถ้านี่ รัฐบาลมันเป็นหนี้ของรัฐบาลรัฐบาลก็ก็ ต้องไปใช้หรือรัฐบาลก็ต้องไปชำระหนี้เอง น่ารักแต่ว่ามื้อนี้นี่ก็สบานแต่ว่าคน
2:22 ชำระที่แท้จริงส่วนหนึ่งหรือส่วนสำคัญ เนี่ยก็จะเป็นเรื่องที่จะต้องไปนำภาษี อากรที่จัดเก็บจากประชาชนโดยทั่วไปเนี้ย ส่วนหนึ่งไปชำระหนี้รัฐบาล นะครับไม่เป็นอย่างนี้เนี่ยก็เกิดข้อถก เถียงกันว่า Face เธอใช้คำว่านี่รัฐบาล แต่ว่าคนชำระหนี้ใช้จริงแล้วเนี่ยก็จะ เป็นประชาชนซึ่งต้องนำภาษีอากรของประชาชน ประจำนะนีก็เลยมีแนวคิดว่าเป็นคำว่านี่ รัฐบาลเนี่ยถ้าเราเรียกซะว่าหนี้สาธารณะ ก็จะเป็นความเป็นคำเรียกหรือความหมายที่ สื่อว่าประชาชนเกือบจะทุกคนในประเทศเนี่ย
3:08 ก็จะมีส่วนเรียกว่ารับภาระในการชำระหนี้ ด้วยนั้นระยะหลังๆก็จึงครับเปลี่ยนคำ เรียกจากคำว่านี่รัฐบาลมามีคำว่านี่ สธารณะซึ่งโดยแท้จริงแล้วเนี่ยก็ในความ หมายก็คือจะเหมือนกันนะครับแต่ว่าในเชิง วิชาการเชื่องการบริหารเนี่ยตอนนี้เราก็ มักจะเรียกว่าหนี้สาธารณะหรือ Public debt นะครับทีนี้เมื่อเราได้ได้ได้ศึกษา เรื่องเกี่ยวกับหนี้สาธารณะเนี่ยเราก็มา ดูความหมายของคำว่าหนี้สาธารณะว่าจริงๆ แล้วเนี่ยหนี้สาธารณะเนี่ยมันจะหมายถึง อะไรนะครับถ้าด้วยความหมายแล้วเนี่ยใน เนื้อหาของค่ะหน่วยที่ 13 ก็ได้ที่บายหา
3:54 ความหมายของคำว่าหนี้สาธารณะนะครับ ก็สรุปก็คือหนี้สาธารณะ ก็จะหมายถึงนี่ที่กระทรวงการคลัง หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจกู้โดยตรง หรือเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน มีระดับแต่ว่าไม่รวมถึงนี่ที่รัฐพิสาหกิจ ที่ทำธุรกิจให้ผู้ยืมโดยกระทรวงการคลัง ไม่ได้ทำประกั นะครับในเบื้องต้นเนี่ยคำว่าความหมายความ ว่าหนี้สาธารณะโดยสรุปภาพง่ายเลยก็คือนี่ ที่ที่กระทรวงกันครางหน่วยงานของรัฐหรือ รัฐวิสาหกิจ ไปดำเนินการกู้
4:40 นี้นะครับซึ่ง แต่ถ้าจะรับเรื่องหนี้สาธารณะเนี่ยก็คือ นอกจากนี้ที่กระทรวงการคลังในฐานะตัวแทน ของรัฐบาลไปกู้หรือรัฐวิสาหกิจเป็นคู่โดย ตรงแล้วยังหมายรวมถึงนี่ที่กระทรวงการ คลังไปค้ำประกันด้วย น่ารักแปลว่ารัฐบาลเอาตรงนั้นครั้งบางบาง กรณีกระโจนครั้งไม่ได้คู่โดยตรงแต่จะทรวง การคลังไปค้ำประกันเงินกู้ที่หน่วยงาน อื่นของรัฐไปดำเนินการกู้นะครับเช่นรับ ภาษาอังกฤษไปกู้แต่ว่าประสงค์อยากจะให้ กระทรวงการคลังแต่ทำประกันเมื่อกระทรวง การคลังเข้าไปค้ำประกัน และก็หมายรวมรวมยอดเป็นนิสาทาละด้วย
5:29 นี้นะครับในความหมายเนี่ย เขาบอกว่าไม่รวมถึงนี่ที่รับที่สากิจที่ ทำธุรกิจให้ผู้ยืม หน้าที่กระทรวงการคลังไม่ได้ทำประกัใน ความหมายนี้ก็แปลว่าหนี้สาธารณะไม่รวมถึง นี่ที่แรกที่สากิจที่ทำธุรกิจให้กู้ยืม ซึ่งก็จะได้แก่ธนาคารของรัฐนะครับธนาคาร ของรัฐที่เป็นรัฐวิสาหกิจซึ่งทำธุรกิจคู่ ยืม นี้นะครับเช่นก็ถ้าธนาคารกรุงไทยธนาคาร ออมสินอะไรก็ตามเนี่ยนะครับที่ที่เป็น รัฐวิสาหกิจแต่ว่าทำธุรกิจให้กูยืมนะครับ และเมื่อธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจเหล่า
6:15 นี้ไปดำเนินการกู้เงินเพื่อดำเนินธุรกิจ ของธนาคารโดยที่กระทรวงการคลังไม่ได้เข้า ไปค้ำประกันหนี้ยอดจำนวนนี้นะเป็นการทำ ธุรกิจตามปกติของธนาคาร คะแล้วก็ทนขังไม่ได้ทำมากัดยอดนี้จึงไม่ รวมอยู่ในหนี้สาธารณะ นะคะอันนี้ก็เป็นเบื้องต้นก่อนนะครับใน เมื่อเราจะจะศึกษาถึงเรื่องหนี้สาธารณะทำ ความเข้าใจเบื้องต้น เกี่ยวกับความหมายของคำว่าหนี้สาธารณะ สะก่อนนะครับตามที่ได้อธิบายไปนะครับ ทีนี้มาพูดถึงเรื่องหนี้สาธารณะ มีหนี้สาธารณะหรือที่มันทำให้ก่อนแล้ว เรียกว่านี่รัฐบาลเนี่ยมันก็มีการดำเนิน การมายาวนานตั้งแต่ในอดีตแล้วเนี่ยนะครับ
7:02 / หนี้สาธารณะเนี่ยมันก็เนื่องจากได้มี การหากู้ยืมมายาวนานกันแล้วเนี่ยนะครับก็ มีนัดคิดนักเศรษฐศาสตร์นักวิชาการนะกัน ครั้งเนี่ยเขาก็มีทัศนะที่เกี่ยวกับการ เกาะหนี้สาธารณะซึ่งจะแตกต่างกันไปตามตาม ตามพัฒนาการตามช่วงเวลาล่ะครับท่านโดยจะ สรุปแนวคิดเกี่ยวกับการก่อหนี้สาธารณะนะ ครับเราก็ต้องเริ่มในยุคแรกๆเลยในยุคแรกๆ เนี่ยก็จะเป็น คะนักแนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ที่เรียกว่า สำนักเสรีนิยมยุคแรกๆเลยเนี่ยนะครับยุค แรกๆก็หมายถึงตั้งแต่นู้นตั้งแต่ยุคอดัม สมิธเรื่อยมาเลยเนี่ยนะครับนักคิดหรือนัก เศรษฐศาสตร์ในยุคนี้เนี่ยถ้าโดยภาพรวมโดย
7:49 สรุปแล้วเนี่ยเขาก็ไม่เห็นด้วยกับการก่อ หนี้สาธารณะ และก็แปลว่ารัฐบาลหรือผู้ปกครองเนี่ยไม่ ไม่ควรกู้โดยเฉพาะในสมัยก่อนก่อนเนี่ยนะ ครับเหตุที่ในสมัยก่อนก่อนนักเศรษฐศาสตร์ หรือนักคิดก็ไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้ปก ครองหรือรับไปดำเนินการกู้เพราะเห็นว่าใน สมัยนั้นเนี่ยผู้ปกครองหรือรัฐบาลมักจะ กู้ยืมไปใช้จ่ายในส่วนที่ไม่ค่อยจะเป็น ประโยชน์ต่อประชาชนโดยส่วนรวมเท่าไหร่นัก เอาไปใช้จ่ายในการให้บรรดาขุนนางหรือ บรรดาพนักงานขุนนาง 2 รัฐต่างๆเนี่ยไปใช้ จ่ายกันอย่างฟุ่มเฟือยแต่ว่าภาระกับไป
8:35 เป็นภาระของประชาชนที่ต้องมาเสียภาษีนำ เงินไปชำระนี้ก็จะเห็นได้ว่าในหลายๆ ประเทศโดยเฉพาะทางยุโรปที่เราคุ้นๆกัน เนี่ยนะครับก็มีบรรดาขุนนางซึ่งเป็นผู้ปก ครองเนี่ยมักจะใช้จ่ายเงิน การในทางที่เป็นงานเลี้ยงบ้างงานสังสรรค์ บ้างเนี่ยนะก็พรุ่งนี้เนี่ยก็ก็บอกว่า เป็นการที่ผู้ปกครองหรือรัฐเนี่ยนำเงินไป ใช้จ่ายที่ไม่ค่อยเป็นประโยชน์เท่าไหร่ จึงไม่เห็นด้วยอยากจะไปก่อนนี่มีรายได้ เท่าไหร่ก็ใช้จ่ายไปเท่านั้นก็น่าจะพอนะ ครับนี่เป็นนัดนึกยุคเดิมๆนะครับยุคเดิม เข้าไม่เห็นด้วยกับการเกาะนี่นะครับแต่ เมื่อสถานการณ์ ทางสังคมทั้งเศรษฐกิจมันเปลี่ยนแปลงไป
9:20 เนี่ยมาในยุคโดยเฉพาะในยุคหลังๆตั้งแต่ใน ยุคสมัยสงครามโลกโดยเฉพาะน้องความโลก ครั้งที่ 1 ความลูกครั้งที่ 2 ในช่วงนี้ เนี้ยก็จะเป็นช่วงที่เศรษฐกิจก็อยู่ใน ภาวะที่ตกต่ำนะครับเมื่อเศรษฐกิจตกต่ำ เนี่ยรัฐบาลก็ต้องเข้าไปดูแลแก้ไข มีวิธีการที่จะดูแลแก้ไขเศรษฐกิจที่มันมี ตกต่ำหรือชะลอตัวเนี่ยเนี่ยจะแก้ไขกันได้ อย่างไรบ้างนะครับ ก็มีนักคิดในยุคนี้นะครับหานักคิดคนสำคัญ ในยุคนี้ก็คือได้จอห์นเมย์นาร์ดเคนะครับ และจอห์นเมย์นาร์ดเคนส์เนี่ยเขาก็ เสนอต่อรัฐบาล ว่าแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ อยู่ในภาวะตกต่ำหรือเศรษฐกิจชะลอตัวเนี้ย
10:09 ก็สามารถจะแก้ไขได้โดยการที่รัฐบาลก็ต้อง กระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้จ่ายเงินให้มาก ขึ้น และในช่วงเนี้ยถ้ากระบาลก็มีรายได้น้อย อยู่แล้วนะครับในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ รัฐบาลเวลาได้น้อยอยู่แล้วแต่ว่าจอห์น เมย์นาร์ดเคนส์เนี่ยก็ไปเสนอว่ารัฐบาลจะ ต้องใช้จ่ายเงินให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ ผู้มีรายได้น้อยแต่ต้องใช้จ่ายเงินให้มาก ขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็มีวิธีเดียวก็ คือรัฐบาลต้องกู้เพื่อนั้นนะจอห์น เมย์นาร์ดเคนส์เนี่ยซึ่งเป็นเจ้าสำนัก เลือกสำนักเคเนี่ยนะครับแนวคิดสำนักเคนส์ ก็เสนอต่อรัฐบาลโดยเฉพาะตอนนั้นนะครับ รัฐบาลอังกฤษเนี่ยเสนอรัฐบาลอังกฤษใช้
10:57 จ่ายเงินให้มากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการกู้เงิน เอามาใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจฉันจะลบคุณๆ กันในสมัยนี้นะครับ เมื่อรัฐบาลอังกฤษได้ดำเนินการกู้เงินมา ใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจก็ปรากฏว่า เศรษฐกิจที่ตกต่ำหรือชะลอตัวเนี้ยก็กลับ ค่อยๆฟื้นตัวขึ้นมาจนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ วิธีการที่รัฐบาลอังกฤษโดยข้อเสนอของนาย จอห์นแมคเคนก็ก่อให้เกิด ผลดีต่อการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจนั้นบรรดา ประเทศต่างๆในยุโรปก็ดีรวมถึงประเทศอย่าง อื่นๆก็นำวิธีการนี้ไปใช้จากไปใช้ในการ แก้ไขปัญหาก็ปรากฏว่าแนวคิดของเคนี่หรือ
11:45 ไปหลังเนี่ยเราเราก็เริ่มหรือว่าแนวคิด ของนักเศรษฐศาสตร์สามัคคีเนี่ยก็เห็นความ สำคัญของการก่อหนี้เพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของประเทศนั้นนักคิดในยุคนี้ก็ก็ ก็ มันก็สนับสนุนกันกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจของประเทศ เองเมื่อประเทศต่างๆได้ใช้วิธีการของแนว คิดของสำนักเครดิตของ K นะครับไปใช้จะไป กู้เงินมาใช้จ่ายเศรษฐกิจทั้งยุโรปและ ทั่วโลกค่อยๆฟื้นตัวดีขึ้น นะครับที่บรรดาประเทศต่างๆหลังจากนั้น เป็นต้นมาเนี่ยก็ดีการกู้เงินกันแต่ถ้า หลายโดยทั่วไปนะครับอ่ะ นะครับเมื่อมีการกู้เงินตามแนวคิดของอ่า นักเศรษฐศาสตร์สำนักเขตมาระยะหนึ่งแล้ว
12:31 เนี่ยนะครับก็ปรากฏว่าหลายประเทศที่นำเอา แนวคิดของของเครนเข้าไปใช้เนี่ยปรากฏว่า เค้าไปกู้เงินกันเรามากมายเนี่ยนะครับก็ ก่อให้เกิดปัญหาทิ้งเหมือนกันบันหลาย ประเทศก็มีหนี้สินหอเป็นจำนวนมากหรือถึง ขนาด B ที่สินล้นพ้นตัวเนี่ยนะครับก็ก่อ ให้เกิดปัญหานะครับ และมาถึงยกยุคหลังๆเนี่ยนะครับก็มีแนวคิด ของของหลักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่เนี่ยนะ ครับก็ก็ก็มีความเห็นเกี่ยวกับการก่อหนี้ สาธารณะโดยสรุปว่าเรื่องเรื่องรัฐบาลควร จับก่อนนี่เมื่อมีความจำเป็นในการแก้ไข ปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และก็ถือกระบี่เอกมีข้อจำกัดนะครับก็คือ
13:17 ไม่ใช่คู่กันอย่างแท้หลายอย่างที่ทำกันมา ในอดีตเนี่ยนะครับนักคิดของรับ เศรษฐศาสตร์สมัยใหม่เนี่ยมีความเห็นว่า รัฐบาลกู้เงินได้แต่ว่าว่าให้กู้เงินมา เฉพาะเพื่อแก้ไขปัญหาบางประการโดยเฉพาะ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำถ้าไม่จำเป็นก็ ไม่ควรเกาะหนี้สาธารณะนะครับเท่านั้นน่า คิดต่อนักเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ในก็ก็ยัง ไม่ถึงขนาดสนับสนุนอย่างเต็มตัวนะครับแต่ ก็ยังเห็นความจำเป็นของการเกาะนี่นะครับ งั้นถ้าเราจะสรุปแนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ ที่มีต่อการก่อนที่สาธารณะเนี่ยก็จะเป็น 3 ยุคหรือ 3 ช่วงเนี่ยนะครับยุคแรกๆไม่ค่อย เห็นด้วยในจะรัฐบาลก็น่าจะกู้เงินมาแล้ว
14:03 ก็ไปใช้จ่ายอย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ ครับ นะแต่ว่าเมื่อเกิดปัญหาในยุคถัดมาเนี่ย เป็นเป็นยุคของเคเนี่ยนะครับก็เกณฑ์ก็ได้ นำเสนอนั้นนักเศรษฐศาสตร์ในยุคถัดมาแล้ว ก็เห็นด้วยหรือสนับสนุนการกู้เงินในการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศนะครับเพราะ มันนะในยุคของสมัยไม่เนี่ยก็ก็ ก็ มีความเห็นกลางๆนะครับก็กู้ได้เมื่อเฉพาะ เมื่อกรณีจำเป็นเท่านั้นนะครับ ค่ะวันนี้มาพูดถึงเรื่องแนวคิดเกี่ยวกับ ภาระหนี้นะครับซึ่งก็มีการพูดกันมากเลย ว่ารัฐบาลการมีการก่อหนี้สาธารณะจำนวนมาก เนี่ยเราจะเป็นภาระของลูกหลานหรือไม่ เนี่ยนะครับก็ก็มีการที่เข้าพิจารณ์กันไป
14:50 ต่างๆนานๆนะครับถ้าโดยสรุปเนี่ยก็จะมี ฝ่ายที่เห็นว่าการเกาะหนี้สาธารณะเป็น ภาระของลูกหลานบางฝ่ายนะครับส่วนนบางฝ่าย ก็มีความเห็นว่าการเกาะหนี้สาธารณะก็ไม่ ถึงขนาดเป็นภาระของคนรุ่นลูกรุ่นหลาน อันนี้ก็ก็ก็มีความเห็นที่แตกต่างกันนะ ครับนั้นโดยสรุปเนี่ยฝ่ายที่เห็นว่าการ ก่อหนี้สาธารณะเป็นภาระของคนรุ่นหลังๆ หรือคนรุ่นลูกรุ่นหลานเนี่ยก็มีความเห็น ว่าหนี้สาธารณะที่คนรุ่นปัจจุบันหรือ รัฐบาลในปัจจุบันเป็นคนกู้เนี่ยการกู้ เงินหลายกรณีเนี่ยเป็นการกู้ระยะยาวแปล ว่ารัฐบาลยุคนี้กู้แต่ว่าถ้าหน้าร้านอยู่
15:36 คนนายกข้างหน้ายุคอนาคตยุคต่อๆไปเป็นคน จำระนี่ก็แปลว่าว่าเหมือนกับว่ารุ่นลูก รุ่นหลานก็ต้องตามมาเป็นคนชำระหนี้ที่คน รุ่นก่อนเป็นผู้เกาะไว้อันนี้เขาก็จะมอง ว่าเป็นภาระอันที่จริงมันเป็นภาระทุกคู่ ไม่ต้องชำระหรอกแต่ว่าคนรุ่นต่อๆไปต่าง หากล่ะที่จะต้องไปชำระหนี้แทนก็อันก็จะ ถือว่าเป็นภาระของลูกหลานแต่ว่ายังมีอีก ฝ่ายหนึ่งเนี่ยที่เห็นว่าการเกาะหนี้ สาธารณะแท้ที่จริงแล้วก็ไม่ได้ถือว่าเป็น ภาระของลูกหลานหรอกเพราะว่าการกู้เงินมา เนี่ยก็เพื่อก่อสร้างหาสาธารณประโยชน์ เช่น 9 ถนนข้างเขื่อนข้างสะพานมีสิ่งต่อ สร้างทั้งหลายที่เป็นสารธนูโภคเนี่ยนะ ครับแค่นั้นไอ้สิ่งก่อสร้างที่เกิดมาจาก
16:22 เงินกู้เนี่ยแท้จริงแล้วคนรุ่นลูกรุ่น หลานนั่นแหละเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์ the gods สักก็ในเมื่ออ่าคนรุ่นหลานได้ ได้รับประโยชน์เนี่ยจากเงินกู้นั้นก็ก็ก็ ต้องชำระหนี้เพราะว่าตัวเองได้รับ ประโยชน์ตัวเองก็ต้องรับภาระหนี้นั้น เพราะตัวเองและคนได้รับประโยชน์ถ้าอย่าง นี้ไม่ได้ถือว่าเป็นภาระเพราะตัวเอง มีคนรุ่นลูกรุ่นหลานนั่นแหละได้ประโยชน์ อย่างนี้ไม่ถือว่าเป็นภาระจะถือว่าเป็น ภาระก็ต่อเมื่อคนรุ่นลูกรุ่นหลานเนี่ย ต้องตามไปชำระหนี้โดยที่ตัวเองไม่ได้ผล ประโยชน์ใดๆ นะครับเรื่องเรื่องภาระหนี้สาธารณะนี่ก็ มีการถกเถียงกันครับก็ก็เราก็เลยมาทำความ
17:10 เข้าใจกันในเบื้องต้นนะครับที่นี่สาธารณะ เนี่ยมันก็มีวัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ หลายประการเลยนะครับเปิดเช่นเช่นอะนำเงิน มาใช้จ่ายชั่วคราวในบางกรณีหรือว่านำเงิน มาใช้จ่ายในการลงทุนหรือว่ากู้มาเพื่อ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพื่อชดเชยการขาดดุลในบางกรณีที่ใดได้ และไม่เพียงพอต่อรายจ่ายหรือเพื่อหารักษา ตัวสำรองระหว่างประเทศเพื่อปรับปรุงโครง สร้างหนี้เพื่อกู้เงิน can รับพี่สากิจ เพื่อให้ได้ดอกเบี้ยนาจาต่ำลงหรือเพื่อ ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือกู้เพื่อหมุน เวียนในการบริหารนี่ก็คือมาชำระหนี้เก่า แล้วก็หมุนเวียนกันไปงั้นการเกาะนี่ในแต่
17:55 ละครั้งแต่ละกรณีเนี่ยก็จะมีวัตถุประสงค์ หลายประการด้วยกันครับ อันนี้มาพูดถึงหนี้สาธารณะเราก็มาดูกัน หน่อยว่าหนี้สาธารณะเนี่ยมันก็จะมีทั้ง หนี้ระยะสั้นนี่ระยะกลางหนี้ระยะยาว ถ้าเป็นหนี้ระยะสั้นก็ก็ไม่เกิน 1 ปีนะ ครับถ้าเป็นหนี้ระยะกลางก็มักจะเป็นกรณี ที่กู้มีอารยะเวลาชำระคืนก็ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไปถึงประมาณ 5 ปีนะครับถือว่าเป็นนี้ เลยนะปลั่งหรือว่าถ้าเป็นหนี้ระยะยาว หน่อยก็จะเป็นหนี้ที่บางกรณีเนี่ยเป็น ระยะเวลาชำระคืนเกินกว่า 5 ปีขึ้นไปเนี่ย นะครับถึง 10 ปี 20 มาหลายปีก้องก็ถือว่า เป็นหนี้ระยะยาวแปลกนะครับหนี้สาธารณะอัน นี้ก็ก็ถ้าแบ่งตามแหล่งที่มาเนี่ยก็มีนี่
18:40 ภายในประเทศนี่ภายนอกประเทศนะครับแล้วก็ พักบางกรณีรถเราก็กู้กับสถาบันการเงิน หรือประชาชนในประเทศบางกรณีเราก็กู้จาก ต่างประเทศบ้างนะครับอ่ะ คะอันนี้ทำแบ่งประเภทหนี้สาธารณะ ติดตามลักษณะการก่อนนี่ก็จะมีหนี้ที่ไม่ ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจหนี้ที่ ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจนะครับ บางกรณีเนี่ยการก่อหนี้เนี่ย รัฐบาลประกอบนี่มาเนี่ยก็นำมาใช้จ่ายบ้าง หรือว่าไม่ได้บิ๊กเป็นการเพิ่มปริมาณเงิน ที่แท้จริงการเกาะนี่อันนี้เนี่ยถึงแม้ ว่าจะนำมาใช้จ่ายแต่ว่าเศรษฐกิจมันไม่ที่ ขยายตัวเพราะมันเป็นการเปลี่ยนมือกันการ ใช้จ่ายจากเงินกู้ก็นั้นนะครับถ้าเป็น
19:26 หนี้ที่ก่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ก็แปลว่านี่ที่เรากู้มาแล้วนี่เป็นการ เพิ่มปริมาณเงินในระบบเข้าไปต่อให้เกิด การใช้จ่ายก็ทำให้เศรษฐกิจจะขยายตัวมาก ขึ้นนะครับ หลักในการก่อหนี้สาธารณะถ้าโดยภาพรวมแล้ว เนี่ยก็ในการเกาะนิสาสนะก็ก็จะต้องที่นา ในเรื่องของเมื่อเราวางแผนไว้แล้วเราจะ กู้เงินก็ต้องต้องต้องพยายามผู้ให้ได้ครบ ถ้วนตามแผนที่วางไว้และการกู้เงินก็จะ เป็นการกู้โดยตาญาติเช่นให้ได้ดอกเบี้ย นาจาที่ที่ดีหรือดอกเบี้ยตามๆนะครับหรือ ว่าให้ให้การกระจายของภาระหนี้เนี่ยมัน สม่ำเสมอไม่ได้ไปกระจุกตัวอยู่ในช่วงใด ช่วงหนึ่งนะครับหรือว่าหลักในการก่อหนี้
20:12 สาธารณะอีกประการหนึ่งก็คือเราก็ดี สาธารณะให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการ เงินของประเทศอ่ะค่ะอันนี้ก็เป็นหน้าที่ ของรัฐบาลที่จะต้องไปเอาบริหารนี่นะครับ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์อาจ จะกลับกี่ประการหนึ่งก็คือเรื่องการรักษา ตลาดของหลักทรัพย์ให้เป็นที่นิยมแปลว่า ถ้ารัฐบาลประสงค์จะกู้เนี่ยก็ก็จะต้องมี ผู้ให้ผู้นะครับซึ่งเราจะพูดเมื่อไหร่ก็ ตามและยังมีผู้นิยมหรือประสงค์จะรัฐบาล กู้นะครับและมันเริ่มการกระจายแหล่งเงิน กู้เดี๋ยวเพื่อป้องกันความเสี่ยงก็ดี เพื่อให้สามารถหาหากผู้ให้ผู้ได้อย่าง ง่ายขึ้นก็ดีนะครับหรือหรือการกู้เนี่ยก็
20:59 กระจ่ายสกุลเงินกู้โดยเฉพาะถ้าพูดจากต่าง ประเทศเนี่ยก็คือแทนที่จะผู้เงินสกุล เดียวเนี่ยควรจะไปกู้เงินสกุลนั้นบ้างกับ คุณนี่บ้างเพราะว่าถ้าของเงินเนี่ยมันผัน ผวนมันเปลี่ยนแปลงไปก็จะก่อให้เกิดปัญหา ได้นะครับ ขอบเขตของการเกาะหนี้สาธารณะนะครับในการ ก่อหนี้สาธารณะเนี่ยจำเป็นต้องมีเรียกว่า มีข้อจำกัดหรือขีดจำกัดไม่งั้นรัฐบาลบาง รัฐบาลก่อนจะก่อนที่จนตัวจนเกิดปัญหารึ ตรวจสนานีสินล้นพ้นตัวขึ้นได้นัดหน้าใน ที่การบริหารหนี้หรือแม้กระทั่งในกฎหมาย ถึงก็ตามเนี่ยก็ก็กำหนดขอบเขตของการก่อน นี่ไว้นะครับซึ่งก็มีแนวทางวิธีการกำหนด ขอบเขตการก่อหนี้ไว้ในหลายประการด้วยกัน นะครับประกันแรกก็คือถ้าจะกู้เงินก็ให้
21:49 พิจารณาว่ากู้เงินมาแล้วก่อให้เกิดผล ประโยชน์มากน้อยเท่าไหร่คุ้มค่ากับดอก เบี้ยที่เสียไปหรือไม่นะตอนนี้รัฐบาลก็ ต้องไปคิดคำนวณหาผลประโยชน์ที่ได้รับจาก การกู้นะครับว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ หรือการกู้เงินเนี่ยก็จะต้องมีขอบเขตว่า เราสามารถอยู่ในวิสัยที่เราจะสามารถอ่า ชำระหนี้ได้นะครับเช่นปี 1 ปีหนึ่งเนี่ย เราจะชำระหนี้ได้เป็นจำนวนเท่าไหร่ขีด ความสามารถในการทำรักเป็นจำนวนเท่าไหร่ เนี่ยก็มีการกำหนดขอบเขตในส่วนตรงนี้ไว้ หรือการมีตัวเงินกู้ โดยพิจารณาจากแหล่งเงินกู้นะครับพิจารณา ควรจะพูดจากแหล่งในประเทศหรือควรจับผู้
22:36 จับนอกประเทศนะครับหรือการกำหนดวงเงินกู้ ภายในกรอบของกฎหมายอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ ที่ชัดเจนก็คือกฎหมายก็กำหนดได้เลยว่าให้ รัฐบาลกู้เงินได้ไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ นะครับนี่ก็เป็นคอร์ดเพียงต้องการเกาะนี่ นะครับ มีการกำหนดวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพ ทางเศรษฐกิจ องค์การรัฐบาลก็ต้องคอยดูเรื่องเชิงวินัย ทางการคลังก็ดีเรื่องการกู้เงินก็ดีเนี่ย ว่ารัฐบาลควรกับกู้เงินในจำนวนวงเงินเท่า ไหร่หรือเมื่อคิดเป็นสัดส่วนต่ออ่าอ่า เปลี่ยนพันธุ์มวลรวมภายในประเทศหรือจีดี พีเนี่ยควรจะมีสัดส่วนเท่าไหร่เนี่ยจึงจะ เหมาะสมนะครับอันนี้ก็เป็นเรื่องขอบเขต
23:23 การก่อนที่ 3 นอนแล้วก็ต้องกำหนดไว้ด้วย เหมือนกันนะครับ ก็กลับอนิดผลกระทบของการก่อนที่สาธารณะนะ ครับรัฐบาลก่อนที่สาธารณะรัฐบาลไปก่อนนี่ ขึ้นมาเนี่ยนี่ก็จะมันก่อนที่เขาคราว หนึ่งก็เป็นจำนวนมากนะครับแต่ว่าทรัพยากร การเงินมันมีจำกัดดังนั้นการที่รัฐบาลไป กู้เงินจำนวนมากก็ทำให้จำนวนเงินที่มี อยู่อย่างจำกัดนะเนี่ยต้องเรียกว่าต้อง เปลี่ยนมือจากภาคเอกชนไปยังภาพและกระบะ นะครับก็คือรัฐบาลก็ไปเป็นคนกู้งั้น ปริมาณเงินในตลาดที่จะนำมาใช้จ่ายก็น้อย ลงนะครับถ้าเอกชนก็ซึ่งมีกินแล้วผัดจนบาง กรณีก็จำเป็นจะต้องใช้จ่ายเงินเหมือนกัน แต่รัฐบาลเนี้ยในกู้เป็นจำนวนมากแล้วก็ทำ
24:09 เอกชนนี้หาเงินกูอยากขึ้นนะครับเมื่อหา งานก็ยากขึ้นก็อาจจะมีผลเอ๊ยดับเบี้ยใน ตลาดเงินทุนหรือการกู้เงินน่ะสูงขึ้น นี้นะครับ ฮะ โอเคนะครับวันนี้ก็เช่นเดียวกันนะครับ เข้าเป็นผลจากการก่อหนี้สาธารณะแล้วก็หา ฝ่ายที่มีหน้าที่ในการดูแลเรื่องการก่อ หนี้สาธารณะก็จะต้องพิจารณานะครับว่าเรา จะกู้จากแหล่งไหนแล้วก่อให้เกิดผลอย่างไร นะครับเช่นถ้ากู้เงินจากธนาคารกลางเรือใน ตัวนี้ของประเทศไทยเนี่ยก็คือกู้เงินจาก ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ตันกู้เงินอย่างนี้ เนี่ยก็ ธนาคารของฉันก็จะมีการพิมพ์เครื่องพิมพ์ เงินเข้ามาแล้วก็เติมเข้าไปในระบบอย่าง นี้จะทำให้ปริมาณเงินในระบบและเพิ่มขึ้น
24:55 นะครับถ้ากู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ และธนาคารพาณิชย์ขอรับฝากเงินแล้วก็ปล่อย กูถ้ารัฐบาลแต่กู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ ทั้งกู้เงินมาจำนวนมากเนี่ยเงินที่จะให้ ผู้ก็มีน้อยลงนั้นเอกชนจะเข้าไปกู้ก็ยาก ขึ้นครับแล้วก็ก็เป็นการเหมือนกับจำนวนวง เงินในตลาดนี้มันมีจำนวนเท่าเดิมนี่แหละ ถ้ารัฐบาลกู้มามากเอกชนก็จะโอกาสกูก็จะ ได้น้อยนะครับหรือถ้าเรากูจักเอกชนก็เช่น เดียวกันก็แปลว่าในการเคลื่อนย้ายเงินทุน จากเอกชนมาเข้ามาอยู่ในมือของรัฐบาลครับ 1 นายตอนที่ 13.2 นะครับแล้วก็จะว่าด้วยเรื่องการ
25:42 บริหารนี่นะครับรัฐบาลก็มีหน่วยงานที่ทำ หน้าที่ในการดูแลบริหารนี่นะครับที่เรียก ว่าสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ในการบริหารหนี้เพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด นะครับก็ก็มีแนวทางหรือมีเทคนิคในการ บรรยายชื่อจากฐานะที่นำมาใช้กันอยู่หลาย ประการด้วยกันนะครับเช่นการจัดการเราเรา จะเกาะนี่รู้จักผู้นี่เราก็สามารถที่จะ เลือกกำหนดระยะเวลาชำระเงินกู้ได้นะครับ ชำระเงินกู้ระยะสั้นระยะพันกลางเหลือยาว วิธีการคำนวณระยะเวลาแบบไหนจึงจะก่อให้ เกิดผลประโยชน์โดยรวมข้างนอกจากการอย่าง ไรเกิดความเหมาะสมอย่างไรเนี่ยนะครับโดย สรุปก็คือว่าในเรื่องการกำหนดระยะเวลา
26:27 ชำระเงินกู้เนี่ยนะครับถ้าเลือกได้เนี่ย ก็ก็มีแนวโน้มว่าจะเลือกการชำระคืนในระยะ ที่ยาวขึ้นก่อนนี้นะครับเพราะว่าเมื่อถ้า เรามีระยะเวลาชำระคืนยาวเนี่ยรัฐบาลก็จะ สามารถบริหารการชำระหนี้ได้ได้สะดวกกว่า การก่อหนี้ระยะสั้นนะครับ คะ หรือว่าเทคนิคในการเลือกสกุลเงินตราที่ จับผู้นะครับเราจะเลือกผู้เงินสกุลไหน อย่างไรเนี่ยนะครับก็เคาะๆก็ต้องพี่นา ด้วยนะครับถ้าเรากู้เงินหลายๆสกุลนั้นก็ เป็นการกระจายความเสี่ยงเพราะว่ามันกู้ เนี่ยเราต้องกู้เป็นสกุลเงินมันมีความฝัน หัวเนี่ยนะครับถ้าเรากู้เงินสกุลใดสกุล หนึ่งมากเกินไปถ้าการอัตราแลกเปลี่ยนมา
27:14 สรรค์ผัวเนี่ยก็จะก่อให้เกิดความเสียหาย ได้นะครับหรือว่าควรจะเลือกกู้เงินในสกุล เดียวกันกับที่เป็นรายได้ของเราจากการส่ง ของเช่นถ้าประเทศไทยเรามีรายได้จากการส่ง ออกเป็นเงินดอลลาร์มากเราก็จะมีเขาเรียก ว่ามีเงินสกุลดอลลาร์อยู่ในคลังเหนียวมาก นะครับรับชำระหนี้เราก็ถ้าเราพูดสัตว์จึง เป็นสกุลเงินดอลลาร์ที่เรามีสกุลเงินนี้ อยู่มากเนี่ยเวลาชำระหนี้แล้วก็สามารถเอา เงินสกุลที่เรามีอยู่ในประจำนะนี่ได้ได้ เลยถ้าเราไปกู้เงินสกุลอื่นที่เราขอที่ อยู่ในคลังเนี่ยนะครับเวลาชำระหนี้ก็จะมี ปัญหาจะต้องไปไปหาแลกเสียค่าแรกอะไรกันก็ จะมีปัญหาด้วยเหมือนกันครับก็อันนี้ก็
28:00 เป็นเนื้อหาความรู้ที่เกี่ยวกับที่ สาธารณะนะครับซึ่งนักศึกษาก็สามารถจะไป อ่านศึกษาเพิ่มเติมก็จะได้มีความรู้ความ เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนิสาทำหน้าซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของการเหมือนกันกลางของรัฐบาล ด้วย [เพลง]