คิดใหญ่ ไม่คิดเล็ก: 5 ความลับเปลี่ยน "คนธรรมดา" ให้เป็น "คนสำเร็จ"

เล่มล่าสุด www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปหนังสือ "The Magic of Thinking Big" โดย David J. Schwartz ซึ่งเน้นว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความฉลาดหรือต้นทุนชีวิต แต่ขึ้นอยู่กับขนาดของความคิด โดยวิดีโอจะพาไปสำรวจแนวคิดหลักของหนังสือเล่มนี้ และให้คำแนะนำในการเอาชนะความกลัว สร้างความเชื่อมั่น และเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเพื่อส่งเสริมการคิดใหญ่

  • ความเชื่อมั่นในตนเองเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จ
  • การเอาชนะ "โรคชอบแก้ตัว" (Excusitis) เป็นสิ่งสำคัญ
  • การลงมือทำคือกุญแจสำคัญในการเอาชนะความกลัว

ความล้มเหลวที่เกิดจากความคิด

วิดีโอเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่าทำไมบางคนถึงทำงานหนักแต่ไม่ก้าวหน้า ในขณะที่บางคนดูเหมือนจะประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า ซึ่งความรู้สึกนี้ไม่ใช่แค่ความอิจฉา แต่เป็นความเจ็บปวดที่เกิดจากการเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครจดจำ โดย ดร.เดวิด เจ. ชวาร์ตซ์ ผู้เขียนหนังสือ "The Magic of Thinking Big" อธิบายว่าสิ่งนี้เกิดจากการติดอยู่ในกับดักทางความคิด และความสำเร็จของคนเราไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดของสมองหรือพื้นฐานครอบครัว แต่อยู่ที่ขนาดของความคิด

ยินดีต้อนรับสู่วิธีคิดของผู้ชนะ

หนังสือ "The Magic of Thinking Big" ไม่ได้สอนให้เพ้อฝัน แต่เป็นคู่มือทางจิตวิทยาที่จะปลดล็อกศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณ เปลี่ยนจากความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจให้กลายเป็นพลังที่ผลักดันคุณไปข้างหน้า โดยวิดีโอจะพาไปไขความลับว่าทำไมสมการความสำเร็จของมหาเศรษฐีและผู้นำระดับโลกถึงไม่ได้เริ่มต้นที่ความฉลาดหรือต้นทุนชีวิต แต่เริ่มต้นที่ขนาดของความคิด และจะพาไปทำความรู้จักกับศัตรูตัวร้ายที่แฝงตัวอยู่ในสมองของเรา นั่นคือ "โรคชอบแก้ตัว" (Excusitis) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้คนเก่งๆมากมายไปไม่ถึงดวงดาว

เดวิด เจ. ชวาร์ตซ์ ศาสตราจารย์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ

ดร.เดวิด เจ. ชวาร์ตซ์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่นักพูดสร้างแรงบันดาลใจ แต่เป็นนักวิชาการตัวจริงเสียงจริง เป็นศาสตราจารย์ระดับปริญญาเอกประจำคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยจอร์เจียสเตท ในสหรัฐอเมริกา และยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการจูงใจคนและเป็นประธานบริษัทที่ปรึกษาที่ให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารองค์กรชั้นนำมากมาย สิ่งที่ท่านถ่ายทอดในหนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่แค่ทฤษฎีสวยหรู แต่เป็นหลักจิตวิทยาประยุกต์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้วว่าใช้ได้จริงในโลกของการทำงานและชีวิตส่วนตัว หนังสือ "The Magic of Thinking Big" การันตีด้วยยอดขายที่ถล่มทลายมากกว่า 6 ล้านเล่มทั่วโลก และได้รับการตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ

เชื่อว่าทำได้ แล้วคุณจะทำได้

จุดเริ่มต้นของทุกความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่เงินทุนหรือความเก่งกาจ แต่มันเริ่มต้นที่ความเชื่อในสมองของเรา โดยความเชื่อกำหนดผลลัพธ์ เพราะความเชื่อไม่ใช่แค่การฝันกลางวัน แต่เป็นกลไกทางจิตวิทยาที่ทำงานจริงๆ ความไม่เชื่อหรือความสงสัยเป็นพลังงานลบ เมื่อไหร่ก็ตามที่สมองของเราเกิดความสงสัยหรือคิดว่าฉันทำไม่ได้หรอก สมองก็จะดึงดูดเหตุผลมากมายมาสนับสนุนความเชื่อนั้นทันที และผลลัพธ์ก็คือความล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ ดร.ชวาร์ตซ์เปรียบเทียบสมองของเราเหมือนโรงงานผลิตความคิด ซึ่งมีหัวหน้างาน 2 คน คือ นายชัยชนะ และ นายพ่ายแพ้ ถ้าเราสั่งงานด้วยความเชื่อมั่น นายชัยชนะก็จะออกมาทำงานแทน แต่ถ้าเราสั่งงานด้วยความสงสัย นายพ่ายแพ้ก็จะออกมาทำงานแทน

รักษาโรคชอบแก้ตัว (Excusitis)

ดร.ชวาร์ตซ์ได้จำแนกเชื้อร้ายของโรคชอบแก้ตัว (Excusitis) ออกมาเป็น 4 สายพันธุ์หลักๆ ได้แก่ ข้ออ้างเรื่องสุขภาพ, ข้ออ้างเรื่องความฉลาดหรือสติปัญญา, ข้ออ้างเรื่องอายุ และข้ออ้างเรื่องโชคชะตา โดยวิธีรักษาคือ เลิกพูดถึงสุขภาพของคุณ, ความสนใจและความกระตือรือร้นมีค่ามากกว่าความฉลาดทางวิชาการ, อายุเป็นเพียงตัวเลข และเลิกเป็นลูกค้าของนายโชคชะตาแล้วหันมาเป็นเจ้านายของการวางแผน

ความกลัวรักษาได้ด้วยการลงมือทำ

ความกลัวไม่ใช่แค่ภาพลวงตาทางจิตใจ แต่เป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายความฝันของผู้คนมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกลัวเจ๊ง กลัวขายหน้า หรือกลัวว่าทำไปแล้วคนอื่นจะมองเรายังไง ความกลัวเหล่านี้แหละที่เป็นกำแพงกั้นเราจากความสำเร็จ แต่ข่าวดีก็คือความกลัวเป็นโรคที่รักษาได้ โดยกฎเหล็กข้อสำคัญที่สุดในการจัดการกับความกลัว คือ การลงมือทำช่วยรักษาความกลัว ในขณะที่ความลังเลจะสะสมความกลัว นอกจากนี้ ดร.วัส ยังมีแบบฝึกหัดสร้างความมั่นใจ คือ จงนั่งแถวหน้า และการสบตาคู่สนทนา

เทคนิคการคิดใหญ่

รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดีอาจจะไม่ได้สำคัญเท่าลักษณ์ภายในที่เรามองเห็นตัวเอง โดย David Schwartz บอกว่า You are what you think you are หรือคุณคิดว่าคุณเป็นใครคุณก็จะเป็นแบบนั้น เทคนิคที่หนังสือเล่มนี้แนะนำคือการอัปเกรดความคิดที่มีต่องานที่เราทำ และต้องหมั่นบอกตัวเองทุกวันว่าเราเจ๋งแค่ไหน งานเราสำคัญยังไง เพื่อไม่ให้เราเผลอลดคุณค่าของตัวเองลง

สิ่งแวดล้อมกำหนดชีวิต

ร่างกายเราต้องการอาหารดีๆเพื่อให้แข็งแรง จิตใจเราก็ต้องการอาหารสมองชั้นดีเช่นกัน ถ้าเราคลุกคลีอยู่กับคนที่ชอบนินทา คนที่ชอบบ่น หรือคนที่มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา เราก็จะค่อยๆซึมซับพิษเหล่านั้นเข้ามาโดยไม่รู้ตัว หนังสือบอกว่าคนที่คิดลบเหล่านี้คือยาพิษทางคิด ถ้าอยากคิดใหญ่เราต้อง Go first Class หรือเลือกคบคนระดับ First Class คำว่า First Class ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงคนรวยล้นฟ้า แต่หมายถึงคนที่มีคุณภาพทางความคิด คนที่คอยเชียร์อัพเรา คนที่ทำให้เราอยากเก่งขึ้น

บทสรุป: เริ่มต้นเป็นคนคิดใหญ่ตั้งแต่วันนี้

จุดที่แบ่งแยกผู้แพ้กับผู้ชนะออกจากกัน คือ การลงมือทำ (Action) หลายคนเข้าใจผิดคิดว่าต้องรอให้หายกลัวก่อนแล้วค่อยลงมือทำ แต่ความจริงคือยิ่งคุณรอความกลัวมันจะยิ่งขยายตัวเหมือนวัชพืช วิธีเดียวที่จะกำจัดมันได้คือการทำทั้งที่ยังกลัวนี่แหละครับ ดังนั้นจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายของการคิดใหญ่ก็คือการเป็น Doer หรือนักลงมือทำ ไม่ใช่แค่ Dreamer หรือนักฝัน โดยสรุป 4 กุญแจสำคัญที่คุณต้องพกจิตตัวไว้เสมอถ้าอยากเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ยิ่งใหญ่ คือ 1. Believe Big เชื่อมั่นให้สุดหัวใจว่าคุณทำได้ 2. Kill excusิรักษาโรคชอบแก้ตัวให้หายขาด 3. Go first class จัดฮวงจุ้ยชีวิตใหม่ และ 4. Action เลิกกลัวแล้วเริ่มลงมือทำทันที

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 คุณเคยถามตัวเองไหมครับว่าทำไมทั้งที่คุณ ทุ่มเททำงานหนัก[เพลง]ตื่นเช้ากลับดึกรับ ผิดชอบหน้าที่อย่างดีเยี่ยมแต่ชีวิตกลับ ดู[เพลง]เหมือนย่ำอยู่กับที่เงินเดือนไม่ ขยับหรือขยับก็แค่เพียงเล็กน้อยในขณะที่ ใครบางคนคนที่คุณมองดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึก ว่าเขาเก่งไปกว่า[เพลง]คุณเลยเผลอๆอาจจะ ทำงานน้อยกว่าคุณด้วยซ้ำแต่ทำไมเขาถึง ก้าวหน้าไปไกลกว่าได้เลื่อนตำแหน่ง[เพลง] ได้รับโอกาสดีๆอยู่เสมอความรู้สึกนี้มัน ไม่ใช่แค่ความอิจฉา[เพลง]หรอกครับแต่มัน คือความเจ็บปวดลึกๆความเจ็บปวดของการเป็น คนธรรมดาที่ไม่มีใครจด[เพลง]จำ ลองนึกภาพตามนะครับเวลาที่คุณหยิบมือถือ ขึ้นมาไถฟีด[เพลง] Facebook แล้วเห็น

0:47 เพื่อนร่วมกันคนที่เคยนั่งเรียนห้องเดียว กันโพสต์รูปบ้านหลังใหม่รถคันใหม่หรือภาพ ทริปท่องเที่ยวต่างประเทศที่ดูหรูหราใน ขณะที่เรายังคงนั่งกังวลกับค่าผ่อนบัตร เครดิตรอบบินหน้าหรือสถานการณ์ที่น่าอึด อัดใจที่สุดในสังคมไทยบ้านเราเลี้ยงรุ่น ครับวินาทีที่คุณเดินเข้าไปในงาน[เพลง] แล้วต้องเจอกับคำถามยอดฮิตว่าตอนนี้ทำ อะไรอยู่ตำแหน่งอะไรแล้วเชื่อไหมครับว่า สำหรับหลายคนคำถามสิ้นสั้นๆแค่นี้มัน [เพลง]เหมือนมีก้อนจุกอยู่ที่คอเพราะลึกๆ แล้วเรารู้สึกว่าเราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ เราน่าจะมีชีวิตที่ดีกว่า[เพลง]นี้ผมอยาก บอกคุณว่าถ้าคุณกำลังรู้สึกแบบ คุณไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับโชคร้ายหรือ เป็นเพราะคุณไม่มีวาสนาเหมือนที่ผู้ใหญ่

1:34 ชอบพูดกันนะครับ[เพลง]และที่สำคัญมันไม่ ใช่เพราะคุณไม่เก่งแต่สิ่งที่คุณกำลัง เผชิญอยู่คือสิ่งที่ดร.เดidJวardsผู้ เขียนหนังสือระดับตำนานเล่มนี้ The Magic of Thinking Big หรือ[เพลง]คิดใหญ่ไม่ คิดเล็กเรียกว่าการติดอยู่ในกับดักทาง ความคิดดร.ชวาได้ค้นพบความจริงที่น่าตกใจ ครับว่าขนาดของความสำเร็จของคนเราไม่ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดของ[เพลง]สมองไม่ได้ขึ้น อยู่กับเกรดเฉลี่ยตอนเรียนหรือพื้นฐาน ครอบครัวแต่ความแตกต่างระหว่างคนที่ประสบ ความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่กับคนธรรมดาที่ ใช้ชีวิตไปวันๆ[เพลง]มันอยู่ที่ขนาดของ ความคิดของพวกเขาเท่านั้นเองครับหนังสือ เล่มนี้ไม่ได้จะมาสอนให้คุณเพ้อฝันแต่มัน คือคู่มือทางจิตวิทยาที่จะมาปลดปลดล็อค

2:21 ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ในตัวคุณเปลี่ยนจาก ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจให้กลายเป็นพลัง ที่ผลักดันคุณไปข้างหน้าแล้วเราจะเริ่ม เปลี่ยนขนาดของคิดได้อย่างไรคือรากฐาน สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราก้าวข้ามจากคน ธรรมดาไปสู่ความสำเร็จระดับสูงได้เดี๋ยว เราจะมาค้นหาคำตอบกุญแจดอกแรกนี้ไปพร้อม กันในส่วนถัดไปครับยินดีต้อนรับเข้าสู่ รายการเล่มล่าสุดฟังหนังสือ[เพลง]เปลี่ยน ชีวิตครับพื้นที่ที่เราจะมาร่วมกันตกผลึก คัมภีร์จาก[เพลง]ตัวอักษรสู่การลงมือทำ จริงก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่เนื้อหาที่ เข้มข้นผมอยากเชิญชวนให้คุณกด subscribe หรือกดติดตามช่องของเราไว้สักนิดนะครับ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณจะไม่พลาดวัคซีน

3:07 [เพลง]ทางความคิดดีๆแบบนี้ที่เราคัดสรรมา เสิร์ฟให้คุณเพื่อพัฒนาตนเองในทุกๆตอน หนังสือ The Magic [เพลง] of Thinking Big หรือคิดใหญ่ไม่คิดเล็กที่อยู่ในมือ ผมเล่มนี้มันไม่ใช่แค่หนังสือ How to ทั่วไปที่อ่านจบแล้ววางไว้บนชั้นแต่มัน เปรียบเสมือนคัมภีร์[เพลง]อมตะที่ผ่านการ พิสูจน์มาแล้วหลายทศวรรษว่าเป็นเหมือน วัคซีน[เพลง]เข็มสำคัญที่จะช่วยป้องกัน คุณจากโรคร้ายที่ชื่อว่าความล้มเหลวครับ ในตอนนี้นะครับเราจะมาไขความลับที่หลายคน อาจไม่เคยรู้มาก่อนว่าทำไมสมการความ สำเร็จของมหาเศรษฐี[เพลง] และผู้นำระดับโลกถึงไม่ได้เริ่มต้นที่ ความฉลาดหรือต้นทุนชีวิตแต่ทำไมผู้เขียน ถึงกล้ายืนยันว่าขนาดของความคิดของคุณคือ

3:55 ตัวแปรเดียวที่กำหนดขนาดของเงินในกระเป๋า รวมถึงความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของคุณ อย่างแม่นยำที่สุด และที่[เพลง]น่าสนใจไปกว่านั้นเราจะพาคุณ ไปทำความรู้จักกับศัตรูตัวร้ายที่แฝงตัว เงียบเชียบอยู่ในสมองของเราสิ่ง[เพลง]ที่ ดร. เรียกว่าโรคชอบแก้ตัวหรือ excusis เจ้า เชื้อร้ายตัวนี้ละครับคือสาเหตุที่ทำให้ คนเก่งๆมากมายในบ้านเราไป[เพลง]ไม่ถึงดวง ดาวหยุดชะงักอยู่กับที่ในขณะที่คนอื่นแซง หน้าไปไกลซึ่งเราจะมีวิธีตรวจเช็คอาการ และรักษาโรครายนี้ได้อย่างไรเดี๋ยวเราจะ ได้เจาะลึกกันแน่นอนครับสำหรับคุณผู้ฟัง ที่อยากจะมีคู่มือเปลี่ยนชีวิต[เพลง]เล่ม นี้ติดตัวไว้เพื่อขีดเขียนและทำแบบฝึกหัด ไปพร้อมๆกับเราผมได้แนบลิงก์สำหรับสั่ง

4:42 ซื้อหนังสือเล่มจริงฉบับภาษาไทย[เพลง]ไว้ ให้ในคำบรรยายด้านล่างเรียบร้อยแล้วนะ ครับลองกดเข้าไปดูได้เลยครับแต่ก่อนที่ เราจะไปรับวัคซีนแก้โรคชอบแก้ตัวกันผม เชื่อว่าหลายท่านอาจจะเกิดคำถามในใจครับ ว่า[เพลง]แล้วผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เขา เป็นใครมาจากไหนเขาเป็นแค่ไลฟโค้ชที่พูด เก่งๆหรือเปล่าหรือเขามีดีกรีความน่า เชื่อถือมากแค่ไหนถึงสามารถเปลี่ยนชีวิต ผู้คนมาแล้วทั่วโลกเดี๋ยวเราจะไปทำความ รู้จักกับชายผู้เป็นตำนาน[เพลง] ศาสตราจารย์ดร.เดวิดเจชวอสให้ลึกซึ้งขึ้น อีกนิดในช่วงถัดไปครับความจริงแล้วดร. เดวิดเจชวาท่านไม่ได้เป็นเพียงแค่นักพูด สร้างแรงบันดาลใจหรือไโค้ชทั่วๆไปอย่าง ที่เราอาจจะเข้าใจผิดกันนะครับแต่ท่าน เป็นถึงนักวิชาการตัวจริงเสียงจริงเป็น

5:29 ศาสตราจารย์ระดับปริญญาเอกประจำคณะบริหาร ธุรกิจที่มหาวิทยาลัยจอร์เจีย State ใน สหรัฐอเมริกา[เพลง]ซึ่งความพิเศษของดร. ชวาก็คือท่านไม่ได้มีความรู้แค่ในตำรา เท่านั้นครับแต่ท่านยังเป็นผู้เชี่ยวชาญ ด้านการจูงใจคนและเป็นประธานบริษัทที่ ปรึกษาที่ให้คำแนะนำแก่ผู้บริหารองค์กร ชั้นนำมากมาย[เพลง]สิ่งที่ท่านถ่ายทอดใน หนังสือเล่มนี้จึงไม่ใช่แค่ทฤษฎีสวยหรู ที่จับต้องไม่ได้[เพลง]แต่มันคือหลัก จิตวิทยาประยุกต์ที่ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว ว่าใช้ได้จริงในโลกของการทำงานและชีวิต [เพลง]ส่วนตัวความยิ่งใหญ่ของหนังสือ The Magic of Thinking Big หรือคิดใหญ่ ไม่คิด[เพลง]เล็กเล่มนี้การันตีด้วยยอด ขายที่ถล่มทลายมากกว่า 6 ล้านเล่มทั่วโลก และได้รับการตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ามายาว

6:16 นานกว่าครึ่งศตวรรษเรียกได้ว่า[เพลง]เป็น หนังสือระดับตำนานที่เปลี่ยนชีวิตคน ธรรมดาพนักงานกินเงินเดือนทั่วไปให้กลาย มาเป็นผู้บริหารระดับสูงเป็นเจ้า[เพลง] ของธุรกิจและเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ มาแล้วนับไม่ถ้วนคุณผู้[เพลง]ฟังครับลอง จินตนาการดูนะครับว่าถ้าศาสตราจารย์ผู้ เชี่ยวชาญด้านความสำเร็จระดับโลกนี้ [เพลง]มานั่งอยู่ตรงหน้าคุณและพร้อมที่จะ ถ่ายทอดวิชาลับที่ท่านค้นพบคุณจะตั้งใจ ฟังไหมครับ[เพลง]แน่นอนครับว่าคำตอบคือ ใช่และเมื่อเรามั่นใจแล้วว่า[เพลง]ผู้ เขียนคือปรมาจารย์ตัวจริงคำถามสำคัญต่อมา ก็คือแล้วบทเรียนแรกที่ท่านอยากจะสอนเรา เพื่อเป็น[เพลง]การปูพื้นฐานสู่ความยิ่ง ใหญ่คืออะไรดร.ชวาบอกว่าจุดเริ่มต้นของ

7:02 ทุกความสำเร็จไม่ได้[เพลง]อยู่ที่เงินทุน ไม่ได้อยู่ที่ความเก่งกาดแต่มันเริ่มต้น ที่ความเชื่อในสมองของเรานี่เองครับ [เพลง]แล้วทำไมแค่เชื่อถึงทำให้ผลลัพธ์ เปลี่ยนไปได้ขนาดนั้นในช่วงหน้าเราจะมา เจาะลึกแก่น[เพลง]สำคัญข้อแรกนี้กันครับ คุณผู้ฟันครับเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมคน ที่มีต้นทุนชีวิตพอๆกันเรียนจบมาจาก สถาบันเดียวกันหรือเริ่มทำงานพร้อมๆกัน [เพลง]แต่ผลลัพธ์ในชีวิตกลับแตกแตกต่าง กันราวฟ้ากับเหวคำตอบที่ดร.ชวัให้ไว้ในบท แรกของหนังสือเล่มนี้เรียบง่ายแต่ทรงพลัง มากครับ[เพลง]ท่านบอกว่าจุดตัดของความ สำเร็จและความล้มเหลวมันเริ่มกันที่คำคๆ เดียวเลยครับนั่นคือความเชื่อดร.ชวัยืน ยันหนักแน่นเลยครับว่าความเชื่อกำหนดผล

7:49 ลัพธ์เพราะความเชื่อไม่ใช่แค่การฝันกลาง วันหรือการหลอกตัวเองนะครับ[เพลง]แต่มัน คือกลไกทางจิตวิทยาที่ทำงานจริงๆท่าน อธิบายว่าความไม่เชื่อหรือความสงสัยเป็น พลัง[เพลง]งานลบเมื่อไหร่ก็ตามที่สมองของ เราเกิดความสงสัยหรือคิดว่าฉันทำไม่ได้ หรอกสมองก็จะดึงดูดเหตุผล 108,900 มา สนับสนุนความเชื่อนั้นทันทีและผลลัพธ์ก็ คือความล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ได้ลงมือทำ เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้นดร.ชวั ได้เปรียบเทียบไว้อย่างน่าสนใจมากครับ ท่านบอกให้ลองจินตนาการว่าสมองของเรา เปรียบเสมือนโรงงานผลิตความคิดซึ่งภายใน โรงงานแห่งนี้มีหัวหน้างานคนสำคัญอยู่ 2 คนคอยรับคำสั่งจากเราคนแรกชื่อว่านาย

8:34 [เพลง]ชัยชนะและอีกคนชื่อว่านายพ่ายแผล ทั้ง 2 คนนี้เชื่อฟังเรามากครับถ้าเรา ตื่นเช้ามาแล้วบอกกับตัวเองว่าวันนี้ต้อง เป็นวันที่แย่แน่ๆนายพ่ายแพ้จะรีบกูลีจอ ออกมาทำงานทันทีครับ[เพลง]เขาจะผลิตความ คิดที่ว่าทำไมคุณถึงควรจะท้อแท้ทำไม [เพลง]งานถึงยากและทำไมคุณถึงสู้คนอื่น ไม่ได้แต่ในทางกลับกันถ้าคุณสั่งงานด้วย ความเชื่อมั่นว่าฉันทำได้ฉันจะทำให้วัน นี้เป็นวันที่ดีนายชัย[เพลง]ชนะก็จะออกมา ทำงานแทนเขาจะเริ่มมองหาโอกาสมองหาทางออก และผลิตวิธีแห่งความสำเร็จออกมาให้คุณลอง ดูตัวอย่างใกล้ตัวในบ้านเราก็ได้ครับ [เพลง]สมมุติว่ามีคนไทย 2 คนอยากจะลุก ขึ้นมาทำธุรกิจขายของออนไลน์ทั้งคู่มี

9:20 เงินทุนก้อนเล็กๆ[เพลง]เท่ากันคนแรกปล่อย ให้นายไพ่แพ้ทำงานเขาจะคิดในใจว่า[เพลง] โอ้ยตลาดตอนนี้คนขายกันเกลื่อนเมืองคู่ แข่งเยอะแยะไปหมดจีนก็เข้ามาตีตลาดฉันจะ ไปสู้เขาได้ยังไงทำไปก็เจ๊งเปล่าเมื่อ เชื่อแบบนี้สมอง[เพลง]ก็สั่งให้หยุดและ เขาก็ไม่ทำอะไรเลยครับจบที่ศูนย์แต่คนที่ 2 เขาเลือกใช้งานนายชัยชนะเขาเชื่อมั่น ว่าฉันต้องทำได้สิมันต้องมีช่องทางพอตั้ง ต้นด้วยความเชื่อแบบนี้สมองของเขาจะเริ่ม ทำงานหนักเพื่อหา[เพลง]วิธีการเขาจะเริ่ม สังเกตว่าสินค้าอะไรที่คนไทยยังต้องการ แต่หาซื้อยากหรือ[เพลง]บริการแบบไหนที่จะ มัดใจลูกค้าได้เขาจะเริ่มศึกษาการยิงแอด เริ่มหาวิธีไลฟ์สดให้น่าสนใจเห็นไหมครับ ว่าวิธีการหรือ how to ที่หลายคนถามหา

10:08 กันนักหนาจริงๆแล้วมัน[เพลง]จะเกิดขึ้น ไม่ได้เลยถ้าปราศจากความเชื่อเป็นตัวนำ ทางดร.วอชสรุปไว้ข่มขยายมากครับว่าคน เชื่อว่าทำได้ก็จะทำ[เพลง]ได้วิธีการจะ ตามมาเองเมื่อคุณเชื่อมากพอดังนั้นโจทย์ แรกที่ท่านศาสตราจารย์ฝากไว้ให้พวกเราคือ เลิกเป็นลูกค้าของนายพ่ายแพ้ครับและหันมา ป้อนคำสั่งดีๆให้กับนายชัยชนะในสมองของ คุณแทนแต่คุณผู้ฟังครับแม้ว่าเราจะพยายาม สั่งจิตให้คิดบวกแค่ไหนในความเป็นจริงมัน มักจะมีโรคร้ายบางอย่าง[เพลง]ที่คอยคอย กัดกินความเชื่อมั่นของเรามันเป็นโรคทาง คิดที่ระบาดหนักมากและเป็นศัตรูตัวฉกาศ ของความสำเร็จโรคนี้ทำให้เราชอบพูดคำว่า

10:55 แต่ว่าอยากทำนะแต่ฉัน[เพลง]ไม่เก่งอยาก รวยนะแต่ฉันด่วงไม่ดีเจ้าโรคร้ายที่ว่า นี้ดร.ชวเรียกว่าโรคชอบแก้ตัวหรือ exqusitis ซึ่งเชื่อไหครับว่าคนล้มเหลว 99% [เพลง]ล้วนป่วยเป็นโรคนี้โดยไม่รู้ ตัวแล้ววัคซีนที่จะรักษาโรคนี้คืออะไร [เพลง]เราจะมาผ่าตัดความคิดและกำจัดข้อ อ้างยอดฮิตทั้ง 4 ประการกัน[เพลง]ในช่วง หน้าครับเอาล่ะครับเรามาเริ่มผ่าตัดรักษา โรคชอบแก้ตัว[เพลง]หรือ exqusit กันเลยดี กว่าครับดร.วาซได้จำแนกเชื้อร้ายของโรค นี้ออกมาเป็น 4 สายพันธุ์หลักๆซึ่งผม เชื่อว่าอย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่งน่าจะเคย แวบเข้ามาใน[เพลง]ความคิดของพวกเราทุกคน บ้างไม่มากก็น้อยครับสายพันธุ์แรกคือข้อ

11:41 อ้างเรื่องสุขภาพครับ[เพลง]ฉันป่วยง่าย ฉันปวดหลังฉันเป็นโรคภูมิแพ้คุณผู้ฟัง ครับจริงอยู่ที่สุขภาพเป็นเรื่องสำคัญแต่ [เพลง]หลายครั้งเราใช้มันเป็นเกราะกำบัง เพื่อที่จะไม่ต้องรับผิดชอบงานใหญ่ๆหรือ ความท้าทายใหม่ๆดร.แนะนำ[เพลง]วิธีรักษา ที่ดูเหมือนจะขวานผ่าซากแต่ได้ผลชะงัด ครับนั่นคือเลิกพูดถึงสุขภาพของคุณยิ่ง เราบ่นว่าปวดหัวเราก็จะยิ่งรู้สึกปวดหัว ยิ่งเราบอกใครต่อใครว่าเราไม่แข็งแรงจิต ใต้สำนึกก็จะสั่งให้ร่างกายอ่อนแอตามคำ พูดนั้นแทนที่จะกังวลว่าทำไมฉันถึง[เพลง] ป่วยลองเปลี่ยนเป็นขอบคุณร่างกายดูมั้ ครับขอบคุณที่ขายังเดินไหวขอบคุณที่ตาย อย่างมองเห็นจำไว้นะ[เพลง]ครับว่ายอมสึก หรอดีกว่ายอมเป็นสนิม

12:27 การได้ออกไปทำอะไรสักอย่าง[เพลง]ดีกว่า การเก็บตัวเฉาตายอยู่กับที่ครับสายพันธุ์ ที่ 2 เป็นสายพันธุ์ที่ระบาดหนักมากใน บ้านเรานั่นคือข้ออ้างเรื่องความฉลาดหรือ สติปัญญาครับ[เพลง]ชั้นหัวไม่ดีชั้นเรียน มาน้อยหรือชั้นไอคิวไม่สูงเท่าเขาสังคม ไทยเรามักให้ค่ากับใบปริญญาหรือเกรด เฉลี่ยจนทำให้หลายคนมองข้ามสิ่งที่มีค่า กว่านั้นไปนั่นคือทัศนคติครับดร.ย้ำเสมอ ว่าความสนใจและความกระตือรือร้นมีค่ามาก กว่าความฉลาดทางวิชาการคนจบเกียรตินิยม ถ้ามีทัศนคติลบก็ไม่มีวันประสบความสำเร็จ เท่ากับคนเกรียดเฉลี่ยธรรมดาที่มีความ เชื่อมั่นและกล้าคิดการใหญ่เลิกดูถูกสมอง ตัวเองครับเพราะความคิดสร้างสรรค์และการ มองโลกในแง่ดีไม่ได้วัดกันที่ระดับ IQ

13:13 ครับสายพันธุ์[เพลง]ที่ 3 ข้ออ้างเรื่อง อายุครับโรคนี้มาได้ 2 รูปแบบคือฉันแก่ เกินแกงแล้วกับฉันยังเด็กเกิน[เพลง]ไปใคร ที่คิดว่าตัวเองแก่เกินจะเริ่มต้นใหม่ลอง มองไปรอบๆสิครับสมัยนี้คนวัยเกษียณลุก ขึ้นมาเรียนรู้การใช้ AI มาเป็นยูทูerมา เริ่มธุรกิจออนไลน์กันเยอะแยะไปหมดอายุ เป็นเพียงตัวเลขในบัตรประชาชนครับแต่อายุ มันสมองและจิตใจอยู่ที่เรากำหนดส่วนน้องๆ ที่บอกว่าชั้นเด็กไปไม่มีประสบการณ์จำไว้ ว่าความหนุ่มสาวคือแต้มต่อคุณมีเวลาให้ ลองผิดลองถูกกว่าคนอื่นอย่าให้อายุมาเป็น กรงขังศักยภาพของคุณครับและสายพันธุ์สุด ท้ายข้ออ้างยอดฮิตของคนไทยสายหมู่นั่นคือ ข้ออ้างเรื่องโชคชะตาครับช่วงนี้ดวงตก ปีชงดวงไม่สมพงคุณผู้ฟังครับผมไม่ได้บอก

14:01 ให้เราลบหลู่ความเชื่อนะครับ[เพลง]แต่ถ้า เราสังเกตดูดีๆคนที่ประสบความสำเร็จไม่ ได้นั่งรอโชคลนทับดร.ชวาบอกว่าโชค[เพลง] คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อการเตรียมพร้อมมา บรรจบกับโอกาสเลิกเป็นลูกค้าของนายโชค ชะตาแล้วหันมาเป็นเจ้านายของการวางแผนกัน ดีกว่าครับเพราะความบังเอิญไม่มีอยู่จริง ในพจนานุกรมของความสำเร็จมีแต่เหตุ[เพลง] และผลเท่านั้นเมื่อเราฉีดวัคซีนป้องกัน 4 ข้ออ้างนี้เรียบร้อยแล้วสุขภาพความ[เพลง] ฉลาดอายุและโชคชะตาคุณจะพบว่าจิตใจของคุณ เบาสบายขึ้นพร้อมที่จะรับมือกับความท้า [เพลง]ทายใหม่ๆแต่ทว่าพอเราเลิกแก้ตัว แล้วเรามักจะเจอกำแพงอีกด่านนึง[เพลง]ที่ ตั้งตระหง่านอยู่กำแพงที่ชื่อว่าความกลัว

14:49 ครับกลัวว่าจะทำไม่ได้กลัวว่าจะขายหน้า กลัวสายตาคนอื่น[เพลง]ความกลัวนี่แหละ ครับที่ทำให้คนเก่งๆหลายคนยืนตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าก้าวขาออกไปไหนแล้วเราจะจัดการกับ ความกลัวนี้ได้อย่างไรต้องนั่งสมาธิหรือ เปล่าหรือต้อง[เพลง]สะกดจิตตัวเองเปล่า เลยครับอย่าที่จะรักษาความกลัวได้ชะงัด ที่สุดเป็นยาขนานง่ายๆที่เราทุกคนมีอยู่ ในตัว[เพลง] และมันต้องใช้การกระทำบางอย่างในการรักษา ซึ่งเราจะมาค้นพบยาวิเศษขนะนี้ไป[เพลง] พร้อมกันในช่วงหน้าครับความกลัวมันไม่ใช่ แค่ภาพลวงตาทางจิต[เพลง]ใจนะครับแต่มัน คือศัตรูตัวฉะกาดที่ทำลายความฝันของผู้คน มานักต่อนักแล้วไม่ว่าจะเป็นกลัวเจ๊งกลัว ขายหน้าหรือกลัวว่าทำไปแล้วคนอื่นจะมอง

15:34 เรายังไงความกลัวเหล่านี้แหละครับที่เป็น กำแพงกั้นเราจากความสำเร็จ และที่สำคัญความกลัวเป็นโรคร้ายที่มีจริง มันรุนแรงพอที่จะทำให้เราป่วยกายป่วย [เพลง]ใจได้เลยทีเดียวแต่ข่าวดีก็คือความ กลัวเป็นโรคที่รักษาได้ครับ[เพลง]ใน หนังสือ The Magic of Thinking Big ดวสได้มอบกฎเหล็กข้อสำคัญที่สุดในการจัด การกับความกลัวไว้สั้นๆว่า[เพลง] การลงมือทำช่วยรักษาความกลัวในขณะที่ความ ลังเลจะสะสมความกลัวลองนึกภาพสถานการณ์ จริงดูนะครับสมมุติว่าคุณต้องโทรหาลูกค้า คนสำคัญเพื่อปิดการขายหรือต้องโทรไปง้อ แฟนหรือแม้แต่โทรไปทวงเงิน[เพลง]เพื่อน ยิ่งคุณนั่งมองโทรศัพท์แล้วคิดวนไปวนมา ว่าเขาจะรับมนะเขาจะด่าเรามยหรือรออีกสัก

16:20 พักค่อยโทรดีกว่า[เพลง]ยิ่งคุณรอนานเท่า ไหร่ความกลัวมันจะยิ่งขยายตัวใหญ่ขึ้น เหมือนเชื้อราที่เติบโตในที่ชื้นแฉกของ ความลังเล่จนสุดท้ายคุณอาจจะถอดใจไม่โทร เลยก็ได้วิธีแก้ไม่ใช่การนั่งทำใจให้กล้า แต่คือการหยิบโทรศัพท์แล้วกดโทรออกทัน วินาทีที่คุณได้ยินเสียงรอสายหรือวินาที ที่คุณได้เริ่มพูดประโยคแรกเชื่อไหมครับ ว่าความกลัวที่สะสมมาเมื่อกี้มันจะหายวับ ไปกับตาเพราะสมอง[เพลง]ของคุณเปลี่ยนโหมด ไปโฟกัสที่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแทนนี่ แหละครับคือเวทมนตร์ของการลงมือทำนอกจาก เรื่องการตัดสินใจทำทันทีแล้วดร.วัสยังมี แบบ[เพลง]ฝึกหัดสร้างความมั่นใจที่น่าสน ใจมากและผมอยากให้คุณผู้ฟังลองเอาไปใช้ จริงดูครับเทคนิคแรกคือจงนั่งแถวหน้า

17:06 สังเกตมั้ครับ[เพลง]โดยเฉพาะในสังคมไทย เราเวลาไปประชุมสัมมนาหรือเข้าห้องเรียน ที่นั่งแถวหลังสุดมักจะเต็มก่อนเสมอส่วน แถวหน้านี่โล่งเชียวทำไมเราถึงชอบนั่ง ข้างหลังครับเพราะเราไม่อยากเป็นจุดเด่น เรากลัวถูกถามเราอยาก[เพลง]ซ่อนตัวซึ่ง พฤติกรรมนี้แหละครับที่มันไปโปรแกรมสมอง เราให้เชื่อว่าเราเป็นคนไม่สำคัญ การฝืนใจเดินไปนั่งแถวหน้าสุดอาจจะรู้สึก โหวงๆในช่วงแรกแต่[เพลง]มันคือการประกาศ ให้ตัวคุณเองและคนรอบข้างรู้ว่าคุณมีความ มั่นใจคุณพร้อมที่จะเรียนรู้[เพลง]และคุณ ไม่มีอะไรต้องซ่อนลองดูนะครับในการประชุม ครั้งหน้า[เพลง]เดินไปนั่งเก้าอี้ตัวหน้า สุดเลยและอีกเทคนิคหนึ่งที่ทำได้ง่ายๆแต่ ทรงพลังมากคือ[เพลง]การสบตาคู่สนทนาคนที่ ไม่กล้าสบตาคนอื่นมักจะมีความคิดในหัวว่า

17:55 ฉันรู้สึกผิดฉันทำอะไรผิดพลาดหรือฉันรู้ สึกต้อยต่ำกว่าเขา[เพลง]การหลบตามันคือ การยอมรับความพ่ายแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ เริ่มพูดเลยครับ[เพลง]ดังนั้นฝึกที่จะมอง ตาคนเวลาพูดคุยครับการสบตาคือการส่งสาร [เพลง]เงียบๆไปบอกอีกฝ่ายว่าฉันซื่อสัตย์ ฉันจริงใจและสิ่งที่ฉันพูดนั้นมีค่าพอที่ คุณจะรับฟัง[เพลง] มันคือบุคลิกของผู้นำและผู้ชนะครับเมื่อ เราเริ่มรักษาความกลัวด้วยการลงมือทำกล้า ที่จะนั่งแถวหน้าและกล้าที่จะสบตาผู้คน แล้วคุณจะเริ่มสัมผัสได้ถึงพลังความเชื่อ มั่นที่เพิ่มขึ้น[เพลง]แต่ความเชื่อมั่น อย่างเดียวอาจจะยังไม่พอที่จะพาเราไปสู่ ความยิ่งใหญ่ได้หากเรายังตีราคาค่าตัวของ ตัวเองต่ำเกินไปคุณเคยสงสัยไหมครับว่า

18:43 ทำไมคน 2 คนที่มีต้นทุนเท่ากันการศึกษา เหมือนกันแต่คนนึงกลับประสบความสำเร็จ มหาศาล[เพลง]ในขณะที่อีกคนยังย่ำอยู่กับ ที่คำตอบมันอยู่ที่ป้ายราคาที่เราแปะไว้ บนหน้าผากตัวเองครับโลกนี้มักจะจ่ายผลตอบ แทนให้เราเท่ากับราคาที่เราตั้งไว้ให้ตัว เองเสมอแล้วเราจะอัปเกรดราคาค่างวดและยก ระดับความคิดของเราให้ดูแพงดูเป็นคน คุณภาพในสายตาโลกใบนี้ได้อย่างไรเราจะมา แกะรอยวิธีคิดนี้กันต่อในช่วงหน้าครับ เชื่อไหมครับว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่ดูดี อาจจะไม่ได้สำคัญเท่าลักษณ์ภายในที่เรา มองเห็นตัวเองในหนังสือ David Schwart บอกไว้ชัดเจนเลยครับว่า You are what you think you are หรือคุณคิดว่าคุณ

19:28 เป็นใครคุณก็จะเป็นแบบนั้นถ้าเราแปะป้าย ราคาให้ตัวเองว่าเป็นคนกระจอก[เพลง]เราก็ จะเดินก้มหน้าและพูดจาแบบคนที่ไม่มั่นใจ แล้วโลกก็จะปฏิบัติกับเรา[เพลง]แบบคน กระจอกจริงๆแต่ถ้าเราแปะป้ายว่าฉันคือคน สำคัญฉันคือมืออาชีพบุคลิกท่าทางของเราจะ เปลี่ยนไปทันทีครับเทคนิคที่[เพลง] หนังสือเล่มนี้แนะนำคือการอัปเกรดความคิด ที่มีต่องานที่เราทำครับลองจินตนาการดูนะ ครับถ้าคุณทำงานขายระหว่างคนที่คิดว่าตัว เองเป็นแค่คนขายของที่ต้องคอยตามซื้อขอ ร้องให้ลูกค้าช่วยซื้อกับ[เพลง]คนที่มอง ตัวเองเป็นที่ปรึกษาเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้า[เพลง]คุณ ว่าพลังงานในการทำงานของ 2 คนนี้ต่างกัน ไหครับคนแรกจะเต็มไปด้วยความเกรงใจกลัว

20:17 ถูกปฏิเสธแต่[เพลง]คนที่ 2 จะเดินเข้าไป ด้วยความมั่นใจเพราะเขารู้ว่าสินค้าหรือ บริการของเขามีค่าและกำลังจะไปทำให้ชีวิต ลูกค้าดีขึ้นหรือลองมาดูตัวอย่างที่ใกล้ ตัวเรามากๆในบริบทอย่าง[เพลง]แม่ค้าขาย ข้าวแกงก็ได้ครับสมมุติมีร้านข้าวแกง 2 ร้านรสชาติอาจจะไม่ได้ต่างกันมากแต่แม่ ค้าร้านแรกคิดแค่[เพลง]ว่าฉันก็แค่แม่ค้า ตักแกงขายไปวันๆให้มันจบไปผลที่ออกมาคือ อะไรครับหน้าตาก็อาจจะไม่รับแขก[เพลง] ลูกค้าขอเติมน้ำปลาพริกก็ทำหน้าบึ้งร้าน สกปรกหน่อยก็ชั่นมันเพราะคิดว่าก็ขายแค่ ข้าวแกง[เพลง]จะเอาอะไรมากตัดภาพมาที่แม่ ค้าร้านที่ 2 เธอคิดใหญ่กว่านั้นครับเธอ มองว่างานของฉันคือการเติมพลังให้คนในชุม

21:04 ชนข้าวแกงของฉันต้องสะอาดอร่อยเพราะมัน คือความสุขของคนที่มากินพอคิดแบบนี้รอย ยิ้มมันมาเองครับการบริการมันจะใส่ใจโดย อัตโนมัติ[เพลง]จำได้ว่าลูกค้าคนนี้ไม่ กินเผ็ดคนนั้นชอบไขดาวสุขเชื่อเถอะครับ ว่าสุดท้ายร้านที่ 2 จะขายดีเป็นเทน้ำเท ท่าและเธอจะไม่ใช่แค่แม่ขาแต่เป็นขวัญใจ ของชุมชนเห็นมั้ครับว่างานเหมือน[เพลง] กันแต่วิธีคิดที่มีต่องานต่างกันผลลัพธ์ และค่าตัวที่โลกจ่ายให้ก็ต่างกันมหาศาล ในหนังสือถึงขั้นแนะนำให้เราทำโฆษณาขาย ตัวเองให้ตัวเองฟังเลย[เพลง]นะครับคือ ต้องหมั่นบอกตัวเองทุกวันว่าเราเจ๋งแค่ ไหนงานเราสำคัญยังไงเพื่อไม่ให้เราเผลอลด

21:50 คุณค่าของตัวเองลงที พอเราเริ่มจัดระเบียบความคิดข้างในได้ แล้วเราเริ่มเห็นคุณค่าในตัวเองแล้วแต่ ความท้าทายด่านต่อไปคือโลกภายนอกครับคุณ เคยสังเกตไหมครับว่าบางทีเราฮึดสู้ไฟแรง [เพลง]แต่อยู่ๆไปสักพักไฟมันเริ่มมอด เพราะคนรอบข้างเอาแต่นั่งบ่นเรื่อง เศรษฐกิจหรือชวนคุยแต่เรื่องหลบๆร่างกาย เรากินอะไรเข้าไปก็จะเป็นอย่างนั้นจิตใจ เราก็เหมือนกันครับถ้าเรากินความคิดของคน รอบข้างเข้าไปมากๆเราจะเป็นอย่างไรในช่วง หน้าเราจะมาคุยเรื่องอาหารสมองและการจัด สภาพแวดล้อมว่าเราจะพาตัวเองไปอยู่ในจุด ที่เอื้อต่อความสำเร็จได้อย่างไร[เพลง] ห้ามพลาดนะครับต่อเนื่องจากที่ทิ้งท้าย

22:37 ไว้นะครับร่างกายเราต้องการอาหารดีๆเพื่อ ให้แข็งแรง[เพลง] จิตใจเราก็ต้องการอาหารสมองชั้นดีเช่นกัน ในหนังสือดร. David ให้ความสำคัญกับ เรื่องนี้มากครับท่านเปรียบเทียบไว้อย่าง น่าสนใจว่า[เพลง]ใจคอของเราก็เหมือนร่าง กายร่างกายเป็นผลลัพธ์ของสิ่งที่เรากิน [เพลง]เข้าไปจิตใจก็เป็นผลลัพธ์ของสิ่ง ที่เราป้อนเข้าไปเช่นกันถ้าเรากินแต่ อาหารขยะสุขภาพเราก็แย่ในทางเดียวกันครับ ถ้าเราคลุกคลีอยู่กับคนที่ชอบนินทาคนที่ ชอบบ่น[เพลง]หรือคนที่มองโลกในแง่ร้าย ตลอดเวลาเราก็จะค่อยๆซึมซับพิษเหล่านั้น เข้ามาโดยไม่รู้ตัว[เพลง]นานวันเข้าเราก็ จะกลายเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยขี้หวาดระแวง และมองเห็นแต่อุปสรรค[เพลง]เต็มไปหมด

23:22 หนังสือบอกไว้นะครับว่าคนที่คิดลบเหล่า นี้คือยา[เพลง]พิษทางคิดครับลองจินตนาการ ภาพตามผมนะครับให้เห็นภาพชัดๆแบบไทยๆเรา เลยสมมุติว่าเย็นวันศุกร์คุณเดินเข้าไป นั่งในวงเล้ากับกลุ่มเพื่อนที่ชอบ สังสรรค์[เพลง]แต่ไม่ค่อยมีความ กระตือรือรือร้น บทสนทนาในวงนั้นส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง [เพลง]อะไรครับเรื่องบนเจ้านายเรื่อง นินทาเพื่อนร่วมงาน[เพลง]บนเรื่องหวยกิน หรือปรับทุกข์เรื่องหนี้สินใช่มั้ครับ บรรยากาศมันจะอบอวนไปด้วยความท้อแท้ฟัง แล้วรู้สึกว่าชีวิตนี้มันช่างยากเย็น เหลือเกินอยู่ตรงนั้นนานๆไฟฝันของคุณมอด ดับแน่นอนครับทีนี้ลองเปลี่ยนฉากครับถ้า คุณพาตัวเองไปอยู่ในวงกาแฟ[เพลง]หรือ

24:07 กลุ่มสัมมนาที่รวมตัวของคนที่คิดก้าวหน้า หรือที่ฝรั่งเขาเรียกว่าพวก Go getters บทสนทนาจะเปลี่ยนไปเป็นคนละเรื่องเลยครับ คนกลุ่มนี้เขาจะคุยกันเรื่องไอเดียธุรกิจ ใหม่ๆเรื่องโอกาสในการลงทุน[เพลง]หรือ แชร์วิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์เมื่อคุณ ฟังคนกลุ่มนี้คุยกันคุณจะรู้สึกว่าเฮ้ย เราก็ทำได้นี่นาโลกนี้มันยังมีหนทางอีก เยอะเห็นความต่างมั้ครับเวลาเท่ากัน [เพลง]แต่วงนึงขุ่ยเพื่อฆ่าเวลาอีกวงนึง ขุ่ยเพื่อสร้างอนาคตดร.ชวาแนะนำเลยครับ ว่า[เพลง]ถ้าอยากคิดใหญ่เราต้อง Go first Class หรือเลือกคบคนระดับ First Class [เพลง]คำว่า First Class ในที่นี้ไม่ได้ หมายถึงคนรวยล้นฟ้านะครับแต่หมายถึงคนที่ มีคุณภาพทางความคิดคนที่คอยเชียร์อัพเรา

24:55 คนที่ทำให้เราอยากเก่งขึ้นคนที่แนะนำ หนังสือดีๆให้เราอ่าน[เพลง]การพาตัวเองไป อยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้คือการจัดฮวงจุ้ย ให้ชีวิตตัวเองใหม่ครับเป็นการเติมโปรตีน ให้สมองแทนที่จะเติมไขมันส่วนเกินดังนั้น ลองลองสำรวจคนรอบตัวดูนะครับว่าใครคือคน ที่เราควรใช้เวลาด้วยเพื่อรักษา[เพลง] ขนาดของความฝันเราให้ใหญ่เข้าไว้แต่นอก จากเรื่องความคิดเรื่องความเชื่อมั่นและ เรื่องสิ่งแวดล้อมแล้วจิ๊กซอชิ้งสุดท้าย ที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นความ [เพลง]จริงก็คือสิ่งที่หลายคนมักจะตกม้า ตายนั่นคือการเอาชนะความกลัวแล้วเริ่มสัก ทีในช่วงหน้าซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายของเราผม จะมาสรุปรวบยอดหัวใจสำคัญทั้งหมดแล้วจะมา เชิญชวนให้ทุกคนประกาศศักดาห์ความเป็นคน คิดใหญ่[เพลง]เลิกหาข้ออ้างแล้วลงมือทำ

25:41 ตั้งแต่วินาทีนี้จะเป็นอย่างไรห้ามพลาดบท สรุปนะครับคุณเคยเป็นมั้ยครับมีไอเดียดีๆ ผุดขึ้นมาใน[เพลง]หัววางแผนดิบดีจนเห็น ภาพความสำเร็จลอยมาแต่ไกลแต่พอถึงเวลา ต้องก้าวขาออกไปทำจริงๆ[เพลง]ขามันกลับ แข็งใจมันกลับฝ่อแล้วเราก็เริ่มบอกตัวเอง ว่าเดี๋ยวก่อนรอให้พร้อมกว่านี้อีกนิด นั่นแหละครับ[เพลง]คือจุดที่แบ่งแยกผู้ แพ้กับผู้ชนะออกจากกันในบทที่ชื่อว่า Build [เพลง] Confidence and destroy fear หรือสร้างความเชื่อมั่นและทำลาย ความกลัว David JW พูดประโยคทองคำที่ผม อยากให้ทุกคนท่องจำให้ขึ้นใจเลยครับ [เพลง]เขาบอกว่า Action Kosphere การลง มือทำคือยารักษาความกลัวหลายคน[เพลง]เข้า ใจผิดคิดว่าต้องรอให้หายกลัวก่อนแล้วค่อย

26:27 ลงมือทำแต่ความจริงคือยิ่งคุณรอความกลัว มันจะยิ่งขยายตัวเหมือนวัชพืชครับวิธี เดียวที่จะกำจัดมันได้คือ[เพลง]การทำทั้ง ที่ยังกลัวนี่แหละครับถ้าคุณกลัวการโทรหา ลูกค้ายาแก้คือการยกหูโทรศัพท์ทันทีถ้า คุณกลัวการเริ่มธุรกิจยาแก้[เพลง]คือการ เริ่มเขียนแผนหรือเริ่มขายสินค้าชิ้นแรก ความลังเลการผลัดวัน[เพลง]ประกันพรุ่งคือ ปุ๋ยชั้นดีที่ทำให้ความกลัวเติบต่อครับ ดังนั้นจิ๊กซอชิ้นสุดท้ายของ[เพลง]การคิด ใหญ่ก็คือการเป็นหรือนักลงมือทำไม่ใช่แค่ Dreamer หรือนักฝัน เอาล่ะครับเราเดินทางมาด้วยกันจนถึงช่วง สุดท้ายของซีรีย์ The Magic of Thinking Big เล่มนี้แล้วผมขอสรุป 4

27:12 กุญแจสำคัญที่คุณต้องพกจิตตัวไว้เสมอถ้า อยากเปลี่ยนชีวิตตัวเองให้ยิ่งใหญ่ครับ 1 Believe Big เชื่อมั่นให้สุดหัวใจ ครับว่าคุณทำได้ขนาดของความสำเร็จขึ้น อยู่กับขนาดของความเชื่อคุณเอง 2 K excusิรักษาโรคชอบแก้ตัวให้หายขาด เลิกอ้างว่าไม่เก่งไม่พร้อมหรือโชคไม่ดี คนสำเร็จเขาหาหนทางครับเขาไม่หาข้ออ้าง 3 Go first class จัดฮวงจุ้ยชีวิต ใหม่พาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ กระตุ้นให้คุณเติบโตคบคนคิดบวกคบคนคิด ใหญ่และ 4 ข้อสุดท้ายที่เราเพิ่งคุยกัน

27:58 [เพลง]แอtionเลิกกลัวแล้วเริ่มลงมือทำทัน ทีถ้าคุณฟังมาถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าเมล็ด พันธุ์แห่งการคิดใหญ่ได้ถูก[เพลง]ฝังลงใน ใจของคุณเรียบร้อยแล้วครับหน้าที่ของคุณ ต่อจากนี้[เพลง]คือการรดน้ำพรวนดินหมัน ด้วยการลงมือทำเพื่อเป็นการยืนยันความ ตั้งใจของตัวคุณเอง[เพลง]ผมอยากชวนให้ พิมพ์คอมเมนต์บอกผมข้างล่างหน่อยครับว่า ฉันคิดใหญ่พิมพ์สั้นๆแค่นี้แหละครับ [เพลง]เพื่อเป็นการประกาศให้โลกรู้และ เตือนสติสมองของคุณเองว่านับจากวินาทีนี้ ไปฉันจะไม่ยอมเป็นคนคิดเล็กอีกต่อ[เพลง] ไปแล้วสำหรับใครที่อยากอ่านรายละเอียด ฉบับ อยากซึมซับเทคนิคและตัวอย่างอีกมากมายใน หนังสือเล่มนี้[เพลง]ผมแปะลิงก์สั่งซื้อ หนังสือคิดใหญ่ไม่คิดเล็กไว้ให้ที่ด้าน ล่างแล้วนะครับ[เพลง]การลงทุนกับความรู้

28:45 คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดเสมอครับและ ถ้าคุณไม่อยากพลาดเนื้อหาดีๆแบบนี้อย่า ลืมกด Subscribe [เพลง]และกดกระดิ่งแจ้ง เตือนไว้นะครับในตอนหน้าผมจะหยิบหนังสือ เล่มไหนมาแกะรอยความสำเร็จกันอีก[เพลง] รับรองว่าเข้มข้นไม่แพ้เล่มนี้แน่นอน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปด้วยกัน ในซีรียส์นี้ครับ[เพลง]ขอให้ทุกคนมีความ สุขกับการคิดใหญ่และใช้ชีวิตในแบบที่ใฝ่ ฝันแล้วพบกันใหม่ใน Ep Episod หน้า สวัสดีครับ

Share

YouTube Video Summaries