นิเวศน์วังไกลกังวล เซฟโซนของพระมหากษัตริย์ | ซีรีส์เรื่องในรั้ววัง | โลกวิวัฒน์ Podcast EP.95

Thairath Studio www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เป็นการสำรวจวังไกลกังวลและพระราชวังสนามจันทร์ โดยเน้นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ความเชื่อมโยงกับรัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 7 ตลอดจนบทบาทของวังเหล่านี้ในช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายทางการเมือง

  • พระราชวังสนามจันทร์เป็นศูนย์กลางของกองเสือป่าในรัชกาลที่ 6 และมีความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยศิลปากร
  • วังไกลกังวลเป็นสถานที่พักผ่อนและรับมือกับสถานการณ์บ้านเมืองที่ไม่แน่นอนในรัชกาลที่ 7
  • วังทั้งสองแห่งนี้สะท้อนถึงความพยายามของพระมหากษัตริย์ในการรักษาสถาบันท่ามกลางความท้าทายต่างๆ

บทนำ

วิดีโอนี้เป็นตอนที่ 3 ของซีรีส์เรื่องราวในรั้ววัง โดยจะพาไปสำรวจพระราชวัง 2 แห่งที่มีความสำคัญในประวัติศาสตร์ไทย ได้แก่ วังไกลกังวลและพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งวังทั้งสองแห่งนี้มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์สำคัญในยุครัชกาลที่ 5, 6 และ 7 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายและความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

พระราชวังสนามจันทร์: ขุมกำลังเสือป่าและความงดงามทางสถาปัตยกรรม

พระราชวังสนามจันทร์สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่จังหวัดนครปฐม เนื่องจากพระองค์ทรงเห็นว่าเป็นเมืองที่มีชัยภูมิที่ดี ใกล้กับกรุงเทพฯ และเป็นอู่อารยธรรมเก่าแก่ อีกทั้งยังเป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ของกองเสือป่า ซึ่งเป็นกำลังสำรองที่สำคัญในยุคนั้น ชื่อ "สนามจันทร์" มาจากสระน้ำจันทร์ในวัง ภายในพระราชวังมีพระที่นั่งองค์สำคัญหลายองค์ เช่น พระที่นั่งพิมานประถม ซึ่งเป็นที่ประทับหลักของรัชกาลที่ 6 และมีห้องพระเจ้าที่มีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับคติความเชื่อทางศาสนา นอกจากนี้ยังมีเทวาลัยคเนศที่รัชกาลที่ 6 ทรงเคารพบูชา

ความเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัยศิลปากรและเรื่องราวของย่าเหล

มหาวิทยาลัยศิลปากรมีความเกี่ยวข้องกับพระราชวังสนามจันทร์ เนื่องจากหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ได้ขยายมหาวิทยาลัยมาตั้งที่นี่ โดยยึดถือพระพิฆเนศที่อยู่ในพระราชวังเป็นสัญลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ ซึ่งตั้งชื่อตามสุนัขทรงเลี้ยงของรัชกาลที่ 6 ที่ชื่อว่าย่าเหล โดยมีเรื่องราวความผูกพันระหว่างพระองค์และสุนัขทรงเลี้ยงตัวโปรด ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลไว้ที่หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาสน์

พระตำหนักทัพแก้วและเหตุการณ์กบฏ ร.ศ. 130

พระตำหนักทัพแก้วเป็นสถานที่ตั้งของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในยุคแรกๆ นอกจากนี้ พระราชวังสนามจันทร์ยังเคยเกิดเหตุการณ์สำคัญคือ กบฏ ร.ศ. 130 ซึ่งเป็นกลุ่มนายทหารที่ไม่พอใจรัชกาลที่ 6 และวางแผนจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่ถูกจับกุมได้ก่อน รัชกาลที่ 6 ทรงลดโทษให้ทุกคนและพระราชทานอภัยโทษในภายหลัง

วังไกลกังวล: ที่ประทับตากอากาศและความวุ่นวายทางการเมือง

วังไกลกังวลสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7 ที่หัวหิน เพื่อเป็นที่ประทับตากอากาศ โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสัน กฤตดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบ ชื่อ "ไกลกังวล" ได้รับแรงบันดาลใจจากวังซองซูซีในเยอรมนี ภายในวังมีพระตำหนักองค์สำคัญ 4 องค์ที่มีชื่อคล้องจองกัน ได้แก่ พระตำหนักเปี่ยมสุข พระตำหนักปลุกเกษม ตำหนักเอิบเปรม และตำหนักเอมปรี

การเปลี่ยนแปลงการปกครองและกบฏบวรเดช

ในช่วงเวลาที่สร้างวังไกลกังวล เป็นช่วงที่บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี 2475 รัชกาลที่ 7 ทรงประทับอยู่ที่วังไกลกังวลขณะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และต่อมาในปี 2476 ได้เกิดกบฏบวรเดช รัชกาลที่ 7 ทรงวิตกกังวลและเสด็จออกจากวังไกลกังวลเพื่อลี้ภัยไปสงขลา

การสละราชสมบัติและวังไกลกังวลในรัชกาลที่ 9

รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติและเสด็จสวรรคตที่ต่างแดน ต่อมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เสด็จไปประทับที่วังไกลกังวลและทรงริเริ่มโครงการต่างๆ มากมาย และได้โปรดให้มีการเสด็จออกมหาสมาคมเนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษาที่วังไกลกังวลเป็นครั้งแรก ปัจจุบันวังไกลกังวลเป็นพระราชฐานที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ และไม่ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 [เพลง] เพราะทุกอย่างในโลกมีเรื่องราวและเรื่อง เล่ากับโลกวิวัดพcส [เพลง] โลกวิวัฒน์สนับสนุนโดยสมาคมประชาคมคนตา บอด EP นี้เรามาต่อเนื่องกันกับซีรียส์ เรื่องในรั้ววังอันนี้เราเป็น EP ที่ 3 แล้วเนาะ 3 แล้วะ EP แรกเราเล่าเรื่องพระ บรมมหาราชวังศูนย์กลางสถาบันพระ มหากษัตริย์ EP EP ที่ 2 ชื่อเพราะมาก ปิยมหาราชนิเวศ ก็ว่าด้วยเรื่องวังในรัชกาลที่ 5 ซึ่งใน ยุคสมัยนั้นเนี่ยเป็นยุคที่มีการสร้างวัง เยอะมากที่สุดแล้วก็ EP 3 พี่วัฒน์ตั้ง ชื่อมาเพราะเหมือนกันนิเวศวังไกลกังวลก็

0:45 จะว่าด้วยเรื่องของวังไกลกังวลซึ่งคำว่า ไกลกังวลเนี่ยไม่ได้หมายถึงแค่ชื่อวัง อย่างเดียวแต่ว่าเป็นสถานที่ที่อยู่แล้ว เนี่ยไกลจากความกังวลก็คือเป็นวังที่ใน ยุคนึงรัชกาลที่ 6 กับรัชกาลที่ 7 บ้าน เมืองเกิดความวุ่นวายพระมหากษัตริย์จึงไป สร้างวังที่พระองค์เนี่ยจะอยู่แล้วไกลจาก ความกังวลเรียกว่าเป็นเซฟโซนถ้าเป็นศัพท์ สมัยนี้คือเซฟโซนเป็นที่สำหรับพักผ่อนจาก ภารกิจและเป็นที่สำหรับเตรียมตั้งรับเหตุ การณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจจะเกิดขึ้นในบ้าน เมืองได้นอกจากจะเล่าเรื่องของวังไกล กังวลแล้วเนี่ยยังมีอีกวังนึงก็คือพระ ราชวังสนามจันทร์บางคนอาจจะบอกเอ้าเกี่ยว อะไรกับวังไกลกังวลอย่างที่เราบอกว่าความ หมายของคำว่าไกลกังวลเนี่ยไม่ได้หมายถึง

1:31 ชื่อวังอย่างเดียวแต่ว่าเป็นที่ที่ซึ่ง อยู่แล้วไกลจากความกังวลพระราชวัง สนามจันทร์เนี่ยก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือน กันเรียกว่าเป็นสถานที่ที่มีความเกี่ยว ข้องกับประวัติศาสตร์ของไทยเยอะมากซึ่ง การเล่าเรื่องวัง 2 วังนี้ต้องเทียบเคียง ไปกับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ย้อนไปถึง ยุครัชกาลที่ 5 คือในยุครัชกาลที่ 5 เนี่ยบ้านเมืองเราพัฒนาทุกด้านสยามกลาย เป็นชาติที่มีความเป็นอารยะมันก็เกิด ปัญญาประชาชนกลุ่มใหม่ๆขึ้นที่เรียกร้อง การปกครองแบบประชาธิปไตย แล้วในเวลานั้นเนี่ยกระแสเรื่องการล่า อาณานิคมที่ชาติตะวันตกหมายจะยึดสยามเป็น เมืองขึ้นก็ยังมีอยู่นะเพราะแม้ว่ารัชกาล ที่ 5 จะยอมเจรจายอมเสียดินแดนส่วนน้อยไป

2:17 แต่สถานการณ์เี่ยังคาบลูกคาบดอกมากๆอะไร ก็เปลี่ยนแปลงได้เสมอถ้ามีความผิดพลาดทาง การทูตทางการเจรจาเกิดขึ้นสักนิดเดียว ชาติตะวันตกอาจจะยึดเราเป็นอาณานิคมของ เขาได้และเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 5 เสด็จ สวรรคตเจ้าฟ้ามหาวชิราวุธเสด็จขึ้นครอง ราชย์เป็นรัชกาลที่ 6 ตอนนั้นเนี่ยพระ องค์ได้เล็งเห็นว่าควรจะมีวังสักที่นึง อยู่ในต่างจังหวัดเป็นสถานที่สำหรับ เตรียมเอาไว้รับมือหากจะเกิดเหตุการณ์ไม่ ว่าจะดีหรือร้ายขึ้นกับบ้านเมืองพระองค์ ก็เลยเล็งมองไปที่จังหวัดนครปฐม ทำไมถึงเล็งเป็นจังหวัดนครปฐมล่ะถ้าณตอน นั้นนี่เมืองหลวงคือที่ไหนเมืองหลวงก็คือ พระนครหรือกรุงเทพฯนี่เองนครปฐมกับ

3:04 กรุงเทพฯก็มีความใกล้กันอยู่นะอ่ะใช่เลย ซึ่งมันมีเหตุผลหลายอย่างด้วยกันก็คือแต่ เดิมเนี่ยรัชกาลที่ 6 เนี่ยท่านชอบไป นครปฐมอยู่แล้วท่านเป็นนักโบราณคดีชอบไป ศึกษางานโบราณคดีเพราะว่านครปฐมเนี่ยเป็น อู่อารยธรรมสมัยทวารวดีกับสมัยอู่ทองพระ องค์ท่านเสด็จไปบ่อยแล้วก็เล็งเห็นว่า เมืองเนอกจากจะเป็นอู่อารยธรรมเก่าแก่ แล้วยังมีชัยภูมิที่ดีอยู่ไม่ห่างจาก กรุงเทพฯมากนักถ้าเกิดเหตุร้ายขึ้นใน กรุงเทพมหานครแห่งนี้ก็สามารถถอยล่นไป ตั้งหลักที่นครปฐมได้นี่เป็นปฐมเตรให้มี การสร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้นที่ จังหวัดนครปฐมมีสงสัยอีกเรื่องนึงว่าทำไม

3:51 ถึงเรียกว่าพระราชวังพระราชวังเพราะว่า เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ส่วน สนามจันทร์อันนี้เป็นคำที่ถกเถียงกันมาก ผมเรียนที่ศิลปากรสนามจันทร์มหาลัยอยู่ ข้างๆวังเลยก็พยายามสืบหาได้เค้ามาว่า เมื่อก่อนในวังมีสระน้ำเขาเรียกว่าสระน้ำ จันทร์แล้วเพี้ยนหรอเพี้ยนอาจจะเรียกกัน ว่าสนามจันทร์สนามจันทร์สนามจันทร์สนาม สะนามจัสนามจันทร์ในที่สุดอันนี้เป็นที่ มาของชื่อพระราชวังแห่งนี้ซึ่งพระราชวัง สนามจันทร์แห่งนี้ถือว่าเป็นพระราชวังที่ สร้างในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่มีความใหญ่โต โอาและงดงามที่สุดของยุคนี้ด้วยก็คือ

4:36 สมฐานะคำว่าพระราชวังสมถาจริงๆเพราะว่า เดี๋ยวเราเล่าไปนะจะเห็นเลยว่าพระราชวัง แห่งนี้เนี่ยมีความงดงามและแฝงไปด้วย สัญลักษณ์คุณค่าต่างๆมากมายซึ่งจวอ่ะจะมี ความสนิทกับพระราชวังสนามจันทร์มากเพราะ ว่าเรียนที่มหาวิทยาลัยศิลปากรเนาะก็จะ อยู่ติดกับพระราชวังสนามจันทร์อยู่ติดกัน เลยติดขนาดไหนอ่ะผมอยู่หอพักใน มหาวิทยาลัยรั้วที่กั้นหอพักไว้คือรั้ว ที่กั้นพระราชวังผมสามารถนั่งอ่านหนังสือ เตรียมสอบแล้วมองฉากเป็นพระที่นั่ง วัชลีรมยาได้หรือไม่ขึ้นไปตากผ้าบนดาดฟ้า ก็จะเห็นพระตำหนักชาลีมงคลอก็คือเรียกว่า นอนอยู่ข้างวังอยู่ตั้ง 4 ปีก็เลยได้ ศึกษาได้เรียนรู้แล้วก็มาศึกษาเพิ่มเติม

5:22 ต่ออีกแล้วก็จะเอามาเล่าให้ฟังกันนี่นี่ แหละมูลเหตุก่อนทำไมวังแห่งนี้ต้องอยู่ ที่นครปฐมเราเล่าไปแล้วใช่มั้ยและมันมี เหตุปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือพระ องค์ต้องการให้นี่เป็นขุมกำลังของกองเสือ ป่าในยุครัชกาลที่ 6 เนี่ยมีการจัดตั้ง กิจการเสือป่ากนเสือป่าคืออะไรเสือป่าคือ บุคคลพลเรือนทั้งหลายอาจจะเป็นขุนนางก็ ได้เป็นพ่อค้าเป็นประชาชนทั่วไปที่สนใจ การฝึกศึกษาวิชาทหาร มาสมัครเป็นเสือป่าของในหลวงรัชกาลที่ 6 มาฝึกเนี่ยฝึกอะไรบ้างฝึกระเบียบวินัย ความอดทนฝึกวิชาทหารการยุทธศาสตร์ทั้ง หลายเรียกว่าเป็นกำลังสำรองหากจะเกิดเหตุ

6:09 ร้ายขึ้นในบ้านเมืองซึ่งเวลาฝึกเนี่ยปกติ ก็จะฝึกกันในกรุงเทพฯแต่เวลาจะซ้อมรบใหญ่ ๆเนี่ยต้องไปที่พระราชวังสนามจันทร์ นครปฐมที่นี่เป็นเหมือนกองบัญชาการใหญ่ ของเสือป่าเลยเราบอกว่าพระราชวักำลังแห่ง นี้เป็นขุมกำลังของกองกำลังรบอย่างเสือ ป่าเรานึกถึงความแบบดุดันเคร่งขรึมแต่ภาพ ที่ออกมาเป็นจริงไม่ใช่เลยที่นี่คือความ สวยงามเป็นความสวยงามคือภาพรวมเป็นเนื้อ ที่ขนาดกว้างสลับขั้นไปด้วยพันธุ์ไม้ทั้ง ไม้ยืนต้นไม้ดอกสลับกับสระน้ำและพระที่ นั่งศิลปะต่างๆกระจายตัวอยู่โดยรอบนึกภาพ แล้วเป็นที่ที่น่าไปเที่ยวไปชมมากมากที่ นี่มีพระที่นั่งองค์สำคัญหลายองค์องค์

6:56 สำคัญสุดคือพระที่นั่งพิมานประถมตั้งชื่อ ให้รู้เลยว่าอยู่ที่ไหนนครปฐมนครปฐมพระ ที่นั่งองค์นี้เป็นพระที่นั่งก่ออิฐถือ ปูนพระที่นั่งก่ออิฐถือปูนคือถ้าเกิดใช้ คำอีกคำนึงมันจะฟังรู้เรื่องเลยคือคำว่า กออิฐแล้วก็ชาปูนโอเคก็คือเป็นพระที่นั่ง แบบสมัยใหม่เป็นตึกอ่ะนะมีการกออิฐถือปูน เป็นพระที่นั่ง 2 ชั้นพระที่นั่ง 2 ชั้น เนี่ยเป็นที่ประทับหลักของในหลวงรัชกาล ที่ 6 ในระยะแรกๆนะที่พระองค์ท่านทรง สร้างวังแห่งนี้ศิลปะนี้ก็ค่อนข้างเรียบ ง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มขังในพระที่ นั่งแห่งนี้เนี่ยมีห้องสำคัญๆคัญมากมาย อย่างเช่นห้องพระภูษาห้องเสวยและห้องพระ

7:41 เจ้าห้องพระเจ้านี่เป็นห้องสำคัญมากๆ เพราะว่าเป็นห้องที่ผมเคยเข้าไปในห้องนี้ จริงๆแล้วภาพที่เห็นคือมีการว่าจิตกรรมฝา ผนังโดยพระยาอนุสาจิตกร ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นศิลปินชื่อดังใน ยุคนั้นเป็นการวาดภาพเกี่ยวกับคติความ เชื่อทางศาสนาห้องแห่งนี้ชัดเจนเป็นห้อง สำหรับสวดมนต์ไว้พระมีการตั้งพระพุทธรูป องค์หนึ่งเป็นพระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนา ซึ่งพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาเนี่ยเห็นชัด เลยว่ารัชกาลที่ 6 ทรงใจมากๆเพราะนี่คือ ศีลศิลปะที่นิยมในยุคทวารวดีซึ่งก็คือเคย ตั้งอยู่ที่นครปฐมแห่งนี้และจะมีพระ

8:27 พุทธรูปแบบเนี้ยอยู่ในศิลปะยุคนั้นพระ พุทธรูปปางปฐมเทศนาจะยกมือขึ้นจีบประมาณ นี้ แสดงครั้งแรกที่ป่าอิสิปนิกทัยวัน ให้ ปัญจวัคคีทั้ง 5 ได้ฟังเป็นที่มาของวัน อาสาหบูชา เราต้องออกเสียงว่าวันอาสาหบูชาหรอต้อง ออกเสียงว่าอาสาหะอออ่างสระอาสเสือสระอา แล้วก็รจุฬาหอหีบอาสานฮะถ้าเป็นการใช้คำ แบบโบราณก็วันเพ็ญเดือนอาสันแต่เจ๊อ่ะออก เสียงว่าวันอาสาหะมาตลอดชีวิตเลยผมก็ออก เสียงแบบนั้นมาอยู่พักใหญ่ๆเหมือนกันซึ่ง จริงๆแล้วต้องออกเสียงว่าอาสัหบูชาคือที่ ถูกต้องถูกต้องแต่เวลาพูดบางทีภาษาพูดผม พูดรีบๆผมก็อาสารหะนะ อันนี้ก็เลยเป็นที่มาของพระพุทธรูปองค์

9:14 ที่ตั้งอยู่ในห้องพระเจ้าแห่งนี้แต่ความ วิเศษไม่ได้อยู่ที่พระพุทธรูปองค์นี้ เพียงองค์เดียวเพราะว่าตำแหน่งที่ตั้งพระ พุทธรูปไว้ในห้องพระเจ้าเนี่ยตั้งไว้ตรง กับรูปพระพิฆเนศ อยู่ณเทวารคเนศ หน้าพระที่นั่งพิมานปฐมเป็นเทพเจ้าที่ รัชกาลที่ 6 ทรงเคารพบูชามากๆและมีความ พิเศษกว่านั้นอีกก็คือเราบอกว่าพระ พุทธรูปปางปฐมเทศนากับพระพิฆเนศที่ เทวลคเนศอยู่ตรงกันแล้วทั้ง 2 สิ่งนี้ยัง อยู่ตรงกับองค์พระปฐมเจดีย์ ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณกิโลเมตรเดียวเท่า นั้นเองก็คือเชื่อมโยงกันทั้งหมดเลยเป็น ระนาบเดียวกันรากยาวเป็นเส้นตรงอ่าเคยมี

10:00 เจ้าหน้าที่ที่นำผมชมวันนั้นเนี่ยบอกว่า เหมือนกับเวลารัชกาลที่ 6 ทรงก้มลงกราบ พระที่ห้องนี้ได้กราบทั้งพระปฐมเทศนาได้ กราบทั้งพระพิฆเนศและกราบองค์พระ ปฐมเจดีย์ไปพร้อมๆกันเลยทีเนี้ยพอพูดถึง พระพิฆเนศเนาะเรามีความสงสัยการที่ มหาวิทยาลัยศิลปกรเนี่ยมีพระพิฆเนศเป็น ตราประจำมหาวิทยาลัยเนี่ยมีความเกี่ยว ข้องอะไรกับพระราชวังสนามจันท์และรัชกาล ที่ 6 หรือเปล่าตอนแรกไม่มีแต่ เรียกว่าผู้บริหารการศึกษาของชาติในยุค หลังเล็งเห็นและเชื่อมโยงได้เริ่มจากตา พระพิฆเนศก่อนเป็นเทพแห่งศิลปวิทยาซึ่ง เมื่อมีการจัดตั้งกรมศิลปากรขึ้นในยุค ประมาณรัชกาลที่ 6 รัชกาลที่ 7 นี่แหละ

10:46 ได้เอาตาพระพิฆเนศเนี่ยเป็นตาประจำกรมกรม ศิลปากร แล้วก็มีการตั้งมหาวิทยาลัยศิลปากรเป็น หน่วยงานหนึ่งของกรมศิลปากรทำให้ มหาวิทยาลัยศิลปากรเนี่ยใช้ตาพิฆเนศ เหมือนกับกรมศิลปากรอ่านึกภาพตามออกนะตอน แรกมหาวิทยาลัยศิลปากรเนี่ยอยู่ด้วยกัน กับกรมศิลปากรตรงวังท่าพระแต่ในเวลาต่อมา มีนักการศึกษาสำคัญมากๆของชาติท่านหนึ่ง คือพระณท่านศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มารากุลซึ่งเคยเป็นค่ารับใช้ใกล้ชิด ในหลวงรัชกาลที่ 6 ท่านจะขยายมหาวิทยาลัย ศิลปากรเพราะว่าตรงเนี้ยคบแคบๆะก็เลยไป ตั้งพื้นที่ใหม่ณพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐมเพราะเล็งเห็นว่านครปฐมเนี่ยแหล่ง โบราณคดีสำคัญของชาติแหล่งศิลปวัฒนธรรม

11:34 ให้อยู่ติดกับวังสนามจันทร์พระราชวัง สนามจันทร์แห่งนี้เพราะอะไรเพราะรัชกาล ที่ 6 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ใส่ใจ ศิลปวัฒนธรรมโบราณคดีและยังมีเทวาลัยคเนศ ตั้งอยู่อีกเพราะฉะนั้นถ้าเราไปที่ มหาวิทยาลัยศิลปากรพระราชวังสนามจันทร์ ไม่มีการทำรูปพิฆเนศไว้เลยเพราะจะยึดว่า พระพิฆเนศองค์ที่ตั้งในพระราชวังเนี่ย แหละให้นักศึกษากราบไหว้บูชาองค์นี้เลยจบ ไปกับพระที่นั่งพิมานปฐมถัดไปไม่ไกลกัน เลยเป็นพระที่นั่งองค์สำคัญ คือพระที่นั่งวัชรีรมยา ชื่อเพราะมากๆพระที่นั่งองค์นี้เนี่ยเป็น พระที่นั่งแบบไทยแท้ๆคือกออิฐถือปูนแต่ ว่ามุงหลังคากระเบื้องเคลือบซ้อนกัน 2

12:21 ชั้น เหมือนกับหลังคาของพระบรมมหาราชวัง มีศิลปะสถาปัตยกรรมแบบไทยอย่างดั้งเดิมก็ คือมีช่อฟ้าใบรกาหางหงส์นาคสะดุ้งมีความ สวยงามมากๆที่นี่เนี่ยหลักๆจะใช้เป็นที่ สำหรับทรงพระอักษรทรงพระอักษรนี่ก็คือว่า ด้วยหนังสือราชการของรัชกาลที่ 6 ก็ได้ หรืออีกอย่างหนึ่งที่สำคัญมากๆก็คือ เรื่องการแต่งบทพระราชนิพนธ์ในหลวงรัชกาล ที่ 6 เนี่ยท่านเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องการ ละครเรื่องการแต่งบทละครทั้งพระชนมาชีพ ของพระองค์นี่แต่งบทละครไว้ 2,000 กว่า เรื่องและมีบทพระราชนิพนธ์จำนวนมากที่ แต่งที่พระราชวังสนามจันทร์แห่งนี้และอีก

13:09 ไฮไลท์สำคัญของพระราชวังสนามจันทร์ก็คือ มีพระตำหนักองค์หนึ่งที่ในหลวงรัชกาลที่ 6 เนี่ย ตั้งชื่อตามหญ้าเหลสุนัขทรงเลี้ยงตัวโปรด แล้วมีเรื่องนึงเซอร์ไพรส์มากตอนที่ทำข้อ มูลกันแล้วเจ๊เพิ่งรู้ว่าคำว่าย่าเหล เนี่ยแปลงมาจากคำว่าจาตอันนี้เป็นเรื่อง จริงก็คือเกี่ยวข้องกันได้ยังไงก็ต้อง เล่าว่ามีสิ่งสำคัญ 3 อย่างของรัชกาลที่ 6 ที่เกี่ยวพันกันคือพระตำหนักชาลีมงคลอาจ สุนัขทรงเลี้ยงที่ชื่อย่าเหลและบทพระ ราชนิพนธ์แปลเรื่องมิตรแท้แท้ดูไม่เข้า กันเลยสักอย่างนึงแต่เกี่ยวพันกันว่า ครั้งหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงแปลบทพระ

13:54 ราชนิพนธ์จากวรรณกรรมฝรั่งเศสเรื่อง My Friend Jaret เป็นภาษาไทยใช้ชื่อว่า มิตรแท้ตอนท่านแปลออกมาน่ะเป็นเรื่องของ ชายคนหนึ่งชื่อจดที่สละชีวิตของตนเพื่อปก ป้องลูกและเพื่อนๆเป็นบทละครที่รัชกาลที่ 6 ทรงประทับใจมากๆแปลมาจากวรรณกรรมสำคัญ ระดับโลกในช่วงเวลาเดียวกันนั้นพระองค์ ได้รับลูกสุนัขตัวหนึ่งมาเป็นสุนัขทรง เลี้ยงสุนัขตัวนี้เนี่ยเป็นสุนัขพันทาง พระองค์ก็ตั้งพระทัยว่าจะตั้งชื่อว่า จารเรetแบบตัวละครเอกของเรื่องมิตรแท้ นั่นแหละเอ๊แต่มันออกเสียงเรียกยากนะก็ เลยแผงให้เป็นคำไทยง่ายๆว่ายาเหลื่องของ ย่าเหลน

14:40 จ้อง กับพระตำหนักองค์หนึ่งในพระราชวัง สนามจันทร์ก็คือพระตำหนักที่ชื่อว่าพระ ตำหนักเหลนเหลนี่ยเป็นพระตำหนักที่สร้าง ด้วยสถาปัตยกรรมแบบยุโรปผสมผสานหลายศิลปะ มากๆเป็นพระตำหนักที่รัชกาลที่ 6 ทรงโปรด ตั้งชื่อว่าพระตำหนักเหล่า แต่ต่อมารู้สึกว่าคำนี้อาจจะยังไม่เพราะ เลยเปลี่ยนใหม่เป็นพระตำหนักชาลีมงคลออ้า แล้วจะมีความหมายคล้ายคลึงกับย่าเหลจาเลด ชาลีย่าเหลียวกันหมดออกเสียงต่างกันคนละ ภาษาเท่านั้นเอง พระตำหนักชาลีมงคลอาจที่เราพูดถึงอยู่

15:27 เนี่ยด้านหลังจะเป็นสระน้ำใหญ่ถัดจากสระ น้ำมีการสร้างพระตำหนักอีกองค์หนึ่งชื่อ ว่าพระตำหนักมาลีราชรัตบัลลังก์ สังเกตคำว่ามาลีมาลีเป็นตัวละครเอกอีกตัว นึงในเรื่อง My Friend Jaret หรือ เรื่องมิตรแท้นี่แหละรัชกาลที่ 6 จึงโปรด ให้สร้างสะพานเชื่อมระหว่างพระตำหนักมาลี กับพระตำหนักชาลีสะพานนี้เป็นเหมือน มิตรภาพที่เชื่อมตัวละครเอกทั้ง 2 ตัว เข้าหากันอย่างไม่มีวันเสื่อมคลายลึกซึ้ง อ่ะเรียกว่าตอนที่ผมได้ฟังเรื่องนี้ผม ว้าวในใจอ่ะผมคิดว่าสะพานนี้มีไว้เพื่อ ให้เดินถึงกันง่ายไม่ใช่เลยเป็นไปเพื่อ

16:13 สื่อความหมายนัยยะสำคัญที่รัชกาลที่ 6 ทรงวางเอาไว้ซึ่งไม่ได้ลึกซึ้งแค่ในงาน เขียนของท่านน่ะแม้กระทั่งสิ่งปลูกสร้าง เนี่ยท่านยังแฝงเรื่องราวความหมายที่มี นัยยะสำคัญสำคัญเอาไว้เป็นการแฝงที่งดงาม มากๆหลังจากวันนั้นผมมองพระตำหนัก 2 องค์ นี้ไม่เหมือนเดิมทุกครั้งที่เข้าพระ ราชวังสนามจันทร์เห็นพระตำหนักชาลีอยู่ ฝั่งตรงข้ามกับพระตำหนักมารีแต่มีสะพาน ทอดเชื่อมยาวๆเป็นภาพที่สวยงามเราเห็น ศิลปะเราเห็นความงดงามทางวรรณกรรมที่แทรก เอาไว้แล้วผมก็ชอบไปเดินสะพานนั้นมากๆ เพราะว่าเรามองลงมาแล้วเนี่ยมันเป็นภาพ ที่จำได้แม่นเลยว่าเราเห็นดอกไม้ร่วงลงไป บนผืนน้ำข้างล่างที่นี่เป็นวังที่น่าอยู่

17:01 มากๆสำหรับยุครัชกาลที่ 6 ที่เราเล่ามา เนี่ยอาจจะดูเป็นเหมือนภาพที่มีแต่ความ อิ่มเอมใจเนาะแต่ว่าในช่วงเวลานั้นเนี่ย เป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองเกิดสถานการณ์ วุ่นวายมากมาย ใช่ตรงนั้นเลยเป็นเหมือนเซฟโซนของท่าน ท่านมีพระราชวังสนามจันทร์ที่ท่านรักและ สุนัขทรงเลี้ยงที่ทรงโปรดปรานก็คือย่าเหล ย่าเหลเนี่ยไม่ได้อยู่แค่ที่พระราชวัง สนามจันทร์ที่เดียวจะคอยติดตามไปทุกที่ ไม่ว่าในหลวงรัชกาลที่ 6 จะไปประกอบพระ ราชกรณอริยกิจจะเสด็จไปที่ไหนยาเหลจะคอย ติดตามพระองค์ท่านเสมอพระองค์ท่านทรงโปรด มากๆเรียกว่า เคยบรรยายไว้ว่าในกลอนของท่านนะว่าเคย หมอบอยู่ใกล้ชิดยามนอนก็นอนอยู่ใกล้ๆท่าน

17:48 รักและผูกพันในสุนัขส่งเลี้ยงตัวนี้มากๆ แต่แล้วก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นคือมีอยู่ วันหนึ่งในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงเสด็จกลับ ไปประทับที่พระบรมมหาราชวัง ก็พาย่าเหลี้ย การเลี้ยงสัตว์ในยุคนั้นไม่ได้เลี้ยงระบบ ปิดก็คือจะปล่อยย่าเเหลวย่านนั้นได้พอถึง รุ่งเช้ามีผู้เข้ามากราบบังคมทูลว่าพบศพ ยะเหลิม กำแพงพระบรมมหาราชวัง ฝั่งที่ติดกับวัดโพธิ์ทธ่าเตียนและหลัง จากตรวจล่องรอยในร่างกายแล้วพบว่าหญ้า เหลิง เใครจะหาญกล้าอาจยิงย่าเหลอันนี้ผมเคยถาม

18:34 อาจารย์ท่านหนึ่งซึ่งมีความเชี่ยวชาญ เกี่ยวกับพระราชประวัติของรัชกาลที่ 6 มากมากเล่ากันว่าในยุคนั้นเนี่ยมีผู้ไม่ หวังดีกับรัชกาลที่ 6 เยอะมากๆซึ่งบาง ครั้งอาจจะเป็นขุนนางอาจจะเป็นนายทหาร แล้วเวลารัชกาลที่ 6 เดือนเนี่ยยาเลจะมี ความรู้สึกสัมผัสบางอย่างตามสัญชาตญาณของ สัตว์ว่าใครไม่หวังดีกับเจ้านายของตน ยเหล่จะเข้าไปเห่าทำท่าเหมือนจะกัดทำให้ เกิดความไม่พอใจขึ้นและก็จบลงด้วย โศกนาฏกรรม รัชกาลที่ 6 ทรงเสียพระทัยมากๆยาเหล่เป็น สุนัขทรงเลี้ยงที่ทรงรักที่สุดทรงรัก เหมือนเพื่อนท่านไม่ได้มองย่าเล่เป็น สัตว์เลยท่านมองว่าเนี่ยเพื่อนของท่านคน หนึ่งไม่งั้นท่านจะเอาไปตั้งชื่อเกี่ยว

19:21 กับพระตำหนักเกี่ยวกับเรื่องมิตรแท้ที่ ท่านแต่งเหรอ พระองค์ท่านโปรดให้จัดงานศพให้ยะเหลปถม ที่เป็นเซฟโซนของท่านโดยมีพิธีพระทาน เพลิงศพให้ย่าเหลที่องค์พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐมและโปรดให้สร้างอนุสาวรีย ยเหลไว้ที่หน้าพระตำหนักชาลีมงคลอาจ และพระองค์เนี่ยก็พระราชนิพนธ์บทกลอน บรรยายความรู้สึกที่ทรงมีต่อย่าเหลแล้วก็ บรรยายความเศร้าในการจากไปของย่าเหลด้วย ติดไว้ที่ฐานอนุสาวรียผมเคยไปยืนอ่านแล้ว ก็มีวรรคนึงที่จับใจมากๆขอ 2 วรรคละกัน แถมมีวรรคนึงที่จำได้ว่ามันยิงเพื่อน

20:08 เหมือนกูพลอยถูกด้วยพระองค์รู้สึกว่า ย่าเหล่โดนยิงเเหมือนพระองค์โดนยิงไปด้วย แล้วก็ที่เป็นวรรคทองเลยท่านแต่งไว้ว่า ถึงจะมีหมาอื่นมาแทนที่กูก็รักเพื่อนนี้ เป็นประถมที่ไหนเราจะสนิทและชิดชมที่ไหน เราจะนิยมถ้าเพื่อนรักยอมรับว่าเมื่อก่อน อ่านแล้วไม่เข้าใจจนกระทั่งเราได้เลี้ยง สัตว์จริงๆเราเข้าใจเลยเอ้ยความรู้สึกที่ รัชกาลที่ 6 ทรงมีมันหนักหนาแค่ไหนอ่า หรือแม้กระทั่งอันนี้คุยในมุมพี่มุมน้อง เวลาเราพูดเล่นกันอะไรเงี้ยเวลาจะแบบ เรียกว่าเกลี้ยเสียอะไรกันสักอย่างนึงอ่ะ ก็จะพูดประมาณว่าถึงจะมีใครอื่นมาแทนที่ ผมก็รักพี่นี้เป็นประถมผมก็พูดกับเพื่อน น่ะเวลาเพื่อนทำอะไรถูกใจแหกูก็รักมึงนี้ เป็นประถมเป็นคำติดปากผมไปเลยซึ่งได้ใช่

20:56 มั้ยได้ก็คือเราชอบในบทพระราชนิพนธ์บทนี้ เราเอามาพูดแล้วก็ลึกซึ้งกินใจกลายเป็น เรื่องราวที่เป็นตำนานอยู่คู่พระราชวัง สนามจันทร์ทุกวันนี้ใครไปพระราชวัง สนามจันทร์จะได้เห็นย่าเหลยืนอยู่ที่หน้า พระตำหนักชารีมงคลอาจและยังมีตำหนักอีก หลังหนึ่งที่สำคัญมากๆในพระราชวัง สนามจันทร์ชื่อว่าพระตำหนักทัพแก้วพระ ตำหนักทัพแก้วเนี่ยไปเกี่ยวข้องกับเรื่อง การกีฬาในยุครัชกาลที่ 6 ทรงโปรดการกีฬา เป็นยุคแรกๆอ่ะที่มีการเล่นกีฬาเกิดขึ้น ในแผ่นดินไทยเพราะสมัยก่อนเนี่ยคนไทยมอง ว่าเล่นทำไมกีฬามันเสียเหงื่อเปล่ายุค รัชกาลที่ 6 ทรงส่งเสริมโดยตอนนั้นเนี่ย จะมีเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีซึ่งเป็น

21:44 เสนบดีกระทรวงธรรมการวงเล็บศึกษาใน ปัจจุบันสนับสนุนเรื่องการเล่นกีฬาอันนี้ เป็นเรื่องที่ควรส่งเสริมในชาติและมีการ จัดตั้งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยขึ้น ครั้งแรกที่พระตำหนักทัพแก้วแห่งนี้โดยมี ท่านเจ้าพยารามราคสมุหราชองครักษ์ใน รัชกาลที่ 6 เป็นนายกสมาคมคนแรกก็เรียก ได้ว่าอะไรใหม่ๆเนี่ยเกิดขึ้นในสมัย รัชกาลที่ 6 เยอะมากเลยนะคือเป็นยุคแห่ง การเปลี่ยนแปลงยุคแห่งการรับวัฒนธรรมใหม่ ๆมีสีสันและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ รัชสมัยนี้แล้วก็อย่างที่เราเกริ่นไปใน ตอนต้นเนาะว่าในสมัยรัชกาลที่ 6 เนี่ย บ้านเมืองเกิดสถานการณ์วุ่นวายมากมายที่ พระราชวังสนามจันทร์เนี่ยเคยเกิดเหตุ

22:31 การณ์สุ่มเสียงหรือเหตุการณ์สำคัญสำคัญ เกี่ยวกับเรื่องนี้ยังไงมั่งเคยเกิดขึ้น ครั้งหนึ่งก็คือในช่วงต้นรัชกาลเลยมันมี กลุ่มนายทหารกลุ่มหนึ่งที่ไม่พอใจรัชกาล ที่ 6 และหวังจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศเรียกกันว่าเหตุการณ์กบฏรศ. 130 คณะนายทหารกลุ่มนี้วางแผนอุกอาจขั้นที่จะ ยึดอำนาจปรงพระชนในหลวงรัชกาลที่ 6 และ เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ ตอนนั้นเนี่ยในช่วงที่กลุ่มกบฏกำลังวาง แผนเตรียมจะยึดอำนาจ ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงเสด็จไปประทับอยู่ ที่พระราชวังสนามจันทร์ มีอยู่คืนหนึ่งทรงพระบรรดมแล้วก็ทรงพระ

23:19 สุบิน ก็คือทรงนอนหลับและฝันเห็นอสูรตนหนึ่งคือ ท้าวหิรันธนาสูรใช่เลยอสูรที่ทรงเลี้ยง เอาไว้มาเข้าฝันบอกในหลวงรัชกาลที่ 6 ว่า มีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่กรุงเทพฯแต่ สถานการณ์เรียบร้อยดีแล้ว ในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงตื่นนอนแล้วก็ทรง กังวลมากๆว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมท้าวัน พนาสูรมาเข้าฝันแล้วบอกเช่นนี้พระองค์รอ คอจนถึงเวลารุ่งเช้าก็มีขบวนรถไฟด่วนมาจน ถึงพระราชวังสนามจันทร์ผู้ที่มาถึงคือ สมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถซึ่งเป็นพระ อนุชาของพระองค์เป็นเสนาธิการทหารผู้ใหญ่

24:06 มาเข้าเฝ้ากราบบังคมทูลว่าที่ กรุงเทพมหานคร มีผู้คิดการจะยึดอำนาจการปกครองและปงพระ ชนม์พระองค์ท่านแต่ในขณะนี้สามารถปราบ ปรามและจับกุมได้เรียบร้อยดีแล้วเป็น เรื่องแปลกมากๆที่เกิดขึ้น ที่นี่เป็นเซฟโซนที่พระองค์ทรงลบภัยได้ ทันแล้วยังมีอสูรทรงเลี้ยงมาเข้าฝันบอก เหตุล่วงหน้าได้เหตุการณ์นี้จบลงโดยไม่มี การเสียเลือดเสียเนื้อคณะนายทหารที่จะก่อ การเปลี่ยนแปลงการปกครองถูกจับกุมทั้งหมด และถูกขึ้นศาลทหารมีการพิพากษาโทษอย่าง ร้ายแรงแต่รัชกาลที่ 6 ทรงลดโทษให้ทุกๆคน และเมื่อเวลาผ่านไปได้ระยะนึงก็ทรงพระ

24:53 ราชทานอภัยโทษให้ทุกคนจนหมดอสำหรับใครที่ สงสัยเรื่องท้าวพนาสูรเราเล่าไว้ 1 EP เต็มๆแล้วเดี๋ยวเดี๋ยวจะขึ้นไว้ให้เป็น เรื่องที่สนุกมากๆเพราะว่านี่คืออสูรทรง เลี้ยงที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์และถูก บันทึกเอาไว้จริงๆพระราชวังสนามจันทร์ แห่งนี้เป็นที่ประทับพักพิงในยามวุ่นวาย ของในหลวงรัชกาลที่ 6 ตลตลอดมาจนกระทั่ง พระองค์เสด็จสวรรค์คนตัวพระราชวังก็ถูก ใช้ประโยชน์เรื่อยมาในยุคหนึ่งพระราชวัง แห่งนี้เคยใช้เป็นที่ทำการของหน่วยงาน ราชการต่างๆของจังหวัดนครปฐมอย่างเช่นยุค นึงพระที่นั่งพิมานปฐมที่เป็นพระที่นั่ง องค์ประธานเคยถูกดัดแปลงให้เป็นสากกลาง

25:39 ของจังหวัดนครปฐมด้วยเรียกว่าถูกใช้ ประโยชน์ต่อมาจนกระทั่งถึงประมาณปี 2500 กว่าๆก็ได้ยกให้เป็นที่ตั้งของ มหาวิทยาลัยศิลปากรพระราชวังสนามจันทร์ ซึ่งปัจจุบันก็ยังตั้งอยู่ณที่นั้นซึ่งผม พูดด้วยความภูมิใจเลยว่านี่คือวังที่ผม เข้าไปบ่อยที่สุดบ่อยแค่ไหนบ่อยถึงขนาด ที่ว่าเย็นนี้ไม่รู้จะทำอะไรก็โทรศัพท์หา เพื่อนบอกเราไปเดินเล่นในวังกันมั้ยก็ เดินเข้าไปเดินเล่นในวังจริงๆมันคือความ สวยงามร่มรื่นแล้วจะมีลักษณะเป็นเก้าอี้ ที่ยาวๆอ่ะให้คนไปนั่งดูนกดูกระรอกมีวัง สไตปัตย์ต่างๆเนี่ยเรียกว่าเป็นฉากเบื้อง

26:25 หลังมีบ่อน้ำพุมีให้อาหารปลาอ่าก็เท่ากับ ว่าสถานะปัจจุบันของพระราชวังสนามจันทร์ เนี่ยเปิดให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปได้เปิด ให้เข้าไปเยี่ยมชมได้แล้วจะมีภาพน่ารัก อีกอย่างนึงคือในช่วงเวลากลางวันเนี่ย เปิดให้เข้าไปเยี่ยมชมลักษณะเหมือนที่ ท่องเที่ยวแต่ประมาณ 16:00 น.เป็นต้นไป เนี่ยที่แห่งนี้จะกลายเป็นสวนสาธารณะ เรียกว่าเป็นภาพความงดงามของวังแห่งหนึ่ง ซึ่งเปิดให้คนหลากหลายกลุ่มเนี่ยได้เข้า ไปใช้ประโยชน์ได้จนถึงปัจจุบันนี้อันนี้ วังแรกของ EP นี้ผ่านไปแล้วนะก็คือพระ ราชวังสนามจันทร์ซึ่งเท่าที่เราฟังดูแล้ว เนี่ยถึงจะไม่ได้ชื่อว่าวังไกลกังวลเนี่ย แต่ก็เป็นที่ที่สัมผัสได้ถึงความไกลกังวล ทีนี้เรามาที่วังต่อไปก็คือวังไกลกังวล

27:14 วังไกลไปกังวลหัวหินทำไมต้องเป็นหัวหิน คือเมื่อก่อนเนี่ยคนไทยไม่รู้จักเรื่อง การพักต่างอากาศการพักต่างอากาศเนี่ยสมัย ก่อนคนไทยแบบเราจะไปตากแดดตากลมกันทำไม อ่ะจนกระทั่งประมาณยุครัชกาลที่ 4-5 เริ่มมีการพักตากอากาศขึ้นเป็นครั้งแรกๆ โดยชาวตะวันตกเนี่ยเป็นผู้ริเริ่มก่อน สมัยก่อนชาวตะวันตกเข้ามาติดต่อในพระนคร เนี่ยตากอากาศต้องไปที่อ่างศิลาชลบุรี บุหรี่ แต่ในเวลาต่อมาประมาณช่วงปลายรัชกาลที่ 5 เนี่ยเริ่มเห็นพื้นที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง ที่อยู่ติดทะเลนั่นก็คือชายทะเลฝั่งชะอำ และหัวหินในยุคนั้นเนี่ยพื้นที่ยังเรียก

27:59 ว่ามีความสมบูรณ์พร้อมยังไม่ค่อยมีใคร เข้าไปนักจึงเกิดความนิยมว่าชนชั้นนำใน กรุงเทพฯบรรดาขุนนางพระน้ำพยาคหบดีไปจน ถึงพระมหากษัตริย์พระบรมวงศ์ทั้งหลาย เนี่ยนิยมไปต่างอากาศกันที่หัวหินอ่ะ เพราะว่าถ้าใครชอบดูละครแนวคุณหญิงย่า อะไรเงี้ยละครพีเรียสก่อนจะสังเกตป่ะว่า จะต้องมีการไปตากอากาศและสถานที่ที่ไป เนี่ยจะต้องเป็นหัวหินคือยุคนั้นหัวหิน นี่คือความนิยมจริงๆนั่นคือยุคของการตาก อากาศ ปลายรัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 เนี่ยนิยมไป กันมากจนมาถึงต้นรัชกาลที่ 7 รัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรณีพระบรมราชินี ก็โปรดที่จะเสด็จไปหัวหินด้วยเช่นกันพระ

28:46 องค์เสด็จไปหัวหินแล้วก็พบว่าที่นี่มี ปัญหาเรื่องน้ำจืดขาดแคนเพราะว่าแต่เดิม เนี่ยหัวหินเป็นหมู่บ้านชาวประมงอยู่กัน แบบไม่เยอะมากพอเริ่มทำให้เป็นที่ท่อง เที่ยวเนี่ยผู้คนไปที่นั่นเยอะน้ำจืดไม่ พอใช้จากปัญหาเรื่องการขาดแคลนน้ำจืดทำ ให้ในดวงรัชกาลที่ 7 โปรดเกล้าให้มีการ ออกพระราชบัญญัติสภาจัดบำรุงสถานที่ชาย ทะเลทิศตะวันตกพ.ศักราชพุทธศักราช 2469 [เพลง] ขึ้นบังคับใช้ในพื้นที่ตั้งแต่ชะอำถึง หัวหินแล้วเราพูดชื่อพระราชบัญญัตินี้ยาว มากเลยมีขึ้นเพื่ออะไรอันดับแรกเลยแก้ ปัญหาเรื่องน้ำจืดและจัดการพื้นที่ใน บริเวณนั้นโดยอธิบายง่ายๆว่าสมาชิกสภาที่

29:34 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัตินี้คือข้า ราชการจากกรุงเทพฯเข้าไปจัดการพื้นที่ตรง นี้ให้ได้ในเรื่องปัญหาต่างทางสาธารณสุข อ่าสาธารณูปโภคเรื่องน้ำต่างๆและเมื่อจัด การได้เข้าที่ระดับหนึ่งให้ถ่ายโอนอำนาจ เข้าสู่ท้องถิ่นให้เลือกสมาชิกสภาจากผู้ คนในท้องถิ่นเนี่ยเข้ามาบริหารจัดการท้อง ที่กันเองคุ้นมากๆนี่คือต้นแบบของการปก ครองแบบเทศบาล คือรัชกาลที่ 7 เท่านมีแนวคิดเรื่อง ประชาธิปไตยอยากจะเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศอยู่เป็นทุนเดิมแต่ริเริ่มจัดตั้ง ในระดับหน่วยเล็กก่อนคือให้ประชาชนเนี่ย ก่อนที่จะไปรู้จักการปกครองตัวเองระดับ ประเทศเนี่ยให้เริ่มเรียนรู้จากในระดับ

30:22 ท้องถิ่นตรงนี้ก่อนนี่คือต้นเค้าของการ เป็นเทศบาลในปัจจุบัน พร้อมๆกับเรื่องของการปกครองท้องที่พระ องค์ทรงริเริ่มเนี่ยพระองค์ก็ได้ทำสิ่ง ที่สำคัญมากๆขึ้นที่หัวหินนั่นคือการ สร้างวังไกลกังวลวังไกลกังวลที่ปกให้ สร้างขึ้นเนี่ยหมายให้เป็นที่ประทับต่าง อากาศที่หัวหินโดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสัน กฤตดากรเป็นสถาปนิกผู้ออกแบบงานสร้างวัง แห่งนี้เนี่ยโปรดให้ตั้งชื่อว่าสวนไกล กังวลณหัวหินเป็นชื่อแบบง่ายๆเลยซึ่งคำ ว่าสวนไกลกังวลณหัวหินพระองค์ทรงได้รับ แรงบันดาลใจมาจากเมื่อครั้งยังทรงศึกษา

31:08 อยู่ที่ประเทศอังกฤษได้เสด็จไปเยี่ยม สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดชพระบิดาของ ในหลวงร. 8 กับร. 9 ที่ประเทศเยอรมนีใน ครั้งนั้นพระองค์ได้เสด็จไปที่วังซองซูซี ซึ่งอยู่ที่เมืองพอสดัม วังซองซูซีเนี่ยเป็นวังที่มีความงดงามและ ความหมายดีมากๆสามารถแปลคำว่าซองซูซีเป็น ภาษาอังกฤษได้คือคำว่า without class ซึ่งแปลว่าห่างไกลจากความกังวลนั่นเองพอ พระองค์สร้างวังของพระองค์ที่หัวหินก็เลย ตั้งชื่อเลยสวนไกลกังวลณหัวหินซึ่งต่อมา เนี่ยจะมีการเปลี่ยนชื่อให้เป็นวังไกล กังวลซึ่งวังไกลกังวลเนี่ยอาจจะต่างจาก วังอื่นๆที่มีความใหญ่โตโออาแต่ที่เนี่ย

31:56 เป็นลักษณะเหมือนบ้านพักตากอากาศซะมาก กว่าคือพระองค์ท่านเนี่ยปรารถนาให้เป็น เหมือนบ้านพักตากอากาศแบบเรียบง่ายแต่ตอน สร้างก็มีความหนักใจนิดนึงนะเพราะหม่อม เจ้าอิทธิเทพสันซึ่งเป็นผู้ออกแบบเนี่ยไป จบวิชาการสถาปัตยกรรมชั้นสูงมาจากยุโรป รัชกาลที่ 7 ก็ทรงรับสั่งเองเลยนะว่ากลัว จะได้พวกหอโคงหอคอยอะไรแบบวังสมัยเก่าๆ เสาโรมงโรมันนู่นนี่คือท่านกลัวแบบนั้น จริงๆนะแลท่านอิทธิพสัตว์เนี่ยเป็นคนที่ แบบพูดได้ยากแบบว่าท่านทำงานของท่านอยู่ เนี่ยรัชกาลที่ 7 ไม่สามารถเดินเข้าไป แล้วบอกท่านชายไม่เอาเสาโรมันนะไม่ได้ทำ แบบนี้ไม่ได้ก็เป็นแบบสไตล์สถาปนิกไงเป็น อย่างนั้นจริงๆซึ่งรัชกาลที่ 7 ก็บอกเลย

32:43 ว่าท่านชายอิทธิพยสันเนี่ยก็พูดยากซะด้วย ก็คงต้องรอดูว่าวังจะออกมาในรูปแบบไหนแต่ กลายเป็นว่าออกแบบมาได้อย่างงดงามเป็น ศิลปะชั้นสูงแบบทางยุโรปซึ่งปรับให้เข้า กับสภาพพื้นที่ของหัวหินมีความโล่งโป่ง สบายมีความเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความงด งามน้อยแต่มากเรียบแต่โก้ไฮแฟชั่นเป็นไฮ แฟชั่นในยุคนั้นจริง และที่วังไกลกังวลแห่งเนี้ยมีความน่าสนใจ อีกอย่างหนึ่งก็คือพระตำหนักกับตำหนัก องค์สำคัญ 4 องค์เนี่ยมีชื่อเพราะคล้อง กันทั้งหมดเริ่มจากพระตำหนักเปี่ยมสุขพระ ตำหนักปลุกเกษมตำหนักเอิบเปรมและตำหนัก

33:31 เอมรีก็คือคล้องกันเปี่ยมสุขปลุกเกษมเอิบ เปรมและเอมปรีอ่าซึ่งไม่ได้สวยงามแค่ชื่อ นะแต่ละชื่อเนี่ยก็มีความหมายที่เพราะ เป็นความหมายที่เพาะเปี่ยมสุขปุกเกษมก็ คืออยู่ด้วยความสุขความเกษมมีความเอิบ เปรมเอ็มปีในใจและมีการทำพระราชพิธี คฤหมงคล หรือขึ้นบ้านใหม่ที่วังไกลกังวลแห่งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่ใหญ่มากในยุคนั้นมี งานเลี้ยงมีการละเล่นที่เอิกกะหริกมากๆใน ช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการสร้างวังไกล กังวลก็เป็นช่วงเวลาที่สถานการณ์บ้าน เมืองในยุคนั้นวุ่นวายถึงขีดสุดเพราะว่า เป็นช่วงที่สงครามโลกครั้งที่ 1 เพิ่งสงบ

34:17 เกิดภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองทั่วโลกข้าวยาก หมากแพงเป็นข้าวยากหมากแพงครั้งใหญ่ อันดับต้นๆของประเทศไทยเลยในเวลานั้นมี การพยายามเปลี่ยนแปลงการปกครองมีความไม่ ชอบมาพาลในบ้านเมืองหลายอย่างรัชกาลที่ 7 ทรงทราบดีแต่สถานการณ์ตอนนั้นแก้ไขปัญหา อะไรได้ยากเย็นมากๆคือพระองค์เนี่ยมีพระ ราชราชภาระล้นเกือบตลอดเวลาและก็มีวังไกล กังวลที่สร้างขึ้นใหม่นี่แหละเป็นเหมือน ที่ประทับให้ในดวงรัชกาลที่ 7 ได้ห่างไกล จากความกังวลที่เกิดขึ้นอย่างไม่รู้จัก หยุดหย่อนแต่แล้วเนี่ยความกังวลจาก กรุงเทพฯเนาะก็ลอยตามลมทะเลไปหารัชกาลที่ 7 จนถึงหัวหินเรื่องเกิดจากในปี 2475

35:05 เป็นปีที่ความตึงเครียดตลอดรัชกาลเนี่ยมา ถึงจุดที่เรียกว่าปลอดแตก คือมีข่าวรือเรื่องการเปลี่ยนแปลงการปก ครองหนาหูมากๆรัชกาลที่ 7 ต้องรับมือกับ อะไรหลายอย่างจนกระทั่งเมื่อผ่านเดือน เมษายนไปแล้วคือมีพระราชพิธีสงกรานต์พระ องค์ท่านประกอบพระราชพิธีเสร็จแล้วได้ไม่ นานก็เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับที่วังไก กังวลหัวหินโปรดให้เจ้าฟ้าบริพั สุขุมพันธ์รักษาราชการแทนอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร และแล้วเช้าวันหนึ่ง 24 มิถุนายนปี 2475 รัชกาลที่ 7 ทรงตื่นนอนที่วังไกกังวลและ เสด็จไปทรงกอล์ฟที่สนามกอล์ฟหัวหิน

35:53 ระหว่างที่ทรงกอล์ฟอยู่นั้นเองก็มีนาย ทหาร กับราชเลขา ถือโทรเลขโทรเลขสมัยนั้นเข้าไปทูลถวายพระ องค์ท่านทรงหยิบมาอ่านข้อความคือเกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองขึ้นที่พระนครรัชกาล ที่ 7 รับสั่งว่าไม่ทรงตกพระทัยเท่าไหร่ เพราะรู้อยู่แล้วว่ายังไงวันนี้ก็ต้องมา ถึงพระองค์ท่านจึงเลิกทรงตีกอล์ฟแล้ว เสด็จกลับไปที่วังไกกังวลรอสถานการณ์ว่า จะมีอะไรเกิดขึ้น ในวันเดียวกันนั้นเองก็มีเรือรบจาก กรุงเทพฯชื่อเรือหลวงสุโขทัยมาเทียบที่ วังไกกังวล คือคณะราษฎรส่งมามีผู้แทนคือนาวาตรีหลวง

36:42 ศุพชราศัย เป็นผู้ถือศาลคณะราษฎรเข้ามาต่อรองกับ ในหลวงรัชกาลที่ 7 บอกว่าคณะราษฎรยึด อำนาจการปกครองได้แล้วแต่ไม่ได้คิด ประทุษร้ายต่อพระองค์ท่านจะขอทูลเชิญให้ เสด็จกลับไปปกครองบ้านเมืองตามเดิมเป็น พระมหากษัตริย์ที่ทรงอยู่ภายใต้ รัฐธรรมนูญ ซึ่งรัชกาลที่ 7 ทรงไตร่ตองแล้วก็ตอบครับ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์พูนสุขให้การ ปฏิวัติเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะถ้าเกิด พระองค์ต่อต้านมันหมายถึงการนำทหารไปต่อ สู้มันจะเกิดการรบที่เสียเลือดเสียเนื้อ กันมากพระองค์จึงทรงยอมแต่โดยดีแล้วก็ เสด็จกลับมาที่กรุงเทพมหานคร ทรงประกอบพระราชกรณียกิจหลายอย่างให้กับ

37:30 ระบอบการเมืองแบบใหม่โดยเฉพาะการพระ ราชทานรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2475 นั่นคือรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรที่สมบูรณ์ที่สุดเป็นฉบับแรก และหลังจากนั้นเนี่ยความวุ่นวายก็ถาโถม เข้ามารวมถึงการรัฐประหารครั้งแรกมัน วุ่นวายมากจริงๆเพราะว่าหลังจากปฏิวัติ 2475 เนี่ยมันเกิดทั้งการปิดประชุมสภา เกิดกระแสเรื่องคอมมิวนิสต์เกิดการ รัฐประหารครั้งแรกในประวัติศาสตร์ทั้งๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนแปลงการปกครองมาได้ไม่นาน นี่เองตอนนั้นรัชกาลที่ 7 ท่านน่าจะกังวล มากกับสถานการณ์บ้านเมืองเรียกว่ามันคาบ ลูกคาบดอกตลอดเวลาอะไรจะเกิดขึ้นได้เสมอ

38:15 จนกระทั่งช่วงปี 2476 คือปีรุ่งขึ้นหลังจากเปลี่ยนแปลงการปก ครองพระองค์ท่านจึงโปรดเสด็จแปรพระราชฐาน ไปประทับที่วังไกลกังวลหัวหินอีกครั้งไป พร้อมกับพระนางเจ้ารำไพพรณีพระราชินีท่าน พระองค์น่าจะทรงหวังว่าคงจะคลายจากความ กังวลได้บ้างแต่แล้วทางกรุงเทพพระมหานคร ก็เกิดเรื่องใหญ่คือพระญาติพระองค์นึงของ ในหลวงรัชกาลที่ 7 มีพระนามว่าพระองค์ เจ้าบวรเดช ได้รวบรวมกำลังทหารจากหัวเมืองต่างๆบุก เข้ากรุงเทพมหานครเพื่อทำการยึดอำนาจจาก รัฐบาลคณะราษฎรหรือที่เราเรียกกบฏชุดนี้ ว่ากบฏบวบเดชถูกมั้ยนี่คือเหตุการณ์นี้

39:01 เลยกบฏบวรเดชเป็นกบฏครั้งใหญ่มากๆเพราะ ว่าทหารฝ่ายกบฏกับทหารฝ่ายรัฐบาลบานปะทะ กันตั้งแต่หลัก 4 ดอนเมืองมีการใช้อาวุธ สงครามทำลายซึ่งกันและกันคือพื้นที่หลัก 4 ดอนเมืองที่เราเห็นณปัจจุบันเคยเกิด สงครามเป็นสงครามกลางเมืองเลยมีการใช้ อาวุธหนักใช้ปืนใหญ่มีแม้กระทั่งการใช้ เครื่องบินลบขึ้นในยุคนั้น แต่สุดท้ายนายทหารฝ่ายรัฐบาลมีความสามารถ มากปราบกบฏได้คนๆนั้นคือพันโธหลวง พิบูลสงคราม ก็คือจอมพลป.พิบูลสงครามใช่นั่นคือเหตุ การณ์สำคัญที่ทำให้จอมพลป.ได้ขึ้นมาเป็น ใหญ่สามารถปราบกบฏได้อย่างราบคราบในช่วง

39:47 เวลาที่เกิดเหตุการณ์กบฏนี้เองรัชกาลที่ 7 กับพระนางเจ้ารำไพพรณีทรงประทับอยู่ที่ วังไกรกังวลโดยองค์ในหลวงรัชกาลที่ 7 เนี่ยทรงวิตกกังวลมากๆว่าทำไมสถานการณ์ การเมืองถึงบานปลายขนาดนี้และได้รู้ได้ ว่าที่พระองค์เจ้าบวรเดชจะยึดอำนาจเนี่ย จะเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบ ประชาธิปไตยกลับไปสู่ระบอบสมบูรณ์ สิทธิราช ตอนนั้นรัชกาลที่ 7 ท่านทรงวิตกเข้าไปอีก ว่าผู้คนจะมองยังไงล่ะก็จะมองว่ารัชกาล ที่ 7 เนี่ยแหละไปสนับสนุนพระองค์เจ้า บวรเดชให้ก่อกบฏเพื่อพระองค์เจะได้กลับมา มีอำนาจสมบูรณายาสิทธิราชอีกครั้งหนึ่ง จึงรู้สึกว่าถ้าพระองค์ยังประทับอยู่ที่ วังไกลกังวลเนี่ยอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย

40:36 รัชกาลที่ 7 พร้อมกับพระนางเจ้ารำไพพรณี และข้าราชบริพารใกล้ชิดจึงเสด็จออกจากวัง ไกลกังวลในวันที่ 17 ตุลาคมปี 2476 ลงเรือทางทะเลเพื่อลี้ภัยไปประทับที่ สงขลาวันที่ 17 ตุลาคมนี้สำคัญมากนั่นคือ วันสุดท้ายที่รัชกาลที่ 7 ได้พักและได้ เห็นวังไกลกังวลที่ท่านทรงรักเป็นอย่าง มาก ขบวนเรือพาพระองค์ท่านเนี่ยไปลี้ภัยที่ จังหวัดสงขลาจนกระทกระทั่งสถานการณ์กบฏใน กรุงเทพฯสงบลงพระองค์ท่านก็ขึ้นเรือจาก สงขลานั่นแหละกลับมาที่กรุงเทพฯตอนนั้น สถานการณ์การเมืองก็ยังร้อนแรงอยู่ตลอด

41:22 เวลาจนกระทั่งรัชกาลที่ 7 ทนต่อสิ่งที่ เกิดขึ้นต่อไปไม่ไหวจึงเสด็จออกจาก กรุงเทพฯคราวนี้ท่านไม่ได้ไปแค่ไกลกังวล ไม่ได้ไปแค่สงขลาแต่ไปที่อังกฤษให้เหตุผล ว่าพระองค์จะไปรักษาพระอากการประชวนพระ องค์ท่านก็เสด็จไปประทับอยู่ที่นั่นและใน เวลาต่อมาก็ทรงสละราชสมบัติออกจากการเป็น พระมหากษัตริย์ นั่นน่าจะเป็นครั้งแรกที่พระองค์ท่านห่าง ไกลจากความกังวลจริงๆและก็ทรงเสด็จสวรรคต ที่ต่างแดนในเวลาต่อมากลายเป็นว่าวังไกล กังวลที่เรามองว่าเป็นวังเล็กๆเพียงแห่ง หนึ่งเนี่ยเป็นวังที่เกิดเรื่องราวสำคัญ

42:07 มากมายในช่วงเวลาหนึ่งแล้วหลังจากรัชกาล ที่ 7 เสด็จสวรรคตเนี่ยได้มีพระ มหากษัตริย์องค์อื่นๆเสด็จไปประทับอีก บ้างมั้ยมีก็คือในหลวงรัชกาลที่ 9 เริ่ม จากตอนที่พระองค์ท่านยังทรงเป็นหนุ่มอยู่ เนี่ยรัชกาลที่ 9 ท่านจะโปรดให้พระนาง เจ้ารำไพพรณีพระราชินีในรัชกาลที่ 7 ได้ เสด็จไปประทับที่วังไกลกังวลเป็นครั้ง เป็นคราวซึ่งนั่นคือสถานที่แห่งความทรงจำ ของพระนางเจ้าลำไบพรณีและต่อมารัชกาลที่ 9 ท่านก็ได้ทรงทรงเสด็จไปประทับที่วังไกล กังวลด้วยพระองค์เองไปที่นั่นเนี่ยท่านไป ริเริ่มโครงการต่างๆมากมายในเรื่องโครง การพระราชดำริในเรื่องการพัฒนาชีวิตของ ผู้คนตามชายฝั่งทะเลและที่สำคัญมากคือใน

42:54 ช่วงท้ายๆของพระชนมชีพพระองค์ท่านเสด็จไป ประทับอยู่ที่วังไกลกังวลเป็นเวลานานๆ อยู่หลายครั้งมากๆและเหตุการณ์สำคัญที่ สุดที่เกิดขึ้นก็คือเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมปี 255 56 ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรดให้มีการเสด็จออกมหาสมาคมเนื่องในวัน เฉลิมพระชนพรรษาที่ศาลาราชประชาสมาคม วังไกรกังวลนี่เป็นครั้งแรกใน ประวัติศาสตร์ของรัชกาลท่านเลยปกติการออก มหาสมาคมเนื่องในวันเฉลิมพระชนพรรษาเนี่ย จะทำที่พระที่นั่งอมรินทร์วินิจฉัยในพระ บรมมหาราชวัง พระที่นั่งจักกีมหาปราสาทหรือพระที่นั่ง อนันตสมาคมหรือมณฑลพิธีในกรุงเทพฯครั้ง นั้นเป็นครั้งแรกที่มีการออกมหาสมาคมที่

43:42 ต่างจังหวัดและได้โปรดให้อัญเชิญพระที่ นั่งพุทตากาญจนสิงหาดซึ่งเป็นพระ ราชบัลลังก์ที่อยู่ที่กรุงเทพฯเนี่ยไป ตั้งที่วังไกกังวลในครั้งนั้นเพื่อเสด็จ ออกมหาสมาคม ในครั้งนั้นเป็นการเสด็จออกมหาสมาคมครั้ง สุดท้ายของในหลวงรัชกาลที่ 9 เพราะหลัง จากนั้นจะทรงพระประชวนมากไม่ได้ออก มหาสมาคมอีกเป็นเวลาประมาณ 2 ปีและเสด็จ สวรรค์ในเวลาต่อมาในปัจจุบันวังไกลกังวล หัวหินเป็นพระราชฐานที่ประทับของพระ มหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมนี่ก็เป็น เรื่องราวของวังไกลกังวลเนาะอย่างที่เรา บอกว่าไม่ใช่แค่ชื่อของวังแต่ว่าเป็นที่ ที่พระมหากษัตริย์ไปอยู่เนี่ยและรู้สึก

44:29 ไกลจากความกังวลแต่ถึงอย่างงั้นเนี่ยความ กังวลเนี่ยก็ยังมาหาถึงที่อยู่ดีแล้วก็มี แค่ 2 วังเองนะเป็น 2 วังที่ตอนแรกบางคน อาจจะบอกว่าอุ๊ยเล่า 2 วังน้อยไปหรือ เปล่าแต่เป็น 2 วังที่มีเรื่องราวสำคัญ สำคัญมากมายในช่วงเวลานึงคือในความ วุ่นวายในสถานการณ์ที่เหมือนคลื่น ซัดศาสตร์ ใส่สถาบันในยุคนั้นพระมหากษัตริย์ก็มี วิธีการรับมือด้วยวิธีต่างๆซึ่งผมมองว่า อันนี้มันเป็นประโยชน์อย่างหนึ่งให้เรา ได้เห็นว่าชีวิตคนเราไม่ว่าจะเป็นพระ มหากษัตริย์เป็นขุนนางเป็นสามัญชนทุกคนมี มรสุมชีวิตที่เจอแตกต่างกันอยู่ที่การรับ มือเหมือนกับบทเพลงบทหนึ่งของหลวงพิจิตร วาทการซึ่งแต่งเอาไว้แล้วผมชอบมากจำได้มา

45:16 จนทุกวันนี้แต่งเอาไว้ว่าแต่คนที่ควรชม นิยมกันต้องใจมั่นยิ้มได้เมื่อไผมาอ่า แล้วก็ EP นี่จะเป็นเรื่องราวของรัชกาล ที่ 6 เยอะมากๆแล้วก็สำหรับใครนะคะที่ ซื้อบัตรงานแฟนMeทโลกวิวัฒ Walk to History มาเตรียมพบกันวันที่ 5 กรกฎาคม นี้ค่ะเราเตรียมเรื่องเล่าในยุครัชกาลที่ 6 ยุคที่มีอะไรใหม่ๆเยอะมากๆแล้วเรื่อง นี้ก็เป็นเรื่องใหม่ๆที่เราไม่เคยเล่าที่ ไหนด้วยและถ้าถามว่าพี่วัฒน์รู้เรื่องนี้ ได้อย่างไรนั่นก็เพราะว่าผมเกิดสมัย รัชกาลที่ 6 แล้วก็อยู่มาจนถึงปัจจุบัน ค่ะแล้วก็ขอขอบคุณสมาคมประชาคมคนตาบอดที่ สนับสนุนกิจกรรมครั้งนี้ครับแล้วก็ฝากกด ไลค์กดแชร์กด Subscribe ให้กับรายการโลก

46:02 วิวัฒน์และช่องไทยรัฐ Studio ด้วยนะคะ แล้วก็ใครมีความคิดเห็นยังไงหรือว่าอยาก ให้เราเล่าเรื่องอะไรนะครับก็ลองเข้ามา คอมเมนต์ไว้ได้เลยแล้วก็สามารถกดแตงค์ค่ะ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเรา 2 คนและทีมงาน กว่าอีก 4,000 ชีวิตได้ค่ะและนี่ก็คือโลก วิวัฒพcastเฮ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries