0:01 [เพลง] สวัสดีค่ะกลับมาพบกับดิฉันอาจารย์ดรกมลพร กันชนะและอาจารย์ดรปราณจินตเวชนะคะคลิป นี้เป็นคลิปที่ 3 ของบทที่ 4 โดยที่ครั้ง ที่แล้วเนี่ยเราพูดถึงช่วงของสันติภาพ ปัญญานานหลังจากสงครามในยุคณ.เรียนนะคะใน วันนี้เนี่ยเราก็จะมาคุยกันว่าด้วยเรื่อง ของยุคล่าอาณานิคมแล้วก็ผลกระทบของหรือ ความสำคัญของการล่านิคมกับระบบระหว่าง ประเทศค่ะครับอาจารย์กมลก็ก่อนอื่นก่อนจะ เข้าประเด็นนะครับก็พูดถึงคำสั่งก่อนละ กันนะครับก็จะมีในยุคนี้นะครับก็จะมีคำ ว่าอาณานิคมนะครับแล้วก็คำว่าจักรวรรดิ
0:48 นิยมอันนี้คมก็คือการที่ชาติใดชาติหนึ่ง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวยุโรปนะครับเข้าไปยึด ครองพื้นที่ก็จะเป็นการเป็นการกระทำการ ยึดพื้นที่หรือว่าดินแดนของชาติอื่นหรือ กลุ่มชนอื่นนะครับรวมถึงการเอาคนของ ประเทศเจ้าอาณานิคมเนี่ยเข้าไปตั้งถิ่น ฐานอยู่ในดินแดนที่ยึดครองด้วยจริงๆก็มี หลายรูปแบบนะครับอันนี้ผมก็จะมีแบบทั้ง ตรงนะครับ direct กรณีก็คือตัวเจ้า อาณานิคมเนี่ยส่งคนเข้าไปปกครองเลยหรือ ว่า indirect กรณีหรือว่าการปกครอง อาณานิคมทางอ้อมก็คือการที่เจ้าอาณานิคม ไม่ได้ทำลายระบบการปกครองเดิมของอาณานิคม นั้นๆยังเก็บเจ้าผู้ปกครองของในท้องถิ่น เอาไว้นะครับแล้วก็ให้ปกครองผ่านเจ้าเจ้า
1:36 ท้องถิ่นเดิมนะครับก็จะมีในอินเดียบาง แคว้นอังกฤษก็จะใช้วิธีนี้นะครับหรือว่า อีกอันหนึ่งนะครับก็จะเรียกว่าอันนานิคม ของผู้ตั้งถิ่นฐานนะครับหรือว่าภาษา อังกฤษก็จะเป็นกรณีนะครับก็จะมีที่เรารู้ จักกันนะครับก็มีสหรัฐอเมริกาใช่ไหมครับ ก่อนเป็นเอกราชเนี่ยก็เคยเป็นกรณีของ อังกฤษมาก่อนก็คือคนอังกฤษนั่นแหละเข้าไป ตั้งถิ่นฐานอันอื่นๆทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ นะฮะก็จะมีออสเตรเลียนิวซีแลนด์หรือว่า แคนาดาครับอันนี้ก็จะเป็นอันนิคมครับส่วน คำว่าจักรวรรดินิยมนะครับเป็นการขยาย อิทธิพลนะฮะและอำนาจของตัวเจ้าอาณานสังคม นั่นแหละนะครับเป็นการครอบงำทางการเมือง และเศรษฐกิจนะครับเออจริงๆทั้งสองคำนี้ก็ ไม่ได้ไม่ได้แยกจากการชัดเจนก็สอดคล้อง
2:22 กันนะครับแต่ว่าใช้ใช้ต่างกันในบางวาระ โอกาสพอคำศัพท์ไปแล้วก็มาถึงที่เรื่องการ ล่าอาณานิคมนะครับโดยเฉพาะในช่วงศตวรรษ ที่ 19 เนี่ยมันมีผลอย่างมากนะครับต่อ ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในปัจจุบัน ก็คือว่าในช่วงศตวรรษ 19 เนี่ยนะครับเจ้า อาณานิคมในยุคนี้นะครับหลักๆก็จะเป็น อังกฤษฝรั่งเศสแล้วก็เนเธอร์แลนด์เนี่ย นอกจากเข้าไปยึดพื้นที่ดินแดนเข้าไปปก ครองแล้วเนี่ยยังเอาแนวคิดรัฐสมัยใหม่ของ ยุโรปเนี่ยเข้าไปด้วยนะครับแล้วก็กระจาย แนวคิดเหล่านี้ไปทั่วโลกเลยนะครับทำให้ ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในที่ต่างๆ เนี่ยเริ่มเปลี่ยนมาละมาเป็นแบบคล้ายๆแบบ ยุโรปมากขึ้นนะครับในยุคศตวรรษ 19 เนี่ย ก็จะต่างจากยุคก่อนหน้านั้นนะครับอ่า
3:08 อย่างบางคนก็น่าจะทราบมาว่าเอ๊ะก่อนหน้า อังกฤษฝรั่งเศสเนเธอร์แลนด์ก็มีเจ้าอัน ไหนนิคมมาก่อนนะอย่างหรือว่าโปรตุเกสจะ แตกต่างกันนะครับเพราะว่าก่อนหน้านี้พวก สเปนโปรตุเกสไม่ได้เน้นเรื่องการเผยแพร่ แนวคิดทางการเมืองเท่าไหร่อาจจะมีศาสนา บ้างแต่หลักๆก็คือเน้นการค้าแล้วก็บางที่ ก็ไม่ได้เข้าไปปกครองเต็มรูปแบบเหมือน อย่างศตวรรษที่ 19 โดยภาพรวมก็คือเจ้า อาณานิคมในสมัยศตวรรษที่ 19 เนี่ยได้นำ แนวคิดรัฐสมัยใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาละใน ยุโรปที่เราพูดกันในคลิปก่อนๆแล้วก็ กระจายไปอย่างทั่วโลก มีอะไรบ้างนะครับเช่นมีแนวคิดเรื่องดิน แดนนะครับต้องมีเขตแดนชัดเจนต้องทำสำมะโน ประชากรนะครับรัฐข้างในต้องมีประชากรเท่า ไหร่แล้วก็จัดตั้งรัฐบาลสมัยใหม่เนี่ยแนว
3:54 คิดเหล่านี้นะครับก็ค่อยๆเข้าไปแทนที่ ความสัมพันธ์เอ่อในพื้นถิ่นเดิมนะครับ หรือว่านักวิชาการบางคนก็จะเรียกความ สัมพันธ์ในพื้นดินเดิมนะว่าความสัมพันธ์ แบบจารีครับที่สำคัญแบบจารีตนี่อืม อาจารย์ลองพอยกตัวอย่างหน่อยได้ไหมคะก็ สั่งก็จะดูแปลกๆใช่มั้ยฮะแต่ว่ามีหลาก หลายมากเลยว่าเป็นคำวิชาการแต่ว่ามีหลาก หลายที่ครับอย่างเช่นของของจีนเนี่ยนะ ครับแล้วก็ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ ที่เราอาศัยอยู่ก็มีลักษณะแบบหนึ่งไม่ได้ เป็นรัฐสมัยใหม่แบบนี้หรือของโลกอิสลามก็ มีอีกแบบหนึ่งนะครับในที่นี้ขอยกตัวอย่าง ของจีนนะครับของจีนเนี่ยเขาก็จะมองว่าตัว อาณาจักรจีนเป็นศูนย์กลางของโลกนะครับตัว จักรพรรดิของเขาเนี่ยเป็นโอรสสวรรค์ไปได้
4:43 รับ สวรรค์มาใช่ไหมครับแล้วก็คนจีนเนี้ยเหลือ วัฒนธรรมจีนเป็นวัฒนธรรมที่สูงส่งที่สุด นะครับชาติใดที่ไม่รับเอาวัฒนธรรมจีน เนี่ยเอ่อคนจีนก็จะถือว่าเป็นคนป่าเถื่อน ผู้ที่ยอมรับเนี่ยก็ถือว่าเป็นเป็นผู้ เจริญเหมือนกันครับส่วนรักที่ยอมรับอำนาจ ของจีนนะครับก็ต้องส่งบรรณาการมาครบจีนนะ ครับโดยจีนจะมีของตอบแทนให้นะครับแล้วก็ ส่งกำลังไปช่วยอ่ากองกำลังทหารนี่แหละนะ ครับไปช่วยหาเกิดสงครามแล้วก็ถ้าร้องขอ จีนไทยเองสมัยก่อนก็เคยเป็นรัฐบรรณาการ ของจีนเหมือนกันส่งบรรณาการให้จีนนะครับ ก็จะเรียกกันว่าจิ้มกล้องนะครับความ สัมพันธ์แบบจีนนะครับก็ถ้าจะให้พูดโดย สรุปก็คือเป็นเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง
5:28 ประเทศที่เน้นวัฒนธรรมเป็นตัวแบ่งหลักไม่ ได้เน้นเรื่องกฎหมายระหว่างประเทศหรือว่า เขตแดนที่ชัดเจนแบบในยุโรปนะครับก็คือเอา วัฒนธรรมจีนเป็นตัวหลักเลยนะครับ ธรรมเนียมทางการทูตของจีนเนี่ยก็ไม่ได้ เน้นเรื่องการเอารูปไปประจำอย่างที่ต่างๆ นะครับแต่ให้ความสำคัญกับความ ศักดิ์สิทธิ์ของตัวพระราชสารของฮ่องเต้ เน้นพิธีการมากกว่าการทำตามข้อตกลงแบบใน ยุโรปนะครับเมื่ออังกฤษเริ่มมาสัมพันธ์ กับจีนในช่วงศตวรรษที่ 19 เนี่ยเอ่อ ราชสำนักจีนก็มองว่ายุโรปเป็นคนเถื่อน ส่วนพวกยุโรปก็มองว่าคนจีนเป็นคนเถื่อนนะ ครับเพราะว่าไม่รู้เรื่องกฎหมายระหว่าง ประเทศไม่รู้เรื่องเขตแดนที่ชัดเจนพอพูด ถึงจิ้มกล้องแล้วก็จะนึกถึงต้นไม้เงินต้น ไม้ทองใช่ไหมคะ
6:13 ในละครไทยแล้วก็มันก็จะมีคำถามบางครั้ง ค่ะว่าการที่เราส่งให้เนี่ยเราเป็น อาณานิคมของจีนหรือเปล่าทีนี้มันก็เลย เกิดคำถามตามมาว่าพอมันมาความคิดความ เชื่อมันมาชนกันนะคะการล่าอาณานิคมของ ยุโรปมันส่งผลต่อระบบหรือว่าอาจจะยังไม่ มีระบบของอาณาจักรต่างๆในเอเชียพวกนี้ เนี่ยมันส่งผลยังไงคะอยากให้อาจารย์ลองยก ตัวอย่างเป็นจีนก็ได้ค่ะ ก็คือพอยุโรปเข้ามาที่อาจารย์กมลพรพูดว่า มันต่างกันมากเลยคนจีนก็เน้นวัฒนธรรมความ เป็นจีนนะครับต้องมีจิ้มกล้องต้องอะไรคน ส่วนพวกอังกฤษแล้วเน้นการทำสนธิสัญญาที่ เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับก็คงไม่มาก้ม คำนับคนจีนอะไรอย่างเงี้ยนะครับพอชาวจีน
6:59 หรือว่าราชสำนักจีนเนี่ยเจอเข้ากับระบบ สนธิสัญญาต่างๆนะครับจากปฏิสัมพันธ์กับ อังกฤษเนี่ยเอ่อก็ๆก็ถ้าพูดง่ายๆก็คือ ช็อคดังนั้นโดยเฉพาะเมื่อเกิดสงครามฝิ่น นะครับนะครับครั้งแรกประมาณจากกลางทศวรรษ 1,840 จีนที่มั่นใจว่าตัวเองเป็นศูนย์ กลางของจักรวาลใช่ไหมของจักรวาลเลยเนาะมี กำลังที่เข้มแข็งที่สุดกลับพ่ายแพ้ต่อ อังกฤษที่เป็นคนเถื่อนใช่ไหมครับหนวดเครา ก็ไม่โกนอะไรอย่างนี้วัฒนธรรมจีนก็ไม่เอา แต่ว่าพ่ายแพ้เพราะว่าความแข็งแกร่งทาง เทคโนโลยีทางกำลังทางทหาร ก็เป็นการช็อคครั้งใหญ่ของของจีนแล้วก็ เหล่ารัฐบรรณาการในจีนด้วยนะครับอังกฤษก็
7:45 บังคับให้จีนเนี่ยทำสนธิสัญญาเปิดเมือง ถ้านะครับแล้วก็เปิดเป็นเขตเช่า 5 เมือง ท่าเนาะครับแล้วก็ต่อมาก็มีการเช่าฮ่องกง ด้วยเป็นระยะเวลา 99 ปีซึ่งพึ่งคืนไปอ่า เมื่อปี 1997 เนี่ยสงครามฝิ่นเนี่ยนะครับ ทำให้จีนต้องเจอเข้ากับการติดต่อทางการ ทูตแบบยุโรปแบบแบบช็อกๆเลยนะครับแล้วก็ อ่านอกจากเนี้ยนอกจากชาวจีนที่ว่าช็อค แล้วใช่ไหมครับเหมือนที่พูดไปเมื่อสัก ครู่นะครับบริวารต่างๆของจีน บางชาติที่ไม่ได้ตกเป็นอาณานิคมก็รู้สึก ว่ามันเกิดความเปลี่ยนแปลงละในระบบความ สัมพันธ์แบบอาณาจักรที่อาจารย์กมลพรถาม อาณาจักรแบบเดิมอาจจะไม่สามารถอยู่รอดต่อ ไปได้นะครับมีชาติต่างๆนะครับที่เคยเป็น
8:31 รัฐบรรณาการของจีนเนี่ยก็มองว่าตัวเองก็ ต้องเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับเพื่อไม่ให้ตก งานอาณานิคมบางชาติก็สำเร็จบางชาติก็ไม่ สำเร็จก็จะมีไทยนึงไทยของเราก็เป็นเคสนึง ที่มองว่าจะมองว่าสำเร็จก็ได้นะครับหรือ ว่าญี่ปุ่นใช่มั้ยที่ว่าขึ้นมาเป็น มหาอำนาจได้ด้วยบางชาติที่พยายามแต่ว่า ไม่สำเร็จก็มีเกาหลีหรือว่าทำนองนี้ครับ เหมือนเมื่อกี้อาจารย์ยกตัวอย่างมาก็จะมี ชาติที่กึ่งๆจะโดนล่าอาณานิคมแล้วถ้าเกิด ว่าชาติที่ตกเป็นอาณานิคมโดยตรงเนี่ยจะมี ผลอย่างไรบ้างคะเหมือนที่พูดไปเมื่อสัก ครู่ใช่ไหมว่าชาติที่เกือบจะตกเป็น อาณานิคมหรือว่าค่ำๆกึ่งๆเนี่ยก็จะพยายาม ปฏิรูปเป็นสมัยใหม่ส่วนชาติที่เอ่อตก อาณานิคมเลยนะครับในช่วงศตวรรษ 19 เนี่ย
9:16 ซึ่งเอาจริงๆก็เรียกได้ว่าเป็นดินแดน เกือบทั่วโลกเลยด้วยซ้ำนะครับคือแทบจะไม่ มีที่ไหนเหลือรอดจากการเป็นอาณานิคมของ ชาติตะวันตกเลยหลักๆก็มีอังกฤษใช่ไหมครับ ก็น่าจะทราบกันดีว่าอังกฤษตอนนั้นได้รับ ฉายาว่าเป็นจักรวรรดิที่พระอาทิตย์ไม่มี วันตกดินเลยนะครับเพราะว่ามีอันนั้นนิคม กระจายไปทั่วโลกกลับไปสู่คำถามใช่ไหมว่า มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อดินแดนที่ตก กันอาณานิคมโดยตรงก็คือถ้ายกตัวอย่าง อังกฤษนะครับก็จะเข้าไปจัดตั้งการปกครอง ในดินแดนอาณานิคมนะครับแล้วก็มีการทำ สาธารณูปโภคต่างๆแล้วก็เช่นพวกโทรเลขนะ ครับรถไฟนะครับตั้งระบบระบบระบอบการปก ครองใหม่นะครับมีการส่งข้าหลวงเข้าไปปก ครองนะครับต่างจากเดิมละที่เป็นเน้น วัฒนธรรมอะไรแบบของจีนนะครับไม่ๆเอา
10:02 วัฒนธรรมและไม่เอาศาสนาแล้วแต่เอาหลักการ กฎหมายนะครับเอาสัญญาที่เป็นลายลักษณ์ อักษรเข้ามาแทนที่ความสัมพันธ์แบบจารี เดิมอีกอันนึงที่สำคัญที่เจ้าอาณานิคม ตั้งให้ดินแดนอาณานิคมก็คือมีการจัดตั้ง โรงเรียนด้วยนะครับทำให้คนในอาณานิคมได้ เรียนได้รู้แบบชาวตะวันตกนะครับได้เรียน รู้วิธีทางการทูตแบบตะวันตกไปด้วยนะครับ พอรัฐเหล่านี้ได้รับเอกราชคนส่วนใหญ่ที่ อยู่ในดินแดนอันนิคมแม้ว่าก็ยังเป็นกลุ่ม ชาติพันธุ์เดิมนะครับแต่ว่าในความคิดของ เขาในการเรียนรู้ของเขาเนี่ยเขาเชื่อใน ระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบยุโรปไป แล้วเป็นระบบหลักไปละทำไม่คิดจะย้อนไปสู่ ระบอบเก่าแล้วอันนั้นก็เป็นในแง่ความคิด นะครับของชาติที่ตกขนาดนิคมอ่าถ้าแบบขอไป
10:51 แตะตรงชาติที่ก้ำกึ่งหน่อยนะครับอ่าชาติ ที่เอ่อโดนภัยอันอาณานิคมแต่ว่ารอดพ้นมา ได้อ่าก็เช่นญี่ปุ่นเนาะแต่ว่าเอ่อเดี๋ยว ก็จะยกตัวอย่างก่อนนะครับก็คือชาติเหล่า นี้แล้วก็เรียนรู้นะครับแล้วก็ทำตามเจ้า อาณานิคมเอ่อแล้วก็อย่างญี่ปุ่นอย่างที่ ว่าไปนะครับสามารถก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจ ได้เลยนะครับญี่ปุ่นเลือกที่จะปฏิรูป เปลี่ยนแปลงใช่ไหมครับแต่เดิมเป็นสังคม ศักดินาด้วยแล้วก็เป็นเป็นชายขอบของความ สัมพันธ์แบบจีนเลยนะครับแต่ว่าญี่ปุ่นก็ เลือกที่จะปรับเปลี่ยนนะครับตั้งรัฐบาล สมัยใหม่นะครับมีรัฐธรรมนูญมีรัฐสภานะ ครับตั้งกองทัพแล้วก็มีทำอุตสาหกรรมสมัย ใหม่แบบตะวันตกแล้วก็เลือกรับการทูตแบบ ตะวันตกมาแบบตรงๆเลยสุดท้ายญี่ปุ่นก็ก้าว
11:36 ขึ้นมาเป็นมหาอำนาจได้อีกอย่างหนึ่งนะ ครับที่การปกครองอาณานิคมวางรากฐานไว้ให้ นะครับนอกจากแนวคิดรัฐสมัยใหม่นะครับยัง มีเรื่องการลากเส้นดินแดนสมัยใหม่ด้วย เป็นรากฐานของเขตแดนของรัฐสมัยใหม่ใน ปัจจุบันนะครับเพราะว่าหลังจากชาติส่วน ใหญ่นะครับเอกราชนะครับก็ยึดถือเอาเขตแดน อันนั้นแหละนะครับมาเป็นมาเป็นมาเป็นเขต แดนของของรัฐตนที่ได้รับเอกราชนะครับแต่ ว่าก็การลากเส้นเขตแดนแบบตะวันตกบางทีก็ เห็นตรงเกินไปใช่ไหมครับเอาธรรมชาติมา แบ่งเอาไอ้การไอ้ตัวคณิตศาสตร์มาแบ่งแบบ ตรงๆบางทีอาจจะตัดผ่านกลุ่มชาติพันธุ์ อะไรที่ที่เขาไม่ได้อยู่ด้วยกันนะครับดัน ให้มาอยู่ด้วยกันอย่างนี้ก็นำไปสู่ข้อ พิพาทหลายอย่างนะครับเช่นอินเดียปากีสถาน ใช่ไหมครับหรือว่าเหตุการณ์ในทะเลจีนใต้
12:23 นะครับหรือว่าการแย่งหมู่เกาะระหว่าง ญี่ปุ่นรัสเซียหรือแม้แต่กรณีเขาพระวิหาร ของไทยกัมพูชาก็ถือว่าเป็นมรดกของยุค อาณานิคมเหมือนกันด้วยครับเราก็ได้ฟังตัว อย่างของประเทศที่เป็นประเทศผู้ล่า อาณานิคมเยอะเลยนะคะทีนี้นอกจากญี่ปุ่น อังกฤษแล้วก็ฝรั่งเศสยังมีมหาอำนาจอื่น ไหมคะที่พยายามเข้าไปวางรากฐานล่า อาณานิคมในที่อื่นนะคะนอกจากอังกฤษและ ฝรั่งเศสแล้วนะครับในช่วงปลายคริสต์ ศตวรรษที่ 19 นะครับจนถึงต้นศตวรรษที่ 20 นะครับได้เกิดประเทศใหม่ขึ้นในยุโรปอยู่ 2 ประเทศนะครับก็คือเยอรมนีและอิตาลีนะครับ โดยเฉพาะเยอรมนีเนี่ยเอ่อก้าวขึ้นมาเป็น มหาอำนาจทางทหารและเศรษฐกิจจนท้าทายสถานะ ของอังกฤษได้เลยครับเยอรมนีเนี่ยขยายกอง ทัพเรือนะครับเพื่อไปสนับสนุนพ่อค้าที่ไป
13:11 ค้าขายต่างประเทศนะครับแล้วก็เอาเรือนี่ แหละเข้าไปจัดตั้งอาณานิคมในแอฟริกานะ ครับในเอเชียนะครับรวมถึงได้เขตเช่าในจีน ด้วยนะครับก็คือขึ้นมาท้าทายอังกฤษเลยนะ ครับอีกชาติหนึ่งที่เป็นคู่แข่งของอังกฤษ เหมือนกันนะครับก็คือรัสเซียเองก็พยายาม แสวงหาอาณานิคมในเอเชียด้วยเหมือนกันนะ ครับรวมถึงหมายตาไว้ที่เกาหลีด้วยแต่ว่า ก็เหมือนที่พูดไปสักครู่ใช่ไหมว่ามี ญี่ปุ่นก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเหมือนกัน นะครับก็รัสเซียกับญี่ปุ่นเนี่ยก็รบกันนะ ครับแต่ว่าเป็นฝ่ายญี่ปุ่นที่ได้รับชัย ชนะไปนะครับในปี 1905 นะครับทำให้ญี่ปุ่น เนี่ยก้าวขึ้นมาเป็นมหาอำนาจเอเชียชาติ แรกเลยนะครับแล้วก็ทำตามคล้ายๆกับยุโรปนะ ครับก็คือยึดยึดครองอาณานิคมด้วยนะครับ อันนั้นนิคมของญี่ปุ่นก็จะมีเกาหลีกับ
13:58 ไต้หวันเมื่ออ่าถ้าย้อนกลับไปที่การผงาด ของเยอรมันเนี่ยอันนี้จะมีผลสำคัญมากนะ ครับต่อสถานการณ์ในยุโรปซึ่งอยู่ภายใต้ ระบบหลายคู่มาอย่างยาวนานนะครับเพราะว่า มหาอำนาจใหม่เนี่ยขึ้นมาท้าทายมามหาอำนาจ เก่าๆนะครับดูๆมันเริ่มเริ่มเริ่มจะเสีย แล้วมันไม่ได้มี 5 ชาติเหมือนเมื่อตะกอน นะครับพอเยอรมันเข้ามาทำให้สมการเริ่ม เปลี่ยนไปสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการ มหาอำนาจเนี่ยแทนที่จะเป็นหลายขั้วแล้ว เริ่มจับกลุ่มกันแล้วนะครับจนสุดท้ายกลาย เป็น 2 ฝ่ายชัดเจนนะครับแล้วก็เป็นสภาพ 2 ฝ่ายชัดเจนเนี่ยประมาณช่วงหนึ่งเลยก่อน สงครามโลกครั้งที่ 1 ครับ ว่าการล่าอาณานิคมเนี่ยมันเข้ามาเปลี่ยน เข้ามามีอิทธิพลต่อสิ่งที่เรียกว่าระบบ ระหว่างประเทศค่อนข้างจะมากนะคะก็ขอบคุณ
14:45 อาจารย์ปราณมากเลยนะคะที่มาสรุปให้เราฟัง ในวันนี้นะคะเดี๋ยวคลิปหน้าค่ะเราจะมาพูด ถึงสงครามโลกครั้งที่ 1 กับสิ่งที่เรียก ว่าสันนิบาตชาติหรือว่า The League of Nation นะคะ [เพลง]