“รถคันเดียวในชีวิต: บัฟเฟตต์ & เกตส์ สอนคิดยาว”

Jane Podcast www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปแนวคิดและปรัชญาชีวิตจากบทสนทนาระหว่าง Warren Buffett และ Bill Gates โดยเน้นถึงความสำคัญของการตัดสินใจอย่างมีสติ การลงทุนระยะยาว การดูแลรักษาสุขภาพกายและใจ และการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย

  • ความสำเร็จไม่ได้มาจากการรู้ทุกเรื่อง แต่มาจากการรู้ลึกซึ้งในเรื่องที่สำคัญ
  • การดูแลสุขภาพกายและใจคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด
  • การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องและการเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ช่วยให้จิตใจไม่แข็งทื่อ
  • ความอดทนและการรอคอยจังหวะที่เหมาะสมเป็นคุณสมบัติสำคัญของนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ
  • การเลือกใช้ชีวิตและทำงานในสิ่งที่รักคือกุญแจสำคัญสู่ความสุขและความสำเร็จที่ยั่งยืน

บทนำ

วิดีโอเริ่มต้นด้วยการจินตนาการถึงบทสนทนาสบายๆ ระหว่าง Warren Buffett และ Bill Gates สองบุคคลที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในโลกธุรกิจและการกุศล โดยทั้งสองไม่ได้เริ่มต้นจากความยิ่งใหญ่ แต่เริ่มจากความใฝ่รู้ที่ไม่เคยจางหายไปจากชีวิต

Circle of Competence

Warren Buffett กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตไม่ใช่หุ้นตัวไหน แต่คือความสามารถในการรอคอยโอกาสที่เหมาะสม เขาเปรียบชีวิตเหมือนเกมเบสบอลที่ไม่มีการนับ Strike และเราไม่จำเป็นต้องตีทุกลูก Bill Gates เสริมว่าคนรุ่นใหม่ฉลาดขึ้นแต่ใจร้อนขึ้น อยากสำเร็จเร็วเกินไป ทั้งสองเห็นพ้องกันว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการรู้ทุกเรื่อง แต่มาจากการรู้ลึกซึ้งในเรื่องที่สำคัญและกล้าที่จะบอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เกมของตน Buffett เรียกสิ่งนี้ว่า "Circle of Competence" หรือวงความรู้ความสามารถที่ตนเองเข้าใจอย่างแท้จริง

สุขภาพกายและใจ

Bill Gates เน้นย้ำถึงความสำคัญของสุขภาพ โดยเปรียบเทียบร่างกายและจิตใจเหมือนรถยนต์คันเดียวที่เราต้องใช้ไปตลอดชีวิต หากไม่ดูแลรักษามันอย่างดี วันหนึ่งมันจะไม่สามารถพาเราไปถึงจุดหมายได้ Buffett เสริมว่าสุขภาพที่ดีคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุดและไม่มีใครสามารถลงทุนแทนเราได้ การดูแลจิตใจไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่คือการรักษาความมีชีวิตชีวาของความคิด

ความกระหายใคร่รู้และการมองโลกในแง่ดี

ทั้ง Buffett และ Gates มีความกระหายใคร่รู้ที่ไม่เคยหมดอายุ พวกเขาอ่าน ตั้งคำถาม และเรียนรู้ไม่หยุดหย่อน ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองฉลาด แต่เพราะการเรียนรู้ทำให้จิตใจไม่แข็งทื่อ ทัศนคติเชิงบวกของทั้งสองไม่ได้เกิดจากการมองโลกสวย แต่เกิดจากการมองโลกในระยะยาวและเห็นว่ามนุษย์สามารถเรียนรู้ แก้ไข และพัฒนาได้เสมอ

ความสำคัญของสภาพแวดล้อมและงานที่รัก

Buffett กล่าวว่าชีวิตของเราจะค่อยๆ โน้มเอียงไปในทิศทางของคนที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วย โดยเฉพาะคนที่ใกล้ชิดที่สุด งานที่เราทำทุกวันก็เป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพจิตที่สำคัญที่สุด Buffett เปรียบการไปทำงานของเขาเหมือนได้เต้น Tap Dance เพราะใจรักในสิ่งที่ทำ เขาไม่เชื่อว่าชีวิตควรถูกใช้ไปกับการอดทนรอวันหยุดหรือรอเกษียณเพื่อเริ่มมีชีวิต

การจัดการความเสี่ยงและความรับผิดชอบ

Buffett และ Gates มีมุมมองต่อความเสี่ยงและความรับผิดชอบที่คล้ายคลึงกัน พวกเขาเข้าใจดีว่าความเสี่ยงที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ความเสี่ยงที่มองเห็นได้ชัด แต่คือความเสี่ยงที่เราจำเป็นต้องรับเพียงเพราะเราไม่เตรียมตัวมากพอ Buffett กล่าวว่าความผิดพลาดร้ายแรงในการลงทุนไม่ได้เกิดจากการคำนวณผิดเล็กน้อย แต่เกิดจากการประมาทในช่วงเวลาที่ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวย

การเติบโตที่ยั่งยืนและการมองชีวิตในมิติที่กว้างขึ้น

Gates เริ่มเข้าใจว่าการเติบโตที่ยั่งยืนไม่ใช่การวิ่งเร็วที่สุด แต่คือการรักษาสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานและความมั่นคง เมื่อเวลาผ่านไป ทั้งสองคนต่างหันกลับมามองชีวิตในมิติที่กว้างกว่าความสำเร็จทางธุรกิจ Buffett เปรียบร่างกายและจิตใจเหมือนรถยนต์เพียงคันเดียวที่เราจะต้องใช้ไปตลอดชีวิต

การตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัด

ทั้ง Buffett และ Gates ตระหนักถึงข้อจำกัดของทรัพยากรที่เรามี ไม่ว่าจะเป็นเวลา ร่างกาย พลังงาน หรือโอกาส การตระหนักถึงความจำกัดนี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตหดแคบลง แต่กลับทำให้การเลือกแต่ละครั้งมีความหมายมากขึ้น

The Intelligent Investor

Buffett กล่าวว่าหนังสือที่มีอิทธิพลต่อชีวิตการลงทุนของเขามากที่สุดคือ "The Intelligent Investor" เพราะมันไม่ได้สอนให้เขาฉลาดขึ้นในเชิงเทคนิค แต่สอนให้เขานิ่งขึ้นในเชิงอารมณ์ หนังสือเล่มนี้ทำให้เขาเห็นว่าศัตรูที่อันตรายที่สุดของนักลงทุนไม่ใช่ตลาด แต่คือความใจร้อน ความโลภ และความกลัวของตัวเอง

รถยนต์คันเดียวในชีวิต

Buffett เปรียบเทียบร่างกายและจิตใจเหมือนรถยนต์คันเดียวที่เราต้องใช้ไปตลอดชีวิต การดูแลรักษามันอย่างดีคือยุทธวิธีที่ฉลาดที่สุด ไม่ต่างจากการลงทุนที่ดีที่สุด ซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนที่ทุกคนจะเห็นปัญหา เขามองว่าความเสียหายที่แท้จริงมักไม่เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่โต แต่เกิดจากการละเลยเล็กๆ น้อยๆ ที่สะสมอย่างเงียบๆ จนถึงวันที่ย้อนกลับไม่ได้

เบสบอลและบัตรเจาะรู

Buffett เปรียบเทียบชีวิตเหมือนเกมเบสบอลที่ไม่มีกรรมการมายกมือเรียก Strike และเรามีอิสระที่จะไม่ต้องทำอะไร ความได้เปรียบที่แท้จริงคืออิสระในการไม่ต้องทำอะไรในโลกที่คนส่วนใหญ่ถูกฝึกให้รีบตอบ รีบแสดงความเห็น และรีบคว้าโอกาสทุกครั้งที่มีคนตะโกนว่ามันกำลังมา Buffett ยังกล่าวถึงแนวคิด "บัตรเจาะรู 20 ครั้ง" ซึ่งหมายถึงการที่เรามีโอกาสตัดสินใจที่สำคัญในชีวิตเพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้นเราจึงต้องเลือกอย่างรอบคอบ

โปลิโอ

Gates เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานเพื่อกำจัดโรคโปลิโอ ซึ่งเป็นบททดสอบความอดทนของมนุษยชาติ โรคที่ไม่ต้องการโอกาสมาก แค่ช่องว่างเล็กๆ ก็พร้อมจะกลับมาทำลายทุกอย่างที่สร้างมานานหลายสิบปี Gates มองว่างานที่ยากที่สุดไม่ใช่การคิดค้นวัคซีน แต่คือการไปให้ถึงเด็กคนสุดท้าย เพราะธรรมชาติของไวรัสไม่รู้จักคำว่าพอแค่นี้ก็ได้

กุญแจ 3 ดอก

Gates กล่าวถึงกุญแจ 3 ดอกที่จะนำไปสู่อนาคตที่ดีขึ้น ได้แก่ AI, พลังงาน และชีววิทยา เขามองว่าวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์คือภาษาที่ลึกที่สุดในการแก้ปัญหาความทุกข์ของมนุษย์ และเทคโนโลยีกำลังพาเราเข้าใกล้การเข้าใจมันอย่างไม่เคยมีมาก่อน

บทสรุป

วิดีโอสรุปว่าสิ่งที่ Bill Gates และ Warren Buffett กำลังพูดถึงไม่ใช่คนละเรื่อง แต่เป็นกรอบคิดเดียวกันที่ถูกใช้ในสนามต่างกัน ทั้งคู่เชื่อเหมือนกันว่าการตัดสินใจที่ถูกต้องเพียงไม่กี่ครั้งสามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้ และโลกไม่ได้ให้รางวัลกับความเร็ว แต่ให้รางวัลกับความถูกต้องในระยะยาว

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 ลองจินตนาการว่ามีผู้ชาย 2 คนนั่งคุยกัน อย่างสบายๆไม่มีเวทีไม่มีไมโครโฟนและไม่ มีความพยายามจะสอนใครคนหนึ่งคือชายที่ร่ำ รวยจากการไม่ทำอะไรมากกว่าการทำอีกคนคือ ชายที่เปลี่ยนโลกด้วยการตั้งคำถามไม่หยุด ทั้งสองไม่ได้เริ่มต้นจากความยิ่งใหญ่แต่ เริ่มจากความใฝ่รู้ที่ไม่เคยหายไปจาก ชีวิต วen buffet เคยพูดว่าสิ่งที่สำคัญที่สุด ในชีวิตไม่ใช่หุ้นตัวไหนแต่คือความสามารถ ในการนั่งรอเขาเปรียบชีวิตกับเกมเบสบอล เกมที่ไม่มีการนับสตลูกบอลจะถูกโยนมา เรื่อยๆคุณไม่จำเป็นต้องตีทุกลูกคุณ

0:46 สามารถยืนเฉยๆได้จนกว่าลูกที่อยู่ในโซน ของคุณจริงๆจะลอยเข้ามาคนจำนวนมากแพ้ตั้ง แต่ยังไม่เริ่มเพราะคิดว่าถ้าไม่ตีแปลว่า ล้มเหลวทั้งที่ความจริงๆแล้วการไม่ตีคือ การรักษาโอกาสที่สำคัญที่สุดไว้บิเกตสฟัง แล้วก็ยิ้มเขาเสริมว่าคนรุ่นใหม่จำนวนมาก ฉลาดขึ้นมากแต่ใจร้อนขึ้นกว่าเดิมอยาก สำเร็จเร็วอยากรู้ทุกอย่างอยากเก่งทุก ด้านจนลืมถามตัวเองว่าจริงๆแล้วควรโฟกัส อะไรทั้งสองเห็นตรงกันว่าความสำเร็จไม่ ได้มาจากการรู้ทุกเรื่องแต่มาจากการรู้ ให้ลึกในเรื่องไม่กี่เรื่องและกล้าที่จะ บอกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เกมของฉัน Buffet

1:34 เรียกสิ่งนี้ว่า Circle of Competence วงความรู้ที่คุณเข้าใจจริงไม่ใช่แค่พอคุย ได้แต่เข้าใจจนรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่คุณ ไม่รู้ชีวิตของเขาเรียบง่ายจนน่าแปลกใจ บ้านหลังเดิมรถธรรมดาตารางชีวิตที่ซ้ำๆ เพราะเขาไม่อยากใช้พลังสมองไปกับเรื่อง ไม่จำเป็นบทสนทนาไหลต่อไปถึงเรื่องเวลาบิ เกตสบอกว่าหนึ่งในสิ่งที่อยากให้คนหนุ่ม สาวเข้าใจเร็วขึ้นคือเรื่องสุขภาพถ้าคุณ มีรถแค่คันเดียวตลอดชีวิตคุณจะขับแรงแค่ ไหนก็ได้แต่ถ้าคุณไม่ดูแลวันหนึ่งมันจะพา คุณไปไม่ถึงปลายทางร่างกายและจิตใจของคุณ ก็เหมือนกันคุณอาจโหมงานอดนอนกดดันตัวเอง

2:24 แลกกับความสำเร็จระยะสั้นแต่ไม่มีใครบอก คุณว่าค่าซ่อมในระยะยาวนั้นแพงแค่ไหน Buฟเฟetเสริมด้วยน้ำเสียงเรียบว่าสุขภาพ ที่ดีคือการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด และไม่มีใครสามารถลงทุนแทนคุณได้ถ้าเรา มองชีวิตด้วยความซื่อสัตย์กับความจริงมาก ขึ้นอีกนิดเราจะเห็นว่าเราไม่ได้เลือกว่า จะเกิดมาในร่างกายแบบไหนและเราไม่มีโอกาส เปลี่ยนมันเมื่อถึงวันที่มันเริ่มสึกหร่อ ถ้าคุณรู้ตั้งแต่วันแรกว่าคุณจะได้รถมา เพียงคันเดียวและต้องใช้มันไปจนถึงวันสุด ท้ายของชีวิตคุณคงไม่ขับมันอย่างสะร่ว เป็นร่างกายและจิตใจของเราเองเรากลับใช้ งานมันเหมือนของที่เปลี่ยนใหม่ได้เสมอ

3:11 ทั้งสองไม่ได้พูดเรื่องนี้เพื่อให้เรา กลัวชีวิตแต่เพื่อให้เราเห็นคุณค่าของ สิ่งที่มีอยู่แล้วก่อนที่มันจะส่งสัญญาณ เตือนในวันที่สายเกินไปการดูแลจิตใจไม่ ใช่แค่การพักผ่อนแต่คือการรักษาความมี ชีวิตชีวาของความคิดและสิ่งหนึ่งที่ทั้ง สองคนมีเหมือนกันอย่างชัดเจนคือความ กระหายใคร่รู้ที่ไม่เคยหมดอายุพวกเขาอ่าน ตั้งคำถามและเรียนรู้ไม่หยุดไม่ใช่เพื่อ พิสูจน์ว่าตัวเองฉลาดแต่เพราะการเรียนรู้ ทำให้จิตใจไม่แข็งตายการอ่านวันละหลาย ชั่วโมงของบัฟเฟetไม่ใช่การสะสมข้อมูลแต่ มันคือการหล่อเลี้ยงสมองเหมือนการเติมน้ำ มันคุณภาพดีให้รถที่ต้องวิ่งไกลเมื่อเรา

3:56 ยังเรียนรู้เรายังเปิดรับและยังยอมรับว่า โลกใหญ่กว่าเราจิตใจจะไม่ถูกความกลัวครอบ งำง่ายๆทัศนคติเชิงบวกของคน 2 คนนี้ไม่ ได้เกิดจากการมองโลกสวยแต่เกิดจากการมอง โลกในระยะยาวพอจะเห็นว่ามนุษย์เรียนรู้ แก้ไขและดีขึ้นได้เสมอพวกเขาไม่มองความ ล้มเหลวเป็นศัตรูแต่เป็นข้อมูลเป็นบท เรียนและเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ตัดสินใจ ดีขึ้นในครั้งต่อไปและสิ่งแวดล้อมทาง อารมณ์ก็สำคัญไม่แพ้กันบัฟเฟetมักพูดว่า ชีวิตของคุณจะค่อยๆโน้มไปในทิศทางของคน ที่คุณใช้ชีวิตอยู่ด้วยโดยเฉพาะคนที่ใกล้ ชิดที่สุดคู่ชีวิตเพื่อนสนิทคนเหล่านี้

4:44 หล่อหลอมตัวตนของคุณมากกว่าที่คุณคิด เหนือสิ่งอื่นใดทั้งสองเชื่อว่างานที่เรา ทำทุกวันคือส่วนหนึ่งของสุขภาพจิตที่ สำคัญที่สุดbuฟเฟetเรียกการไปทำงานของเขา ว่าเหมือนได้เต้นแทบแดนซไม่ใช่เพราะงาน ง่ายแต่เพราะใจอยากไปเขาไม่เชื่อว่าชีวิต ควรถูกใช้ไปกับการอดทนรอวันหยุดหรือรอ เกษียณเพื่อเริ่มมีชีวิตเพราะการทำในสิ่ง ที่รักไม่ใช่เรื่องของเงินแต่เป็นเรื่อง ของพลังชีวิตเมื่อทุกอย่างถูกร้อยเรียง เข้าด้วยกันร่างกายและจิตใจของเราก็ไม่ ต่างจากรถยนต์รุ่นลิมิedหนึ่งเดียวในโลก ไม่มีอะไหล่สำรอง การเติมน้ำมันคือการเรียนรู้การตรวจเช็ค สภาพคือการทบทวนตัวเองและการเลือกเส้นทาง

5:32 คือการเลือกคนงานและสภาพแวดล้อมไม่มีใคร บอกว่าคุณต้องขับช้าหรือห้ามเร่งสิ่ง สำคัญคือคุณต้องฟังรถของตัวเองให้เป็น เพราะปลายทางของชีวิตไม่ใช่แค่การไปถึง ให้ได้แต่คือการไปถึงอย่างไม่พังไม่หมดไฟ และยังเหลือแรงพอจะมองย้อนกลับมาแล้วบอก ตัวเองได้ว่าเราได้ดูแลสิ่งที่มีคุณค่า ที่สุดตั้งแต่วันที่เรายังมีโอกาสในเวลา ต่อมาเมื่อวาน Buffet และ Bill Gates ได้มีโอกาสนั่งสนทนากันอย่างจริงจังสิ่ง ที่เชื่อมโยงคน 2 คนจากโลกที่แตกต่างกัน อย่างสิ้นเชิงไม่ใช่ตัวเลขไม่ใช่ เทคโนโลยีและไม่ใช่ความมั่งคั่งแต่คือมุม มองต่อความเสี่ยงและความรับผิดชอบที่มี

6:19 โครงสร้างคล้ายกันอย่างน่าประหลาดbuฟเฟet ฟังเรื่องเงินสด 1 ปีของ Microsoft แล้ว พยักหน้าเพราะในโลกการลงทุนของเขาหลักคิด นี้ไม่ได้ต่างอะไรจากการถือเงินสดรอ จังหวะที่ใช่เขาเองไม่เคยรู้สึกว่าการไม่ ลงทุนคือความล้มเหลวตรงกันข้ามเขามองว่า การมีเงินสดคืออิสระคือความสามารถในการ ไม่ถูกบังคับให้ตัดสินใจภายใต้แรงกดดัน และคือเกราะป้องกันจากวันที่โลกไม่เป็นใจ ทั้งสองต่างเข้าใจดีว่าความเสี่ยงที่ อันตรายที่สุดไม่ใช่ความเสี่ยงที่มองเห็น ได้ชัดแต่คือความเสี่ยงที่เราจำเป็นต้อง รับเพียงเพราะเราไม่เตรียมตัวมากพอ บัฟเฟetมักพูดว่าความผิดพลาดร้ายแรงใน

7:06 ชีวิตการลงทุนไม่ได้เกิดจากการคำนวณผิด เล็กน้อยแต่เกิดจากการประมาทในช่วงเวลา ที่ทุกอย่างดูเหมือนกำลังไปได้สวยเขาเห็น นักลงทุนจำนวนมากล้มเหลวไม่ใช่เพราะพวก เขาไม่ฉลาดแต่เพราะพวกเขาไม่สามารถทนต่อ ความรู้สึกของการยืนอยู่นิ่งๆได้พวกเขา ต้องทำอะไรสักอย่างต้องซื้อต้องขายต้อง ตอบสนองต่อข่าวต้องพิสูจน์ว่าตัวเองกำลัง เคลื่อนไหวทั้งที่ในความเป็นจริงการ เคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นต่างหากที่สร้าง ต้นทุนสูงที่สุดความอดทนจึงไม่ใช่ คุณสมบัติที่ดูน่าตื่นเต้นแต่มันคือราก ฐานที่ทำให้ระบบทั้งหมดไม่พังทลายเมื่อ เผชิญกับแรงสั่นสะเทือนในมุมของGจเมื่อ

7:52 Microsoft เติบโตขึ้นและเขาเริ่มมองเห็น ผลลัพธ์ของการตัดสินใจในอดีตความระมัด ระวังที่เคยถูกมองว่าเข้มงวดเกินไปกลับ เป็นสิ่งที่ช่วยให้บริษัทผ่านวิกฤตได้ หลายครั้งเขาเริ่มเข้าใจว่าการเติบโตที่ ยั่งยืนไม่ใช่การวิ่งเร็วที่สุดแต่คือการ รักษาสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานและความ มั่นคงความคิดนี้ค่อยๆเปลี่ยนวิธีที่เขา มองโลกจากการแข่งขันแบบเอาชนะมาเป็นการ สร้างระบบที่แข็งแรงพอจะอยู่ได้นานโดยไม่ ต้องอาศัยฮีโร่หรือการตัดสินใจที่หวือหวา เมื่อเวลาผ่านไปทั้งสองคนต่างหันกลับมา มองชีวิตในมิติที่กว้างกว่าความสำเร็จทาง ธุรกิจbuัฟเฟตเริ่มพูดถึงร่างกายและจิตใจ

8:39 ด้วยน้ำเสียงเดียวกับที่เขาพูดถึงเงินทุน เขาเปรียบมันเหมือนรถยนต์เพียงคันเดียว ที่คุณจะต้องใช้ไปตลอดชีวิตหากคุณรู้ตั้ง แต่วันแรกว่าคุณไม่มีโอกาสเปลี่ยนคันใหม่ คุณจะดูแลมันอย่างไรคำถามนี้ไม่ได้ ต้องการคำตอบที่สวยงามแต่ต้องการความซื่อ สัตย์กับตัวเองเพราะคนจำนวนมากใช้ชีวิต เหมือนมีอะไหล่สำรองทั้งที่ในความเป็น จริงทุกการละเลยจะทบต้นเหมือนดอกเบี้ยและ จะส่งผลในวันที่เราไม่มีแรงจะย้อนกลับไป แก้ไขGสเองก็เริ่มตระหนักถึงราคาของการทำ งานอย่างไม่หยุดพักเขาไม่ปฏิเสธว่าความ หมกมุ่นในวัยหนุ่มมีส่วนสำคัญต่อความ สำเร็จ แต่เมื่อมองย้อนกลับไปเขาเห็นต้นทุนที่ ซ่อนอยู่ทั้งในด้านสุขภาพความสัมพันธ์และ

9:27 เวลาซึ่งไม่สามารถซื้อคืนได้ง่ายๆความ เข้าใจนี้ไม่ได้ทำให้เขาเสียใจกับอดีตแต่ ทำให้เขาใช้ปัจจุบันอย่างรอบคอบมากขึ้น และเมื่อเขาหันมาทุ่มเทให้กับงานด้าน สาธารณประโยชน์มุมมองเรื่องความรับผิดชอบ ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นจากความรับผิดชอบต่อ พนักงานในบริษัทสู่ความรับผิดชอบต่อผู้คน ที่เขาไม่เคยพบหน้าแต่ได้รับผลกระทบจาก การตัดสินใจของเขาเช่นกันสิ่งที่น่าสนใจ คือไม่ว่าทั้งสองจะพูดถึงการลงทุนธุรกิจ สุขภาพหรือชีวิตแก่นแท้ของเรื่องราวกลับ วนกลับมาที่จุดเดียวกันเสมอนั่นคือการตัด สินใจภายใต้ข้อจำกัดเราทุกคนมีทรัพยากร จำกัดมีเวลาร่างกายพลังงานและโอกาสที่ไม่

10:16 สามารถใช้ได้อย่างไม่รู้จบการตระหนักถึง ความจำกัดนี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตหดแคบลงแต่ กลับทำให้การเลือกแต่ละครั้งมีความหมาย มากขึ้นเหมือนบัตรเจาะรูที่มีได้เพียงไม่ กี่ครั้งยิ่งรูเหลือน้อยการคิดก่อนเจาะก็ ยิ่งลึกขึ้นเท่านั้นในที่สุดเรื่องราวของ BuฟเฟตและGสไม่ได้สอนให้เรากลายเป็นนักลง ทุนที่เก่งขึ้นหรือผู้ประกอบการที่ประสบ ความสำเร็จมากขึ้นเพียงอย่างเดียวแต่มัน ชี้ให้เห็นว่าชีวิตที่มั่นคงในระยะยาวถูก สร้างจากการตัดสินใจที่ดูธรรมดาซ้ำซากและ ไม่หวือหวาการอ่านอย่างสม่ำเสมอการรอ อย่างมีเหตุผลการใช้ชีวิตในขอบเขตที่เข้า ใจและการเคารพทรัพยากรที่ไม่สามารถทดแทน

11:03 ได้เมื่อมองจากภายนอกมันอาจดูเหมือนไม่มี อะไรเกิดขึ้นแต่เมื่อเวลาผ่านไปพลังของ ความสม่ำเสมอและวินัยเหล่านี้เองที่ค่อยๆ หล่อหลอมเส้นทางชีวิตให้แตกต่างออกไป อย่างถาวรและในวันที่มองย้อนกลับมาเราอาจ พบว่าความได้เปรียบที่แท้จริงไม่เคยอยู่ ที่ความเร็วหรือความฉลาดเหนือใครแต่อยู่ ที่ความสามารถในการคิดอย่างชัดเจนรออย่าง สงบและตัดสินใจอย่างรับผิดชอบเมื่อถึง ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตคุณจะ เริ่มเห็นว่าแก่นแท้ของเรื่องราวทั้งหมด ไม่ได้อยู่ที่ชื่อของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่อยู่ที่รูปแบบการใช้ชีวิตที่คน 2 คน นี้สะท้อนออกมาอย่างสม่ำเสมอ

11:48 พวกเขาใช้ชีวิตเหมือนคนที่เข้าใจว่าเวลา ไม่ใช่สิ่งที่ต้องเร่งใช้ให้หมดเร็วที่ สุดแต่เป็นสิ่งที่ต้องจัดสรรอย่างระมัด ระวังที่สุดทุกวันจึงไม่ใช่สนามแข่งแต่ เป็นพื้นที่ทดลองเล็กๆที่ค่อยๆปรับปรุง ความคิดความเข้าใจและการตัดสินใจให้ดี ขึ้นทีละนิดพวกเขาไม่พยายามเอาชนะวัน พรุ่งนี้แต่พยายามไม่ทำลายวันมารืนโดย ความสะพร่าของวันนี้สิ่งนี้อธิบายได้ว่า ทำไมทั้งbuัฟเฟetและเกสจึงดูไม่ถูกดึงไป ตามจังหวะอารมณ์ของโลกเมื่อข่าวร้ายถาโถม เมื่อผู้คนตื่นตระหนกหรือเมื่อกระแสใหม่ ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าถ้าไม่รีบคว้าไว้จะ พลาดตลอดกาลพวกเขากลับนิ่งลงไม่ใช่เพราะ

12:35 ไม่สนใจแต่เพราะพวกเขาแยกแยะได้ว่าความ เร่งด่วนส่วนใหญ่เป็นเพียงอารมณ์ที่ยืมมา จากฝูงชนไม่ใช่ความจริงที่ต้องตอบสนองทัน ทีความสามารถในการแยกเสียงรบกวนออกจาก สัญญาณสำคัญนี้เองที่ทำให้การตัดสินใจของ พวกเขาดูเรียบง่ายแต่แม่นยำอย่างน่า ประหลาดเมื่อมองลึกลงไปอีกจะเห็นว่าความ สงบของทั้งคู่ไม่ได้เกิดจากการหลีกหนี ปัญหาแต่เกิดจากการเผชิญกับปัญหามานานพอ จนเข้าใจธรรมชาติของมันพวกเขารู้ว่าปัญหา ส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการปฏิกิริยาที่รวด เร็วแต่ต้องการการคิดที่ชัดเจนและการลง มือทำอย่างต่อเนื่องปัญหาปัญหาที่ใหญ่ จริงๆมักถูกแก้ด้วยการตัดสินใจครั้งเดียว

13:21 แต่ถูกแก้ด้วยการตัดสินใจเล็กๆซ้ำแล้วซ้ำ เล่าในทิศทางเดียวกันเป็นเวลานานความเข้า ใจนี้ทำให้พวกเขาไม่หลงไปกับคำสัญญาของ ทางลัดและไม่ท้อแท้เมื่อผลลัพธ์ยังไม่ ปรากฏในทันทีสิ่งที่น่าสนใจคือทั้ง buฟเฟetและGจสต่างยอมรับความไม่สมบูรณ์ แบบของตัวเองอย่างเปิดเผยพวกเขาไม่พยายาม สร้างภาพของคนที่ทำทุกอย่างถูกต้องเสมอ แต่กลับพูดถึงความผิดพลาดของตัวเองอย่าง ตรงไปตรงมาเพราะพวกเขาเข้าใจว่าการเรียน รู้ที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากการปกป้อง อีโก้แต่เกิดจากการยอมรับความจริงแม้ความ จริงนั้นจะไม่สวยงามก็ตามความถ่อมตัวทาง ปัญญานี้ทำให้พวกเขายังเปิดรับข้อมูลใหม่ ๆได้และยังปรับตัวได้แม้จะอยู่ในจุดที่คน

14:09 ส่วนใหญ่มองว่าประสบความสำเร็จสูงสุดแล้ว ก็ตามเมื่อแนวคิดเรื่องการดูแลร่างกายและ จิตจิตใจถูกวางอยู่ในบริบทเดียวกับการ เรียนรู้การลงทุนและการทำงานเพื่อสังคม ภาพทั้งหมดจะยิ่งชัดเจนขึ้นว่าพวกเขามอง ชีวิตเหมือนพอร์ตการลงทุนระยะยาวไม่ใช่ พอร์ตที่ต้องโชว์ผลทุกไตรมาสแต่เป็นพอร์ต ที่ต้องอยู่รอดและเติบโตไปอีกหลายสิบปี การทำลายสุขภาพเพื่อแลกกับความสำเร็จระยะ สั้นจึงไม่ต่างจากการขายสินทรัพย์คุณภาพ ดีเพราะราคาผันผวนชั่วคราวมันอาจให้ความ รู้สึกว่ากำลังทำอะไรบางอย่างแต่ในระยะ ยาวกลับบ่นทำลายศักยภาพของทั้งระบบและ เมื่อเวลาผ่านไปความคิดแบบนี้ก็เริ่มส่ง

14:55 ผลต่อวิธีที่ทั้งสองเลือกใช้เวลาที่เหลือ อยู่พวกเขาไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับ โลกอีกแล้วแต่กลับเลือกตั้งคำถามที่ใหญ่ กว่าเดิมไม่ใช้คำถามว่าจะชนะอย่างไรแต่ อะไรคือสิ่งที่ควรค่าแก่การทุ่มเวลาและ พลังที่ยังมีอยู่คำถามนี้เองที่ทำให้ ชีวิตช่วงหลังของพวกเขาไม่หดแคบลงแต่กลับ ขยายออกไปสู่มิติที่ลึกกว่าเงินชื่อเสียง หรืออำนาจเมื่อเรื่องราวทั้งหมดถูกร้อย เรียงต่อเนื่องกันคุณจะเริ่มเห็นว่าสิ่ง ที่buัฟเฟตพยายามบอกคนรุ่นหลังไม่ใช่สูตร สำเร็จแต่เป็นท่าทีต่อชีวิตเขาไม่ได้ขอ ให้ทุกคนเป็นนักลงทุนหรือใช้ชีวิตเหมือน เขาแต่เขากำลังชี้ให้เห็นว่าเกมนี้ยาว

15:40 กว่าที่เราคิดและทรัพยากรที่สำคัญที่สุด ไม่เคยอยู่ในงบดุลแต่อยู่ในตัวเราเองหาก คุณสามารถคิดอย่างชัดเจนรออย่างมีเหตุผล เรียนรู้อย่างไม่หยุดยั้งและดูแลร่างกาย กับจิตใจให้พอจะเดินต่อไปได้คุณจะมีอิสระ มากพอที่จะเลือกไม่ว่าจะเลือกลงทุนเลือก ทำงานเลือกช่วยเหลือหรือแม้แต่เลือกหยุด และบางทีนี่อาจเป็นบทเรียนที่เงียบที่สุด แต่ทรงพลังที่สุดจากชาย 2 คนนี้ชีวิตที่ ดีไม่ได้เกิดจากการเร่งให้เต็มที่ทุก แต่เกิดจากการไม่ทำลายศักยภาพของวันพรุ่ง นี้การสะสมความได้เปรียบเล็กๆอย่างอดทน การเคารพข้อจำกัดของตัวเองและการใช้เวลา ที่มีอยู่กับสิ่งที่มีความหมายจริงๆเมื่อ

16:28 คุณเข้าใจสิ่งนี้แล้วคุณอาจไม่ต้องรีบ วิ่งตามใครไม่ต้องกลัวว่าจะตกขบวนและไม่ ต้องพิสูจน์อะไรกับโลกมากนักเพราะคุณจะ เริ่มเดินในจังหวะของตัวเองด้วยความสงบ ที่มาจากการรู้ว่าคุณกำลังเล่นเกมระยะยาว อย่างแท้จริงและเมื่อบัฟเฟetมองย้อนกลับ ไปเขามักย้ำอยู่เสมอว่าหากต้องเลือก หนังสือเพียงเล่มเดียวที่มีอิทธิพลต่อ ชีวิตการลงทุนของเขามากที่สุดหนังสือเล่ม นั้นจะไม่ใช่ตำราการเงินที่ซับซ้อนหรือ สูตรลับของตลาดหุ้นแต่คือ the intelligent investor เพราะมันไม่ได้ สอนให้เขาฉลาดขึ้นในเชิงเทคนิคหากแต่สอน ให้เขานิ่งขึ้นในเชิงอารมณ์หนังสือเล่ม นี้ทำให้เขาว่าศัตรูที่อันตรายที่สุดของ

17:15 นักลงทุนไม่ใช่ตลาดไม่ใช่ข่าวร้ายและไม่ ใช่ภาวะเศรษฐกิจแต่คือความใจร้อนความโลภ และความกลัวของตัวเองแกฮมไม่ได้พยายามทำ ให้การลงทุนดูหวือหวาตรงกันข้ามเขาพยายาม ดึงการลงทุนกลับมาอยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ความอดทนและการคิดอย่างเป็นระบบซึ่งเป็น สิ่งที่สอดคล้องกับธรรมชาติของบัฟเฟet อย่างลึกซึ้งโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวมา ก่อนหน้านั้นbuัฟเฟตเหมือนเด็กที่รักตัว เลขรักเกมและหลงใหลตลาดหุ้นแต่ยังขาดกรอบ คิดที่ทำให้ความหลงใหลนั้นกลายเป็นระบบ ที่เชื่อถือได้การอ่าน The Intelligent Investor เปรียบเสมือนการได้พบภาษาเดียว

18:01 กันเป็นครั้งแรกทุกประโยคของแกฮมทำให้เขา รู้สึกว่านี่คือวิธีคิดที่โลกควรจะเป็น ไม่ใช่โลกที่คนส่วนใหญ่กำลังเล่นอยู่ หนังสือเล่มนี้ให้คำอธิบายที่เรียบง่าย แต่ทรงพลังว่าทำไมราคาหุ้นถึงผันผวนทำไม ตลาดถึงมีอารมณ์และทำไมนักลงทุนที่มี วินัยจึงสามารถใช้ความผันผวนเหล่านั้น เป็นประโยชน์แทนที่จะตุกเป็นเหยื่อของมัน แนวคิดเรื่องมิสเตmarเก็ตที่แกรแฮมเสนอ กลายเป็นรากฐานทางจิตวิทยาที่buัฟเฟetใช้ ตลอดชีวิตมันสอนให้เขามองตลาดเหมือนหุ้น ส่วนที่อารมณ์แปรปรวนบางวันมองโลกสดใส เกินเกินจริงบางวันหดหู่เกินเหตุและหน้า ที่ของนักลงทุนไม่ใช่การเชื่อตามทุกคำพูด

18:48 ของหุ้นส่วนคนนี้แต่คือการใช้เหตุผลตัด สินใจว่าจะรับข้อเสนอหรือปฏิเสธมันอย่าง สุภาพการเข้าใจจุดนี้ทำให้บัฟเฟetไม่เคย รู้สึกว่าตลาดบังคับให้เขาต้องทำอะไรเขา ไม่ต้องซื้อเพราะกลัวพลาดและไม่ต้องขาย เพราะกลัวขาดทุนเขาเป็นอิสระทางความคิด ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปีการเรียนที่ มหาวิทยาลัยโคลัมเบียยิ่งตอกย้ำอิทธิพล ของหนังสือเล่มนี้เมื่อบัฟเฟตได้พบว่า เบนจามินแกรแฮมไม่ได้เป็นแค่นักเขียนแต่ เป็นอาจารย์ที่มีชีวิตจริงมีหลักการจริง และใช้มันจริงเขานั่งอยู่ในห้องเรียน เดียวกับชายที่เปลี่ยนชีวิตเขาและดูดซับ ทุกคำพูดเหมือนฟองน้ำบัฟเฟetเคยเล่าว่า

19:35 เขาไม่เคยรู้สึกว่าการเรียนสนุกเท่านี้มา ก่อนเพราะทุกอย่างที่แกรแฮมสอน สามารถนำไปใช้ได้จริงและสอดคล้องกับความ เป็นจริงของโลกไม่ได้สวยงามแบบทฤษฎีลอยๆ แม้ในเวลาต่อมาแนวคิดของBuฟเฟตจะพัฒนาไป ไกลกว่าการลงทุนแบบเน้นมูลค่าดั้งเดิมเขา เรียนรู้จากชาลีมังเกอร์ให้มองคุณภาพของ ธุรกิจความได้เปรียบเชิงโครงสร้างและพลัง ของการเติบโตระยะยาวแต่แก่นกลางจาก The Intelligent Investor ไม่เคยหายไปมัน ยังคงเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนวิธีคิดของเขา อยู่เสมอไม่ว่ารูปแบบจะเปลี่ยนไปอย่างไร วินัยความมีเหตุผลและการควบคุมอารมณ์ยัง คงเป็นหัวใจเดิมเมื่อบัฟเฟตแนะนำหนังสือ

20:22 เล่มนี้ให้กับคนรุ่นหลังเขาไม่ได้แนะนำ เพราะมันจะทำให้คุณรวยเร็วขึ้นแต่เพราะ มันจะช่วยให้คุณไม่ทำลายตัวเองก่อนที่จะ รวยหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สัญญาผลตอบแทนสูง หลิวแต่มันมอบสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ กรอบคิดที่ช่วยให้คุณอยู่รอดในเกมที่ยาว นานและเต็มไปด้วยกับดักทางอารมณ์และนั่น คือเหตุผลที่ชายคนหนึ่งซึ่งอ่านหนังสือมา เกือบทั้งชีวิตยังคงบอกว่าหากไม่ได้หยิบ The Intelligent Investor ขึ้นมาอ่าน ในวัย 19 ปีเส้นทางชีวิตของเขาอาจจะไม่ เป็นอย่างที่เราเห็นในวันนี้เลยและเมื่อ Buffเฟetพูดถึงเรื่องนี้สิ่งที่เขาพยายาม สื่อจริงๆไม่ใช่ว่าเราควรกินอะไรหรือห้าม กินอะไรแต่คือวิธีคิดต่อร่างกายและจิตใจ

21:09 ของตัวเองเขาเข้าใจดีว่ามนุษย์ไม่ได้ใช้ ชีวิตด้วยตารางโภชนาการหรือสูตรสุขภาพที่ สมบูรณ์แบบแต่ใช้ชีวิตด้วยการตัดสินใจ เล็กๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าในแต่ละวันซึ่งการตัด สินใจเหล่านั้นสะท้อนว่าคุณมองทรัพย์สิน สำคัญที่สุดของตัวเองอย่างไรถ้าคุณมอง ร่างกายเป็นของใช้ชั่วคราวคุณก็จะใช้งาน มันอย่างไม่ใยดีแต่ถ้าคุณมองว่ามันคือรถ คันเดียวที่ต้องอยู่กับคุณไปจนวันสุดท้าย วิธีการใช้งานของคุณจะเปลี่ยนไปโดย อัตโนมัติ buัฟเฟetไม่ได้ใช้คำว่าการดูแลสุขภาพใน เชิงเสียสละหรือบังคับตัวเองแต่เป็นการ เคารพสิ่งที่มีอยู่เขาไม่ได้พูดให้กลัว ความแก่หรือความตายแต่ชี้ให้เห็นความจริง

21:55 ว่าเวลาเป็นตัวแปรที่ไม่มีใครเอาชนะได้ และการดูแลตั้งแต่วันที่คุณยังรู้สึกดี คือยุทธวิธีที่ฉลาดที่สุดไม่ต่างจากการลง ทุนที่ดีที่สุดซึ่งมักเกิดขึ้นก่อนที่ทุก คนจะเห็นปัญหาเขามองว่าความเสียหายที่แท้ จริงมักไม่เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่โตแต่เกิด จากการละเลยเล็กๆน้อยๆที่สะสมอย่างเงียบๆ จนถึงวันที่ย้อนกลับไม่ได้ในมุมของจิตใจ บัฟเฟetมองว่าการอ่านและการเรียนรู้คือ การบำรุงรักษาระบบควบคุมทั้งหมดของรถถ้า เครื่องยนต์คือร่างกายพวงมาลัยและระบบนำ ทางก็คือจิตใจหากคุณปล่อยให้ความคิดหยุด นิ่ง ปล่อยให้ตัวเองถูกลากไปตามอารมณ์ข่าวหรือ

22:41 เสียงของฝูงชนคุณก็เหมือนคนขับที่หลับตา อยู่หลังพวงมาลัยต่อให้รถยังวิ่งได้ดีสุด ท้ายก็มีโอกาสหลุดออกนอกถนนอยู่ดีการอ่าน จึงไม่ใช่กิจกรรมของคนว่างแต่เป็นการตั้ง ศูนย์ความคิดอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้คุณยัง คุมทิศทางชีวิตได้ด้วยตัวเองแนวคิดเรื่อง การทำงานในสิ่งที่รักก็เชื่อมโยงกับ เรื่องนี้โดยตรงbuฟัฟเฟetเข้าใจดีว่าความ เครียดความเบื่อและการฝืนใช้ชีวิตในสิ่ง ที่ไม่ใช่คือภาระหนักทั้งทางร่างกายและ จิตใจการตื่นขึ้นมาในทุกวันด้วยความรู้ สึกว่าต้องทนไม่ใช่แค่ทำลายอารมณ์แต่มัน ค่อยๆกัดกินพลังชีวิตไปทีละน้อยตรงกัน ข้ามการได้ทำสิ่งที่รักไม่ได้หมายความว่า

23:27 ชีวิตจะไร้ปัญหาแต่หมายความว่าคุณมีแรง ภายในพอจะรับมือกับปัญหาเหล่านั้นได้โดย ไม่พังตัวเองก่อนเวลาอันควร สิ่งที่น่าสนใจคือบัฟเฟตไม่ได้เสนอแนวคิด นี้ในฐานะคนที่สมบูรณ์แบบแต่ในฐานะคนที่ เข้าใจข้อจำกัดของมนุษย์เขาไม่ได้บอกให้ คุณใช้ชีวิตอย่างเคร่งครัดไร้ความสุขแต่ บอกให้คุณตระหนักว่าทุกความสุขมีต้นทุน และต้นทุนบางอย่างจะถูกเรียกเก็บในอนาคต เสมอคำถามจึงไม่ใช่ว่าคุณจะใช้ชีวิตสนุก หรือไม่แต่คือคุณยอมรับต้นทุนแบบไหนและ คุณพร้อมจ่ายมันหรือเปล่าในระยะยาวเมื่อ มองภาพรวมแนวคิดรถคันเดียวในชีวิตของ buฟัฟเฟetจึงเหมือนกรอบความคิดที่เชื่อม

24:13 ทุกเรื่องเข้าด้วยกันตั้งแต่การลงทุนการ ทำงานการเรียนรู้ไปจนถึงการดูแลสุขภาพมัน เตือนว่าชีวิตไม่ใช่การเร่งความเร็วให้ มากที่สุดในช่วงสั้นๆแต่เป็นการออกแบบการ เดินทางให้ไปถึงปลายทางได้อย่างมั่นคงและ ไม่พังระหว่างทางต่อจากแนวคิดรถยนต์คัน เดียวในชีวิตของวน buffet ถ้าเราฟังให้ ลึกจริงๆจะพบว่าเขาไม่ได้กำลังสอนเรื่อง สุขภาพแบบหมอหรือสอนวินัยแบบครูแต่เขา กำลังใช้ภาษาของนักลงทุนมาอธิบายชีวิต มนุษย์ทั้งชีวิตสำหรับ buffet ร่างกายและ จิตใจคือสินทรัพย์หลักหรือ call asset ที่สำคัญที่สุดและเป็นสินทรัพย์เพียง

25:00 อย่างเดียวที่คุณไม่มีสิทธิ์ขายไม่มี สิทธิ์เปลี่ยนและไม่มีสิทธิ์ซื้อใหม่ไม่ ว่าคุณจะรวยแค่ไหนก็ตามเงินสามารถหาเพิ่ม ได้ความรู้สามารถเรียนเพิ่มได้หุ้นที่ ซื้อผิดยังขายทิ้งได้แต่ร่างกายที่พังไป แล้วและจิตใจที่สึกกร่อนอย่างรุนแรงไม่มี ตลาดรองให้แลกเปลี่ยนนี่คือเหตุผลที่การ เปรียบเทียบนี้ทรงพลังมากเพราะมันบังคับ ให้คนฟังคิดแบบระยะยาวทันทีนักลงทุนที่ดี จะไม่รีดผลตอบแทนระยะสั้นจากสินทรัพย์จน มันพังเขาจะถามเสมอว่าสิ่งนี้ยังใช้ได้ อีกกี่ 10 ปีถ้าดูแลดีมันจะสร้างผลตอบแทน แบบทบต้นได้แค่ไหนและอะไรคือความเสี่ยง

25:46 ที่มองไม่เห็นในวันนี้แต่จะทำลายเราในอีก 20 ปีเฟet กำลังบอกว่าคนส่วนใหญ่ทำตรงกันข้ามกับนัก ลงทุนที่ฉลาดพวกเขาใช้ร่างกายแบบเก็งกำไร ระยะสั้นนอนน้อยกินสะเปะสะปะเครียดสะสมทำ งานฝืนใจและคิดว่าเดี๋ยวค่อยแก้ตอนแก่ ทั้งที่ความเสียหายจริงๆไม่ได้เกิดตอน อายุ 60 แต่มันเริ่มสะสมตั้งแต่วันที่คุณ อายุ 20 และคิดว่าไม่เป็นไรหรอกสิ่งที่ น่าสนใจคือบัฟเฟตไม่ได้บอกให้ทุกคนต้อง เคร่งครัดสุดโต่งเขาไม่ได้พูดถึงอาหาร คลีนการออกกำลังกายแบบโหดหรือสูตรลับอายุ ยืนสิ่งที่เขาเน้นคือทัศนคติเพราะถ้า

26:31 ทัศนคติถูกการตัดสินใจเล็กๆในแต่ละวันจะ ค่อยๆถูกปรับเองโดยธรรมชาติเมื่อคุณมอง ร่างกายเหมือนรถคันเดียวในชีวิตคุณจะ เริ่มถามตัวเองโดยไม่ต้องมีใครบังคับว่า ถ้าเป็นรถในฝันเราจะขับมันแบบนี้จริงหรือ เราจะปล่อยไฟเตือนขึ้นแล้วไม่สนใจจริง หรือและเราจะใช้น้ำมันคุณภาพต่ำตลอดชีวิต จริงหรือและที่ลึกกว่านั้นbuฟัฟเฟตยังรวม จิตใจเข้าไปในสมการเดียวกันเพราะสำหรับ เขาจิตใจคือเครื่องยนต์ ถ้าเครื่องยนต์เต็มไปด้วยความกลัวความ อิจฉาความโกรธและความเร่งรีบต่อให้ตัวถัง ยังดีรถคันนั้นก็ไม่มีวันวิ่งได้ไกลนี่ จึงเชื่อมโยงกับแนวคิดอื่นๆของเขาอย่าง แนบเนียนไม่ว่าจะเป็นการอ่านวันละหลาย

27:19 ชั่วโมงการเลือกทำงานที่รักหรือการไม่ วิ่งไล่ตามเสียงรบกวนของตลาดทั้งหมดนี้ คือการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ทางจิตใจ buัฟเฟetเคยบอกว่าคนที่ประสบความสำเร็จ ที่สุดในระยะยาวไม่ใช่คนที่ฉลาดที่สุดแต่ คือคนที่สามารถรักษาอารมณ์ให้มั่นคงได้ ยาวนานที่สุดเพราะอารมณ์ที่สึกกร่อนจะทำ ให้การตัดสินใจพังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนรถ ที่ไม่เคยเปลี่ยนน้ำมันเครื่องถ้ามองใน มุมนี้แนวคิดรถคันเดียวในชีวิตไม่ใช่คำ สอนสำหรับคนแก่แต่เป็นคำเตือนสำหรับคน หนุ่มสาวโดยเฉพาะเพราะช่วงเวลาที่รถยัง ใหม่คือช่วงเดียวที่คุณสามารถวางรากฐาน การดูแลได้ดีที่สุดและความได้เปรียบของคน

28:04 ที่เริ่มดูแลเร็วไม่ได้เห็นผลทันทีแต่มัน จะทบต้นอย่างเงียบๆไปอีกหลายสิบปีสุดท้าย แล้วสิ่งที่บัฟเฟตพยายามสื่ออาจสรุปได้ ง่ายว่าความมั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้ เริ่มจากพอร์ตการลงทุนแต่มันเริ่มจากการ ไม่ทำลายสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดของตัว เองตั้งแต่วันแรกเพราะในเกมชีวิตเงินอาจ มีโอกาสรีเซตชื่อเสียงอาจจางหายแต่ร่าง ร่างกายและจิตใจของคุณคือรถคันเดียวที่ ต้องพาคุณไปจนถึงเส้นชัยไม่มีโชว์รูมไม่ มีอะไหล่แท้และไม่มีคันสำรองและนั่นคือ เหตุผลที่buฟเฟetเลือกใช้การเปรียบเทียบ ที่เรียบง่ายที่สุดเพื่อสอนบทเรียนที่ลึก ที่สุดบทหนึ่งของชีวิตมนุษย์Buffเฟet

28:50 พยายามสอนไม่เคยเป็นแค่เทคนิคการลงทุนแต่ มันคือวิธีมองโลกวิธีมองเวลาและวิธี ปฏิบัติต่อการตัดสินใจของมนุษย์ทั้งชีวิต เบสบอลในสายตาของเขาไม่ใช่กีฬาแต่คือแบบ จำลองของชีวิตที่ไม่มีกรรมการมายกมือ เรียกสตให้คุณคุณสามารถยืนเฉยๆได้ทั้งวัน ปล่อยลูกบอลนับพันผ่านหน้าไปโดยไม่ถูกลง โทษและความได้เปรียบที่แท้จริงคืออิสระใน การไม่ต้องทำอะไรในโลกที่คนส่วนใหญ่ถูก ฝึกให้รีบตอบรีบแสดงความเห็นรีบคว้าโอกาส ทุกครั้งที่มีคนตะโกนว่ามันกำลังมาบัฟเฟต กลับเลือกยืนอย่างสงบ เขายืนดูตลาดเหมือนนักหวดระดับตำนานที่ รู้จักตัวเองลึกซึ้งรู้ว่าลูกไหนอยู่ใน

29:37 โซนถนัดและลูกไหนแม้จะดูดีในสายตาคนอื่น แต่ไม่ใช่เกมของเขาความล้มเหลวของนักลง ทุนส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการพลาดลูกยากแต่ มาจากการเหวี่ยงไม้ใส่ลูกที่ไม่จำเป็น ต้องตีเหวี่ยงเพราะกลัวตกขบวนเหวี่ยง เพราะเบื่อเหวี่ยงเพราะคิดว่าการไม่ทำ อะไรคือความอ่อนแอทั้งที่ในปรัชญาของ บัฟเฟตการไม่ทำ คือทักษะขั้นสูงสุดและเมื่อแนวคิด sweet zone ถูกเชื่อมเข้ากับกฎบัตรเจาะรู 20 ครั้งภาพทุกอย่างจะคมชัดขึ้นทันทีทุกการ ตัดสินใจคือทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไปคุณ ไม่ได้มีรูไม่จำกัดคุณไม่ได้มีสิทธิ์ลอง ผิดลองถูกแบบไม่คิดเพราะชีวิตจริงไม่ใช่ สนามซ้อมแต่คือรอบชิงชนะเลิศที่คุณต้อง

30:23 เลือกเหวี่ยงไม้เฉพาะจังหวะที่มั่นใจจริง ๆและเมื่อเหวี่ยงแล้วลูกต้องออกนอกสนาม ไม่ใช่แค่โดนโดนไม้เฉยๆนี่คือเหตุผลที่ บาฟเฟ หนักๆไม่กี่ครั้งก็พอและความสงบที่เขาพูด ถึงไม่ใช่ความนิ่งแบบไม่คิดแต่คือความ นิ่งของคนที่อ่านมามากคิดมานานและไม่ยอม ให้เสียงรบกวนของโลกเร่งมือเขาเพราะตราบ ใดที่คุณยังไม่เหวี่ยงไม้คุณยังไม่แพ้จาก จุดนี้เองเรื่องราวของบิเกสจึงเชื่อมเข้า มาอย่างเป็นธรรมชาติเพราะสิ่งที่เกสทำกับ โปลิโอ คือเวอร์ชั่นของไม่ยอมเดินออกจากสนามก่อน เกมจะจบโปลิโอไม่ใช่แค่โรคแต่มันคือบททด สอบความอดทนของมนุษยชาติโรคที่ไม่ต้องการ

31:10 โอกาสมากแค่ช่องว่างเล็กๆก็พร้อมจะกลับมา ทำลายทุกอย่างที่สร้างมานานหลายสิบปีเกส มองว่างานที่ยากที่สุดไม่ใช่การคิดค้น วัคซีนแต่คือการไปให้ถึงเด็กคนสุดท้าย เพราะธรรมชาติของไวรัสไม่รู้จักคำว่าพอ แค่นี้ก็ได้และความล้มเหลวในช่วง 10% สุด ท้ายมักทำลายความสำเร็จ 90% แรกอย่างไร้ ความปราณีนี่ไม่ใช่ปัญหาทางเทคนิคแต่มัน คือปัญหาทางศีลธรรมว่าเราจะยอมแพ้ทั้งที่ เกือบถึงเส้นชัยหรือไม่และเมื่อย้อนกลับ มาที่buัฟเฟetอีกครั้งเราจะเห็นว่าเขามอง ธุรกิจไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตธุรกิจที่ดี ต้องยืนอยู่ได้ด้วยตัวเองในโลกจริงต้องมี คูเมืองที่ปกป้องมันจากคู่แข่งโดยไม่ต้อง

31:55 อาศัยสมมุติฐานสวยหรูแบรนด์ที่ฝังในชีวิต คนพฤติกรรมที่เปลี่ยนยากเครือข่ายที่ยิ่ง ใหญ่ขึ้นเมื่อมีคนใช้มากขึ้นสิ่งเหล่านี้ คือความแข็งแกร่งที่ไม่ต้องอธิบายยาวและ ทั้งหมดจะไร้ค่าในทันทีถ้าอยู่ในมือผู้ บริหารที่ไม่มีจริยธรรมเพราะความฉลาดที่ ไร้ความซื่อสัตย์คือความเสี่ยงที่ประเมิน ไม่ได้ราคาเองก็เช่นกันbuัฟเฟตไม่ได้สอน ให้ซื้อแพงแบบไม่คิดแต่เขาสอนให้เข้าใจ ว่าของดีมีราคาของมันและเวลาเป็นเพื่อน ของธุรกิจที่ยอดเยี่ยมแต่เป็นศัตรูของ ธุรกิจคุณภาพต่ำทั้งหมดนี้วนกลับมาที่ Circle of Competence อย่างแนบแน่นเขา ไม่พยายามรู้ทุกเรื่องแต่พยายามไม่ทำ เรื่องโง่ในสิ่งที่ไม่เข้าใจและเมื่อเขา

32:42 บอกว่าอยากถือธุรกิจตลอดไปมันคือบททดสอบ สุดท้ายของความเชื่อมั่นถ้าคุณไม่กล้าถือ โดยไม่ดูราคา 10 ปีคุณไม่ควรซื้อเลยตั้ง แต่แรกปรัชญานี้ทำให้ทุกอย่างดูเรียบง่าย จนน่าเบื่อไม่มีสูตรลับไม่มีการคาดการณ์ อนาคตไม่มีความหวือหวามีแค่วินัยความอดทน และการไม่ทำลายตัวเองในระยะยาวในโลกที่คน ส่วนใหญ่พยายามกระโดดข้ามบาร์สูง 8 ฟุต Buฟเฟetเลือกก้าวข้ามบาร์สูงแค่ 1 ฟุตซ้ำ แล้วซ้ำเล่าและปล่อยให้เวลาเป็นผู้ตัดสิน ชัยชนะเพราะสุดท้ายแล้วเกมนี้ไม่ใช่การ เอาชนะตลาดในปีหน้าแต่คือการอยู่รอดอย่าง มั่นคงในอีก 20 ปีข้างหน้าและนั่นคือเหตุ ผลที่เขายังยืนอยู่ในสนามได้อย่างสงบใน

33:28 วันที่คนอื่นทยอยเดินออกไปทีละคนถ้าเดิน ความคิดของวน buffet ต่อไปอีกขั้นจะเห็น ว่าอุปมาเรื่องรถยนต์เพียงคันเดียวใน ชีวิตไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสุขภาพแต่ มันคือกรอบคิดระยะยาวต่อทั้งชีวิตมนุษย์ สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่ไม่รู้ แนวคิดนี้แต่คือหลายคนรู้ทุกอย่างแล้วแต่ กลับใช้ชีวิตตรงข้ามกับมันโดยสิ้นเชิงเรา ปฏิบัติกับร่างกายเหมือนรถเช่า เร่งเครื่องหนักไม่สนไฟเตือนไม่ตรวจสภาพ เพราะลึกๆเชื่อว่าเดี๋ยวก็เปลี่ยนได้ทั้ง ที่ชีวิตจริงไม่มีโชว์รูมให้เลือกร่าง ใหม่บัฟเฟetไม่ได้สอนให้กลัวไปหมดไม่ได้ บอกให้หวงรถจนไม่กล้าขับเขาสอนให้เคารพ ทรัพยากรที่มีอยู่รถที่ดูแลดีไม่ได้วิ่ง

34:16 ช้าลงแต่มันวิ่งได้นิ่งกว่าไกลกว่าและพา คุณไปถึงปลายทางได้จริงร่างกายก็เช่นกัน การนอนให้พอการกินที่ไม่ทำร้ายตัวเองทุก วันการออกแรงอย่างสม่ำเสมอไม่ใช่วินัยจะ จ๋าแต่มันคือการป้องกันไม่ให้ต้นทุนชีวิต พุ่งสูงในอนาคตส่วนสิ่งที่คนส่วนใหญ่มอง ข้ามที่สุดคือจิตใจซึ่งเป็นเหมือนเครื่อง ยนต์ที่แทบไม่มีใครเปิดฝากระโปรงดู บัฟเฟetให้ความสำคัญกับอารมณ์อย่างมากเขา พูดชัดเสมอว่าการลงทุนพังไม่ใช่เพราะขาด ความฉลาดแต่เพราะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ความ โกรธ ความอิจฉาความอยากรวยเร็วคือการเติมน้ำ มันผิดประเภทลงไปในเครื่องมันอาจยังวิ่ง

35:02 ได้แต่กำลังพังจากข้างในนี่คือเหตุผลที่ บัฟเฟตใช้ชีวิตเรียบง่ายกินเหมือนเดิม อยู่บ้านเดิมอ่านหนังสือซ้ำๆไม่ใช่เพราะ เขาใช้ชีวิตหรูไม่ได้แต่เพราะเขาไม่อยาก สร้างภาระให้เครื่องยนต์ทางใจความซับซ้อน มากเกินไปคือสนิมของจิตใจเมื่อมองลึกลงไป แนวคิดนี้เชื่อมตรงกับบัตรเจาะรู 20 ครั้งทันทีเพราะถ้าคุณมีร่างกายและจิตใจ เพียงชุดเดียวคุณจะไม่ใช้มันไปกับเรื่อง ที่ไม่สำคัญคุณจะไม่เผาผลาญพลังชีวิตกับ ดราม่าที่ไม่จำเป็นและจะไม่เอาชีวิตไป แข่งในสนามที่คุณไม่ได้เลือกเองคุณจะ เริ่มถามคำถามที่คนคิดระยะสั้นไม่เคยถาม ว่าเรื่องนี้คุ้มกับพลังชีวิตของฉันมยคน

35:49 นี้คุ้มกับเวลาที่ไม่มีวันได้คืนหรือ เปล่าเป้าหมายนี้ถ้าต้องแลกด้วยสุขภาพฉัน ยังอยากได้อยู่ไหคำถามเหล่านี้คือคำถาม ของคนที่เข้าใจว่าชีวิตไม่มีปุ่มรีสตาร์ท ทั้งหมดนี้พาไปสู่แก่นเดียวกันว่าสิ่งที่ buฟเฟetพยายามสื่อไม่ใช่สุขภาพเชิงเทคนิค แต่คือการเปลี่ยนมุมมองต่อเวลาคนที่คิด ระยะสั้นจะใช้ร่างกายเหมือนเชื้อเพลิงเผา ให้สว่างที่สุดตอนนี้แล้วค่อยว่ากันแต่คน ที่คิดระยะยาวจะใช้ร่างกายเหมือนทุนดูแล บำรุง และปล่อยให้มันสร้างผลตอบแทนไปเรื่อยๆและ ในวันที่คนอื่นเริ่มชะลอเริ่มป่วยเริ่ม หมดแรงคนกลุ่มหลังจะยังอยู่ในเกมไม่ใช่

36:34 เพราะเก่งกว่าแต่เพราะเขาไม่ทำลายรถคัน เดียวที่ตัวเองมีกรอบคิดแบบเดียวกันนี้ เองที่พาไปสู่ความสำคัญของหนังสือ The Intelligent Investor หนังสือเล่มนี้ ไม่ได้แค่สอนวิธีลงทุนให้Buฟเฟetแต่มัน สอนให้เขาโตเป็นผู้ใหญ่ทางจิตใจก่อนเจอ เบนจามินเกรแฮม Buffet อ่านหนังสือการลงทุนเหมือนคนถือ แผนที่หลายฉบับที่ชี้คนอาทิตย์เต็มไปด้วย สูตรลัดเคล็ดลับและความหวังจะเอาชนะตลาด สิ่งที่เกรแฮมทำคือพาเขาออกจากโลกแห่งการ คาดเดาเข้าสู่โลกแห่งเหตุผลหัวใจของ Intelligent Investor ไม่ใช่การหาหุ้น เด้งแต่คือการแยกให้ชัดว่าอะไรคือราคาและ อะไรคือมูลค่าช่องว่างเล็กๆระหว่าง 2 คำ

37:21 นี้คือสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตbuffเฟetทั้ง ชีวิตแนวคิดมิสเาร์เก็ตทำให้เขาเข้าใจว่า ตลาดไม่ใช่ครูไม่ใช่ผู้รู้แต่คือคนอารมณ์ แปรปรวนมีวันที่บ้าวันที่กลัววันที่มั่น ใจเกินเหตุหน้าที่ของนักลงทุนไม่ใช่ตาม อารมณ์ตลาดแต่ใช้มันเป็นประโยชน์นี่คือบท เรียนด้านอุปนิสัยที่ลึกกว่าการเงินเพราะ ต่อให้คุณรู้ทุกงบการเงินแต่ถ้าคุณตื่น ตระหนกตอนตลาดตกหรือหลงระเริิงตอนตลาด พุ่ง คุณก็ยังแพ้ตัวเองอยู่ดีและตรงนี้เองที่ buัฟเฟetย้ำเสมอว่า temperament สำคัญ กว่า IQ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้ทำให้เขา ฉลาดขึ้นแต่มันทำให้เขานิ่งขึ้นและยืนยัน ว่าอุปนิสัยแบบเขาการอ่านเงียบๆการคิดยาว

38:09 ๆการไม่แข่งขันไม่ใช่จุดอ่อนแต่คืออาวุธ ช่วงแรกเขาใช้แนวคิดของเกรแฮมแบบตรงไปตรง มาลงทุนแบบก้นบุหรี่หุ้นราคาถูกธุรกิจที่ ถูกตลาดทิ้งขอแค่มีดสุดท้ายก็พอวิธีนี้ทำ เงินแต่ไม่ทำให้ชีวิตง่ายจนกระทั่ง ชาลีมังเกอร์เข้ามาและยกระดับกรอบคิดจาก การซื้อของถูกมากเป็นการซื้อธุรกิจยอด เยี่ยมในราคาที่สมเหตุสมผลแต่ถ้าไม่มี เกรแฮมก็ไม่มีbuัฟเฟetที่มังเกอร์จะต่อ ยอดได้เพราะเกรแฮมให้โครงสร้างสมองให้ กรอบคิดให้ภาษาในการคิดเรื่องมูลค่าส่วน มังเกอร์แค่สอนให้ใช้มันกับโลกจริงที่ซับ ซ้อนขึ้นเมื่อมองในเชิงชีวิตหนังสือ The

38:55 Intelligent Investor คือหนังสือที่บอก Buffet ว่าชีวิตไม่ต้องรีบตลาดไม่ต้อง ชนะคุณไม่จำเป็นต้องเก่งกว่าคนอื่นขอแค่ ไม่โง่ตามอารมณ์ตัวเองและนั่นคือเหตุผล ที่เขาบอกเสมอว่านี่คือหนังสือการลงทุน ที่ดีที่สุดไม่ใช่เพราะมันให้ผลตอบแทนสูง สุดแต่เพราะมันช่วยให้คุณอยู่รอดได้นานพอ จนพลังของการทบตนทำงานแทนคุณเข็มทิศเล่ม นั้นไม่ได้พาเขาไปถึงความมั่งคั่งอย่าง เดียวแต่มันพาเขาไปถึงวิธีใช้ชีวิตแบบไม่ หลงทางและนี่คือเหตุผลที่หนังสือบางเล่ม ไม่ได้เปลี่ยนแค่พอร์ตแต่เปลี่ยนทั้ง ชีวิตเรื่องราวของโปลิโอจึงไม่ได้เป็น เพียงเรื่องของโรคแต่กลายเป็นเรื่องของ มนุษย์อย่างแท้จริงบิเกตสมองว่านี่คือบท

39:42 เรียนที่โหดร้ายที่สุดของงานด้าน สาธารณสุขระดับโลกเพราะมันพิสูจน์ให้เห็น ว่าปัญหาที่เหลืออยู่ในช่วงช่วงท้ายที่ สุดมักไม่ใช่ปัญหาทางวิทยาศาสตร์อีกต่อไป แต่คือปัญหาทางความเชื่อความกลัวและอำนาจ วัคซีนโปลิโอไม่ได้ขาดไม่ได้แพงไม่ได้ซับ ซ้อนเด็กเพียงไม่กี่หยดก็สามารถป้องกัน ความพิการไปตลอดชีวิตได้แต่สิ่งที่ขวาง ทางอยู่คือเรื่องเล่าที่ถูกปลูกฝังซ้ำ แล้วซ้ำเล่าเรื่องเล่าที่บอกว่าคนแปลก หน้าที่ถือวัคซีนมานั้นไม่ได้มาด้วยความ หวังดีแต่แฝงเจตนาร้าย เรื่องเล่าที่ใช้ความไม่ไว้วางใจต่อโลก ตะวันตกความเจ็บปวดจากสงครามและบาดแผลทาง ประวัติศาสตร์มาผสมจนกลายเป็นอาวุธที่ทรง

40:29 พลังยิ่งกว่าปืนเกตสเล่าว่าเจ้าหน้าที่ สาธารณสุขจำนวนมากที่เดินเท้าเคาะประตู บ้านทีละหลังเป็นผู้หญิงธรรมดาๆดาไม่ได้ เป็นนักการเมืองไม่ได้เป็นทหารพวกเธอเป็น แม่เป็นพี่สาวเป็นคนในชุมชนเดียวกันแต่ กลับต้องเผชิญกับความเสี่ยงถึงชีวิตเพียง เพราะถือสิ่งที่ควรจะเป็นสัญลักษณ์ของ ความหวังนี่คือจุดที่ทำให้เขาบอกว่างาน นี้ไม่ใช่แค่เงินไม่ใช่แค่เทคโนโลยีแต่ คือเรื่องของความกล้าหาญและความเชื่อมั่น ในคุณค่าของชีวิตมนุษย์ในสายตาของGสการ กำจัดโปลิโอคล้ายกับการลงทุนระยะยาวที่ สุดในโลกใช้เวลาหลายสิบปีใช้ทรัพยากร มหาศาลและเห็นผลลัพธ์ช้ามากแต่ต่างจากการ

41:16 ลงทุนทั่วไปตรงที่ผลตอบแทนไม่ได้กลับมา เป็นตัวเงินมันกลับมาในรูปของเด็กที่เดิน ได้วิ่งได้และไม่ต้องใช้ชีวิตบนรถเข็นไป ตลอดชีวิตผลตอบแทนเหล่านี้ไม่ปรากฏในงบ ดุลแต่สะท้อนอยู่ในศักดิ์ศรีของมนุษยชาติ สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้เจ็บปวดที่สุดคือ ความจริงที่ว่าโลกเข้าใกล้เส้นชัยมาก เหลือเกินเหลือเพียงไม่กี่ประเทศไม่กี่ พื้นที่ไม่กี่หมู่บ้านแต่กลับเป็นช่วงที่ ยากที่สุดเพราะทุกก้าวที่เหลือเหลืออยู่ ต้องต่อสู้กับความหวาดกลัวที่ฝังลึกการ เมืองท้องถิ่นความรุนแรงและข้อมูลเท็จที่ แพร่กระจายเร็วกว่าวัคซีนหลายเท่าเกตสไม่ ได้มองผู้ต่อต้านวัคซีนเป็นคนโง่แต่เป็น

42:01 คนที่ตกอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ความกลัวมี อำนาจเหนือเหตุผลและเมื่อความกลัวถูก เลี้ยงดูโดยอาวุธและอุดมการณ์มันก็พร้อม จะกลืนกินทุกอย่างแม้กระทั่งอนาคตของเด็ก ๆในชุมชนเดียวกันเองและตรงนี้เองที่ เชื่อมโยงกลับไปยังปรัชญาชีวิตที่เขาและ buัฟเฟetยึดถือมาโดยตลอดนั่นคือการมอง ระยะยาวและการไม่ยอมแพ้ในช่วงสุดท้าย Buffเฟetเคยบอกว่านักลงทุนจำนวนมากล้ม เหลวไม่ใช่เพราะเลือกผิดตั้งแต่ต้นแต่ เพราะท้อก่อนวันที่ผลลัพธ์จะปรากฏGสมอง ว่างานกำจัดโปลิโอก็เช่นกันความยากที่สุด ไม่ใช่การเริ่มต้นแต่คือการไปให้ถึงที่ สุดในมุมนี้โปลิโอจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ บางอย่างมันไม่ใช่แค่โรคที่กำลังจะหายไป

42:48 จากโลกแต่เป็นบททดสอบว่ามนุษยชาติสามารถ ร่วมมือกันเอาชนะข่าวลือเอาชนะความรุนแรง และเอาชนะความกลัวของตัวเองได้หรือไม่หาก เราทำสำเร็จมันจะไม่ใช่ชัยชนะของมูลนิธิ ใดหรือประเทศใดแต่เป็นชัยชนะของแนวคิดที่ ว่าทุกชีวิตมีคุณค่าและความจริงสามารถชนะ ความเท็จได้แม้ต้องใช้เวลานานกว่ามากก็ ตามและนั่นคือเหตุผลที่บิเกตยังไม่ยอม เลิกเขารู้ดีว่านี่คือช่วงไม่กี่ร้อยเมตร สุดท้ายของมาราธอนที่ยาวนานที่สุดในชีวิต เขาและแม้เส้นทางจะเต็มไปด้วยกับดักสิ่ง เดียวที่เขาเลือกทำคือก้มหน้าวิ่งต่อไป พร้อมความเชื่อว่าสักวันหนึ่งโลกจะตื่น

43:33 ขึ้นมาในเช้าที่ไม่มีเด็กคนไหนต้องกลัวคำ ว่าโปลิโออีกเลยและเมื่อเกสพูดถึงกุญแจ 3 ดอกนี้เขาไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงของ มหาเศรษฐีที่มองโลกจากยอดตึกสูงแต่พูด เหมือนนักเรียนคนหนึ่งที่ยังตื่นเต้นกับ คำถามพื้นฐานที่สุดของมนุษยชาติว่าเราจะ คิดให้ฉลาดขึ้นได้อย่างไรเราจะมีพลังงาน ใช้โดยไม่ทำลายโลกได้อย่างไรและเราจะมี ชีวิตที่ยืนยาวขึ้นโดยถูกโรคพรากศักดิ์ ศรีไปอย่างไรในมุมมองของGตสวิทยาศาสตร์ บริสุทธิ์ไม่ใช่วิชาที่เย็นชาหรือห่างไกล มนุษย์ตรงกันข้ามมันคือภาษาที่ลึกที่สุด ในการแก้ปัญหาความทุกข์ของมนุษย์เขามอง AI ไม่ได้เป็นแค่โค้ดหรืออัลกอิธึมแต่มันคือ

44:19 เครื่องมือที่ช่วยขยายศักยภาพของสมอง มนุษย์เหมือนกล้องจุลทัศน์ที่ทำให้เรา เห็นสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็นหรือเหมือน เครื่องคิดเลขที่ปลดปล่อยเราออกจากงานซ้ำ ซากเพื่อให้สมองได้ไปทำสิ่งที่มีความหมาย กว่าเขามองภาพอนาคตที่แพทย์ในพื้นที่ห่าง ไกลสามารถใช้ AI ช่วยวินิจฉัยโรคได้แม่น ยำมากขึ้นเด็กในประเทศยากจนสามารถเข้าถึง ครูระดับโลกผ่านตัวแทนอัจฉริยะและนัก วิจัยสามารถใช้ AI อ่านงานวิจัยนับล้าน ชิ้นเพื่อค้นหารูปแบบที่มนุษย์ไม่อาจเห็น ได้ด้วยตนเองได้สำหรับเขานี่ไม่ใช่สาย ฝ่ายแต่มันคือการต่อยอดเส้นทางที่โลก เริ่มเดินมาแล้วในขณะเดียวกันพลังงานคือ รากฐานที่เงียบสงั่นแต่ทรงพลังที่สุดของ

45:07 อารยธรรมเกสมองว่าหากโลกไม่สามารถสร้าง พลังงานที่สะอาดราคาถูกและเสถียรได้ความ ฝันอื่นแทบทั้งหมดจะพังทลายไม่ว่าจะเป็น การแก้ปัญหาความยากจนการเข้าถึงน้ำสะอาด หรือการรักษาพยาบาลเพราะทุกอย่างต้องพึ่ง พาพลังงานเขามองพลังงานในมุมของความ ยุติธรรมเพราะคนจนจำนวนมากยังต้องใช้พลัง งานที่สกปรกและอันตรายเพียงเพราะไม่มีทาง เลือกสำหรับGสนวัตกรรมพลังงานจึงไม่ใช่ เรื่องหรูหราแต่เป็นเส้นแบ่งระหว่างชีวิต ที่มีโอกาสกับชีวิตที่ติดอยู่ในวงจรเดิม และเมื่อพูดถึงชีววิทยาน้ำเสียงของเกสจะ เต็มไปด้วยทั้งความตื่นเต้นและความถ่อม ตัวเขามองว่ามนุษย์คือระบบที่ซับซ้อนกว่า

45:54 ซอฟต์แวร์ใดแต่เทคโนโลยีกำลังพาเราเข้า ใกล้การเข้าใจมันอย่างไม่เคยมีมาก่อนตั้ง แต่การถอดรหัสพันธุกรรมไปจนถึงวัคซีนที่ ออกแบบได้เร็วราวกับอัปเดตซอฟต์แวร์ สำหรับเขาชีววิทยาไม่ใช่การรักษาโรคแต่ คือการเตรียมมนุษยชาติให้พร้อมรับมือกับ ความไม่แน่แน่นอนของอนาคตเมื่อมองรวมกัน กุญแจ 3 ดอกนี้สะท้อนโลกทัศน์เดียวกับที่ เชื่อมเกสกับbuัฟเฟetเข้าด้วยกันนั่นคือ การคิดระยะยาวการลงทุนกับสิ่งฐานและความ เชื่อว่าปัญหาที่ยากที่สุดของโลกไม่มีทาง ลัดและเมื่อมองลึกลงไปอีกความสัมพันธ์ของ บิเกสกับวนbuฟเฟตก็ไม่ใช่แค่ภาพของ มหาเศรษฐี 2 คนแต่เป็นการพบกันของมนุษย์ 2

46:40 คนที่ไม่เคยหยุดเป็นนักเรียนสนุกกับการ ตั้งคำถามไม่เร่งกันไม่แข่งกันและเชื่อ เหมือนกันว่าเงินไม่ใช่เส้นชัยแต่เป็น เครื่องมือในการเพิ่มคุณค่าของชีวิตผู้ อื่นและบางทีบทเรียนที่ลึกที่สุดจาก เรื่องราวทั้งหมดนี้ถ้าเรียงความคิดทั้ง หมดนี้ให้ไหลเป็นเส้นเดียวจะเห็นภาพชัด ขึ้นว่าสิ่งที่ Bill Gates และ Waren Buffet กำลังพูดถึงไม่ใช่คนละเรื่องและ ไม่ใช่บทเรียนแยกส่วนแต่มันคือกรอบคิด เดียวกันที่ถูกใช้ในสนามต่างกันเริ่มจาก มุมมองของบิเกตสก่อนเขาไม่ได้มอง AI พลัง งานและชีววิทยาเป็น 3 สาขาที่แยกจากกัน

47:25 แต่เขามองมันเป็นระบบเดียวกันที่กำลังจะ หลอมรวมและเร่งความเปลี่ยนแปลงของโลกแบบ ทวีคูณ ในสายตาของเขา AI ไม่ใช่แค่เครื่องมือ ใหม่แต่มันคือตัวเร่งของทุกศาสตร์มันจะ ไม่หยุดอยู่แค่การเขียนโค้ดหรือวิเคราะห์ ข้อมูลแต่จะเข้าไปเป็นผู้ช่วยของนัก วิทยาศาสตร์ออกแบบการทดลองคาดการณ์ผล ลัพธ์และย่นเวลาที่เคยต้องใช้เป็น 10 ปี ให้เหลือไม่กี่เดือนนักวิจัย 1 คนในอนาคต อาจมี AI เป็นเหมือนทีมงานทั้งแผนกอยู่ ข้างๆตลอดเวลานี่คือเหตุผลที่เกสเชื่อว่า คนที่เข้าใจ AI อย่างลึกซึ้งจะมีพลังใน การเปลี่ยนโลกสูงมากแม้จะไม่ใช่อัจฉริยะ ระดับประวัติศาสตร์ก็ตามขณะที่เรื่องพลัง

48:13 งานเกสมองลึกไปกว่าคำว่าสิ่งแวดล้อมเขา มองว่ามันคือรากฐานของเกือบทุกปัญหาถ้า พลังงานยังแพงประเทศยากจนจะไม่มีวันพัฒนา ถ้าพลังงานไม่สะอาดปัญหาสภาพภูมิอากาศจะ ย้อนกลับมาทำลายทุกความก้าวหน้าการสร้าง พลังงานที่สะอาดราคาถูกและเสถียรได้จริง จะยกระดับคุณภาพชีวิตของคนหลายพันล้านคน พร้อมกันซึ่งมีผลกระทบมากกว่าการสร้างแอป ดังอีกนับพันนี่จึงเป็นเหตุผลที่เขายอมลง ทุนกับเทคโนโลยีที่ยากนานและไม่หวือหวา เช่นนิวเคลียร์รุ่นใหม่หรือระบบกักเก็บ พลังงานขั้นสูงส่วนชีววิทยาคือสนามที่เกส มองว่าพิ่งเริ่มต้นจริงๆมนุษย์เพิ่งเข้า

49:00 ใจร่างกายในระดับโมเลกุลโรคที่เคยถูกมอง ว่าเป็นโชคชะตากำลังถูกมองใหม่ว่าเป็น ปัญหาที่แก้ได้วัคซีน DNA และแพลตฟอร์ม ชีวภาพสมัยใหม่ทำให้โลกตอบสนองต่อโรค ระบาดได้เร็วขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้น มาก่อนจากเดิมที่ต้องใช้เวลาหลายสิบปีวัน นี้อาจเหลือไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปีและ จุดสำคัญที่สุดคือเสาหลักทั้ง 3 นี้กำลัง เชื่อมโยงกัน AI เร่งการค้นคว้าทาง ชีววิทยาพลังงานราคาถูกช่วยให้ประเทศยาก จนเข้าถึงระบบสาธารณสุขชีววิทยาที่ก้าว หน้าลดภาระโรคทำให้สังคมมีทรัพยากรไป พัฒนาด้านอื่นต่อมันคือวงจรที่เสริมพลัง

49:45 กันเองเกสจึงไม่ได้บอกว่าทุกคนต้องไป เรียน 3 สาขานี้แต่เขากำลังชี้ให้เห็นว่า ถ้าคุณอยากทุ่มชีวิตกับปัญหาที่ใหญ่จริง สนามเหล่านี้คือสนามที่เกมยังไม่จบและยัง ต้องการคนอีกมากเมื่อมองลึกลงไปจะพบว่า สิ่งที่เกตสพูดจริงๆไม่ใช่เรื่องสาขาวิชา แต่คือวิธีมองโลกเขามองโลกเป็นระบบที่ เชื่อมโยงกันไม่มีปัญหาใดแก้ได้ลำพังและ ไม่มีความก้าวหน้าใดยั่งยืนหากอีกด้าน หนึ่งยังพังอยู่นี่คือเหตุผลที่ชีวิตของ เด็กคนนึงในแอฟริกามีค่าเท่ากับโค้ด อัจฉริยะนับล้านบรรทัดในSilิคอ Valy ตรง จุดนี้เองแนวคิดของเขาจึงเชื่อมกับWarน Buฟเฟetอย่างแนบแน่น Buffet มองการลงทุน

50:33 เป็นเกมระยะยาวเกตสมองมนุษยชาติเป็นโครง การระยะยาวทั้งคู่เชื่อเหมือนกันว่าการ ตัดสินใจที่ถูกต้องเพียงไม่กี่ครั้ง สามารถเปลี่ยนทุกอย่างได้เหมือนแนวคิด บัตรเจาะรู 20 ครั้งเมื่อขยายแนวคิดบัตร เจาะรูออกมานอกโลกการลงทุนเราจะเห็นว่า นี่คือปรัชญาการใช้ชีวิตทั้งชีวิตของ buฟเฟetชีวิตของเราทุกคนมีบัตรแบบเดียว กันเพียงแต่ไม่มีใครบอกเราว่ามีกี่รูเรา ใช้รูไปกับการเลือกคบคนเลือกอาชีพเลือก สิ่งที่เราทุ่มเวลาพลังหลังและสมาธิให้ และสิ่งที่อันตรายที่สุดคือเรามักใช้รูไป กับเรื่องที่ดังเร็วและไม่ชัดโดยไม่รู้ ตัว Buffet เข้าใจตั้งแต่ต้นว่าต้นทุนที่

51:20 แพงที่สุดไม่ใช่เงินแต่คือความสนใจและการ ตัดสินใจเขาจึงฝึกตัวเองให้ไม่ต้องมีความ เห็นในทุกเรื่องไม่ต้องวิ่งตามทุกโอกาส และไม่รู้สึกผิดกับการปล่อยโอกาสดีๆผ่าน ไปถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่เขาเข้าใจจริงโลก สมัยใหม่ยกย่องความเร็ว การทำเยอะและการตอบทันแต่บัฟเฟตยกย่อง ความสามารถในการรอความนิ่งและความกล้าที่ จะไม่ทำอะไรนานกว่าคนอื่นบัตรเจาะรู 20 ครั้งไม่ได้ทำให้ใครฉลาดขึ้นแต่มันไม่ยอม ให้คุณสะพร่าเมื่อทุกการตัดสินใจมีต้นทุน สูงคำถามที่คุณถามจะเปลี่ยนไปคุณจะเริ่ม ถามว่าถ้าฉันผิดฉันรับผลลัพธ์ได้มยฉัน เข้าใจสิ่งนี้จริงหรือแค่ตามเสียงคนอื่น

52:07 และถ้าต้องถือมัน 10 ปีฉันยังสบายใจอยู่ หรือเปล่าคำถามเหล่านี้ไม่ได้ตื่นเต้นแต่ มันทำให้คุณรอดและในระยะยาวคนที่รอดคือคน ที่ชนะนี่คือเหตุผลที่Buัฟเฟตไม่เสียใจ ที่พลาดหุ้นดังหลายตัวเพราะเขาไม่ได้แข่ง กับใครเขาแข่งกับบัตรของเขาเช่นเดียวกับ เกจสที่ไม่พยายามแก้ทุกปัญหาแต่เลือก ปัญหาที่ถ้าแก้ได้จะลดความทุกข์ทรมานของ มนุษยชาติไปอีกหลายชั่วอายุคนทั้งคู่เข้า ใจตรงกันว่าโลกไม่ได้ให้รางวัลกับความ เร็วแต่ให้รางวัลกับความถูกต้องในระยะยาว สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะเป็น AI พลังงาน วัคซีนหุ้นหรือชีวิตแก่นเดียวกันยังคง เหมือนเดิมคือการเลือกอย่างมีสติอดทนกับ

52:55 สิ่งที่สำคัญจริงและยอมปล่อยเสียงดังรอบ ตัวผ่านไปเพราะบางทีความสำเร็จไม่ได้เกิด จากการทำให้ถูกบ่อยขึ้นแต่เกิดจากการไม่ ทำผิดในเรื่องใหญ่และนั่นคือหัวใจเดียว กันที่เชื่อมทุกเรื่องเข้าด้วยกันตั้งแต่ โลกการลงทุนไปจนถึงอนาคตของมนุษยชาติและ ชีวิตของเราทุกคน

Share

YouTube Video Summaries