สรุปหนังสือ พลังแห่งความเคยชิน (The Power of Habit) | 4 กลไก "แฮ็กสมอง" สร้างนิสัยใหม่ให้สำเร็จ

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปหนังสือ "The Power of Habit" โดย Charles Duhigg โดยเน้นว่านิสัยมีพลังมากกว่าที่เราคิด และสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต, องค์กร, และสังคมได้ การเข้าใจกลไกของนิสัยช่วยให้เราสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้นได้

  • นิสัยควบคุมพฤติกรรมของเรากว่า 40% ในแต่ละวัน
  • วงจรแห่งความเคยชิน (The Habit Loop) คือกลไกพื้นฐานของนิสัย
  • กฎทองของการเปลี่ยนนิสัย (The Golden Rule) คือการแทนที่นิสัยเดิมด้วยนิสัยใหม่
  • นิสัยหลัก (Keystone Habits) สามารถสร้างผลกระทบเป็นลูกโซ่
  • พลังใจ (Willpower) เป็นเหมือนกล้ามเนื้อที่สามารถฝึกฝนได้

Intro: ทำไม "นิสัย" ถึงทรงพลังกว่าที่เราคิด?

วิดีโอเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่าทำไมบางคนถึงสามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้อย่างง่ายดาย เช่น ตื่นเช้ามาออกกำลังกาย หรือบริษัทบางแห่งสามารถรับมือกับลูกค้าที่โกรธได้ดี คำตอบคือพลังที่มองไม่เห็นที่เรียกว่า "ความเคยชิน" ซึ่งควบคุมพฤติกรรมของเรากว่า 40% ในแต่ละวัน การเข้าใจกลไกของนิสัยจะช่วยให้เราสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้นและเปลี่ยนแปลงชีวิตได้

รู้จักหนังสือ The Power of Habit และผู้เขียน

หนังสือ "The Power of Habit" ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 2012 และได้รับความนิยมอย่างมาก Charles Duhigg ผู้เขียนเป็นนักข่าวสืบสวนสอบสวนของ The New York Times และเป็นเจ้าของรางวัล Pulitzer หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือ How-to ธรรมดา แต่เป็นการสำรวจเบื้องหลังทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาของนิสัย โดยชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมส่วนใหญ่ของเราเป็นไปโดยอัตโนมัติและเป็นโปรแกรมที่สมองสร้างขึ้นเพื่อประหยัดพลังงาน

แนวคิดที่ 1: วงจรแห่งความเคยชิน (The Habit Loop) กลไกที่ควบคุมคุณอยู่

วงจรแห่งความเคยชิน (The Habit Loop) คือกลไก 3 ขั้นตอนที่ควบคุมทุกพฤติกรรม:

  1. สิ่งกระตุ้น (Cue): สวิตช์เปิดที่บอกให้สมองเริ่มทำงานในโหมดอัตโนมัติ
  2. กิจวัตร (Routine): พฤติกรรมที่เราทำ
  3. รางวัล (Reward): สิ่งที่สมองได้รับหลังจากทำกิจวัตรนั้นเสร็จ

วงจรนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ จนกลายเป็นเส้นทางประสาทที่แข็งแรงในสมอง ทำให้เราทำสิ่งต่างๆ ได้โดยไม่ต้องใช้พลังงานในการตัดสินใจ ตัวอย่างเช่น กรณีของยูจีน พอลลี่ ที่สูญเสียความทรงจำระยะสั้น แต่ยังสามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้ถูกต้อง เพราะนิสัยการเดินไปห้องน้ำของเขาถูกฝังลึกอยู่ในสมองส่วนที่ไม่ได้รับความเสียหาย

แนวคิดที่ 2: กฎทองของการเปลี่ยนนิสัย (The Golden Rule)

กฎทองของการเปลี่ยนนิสัย (The Golden Rule) คือการเก็บสิ่งกระตุ้น (Cue) และรางวัล (Reward) เดิมไว้ แต่ให้เปลี่ยนแค่กิจวัตร (Routine) ตรงกลางเท่านั้น เราต้องเป็นนักสืบพฤติกรรมของตัวเอง เพื่อหาว่าอะไรคือสิ่งกระตุ้นที่แท้จริง และอะไรคือรางวัลที่สมองเราต้องการ จากนั้นก็หารูทีนใหม่ที่ดีต่อสุขภาพหรือมีประโยชน์มากกว่ามาเสียบแทนที่รูทีนเก่า ตัวอย่างเช่น กลุ่ม Alcoholics Anonymous (AA) ที่สอนให้สมาชิกระบุสิ่งกระตุ้นที่ทำให้พวกเขาอยากดื่ม และสร้างกิจวัตรใหม่ขึ้นแทนที่การดื่ม เช่น การโทรหาสปอนเซอร์หรือเพื่อนในกลุ่ม

แนวคิดที่ 3: นิสัยหลัก (Keystone Habits) โดมิโนตัวแรกที่ต้องล้ม

นิสัยหลัก (Keystone Habits) คือนิสัยบางอย่างที่เมื่อเราปลูกฝังหรือเปลี่ยนแปลงมันได้สำเร็จ มันจะสร้างชัยชนะเล็กๆ (Small Wins) ที่ทำให้เกิดแรงกระเพื่อมและจัดระเบียบชีวิตในด้านอื่นๆ ของเราให้ดีขึ้น ตัวอย่างเช่น การออกกำลังกายตอนเช้าอาจจะเป็นนิสัยหลักของใครหลายคน เพราะมันส่งผลดีเป็นลูกโซ่ไปยังเรื่องการกิน การทำงาน และการนอนหลับ กรณีศึกษาของ Paul O'Neill ที่ Alcoa แสดงให้เห็นว่าการยึดเอาความปลอดภัยเป็นนิสัยหลักขององค์กร สามารถเปลี่ยนแปลงองค์กรทั้งองค์กรได้

แนวคิดที่ 4: พลังใจคือกล้ามเนื้อ (Willpower is a Muscle)

พลังใจ (Willpower) มีลักษณะคล้ายกับกล้ามเนื้อ:

  1. พลังใจมีจำกัดในแต่ละวัน: ทุกครั้งที่เราต้องฝืนใจทำอะไรบางอย่าง พลังใจของเราก็จะค่อยๆ ถูกใช้ไป
  2. พลังใจสามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นได้: ด้วยการสร้างนิสัยเล็กๆ ที่ต้องใช้การควบคุมตนเองอย่างสม่ำเสมอ

Starbucks สร้างคู่มือการฝึกพลังใจขึ้นมา โดยสร้างแบบแผนพฤติกรรมที่เรียกว่า LATTE Method เพื่อให้พนักงานรับมือกับลูกค้าที่กำลังโมโหได้โดยไม่ต้องใช้พลังใจมาก

Toolkit: รวมวิธีนำไป "ลองทำดู" ได้จริง!

วิดีโอสรุปขั้นตอนที่นำไปใช้ได้จริงจากแต่ละแนวคิด:

  • วงจรแห่งความเคยชิน:
    1. เป็นนักสืบนิสัยตัวเอง
    2. ทดลองหารางวัลที่แท้จริง
  • กฎทองของการเปลี่ยนนิสัย:
    1. ออกแบบกิจวัตรใหม่
    2. สร้างสัญญาณเตือน
  • นิสัยหลัก:
    1. เริ่มต้นด้วยการจดบันทึกอาหาร
    2. เก็บที่นอนทุกเช้า
  • พลังใจคือกล้ามเนื้อ:
    1. ทำสิ่งที่ยากที่สุดของวันเป็นอย่างแรก
    2. วางแผนรับมือกับช่วงเวลาอ่อนแอ

ตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนนิสัยการกินชานมไข่มุกตอนบ่าย โดยออกแบบกิจวัตรใหม่ เช่น ลุกไปชงกาแฟดำกินกับผลไม้ หรือลุกไปเดินยืดเส้นยืดสายคุยกับเพื่อน

เรื่องเล่าที่ทรงพลังที่สุด: กรณีศึกษา Febreze

เรื่องราวของ Febreze แสดงให้เห็นว่าบางครั้งการจะสร้างความเปลี่ยนแปลง เราไม่จำเป็นต้องสร้างนิสัยใหม่ทั้งหมด แต่แค่ต้องเข้าใจวงจรนิสัยเดิมที่มีอยู่แล้ว และนำเสนอสิ่งใหม่เข้าเป็นรางวัลที่ดีกว่าเดิม หรือทำให้รางวัลเดิมสมบูรณ์ยิ่งขึ้น PNG เปลี่ยนจุดขายของ Febreze จากตัวกำจัดปัญหามาเป็นรางวัลของการทำความสะอาด โดยเติมกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าไปในผลิตภัณฑ์ และโฆษณาในรูปแบบใหม่

สรุปและก้าวแรกที่คุณต้อง "ลองทำดู"

วิดีโอสรุปว่านิสัยไม่ใช่พรหมลิขิต เราทุกคนสามารถเป็นวิศวกรออกแบบพฤติกรรมของตัวเองได้ โดยการเข้าใจพิมพ์เขียวของมัน และการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็มักจะเริ่มต้นจากการปรับปรุงนิสัยเล็กๆ ที่สำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียว วิดีโอท้าทายให้ผู้ชมเลือกสิ่งที่ทำได้ง่ายและเล็กที่สุดเพียง 1 อย่างมาเริ่มลองทำดูภายใน 24 ชั่วโมงนี้

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 เคยสงสัยมั้ครับว่าทำไมคนบางคนถึงสามารถ ตื่นมาออกกำลังกายตอน 5:00 น.ได้ทุกวัน อย่างง่ายดายทำไมบางบริษัทอย่าง Starbucks ถึงฝึกให้พนักงานรับมือกับลูกค้าที่กำลัง โมโหได้อย่างเป็นระบบและยอดเยี่ยมหรือ ทำไมสปรปรับอากาศอย่างเีสถึงกลายเป็น สินค้าที่ทุกบ้านต้องมีทั้งๆที่ตอนแรก เกือบจะเจ๊งไม่เป็นท่าคำตอบของคำถามเหล่า นี้ไม่ใช่เรื่องของคสวรรค์ความตั้งใจหรือ โชคช่วยแต่มันคือเรื่องของพลังที่มองไม่ เห็นที่ควบคุมพฤติกรรมของเรากว่า 40% เปอร์เซ็นต์ในแต่ละวันพลังที่เรียกว่า ความเคยชินครับคุณเชื่อไหมครับว่าถ้าเรา เข้าใจและสามารถถอดรหัสของกลไกมันได้เรา

0:45 ไม่เพียงแต่จะสร้างนิสัยใหม่ที่ดีขึ้นได้ เท่านั้นแต่ยังสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต องค์กรหรือแม้แต่กระทั่งสังคมได้เลยที เดียว [เพลง] Long do just try it podcast สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกันอีกครั้งที่ ช่องลองทำดู Just try podcast ที่จะนำ สาระสำคัญจากหนังสือดีๆมาย่อยให้คุณฟัง แบบเข้าใจง่ายและพร้อมนำไปลองทำดูได้ทัน ทีสำหรับในตอนนี้เราจะมาดำดิ่งสู่แก่น ความคิดจากหนังสือที่ทรงอิทธิพลเล่ม 1 นั่นก็คือพลังแห่งความเคยชินหรือ power of habit โดยcharูิครับหนังสือเล่มนี้ เหมาะมากๆครับสำหรับทุกคนเลยไม่ว่าคุณจะ

1:31 เป็นคนที่อยากเลิกนิสัยผลัดวันประกัน พรุ่งอยากเริ่มออกกำลังกายให้ได้สม่ำเสมอ เป็นผู้บริหารที่อยากสร้างวัฒนธรรมองค์กร ที่แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพหรือเป็นนัก การตลาดที่ต้องการเข้าใจพฤติกรรมที่แท้ จริงของลูกค้าเพราะมันไม่เพียงแค่ให้แนว คิดแต่ยังให้เครื่องมือที่เราจะเอาไป สร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆครับในวัน นี้เราจะมาเจาะลึกเบื้องหลังของผู้เขียน และหนังสือเล่มนี้จากนั้นจะมาแกะ 4 แนว คิดสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจกันแบบเต็มๆ ตั้งแต่กลไกพื้นฐานของนิสัยไปจนถึงวิธี ที่เราจะแฮกมันเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ในชีวิตจากนั้นในช่วงท้ายผมจะรวบรวมวิธี นำแนวคิดทั้งหมดไปลองทำดูเป็นชุดเครื่อง มือที่คุณนำไปใช้ได้เลยพร้อมด้วยเรื่อง เล่าที่น่าประทับใจมากๆจากในเล่มครับถ้า พร้อมแล้วไปกันเลยครับก่อนที่เราจะลงลึก

2:19 ไปในเนื้อหาเรามาทำความรู้จักหนังสือเล่ม นี้และผู้เขียนกันอีกสักหน่อยดีกว่าครับ เพื่อให้เห็นภาพว่าทำไมแนวคิดในเล่มนี้ ถึงทรงพลังและน่าเชื่อถือขนาดนี้หนังสือ The Power of Habit ตีพิมพ์ครั้งแรก ในปี 2012 และสร้างแรงสรรสะเทือนไปทั่ว โลกทันทีครับมันไม่ใช่หนังสือ How to ธรรมดาที่บอกแค่ว่าจงทำสิ่งนี้สิแต่ชาลส์ ดูฮิพาเราไปสำรวจเบื้องหลังทาง วิทยาศาสตร์และจิตวิทยาของนิสัยเขาพาเรา เดินทางผ่านห้องทดลองในมหาวิทยาลัยไปจน ถึงห้องประชุมของบริษัทยักษ์ใหญ่และเจาะ ลึกไปถึงการเคลื่อนไหวทางสังคมเพื่อแสดง ให้เห็นว่านิสัย คือสิ่งที่ขับเคลื่อนทุกอย่างไม่ว่าจะ

3:05 เป็นในระดับบุคคลองค์กรหรือสังคมที่มัน สำคัญก็เพราะว่าหนังสือเล่มนี้เปลี่ยนมุม มองที่เรามีต่อพฤติกรรมของตัวเองครับจาก เดิมที่เราอาจจะโทษเป็นเพราะว่าเราไม่มี วินัยหรือว่าเราขี้เกียจหนังสือเล่มนี้ ชี้ให้เห็นว่าจริงๆแล้วพฤติกรรมส่วนใหญ่ ของเรามันเป็นไปโดยอัตโนมัติมันคือ โปรแกรมที่สมองสร้างขึ้นเพื่อประหยัดพลัง งานที่เรียกเรียกว่านิสัยและข่าวดีคือ โปรแกรมนี้สามารถเขียนใหม่ได้นี่คือจุด ที่เปลี่ยนเกมเลยครับมันมอบอำนาจกลับมา ให้เราให้เราเป็นคนควบคุมพฤติกรรมไม่ใช่ ถูกพฤติกรรมควบคุมทีนี้มาดูความน่าเชื่อ ถือของผู้เขียนกันบ้างชาลส์ดูฮิไม่ใช่นัก

3:52 เขียนสายพัฒนาตนเองทั่วไปนะครับเขาเป็น นักข่าวสืบสวนสอบสวนของหนังสือพิมพ์ The New York Times และที่สำคัญคือเขาเป็น เจ้าของรางวัลPulิ ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดในวงการสื่อสารมวลชน การันตีได้เลยว่าข้อมูลทุกอย่างในหนังสือ เล่มนี้ผ่านการค้นคว้าและตรวจสอบมาอย่าง ดีเยี่ยมเขาใช้เวลาหลายปีในการสัมภาษณ์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บริหารและคนธรรมดาหลาย ร้อยคนเพื่อรวบรวมกรณีศึกษาที่น่าทึ่งและ หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นมา สนับสนุนแนวคิดของเขาครับถ้าจะให้สรุปหัว ใจของหนังสือเล่มนี้ในประโยคเดียวผมคิด ว่ามันคือนิสัยไม่ใช่โชคชะตา แต่เป็นวิทยาศาสตร์ที่เราทุกคนสามารถ เรียนรู้ออกแบบและเปลี่ยนแปลงเพื่อสร้าง

4:37 ชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นระบบครับมัน คือการบอกเราว่าเรามีอำนาจในการควบคุม ชีวิตตัวเองมากกว่าที่เราคิดเยอะเลยครับ เอาล่ะครับตอนนี้เรามาถึงหัวใจสำคัญของ พcastในตอนนี้กันแล้วเราจะมาแกะ 4 แนวคิด สำคัญจากหนังสือ The Power of Habit ที่จะทำให้คุณเข้าใจกลไกเบื้องหลังทุก พฤติกรรมของคุณครับแนวคิดที่ 1 วงจรแห่ง ความเคยชินหรือ The Habit Loop กลไก 3 จังหวะที่ควบคุมทุกพฤติกรรม แนวคิดแรกและเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่สุด ของหนังสือเล่มนี้ก็คือวงจรแห่งความเคย ชินหรือ The Habit Loop ครับชาวสตู อธิบายว่านักวิทยาศาสตร์จากสถาบัน MIT ค้นพบว่านิสัยทุกอย่างไม่ว่าจะเล็กหรือ

5:23 ใหญ่ดีหรือร้ายล้วนทำงานผ่านวงจรง่ายๆ 3 ขั้นตอนที่เกิดขึ้นในสมองของเราครับ 1 สิ่งกระตุ้นนี่คือสวิตช์เปิดครับเป็นตัว จุดชนวนที่บอกให้สมองของเราเริ่มทำงานใน โหมดอัตโนมัติและเลือกใช้นิสัยที่เหมาะสม สิ่งกระตุ้นอาจจะเป็นอะไรก็ได้ครับเช่น สถานที่พอเดินเข้าห้องครัวเวลา 15:00 น. อารมณ์รู้สึกเบื่อหรือแม้แต่คนที่เราอยู่ ด้วยกิจวัตรนี่คือพฤติกรรมที่เราทำครับ อาจจะเป็นการกระทำทางกายภาพเช่นเดินไป เปิดตู้เย็นการกระทำทางความคิดเช่นเริ่ม คิดลบหรือการกระทำทางอารมณ์เช่นรู้สึก หงุดหงิดทันทีกิจวัตรคือสิ่งที่เรามักจะ

6:11 โฟกัสว่ามันคือนิสัยนั่นเองครับและสุด ท้ายคือรางวัลครับเป็นสิ่งที่สมองได้รับ หลังจากทำกิจวัตรนั้นเสร็จรางวัลนี้จะ ช่วยให้สมองจดจำว่าวงจรนี้คุ้มค่าและควร จะทำซ้ำอีกในอนาคตรางวัลอาจจะเป็นความสุข ทางกายเช่นความหวานของโดนัทหรือความรู้ สึกทางอารมณ์เช่นความรู้สึกผ่อนคลายหลัง ไถฟีดโซเชียลmedดีiaลองนึกภาพตามนะครับวง จรนี้เหมือนกับระบบ GPS อัตโนมัติในสมอง พอเจอสิ่งกระตุ้นคือคูที่คุ้นเคยเช่นขับ รถผ่านร้านกาแฟเจ้าประจำตำแหน่งที่ตั้ง สมองก็จะเปิดกิจวัตรอัตโนมัติทันทีคือการ เลี้ยวรถเข้าไปสั่งกาแฟโดยที่เราแทบไม่ ต้องคิดเลยเพราะสมองรู้ว่ามันจะได้รับ

6:59 รางวัลคือรสชาติหอมกรุ่นของกาแฟและความสด ชื่นกระปรี้กระเป๋านั่นเองครับวงจรนี้ เกิดขึ้นซ้ำๆจนกลายเป็นเส้นทางประสาทที่ แข็งแรงในสมองทำให้เราทำสิ่งต่างๆได้โดย ไม่ต้องใช้พลังงานในการตัดสินใจเลยใน หนังสือมีตัวอย่างที่คลาสสิคมากครับคือ เรื่องของชายคนหนึ่งชื่อูจีนพอลี่ที่สมอง ของเขาได้รับความเสียหายจากไวรัสทำให้เขา สูญเสียความทรงจำระยะสั้นไปทั้งหมดเขาจำ ไม่ได้ว่าคุยกับใครเมื่อ 5 นาทีก่อนหรือ จำไม่ได้แม้กระทั่งว่าบ้านตัวเองหน้าตา เป็นอย่างไรแต่สิ่งมหัศจรรย์ก็คือยูจีน สามารถเดินจากห้องนั่งเล่นไปเข้าห้องน้ำ และกลับมาได้ถูกต้องทุกครั้งทั้งๆที่เขา จำแผนผังบ้านไม่ได้เลยนักวิทยาศาสตร์พบ

7:47 ว่านั่นเป็นเพราะนิสัยการเดินไปห้องน้ำ ของเขาถูกฝั่งลึกอยู่ในส่วนของสมองที่ เรียกว่าเบซัแกงเกลียซึ่งเป็นส่วนที่ไม่ ได้รับความเสียหายและเป็นศูนย์บัญชาการ ของนิสัยนั่นเองครับทุกครั้งที่เขารู้สึก อยากเข้าห้องน้ำคือูสมองส่วนนี้จะทำงาน อัตโนมัติสั่งให้เขาเดินตามเส้นทางที่เคย ทำมาเป็นพันๆครั้งคือรูทีนจนไปถึงห้องน้ำ คือรีวอร์ดกรณีของยูจีนแสดงให้เห็นชัดเจน เลยครับว่านิสัยเป็นพลังที่ทรงพลังและทำ งานแยกส่วนจากการตัดสินใจและความจำของเรา อย่างสิ้นเชิงเมื่อเราเข้าใจแล้วว่านิสัย ทุกอย่างทำงานผ่านวงจร 3 จังหวะนี้คำถาม ต่อมาที่สำคัญที่สุดก็คือแล้วเราจะ เปลี่ยนแปลงมันได้อย่างไรล่ะซึ่งนี่ก็นำ

8:34 เราไปสู่แนวคิดที่ 2 ที่เรียกว่ากฎทองของ การเปลี่ยนนิสัยครับแนวคิดที่ 2 กฎทองของ การเปลี่ยนนิสัย The Golden Rule อย่า ลบแต่จงลงแทนที่มาถึงแนวคิดที่ทรงพลังและ นำไปใช้ได้จริงมากที่สุดข้อ 1 เลยครับ นั่นคือกฎทองของการเปลี่ยนนิสัยชาลสดูฮิ บอกว่าความพยายามที่จะเลิกหรือลบนิสัยที่ ไม่ดีทิ้งไปเลยนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ครับเพราะเส้นทางประสาทของนิสัยนั้นมัน ถูกสร้างขึ้นมาอย่างแข็งแกร่งแล้วในสมอง การพยายามจะหักดิบเหมือนการลบถนนที่สร้าง มาเป็น 10 ปีมันยากและต้องใช้พลังใจ มหาศาลแต่ข่าวดีก็คือเราไม่จำเป็นต้องลบ มันครับกฎทองบอกไว้ว่าจงเก็บสิ่งกระตุ้น

9:21 หรือคิวและรางวัลหรือrewardดเดิมไว้แต่ ให้เปลี่ยนแค่กิจวัตรตรงกลางเท่านั้นพูด ง่ายๆก็คือเราต้องเป็นนักสืบพฤติกรรมของ ตัวเองก่อนครับต้องหาให้เจอว่าอะไรคือ สิ่งกระตุ้นที่แท้จริงที่ทำให้เราเริ่มทำ นิสัยนั้นและอะไรคือรางวัลที่สมองเราโหย หาอยู่กันแน่เมื่อเรารู้ 2 สิ่งนี้แล้ว เราก็แค่แค่หารูทีนใหม่ที่ดีต่อสุขภาพ หรือมีประโยชน์มากกว่ามาเสียบแทนที่รูทีน เก่าเพื่อให้เรายังคงได้รับรางวัลที่ ต้องการเหมือนเดิมนี่คือหัวใจของกดทองเลย ครับตัวอย่างที่ชัดเจนมากในหนังสือคือ เรื่องราวของAlcอฮolic Anonymous หรือ กลุ่มผู้บำบัดอาการติดสุราที่ไม่เปิดเผย นามซึ่งเป็นองค์กรที่ประสบความสำเร็จ

10:07 อย่างสูงในการช่วยให้คนเลิกเล่าครับ AA ไม่ได้สอนให้คนฝืนทนความอยากแต่พวกเขาสอน ให้สมาชิกระบุสิ่งกระตุ้นหรือคิวที่ทำให้ พวกเขาอยากดื่มเช่นความรู้สึกเหงาความ เครียดความโกรธและรางวัลที่พวกเขาต้องการ จริงๆเช่นการได้ระบายการได้ผ่อนคลายหรือ การได้รู้สึกว่ามีคนเข้าใจจากนั้น AA สร้างกิจวัตรใหม่ขึ้นแทนที่การดื่มนั่น คือการโทรหาสปอนเซอร์หรือเพื่อในกลุ่ม เพื่อพูดคุยระบายความรู้สึกหรือการไปเข้า ร่วมประชุมกลุ่มเมื่อพวกเขาทำกิจกิจวัตร ใหม่นี้พวกเขาก็ยังคงได้รับรางวัลทาง อารมณ์ที่ต้องการเหมือนเดิมนี่คือการ ประยุกต์ใช้กฎทองของการเปลี่ยนนิสัยได้ อย่างสมบูรณ์แบบและเป็นเหตุผลว่าทำไม

10:54 โปรแกรมของ AA ถึงได้ผลกับคนจำนวนมากครับ เมื่อเรามีเครื่องมือในการเปลี่ยนนิสัย แต่ละอย่างแล้วหนังสือก็ได้นำเสนอแนวคิด ที่ยกระดับขึ้นไปอีกขั้นครับนั่นคือไม่ ใช่ทุกนิสัยที่มีผลกระทบเท่ากันมันมี นิสัยบางอย่างที่ทรงพลังเหมือนโดมิโนตัว แรกที่เมื่อเราเปลี่ยนมันได้แค่อย่าง เดียวมันจะส่งผลให้โดมิโนตัวอื่นๆล้มตาม กันไปเป็นทอดซึ่งเรียกว่านิสัยหลักครับ แนวคิดที่ 3 นิสัยหลักหรือ key stone habits ครับคำว่า key stone ในทาง สถาปัตยกรรมหมายถึงหินหลักยอดโค้งที่อยู่ ตรงกลางโครงสร้างซุ้มประตูครับหินก้อนนี้ ไม่จำเป็นต้องใหญ่ที่สุดแต่เป็นก้อนที่ รับและกระจายน้ำหนักทั้งหมดทำให้โครง สร้างทั้งหมดคงอยู่ได้ถ้าเราดึงหินก้อน

11:41 นี้ออกซุ้มประตูทั้งอันก็จะพังทลายลงมา นิสัยหลักก็ทำงานแบบเดียวกันครับมันคือ นิสัยบางอย่างที่เมื่อเราปลูกฝังหรือ เปลี่ยนแปลงมันได้สำเร็จมันจะสร้างชัยชนะ เล็กๆหรือ small wins ที่ทำให้เกิดแรง กระเพื่อมและจัดระเบียบชีวิตในด้านอื่นๆ ของเราให้ดีขึ้นตามไปด้วยโดยอัตโนมัติมัน เหมือนการล้ม domin ตัวแรกที่ทรงพลังที่ สุดครับตัวอย่างเช่นการออกกำลังกายตอน เช้าอาจจะเป็นนิสัยหลักของใครหลายคนเพราะ ว่าเมื่อคุณเริ่มออกกำลังกายกายคุณก็มี แนวโน้มที่จะไม่อยากกินอาหารขยะในมื้อ เช้าคุณจะรู้สึกสดชื่นและมีสมาธิในการทำ งานมากขึ้นพอตกกลางคืนคุณก็จะนอนหลับได้ ดีขึ้นเห็นมั้ครับว่าแค่เปลี่ยนนิสัย เดียวคือการออกกำลังกายมันกลับส่งผลดี

12:29 เป็นลูกโซ่ไปยังเรื่องการกินการทำงานและ การนอนด้วยหรืออีกตัวอย่างคือการจดบันทึก รายรับรายจ่ายแค่นิสัยเล็กๆนี้ก็อาจจะทำ ให้คุณเริ่มตระหนักถึงการใช้เงินมากขึ้น เริ่มวางวางแผนการออมเริ่มมองหาช่องทางลด รายจ่ายที่ไม่จำเป็นและมีวินัยทางการเงิน ที่ดีขึ้นในภาพรวมครับการตามหานิสัยหลัก ของตัวเองให้เจอจึงเป็นเหมือนการใช้กฎ 8020 กับการพัฒนาตัวเองครับคือการหาการ กระทำ 20% ที่จะสร้างผลลัพธ์ 80% ให้กับ ชีวิตเรากรณีศึกษาที่ทรงพลังที่สุดใน หนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้คือเรื่องของ Paul Oิวตอนที่เขาเข้ารับตำแหน่ง CEO ของบริษัท Alcoa ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการผลิต

13:14 อลูมิเนียมที่กำลังอยู่ในภาวะวิกฤตในวัน แรกที่เขาพบกับนักลงทุนทุกคนคาดหวังว่า เขาจะพูดเรื่องกำไรการลดต้นทุนหรือ กลยุทธ์ทางธุรกิจแต่สิ่งที่โอนิวพูดกลับ ทำให้ทุกคนช็อกเขาบอกว่าผมต้องการจะทำให้ alคอ้าเป็นบริษัทที่ปลอดภัยที่สุดใน อเมริกาเราจะทำให้อัตราการบาดเจ็บของ พนักงานเป็นศูนย นักลงทุนต่างกันคิดว่าเขาเสียสติไปแล้ว ครับแต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ ปาฏิหาริย์ครับโอนิวยึดเอาความปลอดภัย เป็นนิสัยหลักหรือ key stone habits ขององค์กรการจะทำให้อัตราอุบัติเหตุเป็น ศูนย์ได้นั้นมันบังคับให้ทุกฝ่ายต้อง เปลี่ยนแปลงระบบการทำงานทั้งหมดผู้จัดการ ต้องสื่อสารกับพนักงานระดับล่างมากขึ้น

14:01 เพื่อรับฟังปัญหาพนักงานต้องช่วยกันคิด ค้นกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและปลอด ภัยกว่าเดิมระบบการรายงานต้องรวดเร็วและ โปร่งใสภายใน 24 ชมงวัฒนธรรมองค์กรที่เคย เฉื่อยชากลายเป็นวัฒนธรรมที่กระตือรือร้น และใส่ใจในรายละเอียดผลลัพธ์คืออะไรครับ ไม่เพียงแต่alคอ้าจะกลายเป็นบริษัทที่ ปลอดภัยที่สุดในโลกแต่ประสิทธิภาพการผลิต ก็พุ่งสูงขึ้นคุณภาพสินค้าดีขึ้นและภายใน ระยะเวลาไม่กี่ปีมูลค่าตลาดของalค้าก็ พุ่งสูงขึ้นกว่า 5 เท่านี่คือพลังของ นิสัยหลักที่เปลี่ยนแปลงองค์กรทั้งองค์กร ได้ครับเมื่อเราเข้าใจเรื่องวงวงจรนิสัย กฎการเปลี่ยนแปลงและพลังของนิสัยหลักแล้ว ยังมีอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เป็นเหมือน

14:47 พลังงานในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง ทั้งหมดนั่นก็คือพลังใจครับซึ่งหนังสือ เล่มนี้ได้นำเสนอมุมมองที่น่าสนใจมากๆ ครับแนวคิดที่ 4 พลังใจคือกล้ามเนื้อ Wheel Power is a muscle ฝึกฝนพลัง ใจให้เป็นนิสัย แนวคิดสุดท้ายที่จะมาเติมเต็มภาพทั้งหมด คือเรื่องของพลัง หรือ Will Power ครับเรามักจะคิดว่าพลัง ใจเป็นเรื่องของจิตใจหรือเป็นคุณสมบัติ ที่ติดตัวมาแต่เกิดแต่ชาวส์ดูฮิบอกว่างาน วิจัยทางวิทยาศาสตร์จำนวนมากชี้ตรงกันว่า พลังใจนั้นมีลักษณะคล้ายกับกล้ามเนื้อ ครับ 1 พลังใจมีจำกัดในแต่ละวันเหมือนกับ กล้ามเนื้อที่เมื่อเรายกน้ำหนักไปเรื่อยๆ

15:34 มันก็จะล้าและหมดแรงพลังใจของเราก็เช่น กันครับทุกครั้งที่เราต้องฝืนใจทำอะไรบาง อย่างเช่นต้านทานไม่ให้กินขนมเค้กฝืนใจทำ งานที่น่าเบื่อหรืออดทนกับลูกค้าที่เอา แต่ใจพลังใจของเราก็จะค่อยๆถูกใช้ไปพอถึง ช่วงเย็นๆหรือค่ำๆพลังใจของเราก็จะอ่อน แรงลงนี่คือเหตุผลว่าทำไมเรามักจะตะบะแตก กินของหวานหรือไถมือถือไม่หยุดในช่วงกลาง คืนครับ 2 พลังใจสามารถฝึกฝนให้แข็งแกร่งขึ้นได้ แต่ข่าวดีก็คือเหมือนกับที่เราสามารถเข้า ยิมเพื่อสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น ได้เราก็สามารถฝึกพลังใจของเราให้แข็ง แกร่งขึ้นได้เช่นกันครับด้วยการสร้าง

16:20 นิสัยเล็กๆที่ต้องใช้การควบคุมตนเองอย่าง สม่ำเสมอเช่นการตั้งเป้าว่าจะออกกำลังกาย ให้ได้วันละ 15 นาทีหรือการบังคับตัวเอง ให้เก็บที่นอนทุกเช้าการทำสิ่งเหล่านี้ ซ้ำๆจะค่อยๆเพิ่มความแข็งแกร่งของกล้าม เนื้อพลังใจของเราที่สำคัญที่สุดคือเมื่อ เราฝึกฝนพฤติกรรมบางอย่างจนมันกลายเป็น นิสัยอัตโนมัติแล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องใช้ พลังใจในการทำสิ่งนั้นอีกต่อไปครับสมองจะ สลับไปใช้ส่วนเบซลแกงเกลียร์ทำงานแทนทำ ให้เราเก็บพลังใจอันมีค่าไว้ใช้ในการตัด สินใจเรื่องสำคัญอื่นๆได้ หนังสือได้ยกตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของ บริษัท Starbucks ครับ Starbucks ค้นพบ ว่าอุปสรรคสำคัญของพนักงานหน้าร้านหรือ Barista คือการรับมือกับลูกค้าที่กำลัง

17:08 โมโหหรือมีปัญหาซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ต้อง ใช้พลังใจสูงมากในการควบคุมอารมณ์และแก้ ไขปัญหาเฉพาะหน้าหากพนักงานใช้พลังใจไป กับเรื่องนี้หมดแล้วพวกเขาก็จะไม่มีแรง เหลือไปบริการลูกค้าท่านอื่นหรือทำงาน อื่นๆได้ดี Starbucks จึงสร้างคู่มือการ ฝึกพลังใจขึ้นมาครับพวกเขาสร้างแบบแผน พฤติกรรมที่เรียกว่า Late Method ซึ่ง เป็นตัวย่อของ Listen รับฟัง Acknowledge ยอมรับปัญหา Take action แก้ไขปัญหา Thank ขอบคุณและ explain อธิบายพวกเขา ให้พนักงานฝึกซ้อมรับมือกับสถานการณ์ จำลองต่างๆซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งกระบวน

17:54 การลาเต้นี้กลายเป็นนิสัยอัตโนมัติเมื่อ เจอลูกค้าที่ไม่พอใจหรือคิวพนักงานก็จะ เริ่มทำตามขั้นตอนลาเต้ทันทีหรือรูทีนโดย ไม่ต้องใช้พลังใจในการคิดหรือตัดสินใจว่า จะทำอย่างไรดีผลลัพธ์คือลูกค้าพึงพอใจและ ปัญหาถูกแก้ไขหรือ reward การเปลี่ยนการ ใช้พลังใจให้กลายเป็นนิสัยนี้คือหนึ่งใน กุญแจสำคัญที่ทำให้ Starbucks สร้าง มาตรฐานการบริการที่ยอดเยี่ยมไปทั่วโลก ได้ครับหลังจากที่เราได้เข้าใจแนวคิดหลัก ทั้ง 4 ข้อกันไปแล้วนะครับทีนี้ก็มาถึง ส่วนที่สำคัญที่สุดของช่องเรานั่นคือการ นำไปลองทำดูครับผมได้สรุขั้นตอนที่นำไป ใช้ได้จริงจากแต่ละแนวคิดมาให้เป็นชุด

18:41 เครื่องมือเริ่มต้นดังนี้ครับสำหรับแนว คิดเรื่องวงจรแห่งความเคยชิน 1 เป็นนัก สืบนิสัยตัวเองเลือกนิสัยที่คุณอยาก เปลี่ยนมา 1 อย่างแล้วลองจดบันทึกเป็น เวลา 1 สัปดาห์ครับทุกครั้งที่ทำนิสัย นั้นให้จดว่า 1 ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน 2 เวลากี่โมง 3 รู้สึกอย่างไร 4 มีใครอยู่ ด้วยบ้างข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็น แพทเทิร์นและระบุสิ่งกระตุ้นที่แท้จริง ได้ครับ 2 ทดลองหารางวัลที่แท้จริงหลัง จากทำนิสัยนั้นเสร็จลองเปลี่ยนรางวัลดู ครับเช่นถ้าปกติคุณจะกินคุกกี้ตอน 15:00 น.ลองเปลี่ยนเป็นลุกขึ้นไปเดินเล่นชงชา

19:31 หรือคุยกับเพื่อนแทนแล้วถามตัวเองว่าความ อยากนั้นหายไปมยเพื่อหารางวัลที่สมองคุณ ต้องการจริงๆครับสำหรับแนวคิดเรื่องกฎทอง ของการเปลี่ยนนิสัย 1 ออกแบบกิจวัตรใหม่ เมื่อคุณรู้คิวและreวอร์ดที่แท้จริงแล้ว ให้วางแผนกิจวัตรใหม่ที่ดีกว่าเดิมเอาไว้ ล่องหน้าเลยครับเขียนออกมาเป็นประโยคเลย ว่าเมื่อสิ่งกระตุ้นเกิดขึ้นฉันจะทำ กิจวัตรใหม่ทันที 2 สร้างสัญญาณเตือนใน ช่วงแรกๆให้ตั้งนาฬิกาปลุกหรือแปกโปสอิฐ ไว้ในที่ที่คุณจะเห็นเพื่อเตือนให้ตัวเอง ทำตามกิจวัตรใหม่ที่เราวางแผนไว้ครับ

20:16 สำหรับแนวคิดเรื่องนิสัยหลักหรือ key stone habits 1 เริ่มต้นด้วยการจด บันทึกอาหารไม่ต้องเปลี่ยนการกินทั้งหมด ครับแค่ลองทำดูโดยการจดทุกอย่างที่คุณกิน เข้าไปในแต่ละวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์การ กระทำเล็กๆนี้มักจะสร้างการตระหนักรู้และ นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินที่ ดีขึ้นเองโดยอัตโนมัติ 2 เก็บที่นอนทุก เช้าเริ่มต้นวันด้วยการชัยชนะเล็กๆการ เก็บที่นอนให้เรียบร้อยทุกเช้าหลังตื่น นอนเป็นนิสัยหลักที่สร้างวินัยและความรู้ สึกสึกดีกับตัวเองซึ่งจะส่งผลให้คุณอยาก ทำสิ่งดีๆอย่างอื่นตามมาตลอดทั้งวัน

21:02 สำหรับแนวคิดเรื่องพลังใจคือกล้ามเนื้อ 1 ทำสิ่งที่ยากที่สุดของวันเป็นอย่างแรกใน ตอนเช้าคือช่วงเวลาที่พลังใจของเราแข็ง แรงที่สุดครับให้เอางานที่สำคัญและต้อง ใช้สมาธิมากที่สุดมาทำเป็นอย่างแรกของวัน ครับ 2 วางแผนรับมือกับช่วงเวลาอ่อนแอคุณ รู้ดีว่าช่วงไหนของวันที่คุณมักจะตะบะแตก เช่นช่วงบ่าย 3 หรือหลังเลิกงานให้วางแผน รับมือไว้ล่วงหน้าเลยครับเช่นเตรียมของ ว่างที่ดีต่อสุขภาพไว้ใกล้มือหรือวางแผน กิจกรรมที่จะทำหลังเลิกงานเพื่อไม่ให้ตัว

21:49 เองไถมือถืออย่างไร้จุดหมายตัวอย่างที่ ใกล้ตัวมากๆสำหรับคนทำงานออฟฟิศในไทยเลย คือนิสัยการกินชานมไขมุกตอนบ่ายคิวสิน กระตุ้นอาจจะเป็นเวลา 14:00 น.หรือรู้สึก ง่วงหรือเห็นเพื่อนร่วมงานสั่งรูทีน กิจวัตรเดินไปสั่งชานมไข่มุกรีวอร์ด รางวัลความสดชื่นจากความเย็นความหวานหรือ การได้พักสมองจากการทำงานถ้าเราอยาก เปลี่ยนนิสัยนี้เราอาจจะใช้กดทองโดยออก แบบกิจวัตรใหม่เช่นเมื่อถึง 14:00 น.และ รู้สึกง่วงฉันจะลุกไปชงกาแฟดำกินกับผลไม้

22:37 หรือฉันจะลุกไปเดินยืดเส้นๆใสคุยกับ เพื่อน 5 นาทีเรายังคงได้รางวัลคือความสด ชื่นและการพักสมองเหมือนเดิมแต่วิธีการ นั้นดีต่อสุขภาพมากกว่าเยอะเลยครับนอก เหนือจากแนวคิดและวิธีการดีๆแล้วใน หนังสือเล่มนี้ยังมีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผม อ่านแล้วประทับใจมากและอยากจะนำมาแบ่งปัน เป็นพิเศษเลยครับมันคือเรื่องราวของ ผลิตภัณฑ์ที่เราคุ้นเคยกันดีอย่างBreีซ ครับเรื่องมันเริ่มจากที่นักวิทยาศาสตร์ ของบริษัท PNG ได้คิดค้นสเปรย์มหัศจรรย์ ที่สามารถขจัดกลิ่นเหม็นได้อย่างหมดจด จริงๆไม่ใช่แค่เอากลิ่นหอมมากลบพวกเขา ตื่นเต้นมากและคิดว่านี่คือผลิตภัณฑ์ที่

23:26 จะเปลี่ยนโลกแต่เมื่อวางขายจริงมันกลับ ล้มเหลวไม่เป็นท่าครับยอดขายแทบแค่เป็น ศูนย์ทีมการตลาดงงเป็นไก่ตาแตกพวกเขาลง พื้นที่ไปสัมภาษณ์ลูกค้ากลุ่มตัวอย่างและ ได้เข้าไปในบ้านของหยีคนหนึ่งที่เลี้ยง แมว 9 ตัวในบ้านเต็มไปด้วยกลิ่นที่ค่อน ข้างรุนแรงแต่หน้าแปลกที่เจ้าของบ้านกลับ บอกว่าเธอไม่ได้กลิ่นอะไรเลยและนั่นคือ จุดที่ทีมงานปิ๊งขึ้นมาครับพวกเขาค้นพบ ว่าสิ่งกระตุ้นหรือคิวที่พวกเขาใช้ในการ ตลาดคือกลิ่นเหม็นนั้นมันใช้ไม่ได้ผล เพราะคนส่วนใหญ่มักจะชินกับกลิ่นในสภาพ แวดล้อมของตัวเองจนจมูกไม่ได้กลิ่นครับ พี่แอนเกือบจะพลับโครงการนี้ไปแล้วแต่มี

24:14 นักวิจัยคนหนึ่งไปสังเกตพฤติกรรมของแม่ บ้านคนหนึ่งเธอเป็นคนรักความสะอาดมากและ ทุกครั้งที่เธอทำความสะอาดห้องเสร็จเช่น เก็บที่นอนหรือดูดฝุ่นเสร็จเธอจะมีรอย ยิ้มแห่งความพึงพอใจทีมงานเลยเกิดไอเดีย ใหม่ทั้งหมดพวกพวกเขาเปลี่ยนจุดขายของ ฟรีบีสจากตัวกำจัดปัญหามาเป็นรางวัลของ การทำความสะอาดพวกเขาเติมกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าไปในผลิตภัณฑ์และโฆษณาในรูปแบบใหม่ โดยแสดงภาพผู้หญิงฉีดฟีบบรีสเป็นขั้นตอน สุดท้ายหลังทำความสะอาดเสร็จเพื่อให้ห้อง มีกลิ่นหอมสดชื่นเป็นรางวัลและมันก็ได้ผล ครับยอดขายพุ่งทะยานเป็นพลุแตกฟรีบรีส กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีติดบ้านเพราะ

25:00 PNG จีไม่ได้ขายสเปรย์ดับกลิ่นอีกต่อไป แต่พวกเขากำลังขายความรู้สึกดีที่เป็น รางวัลของการทำความสะอาดพวกเขาเชื่อมโยง ผลิตภัณฑ์ของตัวเองเข้าไปในวงจรนิสัยที่ มีอยู่แล้วของผู้บริโภคอย่างสมบูรณ์แบบ ครับบทเรียนจากเรื่องนี้คือบางครั้งการจะ สร้างความเปลี่ยนแปลงเราไม่จำเป็นต้อง สร้างนิสัยใหม่ทั้งหมดแต่แค่ต้องเข้าใจวง จรนิสัยเดิมที่มีอยู่แล้วนำเสนอสิ่งใหม่ เข้าเป็นรางวัลที่ดีกว่าเดิมหรือทำให้ รางวัลเดิมสมบูรณ์ยิ่งขึ้นและนั่นก็คือ สาระสำคัญจากหนังสือพลังแห่งความเคยชิน หรือ The Power of Habit นะครับถ้าจะ ให้สรุปอีกครั้งหัวใจที่หนังสือเล่มนี้

25:46 ต้องการจะบอกเราก็คือนิสัยไม่ใช่ พรหมลิขิตเราทุกคนสามารถเป็นวิศวกรออกแบบ พฤติกรรมของตัวเองได้แค่เข้าใจพิมพ์เขียว ของมันและการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่ สุดก็มักจะเริ่มต้นจากการปรับปรุงนิสัย เล็กๆที่สำคัญที่สุดเพียงอย่างเดียวนั่น เองครับสำหรับใครที่ฟังแล้วมีใฝ่จากขั้น ตอนทั้งหมดที่เราคุยกันไปในวันนี้ผมอยาก ให้คุณเลือกสิ่งที่ทำได้ง่ายและเล็กที่ สุดเพียง 1 อย่างมาเริ่มลองทำดูภายใน 24 ช่มงนี้ครับไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจว่าจะ เก็บที่นอนทันทีหลังตื่นนอนในวันพรุ่งนี้ เริ่มต้นวันของคุณด้วยชัยชนะเล็กๆที่ไม่ ต้องใช้ความพยายามมากแต่ทรงพลังอย่างไม่

26:32 น่าเชื่อครับลองถามตัวเองดูนะครับว่าถ้า คุณสามารถนำแนวคิดจากหนังสือ The Power of Habit ไปปรับใช้ได้อย่างสม่ำเสมอ ชีวิตของคุณในอีก 1 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยน แปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างไรได้บ้าง ครับจำไว้นะครับว่าการฟังเป็นเพียงจุด เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิด ขึ้นเมื่อเรากล้าที่จะลองทำดูเท่านั้น ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามฟังมาจนถึงตอนนี้ นะครับถ้าคุณชอบเนื้อหาในตอนนี้และคิดว่า เป็นประโยชน์อย่าลืมกดไลคแชร์และ subscribe ช่องลองทำดู Just try it ของเราพร้อมกดกระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะ ครับจะได้ไม่พลาดสาระดีๆในตอนต่อไป

27:19 สำหรับหนังสือพลังแห่งความเคยชินเล่มนี้ แนวคิดไหนที่คุณฟังแล้วปิ๊งที่สุดและอยาก จะนำไปลองทำดูเป็นอย่างแรกครับคอมเมนต์ แบ่งปันกันที่ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับผม อยากอ่านมุมมองของทุกคนเลยและแน่นอนมี หนังสือเล่มไหนอีกบ้างที่คุณอยากให้เรานำ มาสรุปและลองทำดูด้วยกันในครั้งต่อไปแนะ นำกันเข้ามาได้เลยนะครับสำหรับวันนี้เวลา ของเราหมดลงแล้วอย่าลืมนะครับว่าทุกการ ลองทำดูคือก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงที่ ยิ่งใหญ่ในชีวิตคุณเสมอพบกันใหม่ในตอนต่อ ไปสวัสดีครับ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries