สูตร DCA 10 ล้านแบบเป็นไปได้จริง เริ่มต้นแค่หลักพัน! | NEW GEN INVESTOR EP.17

THE STANDARD WEALTH www.youtube.com

สรุปสั้นๆ

วิดีโอนี้พูดถึงวิธีการลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) ซึ่งเป็นวิธีการลงทุนแบบสม่ำเสมอทุกเดือน โดยไม่ต้องกังวลกับราคาขึ้นลงของตลาด วิดีโอยังแนะนำวิธีการคำนวณเงินลงทุนต่อเดือนเพื่อให้ถึงเป้าหมาย 10 ล้านบาทในวัยเกษียณ และแนะนำสินทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนแบบ DCA เช่น หุ้นโลก (Global Equity) และการกระจายการลงทุน (Asset Allocation) นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงข้อเสียของ DCA และวิธีการปรับปรุง DCA แบบดั้งเดิมให้ดีขึ้นด้วยวิธี EDCA (Enhanced Dollar Cost Averaging)

  • DCA เป็นวิธีการลงทุนแบบสม่ำเสมอทุกเดือน
  • หุ้นโลกและการกระจายการลงทุนเป็นสินทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับ DCA
  • EDCA เป็นวิธีการปรับปรุง DCA แบบดั้งเดิมให้ดีขึ้น

เกริ่นนำ

วิดีโอนี้เริ่มต้นด้วยการพูดถึงเป้าหมายการมีเงิน 10 ล้านบาทในวัยเกษียณ และแนะนำว่าการลงทุนแบบ Dollar Cost Averaging (DCA) เป็นวิธีการที่ง่ายและเหมาะสมสำหรับ New Gen Investor

DCA คืออะไร?

DCA คือการลงทุนแบบสม่ำเสมอทุกเดือน โดยลงทุนจำนวนเงินเท่ากันทุกครั้ง ไม่ว่าราคาของสินทรัพย์จะขึ้นหรือลง วิธีนี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการลงทุนในช่วงเวลาที่ราคาสูง และช่วยให้เราซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่า

ก่อน DCA ต้องรู้อะไรบ้าง?

ก่อนเริ่ม DCA เราต้องรู้เป้าหมายของการลงทุนก่อน เช่น เราต้องการเกษียณอายุเมื่อไหร่ และต้องการเงินเท่าไหร่ หลังจากนั้นเราต้องคำนวณเงินลงทุนต่อเดือนที่เราสามารถจ่ายได้

คำนวณเงินที่ต้องลงทุนต่อเดือน

วิดีโอนี้แนะนำแอปพลิเคชัน Easy Calculator สำหรับคำนวณเงินลงทุนต่อเดือน แอปพลิเคชันนี้ช่วยให้เราคำนวณเงินลงทุนที่ต้องใช้เพื่อให้ถึงเป้าหมาย 10 ล้านบาทในวัยเกษียณ วิดีโอยังแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้นโลก จะช่วยให้เราถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น

ควรลงทุนในอะไร?

วิดีโอนี้แนะนำสินทรัพย์ที่เหมาะสมสำหรับการลงทุนแบบ DCA สินทรัพย์ที่แนะนำคือ หุ้นโลก (Global Equity) และการกระจายการลงทุน (Asset Allocation) วิดีโอยังอธิบายว่าการลงทุนในหุ้นโลกช่วยให้เราได้รับผลตอบแทนที่สูงกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

มีวินัยทำตามแผน

DCA เป็นวิธีการที่ต้องใช้ความอดทนและวินัย เราต้องลงทุนอย่างสม่ำเสมอทุกเดือน ไม่ว่าตลาดจะขึ้นหรือลง วิดีโอยังแนะนำให้เราตัดเงินลงทุนก่อนใช้จ่าย

ข้อเสียของ DCA

ข้อเสียของ DCA คือ เราอาจจะพลาดโอกาสในการลงทุนในช่วงเวลาที่ราคาต่ำ นอกจากนี้ DCA ยังไม่เหมาะสำหรับการลงทุนในสินทรัพย์ที่ไม่มีอนาคต

EDCA ช่วยลดข้อจำกัดของ DCA แบบปกติ

EDCA (Enhanced Dollar Cost Averaging) เป็นวิธีการปรับปรุง DCA แบบดั้งเดิม วิธีนี้ช่วยให้เราซื้อสินทรัพย์ได้ในราคาเฉลี่ยที่ต่ำกว่า โดยการเพิ่มเงินลงทุนเมื่อราคาสินทรัพย์ลดลง และลดเงินลงทุนเมื่อราคาสินทรัพย์เพิ่มขึ้น วิดีโอยังอธิบายว่า EDCA มีโอกาสทำกำไรมากกว่า DCA แบบปกติถึง 90%

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the App Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 จริงๆแล้วเงิน 10 ล้านบาทที่เราอยากจะมี ไว้ในกระเป๋าในวัยเกษียณเนี่ยไม่ใช่ เรื่องไกลตวจนะคะแล้วก็อาจจะเริ่มต้นด้วย เงินแค่หลักพันเท่านั้นเองวิธีทำที่ง่าย ที่สุดนะคะก็คือ Dollar cost averaging หรือว่า dca นั่นเองนะคะเราควรจะซื้อสิน ทรัพย์ไหนดีหุ้นตัวไหนกองทุนไหน etf ตัว ไหนดีหรือไม่บางคนก็บอกว่าอยากจะรู้เลย ว่าแล้วจะถึง 10 ล้านเมื่อไหร่นะคะซึ่ง นี่อาจจะไม่ใช่คำตอบแรกที่เราต้องรู้ค่ะ อย่างแรกเลยคือเราต้องรู้ จับมือทำให้ลงทุนเป็น New เจน investor 10 ล้านไม่ยากไปสำหรับนิเจนนะ คะแต่ว่าพอฟังตัวเลข 8 หลักหลายคนจะรู้

0:45 สึกว่าเฮ้ยจะเป็นไปได้หรอวันนี้ New เจน investor นะคะเลยอยากจับมือทำกันนะคะว่า จริงๆแล้วเงิน 10 ล้านบาทที่เราอยากจะมี ไว้ในกระเป๋าในวัยเกษียณเนี่ยไม่ใช่ เรื่องไกลตวนะคะแล้วก็อาจจะเริ่มต้นด้วย เงินแค่หลักพันเท่านั้นเองหลายคนถามต่อทำ ยังไงนะคะวิธีทำที่ง่ายที่สุดนะคะที่อาจ จะทำให้ใครหลายคนรู้สึกว่าไม่ได้ยากจน เกินไปไม่ต้องเข่นจนเกินไปแล้วก็ทำให้รู้ สึกว่ามันสามารถทำได้เป็นอัตโนมัติแล้วก็ ทำเป็นนิสัยก็คือ Dollar cost averaging หรือว่า dca นั่นเองนะคะเราพูดเรื่องนี้ กันหลายครั้งนะคะแต่ว่านี่เป็นครั้งแรก ที่เราพูดกันใน New Gen investor ดัง นั้นวันนี้เลยอยากมาชวนคิดแล้วก็ชวนทำกัน ว่าเราควรจะทำอย่างไรพูดถึง dca นะคะหลาย คนน่าจะพอคุ้นๆอยู่แล้วทวนให้ฟังอีกครั้ง นึงค่ะ dca นะคะเป็นการลงทุนให้สม่ำเสมอ

1:33 เท่าๆกันทุกๆเดือนนะคะซึ่งจะมี 2 อย่าง ที่เท่ากันตามหลัก dca ค่ะอย่างแรกก็คือ จำนวนเงินที่ต้องเท่ากันนะคะอย่างที่ 2 ก็คือระยะเวลาซึ่งบางคนเค้าก็จะบอกว่าลง ทุนทุกๆเดือนบ้างก็บอกว่าลงทุนทุกๆไตรมาส บางคนก็บอกว่าลงทุนทุกๆครึ่งปีหรือบางคน ลงทุนทุกๆสัปดาห์แบบนี้ก็ได้นะคะแต่ว่า ที่นิยมมากที่สุดก็คือลงทุนเป็นรายเดือน เพราะว่ารายได้ของเราส่วนใหญ่จะได้เป็น เดือนถูกมั้ยคะเดือนละ 1 ครั้งเราก็เลย อยากให้ทุกคนลงทุนเดือนละ 1 ครั้งด้วยการ Dollar cost averaging นั่นเองค่ะพอ ถึงตรงนี้นะคะหลายคนก็รู้สึกว่าอ้าวแล้ว ถ้าเราอยากจะเริ่ม bca นะคะเราต้องรู้ อะไรบ้างซึ่งถ้าไปถามใครหลายคนก็อยากจะ รู้ว่าเอ๊ะเราควรจะซื้อสินทรัพย์ไหนดี หุ้นตัวไหนกองทุนไหน etf ตัวไหนดีหรือไม่ บางคนก็บอกว่าอยากจะรู้เลยว่าแล้วจะถึง 10

2:21 ล้านเมื่อไหร่นะคะซึ่งนี่อาจจะไม่ใช่คำ ตอบแรกที่เราต้องรู้ค่ะมาดูกันดีกว่าว่า เราต้องรู้อะไรก่อน dca บ้างนะคะอย่างแรก เลยคือคือเราต้องรู้เป้าหมายจำได้ั้คะเรา เคยคุยกันเรื่องเป้าหมายหลายครั้งนะคะ wfh ค่ะ What For how long แล้วก็ How Much นะคะซึ่งจะตอบคำถามได้ชัดเจนก็ต่อ เมื่อเราเอาตัวเองนะคะไปใส่ในแต่ละเป้า หมายที่เราต้องการอย่างเช่นถ้าเราบอกว่า เราอยากจะเกษียณ 10 ล้านบาทแปลว่า What ของเราก็คือการเกษียณนะคะส่วน for how long หรือว่าอีกกี่ปีถึงเราจะใช้เงิน นั้นเนี่ยก็ขึ้นอยู่กับว่าตอนนี้เราอายุ เท่าไหร่เช่นถ้าเราอายุ 25 ปีแล้วก็จะ เกษียณในวันที่เราอายุ 60 ปีปีแปลว่าเรา มีเวลา 35 ปีก่อนที่เราจะเกษียณส่วน How Much นะคะก็คือ 10 ล้านบาทตามที่เราตั้ง

3:06 เป้าไว้ซึ่งเราสามารถใช้วิธีการนี้กับทุก เป้าหมายได้เลยนะคะไม่ว่าจะเป็นการเก็บ เงินล้านแรกเก็บเงินเรียนต่อเก็บเงินแต่ง งานทำได้หมดเลยค่ะ What For how long How Much ค่ะหลังจากกำหนดเป้าหมายชัด เจนแล้วนะคะสิ่งที่ต้องทำก็คือเราต้อง กำหนดเงินลงทุนที่แบบสม่ำเสมอแล้วก็เราทำ ได้ทุกๆเดือนด้วยนะคะเพราะอย่าลืมว่า dca เนี่ยเป็นการสร้างวินาแล้วก็สร้างนิสัย การเงินให้กับเราคำถามคือแล้วเราควรทำ อย่างไรสิ่งสำคัญก็คือถ้าเราเนี่ยจะ dca มันก็คงจะมีหลายวิธีนะคะที่เราสามารถไป ต่อยอดได้บางคนบอกว่าไม่ลงทุนได้ไหมคำตอบ คือได้ค่ะแต่อาจจะเหนื่อยหน่อยเพราะว่า ถ้าเราตั้งเป้า 10 ล้านบาทในวันที่เรา อายุ 60 ปีแล้วตอนนี้เราอายุ 25 ปีแปลว่า ถ้าเราคิดกลมๆเลยนะคะเอา 10 ล้านตั้งแล้ว

3:54 ก็เอามาหารจำนวนปีคือ 35 ปีก็เท่ากับว่า เราจะต้องเก็บเงินปีละ 200,000 85,000 บาทเอามาหารต่อหาร 12 เลยนะคะเท่ากับว่า เราต้องเก็บเงินเดือนละถึง 2,800 บาทค่ะคำถามต่อมาก็คือรายได้ของ เรานิวเจนอย่างเราเนี่ยมีมากน้อยแค่ไหน หลายคนคงบอกว่าจริงๆแล้วอาจจะไม่ถึง 2,800 บาทด้วยซ้ำหรือถ้าถึงเนี่ยนะคะแล้วเราจะ นำเงินที่ไหนมาออมได้ขนาดนี้ดังนั้นวิธี การนี้อาจจะใช้ได้แต่ไม่ได้เวิร์คกับทุก คนค่ะดังนั้นสิ่งที่เราควรทำต่อนะคะก็คือ เราเราควรจะลองคำนวณกับว่าเอ๊ะเราไหวแค่ ไหนนะแล้วก็ถ้าเรานำเงินไปให้เงินทำงาน เราไปลงทุนเพื่อต่อยอดเงินเพิ่มจะช่วยให้

4:39 เราเนี่ยถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นกว่าเดิมม เพราะอย่าลืมนะคะว่าปกติแล้วเราเนี่ยใช้ แรงทำเงินอยู่แล้วก็คือเราต้องเอาตัวเรา เนี่ยไปทำงานนะคะที่บริษัทเอยรับจ๊อบเอย เป็นฟรีแลนซ์เอยเสร็จแล้วก็ได้รายได้เป็น เงินเดือนมานี่คือ Active Income หรือ ว่าการใช้แรงทำเงินค่ะแต่อย่าลืมนะคะว่า เงินที่ได้มาทุกบาททุกสตางค์ถ้าเราอยู่ เฉยๆในบัญชีออมทรัพย์เนี่ยก็อาจจะไม่ค่อย เติบโตสักเท่าไหร่ยกเว้นไปเก็บไว้ใน esaving นะคะที่เราเคยคุยกันว่าได้ดอก เบี้ยเพิ่มขึ้นตั้ง 5 เท่าแน่ะแต่นั่นก็ อาจจะไม่เพียงพอค่ะอีกหนึ่งวิธีที่เรา สามารถทำได้ก็คือให้เงินที่เราได้มาเอาไป ทำงานด้วยนะคะนั่นก็คือการให้เงินไปลงทุน นั่นเองซึ่งก็จะมีสินทรัพย์ทางการลงทุน มากมายทีเดียวที่เราคุยกันมาหลาย Episode

5:27 แล้วนะคะทีนี้เดี๋ยวเรามาลองคำนวณกัน หน่อยดีกว่าว่าแล้วถ้าเราต้องการ 10 ล้าน บาทเนี่ยแล้วก็เงินไปทำงานให้กับเราได้ผล ตอบแทนแตกต่างกันเนี่ยเราต้องใส่พลังเงิน เข้าไปมากน้อยแค่ไหนถึงจะได้ 10 ล้านบาท ค่ะทีนี้เรามาจับมือทำกันดีกว่านะคะอยาก ชวน New investor นะคะโหลดแอปพลิเคชัน ที่ชื่อว่า Easy Calculator นะคะตัว E ตัว Z แล้วก็ Calculator นะคะเป็น แอปพลิเคชันที่โหลดได้แบบฟรีๆเลยนะคะคลิก เข้ามาน้านแรกนะคะเราก็จะเห็นหลากหลาย เครื่องมือที่ทำให้เราเนี่ย 3 สามารถ คำนวณเรื่องของการเงินได้นะคะไม่ว่าจะ เป็นเรื่องบ้านเรื่องลดเรื่องบัตรเครดิต เรื่องเกษียณหรือว่าเรื่องการเก็บเงินให้ ดอกเบี้ยทบต้นนะคะแต่ว่าวันนี้อยากชวนวาง แผนให้มีเงิน 10 ล้านนะคะเราเลยอยากให้ ทุกคนไปที่ retirement นะคะพอกด

6:14 retirement เข้าไปปุ๊บนะคะเราก็คลิกเข้า ไปที่ retirement Saving analysis นะคะ มาดูกันดีกว่าว่าเราเนี่ยจะคำนวณเงิน อย่างไรได้บ้างสิ่งที่เราควรใส่เข้าไปนะ คะสำหรับตัวเลขในแอปพลิเคชันตรงนี้เนี่ย ก็คือใส่ตามข้อมูลที่เคต้องการเลยค่ะตอน นี้เรามีเงินเท่าไหร่ถ้านิวเจบอกว่าไม่มี เลยมี 0 บาทนะคะก็ใส่ 0 เข้าไปได้เลยค่ะ หลังจากนั้นนะคะใส่จำนวนเงินที่เรา ต้องการถ้าเราอยากเกษียณสบายก็คือ 10 ล้านบาทนะคะหลังจากนั้นนะคะก็มาดูจำนวนปี ที่เราจะใช้เวลาในการสะสมเงินเพราะเราคุย กันแล้วเนาะว่า wfh เราคืออะไรพอมีเป้า หมายปุ๊บก็ใส่ตามนั้นเลยนะคะเรามีเวลาอีก 35 ปีก่อนที่เราจะเกษียณแล้วก็ถ้าเราไม่ ให้เงินทำงานอย่างที่บอกไปเมื่อสักครู่

7:00 ลองคำนวณให้ดูก็ได้ก็คือดอกเบี้ยเป็น ศูนย์เลยนะคะเราต้องเก็บเดือนละ 2,800 บาทแต่ว่าถ้าเราบอกว่าเราเนี่ย เก็บเงินแบบ esaving ะกันนะคะปลอดภัย หน่อยแล้วก็ได้ดอกเบี้ยสูงหน่อยก็คือปีละ 1.5% นะคะเราก็สามารถที่จะคำนวณแล้วเห็น ว่าเงินที่ต้องเก็บน้อยลงค่ะเหลือ 1,200 บาทต่อเดือนนะคะแต่ก็ยังถือว่า ค่อนข้างเยอะอยู่เนาะถ้าเทียบกับรายได้ ของนิวเจนหลายคนที่ทีนี้เราก็เลยลอง เปลี่ยนดูค่ะให้เงินทำงานผ่านการลงทุนนะ คะไปลงทุนในสินทรัพย์ที่อาจจะมีความ เสี่ยงเพิ่มขึ้นหน่อยกระจายการลงทุนไปยัง ตลาดร้ายตลาดแล้วก็ที่สำคัญก็คือเราอาจจะ ลงทุนทั้งเสี่ยงบ้างไม่เสี่ยงบ้างนะคะให้ ผลตอบแทนกลางๆประมาณสัก 5% จะเป็นอย่างไร

7:47 ผลก็คือเราจะใช้เงินเพียงแค่เดือนละ 9,200 บาทก็จะมี 10 ล้านบาทในวัยเกษียณได้นะคะ แต่หลายคนบอกว่าอ่ะดูนิวเจมมาถึง Episode เลยะเข้าใจการลงทุนดีแล้วดังนั้นสามารถลง ทุนเสี่ยงได้มากหน่อยนะคะหาผลตอบแทนได้ ประมาณซัก 7% ต่อปีค่ะซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น นะคะเงินลงทุนของเราต่อเดือนก็จะอยู่ที่ เดือนละ 6,000 บาทเท่านั้นเองนะคะคำถาม คือ 6,000 บาทเยอะมก็ต้องกลับไปถามตัวเรา นะคะว่าเราสามารถเก็บได้มากน้อยแค่ไหนแต่ ถ้าใครบอกว่าเริ่มต้น 6,000 บาทเหนื่อยไป หนักไปเราอาจจะเริ่มจาก 10% หรือว่า 15% ของรายได้ก็ได้นะคะแต่ถ้าใครบางคนบอกว่า ยังเยอะไปอยู่ก็เอาเท่าที่เราไหวค่ะฝึก ให้เป็นนิสัยพอรายได้เพิ่มขึ้นก็ค่อยๆ

8:34 เพิ่มเงินลงทุนแบบนั้นก็ได้เช่นเดียวกัน ค่ะซึ่งแอปพลิเคชั่นนี้นะคะไม่ได้คำนวณ เฉพาะเงินเกษียณเท่านั้นนะคะถ้าเราตั้ง เป้าสั้นหน่อยใกล้หน่อยเช่นอยากมี 1 ล้าน บาทภายใน 10 ปีภายใน 5 ปีก็สามารถใช้วิธี เดียวกันไปคำนวณได้ด้วยเหมือนกันหลังจาก ที่เราคำนวณแล้วรู้ตัวเลขกลมๆแล้วนะคะ หลายคนก็คงต้องมาทำกันต่อว่าแล้วเราจะลง ทุนอะไรดีล่ะให้ได้ผลตอบแทนประมาณสัก 7% ต่อปีนะคะสินทรัพย์ที่จะเลือกลงทุนต้อง บอกเลยว่าถ้าต้องการผลตอบแทนเราวสัก 7% ต่อปีเนี่ยต้องบอกว่าต้องรับความเสี่ยง สักหน่อยนะคะเพราะว่าสินทรัพย์ที่มีความ เสี่ยงสูงก็จะให้ผลตอบแทนคาดหวังที่สูง ตามไปด้วย High risk High expected R return นั่นเองซึ่งในปัจจุบันนะคะถ้าเรา พูดถึงการลงทุนที่อาจจะเข้าถึงได้ง่าย

9:20 แล้วก็พวกเราเนี่ยสามารถติดตามได้ทุกๆวัน แบบเรว Time ก็คือการลงทุนใน Global equity นั่นเองนะคะหรือว่าการลงทุนใน หุ้นโลกถามว่าทำไมถึงบอกแบบนั้นนี่เป็น ข้อมูลนะคะย้อนหลังการลงทุน 15 ปีตั้งแต่ ปี 2009 จนถึงปี 2023 นะคะซึ่งก็พบว่าแถว บนที่สุดนะคะก็คือผลตอบแทนที่ดีที่สุดใน แต่ละปีนะคะซึ่งสีเป็นตัวแทนของสินทรัพย์ แต่ละประเภทสังเกตมคะว่าในความเป็นจริง แล้วเนี่ยไม่มีสินทรัพย์ไหนเลยที่ให้ผล ตอบแทนดีที่สุดตลอดเวลานะคะดังนั้นสิ่ง สำคัญที่สุดในการลงทุนนะคะก็คือเราเนี่ย อย่าไปพยายามฮันพยายามหาพยายามเฟ้นเลยค่ะ ว่าเราจะลงทุนอะไรให้ได้ผลตอบแทนดีที่สุด นะคะตรงกันข้ามค่ะเราอยู่แค่เกาะกลางนะคะ

10:08 ก็คือพยายามจับค่าเฉลี่ยของตลาดเอาไว้ นั่นก็คือสีเทาในกราฟนี้นะคะคือ AA Asset allocation นั่นเองค่ะ Asset allocation คืออะไรคือการกระจายไปในการลงทุนสิน ทรัพย์ที่หลากหลายนะคะไม่ว่าจะเป็นหุ้น ขนาดใหญ่หุ้นต่างประเทศที่เป็นหุ้นนอก สหรัฐอเมริกาหุ้นขนาดเล็กในสหรัฐอเมริกา นะคะรวมถึงตลาดเกิดใหม่อสังหาริมทรัพย์ แล้วก็ตราสารหนี้ด้วยค่ะการกระจายการลง ทุนแบบนี้นะคะก็จะช่วยให้สัดส่วนการลงทุน ของเรานั้นมีการกระจายความเสี่ยงแล้วก็ กระจายโอกาสไปพร้อมๆกันโอกาสในการได้ผล ตอบแทนประมาณสัก 7.5% เฉลี่ยต่อปีก็ถือ ว่าเป็นไปได้ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมานะคะแถม เราไม่ต้องไปกังวลค่ะว่าความเสี่ยงนั้นจะ สูงจนเกินไปเพราะว่าไม่มีปีไหนเลยนะคะที่

10:55 การจัดสินทรัพย์แบบ Asset allocation นี้จะไปอยู่ในท้ายตารางนะคะแปลว่าเราไม่ ต้องเสี่ยงที่จะติดลบหนักๆในอดีตที่ผ่าน มาติดลบหนักสกอยู่ที่ 16.5 per ซึ่ง เชื่อว่านิวเจนหลายคนน่าจะรับไหวนะคะ เพราะว่ายิ่งลงทุนยาวโอกาสติดลบก็จะยิ่ง น้อยลงตรงกันข้ามค่ะก็ไม่มีปีไหนเหมือน กันนะคะที่การจัดพอร์ตแบบนี้จะเด้งขึ้นไป ได้ผลตอบแทนสูงที่สุดนะคะเพราะว่า Asset allocation เขาจะเกาะค่ากลางของผลตอบแทน เอาไว้เสมอนั่นเองนั่นคือ 1 รูปแบบของการ ลงทุนก็คือการทำ Asset allocation นะคะ แต่อีก 1 รูปแบบที่ใครหลายคนก็สามารถทำ ได้เช่นเดียวกันก็คือการลงทุนในหุ้นโลกนะ คะหรือว่า Global equity ค่ะโดยปกติแล้ว นะคะทั่วโลกใบนี้เนี่ยนะคะก็จะมีบริษัท ที่เข้าไปจดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นในหลาย

11:42 ประเทศทีเดียวนะคะที่ใหญ่ที่สุดก็คือ สหรัฐอเมริกานะคะแล้วก็รองลงมาก็เป็นใน ฝั่งยุโรปเป็นต้นบ้านเราเนี่ยเชื่อหรือ เปล่าว่าตลาดหุ้นไทยคิดเป็นสัดส่วนแค่ 0.5% ของตลาดหุ้นโลกเท่านั้นเองนะคะดัง นั้นสิ่งสำคัญก็คือถ้าเราลงทุนแต่หุ้นไทย ก็อาจจะค่อนข้างกระจุกตัวสักหน่อยถ้าเรา กระจายไปลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกก็จะทำให้ เราเนี่ยมีโอกาสเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากว่า สินค้าบริการที่เราใช้ทุกวันนี้เชื่อว่า หลายคนนะคะก็ใช้สินค้าบริการที่เป็นของ ต่างประเทศเช่นเราดูผ่าน YouTube หรือ เปล่าเราดูผ่านเมตาหรือเปล่าเราใช้ Apple หรือเปล่าหรือว่าเราใช้ Samsung แบบนี้ เป็นต้นนะคะซึ่งกิจการเหล่านี้ก็เป็น กิจการที่เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นในแต่ ละประเทศทั้งนั้นเลยนะคะทีนี้ถ้าเราจะลง ทุนหุ้นโลกเรามีอะไรที่พอเทียบเคียงได้

12:29 บ้างนะคะอยากให้ไปลองศึกษา etf หุ้นโลกนะ คะที่ชื่อว่า I chare msci awii etf นะคะเป็น etf ที่เขาบริหารโดย Black Rock นะคะที่ผ่านมาเนี่ยตั้งแต่เดือนมีนาคมปี 2008 ที่เขาจัดตั้งเนี่ย etf กองนี้ให้ ผลตอบแทนเฉลี่ยนะคะอยู่ที่ 7.2 per ต่อ ปีนะคะและจากกราฟจะเห็นเลยนะคะว่าอาจจะมี บางช่วงจังหวะแหละที่ตลาดเมันหล่นลงมา แล้วก็บางจังหวะก็ขยับขึ้นไปบางทีมีวิกฤต อีกก็หล่นลงมาอีกแต่สุดท้ายนะคะถ้าเราดู ภาพยาวๆนะคะก็จะเห็นว่าในภาพของผลตอบแทน ก็จะเป็นขาขึ้นแล้วก็อาจจะทำให้เราเนี่ย ลงทุนได้ในระยะยาวตามเป้าหมายที่เราตั้ง ไว้อยากจะมี 10 ล้านนั่นเองค่ะทีนี้ถาม ต่อนะคะว่าเอ๊ะแล้วถ้าเราอยากได้ผลตอบแทน

13:14 สูงๆมากกว่า 7% ที่เป็นค่าเฉลี่ยทำได้ หรือเปล่าเห็นบางสินทรัพย์เนี่ยให้ผลตอบ แทนตั้ง 8% 99% หรือ 2 หลัก 10% ขึ้นไป คำตอบคือก็ได้ด้วยเหมือนกันนะคะแต่ก็ขึ้น อยู่กับเงื่อนไขต้องถามิวเจนแหละว่าเรา เนี่ยเข้าใจสินทรัพย์นั้นมากน้อยแค่ไหน หรืออีกอย่างนึงก็คือเรารับความเสี่ยง เกิดเป็นขาลงเนี่ยแรงๆได้จริงหรือเปล่านะ คะเพราะว่าต้องยอมรับว่าสินทรัพย์บางตัว ขึ้นแรงลงแรงนะคะได้เยอะก็เจ็บเยอะเหมือน กันซึ่งถ้าเรารับไว้ก็อาจจะมาเก็บไว้ใน portfolio ได้บ้างเหมือนกันนะคะหรือจริง ๆมีอีกหลักการหนึ่งนะคะที่สามารถทำได้ก็ คือแบ่งพอร์ตเป็น 2 แบบแบบแรกก็คือค portfolio เป็นพอร์ตหลักนะคะที่เราลงทุน ในหุ้นโลกหรือไม่ก็ลงทุนใน Asset allocation แล้วก็แบ่งเงินอีกส่วนนึงนะ

14:00 คะอาจะสัก 10% 20% ไปหาสินทรัพย์ที่เรา รู้สึกว่าเอออยากจะเสี่ยงอ่ะอยากจะลอง ซิ่งสักหน่อยแบบนี้ก็ได้แต่ว่าอย่าเกิน 10 20% ของพอร์ตนะคะเพราะฉะนั้นถ้าเกิดมี อะไรขึ้นมาไม่ได้เป็นไปตามคาดหวังหรือว่า ลงหนักๆจะได้ไม่กระทบพอร์ตที่เป็นเป้า หมายหลักของเรานั่นเองค่ะหลังจากนั้นนะคะ ขั้นตอนที่ 4 ค่ะก็คือขั้นตอนที่เราต้อง ทำตามโจทย์ของเราในวันนี้เลยก็คือ dca ค่ะลงทุนแบบสม่ำเสมอนะคะ dca เนี่ยนะคะ เป็นการสร้างวินัยที่ดีมากเลยย้ำอีกครั้ง นึงนะคะวินัยคือการทำสิ่งที่ต้องทำแม้ไม่ อยากทำนะคะการ dca ทำให้เป็นอัตโนมัติค่ะ บางทีเราเห็นตลาดขึ้นเยอะๆเราก็ไม่กล้า ซื้อนะคะเพราะไม่รู้ว่าซื้อไปแล้วตลาดจะ หล่นลงมาหรือเปล่าตรงกันข้ามพอตลาดรุ่งลง มาหนักๆก็ไม่กล้าซื้อเหมือนกันเพราะเรา

14:46 คิดว่าเดี๋ยวมันคงโร่งลงมามากกว่านี้อีก นะคะทำให้ท้ายที่สุดไม่ว่าจะเป็นตลาดช่วง ไหนก็ไม่ได้ลงทุนสักทีหรือบางครั้งนะคะ เราก็มีเหตุให้เรารู้สึกว่าเอ้ยซื้อของ แบบนู้นดีกว่าไปเที่ยวที่นั่นดีกว่าก็ทำ ให้เราก็ไม่ได้ออมไม่ได้ลงทุนอีกสุดท้าย ก็เลยไม่ได้ต่อยอดแล้วก็สะสมความมั่งคั่ง สักที dca ค่ะก็เลยเข้ามาแก้ปัญหาตรงนี้ นะคะไม่ต้องไปกลัวตลาดจะขึ้นตลาดจะลงเรา เข้าไปซื้อในค่าเฉลี่ยค่ะเพราะว่าไม่ว่า จะขึ้นจะลงเราได้ลงทุนแบบสม่ำเสมอและที่ สำคัญถ้าเรา dca ก่อนที่จะนำเงินไปใช้ เช่นสมมุติเงินเข้ากระเป๋ามาทุกๆวันที่ 28 ของเดือนปุ๊บนะคะตัดลงทุนทันทีแบบนี้ออม ก่อนใช้ก็จะทำให้เราได้ลงทุนทุกๆเดือน นั่นเองซึ่งนั่นจะเป็นการสร้างวินัยทาง

15:32 การเงินที่ดีเป็นการต่อยอดความมั่งคั่ง ให้กับเราแล้วก็เป็นการทำให้เราถึงเป้า หมาย 10 ล้านได้อย่างที่เราตั้งใจไว้นั่น เองนะคะสุดท้ายค่ะก็คือเราจำเป็นอย่าง ยิ่งเลยนะคะต้องติดตามผลแล้วก็มีการปรับ แผนถ้ามีความจำเป็นอย่าลืมนะคะว่า dca เนี่ยนะคะแม้จะเป็นการสร้างวินัยที่ดีนะ คะแต่เวลาเราเลือกสินทรัพย์ในการลงทุนเรา ก็ควรรจะมอนิเตอร์ด้วยเหมือนกันว่าเงิน ของเรากำลังทำงานกับสินทรัพย์ไหนและอนาคต ของสินทรัพย์นั้นยังดีอยู่หรือเปล่านะคะ ซึ่งถ้าเรากระจายลงทุนในหุ้นโลกเรากระจาย ลงทุนใน Asset allocation เราอาจจะกังวล เรื่องนี้น้อยหน่อยค่ะเพราะว่าเขามีการ กระจายความเสี่ยงในแง่ของสินทรัพย์แล้วก็ ในแง่ของตลาดแล้วก็อุตสาหกรรมที่เข้าไปลง ทุนอยู่แล้วแต่ว่าถ้าใครเลือก dca ในหุ้น

16:19 รายตัวหรือไม่ก็ไป dca ในตลาดบางตลาดอาจ จะต้องมอนิเตอร์มากหน่อยนะคะเพราะว่าอาจ จะมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านของภาพรวม เศรษฐกิจหรือว่าการการเติบโตของธุรกิจ นั้นได้ด้วยเหมือนกันแต่เหรียญมี 2 ด้าน เสมอนะคะเราพูดถึงข้อดีของ dca ไปเยอะมาก เลยแต่จริงๆแล้วก็มีข้อเสียบางอย่างที่ เราควรรู้นะคะข้อแรกนะคะสำคัญที่สุดก็คือ เราห้าม dca ในสินทรัพย์ที่ไม่มีอนาคต เด็ดขาดนะคะเหมือนเรากำลังลงทุนกับกิจการ กับธุรกิจหรือว่ากับอะไรบางอย่างที่ไม่มี อนาคตแม้เราจะลงทุนต่อเนื่องราคาลดลง เรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆหลายคนอาจจะบอกว่า เอ้าก็ดีสิค่อยๆซื้อถูกลงแต่อย่าลืมนะคะ ว่าท้ายที่สุดนั้นมูลค่าของสิ่งๆนั้นก็จะ ด้อยค่าลนจนแทบไม่เหลือมูลค่าเลยเพราะเขา ไม่มีอนาคตนะคะดังนั้นกฎข้อแรกของการ dca

17:07 ก็คือต้องเลือกให้ถูกตัวนะคะถ้าไม่รู้จะ เลือกตัวไหนก็เลือกรวมๆไปเลยไม่ว่าจะเป็น ตลาดโลกหรือว่าการทำ Asset allocation ในหลากหลายสินทรัพย์นะคะกฎข้อที่ 2 ค่ะก็ คือจริงๆแล้วการ dca เท่าๆกันทุกๆเดือนมี ข้อดีสำหรับใครที่มีรายได้ที่แน่นอนนะคะ เราจะได้ตัดเงินไปลงทุนได้สม่ำเสมอแล้วก็ สร้างวินัยได้ด้วยแต่อีกนนึงค่ะก็อาจจะมี ข้อจำกัดบางอย่างเพราะว่าไม่ว่าจะถูกจะ แพงเราก็ใช้วงเงินลงทุนเท่าเดิมเลยนะคะก็ เลยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ 2 คนนะคะที่เขา คิดค้นเรื่องนี้มาในปี 2011 นะคะก็คือผู้ ช่วยศาสตราจารย์ลีดันแฮมนะคะกับทางด้าน ของจอฟฟี่ C fen นะคะซึ่ง 2 คนนี้เขาคิด หลักการที่เรียกว่า edca ค่ะ enhance Dollar C average ิถามว่านี่คือวิธี

17:54 การแบบไหนวิธีการนี้นะคะก็คือถ้าราคาสิน ทรัพย์ลดลดลงให้ใส่เงินลงทุนเพิ่มขึ้นตรง กันข้ามท้ามราคาสินทรัพย์ที่เราลงทุน เนี่ยดันเพิ่มขึ้นค่ะให้เราลดเงินที่ใส่ เข้าไปเนี่ยให้น้อยลงนะคะทำแบบนี้ไป เรื่อยๆปลายทานนะคะเราจะได้ของถูกเยอะ ขึ้นได้ของแพงน้อยลงแปลว่าต้นทุนเฉลี่ย ของพอร์ตที่เรา dca ในระยะยาวนั้นจะถูกลง นั่นเองค่ะยกตัวอย่างนะคะสมมุติเราซื้อ กองทุนซื้อหุ้นซื้อ etf ตัวนึงราคา 10 บาทนะคะถ้าปกติ 10 บาทเราก็ใส่เงินไป 5,000 บาทเท่าๆกันทุกเดือนแต่ถ้าราคานะ คะขยับขึ้นไปเป็น 11 บาทในเดือนไหนนะคะ เราอาจจะลดตัวเงินที่ใส่เข้าไปนะคะลงมา 10% เหลือ 4,500 บาทก็ได้ตรงกันข้ามนะคะ

18:43 ถ้าในเดือนถัดถัดไปราคาของสินทรัพย์นั้น เกิดลงลงมาเหลือประมาณ 9 บาทจากราคาที่ เราตั้งต้นไว้ลงมา 10% เหมือนกันเราก็ เพิ่มเงินขึ้นไปเป็น 5,500 บาทนะคะนั่นก็ จะทำให้เราเนี่ยได้ของถูกในจำนวนที่มาก ได้ของแพงในจำนวนที่น้อยในท้ายที่สุดนั่น เองค่ะซึ่งในการวิจัยปี 2011 ของ ศาสตราจารย์ทั้ง 2 ท่านบอกไว้นะคะว่าถ้า เราทำแบบนี้ไปเรื่อยๆในระยะยาวนะคะเชื่อ หรือเปล่าว่าโอกาสทำกำไรเนี่ยจะมากกว่า การ dca แบบปกติถึง 90% ทีเดียวค่ะแต่ว่า อาจจะต้องขยันหน่อยนะคะแล้วก็ต้อง มอนิเตอร์ว่าเราควรจะเพิ่มหรือลดเงินจาก ค่าเฉลี่ยที่เราตั้งใจจะ dca ค่ะนั่นคือ 5 ขั้นตอนนะคะที่จะช่วยให้เราสามารถ dca

19:29 ได้ตามเป้าหมายนะคะดังนั้นวันนี้อย่าชวน นิวเจนมาจับมือทำนะคะเริ่มต้น dca วันละ 200 บาทเดือนละ 6,000 บาทนะคะต่อเนื่อง ปาย 35 ปีได้ 10 ล้านแล้วอย่าลืมมาบอกกัน ด้วยนะ คะจับมือทำให้ลงทุนเป็น New Gen [เพลง] investor อ

Share

YouTube Video Summaries