0:00 ถ้าคุณเดินผ่านมดสักรังมันอาจดูเหมือนแค่ กลุ่มตัวเล็กๆที่ขยับไปมาโดยไร้ระเบียบ แต่จริงๆแล้วทุกการเคลื่อนไหวนั่นมันมี เหตุผลซ่อนอยู่มด 1 ตัวอาจหายไปโดยที่เรา ไม่รู้สึกอะไรแต่ทั้งรังรู้ทันทีว่ามีบาง อย่างผิดปกติเหมือนพวกมันสื่อสารกันโดย ไม่ต้องพูดไม่ต้องเห็นหน้าราวกับมีระบบ แจ้งเตือนลับที่ทำงานตลอดเวลาสิ่งที่น่า ทึ่งคือไม่มีใครเป็นหัวหน้าแต่ทั้งรัง กลับตัดสินใจได้เหมือนสิ่งมีชีวิตเดียวใน ซีซั่นนี้ของเรื่องไม่รู้รอบตัวเราจะพาไป สำรวจโลกที่ซ่อนอยู่ใต้ฝ่าเท้าว่ากลไก เล็กๆของธรรมชาติมันเชื่อมโยงกันอย่างไร
0:47 จนทำให้ชีวิตทั้งระบบขยับไปพร้อมกันได้ และคำถามง่ายๆว่าถ้ามดตัวหนึ่งหายไปทั้ง รังรู้ได้ยังไงอาจทำให้คุณมองโลกนี้ต่าง ไปจากเดิมเพราะบางทีสิ่งที่เล็กที่สุดอาจ กำลังซ่อนคำตอบที่ใหญ่ที่สุดอยู่ตรงนั้น เองบนทางเดินริมกำแพงบ้านคุณอาจเห็นแถว ของมดตัวจิ๋วเดินต่อกันเป็นขบวนอย่างมี ระเบียบบางตัวถือเศษอาหารบางตัวเดินตัว เปล่าแต่ไม่มีใครหยุดถามว่าจะไปไหนมัน เหมือนการจราจรที่ไม่มีสัญญาณไฟแต่กลับ ไม่เคยชนกันเลยสักครั้งนักวิทยาศาสตร์ เรียกสิ่งนี้ว่าพฤติกรรมรวมหมู่ Collective Behavior ที่น่าทึ่งคือไม่
1:35 มีมดตัวไหนเป็นหัวหน้าแต่ทั้งรังทำงาน ประสานกันราวกับมีแผนที่เดียวในหัวแล้ว เกิดอะไรขึ้นถ้ามด 1 ตัวหายไปจากแถวคำถาม ง่ายๆนี้เคยทำให้นักชีววิทยาหลายคนงงวยมา หลายสิบปีเพราะมดไม่มีเสียงไม่มีวิทยุไม่ มีอินเทอร์เน็ตแต่พวกมันกลับรู้ได้ทันที ว่าเพื่อนตัวหนึ่งหายไปจากระบบลองนึกภาพ ว่าเรามีเพื่อนร่วมงาน 100 คนแต่ไม่มีใคร เป็นหัวหน้าอยู่ดีๆมีคนหนึ่งหายไปแล้ว ทั้งทีมรู้พร้อมกันไม่ใช่เพราะลายแด้ง แจ้งเตือนแต่เพราะระบบในตัวเราส่งสัญญาณ ถึงกันเองสำหรับมดระบบนั้นคือกลิ่นทุกตัว
2:22 ในรังทิ้งร่องรอยเคมีเล็กๆไว้ตามทางเดิน กลิ่นนี้ไม่ใช่ได้แค่บอกทางแต่เป็นภาษา ลับที่ใช้ติดต่อกันทั้งอาณานิคมและถ้ามี กลิ่นของใครบางตัวหายไปรังจะตอบสนองทันที มดบางตัวจะหยุดเดินบางตัวเปลี่ยนทิศทาง ส่งสัญญาณเคมีใหม่สอนเข้าไปไม่มีการสั่ง การจากใครแต่ทุกตัวเหมือนรู้จังหวะของกัน และกันสิ่งที่เรามองเห็นว่าเป็นเพียงมด ตัวเล็กๆจริงๆแล้วคือระบบข้อมูลขนาดย่อม ที่อัปเดตสถานะของเพื่อนร่วมรังแบบเร time ยิ่งดูใกล้ยิ่งพบว่าธรรมชาติไม่ได้สร้าง ผู้นำให้มดแต่มันสร้างเครือข่ายที่สื่อ
3:09 สารผ่านกลิ่นความถี่และพฤติกรรมนี่คือจุด เริ่มต้นของคำตอบว่าทำไมแค่มดตัวหนึ่งหาย ไปแต่ทั้งรังถึงรู้ได้ในทันทีโดยไม่ต้อง มีใครบอกในตอนต่อไปเราจะเข้าไปลึกกว่านี้ ไปดูว่ากลิ่นที่ว่านั้นมันไม่ใช่แค่กลิ่น เฉยๆแต่มันคือภาษาเคนยิ่งกว่าการส่งข้อ ความของมนุษย์เสียอีกลองนึกถึงโลกที่ไม่ มีเสียงไม่มีคำพูดไม่มีภาพไม่มี อินเทอร์เน็ตแต่ทุกสิ่งสื่อสารกันได้ อย่างแม่นยำนั่นแหละคือโลกของมดเวลามด เดินเรียงเป็นแถวสิ่งที่เชื่อมพวกมันไว้ ไม่ใช่สายตาแต่คือกลิ่นกลิ่นเล็กๆที่มอง
3:54 ไม่เห็นเรียกว่าเฟิเฟอโรโมนเฟอโรโมนคือ สารเคมีที่มดใช้แทนคำพูดมดแต่ละตัวจะ หลั่งกลิ่นเฉพาะออกมาจากต่อมเล็กๆบนลำตัว กลิ่นหนึ่งอาจหมายถึงทางนี้มีอาหารอีก กลิ่นอาจหมายถึงมีอันตรายมันเหมือนมดทุก ตัวมีสัญญาณ WiFi แขมอยู่ในตัวส่งข้อความ ถึงกันได้แม้จะอยู่ห่างกันหลายสิบ เซนติเมตรนักวิทยาศาสตร์เคยทดลองวางเส้น ทางปลอมให้มดเดินพอเอาอาหารวางไว้มดจะ เดินตามกลิ่นของมดตัวแรกที่ผ่านแต่ถ้าลบ เส้นกลิ่นนั้นออกทั้งขบวนจะหยุดเหมือน ระบบขาดสัญญาณบางตัวเริ่มเดินวนหาบางตัว
4:39 ปล่อยกลิ่นใหม่ขึ้นมาแทนจนกระทั่งพวกมัน สร้างเส้นทางใหม่ด้วยตัวเองอีกครั้งไม่มี ใครสั่งไม่มีมดหัวหน้าแต่ทุกตัวรู้ว่า ต้องทำอะไรต่อเพื่อให้รังกลับมาเชื่อมกัน ได้กลิ่นจึงไม่ใช่แค่ภาษาแต่มันคือโครง สร้างของข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรม ทั้งหมดของพวกมันถ้ามองให้ลึกลงไประบบนี้ ไม่ต่างจากการสื่อสารของมนุษย์ในโลก ออนไลน์เรามีสัญญาณ 0 กับ 1 มดมีโมเลกุล เล็กๆที่แปลความหมายได้เป็นร้อยรูปแบบและ สิ่งที่น่าทึ่งคือเฟอร์โรโมนของมดไม่ เพียงบอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นแต่มันบอกด้วย ว่าเกิดขึ้นนานเท่าไหร่
5:25 กลิ่นบางชนิดจะจางภายในไม่กี่นาทีบาง กลิ่นอยู่ได้เป็นวันเหมือนระบบนาฬิกาที่ นับเวลาของรังนั่นหมายความว่าเมื่อมดตัว หนึ่งหายไปกลิ่นประจำตัวของมันจะเริ่มจาง ลงเรื่อยๆและเมื่อถึงจุดหนึ่งทั้งรังจะ รู้ทันทีว่าเขาไม่กลับมาแล้วระบบนี้ซับ ซ้อนพอๆกับระบบสื่อสารของเราแต่ไม่ต้องมี สมองกลางทุกตัวคือเซ็นเซอร์ 1 ชิชิ้นใน เครือข่ายชีวภาพและทั้งหมดนี้คือเหตุผล ที่มดสื่อสารได้โดยไม่พูดในตอนต่อไปเราจะ ไปต่อกับอีกคำถามหนึ่งมดไม่มีหัวหน้าแล้ว ใครกันที่ตัดสินใจให้รังเคลื่อนไหวได้
6:11 อย่างเป็นระบบในโลกของมดไม่มีใครออกคำ สั่งไม่มีเสียงบอกให้เริ่มไม่มีสัญญาณให้ หยุดแต่มดนับพันกลับทำงานพร้อมกันได้ อย่างสมบูรณ์แบบนี่คือสิ่งที่นัก วิทยาศาสตร์เรียกว่าสมองรวมหรือ collective intelligence มันคือการที่ สิ่งมีชีวิตหลายตัวใช้กฎง่ายๆร่วมกันแต่ ผลลัพธ์กลับซับซ้อนกว่าที่สมองตัวใดตัว หนึ่งจะคิดได้เองลองจินตนาการถึงมดที่ กำลังสร้างรังใหม่ไม่มีใครบอกว่าใครต้อง ขุดตรงไหนหรือขนดินเท่าไหร่แต่เมื่อมดแต่ ละตัวสังเกตพฤติกรรมของเพื่อนข้างๆมันจะ คาดเดาว่าควรทำอะไรต่อเพื่อให้ภาพรวมออก มาสมดุลพอดีมดไม่ได้มีแผนแม่บทแต่พวกมัน
7:00 มีกฎในหัวกดเล็กๆที่เรียกว่าโลคalรูเช่น ถ้าเจอทางตันให้หาทางใหม่ถ้าเจอกลิ่น อาหารให้ทิ้งร่องรอยเพิ่มถ้าเจอเพื่อน กำลังขนของก็ช่วยสิ่งเหล่านี้ดูเหมือน สัญชาตญาณแต่จริงๆแล้วคือโปรแกรมชีววิทยา ที่ทำให้มดทั้งรังเหมือนระบบคอมพิวเตอร์ ที่รันพร้อมกันหลายร้อย process นักวิจัย บางคนถึงกับเรียกรังมดว่าสมองที่ไม่มีหัว เพราะทุกการตัดสินใจกระจายอยู่ในร่างของ มดทุกตัวในปี 2003 มีการทดลองหนึ่งที่ พิสูจน์ได้อย่างชัดเจนนักชีววิทยาจาก มหาวิทยาลัยแอริโซน่าแบ่งมดเป็น 2 กลุ่ม
7:46 กลุ่มหนึ่งต้องสร้างรังในสภาพปกติอีก กลุ่มหนึ่งถูกจำกัดเส้นทางและข้อมูลบาง ส่วนผลคือแม้ข้อมูลที่แต่ละตัวได้รับจะ ไม่ครบแต่เมื่อรวมพฤติกรรมของมดหลายร้อย ตัวเข้าด้วยกันรังที่พวกมันสร้างขึ้นกลับ มีโครงสร้างเกือบเหมือนเดิมทุกประการนั่น หมายความว่าระบบคิดของรังไม่ได้อยู่ที่ ใครคนใดคนหนึ่งแต่มันเกิดขึ้นจากการสื่อ สารของแต่ละส่วนที่ส่งผลต่อทั้งระบบฟังดู ไม่ต่างจากสมองของเราเลยเพราะสมองมนุษย์ ก็ทำงานด้วยหลักเดียวกันเซลล์ประสาทนับ พันล้านเซลล์ส่งสัญญาณไปมาพร้อมกันไม่มี เซลล์ไหนรู้ภาพใหญ่แต่ทั้งหมดรวมกันคือ ความคิดหนึ่งเดียวถ้าคุณมองจากมุมนี้มด 1
8:34 ตัวก็เหมือนเซลล์ประสาทตัวเล็กๆส่วนรัง คือสมองขนาดใหญ่ที่คอยคิดวางแผนและตอบ สนองมันคือการจำลองระบบอัจฉริยะของ ธรรมชาติก่อนที่มนุษย์จะมีคำว่า AI เสีย อีกความเข้าใจนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ วงการวิทยาการคอมพิวเตอร์เพราะหลักการคิด แบบมดถูกนำไปใช้ในระบบที่เราเรียกว่า Swarm Intelligence ตั้งแต่โดรนที่บิน ประสานกันไปจนถึงหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกัน โดยไม่มีผู้นำมดไม่ได้ฉลาดเพราะตัวมันเอง แต่มันฉลาดเพราะรู้เมื่อไหร่ควรทำตามและ เมื่อไหร่ควรปรับเปลี่ยนมันคือสมองที่ไม่ ได้อยู่ในหัวแต่อยู่ในพฤติกรรมรวมของ
9:20 ชีวิตทั้งรังและนี่คือเหตุผลว่าทำไมเวลา มดตัวหนึ่งหายไประบบทั้งรังถึงยังทำงาน ต่อได้เพราะความคิดไม่ได้สูญเสียไปพร้อม กับใครคนหนึ่งแต่มันกระจายอยู่ในทุกชีวิต ที่ยังเดินขบวนต่อไปในตอนต่อไปเราจะเห็น ภาพชัดขึ้นเมื่อทั้งรังมดกลายเป็นสิ่งมี ชีวิตเดียวที่ตอบสนองเหมือนร่างกายขนาด ใหญ่ลองมองรังมดไม่ใช่เป็นบ้านของมดหลาย ตัวแต่มองเหมือนร่างกาย 1 ร่างที่มี อวัยวะหลายส่วนทำงานพร้อมกันราชินีไม่ใช่ เจ้านายเธอคืออวัยวะสืบพันธุ์ของรังมดงาน คือเนื้อเยื่อและกล้ามเหนือที่ขยับ เขยื้อนถังระบบมดยามคือภูมิคุ้มกันคอยปก
10:09 ป้องจากผู้บุกรุกส่วนกลิ่นเฟโรโมนที่เรา เพิ่งรู้ในตอนก่อนก็ทำหน้าที่คล้ายสาร สื่อสารของร่างกายที่บอกให้ส่วนต่างๆตอบ สนองตรงจังหวะภาพนี้จะชัดมากขึ้นเมื่อมี เหตุฉุกเฉินสมมติว่าฝนแรกของฤดูเทกระหน่ำ น้ำเริ่มซึมเข้าปากรังสัญญาณกลิ่นเตือน ภัยถูกปล่อยออกทันทีมดพยาบาลหอบตัวอ่อน ย้ายสู่ห้องแห้งมดงานบางส่วนรีบอุดโพรง ทางน้ำไหลมดยามขึ้นแนวหน้าเฝ้าทางเข้า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นโดยไม่มีใครยืนสั่งการ แต่ทั้งระบบเปลี่ยนโหมดพร้อมกันเหมือน ร่างกายยกมือป้องหน้าโดยอัตโนมัติพออากาศ ร้อนจัดรังจะหายใจทางเดินบางช่วงถูกเปิด
10:57 เป็นปล่องอากาศมดงานผลัดกันเข้าออกช่วย ระบายความชื้นและความร้อนอุณหภูมิของห้อง เลี้ยงตัวอ่อนถูกคุมให้นิ่งนี่คือ Homeโostasisเวอร์ชั่นธรรมชาติไม่ใช่ด้วย เครื่องมือแต่ด้วยพฤติกรรมเล็กๆนับพันที่ สอดรับกันพอมีเศษอาหารชิ้นโตหล่นห่างรัง กลุ่นเส้นทางถูกขีดขึ้นใหม่ทีมสำรวจกลาย เป็นระบบย่อยอาหารภายนอกตัดชำแหละขนกลับ เหมือนปากและหลอดอาหารของร่างกายกำลังทำ งานถ้าเส้นทางยากเกินไปพวกมันอาจต่อเป็น สะพานมีชีวิตชั่วคราวร่างของแต่ละตัวคือ อิฐก้อนจิ๋วที่พร้อมเปลี่ยนบทบาทเพื่อให้ ภาพใหญ่เดินต่อและเมื่อสิ่งที่เราไม่อยาก พูดถึงเกิดขึ้นใครสักคนตายลงกลิ่นเฉพาะ
11:46 ของร่างที่ไม่ทำงานแล้วจะบอกให้หน่วยกวาด เข้ามายกออกพื้นที่ทำงานจึงสะอาดปลอด เชื้อไม่กระทบตัวอ่อนเหมือนร่างกายกำจัด ของเสียเพื่อคงสุขภาพของทั้งระบบหลายคน ถามว่าถ้าไม่มีสมองกลางแล้วใครคือผู้คิด คำตอบคือไม่มีใครคนเดียวคิดแต่ร่างกาย ทั้งร่างตกลงใจกันด้วยสัญญาณสั้นๆทุกตัว อ่านเพื่อนรอบข้างสภาพแวดล้อมและกลิ่นล่า สุดกฎง่ายๆเหล่านี้ไหลไปทั่วเหมือนกระแส ประสาทจากจุดเล็กๆรวมเป็นการตัดสินใจ 1 ครั้งของถังอาณาจักรเพื่อให้เห็นภาพลอง เปลี่ยนมุมมองอีกครั้งห้องเลี้ยงตัวอ่อน เท่ากับมดพยาบาลคอยอุ้มพลิกทำความสะอาด
12:32 เหมือนเราดูแลทารกห้องอาหารเท่ากับที่พัก ของพลังสำรองเส้นทางภายนอกเท่ากับระบบ หมุนเวียนที่รับจ่ายทรัพพยากรกำแพงทาง เข้าเท่ากับผิวหนังที่หนาขึ้นเมื่อมีภัย ทุกจุดมีหน้าที่เฉพาะแต่แยกเดี่ยวไม่ได้ เพราะเมื่อขาดส่วนหนึ่งส่วนอื่นๆจะต้อง ปรับตัวเพื่อคงสมดุลเดิมสิ่งที่ทำให้รัง มดเป็นร่างเดียวไม่ใช่เพราะมันรู้จัก แผนที่ทั้งหมดแต่เพราะมันรู้เพียงพอรอบ ตัวแล้วตอบสนองซ้ำๆอย่างเสถียรซ้ำมากพอจน กลายเป็นรูปแบบร่วมที่ทำนายได้นี่คือพลัง ของความเรียบง่ายที่ซ้อนทับกันหลายชั้น จากกฎเล็กๆกลายเป็นพฤติกรรมใหญ่จาก ปฏิกิริยาท้องถิ่นกลายเป็นการจัดระเบียบ
13:20 ระดับอาณาจักรลองสังเกตความเนียนของการ เปลี่ยนเวรเมื่อแหล่งอาหารไกลขึ้นจำนวนมด ออกนอกเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปเมื่อ แหล่งอาหารหมดเส้นกลิ่นจางลงเองกำลังคน ย้ายกลับสู่การดูแลในรังเหมือนร่างกายลด เมาบอลิึมเมื่อพักและแร่งเมื่อออกแรงไม่ มีประกาศไม่มีนกหวีดมีแต่เส้นสัญญาณเบา บางที่ทุกตัวอ่านได้ทั้งหมดนี้ทำให้คำว่า สิ่งมีชีวิตเดียวไม่ใช่คำสวยหรูแต่เป็นคำ อธิบายที่แม่นของสิ่งที่เราเห็นด้วยตารัง มดหายใจปกป้องย่อยอาหารซ่อมแซมและสืบพัน เพียงแต่อวัยวะของมันเดินได้พูดไม่ได้และ สื่อสารด้วยกลิ่นแล้วพอกลับมาที่คำถาม
14:06 ตั้งต้นถ้ามดตัวหนึ่งหายไปทั้งรังรู้ได้ ยังไงก็เพราะรังนี้ไม่ใช่กลุ่มคนแปลกหน้า มันคือร่างเดียวที่ทุกส่วนสัมผัสถึงกัน ตลอดเวลาการหายไปของส่วนเล็กๆจึงสะเทือน ไปทั้งระบบไม่ใช่ด้วยความเศร้าแต่ด้วย สัญญาณที่บอกว่าต้องปรับสมดุลใหม่แล้วตอน หน้าเราจะถอดสูตรลับของธรรมชาติที่ขับ เคลื่อนร่างยักษ์นี้จากกดสั้นๆของมดสู่ ไอเดียของอัลกอิธึมที่มนุษย์หยิบไปใช้ใน โลกเทคโนโลยี ทุกครั้งที่เราดูมดเดินเป็นขบวนมันอาจดู เหมือนแค่การเคลื่อนไหวแบบสุ่มๆแต่ในความ จริงเส้นทางเล็กๆนั้นคืออัลกอิธึมที่มี ชีวิตคำว่าalกอิึมในโลกคอมพิวเตอร์หมาย
14:52 ถึงชุดคำสั่งที่บอกว่าถ้าเกิดแบบนี้ให้ทำ แบบนั้นและนั่นแหละคือสิ่งที่มดทำมาตลอด หลายล้านปีมดไม่ได้รู้ทั้งหมดว่าทางไหน สั้นสุดแต่มันจะเริ่มเดินสำรวจแบบลองผิด ลองถูกตัวที่เจออาหารก่อนจะทิ้งร่องรอย กลิ่นไว้มดตัวอื่นๆก็จะเดินตามกลิ่นนั้น ถ้าเส้นทางไหนพาไปถึงอาหารเร็วกลิ่นจะ ยิ่งเข้มจนกลายเป็นถนนหลัดของทั้งรังโดย ธรรมชาติกลไกนี้เองที่นักวิทยาศาสตร์ เรียกว่า Ant colony Optimization เป็น แรงบันดาลใจให้เกิดอัลกอิที่ช่วยให้ คอมพิวเตอร์หาทางออกที่ดีที่สุดได้เอง เช่นเดียวกับที่มดหาทางลัดไปยังอาหารโดย
15:38 ไม่ต้องมีใครบอกลองนึกถึงการจัดเส้นทางขน ส่งสินค้าทั่วเมืองมีถนนนับ1ันสายรถนับ หมื่นคันถ้ามนุษย์ต้องคำนวณเองคงใช้เวลา นานมหาศาลแต่มดใช้หลักง่ายๆแค่เส้นไหน สั้นและปลอดภัยกว่าเส้นนั้นจะถูกใช้ซ้ำ มากที่สุดผลคือเส้นที่ดีที่สุดจะถูกเน้น กลิ่นจนชัดเองโดยธรรมชาตินักวิทยาการ คอมพิวเตอร์จึงจำลองหลักนี้ใส่ในโปรแกรม ให้คอมพิวเตอร์ทิ้งกลิ่นเสมือนหรือค่า เฟโรโมนเสมือนในแต่ละเส้นทางเมื่อเส้นใด ได้ผลดีระบบจะเพิ่มค่าน้ำหนักให้เส้นนั้น เมื่อเส้นใดล้มเหลวกลิ่นจะจางลงจนในที่ สุดคอมพิวเตอร์จะเจอคำตอบที่ฉลาดที่สุด
16:25 โดยไม่ต้องให้คนเขียนสูตรตายตัวไว้ก่อน นี่คือการเรียนรู้จากสิ่งมีชีวิตที่สมอง เล็กกว่าปลายดินสอแต่วิธีคิดกลับกลายเป็น รากฐานของเทคโนโลยีระดับโลกหลักคิดเดียว กันนี้ถูกใช้ในโดรนที่บินพร้อมกันหลายสิบ ลำหุ่นยนต์ในคลังสินค้าที่หลบกันเองโดย ไม่ชนหรือแม้แต่ระบบจัดเส้นทางส่งพัสดุ ที่คุณใช้ทุกวันธรรมชาติได้สร้างโค้ดแห่ง ประสิทธิภาพเอาไว้ตั้งแต่แรกเพียงแต่เรา เพิ่งเริ่มอ่านมันออกสิ่งที่น่าทึ่งอีก อย่างคือมดไม่เคยหยุดเรียนรู้ถ้ามีสิ่ง กีดขวางใหม่มันไม่รอคำสั่งจากใครแต่เริ่ม ทดลองเส้นทางใหม่ทันทีระบบนี้จึงไม่ตาย ตัวแต่ปรับตัวได้ตลอดเวลานี่นี่แหละคือ
17:12 สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า Self Organization ระบบที่จัดระเบียบตัวเอง โดยไม่ต้องมีผู้นำหรือแผนจากบนลงล่างและ บางทีมันคือบทเรียนสำคัญสำหรับมนุษย์ว่า การจัดการที่ดีอาจไม่ต้องเริ่มจากคนสั่ง แต่อาจเริ่มจากแต่ละส่วนที่สื่อสารและ ปรับตัวเล็กๆไปพร้อมกันถ้าเรามองรังมด เป็นคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งมดแต่ละตัวก็ คือหน่วยประมวลผลเฟโรโมนคือข้อ เส้นทางคือสายไฟและผลลัพธ์คือการตัดสินใจ ร่วมที่เกิดจากข้อมูลจริงในสนามในโลกของ เทคโนโลยีเราใช้ AI เพื่อสร้างสมองจำลอง ของมนุษย์แต่ในธรรมชาติมดสร้างสมองรวมของ ฝูงที่ทั้งยืดหยุ่นฉลาดและไม่เคยพังพร้อม
18:00 กันบางทีอัลกอิธึมแห่งธรรมชาติไม่ได้ซับ ซ้อนเลยมันแค่ซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่เกิด ขึ้นรอบตัวและตอบสนองด้วยความร่วมมือไม่ ใช่คำสั่งในตอนหน้าเราจะย้อนกลับไปมอง ทั้งหมดอีกคำเพื่อปิดคำถามที่เริ่มต้นไว้ ว่าทำไมสิ่งเล็กๆอย่างมดถึงทำให้เราเข้า ใจความเชื่อมโยงของชีวิตได้ลึกกว่าที่คิด บางครั้งคำตอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอาจได้ไม่ อยู่ในสมองของใครคนหนึ่งแต่อยู่ในการคิด ร่วมกันของชีวิตเล็กๆหลายชีวิตตลอด 5 บท ที่ผ่านมาเราค่อยๆแกะรหัสของรางมดจากเส้น กลิ่นเล็กเล็กๆที่แทนคำพูดจากการสื่อสาร ที่ไม่มีเสียงจากการตัดสินใจที่ไม่มีหัว
18:46 หน้าจนถึงอัลกอริธมชาติ ที่มนุษย์ยังต้องยืมแบบอย่างทั้งหมดนี้ บอกเราว่าการอยู่ร่วมกันไม่ได้หมายถึงการ คิดเหมือนกันแต่มันหมายถึงการฟังกันให้ เข้าใจและปรับตัวเพื่อให้ทั้งระบบยังคง เดินต่อได้ถ้ามดตัวหนึ่งหายไปรังทั้งรัง จะรู้เพราะทุกชีวิตในนั้นเชื่อมโยงถึงกัน จริงๆไม่ต่างจากชีวิตคนเราที่การเปลี่ยน แปลงเล็กๆของใครบางคนอาจส่งผลต่ออีกหลาย ชีวิตโดยที่เราไม่รู้ตัวบางทีการเข้าใจมด อาจช่วยให้เราเข้าใจคำว่าสังคมและชีวิต ร่วมกันได้ชัดขึ้นอีกนิดและถ้าวันหนึ่ง
19:31 คุณเห็นมดตัวเล็กๆเดินขนเศษอาหารกลับรัง อย่าเพิ่งรีบข้ามผ่านมันไปเพราะในภาพเล็ก ๆนั้นกำลังซ่อนคำตอบใหญ่ของธรรมชาติว่า ความร่วมมือคือพลังที่ทำให้ชีวิตอยู่รอด นี่คือเรื่องไม่รู้รอบตัวพcส.ที่ชวนคุณ มองโลกธรรมดาให้ธรรมดาขอบคุณที่ฟังมาถึง ตรงนี้นะครับอยากฟังเรื่องอะไรต่อ คอมเมนต์บอกไว้ได้เลยนะครับแล้วพบกันใหม่ ต่อหน้าเรื่องนี้มีที่มาสวัสดีครับ [เพลง]