วิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง เกิดขึ้นได้อย่างไร [ รู้จริงเศรษฐกิจไทย ]

บทสรุปย่อ

วิดีโอนี้พูดถึงวิกฤตเศรษฐกิจไทยในปี 2540 ที่มีเหตุจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเงิน เริ่มจากค่าเงินเยนของญี่ปุ่นที่เข้มแข็ง ซึ่งส่งผลให้ไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ แต่เมื่อรัฐบาลเปิดเสรีทางการเงินทำให้เกิดการกู้เงินเก็งกำไร จนทำให้เศรษฐกิจเกิดฟองสบู่และเลวร้ายเมื่อค่าเงินดอลล่ามีมูลค่าขึ้น และสุดท้ายส่งผลให้ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตการเงิน

  • วิกฤตเศรษฐกิจเกิดจากการเปิดเสรีทางการเงิน
  • ค่าเงินบาทมีความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนและธุรกิจ

ต้มยำกุ้ง หรือ วิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540

วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ส่งผลกระทบต่อไทยอย่างมาก เริ่มจากค่าเงินเยนญี่ปุ่นที่แข็งค่า ทำให้มีการย้ายฐานการผลิตมายังไทยเนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่า เมื่อรัฐบาลเปิดเสรีทางการเงินทำให้การเข้าถึงเงินทุนเป็นไปได้ง่ายขึ้น ธนาคารพาณิชย์เปิดบริการวิเทศธนกิจ (Bibf) ซึ่งทำให้การกู้เงินจากต่างประเทศได้รับความนิยม

การกู้ยืมทำได้ง่าย ส่งผลให้เกิดการแข่งขันในตลาดที่สูงขึ้น ราคาทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น หุ้นและอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจนเกิดฟองสบู่ ขณะเดียวกัน การนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากผู้คนมีกำลังซื้อที่สูง ค่าเงินบาทจึงต้องรักษาความเสถียรภาพไว้ที่ 25 บาทต่อ 1 ดอลลาร์

เมื่อไทยเริ่มส่งออกได้น้อย ลงทุนต่างประเทศเริ่มไม่มั่นใจ ทำให้เกิดความต้องการดอลลาร์สูงขึ้น มูลค่าเงินบาทเริ่มอ่อนค่าลง คนเริ่มโจมตีค่าเงินบาท ทำให้รู้ว่ามูลค่าที่แท้จริงของเงินบาทน้อยกว่าที่กำหนด

ในที่สุด ธปท. ต้องประกาศลอยตัวค่าเงิน และเงินบาทลดลงสูงสุดถึง 50 บาทต่อ 1 ดอลลาร์ ส่งผลให้ธุรกิจที่เป็นหนี้ในสกุลเงินต้องแบกรับภาระหนัก จนประสบปัญหาทางการเงินและต้องปิดกิจการ

วิกฤตนี้ยังมีผลต่อประเทศอื่น ๆ ในเอเชียที่อ่อนแอในเศรษฐกิจ นักลงทุนถอนทุนออกจากภูมิภาค ซึ่งรัฐบาลไทยต้องหันไปขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และเริ่มมีการเก็บภาษีที่สูงขึ้น และควบคุมการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ในช่วงต่อมาผลิตภัณฑ์ไทยมีราคาถูกลงในตลาดต่างประเทศ ทำให้สามารถส่งออกได้มากขึ้น จนเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวกลับมาได้ในที่สุด

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 ต้มยำกุ้ง หรือ วิกฤตเศรษฐกิจ ปี 2540 ที่สร้างความเสียหายมากมายแก่เศรษฐกิจไทยนั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องนี้เริ่มต้นจาก ค่าเงินเยนของญี่ปุ่น ที่เป็นผู้ผลิตสินค้าสำคัญแข็งค่าขึ้น จึงย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย เนื่องจากมีต้นทุนถูกกว่า และมีความพร้อมที่สุดในเวลานั้น ไทยจึงเป็นฐานการผลิตใหม่ ทำให้เศรษฐกิจไทยเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ต่อมารัฐบาลมีนโยบายเปิดเสรีทางการเงิน เพื่อให้เข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยให้ธนาคารพาณิชย์ เปิดบริการวิเทศธนกิจหรือ Bibf ซึ่งเป็นการกู้เงินจากต่างประเทศ มาปล่อยกู้ในประเทศต่อ การกู้ต่างประเทศนั้นได้รับความนิยม เพราะมีดอกเบี้ยถูกว่าการกู้เป็นเงินบาท และขณะนั้น ไทยมีอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ คือ 25 บาทต่อ 1 ดอลล่าสหรัฐ แต่การจะรักษาอัตราแลกเปลี่ยนให้คงที่ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสกุลเงินนั้นเหมือนสินค้า

0:46 ถ้ามีความต้องการมาก มูลค่าก็จะสูงขึ้นหรือแข็งขึ้น เช่นเวลาคนไทยกู้เงิน จะได้รับเป็นเงินดอลล่า ซึ่งต้องนำมาแลกเป็นเงินบาทก่อนจะใช้ ดังนั้นความต้องการเงินบาทก็จะสูงขึ้น มูลค่าจริงๆของเงินบาทก็อาจไม่ใช่ 25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าอีกต่อไป เพื่อรักษาอัตราแลกเปลี่ยนไว้ แบงค์ชาติ ก็ต้องเพิ่มปริมาณเงินบาทให้มากขึ้นในท้องตลาด เพื่อให้มูลค่าหรืออัตราแลกเปลี่ยน กลับมาอยู่ที่ 25 บาทต่อ 1 ดอลล่า ตรงกันข้าม ถ้าคนต้องการดอลล่ามาก ๆ ราคาเงินดอลล่าจะแพงขึ้น หรือเงินบาทมีค่าอ่อนลง แบงค์ชาติก็จะนำเงินดอลล่าที่อยู่ในทุนสำรองระหว่างประเทศ ออกมาซื้อเงินบาทกลับ เพื่อลดปริมาณเงินบาทในท้องตลาด และสามารถคงอัตราแลกเปลี่ยน ที่ 25 บาท ต่อ 1 ดอลล่าเอาไว้ ในช่วงเวลานั้น การกู้เงินทำได้ง่าย เพราะแบ๊งค์ปล่อยกู้ง่าย คนส่วนหนึ่ง นอกจากกู้ไปลงทุนเพื่อทำธุรกิจแล้วก็ยังกู้เงินไปเก็งกำไร

1:31 ไม่ว่าจะหุ้น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ เช่น กู้เงินมาเอาไปซื้อบ้าน นำไปขายต่อในราคาที่มากกว่า คืนเงินต้นและดอกเบี้ย เงินส่วนที่เหลือก็คือกำไร เมื่อคนเห็นว่าสามารถทำกำไรกันได้ง่าย ๆ ก็แห่กันกู้มาเพื่อแย่งซื้อสินค้าเหล่านี้ เมื่อความต้องการสูงขึ้นราคาก็สูงขึ้น จนราคาสูงเกินกว่ามูลค่าจริง หรือที่เรียกว่าภาวะฟองสบู่ นอกจากนี้ การที่คนมีรายได้มากขึ้น และค่าเงินคงที่ ทำให้มีการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศจำนวนมาก และช่วงนั้น ประเทศจีนลดค่าเงินลง ทำให้ส่งออกสินค้าได้ราคาถูกกว่า จึงแย่งลูกค้าจากไทยไป จนบัญชีดุลสะพัดของไทย ที่เทียบรายได้จากส่งออก กับรายจ่ายจากนำเข้า ขาดดุลมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อไทยเริ่มส่งออกได้น้อยลง ทำให้เจ้าหนี้เริ่มไม่มั่นใจ ว่าลูกหนี้จะมีรายได้พอจ่ายเงินคืนหรือไม่

2:17 จึงทวงเงินคืน นักลงทุนต่างชาติก็เริ่มถอนทุนออก ความต้องการเงินดอลล่าจึงมากขึ้น มูลค่าจริงๆของเงินบาทจึงเริ่มอ่อน ในเวลาเดียวกัน นักเก็งกำไรเริ่มเห็นโอกาสทำกำไรจากค่าเงิน จึงเริ่มโจมตีค่าเงิน โดยนำเงินบาทที่ตุนไว้ มาแลกเงินดอลล่า ในราคา 25 บาทต่อ 1 ดอลล่า ตามที่แบงค์ชาติกำหนดไว้ เสร็จแล้วนำเงินดอลล่าที่ได้ ไปขายเป็นเงินบาทในตลาดต่างประเทศ ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนมูลค่าจริงๆ ทำให้ได้รับกำไรจากส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อมีการโจมตีนำเงินบาทมาแลกคืนอย่างนี้เรื่อยๆ ทำให้มูลค่าจริงๆของเงินบาทลดลงมากขึ้น แบงค์ชาติยังต้องการรักษาค่าเงินให้อยู่ที่ 25บาทต่อ1ดอลล่า จึงนำทุนสำรองที่เป็นเงินดอลล่า ออกมาซื้อบาทมากขึ้น จนกระทั่งเงินดอลล่าเกือบหมดจากทุนสำรอง สุดท้ายจึงต้องยอมแพ้ประกาศลอยตัวค่าเงิน

3:02 ให้เป็นไปตามมูลค่าตลาดที่แท้จริง ซึ่งเงินบาทมูลค่าลดลง สูงสุดถึง 50กว่าบาท ต่อ 1 ดอลล่า เมื่อเงินบาทอ่อนค่าลง ธุรกิจที่เป็นหนี้ในสกุลเงินต่างประเทศ ต้องใช้เงินบาทมากขึ้นเพื่อแลกเงินไปใช้หนี้ ธุรกิจที่ไม่สามารถใช้หนี้ได้ ก็ต้องปิดกิจการ เลิกจ้างพนักงาน ทรัพย์สินที่เคยราคาสูงขึ้นมาก ๆ ก็ฟองสบู่แตกราคาตก เพราะไม่สามารถขายได้ในราคาสูงอีกต่อไป สถาบันการเงินต้องปิดตัวลงเป็นจำนวนมาก เพราะลูกหนี้ไม่มีเงินคืน และหนี้ที่กู้มาปล่อยกู้ต่อจากต่างประเทศนั้น มีมากขึ้น วิกฤตนี้ลุกลามต่อไปยังประเทศอื่นๆด้วย เพราะนักลงทุนขาดความเชื่อมั่น ในเศรษฐกิจประเทศในเอเชีย จึงถอนเงินออกจากภูมิภาคทำให้ค่าเงินอ่อนลง เป็นหนี้มากขึ้นเช่นกัน ต่อมารัฐบาลไทยต้องรับความช่วยเหลือ จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF และต้องรัดเข็มขัด ใช้จ่ายน้อย เก็บภาษีมากขึ้น

3:48 สถาบันการเงินก็มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น แต่ก็มีโชคดีในโชคร้ายเนื่องจากค่าเงินบาทลดลงมาก ทำให้สินค้าไทยถูกลงในสายตาต่างประเทศ ทำให้ไทยสามารถส่งออกได้มากขึ้น จึงทำให้เศรษฐกิจไทย ค่อยๆเริ่มฟื้นคืนกลับมาได้นั่นเอง

Share

YouTube Video Summaries