5 เทคนิคการสมัครงาน ที่ทำให้ผมได้งานที่ Amazon และ Canva

Little Moments www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปเทคนิค 5 ข้อในการสัมภาษณ์งานที่ผู้พูดใช้และได้ผลดี:

  • สัมภาษณ์กับบริษัทที่เราคาดว่าจะไม่เอา เพื่อฝึกซ้อมและสร้าง connection
  • สมัครงานเป็นชุด (batch) โดยแบ่งตามขนาดบริษัท (ใหญ่, กลาง, เล็ก)
  • สร้างและรักษา connection กับ HR/Recruiter และคนในบริษัท
  • เรียนรู้จากความผิดพลาดและนำ feedback มาปรับปรุง
  • ฝึกฝนตัวเองให้พร้อมเสมอ ทั้งทักษะการสัมภาษณ์และทักษะเฉพาะทาง

เริ่มต้น

ผู้พูดแนะนำตัวเองชื่อบอย ปัจจุบันทำงานเป็น Engineering Manager ที่บริษัท Canva ในซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ก่อนหน้านี้เคยทำงานที่ Amazon ในตำแหน่ง Software Engineer โดยจะมาเล่าถึงเทคนิคที่ใช้ในการสัมภาษณ์งานที่ Canva รวมถึงตัวอย่างการทำ spreadsheet เพื่อจัดการการสมัครงาน และวิธีการเริ่มต้นสัมภาษณ์งานให้มีโอกาสได้งานสูงและเจรจาต่อรองเงินเดือนได้มากขึ้น

1. สัมภาษณ์กับบริษัทที่คาดว่าจะไม่เอา

การสัมภาษณ์กับบริษัทที่เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้งาน เป็นเหมือนการอุ่นเครื่องก่อนลงสนามจริง ช่วยให้เราได้ซ้อมในสถานการณ์จริงที่มีความกดดันสูงกว่าการซ้อมคนเดียว นอกจากนี้ ยังเป็นการสร้าง connection กับบริษัทและ recruiter ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในอนาคต บริษัทอาจติดต่อกลับมาเมื่อเราต้องการเปลี่ยนงาน หรือเมื่อมีตำแหน่งที่เหมาะสมเปิดรับ

ผู้พูดแนะนำให้สร้าง spreadsheet เพื่อรวบรวมบริษัทที่ต้องการสมัคร โดยแบ่งเป็นรอบ practice round และรอบจริง ใส่รายละเอียดตำแหน่งงาน ลิงก์สมัครงาน ชื่อบริษัท ประเทศ และสถานะการสมัคร (ได้/ไม่ได้/กำลังสัมภาษณ์) รวมถึงโน้ตเพิ่มเติมเกี่ยวกับแต่ละตำแหน่งงาน

2. สมัครงานเป็น Batch

การสมัครงานเป็น batch คือการจัดกลุ่มบริษัทตามขนาด (ใหญ่ กลาง เล็ก/Startup) และสมัครงานในแต่ละกลุ่มพร้อมๆ กัน โดยเริ่มจากบริษัทใหญ่ก่อน แล้วรอประมาณ 2 สัปดาห์ค่อยสมัครบริษัทขนาดกลาง หากได้รับการติดต่อจากบริษัทใหญ่ ก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการสัมภาษณ์บริษัทขนาดกลาง

ผู้พูดแชร์ประสบการณ์การสมัครงานเป็น batch โดยเริ่มจากบริษัทใหญ่ เช่น Google และ Microsoft แล้วจึงสมัครบริษัทขนาดกลาง เช่น Canva ซึ่งในที่สุดก็ได้งานที่ Canva

3. Connection

การสร้างและรักษา connection กับ HR/Recruiter และคนในบริษัท เป็นสิ่งสำคัญมากในการหางาน HR/Recruiter มีหน้าที่หาคนเข้าบริษัท และอาจได้รับโบนัสหากหาคนได้สำเร็จ ดังนั้นจึงควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพวกเขา

นอกจากนี้ การมี connection กับคนในบริษัท จะช่วยให้เราได้รับการแนะนำ (referral) ซึ่งเพิ่มโอกาสในการได้สัมภาษณ์งาน ผู้พูดแนะนำให้ใช้ LinkedIn ในการสร้าง connection กับ HR/Recruiter และคนในสายงาน

4. เรียนรู้จากการถูกปฏิเสธ

การถูกปฏิเสธเป็นเรื่องปกติในการสัมภาษณ์งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการสัมภาษณ์งานในต่างประเทศ สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้จากความผิดพลาดและนำ feedback มาปรับปรุง

เมื่อได้รับการปฏิเสธ ให้ส่งอีเมลกลับไปถามเหตุผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากได้รับเหตุผลทั่วไป ให้ถามเจาะลึกถึงรอบสัมภาษณ์ที่ทำได้ไม่ดี และเหตุผลที่ทำให้ไม่ผ่านการพิจารณา นำ feedback ที่ได้มาปรับปรุงการสัมภาษณ์ในครั้งต่อไป

5. ฝึกตัวเองให้พร้อมเสมอ

การฝึกฝนตัวเองให้พร้อมเสมอเป็นสิ่งสำคัญในการประสบความสำเร็จในการสัมภาษณ์งาน ซึ่งรวมถึง:

  • ฝึกสัมภาษณ์: ฝึกตอบคำถาม behavioral interview และฝึกทำโจทย์ Data Structure/Algorithm (สำหรับสายงาน Software Engineer)
  • สัมภาษณ์งานปีละ 1 ครั้ง: แม้ว่าจะไม่ได้ต้องการเปลี่ยนงาน ก็ควรสัมภาษณ์งานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อฝึกฝนทักษะและเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

สรุปเทคนิคทั้งหมด

สรุปเทคนิค 5 ข้อที่กล่าวมา: สัมภาษณ์กับบริษัทที่ไม่คาดหวัง, สมัครงานเป็น batch, สร้าง connection, เรียนรู้จากการถูกปฏิเสธ, และฝึกฝนตัวเองให้พร้อมเสมอ

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 สวัสดีครับทุกคนยินดีต้อนรับเข้าสู่ Channel Little Moment นะครับเดี๋ยวใน EP นี้เราจะมาเล่าให้ฟังถึงเทคนิคการ สัมภาษณ์งาน 5 อย่างครับที่ผมใช้ส่วนตัวะ แล้วรู้สึกว่าได้ผลดีมากๆเลยอยากมาแชร์ กันสำหรับคนที่กำลังจะสัมภาษณ์งานเนาะ กำลังเตรียมตัวอยู่นะครับหรือว่าตั้งใจจะ สัมภาษณ์งานในอนาคตสามารถนำเทคนิค 5 อย่างเหล่าเนี้ยไปใช้ได้นะครับเดี๋ยวมี อะไรบ้างเดี๋เราไปดูกันสำหรับคนที่เพิ่ง เข้ามาchชannelนี้นะครับผมชื่อบอยตอนนี้ ทำงานเป็น Engineering Manager อยู่ที่ บริษัทCanvavาที่Merซิดneyประเทศ ออสเตรเลียนะครับก่อนหน้านี้ก็เคยทำงาน อยู่ที่บริษัท Amazon ในตำแหน่ง South Engineer ก็เดี๋วันนี้มาเล่าให้ฟังเนาะ ว่าตอนที่สัมภาษณ์งานมาที่บริษัทแคนvา เนี่ยที่ออสเตรเลียนะครับมีขั้นตอนการ

0:45 สัมภาษณ์เทคนิคอะไรบ้างที่ใช้นะครับรวม ถึงจะเอาตัวอย่างจริงๆมาให้ดูด้วยนะครับ ว่าsheทที่ผมใช้ในการลิสพวกบริษัทต่างๆ ที่ตอนที่สัมภาษณ์เนี่ยมีวิธีการทำยังไง บ้างแล้วก็การสัมภาษณ์เนี่ยเนี่ยมันต้อง เริ่มต้นยังไงถึงจะมีโอกาสได้งานสูงมาก ขึ้นแล้วก็ทำให้เราสามารถไปเจรจาต่อรอง เงินเดือนสูงเพิ่มขึ้นด้วยจริงๆอันเนี้ย เคยพูดไปเกริ่นๆไปแล้วนะครับใน EP ก่อน หน้าที่เราพูดกันว่ามาออสเตรเลียได้ยังไง ครับเดี๋ยวคลิปเนี้ยเดี๋เรามาเจาะลึกกัน แล้วก็พูดถึงเทคนิคทั้งหมดเลยที่ผมใช้ ส่วนตัวแล้วก็ได้ผลนะครับเทคนิคแรกเลย ครับเราเรียกว่าการสัมภาษณ์งานกับบริษัท ที่เราคาดว่าจะไม่เอาอันนี้หมายความว่า

1:31 อะไรหมายความว่าเวลาเราสัมภาษณ์งานครับ เราอยากที่จะฝึกซ้อมเนาะเหมือนคล้ายๆกับ เราไปเล่นกีฬาอะไรเงี้ยเราอาจจะมีแบบว่า นัดอุ่นเครื่องก่อนใช่มั้ยครับก็คือการ ที่เราซ้อมกับบริษัทที่เราคาดว่าจะไม่เอา ก่อนเนี่ยทำให้เราได้ซ้อมกับสถานการณ์ จริงที่มันกดดันมากๆเวลารอบที่เราซ้อมแบบ กับตัวเองอย่างเงี้ยกับซ้อมกับบริษัทจริง ๆที่เป็นคนอื่นจริงๆมาสัมภาษณ์เราความรู้ สึกมันต่างกันมากนะครับแล้วก็ความกดดัน มันต่างกันมากดังนั้นการที่เราสามารถที่ จะเลือกบริษัทที่เราจะไปสัมภาษณ์โดยที่ บริษัทนั้นน่ะเราไม่ได้คาดว่าจะเอาเนี่ย ทำให้เรามีโอกาสในการซ้อมกับสถานการณ์ จริงๆนะครับอันนี้ก็เหมือนที่เราบอกไปนะ ครับก็คือเหมือนเป็นการอุ่นเครื่องทำให้ เราเนี่ยพร้อมนะครับในการไปสัมภาษณ์

2:19 บริษัทที่เราคาดว่าจะเอาจริงๆแต่คราวนี้ หลายคนอาจจะถามว่าอ้าวแล้วมันไม่เสียเวลา เค้าหรอไม่เสียเวลาเราหรอจริงๆสำหรับเรา ไม่เสียเวลาอยู่แล้วเนาะเพราะว่าเราอยาก ที่จะทดลองว่าที่เราเตรียมตัวมาเนี่ยใน ช่วงเวลาที่ผ่านมามันโอเคหรือเปล่านะครับ มันเตรียมตัวพร้อมหรือยังหรือว่ามีอะไร ที่เรายังทำไม่ได้หรือว่าต้องไปเพิ่มเติม อีกมนะครับแล้วสำหรับบริษัทล่ะมันไม่เสีย เวลาเข้าหรอจริงๆครับการที่เราสัมภาษณ์ เนี่ยมีหนังสือหลายๆเล่มแนะนำแบบเดียวกัน เลยนะครับอย่างเช่น Cracking the Coding Interview ถ้าใครยังไม่เคยอ่านหนังสือ เล่มนี้แนะนำมากๆนะครับเดี๋ยวผมเปิดขึ้น มาให้ดูอันนี้เป็นหนังสือที่คนที่จะ สัมภาษณ์งานในด้าน engineer เนี่ยจะต้อง อ่านแน่ๆนะครับก็เป็นหนังสือรวบรวมเกี่ยว กับคำถามคำตอบซอฟต์แวร์ engineer ต่างๆ เนาะว่าเวลาสัมภาษณ์งานมันมีคำถามอะไร

3:07 บ้างที่เขาน่าจะถามเรานะครับแล้ว Algoritm Data Structure อะไรบ้างที่เราต้อง เตรียมตัวแต่ว่าสำหรับคนที่ไม่ได้มาสาย S engineer ก็ช่างมันก่อนนะครับยังไม่ต้อง สนใจหนังสือเล่มนี้แต่ว่าสิ่งที่เราพูดไป เมื่อกี้ว่ามันไม่เสียเวลาเข้าหรอจริงๆ หนังสือเล่มเนี้ยครับคนเขียนเนี่ยเขาก็ แนะนำเหมือนกันนะครับว่าให้ให้เราซ้อม สัมภาษณ์ซึ่งถ้าเราซ้อมสัมภาษณ์สมมุติว่า ได้งานขึ้นมาซึ่งโชคดีมากๆถ้าได้งานนะ ครับแปลว่าเราทำได้ดีเราพร้อมมากๆแล้วเรา ไม่เอาเนี่ยจริงๆแล้วมันเป็นสิ่งที่ไม่ ได้เสียหายขนาดนั้นสำหรับบริษัทนะครับ บริษัทเค้าก็จะมี connection กับเราไว้ ด้วยแล้วก็ในอนาคตเนี่ยเค้าก็จะติดต่อเรา มาสมมุติว่าเราอ่าอยากเปลี่ยนงานเนาะหรือ ว่าทุกๆ 1 ปีเนี่ยบางบริษัทเา้าก็จะติด ต่อนะครับหาคนที่เคยสัมภาษณ์ได้แล้วเนี่ย

3:54 ว่าเขาสนใจที่จะมาทำบริษัทของเรามยนะครับ ดังนั้นมันคือการสร้าง connection ด้วย ระหว่างเรากับบริษัทหรือว่าเรากับrecูตอร แล้วก็มีโอกาสในอนาคตที่เราอาจจะไปทำงาน ในบริษัทเค้าในหนังสือเมื่อกี้ที่เราบอก Cracking the Coding Interview ก็แนะ นำให้เราทำการซ้อมสัมภาษณ์เสมออันนี้ก็ เป็น Benefit ข้อที่ 2 เนาะที่เราพูดไปนะ ครับก็คือการเก็บ connection คราวนี้ เดี๋ยวมาเล่าให้ฟังครับว่าตอนที่ผม สัมภาษณ์เนี่ยสัมภาษณ์กับบริษัทที่คาดว่า จะไม่เอาทำยังไงบ้างครับจริงๆสิ่งที่แนะ นำก็คือให้ไปสร้าง sheat มาอันนึงนะครับ ก็อาจจะเป็น Google Sheet ก็ได้แล้วก็ ลิสบริษัทที่เราต้องการที่จะสมัครออกมานะ ครับอันนี้เป็นชีทรอบสัมภาษณ์งานของผมก็ จะเน้นไปที่บริษัทฝั่งยุโรปเพราะว่าตอน ที่สัมภาษณ์เนี่ยเราตั้งใจที่จะสัมภาษณ์

4:40 บริษัทในออสเตรเลียนะครับอยากได้งานที่ ออสเตรเลียไม่ได้อยากไปยุโรปละเพราะว่า เคยอยู่ยุโรปมาประมาณ 5 ปีแล้วนะครับตอน นั้นก็ลองหาแล้วก็ส่งใบสมัครไปครับหลายๆ บริษัทอย่างเช่นมีบริษัทที่Parินะครับที่ ฝรั่งฝรั่งเศสที่มาดริดที่สเปนครับมี บริษัทที่สวีเดนที่เดนมาร์ก สวิตเซอร์แลนด์ครับมีหลายบริษัทมากๆเลย แล้วก็ผมก็จะเนี่ยครับทำเป็นรอบรอบแรก Practice Round นะครับเดี๋ค่อยไปคุยรอบ อื่นๆจริงๆมีรอบอื่นๆอยู่ข้างล่างด้วยรอบ Practice Round เนี่ยผมสมัครไป 20 ที่ เห็นมยตรงนี้นะครับถ้าจะลิสออกมาเราก็จะ ไม่งงด้วยเนาะเพราะว่าตอนที่เราสมัคร เนี่ยมันอาจจะสมัครไปบริษัทเยอะมากๆครับ มีsheชีทตัวนี้ก็สามารถลิสทุกอย่างมาก็จะ เคลียร์มากขึ้นว่าเราสมัครตำแหน่งอะไรใส่ ลิงก์ไว้ด้วยครับจะได้คลิกเข้าไปดูได้ว่า

5:27 ฉันสมัครอะไรไปบ้างครับแล้วก็ตำแหน่ง สมัครมีรายละเอียดยังไงชื่อบริษัทประเทศ ครับสเตตัสว่าได้หรือไม่ได้อันนี้ของผมก็ คือสีแดงคือไม่ได้นะครับไม่ได้อาจจะมาจาก การสัมภาษณ์เราไม่ได้หรือว่าเป็นการส่ง ซูมไปสมัครไปแล้วเขาอาจจะไม่ตรงไม่แมชกัน หรือเขาอาจจะได้คนอื่นไปแล้วนะครับหรือ ว่าเขาจะไม่สามารถสปอนเซอร์วีซ่าได้ก็ ปฏิเสธมาก็คือเป็นสีแดงสเตตัสนะครับไม่ ได้ถ้าเป็นสีเหลืองก็คือกำลังสัมภาษณ์ อยู่ส่วนถ้าเป็นสีฟ้าครับก็คือสมัครไปะ แต่ว่ายังไม่มีอะไรตอบกลับมาสีเขียวคือ ได้งานครับเดี๋ลองมาดูตัวอย่างสักบางอัน นะครับเดี๋ยวลองไปดูผมก็จะมีโน้ตไว้ด้วย สำหรับจ๊อบนะครับอย่างเช่นสีเหลือง อันเนี้ยก็สัมภาษณ์รอบแรกกับ HR รอบที่ 2

6:12 กับ Engineering Manager แต่ว่ายัง สัมภาษณ์ไม่จบนะครับก็ยังเป็นสีเหลือง อยู่กำลังสัมภาษณ์อยู่เป็นสีแดงอย่าง เงี้ยอันนี้ก็คือคุยกับ HR ะเราบอกเงิน เดือนไปเพราะเถามว่าอยากได้ประมาณไหนแล้ว ก็บอกเป็นช่วงไปครับว่าอยากได้ประมาณช่วง นี้ถึงช่วงเนี้ยแล้วเขาก็ตอบกลับมาว่าฉัน ให้ได้แค่ครึ่งเดียวของที่คุณขอมาดังนั้น เราก็บอกว่าลาก่อนนะครับก็บ๊ายบายกับ บริษัทตัวนี้ก็เป็นสีแดงไปเราเปลี่ยน สเตตัสมีบางอันก็สัมภาษณ์แล้วอาจจะไม่ได้ นะครับอย่างเช่นอันนี้เป็นสีแดงเป็นทำรอบ โค้ด Interview ก่อนทำเขียนโค้ดก่อนนะ ครับกับ Code Dility ก็เป็นแพลตฟอร์มที่ เขาส่งมาแล้วให้แก้โจทย์แล้วดูว่าเราแก้ ได้สกoreเท่าไหร่นะครับทำได้มากน้อยแค่ ไหนก่อนที่จะเริ่มสัมภาษณ์ HR ด้วยซ้ำ แล้วเสร็จปุ๊บเราก็สัมภาษณ์ไปถึงรอบถัดไป

6:59 ครับก็อาจจะอันนี้น่าจำไม่ได้จำไม่ได้ ครับว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ว่าอันนี้เปลี่ยน สเตตัสจบแค่ตรงนี้บางอันเราก็อาจจะปฏิเสธ ไปอย่างเช่นอันนี้เป็นสัมภาษณ์มาเรื่อยๆ ละแล้วก็ถึงรอบหลังมีการ assign ให้เราไป ทำโปรเจคมาซึ่งเป็นโปรเจคน่าจะใหญ่ใน ระดับนึงณตอนนั้นนะครับเราบอกว่าอันนี้ เป็นรอบที่เราสัมภาษณ์กับบริษัทที่เราคาด ว่าจะไม่เอาใช่มั้ครับดังนั้นไม่อยากเสีย เวลามากเราก็เลยปฏิเสธไปณตอนนั้นนะครับ อ่ามีบริษัทที่ได้อันนี้ก็คือที่ อัมเตอร์ดัมครับที่เนเธอร์แลนด์ก็คือเข้า ถึงรอบสุดท้ายสัมภาษณ์เสร็จเรียบร้อยจบ ทุกอย่างแล้วก็ได้รับออฟเฟอร์ได้เป็นเงิน อ่ามาว่าเงินเดือนจะได้ประมาณเท่าไหร่นะ ครับแล้วก็สามารถสปอนเซอร์วีซ่าให้เราได้ แต่ตอนนั้นเราก็ปฏิเสธไปเพราะเราไม่อยาก ได้จริงๆนะครับที่ยุโรปณตอนนั้นก็มีรอบ

7:45 อื่นๆอันนี้น่าจะสัมภาษณ์ไม่จบครับเป็น final round ถึงรอบสุดท้ายน่าจะสังเกต ว่าเวลาเราเริ่มสัมภาษณ์เนาะถ้าเรามีรอบ ให้เราทดลองก่อนครับกับบริษัทที่เราคาด ว่าจะไม่เอาเนี่ยมันก็จะทำให้เรามั่นใจ มากขึ้นนะครับตอนที่เราไปสัมภาษณ์กับ บริษัทจริงๆทำให้เราพร้อมมากขึ้นทำให้เรา รู้ว่าอ่าตอนที่เราตอบไม่ได้เนี่ยมันอะไร ที่เราขาดไปนะครับตอนที่เราเตรียมตัวไม่ ครบอย่างเงี้ยมันมีอะไรบ้างอันนี้ผมก็ลิส ออกมาแนะนำให้ทุกคนลิสเหมือนกันนะครับ เวลาทำการสัมภาษณ์งานสมัครงานให้สัมภาษณ์ แบบมี strategy เนาะกลยุทธ์ในการสัมภาษณ์ งานอย่าแบบแรนomสัมภาษณ์ไปเรื่อยๆหรือว่า สมัครไปอัน 2 อันครับังนั้นอันนี้คือรอบ แรกก็คือการสัมภาษณ์กับบริษัทที่เราคาด ว่าจะไม่เอาก่อนเพื่อเตรียมตัวให้พร้อม

8:30 แล้วเมื่อกี้เราก็พูดไปด้วยใช่มั้ยครับ ว่าแล้วถ้าเราสัมภาษณ์ได้แล้วเราไม่เอา เนี่ยอ่าจริงๆเนี่ยก็คือตัวอย่างของ บริษัทนี้เลยที่อัมเสอร์ดัมนะครับซึ่งตอน ที่ไม่เอาเนี่ยเราก็ปฏิเสธไปนะครับแต่ว่า ก็คุยกับ HR ว่าอยากที่จะ keep connection ไว้เพราะในอนาคตเราอาจจะอยาก ไปทำงานที่นั่นก็ได้นะครับซึ่ง HR เค้าก็ ยินดีมากๆครับโดยปกติเขาจะคี Connection ของเราไว้ว่าคนเนี้ยเคยสัมภาษณ์ที่นี่เรา สัมภาษณ์ผ่านแล้วนะครับแต่ว่าจะด้วยเหตุ ผลบางอย่างที่ไม่สามารถที่จะมาทำได้ณตอน นี้แต่ว่าในอนาคตอาจจะ connect ไว้เพื่อ ที่จะมีโอกาสที่จะมาทำเพราะ HR เค้าก็ อยากได้คนใช่มยเพราะว่าถ้าได้คนมาทำเขาก็ ได้เงินนะครับก็คืองานของเขาสำเร็จนี่ แหละอันนี้ก็คือเทคนิคการสัมภาษณ์อันแรก ครับเดี๋ยวเราลองไปดูเทคนิคอันถัดไปกัน บ้างดีกว่าซึ่งเทคนิคอันถัดไปครับจะเป็น

9:17 สิ่งที่เรียกว่าการสัมภาษณ์แบบเป็น batch นะ ครับการสัมภาษณ์แบบเป็น batch คืออะไรการ สัมภาษณ์แบบเป็น batch เนี่ยก็หมายความ ว่าเวลาสัมภาษณ์ครับเราไม่ได้แบบว่าค่อยๆ สมัครไปทีละนิดแต่ว่าเราจะจัดกลุ่มบริษัท ครับอย่างที่เราบอกการสัมภาษณ์เนี่ยควรจะ มีกลยุทธ์นะครับควรจะตั้งกลยุทธ์อยากทำ แบบแรนomเราจะจับกลุ่มบริษัทครับว่าเป็น บริษัทเล็กกลางใหญ่นะครับซึ่งเดี๋ยวผม เขียนตรงนี้ไว้ให้เนาะก็เป็น Big Company ก่อน บริษัทกลางครับก็เป็นอาจจะ Medium Company และสุดท้ายครับก็คือบริษัท เล็กหรือว่าที่เราอาจจะเรียกว่า Startup

10:03 เดี๋ยวลองไปดูตัวอย่างตอนที่ผมสมัครงาน เป็น batch นะครับก็เดี๋ยวกลับไปที่ sheet อันเดิมเมื่อกี้ที่เราดูกันอันนี้ก็เป็น รอบแรกที่เราบอกเป็นรอบ first round เนาะเมื่อกี้เราคุยกัน Practice round ไปแล้วนะครับตอนที่สมัครบริษัทที่เราคาด ว่าจะไม่ อันนี้เป็น first round ก็สมัครบริษัท ใหญ่อย่างที่เราบอกนะครับก็ข้อนี้ของผมก็ คือสมัครหลายๆบริษัทเลย Google มี Microsoft Trip Advisor นะครับก็สมัคร อันนี้ไปก่อนของผมก็จะรอหลังจากสมัคร batch แรกบริษัทใหญ่เนี่ยรอประมาณ 2 week ก่อนนะครับเพราะว่าปกติแล้วบริษัท ใหญ่ใช้เวลาประมาณอย่างน้อย 1 เดือนกว่า จะเรียกสัมภาษณ์นะครับก็พอเราสมัครรอบแรก ไปรอสัก 2 week แล้วค่อยสมัครบริษัทที่ เป็นขนาดกลางครับก็ขนาดกลางของผมก็สมัคร

10:49 ไปหลายที่เหมือนกันแต่ว่าตอนนั้นเนี่ย เป็นตอนที่ออสเตรเลียกำลังปิดประเทศอยู่ ก็บริษัทไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ครับจะเห็น ว่ารอบ 2 ผมสมัครไปน่าจะ 27 ที่เนาะอ่าก็ ถ้าเทียบจริงๆไม่ได้เยอะเท่าไหร่ครับจริง ๆเา้าสมัครกันเป็นร้อยๆแต่ว่าตอนนั้นอาจ จะหาไม่ได้จริงๆก็สมัครรอบที่ 2 ไปนะครับ จริงๆก็กะว่ารอประมาณอีก 2 week เนี่ย เราจะสมัครรอบที่ 3 แล้วครับแต่ว่าตอน นั้นก็เริ่มทยอยได้สัมภาษณ์งานบริษัทใหญ่ มีบางที่อย่างเช่นก็ได้ของ Google นะครับ ก็มีสัมภาษณ์รอบ HR สัมภาษณ์รอบแรกแล้วก็ ไปรอบสุดท้ายเลยนะครับแต่ว่าไม่ผ่านรอบ สุดท้ายทำได้ไม่ค่อยดีรอบสุดท้ายนะครับ ตอนนั้นอ่าตอบไปได้ 1 ข้อก็โดนปัดตกเลย สำหรับ Google นะครับก็บริษัทใหญ่ๆส่วน

11:34 ใหญ่ต้องทำให้ได้ทุกข้อนะครับอ่าบางที่ก็ ตอบกลับมาอย่างเช่นของแอลาเซียนตอนนั้น ตอบกลับมาว่าอ่าตอนนี้ยังไม่เปิดประเทศ ครับยังไม่สามารถที่จะให้คนนอกเข้ามา รีโลคationเข้ามาที่ออสเตรเลียได้บางที่ ก็ตอบมาว่ายังไม่สามารถสปอนเซอร์วีซ่าให้ ได้นะครับก็ปฏิเสธมางั้นก็มีสัมภาษณ์บาง ที่แล้วก็โดนปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้ สัมภาษณ์ก็หลายที่เหมือนกันแล้วก็สังเกต ว่าบริษัทใหญ่รอเยอะมากเป็นสีฟ้าเยอะมาก ครับก็คือสมัครไปแล้วแต่ว่ารอตอบกลับอยู่ ยังไม่ได้รับการตอบกลับคราวนี้ก็สัมภาษณ์ รอบของบริษัทขนาดกลางครับก็สัมภาษณ์ไป หลายที่มีที่แคนvาที่เป็นสีเขียวอันนี้ เป็นสีเขียว 3 ที่นะครับก็คือได้รับ ออฟเฟอร์มา 3 ที่ตอนนั้นจะสัมภาษณ์ไปหลาย ที่เหมือนกันก็จะมีสีแดงเหมือนกันครับอัน

12:20 ที่ไม่ได้อ่าแม้แต่จะสัมภาษณ์เลยก็คือตอบ กลับมาเลยว่ายังไม่สามารถรับได้ณตอนนั้น นะครับอันนี้ต้องมี work permit ถึงจะ สัมภาษณ์ตำแหน่งนี้ได้ก็คือต้องอยู่ใน ประเทศเขาแล้วมีอันนึงครับที่น่าสนใจก็ คือผมติดต่อคนนี้ไปเป็น HR นะครับที่จริง ๆผมเคยสัมภาษณ์งานบริษัทเนี้ยผ่านไปแล้ว นะครับแล้วก็ได้รับออฟเฟอร์แล้วแต่ว่าตอน นั้นประมาณ 5 ปีที่แล้วเลือกที่จะไปที่ ประเทศเยอรมันก็เลยปฏิเสธที่นี่ไปก็เลยพอ กลับมาตั้งใจว่าจะกลับมาออสเตรเลียครับก็ เลยติดต่อ HR ไปแต่ตอนนั้นเนี่ย HR เนี่ย บอกว่าบริษัทไม่สามารถออกวีซ่าให้ได้แล้ว นะครับถ้าบริษัทออกวีซ่าให้ได้เขาก็จะออก วีซ่าแล้วก็ให้เรามาเลยที่ไม่ต้อง สัมภาษณ์ใหม่ด้วยซ้ำอันนี้เป็นประโยชน์ ที่เราพูดไปถึงเทคนิคแรกเนาะว่าสัมภาษณ์

13:06 บริษัทที่เราคาดว่าจะไม่เอาก่อนซึ่งบาง ครั้งเนี่ยถึงแม้เราจะไม่เอาในรอบนั้น ครับเราก็ยังเก็บ connection ของ HR ของ recูตไว้ได้พอเราจะเอาประเทศนั้นบริษัท นั้นเนี่ยเราสามารถที่จะติดต่อไปที่ HR ได้อีกครั้งนึงนะครับโดยปกติแล้วเขาก็ อยากให้เรามาอยู่แล้วเพราะเคยสัมภาษณ์ ผ่านไปแล้วใช่มั้ครับนอกจากที่แคนvาอันบน ไปแล้วก็มีเขียวๆอันอื่นอีกนะครับก็มี สัมภาษณ์ไปถึงรอบสุดท้ายแล้วก็ได้งานนะ ครับอันนี้ได้มามี HR ตอบกลับว่าออกVis่า ให้ไม่ได้ถึงแม้บางครั้งจ๊อบ description ที่เขาเขียนบอกว่าออกให้ได้นะครับแต่ว่า พอสมัครไปก็ตอบกลับมาว่าไม่ได้ออกวีซ่า ให้ไม่ได้ณตอนนั้นก็มีเหมือนกันอ่ามีอีก ที่นึงก็ได้รับoffเerร์เหมือนกันดังนั้น ได้รับoffเerร์ 3 ที่ณตอนนั้นครับเดี๋ ค่อยมาทำคลิปอีกอันนึงแยกมาเกี่ยวกับการ

13:54 negotiation ครับการต่อรองเงินเดือนซึ่ง มันก็มีรายละเอียดของมันเทคนิคเยอะแยะมาก มายเหมือนกันนะครับก็เดี๋ค่อยมาเล่าให้ ฟังเนาะเดี๋เรากลับมาดูเทคนิคอันที่ 3 กันครับซึ่งเทคนิคอันที่ 3 ของเราจริงๆก็ ไม่ใช่อะไรใหม่ก็คือ connection ครับการ เก็บ connection ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่เรา พูดไปแล้วนะครับว่ามันมีประโยชน์มากๆ Connection Connection กับใครบ้างครับ เดี๋ยวผมลืออกมาจริงๆมี 2 อย่างหลักครับ มี HR หรือว่า Recruit กับอีกอันนึงครับ ก็คือคนในบริษัทนั้นๆครับที่สามารถให้ referal ให้เราได้ก็คือเขาทำงานที่ บริษัทนั้นๆแล้วก็ refer แนะนำเราเข้าไป สัมภาษณ์ดังนั้นเราควรจะหา connection connection สำคัญมากครับที่เก็บไว้กับ HR

14:40 เนาะกับrecตอร HR กับRecoตเนี่ยเป็นคน หลักครับเพราะว่าถ้าเขาหาคนเข้าไปบริษัท เค้าได้เค้าอาจจะได้โบนัสได้เงินด้วยเนาะ ดังนั้นมันวินๆทั้งเคทั้งเรานะครับให้ พยายามเก็บ connection กับ HR ไว้กับ recตอรไว้อย่างเช่นใน Linkin เนี่ยเป็น อันที่สำคัญมากอย่างของผมเก็บ Connection กับ HR recruit ไว้น่าจะหลายร้อยคนนะ ครับใน Linkin ส่วนตัวของผมดังนั้นเวลา ที่จะเริ่มสัมภาษณ์งานก็ติดต่อไปหา HR recruoer เลยว่าฉันอยากได้งานแล้วนะฉัน จะกำลังหางานใหม่มีอะไรที่เปิดอยู่มั้ใน บริษัทคุณนะครับก็ทำให้เรามีโอกาสที่จะ ได้สัมภาษณ์สูงขึ้นเยอะมากมาก referal ก็ อาจจะเป็นคนรู้จักเนาะเป็นเพื่อนเราหรือ ว่าใครก็ตามที่เราอาจจะเคยคุยด้วยครับอาจ ทำ open source ด้วยหรือว่าทำอะไรก็แล้ว แต่ก็พยายามเก็บ connection ไว้ครับแล้ว

15:26 ก็เวลาเราอยากที่จะเริ่มสัมภาษณ์งานก็ สามารถติดต่อไปหาพวกเขาได้อันที่ 3 ครับ ก็คือการที่เราเรียนรู้จากการถูกปฏิเสธ เรียนรู้จากการถูกปฏิเสธเป็นเทคนิคด้วย หรอจริงๆเป็นเทคนิคอย่างนึงครับที่อยากมา แชร์เพราะว่าตอนที่เราสัมภาษณ์งานเนี่ย จริงๆมันมีโอกาสไม่ได้เยอะกว่าโอกาสได้ อีกนะบางครั้งสัมภาษณ์เป็นหลายร้อยนะครับ เป็นเรื่องปกตินะถ้าสัมภาษณ์ต่างประเทศนะ ครับสัมภาษณ์ต่ำกว่า 100 นี่คือคุณค่อน ข้างที่จะเก่งนะครับหรือว่ามีประสบการณ์ เยอะแล้วในการสัมภาษณ์ถ้าสมมุติเริ่มใหม่ เลยครั้งแรกเลยผมมั่นใจว่า 100 อัพนะครับ เป็นเรื่องปกติมากๆ 100- 200 นะครับดัง นั้นการถูกปฏิเสธเนี่ยเป็นเรื่องปกติที่ เราจะเจอเยอะกว่าการที่เราได้ง่ายเนาะ อย่างของผมสัมภาษณ์มาเยอะมากแล้วนะครับมี

16:11 ประสบการณ์ทำงานบริษัทใหญ่ก็เคยมาแล้วยัง ถูกปฏิเสธเยอะมากกว่าได้เมื่อกี้ที่เห็น ในsheทนะครับดังนั้นพอเราถูกปฏิเสธเนี่ย เราต้องทำอะไรบ้างสมมุติว่าได้อีเมลมานะ ครับว่าเรารับคุณไม่ได้ในครั้งนี้นะครับ ด้วยเหตุผลบลาๆนะครับให้เราส่งกลับไปถาม ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ได้โดยเฉพาะเวลา เค้าส่งมาเจะเป็นเหตุผลแบบ General มากๆ นะครับเราจะถามไปเจาะลึกเลยสมมุติเรา สัมภาษณ์ไปแล้วแล้วโดยปฏิเสธมาอาจจะถามเ ว่าในรอบแต่ละรอบที่สัมภาษณ์ไปทั้งหมดมี รอบไหนที่เราทำได้ไม่ดีบ้างเพราะว่าเรา ต้องการที่จะเก็บกลับมาปรับปรุงให้เรา สามารถสัมภาษณ์ได้ดีมากขึ้นนะครับบอกเหตุ ผลเขาตรงๆแบบนี้ไปเลยนะครับว่าเราอยากที่ จะแก้ไขตัวเองจริงๆไม่ได้ต้องการที่จะ เรียกร้องอะไรมากกว่านั้นนะครับโดยปกติ

16:58 แล้ว HR หรือว่าคนสัมภาษณ์เราเนี่ยเขาจะ ให้เหตุผลจริงๆว่ารอบไหนบ้างที่เราทำได้ ไม่ดีครับเหตุผลเป็นเพราะอะไรอย่างเช่น เค้าอาจจะบอกมาว่ารอบที่ทำโจทย์ข้อเนี้ย คุณไม่ได้ consider อันนี้นะคุณอาจจะทำตก อันนี้ไปครับหรือว่ารอบ behavioral interview ครับว่าคุณตอบอันนี้ดูทำให้ เรารู้สึกว่าอ่าคุณอาจจะไม่ได้จริงจัง อยากทำงานกับเรานานอะไรอย่างเงี้ยเป็น เหตุผลที่เขา้าส่วนใหญ่เขาจะให้นะครับถ้า เราไม่ถามก็จะไม่รู้นะครับแล้วเราก็จะทำ กับบริษัทอื่นๆตอบเหมือนเดิมแล้วก็ไม่ได้ เหมือนเดิมควรจะส่งไปถามเสมอแล้วก็เอาคำ ตอบเนี่ยพวกนี้มานะครับปรับปรุงตัวเองนะ ครับก็นำ ฟีดแbคมาปรับปรุงตัวเองอันนี้เป็นสิ่ง สำคัญมากๆครับนำฟีดแบคมาปรับปรุงตัวเอง เพื่อที่จะตอบหรือว่าทำสัมภาษณ์งานกับ

17:45 บริษัทอื่นๆที่เหลือของเราเนี่ยอยู่ใน ลิสต์ของเราได้ดีขึ้นและเทคนิคสุดท้าย ครับที่อยากจะมาฝากในคลิปนี้ก็คือสิ่งที่ เรียกว่าฝึกตัวเองให้พร้อมเสมอฝึกตัวเอง ให้พร้อมเสมอแล้วทำอะไรบ้างครับอันดับแรก ก็ คือ ฝึกสัมภาษณ์นะครับอันนี้ก็โดยรวมเลย สำหรับทุกสายเลยไม่จำเป็นต้อง Engineer ก็ได้นะครับอ่าการฝึกสัมภาษณ์เนี่ยก็แล้ว แต่สายงานของเราว่าเขาสัมภาษณ์กันยังไง บ้างใช่มยอย่างเช่นการสัมภาษณ์ก็ส่วนใหญ่ จะมี behavioral interview ครับก็คือ สัมภาษณ์ว่าในสถานการณ์ต่างๆเราจะตอบยัง ไงนะครับอันนี้ก็ทุกสายงานมีหมดอยู่แล้ว เหมือนกันนะครับถ้าเป็น soft engineer ก็อาจจะมีฝึกทำโจทย์ Data Structure Algoritm ก็อันนี้ควรจะฝึกเสมอนะครับไม่

18:32 ควรจะทิ้งมันแล้วก็ก่อนสัมภาษณ์เนี่ยปกติ เราจะฝึกอย่างน้อยประมาณ 6 เดือนก่อนที่ จะสัมภาษณ์อยู่แล้วนะครับเป็นเรื่องปกติ เลยดังนั้นอย่างที่ผมบอกคือการสัมภาษณ์ งานคือการเตรียมตัวการฝึกซ้อมนะครับแล้ว ก็คนที่ฝึกสัมภาษณ์งานสม่ำเสมอเนี่ยก็จะ ได้เปรียบนะครับการฝึกทำโจทย์การฝึกการ สัมภาษณ์งาน Data Structure Algoritึม เนี่ยมันไม่สามารถทำวันเดียวแล้วเก่งได้ ครับเฝึกกันเป็นปีเนาะดังนั้นถ้าเราฝึก สม่ำเสมอฝึกตลอดนะครับอาจจะปีนึงฝึกซักทำ โจทย์สัก 3 50 ข้อสมมุตินะครับก็ทำให้ เรามีโอกาสได้งานสูงกว่าคนอื่นนะครับแล้ว ก็ทำให้เราพร้อมมากกว่าคนอื่นด้วยอีกอัน นึงของการฝึกตัวเองให้พร้อมเสมอต้องทำ อะไรบ้างก็คือการสัมภาษณ์

19:18 งานปีละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อยนะครับอัน นี้ก็เป็นสิ่งที่แนะนำมาจากหนังสือ Cracking the Coding Interview เหมือนกันโดยคนเขียนเนี่ยเขาแนะนำว่าเรา ควรจะสัมภาษณ์งานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ถึงแม้จะเอาหรือไม่เอาก็ตามเพื่อฝึกตัว เองให้พร้อมเสมอตอนที่เราทำงานบริษัทเนาะ เราไม่รู้ชีวิตของเราจริงๆว่าจะเกิดอะไร ขึ้นนะครับเพราะว่าเราอาจจะโดนไล่ออกก็ ได้อาจจะบริษัทเจ๊งก็ได้นะครับหรือว่าอาจ จะเกิดอะไรที่เราไม่คาดฝันเกิดขึ้นดัง นั้นการที่เราสัมภาษณ์งานปีละ 1 ครั้งทำ ให้เราพร้อมอยู่เสมอในการที่จะหางานใหม่ แล้วก็ทำให้เราพร้อมมากๆด้วยตอนที่เรา ตั้งใจจะหางานใหม่จริงๆโดยที่ไม่ต้องใช้ เวลาเตรียมตัวนานครับอย่างเช่นบางคนที่ ฝึกอย่างี้จริงๆอาจจะใช้เวลาเตรียมตัวสัก

20:05 3 เดือนก่อนที่จะหางานใหม่จริงๆที่เรา อยากได้นะครับแต่แต่ว่าถ้าคนไม่เคยทำอะไร มาเลยผมว่าเตรียมตัวจริงๆก็อาจจะ 6 เดือน เป็นอย่างต่ำนะครับอาจจะปีนึงโอเคอันนี้ ก็เป็นทั้งหมดของในวีดีโอนี้นะครับถ้า recap แบบเร็วก็คือการสัมภาษณ์งานกับ บริษัทที่เราคาดว่าจะไม่เอาก่อนเพื่อฝึก ตัวเองให้พร้อมนะครับแล้วก็สมัครเป็น batch ทำเสมอนะครับต้องทำตอนที่เรา สัมภาษณ์งานการหา connection ครับเป็น สิ่งที่สำคัญมากๆครับมี connection กับ recูตอรกับคนที่ให้ referal เราได้เนี่ย จะทำให้เรามีโอกาสได้สัมภาษณ์งานสูงขึ้น เยอะมากๆเลยใน root จากการถูกปิปฏิเสธนะ ครับการที่เราสัมพาร์ดงานมีโอกาสที่จะไม่ ได้สุขก็ได้ดังนั้นให้เราเรียนรู้จากมัน ฝึกตัวเองให้พร้อมอยู่เสมอครับทำให้เรามี โอกาสได้งานสูงขึ้นอันนี้ก็เป็นทั้งหมด ของคลิปนี้นะครับถ้าใครคิดว่าคลิปมี ประโยชน์ก็ฝากติดตามด้วยนะครับแล้วก็ถ้า

20:52 ใครสนใจเนื้อหาเรื่องอื่นๆเรื่องไหนก็ สามารถคอมเมนต์กันเข้ามาได้เดี๋ยวผมก็จะ ทยอยเอาคทentเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งานเนาะ ถ้าใครชอบนะครับก็ลองบอกกันเข้ามาหน่อยก็ เดี๋จะมีคเทนแนวๆนี้เนาะมาเรื่อยๆครับมา แชร์กันในคลิปนี้ลาไปก่อนครับเดี๋ยวค่อย เจอกันใหม่ในคลิป Eh

Share

YouTube Video Summaries