ไทยมาเหนือ ทุบภาษีทรัมป์ ชี้ “เค้าต้องง้อเรา” จี้จุดอ่อนสหรัฐ ขาดสินค้าตัวไหน Thai-Food ยิงตรงปิดดีล

ใจฟูนิวส์ www.youtube.com

สรุปเนื้อหาสำคัญ

วิดีโอนี้สรุปเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา โดยเน้นไปที่บทบาทของคุณศุภจี สุธัมพันธ์ ในการวางกลยุทธ์ที่ทำให้ไทยได้เปรียบในการเจรจาครั้งนี้ สาระสำคัญประกอบด้วย:

  • การใช้ทรัพยากรและความมั่นคงทางอาหารของไทยเป็น leverage ในการเจรจา
  • การเจาะลึกรายละเอียดสินค้าและข้อมูลเชิงลึกเพื่อการต่อรองที่ได้ผล
  • การเปลี่ยนสินค้าเกษตรให้เป็นอาวุธทางการทูต
  • การสร้างความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วน (partnership) แทนที่จะเป็นลูกไล่
  • ศักยภาพของไทยในการเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) ระดับโลก

ทำไมสหรัฐฯ ต้องเดินเข้ามาคุยกับไทยก่อน

ในยุคที่ประธานาธิบดีทรัมป์ใช้นโยบาย "อเมริกาต้องมาก่อน" (America First) ประเทศที่ขาดดุลการค้ากับสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีสูงถึง 19% แต่ไทยสามารถรักษาสถานะที่มั่นคงได้ เนื่องจากไทยมีทรัพยากรที่สำคัญต่อความมั่นคงทางอาหารและวัตถุดิบของสหรัฐฯ เช่น ยางพาราและแร่หายาก ซึ่งเป็นสิ่งที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตเองได้ การที่คุณศุภจีมองว่าไทยเป็นจิ๊กซอว์ที่ขาดหายไปของอเมริกา ทำให้สหรัฐฯ ต้องเข้ามาเจรจากับไทยก่อน เพราะหากไทยส่งออกทรัพยากรเหล่านี้ไปยังจีน หรือกักตุนไว้เอง จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของชาวอเมริกัน

ความมั่นคงทางอาหารของสหรัฐฯ

แม้ว่าสหรัฐฯ จะสามารถผลิตข้าวสาลีและข้าวโพดได้ในปริมาณมาก แต่ความหลากหลายทางอาหารยังคงเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งสหรัฐฯ ไม่สามารถปลูกเองได้ ในปี 2567 บริษัท Whole Foods Market ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ได้นำเข้าข้าวหอมมะลิจากไทยเป็นจำนวนมากถึง 118,000 ตัน คิดเป็นมูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท เนื่องจากพื้นที่ในแคลิฟอร์เนียที่เคยปลูกข้าว ประสบปัญหาภัยแล้งและต้นทุนน้ำสูง ทำให้ผลผลิตสู้ไทยไม่ได้ คุณศุภจีมองว่าอาหารไทยคือความมั่นคงของสหรัฐฯ และไม่ได้ขายแค่ข้าวสาร แต่ขายหลักประกันความมั่นคงทางอาหาร

ความลึกเชิงกลยุทธ์ระดับ CEO ของคุณศุภจี

คุณศุภจีมีพื้นเพมาจากภาคเอกชน เคยเป็น CEO ของไทยคมและดุสิตธานี มีสไตล์การทำงานแบบ Micro Management หรือการลงรายละเอียดแบบยิบย่อย ในการเจรจาการค้า คุณศุภจีทำการบ้านมาอย่างดี โดยเจาะลึกถึงพิกัดศุลกากร (HS Code) ของสินค้าแต่ละชนิด และใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการต่อรองกับสหรัฐฯ โดยชี้ให้เห็นว่าหากสหรัฐฯ เก็บภาษีสินค้านำเข้าจากไทย จะทำให้ชาวอเมริกันต้องซื้อของแพงขึ้น คุณศุภจีใช้วิธีคิดแบบธุรกิจ คือ Win-Win แต่ไทยต้อง Win แบบมีศักดิ์ศรี ไม่ได้ขอลดภาษีแบบมั่วซั่ว แต่ขอเฉพาะสินค้าที่สหรัฐฯ ก็ได้ประโยชน์ด้วย

การเปลี่ยนสถานะจากคนขายเป็นผู้แก้ปัญหา

แทนที่จะพยายามยัดเยียดขายสินค้าที่มี คุณศุภจีใช้วิธีย้อนรอยกลับ โดยถามสหรัฐฯ ว่าต้องการอะไร แล้วไทยจะจัดหาให้ คำถามนี้เปลี่ยนสถานะของไทยจากคนขายเป็นผู้แก้ปัญหาทันที เมื่อสหรัฐฯ บอกว่าขาดแคลนเนื้อปู แป้งมันเกรดพิเศษ หรือยางแท่งเกรดต่างๆ คุณศุภจีก็จะเสนอให้สินค้าเหล่านี้อยู่ในข้อยกเว้นภาษี หรืออยู่ในบัญชีแนบท้ายที่ 3 (NNP) ซึ่งเป็นบัญชีที่สินค้าที่อยู่ในนั้นจะได้รับการยกเว้นภาษี 0% ในขณะที่สินค้าอื่นๆ จะถูกเก็บภาษี 19-20%

ไทยคือตัวจริงในภูมิภาค

สหรัฐฯ มองว่าไทยคือพันธมิตรที่พึ่งพาได้จริงในอาเซียน เนื่องจากไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีที่สุด มีท่าเรือแหลมฉบัง มีนิคมอุตสาหกรรม และที่สำคัญคือมีอาหารและวัตถุดิบที่สหรัฐฯ ขาดไม่ได้ การที่สหรัฐฯ เปิดโต๊ะเจรจากับไทยก่อน และยอมคุยเรื่อง Reciprocal Trade แบบลงลึก แสดงว่าสหรัฐฯ ให้เกียรติและเห็นค่าไทย

คุณศุภจีไปที่ไหนที่นั่นดีขึ้นแบบวัดผลได้จริง

ในช่วงที่คุณศุภจีอยู่ไทยคม ในปี 2566 บริษัทมีกำไรพุ่งขึ้น 400 กว่าเปอร์เซ็นต์ในไตรมาส 2 จากการเจรจาข้อพิพาทจนได้เงินคืนมา 300 ล้านบาท และในช่วงที่เกิดวิกฤตโควิด-19 คุณศุภจีได้ปรับพอร์ตของดุสิตธานี ไปลุยเรื่องอาหาร โรงเรียนสอนทำอาหาร และโครงการดุสิตเซ็นทรัล Park จนขายห้องพักหรูได้เกือบ 94% กวาดเงินเข้าบริษัทหมื่นกว่าล้านบาท

การเจาะลึกแบบไมโครกับการบริหารประเทศ

คุณศุภจีลงไปแก้ไขระเบียบหยุมหยิมที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบาย โดยถามทีมงานว่าติดตรงไหน ติดบรรทัดไหน แล้วแก้บรรทัดนั้น ความใส่ใจในรายละเอียดของสินค้าแต่ละตัว ทำให้ข้าราชการตื่นตัว และเอกชนมั่นใจว่ารัฐมนตรีคนนี้คุยรู้เรื่อง

Food Security Hub ระดับโลก

ไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหาร (Food Security Hub) ระดับโลก เนื่องจากภาวะโลกร้อน เอลนีโญ สงครามยูเครน และสงครามการค้าจีน-อเมริกา ทำให้อาหารขาดแคลน ประเทศที่ผลิตอาหารที่เหลือเฟืออย่างไทยจึงเป็น Oasis คุณศุภจีไม่ได้แค่บอกว่าไทยจะเป็นครัวโลกแล้วจบ แต่ได้จับมือกับเอกชน ไปคุยกับ Whole Foods Market และดันเรื่อง Long Stay เพื่อดึงดูดชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อเข้ามาอยู่ในไทย เพื่อสร้าง Demand ในประเทศ

การยื่นดีลที่ปฏิเสธไม่ได้

การเจรจาครั้งนี้ไม่ใช่การไปง้อ แต่เป็นการไปยื่นดีลที่สหรัฐฯ ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเป็นดีลที่ Win-Win อย่างแท้จริง คุณศุภจีเสนอที่จะลดภาษีนำเข้าสินค้าทุน เครื่องจักรไฮเทค และรถยนต์ EV บางประเภทจากสหรัฐฯ แลกกับการยกเว้นภาษีสินค้าเกษตรของไทย หากสหรัฐฯ ปฏิเสธ ก็จะเสียตลาดไทยให้จีน และทำให้ประชาชนต้องกินของแพงขึ้น

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 เอาล่ะครับคุณผู้ฟังสิ่งที่เกิดขึ้นที่ อเมริกาเมื่อไม่กี่วันมานี้มันคือการ ประกาศศักดาของทีมไทยแลนด์ที่ทำเอาทรัมป์ ต้องหันมาง้อไถยกันเลยทีเดียวหลังจากที่ คุณสุภจีของไทยเราเดินเกมรุกบุกสหรัฐเอง และมีโพสต์ใน Facebook ของคุณชัยรัตน์คง สุภมานนท์นักธุรกิจไทยในอเมริกาที่แกออก มาโพสต์เล่าเบื้องหลังการทำงานของ รัฐมนตรีศุภจีสุธัมพันธ์ที่ผมอ่านแล้วบอก เลยท่านเก่งของแท้คือเราเห็นข่าวรัฐมนตรี ไปเมืองนอกมาเยอะเจรจามาก็แยะแต่รอบนี้ มันต่างออกไปครับมันไม่ใช่การไปขอความ เห็นใจหรือไปง้อให้เค้าช่วยซื้อของแต่ เป็นการไปแบบเหนือชั้นไปแบบผู้คุมเกมอ่า ช่วงนี้ต้องขอชมคุณศุภจีเลยค่ะว่างัด กลยุทธ์มาใช้แต่ละทีนี่เฉียบๆทั้งนั้น >> ใช่มั้ล่ะครับงั้นเรามาเริ่มกันที่

0:45 ประเด็นแรกก่อนเลยคือเรื่องที่ว่าทำไม สหรัฐต้องเป็นฝ่ายเดินเข้ามาคุยกับไทย ก่อนต้องบอกแบบนี้ครับว่าตอนยุค ประธานาธิบดีทรัมป์กลับมานี่แกเล่นโบทโหด ทั้งนั้นเลยคืออเมริกาต้องมาก่อนหรือ อเมริกา First ใครขาดดุลแกนะแกฝาดภาษีหมด เลยคือถ้าใครทำแกเจ็บแกเอาคืนหมดครับภาษี พื้นฐานล่อไป 19% ลองนึกสภาพประเทศเล็กๆ สิครับเหงื่อแตกพลักแต่ว่าไทยเรานิ่งครับ นิ่งเพราะอะไรรู้มั้ครับเพราะเรามีของดี ครับอ่า >> คืออะไรเหรอคะ >> เอ่อคืองี้ครับคุณชัยรัตน์แกบอกว่าคุณ ศุภจีแกมองเกมขาดแกหามุมชกที่เราได้ เปรียบคือแกไม่ได้มองว่าไทยเป็นแค่คนขาย ของแต่แกมองว่าไทยคือจิ๊กซอที่หายไปของ อเมริกาครับคืออเมริกาเนี่ยตัวโตซะเปล่า แต่มีจุดตายครับจุดตายคือความมั่นคงทาง อาหารและวัตถุดิบสำคัญอย่างยางพาราและแร่

1:32 หายากคืออเมริกามีเงินแต่เงินกินไม่ได้ ครับเวลาเกิดวิกฤตหรือรบกันขึ้นมาข้าวปลา อาหารยางล้อเครื่องบินยางล้อรถทหารมันเสก ขึ้นมาเองไม่ได้ >> อ๋อคือเราถือไพ่เหนือกว่าตรงที่เรามี ทรัพยากรที่เค้าผลิตเองไม่ได้สินะคะ >> ถูกต้องครับนี่คือคำตอบที่ว่าทำไมเขาต้อง มาคุยกับเราเพราะถ้าเขาไม่คุยกับเราแล้ว เราหมั่นไส้ส่งออกยางฟาราไปให้จีนหมดหรือ กั๊กข้าวหอมมะลิไว้กินเองคนที่เดือดร้อน คือคนอเมริกันครับเงินเฟ้อจะพุ่มเข้าของ จะแพงดังนั้นการที่คุณศุภจีวางตำแหน่งไทย เป็นหุ้นส่วนไม่ใช่ลูกไล่มันเลยทำให้เขา แกรงไงครับไม่เหมือนบางประเทศที่ทำได้แก้ ตัดราคาของถูกๆแต่ไม่มีความสำคัญทาง ยุทธศาสตร์แบบเราครับ >> แล้วความมั่นคงทางอาหารนี่สหรัฐเขาดแคลน

2:17 ขนาดนั้นเลยหรอคะ >> นี่แหละครับคือความเข้าใจผิดของทางโลกคิด ว่าอเมริกาปลูกข้าวสาลีปลูกข้าวโพดได้ เยอะแล้วจะไม่อดตายแต่จริงๆแล้วความหลาก หลายคือหัวใจครับเพราะอเมริกาผลิตแป้งได้ แต่เค้าผลิตแบบที่เรามีไม่ได้อย่างข้าว หอมมะลิเนี่ยครับคุณรู้มั้ว่าปี 2567 แล้วต่อเนื่องมาปี 256 เนี้ยบริษัทโis alister ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่นำเข้าของ อเมริกาเนี่ยครับเขานำเข้าไทยแบบทุบสถิติ เลยนะครับตั้ง 118,000 ตันคิดเป็นยนต์ไทยก็ประมาณ 5,000 กว่า ล้านบาทนะ >> หูเยอะมากเลยนะคะเนี่ย >> เยอะสิครับและที่สำคัญคือเค้าปลูกเองไม่ ได้ครับพื้นที่ในอเมริกาอย่าง แคลิฟอร์เนียที่เคยปลูกข้าวเจอปัญหาภัย แล้งเจอตนทุนน้ำแพงผลผลิตสู้เราไม่ได้รส

3:03 ชาติไม่ต้องพูดถึงคนละชั้นครับเพื่อนบ้าน เราบางประเทศพยายามจะโปรโมทข้าวตัวเองว่า ดีอย่างนั้นอย่างนี้แต่พอเอาเข้าปากปุ๊บ ฝรั่งเขารู้ครับลิ้นเขาไม่จระเข้นะครับ ของไทยเรามีความหอมความนุ่มที่เป็น เอกลักษณ์คือคุณศุภจีอ่านเกมขาดว่าอาหาร ไทยคือความมั่นคงของสหรัฐท่านไม่ได้ไปขาย ข้าวสารแต่ท่านไปขายหลักประกัน >> อ้าอ้า >> คือท่านบอกอเมริกาว่ายุอยากให้คนของยูไม่ อดอยากยูอยากให้คนเอเชียในอเมริกาพอใจยู ต้องมีเข้าไทยนี่แหละครับคือการเปลี่ยน สินค้าเกษตรให้เป็นอาวุธทางทูตที่เฉียบคม มากคือเราไม่ง้อเค้าแต่ทำให้เขารู้สึกว่า ขาดเราไม่ได้ถ้าขาดไทยไปเชลวังของในวอร์ม หรือคอสโกจะโล่งไปครึ่งแถบเลยนะครับพวก

3:48 ทูน่ากระป๋องสับปะรดกระป๋องแป้นมัน สำปะหลังดีเอาไปทำขนมปังปลัดกรูเตนพวกนี้ ไทยครองตลาดทั้งนั้น >> แล้วที่เขา้าบอกว่าความลึกเชิงกลยุทธ์ ระดับ CEO ของคุณศุภจีทำให้ข้อต่อรองเรา คมกว่าเดิมนี่มันขนาดไหนคะ >> โอ้โหตรงนี้แหละที่ผมชอบที่สุดเลยครับคือ คุณสุปจีเนี่ยพื้นเพท่านมาจากเอกชนเป็น CEO ระดับตำนานเลยล่ะครับทั้งไทยคมทั้ง ดุสิตธานีและอย่างสไตล์การทำงานแกเป็น สไตล์Micคร Management หรือการลงราย ละเอียดแบบยิบย่อยคุณชัยรัตน์เล่าใน Facebook ว่าขอให้ช่วยลดภาษีหน่อยครับ แต่ท่านจี้ถามเลยว่าสินค้าตัวไหน >> คือถามถามเจาะจงเลยเหรอคะ >> ใช่ครับปกติเวลาเจรจาการค้าถ้าคุยภาพรวม มันจะติดขัดเพราะอเมริกาก็ต้องปกป้อง เกษตรกรเาแต่คุณสุปจีแกทำการบ้านไปดีมาก

4:36 แกเจาะเป็นลายพิกัดศุลกากรหรือ HS Code เลยครับคือแกดูว่าอันไหนที่อเมริกาผลิต ไม่ได้อันไหนที่อเมริกาขาดแคลนแล้วแกเอา ข้อมูลนั้นไปยันหน้าเลยว่านี่ไงยูไม่มี อันนี้ถ้ายูเก็บภาษี 19% คนอเมริกันต้อง ซื้อของแพงขึ้นนะยูจะยอมให้เงินเฟ้อขึ้น หรอ >> โอ้โหเป็นการต้อนเข้ามุมด้วยข้อมูลจริงๆ ค่ะ >> นี่แหละครับคือความแตกต่างระหว่างนักการ เมืองอาชีพกับนักบริหารเมืองอาชีพคุณ สุภจีแกเอาวิธีคิดแบบธุรกิจมาใช้ครับคือ วินๆแต่เราต้องวินแบบมีศักดิ์ศรีแกไม่ได้ ไปขอลดภาษีมั่วซั่วแต่ขอเฉพาะตัวที่เขาก็ ได้ประโยชน์มันทำให้ข้อต่อรองเรามีน้ำ หนักมากเพราะมันตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของ อเมริกาเองด้วยส่วนเขมรน่ะแหละครับยังส่ง ธูปไปพูดบทเดิมๆว่าเออเป็นเพื่อนกันนะลด ให้หน่อยคือฝรั่งเขาไม่สนหรอกครับเขาสน

5:22 แค่ว่าเขาได้อะไรและคุณสุภจีดีกับตับ โจทย์นั้นเได้ครับ >> ออ >> แล้วที่ท่านกล้าถามตรงๆว่าแล้วสินค้าไหน ที่คุณขาดเนี่ยถือว่าใจกล้ามากเลยครับคือ แทนที่เราจะเดาใจเค้าหรือพยายามยัดเยียด ขายของที่เรามีท่านใช้วิธีย้อนรอยกลับ ท่านถามเ้าเลยว่ายูขาดอะไรบอกมาเดี๋ซจัด ให้คำถามนี้มันเปลี่ยนสถานะเราจากคนขาย เป็นผู้แก้ปัญหาทันทีครับพอเราเป็นคนแก้ ปัญหาให้เค้าเค้าก็ต้องเกรงใจเราไงล่ะ ครับพอบอกว่าขาดอะไรปุ๊บอเมริกาก็จะกาง ลิสต์ออกมาเลยว่าอ๋ออ๋อช่วงนี้ขาดเนื้อปู แกะนะขาดแป้งมันเกรดพิเศษนะขาดยางแท่ง เกรดนี้นะคุณสุภจีก็จะบอกโอเคไทยเรามี งั้นตัวนี้ต้องอยู่ในข้อยกเว้นภาษีนะต้อง อยู่ในบัญชีแนบท้ายที่ 3 หรือแnก t ให้ เราด้วย

6:08 >> บัญชีแนบท้ายที่ 3 หรือว่า NNP นี่มันคือ อะไรฮะ >> มันคือคัมภีร์เทวดาในยุคสงครามการค้าของ ทรัมป์เลยล่ะครับคือทรัมป์แกจะเก็บภาษี ทุกคน 19% ใช่มั้ล่ะครับแต่แกจะมีบัญชี รับเล่ม 1 ชื่อและไอ้นี่แหละครับถ้า สินค้าใครมีชื่ออยู่ในบัญชีนี้ภาษีเป็น 0% ในขณะที่คนอื่นโดน 19 โดน 20 ไทยเราถ้า เจรจาเอารายชื่อสินค้าเข้าไปอยู่ในแntได้ คือเราชนะขาดเลยและนี่คือสิ่งที่คุณสุปจี กำลังทำคือการเอาสินค้าไทยยัดเข้าไปใน บัญชีนี้ทีละตัวทีละตัวด้วยคำถามว่าคุณ ขาดอะไรนี่แหละครับมันคือการเจรจาที่วัด กันด้วยข้อมูลร้ายสินค้าจริงๆ >> ออ >> แต่ว่ารัฐมนตรีต้องรู้ว่ารหัสสินค้าเยอะ เลยครับอย่างรหัสสินค้า 1006.30 30 คือ ข้าวหอมมลิเกรดไหนต้องรู้ว่ายามพราเบอร์

6:55 20 มันเอาไปทำล้อรถทหารรุ่นไหนได้บ้าง ข้อมูลพวกนี้ถ้าไม่ทำการบ้านมันหนักไม่ลง ลึกระดับนี้แบบที่ท่านเคยทำตอนอยู่ไทยคม หรือฤดุสิตธานีไม่มีทางรู้ครับแล้วถ้าไม่ รู้ก็จะโดนฝรั่งหลอกหรือไม่ก็คุยกันไม่ รู้เรื่องแต่คุณศุภจีรู้หมดครับรู้ กระทั่งว่าสต๊อกของลูกค้าเหลือเท่าไหร่ >> โอ้โหสุดยอดเลยค่ะ >> ไม่งั้นคุณชัยรัตน์ไม่บอกหรอกครับว่าท่าน ลงรายละเอียดลึกมากไม่ใช่แค่พูดไปเรื่อย >> อ้อ >> แล้วในขณะที่บางประเทศล็อกเกอร์เนี่ยตอน นี้ไทยคือตัวจริงในภูมิภาคครับสหรัฐเขา มองเกมขาดว่าถ้าเขาจะสู้กับจีนเขาต้องมี พันธมิตรที่พึ่งพาได้จริงในอาเซียนส่วน เขมรน่ะก็จีนจ๋าเลยลาวล่ะก็เสร็จจีนไป แล้วพม่าแล้วก็วุ่นวายเหลือใครล่ะครับ เหลือไทยที่ดูดีที่สุดแล้วไงตอนนี้มีโครง สร้างพื้นฐานดีที่สุดแถมมีท่าเรือแหลม

7:42 ชะบังมีนิคมอุตสาหกรรมและที่สำคัญมีอาหาร และวัตถุดิบที่เขาขาดไม่ได้ด้วยการที่เขา เปิดโต๊ะเจรจากับเราก่อนและยอมคุยเรื่อง Reciprocal Trade เวิร์คแบบลงลึกแสดง ว่าเขาให้เกียรติเราและเห็นค่าเรานั่นเอง ครับ >> แล้วที่บอกว่าคุณสุภัจจีไปที่ไหนที่นั่น ดีขึ้นแบบวัดผลได้จริงอันนี้มีข้อมูลยืน ยันมั้คะ >> แหมตัวเลขมันโกหกกันไม่ได้หรอกครับอย่าง ตอนที่คุณสุพตีอยู่ไทยคมใช่มั้ครับช่วงปี 2566 ท่านพลิกนรกเลยครับจากบริษัทที่มี ปัญหาเยอะแยะกำไรพุ่งไป 400 กว่าเปอร์ใน ไตรมาส 2 ปีนั้นท่านไปไล่บี้เจรจาข้อ พิพาท์จนได้เงินคืนมาตั้ง 300 ล้านบาทแ นี่คือฝีมือการเจรจาตาล้วนๆครับแล้วตอน อยู่ดูสถานีลื่นชัดเลยครับ >> ทำไมคะ >> คือท่านก็ไปต่อวิกฤตโควิดเลยช่วงนั้นโรง แรมปิดหมดนะฮะแต่ท่านไม่ยอมแพ้ท่านปรับ

8:29 พอร์ตไปลุยเรื่องอาหารไปทำโรงเรียนสอนทำ อาหารไปลุยโครงการดุสิตเซ็นทรัล Park จน ขายห้องพักหรูได้เกือบ 94% กวาดเงินเข้า บริษัทหมื่นกว่าล้านบาททั้งที่โรงแรมเก่า ยังทุบสร้างใหม่อยู่เลยนี่คือวิสัยทัศน์ ครับจากที่เคยพึ่งแต่ค่าห้องพักท่าน กระจายความเสี่ยงจนบริษัทรายได้โตเอาโต เอาปี 2567 รายได้โตทั้ง 70 กว่าเปอ์และ ยิ่งพอมาอยู่กระทรวงพาณิชย์เนี่ยท่านก็ เอาวิชาเดียวกันมาใช้อ่ะคือไม่ยึดติดกับ วิธีเดิมๆท่านมองสินค้าเกษตรไทยใหม่ไม่ ได้มองเป็นของหาได้ทั่วไปแต่มองเป็น luxury เป็น security ที่โลกต้องง้อเลย ล่ะครับแล้วความสำเร็จเมันเกิดจากการเจาะ ลึกแบบไมโครจริงๆครับ >> การเจาะลึกแบบไมโครนี่มันช่วยกับการ บริหารประเทศยังไงคะ >> อ่ะคือปัญหาของไทยที่ผ่านๆมาเนี่ยครับเรา มีนโยบายสวยหรูแต่ปฏิบัติไม่ได้จริงเพราะ

9:14 ติดขัดที่ระเบียบหยุมหยิมแต่คุณสุปจีท่าน ลงไปแกะไอ้ระเบียบหยุมหยิมพวกนี้แหละท่าน ถามทีมงานว่าติดตรงไหนติดบรรทัดไหนแก้ บรรทัดนั้นเหมือนตอนอย่างโพสต์คุณ ชัยรัตน์บอกทีมงานเทน้ำให้ท่านยกมือไหว้ นี่คือความใส่ใจท่านใส่ใจคนใส่ใจงานและ ใส่ใจรายละเอียดของสินค้าแต่ละตัวพอท่าน รู้จริงข้าราชการก็ตื่นตัวครับไม่กล้าทำ งานลวกๆเอกชนก็มั่นใจว่าเฮ้ยรัฐมนตรีคน นี้คุยรู้เรื่องว่ะมันเลยเกิดพลังขับ เคลื่อนมหาศาลนะครับ >> ออ >> แล้วแต่ถามว่าทำไมทุกคนถึงประับใจแล้ว เรื่องเอ่อ Food Security Hub ระดับโลก เนี่ยไทยจะเป็นได้จริงเหรอขอตอบชอบเลยว่า เป็นได้จริงและเป็นไปแล้วอ่ะครับต้องบอก ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพูดแต่เป็น ครั้งแรกที่มีคนวางหมากอย่างเป็นระบบขนาด นี้คุณสุปจิไม่ได้แค่บอกว่าเราจะเป็นครัว โลกแล้วจบแต่ท่านไปจับมือกับเอกชนไปคุย

10:02 กับโอิแอรเพื่อดูดีนจริงๆท่านไปดันเรื่อง รอง stay ดึงฝรั่งมีตังค์มากินมาอยู่ใน ไทยเพื่อสร้างดีมานดในประเทศด้วยคือท่าน ทำครบวงจรน่ะและที่สำคัญนะครับ >> แล้วตอนนี้ต้องบอกเลยครับว่าภาวะโลกร้อน เอมนิโญสงครามยูเครนสงครามการค้าจีน อเมริกาทั้งหมดนี้เนี่ยครับมันทำให้อาหาร ขาดแคลนประเทศที่ผลิตอาหารที่เหลือเฟือ อย่างไทยคือโอasisครับข้าวไทยยางไทยผลไม้ ไทยมันกลายเป็นของหายากอย่างเพื่อนบ้าน เราบางประเทศปลูกข้าวก็ได้ผลผลิตต่ำน้ำ ธูปทีก็เจ๊งแต่ไทยเรามีระบบชลประทานที่ดี กว่าและแม้จะเย็นต้องปรับปรุงก็เถอะแต่ เรามีเทคโนโลยีการแปรรูปที่ดีกว่าเราเลย เป็นหับได้จริงๆถ้ามีการบริหารจัดการที่ ดีซึ่งตอนเนี้ยเรามีแม่ทัพที่ถูกค้นแล้ว ครับ >> สรุปแล้วการเจรตาครั้งนี้ไม่ได้ไปง้อแต่

10:47 เป็นการไปยื่นดีที่เขาปฏิเสธเไม่ได้ใช่ มั้คะ >> ถูกต้องครับเพราะมันเป็นดีที่วินแบบสุดๆ นี่แหละครับลองนึกภาพพลอเมริกันกำลังเปิด หัวกับเงินเฟ้อประชาชนบ่นว่าของแพงทำก็ ต้องกดดันคุณสุปจีเดินเข้าไปบอกว่าเฮ้ยยู ไอช่วยยูได้นะไอมีสินค้าคุณภาพดีราคาดี ยิ่งกว่าที่ยูไปซื้อจากที่อื่นแถมไอยอมลด ภาษีนำเข้าสินค้าทุนเครื่องจักรไฮเทคจาก ยูให้ด้วยภายใต้ reciprocal trade แลก กับยกเว้นภาษีสินค้าเกษตรของไอคือเรายอม ลดภาษีเครื่องจักรเทคโนโลยี RI รถยนต์ EV บางประเภทจากอเมริกาเพื่อให้เอกชนไทยต้น ทุนต่ำลงในขณะเดียวกันเราก็ได้สิทธิ์ส่ง โอกข้าวยางอาหารเข้าอเมริกาแบบ 0% ภาษี นี่คือดีลที่เขาปฏิเสธไม่ได้เพราะถ้าเขา ปฏิเสธเขาก็เสียตลาดไทยให้จีนซึ่งเขาก็ ไม่ชอบอีกแล้วคนของเขาก็ต้องกินของแพงมัน เป็นการยื่นคำขาดแบบสุภาพครับแล้วผมเชื่อ

11:34 ว่าถ้าเรามีคนเก่งๆแบบนี้แล้วคนไทยเรารวม พลังการไม่มัวแต่ไปทะเลาะกันเองประเทศไทย เราไปไกลแน่นอนกดไลก์และกดกระดิ่งช่องเรา เพื่อไม่พลาดข่าวเรา 2 คนทันและมินสวัสดี ครับ

Share

YouTube Video Summaries