อังกฤษ จากเกาะเล็กสู่จักรวรรดิยิ่งใหญ่ | ประวัติศาสตร์อังกฤษ 2,000 ปี จบใน 8 นาที

TimeShot History www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปประวัติศาสตร์อังกฤษตั้งแต่ยุคโรมันจนถึงปัจจุบัน โดยเน้นถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่ทำให้อังกฤษกลายเป็นประเทศมหาอำนาจและมีอิทธิพลต่อโลก

  • การรุกรานและการผสมผสานทางวัฒนธรรม: ตั้งแต่โรมัน ไวกิ้ง นอร์มัน
  • การก่อร่างสร้างชาติ: อัลเฟรดมหาราช แมกนาคาต้า รัฐสภา
  • การปฏิวัติอุตสาหกรรมและการล่าอาณานิคม: การสร้างจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่
  • การสิ้นสุดของจักรวรรดิและการปรับตัว: สงครามโลก Brexit และบทบาทในโลกปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของอังกฤษ: จากโรมันสู่การรวมชาติ

เกาะอังกฤษในอดีตเป็นที่อยู่ของชนเผ่าพื้นเมืองที่เรียกว่าบริตัน ก่อนที่จักรวรรดิโรมันจะเข้ามาปกครองและนำความเจริญมาสู่เกาะแห่งนี้ โรมันได้สร้างถนน เมือง และกำแพงเฮเดรียนเพื่อป้องกันการรุกราน นอกจากนี้ยังได้เผยแผร่ศาสนาคริสต์ เมื่อโรมันเสื่อมอำนาจและถอนทัพออกไป ชนเผ่าแองเกิล แซกซอน และจูตได้อพยพเข้ามาตั้งอาณาจักรต่างๆ แต่ก็ต้องเผชิญกับการรุกรานจากไวกิ้ง จนกระทั่งอัลเฟรดมหาราชสามารถรวบรวมอาณาจักรและต่อต้านไวกิ้งได้สำเร็จ วางรากฐานความเป็นชาติอังกฤษ

การพิชิตของชาวนอร์มันและรากฐานประชาธิปไตย

ในปี 1066 วิลเลียมผู้พิชิตนำกองทัพนอร์มันเข้ายึดครองอังกฤษ เปลี่ยนแปลงชนชั้นปกครองและนำระบบศักดินาแบบฝรั่งเศสมาใช้ ภาษาอังกฤษผสมผสานกับภาษาฝรั่งเศสและละติน ต่อมาเหล่าขุนนางบังคับให้พระเจ้าจอห์นลงนามในมหากฎบัตรแมกนาคาต้า ซึ่งจำกัดอำนาจของกษัตริย์และเป็นจุดเริ่มต้นของประชาธิปไตย รัฐสภาถือกำเนิดขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของประชาชนและตรวจสอบอำนาจของกษัตริย์

สงครามร้อยปีและการปฏิรูปศาสนา

อังกฤษทำสงครามกับฝรั่งเศสในสงครามร้อยปี แม้จะพ่ายแพ้แต่สงครามนี้ได้สร้างความรู้สึกร่วมของความเป็นชาติ พระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ตัดสินใจแยกตัวจากศาสนจักรโรมันคาทอลิกและก่อตั้งคริสตจักรแห่งอังกฤษ สมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 1 สร้างกองทัพเรือที่แข็งแกร่งและเอาชนะกองเรืออาร์มาดาของสเปน เปิดประตูสู่การค้าและการล่าอาณานิคม

การปฏิวัติอุตสาหกรรมและการสร้างจักรวรรดิ

อังกฤษเข้าสู่ยุคการปฏิวัติอุตสาหกรรม มีการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทำให้การผลิตสินค้าเป็นไปอย่างรวดเร็วและจำนวนมาก อังกฤษกลายเป็นโรงงานของโลกและสร้างความมั่งคั่งมหาศาล ในยุคของสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย อังกฤษขยายอาณานิคมไปทั่วโลก จนมีคำกล่าวว่าดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดินในจักรวรรดิอังกฤษ

การสิ้นสุดของจักรวรรดิและการปรับตัวสู่ยุคใหม่

สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ทำให้อังกฤษอ่อนแอลง อาณานิคมต่างๆ พากันเรียกร้องเอกราช จักรวรรดิอังกฤษค่อยๆ สิ้นสุดลง อังกฤษเปลี่ยนบทบาทมาเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรป แต่ต่อมาได้ลงมติถอนตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) แม้จะไม่ใช่จักรวรรดิแล้ว แต่อังกฤษก็ยังคงเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ การเงิน การทูต และวัฒนธรรม

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:01 คุณเคยคิดมว่าเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งในยุโรป ตะวันตกที่ครั้งหนึ่งเคยถูกโรมันไวกิ้ง และนรมันเข้ามาปกครองใครจะไปคิดว่าเกาะ เดียวกันนี้เองจะกลายเป็นประเทศที่สร้าง จักรวรรดิใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และแม้วันนี้จักรวรรดิจะหายไปแล้วแต่ อังกฤษก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่โลกจับ ตามองอยู่เสมอ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ 2,000 ปีก่อนเกาะ อังกฤษในยุคนั้นเต็มไปด้วยชนเผาพื้นเมือง ที่เรียกว่าบรีตันที่ใช้ชีวิตแบบเรียบ ง่ายแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อ จักรวรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่เดินทับมาถึง โรมันนำความเจริญมาสู่เกาะนี้อย่างที่ไม่ เคยมีมาก่อนพวกเขาสร้างถนนหนทางที่เชื่อม

0:50 ต่อกันเป็นเครือข่ายสร้างเมืองใหญ่ๆอย่าง ลอนดิเนียมหรือลอนดอนที่ยังคงเป็นเมือง หลวงของอังกฤษจนถึงทุกวัน และที่สำคัญที่สุดพวกเขาสร้างกำแพงเฮรียน กำแพงขนาดใหญ่ที่ทอดยาวจากฝั่งหนึ่งไปอีก ฝั่งหนึ่งของเกาะเพื่อป้องกันการรุกราน จากชนเผ่าทางเหนือ โรมันยังนำคริสต์ศาสนาเข้ามาเผยแผร่เป็น ครั้งแรกและ 400 ปีต่อมาจักรวรรดิโรมัน เริ่มเสื่อมอำนาจลงพวกเขาก็ตัดสินใจถอน ทัพออกไปจากเกาะนี้ทิ้งให้อังกฤษต้อง เผชิญกับชะตารรมของตัวเอง จากนั้นชนเผ่าAngิleแซonและจูดจากยุโรป

1:35 เหนืออพยพเข้ามาตั้งอาณาจักรเล็กๆหลาย แห่งแต่ความสงบก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อ ไวกิ้งจากสแกนดิเนเวียยกกองเรือเข้ามา ปล้นสะดมอังกฤษจึงตกอยู่ในวงจรสงครามและ การรุกรานในท่ามกลางความวุ่นวายนี่เอง วีรบุรุษคนสำคัญก็ถือกำเนิดขึ้นนั่นคือ พระช่าอัลฟรดมหาราชแห่งอาณาจักรเวสเซกพระ องค์เป็นผู้นำที่กล้าหาญสามารถรวบรวม อาณาจักรของชาวแองซกซอนต่อต้านไวกิ้งได้ สำเร็จและวางรากฐานความเป็นชาติอังกฤษ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้จะรวมชาติได้แล้วแต่อังกฤษก็ยังคง เผชิญกับการรุกรานจากต่างแดนจนมาถึงจุด

2:21 เปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 1066 วิลiมยุคแห่ง นอมดีหรือที่โลกรู้จักในชื่อวิลี่มผู้ พิชิตนำกองทัพนอมันข้ามช่องแกบอังกฤษมา ยังดินแดนนี้การต่อสู้ที่สำคัญที่สุดเกิด ขึ้นในยุทธการ Hesting ผลคือวิลiมได้รับ ชัยชนะอย่างเด็ดขาดชัยชนะในครั้งนี้ไม่ ใช่แค่การเปลี่ยนตัวกษัตริย์แต่มันเป็น การเปลี่ยนทั้งประเทศชนชั้นปกครองถูก เปลี่ยนจากชาวแองโกลซกซอนเป็นชาวนอร์มัน ทั้ง ระบบศักดินาแบบฝรั่งเศสถูกนำมาใช้และที่ สำคัญที่สุดภาษาอังกฤษก็ถูกผสมผสานเข้า กับภาษาฝรั่งเศสและละตินกลายเป็นภาษา อังกฤษยุคกลางที่เราคุ้นเคยกันจนถึงทุก

3:08 วันนี้ การปกครองโดยชาวนอมันสร้างความไม่พอใจให้ แก่เหล่าขุนนางจนในที่สุดในปี 1215 เหล่าขุนนางได้รวมตัวการบังคับให้พระเจ้า จรลงนามในเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ ฉบับ 1 นั่นคือมหากฏบัตรแมกนาคาต้าเอกสาร ฉบับนี้มีเนื้อหาที่สำคัญคือการจำกัด อำนาจของกษัตริย์และเป็นก้าวแรกที่สำคัญ ที่สุดในการก่อร่างประชาธิปไตยของอังกฤษ หลังจากนั้นไม่นานรัฐสภาหรือParิเมนต์ก็ ถือกำเนิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทน ของประชาชนและเป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจ ของกษัตริย์

3:54 นี่คือความแตกต่างสำคัญของอังกฤษที่พวก เขาไม่ได้สร้างประเทศด้วยการรู้อำนาจไว้ ที่กษัตริย์แต่เป็นการจำกัดอำนาจนั้นลง แม้จะมีปัญหาภายในแต่อังกฤษก็ยังคงต้องทำ สงครามกับชาติเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศสใน สงครามร้อนปีแม้สุดท้ายจะพ่ายแพ้แต่ สงครามนี้ก็ได้สร้างความรู้สึกร่วมและ หล่อหลอมให้ผู้คนตระหนักว่าพวกเขาคือคน อังกฤษเมื่อสงครามจบลงอังกฤษก็ได้เข้าสู่ ยุคทิวอรราชวงศ์ที่นำความมั่นคงมาสู่ ประเทศในยุคนี้เองพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ได้ ตัดสินใจครั้งใหญ่คือการแยกตัวจาก ศาสนจักรโรมันคคาทอลิกและก่อตั้ง คริสตจักรแห่งอังกฤษขึ้นมาด้วยตนเองและใน

4:42 ยุคของพระธิดาของพระองค์สมเด็จพระ ราชินีนาถอลิซาเบธ อังกฤษเริ่มฉายแววเป็นชาติมหาอำนาจพระ องค์สร้างกองทัพเรือที่แข็งแกร่งจนสามารถ เอาชนะกองเรืออาด้าของสเปนที่ยิ่งใหญ่ได้ ในปี 1588 ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางทหารแต่ มันคือการเปิดประตูสู่การค้าขายและการล่า อาณานิคมของอังกฤษอย่างเต็มตัว ในขณะที่ยุโรปยังคงใช้ชีวิตแบบเกษตรกรรม อังกฤษได้เข้าสู่ยุคที่เปลี่ยนแปลงโลกไป ตลอดกาลนั่นคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมกรรม ด้วยการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำและ เทคโนโลยีใหม่ๆโรงงานและเครื่องจักรได้

5:28 เข้ามาแทนที่แรงงานคนการผลิตสินค้าได้ เร็วและจำนวนมหาศาลอังกฤษกลายเป็นโรงงาน ของโลกส่งออกสินค้าไปทุกมุมโลกและนำความ มั่งคั่งกลับคืนมาสู่ประเทศ ความมั่งคั่งจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำ ให้อังกฤษมีอำนาจและเงินทุนที่จะสร้าง จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในยุคของสมเด็จพระ ราชินีวิกตอเรียอังกฤษได้ขยายอาณานิคมไป ทั่วโลกตั้งแต่อินเดียออสเตรเลียแอฟริกา จนถึงแคนาดา อาณานิคมครอบคลุมเกือบทุกทวีปจนมีคำกล่าว ว่าดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดินในจักรวรรดิ อังกฤษ

6:15 แต่ความรุ่งเรืองนั้นไม่ได้อยู่ตลอดไป สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ทำให้ เศรษฐกิจอังกฤษอ่อนแออย่างหนักถึงแม้ อังกฤษจะเป็นฝ่ายชนะแต่ก็ต้องแบกรับหนี้ สินและความสูญเสียมหาศาล หลังสงครามอาณานิคมต่างๆพากันเรียกร้อง เอกราชอินเดียได้รับอิสรภาพในปี 1947 ก่อนที่ประเทศอื่นๆจะทยอยตามมาจักรวรรดิ อังกฤษจึงค่อยๆสิ้นสุดลง อังกฤษเปลี่ยนบทบาทจากเจ้าอาณานิคมมาเป็น หนึ่งในผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรปแม้จะไม่ยอม ใช้เงินยูโรแต่ก็ยังเป็นกำลังสำคัญของ ยุโรปอยู่จนกระทั่งปี 2016 อังกฤษลงมติ

7:03 ถอนตัวจากสหภาพยุโรปหรือเบลิตเป็น สัญลักษณ์ว่าประเทศยังเลือกยืนบนเส้นทาง ของตนเอง แม้ปัจจุบันอังกฤษไม่ใช้จักรวะอีกต่อไป แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทั้ง การเงินการทูตและวัฒนธรรม ลอนดอนยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกภาษา อังกฤษยังคงเป็นภาษาสากลและราชวงศ์อังกฤษ แม้จะมีบทบาทเชิงสัญลักษณ์ก็ยังเป็น สถาบันที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจอยู่จาก เกาะเล็กๆที่เคยถูกยึดครองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อังกฤษสามารถสร้างจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุด ในโลกได้ต่อให้จักรวรรดินั้นสลายหายไป แล้วอังกฤษก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวละครหลัก

7:52 เวทีประวัติศาสตร์ของโลก Time Shot History เล่าเรื่องใหญ่ของโลกในเวลาไม่ กี่นาทีกดติดตามเพื่อไม่พลาดเรื่องราวแบบ นี้ในตอนต่อไปนะครับ

Share

YouTube Video Summaries