0:01 คุณเคยคิดมว่าเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งในยุโรป ตะวันตกที่ครั้งหนึ่งเคยถูกโรมันไวกิ้ง และนรมันเข้ามาปกครองใครจะไปคิดว่าเกาะ เดียวกันนี้เองจะกลายเป็นประเทศที่สร้าง จักรวรรดิใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก และแม้วันนี้จักรวรรดิจะหายไปแล้วแต่ อังกฤษก็ยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่โลกจับ ตามองอยู่เสมอ เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อ 2,000 ปีก่อนเกาะ อังกฤษในยุคนั้นเต็มไปด้วยชนเผาพื้นเมือง ที่เรียกว่าบรีตันที่ใช้ชีวิตแบบเรียบ ง่ายแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อ จักรวรรดิโรมันที่ยิ่งใหญ่เดินทับมาถึง โรมันนำความเจริญมาสู่เกาะนี้อย่างที่ไม่ เคยมีมาก่อนพวกเขาสร้างถนนหนทางที่เชื่อม
0:50 ต่อกันเป็นเครือข่ายสร้างเมืองใหญ่ๆอย่าง ลอนดิเนียมหรือลอนดอนที่ยังคงเป็นเมือง หลวงของอังกฤษจนถึงทุกวัน และที่สำคัญที่สุดพวกเขาสร้างกำแพงเฮรียน กำแพงขนาดใหญ่ที่ทอดยาวจากฝั่งหนึ่งไปอีก ฝั่งหนึ่งของเกาะเพื่อป้องกันการรุกราน จากชนเผ่าทางเหนือ โรมันยังนำคริสต์ศาสนาเข้ามาเผยแผร่เป็น ครั้งแรกและ 400 ปีต่อมาจักรวรรดิโรมัน เริ่มเสื่อมอำนาจลงพวกเขาก็ตัดสินใจถอน ทัพออกไปจากเกาะนี้ทิ้งให้อังกฤษต้อง เผชิญกับชะตารรมของตัวเอง จากนั้นชนเผ่าAngิleแซonและจูดจากยุโรป
1:35 เหนืออพยพเข้ามาตั้งอาณาจักรเล็กๆหลาย แห่งแต่ความสงบก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อ ไวกิ้งจากสแกนดิเนเวียยกกองเรือเข้ามา ปล้นสะดมอังกฤษจึงตกอยู่ในวงจรสงครามและ การรุกรานในท่ามกลางความวุ่นวายนี่เอง วีรบุรุษคนสำคัญก็ถือกำเนิดขึ้นนั่นคือ พระช่าอัลฟรดมหาราชแห่งอาณาจักรเวสเซกพระ องค์เป็นผู้นำที่กล้าหาญสามารถรวบรวม อาณาจักรของชาวแองซกซอนต่อต้านไวกิ้งได้ สำเร็จและวางรากฐานความเป็นชาติอังกฤษ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แม้จะรวมชาติได้แล้วแต่อังกฤษก็ยังคง เผชิญกับการรุกรานจากต่างแดนจนมาถึงจุด
2:21 เปลี่ยนครั้งสำคัญในปี 1066 วิลiมยุคแห่ง นอมดีหรือที่โลกรู้จักในชื่อวิลี่มผู้ พิชิตนำกองทัพนอมันข้ามช่องแกบอังกฤษมา ยังดินแดนนี้การต่อสู้ที่สำคัญที่สุดเกิด ขึ้นในยุทธการ Hesting ผลคือวิลiมได้รับ ชัยชนะอย่างเด็ดขาดชัยชนะในครั้งนี้ไม่ ใช่แค่การเปลี่ยนตัวกษัตริย์แต่มันเป็น การเปลี่ยนทั้งประเทศชนชั้นปกครองถูก เปลี่ยนจากชาวแองโกลซกซอนเป็นชาวนอร์มัน ทั้ง ระบบศักดินาแบบฝรั่งเศสถูกนำมาใช้และที่ สำคัญที่สุดภาษาอังกฤษก็ถูกผสมผสานเข้า กับภาษาฝรั่งเศสและละตินกลายเป็นภาษา อังกฤษยุคกลางที่เราคุ้นเคยกันจนถึงทุก
3:08 วันนี้ การปกครองโดยชาวนอมันสร้างความไม่พอใจให้ แก่เหล่าขุนนางจนในที่สุดในปี 1215 เหล่าขุนนางได้รวมตัวการบังคับให้พระเจ้า จรลงนามในเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ ฉบับ 1 นั่นคือมหากฏบัตรแมกนาคาต้าเอกสาร ฉบับนี้มีเนื้อหาที่สำคัญคือการจำกัด อำนาจของกษัตริย์และเป็นก้าวแรกที่สำคัญ ที่สุดในการก่อร่างประชาธิปไตยของอังกฤษ หลังจากนั้นไม่นานรัฐสภาหรือParิเมนต์ก็ ถือกำเนิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทน ของประชาชนและเป็นผู้ตรวจสอบการใช้อำนาจ ของกษัตริย์
3:54 นี่คือความแตกต่างสำคัญของอังกฤษที่พวก เขาไม่ได้สร้างประเทศด้วยการรู้อำนาจไว้ ที่กษัตริย์แต่เป็นการจำกัดอำนาจนั้นลง แม้จะมีปัญหาภายในแต่อังกฤษก็ยังคงต้องทำ สงครามกับชาติเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศสใน สงครามร้อนปีแม้สุดท้ายจะพ่ายแพ้แต่ สงครามนี้ก็ได้สร้างความรู้สึกร่วมและ หล่อหลอมให้ผู้คนตระหนักว่าพวกเขาคือคน อังกฤษเมื่อสงครามจบลงอังกฤษก็ได้เข้าสู่ ยุคทิวอรราชวงศ์ที่นำความมั่นคงมาสู่ ประเทศในยุคนี้เองพระเจ้าเฮนรี่ที่ 8 ได้ ตัดสินใจครั้งใหญ่คือการแยกตัวจาก ศาสนจักรโรมันคคาทอลิกและก่อตั้ง คริสตจักรแห่งอังกฤษขึ้นมาด้วยตนเองและใน
4:42 ยุคของพระธิดาของพระองค์สมเด็จพระ ราชินีนาถอลิซาเบธ อังกฤษเริ่มฉายแววเป็นชาติมหาอำนาจพระ องค์สร้างกองทัพเรือที่แข็งแกร่งจนสามารถ เอาชนะกองเรืออาด้าของสเปนที่ยิ่งใหญ่ได้ ในปี 1588 ชัยชนะครั้งนี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะทางทหารแต่ มันคือการเปิดประตูสู่การค้าขายและการล่า อาณานิคมของอังกฤษอย่างเต็มตัว ในขณะที่ยุโรปยังคงใช้ชีวิตแบบเกษตรกรรม อังกฤษได้เข้าสู่ยุคที่เปลี่ยนแปลงโลกไป ตลอดกาลนั่นคือการปฏิวัติอุตสาหกรรมกรรม ด้วยการคิดค้นเครื่องจักรไอน้ำและ เทคโนโลยีใหม่ๆโรงงานและเครื่องจักรได้
5:28 เข้ามาแทนที่แรงงานคนการผลิตสินค้าได้ เร็วและจำนวนมหาศาลอังกฤษกลายเป็นโรงงาน ของโลกส่งออกสินค้าไปทุกมุมโลกและนำความ มั่งคั่งกลับคืนมาสู่ประเทศ ความมั่งคั่งจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทำ ให้อังกฤษมีอำนาจและเงินทุนที่จะสร้าง จักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ในยุคของสมเด็จพระ ราชินีวิกตอเรียอังกฤษได้ขยายอาณานิคมไป ทั่วโลกตั้งแต่อินเดียออสเตรเลียแอฟริกา จนถึงแคนาดา อาณานิคมครอบคลุมเกือบทุกทวีปจนมีคำกล่าว ว่าดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดินในจักรวรรดิ อังกฤษ
6:15 แต่ความรุ่งเรืองนั้นไม่ได้อยู่ตลอดไป สงครามโลกครั้งที่ 1 และครั้งที่ 2 ทำให้ เศรษฐกิจอังกฤษอ่อนแออย่างหนักถึงแม้ อังกฤษจะเป็นฝ่ายชนะแต่ก็ต้องแบกรับหนี้ สินและความสูญเสียมหาศาล หลังสงครามอาณานิคมต่างๆพากันเรียกร้อง เอกราชอินเดียได้รับอิสรภาพในปี 1947 ก่อนที่ประเทศอื่นๆจะทยอยตามมาจักรวรรดิ อังกฤษจึงค่อยๆสิ้นสุดลง อังกฤษเปลี่ยนบทบาทจากเจ้าอาณานิคมมาเป็น หนึ่งในผู้ก่อตั้งสหภาพยุโรปแม้จะไม่ยอม ใช้เงินยูโรแต่ก็ยังเป็นกำลังสำคัญของ ยุโรปอยู่จนกระทั่งปี 2016 อังกฤษลงมติ
7:03 ถอนตัวจากสหภาพยุโรปหรือเบลิตเป็น สัญลักษณ์ว่าประเทศยังเลือกยืนบนเส้นทาง ของตนเอง แม้ปัจจุบันอังกฤษไม่ใช้จักรวะอีกต่อไป แต่ก็ยังเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจทั้ง การเงินการทูตและวัฒนธรรม ลอนดอนยังคงเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกภาษา อังกฤษยังคงเป็นภาษาสากลและราชวงศ์อังกฤษ แม้จะมีบทบาทเชิงสัญลักษณ์ก็ยังเป็น สถาบันที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจอยู่จาก เกาะเล็กๆที่เคยถูกยึดครองซ้ำแล้วซ้ำเล่า อังกฤษสามารถสร้างจักรวรรดิที่ใหญ่ที่สุด ในโลกได้ต่อให้จักรวรรดินั้นสลายหายไป แล้วอังกฤษก็ยังคงเป็นหนึ่งในตัวละครหลัก
7:52 เวทีประวัติศาสตร์ของโลก Time Shot History เล่าเรื่องใหญ่ของโลกในเวลาไม่ กี่นาทีกดติดตามเพื่อไม่พลาดเรื่องราวแบบ นี้ในตอนต่อไปนะครับ