การจัดการทรัพยากรมนุษย์บทที่ 11

สรุปย่อ

วิดีโอนี้ให้ภาพรวมที่ครอบคลุมเกี่ยวกับการจัดการผลการปฏิบัติงาน โดยเน้นที่แนวคิด หลักการ และขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสำคัญของการกำหนดตัวชี้วัดและเป้าหมายที่ชัดเจน ตลอดจนประโยชน์และความท้าทายของการประเมินผลการปฏิบัติงาน

  • การบริหารผลการปฏิบัติงานคือการบริหารแบบบูรณาการที่มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานของบุคคลในองค์กร
  • ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก: การวางแผน, การมอบหมายงาน, การติดตาม, การพัฒนา, และการประเมิน
  • การประเมินผลการปฏิบัติงานควรมีความยุติธรรม โปร่งใส และอิงตามหลักคุณธรรม

การจัดการผลการปฏิบัติงาน: แนวคิดและความหมาย

การจัดการผลการปฏิบัติงานเป็นเรื่องสำคัญในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เพราะเกี่ยวข้องกับขวัญกำลังใจ ความก้าวหน้า และความเป็นอยู่ของบุคลากรในองค์กร รวมถึงงบประมาณและการบริหารค่าใช้จ่ายต่างๆ ขององค์กร นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถของผู้บริหารในการจัดการบุคลากร โดยเนื้อหาที่จะนำเสนอครอบคลุมถึงแนวคิดและความหมาย วิธีการประเมินผล ประโยชน์ ปัญหา และข้อควรคำนึงเกี่ยวกับการบริหารผลการปฏิบัติงาน

ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงาน

การบริหารผลการปฏิบัติงานคือการบริหารแบบบูรณาการที่มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานของบุคคลในองค์กร เพื่อให้องค์กรบรรลุเป้าหมายที่กำหนด โดยต้องมีระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่เป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ได้แก่ การวางแผนงานร่วมกัน การมอบหมายงานให้แต่ละคนทำ การติดตามงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาศักยภาพของบุคลากร การประเมินผลงานทั้งในด้านผลผลิตและประสิทธิภาพของบุคลากร และการให้รางวัลเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ทำผลงานได้ดี

ผู้ประเมินผลการปฏิบัติงาน

โดยหลักแล้วหัวหน้างานโดยตรง (immediate superior) เป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน เพราะเป็นผู้มอบหมายงาน ควบคุม ติดตาม และพัฒนาบุคลากร นอกจากนี้ เพื่อนร่วมงาน (peer review) ก็อาจมีส่วนร่วมในการประเมินพฤติกรรมการทำงาน แต่จะไม่นำมาใช้ในการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนหรือการเลื่อนตำแหน่ง การประเมินอาจทำในรูปของคณะกรรมการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและลดอคติส่วนบุคคล โดยคณะกรรมการจะประเมินจากหลักฐานที่เป็นเอกสารหรือผลงานที่จับต้องได้ นอกจากนี้ การให้พนักงานประเมินตนเองก็เป็นประโยชน์ในการทบทวนตนเอง แต่จะไม่นำมาใช้ในการพิจารณาเรื่องค่าตอบแทนหรือการเลื่อนตำแหน่งเช่นกัน การประเมินโดยผู้ใต้บังคับบัญชา (appraisal by subordinate) และการประเมินแบบ 360 องศา (360-degree feedback) ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่มักใช้เพื่อประกอบการพิจารณาในเรื่องอื่นๆ มากกว่าเรื่องค่าตอบแทน

การกำหนดตัวชี้วัดและค่าเป้าหมาย

การประเมินผลการปฏิบัติงานต้องมีการกำหนดตัวชี้วัด (Key Performance Indicator: KPI) และค่าเป้าหมายผลสำเร็จของงานที่ชัดเจน โดยกำหนดใน 3 ระดับ คือ ระดับองค์กร ระดับสำนัก/กอง และระดับผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งทั้ง 3 ระดับต้องเชื่อมโยงและสอดคล้องกัน ตัวชี้วัดคือหน่วยวัดความสำเร็จของการปฏิบัติงานที่กำหนดขึ้น โดยต้องสามารถแยกแยะความแตกต่างของผลการปฏิบัติงานได้ และต้องคำนึงถึงเป้าหมายขององค์กรเป็นหลัก ค่าเป้าหมายคือเป้าหมายเชิงปริมาณที่นำไปกำหนด KPI ในเชิงปริมาณได้ง่ายขึ้น โดยทั่วไปจะกำหนดระดับค่าเป้าหมายไว้ 5 ระดับ ตั้งแต่ต่ำสุดไปจนถึงท้าทายมาก

ตัวอย่าง KPI และระดับค่าเป้าหมาย

การกำหนดตัวชี้วัดสามารถทำได้ในทุกๆ งาน โดยมีตัวอย่าง KPI ทั้งด้านคุณภาพ (เช่น ข้อร้องเรียน คำชม ความพึงพอใจของลูกค้า) ด้านปริมาณ (เช่น จำนวนหน่วยที่ผลิต จำนวนโทรศัพท์ที่รับ) ด้านความคุ้มค่าของต้นทุน (เช่น จำนวนเงินที่จ่ายไป จำนวนคำแนะนำที่มีการปฏิบัติตาม) และด้านกำหนดเวลา (เช่น งานสำเร็จตามแผนงาน งานเสร็จตามกำหนด) KPI ที่ดีต้องส่งผลต่อการปฏิบัติงานที่มุ่งสู่เป้าหมายขององค์กร มีจำนวนไม่มากเกินไป สอดคล้องกับแผนงานและโครงการ สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้ง่าย เป็นที่ยอมรับและเข้าใจของทุกคน และสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้

การให้คะแนนและการประเมินผล

การประเมินผลการปฏิบัติงานอาจทำโดยหัวหน้างานโดยตรงหรือคณะกรรมการ โดยให้คะแนนตามมาตราส่วน เช่น ดีเยี่ยม ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง แบบฟอร์มการประเมินอาจมีรายละเอียดเกี่ยวกับปริมาณงาน คุณภาพงาน ความรู้เกี่ยวกับงาน ความคิดริเริ่ม และอื่นๆ ตัวอย่างแบบฟอร์มของภาคราชการจะมีการประเมินใน 5 ระดับ คือ ดีเด่น ดีมาก ดี พอใช้ ต้องปรับปรุง โดยคะแนนพอใช้ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 หากต่ำกว่านี้อาจไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือน องค์ประกอบในการประเมินผลงานของภาคราชการ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ของงาน (ปริมาณและคุณภาพ) พฤติกรรมการปฏิบัติงาน (สมรรถนะ) และองค์ประกอบอื่นๆ (แล้วแต่หน่วยงานจะกำหนด)

ประโยชน์ของการบริหารผลการปฏิบัติงาน

ประโยชน์ของการบริหารผลการปฏิบัติงาน ได้แก่ เป็นเครื่องมือในการติดตามงาน วัดผลงาน ปรับปรุงผลการปฏิบัติงาน บริหารงาน สื่อสารระหว่างหัวหน้าและผู้ใต้บังคับบัญชา และสร้างการเรียนรู้ในองค์กร งานทุกงานล้วนสร้างองค์ความรู้ที่สามารถนำไปใช้ในการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรได้

ปัญหาและข้อควรคำนึงในการประเมินผล

ปัญหาในการประเมินผลอาจเกิดจากผู้ถูกประเมิน (ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ไม่เก็บผลงาน) ผู้ประเมิน (เล่นพรรคเล่นพวก ขาดข้อมูล ขาดทักษะ ไม่ให้ความสำคัญกับการประเมิน ไม่ซื่อสัตย์) หรือองค์กร (ไม่กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดที่สมเหตุสมผล ไม่นำผลการประเมินมาใช้ประโยชน์) สาเหตุสำคัญที่ทำให้การประเมินผลล้มเหลว ได้แก่ ผู้ประเมินขาดข้อมูลและทักษะ ผู้ประเมินไม่ให้ความสำคัญกับการประเมิน ผู้ประเมินไม่ได้เตรียมตัวหรือตกลงกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประเมินไม่มีความซื่อสัตย์ องค์กรขาดระบบการประเมินที่มีประสิทธิภาพ และองค์กรไม่ได้นำผลการประเมินมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง นอกจากนี้ ผู้ถูกประเมินต้องได้รับทราบผลการประเมินของตน เพื่อนำไปปรับปรุงการทำงานและรับทราบว่าผู้ประเมินเป็นธรรมหรือไม่ ข้อควรคำนึงในการประเมินผล ได้แก่ ผู้ประเมินต้องให้ความสำคัญกับแนวคิดและการประเมินผล ต้องมีการวางแผนงาน มอบหมายงาน ติดตามงาน พัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาเครื่องมือ แล้วจึงประเมินผลและให้รางวัล ต้องมีความยืดหยุ่นในด้านองค์ประกอบในการประเมิน ต้องให้ความสำคัญกับการตกลงเป้าหมายและแนวทางการประเมิน และต้องยึดหลักของระบบคุณธรรมและความโปร่งใส

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:03 การจัดการยกรมนุษย์ในช่วงนี้นะคะจะเป็น เรื่องเกี่ยวกับการบริหารผลการปฏิบัติงาน นะคะการบริหารผลการปฏิบัติ งานเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง การจัดการทรัพยากรมนุษย์เพราะอะไรเพราะ ว่ามันเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับขวัญ กำลังใจนะคะเกี่ยวข้องกับทางก้าวหน้า เกี่ยวข้องกับอ่าการกิกับดำรงชีพของ ทรัพยากรุในองค์กรด้วยแล้วก็เป็นเรื่อง เกี่ยวกับงบประมาณการบริหารงบประมาณการ บริหารค่าใช้จ่ายอะไรต่างๆของอ่าองค์กร ด้วยและที่สำคัญก็คือว่าเป็นเรื่องที่จะ แสดงให้เห็นความสามารถของผู้บิชาหรือผู้

0:54 บริหารในเรื่องเกี่ยวกับการ จัดการพักำหนดนะคะประเด็นที่จะนำเสนอใน ที่เกี่ยวข้องกับแนวการบริหารสกรแบาน ประกันแรกก็คือเรื่องแนวคิดและความหมายทำ ความเข้าใจกันก่อนนะคะว่าการบริหารผลการ ปฏิบัติงานนั้นคืออะไรแล้วก็จะมีวิธี ประเมินผลการปฏิบัติงานซึ่งจะมีตัวอย่าง นะคะทั้งที่ใช้โดยทั่วไปแล้วก็ตัวอย่าง โดยเฉพาะของทางภาคราชการเนี่ยมาให้นัก ศึกษาได้เห็นอแล้วก็พูดถึงประโยชน์ของการ บริหารผลการปฏิบัติงานนะคะแล้วก็พูดถึง ปัญหาแล้วก็ข้อความคำนึงเกี่ยวของเรื่อง

1:41 การบริหารผลการปฏิบัติงาน ด้วยการบริหารผลการปฏิบัติงานเนี่ยในความ หมายหรือว่าโดยแนวคิดนะคะโดยหลักแล้ว เนี่ยการบริหารผการงานก็คือการบริหารแบบ บูรณาการก็คือการรวมข้อสนเทศรวมข้อมูลรวม องค์ประกอบหลายๆอย่างรวมขั้นตอนหลายๆ อย่างเข้ามาบุรณาการเข้ามาเพื่อมุ่งเน้น ให้ผลการปฏิบัติงาของบุคคลใน 6 องค์กรนะ คะสามารถทำให้องค์กรบรรลุเป้าหมายนะคะที่ กำหนด ได้หรืออาจจะพูดได้ว่าการบริหารผลการ ปฏิบัติงานเป็นการบริหารแบบบูรณาการที่

2:28 มุ่งเน้นผลการปฏิบัติงานของบุคคลในองค์กร เพื่อให้องค์กรนั้นน่ะสามารถบรรลุเป้า หมายที่กำหนดนะคะเพราะฉะนั้นในเรื่องการ ที่จะ บูรณาการสิ่งต่างๆทั้งกระบวนการทั้งข้อ มูลอะไรต่างๆเข้ามาในเรื่องผลการปฏิบัติ งานเนี่ยก็ต้องมีเป็น ระบบเรียกว่าระบบการบริหารผลการปฏิบัติ งานนะคะนี้ในระบบการบริหารผลการปฏิบัติ งานนี้จะประกอบด้วยอะไร บ้างขั้นตอนแรกเลยเนี่ยนะคะต้องวางแผน ก่อนหมายความว่าการที่จะทำงานอะไรก็ตาม หัวหน้าทีมหรือว่าผู้บัญชาและผู้ตั้ง

3:17 บัญชาและทีมงานหรือผู้ปฏิบัติงานต้องวาง แผนอาจจะวางแผนร่วมกันหรือว่าเป็นการวาง แผนจากอ่าผู้ชาขึ้นไปเพื่อได้รับการ อนุวัตเรียกว่าป up ว่าวางแผนปฏิบัติงาน จากข้างบนลงมาเรว่าทดาก็ตามนะคะให้เกิด แผนงานขึ้นมาให้เกิดกิจกรรมหรือภารกิจที่ หน่วยงานแล้วก็คนในองค์กรนนจะต้องทำร่วม กันขึ้นมานั่นเองนะคะเรียกว่าเป็นการวาง แผนขั้นต่อไปจากการวางแผนก็คือว่าเมื่อ วางแผนแล้วก็เอาแผนมาให้แต่ละคนทำใช่คะ มอบหมายงานมอบหมายงานที่แต่ละคนทำไปแล้ว ก็ต้องมีการติดต่า มิเตอร์ติดตามการทำงานนั้นๆก่อนที่จะไป

4:04 สู่ระบบก่อนที่จะไปสิ้นสุดที่การอ่า ประเมินผลหรือว่าเพื่อให้ระบบการปฏิบัติ บริหารผลการปฏิบัติงานนั้นครบถ้วนครบวงจร นะคะวามแผนงานกันแล้วมอบหมายงานกันแล้วคน ที่มีหน้าที่ควบคุมติดตามงานคนที่มีหน้า ที่บังคับบัญชาหรือคนที่เป็นหัวหน้าทีม งานก็ต้องติดตามงานนะคะว่างานนั้น ก้าวหน้าไปตามเป้าหมายที่กำหนดหรือไม่ อย่างไรหรือว่าในการทำงานนั้นมีปัญหาที่ จุดใดปัญหาเกิดจากตัวผู้ปฏิบัติงานหรือ ว่าปัญหาเกิดจากคนอื่นๆที่ต้อง ปฏิสัมพันธ์ด้วยเนื่องจากทำงานร่วมกันกับ หน่วยงานอื่นด้วยหรือว่าปัญหาเกิดขึ้นจาก

4:50 อุปกรณ์นะคะหรือปัญหาเกิดขึ้นจากภัย ธรรมชาติหรืออะไรต่างๆก็เป็นเรื่องที่ ต้องติดตามเป็นระยะๆไม่ใช่ว่าวางแผน มอบหมายงานแล้วแล้วก็ปล่อยไปเลยไปจน กระทั่งจบไปจบแผนอีกทีนึงจบระยะเวลาตาม แผนแล้วก็ไปติดตามกันว่าไปถึงไหนแล้วนะคะ ไม่ได้นะคะในการปฏิบัติของระบบการบผลการ ปฏิบัติงานนั้นผู้บังคับบัญชาต้องติดตาม เป็นระยะระะนะคะในการติดตามเป็นระยะๆะ นั้นเพื่ออะไรก็เพื่อการ พัฒนาในขั้นแรกการพัฒนาในขั้นแรกเนี่ย พัฒนาใครพัฒนาอะไรก็คือพัฒนาคนแรกก็คือ พัฒนาผู้ปฏิบัติงานเพราะว่าการติดตามจะทำ

5:37 ให้พบว่าผู้ปฏิบัติงานนั้นความรู้ความ สามารถคุณสมบัติหรือว่านิสัยในการทำงานน สอดคล้องกับงานที่ได้รับมอบหมายหรือไม่ งานจะเสร็จตามเวลาหรือไม่หรือว่าจะมี ปัญหาให้ต้องแก้ไขอย่างไรหรือไม่หรือว่า ขาแคนอุปกรณ์นะคะขาแคลนงบประมาณตงจุใด หรือไม่ก็เป็นสิ่งที่ต้องมีการพัฒนาก เรื่องทั้งตัวคนในเรื่องทั้งระบบในเรื่อง ทั้งงบประมาณนะคะมีการพัฒนาทั้งสิ้นรวม ทั้งวิธีการในการทำงานด้วยต้องมีการพัฒนา เช่นกันเช่นคนอาจจะพร้อมงบประมาณพร้อมแต่ ประกบวิธีการนะคะไปใช้วิธีการที่หน้าสมัย หรือว่าเขมีเทคโนโลยีมีแปลชที่ทาง

6:24 คอมพิวเตอร์ที่สามารถซื้อมาใช้ได้ทำให้ งานเร็วขึ้นอเช่นนี้เป็นต้นก็ไม่ต้องต้อง มีการพัฒนางานพัฒนาวิธีการทำงานไปด้วยนะ คะเพื่อให้งานเนี่ยเป็นไปตามขั้นตอนหรือ ว่าระยะเวลาที่กำหนดไว้ตามแผนที่ได้วาง ไว้ตั้งแต่ต้นขั้นต่อไปก็คือการประเมิน การประเมินนี่คือการประเมินทั้ง 2 ด้านนะ คะทั้ง 2 ด้านก็คือว่าประเมินว่านานไปถึง ไหนแล้วผลงานออกมาได้อย่างไรเป็นผลผลผลิต หรือว่าเป็นผลกำไรหรือว่าเป็นเป็นอ่าเป้า หมายนะคะที่ตั้งเอาไว้นั้นคืออะไรให้ได้ ผลงานมาเป็นอย่างไรเสร็จแล้วก็ประเมิน

7:09 เกี่ยวกับคนที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ ไหนเป็นการ ประเมินประสิทธิภาพในการทำงานของคนที่ได้ รับมอบหมายให้ทำงานตามแผนงานที่วางไว้ ตั้งแต่ต้นตามวงจรที่ว่านี้แลหัวหน้าก็มี การติดตามตลอดมาแลได้รับการพัฒนาด้วยแล้ว เสร็จแล้วพอถึงกำหนดที่จะต้องประเมินก็จะ มีการประเมินผลของการปฏิบัติงานนั่นเอง ซึ่งก็อย่างที่เรียนนะคะประเมินว่างานที่ เสร็จออกมาแค่ไเียงไรนะคะแล้วก็ควรที่ทำ แต่หลังจากได้รับการติดตามช่วยเหลืออะไร ต่างๆแล้วเนี่ยเมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนด ผลงานที่ออกมานั้นเป็นอย่างไรก็ต้อง

7:55 ประเมินทั้งด้านอยู่ๆทั้งคุณภาพและทั้ง ด้านปิานนะคะรวมทั้งประเมินปัญหาอื่นๆ ประเมินสิ่งแวดล้อมอื่นๆปัญหาหรือว่าสิ่ง ที่ไม่ใช่เป็นเป็นปัญหาแต่เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นในรอบช่วงเวลาที่ได้ปฏิบัติงานมา เช่นพฤติกรรมในการทำงานเช่นเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงานที่อาจจะมีผลกระทบ เกี่ยวกับผลขององค์กวหรือผลงานขององค์กร หรือผลการปฏิบัติงานของแต่ละคนก็ได้นะคะ มันก็เป็นสิ่ง ที่จะต้องมีการติดตามแล้วก็ประเมินนะคะ แล้วเสร็จแล้วก็จะนำไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย

8:40 ก็คือขั้นตอนของการให้รางวัลนะคะให้ รางวัลตงนี้ก็คือให้รางวัลกับคนที่ทำงาน แล้วก็ประเมินผลงานออกมาแล้วถ้าเผื่อ ประเมินออกมาแล้วได้โดยหลักก็คือว่าถ้าผล งานดีก็ต้องได้รับการตอบแทนที่ดีถ้าดีมาก ก็ต้องได้รับผลตอบแทนที่ดีมาก แต่ถ้าผลงานไม่ดีเลยก็ขึ้นอยู่กับเกณฑ์ หรือว่ามาตการที่อง์กรนได้วางไว้นะคะเช่น ว่าถ้า้าผลงานออกมาไม่ดีเลยจะถูกลงนหรือ ไม่หรือว่าจะตอไม่ให้ค่าไม่ให้รางวัลเลย ไม่ให้ค่าตอบแทนที่เพิ่มขึ้นเลยให้แต่ค่า ตอบแทนปกติเป็นต้นนะคะหรือว่าคนที่รางวัล ดีรางวัลดีมากจะมีรางวัลพิเศษอะไรเพิ่ม

9:26 เติมอีกนัก็เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับนโยบาย ที่องค์กรเป็นผู้กำหนดนะคะเพราะนั้นระบบ ของการบริหารผลการปฏิบัติงานก็มี 5 ขั้น ตอนที่เรนเรียนะคะคือวางแผนงานกันก่อนมอบ หมายงานทุกคนรู้แล้วว่าทำอะไรมีการติดตาม นะคะมีการช่วยเหลือดูแลนะคะแนะนำเร่งั แล้วก็พัฒนาเพื่อให้งานและให้คนที่ทำงาน ในแต่ละขั้นตอนต่างๆในทำงานอย่าเต็มความ รู้ความสามารถเสร็จแล้วก็ถึงเวลาประมนผล ปฏิบัติงานของแต่ละบุคคลก็ผู้มวิชาก็จะทำ งานที่ประเมินนะคะหรือว่าคนที่ได้รับมอบ หมายนะคะแลเสร็จก็จะมีการให้รางวัลนะคือ

10:11 วงรอบของระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานใน แต่ละครั้งนะคะทีนี้มาดูกัน ว่าปฏิบัติงานหรือว่าในการบริหารผลการ ปฏิบัติงานนะคะใครเป็นผู้ประเมินผลการ ปฏิบัติงานของพนักงานหรือของเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในวงก่อนนะคะตัวเองประเมินเองพอมย นะคะหรือว่าไม่มีสิทธิ์ประเมินเลยนะคะโดย หลักแล้วนะคะคนที่ทำหน้าที่ประเมินผลการ ปฏิบัติงานของพนักงานก็คือหัวหน้างานโดย ตรงหรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า immediate Super นะคะ immediate superior นี้เป็น ต้นนะคะเพราะอะไรคะเพราะว่าหัวหน้างานโดย ตรงเป็นคนมอบหมายงานตามแผนแล้วก็มีแผนใน

11:01 การควบคุมติดตามงานเพราะฉนั้นหัวหน้างาน เป็นคนที่มอบหมายงานแล้วก็ติดตามนะคะแล้ว ก็มีหน้าที่ใน การพัฒนาคนที่อยู่ในงานแต่ละงานด้วยใน ส่วนหนึ่งถ้าเผว่าพัฒนาเองไม่ได้ก็ไม่ สามารถพัฒนานได้ตัวเองไม่มีความสามารถก็ คงจะส่งผู้บชาเนี่ยไปได้รับการพัฒนาที่ อื่นเพื่อให้เขาสามารถมีอความรู้ความ สามารถที่สูงขึ้นนะคะนี่เป็นหน้าที่โดย ตรงของหัวหน้างานที่จะต้องเป็นผู้ประเมิน เพราะว่าอยู่ใกล้ผู้ปฏิบัติงานมากที่สุด อยู่ใกล้พนักงานมากที่สุดแลรู้ดีว่าผู้

11:47 ปฏิบัติงานนั้นมีพฤติกรรมในการทำงานอย่าง ไรและรู้ดีว่าเป้าหมายในการทำงานที่ตกลง กันไว้นัคืออะไรนะคะแล้วก็รู้ดีว่าใน ระหว่างการทำงานนั้นน่ะผู้ปฏิบัติงานมี ปัญหามีข้อดีข้อเสียตรงไหนอย่างไรหรือไ เพราะฉะนั้นพนักงานโดยตรงจึงเป็นบุคคลที่ สำคัญมากนะคะในการที่จะประเมินผลการงาน ของพนักงานโดยเฉพาะในกรณีที่จะเป็นการให้ ค่าตอบแทนในการให้เงินเดือนขึ้นในการให้ รางวัลหัวหนงานโดยตรมจะเป็นผู้ที่ประเมิน นะคะที่ สำคัญคนที่มีอาจจะประเมินอีกคนหนึ่งก็คือ

12:32 เพื่อนร่วมงานการประเมินในเพื่อนร่วมงาน เราเรียกว่า PE หรือว่า PE Ring นะคะก็ คือนั่งทำงานด้วยกันใกล้ๆกันในที่ทำงานนะ คะอาจจะเป็นลักษณะงานอย่างเดียวกันหรือ ว่าลักงานแตกต่างกันแต่ว่าวิธีการประเมิน วิธีนี้เนี่ยให้เพื่อนร่วมงานได้ประเมิน ด้วยอาจจะเป็นในทางลับมีแบบประเมินให้ เพื่อนร่วมงานเนี่ยประเมินว่าคนที่นั่ง ฉันนั่งอยู่ข้างๆเนี่ยเวิธีการทำงานเเป็น อย่างไรมีพฤติกรรมในการทำงานเป็นอย่างไร หลับไปที่ทำงานมยนะคะหรือว่าใช้ คอมพิวเตอร์ของที่ทำงานไปเป็นเรื่องส่วน ตัวมนะคะพฤติกรรมในการทำงานไม่ช่วยเหลือ คนอื่นเห็นแก่ตัวมอะไรงนี้เป็นต้นนะคะการ

13:17 ใช้เคื่องร่วมงานเป็นผู้ประเมินเนี่ยไม่ ส่วนไม่ได้นำมาใช้ในเรื่องเกี่ยวกับการ เลื่อนเงินเดือนหรือการให้ค่าตอบแทนหรือ การให้ค่าค่ารางวัลนะคะให้รางวัลต่างๆเรา ไม่ใชวิธีการให้เพื่อนร่วมงานหรือ หรือใชวิธีนี้แต่อาจจะใชวิธีให้เพื่อน ร่วมงานเข้ามาประเมินด้วยเนี่ยในกรณี สำหรับเพื่อประกอบในการประมบุคคลเพื่อ ประกอบในการเลตำแน่งหือว่าการย้ายตำนย้าย งานอื่นๆคะแต่กณีที่เป็นเรื่องเกี่วกับ ค่าตอบ แทนประมินด้วยเพื่อนร่มงานใช่ผลการ ประเมินของเพื่อนร่วมงานการประเมินอาจจะ

14:03 ทำได้ในรูปของคณะกรรมการเรียกว่าเป็นเริ โดยคิตนะคะเป็นคณะกรรมการประเมินประเมิน ผลการปฏิบัติงานของพนักงานเนี่ยค่ะแทนที่ จะเป็นดุลพินิจของคนคนเดียวเช่นหัวนักงาน คนเดียวหรือว่าเพื่อนร่วมงานคนใดคนหนึ่ง แต่ว่าตั้งขึ้นมาเป็นทีมตั้งขึ้นมาเป็น คณะแล้วก็ให้คณะนั้นมีหัวหน้าคณะโดยหัว หน้างานอาจจะเป็นหัวหน้าคณะแล้วก็มีบุคคล อื่นที่เกี่ยว ข้อง 34 คนขึ้นไปนะคะเข้ามาเป็นผู้กำหนคน ๆนึงคน 1 คนเนี่ยตัวคณะกรรมการอาจจะต้อง ถูกคน 1 คนอาจจะต้องูคณะกรรมการซึ่ง ประกอบด้วยคนประมาณ 4-5 คนขึ้นไปเนี่ย

14:50 เป็นผู้ประมผลการปิบัติงานของตนนะคะเพราะ นั้นก็หมายความว่าจะประเมินได้อย่างไรี เมื่อคณะกรรมการไม่ได้มานั่งดูอ่าอเจ้า หน้าที่ทุกครั้งไปในการทำงานทุกตลอดเวลา ที่ทำงานก็แสดงว่าต้องมีหลักฐานในการที่ จะแสดงให้เห็นว่าผลการปฏิบัติงานของ พนักงานแต่ละคนนั้นเป็นอย่างไรคณะกรรมการ ประเจึงจะประเมินจากหลักฐานที่เป็นเอกสาร หรือที่เป็นที่มองเห็นได้นะคะซึ่งเป็นผล การฏิบัติงานของพนักงานนั่นเองนะ คะผู้ที่ อาจจะเป็นผู้ประเมินผลการงาน อีกกลุ่มหนึ่งก็คือให้ประเมินตนเองนะคะ

15:37 ให้ประเมินตนเองเมื่อทำงานเสร็จนะคะตัว เองดูจากผลงานที่ตัวเองทำดูจากผลงานที่ตก ลงกับหัวหนักงานว่าจะต้องเสร็จอย่างไร ตกลงกับเป้าหมายขององค์กรในภาพรวมก็ให้ ประเมินตนเองนะคะว่าผลงานของตนเองนั้น อยู่ในระดับใเป็นต้นแต่เช่นเดียวกันนะคะ การประเมินด้วยตนเองเนี่ยก็ไม่ได้นำมาใช้ ในเพื่อการเลื่อนตำแหน่งหรือเพื่อการให้ รางวัลตบุคคลตนเองเพราะว่าการที่จะเลื่อน เลื่อนอ่าเงินเดือนนะคะในการที่จะเลื่อน ตำแหน่งในการที่จะอ่าให้รางวัลอะไรต่างๆ เนี่ยต้องเป็นผู้อื่นมาเป็นผู้ประมินไม่

16:25 ใช่ตนเป็นผู้ประเมินตนเองนะคะ ผู้ที่จะประเมินอีกคนหนึ่งก็ประเมินโดย ผู้ใต้บังคบัญชาเรียกว่า appresso by subordinate นะคะซึ่งก็มีหลายหน่วยงานนะ คะใช้วิธีนี้ก็เพื่อที่จะให้ได้ทราบว่า การปฏิบัตินะคะพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชา นั้นเป็นอย่างไรโดยให้ผู้ใ้บังคับบัญชา เป็นผู้ประเมินเช่นเดียวกันนะคะการ ประเมินโดยผู้ตั้งบัญชาเนี่ยแม้ว่าจะ ประเมินผลการปฏิบัติงานก็จริงแล้วก็ ประเมินด้านอื่นๆด้วยก็จริงก็จะไม่นำมา ใช้ในเรื่องของการเรื่องเงินเดือดในการ เลื่อนตำแหน่งนะคะแต่ว่าสามารถนำไปประกอบ

17:12 ใน การพิจารณาเรื่องอื่นๆของผู้บริหารหรือ ว่าคณะกรรมการในระดับสูงขึ้นไปขององค์การ ได้นะคะผู้ที่จะเป็นผู้ประเมินได้อีก ก็คือทุกคนนะคะทุกคนหรือที่เรียกว่าเป็น การประเมินแบบ 360 องศาคนที่ใน 36 องศา นั้นก็จะประกอบ ด้วย 5 คนแรกนะคะที่ที่พูดไปแล้วด้วยนอก จากนั้นก็อาจจะรวมถึงคนที่อยู่ข้างนอกแต่ ว่ามารับบริการจากผู้ปฏิบัติงานคนนี้หรือ ว่ามาติดต่อปฏิสัมพันธ์กับผู้ปฏิบัติงาน คนนี้หรือเป็นคนที่อยู่ในบริษัทข้างนอก

18:01 แต่ว่ามาทำงานร่วมกันในกรณีที่บริษัทนั้น ได้รับจ้างจากหน่วยงานนี้ให้มาช่วยงานอัน หนึ่งเพราะนั้นคนหนึ่งในองคกรก็อาจจะทำ งานกับคนทั้งในองค์ของตนเองแล้วก็ทำงาน กับคนที่มาจากนอกองค์กรด้วยและยังให้ บริการกับคนทั้งข้างในองคกรเองและให้ บริการกับประชาชนทั่วไปนอกองค์กรด้วยการ ที่ให้คนเหล่านี้นะคะเข้ามาประเมิน พฤติกรรมในการทำงานของผู้ปฏิบัติงานแต่ละ คนรวมทั้งให้หัวหน้างานให้เพื่อนรวมงาน ให้ตัวเองประเมินด้วยให้ผู้การบังบัญชา ประเมินด้วยแล้วก็ให้มีกรรมการประเมิน ด้วยทั้งหมดเป็นวิธีการที่ทางทฤษฎีใช้

18:48 เรียกว่าอยู่ในการประเมินแบบ 360 องศาก็ คือถูกประเมินรอบตัวนะคะถูกประเมินรอบตัว เช่นเดียวกันค่ะวิธีนี้ก็ไม่ได้นำมา ใช้มากนักหรือเรียกอาจพูดได้ว่านำมาใช้ น้อยมากในการที่เกี่ยวกับการเลื่อนเน เดือนนะคะแต่อาจจะเอามาใช้เกี่ยวกับการ เลื่อนตำแหน่งหรือว่าการย้ายอะไรต่างๆ เป็นตนนะ คะ การประเมินผลการปฏิบัติงานนะคะสิ่งที่ สำคัญที่จะต้องมีจะต้องทำก็คือการกำหนด ตัวชี้วัดแล้วก็ค่าเป้าหมายผลสำเร็จของ

19:33 งานนะคะให้ชัดเจนไม่อย่างก็ไม่รู้จะไป ประเมินผลการปฏิบัติงานกับอะไรซึ่งการ กำหนดค่าเป้าหมายและผลสำเร็จของงานนะคะก็ จะมี 3 ระดับด้วยกันตั้งแต่ระดับองค์กรนะ คะมาจนทั้ถึงระดับสำนักกองนะคะแล้วก็จน กระทั่งถึงตัวผู้ปฏิบัติมี 3 ระดับด้วย กันทั้ง 3 ระดับนี้ต้องเชื่อมโยงกันต้อง ล้อกันนะคะหมายความว่าเ้าประสงค์และตัวชี ขององค์กรหัวหน้าองค์กรเนี่ยต้องเป็นที่ รับรู้ของหัวหน้าฝ่ายหัวหน้าระดับหัวหน้า กองหัวหน้าสำนักเพราะฉะนั้น้าประสงค์ที่ กำหนดเอาไว้ของระดับองค์กรก็จะต้องเป็น

20:20 แนวให้มีการกำหนดเ้าประสงค์ของระดับฝ่าย นะคะระดับสำนากองเนี่ยให้สอดคล้องกันนะคะ ผลสัมฤทธิ์ที่ปรับที่กำหนดที่ระดับองค์กร นะคะก็ต้องเช่นเดียวกันค่ะต้องมากำหนดผล สัมฤทธ์แลก็ภารกิจของระดับฝ่ายและองค์กร เนี่ยให้สอดรับกันเพราะว่าเราจะต้องใช้งบ ประมาณใช้เงินขององค์กรเนี่ยบริหารงานไป เพื่อวัตถุประสงค์ขององค์กรเพราะฉะนั้นใน ระดับโครงสร้างย่อยๆภายภายใต้องค์กรนั้น เนี่ยทั้ง ผลสัมฤทธิ์นะคะทั้งเ้าประสงค์นะคะแล้วก็ ตัวชี้วัดต้องสอดรับสอดรับกันอาจจะไม่ใช่

21:09 ตัวเดียวกันนะคะเพราะว่าคนทำเป็นคนละ ระดับกันแต่ว่าท้ายที่สุดผลจากตัวชี้วัด นะคะที่ทำสำเร็จโดยคนระดับล่างโดยผู้ ปฏิบัติระดับปฏิบัติเนี่ยจะต้องสอดรับกัน แล้วก็สนับสนุนไปให้ให้ตัวชี้วัดในระดับ สูงขึ้นไปในระดับหน่วยงานของตัวเองประสบ ผลสำเร็จแล้วก็ส่งผลขึ้นไปให้ตัวชี้วัด และผลสำร็จแลก็ภารกิจของระดับองค์กรใหญ่ ที่ตนสังกัดอยู่นั้นประสบผลสำเร็จนะคะ เพราะฉะนั้นการกำหนดตัวชี้วัดแลค่าเป้า หมายของผลสำเร็จของงานเนี่ยทั้งในระดับ

21:56 องค์กรใหญ่เลยแล้วก็องค์กรย่อยภายในองค์ กรนั้นจนกระทั่งถึงระดับปฏิบัติระดับเจ้า หน้าที่แต่ละคนนะคะจะต้องสอดรับกันสอบ คล้องกันแล้วจึงจะสามารถที่จะมีการกำอมี การวัดประเมินแล้วก็มีเจนสำหรับที่จะวัด ประเมินได้อย่างมีประสิทธิภาพนะคะนี่ก็ เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องมีในเรื่องที่เรา จะ ต้องบริหารผลการปฏิบัติงานให้สอดรับ กันสำหรับตัวชี้วัดและเป้าหมายก็จะของของ แต่ ละองค์กรนะคะก็ต้องกำหนดให้สอดรับการัน

22:43 ที่นักเรียนแล้วตัวในที่นี้จะมีคำเข้ามา ก็คือตัวชี้วัดแล้วก็เป้าหมายนักศึกษาคจะ ทราบนะคะตัวชี้วัดก็คือตัวที่กำหนดนะคะผล การปฏิบัติงานหลัก Key Performance indicator นะคะ KPI เป็นตัวชี้วัดผล ปฏิบัติงานหลักตัวชี้วัดเป็นตนิหรือหน่วย วัดความสำเร็จของการปฏิบัติงานที่กำหนด ขึ้นโดยหน่วยวัดที่แสดงผลสัมฤทธ์ของงานจะ ต้องกำหนดเป็นหน่วยวัดนะคะที่แสดงผล สัมฤทธ์ของงานและสามารถแยกแยะความแตกต่าง ของผลการปฏิบัติงานได้หมายความว่าสามารถ ที่จะแบ่งระดับของตัวชี้วัดแบ่งสแบ่ง

23:32 ระดับของความสำเร็จของคนที่ปฏิบัติงานแต่ ละคนได้นะคะเพราะงั้นตัว KPI จะเป็นตัว ที่จะต้องหน่วยงานจะต้องกำหนดขึ้นนะคะ แล้วก็จะ ต้องสามารถที่จะนำมาใช้ในการวัดความ สำเร็จของการปฏิบัติงานของหน่วยงานนั้น ได้และก็เป็นหน่วยวัดที่แสดงผลสำฤทธิ์ของ งานด้วยแล้วก็สามารถที่จะบอกได้ด้วยว่า ใครทำได้มากกว่าใครใครทำได้ดีกว่าใครนะคะ ทั้งนี้จะต้องคำนึงถึงเป้าหมายนะคะจะต้อง กำนถึงเป้าหมายขององค์กรเป็นเราเพราะว่า จะต้องมีการกำหนดค่าเป้าหมายขององค์กร ด้วยแล้วค่าเป้าหมายในที่นก็คือเป้าหมาย ในถปริมาณเพราะว่าจะได้สามารถนำไปกำหนด

24:22 KPI หรือว่าตัวชี้วัดในเชิงปริมาณได้ ด้วยถ้าเป็นตัวถ้าเป็นกำหนดเถ้ากำหนดเป้า หมายในเชิงปริมาณไว้แล้วเนี่ยก็จะง่ายที่ จะกำหนด KPI ไปในเชิงปริมาณแล้วก็ง่ายกับ การประเมินนะคะผลสำเร็จของแต่ละบุคคลผล งานของแต่ละบุคคลในเชิงปริมาณเพราะฉะนั้น ก็สามารถจะประเมินผลการปฏิบัติงานได้นะคะ เป็นแล้วก็สามารถที่จะให้คะแนนนะคะความ แตกต่างของคนที่ทำงานไม่เท่ากันได้มีหลัก ฐานชัดเจนจะมีหลักฐานชัดเจนเพราะว่าจะมี การมีหลักฐานว่าใครทำอะไรอย่างไรเี่นะคะ

25:10 ชัดเจนเอาไว้นะคะเพราะั้นในการบริหารผล การปฏิบัติงานนอกจากจะมีการวางแผนงานมอบ หมายงานนะคะติดตามพัฒนาแล้วก็วัดประเมิน ผลงานแล้วเนี่ยก่อนที่จะมีการวัดประเมิน ผลงาน จะต้องมีองคกรจะต้องมีการกำหนดเป้าหมาย กำหนดค่าเป้าหมายกำหนดตัวชี้วันะคะเพื่อ ที่จะมากำหนดระดับเอาไปวัดนะคะก็คือระดับ ของค่าเป้าหมายอย่างไตัวอย่างในที่นี้นะ คะตัวอย่างในที่นี้ก็จะกำหนดระดับภาเป้า หมายของตัวชี้วัดเอไว้ 5 ระดับระดับที่ 1

25:56 เป็นค่าเป้าหมายต่ำสุดที่รับการระดับที่ 2 ค่าปหมายระดับต่ำกว่ามาตรฐานนะคะค่าเป้า หมายระดับ 3 เป็นระดับที่อยู่ตรงกลางนะคะ เป็นค่าเป้าหมายที่เป็นทั่วไปหรือว่ารับ ได้หรือว่าเป็นการเฉลี่ยเป็นค่าเฉลี่ย หรือว่าเป็นค่ามาตรฐานนั่นเองเป็นค่า มาตรฐานขององค์การขององค์กรอันนั่นเองนะ คะค่าเป้าหมายของเชีวันะคะ ในแกนทางด้านขวามือของนักศึกษานะคะก็จะ เป็นแกนที่แสดงให้เห็นว่าระดับของค่าเป้า หมายนั้นสูงขึ้นพอถึงระดับ 4 เป็นค่าเป้า

26:42 หมายที่มีความยากปานกลางกันนะคะคนที่ได้ ระดับคนที่มีประเมินผลออกไปแล้ว KPI อยู่ ในระดับ 1 กับอยู่ในระดับ 2 ระดับ 3 ก็ต่างกันพอมาถึงระดับ 4 ต่างกันมากไป กว่าอีกระดับ 4 ไม่ใช่ระดับมาตรฐานแล้ว แต่สูงกว่ามาตรฐานเพราะมีความยากขึ้นไป ปานกลางพอถึงระดับ 5 นะคะค่าเป้าหมายใน ระดับท้าทายมีความยากค่อนข้างมากนะคะ โอกาสที่จะสำเร็จมีเพียง 50% ในเรื่องระดับค่าเป้าหมายที่เลี้ยง

27:28 กาเปบียนเนี่ยก็เป็นค่าเป้าหมายที่ต้องไป กำหนดในตัวชี้วัดว่ามีโดยหลักโดยทั่วไป เนี่ยก็ใช้ 5 เป้าหมายอันนี้แล้วก็ระดับ กลางระดับ 3 คือค่าเป้าหมายที่เป็นเฉลี่ย นะคะค่าเป้าหมายที่เป็น เฉลี่ยการกำหนดตัวชี้วัดก็จะต้องมีการ กำหนดในทุกๆงานนะคะสามารถกำหนดได้ในทุกๆ งานตัวอย่างที่เยที่เยนนำมาให้ดูเนี่ย ถ้าเป็นทางด้านคุณภาพ KPI ทางด้าน Quality ทางด้านคุณภาพก็เช่นอีการกำหนดสก specification กำหนดเอาไว้ว่าจะต้องทำผล งานออกมาให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด 1 2 3

28:15 4 เช่นเป็นเอกสารรายงานความยาวค่าหน้านะ คะมีโครงโครงสร้างนะคะของรายงานครบถ้วน เป็นต้นนะคะคะหรืออาจจะดูจากข้อร้องเรียน นะคะการทำงานของบางหน่วยงานมีแต่คนมาร้อง เรียนมายอดตู้ความเห็นรองเรียนว่าไม่ให้ บริการเท่าที่ควรอะไรต่างๆนี้เป็นต้นนะคะ สถิติของข้อร้องเรียนก็เป็นตัว KPI ตัว หนึ่งที่จะบอกถึงคุณภาพของการารด้วยนะคะ คำชมนะคะสถิติคำชมก็เป็น KPI อันหนึ่ง สามารถมากำหนด ให้เป็น KPI ของลักษณะงานได้หรือว่าความ

29:01 พึงพอใจของลูกค้าทั้งหมดนี้คือตัวอย่าง KPI ทางด้านคุณภาพการกำหนดตัวชี้วัดของ งานของ คนในองค์กรแต่ละงานแต่ละคนนั้นไม่ใช่ เลือกอย่างใดอย่างอย่างเดียวนะคะแต่อาจะ ไม่ใช่ว่าคุณภาพอย่างเดียวแต่อาจจะมีทั้ง ด้านคุณภาพทางด้านปริมาณทางด้านความคุ้ม ค่าของต้นทุนและก็ทางด้าน กำหนดเวลาด้วยนะคะถ้าเป็น KPI ทางด้าน ปริมาณก็เช่นว่ากำหนดว่าต้องเสร็จกี่ หน่วยใน 1 วันกี่ชิ้นใน 1 วันนะคะต้อง ผลิตงานให้ได้ 3 ชิ้นใน 1 วันงนี้เป็นต้น ก็เป็นมาตรฐานแต่ถ้าทำไม่ถึงก็จะอาจจะ

29:50 อยู่ในระดับ 1 หรือ 2 ในเกณฑในแผ่นภาพที่ เนให้ดูที่ผ่านมานะคะแต่ถ้าเกณฑกลางบอก ว่า 3 หน่วยในุวันแต่ปรากฏว่าทำได้ 5 หน่วยนะคะทำได้ทั้ง 5 หน่วยก็อยู่ในเกณฑ์ ที่เกินมาตรฐานก็คือเกณฑ์ 4 อย่างที่ เรียนให้ดูในภาพที่ผ่านมานะคะหรือถ้า เผื่อว่าเก่งมากก็อาจจะอยู่ในเกิน กว่า 5 ชิ้นขึ้นไปใน 1 วันกลายเป็นใน เกณฑ์สูงสุดนะคะในในแผนพุกในที่เรนให้ดู ที่ผ่านมาจำนวนโทรศัพท์ที่จะต้องรับกี่ ครั้งใน 1 ชั่มนะคะเป็นเกณฑ์ที่กำหนดเป็น เตย้ายได้แล้วคนที่ทำงานเขจะต้องจดนะคะ

30:39 ต้องจดบันทึกว่าสิ่งที่เขทำแต่ช่วงเวลา ที่กำหนดที่ต้องมีการไปวัดตามตัวที่วัดเ ทางด้านปริมาณเนี่ยตนเองทำได้เท่าไหรมี หลักฐานชัดเจนในการวัดนะคะจำนวนหน่วยที่ ผลิตปริมาณการให้บริการจำนวนโครงการที่ สำเร็จในช่วงเวลาที่กำหนดจำนวนชิ้นงานที่ ผลิตได้จำนวนโทรศัพท์ที่รับสายทุเวลานะ คะนอกจากนั้นก็เป็นถ้าเป็น KPI จะนั้ความ คุ้มค่าของต้นทุนนะคะก็เช่นในเรื่องของ จำนวนเงินที่จ่ายไปสำหรับกิจการนั้นนะคะ จำนวน คำแนะนำที่มีการปฏิบัติต่าวนะคะมีการให้

31:27 เป็นการ ลักษณะงานที่เป็นการให้คำแนะนำและเมื่อ ให้คำแนะนำไปแล้วคนที่มารับคำแนะนำนั้น ได้ทำตามคำแนะนำนั้นจำนวนเท่าไหร่ เปอร์เซ็นต์เท่าไหร่เป็นสิ่งที่จะ ต้องหานะคะเป็นสิ่งที่จะต้องวัดแล้วก็ เป็นสิ่งที่สามารถกำหนดเป็น KPI และเมื่อ เสร็จสิ้นระยะเวลาในการทำงานแล้วก็ ประเมินความสำเร็จจากปริมาณเหล่านี้หรือ อาจจะเป็นร้อยละของงบประมาณที่สามารถเบิก จ่ายได้ตามเวลาที่กำหนดก็เป็นเรื่องของ อ่า KPI ในเรื่องความคุ้มค่า eff ใน เรื่องต้น ทุนนอกจากนั้นก็เป็น KPI ในเรด้านกำหนด

32:15 เวลานะคะ KPI นกำหนดเวลาที่สามารถจะมา กำหนดเป็น KPI ของการปฏิบัติงานของคนในองค์กรได้ก็ เช่นตงการทำงานสำเร็จตามแผนงานแค่ไหน เพียงไรนะคะงานเสร็จตามวันครบกำหนดไส่ง งานครบกครบหมายถึงว่าครบทุกชิ้นตามกำหนด งานไแล้วก็ช่วงเวลาที่ต้องทำนะคะนานแค่ ไหนกี่วันนะคะกี่ชั่วโมงทำได้ตามเวลานั้น ใหม่นะคะอนี้เป็นตัวอย่างอย่างไรก็ตามใน การที่จะอ่า กำหนดเป้าหมายนะคะก็มีประเด็นที่ควกำหนด

33:05 ถึงก็คือว่า KPI KE Performance indicator ที่ดีเนี่ยจะต้องเป็น KPI ที่ ส่งผลต่อการปฏิบัติงานทีู่ทงขององค์กรไม่ ใช่ว่าทำงานอย่างหนึแล้วไปกำหนด KPI อีก อย่างหนึไม่เกี่ยวกันพอถึงเวลาประเมินทำ ให้ไม่สามารถจะประเมินได้อย่างนี้มันก็ ไม่เป็นรกับการกับผู้ที่ถูกประเมินนะคะนะ คะต้องเป็น KPI ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติงาน ที่พืประสงค์ขององค์กรด้วยแต่ก็เป็นสิ่ง ที่องค์กรต้องการด้วยมีจำนวนไม่มากเกินไป เพราะว่าคนคหนึงจะไปพวงกับงานหลายอย่าง มันมันคงเป็นไปเป็นไปไม่ได้นะคะก็ใช้ เฉพาะงานหลักนะคะที่สามารถวัดได้ไม่มาก เกินไปแล้วก็จะต้องเป็นที่ประสงพึ่ง

33:53 ประสงค์ขององค์กรด้วยมีการนำไปใช้นะคะ ต้องสอคลองกับแผนงานและโครงการก็คือขึ้น อยู่กับแผนงานและโครงการนั้นการกำหนด KPI ก็ไม่เป็นกำหนดนอกแผนงานโครงการนั้นต้อง ให้อยู่ในแผนงานโครงการนั้นนะคะสามารถ เก็บรูปรมข้อมูลได้ง่ายเพราะเป็นเรื่อง ที่ต้องปฏิบัติอยู่แล้วข้อมูลที่เก็บรมัน ต้องไม่มากพอเพราะว่าเวลาเอามาใช้ในการ ประเมนะคะเวลามาประมวลเนี่ยก็ไม่ต้องใช้ เวลามากเกินไปนะคะต้องคำนถึงความคุ้มทุน ตรงนี้ด้วยเพราะว่าเราจะประเมินผลการ ปฏิบัติการของแต่ละบุคคลในแต่ละช่วงเวลา ต้องเป็น KPI ที่เป็นที่ยอมรับและเป็นที่ เข้าใจของทุก

34:39 คนของทุกงานในหน่วยงานนะคะถ้าเผื่อว่า เป็นขององค์กรนะว่าถ้าเป็นองค์กรระดับใด ก็ตามหน่วยงานย่อยที่อยู่ในองค์กรนั้นก็ ต้องยอมรับ KPI นั้นนะคะเพราะว่าจะต้องทำ านไปในทิศทางอันเดียวกันแล้วก็เข้าใจตรง กันนะ คะผู้ที่เกี่ยวข้องการนำเสนอ KPI ให้ผู้ เกี่ยวข้องได้รับทราบต้องเป็นที่เข้าใจ ง่ายแล้วก็สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ อันนี้หมายความว่ากรณีที่จะต้องนำเสนอ KPI ที่ได้มีการกำหนดไปแล้วเนี่ยจะนำจะเอาไป นำเสนอผู้บริหารหรือว่าจะเอาไปนำเสนอ กรรมการที่เขาจะเป็นคนประเมินนะคะว่า

35:28 ทำงานได้ KPI สอดคล้องกับ KPI ที่กำหนดไห สอดค้องกับ KPI ที่องค์กรต้องการไหคจะได้ รางวัลอะไรอย่างไนะคะต้องเป็น KP ที่ผู้ ที่เกี่ยวขกรรมการต้องเข้าใจด้วยผู้ บริหารก็ต้องเข้าใจนะคะเรียกว่าเป็นที่ เข้าใจง่ายทุกคนเข้าใจรวมกันว่าตัวชี้ว นั้นคืออะไรคะทีนี้เมื่อนำตัวชี้วมาใช้ ประโยน์แล้วก็เมื่อมาประเมินผลตามปฏิบัติ งานแล้วนะคะตัวอย่างผลการการประเมินผลการ ปฏิบัติงาเนี่ยเราก็มาให้ คะแนนทราบแล้วก็อาจจะเป็นหัวหน้างานโดย ตรงหรือเป็นคณะกรรมการนะคะหรือคนอื่น

36:17 ๆอันนี้การเป็นการให้คะแนนตามมาตราสก็คือ ดีเยี่ยมดีมากดีพอใช้ความปรับปรุงนะคะ หมายความว่าดีเยี่ยมดีที่สุดเคืออยู่ทาง ซ้ายมือนะคะแล้วก็ค่อยๆไล่ลงไปนะ คะอันนี้เป็นเอามาเสนอนี้ให้เป็นแบฟอร์ม นะคะแบฟอร์มท่าเห็นว่าสามารถที่จะำเนินผล การปฏิบัติงานเนี่ยให้ตามมาตราสวนก็ใน แฟร์มก็คือว่ามีชื่อพนักงานที่เป็นผู้ ปฏิบัติปริมาณงานในสภาวะปกติคุณภาพงาน ความครบถ้วนถูกต้องความรู้เกี่ยวกับงานนะ คะนี่คือ KPI ความรู้ความเข้าใจลึกซึ้ง

37:04 เกี่ยวกับงานและปัจจัยที่เกี่ยวข้องนะ คะความคิดได้เริ่มมุ่งมั่นทำสิ่งใหม่ที่ จะพัฒนามาแล้วก็มีชื่อผู้ประเมินแล้วก็ วันอื่นปีที่ประเมินด้วยคือตัวนี้ก็สิ่ง บางเรื่องนะคะจะเป็นเรื่อง ที่ไม่ใช่ปริมาณงานไม่เป็นปริมาณจะเห็น ได้ว่าปริมาณงานเนี่ยนะคะก็สามารถให้ คะแนนไปตามในแต่ละประเด็นไปดีเยี่ยมดีมาก หรือดีแล้วเสร็จ แล้ว KPI ตัวอื่นหรือว่าเกณฑ์อื่นเนี่ยนะ คะเช่นคุณภาพงานความรู้เกี่ยวกับงานความ รู้ความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับปัจจัยที่ เกี่ยวข้องความคิด้วเริ่มนี่คือเกณฑ์ใน

37:53 การประเมินที่ไม่ใช่เรื่องปริมาตนะคะไม่ เป็นตัวเลขก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปดู เกี่ยวกับผลงานที่เกิดขึ้นซึ่งก็มีหลัก ฐานนะคะเพราะว่าต้องมีหลักฐานของการทำงาน ของเจ้าหน้าที่แต่ละคนด้วยนะคะนี่เป็นตัว อย่างของแบบฟอร์มของการ ประเมินที่สามารถนำไปใช้ในองค์กรต่างๆมี ตัวอย่างของภาคราชการที่ให้ท่านดูนะคะใน ปัจจุบันการประเมินผลการปฏิบัติราชการมี องค์ประกอบนะคะต่างๆแต่ก็มีระดับสการ ประเมิน 5 ระดับเป็นอย่างน้อยส่วนใหญ่ แล้วจะใช้ 5 ระดับนะคะก็คือระดับดีเด่นดี

38:38 มากดีพอใช้ต้องปรับปรุนะคะก็คล้ายกับ ตารางแรกที่เรียนเรียเสนอไปนะ คะคะแนนในแต่ละระดับนะคะส่วนยาการสามารถ กำหนดช่วงคะแนนแแล้วได้ตามความเหมาะสมแต่ ว่าคะแนนพอใช้จะต้องไม่ตต่ำกว่าร้อยละ 60 นะคะเพราะฉะนั้นพอใช้เนี่ยต้องไม่ต่ำกว่า 60 แต่ว่าดีเด่นดีมากดีจะให้จะให้ดี เนี่ย 70 อพอใช้ต้องไม่ตงกว่า 70 ใช่มคะ เพราะฉะนั้น 71 70 จ1นะคะก็เป็นดีขึ้นไป นะก็แล้วแต่ว่าจะใช้ อ่าความย่อยของตัวเลของทศนิยมเนี่ยแค่ไหน

39:26 เพียงไรนะคะ ดีก็เช่น 71 ขึ้นไป ถึง 80 อย่างนี้เป็นต้นนะคะก็อาจจะมีช่วง ของคะแนนได้นะคะแต่อย่างไก็ตามพอใช้เนี่ย ต้องไม่ต่ำกว่า 60 นะคะไม่ต่ำกว่า 60 ถ้าต่ำกว่า 60 คืออะไรคะคือต่ำกว่าก ปรุมถ้าต่ำกว่า 60 ในทางราชการมีความหมาย ก็คือว่า ถ้าถ้าต่ำกว่า 60 ต้องปรับปรุงเนี่ยนะคะ ก็อาจจะไม่สามารถจะเลือนเงินเดือนได้นะคะ แล้วถ้าพอใช้ไม่ต่ำกว่า 60 เนี่ยก็อาจจะ เลือกเงินเดือนได้น้อยมากได้เปอร์เซ็นต์ น้อยมากนะคะนี้เป็นเรื่องที่สาจะต้องเป็น

40:13 ผู้กำหนดอย่างไรก็ตามเนี่ยก่อนที่จะมีการ ประกาศว่าใครได้เรื่องเงินเดือนนะคะการนำ ไปใช้ในการเรื่องเงินเดือนจากผลการงานจะ ต้องมีการประกาศก่อนว่าใครมีผลงานดีเด่น ดีมากเพราะฉะนั้นเรื่องผลงานจึงเป็น เรื่องสำคัญแล้วต้องมาก่อนเรื่องการ เรื่องเงินเดือนนั่นเป็นการนำผลจากการ ประเมินนะคะผลงานเไปใช้ประโยชน์นะคะนี่ เป็นเรื่องของตัวอย่างของ ภาคผลการปฏิบัติงานตัวอย่างที่จะให้ดูอ ว่าในการประเมินผลงานพรรคราชการนี้่ะค่ะ องค์ประกอบในการประเมินนั้นคืออะไรบ้างก็ จะมี 2 ประเด็นใหญ่ด้วยกันนะคะคือผล สัมฤทธิ์ของงานกับพฤติกรรมในการปฏิบัติ

41:01 งานผลสัมฤทธิของงานก็คือเป็นปริมาณงานนะ คะเป็นปริมาณงานหรือว่าคุณภาพของงานด้วย ส่วนใหญ่ก็จะเน้นเรื่องปริมาณงานนะคะแล้ว ก็คุณภาพของงานก็แล้วแต่นะคะอัตราส่วนที่ กที่ลักษณะงานนั้นทำนะคะบางลักษณะงานก็ เน้นปริมาณงานบางลักษณะงานก็เน้นที่ คุณภาพของงานแล้วอีกองค์ประกอบหนึในการ ปรบเมผลการงานเนี่ยไม่ใช่แต่เฉพาะปริมาณ และคุณภาพของงานซึ่งรวมกันแล้วเรียกว่าผล สมฤทธิ์ของงานนะคะจะต้องมีพฤติกรรมการ ปฏิบัติงานเข้ามาด้วยหรือที่เรียกว่า สมรถนะนั่นเองนะ คะแล้วก็มีองค์ประกอบอื่นๆองค์ประกอบอื่น ๆอันนี้จะมีหรือไม่มีก็แล้วแต่แต่ว่าที่

41:50 สำคัญคือผลสฤทธิ์ของงานต้องมีเช่นปิซึ่ง ได้แก่ปริมางานหรือผลคุณภาพผลงานหรือความ รวดเร็วหรือตรงเวลาตามเวลาที่กำหนดหรือ ความประหยัดหรือความคุ้งค่าของการใช้ ทรัพยากรส่วนพฤติกรรมในการปฏิบัติงานก็ อย่างที่นักเรียนนะคะก็คือสมรรถนะของผู้ ปฏิบัติงานซึ่งจะมีทั้งในภาคราชการจะมี ทั้งสมรถนะหลักและสมรถนะที่เกี่ยวข้องกับ การปฏิบัติาตามที่แต่ละองค์กรจะกำหนดซึ่ง อันนี้จะต้องบอกกันล่วงหน้านะคะว่าจะต้อง กำหนดอะไรบ้างแต่ละคนที่เปฏิบัติงานเขาก็ ทราบล่วงหน้าแล้วว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะ ได้คะแนนในส่วนนี้ได้สูงนะคะส่วนองค์

42:36 ประกอบอื่นๆนั้นนะคะก็อย่างที่เน้นเรียน ว่าแล้วแต่นะคะว่าแต่ละจังหวัดหรือแต่ละ สำนักแต่ละฝ่ายแต่ละกรมภายใต้กรมนะคะ หน่วยงานเลขภายใต้กรมนั้นจะเป็นผู้กำหนด อีกที หนึในภาพที่เรนให้ท่านดูนี้ก็คือตัวอย่าง ของหลักเกณฑ์และวิธีการประเมิผลงานในพรค ราชการซึ่งการประเมินนจะต้องกำหนดตัวชี้ วัดนะคะกำหนดตัวชวัเพผลสของงานคืออะไร พฤติกรรมของการปิบัติงานนั้นคืออย่างไร แล้วก็กำหนดระดับที่ให้ดูในภาคที่ผ่านมา นะคะว่าจะมีระดับอะไร บ้างประโยชนของการบริหารผลการปฏิบัติงาน ที่สำคัญนะคะก็คือว่าเป็นเครื่องมือในการ

43:24 ติดตามงาน ที่่งเครื่องมือในการวัดผลงานเป็นเครื่อง มือที่จะใช้ปรับปรุงผลการปฏิบัติงานถ้าเผ ว่าบริหารผลงานอผลการงานออกมาแล้วปรากฏ ว่าผลงานไม่เป็นไปามเป้าหมายเราก็ไปดูว่า สาเหตุเกิดจากอะไรก็ไปปับปรุงอาจจะเกิด จากเครื่องมือการบริหารงานก็ได้เครื่อง มือการปฏิบัติงานนั่นเองนะคะแล้วก็เป็น แล้วอย่างการปฏิบัติอ่าประเมินผลการ ปฏิบัติงานนะคะยังเป็นเครื่องมือของผู้ บริหารในการที่จะบริหารงานหมายความว่าเอา มาใช้ประโยชน์ในอีกหลายๆเรื่องในเรื่อง ของการบริหารเช่นในเรื่องของปรับปรุงใน เรื่องของแผนงานปรับปรุงในเรื่องของการมา

44:10 ดูว่าการอ่าติดตามงานได้ประสิทธิภาพไนะคะ องค์กรเไม่ได้ให้ความสำคัญกับการติดตาม งานพรเปล่าอะไอย่างนี้เป็นต้นเป็นเครื่อง มือของผู้บริหารนะคะในการบริหารงานก็คือ คือใช้ประโยชน์จากการบริหารผลการปฏิบัติ งานนั่นเองนะคะประโยชน์อีกประการหนึ่งก็ เพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างหัวหน้าและผู้ ใ้าบังคับบัญชาเพราะว่าการอย่างขั้นตอน ของการบริหารผลการปฏิบัติงานที่เรียนให้ ดูในภาพแรกๆนะคะจะต้องมีการติดตามประเมิน ผลจะต้องมีการปฏิสัมพันธ์การมีการพัฒนา เพราะฉนั้นก็ ต้องมีการสื่อสารกันล่ะระหว่างหัวหน้ากับ

44:56 ผู้ตบัญชานะคะว่าการทำงานนั้นมีปัญหา อุปสรรคอย่างไรเพื่อการปรับปรุงงานนั่น เองเพื่อสร้างการเรียนรู้ในองค์กรก็เป็น ประโยชน์อีกประการหนึ่งนะคะก็คืองานที่ทำ ทุกงานล้วนแต่สร้างองค์ความรู้ขึ้นทั้ง สิ้นเพราะฉนั้นความรู้ที่เกิดขึ้นจากการ ทำงานเกิดจากผลงานในแต่ละงานนะคะล้วนแต่ เป็นองค์ความรู้ขององค์กรนั้นสามารถจะนำ ไปใช้ในการเรียกรู้ในการแลกเปลี่ยนกัน หรือว่านำไปใช้ที่ในการที่จะพัฒนานำไปใช้ ในการฝึกอบรมคนอื่นให้เรียนรู้งานแต่เช่า เทียงกันนะคะนั่นคือการที่จะนำผลจากการ บริหารผล

45:43 การทีนี้ในการประเมินผลการปฏิบัติงานมัน ก็มีปัญหาอยู่หลายประการด้วยกันนะ คะองค์ประกอบที่อาจจะทำให้การประเมินผล การปฏิงานมีปัญหาเนี้ยเกิดขึ้นจากทุกฝ่าย เกิดขึ้นทั้งจากผู้ถูกประเมินเองเกิดขึ้น โดยอาจจะทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพนะคะ หรือว่าไม่เก็บผลงานของตัวเองตามแบบฟอร์ม ที่ถูกบอกมาให้เก็บก็ทำให้เกิดไม่รู้หัว หนักงานไม่รู้ว่าจะเอาผลการริงานอ่าที่ เกิดขึ้นหรือว่าการสถิติงานที่เกิดขึ้น จากที่ใดที่จะนำมาใช้ในการประเมินผลนะคะ ผู้ประเมินเองก็อาจจะเป็นตัวปัญญหา ผู้ประเมินอาจจะเป็นคนที่เล่นพรรคเล่นพวก

46:30 นะคะเขามีหลักฐามาพร้อมมีหลักเกณฑ์ให้ ประเมินพร้อมแต่ปรากฏว่าไม่ใช้หลักเกณฑ์ เหล่านั้นในการประเมินนะคะนั่นก็เป็นอีก องค์ประกอบหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาในการ ประเมินผลได้แลตัวองคกลเองก็อาจจะเป็นต้น เหตุที่ทำให้การประเมินผลนั้นเป็นปัญหา เพะีองค์กรไม่กำหนดองค์ประกำหนดเป้าหมาย โดยชี้วัดที่มีเหตุผลนะคะฉะนั้นสาเหตุ สำคัญที่ทำให้การประเมินผลการปฏิบัติงาน ล้มเหลวนะคะเอาจจะสรุปได้ 5-6 ประการด้วย กันผู้ประเมินอย่างที่เรียนมาแล้วนะคะว่า เป็นองค์ประกอบที่สำคัญขาดข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริงสำคัญเกี่ยวกับผู้ถูกประเมิน และขาดทักษะในการประเมินนะคะบางทีประเมิน

47:20 ก็ไม่เป็นนะไม่รู้จะประเมินอีท่าไหนไม่ เป็นธรรมด้วยลำเอียงด้วยงี้เป็นต้นนะคะ ผู้ประเมินไม่ความสำคัญกับการประเมินผล การปิบอย่างจิงจังประเมินให้คะแนนไปบให้ เต็มร้อยไปหมดทุกคนนะคะไม่เห็นไม่ประเมิน ให้เห็นความแตกต่างของคนที่ทำงานดีกับคน ทำงานไม่ดีเป็นต้นผู้ประเมินไม่ได้เตรียม ตัวหรือทำความตกลงกับผู้ปฏิบัติงานเกี่ยว กับการประมินลนี่เป็นเรื่องสำคัญมากเพราะ ว่าต้องมีการตกลงกันแล้วก็ทำความเข้าใจ ร่วมกันกับผู้ปฏิบัติงานก่อนว่างานที่จะ ต้องถูกประเมินนั้นคืองานอะไรตัวชื่อวัด คืออะไร มาตรฐานงานคืออะไรนะคะผู้ประเมินไม่มี ความซื่อสัตย์จริงใจและไม่ใช้ระบบประเมิน

48:05 ระบบคุณธรรมในการประเมินผลก็คือประเมินผล ไปโดยอาจจะใช้ระบบอุปถัมภ์หรือว่าอาจจะ โดยอำเภอใจนะคะหรือว่าอาจจะเล่นพรรคเล่น พวก็เป็นได้ก็อาจจะทำให้ผู้ถูกประเมิน เนี่ยไม่ได้รับความเป็น ธรรมอาจจะเกิดการฟ้องร้องกันขึ้นองค์กร เองก็อาจจะขาดระบบการประเมินที่มี ประสิทธิภาพนะคะหรือองค์กรเองเนะคะไม่ได้ นำผลการประเมินมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจัง ก็ทำให้การประเมินผลนั้นไม่มีความหมายก็ ส่งผลกระทบไปถึงผู้ประเมินก็ประเมินอย่าง ไม่มีความจริงจังนะคะในแงผู้ถูกประเมิน บ้างผู้ถูกประเมินไม่ได้รับความไม่ได้รับ ทราบผลการประเมินของตนนี่เป็นประเด็น

48:51 สำคัญนะคะเพราะว่าในระหว่างการตรวจสอบติด ตามเนี่ยการทำงานเนี่ยผู้ประเมินควรจะแนะ นำผู้ถูกประเมินเป็นระยะระยะว่าอทำงานดี แล้วหรือว่าทำงานยังช้าไปนะหรือว่างทำใช้ วิธีนี้ไม่ถูกต้องนะคจะใช้วิธีอื่นที่ถูก ต้องกว่าก็ให้คำแนะนำทีนี้ถ้าเผื่อว่า แล้วถ้าเผื่อว่าประเมินไปเสร็จแล้วนะคะ แล้วก็ให้คำแนะนำไปแล้วเทำงานออกมาแล้ว ประเมินผลเขาอย่างไรก็ต้องกลับมาพบกับเข อีกต้องมาเผชิญหน้าให้เขาเห็นนะคะต้องมา บอกเขว่าผลงานของคุณนน่ะดีหรือไม่ดีดีมาก หรือดีน้อยได้ผลเป็นอย่างไรผู้ถูกประเมิน ต้องรับราเพื่ออะไรคะเพื่อเขาจะได้นำไป

49:36 ปรับปรุงการทำงานของเขาแลเพื่อเขจะได้รับ ทราบว่าผู้ประเมินนั้นเป็นธรรมหรือไม่ เป็นธรรมกับตัวเขาเพราะว่าถ้าเไม่เป็น ธรรมถ้าถ้าเไม่เป็นธรรมในเงที่ว่าผู้ถูก ประเมินเข้าใจว่านะคะตัวเองไม่ได้ถูกนไม่ ได้ถูกประมอย่างเป็นธรรมหรือว่าผู้บังคับ บัญชาเนี่ยลำเอียง เขาก็สามารถที่จะได้รับการคุ้มครองสิทธิ และความเป็นธรรมในฐานะที่เป็นพนักงานของ องค์กรนั้นด้วยนะคะนี่คืออ่าสาเหตุที่ทำ ให้กำผลงานนั้นล้ม เหลวข้อความคำนึงในการประเมินผลการ ปฏิบัติงานเพื่ออ่าป้องกันปัญหาในอที่จะ เกิดขึ้นหลังจากการประเมินผลนะคะประการ

50:22 แรกก็คือว่าผู้ประเมินหรือว่าผู้ชาต้อง ให้ความสำคัญกับแวคิดและการประมินผลการั งานต้องมีการวางแผนงานก่อนมอบหมายงานแล้ว ต้องติดตามการทำงานควบคุมนะคะให้เป็นไป ตามแผนงานพัฒนาคนพัฒนางานพัฒนาเครื่องมือ แล้วจึงจะประเมินลแล้วก็ให้รางวัลตามสิ่ง ที่เกิดขึ้นจริงแล้วก็อาจจะมีความยืด หยุ่นในด้านองค์ประกอบในการประมินผลการ ปิบัติหน้าการความยืดหยุ่นก็ไม่ใช่ยืดหยุ กับเป็นการเลือกปฏิบัตินะคะถ้ายืดหยุก็ ต้องยืหยุกับอย่าเหมาะสมแล้วก็เป็นที่ยอม รับของคนในองค์กรนะคะต้องให้ความสำคัญกับ การตกลงเป้าหมายและแนวทางการประเมินและ ตัวชี้วัดก่อนเริ่มต้นการประเมินอย่างที่

51:07 เเล่ามาแล้วถ้าพอถึงเวลาประเมินผู้ ประเมินปรากฏว่าเมินโดยมีเกณฑ์โดยที่ไม่ เคยบอกผู้ปฏิบัติมาก่อนก็อาจจะทำให้ผู้ ปฏิบัติเนี่ยเขปฏิบัติงานไปโดยที่ไม่ได้ คิดถึงว่าเขต้องทำให้เสร็จตามเป้าหมายนะ ก็จะทำให้เกิดความไม่เป็นรกับผู้ถูก ประเมินด้วยนะคะเพราะฉะนั้นต้องยึดหลัก ของระบบคุณธรรมและความโปร่งใสในการ ประเมินและการบริหารผลการงานนะคะที่สรุป มาอีกก็เป็นข้อ ครง [เพลง]

51:55 ค่ะอ

Share

YouTube Video Summaries