ครอบครัว 11 กค 2569 อาจารย์ศิริรัตน์ น้อมนำทรัพย์

law suandusit www.youtube.com

สรุปข้อมูลโดยย่อ

วิดีโอนี้พูดถึงการเลิกรับบุตรบุญธรรม โดยอธิบายถึงเงื่อนไขและเหตุผลที่สามารถใช้ฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรมในระบบกฎหมายไทย รวมถึงการตีความกฎหมาย และการให้คะแนนนักศึกษาในการทำข้อสอบที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายนี้

  • การตีความกฎหมายมีความหลากหลาย และนักศึกษาอาจจะตีความได้หลายรูปแบบ
  • ผู้รับบุตรบุญธรรมสามารถถูกฟ้องเลิกได้หากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหรือชั่วร้าย และมีเหตุผลตามกฎหมายที่ชัดเจน

ความเป็นไปได้ในการตีความกฎหมาย

พูดถึงการตีความกฎหมายว่าอาจมีได้ทั้งสองฝ่าย นักศึกษาอาจตีความกฎหมายแตกต่างจากคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่หากมีการเขียนคำตอบชัดเจน นักศึกษายังคงได้รับคะแนนที่ดีได้

การฟ้องเลิกบุตรบุญธรรม

มีเหตุผลหลักแปดประการในการฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรม เช่น การกระทำชั่วร้าย หรือการที่อีกฝ่ายทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ตัวอย่างเช่น การกระทำความผิดอาญาอย่างร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้รับบุตรบุญธรรม

การกระทำที่ไม่เหมาะสมก่อนดำเนินคดี

อธิบายถึงกรณีที่การกระทำของผู้รับบุตรบุญธรรม เช่น การถูกฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรม ไม่สามารถอ้างอิงถึงการกระทำของผู้อื่นที่เกิดจากความประมาท จำเป็นต้องมีพฤติกรรมที่ชัดเจนในการกระทำชั่วร้าย

การเผชิญหน้ากับการหมิ่นประมาท

กล่าวถึงกรณีการหมิ่นประมาทที่เกิดขึ้นระหว่างบุตรบุญธรรมกับคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมว่าอาจเป็นเหตุในการฟ้องเลิกการรับบุตรบุญธรรมได้เมื่อมีการกระทำที่ไม่ให้ความเคารพต่อคู่สมรส

การเปลี่ยนแปลงอำนาจปกครอง

มีการกล่าวถึงการทำให้ผู้รับบุตรบุญธรรมถูกถอนอำนาจปกครอง และกรณีที่บุตรบุญธรรมควรมีสิทธิในการฟ้องเพื่อเลิกความสัมพันธ์กับผู้รับบุตรบุญธรรม ซึ่งต้องแสดงถึงพฤติกรรมที่ทำให้ไม่เหมาะสม

การฟ้องแย้งในกรณีที่บุตรบุญธรรมฟ้อง

พูดถึงกรณีที่บุตรบุญธรรมสามารถฟ้องกรณีถูกผิดเหตุที่ไม่เหมาะสมหรือละเว้นจากการดูแลเลี้ยงดู โดยไม่จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากผู้ที่รับผิดชอบในการดูแล

การตรวจสอบค่าอุปการะเลี้ยงดู

เน้นว่าสิทธิในการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูไม่สามารถสละหรือโอนไปให้ผู้อื่นได้ และจะต้องพิจารณาในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับอำนาจการเลี้ยงดูและการเคารพกฎหมาย

คำพิพากษาและกระบวนการทบทวน

กล่าวถึงว่าคำพิพากษาแม้จะสิ้นสุดไปแล้วมีการเปลี่ยนแปลงหรือวิเคราะห์ใหม่ได้ โดยสามารถยื่นขอแก้ไขคำพิพากษาตามข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลง

การสอบและผลการเรียน

พูดคุยถึงการสอบและการให้คะแนนนักศึกษา โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการวางแผนการสอบและวิธีการให้คะแนนที่เป็นมาตรฐาน การตรวจสอบที่เคร่งครัดและการไม่มีการทุจริตในขณะสอบ

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:02 ว่าไม่เป็นคยะไม่ทำให้กลับคืนมามันก็มี ความเป็นไปได้นะคะก็อันนี้ยังไม่ได้มี เอ่อจากการสืบค้นของอาจารย์ในเบื้องต้น อาจารย์ยังไม่พบคำพิพากษาศาสนฎีกานะคะก็ [เสียงกระแอม]แต่อาจารย์ไม่ออกเรื่องนี้ อยู่และนะคะก็อันนี้ให้เป็นเก็ดความรู้ ว่าบางทีมันในการตีความมันอาจจะเป็นไปได้ ทั้ง 2 อย่างนะคะในการตีความมันอาจจะเป็น ไปได้ทั้ง 2 อย่างนี่เป็นหลักการประการ หนึ่งเห็นมั้ยคะในการตีความตัวบทกฎหมาย มันอาจจะตีความอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้นะ คะตีความอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้เพราะ ฉะนั้นน่ะในการทำข้อสอบของนักศึกษาหากนัก ศึกษาตีความไปอีกอย่างหนึ่งนะคะโดยที่ เรื่องนั้นไม่ได้มีกฎหมายเขียนไว้ชัดเจน

0:49 ว่าผลต้องเป็นอย่างไรแต่เกิดจากการตีความ นะคะแม้นักศึกษาตีความไม่ตรงกับคำพิพากษา ศาลฎีกาที่อาจารย์อ้างอิงในการออกข้อสอบ ก็ตามอาจารย์ก็ยังให้คะแนนนักศึกษาเยอะ อยู่นะคะอาจจะหักลงแค่คะแนนเดียวนะคะนิด นึงนะคะแค่นั้นเองบางครั้งถ้านักศึกษา เขียนดีมากนะคะอาจารย์อาจจะให้นักศึกษา มากกว่าคนที่ตอบถูกแต่ว่าเขียนเขียน อธิบายได้ดีน้อยกว่าด้วยซ้ำอาจารย์ไม่ได้ เน้น เน้นธงคำตอบมากอาจารย์ต้องการให้นักศึกษา อธิบายนะคะแต่ถึงอย่างไรเอ่อคนที่ตอบถูก นะคะย่อมมีภาษีดีกว่าคนที่ตอบผิดนะคะนะคะ แต่ว่ามันจะมีข้อยกเว้นอย่างที่อาจารย์

1:35 บอกไปว่าใครอธิบายดีกว่ากันนะคะแต่ถ้า อาจารย์เอาตัวบทกฎหมายชัดๆเลยนะคะมาถามนะ คะโดยที่ไม่ได้เอ่อไม่ต้องมีคำพิพากษา อ้างอิงตีความนะคะถ้านักศึกษาตอบผิดเนี่ย ก็ต้องถือว่านักศึกษาจำหลักตัวบทกฎหมาย ผิดและนะคะก็เป็นไปได้ยากที่ที่จะ เอ่อได้คะแนนดีกว่าคนที่เค้าอ้างอิงตัวบท กฎหมายแล้วตอบได้ถูกต้องนะคะเข้าใจตรงกัน นะคะอ่ะ [เสียงกระแอม] การฟ้องคดีนะคะเลิกการรับบุตรบุญธรรม เนี่ยมีเหตุ 8 ประการนะคะในการฟ้องคดีที่

2:22 จะเลิกรับบุตรบุญธรรมมีเหตุประการ 8 ประการนะคะประการแรกนะคะฝ่ายหนึ่งนะคะทำ การชั่วร้ายไม่ว่าจะเป็นความผิดอาญาหรือ ไม่ก็ตามเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งอายขาย หน้าอย่างร้ายแรงถูกเกียดชังได้รับความ เสียหายเดือดร้อนเดือดร้อนเกินควรอีกฝ่าย หนึ่งฟ้องเลิกได้นะคะไอ้คำว่าทำการชั่ว ร้ายเนี่ยเอ่อเช่นค้ายาเสพติดนะคะค้า ประเวณีนะคะเอ่อ เปิดสถานบริการ ที่ สถานบริการต่างๆนะคะที่มีการค้าประเวณีใน

3:07 สถานบริการนั้นอย่างเงี้ยมันเป็นเรื่อง การฝืฝ่าฝืนศีลธรรมจารีดประเพณี [เสียงกระแอม]อย่างร้ายแรงนะคะอย่างร้าย แรงนะคะการที่เป็นเอ่อยังเป็น บุตรบุญธรรมกันต่อไปอ่ะก็จะอับอายแขนอ่า ทีนี้ถ้าสมมุติว่าถ้าสมมุติว่านะคะผู้รับ บุตรบุญธรรมเนี่ยไปขับรถชนใครสักคนนะคะ ถึงแก่ความตายอันนี้เป็นความผิดอาญานัก ศึกษาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความ ตายแต่ถามว่ามันเป็นการกระทำโดยเจตนาไหม การที่เอ่อบุตรบุญธรรมนะคะยังคงเป็นบุตร

3:53 บุญธรรมของผู้รับบุตรบุญธรรมที่ขับขับลด ฆ่าคนตายมันก็ไม่ได้เป็นเรื่องอบายไข่ หน้าอย่างร้ายแรงนะคะไม่ได้ถูกเกียดชัง หรือได้รับความเสียหายหรือเดือดเรือน เดือดร้อนเกินควรนะคะฉะนั้นก็จะไปฟ้องยา ไม่ได้แม้เอ้ยขอโทษไปฟ้องเลิกรับบุตรหนุน ธรรมไม่ได้แม้ว่ามันเป็นการกระทำความผิด อาญาแต่การกระทำความผิดอาญานั้นน่ะมันไม่ ได้เกิดจากความจงใจมันเกิดจากความประมาท แต่ถ้าแต่ถ้านะคะเหตุน่ะมันเกิดจากความ ประมาทขับรถชนคนตายเอาว่าหลังจากนั้น เนี่ยก็มีเอ่อคลิปวีดีโอ เอ่อเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ตว่า หลังจากชนแล้วอ่ะก็ยังไปด่าทอเค้านะคะ

4:39 แล้วพอเขาจะเรียกร้องค่าเสียหายก็ไปทำ ร้ายร่างกายญาติที่เขาเรียกร้องค่าเสีย หายอีกอะไรประมาณอย่างเงี้ยเนี่ยมันมัน เป็นเรื่องที่ไม่สมควรมันเป็นเรื่องอับ น่าอับอายไขหน้านะคะนั้นเรื่องอับอายขาย หน้านะคะหรือกรณีเอ่อบุตรบุญธรรมเนี่ยด่า ว่าผู้รับบุตรบุญธรรมด้วยถ้อยคำ เอ่อรุนแรงนะคะหาเรื่องตลอดเวลาและมีการ ขู่ว่าจะฆ่าผู้รับบุญทำเพื่อตัวเองจะได้ เอาทรัพย์มรดกอะไรพวกเนี้ยนะคะอย่างเนี้ย ผู้รับบุญบุญธรรมฟ้องเอ่อฟ้องฟ้องคดีเลิก รับบุญบุญธรรมได้เพราะว่ามันไม่สามารถจูง มือกันไปที่เอ่อนายทะเบียนเพื่อจะจด

5:27 ทะเบียนเลิกรับได้ละเพราะว่าอีกฝ่ายนึง เค้าเค้าประพฤติตัวอย่างเงี้ยเค้าไม่ยอม ที่จะเลิกการเป็นเอ่อเลิกความสัมพันธ์ เป็นบุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรม ระหว่างกันอย่างนี้ก็ฟ้องอย่าได้นะคะแต่ ถ้าจูงมือกันไปได้มันก็จะจบมันก็ไม่มี เหตุฟ้องแต่อย่างนี้ในในกรณีมาตรา 1598/33 เนี่ยมันเป็นกรณีที่เอ่อไม่ยินยอมพร้อมใจ ที่จะ ขาดจากการเป็นบุตรบุญธรรมและผู้รับบุตร บุญธรรมกันเพราะฉะนั้นก็เลยจะต้องก็จะ ต้องฟ้องนะคะก็จะต้องฟ้องนะคะอ่ะ ประการถัดไปเป็นเรื่องหมิ่นประมาทเหยียด หยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือผู้ปู่อีกฝ่ายหนึ่ง

6:15 อันเป็นการไร้แรงอีกฝ่ายฟ้องเลิกได้ถ้า บุตรบุญธรรมกระทำการดังกล่าวต่อคู่สมรส ของผู้รับบุตรบุญธรรมบุตรบุญธรรมก็ให้ผู้ รับบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกได้เช่นเดียวกันนะ คะคือตรงเนี้ยนะคะเค้าให้ความสำคัญนะคะ กับผู้บุให้ความสำคัญกับบุพการีของผู้รับ บุตรบุญธรรมกับคู่สมรสของบุตรผู้รับบุตร บุญธรรมการที่บุตรบุญธรรมเนี่ยเข้ามามัน ก็เหมือนมาเป็นลูกอ่ะนักจ๋าแล้วไม่ให้ ความเคารพพ่อแม่ของคนที่รับเป็นผู้รับ บุตรธรรมที่ถือเป็นเอ่อ ผู้มีพระคุณที่เค้ารับมาดูแลอย่างเงี้ยนะ

7:03 คะมันก็เป็นการไม่สมควรแล้วส่วนคู่สมรส ของผู้รับบุตรบุญธรรมก็เหมือนเค้ามาเป็น คู่เค้าเป็นคู่สมรสอ่ะเค้าก็จะต้องมีฐานะ เป็นพ่อแม่อีกคนนึงในทางปฏิบัติถึงแม้ เค้าไม่ได้จดทะเบียนที่จะรับให้เป็นบุตร บุญธรรมด้วยอีกคนนึงแต่เค้าเป็นคู่สมรส น่ะก็แต่แรกแต่เดิมเค้าก็ต้องเค้าก็ให้ ความยินยอมแล้วที่จะรับรับเด็กคนนี้มาแต่ ถ้าเด็กคนนี้มาอยู่วันดีคืนดีนะคะมาด่าทอ เอ่อคู่สมรสของผู้รับบุตรบุญธรรมอย่างนี้ ก็ไม่ได้นะคะฟ้องฟ้องเลิกการรับบุตร บุญธรรมได้นะคะไอ้เรื่องหมิ่นประมาท เหยียดหยามเอ่อ

7:49 ผู้รับบุตรบุญธรรมน่ะมันเป็นเหตุอยู่ละ ฟ้องได้อยู่แล้วแต่ถ้ากฎหมายก็เลยต้อง บัญญัติเพิ่มเติมว่าถ้าการเปลี่ยนแบบความ หมายเหยียดหยามและทำต่อบุปการีหรือผู้ สมรสของผู้รับบุญธรรมก็สามารถฟ้องได้นะคะ หรือเป็นกรณีที่ทำการประทุษร้าย ประทุษร้ายคำว่าประทุษร้ายคืออะไรคือจงใจ ทำให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจนะคะเป็น การทำให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของ อีกฝ่าย นะคะเอ่อ หรือเป็นกรณีทำต่อบุปการีหรือคู่สมรสของ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ กายหรือจิตใจอย่างร้ายแรงนะคะและการกระทำ

8:35 ความผิดนั้นเนี่ยเป็นโทษทางอาญาก็ฟ้องได้ เกี่ยวกับเรื่องการทำประทุษร้ายเนี่ยนะคะ กฎหมายบัญญัติถึงขนาดว่ามันจะต้องเป็น กรณีให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงนะนะคะ แล้วก็พอมันเป็นการเกิดอันตรายอย่างร้าย แรงนักศึกษามันมีโทษทางอาญาอยู่ะนะคะ เพราะว่าการที่ทำร้ายบุคคลอื่นนะคะการทำ ร้ายร่างกายบุคคลอื่นเป็นอันตรายแก่กาย หรือจิตใจอ่ะมันเป็นโทษทางอาญาตามมาตรา 295 อยู่และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ถ้า เป็นอันตรายสาหัสนะคะก็ 297 ทีนี้มาตรา เนี้ยใช้คำว่าเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

9:22 อย่างร้ายแรงนะคะเป็นอันตรายแก่กายหรือ จิตใจอย่างร้ายแรงคือมันจะต้องเป็นเรื่อง ร้ายแรงนะคะมันอาจจะไม่ถึงขั้น 297 ก็ได้ ไม่ต้องถึงสาหัสคือต้องทุกขเวทนารักษาตัว เกินกว่า 20 วันหรือว่าไม่ต้องทุบพลภาพ ไม่ต้องถึงกับตาบอดนะคะแขนเสียแขนขาเสีย คานประสาทหน้าโฉมติดหน้าเสียโฉมอย่างติด ตัวอะไรไม่ต้องถึงขนาด 297 นะคะเพราะกฎ หมายไม่ได้ใช้คำว่าเกิดอันตรายแก่กายหรือ จิตใจเอ่อเป็นเอ่อยังไม่ได้บอกว่าเป็น อันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่างสาหัสตาม 297 อาญาเขาแค่บอกว่าเป็นอันตรายแก่กายหรือ

10:09 จิตใจอย่างร้ายแรงนะคะพฤติการคำว่าอย่าง ร้ายแรงตรงเนี้ยก็จะเปิดโอกาสให้ศาลตี ความแต่ละกรณีว่าความร้ายแรงตรงเมันแค่ ไหนเพียงไปนะคะมันก็เอ่อต้องตีความแล้วก็ วินิจฉัยกันอีกครั้งนึงนะคะต้องตีความ แล้วก็วินิจฉัยกันอีกครั้งนึงว่าอย่าง เนี้ยร้ายแรงหรือไม่นะคะเอ่ออย่างเช่นเอา มีดไปฟันเนี่ยนักศึกษา[เสียงกระแอม] นะคะเอามีดไปฟันเลือดออกเป็นทางยาวถึงแม้ ว่าไม่ได้พิการนะคะแล้วก็ไม่รักษาตัว รักษาแผลนั้นน่ะ นะคะไม่ถึงกับเกิน 20 วันนะคะก็ยังทำงาน ได้นะคะแขนไม่ได้หักอย่างเนี้ยนะคะแต่ถือ

10:58 ว่าร้ายแรงแล้วมยร้ายแรงแล้วนะคะเอาเออจง ใจเอามีดเอามีดดาบไปฟันหรือเอาปืนไปยิง อย่างเงี้ยนักศึกษานะคะมันเป็นการทำทำ ร้ายร่างเป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจอย่าง หลายแรงแล้วนะคะนะคะ ต่อไปเหตุเกียตที่จะฟ้องเลิกได้เลิกการ เป็น บุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรมกันนะคะ คือฝ่ายหนึ่งไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่าย หนึ่งอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องเลิกได้นะคะ >> เอ่อแล้วก็ฝ่ายหนึ่ง จงใจและทิ้งล้างฝ่ายหนึ่งไปเกิน 1 ปีอีก ฝ่ายหนึ่ง ฟ้องเลิกได้นะคะก็คือจงใจทิ้งไปอ่ะไม่

11:46 อยู่ทำไมเอ่ออันเนี้ยมันคล้ายๆกับสามี ภรรยาแต่มันไม่ใช่นะคะมันเป็นเรื่องคือ ธรรมดาแยกเป็นถึงขนาดแบบแยกไปอยู่ต่างหาก โดยมีเจตนาที่จะเอ่อยุติความสัมพันธ์ที่ จะไม่ติดต่อเป็นผู้เป็นบุตรบุญธรรมเป็น ผู้รับบุตรบุญธรรมกันแล้วอะไรอย่างเงี้ย นะคะเอ่อเหมือนไม่ดูดำดูดีกันแล้วนะคะ อย่างเงี้ยฟ้องได้นะคะฟ้องได้เอ่อเอ่ออีก ฝ่ายหนึ่งต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เกิน 3 ปีเว้นแต่การกระทำโดยประมาทนะคะ ถ้าเป็นการกระทำโดยเจตนานะคะถ้าเป็นการ กระทำโดยเจตนาและการกระทำโดยเจตนานั้นน่ะ

12:32 ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดนะคะให้จำคุกแล้ว จำคุกเป็นเวลาเกินกว่า 3 ปีนะคะเกินกว่า 3 ปีอย่างี้นะคะเอ่ออีกฝ่ายฟ้องเลิกการเป็น บุตรบุญธรรมกับผู้รับบุตรบุญธรรมได้คือ ไอ้การฟ้องเนี่ยนักศึกษาตาม 15 98/33 อ่ะ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องกันก็ได้มันไม่ใช่ไม่ ใช่ว่าเป็นบทบัญญัติที่ให้ฝ่ายผู้รับฟ้อง ผู้รับอย่างเดียวหรือผู้รับฟ้องผู้ เอ่อหรือฝั 2 ฝ่ายอ่ะถ้าอีกฝ่ายฝ่ายใด

13:18 ฝ่ายหนึ่งทำอะไรที่เข้าเงื่อนไขเนี้ยอีก ฝ่ายนึงอ่ะฟ้องได้ให้สิทธิ์ทั้งคู่นะคะ ให้สิทธิ์ทั้งคู่ในกรณีเข้าเงื่อนไขนี้ก็ ฟ้องได้เลย 1598/33 นะคะต่อไปอนุ 7 ผู้ รับปุดบุญธรรมทำผิดหน้าที่บิดามารดาและ การกระทำนั้นเป็นการละเมิดหรือเป็นการที่ ไม่ปฏิบัติหน้าที่นะคะหรือเป็นการที่เอ่อ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ในการให้ความอุปการะ เลี้ยงดูให้การศึกษาไม่จัดการทรัพย์สิน ด้วยความระมัดระยระวังอย่างวิญญูชนที่จะ พึงกระทำนะคะหรือเอาเงินไปใช้จ่ายโดยไม่ ชอบเอาเงินของบุตรบุญธรรมเนี่ยไปใช้จ่าย โดยไม่ชอบหรือมีการทำนิติกรรม เอ่อเกี่ยวกับทรัพย์สินของบุตรบุญธรรมโดย

14:03 ที่ไม่ได้ขออนุญาตจากศาลก่อนนะคะหรือทำ กิจการที่เป็นประโยชน์ของผู้รับบุตร บุญธรรมขัดกับบุตรกับประโยชน์ของบุตร บุญธรรมโดยไม่ขออนุญาตศาลก่อนนะคะเป็น เหตุที่อาจจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง ต่อบุตรบุญธรรมอาจเกิดก็ฟ้องได้แล้วนะ หรือเป็นเหตุที่ให้เกิดความเสียหายเลยก็ ฟ้องได้อันเนี้ยเป็นเรื่องบุตรบุญธรรมมี อำนาจที่จะฟ้องเลิกได้อนุ 8 นี่เป็นอำนาจ ของบุตรบุญธรรมฟ้องเลิกนะคะเป็นอำนาจของ บุตรบุญธรรมฟ้องถ้าผู้รับบุตรบุญธรรมอ่ะ ไม่ทำหน้าที่นะคะเอ่อทำผิดหน้าที่ขอโทษ

14:49 อนุ 7 นะคะอนุ 7 เอ่อไม่ทำหน้าที่ก็ สามารถฟ้องได้ซึ่งรายละเอียดของการไม่ อุปการะเลี้ยงดูเอ่อไม่จัดการทรัพย์สิน อย่างวิญญูชนพึงกระตำเอาเงินไปใช้โดยไม่ ชอบทำนิติกรรมโดยไม่ขออนุญาตศาลก่อนเนี่ย มันจะอยู่เป็นกรณีที่ไม่ปฏิบัติตาม 1564 1571 1573 1574 แล้วก็ 1575 นะคะแต่ อาจารย์ก็เอามาเขียนอยู่ใน PowerPoint ให้เห็นว่าไอ้มาตราเหล่านั้นคืออะไรบ้าง นะคะมันคืออะไรบ้างก็เขียนไว้นะคะอย่าง ที่อาจารย์อ่านให้ฟังเมื่อสักครู่ก็คือ ว่าไม่ไม่ให้ความอุปการและเลี้ยงดูไม่ให้ การศึกษาไม่จัดการทรัพย์สินด้วยความระมัด ระวังอย่างวิญญูชนพึงกระทำนะคะเอาเงินของ

15:37 บุญบุญธรรมไปใช้ไม่ชอบทำนิติกรรมโดยไม่ขอ ทำนิติกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ต้องขอ อนุญาตแต่ไม่ขออนุญาตศาลก่อนนะคะหรืออืม จัดการทรัพย์สินที่มันขัดกับผลประโยชน์นะ คะของตัวเองนะคะโดยไม่ขออนุญาตศาลก่อน อย่างนี้เป็นต้นนะคะส่วนข้อ 8 เนี่ยจะ เป็นเรื่องผู้รับบุตรบุญธรรม นะคะเอ่ออาจจะถูกถอนอำนาจปกครองบางส่วน หรือทั้งหมดและเหตุที่ถูกนั้นเนี่ยเนี่ย ถูกถอนนั้นน่ะพฤติการแสดงให้เห็นว่าไม่สม ควรที่จะเป็นเอ่อผู้รักบุตรบุญธรรมกันอีก ต่อไปคืออย่างงี้ในการถอนอำนาจปกครองอ่ะ

16:25 มันอาจจะไปฟ้องต่อศาลเพื่อขอให้ถอนอำนาจ ปกครองบางประการของผู้รับบทบุญธรรมได้ขอ ถอนบางเหตุบางประการบางเรื่องหรือบาง ทรัพย์สินบางส่วนได้นะคะแล้วก็จะมีการ ตั้งผู้จัดการทรัพย์หรือเรียกว่าผู้ปก ครองนะคะเพื่อมาจัดการทรัพย์อันนั้นน่ะ หรือเรื่องนั้นน่ะโดยเฉพาะเป็นต้นนะคะ หรือเอ่ออำนาจเรื่องนั้นกลับไปเป็นของ บิดามารดาโดยกำเนิดนะคะอย่างเงี้ยนะคะ เป็นต้นทีนี้มันก็จะมีส่วนอื่นที่ยังคง เป็นผู้รับบุตรบุญธรรมและผู้เป็นบุตร บุญธรรมกันอยู่ความสัมพันธ์มันยังเป็นกัน

17:11 อยู่แต่อย่างไรก็ตามถ้าเหตุในการฟ้องถอน อำนาจปกครองบางส่วนนั้นเนี่ยมันแสดงให้ เห็นว่าเอ่อไม่สมควรที่จะเป็นผู้รับบุตร บุญธรรมอีกต่อไปแล้วนะคะไม่สมควรละบุตร ศาลก็เลยบอกว่าเอ้ยกฎหมายก็เลยบอกว่าบุตร บุญธรรมเนี่ยสามารถมาฟ้องเลิกการเป็นผู้ รับบุตรบุญธรรมได้นะคะสามารถทำได้ทีนี้ เอ่อถ้าการฟ้องเลิกรับบทบุญธรรมนะคะเอ่อ ตามมาตรา 1598/33 เนี่ยนะคะไอ้เหตุเหล่าเนี้ยเวลาที่จะมา ฟ้องถ้าบุตรบุญธรรมบรรลุนิติภาวะเค้าก็มา ฟ้องได้เองแหละไม่มีปัญหานะคะก็มาฟ้องได้ เองแต่ถ้าบุตรบุญธรรมนั้นมีอายุไม่ครบ 15

17:59 ปีต้องให้บิดามารดาโดยกำเนิดเนี่ยนะคะมา ฟ้องแทนนะคะฟ้องได้ฟ้องแทนโดยที่ไม่จำ ต้องขอความยินยอมจากผู้รับบุตรมุธานะ เพราะว่าจะมาฟ้องจะมาฟ้องผู้รักบุตรบุญ ธรรมนี่เพราะฉะนั้นก็ไม่ต้องขอความยินยอม นะคะแล้วก็ ในกรณีที่ถ้า ครบ 15 ปีแล้วนะคะแต่ถ้ามีอายุ 15 แล้ว อ่ะเอ่อกฎหมายให้อำนาจนะคะที่จะให้เด็กคน นั้นเนี่ยนะคะสามารถมาฟ้องได้เองเลยนะคะ โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใดแต่ ถ้าไม่ถึง 15 บิดามารดาโดยกำเนิดเป็นผู้ มีอำนาจฟ้องแทนแต่ถ้าเกิน 15 แล้วอ่ะเด็ก

18:46 คนนั้นมาฟ้องได้เลยนะคะมาฟ้องได้เลยแต่ ทั้งนี้และทั้งนั้นมีอีกคนนึงที่จะมี อำนาจดำเนินการได้ก็คืออัยการนะคะอัยการ ฟ้องฟ้องได้นะคะอัยการฟ้องได้ทีนี้อายุ ความในการฟ้องนะคะเลิกรับบทบุญธรรมเนี่ย นะคะจะต้องฟ้อง ภายใน 1 ปีนับแต่วันที่ขอเลิกเนี่ยขอเลิก การรับบทธรรมรู้หรือควรรู้เหตุที่จะมา ฟ้องนะคะเหตุตามอะไรเหตุตาม 1598/33 นั่นแหละนะคะเอ่อมาฟ้องภายใน 1 ปีนะคะ หรือภายใน 10 ปีนับแต่เหตุที่เกิดขึ้นคือ

19:34 1 ปีเนี่ยนับแต่รู้หรือควรที่จะรู้แต่ ทั้งหมดทั้งสิ้นก็ต้องไม่เกิน 10 ปีนับ แต่เหตุนั้นเกิดนะคะมิฉะนั้นคดีขาดอายุ ความนะคะมิฉะนั้นคดีขาดอายุความนะคะ [เสียงกระแอม] ผลของคำพิพากษาเกี่ยวกับเรื่องการเลิกรับ บุตรหมุธรรมเนี่ยมีผลนับแต่เวลาที่คำ พิพากษาถึงที่สุดนะคะมีผลนับแต่เวลาที่คำ พิพากษาถึงที่สุดแต่จะอ้างเป็นเหตุให้ เสื่อมสิทธิ์เอ่อแก่บุคคลภายนอกผู้ทำการ สุจริตไม่ได้เว้นแต่จดทะเบียนแล้วอันนี้ เป็นไปตาม 1598/36 นะคะแล้วก็เอ่อถ้านะคะกรณีที่มีการเลิก

20:24 รับบุตรบุญธรรมอย่างที่อาจารย์บอกไปแล้ว บุตรบุญธรรมน่ะยังไม่บรรลุนิติภวะอำนาจ มันจะกลับไปที่บิดามารดาโดยการโดยกำเนิด มามีอำนาจปกครองต่อไปนะคะแต่ถ้าถ้า ผู้รับบุตรบุญต่ำตายก็เช่นกันไม่ว่าจะ เลิกหรือว่าจะตายนะคะก็บิดาโดยกำบิดา มารดาโดยกำเนิดก็กลับมามีผลโดยอัตโนมัติ นะคะโดยอัตโนมัตินับแต่วันจดทะเบียนเลิก หรือนับแต่เวลาที่ศาลมีคำพิพากษาบอกให้ ให้มีการเลิกเว้นแต่ศาลน่ะจะเห็นสมควร สั่งเป็นประการอื่นในกรณีกรณีที่ถอนอำนาจ ปกครองของผู้รับบุตรบุญธรรมนะคะแล้วก็มี

21:12 ตังการตั้งผู้ปกครองของผู้เป็นบุตร บุญธรรมไว้ก่อนที่ผู้รับบุตรบุญธรรมเอ่อ จะตายหรือก่อนที่ผู้รับบุตรบุญธรรมจะเลิก เลิกรับบุตรบุญธรรมเนี่ยก็ให้มีอำนาจหน้า ที่ต่อไปเช่นเดิมเว้นแต่มารดาบิดาโดย กำเนิดจะร้องขอให้ศาลมีคำสั่งเนี่ย เปลี่ยนให้ผู้ใช้อำนาจปกครองคือบิดามารดา โดยกำเนิดมาเป็นเอ่อผู้ใช้อำนาจปกครองแทน ผู้ปกครองก็ได้นะคะเพราะฉะนั้นในกรณีที่ มันมีการถอนอย่างที่อาจารย์บอกอ่ะมันมี การถอนอำนาจของผู้รับกฎธรรมบางส่วนน่ะ เวลาที่ศาลตั้งผู้ปกครองผู้ปกครองเขาก็ทำ กิจการในส่วนนั้นได้แต่การถอนนั้นน่ะถ้า

21:59 มันเป็นเหตุที่ไม่สมควรที่ผู้รับบุตรบุญ ธรรมจะเป็นผู้รับบุตรบุญธรรมต่อไปอ่ะบุตร บุญธรรมก็ฟ้องเลิกได้เลยฟ้องเลิกได้เลย แล้วอำนาจมันก็จะกลับไปโดยอัตโนมัติที่ เอ่อฟ้องเลิกได้เลยนะคะแล้วทรัพย์ทรัพย์ แล้วมันอำนาจมันจะกลับไปอัตโนมัติที่บิดา มารดาโดยกำเนิดแต่ถ้าในส่วนที่มันมีการ ตั้งผู้ปกครองบางเรื่องบางราวไว้ผู้ปก ครองนั้นก็ยังมีอำนาจจัดการต่อไปได้อีกนะ คะก็ยังมีอำนาจตอบจัดการต่อไปเว้นแต่เว้น แต่เอ่อผู้ใช้อำนาจปกครองก็คือบิดามารดา หรือกำเนิดเนี่ยมาหลองขอให้เอ่อยกเลิกการ ตั้งผู้ปกครองคนนั้นนะแล้วขอตั้งตัวเอง เป็นผู้ปกครองอย่างนี้ก็ว่ากันไปนะคะการ

22:48 เปลี่ยนตัวผู้ใช้อำนาจปกครองกับผู้ปกครอง เนี่ยก็ไม่เป็นเหตุให้เสื่อมเสียสิทธิ์ แก่บุคคลภายนอกผู้ได้เอ่อได้สิทธิ์มาโดย สุจริตก่อนที่จะมีการจดทะเบียนเลิกรับบท นะคะอันนี้เป็นไปตามมาตรา 15 98/37 ทีนี้เราก็จบในส่วนเรื่องการรับบุตรบุญ ธรรมอะไรเหล่านี้นะคะทีนี้อาจารย์จะไป อย่างคร่าวๆจริงๆค่าอุปการะเลี้ยงดูค่า เลี้ยงชีพเนี่ยอาจารย์ก็แทรกสอนในแต่ละ เรื่องที่เราร่ำเรียนกันมาแล้วแหละนะคะ เราร่ำเรียนกันมาแล้วแต่อาจารย์ก็จะบอก ให้นักศึกษาทราบนะคะอาจารย์ก็จะบอกให้นัก ศึกษาทราบอีกครั้งนึงแค่นั้นเองนะคะว่า เอ่อค่าอุปการะเลี้ยงดูเวลาที่กฎหมาย

23:34 ครอบครัวพูดถึงค่าอุปการะเลี้ยงดูมันหมาย ถึงอะไรค่าอุปการะเลี้ยงดูเนี่ยมันหมาย ถึงค่าอุปการะเลี้ยงดูระหว่างสามีภรรยา ถ้าการสมรสนั้นยังอยู่แล้วอีกฝ่ายหนึ่ง ไม่ไม่ช่วยเหลือให้การอุปการะเลี้ยงดูอีก ฝ่ายนึงนะคะอย่างเงี้ยอีกฝ่ายที่ไม่ได้ รับการอุปการะเลี้ยงดูอ่ะมาฟ้องเรียกค่า อุปการะเลี้ยงดูได้หรือเป็นกรณีที่บิดา มารดากับบุตรเมื่อเราเรียนไปแล้วว่ามี ความสัมพันธ์จะต้องอุปการะเลี้ยงดูซึ่ง กันและกันโดยที่มาบิดามารดาต้องเลี้ยง อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาแล้วก็เอ่อถ้า บุตรค้นจากการเป็นผู้เยาวบรรลุนิติภวะ แล้วอ่ะบิดามาดาหมดหน้าที่ในการอุปการะ เลี้ยงดูเว้นแต่เอ่อบุคคลนั้นแม้จะบรรลุ

24:24 นิติภาวะนะคะแต่ว่าทุบพลภาพจนไม่สามารถ เลี้ยงชีพได้บิดามารดาก็ยังมีหน้าที่ต้อง ให้การอุปการะเลี้ยงดูต่อไปนะคะยังมีหน้า ที่ต้องให้การอุปการะเลี้ยงดูต่อไปนะคะ แล้วบุตรก็มีหน้าที่ต้องให้การอุปการะ เลี้ยงดูบิดามารดาเพราะฉะนั้นคำว่า อุปการะเลี้ยงดูเนี่ยคำว่าค่าอุปการะ เลี้ยงดูมีอยู่ 2 กรณีกรณีความสัมพันธ์ ระหว่างสามีภรรยาที่ยังเป็นคู่สมรสกัน อยู่นะคะที่ยังเป็นคู่สมรสกันอยู่ส่วน ระหว่างบิดามารดากับบุตรน่ะเมื่อสิทธิ์ มันเกิดโดยการโดยกำเนิดขึ้นมาแล้วเมื่อ เป็นมารดากับบุตรนะคะก็มีอยู่ตลอดไปบิดา เหมือนกันถ้าเป็นบิดาที่ชอบด้วยกฎหมายมา

25:11 ตั้งแต่ต้นแม้ว่าจะอยากขาดกับมารดาภาย หลังนะคะก็ไม่ทำให้หมดหน้าที่ในการ อุปการะเลี้ยงดูก็ยังต้องเลี้ยงดูกันต่อ ไปทีนี้พออาจารย์บอกว่าข้าวอุปการะเลี้ยง ดูระหว่างสามีภรรยาเรียกต่อกันได้เอ่อ เมื่อระหว่างสมรสทีนี้ถ้าสิ้นสุดการสมรส ล่ะก็เรียกได้แต่เราจะเรียกว่าค่าเลี้ยง ชีพนะคะเราจะเรียกว่าค่าเลี้ยงชีพนะคะที นี้ไม่ว่าจะค่าอุปการะเลี้ยงดูหรือค่า เลี้ยงชีพเนี่ยมันอืเป็นกรณีที่อีกฝ่าย นึงมีสิทธิ์เรียกร้องเมื่อเอ่อ ไม่ได้รับการอุปการะเลี้ยงดูนะคะหรือได้ รับการอุปการะเลี้ยงดูเนี่ยแต่ว่ามันไม่

25:58 เพียงพอแก่อัตภาพนะคะศาลคำนึงถึงความ สามารถของผู้ให้และฐานะของผู้รับแล้วก็ พฤติการต่างๆแล้วศาลก็จะกำหนดให้ตาม ดุลพินิจตามความสมควรของที่ศาลพิจารณานะ คะดูความสามารถของทั้ง 2 ฝ่ายนะคะ ดูความสามารถของผู้ทั้ง 2 ฝ่ายทั้งผู้ให้ และผู้รับนะคะทีนี้ในเอ่อศาลก็จะไม่ได้มี เกณฑ์ตายตัวนะคะว่าอย่างไหนอย่างไรเพราะ มันต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไปนะคะดูข้อ เท็จจริงเป็นกรณีนี้ไปทีนี้หลักเกณฑ์ใน การฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูนะคะถ้าไป ฟ้องต่อศาลปกติอ่ะการยื่นคำฟ้องต่อศาล ต้องเสียค่าขึ้นศาลแต่การฟ้องเรียกค่า

26:45 อุปการะเลี้ยงดูเนี่ยไม่ต้องเสียค่าคุ้น ศาลนะคะไม่ต้องเสียค่าคุ้นศาลปกติเวลาเรา ไปฟ้องคดีแพ่งต่อศาลนะคะบอกว่า นะคะว่านายนาย A ทำสัญญาซื้อเอ่อซื้อ สินค้าจากนาย B แล้วนาย A รับสินค้าไป แล้วก็ไม่ยอมจ่ายเงินนาย B ก็ไปฟ้องว่า ให้นาย A เนี่ยจ่ายเงินค่าสินค้า 2 เอ่อ 200,000 อย่างเนี้ยเค้าก็ต้องเสียค่า ขึ้นศาล 2% ร้อยละ 2 ของ 200,000 นะคะ ร้อยละ 2 ของ 200,000 นะคะก็คือเป็นเงิน 4,000 บาทต้องเสียค่าคุณสาร 4,000 บาทนะ คะแต่ถ้าเป็นกรณีที่ A สมรสกับ B แล้ว B

27:30 เนี่ยไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดูนะคะเอเลย ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือทำให้เอเนี่ยเดือด ร้อนไม่สามารถดำรงชีพได้อย่างพอพอพอมีพอ กินนะคะไม่สามารถที่จะไม่สามารถไม่มีเงิน นะคะเพียงพอที่จะใช้ในการดำรงชีพอย่าง เงี้ยนะคะ A ฟ้อง B ได้นะคะฟ้องเลขค่า อุปการะเลี้ยงดูได้โดยที่ไม่ต้องเสียค่า ขึ้นสารนะคะมาฟ้อง 200,000 ก็ไม่ต้องเสีย ค่าธรรมเนียม 4,000 บาทตรงนี้นะคะแต่ อย่างไรก็ตามถ้าฟ้องเข้าไปนะคะโดยฟ้องย่า ด้วย นะคะอย่างเนี้ยในการฟ้องย่านักศึกษามัน เป็นฟ้องเอ่อเป็นคดีขอให้มีคำขอปลดปื้ม

28:18 ทุกอันไม่อาจคำนวณราคาเป็นเงินได้จะเสีย ค่าฐาน 200 บาทนะคะอันนั้นจะเป็นเรื่อง ค่าเครื่องสารในเรื่องฟ้องยานะคะแต่ว่า ไอ้เลือกค่าอุปการะเลี้ยงดูเนี่ยจะไม่เอา ตัวเนี้ยเอ่อมากำหนดกำหนดนะคะถึงแม้มัน เป็นคดีมีทุนทรัพย์แต่กฎหมายกำหนดยกเว้น ค่าธรรมเนียมศาลไว้นะคะค่าธรรมเนียมศาล ไว้นะคะ [เสียงกระแอม]แล้วเมื่อศาลให้กำหนดให้ศาล อย่างที่อาจารย์บอกไปว่าศาลก็อาจจะให้ กำหนดให้เป็นก้อนหรือเป็นรายเดือนก็ก็ แล้วแต่นะคะดูเป็นกรณีเป็นข้อเท็จจริงแต่ ละคดีไปนะคะการเปลี่ยนแปลงเพิกถอนสอนคำ สั่งคือค่าอุปการะเลี้ยงดูเนี่ยพอศาล

29:05 กำหนดให้อีกฝ่ายหนึ่งใช้ให้แก่อีกฝ่ายนึง แล้วนะคะถ้าพฤติการภายหลังจากนั้นน่ะมัน เปลี่ยนแปลงไปสามารถยื่นคำร้องต่อศาล เนี่ยขอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขคำสั่งดัง กล่าวได้เพิกถอนลดเพิ่มหรืออะไรอย่าง เงี้ยหรือจากที่เคยยกคำร้องนะคะต่อมามา ยื่นคำร้องขอให้กำหนดก็ได้นะคะสคำสั่ง เหล่าเนี้ยมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้นะคะ คือคำพิพากษาในส่วนที่เคยวินิจฉัยถามว่า ชอบด้วยกฎหมายมั้ยชอบนะคะชอบด้วยกฎหมาย แม้คดีถึงที่สุดแล้วนักศึกษาแม้คดีถึงที่ สุดแล้วเอ่อฟ้องคดีแล้วก็ยุติกันไปเนิ่น นานแล้วแต่พอมันมีพฤติการอะไรที่มัน เปลี่ยนแปลงไปนะคะก็สามารถมายื่นคำร้อง

29:53 ต่อศาลเพื่อให้ศาลเนี่ยมีคำพิพากษาแก้ไข คำพิพากษาเดิมได้อันเนี้เป็นการเปลี่ยน แปลงแก้ไขคำพิพากษาเดิมนะคะเป็นอำนาจโดย เฉพาะนะคะที่กฎหมายเปิดโอกาสให้มันมีการ แก้ไขได้นะคะถึงแม้คดีถึงที่สุดไปแล้วก็ ตามแต่ถ้าคดียังไม่ถึงที่สุดอยู่ระหว่าง เอ่ออุธรฎีกาหรืออะไรอย่างเงี้ยนี่ก็ยิ่ง ทำได้เลยนะคะก็อาจจะยื่นคำร้องขอเอ่อยื่น ยื่นในคำอุทธรณ์ในฎีกานั้นว่ามันณ ปัจจุบันพฤติการอื่นละอย่างอื่นเปลี่ยน แปลงไปอย่างนั้นอย่างนี้เพื่อให้ศาลเนี่ย เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาของศาลชั้นต้นอย่าง นี้เป็นต้นนะคะ อ[เสียงกระแอม]การกำหนดค่าอุปการลิ้นดู

30:39 อาจจะกำหนดเป็นก้อนหรือทยอยเป็นเดือนก็ ได้เป็นดุลพินิจของศาลพิจารณานะคะทีนี้ ไอ้มาตรา 1598/41 เนี่ยจะบอกว่าสิทธิในการรับค่าอุปการะ เลี้ยงดูเนี่ย จะสละหรือโอนไม่ได้แล้วก็ไม่อยู่ในข่าย แห่งการบังคับคดีแม้ว่าแม้ว่าคู่สมรสหรือ บุตรคนนั้นที่มีสิทธิ์ได้รับค่าอุปการะ เลี้ยงดูเนี่ยนะคะต่อมาภายหลังไปเป็นหนี้ อย่างอื่นเจ้าหนี้ของผู้ที่มีสิทธิ์ได้ รับค่าการเลี้ยงดูเนี่ยจะมาบังคับคดีเอา กับเงินก้อนนี้ไม่ได้นะคะเงินก้อนนี้มัน เหมือนเป็นเงินที่จะต้องใช้ในการดำรง ชีวิตประจำวันน่ะนักศึกษาเพราะฉะนั้นเจ้า

31:26 หนี้ไม่มีสิทธิ์จะมาบังคับคดีเอาเงินตรง นี้ของเค้านะคะไม่มีสิทธิ์นะคะ [เสียงกระแอม] ค่าเลี้งชีพคือเงินที่ทรัพย์สินที่สามี ภรรยาคู่ย่านี่ชำระแก่กันหลังย่าเพื่อ เป็นค่าใช้จ่ายในเรื่องที่พักอาศัยค่า อาหารเครื่องนุ่มห่มยารักษาโรคจนกว่านะคะ จะมีการสมรสใหม่ซึ่งถ้าตกลงย่ากันเองก็ กำหนดเอาไว้ได้ที่บันทึกแนบท้ายการย่านะ คะว่าจะอีกฝ่ายนึงจะให้ค่าเลี้ยงชีพอีก ฝ่ายหนึ่งเท่าไหร่เป็นรายเดือนมั้ยหรือ เป็นเงินก้อนนะคะหรือถ้ามีการฟ้องยานะคะ ก็ ขอมาในคำฟ้องได้นะคะก็ขอมาในคำฟ้องได้

32:13 แล้วถ้าภายหลังยากจนลงนะคะเพราะไม่มีอะไร เอ่อคืออย่างี้ในการเรียกค่าเรียงชีพ เนี่ยมันจะเรียกได้ก็ต่อเมื่อว่าอีกฝ่าย หนึ่งเนี่ยจะเรียกแต่อีกฝ่ายนึงเพราะว่า อีกฝ่ายนึงเค้าอ่ะผิดนะคะเอ่อเป็นเหตุที่ ฟ้องยาเป็นเพราะความผิดของอีกฝ่ายนึงนะคะ แต่ฝ่ายเดียวแล้วเป็นเหตุให้คู่สมรสที่ ต้องมาฟ้องนั่นน่ะเค้าต้องยากจนลงไม่มี รายได้เพียงพอเอ่อไม่มีทรัพย์สินไม่มีการ งานที่เคยทำอยู่ในระหว่างสมรสอย่างเงี้ย อืเขาสามารถขอให้ศาลกำหนดค่าเลี้ยงชีพตรง นั้นได้ศาลก็จะกำหนดกำหนดให้นะคะศาลก็จะ

33:00 กำหนดให้ค่าเลี้ยงชื่อว่าค่าอุปการะ เลี้ยงดูมีเอ่อเจตนารมณ์เหมือนกันนะคะกฎ หมายบอกว่าสละหรือโอนไม่ได้แล้วก็ไม่อยู่ ในเขตข่ายขอบข่ายแห่งการบังคับคดีนะคะ อันเนี้ยเราก็ยุติการลงในส่วนค่าอุปการะ เลี้ยงดูและค่าเลี้ยงชีพต่างๆนะคะทีนี้ เรากลับมาอาจารย์จะทวนให้นะคะอาจารย์จะ ทวนให้ตั้งแต่ครั้งแรกๆเรามีเวลาอีกพอสม ควรเลยทีเดียวนะคะเรามีเวลากันนะคะทีนี้ ตั้งแต่แรกเริ่มที่อาจารย์สอนไปเนี่ยมัน ก็จะเอ่อ[เสียงกระแอม] มีเนื้อหาเริ่มตั้งแต่อะไรคะเริ่มตั้งแต่ การมั่นนะคะจะต้องมีการส่งมอบของมั่นแล้ว

33:45 ก็เพื่อเป็นหลักฐานว่าจะทำการสมรสกับผู้ รับมั่นนั้นอย่าลืมนะคะกฎหมายในปัจจุบัน มีการแก้ไขภายหลังเอ่อเอ่อ ภายหลังจากที่มีพระราชบัญญัติสมรสเท่า เทียมแล้วเนี่ยนะคะก็มีการแก้ไขว่ามันเขา ใช้คำว่าคู่สมรสแล้วนะคะใช้คำว่าคู่สมรส แล้วนะคะคือแล้วการสมรสนักศึกษา การสมรสเนี่ยตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์เนี่ยต้องหมายถึงอะไรการสมรสโดย ที่มีการจดทะเบียนสมรสลดกันตามกฎหมายนะคะ จึงถือว่าเป็นการสมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย

34:30 แล้วการจดทะเบียนนั้นน่ะจะต้องเกิดจาก อะไรเกิดทั้ง 2 ฝ่ายยินยอมพร้อมใจที่จะ สมรสกันนะคะแล้วมีเจตนาที่จะอยู่กินกัน ฉันคู่สมรสตาม 1461 นะคะอ่า 1461 นะคะ เพราะฉะนั้นน่ะเอ่อเจตนารมณ์ตรงเอ่อเจตนา ของคู่ของคู่สมรสอ่ะเป็นเรื่องสำคัญนะคะ เป็นเรื่องสำคัญถ้าไม่ได้ตกลงที่จะยินยอม พร้อมใจกันที่จะเป็นคู่สมรสกันการจดจด ทะเบียนน่ะมันก็ไม่ไม่ มีผลนะคะเพราะว่าถือว่าเป็นอะไรเป็นนเอ่อ อย่างเช่นมาจดทะเบียนสมรสกันเพื่อเหตุใน

35:16 การที่จะได้ทรัพย์สมบัติของอีกฝ่ายนึงแต่ จริงๆไม่ได้อยากจะเป็นคู่สมรสกันอย่าง เนี้ยหรือมีเหตุอย่างอื่นเอ่อเอ่อในการ ที่อ่ามาจดทะเบียนสมรสหลอกๆเพื่อหลอกปู่ ย่าตายายเพื่อจะได้รับได้รับทรัพย์บาง ประการอย่างนี้เป็นต้นมันถือว่าเป็น นิติกรรมอำพรางนะคะตามประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์นะคะมาตราอะไรคะใครตอบได้เร็ว เดี๋ยวอาจารย์บวกคะแนนให้อาจารย์สอนไป แล้วนะเนี่ย การแสดงเจตนารวงโดยสมรู้กับคู่กรณีฝ่าย อ่ะเพื่อไม่เสียเวลาเฉลยเองเลยอ่ะ [เสียงกระแอม]การแสดงเจตนารวงโดยสมรู้กับ คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะนะคะตาม

36:04 ประมวลแพ่งมาตรา 155 ไอ้คำว่าแสดงเจตนารวงโดยสมรู้กับคู่กรณี อีกฝ่ายหนึ่งเป็นโมฆะนี้นะคะเป็นโมฆะ เนี้ยใช้รวมถึงเรื่องการจดทะเบียนสมรสและ การจดทะเบียนยาด้วยถ้านะคะ 2 คนจูงมือกัน ไปเพื่อจะจดทะเบียนสมรสแต่จริงๆแล้วอ่ะ 2 ฝ่ายรู้อยู่ว่าตัวเองอ่ะไม่ได้มีเจตนาที่ จะผูกพันกันจดทะเบียนสมรสกันไม่ได้ ประสงค์ที่จะอยู่กินฉันสามีภรรยากันนะคะ อย่างนี้ก็ไม่เอ่อการสมรสนั้นไม่มีผลผูก พันหรือกรณีที่มีการจดทะเบียนสมรสกันแต่ แรกนะคะรักไข้อยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา

36:51 ค่ะอยู่บ้านเดียวกันมาเนิ่นนานต่อมานะคะ เออมีเหตุผลทางธุรกิจก็เลยจดทะเบียนยากัน แต่ยังอยู่ด้วยกันให้การอุปการะเลี้ยงดู กันช่วยเหลือยามเจ็บไข้ได้ป่วยอยู่บ้าน เดียวกันอย่างเนี้ยการที่แม้ทั้งคู่พากัน ไปจดทะเบียนหย่าต่อนายทะเบียนถือว่าเป็น การหย่ามั้ยคะ ถือเป็นการหย่ามั้คะนักึษา เงียบกันหมดเลยยังอยู่กันมั้ยคะ ใครจะตอบอาจารย์ได้อาจารย์เรียกถามดีกว่า คุณ

37:38 ใครดีคุณโซเฟียอยู่มั้ยคะ >> อยู่ค่ะอาจารย์ >> ถือว่าเอ่อเป็นการจดทะเบียนยากันมั้ยคะ ถือว่าการสมรสคู่นี้สิ้นสุดลงมั้ยอ่า อาจารย์ต้องถามงี้ถือว่าการสมรสนี้สิ้น สุดลงมั้ยคะ >> ไม่สิ้นสุดลงค่ะอาจารย์ >> เพราะว่ามีเอ่อ เจตนาหวังผลเป็นอย่างอื่นน่ะค่ะไม่ได้มี เจตนาที่จะแยกย้ายกันจริงๆ >> ค่ะ แต่ถ้าจะตอบให้ให้ครบถ้วนตามกฎหมายก็ต้อง ตอบอย่างที่เมื่ออาจารย์พูดไปเมื่อสัก ครู่ต้องกล่าวอ้างถึงมาตรา 155 นะคะที่ บอกว่าเป็นเอ่อไอ้การเจตนาเนี่ยเป็นการ

38:24 อะไรนะคะไม่ได้ประสงค์แยกย้ายกันจริงๆ เพราะฉะนั้น 2 คนเนี้ยถือว่าเป็นการแสดง เจตนารวงโดยสมรู้กันทั้ง 2 ทั้งคู่สามี ภรรยานะคะดังนั้นผลมันจึงเป็นโมฆะผลจึง เป็นโมฆะตามประมวลแพ่งมาตรา 155 ผลเป็น โมฆะก็คืออะไรเสียเปล่ามาตั้งแต่ต้น เสมือน 1 ไม่ได้มีการจดทะเบียนย่าเลยใช่ มั้ยคะเพราะฉะนั้นความการสมรสอันเนี้สิ้น สุดลงมั้ยไม่สิ้นสุดลงนะคะไม่สิ้นสุดลง แต่อย่างไรก็ตามจะยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ บุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริตไม่ได้ใน เมื่อมันมีการจดทะเบียนต่อนายทะเบียนถ้า ผู้บุคคลภายนอกเขาสุจริตน่ะก็จะยกขึ้นไม่ ข้อต่อสู้ให้เสียหายไม่ได้นะคะเอ่อไม่ได้

39:14 นะคะอื[เสียงกระแอม]แต่ถ้าเจ้าหนี้นั้น รู้นะคะอย่างเช่นโอ้เป็นเรื่องทางธุรกิจ แล้วเจ้าหนี้รู้เจ้าหนี้ก็บอกว่าเอ้ยการ จดทะเบียนยาเี่ไม่มีผลอืมถือว่าอย่าหรอก การสมรสไม่สิ้นสุดลงเจ้าหนี้ก็มีสิทธิ์ บังคับคดีเอากับทรัพย์สินนะคะต่างๆได้นะ คะนะคะส่วนจะได้แค่ไหนเพียงไรก็ดูอยู่ที่ ว่าสัญญาณนั้นตกลงว่าอะไรไปให้ความยินยอม หรือเปล่าอะไรก็ว่ากันไปนะคะอาจารย์ก็ไม่ ได้ไปไกลถึงขนาดนั้นนะคะอ่ะ[เสียงกระแอม] ถือว่าตอบได้ก็เก่งค่ะเก่งเก่งนะคะเอ่อ ต่อไปนะคะพอเรื่องสมรสเรารู้แล้วนะคะแล้ว ทีนี้มันก็จะมีเหตุที่ว่าอ้าไม่สามารถ

40:01 อยู่ร่วมกันได้และ 2 ฝ่ายอาจจะไปจด ทะเบียนหย่ากันโดยความยอมพร้อมใจทั้ง 2 ฝ่ายโดยที่มีเจตนาแยกย้ายกันจริงๆก็มีผล ตามนั้นแต่ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วไม่ยอม ก็กฎหมายก็เปิดช่องให้อีกฝ่ายนึงเอาฟ้อง อย่าได้นะคะโดยอยู่ในมาตรา 1516 1516 จำ ง่ายๆนะคะ 1516 นะคะ 1516 เนี่ยมีเหตุ เยอะแยะมากมายเลยนะคะใครพอจะจำได้แล้วยก ตัวอย่างเหตุขึ้นมาให้อาจารย์ตอบอาจารย์ ตอนนี้สักเหตุนึงได้มั้คะ เดี๋เดี๋ยวอาจารย์บวกคะแนนให้ด้วยเอาสัก เหตุนึงค่ะ >> สามีหรือภริยาอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่อง

40:48 ผู้อื่นฉันสามฉันภริยาหรือสามีครับ >> เก่งมากขอบคุณค่ะขอบคุณค่ะชื่ออะไรนะ เดี๋ยวคุณพงษ์พง์พั >> ชื่อพงพัฒ์ครับ >> ค่ะพอบอกว่ามีคะแนนก็เป็นแรงจูงใจอย่าง นึงเนาะ มีท่านอื่นมั้ยคะขอบคุณมากทีนี้นักศึกษา จะให้ได้คะแนนดีถามว่างคำตอบนักศึกษาถูก มั้ยถูกแต่เอ่อยังไม่ถือว่า เต็มจะต้องใช้คำว่าคู่สมรสนะคะต้องใช้คำ ว่าคู่สมรสไงอย่างที่อาจารย์บอกมันจะต้อง เป็นตอบว่าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอุปการะ

41:33 เลี้ยงดูหรือยกย่องบุคคลอื่นนะคะผู้อื่น ฉันคู่สมรสต้องตอบอย่างี้เพราะว่า ปัจจุบันเอ่อชายกับชายหญิงกับหญิงก็ได้ เพราะฉะนั้นเราใช้คำว่าคู่สมรสขอบคุณมาก ถือว่าคุณอ่ะเดี๋ยวอาจารย์จดก่อนเมื่อกี้ คุณโซเฟียก็ตอบได้นะคะอืคุณพงษ์นะคะ นะคะถือว่าต้องใช้คำว่ายกย่องเอ่อใช้คำ ว่าคู่สมรสไฟใดไฟหนึ่งอุปการะเลี้ยงดูนะ คะหรือยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรสนะคะถ้ายก ย่องฉันฉันบุตรหลานให้การดูแลอย่างอื่นนะ

42:19 คะฉันเออพ่อแม่ให้ความเคารพนับถืออะไร อย่างงี้ไม่เป็นฉันคู่สมรสฟ้องหย่าได้ มั้ย คุณพงษ์นพัฒ์ไหนลองตอบอาจารย์ >> เอ่อทวนคำถามอีกครั้งได้มั้ครับอาจารย์ >> คือถ้าคู่สมรสเนี่ยนะคะไปยกเอ่อไปให้การ อุปการะเลี้ยงดูคนอื่นนะคะให้การอุปการะ เลี้ยงดูคนอื่นแต่ไม่ได้ให้ในฐานะฉันคู่ สมรสแต่ให้ด้วยความเอ็นดูนะคะเด็กน้อย เรียนเก่งนะคะหรือไปให้การอุปการะเลี้ยง ดูเอ่อคนแก่คนนึงที่น่าสงสารแต่ส่งเสีย ให้ประจำเลยเป็นรายเดือนทุกเดือนเลยอย่าง

43:06 เนี้ยนะคะเป็นเหตุฟ้องหย่าได้มั้ย >> ไม่ได้ครับเพราะ อะไรคะ >> เอ่อผู้ไม่ได้ส่งเสียในเหมือนคู่สมรส ในชั้นคู่สมรสหรือยกย่องคู่เป็นคู่สมรส อ่ะครับผม >> เก่งมากค่ะค่ะอ่ะถือว่าเข้าใจกฎหมายอ่ะนะ คะอ่ะต่อไปเอ่ออืก็จะมีเหตุอื่นอีกดูถูก เกียรติช่างด่าโทษบุพการี ทำให้อับอายขายหน้านะคะเหล่าเนี้ยมันจะมี เหตุอยู่เยอะมากนะคะในการที่จะไปฟ้องเอ่อ ฟ้องย่านะคะหรือว่าในกรณีที่คู่สมรสอีก

43:53 ฝ่ายนึงอ่ะมีสภาพแห่งกายเนี่ยเอ่อไม่อาจ ร่วมประเวณีได้หรือไม่อาจกระทำการหรือยอม รับการกระทำเพื่อสนองความไข้ของอีกฝ่าย หนึ่งได้ตลอดกาลนะคะอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องอย่า ได้แต่อย่างไรก็ตามเหตุนั้นน่ะจะต้องไม่ เกิดจากเอ่อผู้ที่จะมาฟ้องอย่าเป็นคนทำ ให้มันเกิดขึ้นคือถ้าจะไปฟ้องอย่าเค้า เพราะว่าเค้าอ่ะไม่สามารถมีสภาพแห่งกาย ไม่สามารถเอ่อสนองความใคร่หรือร่วม ประเวณีได้เนี่ยต้องเกิดจากเหตุอื่นที่ ไม่ใช่เหตุจากการกระทำของตัวเองอย่างเช่น ตัวเองเป็นคนขับรถไปแล้วเกิดอุบัติเหตุ ที่อาจารย์ยกตัวอย่างไปใช่มั้คะเกิด อุบัติเหตุแล้วก็รถชนโคมแล้วเขาก็เลยกลาย พิการด้านเอ่อท่อนล่างลงไปตั้งแต่เอวลงไป

44:41 อย่างเนี้ยไม่สามารถร่วมประเวณนี้ได้แล้ว เนี่ยนะคะเอ่อไอ้คนที่ขับรถอ่ะคู่สมรสที่ ขับรถอ่ะจะมาฟ้องยาไอ้คนที่ได้รับเหตุ นั้นไม่ได้เพราะตัวเองเป็นทำให้มันก่อให้ เหตุนั้นมันเกิดขึ้นนะคะอันนี้ก็ดูด้วยนะ คะมันจะไปโยง 1517 วรรค 2 นะคะหรือกรณีทำ ผิดทันบนอย่างเงี้ยนะคะเอ่อทำบนที่บนที่ ให้ไว้เป็นหนังสือหรือเป็นต้นนะคะอย่าง เงี้ยเอ่อถ้าจะฟ้องมันจะต้องไปโยง 1517 วรรค 3 นะคะการทำผิดทันบนเนี่ยถ้าเห็นว่า ศาลเห็นว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยไม่สำคัญ นะคะศาลอ่ะอาจจะไม่พิพากษาให้ อยากกันก็ได้นะคะถึงแม้ว่ามันทำผิดทำบน

45:28 กันจริงๆก็เหอะนะคะเออสมรสแล้วมีอะไรอีก อืสมรสเราเรียนอะไรกันอีกคะ อ้อแล้วที่เราเรียนกันวันนี้เกี่ยวกับ เรื่องบุตรใช่มั้ยใช่มั้ยคะเอ่อ บุตรนะคะ พอบิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันบุตรที่เกิด มา ถือว่าเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายนะคะบุตร โดยชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นคู่สมรสของ หญิงนั้นนะคะเนี้ย 1536 วรรคแรกนะคะเพราะ ฉะนั้นถ้าระหว่างนั้นมีการอยากขาดกันบุตร ยังไงก็เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชายมี

46:16 สิทธิ์ที่จะได้รับข่าวอุปการะเลี้ยงดูมี สิทธิ์ใช้นามสกุลนะคะแล้วก็เอ่อ มีหน้าที่อีกอย่างหนึ่งที่กฎหมายกำหนด ห้ามไว้ก็คือห้ามฟ้องบิดาเป็นคดีอุทลุมนะ คะห้ามฟ้องทั้งถือว่าเป็นคดีอุทุมนะคะเรา เรียกกันว่าคดีอุณรุมนะคะอุทลุมคืออ่าง สลุอุธทหารลิงสลุอมม้านะคะอ่านว่าคดี อุทธลุมนะคะก็คือ 1862 เนี่ยห้ามเฉพาะ กรณีที่เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของชาย นั้นนะคะฟ้องฟ้องไม่ได้แต่ถ้าชายนั้นน่ะ หรือบิดานั้นน่ะไม่ใช่บิดาโดยชอบกฎไม่ชอบ

47:04 ไม่ใช่บิดาโดยชอบโดยกฎหมายอย่างเช่นพอหมอ แม่ยุกันไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันอย่าง เงี้ยนะคะเอ่อถือว่านะคะถือว่าไม่ได้เป็น บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายเพราะฉะนั้นลูกฟ้อง พ่อได้แต่ไม่ว่ากรณีใดๆลูกฟ้องแม่ไม่ได้ เพราะว่าลูกเป็นลูกของแม่เป็นบุตรโดยชอบ ด้วยกฎหมายของแม่ ตลอดกาลนะคะตลอดกาลนะคะเกิดมาก็เป็นลูก โดยชอบด้วยกฎหมายของแม่และห้ามฟ้องแม่ อย่างแน่นอนแต่จะฟ้องพ่อต้องดูว่าพ่อเป็น พ่อโดยชอบด้วยกฎหมายมั้ยถ้าเป็นพ่อโดยชอบ ด้วยกฎหมายฟ้องไม่ได้นะคะถ้าเป็นพ่อชอบ ด้วยกฎหมายฟ้องไม่ได้แต่ทั้งนี้และทั้ง นั้นสมมุติว่าเป็นพ่อด้วยที่ชอบด้วยกฎ

47:49 หมายก็เหอะแต่ถ้าพ่อนั้นเนี่ยนะคะเอ่อการ ฟ้องพ่อนั้นเนี่ยเป็นการฟ้องเนื่องจาก ตัวบุตรน่ะทำในฐานะผู้จัดการมรดกอาจารย์ ถามนักศึกษาว่าสามารถฟ้องได้มอย่างเช่น พ่อเนี่ยักยอกทรัพย์มรดก ของบุคคลที่ลูกเป็นผู้จัดการมรดกยักยอก ทรัพย์มรดกของผู้ตายอย่างเช่นยักยอก ทรัพย์มรดกของปู่ย่าตายายเอยของแม่เอยที่ ไอ้ตัวลูกนั่นน่ะเป็นผู้จัดการมรดกลูกก็ เลยไปฟ้องอ่ะพ่อนะคะบอกว่าให้เอาทรัพย์ สินที่ยักยอกไปน่ะคืนมาสู่กองมรดกนะอย่าง เนี้ยค่ะนักศึกษาลูกสามารถฟ้องได้ไหมใคร

48:34 จะตอบ >> ฟ้องได้ครับ >> มีใครจะตอบอีก >> ฟ้องฟ้องได้ครับ >> ค่ะเพราะอะไรคะ >> เพราะว่าลูกฟ้องในฐานะของผู้จัดการมรดก อ่ะครับเพื่อเป็นประโยชน์ให้แก่ทายาทของ กองมรดกนั้นนะครับสามารถฟ้องบิดาได้ >> เก่งมากตอบได้ครบถ้วนเลยต้องตอบใช่เป็น ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกไม่ได้ฟ้องในฐานะ ส่วนตัวและการฟ้องนั้นน่ะมันเป็นไปเพื่อ ประโยชน์แก่ทายาทของกองมรดกนั้นทุกคนนะคะ เพื่อทายาทแห่งกองมรดกนั้นทุกคนเพราะ ฉะนั้นกฎหมายเอ่อศาลฎีกาก็เลยตีความเคร่ง ครัดนะคะเมื่อมันเป็นการเอ่อจำกัดสิทธิ์

49:21 อันเนี้ยเป็นเรื่องการตีความของศาลฎีกากฎ หมายไม่ได้เขียนไว้ชัดขนาดนั้นกฎหมาย เขียนไว้แค่ว่าเอ่อบุตรฟ้องบุพการีเอ่อ ไม่ได้แล้วศาลก็เลยตีความว่ามันจะต้อง เป็นเรื่องผู้บุปการิที่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยนะคะแล้วก็ต้องฟ้องในฐานะส่วนตัวถ้า ฟ้องในฐานะผู้จัดการมรดกเนี่ยศาลบอกว่า ไม่ห้ามนะคะอันนี้เป็นการตีความของศาล ซึ่งคำพิพากษาทำนองเนี้ยยุติแล้วแหละมัน ยึดถือเพราะว่าการตีความเพื่อจำกัดอำนาจ หน้าที่ของบุคคลนะคะศาลจะตีความโดยเคร่ง ครัดนะคะจะไม่ตีความไปครอบคลุมจนถึงขนาด เอ่อกว้างไปเพื่อจำกัดสิทธิ์นะคะทีนี้

50:07 เอ่อแล้วก็วันนี้เราเรียนเรื่องอะไรกัน อีกอ่ะเราเรียนเรื่องอำนาจในการปกครองดู แลบุตรอ้อเอ่อการจัดการทรัพย์สินของสามี ภรรยานะคะก็อย่าลืมว่าถ้ามันเป็นทรัพย์ เรื่องสำคัญนะคะมันเป็นทรัพย์เรื่องสำคัญ นะคะคู่สมรสระหว่างกันเนี่ยก็จะต้องให้ ความยินยอมกันนะคะต้องให้ความยินยอมกัน นักศึกษาต้องรู้ด้วยนะว่ามันมีมาตรานี้ อยู่บนโลกใบนี้นะคะ นะคะเอ่อถ้าเอ่อคือในการในการเรียนรู้นัก ศึกษาก็ต้องรู้อย่างน้อยถ้าจำมาตราไม่ได้ นะคะเอ่อจำมาตราไม่ได้นะคะก็ต้องรู้ด้วย

50:52 เปิดมันต้องเปิดได้ใช้เป็นละนะคะมันต้อง เปิดได้ใช้เป็นนะคะว่าเออมันมีกฎหมาย กำหนดห้ามอยู่นะถ้ามันเป็นเรื่องการจัด การศีลสมรสนะคะถ้าศีลส่วนตัวต่างคนต่าง จัดการได้อยู่แล้วนะคะต่างคนต่างจัดการ ศีลสมรสของเอ่อศีลส่วนตัวขอโทษศีลส่วนตัว ของแต่ละคนเนี่ยจัดการไปได้เลยมันเป็น เรื่องของตัวเองนะคะมันเป็นเรื่องของตัว เองไปนะคะสามารถจัดการไปได้แต่ถ้าเป็น เรื่องที่เป็นสินสมรสเนี่ยถ้าเป็นทรัพย์ สำคัญสำคัญขายอสังหารริมทรัพย์อย่างเงี้ย เป็นต้นมันจะต้องให้ได้รับความยอมของทั้ง 2 ฝ่ายมันจะอยู่ในมาตรามาตรา 1476 นะคะ มันจะอยู่ในมาตรา 1476 เป็นต้นนะคะ

51:38 แล้วก็เอ่อที่เราเรียนบิดามารดากับบุตรก็ เช่นกันถ้าบิดามารดาโดยกำเนิดนะคะแล้วก็ เป็นบุตรที่เกิดจากการสมรสเอ่อนะคะที่ เราเรียนกันไปกรณีที่บุตรถือว่าเป็นบุตร โดยชอบด้วยกฎหมายของชายคนไหนมีสมรสซ้อน เป็นบุตรของชายคนที่จดทะเบียนส่งรถครั้ง หลังนะคะอย่างเงี้ยนะคะเอ่อทีนี้เค้าก็จะ ต้องมีอำนาจนะคะมีอำนาจในฐานะเป็นผู้ใช้ อำนาจปกครองผู้ใช้อำนาจปกครองก็จะมีอำนาจ ในการกำหนดที่อยู่ถิ่นที่อยู่ของบุตรนะคะ มีอำนาจในการทำโทษที่สมควรไม่เป็นการ กระทำทารุณโหดร้ายนะคะแล้วก็มีหน้าที่

52:27 ระหว่างกันในการให้อุปการะเลี้ยงดูซึ่ง กันและกันนะคะนะคะแล้วก็อืมอันเนี้ยจะ เรียกว่าผู้ใช้อำนาจปกครองนะคะแต่ถ้าผู้ ใช้อำนาจปกครองตายทั้งหมดหรือว่าถูกถอน อำนาจปกครองทั้งหมดคือทั้ง 2 คนน่ะนะคะ อย่างนี้จะต้องมีการตั้งผู้ปกครองนะคะจะ ต้องมีการตั้งผู้ปกครองขึ้นมานะคะก็ [เสียงกระแอม] ผู้ปกครองก็เอ่อเข้ามาดูแลบุตรผู้เยาต้อง เฉพาะผู้เยานะคะผู้เยาวบุตรผู้เยาเราก็จะ ต้องมีผู้ปกครองไปแต่พอเอ่อมันสิ้นสุด ความเป็นผู้ปกครองกับผู้อยู่ในปกครองมัน สิ้นสุดเมื่อเด็กคนนั้นเนี่ยไบรรลุ นิติภาวะแล้วพอบรรลุนิติภาวะนะคะอำนาจการ

53:16 ปกครองสิ้นสุดลงแล้วอำนาจอีกอย่างนึงเออ หน้าที่อย่างที่ผู้ปกครองต้องทำก็คือจะ ต้องทำอะไรทำบัญชีทรัพย์สินของผู้อยู่ใต้ ปกครองด้วยนะคะครั้งแรกภายใน 3 เดือนหลัง จากนั้นก็ส่งให้ศาลทุกปีนะคะเอ่อเพราะว่า เค้าเป็นผู้แค่ผู้ปกครองอ่ะไม่ได้เป็นพ่อ แม่ด้วยกำเนิดเพราะฉะนั้นก็ต้องแค่เป็นคน ที่กฎหมายอุปโลกขึ้นมาเพื่อดูแลเด็กให้ เป็นไปเพื่อประโยชน์แก่เด็กเพราะฉะนั้นก็ ต้องมีมาตรการในการควบคุมกำกับดูแลไม่ให้ เค้าทำหน้าที่ผิดหน้าที่นะคะและการจัดการ ทรัพย์สินของผู้เยาไม่ว่าจะใช้อำนาจปก ครองหรือผู้ปกครองก็ตามถ้ามันเป็นเรื่อง สำคัญนะคะมันก็ต้องไปขออนุญาตศาลก่อน

54:03 อย่างเช่นขายอสังหาริมทรัพย์จำนองหรือการ จดทะเบียนทรัพยสิทธิ์ต่างๆเหล่าเนี้ยต้อง ไปขออำนาจศาลต้องให้ศาลอนุญาตก่อนถึงจะมี อำนาจในการจัดการนะคะทำไปโดยไม่มีอำนาจ ไม่ได้ไม่สมบูรณ์นะคะเอ่อแล้วก็มีอะไรอีก นะคะที่เราเรียนไปวันนี้ถ้าใครฟังตั้งแต่ ต้นก็จะสรุปได้ประมาณนี้นะคำที่เราเรียน ไปมีใครสงสัยอะไรอีกมั้ยเอ๊ะอาจารย์บอกไป ครบถ้วนมั้นะเดี๋ยว

54:53 อื อ่ะมีจริงๆอาจารย์ลืมเรื่องอันนั้นไปก็ เลย เอ่อเอาอย่างี้อาจารย์บอกโครงสร้างคร่าวๆ นะคะแต่ไม่ได้บอกมาตราเนาะอาจารย์บอก คร่าวๆว่าสิ่งที่นักศึกษาต้องไปดูนะคะไป ดูนะคะมีเอ่อ เดี๋นะ ตามที่อาจารย์สรุปให้เนี่ยวันเนี้ยนะคะมี บอกข้อสอบไปครบละนะคะเอ่อสิ่งที่นักศึกษา ต้องไปดูเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการสมรสนะ

55:39 คะแล้วก็การหย่านะคะการสมรสแล้วก็การหย่า เนี่ยนะคะว่าเอ่อการสมรสที่จะผูกพันตามกฎ หมายตามประมวลแพ่งเนี้ยมันมีเงื่อนไขอะไร บ้างอย่างี้นะ[เสียงกระแอม]คะอาจารย์ให้ ความสำคัญเนาะแล้วก็การหย่าเองก็เหมือน กันนะคะจะต้องหย่าโดยความยินยอมกันเนี่ย มันจะต้องมีเงื่อนไขอย่างไรบ้างหรือถ้าจะ ฟ้องอย่ากันน่ะเหตุสำคัญสำคัญในการฟ้อง หย่าเนี่ยนะคะเอ่อนักศึกษาควรจะต้องทราบ นะคะเหตุสำคัญสำคัญนะคะลองจำหลักการมัน ให้ได้นะคะว่าเอิ่ม มันเป็นอย่างไรบ้างแล้วสิทธิหน้าที่นะคะ

56:26 ระหว่างบิดามารดากับบุตรอย่างเงี้ยนะคะนะ คะบุตรหรือชอบด้วยกฎหมายเนี่ยมันเกิดหน้า ที่อะไรบ้างนะคะ มีข้อห้ามอะไรมยนะคะความเป็นบุตรเนี่ยนะ คะอย่างนี้เป็นต้นนะคะเอ่อก็ ประมาณนี้ที่อาจารย์ให้ความสำคัญอาจารย์ มองว่ามันก็น่าสนใจนะคะส่วนต่อไปในอนาคต นะคะสิ่งที่นักศึกษาวิชาเนี้ยมันเป็นวิชา ที่ออกข้อสอบได้เยอะเชียวนะคะเยอะเยอะมาก ๆมีเงื่อนแง่ให้ออกเยอะแต่อาจารย์ก็จะบอก ว่าอาจารย์ก็ออกตามตัวบทแหละนะคะถ้าจะมี

57:11 อ้างอิงฎีกาก็เฉพาะฎีกาที่อาจารย์สอนอัน ไหนที่มันเป็นข้อขัดแย้งอยู่อาจารย์ก็ไม่ ออกนะคะอาจารย์ก็ไม่ออกไม่ไม่ให้เกิดเอ่อ ข้อโต้แย้งนะคะว่าเอ้อมันควรจะเป็นอย่าง งั้นควรจะเป็นอย่างนี้ทีนี้วันนี้อาจารย์ จะเลิกเร็วดีมั้ยเพื่อนักศึกษาจะได้มี เวลาไปทบทวน หรือว่าจะให้อาจารย์สอนต่อไปอีก มีใครจะถามอะไรมั้ยคะมีใครจะถามอะไรมั้ย >> ข้อสอบ 3 ข้อใช่มั้ยครับอาจารย์ >> ใช่ 3 ข้อแต่ละข้อคะแนนไม่เท่ากันคือ >> ให้เวลากี่ชั่วโมงอ่ะครับอาจารย์ เอากี่ชั่วโมงดีอ่ะ

57:56 3 ข้อ 2 ชั่วโมงพอมั้ย เอ่ออาจารย์ครับมีหลายมีเพื่อนๆในกลุ่ม ฝากสอบถามมาครับว่าไม่มีแบบฝึกหัดให้ทำ อีกสักข้อเหรอครับเป็นคะแนนช่วยอ่ะครับ >> พอแล้วข้อเดียว พอแล้ว ช่วยไปเยอะแล้ว 25 คะแนนขอให้ทำเหอะใคร ที่ยังไม่ส่งนะอาจารย์ให้โอกาสครั้งสุด ท้ายนะคะ Last Call นะคะคุณไตรคุณฟัง อยู่มั้ยคุณไตรคุณอยู่มั้ยเนี่ย ไม่อยู่ใครเป็นเพื่อนสนิทมิตรสหายบอกนิด

58:43 นึงว่าอาจารย์ให้โอกาสวันนี้นะคะส่งมา เพราะว่าถ้าไม่ทำแบบทดสอบส่งเนี่ยหายไป แล้ว 25 คะแนนโอกาสจะตกวิชานี้สูงมาก เพราะที่เหลือ 3 ข้อ 75 คะแนนนักศึกษาคิด ว่า นักศึกษาจะผิดได้แค่ข้อละเล็กละน้อยเท่า นั้นเองเพราะว่าเอ่อเค้าต้องเกิน 60% ใช่ มั้ยคะเค้าไม่ได้เอาแค่ครึ่งนึงนี่ใช่ มั้ยคะ อาจารย์ไม่แน่ใจหลักการแต่ว่ามันน่าจะ ประมาณนั้นแล้วนักศึกษาลองคิดดูสิจะให้ ได้ 60 คะแนนอย่างน้อยต้องได้ข้อละ 20 คะแนนน่ะมันมีข้ออะไร 30 คะแนนอยู่ข้อนึง

59:30 ข้อละ 25 แล้วก็ข้อละ 20 นะคะแต่ละข้อคะแนนไม่เท่ากันนะนักศึกษา เวลาทำข้อสอบอาจารย์จะแนะนำนิดนึง คือไม่ต้องทุ่มเวลาไปใช้เวลาสมมุติ อาจารย์ให้ 2 ชมงเงี้ยใช้เวลา 1 ชมงครึ่ง กับข้อเดียวเลยเพราะว่าฉันรู้ข้อนี้ฉัน อยากเขียนให้มันเลิศเลอที่สุดอย่างเงี้ย เราไม่ได้ประกวดเรียงความเอาให้มันถูก ต้องนะคะแล้วก็เอ่อกระชับได้ใจความนะคะ แล้วก็เอ่อเขียนมาให้มันครบถ้วนก็พอเหลือ เวลาไปทำข้ออื่นนักศึกษาต้องแบ่งเวลา อย่าง 100 เอ่อ 120 นาที 2 ชม. 120 นาที 3

1:00:19 ข้อตกข้อละเท่าไหร่คะ 40 นาทีข้อ 1 นักศึกษาไม่ควรเกิน 40 นาทีต้องเหลือเวลาไปทำข้ออื่นด้วยนะคะอัน นี้ให้เวลาเยอะมากเลยนะ 3 ข้อ 2 ช่โมง เนี่ยถือว่าให้เยอะมากถ้านักศึกษาไปสอบ ชั้นเนติบัณฑิตก็ตามหรือชั้นผู้ช่วยพูด ภาษาอัยการผู้ช่วยก็ตามข้อนึงไม่ถึง 20 นาทีเลยนักศึกษาตกประมาณ 20 นาทีนาทีอ่ะ นักศึกษา 20 นาทีนะแล้วข้อสอบเนติบัณฑิต หรือข้อสอบผู้พิพากษาไม่ใช่ง่ายนะคะเวลา คิดอีกล่ะเพราะฉะนั้นนักศึกษาอย่าพยายาม หัดใช้ต้องอย่าพยายามใช้เวลาเปลืองต้อง หัดตั้งแต่เดี๋ยวนี้นะคะว่าอย่าไปฟุ้ง

1:01:06 อะไรกับมันมากอย่างสมมุติเวลานักศึกษาไป ทำข้อสอบเนก็เหอะคือข้อไหนฉันทำได้ฉันทำ อยู่นั่นน่ะปราณีตบรรจงเขียนอย่างงู้น อย่างงั้นอย่างงี้โดยที่ใช้เวลาไปเหลือ เฟือกินเวลาข้ออื่นคือให้นักศึกษาตอบได้ อย่างดีที่สุดนะคะนักศึกษาก็ได้เต็ม สำหรับข้อนั้นเท่านั้นแต่ข้อที่นักศึกษา ไม่ทำแสดงว่านักศึกษาคะแนนข้อที่ไม่ได้ทำ หายไปแล้วเหมือนถ้านักศึกษาไม่ทำงานส่ง นักศึกษาหายไปแล้ว 25 คะแนนหายไปเฉยๆเลย แล้วที่เหลือนักศึกษาต้องทำให้ได้อย่าง น้อย 60 คะแนนมันเป็นไปได้ยากนักศึกษา ต้องทำถูกทุกข้อทั้ง 3 ข้อนะคะต้องทำถูก ทุกข้อทั้ง 3 ข้อเลยนะคะแล้วต้องเขียน

1:01:53 อธิบายดีผิดได้เล็กน้อยเท่านั้นถึงจะได้ 60 คะแนนทีนี้ถ้านักศึกษาตุลไปแล้ว 20 กว่าคะแนนเนี่ยนะคะ 23 24 25 แล้วแต่ บางท่านไปเนี่ยนะคะเวลาที่นักศึกษาไปทำ ข้อสอบอ่ะนักศึกษาอาจจะมีผิดพลาดจังเลย เรื่องนี้โอหไม่ได้อ่านไม่ได้สนใจอะไรเลย ทำถูกสัก 2 ข้อนักนักศึกษาก็อาจจะรอดแล้ว ไงอีก 2 ข้อข้อละ 20 คะแนนนักศึกษาก็มี เปอร์เซ็นต์จะรอดสูงนะคะจะไม่ตกนะคะแต่ ถ้านักศึกษาทำได้เลย 3 ข้อ A นะคะอยู่ในกระเป๋าสบายๆเลยนะคะอาจารย์ไม่ ได้เป็นคนให้คะแนนโหดแต่นักศึกษาต้อง บริหารจัดการชีวิตตัวเองด้วยอันเนี้จะ อาจารย์ให้เป็นแนวทางเพราะอย่าง เนติบัณฑิตทุกข้อข้อละ 10 เท่ากันไม่

1:02:41 เหมือนปตรีปตรีเนี่ยอาจารย์จะกำหนดคะแนน ตามความยากง่ายของแต่ละข้อไหนประเด็นเยอะ ตัวบทเยอะแล้วมีความซับซ้อนอาจารย์ก็อ่า กำหนดไปที่ 30 คะแนนข้อไหนน้อยลงมาหน่อย ก็ 25 ข้อไหนง่ายเลยเออแทบจะเป็นขนมแจก อยู่แล้วเงี้ยอาจารย์ก็ 20 คะแนนนะคะ เนี่ยอทีนี้เนอ่ะข้อละ 10 คะแนนมี 10 ข้อ มีเวลาตั้งแต่ 14:00- 18:00 น.เท่านั้น เองนะคะเออนักศึกษาจะฟุ้งไปมากกว่านั้น ไม่ได้แล้วนักศึกษาต้องมีข้อละ 20 นาที เท่านั้นนะคะ 20 นาทีนี่รวมอะไรรวมอ่าน รวมคิดรวมเขียนจนเสร็จนะคะรวมหมดทุกอย่าง นะคะเพราะฉะนั้นบางคนที่เค้าใช้ประเภทว่า

1:03:27 อ่านไปก่อน 10 ข้อแล้วค่อยย้อนกลับมาทำ อาจารย์ก็เสียเวลาอ่านไปทำไปแล้วไม่จำ ต้องทำเรียงข้อ 1 พออ่านแล้วเฮ้ยยากไม่รู้อ่ะข้ามไปก่อน ได้ไปทำข้อ 2 ข้อ 3 ก่อนก็ได้หรือไปทำข้อ 3 ขึ้นมาก่อนก็ได้แต่นักศึกษาต้องเขียน ข้อ แล้วเวลาที่ขึ้นข้อใหม่กรุณาขึ้นหน้าใหม่ นะคะขึ้นข้อใหม่กรุณาขึ้นหน้าใหม่นะคะ เพื่อให้รู้ว่ามันแยกข้อกันนะคะอาจารย์ อาจจะตรวจง่ายแล้วอย่างวิชานี้ก็เอ่อ อาจารย์ตรวจคนเดียวก็ยังไม่ค่อยเกิดปัญหา แต่บางครั้งที่จะมีอาจารย์ผู้สอน 2 ท่าน อย่างเนี้ยถ้านักศึกษาขึ้นหน้าใหม่นะคะ

1:04:13 มันก็จะทำให้การกระจายกระดาษคำตอบไปเพื่อ ให้อาจารย์แต่ละท่านตรวจเนี่ยมันง่ายนะคะ มันง่ายเพราะว่าเอ่อคนนี้ออกข้อ 1 ก็เอา ข้อ 1 ไปตรวจคนนี้ออกข้อ 2 ข้อ 3 ก็เอา ข้อ 2 ข้อ 3 ไปตรวจอย่างนี้เป็นต้นหรือใน ชั้นเนติบัณฑิตเ้าบังคับเลยนะคะว่าการการ ขึ้นข้อใหม่นะคะการเขียนข้อใหม่ต้องขึ้น หน้าใหม่เท่านั้นเพราะว่าอาจารย์ผู้ตรวจ อย่างอาจารย์ก็เป็นอาจารย์ที่ได้รับ อนุญาตเอ่อได้รับมอบหมายให้ตรวจข้อสอบ เนี่ย จะตรวจได้ข้อเดียวนะนักศึกษาตรวจของนัก ศึกษาทุกเอ่อตามจำนวนไปนั่นแหละแต่ อาจารย์จะตรวจข้ออื่นไม่ได้สมมุติอาจารย์ ได้รับมอบหมายให้ตรวจข้อ 1 อาจารย์ก็ตรวจ

1:05:00 ได้แต่ข้อ 1 เพราะฉะนั้นเล่มเนี้ยคำตอบ ของนักศึกษามี 10 ข้ออาจารย์ก็หยิบขึ้นมา แล้วมีหน้าที่อ่านและตรวจให้คะแนนข้อ 1 เพียงข้อเดียวข้ออื่นอาจารย์ไม่มีอำนาจไป ก้าวร่วงเพราะอาจารย์ได้รับมอบหมายแค่ข้อ 1 แต่อาจารย์แต่ละท่านได้รับเพียงข้อ เดียวทีนี้ในการตรวจเนตรวจเน ไว้เลยก็คือมีอาจารย์ 2 ท่านนะคะมาตรวจ คานกันคืออย่างนักศึกษาตอบข้อ 1 เอ่อถึง ข้อ 10 ไปเนี่ยในแต่ละข้อจะมีอาจารย์ 2 ท่านนะคะมีอาจารย์ 2 ท่านตรวจ แล้วก็ถ้าคะแนนห่างกันไม่เกิน 3 คะแนนจะ จับอาจารย์คะแนนของอาจารย์ 2 ท่านน่ะบวก กันหาร 2 เฉลี่ยกันนะคะเฉลี่ยกันเพื่อ

1:05:47 เป็นการคานการคานเอ่อการให้คะแนนกันไม่ งั้นอาจารย์บางท่านให้คะแนนใจดีก็จะให้ เยอะเกินไปเอ่อบางท่านให้โหดมากก็จะให้ ต่ำเกินไปนะคะแต่ถ้าห่างกัน 2 คนเนี้ยใน ข้อเดียวกันเนี่ยให้คะแนนต่างกันเนี่ย เกิน 3 คะแนนนะคะจะต้องมีการได้รับการทบ ทวนให้ตรวจใหม่นะคะจะต้องถูกทบทวนให้ตรวจ ข้อนั้นใหม่นะคะแล้วก็มีการพิจารณาคะแนน ใหม่เพราะฉะนั้นการให้คะแนนชั้น เนติบัณฑิตจะเป็นมาตรฐานมากนะคะแล้วก็ เค้าใช้การถอดรหัสห้ามนักศึกษาเขียนชื่อ ลงไปที่สมุดคำตอบเลยนะคะห้ามเขียนให้ เขียนแต่เลขรหัสประจำตัวแล้วเลขประจำตัว เนี้ยจะมีการถอดรหัสเอาไปเปลี่ยนเป็นเลข

1:06:33 อื่นก่อนที่จะเอามาให้อาจารย์พูดผู้ตรวจ ตรวจเพราะฉะนั้นอาจารย์ผู้ตรวจจะไม่รู้ เลยว่ากำลังตรวจของใครอยู่ความเมตตาปราณี จะไม่เกิดมีขึ้นเฉพาะบุคคลเป็นเด็ดขาดนะ คะอันเนี้จะเป็นมาตรฐานนะคะเอ่อข้อสอบพูด ภาษากับอัยการก็เช่นกันใช้มาตรฐานเดียว กันนะคะก็คือว่าเอ่อผู้ตรวจจะไม่ไม่มี สิทธิ์ได้รู้ว่าเอ่อสมุดเล่มนั้นเป็นของ ใครนะคะเพราะฉะนั้นเขาถึงห้ามในการที่จะ ทำสัญลักษณ์หรือทำเขียนอะไรข้อความใดใน ลักษณะที่จะทำให้แตกต่างไปเค้าจะห้ามใช้ หมึกสีอื่นนอกจากสีดำหรือน้ำเงินและห้าม ใช้หมึกหลายสีในเล่มเดียวกันมันเป็นการ เหมือนทำสัญลักษณ์ให้ทราบนะคะหรือการลง

1:07:20 ลายมือชื่ออะไรพวกเนี้ยนะคะลงไปในสมุดคำ ตอบทั้งๆที่เขาห้ามแล้วเนี่ยเออถือว่า ทุจริตนะคะก็จะพิจารณาไม่ตรวจหรือตรวจ แล้วให้คะแนนแล้วตัดคะแนนแล้วแต่กรณีนะคะ อันนี้เป็นเรื่องหลักการเคร่งครัดเลยนะคะ เพราะฉะนั้นเอ่อเวลานักศึกษาเขียนข้อสอบ อืมของอาจารย์ก็เช่นกันไม่ต้องใช้หมึก หลักสีอาจารย์อ่านทุกตัวอักษรอยู่แล้วไม่ ต้องพยายามเน้นย้ำไม่ต้องขีดเส้นใต้เน้น ตรงไหนตรงนึงนะคะเพื่อที่อาจารย์ต้องอ่าน ตรงนี้ของผมตรงผมตรงเนี้ยทีเด็ดมากไม่ ต้องนะคะเพราะว่าฝึกไว้เคยตั้งแต่ชั้น ปริญญาตรีนะคะเพราะว่าเดี๋ยวไปชั้น เนติบัณฑิตนักศึกษาจะได้ไม่ทำเรื่องผิด ระเบียบเหล่านั้นนะคะเอ่อแล้วก็ 3 ข้อนะ

1:08:06 คะข้อละ 40 นาทีพอแล้วนะคะเอ่อแล้วก็เก็บ คะแนนไม่ต้องแล้วค่ะเก็บคะแนนมันดูง่าย เกินไปแล้วยิ่งสมัยเนี้ยอาจารย์ก็เอ่อไม่ แน่ใจว่านะคะแต่อาจารย์ก็ถือว่านักศึกษา ทำการโดยสุจริตสันนิษฐานไว้ว่าบุคคลทำการ โดยสุจริตอาจารย์ก็จะสันนิษฐานว่านัก ศึกษาไม่ได้ถามแนวมาจากเพื่อนนักศึกษาไม่ ได้ไปถาม AI มาตอบนะคะถือว่านักศึกษาเอ่อ ใช้ความรู้ที่มีคิดไตร่ตรองใคร่ครวญแล้ว ก็ก่อนจะตอบมาให้อาจารย์อาจารย์สันนิษฐาน ไว้ว่าอย่างงั้นอาจารย์จะสันนิษฐานว่านัก ศึกษาของอาจารย์สุจริตทุกคนนั่นแหละนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครทำให้อาจารย์จับได้ว่า ทุจริตนี่คือแย่มากแล้วอาจารย์ไม่ให้อภัย นะคะอย่าทุจริตนะคะเออแล้วอาจารย์ไม่

1:08:54 อนุญาตให้นำตัวบทเข้าห้องสอบนะคะกรุณานะ คะกรุณาอาจารย์บอกไปแล้วว่ามีเรื่องอะไร บ้างกรุณาไปอ่านตัวบทเรื่องนั้นแล้วจำให้ แม่นมั่นนะคะจำให้แม่นมั่นจำทุกตัวไม่ได้ ก็อย่างน้อยจำหลักการเข้าไปได้นะคะแล้วก็ ไปเขียนไม่ต้องแต่งตัวบทใหม่นะคะไว้ไป เป็นสส.สว.แล้วค่อยไปร่างกฎหมายเอาแค่ตัว บทที่มันมีอยู่แล้วข้อเทไปค่อนข้างชัดเจน ไม่ใช่ค่อนข้างอาจารย์ถือว่าชัดเจนและไม่ ต้องไม่ต้องไปปรุงแต่งข้อเท็จจริงอะไร เพิ่มนะคะไม่ต้องไปปรุงแต่งข้อเท็จจริง อะไรเพิ่มข้อเท็จจริงที่อาจารย์ให้ไป อาจารย์เชื่อว่ามันครบถ้วนพอที่นักศึกษา

1:09:39 จะเข้าใจแล้วตอบได้แล้วนะคะนะคะอย่างเช่น สมมุติอาจารย์บอกว่า A กับ B จดทะเบียน เรียนอยากกันแล้วก็มีเหตุอย่างงู้นอย่าง งี้นักศึกษาไม่ต้องสงสัยว่ามันเคยจด ทะเบียนสมรสกันหรือเปล่าไม่ต้องนะอย่าง เงี้ยเป็นต้นคือไม่ต้องไปคิดปรุงแต่งอะไร มากมายขนาดนั้นถ้ามันจะจดทะเบียนหย่ากัน ได้มันต้องเคยสมรสกันสิจริงมั้ยคะถ้าไม่ เคยจดทะเบียนสมรสกันอยู่ๆไปขอจดทะเบียน อย่านายทะเบียนเไม่ให้โจทย์หรอกนะคะไม่ ต้องไปคิดฟุ้งซ่านนะคะว่าอุ๊ยอือาจจะไม่ เคยจดทะเบียนสมรสกันเพราะฉะนั้นไม่เป็น คู่สมรสอย่างี้ไม่ต้องไปฟุ้งช่านนะคะไม่ ต้องไปเติมข้อเท็จจริงใดเพิ่มเติมจากที่ อาจารย์ให้นะคะอ่าแล้วมีอะไรอีก

1:10:28 อืมแล้วการที่สมมุตินะบอกว่าอ่ะไปยกย่อง คนนั้นคนนี้เห็นบางคนตอบข้อสอบมาแล้วก็ บอกว่าเรื่องเนี้ยไม่ปรากฏแบบทดสอบที่ อาจารย์เอ่อนั้นคืออาจารย์จงใจที่จะไม่ ใส่นางนางนายนางนางสาวอะไรลงไปเพราะมันดู เป็นการเอ่อจำกัดมากเกินไปอาจารย์ก็เลย ตั้งชื่อไปในแบบทดสอบโดยที่ไม่ได้ระบุเพศ โดยกำเนิดเพราะว่าสมัยเนี้ยมันสามารถสมรส ได้โดยที่ชายกับชายก็ได้หญิงกับหญิงก็ได้ อาจารย์โฟกัสสำคัญแค่ว่ามันสมรสซ้อนมก่อน แค่นั้นเองนะคะเพราะฉะนั้นอาจารย์เลยไม่ ได้ใส่ในคุณลักษณะเพื่อแสดงให้เห็นว่าเพศ โดยกำเนิดคืออะไรเพราะฉะนั้นนักศึกษาไม่ ต้องไปสงสัยว่าเนี่ยข้อสอบของอาจารย์ก็

1:11:15 ไม่ปรากฏว่าตกลงเป็นชายหรือเป็นหญิงอย่าง งู้นอย่างงั้นอย่างงี้อันนี้ไม่ต้องนะคะ ไม่ต้องใส่มาแต่ไอ้ที่อันนี้ก็เป็นข้อนึง นะคะเป็นข้อนึงที่อาจารย์จะกล่าวไว้นะคะ แต่อาจารย์ก็เลยเพื่อไม่ให้นักศึกษาสับสน อาจารย์ก็ใส่นางนเอ่อนายนางนางสาวอะไรไป เรียบร้อยแล้วแหละนะคะแต่อาจารย์จะบอกว่า มันไม่จำกัดการสมรสปัจจุบันไม่จำกัดเฉพาะ เพศชายกับเพศหญิงเท่านั้นนักศึกษาต้อง ตระหนักตรงนี้เป็นสำคัญเราเรียนภายหลังกฎ หมายแก้ไขแล้วเราไม่เรียกว่าสามีภรรยา อะไรอย่างงั้นเราเรียกคู่สมรสนะคะเรา เรียกคู่สมรสเว้นแต่ในกรณีที่เอ่อเป็น เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างบิดากับบุตร

1:12:00 อย่างเงี้ยชายกับชายไม่สามารถมีบุตรได้ใน ทางธรรมชาติมันต้องชายกับหญิงเท่านั้นใช่ มั้คะมันก็มันก็จะต้องเอ่อเรื่องนั้นก็ เป็นเรื่องเฉพาะเจาะจงลงไปมีใครสงสัยอะไร อีกมั้ยคะ นักศึกษาภาพปกติสงสัยอะไรมั้ยลูก เนี่ยค่ะถือว่าเข้าใจดีเพราะว่าเอ่อนัก ศึกษาภาคปกติท่านก็มีอาจารย์ภาคปกติที่ ทรงความรู้ให้ความรู้อยู่แล้วอันเนี้ย เค้าแค่เอ่อมาเรียนเสริมเพิ่มเติมขึ้น เท่านั้นเองนะคะแล้วนักศึกษาภาคพิเศษของ อาจารย์ล่ะคะจบวิชานี้ไปอย่าให้เสียชื่อ อาจารย์นะพอไปเรียนวิชาอื่นพอใครมาถามกฎ

1:12:46 หมายครอบครัวแล้วตอบไม่รู้เรื่องนี่เสีย ชื่ออาจารย์หมดเลยนะ มีใครถามอะไรอีกมั้ยคะ เงียบ >> สอบที่ไหนกี่โมงครับอาจารย์ครับ >> สอบที่มหาวิทยาลัยค่ะส่วนชั้นห้องเลขที่ เอ่ออาจารย์สรศักดิ์แจ้งเข้าไปในลายกลุ่ม แล้วมั้งคะอาจารย์สรศักดิ์แจ้งไปอาจารย์ ไม่ได้ไปดูนี่เอ่อเป็นสถานที่จะสอบวัน อาทิตย์คิดนะคะตั้งแต่ 9:00 น.เช้านะคะ อย่าไปเลยเวลานะเอ่อ >> น่าจะตอนบ่ายครับอาจารย์ครับ >> เออตอนบ่ายขอโทษตอนบ่ายทีนี้อ๋อเขาแจ้ง ข่าวว่านะคะว่าสถานที่ของเค้าอ่ะเป็นที่

1:13:32 จัดสอบอย่างอื่นด้วยเพราะฉะนั้นคนจะเยอะ นักศึกษากรุณาไปให้มันเอ่อเร็วกว่าเวลา หน่อยนะคะ >> จร >> เพื่อในการสะดวกหาที่จอดรถด้วยแล้วก็ไม่ กระหืดกระหอบว่าถ้าท่านไปเลยเวลามันจะ สร้างความลำบากใจให้กับ ผู้ที่ จัดสอบว่ามันเลยเวลามากแล้วอ่ะจะสมควรให้ ท่านเข้าห้องสอบหรือไม่ด้วยนะคะเอออีก อย่างนึงคืออาจารย์ไม่แน่ใจว่าของ มหาวิทยาลัย เนี่ยกำหนดหลักเกณฑ์แค่ไหนยังไงแต่ว่าถ้า เป็นชั้นเนติบัณฑิตนะถ้าท่านเข้าห้องสอบ ไปแล้วตั้งแต่ 14:00 น.นะนักศึกษาจะมี

1:14:18 สิทธิ์ออกจากห้องสอบจริงๆ 17:00 น.ก่อน ก่อนครบกำหนดเวลาแค่ชั่วโมงเดียวไม่ อนุญาตให้ออกก่อนหน้านั้นเลยเว้นแต่ท่าน จะเข้าห้องน้ำถ้าท่านจะเข้าห้องน้ำก็จะมี เจ้าหน้าที่คุมพาไปนะคะแล้วถ้าเกินกำหนด ก็คือเกินกำหนดเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วไม่ อนุญาตให้เข้าสอบทุกกรณีเพราะฉะนั้นนัก ศึกษาเป็นนักศึกษากฎหมายก็ต้องฝึกตั้งแต่ ตอนนี้เคารพกติกาแล้วก็เคารพเวลานะคะ เคารพเวลาเพราะฉะนั้นคือเพราะว่าสาเหตุ ที่ทำอย่างนั้นเนี่ยที่เนทำเช่นนั้นเพราะ ว่าเพื่อ่มป้องกันการทุจริตเพราะว่าถ้า

1:15:04 เอ่อให้ออกก่อนเวลาก็จะมีพวกที่ท่องจำข้อ สอบแล้วก็ออกไปบอกคนที่ยังไม่เข้าสอบนะคะ มันก็จะเกิดการทุจริตกันได้เพราะฉะนั้น เราก็เลยจะห้ามเอ่อเข้าไปแล้วตั้งแต่ 14:00 น.นะคะห้ามเข้าห้องสอบเกิน 14:30 น.นะคะแล้วก็ออกก่อน 17:00 น.ไม่ได้ถ้าจะ ไปห้องน้ำได้แต่มีเจ้าหน้าที่เดินคุมตาม ไปถึงห้องน้ำเลยนะคะแล้วใครที่จะไปทุจริต ในห้องน้ำไปแอบดูข้อสอบหรืออะไรในห้องน้ำ เป็นไปได้ยากนะคะเป็นไปได้ยากนะคะมีเจ้า หน้าที่ตามไปผู้ชายก็เจ้าหน้าที่ผู้ชายไป เฝ้าเลยค่ะนะผู้หญิงก็มีเจ้าหน้าที่ผู้ หญิงตามไปเฝ้าเลยก็อืมเราไม่สนับสนุนการ

1:15:52 ทุจริตทีนี้ของมหาวลัยสวนดุสิตเค้าไม่ อาจารย์ไม่แน่ใจว่าเค้ามีข้อห้ามมั้ยว่า เกินเวลาเท่าไหร่แล้วห้ามเข้าอะไรอย่าง เงี้ยนะคะนักศึกษาแต่อย่าทุจริตกันเลยมัน จงทำด้วยความภาคภูมิใจของเรานะคะอือย่า พยายามทุจริตจดตัวบทเข้าไปหรืออะไรมันไม่ ดีหรอกนะคะมันไม่ดีนะคะเอ่อใครทำได้ไม่ ได้อ่ะ อาจารย์ปกติอาจารย์ไม่ได้ให้ใครตกถ้าท่าน เขียนมานะคะตามที่ตามควรที่อาจารย์ พิจารณาเห็นพยายามแล้วนะคะอาจารย์ก็ไม่ ให้ใครตกหรอกนะคะแต่ถ้าทุจริตเนี่ยตกทัน ทีแล้วอาจารย์ไม่ปราณีนะไม่ต้องมาอ้อนวอน อาจารย์ไม่ชอบคนทุจริตนะคะมันเป็น

1:16:39 คุณสมบัติสำคัญของนักกฎหมายสำคัญอย่าง ยิ่งนะคะเอ่อคนดีกับคนเก่งคนดีสำคัญกว่า นะคะคนดีสำคัญกว่าจะไม่ได้ให้เครดิตกับคน เก่งไปมากกว่าคนดีนะคะแต่ถ้าทั้งดีทั้ง เก่งอาจารย์ก็จะชื่นชมนะคะเออก็เลยเวลา เอ่อไม่ยังไม่เลยเวลาแต่อาจารย์ก็จะเลือก เร็วให้ท่านไปทบทวนความรู้เนาะทีนี้ เดี๋ยวอาจารย์สรศักดิ์ท่านจะน่าจะมี วันอาทิตย์นะคะอ๋อห้อง 11304 อาคาร 11 ชั้น 3 คนที่ไม่เคยไปมหาวิทยาลัยเลยนะคะ

1:17:24 กรุณาไปก่อนเวลาเพื่อจะได้รู้ว่าอาคารเ อยู่ตรงไหนมหาเค้าฟ้างเค้ากว้างขวางนะคะ มีหลายตึกไม่ใช่โรงเรียนวัดที่จะมีอยู่ แค่ 2 ตึกหาง่ายขนาดนั้นนะคะเอ่อแล้วมัน มีตึกบางตึกเค้าเอ่อซ่อมบำรุงมีคนไปสอบ นักศึกษาเผื่อเวลาไปนั่งอ่านหนังสือที่ นั่นก็ได้ไปกินข้าวที่นั่นก็ได้นะคะนะ อย่าไปเอ่อเราอย่าไปสร้างความลำบากให้กับ เจ้าหน้าที่ในการที่เขาจะต้องตัดสินใจว่า จะให้ท่านเข้ามั้ยเลยเวลาหรือเปล่าหรือ ต้องทำยังไงอย่างงั้นอย่าไปสร้างความ ลำบากหายใจให้เค้าเลยเนาะเราเป็นคนปกติดี กว่านะคะเออเขาจะได้ชื่นชมว่าเอ้อนักนัก ศึกษานิติศาสตร์นี้ไม่มีปัญหาเลยให้สาขาเ

1:18:10 มีปัญสาขาอื่นก็มีปัญหาไปสาขาเราอย่ามี ปัญหานะคะแล้วที่สำคัญอย่ามามีปัญหาใน วิชาอาจารย์นะ อาจารย์ใจดีแต่ถ้าเรื่องกติกาอาจารย์ก็ เคร่งครัด นะคะอาจารย์ใจดีอาจารย์ไม่ไม่ใจร้ายหรอก แต่อาจารย์ก็ค่อนข้างเคร่งครัดกับกติกา เค้ามีแผนที่มหาวิทยาลัยส่งให้แล้วถ้าไม่ มีใครสงสัยอะไรอีกอาจารย์จะได้จบคำบรรยาย วันนี้นะคะอย่าลืมนะเรื่องสมรสเรื่องเหตุ ฟ้องยาเรื่องหน้าที่ของบุตรกับบิดามารดา นะคะว่ามีหน้าที่แล้วก็มีข้อจำกัดที่กฎกฎ หมายห้ามอย่างไรนะคะนะคะกฎหมายห้ามไม่ให้

1:18:58 บุตรทำอย่างไรกับบิดามารดาโดยชอบด้วยกฎ หมายก็ไปดูมานิดนึงแล้วท่องตัวบทให้ได้นะ คะเขียนตัวบทเขียนหลักตัวกฎหมายลงไปหน่อย คุณเอ่อแล้วก็คุณอะไร อืมคุณทิติยาภรอยู่ในนี้มั้ยคะ ฟังอยู่มั้เอ่ย ไม่อยู่ อค่ะอ่ะงั้นไม่เป็นไรงั้นแค่นี้นะคะคุณไต คุณก็ไม่อยู่เนาะโอเคค่ะอ่ะทุกท่าน อาจารย์ขอบคุณมากเลยค่ะจบการบรรยายเพียง แค่นี้อาจารย์ให้ไปมีเวลาไปอ่านหนังสือ

1:19:44 เนาะไปท่องท่องนะคะอย่าลืมท่องนะ ขอให้ได้ A ทุกคนค่ะ นักศึกษาภาพปกติด้วยลูกต้องตั้งใจเรียนอะ นะคะขอให้ได้ A ทุกคนเลย ขอบคุณค่ะ >> ขอบคุณครับอาจารย์ครับ >> ขอบคุณมากครับ >> ขอบคุณค่ะ

1:22:47 Wie

Share

YouTube Video Summaries