MB683-9 Business Integration 2 (5 Apr 2025)

Winai Homsombat www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปเนื้อหาเกี่ยวกับการควบรวมกิจการในแนวดิ่ง (Vertical Integration) และความสัมพันธ์เชิงตั้ง (Vertical Relationship) โดยเน้นที่ผลกระทบต่อผู้ผลิตและสวัสดิการสังคม รวมถึงกลไกต่างๆ ที่ผู้ผลิตสามารถใช้เพื่อเพิ่มผลกำไรโดยไม่ต้องควบรวมกิจการจริง

  • การควบรวมในแนวดิ่งอาจส่งผลดีต่อสังคมมากกว่าการควบรวมในแนวนอน
  • กลไกต่างๆ เช่น Franchise Fees, Resale Price Maintenance Agreement และ Exclusive Dealing สามารถช่วยให้ผู้ผลิตเพิ่มผลกำไรได้
  • การวิเคราะห์ตลาดและทำความเข้าใจโครงสร้างตลาดเป็นสิ่งสำคัญในการตัดสินใจเกี่ยวกับการควบรวมกิจการและความสัมพันธ์เชิงตั้ง

สวัสดีครับ คะแนนออกแล้วเป็นยังไงกันบ้าง

ผู้สอนกล่าวถึงผลสอบที่ออกมา และเน้นว่าคะแนนเป็นเพียงตัวเลข โดยส่วนใหญ่ผู้เรียนมีปัญหาในการคำนวณ ซึ่งเป็นเรื่องปกติเนื่องจากเนื้อหาประยุกต์ใช้เศรษฐศาสตร์ ผู้สอนต้องการให้มีโจทย์ที่ต้องใช้การคำนวณบ้าง แต่การตรวจจะง่ายกว่าหลักสูตรเศรษฐศาสตร์อื่นๆ โดยรวมแล้วผู้เรียนทำได้ดี และควรจำคอนเซ็ปต์ไปประยุกต์ใช้

ขยี้เรื่อง E carel และ Vertical integra

ผู้สอนกล่าวถึงเนื้อหา E carel ที่สอนไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งมีเนื้อหายากเกินไป แต่ต้องการให้เห็นว่าการมีสมาชิกคาทล (Cartel) มากขึ้น จะทำให้สวัสดิการสังคม (Social Welfare) ลดลง และราคาสูงขึ้น ปริมาณลดลง นอกจากนี้ จะมาดูว่า Vertical Integration ที่บอกว่าดีนั้น ดีเพราะอะไร โดยจะใช้กราฟง่ายๆ ในการอธิบาย

Vertical integraation และ Vertical relationship

ผู้สอนกล่าวถึง Vertical Integration และ Vertical Relationship โดยตั้งคำถามว่าการควบรวมหรือสร้างพันธมิตรทางธุรกิจในแนวดิ่งนั้น ดีต่อเอกชนและสวัสดิการสังคมหรือไม่ ถ้าไม่ดี Regulator จะเข้ามาดูแล แต่ถ้าดีก็จะปล่อยให้กลไกตลาดทำงานไป สิ่งที่ต้องทำคือวิเคราะห์ตลาด (Market Analysis) เพื่อดูว่ามีการกำหนดกฎเกณฑ์และราคาอย่างไร จากนั้นดูผลลัพธ์ (Outcome) ว่าดีหรือไม่ดี ซึ่งจะสะท้อนไปยัง Social Welfare

เปรียบเทียบ Option การควบรวม

ผู้สอนอธิบายว่าการคิดเรื่อง Outcome จะต้องมี 2 ทางเลือก (Option) คือ 1) ปล่อยให้ตลาดเป็นไป (ไม่มีการควบรวม) และ 2) มีการควบรวมหรือสร้างพันธมิตรในแนวดิ่ง จากนั้นเปรียบเทียบว่า 2 ทางเลือกนี้แตกต่างกันอย่างไร

ลักษณะของการควบรวมแนวดิ่ง

ผู้สอนอธิบายลักษณะของการควบรวมในแนวดิ่ง โดยยกตัวอย่างว่าแนวดิ่งคือสินค้าประเภทเดียวกัน เช่น McDonald's แข่งกับ Burger King ส่วนแนวดิ่งคือต้นน้ำกับปลายน้ำ เช่น บริษัทผลิตรถยนต์ (Toyota, Honda) กับ Dealer โดย Dealer อาจเป็นเอกเทศ หรือเป็นบริษัทลูกก็ได้ นอกจากนี้ ยังมีการ Forward Integration (ต้นน้ำไปรวมกับปลายน้ำ) และ Backward Integration (บริษัทไปรวมกับ Supplier)

โมเดล Setup

ผู้สอนอธิบายโมเดล Setup โดยมีผู้ผลิต 2 ราย คือ Upstream (Wholesaler) และ Downstream (Retailer) โดย Wholesaler ผลิตสินค้าแล้วขายให้ Retailer จากนั้น Retailer ขายให้ End Customer ตลาดมี 2 แบบ คือ แข่งขันสมบูรณ์ (Competitive) และ ผูกขาด (Monopolist) การวิเคราะห์ผลกระทบต่อตลาดและสวัสดิการสังคมขึ้นอยู่กับ Competitive Environment

2 Option หลักในการวิเคราะห์

ผู้สอนสรุปว่ามี 2 Option หลักในการวิเคราะห์ คือ 1) ควบรวม และ 2) ไม่ควบรวม โดยจะดูว่าการควบรวมในแนวดิ่งนั้น เวิร์คหรือไม่เวิร์ค เพราะอะไร และมี Model Setup ดังนี้ คือ Wholesaler ขายของให้ Retailer และ Retailer ขายให้ End Customer โดยมีตลาด 2 ตลาด คือ ตลาดของ Wholesaler และตลาดของ Retailer

ขั้นตอนการวิเคราะห์

ผู้สอนอธิบายขั้นตอนการวิเคราะห์ โดยเริ่มจาก Market Demand ซึ่งเริ่มต้นจาก Retailer ที่ Express Demand ไปยัง Wholesaler จากนั้นเป็นการกำหนดราคาและปริมาณขายในตลาด โดยเริ่มจาก Wholesaler ที่มี Marginal Cost (MCW) แล้วขายให้ Retailer ที่มี Marginal Cost (MCR)

Case 1: ทั้งคู่ขายของในตลาดแข่งขันสมบูรณ์

ผู้สอนอธิบาย Case 1 ที่ทั้ง Wholesaler และ Retailer ขายของในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ โดยทั้งคู่เป็นรายเล็ก ทำให้ Demand ของทั้งคู่เป็นเส้นเดียวกัน ในกรณีที่ไม่มีการควบรวม Wholesaler จะขายที่ P = MR = MCW และ Retailer จะมี Marginal Cost เท่ากับราคาที่ซื้อมาจาก Wholesaler (PW) และขายที่ P = MC เช่นกัน ทำให้ราคาและปริมาณในตลาดเท่ากัน ไม่ว่าจะมีการควบรวมหรือไม่

Case 2: Retail เป็น Monopolist

ผู้สอนอธิบาย Case 2 ที่ Wholesaler ยังคงเป็นรายเล็ก แต่ Retail เป็น Monopolist ในกรณีที่ไม่มีการควบรวม Wholesaler จะขายที่ P = MCW และ Retail จะกำหนดราคาและปริมาณโดยพิจารณาจาก Marginal Revenue และ Marginal Cost ซึ่งเท่ากับราคาที่ซื้อมาจาก Wholesaler (PW) ในกรณีที่มีการควบรวม Cost จะเป็นของ Wholesaler และ Retail จะยังคงขายในตลาดผูกขาด ทำให้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีการควบรวมหรือไม่

Case 3: Wholesale อยู่ในตลาดผูกขาด

ผู้สอนอธิบาย Case 3 ที่ Wholesale อยู่ในตลาดผูกขาด แต่ Retail อยู่ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ โดย Demand ของ Retail จะเป็น Demand ของ Wholesale ด้วย ในกรณีที่ไม่มีการควบรวม Wholesale จะกำหนดราคาและปริมาณโดยพิจารณาจาก Marginal Revenue และ Marginal Cost และ Retail จะขายที่ P = MC ซึ่งเท่ากับราคาที่ซื้อมาจาก Wholesale (PW) ในกรณีที่มีการควบรวม Wholesale จะยังคงเป็นผู้ผูกขาด และ Retail จะขายในตลาดแข่งขัน ทำให้ผลลัพธ์เหมือนเดิม ไม่ว่าจะมีการควบรวมหรือไม่

Case 4: ทั้งคู่เป็นผู้ผูกขาด

ผู้สอนอธิบาย Case 4 ที่ทั้ง Wholesale และ Retail เป็นผู้ผูกขาด โดย Demand ของ Wholesale จะไม่เท่ากับ Demand ของ Retail ในกรณีที่ไม่มีการควบรวม Wholesale จะกำหนดราคาและปริมาณโดยพิจารณาจาก Marginal Revenue และ Marginal Cost และ Retail จะกำหนดราคาและปริมาณโดยพิจารณาจาก Marginal Revenue และ Marginal Cost เช่นกัน ทำให้ราคาในตลาดสูงขึ้น และเกิดปัญหา Double Marginalization ในกรณีที่มีการควบรวม บริษัทใหม่จะเป็นผู้ผูกขาด และกำหนดราคาและปริมาณโดยพิจารณาจาก Marginal Revenue และ Marginal Cost ทำให้ราคาในตลาดลดลง และปริมาณมากขึ้น ซึ่งดีกว่าการไม่ควบรวม

สรุป Vertical Integration

ผู้สอนสรุปว่า Vertical Integration ช่วยขจัดปัญหา Double Marginalization และทำให้สวัสดิการสังคมดีขึ้น โดยเฉพาะเมื่อมี Successive Market Power นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงความแตกต่างระหว่าง Backward และ Forward Vertical Integration และปัจจัยที่ทำให้บริษัทตัดสินใจควบรวมหรือไม่ควบรวม

Vertical Relationship

ผู้สอนอธิบายว่าในกรณีที่ไม่ต้องการควบรวม (Forward Integration) จะมีกลไกอะไรบ้างที่สามารถนำมาใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ประหนึ่งดั่งควบรวมได้ โดยมีเป้าหมาย (Objective) คือให้ได้กำไรอย่างน้อยเท่ากับกรณีที่ควบรวม (Joint Profit Maximization) กลไกที่ว่ามี 3 แบบ คือ 1) Franchise Fees, 2) Resale Price Maintenance Agreement และ 3) Exclusive Dealing

Franchise Fees

ผู้สอนอธิบายกลไก Franchise Fees โดย Wholesaler ขาย Franchise ให้กับ Retail ในราคาที่เท่ากับกำไรที่ Retail จะได้รับ ทำให้ Wholesaler ได้กำไรทั้งหมดไป และ Retail ยังคงขายสินค้าในราคาเดิม

Resale Price Maintenance Agreement

ผู้สอนอธิบายกลไก Resale Price Maintenance Agreement (RPM) โดย Wholesaler กำหนดราคาขายส่งขั้นต่ำ (Min) และขั้นสูง (Max) ให้กับ Retail โดยที่ราคาขายปลีก (Retail Price) ถูกกำหนดให้เท่ากับ PW (ราคาที่ Wholesaler ขาย) ทำให้กำไรของ Wholesaler และ Retail เปลี่ยนแปลงไปตามราคาขายส่งที่กำหนด

Exclusive Dealing

ผู้สอนอธิบายกลไก Exclusive Dealing โดย Wholesaler กำหนดให้ Retail ขายเฉพาะสินค้าของตนเท่านั้น ซึ่งช่วยลด Transaction Cost และต้นทุนในการโฆษณา ทำให้สวัสดิการสังคมดีขึ้น

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

1:00 สวัสดี ครับคะแนนออกแล้วเป็นยังไงกัน บ้างคะแนนก็เป็นเพียงตัวเลขเนาะนะ ครับได้อยู่มั้ย ฮะได้อยู่แปล ว่าได้อยู่แปลว่าผมรู้แล้วแหละจุดอ่อนของ ทุกคนคืออะไรแล้วเราก็จะ ขยี้คือคำนวณไม่ค่อยได้เนาะใช่มั้ครับ คำนวณทำไม่ค่อยได้กันเสียเป็นส่วนใหญ่คน ทำได้ก็ได้ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวก็ออกใหม่ นั่นแหละแคำนวณไม่ใช่ไม่ใช่คือคือโตแล้ว แหละเอ่อเอ่อด้วยความที่ของเรามันเป็น apply eคอด้วยเนาะก็ก็อยากให้มีสักข้อ นึงที่มันเป็นอะไรประมาณเนี้ยครับก็เลย เอาไปไปแทรกไว้นะแต่แต่การตรวจของผมก็จะ มีความง่ายกว่าถ้าเป็นถ้าเป็นหลักสูตร

1:47 อื่นที่เป็นที่เป็นเพียวอีคอนหรือว่าของ น้องๆปตีที่เขาเรียนแบบเป็นเพียวเศษ เศรษฐศาสตร์เลยอะไรประมาณเนี้ยนะครับก็ แต่โดยรวมก็ค่อนข้างค่อนข้างทำออกมาได้ดี เลยเนาะ ดีอยู่เนาะเออได้อยู่ครับได้อยู่เอาเอา เป็นว่าจำให้คอนเซปตอย่างเดียวก็พอเนาะ อ่าแล้วเราค่อยเอาไปประยุกต์ใช้แล้วก็ถ้า เกิดมีเหมือนกับต้องการจะพูอะไรสักอย่าง เนี่ยครับค่อยว่ากันอีกทีนึงซึ่งเอ่อก็ ยังขยี้อยู่นั่นแหละเนาะอาทิตย์ที่แล้ว เสียเวลามากเลยกับ E carel ใช่มั้ครับ ซึ่งก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะให้มันยากขนาดนี้ นะครับเอ่อแต่ด้วยความที่แบบเ่ออยากให้ เห็นอ่ะนะครับว่าท้ายที่สุดแล้วเนี่ยเอ่อ ตัว ตัวเวลาเราจะ prove เนี่ยครับว่าเนี่ยนะ ถ้าเราคือมันก็ make sense อ่ะเนาะว่า

2:32 ถ้าเรามีจำนวนสมาชิกของคนที่มาเป็นคาทล คทลคือคนที่เขา้าอ่ามารวมกลุ่มกันนะครับ ผู้ผลิตที่เขามารวมกลุ่มกันแล้วก็ทำตัว ประหนึ่งดั่งเป็นผู้ผูกขาดที่อยู่ในตลาด เพราะฉะนั้นเมีอำนาจตลาดสามารถกำหนดกฎ เกณฑ์ราคาต่างๆเองได้นะครับก็เลยทำให้อ่า เนี่ย social wfare มันก็เริ่มก็เลยลดลง นะฮะก็เราต้องการจะพูแค่นั้นแหละครับว่า จริงๆแล้วเนี่ยเมื่อไหร่ก็ตามเนาะเราบอก ว่าในการควบรวมกิจการเนี่ยครับหรือว่า การตั้งสมาคมคู่ค้านู่นนั่นนี่อะไรอย่าง เงี้ยถ้ามันเกิดเป็นแนวนอนนะครับ horizontal integration เนี่ยครับมันจะ ไม่ค่อยเดี๋วันนี้เรามาลองมาดูเรามา prove กันอีกนะครับว่าเอ๊ะแล้วถ้ามันเป็น vertical integra เนี่ยครับที่ผมบอกว่า มันเวิร์คมันเวิร์คเพราะอะไรนะครับอันนี้ จะเริ่มเป็นกราฟง่ายๆแล้วครับนะสัญญา

3:19 สัญญาว่าจะง่ายๆนะโอเคอ่ะผ่านมันไปเลย แล้วกันเนาะตัวคาทลอ่ะอะไรคือ key point ของ carel key point ของ carel คือถ้า จำนวนสมาชิกที่มาเป็นคทลรวมกลุ่มกันมีค่า มากขึ้นพอมีค่ามากขึ้นปุ๊บแน่แหละคนผูก ขาดที่อยู่ในตลาดนี้มันมีค่ามากขึ้น Social WF มันก็จะน้อยลงนะครับราคาตลาด ก็จะสูงขึ้นนะครับปริมาณก็จะลดลงอะไรเงี้ คือมันก็เดาได้เนาะทั่วๆไปอันนี้คือ make sense ทั่วไปนะครับคราวนี้เอ่อสำหรับอีก พารทนึงนะครับเราพูดถึงตัว vertical integraation และในส่วนที่ 2 มันจะเป็น เอ่อ Vertical relationship นะครับคำถาม ของเราคือเหมือนกับเมื่อสักครู่เลยเราบอก ว่าเรามีเคลมเรียบร้อยละนะว่าเอ้ยถ้า เมื่อไหร่ก็ตามเนี่ยครับหน่วยผลิตที่อยู่

4:05 ในตลาดเ้ามีการคู่อบรวมหรือตั้งสมาคมคู่ ค้านะครับหรือมีความสัมพันธ์กันในเชิงแนว แนวตั้งหรือว่าแนวดิ่งเนี่ยครับเอ่อคำถาม ที่ตามมาคือมันดีต่อเอกชนและมันดีต่อ สวัสดิการโดยรวมของสังคมหรือเปล่านะครับ บอกว่าถ้านายในตลาดมี การควบรวมนะ ครับหรืออ่าสร้างสัมพันธ์โอ้โหภาษาอะไรวะ เนี่ยสร้างเรียกว่าพันธมิตรทางธุรกิจละ กันหนักกว่า เดิมในแนว ดิ่งนะคำถามคืออ่าผลต่อผู้

4:58 ผลิต และ social welfare เนี่ยครับจะเป็น อย่าง ไรนะเราบอกว่าถ้า Social Welare เนี่ย ครับมันไม่ดีแน่ล่ะมันก็จะเป็นการทำเรียก แขกนิดนึงเรียกแขกก็คือregูเตอร์เอยหน่วย งานภาครัฐเอยเค้าจะเริ่มเข้ามากำกับดูแล ต่อส่องเราอย่างใกล้ชิดนะครับแต่ถ้ามันดี เค้าก็ปล่อยให้กลไกตลาดมันทำงานไปนะครับส เอกชนก็สามารถเอาอยู่นะเพราะฉะนั้นจากคำ ถามตรงเนี้ยครับสิ่งที่เราจะต้องทำเนาะก็ คือ 1 ดูว่าผลต่อผู้ผลิตจะดูอะไรนะครับ อันเนี้ยอารมณ์ประมาณเป็น market analysis อ่ะ ครับการวิเคราะห์ตลาดเค้ามีการกำหนดกฎ

5:45 เกณฑ์กำหนดราคาอะไรยังไงนะครับเสร็จปุ๊บ การวิเคราะห์ตลาดตรงเนี้ยมันก็จะ imply มายังตัว outcome เนาะ outcome ที่เรา อยากทราบเนี่ยก็คือเอ๊ะรู้แล้วแหละว่า หน่วยผลิตอาจจะมีอยู่ในตลาดแข่งขัน สมบูรณ์ตลาดผูกขาดอะไรอย่างเงี้ยเอาคำที่ ว่าเนี่ยครับคือมันดีหรือไม่ดีอ่ะดูแค่ นี้ก็พอพอเสร็จปุ๊บดีหรือไม่ดีมันก็จะ สะท้อนออกมาครับว่าเออ Social Wfare ถ้า มันควบรวมแล้วมันมันมีมันดีก็ Social Welfare ก็ถือว่ามัน improve ถ้าควบรวม แล้วไม่ดี Social Welfare ก็จะแย่อะไร ประมาณเนี้ยครับนะเพราะฉะนั้น Social WF ที่เราพูดถึงเนี่ยคือคือไม่ต้องไป prove หรอกว่าคำนวณ Consumer Surplus Producer Surplus เอาเป็นว่าดูว่าถ้า outcome นะ

6:32 ครับมันก่อให้เกิดอ่าการโก่งราคาจนเกินไป อะไรอย่างนี้เป็นต้นนะครับแสดงว่าการควบ รวมมันน่าจะดีกว่านะ ครับเพราะฉะนั้นลักษณะของการคิดเนาะเรา บอกว่าเอ๊ะ outcome มันจะเป็นยังไงมันจะ ดีหรือไม่ดีเนี่ยครับแสดงว่าตอนนี้เรามี 2 option ละนะอชัที่ 1 คือปล่อยให้ตลาดมัน เป็น ไปนะสิ่งที่จะเปรียบเทียบกันก็คือ option 1 ก็คือ ปล่อยอ่าไม่มีการควบรวมดี กว่าเสร็จปุ๊บเดี๋ยวเราจะมาดูเปรียบเทียบ กับกรณีที่ 2 นะครับว่าแล้วถ้ามันมีการ ควบรวมล่ะหรือมีการสร้างพันธมิตรในแนว ดิ่งนะเสร็จปุ๊บดูซิว่า 2 อันเนี้ยมันจะ

7:21 แตกแตกต่างกันอย่างไรนะครับอ่ะผมค้างไว้ Setting แบบนี้นะครับแล้วเดี๋ยวเราจะมา ดูกัน ว่ามันจะมาตอบคำถามของเราได้ยัง ไงอันนี้ขำๆแล้วครับจริงๆเชื่อผมนะขำ ๆโอเคลักษณะของการควบรวมเนาะถ้าเป็นแนว แนวตั้งเนี่ยครับเราบอกว่าแนวดิ่งมันคือ สินค้าประเภทเดียวกันธุรกิจประเภทเดียว กันนะครับยกตัวอย่างเช่น McDonald แข่ง กับ Burger King เงี้ยครับ KFC แข่งกับ Teทกัสใช่มหายไปแล้วอย่างเงี้ยฮะนะหรือ ว่าบอชอนอะไรอย่างี้เป็นต้นนะแต่อันนั้น คือแนวแนวดิ่งสินค้าประเภทเดียวกันหรือมี ความใกล้เคียงกันมากเลยอันนั้นน่ะเฮ้ยอัน

8:08 นั้นคือแนวนอนนะครับนั้นคือแนวนอนขอโทษ ครับส่วนถ้าเป็นแนวแนวแนวดิ่งเงี้ยตัว อย่างคลาสสิคสุดเลยก็ คือต้นน้ำนะฮะมันจะมีความความเป็นต้นน้ำ และมีความเป็นปลายน้ำยกตัวอย่างเช่น บริษัทผลิตรถยนต์ Toyota Honda Yamaha Suzuki ปลายน้ำคืออะไรครับคนที่ติดต่อ กับลูกค้าเลยคือ Dealer อ่าก็จะมี Dealer ประเภทนึงเนาะ ที่เป็นเอกเทศไปเลยเอกชนไปเลยอ่ะครับไม่ เกี่ยวข้องอะไรกับตัว Honda Yamaha Suzuki กับ Dealer ประเภทนึงที่เป็น Subsidiary เป็นบริษัทลูกของบริษัทแม่ อีกทีนึงงงผมพูดรู้เรื่องมั้วันนี้คือ

8:55 เค้าก็จะมี Dealer ที่เค้าเรียกเป็น authorized dealer ซึ่งมันก็ authoriz ทั้งหมดอ่ะคือแต่ประมาณว่าถือหุ้นน่ะโดย โดยบริษัทผลิตรถอะไรพวกเนี้ยครับนึกออกมย นะหรืออ่ะ Upstream อ่ะลักษณะประเภทเนี้ย ครับเขาอาจจะบอกว่ามันคือการ forward intrigation ก็ได้ก็คือ forward คือต้น น้ำไปรวมกับตัวปลาย น้ำนะเนี่ยก็คือตัว Company หรือว่า เฟิร์มเนี่ยครับตัดสินใจนะครับไปควบรวม กับตัว Post Production Process นะครับ ยกตัวอย่างเช่นรถกับ Dealer อ่าค่ายรถยนต์ต้องพูดอย่างงี้

9:45 เนาะกับ Dealer มีอะไร อีกช่วย หน่อยมีอะไร อีกค่ายรถยนต์กับ Dealer หรืออาจจะมีอย่างเช่นบริษัทผลิต อาหารสัตว์ มยสมมุติมันเป็นดาวสตมแล้วแหละบริษัทผลิต อาหารสัตว์พวกรอแมทปลาเอยนู่นนั่นนี่เอย อะไรอย่างเงี้ยครับก็อาจจะมีบริษัทลูกของ เค้าก็ได้ นะที่ อบริษัทผลิตที่ไป merge supพลerได้อยู่นะ เดี๋ยวนะอ่าบริษัทผลิตไป merge กับ

10:33 supplier อันนี้จะเป็น back integra ครับอ่าใช่ๆฮะ back integra ตรงกันข้าม กันนะครับมันก็คือบริษัทเนี่ยครับเอ้ยตัด สินใจไปควบรวมกับพวกตัว input product นะเมื่อกี้คุณเฮนรี่บอกว่าคือ อะไรนะครับอ่า บริษัทอือฮึอ่ะ CP อย่างเงี้ยครับเนาะ เลี้ยงเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ไป merch กับ บริษัทที่ผลิตอาหารไก่อาหารหมูอ่านะครับ ก็จะเป็นบริษัทกับตัวsuพลerเนาะมีอะไร

11:18 อีกอันเนี้ยครอบจักรวาลมากเลยอ่ะบริษัทไป เปิดกับพลerนะอย่างเช่นพวกรีเทลโลตัสเอย อะไรเอยนะครับเค้าก็จะไปเหมือนกับพวก supพlierด้วยเหมือนกันพวกหาผักหาอะไร อย่างนี้เป็นต้นนะครับเอ่อประมาณนี้เนาะ เอาเอาประมาณนี้ก่อนพอเห็นภาพอยู่เนาะ หรืออัมคือ ธนาคาร down stream คือตัว produ เช่น บริษัทบัตร เครดิตเช่นบริษัท leasing เช่นอะไรอีกเอิ่มบริษัทประกัน insurance อย่างเงี้ยครับอันนี้ก็จะเป็น การ upstream มา down stream ก็จะเป็น forward intrigation อือันนี้คือ

12:07 ธนาคารกับ เอ่อ บริษัทผลิตภัณฑ์รายย่อย ประมาณนี้ เนาะซึ่งส่วนใหญ่มันจะเป็น forward มยที่ เราเห็น กัน backward เนี่ยจะค่อนข้างมีแหละแต่ มัน น้อยเนาะจะมีอยู่ครับแต่มันน้อยอ่ะประมาณ นี้นี่คือ forward กับ backward ไม่ต้อง ไปสนใจมันหรอกเอาเป็นว่าแยกให้ออกแล้วกัน ว่ามันคือแนวตั้งนะคำถามของเราคือเอ๊ะ แล้วผลหรือว่า market analysis ของเขา เนี่ยเป็นยังไงนะครับเพราะฉะนั้นลองมา ตั้งหลักแบบนี้ดีกว่าครับสำหรับโมเดล setup นะครับเราบอกว่าตอนเนี้ยมันมี ปฏิสัมพันธ์ไม่ใช่ interaction ของผู้

12:54 ผลิต 2 รายนะครับรายนึงอยู่ด้านบนเรา เรียกกันว่าเป็นอัreamซึ่งอัมตรงนี้ขอ อนุญาตตั้งชื่อมันว่าเป็น wholeseller นะ จินตนาการว่าผลิตเสื้อ โหลผมผมเป็นบริษัทผลิตเสื้อโหล เสร็จปุ๊บผมเนี่ยผลิตแล้วก็เอาไปขายยัง down stream retailer ครับนะนี้ตอนนี้ เราก็เลยมี wholesale กับ retailer ผม เป็นบริษัทผลิตเสื้อโหลเอาไปขายให้กับ S&M สมมุติหรือเจ้านี้คือ OEM ใช่มยที่เขา้า เรียกกันอ่า OE อ่ารับจ้างผลิตแล้วก็ไป ติดแบรนด์ติดแบรนด์ก็คือจะเป็นตัวรีเทล

13:40 ที่อยู่ข้างล่างละอะไรเงี้ยครับนะเพราะ ฉะนั้นเพื่อให้มันชัดเจนเนาะเราบอกว่า ตลาดของเราเนี่ยตอนเนี้ยคือเหมือนกับเค้า ก็มีกลไกการตัดสินใจจะขายราคาอยู่ตรง ไหนนะครับลักษณะการตัดสินใจของเขาก็ขึ้น อยู่กับว่าเค้าเนี่ยเวลาขายของทั้งคู่เลย นะครับเนี่ยขายอยู่ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ competitive หรือเค้าเนี่ยเป็นผู้ผูกขาด monopolist มา merge กับ retailer นะ ครับเค้าเคนขายที่เจอ N user N customer เนี่ยครับเขาก็อาจจะขายของใน ตลาดล่าง Down Stream แบบ competitive นะหรือเขาอาจจะเป็น Monopolist ก็ได้เป็น ผู้ผูกขาดนะเพราะฉะนั้นการที่เราจะมาบอก

14:25 เนี่ยครับว่าเอ๊ะผลต่อตลาดแล้วก็ผลต่อ สวัสดิการโดยรวมของสังคมเนี่ยมันเป็นยัง ไงดีหรือไม่ดีถ้าควบกับไม่ควบอย่างเงี้ย ครับเพราะฉะนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับตัว competitive environment นะซึ่งมาจาก model setting แบบนี้เดี๋เราจะ CAS by case แบบนี้เนาะแต่เอาเป็นว่า เดี๋ยวเราตั้งหลักจากปึ้งอ่ะเราจริงๆมัน สั้นจุ๋ยนิดเดียวเองครับตั้งหลักจากคำถาม ของเราตรงนี้ขออนุญาตก๊อปี้มาอีก รอบบอกว่าโดย รวมเร็วเร็วไปบอกนะเร็วไปบอกนะครับผลต่อ ผู้ผลิตเนี่ยครับแล้วก็เฟรร์จะเป็นยังไง เพราะฉะนั้นผมบอกว่าตอนนี้ให้เราตั้งหลัก จากให้เราตั้งหลักจากเรามี 2 option นะ

15:13 นะครับแล้วเดี๋ยวเรามาดูกันเนี่ยครับว่า การควบรวมในแนวดิ่งเนี่ยมันเวิร์คหรือไม่ เวิร์คเพราะอะไรแล้วก็อย่าง ไรนะครับแล้วก็โมเดล setup แบบนี้นะอืขอ สรุปโมเดล setup อย่าเพิ่งถอนหายใจสิเราบอกมันเป็น การควบรวมในแนวดิ่งเนาะแนวดิ่งคือมาแบบ นี้ครับขายของแบบนี้ล่างสุดคือใครล่างสุด คือ n customer ทำไมมัน n ล่ะเพราะว่าเอาไป บริโภคอย่างเดียวเป็น final consumption เรียบร้อยละนะครับส่วนตั้งหลักจากข้างบน คือใครครับ

15:58 คือขายของมาให้ retailer ตรง เนาะ wholesellerer ขายของมาให้กับ retailer ปึ้งแล้ว retailer ค่อยเอาไปขายให้กับตัว user อีกทีนึงเพราะฉะนั้นมันก็จะมีตลาด 2 ตลาดที่เราต้องดูเนาะอันนี้คือตลาดของ wholesale ว่าเฮ้ยถ้าเค้าเป็นรายเล็กราย ย่อยอยู่ในตลาดมันอาจจะเป็น competitive ก็ได้นะแต่ถ้าเขาเป็นผู้ผลิตรายใหญ่เอา เป็นแบบว่าแบบสุดติ่งไปเลยอ่ะครับถ้าเขา เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ก็จะเป็น monopolist

16:44 นะครับส่วนตลาดอีกตลาดนึงที่อยู่ตรงนี้ ครับ retailer เอาไปขายให้กับ n customer มันก็จะเป็นตลาดของตัว retailer ครับว่าเค้าคนซื้อกับคนขายมันจะไม่เหมือน กันเนาะเค้า กับลูกค้านะครับอยู่ในโครงสร้างตลาดแบบ ไหนถ้าเราคุยกันภาษาธุรกิจเนาะอันนี้มัน คือ B to C อันนี้คือ B2 B2B นะครับ Business to business ประมาณเนี้ย B2S ไม่ใช่นะครับหยอก ๆได้ ครับ Wheseller

17:34 ครับจะกวนก็เอ็นดูจะกวนกลับก็เอ็น ดู อ่ะเดี๋ยวคุณดิวฝากดูพี่ปุ๊บปั๊บด้วยนะ ครับขอบคุณครับขอบพระคุณเลยครับหยอก ๆ โอเคเอ่อตอนนี้เราอยู่ตรงนี้เนาะเราบอก ว่าทั้งนี้ทั้งนั้นเนี่ยครับเอ๊ะผลต่อ ตลาดนะครับว่าควบไม่ควบเนี่ยครับท้ายที่ สุดมันขึ้นอยู่กับว่าเอ่อ competitive environment เนี่ยเป็นอย่างไร นะเราก็มีเคสให้ดูทั้งหมดด้วยกัน 4 เคสนะ ครับนะฮะก็คืออ่ะอันนี้พูดไปแล้วเนาะ เพราะฉะนั้นอ่าอันนี้คือโมเดล setup คราว นี้ก่อนที่จะไปดูเนาะว่าเอ๊ะ outcome มัน

18:21 เนี่ยครับจะดีหรือไม่ดีเราบอกว่าเราจะ ต้องมี 2 option ของการ วิเคราะห์นะครับคือเคส S รวมกับ 2 คือไม่ควบ รวมคำถามที่ตามมาคือแล้วสเต็ปในการ วิเคราะห์เป็นยังไงนะอือฮึบอกว่า analysis อ่ะบอกว่าสต็ปที่ 1 นะ ครับสิ่งที่เราต้องมีคือ market demand เนาะ อ่าสิ่งที่เราต้องมีเนี่ยครับคือ market

19:09 demand แน่ล่ะมันต้องมีนะ Market demand เริ่มต้นจากใครครับใครคือเป็นคนเริ่มต้น คิดก่อนคือของอ่ะมันแทบจะเหมือนกันเด๊ะ เลยมันเป็นแนวตั้งแค่อยู่กันคนละสageของ กระบวนการขายถูกมนะเพราะฉะนั้น Market ที่ว่าเนี่ยครับให้เริ่มต้นจาก นะเริ่มต้น จากของก็มานั่งดูก่อนนะครับว่าเอ๊ะ market เนี้ยเป็นเท่าไหร่แล้วเสร็จปุ๊บค่อยค่อย ไป forecast ต่อเนาะ ว่า เนี่ยเนี่ยเอ่อฉันจะขายของเท่าไหร่ดีอะไร

19:57 ยังไงอย่างี้เป็น ต้นโทษครับต้องเป็นต้องเป็น retail สิ เพราะว่า retail เค้าอยู่ขอโทษครับต้อง เป็น retailer เพราะ retailer มาเจอกับตรงนี้ ใช่ customer demand Express demand มาให้เค้าโอเคขอโทษครับจาก Retailer อืมแต่การขายของ นะอ่าฮะเอ่อเพราะอะไรอ่ะโอเคแบบนี้ครับ N

20:46 customer เนี่ยครับ Express demand for Food โดยสต็ปมันเป็นแบบนี้เนาะไปยังตัว Retailer ก่อนแล้ว retailer เนี่ยค่อยไป Express Demand ว่าจะซื้อเท่าไหร่ไปจาก ไปต่อจาก wholeseller นะครับส่วนสเต็ปที่ 2 ครับก็อันนี้ก็จะเป็น process เลยการกำหนดราคาแล้วก็ปริมาณขายในตลาดนะ ครับการกำหนด ราคาและคิวที่จะ ขายใน ตลาดนะครับเราก็จะเริ่มตั้งแต่นี่ เลยerเหมือนกับ loop ข้างบนเลยครับเสร็จ

21:35 ปุ๊บนะเค้าก็จะมี marginal cost เนาะ mceller ผมใช้ตัวย่อแล้วนะเป็น W ครับนะเค้าก็จะ มี marginal cost เท่ากับอย่างอีกเท่า กับเอ่อ MCW นะครับเสร็จปุ๊บนเป็นเท่านั้นเท่า นี้อะไรก็ว่าไปแล้วหลังจากนั้น เนี่ยก็ขายของไปยังคนที่ 2 นะครับก็ดูไป ที่ retailer ครับ Retailer ก็จะมีอ่าตัว ย่อคือ R นะครับ marginal cost ของเขา คือ MC R ทุกคนช่วยผมนะวันนี้เป็นไร

22:20 เนี่ยเป็นทุก วันนะอันนี้คือสเต็ปที่เราจะกำหนด P กับ Q เดี๋ยวเราจะไป case by case นะอ่ะค้างไว้ให้ 10 วิน ครับที่เหลือมันจะมันจะง่ายๆแล้ว ครับเอานะไปเคสที่ 1 ครับไปเคสที่ 1 นะ

23:07 ครับเราบอกว่าเคสที่ 1 คือเคส ไหนคือกรณีที่ง่ายที่สุดครับบอกว่าทั้ง คู่เลยเนี่ยไม่ว่าจะเป็นรีเทลหรือว่าครับ ขายของอยู่ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ทั้ง คู่เนาะขายของอยู่ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ทั้งคู่มาเพราะฉะนั้นลักษณะของตลาดมันจะ เป็นยังไงซิ ปึ้งนะครับอันนี้คือ P อันนี้คือ Q ไปเลย แล้วกันอันนี้คือ Market Demand ครับนี่คือ market demand เนื่องจากทั้งคู่เนี่ยเป็นหน่วย

23:57 ผลิตที่รายเล็กเล็กๆทั้งคู่นะครับเพราะ ฉะนั้นอาจจะบอกว่าอ่า both อันนี้เคส 1 นะเคส A อือฮึบอกว่า both อ่อ seller กับ retailer เนี่ยครับคือเป็นลาย เล็กเพราะ ฉะนั้นนที่เราเห็นในตลาดเนี่ยครับมันก็ imply ว่าคือ demand นของทั้ง wholesellerer แล้วก็ demand นของทั้ง retailer เห็นด้วยมั้ ครับเป็นลายเล็กทั้งคู่อ่ะคือของมันอัน เดียวกันน่ะของมันอันเดียวกัน น่ะนะ demand นที่rทลilเผชิญรีเทลก็ลาย

24:43 เล็กว่ะอย่าไปซื้อมาจาก wholesale ก็ลาย เล็กเพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นเส้นเดียวกัน ทั้งคู่เนี่ย ครับนะแล้วไง ต่อเริ่มต้นจากอtionัที่ 1 ครับสมมุติว่า ถ้าไม่มีการควบรวมเกิดขึ้นลักษณะการตัด สินใจมันเป็นยังไงนะทุกคนช่วยบอกว่า เนี่ยellerของเรานะครับเค้า มี MC = กับ MCW เอ๊ะจะ กำหนดราคาแล้วก็ปริมาณขายที่ตรงไหนนะครับ จำได้มั้ยครับในตลาดแข่งขันสมบูรณ์

25:31 เนาะกัส P = AR = กับ MR ถูกต้องมั้ ครับกัโว้ย การ์ดอันนี้ถูกถูกอยู่เนาะตลาดแข่งขัน สมบูรณ์ใช่มยใช่มนะ โวยขอโทษครับโอ๊ยเอ่ออะไรนะคำรามอีก ละellerบอกว่าเป็นลายเล็กอ่ะอยู่ในตลาด แข่งขัน สมบูรณ์โน้ตไว้แบบ นี้อยู่ในตลาดแข่งขัน สมบูรณ์นะเพราะฉะนั้นสั้นๆเลยมันคือ p = mr เห็นด้วย มจะผลิตที่ไหนที่ได้กำไรสูง

26:20 สุดจะต้องเท่ากับ mc ครับสมมุติ marginal cost ของอยู่ตรงนี้ ครับ mc w อยู่ตรง นะเพราะฉะนั้นถามว่าซลจะขายตรงไหนก็จะขาย ตรงนี้ แหละคือ Q whel และนี้คือ P wholesale

27:11 ได้มเสร็จ ปุ๊บขายให้ใครต่อครับขายให้ retailer marginal cost ของ retailer คือ อะไรก็คือทุกคนตั้งสติมาดูผมก่อน marginal cost ของ retailer ช่วยกันคิด marginal cost ของ retailer คือต้นทุนต่อ หน่วยต่อหน่วยที่ว่าจากการไปซื้อมาจาก Supplier Supplier ตอนนี้คือใคร ครับellerต้นทุนที่ไปซื้อมาต่อหน่วยเท่า ไหร่ ฮะ MCW หรือมันก็คือ PW นั่นเองเพราะฉะนั้น

27:56 MCR เท่ากับ MCW เห็นด้วยมั้ย ครับ เนาะได้มยได้มเท่ากับ PW และเท่ากับ MCW หึเพราะฉะนั้นตรงนี้เราบอกว่าผลิต ที่ QW ถูกมั้ยครับเช่นเดียวกันครับกรณี นี้ผลิตที่ไหน MC = MR เป็นลายเล็กเหมือนกันครับคือ P มัน คือ P เดียวกันเนาะไม่ต้องเป็น wholesale ril หรอกเพราะว่าคุณเป็นราายเล็ก

28:43 อ่ะเค้าอยู่ในตลาดแข่งขันสมบูรณ์เพราะ ฉะนั้น P เท่ากับก้อนนี้ครับผลิตตรงไหน ล่ะสังเกตนะ MR เท่ากับ MCW W นั่นแหละครับซึ่ง MCW เนี่ยฮะมันเท่ากับ MCR ครับเยอะไปมั้ย อ่ะเพราะฉะนั้น Q ที่เค้าผลิตคือบอกว่า ผลิตที่ Q R อ่ะจะได้แตกต่างซึ่งมันก็ คือ Q W นั่นเองขายราคาเท่าไหร่ครับก็ ขายราคาเท่ากับ PR นี่แหละเนาะซึ่ง QW ก็ เท่ากับ QR ครับ

29:29 จบอ่ะ 10 วินทีมีคำถามมั้ย ครับเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะยังไงก็ตามนะโดย สรุป เนาะราคาตลาดเท่าไหร่ ครับราคาตรงนี้ต้องต้องเน้นย้ำนิดนึงว่า มันคือราคาตลาดราคาตลาดคือราคาที่ลูกค้า ซื้อจากผู้ผลิตนะซื้อจากรีเทลราคาตลาด เท่ากับ P R เท่ากับ PW เพราะมันเท่ากันเนาะ เสร็จปุ๊บ Q ตลาดอยู่ตรงไหน ครับก็เท่ากับอีก 2 ก้อนนี้ QR กับ QW

30:18 ครับราคาที่รีเทลซื้อเท่าไหร่ก็เท่ากับอี ราคานี้ แหละคือมันลายเล็กไงมันลายเล็ก เนาะคุณชมพู่ เนาะไม่มีคุณยุ้ยค่ะขอบคุณ ครับต้องโดนสักชื่อ แหละได้ มยคุณฟลุ๊กคุณฟลุ๊กคุณฟลุ๊กช่วยฟลุ๊กครับ คุณฟลุ๊กช่วยคุณฟลุ๊กคิดว่าถ้ามันมีการ ควบรวบรวม เนี่ยเอ outcome ต่อตลาดมันจะแตกต่างจาก ที่เราคิดกันเมื่อกี้นี้ป่ะฮะ

31:04 เดาไม่น่าจะอ่ะแสดงเพราะว่าอาจารย์ยังไม่ ได้บอกเลยว่าคitionของการควบรวมคืออะไร เอ๊ะคิดแบบนี้ครับการควบรวมหมายความว่า retail retailer กับ wholeseller รวมกันเป็น 1 รวมกันเป็น 1 เฟิร์มถูกมหน้าที่ของการขายคือ retail หน้าที่ของการผลิตคือ wholesale เห็นด้วยมั้ ครับเนาะเพราะฉะนั้นคำถามคือ cost จะมาจาก ไหน cost จะมาจากตัว whose ครับพอรวมกัน

31:51 เป็น 1 ปุ๊บตอนนี้เราวิเคราะห์แค่ 1 บริษัทเท่านั้นนะครับดังนั้นต้นทุนที่ บริษัทแม่จะคิดเนี่ยครับก็คือคิดจากต้น ทุนของเอ่อ Hell ครับคิดจากคส ของ W ไปเลยนะเพราะฉะนั้นถ้าถามว่า marginal cost ของบริษัทวันเนี่ยเท่า กับเท่าไหร่ ครับมันคือ marginal cost ของ wholesale หรือ retail คนผลิตคือ wholesale นะเว้ยเพราะฉะนั้น marginal cost ก็ต้องเท่ากับเป็น marginal cost

32:38 ของคำถามเวลาเราวิเคราะห์เนาะอ่ะทุกคนดู marginal cost wholesale อยู่ไหนอยู่ นี่ถูกป่ะ Minal costale อยู่นี่นตลาดอยู่ไหนอยู่ นี่ขายของในตลาดอะไรครับแข่งขันสมบูรณ์ กำหนดราคาที่เท่าไหร่ P = MC แสดงว่าขายตรงนี้ฮะปริมาณการขายก็ เท่าเนี้ยนะครับราคาขายก็เท่าเนี้ยเหมือน กับต่างจากตรงนี้มั้ครับไม่ต่าง เลยได้ป่ะนะเพราะฉะนั้นไม่ว่าจะมีการควบ

33:23 รวมหรือไม่ควบนะครับผลแบบเซมอ่ะอือฮึผล คือกัน ออฮะผลเหมือนกัน เลยนะก็คือเอ่อผลเหมือนกันไม่ว่าจะควบ หรือไม่ควบอ่ะ 10 วินทีมีคำถามมั้ครับไม่ ว่าจะ ควบหรือไม่ควบ เห็นแล้วจริงๆตรงนี้ต้องเท่ากับ m crสที่ 1 ครับพีคยังพีค

34:11 ยังคุณสาธินีชื่ออะไรนะครับคุณแก้มขออภัย ครับขอบคุณ ครับเดี๋ยวคุณแก้มจะช่วยผมเคส 2 เนาะมัน ไม่มีอะไรเลยเว้ยมันมันแค่คิดตามเนี้ยทุก คนตั้งตั้งหลักจากตรงนี้นะเคสที่ 2 อยู่ ตรงไหนอ่าเคสที่ 2 เคส B นั่นเองนะครับ กราฟที่สวยงามมันจะเป็นแบบนี้เนาะเคส B นะฮะคือเดี๋ยวเราค่อยๆไปคิดด้วยกันเนาะ ปึ้งอ่ะผมเพิ่มหน้านี้ มาพี่กิมช่วยนะ บอกว่านี่

34:58 คือ point ของเราคือเราบอกว่าการที่เรามี การควบรวมในแนวดิ่งมันจะทำให้ Social welfare มันดีขึ้นถูกมั้ยครับเพราะ ฉะนั้นถ้าเป็นเคส A มันพูได้มั้ว่า Social Wfare ดีขึ้นไม่เพราะมันเซมๆไม่มีอะไร เปลี่ยนแปลงถูกมยอ่ะเรามาดูเคส 2 ซิมันมี อะไรเปลี่ยนหรือยังวะนะครับเคสที่ 2 คือ อะไรครับนมาตรงนี้ก่อนอือฮึปของการตัดสิน ใจเนาะแบบนี้เนาะนเริ่มต้นจากนะแล้วค่อย ไปดูว่านilมันคือนของ wholesale หรือ เปล่านะครับเคที่ 2 บอกว่าเนี่ยครับยังคง เป็นหน่วยผลิตรายเล็กรายย่อย อยู่นะครับส่วน retail เนี่ยครับเค้าเป็น monopolis ละ

35:46 อืมนะส่วน Retail เป็น Monopolist ละ นะเพราะฉะนั้น option ที่ 1 ครับมาไม่มี การควบ รวมอือ ฮึได้อยากคุยด้วยใช่มั้ย ครับมานตลาดเราบอกว่าให้เริ่มต้นจากเอ่อ จากตัวรีเทลเนาะอันนี้มันจะชัดเจนนะครับน ตลาดเริ่มต้นจากตัวรilเพราะว่า retail เค้าเป็น monopolist นะฮะน

36:32 ตลาดบอกว่ามันก็คือ demand นะฮะต่อ retail ครับต่อ retailer นะ retailer ตอนเนี้ยเป็นผู้ ผูกขาด ละ เนาะอ่ะโน้ตไว้ retailer เป็นผู้ผูก ขาดแต่จะไม่เหมือนกับที่เป็นแข่งขัน นะย้อนกลับมา option ที่ 1 ครับถ้าไม่มี การควบรวมเกิดอะไรขึ้น

37:18 อ่านะก็จะขาย ของเนื่องจากเอยู่ในตลาดแข่งขันน่ะ P ก็ จะเท่ากับ MC ถูกมั้ครับ MC เนี้ยคือ MC ของ W ครับโอเคเนาะอ่าเช่นเดียวกันเนื่องจาก Holซเนี่ยอยู่ในตลาดแข่งขันตลาดแข่งขัน คือเป็นรายเล็กอ่ะ ครับเพราะฉะนั้น demand นของ wholesale มันก็คือ demand นของมันก็จะเท่ากับ demand ของ retail นั่น เอง condition คือเออมันเล็กอ่ะ

38:10 เนาะอ่ะสมมุติว่านี่คือเอ่อแป๊บนะนี่ คือ marginal cost ของ wholesale นะครับขาย p = mc C อันนี้ คือปริมาณที่น่าจะตั้งใจขายให้กับ เค้า เนาะเสร็จปุ๊บอันนี้คือ PW

38:57 ครับตั้งไว้ก่อนเนาะอยากจะขายเท่าเนี้ย แต่ขายได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครครับขึ้น อยู่ กับลilว่าเค้าจะซื้อเท่า ไหร่เพื่อเอาไปขายให้กับ n customer นะ ครับ final เอ่อ customer เพราะฉะนั้น นั้นพอตั้งราคาเท่านี้ปุ๊บ P = MCW นะหรือมันเท่ากับ PW เนี่ยครับ PW พอได้มาปุ๊บก้อนนี้ก็จะถูกไปเป็น marginal cost ของ R เห็นด้วยมั้ย ฮะอันนี้จะกลายมาเป็น marginal cost ของ

39:45 R นะต่อมาครับ R ก็มาคิดต่อครับจะขายของ เท่า ไหร่ขายของ ณ MR เท่ากับ marginal อ๋อ marginal cost ของเค้าอ่ะ นะอันนี้เราบอกว่ามันคือ demand นของ r ในขณะเดียวกันมันก็คือ demand นของ W ด้วย เนาะ marginal revenue ของ retail เท่า กับ marginal cost นะ marginal costาคือ เท่าไหร่ล่ะคือ mcw นั่นเอง

40:31 ครับก็คือเส้นนี้คือ marginal cost ของ เขาเห็นด้วย มยแล้ว marginal revenue อ่ะ marginal revenue คือเส้นมาอย่างงี้ ถูกป่ะอันนี้คือ marginal revenue ครับของ R เพราะฉะนั้น W อยากขายเท่านี้คำถามคือ ขายหมดมั้ย ครับขายไม่หมดเพราะคนซื้อมีอยู่แค่เจ้า เดียวคนซื้อคือรีเทลเนี่ยครับเป็นผู้ผูก ขาดด้วยเค้าไม่เค้าไม่ได้เต็มจะบอกว่าไง เค้าไม่อยากขายหรอกขนาดเนี้ยเพราะกำไรเขา ไม่สูงสุดนะครับสิ่งที่เขาอยากขายคือเขา อยากขายตรงนี้ฮะคือ QR R แล้วราคาขาย

41:16 จริงๆของเค้าคือเท่าไหร่ครับคือ PR อยู่ ตรงนี้ ฮะได้มยเพราะฉะนั้น สรุป Q อยู่ที่ QR ราคาขายอยู่ที่ PR เพราะฉะนั้นคำถามถ้าสรุปเนาะอ่าราคา ตลาดก็คือราคาต้องเป็นราคาของรีเทลครับ แล้วก็ปริมาณตลาดก็คือปริมาณของรีเทล เหมือนกัน ครับนี่คือกรณีที่ไม่มีการควบรวมอ่ะค้าง ไว้มีคำถามมั้ย ครับถ้าไม่มีช่วยกันถามคุณปรามนะ

42:07 ครับเอานะแล้วถ้าควบรวมอ่ะคิดว่ามันจะ ต่างกันมั้ ครับคุณนิราคิดว่าจะต่างกันมั้ย ครับต่างขอบคุณค่ะอ่าไม่เป็นไรนะครับทุก คนมีความสามารถในการเดาคำตอบที่ถูกให้ผิด ได้เสมอ เนาะหยอกถ้ามีการควบรวม อ่ะเช่นเดียวกัน เนาะ cost จะเป็นของ W ครับ marginal cost จะเป็น marginal cost ของ wholesale ทุกคน ดูนะ 1 บริษัทแสดงว่าเค้ามีตลาดแค่ตลาด เดียวคือมานจึงเป็นเส้นนี้เวลาขายนะครับ

42:53 ใครเป็นคนขาย n user คือ retail ถูกป่ะ retail ขายของในตลาดแข่งขันสมบูรณ์เพราะ ฉะนั้นเค้าขายตามเส้น marginal revenue ครับเส้นนี้ marginal cost คือของ wholesale ก็ผลิตเท่าเนี้ยแล้วก็ขายของ เท่าเนี้ยเพราะฉะนั้นก็ยังเหมือนเดิมอยู่ ดี ครับก็ยังเหมือนเดิมอยู่ ดีเสียงแอร์ดังมากเลยอ่ะ โอเคนะ เอ่อขายของที่เนี่ย MR = กับ MC W

43:39 เนาะ MR อยู่ไหน MR คือเส้นเนี่ยครับ เพราะเวลาเค้าขายใครขายรีเทลเป็นคนขาย เค้าเป็นผู้ผูกขาด อ่ะนะก็ยังอยู่ในตลาดผูกขาดอยู่ดีครับ MC = MR MC คือเส้นเนี้ย ครับ MCW เนาะมันcome one แล้วอ่ะเพราะฉะนั้น ผลิตตรงไหนผลิตตรง QR ขายของตรงไหนขายของ ตรง PR ครับเพราะฉะนั้นก็ยังคงได้ PR และ QR อยู่ดีครับซึ่งก็เหมือนกันนะ ฮะอืเหมือน เดิมไม่ว่า จะไม่ว่าจะ

44:28 อ่าจะบอกว่าอะไรไม่ว่าจะรวมหรือไม่รวมก็ ตามใช่มั้ยครับคุณ เป๊กใช่ๆอยู่ เนาะพี่พี่กิมยังได้อยู่มั้ยครับได้อยู่ พี่กิมพักผ่อนเยอะๆนะ ครับหยอก ๆวอนแล้วอาจารย์วอนแล้วมึงใช่มั้ยไปนะไป ต่อยังอ่ะๆอีกนิดนึงอีกนิดนึงอีกนิด

45:16 นึงเอานะเอานะเอา นะไปนะอ่ะไปเคสต่อมาครับยังเหมือนเดิมอีก อยู่ดีเนาะย้อนกลับไปเราเราจะพูฟอ่ะมัน น่าจะมีสักเคสนึงที่ดีนี่แหละอ่ะเคส C ครับบอกว่า เอ่อยังไง วะอ่าอยู่ในตลาดผูกขาดละแต่ retail อยู่ ในตลาด competitive ครับมาลักษณะของการคิดเหมือนเดิมสมมุติ ว่านี่คือน ตลาดนี่คือ q นี่คือpมานตลาดเป็นแบบนี้ ครับเราบอกว่าเวลาเราวิเคราะห์เนาะน

46:08 ตลาดนะฮะ คือนของอ่าเริ่ม จาก retail อมานตลาดเริ่มจากนของ retail แต่คราว เนี้ยปรากฏว่าให้มองแบบนี้ครับ อ่ะคือเนื่องจากรีเทลอยู่ในตลาดแข่ง ขันนะฮะเค้าเนี่ยอยู่ในตลาดแข่ง ขันเพราะฉะนั้นรีเทลจึงเป็นหน่วยผลิตที่

46:54 รายเล็กเท่า นั้นมันก็เลย imply ครับว่า demand นของ retail เนี่ยมันก็คือ demand ของ wholesale นั่น แหละราย เล็กนะก็ คือไม่ว่าทุกทุกคนเนาะ สมมุติเวลาทำไมมัน imply แบบนี้หึ D W หนอ เพราะให้คิดแบบนี้ครับว่าลilจะ ขาย ตามอ่านตลาดเงี้ย

47:40 ครับนะเพราะ ฉะนั้น จึงอ่า suly ก็คือขายตามตลาดเช่น กันทุกคนทุกคนจินตนาการเนาะว่าเนี่ยคือ demand ของ retail ครับไม่ว่า marginal cost จะเป็นเท่า ไหร่ก็ตามทุกคนดูผมก่อนนะไม่ว่า marginal cost จะเป็นเท่าไหร่ก็ตาม retail อยู่ใน competitive เนาะ p = mc เพราะฉะนั้น ปริมาณการขายของเขาเนี่ยครับจะเป็นไปตาม เส้นนเห็นด้วย มยเสร็จปุ๊บเค้าเต็มใจจะขายตามนี้เวลา

48:27 เค้าไปซื้อมาจากwholซaleเค้าควรจะซื้อ ปริมาณเท่าไหร่ก็ควรจะซื้อตาม ปริมาณบนเส้นนี้แหละมันก็เลยกลายเป็นนของ wholesale ไปด้วยนะ ฮะอ่ะ ได้มั้พอได้มั้ ครับไปสเต็ปที่ 1 option 1 ครับถ้าไม่ มีการควบรวมจะเป็นอย่าง ไรขายของก่อน นะคือ ใครคือผู้ผูกขาดล่ะ

49:14 ครับนะเพราะฉะนั้นเค้าก็จะกำหนด Qโซลนะ MC ของเขาเท่ากับ MR ของเขาตอนเนี้ยนของ เขาคือนนี้ ครับเนาะเพราะฉะนั้น marginal revenue คือเส้นนี้ marginal revenue แต่เป็นของ wholesale นะ marginal cost อยู่ไหนอยู่นี่ marginal cost ของ whose cell นะเพราะฉะนั้นขายเท่าไหร่ล่ะ sal เนี่ยขายเท่านี้ครับเห็นด้วย

50:03 ป่ะขายที่ qale และราคาก็คือลากปึ้งขึ้น มาเขาเป็นผู้ผูกขาดอ่ะราคามากกว่า MC ได้ นี่คือราคาของ wholesale เห็นด้วยมั้ย ครับรีเทลยังไงซิรีเทลอยู่ในตลาดแข่ง ขันนะ ขายณ P เท่ากับ MC ของเค้าซึ่ง MC ของ

50:49 เค้าเนี่ยครับตอนเนี้ยมัน คือมันคือราคาที่เค้าไปซื้อมา PW เห็น ด้วยมั้ครับต่อหน่วยเซื้อมาเท่ากับ PW เพราะฉะนั้น PW คือ marginal cost ของ เขานั่น เองนี่คือ marginal cost ของ retail ครับเผอิญ ว่าเค้าเนี่ยอยู่ในตลาดแข่งขัน P เนี่ย มันก็เลยกลายเป็น AR อ่าโทษครับ MR นั่น แหละ marginal revenue ของ เค้าของ R เพราะฉะนั้นจุดที่เค้าผลิตคือ

51:37 MR = MC เท่ากับ PW ทุกคนดูเนาะ MR MR คือเส้นนี้คือ P อ่ะตลาดขันสมบูรณ์น่ะ P = MC เส้นนี้ คือเส้น P ครับเท่ากับ MC MC อยู่ตรงนี้ อ้าวผลิตเท่ากับ PQW เลยถูกมเพราะฉะนั้นจากเงื่อนไขตรงนี้ครับ สิ่งที่เราได้ก็คือเอ่อ PR นะหยอยู่เท่ากับ PW ครับขายเท่าไหร่ เท่ากับ P = MC P นี้ MC อยู่นี่เท่า กับ QW นั่นแหละหรือ QR อ่ะเพราะฉะนั้นสรุป

52:24 คือเราได้ราคา ตลาดเท่ากับ PR เท่ากับ PW ครับและปริมาณตลาด บาทก็คือนี่เท่ากันเลย 2 เจ้าถ้ามันเท่ากันแบบ เนี้ยอ่ะๆผมค้างไว้ ก่อนนี่คือกรณีที่ไม่มีการควบรวม

53:14 ครับ สมมุติตอนนี้มีการควบรวม ละคุณเฮนรี่แก้มืออ่ะ ถ้ามีการควบรวมคิดว่าทั้งหมดทั้งมวลเนี้ย จากการควบรวมมันจะเหมือนกับกรณีที่ไม่มี การควบรวมมั้ครับหาะต่างมยน่าจะไม่ ต่างไม่เป็นไรนะครับถูกแล้วถูกแล้วเหมือน มากอบกู้เอกราชอยู่เนาะหยอกๆนะถ้ามีการ ควบรวมครับ marginal cost ของ บริษัทที่รวมเนี่ย นะจะเท่ากับ marginal cost ของ wholesale

53:59 จำได้มั้เพราะคือคนผลิตเนาะเอ่อคำถามคือ นี่คือนตลาด ของเนาะต่อให้ retail อยู่ในตลาด competitive แต่ยังไงยังไงเนี่ยครับพอมา ควบปุ๊บคือเฮ้ยปัจจัยการผลิต อ่ะมันมันถูกผลิตโดยคนผูกขาดเวลาไป ขายให้ nend user มันก็เลยกลายเป็นตลาด ผูกขาดไปโดย ปริยายนึกออกมยสมมุติผมเป็นเจ้าของสนาม บินผมเป็นเจ้าของสนามบินซึ่งเป็นแค่เจ้า

54:47 เดียวเป็นผู้ผูกขาดในประเทศไทยนะเสร็จ ปุ๊บก็ไปควบรวมกับบริษัทแอร์ไลนบริษัทนึง นะผมก็สามารถที่จะบอกว่าเนี่ยในประเทศไทย นะบริษัทสายการบินที่จะมาใช้สนามบินใน ประเทศไทยเนี่ยผมบอกเลยว่าอนุญาตให้แค่ บริษัทเดียวเท่านั้นคือบริษัทที่ผมไปควบ มาลงนั่นหมายความผมก็สามารถติดกันไม่ให้ คนอื่นมาขายได้ถูกมั้ยมันก็เลยกลายเป็น ตลาดนั้นกลายเป็นตลาดผูกขาดไปโดย ปริยายนึกออกมั้ครับนะเพราะฉะนั้นมีการ ควบรวมขึ้นมาปุ๊บนะบอกว่า จากHซลเนี่ยครับคือผู้ผูก ขาดนะฮะอ่าใน

55:34 ตลาดอ่าการ ผลิตต่อมาเนี่ยครับพอบอกว่ามีการควบ รวม กับรีเทลนะต่อให้รีเทลอยู่ในตลาดแข่งขัน นะครับก็ทำ ให้บริษัทใหม่เนี่ย ครับเป็นผู้ผูกขาดไป ด้วยเพราะฉะนั้น source of monopoly ไม่ได้มาจาก retail อย่างเดียวเท่านั้น เนาะ source of monopoly มันอาจจะมาจาก กระบวนการของการผลิตด้วยก็ได้

56:22 ครับจำได้มยที่เราพูดถึงที่มาของการผูก ขาดของอำนาจผูกขาดก็คือ 1 คือปลายทางเลย เราเราเป็นผู้ขายรายเดียวกับต้นทางคือเรา control อ่า source of input แค่เจ้า เดียวเท่านั้นเงี้ย ฮะเสร็จปุ๊บมันก็เลยทำให้นี่คือมานของ บริษัทใหญ่ทุกคนดูนะมานตลาดจึงเป็นมานของ บริษัทใหญ่เป็นผู้ผูกขาดละนะผลิตตาม marginal revenue ของตลาดใหญ่แล้ว marginal cost อยู่ไหนล่ะเราบอกว่า MR จะต้องเท่ากับ MC marginal cost คือของ wholesale คือเส้นนี้ครับก็ผลิตตรงนี้ แหละอ้าวเท่าเดิมขายของเท่าไหร่ขายของ เท่านี้ก็เท่าเดิมเพราะฉะนั้นจุด ดุลยภาพของตลาดเนี่ยครับก็ยังคงเหมือนกัน

57:11 อยู่ ดีไม่ว่าจะควบรวมหรือไม่ควบรวมครับอ่ะคำ ถามมีมั้ฮะ เคสสุดท้ายแล้วครับความหวังน่าจะอยู่เคส สุดท้ายละที่พูดมาตั้ง 3 เคสเนี่ยยังไม่ มีอะไรที่มันทำให้มันแตกต่างกันเลยเนาะมา

57:56 ดูเคสสุดท้ายอ่ะเคสที่ 4 อ่าเคสdด doอกอย่าเพิ่งถอนหาย ใจเคสนี้เคสที่ 4 บอก ว่าคล้ายๆกันนั่นแหละ อ่ากับรีทลตอนนี้เป็นผู้ผูกขาดทั้งคู่เอา ละความสนุกขึ้นมาละนะเพราะอ่าสมมุตินี่ คือเอ่อนตลาดเป็นแบบ นี้นะครับนี่คือ Q นี่คือ P นี่คือน ตลาดเนาะเราบอกว่านตลาด

58:45 นะเริ่ม จาก demand นของ retailer เพราะฉะนั้น d ตรงนี้คือ demand ของ retail ครับ retail ก่อนหน้าเนี้ยเราบอกว่าเ้า อยู่ในตลาดแข่งขันใช่ป่ะเป็นรายเล็กก็เลย imply เป็น demand นของ wholesale แต่ ตอนเนี้ยคือเค้าเป็นผู้ผูกขาด ว่ะซึ่งอ้าวโอเคถ้างั้นโซล เนี่ยก็น่าจะมีมานเท่ากับเขาหรือเปล่านะ แต่ปรากฏ ว่าเนี่ยก็เป็นผู้ผูกขาดด้วยเหมือนกัน ครับเพราะฉะนั้นนลจะไม่เท่ากับนของ wholesale

59:31 นะเพราะมันไม่มีเจ้าไหนที่เป็นรายเล็กราย ย่อยเลยอ่ะครับก็แบบแข็งด้วยกันทั้งคู่ อย่าง เงี้ยเนาะเพราะฉะนั้นย้อนกลับมาอชัที่ 1 ครับถ้าไม่มีการควบรวมมันจะเป็นยังไง ซิถ้าไม่มีการควบรวมเราบอก ว่านะครับเค้าคือผู้ผูก ขาดนะเค้าก็จะขาย ณ marginal revenue ของเค้าเนี่ยครับ เท่ากับ marginal cost ของเค้า

1:00:17 ตอนเนี้ยสิ่งที่เรามีคือ marginal cost แล้ว marginal revenue คืออะไร วะกลับมา ครับ margin การที่จะมี marginal revenue ได้เราก็ต้องรู้ด้วยเนาะว่า demand นของ เค้าเนี่ยมายัง ไงนะ ครับนต่อ wholesale บอกว่าอ่าความ ต้องการนต่อคือความต้องการ สินค้าจากเค้านั่นเอง จากมาจากไหนล่ะมาจากตัว ครับมาจากตัว retail เพราะฉะนั้นอ่ะก่อน

1:01:05 ที่จะมาตรงนี้นะก่อนที่จะมาตรงนี้มาดูว่า demand นของเขาคือเส้นอะไรอ่ะไป วิเคราะห์ demand ของ retail เ ครับอือฮึความต้องการสินค้ามาจาก ตัวลilนะฮะนี่คือนของ retail ครับอือ ฮึแต่ อ่ารีเทลเนี่ยก็ดันเป็นผู้ผูกขาดเหมือน กันนะผู้ผูกขาดเช่นเดียวกันเลยครับเวลา เค้าจะขายของเนี่ยเนี่ยเค้าก็จะขายของ ณ marginal revenue เท่ากับ marginal

1:01:50 costาแต่ตอนเนี้ยคือrะของ retail ทุกคนช่วยกันคิดนะเวลาเค้าขายของ มัน imply ว่าทุกคนดูผมนะมัน imply ว่า retail เนี่ยเวลาขายของเขาจะขายตามเส้น marginal revenue เห็นด้วยมั้ย ครับเพราะฉะนั้น marginal revenue ของ เขาอยู่ไหนอยู่ตรง นี้นี่คือ marginal revenue ของ retail ทุกคนดูก่อน marginal revenue ของ retail ทำไมผมบอกว่าเวลาขายของเนี่ยมันขายของตาม เส้น marginal revenue เพราะว่าถ้า marginal costา retail นะเป็นเส้นนี้เขา

1:02:37 ก็จะขายของ MC = MR marginal cost ของเขาเป็นตรงนี้จะ ขายของที่ MC = MR marginal cost อยู่ตรงนี้ก็ขายของตามนี้หมดเลยเนี่ย marginal cost จะเป็นเท่าไหร่ก็ตามจะ ขายของตามเส้น marginal revenue เห็น ด้วยมยนะเพราะฉะนั้น retail นะจะขายของ ที่ MR = MC หรืออือฮึมีความต้องการ ขายมีความต้องการสินค้าจากไหนอ่ะจากaleมา ขายตาม เส้นอ่า marginal revenue ได้

1:03:24 มยเพราะฉะนั้นต้องการสินค้าตามเส้น marginal revenue ใช่มยมันก็เลย imply ว่าเนี่ยแหละฮะ คือ demand ของ wholescell เส้นเส้นนี้จึงกลายเป็น demand นของ wholesale นั่นเอง ครับ demand ของนะเราจะได้ก็เลยได้มาว่า demand ของ wholesale เท่ากับ marginal revenue ของ retail นั่น เองอ่ะ 10 วินทีนี้แหละมันจะต้องเปลี่ยนมันจะต้อง

1:04:10 ต่างละนะครับระหว่างควบกับไม่ ควบเนาะอ่าหลักการคิดนะครับยังคงเป็นแบบ นี้เนาะตั้งหลักจาก 1 นะดูวิเคราะห์ wholesale ก่อนนะเสร็จปุ๊บ 2 มาดูนของ wholesale จะอยู่ตรงไหนนะนของ wholesale จะหามาได้เนี่ยครับก็ต้องย้อนกลับมาวกดู ตรงผู้ผูกขาดบาทนะครับรอยเดี๋ยวๆเดี๋ยว แล้วแล้วเข้า ไปแล้วได้ข้อสรุปที่นของ wholesale เท่า กับ marginal revenue ของ retail ครับ 1 2 3 4 อ่านแบบนี้ นะแล้วหลังจากนั้นครับมาย้อนกลับมา 5 ตรง

1:04:57 นี้ marginal revenue เท่ากับ marginal cost พอเราได้ demand ปุ๊บเราก็จะได้ marginal revenue ของ wholesale เป็นเส้นนี้เห็นด้วยมั้ครับ ชันเป็น 2 เท่า เนาะสมมุติว่านี่คือ marginal cost ของ whell ครับ marginal revenue เท่ากับ marginal cost ทุกคนดูคือเท่า นี้จะได้ว่า q ของ wholesale เป็นเท่านี้ นะครับขายของในราคาเท่าไหร่ ขายของในราคาเท่านี้นี่คือ P ของ

1:05:47 Hellale จะได้ออกมาว่าอ่า QW และ PW ครับ 1 2 3 4 5 อ่ะ 6 แล้วรีเทลล่ะย้อนกลับมาล ครับ 6 6 มาตรงนี้เลยละ กัน 6 ทุกคนดูนะ retail ขายของเท่ากับ MR = MC ตอนนี้ MC ของเอ่อของ RAIL เป็น เท่าไหร่

1:06:33 ครับเค้าไปซื้อมาจาก Sal ขายกี่ PW ป่ะเพราะฉะนั้น PW ตรงนี้จึงกลายมา เป็น marginal cost ของ retail เห็นด้วย มั้ ครับเท่ากับ PW ฮะซึ่ง PW ตรงนี้คือ marginal cost ของ wholesale ครับ Ey Retail เพราะ ฉะนั้นถามว่ารีเทลขายเท่าไหร่ทุกคน marginal cost เท่ากับ marginal revenue ของ retail คือขายอ้าวเท่าเดิม เลยแต่ราคาที่ขายให้กับ n user เป็นเท่า ไหร่ครับ PR อยู่ตรงนี้ฮะเออเนาะเพราะ

1:07:22 ฉะนั้นราคาอยู่ที่ PR นี่ครับอืจะได้ QR และ PR ครับอื QR เท่า กันเพราะฉะนั้นสรุป นะราคา ตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ครับสูงปี๊ดเลยอยู่ ที่ PR ไม่เท่ากับ PW Q ตลาดอยู่ตรงไหน ครับ Q ตลาดอยู่ที่เท่ากัน QR กับ

1:08:12 QW คราวนี้ถ้าเรามองดู กำไรกำไรของ retail เท่าไหร่ ครับทุกคนดูรีเทลขายของเท่านี้คสของ เขาค้าคือเท่านี้แสดงว่ากำไรของเขาคือ เท่านี้เห็นด้วยมั้ย คือกำไรเท่ากับ p -บ ac คูณ q ถูกมยตอนนี้สมมุติว่าอ่า สมมุติ marginal cost average cost นะ ครับของ r p อยู่ไหน p อยู่นี่ทุกคนดู cos อยู่ไหนอยู่นี่ขายเท่าไหร่เท่า

1:08:59 นะครับเพราะฉะนั้นนี้คือกำไรของเค้าครับ กำไรของเขาค้าจะเท่ากับพื้นที่สีเขียวตรง นี้ผมให้ตรงนี้เป็นจุด A แล้วก็นี่จุด B นะก็จะเท่ากับพื้นที่สี่ เหลี่ยมอ่า PR A B PW ครับชับไปบอก นะ อ่ะคุณปุ๊บปั๊บครับช่วยหน่อยสิกำไรของ W เนี่ยเท่ากับเท่าไหร่ครับผมให้ตรงนี้เป็น x ผมให้ตรงนี้เป็น z concept เดียวกันเลยเนาะขอบคุณ ครับมันจะเท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยมทุกคน ดูนะอันนี้อยู่รีเทลแล้วนะรีเทลขายเท่า

1:09:45 ไหร่ราคาเท่า นี้ cos อยู่ไหน cost อยู่นี่ขายเท่าไหร่ ขายเท่านี้เพราะฉะนั้นนี่คือกำไรของเค้า ครับหึคือ P [เพลง] W B X แล้วก็ Z ครับอ่ะ ค้างในทางทฤษฎีเนาะเค้าบอกว่าแหมกำไรทั้ง คู่เลย นะอย่างเงี้ยฮะ แหมกำไรทั้งคู่เลยนะแล้วราคาตลาดเนี่ยสูง ปี๊ด

1:10:32 เลยราคาตลาดสูงมาก เลยสูงมากเลยจากการที่เรามี double เอ่อ เรามี two monopolist เนาะที่เวลาเค้าขายของเนี่ยเค้าขายของจาก การทำ marginal cost เท่ากับ marginal revenue คือ p มากกว่า marginal cost นะเพราะฉะนั้นการที่ราคาตลาดเนี่ยครับสูง ปี๊ดเลยเนี่ยเราเลยเรียกว่ามันเป็นปัญหา หนึ่งคือ double marginalization ครับความสวยงามจะอยู่ในสไลด์นะ

1:11:20 ครับทุกอย่างอยู่ในสไลด์จริงๆครับจริงๆ นะเนี่ยมันเกิดปัญหา double marginalization ละเพราะฉะนั้นถ้าเกิด ข้อสอบผมบอกว่าเอ๊ะ double marginalization แปลว่าอะไรครับจงให้ นิยามของ double marginalization คือภาวะที่ตลาดมีผู้ผูก ขาดในกระบวนการผลิตและกระบวนการจำหน่าย สินค้าจึงทำให้การกำหนดราคาสูงกว่าต้นทุน อือ่ะความหวังละของหมู่บ้านอ่ะผมค้างไว้ ผมค้างไว้ก่อนความหวังของหมู่บ้านจะอยู่

1:12:07 ที่แล้วถ้ามีการควบรวมเนี่ยเราบอกว่า สมมุติถามของเราคือมันจะเวิร์คเอ๊ะมัน เวิร์คยังไงนะ ฮะเดี๋ยวนะดูสไลด์ก่อนสรุปจริงมั้ยเนี่ย เออมี อยู่นะครับความหวังของหมู่บ้านน่าจะอยู่ ที่การควบรวมแล้วครับถ้ามีการควบรวมเนาะ เราบอก ว่าอ่า marginal cost ของบริษัทเนี่ย ครับมันจะเป็น marginal cost ของตัว retail นะเพราะ ฉะนั้นเวลาเค้าขายของอ่าย้อนกลับมาครับน ของตลาดคือ

1:12:53 ไหนน ตลาดก็คือนจากนั่นเอง ครับนที่มี ต่อหรือเส้นนี้ครับ dr ฮะนี่คือ ตลาดอ่านี่คือนตลาดครับในกรณีที่มีการควบ รวม นะ เนาะเพราะฉะนั้น marginal revenue คือ เส้นไหนครับคือเส้น นี่เนาะ marginal cost คืออันไหน ฮะ marginal cost บอกว่าตอนเนี้ยเราต้อง ใช้ marginal cost ของ wholesale เพราะ มันคือคนที่ผลิต marginal cost อยู่

1:13:39 นี่ทุกคนช่วยพอมีการควบรวมปุ๊บนะครับผลิต ที่ MC ผลิตที่ MC = MR ครับนะฮะก็คือ MC = MR นะ ครับก็คือผลิตที่จุดนี้เนาะเนาะผลิตที่ จุด นี้ฟึ๊บเห็นด้วยมคืออ่าใช้คำว่า Q ใน สไลด์ใช้ QI ป่ะอ่ะ QVI vertical integration นะเพราะฉะนั้นก็จะได้ผลิตณ

1:14:27 QVI ครับแล้วก็ขายที่ ราคาปึ๊บๆๆขอโทษนะจริงๆตรงนี้มันต้องเท่า กันแหละสเกลผมมันไม่ได้ อ่ะนะสเกลผมมันไม่ แย่แล้วอ่ะอ่ะอย่างี้แล้วกัน อ่ะจริงๆมันต้องมันต้องจริงๆมันต้องแบบ ลากเส้นตรงปึ๊บมันจะต้องแบบมาตัดตรงนี้พอ ดีอ่ะครับนะขออภัยครับฟึ๊บอย่างงี้เนาะ อ่า อ่าแล้วไงอ่ะอันนี้ก็จะได้มาเป็น PVI vertical integra นะ ครับและ PVI อ่า

1:15:15 อ่านะเพราะฉะนั้นนะครับโดย สรุปเคสนี้เหมือนกันมยไม่เหมือนละเนาะเรา ก็จะบอกว่า สรุปบอกว่าราคาตลาดอยู่ที่ไหนครับราคา ตลาดอยู่ที่ PVI ครับมันเป็นไงถ้าเทียบกับถ้าไม่รวมก็คือ มันก็จะน้อยกว่าราคาตลาดของ PR ครับดี มั้ยควบ รวม ดีคุณไกดหลับหลับรอได้เลย ครับ Q ตลาดจริงๆ Q ตลาดอยู่ตรงไหนอยู่นี่ถูกมย

1:16:01 QVI ฮะ QV มากกว่าหรือน้อย กว่ามากกว่าเนาะเพราะว่าเมื่อกี้ผลิตที่ ตรงเนี้ยฮะก็คือเอ่อมากกว่า Q เอ่อ R กับ QW ครับที่มันเป็นเงื่อนไขของเมื่อสัก ครู่นี้เพราะฉะนั้นดีกว่า มยดีกว่าเพราะว่าผลิตมากกว่าถ้ามีการควบ รวมนะครับเนี่ยไม่ต้องไปคิดอะไรมากมาย คำนวณหาโซเชียลเฟรร์เลยครับเมื่อไหร่ก็ ตามเนาะบอกว่าถ้าราคาตลาดโดยรวมเนี่ยครับ มันลดลงและ Q เนี่ยครับมันเพิ่มขึ้นเพราะ ฉะนั้นผลกระทบต่อ Social Wfare มันก็คาด เดาได้ว่ามันจะเพิ่มขึ้นนั่นเองครับนะ เพราะฉะนั้นการควบรวมในแนวดิ่งจึงให้ผล

1:16:48 ต่อสังคมที่ดีกว่าการไม่ควบครับและมันจะ คนละซิเนarioคือถ้าควบรวมควบรวมแนวแนวนอน นะครับผลต่อสังคมมันจะไม่ดีเพราะมีผู้ผูก ขาดถ้าควบรวมในแนวดิ่งผลมันจะทำให้โอเค ต่อให้ผูกขาดก็ยังผูกขาดอยู่นั่นแหละนะ ครับแต่ปริมาณแล้วก็ราคาเนี่ยครับมันจะ มันจะส่งผลดีต่อสังคมเนาะราคาก็จะน้อยลง คิวก็จะมากขึ้นนะกำไรเค้ายังมีอยู่หรือ เปล่า อ่ะกำไรเค้ายังมีอยู่หรือเปล่าครับมีถูก มยขายของเท่าไหร่ขายของเท่า เนี้ย Q เท่าไหร่ Q เท่า เนี้ยเนาะเพราะฉะนั้นอ่ากำไร cos อยู่ตรง นี้กำไรของเค้าคือเท่านี้เลยนะครับยังมี

1:17:34 กำไรอยู่ดีครับกำไรคือกำไร VI นะเท่ากับ ตรงนี้ผมให้เป็น C แล้วกันอันนี้ผมให้ ddอกเท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยมอ่า PI ไปยังจุด C ยังจุด Dog ไปยังจุด Z ครับอ่ะประมาณนี้ครับมีคำถามเชิญ ครับถ้าเราบอกว่าเรามาดู Gross Profit เนาะเนาะ gross profit เมื่อกี้ครับถ้า ไม่ควบเนี่ยเป็นเท่านี้แต่ตอนเนี้ยควบคือ เป็นพื้นที่เท่า นี้น้องจริงๆกำไรในอุตสาหกรรมมันอาจจะดี

1:18:21 มันอาจจะเยอะกว่าก็ได้นะถ้าพื้นที่ตรง เนี้ยครับมันเยอะกว่าไอ้พื้นที่ตรงนี้ถ้า จากรูปของผมมันมันก็ดูเหมือนจะเยอะ กว่านะครับเราเราก็จะเห็นในหลายๆประเทศ ครับที่มีลักษณะของการควบรวมการดำเนิน งานนะแบบนี้แล้วก็อนุอนุญาตเมื่อกี้ผมยก ตัวอย่างกรณีของสนามบินกับสายการบินใช่ มั้ครับถ้าเป็นต่างประเทศอย่างเช่น อเมริกาอย่างเงี้ยครับเอ่อเค้าเprtiทiz อุตสาหกรรมของเขานะทั้งสายการบินแล้วก็ ทั้งตัวของสนามบินนะฮะบางมลรัฐบางๆสage อย่างเงี้ยครับเขาก็จะอนุญาตให้เจ้าของ สนามบินสามารถตั้ง air ได้ด้วยนะครับซึ่ง แอร์ไลนบ้านเขาแบบเยอะมากคือเครื่องบิน เผลอๆเยอะกว่านั่งรถทัวร์เงี้ยเพราะ

1:19:07 ประเทศเขาใหญ่มากนะฮะ เอ่อซึ่งทำไมทำไมรัฐอนุญาตก็เพราะว่า เอวังก็มีด้วยประการรัชนีการควบรวมในแนว ดิ่งมันเวิร์คมันเวิร์คกว่านั่นเองนะครับ เอ่ออย่างอะไรอีก เอ่อบ้านเราก็ไม่มีแนวคิด เนาะเออประมาณนั้นอ่ะเพราะฉะนั้นถ้าลองไป ดูสรุปนะครับสรุปแบบนี้ครับ vertical integration โดยสรุปเดี๋ยวก่อนก่อนที่จะ สรุปมีคำถามมั้ครับได้มั้ยได้อยู่มั้ยนะ บอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นนะครับถ้าไม่มี การควบรวมอ่ามันจะเกิดสิ่งที่เราเรียกว่า double marginalization นะครับ ก็สรุปก็คือประมาณว่ามี excess อ่า successive stage of monopoly เงี้ย ครับก็เลยทำให้ราคายิ่งสูงขึ้นเมื่อกี้ผม บอกว่าเ่อ double marginalization ก็คือ

1:19:54 ภาวะที่ตลาดมีผู้ผูกขาดทั้งกระบวนการการ ผลิตแล้วก็กระบวนการจำหน่ายสินค้าให้กับ ผู้บริโภคนะครับดังนั้นเนี่ยจึงทำให้กลไก การกำหนดราคามีการ markup price หรือว่า ตั้งราคา P มากกว่า MCP มากกว่า MC ถึง 2 ขั้นก่อให้เกิดปัญหา double marginal station ซึ่งราคาสุดท้ายที่อยู่ในตลาด เนี่ยครับสูงกว่าที่ควรจะเป็นมากๆเลย เพราะฉะนั้นเนี่ยจะแก้ปัญหาตรงนี้ได้ Public Policy ก็ควรที่จะ encourage เนี่ยครับทำให้เกิด vertical intrigation เกิด ขึ้นเมื่อไหร่ก็ตามที่มีการ suspect หรือ ว่าพิจารณาแล้วเห็นว่ามันมี successive market Power นะฮะที่ทำให้เกิด double marginalization ตรงนี้แต่บ้านเราก็ไม่

1:20:40 มีเนาะต่างประเทศก็จะมีพวกอ่าบริษัทผลิต รางรถไฟอย่างเช่นญี่ปุ่นเงี้ยครับเจ้าของ รางกับเจ้าของรถอาจจะเป็นคนละคนกันเจ้า ของอิฟraกับเจ้าของoperเรเตอร์นะบ้านเรา ไม่น่ามีหรอกเนาะขนาดไม่มีก็เลยแบบราคาก็ เลยก็เลยถูกมากนะครับแล้วก็เป็นประโยชน์ ต่อเราส่วนเรื่องของเขาก็ปล่อยให้เขาว่า ไปนะครับมีอะไรอีกเอ่อ อ่าบคส.กับเดินรถบคส.ก็มาเดินรถเองทั้งๆ ที่ตัวอิฟraคือตัวสถานีเป็นตัว Stop อย่างเงี้ยอาจจะเป็นของเอกชนให้ดูก็ได้นะ ครับเอ่อลักษณะของอะไร อีกเอ่อสนามบินกับสายการบินตอนนี้เราเรา

1:21:27 separate กันอยู่เนาะบางทีมันอาจจะมีผล ทั้ง efficiency นู่นนั่นนี่ความสามารถใน การแข่งขันอะไรขึ้นมาdispอจากไอ้ตัว analysis ที่เราคุยกันตรงนี้ก็ได้นะครับ อ่ะหลักๆประมาณนี้นะครับอันนี้คือเป็นตัว proof ครับว่า vertical integration มา ช่วยขจัดปัญหาหาแล้วก็ทำให้เกิดสวัสดิการ ในสังคมดีกว่า horizontal integraation ยังไงนะ ครับเห็นมยคุณคุณเฮนรี่บอกว่าคิดถึงกราฟ กราฟก็มานะครับอ่ะมีคำถามมั้ครับจบละ เดี๋ยวคราวนี้เรามีพาร์ทที่ 2 ต่ออีกนิด นึงครับสมมุติ ว่าเมื่อกี้เราบอกว่าเรามี backward กับ forward vertical integration casสไหน ที่เราเห็นเยอะกว่ากันนะครับ backward หรือ forวิถูกมั้ยเพราะว่าต้นน้ำดูดูแล้ว

1:22:15 เหมือนจะมีอำนาจมากกว่าปลายน้ำอย่างเงี้ย เพราะว่าเอ่อต้นน้ำเป็นตัวคอนโทรลปัจจัย การผลิตเนาะเสร็จปุ๊บคือผลิตแล้วก็ขายเอง ไปเลยสินะครับจะไปปล่อยให้ตัวปลายน้ำ เนี่ยเ่อไปไปมากkupั price ให้กับลูกค้า ทำไมเพราะว่ากระบวนการในการ mark up price ส่วนใหญ่เนี่ยมันจะไปอยู่ที่ปลาย น้ำมากกว่านะครับเพราะฉะนั้นสมมุติว่าถ้า มันเกิดกรณีที่ถ้าเรามี forward intrigation ขึ้นมาคำถามอ่ะจำง่ายๆคิด ง่ายๆเป็นพวกแฟรนไชส์แล้วกันชายซมีเกี๊ยว ผมเป็นบริษัทชายซพวกเราเป็นเฟรนไชสีของผม เป็นคนที่มาซื้อเฟรนไชสเอ่อคำถามคือคนที่ อยู่ต้นน้ำเนี่ยพวกเราเดาเค้าอยากจะไปควบ รวมกับบริษัทปลายน้ำห้างร้าน

1:23:01 ป่ะอยาก มยอยาก เพราะไปอยู่กับเค้า เค้าจะได้ควบคุมได้ใช่มั้ยก็ควบรวมไปเลย สิเนาะเสร็จปุ๊บเราในฐานะบริษัทต้นน้ำเรา จะได้ไปควบคุมต้นทุนวัตถุดิบคุณภาพนู่น นั่นนี่อะไรกับน้ำได้อ่าอ่ะโอเคอันนี้คือ อยากอยากมยจริงๆเราอยากมั้ย ครับเพราะ

1:23:48 ว่า เออ เออไม่เห็นจะต้องวึ่นวือไปนั่งคอยดูเลย ถูกมั้ยว่าแบบอีตรงนี้คือแบบว่าอยากเอ่อ ว่าปลายน้ำเนี่ยเค้าจะทำงานยังไงถ้าเกิด เราไม่ควบรวมกับเค้าเค้าไม่เป็นส่วนหนึ่ง ของเราเราก็ปล่อยให้เขาดำเนินการไปนะจะ เจ๊งจะอะไรก็เรื่องของเขาปลายน้ำไปนะอยาก คุณเฮนลี่อยากมั้ครับอยากไปควบอยากไปเทค เค้ามั้ยไม่อ่ะทำไม ฮะเออมันต้องภาระไปดูแลมันมีแบบมันมีนู่น นั่นนี่อะไรอย่างี้เนาะอ่ะคุณปาลมครับ อยากหรือไม่อยาก ครับทำไมอยากครับอยากอะไร

1:24:33 ก่อนควบรวมควบ รวมทำไมอ่ะ ครับ อือันนี้เป็นอีกมุมนึงเนาะสมมุติอ่าใช่ๆ อันนี้คือถ้า Generaliz ก็คือประมาณว่า ปลายน้ำเ้ามี expertise กับลูกค้ามากกว่า เราว่ะแล้วเราเก่งกับการผลิตอ่ะแล้วก็ specializ กับการผลิตเนาะส่วนหน้าที่ของ การขายก็ปล่อยให้การขายเ้าไปแบบดูแลจัด การเลยสิเพราะฉะนั้นแบบนี้คือ expertise เค้าเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าวันนี้เค้าขาย

1:25:19 ของเราแล้ววันหน้าเรามีคู่แข่งต้นน้ำนะ เค้าอาจจะไม่มารักเราแล้วไปหาอีกเจ้านึง ขายให้อีกเจ้านึงก็ได้เนาะแบบนี้คือเป็น ทองแผ่นเดียวกันไปเลยตั้งแต่แรกดีกว่า เนาะคุณแก้มคุณแก้มว่ายังไงครับคุณแก้ม เห็นด้วยไหม ครับว่าอะไรนะ คะเห็นด้วยค่ะเห็นด้วยกับใคร [เสียงหัวเราะ] วะนาง ยิ้มจะคุณคุณสายน้ำครับคนไหนวะค่ะคุณสาย น้ำคุณสายน้ำจะควบหรือไม่ควบดี ครับทำไมทำไม อ่ะวุ่นวือเงี้ย

1:26:06 เหรอวุ้นวือเออจริงๆมันแล้วแต่ธุรกิจเนาะ มันแล้วแต่ประเภทธุรกิจครับพูดงี้อ่ะสรุป เลยแล้วกันนะมันแล้วแต่ประเภทธุรกิจว่า อาจจะอยากควบหรือไม่อยากควบขึ้นอยู่กับ กลยุทธ์ขึ้นอยู่กับ expertis ขึ้นอยู่กับ หลายๆปัจจัยเลยนะครับแต่สมมุติว่าถ้าเรา ดูในเคสหลายๆเคสนะครับเราโดยเฉพาะอย่าง งี้ถ้าเป็นขายของทั่วไปนิดๆหน่อยๆไม่ได้ อะไรมากมายเนี่ยครับจะสังเกตว่าธุรกิจพวก นั้นน่ะเขาจะใช้ระบบ franนise ครับ อืม

1:26:54 7 อันนี้พูดได้จริงใครอยู่ CP มั้ยอัน นี้พูดได้จริง หรอใครอยู่ CP มั้ย

1:27:58 นั่นแหละมันก็ประมาณ Market Testing อ่ะ เนาะ House brand อะไรพวกเนี้ยคือเราเรายัง ไม่เห็นเคสที่มันเป็นกรณีใหญ่ๆเหมือนพวก ห้างBigซีโลตัเนาะซึ่งBigซีโลตัสมันก็จะ มี House Brand แต่ House Brand ที่ว่า เนี่ยคือมันไม่ได้ไม่ได้แบบเอาไก่มาชนไก่ เอาไข่มาชนไข่ไม่ได้ไปชนกับเจ้าเล็ก House แบรนด์ที่เเราเห็นเนี่ยเช่นมีนมที่เป็น ยี่ห้อเค้าซึ่งมันก็ไม่ได้ไปกระทบอะไรกับ นมบริษัทแม่ใหญ่ๆหรอกเพราะเขาก็มียอดขาย ที่ดีนะครับมี House Brand พวกทิชชู่ใช่ มั้ฮะซึ่ง Quality เอาจจะนิดนึงอะไรอย่าง เงี้ยเผื่อๆ Supplier มาจากเจ้าเดียวกัน

1:28:43 โรงงานผลิตเจ้าเดียวกันเงี้ยครับแต่แบบ แบรนด์พวกนั้นคือมันแบรนด์ใหญ่แล้วอ่ะมัน จะไม่มาชนแบบบริษัทอะไรเล็กๆแบบเซเว่นน่ะ เออครับอันนี้อันนี้เออเรื่องของเค้าแหละ อ่ะครับผมเดี๋ยวเรามาต่อตรงนี้กันแล้วกัน เบรคก่อน 15 นาทีนะครับมีคำถามเพิ่มเติม มั้ครับเดี๋ยวค่อยมาเมาส์กัน ต่อ 1033 กลับมา 10 น 48 นะครับมีคำถาม เชิญครับ

1:45:12 อ่ะเริ่มเลยแล้วกันนะ ครับคำถามของเราในพาร์ทนี้นะครับเมื่อกี้ ก่อนจบเราบอกว่าเอ๊ะจะควบหรือไม่ควบดีนะ ครับจะรวมหรือไม่รวมดีนะสมมุติว่าอ่าคำ ถามของเราคือเราไม่อยากควบรวมไม่ว่าจะ เหตุผลอะไรก็ตามเนาะเราบอกว่ามันมันขึ้น อยู่กับหลายปัจจัยนะคำถามของเราคือเนี่ย ในกรณีที่ถ้าไม่อยากควบรวมเราในฐานะโซลนะ ครับจะมีกลไกอย่าง ไรที่เอาไปสร้างเป็นกฎเกณฑ์แล้วทำให้มี กำไรประหนึ่งดั่งหรือมีความสัมพันธ์ ประหนึ่งดั่งว่าเราควบรวมกันหรือเปล่านะ นะเพราะฉะนั้นพารทนี้มันเลยเรียกกันว่า เป็นเ่อ vertical relationship นะคำถาม

1:45:59 คือถ้ากรณีไม่อยากควบ รวมไม่ต้องการควบ รวมซึ่งการควบรวมที่ว่าเนี่ยจะเป็นใน ลักษณะของ อ่าเราเรียกว่า forward integraation คำถามคืออ่าจะนะ ครับกรณีนี้ Forward ใช่มั้ยฮะก็คือเนี่ย ครับจะ สามารถอ่อ

1:46:46 กำหนดเอ่อกติกา เออนะฮะในการทำ ให้มีความสัมพันธ์ประหนึ่งดั่งควบรวมได้ มั้ย นะอ่า ประมาณการควบรวมได้อย่าง ไรนะซึ่งกติกาเนี่ยครับกติกาต้องเป็น กติกาต่อรีเทล เนาะในการทำให้มีความสัมพันธ์ ประหนึ่งดั่งการควบรวมได้ยังไงเพราะ ฉะนั้นเคสนี้มันก็เลยเรียกหรือว่าตั้ง

1:47:31 ชื่อว่าเป็น alternative method เนี่ย ครับเพื่อที่จะนำไปสู่หรือว่าทำให้เกิด กรณีที่มี Joint Profit Maximization นะเพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องการอยากรู้ เนี่ยครับเราอยากรู้กติกาเนาะที่เนี่ยเขา เอามากำหนดต่อตัว retail นะฮะภาย ใต้ objective ก็คือทำอย่างไรก็ ได้อือฮึก็คือให้ได้ กำไรนะครับเท่ากับกรณีของ profit maximization Joy Profit Max คืออะไร ครับก็คือกำประหนึ่งดั่งมีกำไรอย่าง

1:48:18 น้อย Objective คือให้ได้กำไรอย่างน้อย เท่ากับกรณีที่ควบ รวมจริงๆต้องบอกว่าอย่าง น้อยเท่ากับกรณีที่ควบรวมหรือเคสนี้เรา เรียกว่าเป็น joint profit maximization นั่นเองแล้วเพราะฉะนั้นเราจะตั้งหลักจาก กราฟก่อนหน้านี้ที่เราวาดกันมานะซึ่งใน ทางปฏิบัตินะครับเคสนี้ once เกเราไม่ อยากควบ รวมนะ forward integra แต่เราก็อยากให้ เหมือน กับได้รับกำไรนะครับแบบที่เราคาดการณ์ไว้

1:49:07 แบบ Joy Profit Maximization คือกำไร เพราะเราบอกว่าเฮ้ยถ้ามันมีการควบรวมนะ แล้วกำไรทั้งหมดทุกคนดูตรงนี้ก่อนหน้าเ เราไม่มีการควบรวมใช่มั้ยเราในฐานะ wholesale กำไรของ sal อยู่ตรงไหนอยู่ แค่นี้เองถูกมั้ครับแต่ถ้าเรามีการควบรวม ปุ๊บเฮ้ยกำไรมันตั้งขนาดนี้ แนถูกมยเพราะฉะนั้นเราก็เลยเนี่ยตั้งหลัก ว่าอย่างน้อยนะฉันอยากได้กำไรทั้งหมด เนี่ยมาเป็นของฉันเลยแต่ก็ไม่อยากที่จะ ควบรวมด้วยคำถามคือเราจะไปเซตกติกายังไง นะเพื่อให้กำไรที่ว่าเนี่ยครับมันเป็นของ เราเนาะเพราะฉะนั้นอ่าเดี๋ยวเรามาดูกันนะ ครับว่ามันมีกลไกหรือวิธีอะไรบ้างนะครับ ที่จะช่วยตรงนี้ได้เนาะไม่อยากควบ

1:49:53 รวมมีกติกาอย่างไรนะที่จะเอามากำหนดเนี่ย ครับสามารถ กำหนดกติกาต่อรีเทลอย่างไรนะครับให้มี ความ สัมพันธ์ประหนึ่งดั่งการควบรวมได้นะ Objective คืออยากได้ Profit Maximization สมมุติถ้ามันเป็นกราฟแบบ สวยงามเนาะคืออันนี้ ครับทำไมต้องอยากได้จอยด้วยล่ะ ทุกคนดูตรงนี้นะว่าถ้าไม่ ควบกำไรของเค้าเท่าไหร่ ครับอันนี้คือสมมุติก่อนอ่ะคนที่จะมาควบ เนี่ยคือ Hesale อืเพราะว่า Forward

1:50:44 Intrigation คนที่จะมาควบคือ Hell เพราะฉะนั้นถ้าไม่ ควบ Seller ก่อนหน้านี้ขายของที่ PW เห็น ด้วยมั้ครับต้นทุนของเขาอยู่ไหน MC อยู่ นี่ขายเท่าไหร่เท่ากับ QR นะเพราะฉะนั้นกำไรของเค้าเท่ากับพื้น ที่นี้ ครับกำไรของHolซale เท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยมอ่า PW นะครับ DDG F แล้วก็ G ครับแต่ถ้า

1:51:31 ควบกำไรของเค้าเท่า ไหร่พบว่าถ้าควบ เนี่ยขายเท่ากับ PW เหมือนเดิมนะครับแต่ ปริมาณการขายของเค้าเนี่ยจะสูงขึ้นเป็น QVI เพราะฉะนั้นกำไรของเขาเท่ากับพื้น ที่ใหญ่ตรงนี้เลยนะครับต้องบอกว่า เอ่ออันนี้ no อันนี้คือพาย yes นะ Y คือ yes นะของ whose เท่ากับพื้นที่สี่ เหลี่ยมอ่า PW C E แล้วก็ G ครับนะซึ่งจะพบว่า กำไรจากการไม่ควบเนี่ยน้อยกว่ากำไรจากการ ควบ

1:52:17 นะเพราะฉะนั้นมันก็ imply ว่าควบ เถอะควบดี กว่าแต่คำถามของเราตรงนี้คือแต่ถ้าไม่ อยากควบ อ่ะนะจะทำยังไงนะก็ต้องกำหนดกติกาขึ้นมา ครับกำหนดกติกาแก่ใครแก่รีเทลขึ้นมาว่า คุณจะต้องปฏิบัติตามกติกาของเรานะเดี๋เรา มาดูกันนะครับว่าไอ้กติกาที่ว่าเนี่ยคือ อะไรอย่างไร บ้างนี้คือ rationel เนาะได้ มกรณีที่นี่ถ้าไม่ควบได้แค่นี้แต่ถ้าควบ

1:53:06 ได้เท่านี้ เลยกติกาที่เราพูดถึงเนี่ยครับหลักๆมันมี อยู่ 3 แบบด้วยกันนะครับคือ 1 เรียกว่า franchise fees 2 resale price maintenance agreement และอันที่ 3 คือ exclusive dealer ครับทำไมแฟรนชiseมันเอามาใช้เมื่อกี้ผมยก มาพูดตั้งแต่แรกเนาะคือมันคอนเซปตเดียว กันน่ะครับว่าเอ้ยถ้าไม่อยากควบงั้นเรา ขายเป็นfrรchiseไปให้lซenseกับ retail

1:53:54 ว่าคุณ operate ภายใต้แบรนด์ของเรานะครับ เพราะฉะนั้นอันเนี้ยมันเหมือนกับ เอ่อแทบจะเป็น full body เลยอ่ะอืคือแบบ ให้ไลเซensอือืนี่เออนี่คีย์เวิร์ดมัน อยู่ตรงนี้ครับคือเราให้ สิทธิ์ในการขายสินค้าของเราภายใต้แบรนด์ ของเราอะไรก็ว่าไปนะอันที่ 2 บอกว่า resale price maintenance agreement กำหนดอะไรครับอ่าอันเนี้ย อันเนี้ให้สิทธิ์ ขายให้สิทธิ์ในการขายส่วน resale price maintenance คือ set minimum and maximum resale price เอ่อ retail เอออันนี้คือกำหนดราคาปลาย

1:54:40 ทางกำหนดราคา max กำหนดราคา min max อ่าที่ขายให้ผู้ บริโภคนะครับแล้วก็อันสุดท้ายเป็น exclusive dealing อ่าอันนี้จะจะ exclude นิดนึงเนาะ exclusive dealing คืออะไรครับประมาณว่าถ้าคุณ ขายคุณมี agreement กับเราแล้วนะห้ามไป ขายสินค้าที่เป็นคู่แข่งกับเราอย่าง เงี้ย นะอ่าห้ามขายสินค้าคู่ แข่งเดี๋ยวเราจะมาดูนะครับว่าแต่ละอัน

1:55:26 เนี่ยมันมีกลไกยัง ไงเนาะบอกว่าอยากได้กำไรสีแดงทั้งหมดเลย ไม่อยากได้แค่กำไรสีเหลืองเท่า นั้นเพราะฉะนั้นควบไม่ควบเนาะแต่เราบอก เราไม่อยากควบในทางปฏิบัติอ่ะขี้เกียจไป บริหารดูแลจัดการปลายทางนะสิ่งที่ทำได้ คือ 1 ทำแบบแฟรนชiseฟรีครับคำถามที่ตามมา คือเฮ้ยถ้าเราจะกำหนดแฟรนไchise fe ลักษณะของสัญญามันควรจะเป็นยังไง นะครับ และกลไกออาฮะเราควรกำหนดยังไงคือคำถามของ เราคือกติกาควรกำหนดยังไงเนาะเพราะฉะนั้น ถ้าเราบอกว่าเราจะขายแฟรนชiseฟรีนะคำถาม คือเออเราจะขายแฟรนไชส์เท่าไหร่

1:56:17 อ่ะแฟรนไชiseกี่ บาทแล้วก็มีกลไกอื่นๆอย่าง ไรอืกติกาอื่นอย่าง ไรนะไม่อยากให้ทุกคนมองแบบว่ามันเป็น เรื่องใหม่ครับอันเนี้ยอารมณ์ประมาณเป็น เราตั้งราคาขาย 2 ส่วนครับคือ to pass tarif อ่ะ Two part tarif ยังไงซิทุกคนลองมาดู

1:57:02 ตรงนี้ครับอันนี้คือfranนchise ฟรีเดี๋ยวผมcopี้ตรงนี้มา นะอุยอ่ะขึ้นหน้า แสดงว่ามันต้องมีพทถ้าจำถ้าจำ true part tarif ได้มันจะต้องมีพทนึงที่ เป็น entrance fee ซึ่งเคสนี้คือ frนchiseฟรีนั่นเองนะคิดเป็นชาย 4 หมี เกี๊ยวเราไปซื้อแฟรนไชส์เค้ามาแล้วต่อวัน เราก็จ่ายเงินซื้อวัตถุดิบเอามาผลิต ก๋วยเตี๋ยวขายอีกทีนึงอันนี้คือลักษณะของ

1:57:48 แฟรนไชส์ฟรีนะครับเพราะฉะนั้นอ่ะตั้งหลัก กรณีของแฟรนไชส์ฟรีเนาะ wholesale นะครับ คือคนที่ขาย franนiseอือฮึ wh ตั้งหลักแบบ นี้ wholesale ขาย franchise ไปยัง retail เพราะฉะนั้น wholesale ก็คือต้องกำหนดว่า เฮ้ยฉันจะอ่ากำหนดจะขายเฟรนชiseเท่า ไหร่ อือฮึขายเท่าไหร่ อ่ะสมมุติว่าถ้าเราไม่ขาย

1:58:36 franchise marginal cost มันคือเท่า นี้เนาะ ถูกมั้ยครับ Retail เค้าก็คือผู้ผูกขาด เหมือนกันนะทุกคนดูผมก่อนนะนี่คือ demand ของ retail เห็นด้วยมั้ย ครับและนี่คือ marginal revenue ของ retail marginal revenue ของ retail เสร็จปุ๊บเราบอกว่า retail เขาจะผลิตตาม เส้น marginal revenue ถูกป่ะ อ่ะโนตเนาะว่า recall retail จะขาย ของตามเส้น

1:59:23 ะอ่า marginal revenue ของ retail เพราะฉะนั้นหลักการคิดคืออย่างไร ซิหลักการคิดก็คือเนี่ยนะตั้งไว้ในใจเนาะ Whell อยากมี กำไรเท่าไหร่ครับเท่ากับพื้นที่สี่ เหลี่ยม นี้ PC GE คือก้อน นี้ PW C E แล้วก็

2:00:12 4 เนาะเพราะ ฉะนั้นเพราะฉะนั้น เฮ้ย W เนี่ยเค้ามี marginal cost นะ ครับเท่ากับ marginal cost mcw W นะครับอ่าอันนี้เป็นข้อ 3 เลยแล้วกัน given marginal cost เท่ากับ MCW เสร็จปุ๊บบอกว่าถ้าขาย ถ้าขาย ให้ retail เท่ากับต้นทุน เลยคือ marginal cost มัน

2:00:59 อยู่คำ ถามจะผลิตเท่าไหร่ ครับจะ ขายเท่ากับเท่า ไหร่ marginal cost marginal revenue resale จะขายเท่านี้เห็นด้วย มั้ครับเนาะเพราะฉะนั้นก็จะขายเท่ากับ QVI ราคาอยู่ไหน ครับขายเท่า นี้เฮ้ยเริ่มมาละเป็นจุดที่กำไรที่เรา อยากได้ราคาขายคือราคาเท่ากับ PW เนาะกำไรของ retail เป็นเท่าไหร่

2:01:46 ครับกำไรของรีเทลเท่าไหร่ ครับเท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยมนี้เห็นด้วย มั้ ครับเท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยม คราวนี้เรานะครับ 4 wholesellerer เนี่ยตอนนี้ไม่ว่าจะเป็น retail หรือ wholesale คือมีอำนาจผูกขาดทั้งหมด 4 บอก ว่านะใน ฐานะผู้ผูก ขาดผู้ผูกขาดอ่าปัจจัยการ ปิดการขายต้น

2:02:32 น้ำเพราะฉะนั้นเค้าก็เลยมีอำนาจมากกว่าคน ขายปลายน้ำเห็นด้วยมั้ย ฮะรีเซลไม่ได้ผลิตอ่ะไปรับของเข้ามาอีกที นึงอ่ะเพราะฉะนั้นถ้าต้นน้ำไม่ขายของให้ เราจะเอาของไหนมาขายเห็นป่ะนะเพราะฉะนั้น อำนาจ ตลาดนะครับก็เลยมากกว่ารี Aail hostel เลยทำยังไงครับกติกาที่เรา พูดถึงเมื่อกี้เนี้ยที่บอกว่าเอ๊ะจะกำหนด ยังไงนะกติกาของเลยบอกว่ามาถ้ารีเทลอยาก ขายนะครับให้ซื้อแฟรนไชส์จากเรา เออหืจาก sal ใน

2:03:20 ราคาอ่าfrนชise ฟรีเท่า กับกำไรที่คุณมีนั่นแหละคือก้อนนี้ ฮะแล้วชั้นเนี่ย Generalous มากเลย นะชั้นในฐานะHolซaleแล้ว Hol จะขายของให้ ตามต้นทุน เลยจะขายของให้ในราคาต้น ทุนคือ marginal cost ของ

2:04:08 wholesale เพราะฉะนั้นมันเหมือนกับ two part เนาะมันเหมือนกับ two เอในตลาดเป็นอย่างไร ครับสรุปอันนี้คือผลต่อผู้บริโภค เนาะต่อผู้ บริโภคนะครับราคาตลาดอยู่ตรงไหน ครับราคาตลาดอยู่ที่ PW เหมือนเดิมเห็น ด้วยมั้ ครับมีต้นทุนเท่านี้นะครับขายเท่านี้

2:04:55 กำหนดราคา PW นะปริมาณตลาดก็เท่าเดิม ครับคือ Q VII retail เหมือนจะมีกำไรว่ะเท่านี้ แต่ไม่กำไรถูกดึงไปเป็นfrรนchiseฟรีของ wholesale นั่นเองอันนี้คือกลไกของ frนchiseไป ครับไหนบอกง่ายกว่าเดิมอ่ะ ครับประมาณนี้ แหละไม่ ๆเค้าเโปรเจคเอาอ่ะครับว่า

2:05:44 เอ่อสมมุติสมมุติผมเป็นบริษัทชาย 4 1 ขนาดร้านควรจะเป็นเท่า ไหร่ 2 อ่าโลเคชอยู่ตรงไหนนะครับเสร็จ ปุ๊บเนี่ยเค้าก็ estimate มาครับว่าเอ๊ะ ต่อวันจะขายได้เท่าไหร่นะกี่ชามจริงๆราคา ที่ว่าเมันถูกกำหนดมาโดยเค้าอยู่แล้วอ่ะ มันไม่ขึ้นอยู่กับตลาดหรอกเนาะเช่นราคา ที่ว่าเนี่ยคือไม่ว่าจะสาขาไหนนะฉันก็จะ ขายมันที่ 45 บาทแล้วเสร็จปุ๊บ estimate มาครับว่าจะคูณqิวที่เท่าไหร่ดีแล้วออกมา เป็นกำไรสมมุติกำไร 1,000 ต่อ 1 วันใช่ มั้ยครับเอ่ออ่ะขี้หมูขี้หมาให้เจ้าของ

2:06:31 ร้านซัก 300 แล้วะกันแสดงว่าเฟรนไชส์ฟรี ต่อวันคือ 700 แล้วก็คูณจำนวนวันอะไรว่า ไปทั้งหมดทั้งมวลตรงเนี้ยมันจะยากแล้ว ครับแล้วก็มันจะมีพวก สารพัดสิ่งอะไรพวกนี้เข้ามาเกี่ยวข้อง ด้วยจะอารมณ์ประมาณเราจะใช้ Financial Cash Flow Analysis พวกนี้มามาขึงแทน ฮะลักษณะเดียวกันใช่ครับพวกปงพวกปั๊มอะไร ด้วยเหมือนกันถ้าปตท.ไม่ได้ไปเปิดเองเรา ให้บริษัทไม่ใช่ให้พวกเราอ่ะไปเปิด อันเนี้ยก็จะลักษณะเดียว กันก็ด้วยฮะก็ด้วยก็ด้วยนะฮะแต่ถ้าอันนี้

2:07:19 แล้วแต่บริษัทด้วยเนาะถ้าบริษัทไหนใจดีก็ อ่อเดือนต่อquวarเตอร์อะไรก็ว่าไปแต่มัน มันจะต้องมี minimum contract อยู่ครับ อย่างฮ่องกง ฮ่องกงร้านอาหารจะมาเร็วไปเร็วมากสมัย ก่อนผมอยู่แล้วแบบแถวๆออฟฟิศเงี้ยครับ เดือนแรกนะขายดีมากเลยครับประมาณว่าใครก็ อยากลองแล้วคนก็เยอะเดือนที่ 2 ที่ 3 เริ่มไม่มีละเสร็จปุ๊บเดือนที่ 4 ไป แล้วอะไรประมาณเนี้ยเพราะฉะนคอนทactมัน มันจะหมุนเวียนอยู่ตลอดเวลาอ่ามันก็จะมัน ก็จะสั้นมากกว่าบ้าน เราอันนี้คือแฟรนไชส์ ฟรี

2:08:12 ครับอันนี้มันจะมาอยู่ตรงนี้แล้วอ่ะคอร์ส ตรงนี้แล้วอ่ะครับอื เเวลาเค้ามาบอกเราก็แบบเนี่ยเดี๋ยวเราจะ ซื้อโทษเดี๋ยวเราจะหาวัตถุดิบให้ในราคา ถูกกว่า ตลาดถ้าคุณไปซื้อเองนะคุณไม่มีอำนาจต่อ รองหรอกว่าจะได้ราคาสมมุติเม็ดกาแฟถุงนึง แบบคุณต้องจ่าย 300 แล้วหามาให้เองในราคา 150 เงี้ยครึ่งๆเลยนะอย่างเงี้ยฮะก็จริง ๆนั่นแหละมันก็คือราคาต้นทุนจะของเค้าเออ ประมาณ นั้นซึ่งเอออันนี้อันนี้คำถามนี้ดีครับ อันอันนี้มันอันนี้โดยหลักการ เนาะเวลาผมไปสอน Business มันก็จะไม่ใช่ แบบว่ามาวาดกราฟอย่างี้แล้วอ่ะมันก็จะเอา Excel มานั่งขึงกันแล้วอ่ะครับมาดูกันซิ

2:08:58 ว่าเดือนที่ 1 2 3 4 Q จะเป็นเท่า ไหร่ given ว่า P เป็นเท่านี้เสร็จปุ๊บ P เดี๋ค่อยมา adjust อีกทีนึงเงี้ยครับแล้ว ค่อยมาดูว่ามีต้นทุนอะไรอีกบ้างออกมาเป็น กำไรเท่ากับเท่าไหร่แล้วค่อยมาคิดกันนะ ครับว่าแฟรนไchส์ฟรีที่เหมาะสมเนี่ยมัน ควรจะเป็นเท่าไหร่นะแล้วลักษณะของของการ คิดเนี่ยครับมันก็จะเริ่มหลายๆละเช่นใส่ factor เข้าไปขนาดของร้านเป็นเท่านี้นะ ครับโลคชอยู่ตรงนี้นะอาฮะแล้วก็อาจจะมี อtionัเสริมเช่นคุณจะซื้อวัตถุดิบจากเรา สมมุติ 100% เลยหรือน้อยกว่า 100% เช่นเอ่อเช่นๆๆอาจจะมีแบบซื้อน้ำ ซื้อนู่นนี่อะไรอย่างเงี้ยครับจากร้านเรา บ้างอนุญาตอะไรประมาณเนี้ยมันก็จะใส่

2:09:46 factor เข้าไปแล้วก็ปรับคูณไปแล้วก็ เนชiseฟรีก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่เคส อ่ะโอเคเคสที่ 2 ครับคือ resale price maintenance agreement หรือ rpm ครับคืออะไรคือการกำหนด p min and max นะครับ min and max ที่ว่าเนี่ยจะเป็น min and max ของของ resale price เนาะอือ ฮึกำหนด min Max min กับ max อ่าราคา อ่า

2:10:33 retail นะหรือ PR ครับนะอยู่ตรงไหนซิ อยู่ตรงนี้นะครับ RPM ปึงสมมุติว่าราคา min and max นะครับ ใครเป็นคนกำหนดแน่ ล่ะมีอำนาจตลาดมากกว่านะครับ Hell กำหนด ครับ Hell เป็นคน กำหนดนะกำหนด แก่ RAIL เมื่อกี้ไม่มีแฟรนชiseฟรีนะแต่ เนี่ยครับเป็นคนเข้ามากำหนดราคาขายปลีก ให้กับอ่าตัว Retailer ซึ่งถ้าอยากจะมีกำไรเท่ากับก้อน

2:11:22 นี้แสดง ว่าฟึ๊บถ้าอยากมีกำไรเท่ากับก้อน นี้นะฮะ given ว่าอยากมี กำไรใครอยากมี อ่าเท่ากับพื้นที่สี่เหลี่ยมสีแดง แสดงว่าราคาที่ sal จะ กำหนด Sal ก็ควรจะ กำหนดนะครับ P min

2:12:09 p เท่ากับ marginal cost โทษ ๆเท่ากับ marginal cost w หรือ p max เท่ากับ pw อยู่ใน range เนี้ยอยู่ใน range นี้อือฮึกำหนดกำหนดคือ p final อ่ะนะ p retail อ่ะ

2:12:56 ครับไม่มี แฟรนไchีเกิดอะไรขึ้น ครับบอกว่าถ้าเรากำหนด ราคาอยู่ ที่เอ่อสูงสุด เลยนะครับถ้าราคาเดี๋ยวนะตอนนี้ resell retailer อยู่นี่นะครับ demand ของ retailer นี่คือ marginal ของ retailer ถ้ากำหนดราคาขายสูงสุดเท่ากับ ก้อน นี้นะครับ retail จะขายเท่าไหร่

2:13:41 ครับ marginal cost เท่ากับ marginal revenue ดีสุดน่าจะตรงนี้แล้ว แหละโทษๆ P เท่ากับโอเค marginal cost เท่ากับ marginal revenue นะเดี๋ยวนะ โอเคอ P เริ่มต้นจาก P เท่านี้ ก่อนถ้ากำหนดราคาเท่า นี้นะ ครับแสดง ว่า marginal cost ของ retail เท่ากับ marginal cost wholesale นะครับ retail จะขาย

2:14:29 เท่าไหร่ ครับ mc = mr mc เขาจะขายเท่ากับ qi ครับ ณ ราคาเท่า ไหร่เดี๋ยวนะ ราคาเดี๋ยว นะแป๊บนึง นะขอดูขอดูขอดู definition ก่อน

2:15:16 โอเคขายเดี๋ยวนะขายส่งให้เค้าราคานี้แต่ อนุญาตเดี๋ยวนะเดี๋ยวนะขอขออภัยครับขอดู โพยก่อน แต่ราคาตลาดถูกกำหนดให้เป็นราคา ตลาด อืมอยู่เท่าไหร่ อ่ะเดี๋ยวนะราคา

2:16:03 ตลาดขอคิดก่อนนะแป๊บนึง นะใช่มยpิอยู่ตรง นี้ เอ่อ cos ของ เค้าขอสักครู่นะขอคิด อย่าเพิ่งเขวี้ยงนะครับอ่ะทุกคนเบรคก่อน ทุกคนเบรกก่อนทุกคนเบรคก่อน 5 นาทีเดี๋ยว ผมขอคิดก่อนอย่าเพิ่งเขวี้ยงนะอย่าเพิ่ง เขวี้ยงอะไรมานะบางทีมันก็มีช็อตอยู่นะ

2:17:21 อ๋อขออภัย ครับขออภัยครับเงื่อนไขมันผิดตรงนี้ แหละเค้าเนี่ยทุกคนครับขออภัยนะอ่า min max minx ที่ว่าเนี่ยครับคือ min max ของราคาขายส่ง ครับเออ min max ของราคาขายส่ง อุยกำหนด min max ของราคาขาย ส่งนะครับโดยที่ราคา retail price เนี่ย ครับกำหนดให้มันเท่ากับ

2:18:09 PW อืมนะ min Max ที่ว่าเนี่ยคือ min max ของราคาขายส่งนะส่วน retail price เท่า กับที่ PW ตรงนี้เลยนะเพราะฉะนั้นราคาขาย ส่งเนี่ยครับอยู่ระหว่าง PW ถึง P ตรงนี้นะครับ Given ว่าถ้า wholesale เนี่ยครับเค้าอยากมีกำไรเท่ากับเท่านี้นะ ครับเอ่อ ราคาขาย ส่ง เอ๊ะ โอเคราคาขายส่ง wholesale จะกำหนดไม่ใช่ PW ละราคาขายส่งมี 2 option

2:18:55 ครับราคาขายส่งหรือ PW เนี่ยคือ Pมเท่ากับก้อนก้อนนี้กับ P max เท่ากับ ก้อน นี้นะปรากฏว่าถ้าราคาขายส่งนะครับนี้คือ ขาย ส่ง PW เนี่ยเท่ากับตรงนี้ เลยเนาะราคาขายส่งเท่ากับตรงนี้เลยเพราะ ฉะนั้นก็จะทำให้มาเอ่อ Retail นะครับขาย ของที่ marginal revenue เท่ากับ marginal cost เช่นเดียวกันกำหนดราคา ขาย whatsoever เท่ากับ PW นะครับเพราะฉะนั้นก็จะทำให้ราคาตลาด

2:19:40 เนี่ยมันถูกกำหนดมาแล้วอ่ะครับว่าจะต้อง เท่ากับ PW เคสนี้อ่ะกำไรของ wholesale กับกำไร ของ retail จะเป็นยังไง ครับ whatsoever case เนาะ p - average cost สมมุติว่ามันเท่ากับเท่ากับเอ่อ marginal cost wholesellerer ขายของขายส่งในราคา ต้นทุนของตัวเองนะเพราะฉะนั้นก้อนนี้เป็น 0 เห็นด้วยมั้ครับ P = AC เพราะฉะนั้น

2:20:27 กำไรของเขาค้าจะเป็น 0 ไปโดย ปริยายในขณะ ที่กำไรของ retailer cost อยู่ตรงนี้ ครับขายได้ราคา PW กำไรของเค้าจะถูกเท่า กับพื้นที่นี้ไปโดย ปริยายหมายความว่า ถ้าราคาขายส่งนะครับถูกมากๆแน่ ล่ะมันก็จะ imply ว่าอุ๊ยใจดีจังเลยนะ ครับเพราะว่าให้ กำไรบอกว่ากำไรเนี่ยครับเป็นของรีเทลทั้ง

2:21:15 หมดนะเคสที่ 2 ครับแล้วถ้า P max เป็น เท่านี้ล่ะ น่าจะเดาได้เนาะเคสเนี้ยกำไรเป็นของ R ทั้งหมดอีกเคสนึงกำไรก็ต้องเป็นของ sal ทั้งหมดเออแล้วมันวัดยังไงอ่ะ หึเพราะฉะนั้นถ้าราคาขาย [เพลง] ส่งหรือว่า PW อ่ะครับเท่ากับเท่านี้ เลย นะเพราะ ฉะนั้น PW เนี่ยครับก็จะเป็น marginal

2:22:06 revenue ของตัว retail ถูกป่ะเฮ้ย marginal cost ยังไม่เลิก marginal cost retail ซึ่งผลิตที่ mc = mr ของ retail mc = กับ mr เพราะฉะนั้นถามว่าผลิตตรง ไหนเนี่ยครับก็ จะผลิตที่ q เอ่อตรงนี้ QR ครับนะแล้วขายเท่าไหร่ราคาขายมันถูกกำหนด มาแล้วอ่ะที่ PW

2:22:53 ครับถูกมเพราะ ฉะนั้นกำไรเป็นอย่างไร ซิกำไร ของกำไรของ retail อ่ะเท่ากับก้อนนี้ แหละดูซิมันเท่าตามนี้จริง มั้ยกำไรwholซลเป็นเท่าไหร่ ครับกำไรซลเป็น 0 ป่ะเนาะอ่ะต้นทุนของเค้าเท่านี้แต่เค้า บอกว่าเค้าจะขายส่งเท่ากับ

2:23:40 PW นะแสดงว่าอันนี้คือ profit margin เห็นด้วยป่ะครับแต่ในตลาดขายของได้เท่า ไหร่ขึ้นอยู่กับ retail เนาะ retail ขาย แค่ QR เท่านั้นเพราะฉะนั้นกำไรของ wholesale ไม่ใช่ทั้งหมดล่ะครับกำไรของ wholesale จะเป็นแค่พื้นที่นี้เท่านั้น เนี่ยถูกมเนาะก็คือพื้นที่สี่ เหลี่ยมอ่า PW W Dog F แล้วก็ G นะ ครับแล้วกำไรของHolซ อ่ะถูกบังคับขายในราคา PW average cost เท่ากับ marginal cost ก็ คือ PW เพราะฉะนั้นก้อนนี้เป็น 0 เห็น

2:24:27 ด้วย มนะครับเคสของ เอ่อกำไรไรจึงเป็น 0 นะเพราะฉะนั้นมัน เหมือนจะ equivalent แหละแต่มันไม่ equivalent ซะทีเดียวเนาะเพราะฉะนั้น เอ่อบอกว่ากำไรเนี่ยครับจะเป็น ของทั้ง หมดแต่น้อยกว่าเคสแรก ครับแล้วราคามันจะไปอยู่ตรงไหนล่ะอาจารย์ ย้อนกลับไปอันนี้ขึ้นอยู่กับ business negotiation แล้วครับมันเหมือนกับมีเค้ก

2:25:15 อ่ะมันเหมือนกับมีเค้กมาให้เราพิจารณา แบ่ง กันเราในฐานะของ retail เราก็ต้องพยายามเจรจาให้ราคาขายส่งมัน น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ถูก มยแต่ถ้าเราในฐานะ ของก็ต้องเจรจาให้เขา้าขายในราคาที่สูง ที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้นะฮะเหมือนกับ concept อะไรนะ batn ป่ะถูกมเขียนอย่างงี้ป่ะ base alternative negotiation อะไรสักอย่าง นึงขอโทษไม่ได้สอน ถูกมั้ฮะคือคราวนี้ความยากในทาง business คือเราเป็นใครถ้าเราเป็น wholesale เราก็

2:26:03 ต้องมา 1 วิเคราะห์เนาะ marginal cost ของเราอยู่ตรงไหนเราจะตั้งรับตรงไหนนะ ครับ แล้วราคาสูงสุดที่เราอยากให้มันเป็นเนี่ย มันเท่ากับเท่าไหร่ทำไมเราต้องรู้ราคาต่ำ สุดด้วยล่ะเพราะถ้ารีเทลมาเจรจาขอรับซื้อ เราต่ำกว่านี้แสดงว่าเราจะขายมครับไม่ขาย มันขาดทุนแล้วถูกมยเราในฐานะของ wholesale เราก็อยากตั้งราคาให้มันสูงที่สุดเท่าที่ จะเป็นไปได้เนาะเผลอๆไอ้สูงสุดมันไม่ได้ จำเป็นขนาดนั้นแต่เราก็ต้องประมาณด้วย ครับเพราะถ้าเราเปิดมาราคา เนี้ยแล้วบอกว่าฉันจะขายราคานี้อ่ะใครก็ ได้มาเป็นคู่ค้ากับฉันหน่อยมันจะไม่มีใคร มาเป็นคู่ค้ากับเราเลยนะเนาะเราก็ต้องรู้ ราคาสูงสุดด้วยเหมือนกันนะครับความยากมัน

2:26:50 จะมาอยู่ตรงนี้แหละครับในทางปฏิบัติ ย้อนกลับมาถ้าเราเป็นโสถ้าเราเป็นรีเทล บางคนขาย ปลีกเราอยากได้เจรจาให้ได้ราคาน้อยที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้เนาะคำถามคือเราก็ต้อง เปิดราคาน้อยไว้ก่อนแต่ถ้าน้อยกว่าเนี้ย ไม่มีใครจะขายให้เราแล้วนะเค้าจะแบบยี้ ทันทีอย่างเงี้ยฮะนะเพราะฉะนั้นรู้ไว้ เพื่อจะได้ตั้งรับนะเสร็จปุ๊บสูงสุดเนี่ย คือสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ ละนะอันนี้คือสำคัญกว่าเพราะเมื่อไหร่ก็ ตามถ้า wholesale มาขายให้เรามากกว่า เนี้ยแสดงว่าเราจะขาดทุนไปละนะอันเนี้คือ คือจะอารมณ์ประมาณในทางปฏิบัติแล้วอ่ะ ครับนะเช่นเดียวกันครับอันนี้คือเรามองใน มุมของไม่ได้ควบรวมใดๆทั้งสิ้นถ้ามันเกิด

2:27:36 การควบรวมขึ้นมาคนซื้อกับคนขาย 2 บริษัท เนี่ยครับก็ต้องมาประเมินมูลค่าของกิจการ ตัวเอง ละอ่าเวลาเค้าขายของมันไม่ได้ขายของแค่ มูลค่าสินทรัพย์ Net Asset ของเราเป็น เท่าไหร่ถูกมยสมมุติสมเป็นผมเป็นบริษัท เล็กพวกคุณจะมาซื้อผมจะขายตัวเองอย่าง เงี้ยผมก็ไม่ขายเท่ากับมูลค่าสินทรัพย์ ของผมที่มีละเพราะแบรนด์ที่ผมสร้าง มา Future Growth Opportunity Royalty ฐานลูกค้า Supplier ที่มีอยู่ในมืออีกสารพัดสิ่งเลยเสร็จปุ๊บ เอ่อมูลค่าของสินทรัพย์ที่มันควรจะขาย เนี่ย Net Asset เนี่ยมันคืออย่างน้อย ด้วยซ้ำ Net asset เท่ากับ A - L จำ

2:28:21 ได้มั้ครับเนาะอันนี้คือมูลค่าสินทรัพย์ อย่างน้อยเนาะเสร็จปุ๊บมันต้องบวก Growth opportunity เข้าไปด้วย ครับที่อุตส่าห์สร้างมาทั้งชีวิตในการก่อ ร่างสร้างบริษัทเล็กๆนี้ขึ้น มาถ้าเราขายเท่ากับ Net Asset เลยเนี่ย เหมือนกับเราสิ้นไร้ไม้ต่อมากเลยนะเหมือน บริษัทเราไม่ไม่มีโอกาสที่จะไปต่อเลยอ่ะ นะเพราะฉะนั้นเฮ้ยผ่านลูกค้า Supplier สารพัดสิ่งที่เรามีเนี่ยเราใส่ growth factor เข้าไปนะครับอ่าภาษา finance ก็ อาจจะเรียกว่าตรงนี้เป็นเป็น synergized effect เป็น synergiz factor ขึ้นมา ครับว่าคิดแค่ growth ของตัวเองไม่พอต้อง ไปคิดgrthสของบริษัทอื่นที่จะมาซื้อเรา ด้วยว่าเนี่ยถ้าบริษัทเนี้ยมาซื้อเราปุ๊บ

2:29:08 มันจะไป synergiz ทำให้ buyer เนี่ยครับ มี growth เพิ่มเติมขึ้นไปเท่าไหร่คือใน ทางธุรกิจเนาะ 1 + 1 มันไม่เท่ากับ 2 อ่ะครับ 1 + 1 มันมากกว่ามันต้องมาก กว่า 2 อ่ะคำถามคือมากกว่า 2 เนี่ยในมุม เค้าเนี่ยเท่าไหร่แล้วgrthสที่มันมาจาก มุมเราเนี่ยเท่าไหร่เสร็จปุ๊บคือค่อยเอา มาตั้งเป็นราคาท้ายที่สุดที่มันควรจะเป็น เงี้ย ฮะด้วยอันนั้นก็จะเป็น risk factor เพิ่มเติมเข้ามาฮะอย่างที่บอกอ่ะว่าเรา เป็นบริษัทเนาะ growth opportunity ของ เราคือแบบหุย distributor โทษคานี้ต้อง เป็น supplier เนาะ supplierer ส่งให้เรา

2:29:54 แบบเยอะแยะมากมายที่อยู่ในมือที่เป็น พันธมิตรที่ดีกับเรา distributor เราก็ เยอะอย่างเงี้ยครับโหแสดงว่า gross factor ของเราได้เยอะมันบวกเพิ่มเข้าไป ได้อีกนะนะเพราะฉะนั้นถ้าเราจะขายถ้าขาย แค่ net Asset อย่างเงี้ยแบบเออถูกจัง เลยอ่ะรีบซื้อเลยนะถ้าเจอแบบ นี้ ครับคอนเซปตเดียวกันอ่าตอนเราเรียน ไฟแนนซ์เราเคยเราได้ intrinsic value ป่ะ cash flow มีป่ะมีโอ้โหถูกมยเฮ้ยใช่ มั้ครับ concept เดียวกันเลยกับ sale revenue อย่างเงี้ยเนาะในแต่ละปีมันก็จะ มี growth เพิ่มเติมเข้ามาเนาะอย่างเช่น 5% อ่า 3% แล้วมี terminal growth เท่า

2:30:39 นั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์อะไรก็ว่าไปสังเกต เนาะ concept ของการประเมินมูลค่าสิน ทรัพย์ คืองบดุลสินทรัพย์เท่ากับหนี้สินบวกส่วน ของเจ้าของแต่พอเราประเมินใส่ gros factor ขึ้นไปปุ๊บทรัพย์มันคำนวณไปจน กระทั่งถึงปี infinity เราจะไม่เรียกสิน ทรัพย์ตรงนี้ว่าเป็นมูลค่าสินทรัพย์ละแต่ เราจะเรียกมันว่า firm value จำได้ป่ะ ใช้คำศัพท์เดียวกันป่าวะหรือว่าหรือเปล่า ครับหรือว่า corporate value ครับคุ้น ตัวไหนมากกว่า กันไม่มีสักตัวเค้าเรียกว่า ถ้า intrinsic มันจะต้องไปเอา a - l แล้วค่อยหารจำนวนหุ้น

2:31:25 ป่ะอ่ะโอเคไม่เป็นไรครับไม่เป็นไรมันย้อน กลับมาแล้วมันย้อนกลับมาได้มันย้อนกลับมา ได้นะครับเออเหมือนเหมือนถ้าใครอยู่ Real Estate เงี้ยก็จะชอบมาถามว่า Terminal Growth ปีนี้จะเป็นเท่าไหร่ดีจะเอา MAP for CAS แบบอ่า Cash Flow อย่างเงี้ย เออมันมันก็ต้องรู้เนาะประมาณนั้นคือ เพื่อเอามาตั้งรับแบบนี้แหละนอกเรื่องไป ยาวเลยอันสุดท้ายสุดท้ายแล้วครับอันสุด ท้ายอ่ะอันสุดท้ายเรียกว่า Exclusive dealing อันนี้ไม่มีอะไรเลยครับก็คือ ประมาณว่าผมเปิดร้านอาหารจะขาย เปซี่ก็จะมี agreement บอกว่าจะเอาโค้กมา ขายในร้านนี้ไม่ได้นะอ่า ผมเปิดร้านอาหารขายเอ่อซื้อเครื่องดื่ม ที่เป็นของสิงห์โซดาอย่างเงี้ยครับคุณก็

2:32:12 จะไปขายโซดายี่ห้ออื่นไม่ได้นะอย่างนี้ เป็นต้นนะครับใช้หมูของเบทาโหรือว่าใช้ ไก่ของเบทาโรก็จะไปใช้ซื้อไก่มา จาก CP ไม่ได้นะอะไรอย่างี้ใช่มั้เค้า เป็นคู่แข่งกันใช่ป่ะเพราะฉะนั้นอันนี้ คือ exclusive dealing ครับอ่าซึ่ง exclusive dealing เนี่ยอ่าเขาเชื่อกัน ว่ามันช่วยทำให้เลฟร์มันดีขึ้นนะ สวัสดิการสังคมดีขึ้นเพราะอะไรครับ 1 คือ ในเมื่อเรากรีดการไม่ต้องไปซื้อจากเจ้า อื่นเนี่ยก็คือช่วยลด ลของสังคมสไลด์ 32 นะครับช่วยลด transaction cost ของสังคมครับประมาณ ว่าคุณน่ะไม่ต้องไปเสียเวลาหาเจ้าอื่น หรอกเรามีให้คุณทั้งหมดแล้วอย่างเงี้ย ครับนะเอาเป็นว่าเอาเวลาอ่า wholesale ก็

2:33:01 ไม่ต้องไปเสียเวลาในการหาลูกค้ารีเทลด้วย เหมือนกันนะเอาเวลาไปใช้ในการอ่าเทรนให้ ขายของให้ดีบๆอะไรก็ว่าไปเช่นเดียวกัน ครับอ่า advertising ต้นทุนในการโปรโมท หมดแล้วก็โฆษณาก็จะน้อยลงด้วยอะไรอย่าง นี้เป็นต้นเพราะฉะนั้นเขาก็เลยบอกว่า exclusive dealing เนี่ยครับเป็นอีก หนึ่ง กลยุทธ์ที่ช่วยทำให้เราอ่าแก้ไขปัญหานะ ครับ overcome เนี่ยครับแก้ไขปัญหาตัว double marginalization ครับเ้อพีคมยวันนี้พีคมั้ครับเห็นแบบคิด ถึงกราฟกันพีคมยถ้ามาทีหลังนี่คือกลับ บ้านได้เลยอ่ะ

2:33:48 อืมจบละอ่ะคำถามมีมั้ยครับคำถามอันนี้จะ พูดในมุม vertical เนาะแต่มันออกแนว เศษศาสตร์นิดนึงอ่ะเออถ้าไปสอน Business มันก็จะแบบเอา Excel มาขึงกัน เลยได้อยู่มั้ได้อยู่มยจริงๆจริงๆอยากสอน อีกเลคเชอร์นึงแหละแล้วเหลือเวลาตั้งแบบ ว่าอู้ หู 20 นาทีที่ แน่ อ่ะเลิกก่อนได้มั้ย ครับแต่จริงๆอ่ะเรามี Make Up Class 1 ครั้งถ้าจำได้เรายังไม่ได้เรายังไม่ได้ นัด Make Up Class กันเลยเนาะอ่ะเลิก ก่อนแต่มันไม่ได้นานขนาดนั้นหรอกเอาอีนี้

…

Share

YouTube Video Summaries