Life Intelligence | ความฉลาดที่คน 1% ใช้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยรู้

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปแนวคิดหลักจากหนังสือเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด (Life Intelligence) โดยเน้นว่าความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเก่งหรือความขยันเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการออกแบบชีวิต การใช้เครื่องมือทางความคิดและอารมณ์อย่างมีสติ และการสร้างระบบที่นำไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

  • คนส่วนใหญ่มักใช้ชีวิตตามอารมณ์และความรู้สึก แต่คน 1% ใช้เครื่องมือและความคิดอย่างมีระบบ
  • Life Intelligence คือความสามารถในการออกแบบชีวิต เลือกสิ่งที่สำคัญ และจัดการพลังชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การฝึกใช้เครื่องมือทางความคิด อารมณ์ และความเชื่อ จะช่วยให้เราไม่ตกเป็นเหยื่อของความคิดและความกลัวของตัวเอง

Life Intelligence คืออะไร?

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดว่าคนฉลาดคือคนที่เรียนเก่งหรือสอบได้คะแนนสูง แต่ในชีวิตจริง คนที่ดูฉลาดอาจใช้ชีวิตพังได้ ในขณะที่คนธรรมดาสามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงได้ สิ่งที่แตกต่างคือ Life Intelligence หรือความฉลาดในการใช้ชีวิต ซึ่งไม่ใช่ IQ, EQ หรือดวง แต่เป็นความสามารถในการออกแบบชีวิต เลือก จัดลำดับความสำคัญ และใช้พลังชีวิตอย่างมีสติ คนที่มี Life Intelligence จะไม่ใช้ชีวิตแบบตอบสนองต่อทุกสิ่ง แต่จะเลือกตอบสนองอย่างมีสติ

เครื่องมือของชีวิตที่คนไม่เคยรู้ว่ามี

มนุษย์ทุกคนมีกล่องเครื่องมืออยู่ในหัว ซึ่งก็คือ ความคิด อารมณ์ การรับรู้ การตัดสินใจ และระบบความเชื่อ แต่คนส่วนใหญ่ไม่เคยเปิดมัน คน 1% ใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็น โดย Life Intelligence สำคัญกว่าแรงบันดาลใจ เพราะแรงบันดาลใจมาแล้วก็ไป แต่ออกแบบชีวิตที่ดีจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องรออารมณ์อยาก สัญญาณว่าคุณกำลังขาด Life Intelligence คือ คุณเหนื่อยบ่อยแต่ไม่ค่อยภูมิใจในชีวิต ทำหลายอย่างแต่ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญจริง ตัดสินใจแล้วมักเสียใจ และรู้สึกว่าชีวิตควรดีกว่านี้แต่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน

True Box ของจิตใจมนุษย์

มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกล่องเครื่องมือ แต่แทบไม่มีใครเคยถูกสอนให้เปิดมันดูจริงๆ เราใช้ความคิด อารมณ์ การตัดสินใจ และความเชื่อทุกวัน โดยไม่รู้ว่าสิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือ ไม่ใช่ตัวตนของเรา ความเข้าใจผิดอันดับ 1 คือการเชื่อว่า "ฉันคือความคิดของฉัน" หรือ "ฉันคืออารมณ์ของฉัน" แต่คน 1% รู้ว่าความคิดคือเครื่องมือ อารมณ์คือสัญญาณ ไม่ใช่คำสั่ง เครื่องมือสำคัญ ได้แก่ ความคิด (เลือกคิดให้เป็นประโยชน์) อารมณ์ (รับรู้แต่ไม่ตัดสินใจ) การรับรู้ (เปลี่ยนมุมมอง) ความเชื่อ (ตรวจสอบว่าความเชื่อพาเราไปทางไหน) และการตัดสินใจ (ไม่รีบร้อนและไม่ตัดสินใจตอนอารมณ์แรง)

วิธีคิดแบบคน 1%

ความแตกต่างระหว่างคนทั่วไปกับคน 1% คือวิธีคิดก่อนลงมือทำ คนทั่วไปทำก่อนแล้วค่อยคิด แต่คน 1% คิดให้ชัดก่อนแล้วค่อยทำ หลักคิดของคน 1% ได้แก่ คิดระยะยาวก่อนระยะสั้น ไม่แก้ปัญหาแต่แก้ระบบ เลือกน้อยแต่เลือกถูก ไม่ตัดสินใจจากอารมณ์ชั่วคราว และวัดชีวิตจากผลลัพธ์ไม่ใช่ความรู้สึก วิธีคิดแบบนี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตง่าย แต่ทำให้ชีวิตไม่หลงทาง

การจัดการพลังชีวิต

ปัญหาที่คนส่วนใหญ่เจอไม่ใช่ไม่มีเวลา แต่คือไม่มีพลัง คน 1% รู้ว่าเวลามีเท่ากันทุกคน แต่พลังชีวิตไม่เท่ากัน และพลังนี่แหละคือสิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะไปได้ไกลแค่ไหน พลังชีวิตประกอบด้วย พลังสมอง พลังอารมณ์ พลังโฟกัส และพลังใจ ศัตรูของพลังชีวิต ได้แก่ งานที่ไม่สำคัญแต่เร่งด่วน ความคาดหวังจากคนอื่น การอยากทำให้ทุกคนพอใจ และการไม่กล้าพักอย่างมีคุณภาพ คน 1% กล้าพัก เพราะเขารู้ว่าการพักไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่คือการชาร์จพลัง

การตัดสินใจแบบไม่พังชีวิต

ชีวิตของคนเราไม่ได้เปลี่ยนจากวันที่พยายามที่สุด แต่เปลี่ยนจากการตัดสินใจไม่กี่ครั้ง คนทั่วไปมองการตัดสินใจเป็นเรื่องเล็กๆ รายวัน แต่คน 1% มองมันเป็นการวางหมากระยะยาว กฎเหล็กของคน 1% ได้แก่ ไม่ตัดสินใจตอนอารมณ์แรง ไม่ตัดสินใจเพื่อความสบายระยะสั้น แยกปัญหาออกจากตัวตน และมองผลลัพธ์ไม่มองคำอธิบาย

ออกแบบชีวิตแบบคน 1%

ชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากการมีวินัยสูงตลอดเวลา แต่เกิดจากระบบที่พาเราไปในทิศทางที่ถูก แม้ในวันที่เราเหนื่อยหรือไม่พร้อม คน 1% ออกแบบชีวิตให้ทำในสิ่งที่ควรทำได้ แม้ไม่มีอารมณ์อยาก ระบบชีวิตที่สำคัญ ได้แก่ ระบบเวลา ระบบงาน ระบบเงิน ระบบการเรียนรู้ และระบบฟื้นฟูตัวเอง

บทสรุป

คุณไม่ต้องเป็นคนพิเศษ แค่ใช้ชีวิตให้ฉลาดขึ้น Life Intelligence ไม่ใช่เรื่องของการคิดเก่ง แต่คือการรู้ว่าควรคิดตอนไหน ควรหยุดคิดตอนไหน ควรเชื่ออะไร และควรปล่อยอะไรไป คน 1% ไม่ได้ฉลาดกว่าคุณ แต่เขาไม่ปล่อยให้ชีวิตไหลไปตามแรงอารมณ์ เขาออกแบบชีวิตตั้งแต่ความคิด อารมณ์ การตัดสินใจ พลังชีวิต ไปจนถึงระบบในแต่ละวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิต การเปลี่ยนเพียงวิธีคิดบางเรื่อง การตัดสินใจบางครั้ง และระบบเล็กๆ บางอย่าง ก็สามารถเปลี่ยนทิศทางชีวิตได้ทั้งเส้น

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 ทำไมบางคนดูไม่เก่งเท่าเราไม่ได้เรียนสูง กว่าไม่ได้ขยันกว่าแต่ชีวิตเขากลับไปได้ ไกลกว่าเรามากในขณะที่บางคนทำงานแทบตาย พัฒนาตัวเองไม่หยุดอ่านหนังสือไม่ขาดแต่ ชีวิตเหมือนย่ำอยู่ที่เดิมปัญหาไม่ใช่คุณ ไม่เก่งและไม่ใช่คุณพยายามไม่พอปัญหาคือ คุณกำลังใช้ชีวิตแบบไม่มีระบบคนส่วนใหญ่ ใช้ชีวิตด้วยแรงใช้ด้วยอารมณ์ใช้ด้วยความ รู้สึกณตอนนั้นแต่คน 1% เขาใช้ชีวิตด้วย เครื่องมือเขารู้ว่าควรคิดตอนไหนควรหยุด คิดตอนไหนควรตัดสินใจแบบไหนและไม่ควรใช้

0:47 พลังชีวิตไปกับเรื่องอะไรหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้สอนให้คุณเป็นอัจฉริยะไม่ได้สอนให้ คุณคิดบวกตลอดเวลาและไม่ได้ขายความฝันสวย หรู แต่มันสอนสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยถูกสอน มาก่อนนั่นคือการมีความฉลาดในการใช้ชีวิต หรือที่เรียกว่า life intelligence ถ้าคุณเคยรู้สึกว่าชีวิตคุณน่าจะไปได้ไกล กว่านี้ถ้าคุณเคยรู้สึกว่าคุณเหนื่อยแต่ ไม่ค่อยก้าวหน้าหรือถ้าคุณไม่อยากใช้ ชีวิตแบบเดาสุ่มไปเรื่อยๆคลิปนี้อาจเป็น จุดเปลี่ยนของคุณ Life Intelligence คืออะไรและทำไมคน 1%

1:32 ถึงมีสิ่งนี้ คนส่วนใหญ่เข้าใจคำว่าฉลาดผิดเราถูกสอน ให้เชื่อว่าคนฉลาดคือคนเรียนเก่งคนสอบได้ คะแนนสูงคนจำเก่งคนคิดเร็วหรือคนพูดเก่ง แต่ในชีวิตจริงคุณคงเคยเห็นมาแล้วว่าคน ที่ดูฉลาดมากๆกลับใช้ชีวิตพังได้ง่าย อย่างไม่น่าเชื่อเชื่อในขณะเดียวกันบางคน ดูธรรมดาไม่ได้โดดเด่นด้านวิชาการแต่ สามารถสร้างชีวิตที่มั่นคงประสบความ สำเร็จและควบคุมทิศทางชีวิตของตัวเองได้ อย่างน่าทึ่งสิ่งที่ต่างกันไม่ใช่ IQ ไม่ ใช่ EQ และไม่ใช่ดวงสิ่งที่ต่างกันคือ life intelligence หรือความฉลาดในการ

2:19 ใช้ชีวิต IQ ทำให้คุณคิดเก่ง EQ ทำให้คุณ อยู่กับคนอื่นได้ AQ ทำให้คุณอดทนต่อ อุปสรรคแต่ไม่มีสิ่งไหนในนั้นสอนคุณว่า ควรใช้ชีวิตอย่างไรควรเลือกอะไรควรทุ่ม แรงกับเรื่องไหนและควรปล่อยเรื่องไหนไป นั่นคือเหตุผลที่คนเก่งจำนวนมากทำงานหนัก แต่ไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตไปถูกทางเพราะเขา คิดเก่งแต่ไม่รู้ว่าควรคิดตอนไหนและไม่ ควรคิดตอนไหน Life Intelligence ไม่ใช่ ความสามารถพิเศษ และไม่ใช่พรสวรรค์มันคือความสามารถในการ ออกแบบชีวิตแทนที่จะปล่อยให้ชีวิตลากเรา ไปคือความสามารถในการเลือกจัดลำดับตัดสิน

3:07 ใจและใช้พลังชีวิตอย่างมีสติคนที่มี intelligence ไม่ได้ใช้ชีวิตแบบตอบสนอง ต่อทุกสิ่งแต่ใช้ชีวิตแบบเลือกตอบสนองคน ทั่วไปตื่นมาแล้วใช้ชีวิตตามสิ่งที่เข้า มาใครทักก็ตอบงานไหนเร่งก็ทำอารมณ์มา เมื่อไหร่ก็ปล่อยให้มันพาไปคน 1% ตื่นมา แล้วใช้ชีวิตตามสิ่งที่ตั้งใจไว้เขารู้ ว่าวันนี้ควรโฟกัสอะไรวันนี้ไม่ควรเสีย พลังกับอะไรและอะไรคือสิ่งที่ไม่คุ้มแม้ จะดูสำคัญความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่ความ ขยันแต่อยู่ที่ทิศทางปัญหาที่แท้จริงไม่ ใช่ชีวิตยากแต่คือเราไม่เคยถูกสอนให้จัด การชีวิตโรงเรียนสอนให้เราแก้โจทย์แต่ไม่

3:54 สอนให้เราแก้ความสับสนในหัวไม่สอนให้เรา เลือกเส้นทางและไม่สอนให้เราจัดการพลัง ชีวิตของตัวเองสุดท้ายเราจึงใช้ชีวิตแบบ ลองผิดลองถูกจนบางครั้งความผิดพลาดไม่ใช่ เรื่องเล็กอีกต่อไป Toolx ของชีวิตที่คนไม่เคยรู้ว่ามี หนังสือเล่มนี้เสนอแนวคิดสำคัญว่ามนุษย์ ทุกคนมีกล่อมเครื่องมืออยู่ในหัวแต่คน ส่วนใหญ่ไม่เคยเปิดมัน เครื่องมือเหล่านั้นคือความคิดอารมณ์การ รับรู้แบบการตัดสินใจและระบบความเชื่อคน 1% ไม่ได้มีเครื่องมือมากกว่าแต่เขาใช้ เป็นทำไม life intelligence ถึงสำคัญ กว่าแรงบันดาลใจแรงบันดาลใจทำให้คุณเริ่ม

4:43 แต่ life intelligence ทำให้คุณไปถึงแรง บันดาลใจมาแล้วก็ไปแต่ออกแบบชีวิตดีๆคุณ ไม่จำเป็นต้องรออารมณ์อยากคนที่มี Intelligence ไม่ถามว่าวันนี้รู้สึกอยาก ทำมยแต่ถามว่าสิ่งนี้พาชีวิตเราไปทางไหน สัญญาณว่าคุณกำลังขาด life intelligence คุณเหนื่อยบ่อยแต่ไม่ค่อยภูมิใจในชีวิต คุณทำหลายอย่างแต่ไม่รู้ว่าอะไรสำคัญจริง คุณตัดสินใจแล้วมักย้อนกลับมาเสียใจคุณ รู้สึกว่าชีวิตควรดีกว่านี้แต่ไม่รู้จะ เริ่มตรงไหนข่าวดีคือ Life Intelligence ไม่ใช่สิ่งที่ต้องมีตั้งแต่เกิดแต่มัน เป็นทักษะที่ฝึกได้จุดเริ่มต้นของคน 1%

5:30 คน 1% ไม่ได้เริ่มจากความมั่นใจแต่เริ่ม จากการยอมรับว่าฉันต้องใช้ชีวิตให้ฉลาด ขึ้นเขาหยุดใช้ชีวิตแบบอัตโนมัติหยุด ปล่อยให้อารมณ์นำและเริ่มตั้งคำถามกับตัว เองอย่างจริงจังสิ่งที่ฉันกำลังทำพาฉันไป ไหนสิ่งนี้คุ้มกับพลังชีวิตมยถ้ายังทำแบบ เดิมชีวิตอีก 5 ปีจะเป็นอย่างไรคำถาม เหล่านี้คือจุดเริ่มต้นของ life intelligence True Box ของจิตใจมนุษย์ทำไมคนส่วนใหญ่ มีของแต่ใช้ไม่เป็น มนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกล่องเครื่องมือ แต่แทบไม่มีใครเคยถูกสอนให้เปิดมันดูจริง ๆเราใช้ความคิดใช้อารมณ์ใช้การตัดสินใจ

6:18 ใช้ความเชื่อทุกวันโดยไม่เคยเคยรู้เลยว่า สิ่งเหล่านี้คือเครื่องมือไม่ใช่ตัวตนของ เราและเมื่อเราไม่รู้ว่ามันคือเครื่องมือ เราก็ปล่อยให้มันควบคุมชีวิตเราแทน ความเข้าใจผิดอันดับ 1 ของมนุษย์คือการ เชื่อว่าฉันคือความคิดของฉันฉันคืออารมณ์ ของฉันพอคิดลบก็เชื่อว่าตัวเองแย่พอรู้ สึกกลัวก็เชื่อว่าตัวเองไม่ไหวพอหมดไฟก็ เชื่อว่าตัวเองไม่เหมาะกับสิ่ง แต่คน 1% รู้ความจริงข้อหนึ่งว่าความคิด คือเครื่องมืออารมณ์คือสัญญาณไม่ใช่คำ สั่ง เครื่องมือชิ้นที่ 1 คือความคิด

7:03 ความคิดเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุด และก็อันตรายที่สุดถ้าใช้ไม่เป็นความคิด สามารถสร้างอนาคตทำลายความมั่นใจขยาย ปัญหาหรือทำให้ปัญหาหายไปคนส่วนใหญ่ใช้ ความคิดแบบอัตโนมัติ คิดไปเรื่อยคิดซ้ำคิดวนโดยไม่เคยตั้งคำ ถามว่าความคิดนี้มีประโยชน์กับชีวิตฉัน จริงมยคน 1% ไม่พยายามคิดบวกตลอดเวลาแต่ เขาเลือกคิดให้เป็นประโยชน์เขาแยกออกว่า ความคิดไหนควรฟังความคิดไหนควรปล่อยผ่าน ถ้าความคิดนั้นไม่ช่วยให้ตัดสินใจดีขึ้น ไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นเขาไม่เสียพลังไป กับมัน เครื่องมือชิ้นที่ 2 คืออารมณ์

7:51 อารมณ์ไม่ใช่ศัตรูแต่มันคือข้อมูลความ กลัวความโกรธความเศร้าความอิจฉาล้วนมี หน้าที่ของมันปัญหาเกิดขึ้นเมื่อเราปล่อย ให้อารมณ์นั่งตำแหน่งคนขับแทนที่จะให้ นั่งแค่เบาะผู้โดยสารคนทั่วไปใช้ชีวิตแบบ นี้รู้สึกไม่อยากแล้วเลิกรู้สึกกลัวแล้ว ถอยรู้สึกเบื่อแล้วเปลี่ยนรู้สึกไม่มั่น ใจแล้วไม่เริ่มคน 1% ใช้ชีวิตอีกแบบหนึ่ง เขารับรู้อารมณ์แต่ไม่ตัดสินใจด้วยอารมณ์ เขาไม่ถามว่าฉันรู้สึกยังไงแต่ถามว่าถึง จะรู้สึกแบบนี้สิ่งที่ควรทำคืออะไร เครื่องมือชิ้นที่ 3 คือการรับรู้ชีวิต

8:38 เราไม่ได้พังเพราะความจริงแต่พังเพราะ วิธีที่เรามองความจริงเหตุการณ์เดียวกัน บางคนมองว่าเป็นปัญหาบางคนมองว่าเป็นบท เรียนบางคนมองว่าเป็นโอกาสความต่างไม่ได้ อยู่ที่เหตุการณ์แต่อยู่ที่เลนส์ที่ใช้ มองคน 1% ฝึกเปลี่ยนมุมมองก่อนจะเปลี่ยน การกระทำเขาถามตัวเองว่าฉันกำลังตีความ เรื่องนี้แบบไหนมุมมองนี้ช่วยฉันหรือทำ ร้ายฉันถ้ามองอีกแบบชีวิตจะต่างยังไง เครื่องมือชิ้นที่ 4 คือความเชื่อความ เชื่อคือโปรแกรมเบื้องหลังชีวิตถ้าคุณ เชื่อว่าเงินหายากความสำเร็จเป็นเรื่อง ของคนพิเศษฉันไม่เหมาะกับสิ่งนี้ชีวิตคุณ

9:26 จะพยายามพิสูจน์ว่าความเชื่อเหล่านั้นถูก ต้องอันตรายของความเชื่อคือมันมักไม่ได้ มาจากประสบการณ์ตรงแต่มาจากคำพูดคนอื่น สังคมครอบครัวและความล้มเหลวในอดีตและเรา ไม่เคยตรวจสอบมันเลยคน 1% ไม่ถามว่าฉัน เชื่ออะไรแต่ถามว่าความเชื่อนี้พาฉันไป ทางไหนถ้ามันพาไปสู่ชีวิตที่ดีขึ้นเขา เก็บไว้ถ้ามันฉุดชีวิตลงเขากล้าทิ้งมัน เครื่องมือชิ้นที่ 5 คือการตัดสินใจชีวิต ไม่ได้เปลี่ยนจากการคิดแต่เปลี่ยนจากการ ตัดสินใจและคนส่วนใหญ่ตัดสินใจตอนที่ เหนื่อยเครียดกลัวหรืออยากหนีปัญหานี่คือ

10:16 สูตรสำเร็จของชีวิตพังคน 1% สร้างระยะ ห่างระหว่างอารมณ์กับการตัดสินใจเขาไม่ รีบไม่ตัดสินใจตอนอารมณ์แรงและไม่ตัดสิน ใจเพื่อเอาความสบายระยะสั้นเหตุผลที่ True Box นี้สำคัญมากเพราะไม่ว่าคุณจะฉลาดแค่ ไหนถ้าคุณใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่เป็น ชีวิตคุณจะถูกควบคุมโดยความคิดอารมณ์และ ความกลัวแต่ถ้าคุณใช้มันเป็นคุณไม่จำเป็น ต้องเก่งกว่าใครคุณแค่พังยากกว่าจุด เปลี่ยนของคนที่เริ่มมี intelligence ไม่ ใช่แรงบันดาลใจแต่คือการตระหนักรู้ว่าฉัน ไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกความคิดฉันไม่ จำเป็นต้องทำตามทุกอารมณ์และฉันเลือกได้

11:03 ว่าจะใช้เครื่องมือชิ้นไหนทูบอกของจิตใจ มนุษย์ไม่ได้ทำให้คุณเหนือกว่าคนอื่นแต่ มันทำให้คุณไม่ตกเป็นเหยื่อของตัวเองและ นี่คือข้อได้เปรียบที่แท้จริงของคน 1% วิธีคิดแบบคน 1% สิ่งที่ทำให้ชีวิตพุ่ง โดยไม่ต้องเหนื่อยเพิ่ม ความแตกต่างที่แท้จริงระหว่างคนทั่วไปกับ คน 1% ไม่ใช่ความขยันไม่ใช่ชั่วโมงทำงาน และไม่ใช่ความเก่งแต่มันคือวิธีคิดก่อนลง มือทำคนทั่วไปทำก่อนแล้วค่อยคิดคน 1% คิด ให้ชัดก่อนแล้วค่อยทำและแค่นี้ผลลัพธ์ของ ชีวิตก็เริ่มห่างกันแบบคนละโลกคนทั่วไป

11:51 ถามคำถามแบบนี้ฉันควรทำอะไรดีฉันควรเริ่ม จากตรงไหนฉันควรพยายามมากกว่านี้มยคน 1% ถามคำถามอีกแบบอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริง อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรทำและอะไรคือสิ่งที่ ถ้าทำถูกชีวิตจะเปลี่ยนทั้งระบบคนส่วน ใหญ่ติดกับดักทำให้ยุ่งคน 1% โฟกัสที่ทำ ให้ถูกนี่คือเหตุผลที่บางคนทำงานทั้งวัน แต่ชีวิตไม่ไปไหนในขณะที่บางคนทำไม่กี่ อย่างแต่ผลลัพธ์ทบต้นขึ้นเรื่อยๆ หลักคิดข้อแรกของคน 1% คิดระยะยาวก่อนคิด ระยะสั้นคนทั่วไปตัดสินใจจากวันนี้ เหนื่อยมอยากมยวันนี้สบายหรือเปล่าคน 1%

12:40 ตัดสินใจจากอีก 3 ปีชีวิตจะเป็นแบบไหนอีก 5 ปีฉันจะขอบคุณตัวเองมยการตัดสินใจนี้ จะสร้างหรือทำลายอนาคตฉันเขาไม่เก่งกว่า แต่เขาไม่แลกอนาคตกับความสบายระยะสั้น หลักคิดข้อที่ 2 ไม่แก้ปัญหาแต่แก้ระบบคน ทั่วไปใช้ชีวิตแบบดับไฟมีปัญหาก็แก้มี เรื่องเร่งก็จัดการมีเรื่องด่วนก็วิ่งตาม ชีวิตจึงวนอยู่กับปัญหาเดิมเดิม คน 1% ถามว่าทำไมปัญหานี้ถึงเกิดซ้ำระบบ ไหนในชีวิตฉันที่พังและฉันจะออกแบบใหม่ ยังไงเพื่อไม่ต้องมาแก้เรื่องนี้อีกเขา ไม่เก่งในการแก้ปัญหาแต่เก่งในการทำให้

13:27 ปัญหาไม่เกิด หลักคิดข้อที่ 3 เลือกน้อยแต่เลือกถูกคน ทั่วไปกลัวพลาดจึงเลือกทุกอย่างรับทุก โอกาสทำทุกอย่างที่เข้ามาสุดท้ายพลังแตก โฟกัสพังและชีวิตไม่ไปไหนจริงสักทางคน 1% แก้พูดคำว่าไม่กับสิ่งที่ดูดีแต่ไม่สำคัญ กับโอกาสที่ไม่พาชีวิตไปข้างหน้ากับสิ่ง ที่กินพลังแต่ไม่สร้างผลลัพธ์เขาเลือก น้อยแต่สิ่งที่เลือกส่งผลกับชีวิตอย่าง แท้จริงหลักคิดข้อที่ 4 ไม่ตัดสินใจจาก อารมณ์ชั่วคราวคนทั่วไปตัดสินใจตอน เหนื่อยเครียดท้อหรืออยากหนีปัญหาแล้ว

14:15 ค่อยมาแก้ผลลัพธ์ทีหลังคน 1% รู้ว่า อารมณ์คือสภาพอากาศไม่ใช่ทิศทางชีวิตเขา จึงไม่ให้วันที่แย่มาทำลายอนาคตทั้งชีวิต ถ้ายังอารมณ์แรงเขาจะไม่ตัดสินใจถ้ายัง สับสนเขาจะไม่รีบเลือกความช้าในวันนี้ ช่วยลดความพังในวันหน้าหลักคิดข้อที่ 5 วัดชีวิตจากผลลัพธ์ไม่ใช่ความรู้สึกคน ทั่วไปปลอบตัวเองว่าวันนี้ก็พยายามแล้ว วันนี้ก็เหนื่อยแล้ววันนี้ก็ทำดีที่สุด แล้วแต่คน 1% ถามตัวเองว่าผลลัพธ์คืออะไร สิ่งที่ทำอยู่พาชีวิตไปทางไหนถ้ายังทำแบบ นี้ต่อไปชีวิตจะดีขึ้นจริงไหมเขาไม่หลอก

15:02 ตัวเองด้วยความรู้สึกแต่ใช้ผลลัพธ์เป็น กระจกสะท้อนชีวิตนี่ไม่ใช่ความโหดร้าย แต่มันคือความซื่อสัตย์กับตัวเองวิธีคิด แบบคน 1% ไม่ได้ทำให้ชีวิตง่ายแต่มันทำ ให้ชีวิตไม่หลงทางเขาอาจเหนื่อยเหมือนคน อื่นล้มเหมือนคนอื่นผิดพลาดเหมือนคนอื่น แต่เขาไม่เสียพลังไปกับทางตันและไม่ใช้ ชีวิตแบบสุ่มสุดท้ายแล้วคน 1% ไม่ได้ชนะ เพราะเร็วกว่าแต่เพราะเขาไปถูกทางตั้งแต่ แรกและนี่คือเหตุผลที่ยิ่งเวลาผ่านไปช่อง วากระหว่างคนทั่วไปกับคน 1% ถึงยิ่งกว้าง ขึ้นเรื่อยๆ การจัดการพลังชีวิตทำไมบางคนทำงานน้อย

15:49 กว่าแต่ไปได้ไกลกว่าปัญหาที่คนส่วนใหญ่ เจอไม่ใช่ไม่มีเวลาแต่คือไม่มีพลัง หลายคนมีเวลาเท่ากันทำงานเท่ากันฉันขยัน กว่าคน 1% แต่กลับรู้สึกหมดแรงหมดใฝ่ และไม่อยากเริ่มอะไรใหม่เพราะพวกเขาใช้ ชีวิตแบบบริหารเวลาแทนที่จะบริหารพลัง ชีวิต คน 1% รู้ความจริงข้อหนึ่งว่าเวลามีเท่า กันทุกคนแต่พลังชีวิตไม่เท่ากันและพลัง นี่แหละคือสิ่งที่ตัดสินว่าคุณจะไปได้ไกล แค่ไหนพลังชีวิตสำคัญกว่าเวลาคุณอาจมี

16:34 เวลา 10 ชั่วโมงแต่ถ้าคุณไม่มีสมาธิไม่มี แรงและไม่มีพลังใจเวลานั้นแทบไม่มีค่าใน ทางกลับกันคน 1% อาจทำลานแค่ไม่กี่ ชั่วโมงแต่เป็นชั่วโมงที่สมองชัดโฟกัสสูง และตัดสินใจได้ดีผลลัพธ์ที่ได้จึงต่างกัน แบบเทียบไม่ติดพลังชีวิตประกอบด้วยอะไร บ้างคนส่วนใหญ่คิดถึงแค่พลังร่างกายนอนพอ มกินพอไหม แต่จริงๆแล้วพลังชีวิตมีอย่างน้อย 4 ด้าน พลังสมองพลังอารมณ์พลังโฟกัสและพลังใจถ้า ด้านใดด้านหนึ่งพังชีวิตจะเริ่มรวนทันที

17:20 พลังสมองคิดเยอะแต่ไม่ชัดคือสัญญาณพลัง สมองต่ำพลังสมองไม่ได้หมดเพราะทำงานหนัก แต่มักหมดเพราะตัดสินใจทั้งวันคิดเรื่อง เล็กๆน้อยๆทั้งวันและต้องสลับโหมดสมอง ตลอดเวลาคนทั่วไปตื่นมาก็ต้องตัดสินใจจะ ใส่อะไรจะกินอะไรจะตอบใครก่อนจะทำอะไรดี สมองถูกใช้ไปกับเรื่องไร้สาระตั้งแต่ยัง ไม่เริ่มงานสำคัญคน 1% ลบการตัดสินใจที่ ไม่จำเป็นเขาไม่ใช้พลังสมองกับเรื่องที่ ไม่สร้างผลลัพธ์เขาเก็บพลังสมองไว้กับ เรื่องที่สำคัญจริงพลังอารมณ์พลังที่ถูก ดูดไปแบบไม่รู้ตัวอารมณ์คือแหล่งดูดพลัง

18:09 อันดับต้นๆความกังวลความกลัวความไม่มั่น ใจการเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นสิ่ง เหล่านี้ไม่ได้ทำให้คุณแย่ทันทีแต่มัน ค่อยๆดูดพลังชีวิตออกไปแบบเงียบๆ คนทั่วไปปล่อยให้อารมณ์เกิดแล้วเกิดเลยวน แล้ววนอีกคน 1% สังเกตอารมณ์โดยไม่จมไป กับมันเขารู้ว่าอารมณ์คือสภาพชั่วคราวไม่ ใช่ข้อเท็จจริงของชีวิตพลังโฟกัสทรัพยากร ที่หายากที่สุดในยุคนี้คุณไม่ได้ขาดวินัย คุณขาดโฟกัส การแจ้งเตือนโซเชียลข่าวข้อความทำให้สมอง

18:57 แตกเป็นสิ่งๆคนทั่วไปโฟกัสได้ไม่กี่นาที ก็ถูกดึงออกไปอีกแล้วแต่คน 1% ปกป้อง โฟกัสของตัวเองเหมือนทรัพย์สินล้ำค่าเขา จัดสภาพแวดล้อมตัดสิ่งรบกวนและไม่เปิดรับ ทุกอย่างพร้อมกันเขาไม่ทำหลายอย่างพร้อม กันเพราะรู้ว่า multitask คือฆาตกรของ พลังโฟกัส พลังใจแรงผลักที่ทำให้ไม่ล้มเลิกกลางทาง พลังใจไม่ใช่ความฮึกเหิมแต่คือความสามารถ ในการไปต่อแม้วันที่ไม่รู้สึกอยากคนทั่ว ไปพึ่งแรงบันดาลใจพอแรงบันดาลใจหายก็หยุด คน 1% สร้างระบบที่พาเขาไปต่อได้แม้ไม่มี

19:46 อารมณ์อยากเขาไม่ถามว่าวันนี้รู้สึกยังไง แต่ถามว่าวันนี้ควรทำอะไรเพื่อไม่ให้ ชีวิตถอยหลังศัตรูของพลังชีวิตที่คนส่วน ใหญ่ไม่เคยระวัง งานที่ไม่สำคัญอันแต่เร่งด่วนความคาดหวัง จากคนอื่นการอยากทำให้ทุกคนพอใจและการไม่ กล้าพักอย่างมีคุณภาพ คน 1% กล้าพักเพราะเขารู้ว่าการพักไม่ใช่ ความขี้เกียจแต่คือการชาร์จพลังเพื่อกลับ มาทำสิ่งสำคัญให้ดีขึ้น สรุปพาร์ทนี้ถ้าคุณรู้สึกว่าทำงานหนักแต่ ไม่ก้าวหน้าเหนื่อยง่ายหมดไฟบ่อยปัญหาอาจ

20:31 ไม่ใช่ความสัสามารถแต่คือคุณกำลังใช้พลัง ชีวิตไปกับเรื่องที่ไม่คุ้มค่าคน 1% ไม่ ได้มีพลังมากกว่าแต่เขาใช้พลังฉลาดกว่า และเมื่อพลังถูกใช้ถูกที่ชีวิตก็เริ่ม ขยับไปข้างหน้าโดยไม่ต้องฝืน การตัดสินใจแบบไม่พังชีวิตสิ่งเล็กๆที่ เปลี่ยนอนาคตทั้งเส้นทาง ชีวิตของคนเราไม่ได้เปลี่ยนจากวันที่ พยายามที่สุดแต่เปลี่ยนจากการตัดสินใจไม่ กี่ครั้งเลือกงานผิดเลือกหุ้นส่วนผิด เลือกใช้เงินผิดเลือกคนผิดหรือเลือกเพราะ อารมณ์ผิดเวลาการตัดสินใจครั้งเดียวอาจ

21:16 ไม่เห็นผลทันทีแต่จะค่อยๆลากชีวิตไปในทิศ ทางใหม่โดยที่เรารู้ตัวอีกทีก็ย้อนกลับ ได้ยากแล้วคนทั่วไปมองการตัดสินใจเป็น เรื่องเล็กๆรายวันแต่คน 1% มองมันเป็นการ วางหมากระยะยาวทำไมคนฉลาดถึงตัดสินใจพลาด บ่อยเพราะความฉลาดไม่ได้ป้องกันอารมณ์ ยิ่งฉลาดยิ่งหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองเก่ง ยิ่งคิดเร็วยิ่งตัดสินใจเร็วโดยไม่รู้ตัว ว่าอารมณ์กำลังเป็นคนเลือกแทนอารมณ์ที่ อันตรายที่สุดไม่ใช่ความโกรธแต่คือความ กลัวความอยากและความรีบกลัวพลาดโอกาสอยาก สบายเร็ว รีบหนีความไม่แน่นอนนี่คือสูตรลับของการ

22:05 เลือกผิดจุดอ่อนของการตัดสินใจมนุษย์ มนุษย์มักตัดสินใจตอนที่เหนื่อยเครียด สับสนหรือสึกว่าถูกบีบในสภาวะนั้นสมอง ส่วนคิดระยะยาวจะทำงานแย่ลงและเปิดทางให้ อารมณ์เข้าควบคุมคนทั่วไปไม่รู้จุดนี้จึง ตัดสินใจตอนที่ไม่ควรตัดสินใจแต่คน 1% รู้ดีว่าการตัดสินใจในเวลาผิดอาจแพงกว่า การตัดสินใจช้ากฎเหล็กข้อแรกของคน 1% ไม่ ตัดสินใจตอนอารมณ์แรงถ้ายังโกรธยังกลัว ยังอยากพิสูจน์อะไรยังอยากเอาชนะใครเขาจะ ไม่เลือกเขารอให้อารมณ์นิ่งก่อนจะเปิด

22:52 ระบบคิดความนิ่งไม่ใช่ความลังเลแต่คือการ เคารพอนาคตของตัวเองกฎเหล็กข้อที่ 2 ไม่ ตัดสินใจเพื่อความสบายระยะสั้นคนทั่วไป ถามว่าทางไหนง่ายกว่าทางไหนสบายกว่าทาง ไหนเจ็บน้อยกว่า คน 1% ถามว่าทางไหนคุ้มกว่าในระยะยาวทาง ไหนทำให้ชีวิตแข็งแรงขึ้นและทางไหนลดความ เสี่ยงในอนาคตเขายอมเหนื่อยวันนี้เพื่อ ไม่ต้องพังวันหน้ากฎเหล็กข้อที่ 3 แยก ปัญหาออกจากตัวตนหลายคนตัดสินใจพลาดเพราะ เอาอีโก้เข้าไปเกี่ยวกลัวเสียหน้ากลัวดู

23:38 โง่กลัวคนอื่นมองไม่ดีเลยเลือกในสิ่งที่ ปกป้องอัตตาแต่ทำร้ายชีวิตคน 1% ไม่เอา ศักดิ์ศรีไปแลกกับอนาคตเขายอมถอยยอม เปลี่ยนยอมยอมรับว่าผิดถ้ามันทำให้ชีวิต ไปต่อได้ดีขึ้นกฎเหล็กข้อที่ 4 มองผล ลัพธ์ไม่มองคำอธิบายคนทั่วไปชอบอธิบายว่า ทำไมการเลือกของตัวเองถูกแม้ผลลัพธ์จะ เริ่มแย่คน 1% ดูแค่ผลลัพธ์ถ้ามันไม่พาไป ทางที่ตั้งใจเขาพร้อมปรับโดยไม่ต้องหาแพะ การยอมรับว่าเลือกผิดเร็วกว่าคือการ ประหยัดเวลาชีวิตการตัดสินใจที่พังชีวิต บ่อยที่สุดเลือกเพราะกลัวตกขบวนเลือก

24:25 เพราะเห็นคนอื่นทำเลือกเพราะอยากรวยเร็ว เลือกเพราะไม่อยากโดดเดี่ยวเลือกเพราะไม่ กล้าปฏิเสธทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดจากเหตุผล แต่เกิดจากอารมณ์คน 1% ไม่กันตัวเองจาก ความผิดพลาดแต่เขากันตัวเองจากการผิดซ้ำ แบบเดิมสูตรคิดง่ายๆก่อนตัดสินใจถ้าฉัน เลือกแบบนี้อีก 3 ปีฉันจะขอบคุณตัวเอง มั้ยถ้ายังไม่แน่ใจเขาจะยังไม่เลือกเพราะ การไม่เลือกบางครั้งปลอดปลอดภัยกว่าการ เลือกผิดสรุปพาร์ทนี้ชีวิตที่มั่นคงไม่ ได้มาจากการเลือกถูกทุกครั้งแต่มาจากการ ไม่เลือกผิดในเรื่องสำคัญคน 1% ไม่ได้

25:11 เก่งกว่าแต่เขาให้ความสำคัญกับการตัดสิน ใจมากกว่าคนทั่วไปและเมื่อการเลือกดีขึ้น ชีวิตทั้งระบบก็เริ่มดีขึ้นตาม ออกแบบชีวิตแบบคน 1% เปลี่ยนจากการพยายาม เป็นการใช้ระบบ ความจริงข้อหนึ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่อยากยอม รับคือชีวิตที่ดีไม่ได้เกิดจากการมีวินัย สูงตลอดเวลาและไม่ได้เกิดจากแรงบันดาลใจ ที่ไม่เคยหมดแต่มันเกิดจากระบบที่พาเราไป ในทิศทางที่ถูกแม้ในวันที่เราเหนื่อยไม่ อยากหรือหลุดโฟกัส คนทั่วไปใช้ชีวิตแบบอาศัยอารมณ์อารมณ์ดี ก็ทำอารมณ์ไม่ดีก็พัก

25:57 พอพักนานก็รู้สึกผิดแล้วกลับมาฝืนตัวเอง ใหม่ชีวิตจึงแกว่งขึ้นๆลงๆและไม่เคยนิ่ง พอจะเติบโตจริงคน 1% ไม่รออารมณ์เขาออก แบบชีวิตให้ทำในสิ่งที่ควรทำได้แม้ไม่มี อารมณ์อยากนี่คือความหมายของการออกแบบ ชีวิต ออกแบบชีวิตไม่ใช่คุมตัวเองหลายคนเข้าใจ ผิดว่าการมีระบบคือการบังคับตัวเองคือการ เข้มงวดคือการไม่มีอิสระแต่ความจริงคือ ระบบที่ดีคือสิ่งที่ช่วยลดแรงต้านไม่ใช่ เพิ่มแรงกดดันระบบที่ดีทำให้สิ่งที่ถูกทำ ได้ง่ายและสิ่งที่ผิดทำได้ยากคน 1% ไม่

26:46 เก่งกว่าแต่เขาอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ ค่อยพาตัวเองพัง ระบบชีวิตข้อที่ 1 ระบบเวลาคนทั่วไปใช้ เวลาแบบตอบสนองใครเรียกก็ไปอะไรด่วนก็ทำ อะไรดังที่สุดก็สนใจคน 1% ใช้เวลาแบบตั้ง ใจเขารู้ว่าช่วงไหนควรคิดช่วงไหนควรทำ ช่วงไหนควรพักเขาไม่ยัดทุกอย่างใส่วัน เดียวและไม่คาดหวังให้ตัวเองเก่งตลอดเวลา เขาออกแบบวันให้สอดคล้องกับพลังชีวิต ระบบชีวิตข้อที่ 2 ระบบงานคนทั่วไปทำงาน ตามงานที่เข้ามาคน 1% ทำงานตามผลลัพธ์ที่ ต้องการเขาไม่ถามว่าวันนี้ฉันยุ่งแค่ไหน

27:35 แต่ถามว่าวันนี้ฉันขยับชีวิตไปข้างหน้า ไหมงานที่ไม่สร้างผลลัพธ์ต่อให้ยุ่งแค่ ไหนเขาก็ไม่เรียกว่างานสำคัญเขาออกแบบงาน ให้โฟกัสกับไม่กี่เรื่องแต่เป็นเรื่องที่ คุ้มค่า ระบบชีวิตข้อที่ 3 ระบบเงินคนทั่วทั่วไป จัดการเงินด้วยอารมณ์อยากก็ใช้กลัวก็เก็บ เครียดก็หนีคน 1% ใช้เงินตามระบบเขารู้ ว่าเงินก้อนนี้มีหน้าที่อะไรเงินส่วนไหน ต้องปกป้องเงินส่วนไหนใช้เพื่อเติบโตเขา ไม่ใช้เงินเพื่อพิสูจน์ตัวเองและไม่ใช้ เงินเพื่อกลบความรู้สึกระบบเงินที่ดีไม่ ได้ทำให้รวยเร็วแต่ทำให้ไม่พังง่าย

28:21 ระบบชีวิตข้อที่ 4 ระบบการเรียนรู้คนทั่ว ไปเรียนรู้แบบสะสมอ่านเยอะฟังเยอะแต่ไม่ ค่อยเปลี่ยนอะไรคน 1% เรียนรู้แบบนำไปใช้ เขาไม่ถามว่าฉันรู้มากแค่ไหนแต่ถามว่า สิ่งที่รู้เปลี่ยนพฤติกรรมฉันมยเขาเลือก เรียนรู้เฉพาะสิ่งที่ส่งผลกับการตัดสินใจ และการใช้ชีวิตจริง ระบบชีวิตข้อที่ 5 ระบบฟื้นฟูตัวเองคน ทั่วไปพักเมื่อพังแล้วคน 1% พักเพื่อไม่ ให้พังเขาไม่รู้สึกผิดกับการพักเพราะเขา รู้ว่าพลังชีวิตคือทรัพยากรหลัดการพักที่ ดีไม่ใช่การหนีชีวิตแต่คือการเตรียมตัว กลับมาใช้ชีวิตให้ดีขึ้น

29:10 ภาพรวมของชีวิตแบบคน 1% ชีวิตไม่ได้เพเฟค แต่มีทิศทางไม่ได้เก่งทุกวันแต่ไม่หลงทาง ไม่ได้เร็วที่สุดแต่ไปได้ไกลที่สุดทั้ง หมดนี้ไม่ได้มาจากความพิเศษแต่มาจากการ ออกแบบชีวิตอย่างมีสติสรุปพาร์ทนี้ถ้าคุณ ยังใช้ชีวิตแบบเดิมผลลัพธ์จะไม่ต่างแต่ ถ้าคุณเปลี่ยนระบบแม้ตัวคุณจะยังเป็นคน เดิมชีวิตจะเริ่มเปลี่ยนเองคน 1% ไม่ได้ ชนะคนอื่นแต่เขาชนะความสุ่มในชีวิตตัวเอง บทสรุปคุณไม่ต้องเป็นคุณพิเศษแค่ใช้ชีวิต ให้ฉลาดขึ้น ถ้ามองย้อนกลับไปทั้งหมดสิ่งที่นึหนังสือ เล่มนี้พยายามบอกไม่ใช่วิธีรวยเร็วไม่ใช่

29:56 สูตรลัดความสำเร็จและไม่ใช่การเปลี่ยนตัว เองให้กลายเป็นคนใหม่แต่มันคือการเปลี่ยน วิธีใช้ชีวิตคนส่วนใหญ่ไม่ได้ล้มเหลว เพราะโง่หรือขี้เกียจหรือไม่พยายามแต่ล้ม เหลวเพราะใช้ชีวิตแบบไม่มีระบบใช้พลังผิด ที่คิดตอนที่ไม่ควรคิดและตัดสินใจตอนที่ อารมณ์นำ life intelligence ไม่ใช่ เรื่องของการคิดเก่ง แต่คือการรู้ว่าควรคิดตอนไหนควรหยุดคิด ตอนไหนควรเชื่ออะไรและควรปล่อยอะไรไป คน 1% ไม่ได้ฉลาดกว่าคุณแต่เขาไม่ปล่อย ให้ชีวิตไหลไปตามแรงอารมณ์เขาไม่ใช้ชีวิต แบบเดาสุ่มและเขาไม่หวังว่าเดี๋ยวมันจะดี

30:41 เองเขาออกแบบชีวิตตั้งแต่ความคิดอารมณ์ การตัดสินใจพลังชีวิตไปจนถึงระบบในแต่ละ วันสิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องจำไว้คือคุณไม่ จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตการ เปลี่ยนเพียงวิธีคิดบางเรื่องการตัดสินใจ บางครั้งและระบบเล็กๆบางอย่างก็สามารถ เปลี่ยนทิศทางชีวิตได้ทั้งเส้นชีวิตไม่ พังเพราะวันแย่วันเดียวแต่มักพังเพราะการ เลือกเล็กๆที่ผิดซ้ำๆกันทุกวันและชีวิต ที่ดีก็ไม่ได้เกิดจากวันพิเศษแต่มาจากการ เลือกเล็กๆที่ถูกซ้ำๆเช่นกันถ้าคุณจำอะไร จากคลิปนี้ได้แค่ข้อเดียวขอให้จำข้อนี้ คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกความคิดคุณไม่ จำเป็นต้องทำตามทุกอารมณ์และคุณไม่จำเป็น ต้องใช้ชีวิตแบบที่สังคมคาดหวังคุณเลือก

31:29 ได้ว่าจะใช้เครื่องมือในหัวอย่างมีสติ หรือปล่อยให้มันใช้คุณ intelligence ไม่ ทำให้ชีวิตง่ายแต่มันทำให้ชีวิตไม่หลงทาง และถ้าคุณเริ่มวันนี้ไม่ต้องเก่งขึ้นทัน ทีไม่ต้องเปลี่ยนทันทีไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่เริ่มใช้ชีวิตแบบคิดเป็นระบบมากขึ้น วันนึงคุณจะหันกลับมามองแล้วขอบคุณคุณตัว เองที่ตัดสินใจดูแลชีวิตตัวเองจริงๆเพราะ สุดท้ายแล้วความสำเร็จไม่ใช่การชนะใครแต่ คือการไม่แพ้ชีวิตของตัวเอง

Share

YouTube Video Summaries