0:00 พ.ย [เพลง] พ.ย [เพลง] ก็ สวัสดีค่ะขอต้อนรับเข้าสู่รายการสอนเสริม เพื่อการศึกษาชุดวิชา 3345 3 การจัดการ องค์การและทรัพยากรมนุษย์สำหรับนักปกครอง ท้องที่นะคะชุดวิชานี้นะคะเป็นชุดวิชา สำหรับนักศึกษานักปกครองท้องที่ที่เข้า
0:46 ร่วมในโครงการความร่วมมือของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยและมหาวิทยาลัยสุโขทัย ธรรมาธิราชนะคะการเรียนการสอนนะคะในการ สอนเสริมครั้งนี้นะคะก็จะเป็นการช่วยให้ นักศึกษาเนี่ยได้มีความเข้าใจเนื้อหานะคะ ที่ตรงประเด็นนะคะแล้วก็จะทำให้เราสามารถ จะทำข้อสอบนะคะแล้วก็ตอบคำตอบได้ตรงตาม วัตถุประสงค์ด้วยนะคะแล้วก็เราจะได้มีแนว ทางแล้วก็ง่ายต่อการจดจำด้วยนะคะในการสอน เสริมนี้นะคะก็จะประกอบไปด้วย 5 ครั้งนะ คะครั้งละ 2 ชั่วโมงนะคะครั้งแรกเนี่ยนะ คะก็ก็เป็นครั้งละ 3 หน่วยการเรียนนะคะ ดังนั้นเนี่ยก็จะมีการอ่านถ่ายทอดในออก พี่ตาลนะคะหลังจากที่ได้มีการกำหนดไว้นะ
1:32 คะตามตารางนะคะนักศึกษาก็สามารถจะรับชม ย้อนหลังได้นะคะหลังจากที่ศาล E ของ seo yoo ชะโนดนะคะผ่านทาง YouTube Channel ได้ด้วยนะคะรูปแบบของการสอนเสริมนะคะก็จะ ประกอบด้วย 2 รูปแบบหลักๆนะคะก็ได้แก่การ รายงานเป็นรายหน่วยนะคะแล้วก็มีการสนทนา แลกเปลี่ยนความรู้กันนะคะก็จะมีวิทยากร ผู้เ****วชาญนะคะหลายท่านก็จะเป็นผู้ที่ เขียนหน่วยในหนังสือตำราเล่มนี้ด้วยนะคะ ก็จะเป็นคนมาพูดจานะคะพบปะกับนักศึกษา แล้วก็ได้มีการอธิบายในรายละเอียดนะคะ ซึ่งนักศึกษาเนี่ยจะเป็นประโยชน์มากเลยนะ คะที่จะทำให้เข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้นนะคะ แล้วก็ได้เรารับความรู้นะคะจากผู้ที่เป็น คนถ่ายทอดชุดวิชานี้โดยตรงนะคะ
2:19 สำหรับในการสอนเสริมนี้นะคะเราก็ ขออนุญาตจากการที่เราจะมีการแนะนำชุดวิชา ก่อนนะคะในฐานะที่จะนี้นะคะเออเป็นประธาน ชุดวิชานี้นะคะอาจารย์ก็อยากจะพูดคุยให้ ให้นักศึกษาได้ฟังนะคะเกี่ยวกับรูปแบบการ เรียนการสอนนะคะรวมทั้งสาระนะคะที่จะอยู่ ในชีวิชานี้นะคะเข้ามาอธิบายชุดวิชานี้นะ คะก็เนื่องจากอย่างที่บอกแล้วนะคะเป็น หนึ่งในแกนของ รัฐประศาสนศาสตรบัณฑิตอยู่แล้วนะคะก็เป็น เรื่องเกี่ยวกับเรื่องการจัดการองค์การนะ คะแล้วก็ก็เรื่องของทรัพยากรมนุษย์นะคะ ซึ่งนักศึกษานักปกครองท้องที่เนี่ยก็จะ ได้นำเอาความรู้นี้นะคะไปประยุกต์ใช้ใน
3:05 การปฏิบัติงานนะคะแล้วก็เกิดความเข้าใจ และเกิดประโยชน์กับชุมชนอย่างแท้จริงนะคะ ชุดวิชานี้นะคะเป็นชุดวิชาที่มีการปรับ ปรุงใหม่นะคะก็จะเปิดใช้ครั้งแรกในภาค เรียนที่ 1 นะคะพุทธศักราช 2560 3 เนี่ยนะคะในการเรียนนะคะในชีวิ ชานี้นะคะเนื้อหาก็จะประกอบด้วย 3 ส่วน หลักๆนะคะก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับองค์ การนะคะการจัดการองค์การนะคะแล้วก็เรื่อง ของการจัดการการบริหารทรัพยากรมนุษย์นะคะ ซึ่งจะเป็นองค์ความรู้ซึ่งนักศึกษาใน สามารถจะทำความเข้าใจนำไปวิเคราะห์นะคะ แล้วก็สามารถจะนำไปประยุกต์ใช้อะนาทั้ง เรื่องของการจัดการองค์การและก็ทรัพยากร มนุษย์ได้ในชีวิตจริงนะคะในการสอนเสริมใน
3:51 นะคะก็นอกจากจะเป็นสิ่งที่คือนอกจากตำรา ที่เราได้เรียนแล้วนะคะซึ่งนักศึกษาจะได้ รับเป็นจำนวน 3 เล่มนะคะเป็นเล่มละ 5 หน่วย 5 หน่วย5หน่วยนะคะก็จะแบ่งเป็น 3 เล่มเล็กๆนะคะนักศึกษาก็ได้รับรับฟังรับ ชมจากการสอนเสริมในครั้งนี้นะคะก็จะช่วย ให้นักศึกษาเนี่ยทำความเข้าใจนะคะมีการทบ ทวนหลังจากที่เราได้อ่านเนื้อหาไปเรียบ ร้อยแล้วอ่ะนะคะส่วนการประเมินผลนะคะ จันทร์ก็จะมีการแบ่งออกเป็น 2 สองช่วงนะ คะเหมือนกับทุกชุดวิชาที่เราเคยได้เรียน กันมานั้นก็คืออยู่ในการเรียนการสอนใน ชั้นเรียนนะคะเรียกว่าเป็นการสอนเสริมแบบ เข้มพิเศษเนี่ยนะคะก็จะมีการเรียนทั้งหมด 3 ครั้งนะคะก็ 3 ครั้งก็คือ 1 ครั้งก็
4:39 คือสองวันคือวันเสาร์และวันอาทิตย์นะคะก็ จะแบ่งเป็นคะแนนเก็บนะคะทั้งสิ้นรวม 60 คะแนนเดี๋ยวจันทร์จะมาเล่าให้ฟังนะคะว่า 60 คะแนนนี้เราจะมีการแบ่งเป็นคะแนน อย่างไรบ้างนะคะแล้วก็นอกจากนั้นก็จะมี การสอบปลายภาคนะคะ 40 คะแนนนะคะสื่อการ สอนนะคะนอกจากจะมีเอกสารประกอบการสอนนะคะ ซึ่งได้มีการผลิตใหม่นะคะก็จะมีแบบ ประเมินก่อนเรียนหลังเรียนนะคะให้นัก ศึกษาได้หัดทำแล้วก็ทำความเข้าใจกับเนื้อ หาด้วยนะคะนอกจากนั้นค่ะก็นักศึกษาก็ยัง สามารถรับชมนะคะจากสื่ออิเล็คทรอนิกส์นะ คะก็เป็นอีซิวทอเรียลนะคะในชุดวิชาสอน เสริมนี้นะคะนอกจากนั้นแล้วนะคะทางโครง การความร่วมมือนะคะก็มีนิโยบายที่จะจัดทำ
5:24 นะคะการสรุปเนื้อหาให้นักศึกษาได้รับชม ผ่านโดยทาง Facebook ละนี้นะคะและนอกจาก นั้นค่ะก็อาจจะมีสื่อการสอนซึ่งจะเป็น คลิปสั้นๆนะคะซึ่งจะส่งผ่านไปทาง แอปพลิเคชันทางมือถือให้นักศึกษาได้รับ รับชมด้วยนะคะฉันขออธิบายเกี่ยวกับเรื่อง การประเมินผลนะคะเนื่องจากเป็นสิ่งสำคัญ และก็ถ้านักศึกษาเตรียมตัวมาอย่างดีนัก ศึกษาก็จะทำคะแนนได้ดีด้วยนะคะก็มีโอกาส ที่เราจะได้รับคะแนนดีๆด้วยนะคะ ในการประเมินผลนะคะก็จะมีหลายหลายๆรูปแบบ นะคะรูปแบบแรกจะเป็นเรื่องของการรับฟังนะ คะรับชมการบรรยายสรุปนะคะเอ่อเป็นน่าจะ ประมาณสองครั้งนะคะผ่านระบบของ Facebook Lite ของโครงการความร่วมมือนะคะก็ 2
6:09 ครั้งนี้นะคะก็จะมีคะแนนเก็บเก็บนะคะ ครั้งละ 5 คะเเนนนะคะนักศึกษาเนี่ยก็ สามารถที่เพื่อยืนยันตัวตนนะคะว่าได้รับ ชมในภายในการ Facebook ไลฟ์ทุกครั้งที่ รับชม Facebook Lite นะคะก็อยากให้นัก ศึกษาเนี่ยไปลงชื่อไว้นะคะว่าชื่ออะไรเลข ทะเบียนเนื้อเพลงราคาเรียนอยู่จังหวัดไหน นะคะอย่างน้อยที่สุดอาจารย์ก็จะได้ทราบ ว่านะว่านักศึกษาเนี่ยได้มีการเข้าชมนะคะ หรือเข้าไปรับชมรับฟังในระบบของ Facebook Lite แล้วนะคะก็เราก็จะจัดประมาณสักสอง ครั้งนะคะครั้งละ 5 คะเเนนนะคะรวมเป็น 10 คะแนนนะคะนี่ก็เป็นคะแนนของส่วนแรกส่วน ที่สองนะคะก็จะเป็นการเทสย่อยค่ะก็จะเรา ตกลงกันนะคะว่าเราจะทำในครั้งที่ 2 และ
6:57 ครั้งที่ 3 นะคะซึ่งจะ มีการทดสอบเป็นคริสต์เทสเนี่ยนะคะอ่าใน วันอาทิตย์นะคะแล้วก็ก็จะมีทั้งหมด 2 ครั้งนะคะก็คือครั้งละประมาณ 30 ข้อนะ ครับ 30 ข้อก็ตกเฉลี่ยประมาณหน่วยละ 4 ข้อนะคะก็จะเป็นทั้งหมดเนี่ย 60 ข้อต่อ เนื่องจากเราแบ่งการสอบเป็นสองครั้งนะคะ ดังนั้นก็จะเท่ากับว่า 1 ครั้งก็คือ 30 ข้อนะคะรวมทั้งสิ้นเนี่ยครั้งละ 10 คะแนน 2 ครั้งก็คือเป็น 20 คะแนนนะคะนักศึกษา ติดตั้งฉะนั้นนะคะในกิจกรรมการเข้าเรียน นะคะก็เป็นเรื่องของจำนวนครั้งนะคะหรือ ว่าการมีปฏิสัมพันธ์ในชั้นเรียนในก็จะมี ส่วนสำคัญมากเลยนะคะอันนี้ก็จะมีการจัด
7:42 การเรียนการสอนทั้งหมด 3 ครั้งนะคะตามที่ อาจารย์ได้แจ้งไปนั่งสาวคงจะทราบแล้วจาก ตารางที่ทางโครงการได้ส่งให้นะคะก็ในการ เรียนการสอน 3 ครั้งนั้นนะคะก็จะรวมอยู่ ที่ประมาณ 10 คะแนนนะคะรวมทั้งสิ้น 3 ครั้งเป็น 30 คะแนนนะคะจากที่อาจารย์ได้ พูดมานะคะทั้งรูปของ Facebook Lite นะคะ เป็นเรื่องของคริสต์เทสนะคะแล้วก็เรื่อง ของกิจกรรมในชั้นเรียนแล้วก็ปฏิสัมพันธ์ ก็จะรวมทั้งหมดเป็น 60 คะแนนนะคะที่เหลือ อีก 40 คะแนนเป็นการสอบไล่นะคะนี้ก็ก็ให้ นักศึกษาเข้าใจตามนี้นะคะอันนี้ก็จะเป็น รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการจัดการเรียน การสอนนะคะในชุดวิชานี้ค่ะวัน [เพลง]
8:28 ว่านับแต่นี้นะคะก็จะเป็นการพูดถึงเนื้อ หาในหน่วยที่ 1 นะคะเนื้อหาที่สำคัญเนี่ย นะคะในหน่วยที่ 1 นี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับ แนวคิดเกี่ยวกับองค์การและการจัดการนะคะ แล้วก็เรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ นะสำหรับนักปกครองท้องที่นะคะเนื้อหาใน ส่วนนี้จะแบ่งออกเป็น 3 ตอนนะคะอย่างที่ ตามชื่อเรื่องเลยนะคะก็คือเนื่องจากรวย เอาตอนแรกนะคะจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับแนว คิดเกี่ยวกับองค์การตอนที่ 2 เป็นแนวคิด เกี่ยวกับการจัดการและตอนที่ 3 จะเป็นแนว คิดเกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรมนุษย์นะคะ อันนี้ก็เป็นสาระที่ครอบคลุมในชื่อชุด วิชานี้ด้วยนะคะแล้วก็เป็นสิ่งที่นัก ศึกษาจำเป็นต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจ นะคะในการก่อนที่จะได้เรียนเกี่ยวกับชุด ของหน่วยอื่นๆนะคะก็ควรจะมีความรู้ความ
9:15 เข้าใจเกี่ยวกับ 3 เรื่องนี้ก่อนนะคะไป เลยนะคะในตอนที่ 1.1 นะคะอาจารย์จะพูด เกี่ยวกับแนวคิดเกี่ยวกับองค์การนะคะก่อน อื่นเราควรจะเข้าใจความหมายขององค์การนะ คะว่าองค์การเนี่ยคืออะไรนะคะมีโครงการ เนี่ยนะคะก็จะเป็นการรวมตัวกันของบุคคล ตั้งแต่สองคนขึ้นไปนะคะวันนั้นค่ะหนึ่งคน ไม่ใช่นะคะ 2 คนขึ้นไปจนถึงหลายๆร้อยคนนะ คะหรือหลายพันคนด้วยซ้ำไปนะคะก็จะรวมกัน เป็นองค์การคนที่อยู่ในองค์การเนี่ยจะมี วัตถุประสงค์เดียวกันคืออยู่ร่วมกันเพื่อ ปฏิบัติกิจกรรมนะคะอย่างเป็นระบบด้วยนะคะ แล้วก็มีเป้าหมายที่ชัดเจนดังนั้นเนี่ย องค์การก็จะหมายถึงการรวมตัวของบุคคล 2 คนขึ้นไปนะคะทำกิจกรรมร่วมกันแล้วก็นำไป สู่การบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้มีการ
10:01 ตั้งไว้นะคะลักษณะสำคัญขององค์การนะคะนอก จาก 3 ประการที่อาจารย์พูดไปแล้วนะคะก็ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งนะคะนั้นก็คือจะต้องมี การแบ่งงานกันทำนะคะคนที่อยู่ในองค์การ เนี่ยนะคะก็จะต้องมีหน้าที่นะคะแล้วก็จะ มีบทบาทที่แตกต่างกันไปนะคะมีสายการ บังคับบัญชานะคะนี่ก็คือมีการสั่งการนะคะ มีการปฏิบัติภารกิจนะคะมีการมอบหมายงาน นั้นนั่นเองนะคะดังนั้นเนี่ยโดยสรุปมีแต่ ก็คือลักษณะสำคัญขององค์การนะคะก็คือจะ ประกอบด้วยบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปนะคะมี การรวมตัวกันมีปฏิสัมพันธ์ต่อกันนะคะมี การทำงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์เดียว กันนะคะแล้วก็นอกจากนั้นก็คือมีการแบ่ง งานกันทำนะคะองค์การเนี่ยนะคะเมื่อมีการ
10:47 จัดตั้งขึ้นนะคะองค์การเนี่ยมีความสำคัญ นะคะในการที่ทำให้คนที่มาอยู่ร่วมกันนะคะ สามารถจะสร้างสรรค์สินค้าหรือบริการเราใน ฐานะที่เราเป็นนักบริหารรัฐกิจนะคะสิ่ง ที่เราจะต้องคำนึงถึงก็คือการจัดบริการ สาธารณะให้กับประชาชนนะคะก็จะเป็นการ สร้างคุณค่านะคะให้กับงานแล้วก็กับองค์ การที่เราทำนะคะเพื่อตอบสนองต่อสิ่งที่ สังคมต้องการนะคะรวมทั้งเป็นการแก้ปัญหา ต่างๆด้วยนะคะนอกจากนั้นแล้วนะคะก็ยัง เป็นการธำรงรักษานะคะเมื่อองค์การได้ ปฏิบัติภารกิจต่างๆนะคะองค์การก็มีความ ก้าวหน้านะคะก็จะสามารถทำให้องค์การเนี่ย เพื่อความอยู่รอดได้นะคะแล้วนอกจากนั้นนะ คะองค์การนักอยู่ในสภาพที่อยู่ภายใต้
11:34 สภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆนะคะ ดังนั้นองค์การก็จะต้องมีการปรับตัวเพื่อ ให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมนะคะหรือ สถานการณ์ที่มันแปรเปลี่ยนไปนะคะองค์การ จึงจะอยู่รอดได้ดังนั้นองค์การก็ถือว่า เป็นสิ่งสำคัญทีเดียวนะคะที่จะทำให้สร้าง ผลงานสร้างผลผลิตนะคะหน้าที่ขององค์การนะ คะก็คงจะมีหลายประการเหมือนกันนะคะเนื่อง จากว่ามีการก่อตั้งขึ้นมานะคะก็มี วัตถุประสงค์ดังนั้นเนี่ยองค์การเนี่ยนะ คะก็จะเป็นเรื่องของการสร้างสรรค์คุณค่า นะคะก็คือการตอบสนองความต้องการนะคะการ สร้างความพึงพอใจให้กับผู้รับบริการนะคะ ในฐานะที่เราเป็นหน่วยงานภาครัฐนะคะสิ่ง ที่เราจะสร้างสรรค์คุณค่าให้กับประชาชน นั่นก็คือการจัดบริการสาธารณะที่ที่ดีนะ
12:21 คะที่มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลนั่น เองนะคะ ประการที่สองนะคะหน้าที่ขององค์การก็คือ การสร้างให้สำเร็จนะคะแกงานที่ซับซ้อน แสดงว่าในองค์การในจะต้องมีการมอบหมายงาน มีการจัดระบบนะคะมีการแบ่งงานกันทำงานที่ จะประสบความสำเร็จนะคะก็เกิดจากการร่วม มือร่วมใจและก็มีการทำงานนะคะหลากหลาย หน้าที่นะคะเพราะฉะนั้นเนี่ยเมื่อทุกฝ่าย ทุกหน้าที่นะคะมีการจัดงานอย่างเป็นระบบ งานก็จะประสบความสำเร็จนะคะแม้ว่าจะมีงาน ซับซ้อนก็ตามนะคะเพราะฉะนั้นแล้วค่ะองค์ การเนี่ยนะคะทุกวันที่มีการทำงานองค์การ ก็จะเป็นการผลิตนะคะผลิตผลงานนะคะหรือ ผลิตสิ่งที่เป็นผลิตภัณฑ์นะคะหรือเป็นการ ผลิตบริการสาธารณะออกสู่ประชาชนนั่นเองนะ
13:07 คะเพราะฉะนั้นเนี่ยปริมาณของผลงานนะคะก็ จะมีจำนวนมากขึ้นมากขึ้นตามลำดับที่องค์ การได้มีการปฏิบัตินะคะแล้วก็จะเกิด ประโยชน์กับประชาชนด้วยนะคะหน้าที่ที่ 4 ค่ะก็คือองค์การเนี่ยจะช่วยขยายสมรรถนะนะ คะและความชำนาญเฉพาะด้านของบุคลากรนะคะ ว่าบุคลากรทำงานมีโครงการเนี่ยนะคะภายใน ระยะเวลายาวนานขึ้นนะคะก็จะมีโอกาสที่จะ สั่งสมประสบการณ์และสมรรถนะในการในการทำ งานได้ดีมากขึ้นนะคะนอกจากนั้นค่ะก็ยัง เป็นการช่วยจัดกระบวนระเบียบนะคะแล้วก็ ควบคุมการทำงานนะคะองค์การก็จะจัดระบบการ ทำงานให้ไปสู่เป้าหมายร่วมกันนะคะซึ่งก็ จะต้องเป็นระบบมีกติการ่วมกันนะคะมีกฎ
13:54 ระเบียบร่วมกันและก็มีการจำแนกบทบาทและ อำนาจหน้าที่ของบุคคลด้วยนะคะประเภทของ องค์การเนี่ยจะแบ่งได้หลายประเภทนะคะก็ก็ ขอแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆแล้วกันนะคะ ประเภทแรกเนี่ยเราเรียกว่าเป็นจำแนกตาม ความสัมพันธ์ภายในขององค์การนะคะประเภท ที่สองเรียกว่าเป็นการจำแนกตามโครงสร้าง ขององค์การประเภทที่ 3 นะคะเป็นการจำแนก ตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ขององค์การนะ คะ 4 ก็เป็นการจำแนกตามภารกิจค่ะ 5 เป็น การจำแนกตามความสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมนะ และก็ 6 เป็นการจำแนกตามกระบวนทัศน์นะคะ ใน 6 ไรใน 6 ประเภทนี้นะคะเดี๋ยวจะมาลง รายละเอียดให้เรารู้นะคะว่ายกตัวอย่างให้ ดูนะคะว่าในแต่ละประเภทนั้นเนี่ยมันมี
14:40 ประเภทอะไรบ้างนะคะประเภทที่จัดตามความ สัมพันธ์ขององค์การนะคะประเภทแรกเราเรียก ว่าเป็นองค์การปฐมภูมิค่ะและอีกประเภท หนึ่งก็คือองค์การธุลียะพูมนะคะองค์การ ปฐมภูมิเป็นองค์การที่มีความสัมพันธ์ใน ลักษณะที่ไม่เป็นทางการนะคะตัวอย่างก็ เช่นแก่การความสำคัญของคนในครอบครัวนะคะ สมาชิกที่อยู่ร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกันนะคะ หรือสมาชิกที่มีศาสนาเดียวกันนะคะแบบนี้ เป็นต้นนะคะส่วนองค์การทุติยภูมินะคะก็ ผู้ติดก็คือที่สูงกว่านะคะระบบพื้นฐาน นั่นเองนั้นก็คือจะเป็นองค์การที่มีความ เป็นพิธีการนะคะมากขึ้นนะคะนั่นเองแล้วก็ มีการจัดตั้งองค์การเพื่อผลประโยชน์ร่วม กันนะคะนั่นก็คือเป็นตัวอย่างเช่นนะคะพวก
15:26 บริษัทนะคะหรือองค์การที่มีมีการจัด ดำเนินงานอะไรบางอย่างนะคะ 8 จะเป็นร้าน ค้าก็ได้เป็นรัฐวิสหกิจเป็นองค์การภาครัฐ นะคะพวกหระทรวงกรมต่างๆแบบนี้ก็ได้เช่น กันนะคะนึกว่าเป็นองค์การแบบที่มีความ เป็นพิธีรีตองมากขึ้นนะคะประเภทที่ 2 ค่ะ อาจารย์กำลังจะพูดถึงการแบ่งประเภทของ องค์การตามโครงสร้างขององค์การนะคะก็ถ้า พูดถึงตามโครงสร้างก็คงสร้างมีแบบเป็นทาง การและไม่เป็นทางการนะคะนั่นก็คือแบบไม่ แบบเป็นทางการเนี่ยก็คือจะมีการแบ่งงาน กันทำนะคะมีระเบียบแบบแผนในวิธีการ ปฏิบัตินะคะมีระบบสายการบังคับบัญชาที่ ชัดเจนนะคะส่วนอีกแบบนึงเรียกว่าเป็นองค์ การแบบไม่เป็นทางการนะคะอันนี้ก็จะเป็น
16:11 องค์การที่ไม่ได้มีโครงสร้างไม่ได้มีการ จัดรูปแบบวิธีการปฏิบัติไว้อย่างเคร่ง ครัดนะคะก็คือเป็นการไม่มีการแบ่งงานกัน ทำอย่างชัดเจนอ่ะจะเป็นการช่วยกันทำเพียง แค่ขอให้งานสำเร็จแล้วเท่านั้นนะคะ แบบที่ 3 นะคะประเภทที่ 3 เป็นคะนักตาม เป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การนะคะ อันนี้ก็อาจจะเกาะรวมตัวกันนะคะก่อตั้ง ขึ้นมาเป็นองค์การโดยมีวัตถุประสงค์นะคะ ในด้านใดด้านหนึ่งนะคะตัวอย่างขององค์การ เหล่านี้นะคะก็ได้แก่องค์การทางการเมือง นะคะองค์การทางเศรษฐกิจองค์การทางสังคมนะ คะองค์การระหว่างประเทศนะคะนี่ก็เดาได้ แก่พวกพรรคการเมืองนะคะถ้าเป็นองค์การทาง การเมืองก็เป็นพวกพรรคการเมืองถ้าเป็น องค์การทางเศรษฐกิจเนี่ยก็อาจจะเป็นพวก
16:58 ธนาคารอะไรพวกนี้นะคะหรือว่าบริษัทห้าง ร้านเอกชนนะคะถ้าเกือบเป็นพวกขององค์การ ทางสังคมนะคะก็อาจจะได้แก่วัดนะคะมูลนิธิ นะคะชมรมนะคะนี่ก็จะมีวัตถุประสงค์อย่าง ใดอย่างหนึ่งนะคะแล้วก็ถ้าเกิดเป็นองค์ การระหว่างประเทศนะคะก็คือการรวมตัวเพื่อ เป้าหมายอย่างใดอย่างหนึ่งของสมาชิกหลายๆ ประเทศด้วยกันนั่นเองนะคะแล้วก็ทำงาน เพื่อประโยชน์ของประเทศต่างๆนะคะนี่ก็ เป็นประเภทขององค์การที่จำแนกตาม วัตถุประสงค์ขององค์การนะคะถัดไปนะคะเป็ ถ้าจำแนกองค์การตามภารกิจค่ะก็แบ่งกันตาม หน้าที่นะคะภารกิจก็คือหน้าที่นั่นเองนะ คะองค์การก็จะมีการจำแนกค่ะเช่นองค์การ ที่ทำหน้าที่เป็นฝ่ายผลิตนะคะหรือเป็น องค์การที่ทำหน้าที่ในการให้บริการนะคะ สองประเภทนี้ก็จะไม่เหมือนกันอยู่แล้วนะ
17:45 คะดังนั้นก็แบ่งตามภารกิจนั่นเองนะคะไป ประเภทที่ 5 นะคะก็คือประเภทขององค์การ ที่จำแนกความสัมพันธ์ตามสภาพแวดล้อมนะคะ อันนี้ก็เป็นทฤษฎีการจัดตามทฤษฎีระบบราคา เราเรียกว่าเป็นองค์การระบบปิดนะคะบางคน เรียกองค์การระบบปิดปิดก็คือปิดตัวนะคะ ไม่เปิดความสัมพันธ์กับใครเลยนะคะหมาย ความว่าองค์การนั้นไม่มีความสัมพันธ์กับ สภาพแวดล้อมอื่นๆเลยนะคะก็คืออยู่ภายใต้ สภาพที่เค้าเป็นนะคะอีกแบบนึงนะคะเรียก ว่าองค์การแบบเปิดค่ะองค์การแบบเปิดเนี่ย ก็คือเปิดนะคะที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพ แวดล้อมอื่นๆนั่นเองนะคะเพราะฉะนั้นองค์ การประเภทเปิดนะคะก็เป็นองค์ผู้ที่มีความ ดันเบาปรับตัวนะคะมีความคล่องตัวแล้วก็
18:32 พร้อมที่จะจะเข้าไปร่วมในการแข่งขันนะคะ หรือว่าไปมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม อื่นๆที่อยู่รอบข้างนะคะนี้ก็ก็พร้อมต่อ การเปลี่ยนแปลงนะคะองค์การแบบเปิดนี้ ปัจจุบันเราก็จะพบเยอะทั่วไปนะคะแต่องค์ การแบบปิดเนี่ยโดยปกติแล้วก็จะไม่ค่อยพบ แล้วนะคะค่อนข้างจะมีน้อยมากเลยที่จะเป็น องค์การแบบปิดคือไม่ไม่สนใจสภาพแวดล้อม ไม่พบปะกับใครไม่สุงสิงกับใครนะคะซึ่ง องค์การแบบนี้ค่อนข้างจะหายากและหายาก แล้วในปัจจุบันนะคะถัดไปเป็นประเภทองค์ การแบบที่ 6 นะคะเราเรียกว่าแบ่งตาม กระบวนทัศน์นะคะโอ๋อันนี้เป็นเรื่องของ กระบวนทัศน์ที่คือตามหลักทฤษฎีทางด้าน รัฐประศาสนศาสตร์เลยนะคะดังนั้นเนี่ยใน กระบวนทัศน์เนี่ยนะคะก็จะมีเยอะแยะไปหมด
19:18 เลยนะคะก็มีตั้งแต่กระบวนทัศน์แบบดั้ง เดิมนะคะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอ่าทางด้าน หลักการบริหารนะคะกระบวนทัศน์ด้านการผู้ บริหารอาจจะแบ่งกะที่ชาร์จเป็นเรื่อง กระบวนการทำงานนะคะกระบวนทัศน์ในเรื่อง ของการแบ่งตามประเภทของพนักงานอะไรต่างๆ เหล่านี้นะคะก็หรือว่ากระบวนทัศน์ที่ทำ ให้บุคลากรนะคะทำงานร่วมกันแล้วมีความสุข นะค่ะอย่างเช่นองค์การแห่งความสุขนะคะ องค์การแห่งการเรียนรู้นะคะพวกนี้ก็จะ เป็นเรื่องของการพัฒนาองค์การนั้นเองนะคะ ในเรื่องของการแบ่งงานกันทำนะคะหลักของ กระบวนทัศน์ด้านในสมัยดั้งเดิมนะคะเราจะ มีการพูดถึงเรื่องการแบ่งงานกันทำนะคะการ งานการทำในก็เป็นเรื่องของการทำงานตาม หน้าที่นะคะลูกก็เป็นการนำเอาหลักการผลิต
20:06 มาใช้ในการให้บริการนะคะโดยมองว่าใครขนาด ด้านไหนก็ให้ทำงานด้านนั้นนะคะก็จะมีความ อ่าช่วยกันนะคะเกิดการกระจายงานและก็มี การมอบหมายงานตามหน้าที่นั่นเองนะคะที่ ส่งไปก็จะเป็นแนวที่เกี่ยวกับเรื่องการ จัดการนะคะจันทร์ขอไปแนวคิดที่ 2 นะคะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับแนวคิดของการจัดการ เหมือนกันทฤษฎีแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการ นี้นะคะก็เริ่มต้นมาจากแนวคิดของอดัมสมิธ นะคะถึงได้มีการพูดถึงเรื่องการนำเทคนิค นะคะมาจัดการนะคะโดยมีการแบ่งงานกันทำ เพื่อให้เกิดความชำนาญในงานนะคะเฉพาะมาก ขึ้นแต่ว่าแนวคิดในเรื่องของการจัดการนี้ นะคะก็จะแบ่งนะคะตามพาราไดม์เหมือนกัน
20:52 เมื่อคือเรียกว่าแบ่งตามกระบวนทัศน์นะคะ เพื่อให้ง่ายก็เป็นไปตามกระบวนกระบวนความ คิดนะคะในทฤษฎีของรัฐศาสตร์สนศาสตร์นี้นะ คะยุคแรกนะคะก็เป็นเรื่องของการจัดการยุค คลาสสิคค่ะการจัดการในยุคคลาสสิคนะคะก็จะ มีอาแนวคิดนะคะมีนักวิชาการหลายคนเดียว กันที่สำคัญเนาะก็มีการพูดถึงนะคะการจัด การแบบวิทยาศาสตร์นะคะบุคคลท่านนี้นะคะก็ คือเฟดริก winslow Taylor นะคะก็ได้มี การพูดถึงแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องการจัดการ นะแบบวิทยาศาสตร์นะคะแล้วก็เราจะเคยได้ ยินบ่อยๆนะคะแนวคิดของเป็นดู Hello เนี่ย เรียกว่าเป็น one best Way นะคะหรือ วิธีการทำงานที่ดีที่สุดนั่นเองนะคะนั้น คือหลักคิดของเขานะคะลักษณะนั้นค่ะก็จะมี ของแฟรงค์นัเรียนกิล Blade นะคะก็ให้ความ
21:40 สำคัญในเรื่องของเวลาและการเคลื่อนไหวค่ะ เรียกว่ายิ่งใช้เวลาและการเคลื่อนไหวมาก เท่าไหร่นะคะก็จะทำให้ผลิตภาพเนี่ยนะคะลด ลงนั่นเองนะคะอันนี้อันนี้ก็จะเป็นแนวคิด ในเรื่อง Time and Motion นั่นเองนะคะ ถัดไปนะคะเราก็จะมีนักวิชาการอีกคนนึงนะ คะจะมีการพูดถึงเรื่อง ระบบในการทำงานนะคะกระบวนในการทำงานโดย มุ่งเน้นในเรื่องของการวางแผนค่ะและว่า การจัดการกับเวลานะคะนั้นก็คือ Grand นะ คะเราจะพบบ่อยๆนะคะว่า Grand เนี่ยก็มี การพูดถึงอาการวางแผนและการทำงานที่เป็น ไปตามแผนนะคะตามแผนภูมินะคะก็จะเห็นได้ ว่าในยุคของการจัดการในยุคคลาสสิคเนี่ยนะ คะเราจะเน้นในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตนะ คะว่าการจัดการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพใน
22:27 การทำงานนั้นเองดูแล้วคิดการจัดการในยุค ที่ที่ 2 นะคะเป็นเรื่องของนีโอคลาสสิก อันนี้ก็คือใหม่กว่าคะสิขึ้นมานะคะเราก็ จะมีการเน้นในเรื่องของกระบวนการนะเรียก ว่าหลักการจัดการนะคะอันนี้ก็เป็นหลัก สำคัญมากๆเลยนะคะก็จะเห็นได้ว่านักศึกษา ที่เรียนนะคะก็มักจะจำแล้วก็นำแนวคิดนี้ ไปใช้นะคะแล้วสิ่งเหล่านี้ก็ยังไม่ล้า สมัยนะคะนักศึกษายังสามารถจะใช้ได้ในยุค ปัจจุบันด้วยนะคะนั่นก็คือการเน้นแนวคิด เรื่องการจัดการนะคะนักวิชาการนะคะที่ เป็นที่รู้จักนะคะก็คือละออง RE fiio นะ คะก็มีเรื่องหลักของการจัดการนะคะ 14 ข้อ นะคะก็เป็นเรื่องของ poccc นะคะแล้วก็มี อีกขั้นนึงนะคะที่เราได้ยินบ่อยๆก็คือ กูลิคและ service นะคะอันนี้ก็จะมาพูด
23:15 เกี่ยวกับเรื่องโพสต์ขอบนะคะเอ่อถัดไปนะ คะเป็นแนวคิดการจัดการในยุคพฤติกรรมนิยม นะคะคำว่าพฤติกรรมนิยมแสดงว่าต้องเกี่ยว ข้องกับลักษณะนะคะหรือการแสดงออกหรือการ กระทำของไม่รู้นั่นเองนะคะก็จะมีสิ่งที่ เกี่ยวข้องกับบุคคลในองค์การมากขึ้น พฤติกรรมของมนุษย์ในองค์การนะคะก็เป็น ประเด็นที่ให้ความสำคัญมากขึ้นนะคะทฤษดี ดียุคนี้นะคะก็ได้แก่พวกทฤษดีขวัญและ กำลังใจนะคะที่สดีลำดับขั้นความต้องการ ของมาสโลว์นะคะเป็นทฤษฎีทวีปปัจจัยของ เฮอร์ซเบอร์กนะคะที่สดี X and Y ของ แม็คเกรเกอร์นะคะและทฤษฎีความคาดหวังของ วิกเติม room นะคะทฤษฎีเหล่านี้นะคะก็จะ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเน้นอยู่จุดสำคัญอยู่
24:00 2 สิ่งนะคะนั้นเราเรียกว่ามนุษย์ สัมพันธ์และมนุษย์นิยมนะคะนี่ก็ให้นัก ศึกษาจำไม่ได้ชื่อบอกอยู่แล้วค่ะว่าเป็น พฤติกรรมนิยมนะคะแสดงว่าเป็นเรื่องเกี่ยว กับพฤติกรรมมนุษย์นั่นเองนะคะถัดไปนะคะ เป็นแนวคิดในยุคที่สี่ชนิดเริ่มขึ้นใหม่ ขึ้นมาขึ้นเรื่อยๆนะคะนี้ก็อยู่ในเรื่อง ของการจัดการอนแนวคิดนะคะทาง รัฐประศาสนศาสตร์แนวใหม่นะคะมากขึ้นนะคะ ก็จะมีการพูดถึงในเรื่องของการจัดการเชิง อ่ะค่ะก็จัดการเชิงระบบเนี่ยจะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับมองระบบนะคะมองที่ปัจจัยนำเข้า นะครับกระบวนการปัจจัยนำออกแล้วก็ผล สะท้อนกลับนะคะก็จริงเหล่านี้นะคะก็จะถูก นำมาใช้ในการวิเคราะห์และก็วางแผนนะคะ แล้วก็การตัดสินใจทำงานที่ที่สามารถแก้ไข
24:46 ปัญหาการทำงานได้มากขึ้นนั่นเองนะคะ ถัดไปในยุคที่ 5 ค่ะมายุคที่สำคัญนะคะ เพราะเป็นยุคที่เราอยู่ในปัจจุบันและเป็น ยุคที่เราจำเป็นต้องเกี่ยวข้องมากมายเยอะ แยะนะคะนั่นก็คือมีทิดสะดีชื่อเยอะแยะเลย ค่ะจันทร์เชื่อว่านักศึกษาเนี่ยน่าจะมี ความคุ้นเคยบ้างนะคะเอ่อคนที่เรียนในชีวิ ชานี้ก็คือจะได้ผ่านการเรียนในชุดวิชาแนว คิดและทฤษฎีทางรัฐประศาสนศาสตร์แล้วนะคะ ก็จะได้ยินนะคะเกี่ยวกับเรื่องของแนวคิด เกี่ยวกับเรื่องการจัดการตามสถานการณ์นะ คะนั่นก็คือการแก้ปัญหาการทำงานตามสิ่ง ที่เอาปรากฏนะคะในสภาพปัจจุบันนะคะเรียก เป็นปรากฏการณ์นิยมนะคะมีเรื่องแนวคิดคือ เรื่องการจัดการเชิงกลยุทธ์นะคะมีเรื่อง ของการวางแผนนะคะในการทำงานในหลายๆเรื่อง
25:33 ไม่ว่าจะเป็นองค์การเรื่องของการกำหนด นโยบายหลังๆนะคะแล้วก็นอกจากนั้นค่ะก็จะ มีแนวคิดในเรื่องของการนำนะคะนวัตกรรม ความคิดใหม่ๆมาก็จะเป็นเรื่องของแนวคิด เรื่องของการรื้อปรับระบบนะคะเป็นเรื่อง ของการเทียบเคียงนะคะเป็นการอะเบนซ์หมาก นะคะเป็นเรื่องของการจัดการความรู้นะคะ เป็นเรื่องของการจัดการลูกค้าสัมพันธ์นะ คะก็คือการตอบสนองผู้รับบริการนั่นเองนะ คะเป็นเรื่องของการควบคุมคุณภาพมีเรื่อง ของการกำหนดตัวชี้วัดนะคะนักศึกษาจะเห็น ว่าในแนวคิดนะค่ะยิ่งใหม่ขึ้นใหม่ขึ้นจะ ยิ่งมีความซับซ้อนในการทำงานมากขึ้นและก็ จะหารูปแบบในการทำงานมานะคะใหม่ๆเพื่อที่ จะทำให้การทำงานนั้นประสบความสำเร็จนะคะ
26:20 มีบรรลุประสิทธิผลและประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นเองนะคะในการจัดการอ่านยุคสมัยใหม่นะ คะแล้วก็จะเน้นในเรื่องมีการวางแผนนะคะ เน้นเรื่องการจัดการเน้นในเรื่องการติด ตามควบคุมนะคะนอกจากนั้นแล้วเราก็ยังเน้น บทบาทของการนำด้วยนะคะการนำในองค์การนั่น ก็คือบทบาทของผู้นำและการจูงใจนะคะอันนี้ ก็จะเป็นสิ่งสำคัญทีเดียวนะคะถัดไปนะคะก็ จะเป็นแนวคิดนะคะสุดท้ายนะคะก็คือแนวคิด เกี่ยวกับเรื่องการจัดการทรัพยากรมนุษย์ นะคะความหมายของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เนี่ยนะคะก็อย่างที่เรารู้กันนะคะคนเป็น สิ่งที่สำคัญที่สุดในองค์การนะคะดังนั้น เนี่ยการจัดการบริหารกิจกรรมต่างๆที่ เกี่ยวกับคนเนี่ยนะคะตั้งแต่เข้าจนออกจาก
27:07 งานนะคะถ้าเรามีการตอบสนองตาม วัตถุประสงค์ต่างๆที่เรากำหนดไว้ได้ดีนะ คะโอการก็จะอยู่รอดและก็มีความก้าวหน้านะ คะ ในการจัดการเกี่ยวกับคนนี้นะคะเราก็มี วัตถุประสงค์เพื่อที่จะให้บุคคลเนี่ยอยู่ ร่วมทำงานกับองค์การแบบมีความสุขนะคะอยาก ได้คนที่มีความรู้ความสามารถนะคะแล้วก็ นึงสักรูปภาพเขาเนี่ยมาใช้ในการทำงานได้ อย่างเต็มศักยภาพนั่นเองนะคะก็จะทำให้ เป็นการธำรงรักษาแล้วก็รักษาบุคลากรด้วย นะคะขอบเขตของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เนี่ยนะคะแล้วก็เริ่มตั้งแต่การวางแผนเลย นะคะเรื่องแต่ก่อนที่เราจะรับคนมานะคะก็ ต้องมีการวางแผนมีเรื่องของการสรรหาคัด เลือกนะคะมีเรื่องของการบริหารค่าตอบแทน
27:52 การบรรจุแต่งตั้งนะคะเมื่อบุคคลนั้นเนี่ย เข้ามาอยู่ในหน่วยงานแล้วนะคะก็จะต้องมี การพัฒนาเขาด้วยนะคะแล้วก็ต้องมีการ ประเมินผลนะคะจากการทำงานของเค้านะคะว่า เขาทำงานแล้วเป็นยังไงนะคะส่งเสริมเป็นไป ตามที่องค์การได้พูดไว้หรือเปล่านะคะหรือ ว่ามีการการสวัสดิการนะคะสิทธิประโยชน์ อะไรต่างๆของเค้านะคะนอกจากนั้นนะคะก็มี เรื่องของแรงงานสัมพันธ์นะคะซึ่งต้องคุ้ม ครองสิทธิและหน้าคุณนะคุณประโยชน์นะคะของ บุคลากรด้วยนะคะอันนี้ก็นอกจากนั้นแล้วนะ คะในแนวคิดสมัยใหม่เราก็จะนำเทคโนโลยีมา ใช้นะคะดังนั้นการบริหารทรัพยากรมนุษย์ เนี่ยก็จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของระบบ สารสนเทศนะคะเพื่อการจัดการทรัพยากร
28:37 มนุษย์ด้วยนะคะในการจัดการทรัพยากรมนุษย์ เนี่ยนะคะก็จะมีวัตถุประสงค์หลักอยู่ 3 อย่างนะคะก็คือสิ่งแรกนะคะเรียกว่าการดึง ดูดนะคะก็คือทำอย่างไรเราจะได้คนเก่งคนดี เข้ามาอยู่กับองค์การเรานะคะส่วนที่ 2 ค่ะเป็นเรื่องของการธำรงรักษานะคะและ พัฒนาบุคลากรเมื่อเรารับเขามาทำงานกับเรา แล้วเราจะทำอย่างไรที่จะธำรงรักษาแล้วก็ พัฒนาบุคลากรให้นะคะมีศักยภาพเต็มเปี่ยม จะทำงานกับองค์การได้นะคะนอกจากนั้นค่ะ ผู้นำนะคะผู้บริหารหน่วยงานก็ต้องนำ บุคลากรเหล่านั้นเนี่ยขับไปใช้ประโยชน์นะ คะโดยการกำหนดตำแหน่งให้เค้านะคะแล้วก็ ให้เข้าปฏิบัติงานในสิ่งที่เหมาะสมกับ คุณลักษณะที่เขามีนะคะเราเรียกว่า put
29:25 the right Man on the right Job นะคะถัดไปนะคะคือในเรื่องของขอบเขตนี่นะ คะเราก็มาไล่ดูแล้วกันนะคะทีละด้านทีละ ด้านนะคะการวางแผนทรัพยากรมนุษย์เนี่ยนะ คะก็เราจะต้องมีการพยากรณ์อากาศตรากำลัง ของคนด้วยนะคะว่าองค์การต้องการอ่าคน จำนวนเท่าใดนะคะแล้วก็ความต้องการในอนาคต ควรจะเป็นอย่างไรนะคะรวมทั้งเราต้องมีการ วิเคราะห์นะคะลักษณะงานมีการกำหนด คุณลักษณะของอัตรากำลังของคนที่เรา ต้องการนะคะในปัจจุบันแล้วก็ต้องการใน อนาคตรวมถึงการทดแทนตำแหน่งของบุคคลที่ลา ออกจากวงการไปนะคะ ส่วนที่ 2 นะคะเราจะพูดถึงเรื่องของการ สรรหาในการคัดเลือกทรัพยากรมนุษย์นะคะก็ เป็นเรื่องของการอาสัญหานะคะแสวงหารวม
30:14 ทั้งเรื่องของการคัดเลือกด้วยวิธีการต่าง ๆนะคะไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทดสอบนะคะ สติปัญญานะคะเรื่องของการทดสอบในรูปแบบ ต่างๆนะคะมีการวัดความรู้เพื่อให้ได้คน เนี่ยนะคะมาทำงานนะคะก็อ้าการอันนี้เรา เรียกว่าเป็นการสรรหาและคัดเลือกนะคะหลัง จากนั้นค่ะเมื่อเมื่อคนเนี่ยนะคะเราจะ พิจารณาว่าเราจะรับคนเข้ามาทำงานในหน่วย งานเราสิ่งหนึ่งที่เราต้องพิจารณาก็คือ การบริหารค่าตอบแทนนะคะค่าตอบแทนในเป็น สิ่งสำคัญมากๆเลยนะคะแล้วก็เป็นสิ่งที่ จูงใจให้บุคคลมาทำงานกับองค์การนะคะค่า ตอบแทนที่เหมาะสมเนี่ยนะคะก็เป็นสิ่งที่ หมุกพลากรพึงปรารถนานะคะถ้าตอบแทนก็มี ทั้งทางตรงและก็มีทั้งทางอ้อมนะคะในส่วน
30:59 ของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ค่ะก็จะมีได้ หลายรูปแบบนะคะที่เราเห็นเยอะนะคะก็จะ เป็นเรื่องของการให้การศึกษานะคะก็คือการ ศึกษาต่อเช่นได้รับการส่งเสริมให้เรียน ต่อในระดับปริญญาตรีปริญญาโทปริญญาเอกนะ คะอันนี้เรียกว่าเป็นการให้การศึกษาการ ศึกษาก็จะมีระยะยาวนิดนึงนะคะก็คือใช้ เวลาเป็นปีนะคะรวมถึงหลายๆปีทีเดียวนะคะ ส่วนที่ 2 นะคะเรียกเป็นการฝึกอบรมอันนี้ อาจารย์คิดว่านักศึกษาน่าจะพอนี้นะคะนั่น ก็คือการฝึกการฝึกอบรมนะคะก็อาจจะจัดโดย หน่วยงานภายนอกนะคะแล้วเราก็ไปร่วมนะคะ หรือหน่วยงานภายในของเราเองนี่นะคะชื่อ เขาจัดพัฒนาความรู้ให้เรานะคะโดยการส่ง เราไปอบรมโดยการส่งวิทยากรอบรมให้เรา
31:44 อย่างนี้นะคะเรียกว่าเป็นการฝึกอบรมนะคะ ถัดไปนะคะเป็นแบบที่ 3 เร็วกว่าการพัฒนา ตนเองนะคะก็คือทำให้ตนเองในเก่งขึ้นนะคะ อันนี้องค์การอาจจะไม่ได้จากจะอาจจะเป็น อ่าเราเป็นผู้ปรารถนาและประสงค์จะพัฒนาตน เองก็ได้นะคะหรือว่าองค์การจะพัฒนาตนเอง ก็ได้เช่นกันนะคะก็พัดองค์การก็จะมีการ จัดโปรแกรมนะคะหรือว่าว่าชื่อความองค์ ความรู้อะไรต่างๆเหล่านี้นะคะจัดให้กับ บุคลากรก็ได้เช่นกันนะคะต่อไปนะคะนึกก็ เป็นเรื่องของแนวคิดสมรรถนะค่ะการพัฒนา บุคลากรเนี่ยนะคะก็จะเป็นเรื่องของการยก ระดับสมรรถนะนะคะดังนั้นเนี่ยบุคลากร เนี่ยก็ควรจะมีการพัฒนาที่สอดคล้องกับ สมรรถนะประจำตำแหน่งนั้นด้วยนะคะและ เมื่อเราทำงานค่ะก็ต้องมีการประเมินผลการ
32:32 ปฏิบัติงานเนาะดังนั้นเนี่ยค่ะการประเมิน ผลการปฏิบัติงานนะคะก็จะเป็นเครื่องมือ ที่จะทำให้องค์การสามารถจะประเมินนะคะ ประเมินคุณค่าของการนำงานของบุคคลได้นะคะ ว่าเขาทำงานอยู่ในหน่วยงานเนี่ยนะคะเขามี ผลการทำงานเป็นอย่างไรการประเมินเนี่ยมี ทั้งการประเมินสิ่งที่เป็นผลการปฏิบัติ งานและการประเมินสิ่งที่เป็นพฤติกรรมของ บุคคลด้วยนะคะนอกจากนั้นค่ะในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับมนุษย์นะคะทรัพยากรบุคคล ต่างๆเนี่ยนะคะก็จะต้องมีกฎหมายเป็นตัว กำกับนะคะเพื่อไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ นะคะจากทางนายจ้างนะคะลูกจ้างเองนะคะก็ ต้องรู้สิทธิและหน้าที่และบทบาทที่ตัวเอง ควรจะทำอย่างเหมาะสมด้วยดังนั้นเนี่ยค่ะ ก็จึงมีการกำหนดแรงงานสัมพันธ์นะคะแล้วก็
33:18 มีเรื่องของกฎหมายที่เกี่ยวข้องนะคะไม่ ว่าจะเป็นเรื่องของการจ้างงานนะคะเรื่อง ของการเจรจาต่อรองเรื่องของสิทธิประโยชน์ ต่างๆที่พึ่งได้นะคะนอกจากนั้นค่ะออกมา เลยนะคะเป็นเรื่องของสารสนเทศเพื่อการจัด การทรัพยากรมนุษย์ค่ะอันนี้ก็พอมาถึงยุค ใหม่นะคะก็ต้องมีเรื่องของการนำเทคโนโลยี มาใช้จัดการระบบฐานข้อมูลนะคะสิ่งเหล่า นี้ก็จะช่วยให้การจัดการทรัพยากรมนุษย์นะ คะก็ทำได้โดยสมบูรณ์แล้วก็การพัฒนานะคะ การผลักดันจูงใจให้บุคลากรทำงานให้ประสบ ความสำเร็จก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นนะ คะทั้งหมดนี้นะคะก็จะเป็นสาระสำคัญในชุด ในหน่วยที่ 1 นะคะซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยว กับแนวคิดเกี่ยวกับเรื่ององค์การนะคะการ จัดการและการบริหารทรัพยากรมนุษย์นะคะนัก
34:06 ศึกษาก็จะสะอาดสามารถไปอ่านนะคะหนังสือ โดยแบ่งเป็น 3 ช่วงใหญ่ๆนะคะช่วงแรกเป็น เรื่องของการจัดการนะคะนักศึกษาก็สามารถ จะรู้ได้ว่านะคะองค์การเนี่ยมีความหมาย อย่างไรมีเรื่องการดำเนินการในองค์การ อย่างไรนะคะแนวคิดทฤษฎีที่เกิดขึ้น 1 องค์การในยุคต่างๆนะคะมีแนวคิดใดนะคะฝัน ที่ 2 นะคะเป็นเรื่องของการจัดการนะคะการ จัดการนี้ก็จะบอกว่าวิธีการจัดการในแต่ละ ยุคแต่ละสมัยนี้นะคะค่ะมีแนวคิดอะไรยังไง บ้างนะคะนะคะส่วนแบบที่ 3 ตอนที่ 3 นะคะ จะเป็นเรื่องของการจัดการทรัพยากรมนุษย์ นะคะอันนี้ก็จะเป็นการปูพื้นฐานนะคะ เกี่ยวกับการบริหารจัดการของเกี่ยวกับ
34:53 ทรัพยากรมนุษย์นะคะที่อยู่ในองค์การนะคะ ให้เกิดความพึงพอใจในเรื่องของการบริหาร ขององค์การนั่นเองนะคะส่วนในรายละเอียดนะ คะเดี๋ยวในเรื่องของทฤษฎีองค์การและก็ เรื่องการจัดการรวมทั้งการประยุกต์ใช้นะ คะอาจารย์ก็จะพูดให้นักศึกษาฟังอีกครั้ง นึงนะคะในหน่วยที่ 2 นะคะอันนี้ก็เป็น สาระสำคัญในหน่วยที่ 1 ค่ะอ่ะ [เพลง] มี เนื้อหาต่อไปนะคะจะเป็นของหน่วยที่ 2 ค่ะ เป็นเรื่องของทฤษฎีองค์การและการจัดการนะ คะเรื่องในหน่วยนี้นะคะจะเป็นเรื่องของ แนวคิดและทฤษฎีนะคะแล้วก็หลักในการจัดการ นะคะก็ซึ่งจะสอดคล้องกับนะคะแนวคิดใน
35:41 เรื่องของรัฐประศาสนศาสตร์ในยุคต่างๆนั่น เองนะคะตามกระบวนทัศน์ต่างๆนะคะเนื้อหา สาระของหน่วยนี้นะคะนอกจากจะเป็นเรื่อง ของทฤษฎีนะคะแล้วก็การจัดการยุคต่างๆแล้ว นะคะหรือซึ่งจะมีการลงรายละเอียดในเนื้อ หานิดนึงนะคะก็ไม่ถึงกับเยอะมากนะคะแล้ว ก็ตอนที่ 2 ค่ะจะเป็นเรื่องของการ ประยุกต์ใช้นะคะองค์การและก็ทฤษฎีการจัด การองค์การในการบริหารการปกครองท้องที่นะ คะซึ่งนักศึกษาน่าจะได้นำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ได้นะคะเราจะได้เข้าใจว่าเธอตาม ทฤษฎีที่เข้าได้มีการอ่าคิดกันไว้นะคะ หรือแบ่งเป็นยุคกันไว้เนี่ยนะคะเราจะนำ แนวคิดอะไรได้มาใช้นะคะในการบริหารราชการ และการปกครองท้องโอ้นี่นะคะซึ่งวิธีนัก ศึกษาจะมีความคุ้นเคยแต่ว่าอาจจะไม่แน่ใจ
36:27 ว่าเอ๊ะมันมาเกี่ยวกับทฤษฎีตรงไหนนะคะ เดี๋ยววันนี้เราก็จะมีการแบ่งยุคให้ดูนะ คะแล้วก็จะได้ทราบว่านะคะในแต่ละแนวคิดใน แต่ละยุคของทฤษฎีนะเนี่ยนะคะได้มีการพูด ถึงเรื่องอะไรยังไงบ้างนะคะอาจารย์อยากจะ แบ่งให้นักศึกษาดูก่อนนะคะว่าในเรื่องของ ทฤษฎีองค์การนะคะแล้วก็การจัดการเนี้ย องค์การก็คือตัวที่เป็นอะสถานที่นะคะเป็น หน่วยงานนะคะเป็นสิ่งที่รวมบุคคลนะคะที่ เข้ามาทำงานด้วยกันนะคะแล้วก็มี วัตถุประสงค์เดียวกันนะคะนี่ก็จะมีสถาน ที่ตั้งนะคะเรียกว่าเป็นหน่วยงานนะคะก็ คือออกาไนเซชั่นนะคะส่วนอีกอันนึงนะคะก็ คือในหน่วยงานนั้นเนี่ยจะต้องมีการใช้ วิธีการจัดการนะคะดังนั้นเนี่ยอาจจะมี
37:13 ความคล้ายคลึงกันนะคะว่าระหว่างการองค์ การและก็เรื่องของการจัดการเนี่ยนะคะมัน คล้ายกันมากเลยนะคะก็คือเรามีองค์การนะคะ และในองค์การจะก็มีการใช้การจัดการนะคะ นี่ก็เรียกว่าเป็นสิ่งที่มันสอดคล้องกัน แล้วก็จะมีการแบ่งเป็นยุคต่างๆนะคะซึ่งใน ยุคนั้นนะคะจะแบ่งออกเป็นยุคเนี่ยตาม พาราไดม์หรือกระบวนทัศน์ทาง รัฐประศาสนศาสตร์นะคะเราก็จะแบ่งออกเป็น 4 ยุคนะคะนั่นก็คือแนวคิดการจัดการองค์การ ในยุคคลาสสิคนะคะอีกอันนึงนะคะก็คือเป็น แนวคิดยุคนีโอคลาสสิคนะคะยุคที่สามเป็น แนวคิดองค์การการจัดการเชิงระบบนะคะแล้ว ก็แนวคิดในยุคที่ 4 นะคะก็รวมภาพใหญ่เลย นะคะเป็นการจัดการในการจัดการสมัยใหม่นะ
37:59 คะถ้าตามหลักวิชาการนะคะเราก็เรียงยุคนี้ นะคะว่าเป็นยุคที่ยังใช้อยู่ในการบริหาร ราชการในปัจจุบันนะคะแล้วเราก็ใช้ระบบที่ เราเรียกว่าการจัดการนิยมหรือ Manager Real ลิซึ่มนะคะตัวนี้นะคะจากทฤษฎีการ จัดการองค์การตัวนี้นะคะ 4 พาราไดม์ตาม 4 แนวแนวคิดอันนี้นะคะก็จะนำไปสู่ทิดสะดี การจัดนี้นะคะซึ่งจะขอแบ่งเป็น 5 ยุคนะคะ จะสังเกตว่าในบางยุคเนี่ยจะมีการแตก เรื่องแนวขี้เกี่ยวกับเรื่องการจัดการนะ คะเพิ่มขึ้นมานะคะมาดูดูดูกันนะคะว่าใน แนวคิดองค์การยุคคลาสสิคนะคะก็จะมีแนวคิด เรื่องการจัดการในยุคคลาสสิคนะคะเพราะ เป็นแนวคิดองค์การยุคนีโอคลาสสิคเราก็จะ มีแนวคิดการจัดการในยุคนีโอคลาสสิคนะคะพอ
38:46 มาเป็นแนวคิดการจัดการในยุคเชิงระบบอะนี้ ก็คือในยุคที่รัฐประศาสนศาสตร์ได้มีการตี ความหมายใหม่ขึ้นมานะคะรักษาจะเห็นว่า หนึ่งยุคนี้นะคะก็จะมีการมุมมีมุมมองนะคะ ในเรื่องของการจัดการนะคะเป็นพฤติกรรม นิยมซึ่งจะเน้นในเรื่องของมนุษย์สัมพันธ์ และก็มนุษย์นิยมให้ความสัมพันธ์ให้ความ สำคัญระหว่างมนุษย์นะคะและสภาพแวดล้อมของ องค์การมากขึ้นนั่นเองนะคะนอกจากนั้นแล้ว ค่ะในยุคที่เป็นยุคกลางๆนะคะในยุคที่เป็น การตีความรัฐประศาสนศาสตร์ในความหมายใหม่ นี้นะคะก็จะมีแนวคิดในเรื่องการจัดการอีก หนึ่งระบบนะคะด้วยนะคะส่วนการจัดการในยุค การจัดการสมัยใหม่อันนี้ก็จะมีเทคนิคอะไร เกิดขึ้นมาเยอะแยะเลยนะคะอันนี้ก็เราก็
39:32 สามารถจะมีเป็นกำหนดเป็นแนวคิดการจัดการ ในยุคสมัยใหม่นะคะจะเห็นว่าองค์การนะคะ กับการจัดการเนี่ยจะมีความสอดคล้องกันและ ก็รอกันไปนะคะในแต่ละยุคแต่ละสมัยนะคะ ทฤษฎีเกี่ยวกับองค์การนะคะก็แบ่งตาม พาราไดม์ทางภาษาศาสตร์หรือกระบวนทัศน์ กระบวนทัศน์นะคะในทางรัฐประศาสนศาสตร์นะ คะในทฤษฎีเกี่ยวกับองค์การนี้นะคะก็จะ แบ่งเป็นแนวคิดองค์การในยุคคลาสสิคนะคะ แนวยุคแนวคิดองค์การในยุคนีโอคลาสสิคนะคะ แนวคิดองค์การนะคะยุคการจัดการเชิงระบบ แล้วก็เป็นแนวคิดองค์การนะคะอายุการจัด การสมัยใหม่นะคะเดี๋ยวอาจารย์จะขอไล่ลงมา ในรายละเอียดอีกทีนึงนะคะในแนวคิดองค์การ
40:17 ในยุคคลาสสิคนะคะคนที่เราจะไม่พูดถึงไม่ ได้เลยนะคะนั้นก็คืออืม AXE เว็บเบอร์นะ คะแมคเซฟเวอร์เนี่ยนะคะเป็นคนที่ที่ได้มี การพูดถึงนะคะการจะเลือกอำนาจหน้าที่นะคะ เรื่องของโครงสร้างองค์การนะคะที่เป็นแบบ แผนในด้านในการปฏิบัตินะคะบริการพูดถึง เรื่องของการแบ่งงานกันทำนะคะตามความถนัด นะคะแมคเซฟเวอร์เนี่ยเขาได้มีการพูดถึง ระบบราชการนะคะซึ่งเขาเนี่ยสรุปมานะคะจาก แนวคิดการบริหารราชการในสหรัฐอเมริกานะคะ แล้วก็สรุปออกมาเป็นแนวทางในการปฏิบัตินะ คะแล้วก็เป็นที่มาของระบบราชการที่เป็น ต้นแบบนะคะแต่ว่าอันนี้จัดเป็นระบบราชการ ในยุคโบราณนะคะก็จัดอยู่ในยุคคลาสสิคนะคะ
41:04 ซึ่งเป็นยุคแรกเลยนะคะลักษณะสำคัญขององค์ การแบบระบบราชการนี้นะคะก็จะมีการกำหนด หน้าที่อย่างเป็นทางการแสดงว่าทุกคนเนี่ย จะต้องทำงานตามบทบาทหน้าที่ของตนเองนะคะ นอกจากนั้นแล้วบุคคลเนี่ยนะคะบุคลากร เนี่ยจะต้องมีความรู้ความสามารถนะคะที่ ตรงมีตำแหน่งหน้าที่นั้นๆจึงจะสามารถ ปฏิบัติงานได้ที่ก่อให้เกิดผลดีกับทางการ นะคะนอกจากนั้นแล้วค่ะที่สำคัญของยุคนี้ เลยที่จะอดพูดไม่ได้เลยนะคะก็คือเรื่อง ของการให้ความสำคัญกับสายการบังคับบัญชา นะคะนั้นก็คือว่าเรื่องของไฮไลท์ขี้นะคะ ในเรื่องของระบบราชการเนี่ยนะคะเป็นจุด ที่โดดเด่นมากเลยนะคะเราจะเห็นใครเป็นนาย จ้างใครอะใครจะเป็นเจ้านายใครจะเป็นลูก
41:50 น้องอะไรต่างๆเหล่านี้นะคะเราจะเห็นอย่าง ชัดเจนเลยนะคะว่าอะมีการแบ่งบทบาทหน้าที่ กันหยังอย่างอย่างเด่นชัดนะคะเราจะนั้น ค่ะก็จะต้องมีเรื่องของการดำเนินการภาย ใต้ข้อกฎหมายนะคะคนนั้นในระบบราชการตาม แมคเซฟเวอร์เนี่ยจะต้องมีกฎหมายนะคะเป็น ตัวคลุมการปฏิบัติงานจะต้องมีกฎระเบียบ แล้วก็มีลำขั้นตอนต่างๆนะคะจำนวนมากมาย เลยนะคะก็แล้วก็มีการกำหนดขึ้นมามีการ เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยนะคะถัดมานะ คะเราจะพูดในเรื่องมีแนวคิดในยุคนีโอ คลาสสิคนะคะนี่ก็จะขอดึงมาเฉพาะสิ่งที่ เป็นสำคัญสำคัญนะคะแล้วก็ที่อยากให้นัก ศึกษาได้ได้ฟังและได้รับทราบนะคะก็คือนัก วิชาการที่ชื่อว่าว่าอองรีฟาโยลนะคะก็ได้
42:39 เสนอหลักการเกี่ยวกับเรื่อง po ซีซีนะน่า จำตัวย่อไว้ก็ได้นะคะ poccc นั้นประกอบด้วยอะไรนะคะก็คือจะ ประกอบด้วยนะคะหลักการ 5 ตัวตามตัวอักษร เลยนะคะคือเราจะเอาตัวแรกนะคะเป็นเป็นเอา มาทำขับย่อนะคะตัวแรกก็คือการวางแผนค่ะ การวางแผนก็คือ planning นะคะเป็นเรื่อง เกี่ยวกับเรื่องของในการที่จะปฏิบัติโครง การหรือกิจกรรมใดๆในจะต้องมีการวางแผน นั่นเองนะคะอันที่สองค่ะเป็นเรื่องการจัด การองค์การอันนี้ก็เป็นเรื่องของโครง สร้างองค์การสายการบังคับบัญชารูปแบบของ องค์การกระบวนการทำงานนะคะแบบที่ 3 คัน เรียกว่าการสั่งการหรือ Command ดิ้งนะคะ ใน Command ดิ้งเสื้อผ้า 1 ยุคของอองรี
43:25 ฟาโยลหรือพี่ occ นะคะก็เจ้านายยังมีบท บาทเป็นเจ้านายนะคะเจ้านายยังไม่ได้เป็น ผู้นำที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับลูกน้อง อย่างแท้จริงนะคะก็ยังมีบทบาทเป็นเจ้านาย คอยสั่งการนะคะซึ่งใช้คำว่าคอมมันดิ้งนะ คะตัวที่สี่ค่ะเป็นเรื่องของการควบคุมนะ คะหลักการบริหารตัวนี้เวลาที่เราทำงาน แล้วนะคะเราต้องมีการควบคุมการปฏิบัติงาน ให้เป็นไปตามสิ่งที่เจ้านายสั่งนะคะตัว ที่ 5 ค่ะคือเรื่องการประสานงานนะคะการ ประสานงานเนี่ยก็คือการทำงานร่วมกับผู้ อื่นเป็นการ ร่วมมือกันนะคะระหว่างต่างสายต่างสายงาน กันจะเห็นได้ว่านะคะในยุคนี้นะคะหรือยุค เดียวคะสิเนี่ยได้มีการแบ่งนะคะกระบวนการ
44:11 หรือแบ่งอ่าหน้าที่นะคะโดยมีการจัดกลุ่ม ของหน้าที่แล้วก็มีการจำแนกบทบาททางการ บริหารอย่างชัดเจนนั่นเองนะคะอีกคนนึงนะ คะที่จันทร์อยากให้เรารู้จักก็คือกูเหล็ก อารบิกนะคะคุณนี้ก็เป็นหลักการอ่านเสนอ หลักการบริหารที่สำคัญนะคะที่เราเรียกว่า โพสต์ขอบนะคะโพสต์ขอบสะกดหรือตัวอักษร 8 ตัวค่ะแต่ว่ามีหลักการอยู่ 7 ตัวนะคะจะ อยู่ 7 สิ่งนั้นก็คืออะไรอันแรกนะคะก็คือ การวางแผนตัวที่ 2 นะคะก็คือเรื่องของการ จัดองค์การนะคะหลักการเดียวกันกับเมื่อ กี้เลยนะคะแล้วก็ที่ 3 นะคะก็คือการจัดคน เข้ากับงานนะคะนี้ภาษาอังกฤษใช้คำว่า สต๊าฟฟิ่งนะคะอันนี้ก็จะพูดถึงเรื่อง บุคลากรแล้วกันนะคะในบุคลากรในหน่วยงานนะ คะต่อไปนะคะเป็นเรื่องของการสั่งการนะคะ
44:58 เหมือนกันกับเมื่อกี้นะคะ 5 นะคะก็เป็น การประสานงานนะคะ 6 อ่านี่ใหม่ใหม่ขึ้นมา นะคะเป็นเรื่องของการงบประมาณแสดงว่า เริ่มมองเห็นแล้วนะคะว่าหลักในการบริหาร นะคะจะต้องมีเรื่องของงบประมาณเข้ามา เกี่ยวข้องนะคะและตัวสุดท้ายค่ะคือเรื่อง ของการรายงานนะคะตัวที่นักศึกษาจะเห็นว่า นะคะมีตัวย่ออยู่สองตัวสองตัวอักษรนะคะ หนึ่งคำนี่คือคำว่าการประสานงานหรือโค อะดิเน็ตติ้งนะคะเพราะฉะนั้นจากหลักของ โพสต์ขอบตัวอักษร 8 ตัวนะคะมีหลักการอยู่ 7 หลักการนะคะตามที่อาจารย์ได้พูดไปนะคะ ถัดไปนะคะเป็นเรื่องของแนวคิดการจัดการใน ยุคการจัดการเชิงระบบนะคะคนนี้นะคะคนที่ เป็นคนอะนำเสนอหลักทฤษฎีในเรื่องของการ
45:45 จัดการเชิงระบบนะคะก็คือเดวิดอีสตันนะคะ เขาก็ได้มีการพูดถึงนะคะออกคำนะคะหรือว่า กระบวนการในทฤษฎีระบบอยู่ 4 ตัวนะคะนั้น ก็คือเรื่องของ input นะคะ input ก็คือ ปัจจัยนำเข้าสู่องค์การกระบวนการหรือ process นะคะตัวที่ 3 ค่ะก็คือ output และเมื่อมี Out put เป็นผลผลิตออกมานะคะ ก็จะมีเอ้าคำแล้วเอาพูดเอาคำก็จะอยู่คู่ กันนะคะเพียงแต่ว่าระดับของเอาคำเนี่ยจะ คือเป้าหมายของความสำเร็จที่สูงกว่าเมื่อ ปักเมื่อมีผลสำเร็จนะคะเป็น output และ เอาคำตัวนี้นะคะก็จะให้เนื้อหามีการอ่าน สะท้อนกลับนะคะมาดูสิคะว่าปัจจัยนำเข้า เนี่ยนะคะมันมีผลกระทบหรือว่ามันเกิดผล
46:31 กระทบเชิงลบเชิงบวกอย่างไรนะคะในการ ดำเนินงานแก้ไขขององค์การเนี่ยเราจะต้อง มีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่นะคะ ส่วนอีกคนนึงนะคะที่พูดถึงทฤษฎีเชิงระบบ นี้นะคะคนนี้ก็คือรุ่น with bertalanffy นะคะคนนี้ก็ได้มีการเสนอนะคะองค์การนะคะ ว่ามีลักษณะเป็นองค์การปิดและก็องค์การ เปิดนะคะอย่างที่อาจารย์ได้เล่าให้ฟังใน หน่วยที่ 1 นะคะองค์การปิดเนี่ยนะคะก็ หมายถึงปิดนะคะไม่ติดต่อไม่มีความ ปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมภายนอกนั่นเอง นะคะดังนั้นเนี่ยโอในองค์การในระบบปิดนะ คะค่อนข้างจะเป็นองค์การที่ไม่คล่องตัวนะ คะไม่ติดต่อกับใครนะคะไม่มีการปรับตัวและ อีกประเภทหนึ่งนะคะเรียกว่าเป็นองค์การใน ระบบเปิดนะคะอาจารย์คิดว่าร้อยละเก้าสิบ
47:18 เก้าจุดห้าขององค์การในโลกทีเดียวนะคะจะ เป็นโรงการประเภทระบบเปิดนะคะและก็คือมี ปฏิสัมพันธ์ยอมรับการเปลี่ยนแปลงมีการ ปรับตัวมีความคล่องตัวนั่นเองนะคะถัดไป ค่ะแนวคิดในยุคนี้นะคะอย่างที่จันทร์พูด ให้ฟังแล้วนะคะว่าการจัดการการสมัยใหม่นะ คะเป็นเรื่องของยุคการจัดองค์การสมัยใหม่ เนี่ยนะคะก็เป็นเรื่องของการให้ความสำคัญ ความคล่องตัวกับสภาพแวดล้อมนะคะมากขึ้นมี การจัดการอาจจะมีการแบ่งงานนะคะโดยมี ศูนย์ความรับผิดชอบอันนี้แสดงว่ามีการ แบ่งบทบาทหน้าที่ชัดเจนมีการรวมกลุ่มกัน ทำงานแล้วก็แต่ละกลุ่มในก็จะทำงานตามบท บาทหน้าที่ของตนเองนะคะซึ่งเป็นไปตาม สมรรถนะที่ที่ได้พูดไปนะคะนอกจากนั้นค่ะ แนวคิดใหม่ๆในเรื่องของการทำงานที่ให้
48:04 แม่นตรงเกิดผลสัมฤทธิ์ที่เป็นสิ่งที่ตรง ประเด็นนะคะสิ่งนั้นก็คือเราต้องมีการจัด องค์การเชิงกลยุทธ์คำว่าการจัดการเชิง กลยุทธ์นั้นก็คือจะต้องมีการวางแผนมีการ กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนนะคะมีการกำหนด วิธีการที่ชัดเจนนะคะถัดไปนะคะเป็นเรื่อง ของการจัดการเครือข่ายค่ะนี้นะคะในเรื่อง ของแนวคิดการจัดการสมัยใหม่เนี่ยเราจะมี การพูดถึงเรื่องของเครือข่ายจะสังเกตว่า ถ้ามีเครือข่ายแปลว่าจะเกิดการประสานงาน ความร่วมมือกันนะคะมีเรื่องของการมีส่วน ร่วมจากฝ่ายต่างๆนะคะแบบที่ 3 นะคะขอโทษ ค่ะมีเรื่องของการจัดการองค์การแบบ ดิจิตอลนะคะก็คือเราจะมีการนำเทคโนโลยี ต่างๆนะคะเข้ามาใช้ในการจัดการ สิ่งต่างๆในองค์การมากขึ้นนะคะนอกจากนั้น
48:53 แล้วค่ะบางหน่วยงานก็จะมีการจัดการองค์ การนะคะโดยนำอิเล็กทรอนิกส์นะคะเข้ามาใช้ ในองค์การแบบเต็มรูปแบบนะคะอันนี้ก็จะ เป็นแนวคิดเรื่องการจัดการสมัยใหม่นะคะ อ่ะ คะเดี๋ยวหลังจากนี้นะคะจันทร์ก็จะขอไปนำ เสนอนะคะในเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องของ ทฤษฎีการจัดการนะคะในช่วงต่อไปค่ะอ่ะม.ค ม.ค พ.ย [เพลง]