◣มสธ.◢ 41312 รายการที่ 3 ตอนที่ 1 การเสนอคดีต่อศาล

STOU CHANNEL www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้ให้ภาพรวมของการดำเนินคดีแพ่ง ตั้งแต่การเสนอคดีต่อศาล กระบวนการพิจารณา การสืบพยาน การวินิจฉัยชี้ขาด วิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษา และการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยเน้นที่ประเภทของคดี (มีข้อพิพาทและไม่มีข้อพิพาท) รูปแบบการเสนอคดี (คำฟ้องและคำร้องขอ) และศาลที่มีอำนาจรับพิจารณาคดี

  • คดีแพ่งแบ่งเป็น 2 ประเภท: มีข้อพิพาทและไม่มีข้อพิพาท
  • คดีมีข้อพิพาทเสนอโดยคำฟ้อง, คดีไม่มีข้อพิพาทเสนอโดยคำร้องขอ
  • การยื่นฟ้องคดีมีข้อพิพาท พิจารณาจากประเภทของคำฟ้อง (หนี้เหนือบุคคลหรืออสังหาริมทรัพย์) และภูมิลำเนาของจำเลยหรือสถานที่เกิดเหตุ

การเสนอคดีต่อศาล

คดีที่จะเสนอต่อศาลแพ่งได้ต้องมีลักษณะใดลักษณะหนึ่งดังนี้ 1) มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง (คดีมีข้อพิพาท) หรือ 2) บุคคลต้องการใช้สิทธิทางศาล (คดีไม่มีข้อพิพาท) ตัวอย่างคดีมีข้อพิพาท ได้แก่ คดีกู้ยืมเงินหรือคดีละเมิด ซึ่งจะมีโจทก์และจำเลย ส่วนคดีไม่มีข้อพิพาท เช่น การร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกหรือการร้องขอให้บุคคลเป็นคนสาบสูญ ซึ่งจะมีผู้ร้องเท่านั้น

คุณสมบัติของผู้เสนอคดี

ผู้เสนอคดี (โจทก์หรือจำเลย) ต้องมีฐานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย ซึ่งหมายถึงบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล สิ่งที่ไม่มีฐานะเป็นบุคคล เช่น กองมรดกหรือคณะบุคคล ไม่สามารถฟ้องร้องหรือถูกฟ้องได้ นอกจากนี้ คดีมีข้อพิพาทต้องมีการโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง โดยมีกฎหมายรับรองหรือคุ้มครองสิทธิ์นั้น ส่วนคดีไม่มีข้อพิพาทต้องมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิ์ทางศาล และมีกฎหมายบัญญัติรับรองให้ใช้สิทธิ์ได้ ตัวอย่างเช่น การร้องขอจัดตั้งผู้จัดการมรดก

รูปแบบการเสนอคดี

คดีมีข้อพิพาทต้องเสนอโดยทำเป็นคำฟ้อง (มาตรา 172), ส่วนคดีไม่มีข้อพิพาทเสนอโดยทำเป็นคำร้องขอ คู่ความสามารถดำเนินคดีเองหรือแต่งตั้งทนายความก็ได้ (มาตรา 60) กฎหมายไม่ได้บังคับให้ต้องมีทนายความ

ศาลที่มีอำนาจรับพิจารณาคดี

สำหรับคดีมีข้อพิพาท ต้องแบ่งคำฟ้องเป็น 2 ประเภท: 1) คำฟ้องเกี่ยวกับหนี้เหนือบุคคล (เช่น คดีกู้ยืม ค้ำประกัน ละเมิด) ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา หรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น (มาตรา 4 อนุ 1) 2) คำฟ้องเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้ยื่นต่อศาลที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ หรือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนา (มาตรา 4 ทวิ, 4 ตรี)

การเสนอคดีไม่มีข้อพิพาท

สำหรับการเสนอคดีไม่มีข้อพิพาท (เสนอเป็นคำร้องขอ) โดยทั่วไปให้เสนอต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้น หรือศาลที่ผู้ร้องมีภูมิลำเนา (มาตรา 4 อนุ 2) แต่ถ้าเป็นการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ให้ยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนา แต่ถ้าเจ้ามรดกไม่มีภูมิลำเนาในราชอาณาจักร ให้เสนอต่อศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 [เพลง] ครับสำหรับคลิปนี้นะครับก็จะเป็นขั้นตอน ของการดำเนินคดีแพ่งนะครับซึ่งในหน่วยนี้ เนี่ยมีเรื่องภาพรวมของการดำเนินคดีแพ่ง ที่นักศึกษาควรจะให้ความสนใจอย่างยิ่งเลย นะครับเป็นภาพรวมกว้างๆเลยนะครับตั้งแต่ การเสนอคดีต่อศาลกระบวนการพิจารณาเมื่อ เริ่มคดีกระบวนการพิจารณาเกี่ยวกับการสืบ พยานการวินิจฉัยชี้ขาดนะครับแล้วก็วิธี การชั่วคราวก่อนพิพากษาและการบังคับคดี ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งพูดง่ายๆครับนัก ศึกษาก็จะเห็นภาพกว้างๆเลยของการเริ่มคดี

0:45 แพ่งว่าเราจะเริ่มคดีแพ่งอย่างไรไปเสนอ ที่ศาลไหนนะครับคดีของเราจะทำเป็นคำฟ้อง หรือคำร้องยื่นต่อศาลแล้วศาลจะมีกระบวน การในการพิจารณาอย่างไรนะครับรวมไปถึงการ วินิจฉัยชี้ขาดแล้วก็มีการมีวิธีการชั่ว คราวกับการบังคับคดีอย่างไรนะครับเรามาดู ในส่วนแรกก่อนเลยครับในส่วนของการเสนอคดี ต่อเอกสารนะครับ ในเบื้องต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่งมาตรา 55 เนี่ยก็ได้บัญญัติไว้นะ ครับว่าเมื่อมีข้อตัวอย่างเกิดขึ้นเกี่ยว กับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลใดตามกฎหมาย แพ่งหรือบุคคลใดต้องใช้สิทธิทางศาลจากบท บัญญัติแค่ตรงนี้นะครับนักศึกษาเป็นบท

1:32 บัญญัติที่มีความสำคัญมากนะครับถ้านัก ศึกษาสังเกตดูดีๆนะครับคดีที่จะเสนอต่อ ศาลแพ่งได้ 1 คือคดีที่มีข้อตัวแย้ง เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล 2 นะ ครับบทบัญญัติเชื่อมด้วยคำว่าหรือบุคคล ต้องการใช้สิทธิทางศาลเพราะฉะนั้นประเภท ที่ 2 คือการใช้สิทธิ์ทางศาลบุคคลนั้นชอบ ที่จะเสนอคดีของตนต่อศาลแพ่งส่วนที่มีเขต อำนาจศาลได้ดังนั้นจากบทบัญญัติดังกล่าว คดีที่จะขึ้นสู่ศาลได้มีอยู่ 2 ประเภท เท่านั้นนะครับคือคดีที่มีการโต้แย้ง สิทธิหรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่ง เราเรียกคดีพวกนี้ว่าคดีมีข้อพิพาทคดีมี ข้อพิพาทที่เราเห็นกันชัดๆเลยนะผมยกตัว

2:21 อย่างให้ง่ายนะครับเช่นการกู้ยืมเงินหรือ คดีละเมิดพวกนี้เนี่ยมีการโต้แย้งกัน เกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ยืมเงินแล้วไม่ ยอมคืนหรือขับรถชนแล้วมีการละเมิดเกิด ขึ้นต้องการเรียกค่าเสียหายแน่นอนครับคดี ที่มีข้อโต้แย้งมันก็จะมีโจทย์แล้วก็มี จำเลยส่วนคดีที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ สิทธิ์ทางศาลเราเรียกคดีพวกนี้ว่าคดีไม่ มีข้อพิพาทคดีนี้เนี่ยก็จะมีผู้ร้องไม่ ได้มีโจทย์แล้วจำเลยแล้วนะเป็นผู้ร้องเฉย ๆคดีพวกนี้เช่นอะไรบ้างครับเช่นการร้องขอ จัดตั้งผู้จัดการมรดกการร้องขอให้บุคคลใน กเนี่ยเป็นคนสาบสูญเพราะฉะนั้นประเด็นแรก เลยที่นักศึกษาควรจะทราบนะครับก็คือว่า

3:08 คดีที่จะเสนอขึ้นต่อศาลได้นั้นมีอยู่ 2 ประเภทเท่านั้นคือคดีที่มีข้อพิพาทกับคดี ที่ไม่มีข้อพิพาท 2 ประเภทเท่านั้นเลยนะ ครับในลำดับต่อไปนะครับสำหรับคดีที่มีข้อ พิพาทสิ่งที่เราจะต้องดูต่อไปก็คือหลัก เกณฑ์เบื้องต้นอันแรกเลยครับว่าผู้เสนอ คดีหรือตัวโจทก์ตัวจำเลยเนี่ยจะต้องมี ฐานะเป็นบุคคลคำว่าบุคคลในที่นี้หมายความ ว่าอย่างไรคำว่าบุคคลนะครับหมายถึงบุคคล ธรรมดาก็ได้มิติบุคคลก็ได้ที่จะเป็นโจทก์ ในการนำเสนอคดีขึ้นต่อศาลนะครับต้องมี ฐานะเป็นบุคคลนะครับ อะไรที่ไม่มีฐานะเป็นบุคคลไม่สามารถที่จะ ฟ้องร้องหรือถูกฟ้องได้นะครับตัวอย่าง

3:54 เช่นกองมรดกกองมรดกไม่มีสถานะเป็นบุคคล ตามบทบัญญัติของกฎหมายนะครับหรือว่าคณะ บุคคลก็ไม่มีสถานะเป็นบุคคลตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นไม่อาจที่จะฟ้องร้องหรือถูก ฟ้องดำเนินคดีได้นะครับอย่างที่ 2 สำหรับ คดีมีข้อพิพาทคือต้องมีการโต้แย้งสิทธิ หรือหน้าที่ของบุคคลตามกฎหมายแพ่งนะครับ การโต้แย้งสิทธิหรือหน้าที่มันก็จะต้องมี กฎหมายรับรองหรือว่าคุ้มครองสิทธิ์ให้ถึง จะโต้แย้งกันได้ถ้าไม่มีกฎหมายรับรองหรือ คุ้มครองสิทธิ์แล้วก็ไม่สามารถที่จะ ฟ้องร้องดำเนินคดีได้สำหรับการเสนอคดีแบบ

4:40 คดีไม่มีข้อพิพาทนะครับกฎหมายก็บอกว่ามัน เป็นความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิ์ทางศาล และแต่การจะใช้สิทธิ์ทางศาลได้นั้นก็จะ ต้องมีกฎหมายบัญญัติรับรองให้ว่าเรื่อง นี้ใช้ได้เช่นขอจัดตั้งผู้จัดการมรดกมีกฎ หมายบัญญัติรับรองครับทำได้อย่างไรก็ตาม มันก็มีกรณีตัวอย่างเช่นผู้ชายคนหนึ่งในก ไก่ตัวเองเป็นชายนะเป็นเพศชายโดยกำเนิดนะ ครับแต่ว่าอยากจะเป็นเพศหญิงก็เลยไปแปลง เพศซะแล้วก็พอแปลงเพศเรียบร้อยมีสภาพ เหมือนผู้หญิงและแต่อยากที่จะมีคำนำหน้า ขึ้นต้นด้วยนางสาวแบบนี้ไปร้องขอต่อศาล แบบนี้ทำไม่ได้นะครับเพราะว่าไม่ได้มีบท บัญญัติของกฎหมายนี้รับรองให้นะครับโอเค

5:27 เรามาดูในรูปแบบของการเสนอคดีนะครับรูป แบบของการเสนอคดีเนี่ยอย่างที่บอกนะคดีมี 2 ประเภทคือคดีมีข้อพิพาทกับคดีไม่มีข้อ พิพาทก่อนอื่นเราต้องแยกก่อนนะว่าถ้าเรา จะไปฟ้องต่อศาลตัวที่เราจะไปฟ้องหรือเรา จะไปยื่นคำร้องเนี่ยเป็นคดีประเภทไหนเรา จะได้ทำถูกต้องกฎหมายกำหนดไว้ครับว่าถ้า เป็นคดีมีข้อพิพาทอยู่ที่มาตรา 172 นะ ครับเขาบอกว่าให้โจทย์เสนอข้อหาของตนโดย ทำเป็นคำฟ้อง เพราะฉะนั้นคดีที่มีข้อพิพาทมีโจทย์มี จำเลยทะเลาะกันแบบนี้เนี่ยเวลาเสนอต่อศาล เนี่ยต้องเสนอโดยทำเป็นคำฟ้องสำหรับคดี

6:12 ไม่มีข้อพิพาทนะครับประการที่ 2 ต่อมา อย่างที่บอกไปว่าเฮ้ยคดีไม่มีข้อพิพาทคือ มันไม่ได้ทะเลาะกับใครนะแต่ว่าเป็นการที่ เราเนี่ยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้สิทธิ ทางศาลผู้เสนอคดีเราก็จะเรียกบุคคลนั้น ว่าผู้ร้องวิธีการเสนอคดีนะครับก็จะทำ เป็นคำร้องของยื่นต่อศาลเพราะฉะนั้นในการ เสนอคดีเราก็ดูครับว่าเป็นคดีมีข้อพิพาท หรือคดีไม่มีข้อพิพาทนะครับรูปแบบต่างกัน นะแบบที่ 1 มีข้อพิพาททำเป็นคำฟ้องถ้าไม่ มีข้อพิพาททำเป็นคำร้องขอพอเรารู้เสร็จ แล้วว่าคดีของเราเนี่ยจะทำเป็นคำฟ้องหรือ คำร้องเรามาดูต่อไปครับว่าแล้ววิธีการ

6:57 ดำเนินคดีจะทำอย่างไรบ้างประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่งนะครับมาตรา 60 บอก ไว้ครับว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นะครับจะดำเนินคดีจะว่าความด้วยตนเองหรือ ดำเนินกระบวนจะว่าความด้วยตนเองและดำเนิน กระบวนการพิจารณาทั้งปวงตามที่เห็นสมควร ก็ได้หรือจะแต่งตั้งทนายความคนเดียวหรือ หลายคนก็ได้บทบัญญัตินี้บอกอะไรเราบอกเรา ว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องจ้างทนายความนะ ครับเราสามารถที่จะว่าความด้วยตนเองก็ได้ แต่อย่างไรก็ดีครับในทางปฏิบัติแน่นอนว่า คนบางคนอาจจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านกฎ หมายอาจจะจบวิศวะอาจจะจบหมอจบสถาปัตย์มา แน่นอนเขาอาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านกฎ

7:43 หมายกฎหมายก็ไม่ได้จำกัดสิทธิ์ของเขาเขา ก็สามารถจ้างทนายความไม่ว่าจะเป็นคนเดียว หรือหลายคนเนี่ย ฟ้องร้องคดีได้นั่นคือวิธีการดำเนินคดี ที่กฎหมายกำหนดนะครับ โอเค ในลำดับต่อไปเรามาดูสารที่มีอำนาจในการ รับคดีไว้พิจารณานะครับอย่างที่บอกเสมอ ว่าคดีมีอยู่ 2 ประเภทคดีมีข้อพิพาทกับ คดีไม่มีข้อพิพาทซึ่ง 2 ส่วนนี้มีความแตก ต่างกันนะครับว่าเราจะไปเสนอคดีได้ที่ไหน พูดง่ายๆครับก็คือเรามีคำฟ้องอยู่ในมือ แล้วกันเวลาเราจะไปยื่นเนี่ยเราต้องไป ยื่นที่ศาลไหนยื่นให้ถูกต้องนะครับอย่าง แรกเลยนะครับสำหรับคดีมีข้อพิพาทเนอะมัน

8:29 ก็จะมีมาตราที่สำคัญๆอยู่คือมาตรา 4 อนุ 1 มาตรา 4 ทวิแล้วก็มาตรา 4 ตรีนะครับ ต้องบอกก่อนว่าสำหรับคดีมีข้อพิพาทหลัก การเบื้องต้นง่ายๆเลยที่อยากให้นักศึกษา เนี่ยเข้าใจนะครับคือเราต้องแบ่งแยกคำ ฟ้องก่อนเวลาจะไปเสนอคำฟ้องพอมันมีข้อ พิพาทมีโจทย์จำเลยปุ๊บเราจะไปเสนอคำฟ้อง คำฟ้องแบ่งออกมาเป็น 2 ประเภทคือคำฟ้อง ที่เกี่ยวด้วยหนี้เหนือบุคคลกับคำฟ้องที่ เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์ 2 ประเภทนี้มี ความแตกต่างกันนักศึกษาต้องทำความเข้าใจ ก่อนนะครับว่าคำฟ้องที่มีอยู่ในมือเรา เนี่ยถ้าสมมุติเราจะไปฟ้องเนี่ยเป็นคำ ฟ้องประเภทไหน อันแรกครับคำฟ้องเกี่ยวด้วยหนี้เหนือ บุคคลนะครับถ้าคำฟ้องเกี่ยวด้วยนี่หรือ

9:16 บุคคลเนี่ยอยากให้นักศึกษานึกภาพทั่วๆไป นะครับเช่นคดีกู้ยืมค้ำประกันละเมิดจำนอง ไม่ใช่จำนองจำนำพูดผิดนะครับพวกนี้เนี่ย ถือว่าเป็นหนี้เหนือบุคคลทั้งนั้นเลยเวลา ที่จะยื่นฟ้องนะครับกฎหมายก็กำหนดไว้เลย ครับว่ามาตรา 41 บอกว่าคำฟ้องให้เสนอต่อ ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล เชื่อมด้วยคำว่าหรือสารที่มูลคดีเกิดขึ้น ในเขตศาลเพราะฉะนั้นถ้าเป็นคำฟ้องเกี่ยว ด้วยหนี้เหนือบุคคลเช่นเรื่องของการผิด สัญญาค้ำประกันสมมุติหรือว่าการผิดสัญญา กู้ยืมหรือเรื่องของละเมิดเนี่ยเวลาจะ ฟ้องนะครับก็ไปฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลย หรือสารที่มูลคดีเกิดขึ้นตัวอย่างเช่นก

10:03 เนี่ยอยู่ที่จังหวัดตรังนะครับเดินอยู่ ที่อยุธยาและกันถูกผู้ชายคนหนึ่งขไข่ เนี่ยที่มีภูมิลำเนาอยู่ลพบุรีขับรถมาชน ที่อยุธยา นึกภาพนะครับว่าคนหนึ่งเดินอยู่แล้วถูก อีกคนนึงเนี่ยขับรถชนมาแน่นอนเรื่องนี้ เป็นเรื่องละเมิดในทางแพ่งแน่นอนครับกก็ ต้องฟ้องเรียกค่าเสียหายคำถามคือกไก่จะ ฟ้องเรียกค่าเสียหายได้ที่ไหนเราก็ต้องมา ดูครับว่าตัวจำเลยเนี่ยมีภูมิลำเนาอยู่ ที่ไหนในกรณีนี้ครับอย่างที่บอกตัวขเป็น คนขับรถชนเนี่ยเขาอยู่จังหวัดลพบุรี แล้วเหตุเกิดที่ไหนเหตุเกิดที่อยุธยา เพราะฉะนั้นเนี่ยตัวโจทก์ตัวกไก่เป็นผู้

10:48 เสียหายก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จากละเมิดได้ที่ 3 จังหวัดลพบุรีกับศาล จังหวัดอยุธยา 2 ที่เพราะอะไรเพราะว่าตาม มาตรา 4 อนุ 1 ครับจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ ในเขตศาลหรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นเลือก ศาลใดศาลหนึ่งในการฟ้องนะครับ ต่อมานะครับคำฟ้องประเภทที่ 2 คือคำฟ้อง เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิ ประโยชน์ที่เกี่ยวด้วยอสังหาริมทรัพย์คำ ฟ้องประเภทนี้เช่นอะไรล่ะเช่นฟ้องบังคับ จำนองฟ้องเกี่ยวกับภาระจำยอมแน่นอนครับ เราแทนสูตรเหมือนเดิมเลยเวลาฟ้องเนี่ยก็ ต้องยื่นฟ้องต่อศาลที่ อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่ในเขตศาลนะ ครับดูว่าอสังหานั้นตั้งอยู่ที่ไหนหรือ

11:36 ฟ้องที่ศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาเช่นเดียว กันเราแทนได้ครับแทนสูตรได้เนาะว่าใน สมมติเราฟ้องเรื่องเกี่ยวกับจำนองบังคับ เอาที่ดินแบบนี้เราก็ไปดูครับว่าคนที่ถูก ฟ้องหรือว่าตัวจำเลยเนี่ยเขามีภูมิลำเนา อยู่ที่ไหนหรือตัวอสังหาริมทรัพย์ที่เรา จะฟ้องเนี่ยตั้งอยู่ที่ไหนนะครับเราก็ เลือกฟ้องได้ที่อสังหานั้นตั้งอยู่หรือ สถานที่ที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่นั่นเองนะ ครับ สำหรับการเสนอคดีไม่มีข้อพิพาทการเสนอคดี ไม่มีข้อพิพาทนะครับจริงๆเนี่ยมันมีหลาก หลายกรณีนะแต่ว่าผมขอยกตัวอย่างแค่ 2

12:23 กรณีก็แล้วกันนะครับซึ่งนักศึกษาสามารถ ศึกษาเพิ่มเติมในรายละเอียดได้ในหน่วยถัด ๆไปนะครับสำหรับการเสนอคดีไม่มีข้อพิพาท อย่างที่แจ้งไปในเบื้องต้นนะเวลาเราเสนอ เราเสนอเป็นคำร้องขอยื่นต่อศาลไปในกรณี การยื่นคำร้องทั่วๆไปกฎหมายก็กำหนดไว้ใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4 อนุ 2 นะครับบอกว่าคำร้องขอให้เสนอต่อศาล ที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลหรือต่อศาลที่ ผู้ร้องมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลกรณีนี้ เช่นอะไรล่ะเช่นการร้องขอให้เป็นคนสาบสูญ เป็นกรณีทั่วๆไปแต่อย่างไรก็ตามถ้าเป็น ร้องขอเพื่อให้ศาลมีคำสั่งแต่งตั้งผู้จัด การมรดกกรณีแบบนี้เนี่ยก็กฎหมายก็บัญญัติ

13:11 ไว้เฉพาะนะครับว่าถ้าจะแต่งตั้งผู้จัดการ มรดกนะให้ยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมี ภูมิลำเนาก่อนแต่ว่าถ้าเจ้ามรดกไม่ได้มี ภูมิลำเนาอยู่ในเขตสายหรือว่าอยู่ใน ราชอาณาจักรเนี่ยแล้วเช่นมีทรัพย์สินอยู่ ที่อุดรธานีเป็นที่ดิน 10 ไร่เลยแต่เจ้า ตัวคนนี้เนี่ยเขาย้ายไปอยู่สหรัฐอเมริกา มา 10 ปีแล้วไปตั้งรกรากที่นู่นแต่มี ทรัพย์สินที่ประเทศไทยนะเวลายื่นคำร้องก็ ต้องยื่นตามวรรค 2 ครับคือในกรณีที่เจ้า มรดกไม่มีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรก็ ให้เสนอต่อศาลที่ทรัพย์มรดกนั้นตั้งอยู่ นี่ก็คือวิธีการเสนอ คำร้องต่อศาลดังนั้นนะครับโดยสรุปแล้ว เนี่ยคดีที่จะขึ้นสู่ศาลได้ในเบื้องต้นนะ ครับเราต้องทราบก่อนว่าคดีที่จะขึ้นสู่

13:57 ศาลแพ่งได้มีอยู่ 2 ประเภทเท่านั้นคือคดี ที่มีข้อพิพาทกับคดีไม่มีข้อพิพาทนะครับ ถ้าเป็นคดีมีข้อพิพาทเราต้องทำเป็นคำฟ้อง ถ้าเป็นคดีมีข้อพิพาทเราทำเป็นคำฟ้องถ้า เป็นคดีไม่มีข้อพิพาทเราทำเป็นคำร้องขอนะ ครับเวลายื่นต่อศาลถ้าเป็นคดีมีข้อพิพาท ก็ดูครับว่าคำฟ้องนั้นจะเป็นคำฟ้องเกี่ยว ด้วยอสังหาหรือเป็นหนี้เหนือบุคคลถ้าเป็น คำร้องขอก็ดูเป็นกรณีว่าเป็นกรณีทั่วๆไป เป็นกรณียื่นคำร้องขอจัดตั้งผู้จัดการ มรดกนะครับอันนี้ก็เป็นเนื้อหาในส่วนต้น นะครับ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries