◣มสธ.◢ 41312 รายการที่ 3 ตอนที่ 2 กระบวนพิจารณาเมื่อเริ่มคดี

STOU CHANNEL www.youtube.com

สรุปเนื้อหาโดยย่อ

วิดีโอนี้อธิบายถึงกระบวนการพิจารณาคดีตั้งแต่เริ่มต้น โดยเน้นที่การตรวจคำคู่ความ การยื่นและการส่งคำคู่ความ และการยื่นคำให้การ รวมถึงการฟ้องแย้ง สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้:

  • ศาลมีอำนาจตรวจคำคู่ความและมีสิทธิ์คืน ไม่รับ หรือรับคำคู่ความ
  • เมื่อศาลรับคำฟ้องแล้ว โจทก์ต้องร้องขอให้ส่งหมายให้จำเลยภายใน 7 วัน
  • จำเลยต้องยื่นคำให้การภายใน 15 วัน และสามารถขอขยายระยะเวลาได้หากมีเหตุจำเป็น
  • ศาลจะนัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาทที่ต้องนำสืบ

การตรวจคำคู่ความ

เมื่อยื่นคำฟ้องต่อศาล สิ่งแรกที่เกิดขึ้นคือการตรวจคำคู่ความ โดยเจ้าหน้าที่ศาลจะเป็นผู้ตรวจในเบื้องต้น แต่อำนาจในการตรวจเป็นของศาลตามมาตรา 18 ซึ่งศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำคู่ความที่ได้รับไว้เพื่อยื่นต่อศาล หรือส่งให้แก่คู่ความหรือบุคคลใดๆ

ผลของการตรวจคำคู่ความ

ผลของการตรวจคำคู่ความโดยศาลมี 3 ประการ คือ คืนคำคู่ความ (เช่น อ่านไม่ออก เขียนฟุ่มเฟือย) ไม่รับคำคู่ความ (เช่น ยื่นผิดศาล) และรับคำคู่ความ (ยื่นถูกศาล) หากศาลรับคำคู่ความแล้ว กระบวนการต่อไปจะเริ่มขึ้น

การส่งคำคู่ความ

เมื่อศาลรับคำฟ้องแล้ว จำเลยจะยังไม่ทราบเรื่องการถูกฟ้อง กฎหมายกำหนดว่าภายใน 7 วันนับแต่วันยื่นฟ้อง โจทก์ต้องร้องขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมาย (คำฟ้อง) ให้จำเลยทราบ หากโจทก์ไม่ปฏิบัติตาม ศาลอาจมีคำสั่งจำหน่ายคดี

การยื่นคำให้การ

เมื่อจำเลยได้รับคำฟ้องแล้ว จะต้องทำคำให้การยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน โดยคำให้การต้องชัดแจ้งว่ายอมรับหรือปฏิเสธข้อหา หากจำเลยไม่สามารถทำคำให้การได้ทันภายใน 15 วัน สามารถขอขยายระยะเวลาได้ แต่ต้องขอก่อนสิ้นระยะเวลายื่นคำให้การ และต้องมีเหตุผลพิเศษที่ศาลจะอนุญาต

การชี้สองสถาน

เมื่อมีทั้งคำฟ้องและคำให้การแล้ว ศาลจะนัดชี้สองสถาน คือการนัดโจทก์และจำเลยมาเพื่อกำหนดประเด็นข้อพิพาท ประเด็นใดที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับหรือสละได้ก็จะตัดออกไป ส่วนประเด็นที่ยังเป็นข้อพิพาทจะต้องนำพยานหลักฐานมาสืบ หลักการคือผู้ใดกล่าวอ้าง ผู้นั้นนำสืบ

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 [เพลง] ครับสำหรับคลิปนี้นะครับก็จะเป็นเรื่อง ของกระบวนการพิจารณาเมื่อเริ่มคดีนะครับ จากคลิปที่แล้วที่พูดไปนะครับว่าคดีมีกี่ ประเภทนะครับแล้วก็จะไปยื่นฟ้องที่ศาลไหน สำหรับคลิปนี้เนี่ยเราจะมาดูเนื้อหาต่อมา นะครับว่าแล้วกระบวนการหรือว่าคดีเนี่ย มันจะดำเนินต่อไปได้อย่างไรนะครับซึ่ง เนื้อหาในส่วนนี้เนี่ยก็จะมีอยู่ 3 ส่วน หลักๆนะครับคือการตรวจคำคู่ความการยื่น การส่งคำคู่ความนะครับแล้วก็การยื่นคำให้ การและก็การฟ้องแย้งนะครับเรามาดูเนื้อหา ในเบื้องต้นก่อนนะครับเมื่อเราส่งตัวคำ

0:49 ฟ้องลองนึกภาพนะครับตอนนี้เรารู้ว่าคดี ของเราเป็นคำร้องหรือคำฟ้องผมสมมติว่า เป็นคำฟ้องก็แล้วกันเราไปยื่นให้ถูกศาลพอ เรายื่นถูกศาลแล้วกระบวนการต่อมาที่เกิด ขึ้นคืออะไรโดยหลักก็จะต้องมีการตรวจคำ คู่ความคือทางปฏิบัติจริงๆก็จะเป็นเจ้า หน้าที่ของศาลและที่จะมาพัฒนาตรวจให้ใน เบื้องต้นแต่อย่างไรก็ตามนะครับกฎหมายก็ ได้กำหนดว่าเป็นอำนาจของศาลที่จะต้องตรวจ คำคู่ความก่อนซึ่งเป็นไปตามมาตรา 18 นะ ครับเนื้อหาค่อนข้างที่จะยาวทีเดียวเลยนะ ครับ มาตรา 18 บอกว่าให้ศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำ คู่ความนะครับ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้

1:35 เพื่อยื่นต่อศาลหรือส่งให้แก่คู่ความหรือ บุคคลใดๆวรรคแรกบอกพูดถึงอำนาจของศาลวรรค ที่ 2 ต่อมาเป็นเรื่องสำคัญแล้ว พอเราไปยื่นศาลศาลจะตรวจการตรวจคำคู่ความ ของศาลมันจะมีผลอยู่ 3 ประการนะครับพูด แบบสรุปเลยนะครับว่าพอศาลอ่านคำฟ้องและผล จะมีอยู่ 3 อย่างเท่านั้นคือคืนคำคู่ความ ไม่รับคำคู่ความแล้วก็รับคำคู่ความ 3 อย่างเท่านั้นพอศาลตรวจคำคู่ความหรือคำ ฟ้องเรานะถ้านักศึกษาอยากรู้ว่าเอ๊ะแล้ว ไอ้คำคู่ความที่อาจารย์บอกเนี่ยหมายความ ว่าอะไรขอให้นักศึกษาไปดูนิยามความหมายนะ

2:20 ครับในมาตรา 5 ในมาตรา 1 อนุ 5 นะครับ มาตรา 1 อนุ 5 ลองย้อนไปดูนิยามความหมาย ตรงนั้นเอาเป็นว่าถ้ายื่นคำฟ้องไปที่ศาล แล้วศาลตรวจคำฟ้องแล้วศาลก็จะบอกว่าให้ คืนคำคู่ความสมมุติศาลมีคำสั่งให้คืนคำ คู่ความหมายความว่าอะไรถ้าคืนคำคู่ความ เนี่ยคืออ่านไม่ออกอ่านไม่เข้าใจเขียน ฟุ่มเฟือยคืนให้ไปทำมาใหม่นั่นคือความ หมายของคำว่าคืนคำคู่ความถ้าศาลบอกว่า ยื่นไปแล้วศาลไม่รับคำคู่ความไม่รับฟ้อง หมายความว่าอะไรเอาง่ายๆเลยคือยื่นผิดศาล ยืนไม่ถูกที่ไปยื่นให้ถูกศาลนะเข้าใจผิด ไม่ได้ยื่นทีนี้เวลายื่นต้องยื่นที่ผู้มี ลำนาวของจำเลยนะหรือว่ายื่นที่ศาลที่

3:06 มูลคดีเกิดนะก็แล้วแต่กรณีนะครับถ้าไม่ รับคำคู่ความคือยื่นผิดถ้ารับคำคู่ความ หมายความว่าอะไรหมายความว่ายื่นมาถูกศาล และศาลรับไปแล้วนะครับรับไปแล้วยังไงต่อ กระบวนการต่อไปคือกระบวนการที่น่าสนใจ ตอนเรายื่นคำฟ้องไปเนี่ย ตัวจำเลยยังไม่ทราบหรอกครับว่าตัวเองถูก ฟ้องยังไม่รู้ครับตอนนั้นจำเลยยังไม่มี ทางทราบแน่นอนว่าตัวเองถูกฟ้องกฏหมายก็ บอกครับว่าเมื่อศาลได้รับได้รับคำฟ้อง เรียบร้อยแล้วเนี่ยภายในกำหนด 7 วันนับ แต่ยื่นฟ้องนะให้โจทย์เนี่ยร้องขอต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายนั้นก็

3:53 คือส่งตัวคำฟ้องเนี่ยให้กับตัวจำเลยซะ จำเลยจะได้ทราบว่าอ๋อมีคนฟ้องร้องชนะนะ ครับตรงนี้มีความสำคัญอยู่ที่จำนวน 7 วัน นะครับคือโจทย์เนี่ยมีหน้าที่ที่จะต้อง ร้องขอต่อเจ้าพนักงานนะครับเพื่อให้ส่ง หมายหรือส่งคำฟ้องนั้นถ้าโจทย์ไม่ได้ไป ร้องขอผลเกิดอะไรขึ้นถ้าโจทย์ไม่ปฏิบัติ ตามศาลก็จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกไปนะครับ พอโจทย์ร้องขอมีการส่งตัวคำฟ้องให้กับ จำเลยแล้ว สิ่งต่อมาก็คือว่าจำเลยเนี่ยจะต้องทำคำ ให้การยื่นต่อศาลภายใน 15 วันคำให้การนี้ มันจะต้องชัดแจ้งนะครับว่ายอมรับหรือ

4:40 ปฏิเสธข้อหาหรือว่ายอมรับบางส่วนปฏิเสธ บางส่วนต้องชัดแจ้งอย่างไรก็ดีกฎหมายให้ เวลา 15 วันเท่านั้นในการทำคำให้การคำถาม ก็คือว่าแล้วถ้าทำคำให้การไม่ทันภายใน 15 วันล่ะคดีมาหนามากเลยนะครับมีหลายหน้ามาก ๆเลยกรณีแบบนี้ทำยังไงก็ตอบว่าตัวจำเลย เนี่ยขอขยายระยะเวลาได้นะครับแต่การขอ ขยายระยะเวลาเนี่ยมันจะต้องเป็นการขอขยาย ก่อนสิ้นระยะเวลายื่นคำให้การนะครับถ้า หมดเวลายื่นคำให้การแล้วมาขอขยายแบบนี้ ไม่ได้และในการขอขยายเนี่ยมันก็จะต้องมี พฤติการณ์พิเศษด้วยนะครับที่ศาลจะอนุญาต เช่นคำฟ้องของโจทย์เนี่ยสลับซับซ้อนมาก

5:25 เลยหรือว่ามีจำนวนเอกสารมีจำนวนหลายหน้า มากๆอ่านไม่ทัน 15 วันทำไม่ทันจริงๆก็ขอ ขยายระยะเวลายื่นคำให้การนะครับเมื่อ จำเลยยื่นคำให้การเรียบร้อยแล้วตอนนี้เรา ก็จะเห็นว่ามีทั้งคำฟ้องแล้วก็มีทั้งคำ ให้การทั้ง 2 อย่างมาประกบกันเรียบร้อย แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือว่าศาลก็ จะนัดชี้สองสถานครับการชี้ 2 สถานก็คือ สารก็จะนัดตัวโจทย์ตัวจำเลยมาเนี่ยเพื่อ กำหนดประเด็นข้อพิพาทพูดง่ายๆอีกอย่าง หนึ่งก็คือว่าการที่ 2 สถานคือการกำหนด ประเด็นข้อพิพาทว่าประเด็นที่พิพาทกัน จริงๆมีอะไรบ้างตัวอย่างเช่นถ้ากไก่ฟ้องข

6:11 ไข่ว่าผิดสัญญาไม่ยอมชำระเงินขอไข่บอกว่า ฉันชำระเงินเรียบร้อยแล้วตรงนี้เนี่ย ประเด็นว่าสัญญาได้ทำขึ้นจริงหรือเปล่า ไม่ต้องพิสูจน์แล้วเพราะว่าทั้งสองฝ่าย ยอมรับประเด็นนี้จบไปเลยต่อมาประเด็นว่า แล้วได้มีการชำระเงินกันจริงหรือไม่ตรง นี้กบอกว่ายังไม่ได้ชำระขอไข่บอกว่าชำระ แล้วเพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นประเด็นข้อ พิพาทที่จะต้องนำพยานหลักฐานเข้ามาสืบดัง นั้นการชี้ 2 สถานคือการกำหนดประเด็นข้อ พิพาทนะครับข้อหาได้ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ หรือหรือว่าสามารถสละข้อหาได้ก็จะตัดทิ้ง ไปเพื่อไม่ให้เสียเวลาส่วนข้อหาใดที่ยัง เป็นประเด็นอยู่ก็จะต้องนำ

6:59 การที่ 2 สถานะหลักการของมันคือการ เป็นการบอกว่าผู้ใดกล่าวอ้างผู้นั้นนำสืบ ใครเป็นคนกล่าวอ้างคนนั้นมีหน้าที่ในการ นำสืบก่อนนะครับนั่นคือหลักการที่นัก ศึกษาควรจะต้องจำนะครับเพราะฉะนั้นนี่ก็ คือหลักการกว้างๆของการดำเนินกระบวนการนะ ครับไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำฟ้องยื่นคำให้ การแล้วก็มาจบที่การชี้ 2 สถานครับ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries