0:00 [เพลง] ครับสำหรับคลิปนี้นะครับก็จะเป็นเรื่อง ของกระบวนการพิจารณาเมื่อเริ่มคดีนะครับ จากคลิปที่แล้วที่พูดไปนะครับว่าคดีมีกี่ ประเภทนะครับแล้วก็จะไปยื่นฟ้องที่ศาลไหน สำหรับคลิปนี้เนี่ยเราจะมาดูเนื้อหาต่อมา นะครับว่าแล้วกระบวนการหรือว่าคดีเนี่ย มันจะดำเนินต่อไปได้อย่างไรนะครับซึ่ง เนื้อหาในส่วนนี้เนี่ยก็จะมีอยู่ 3 ส่วน หลักๆนะครับคือการตรวจคำคู่ความการยื่น การส่งคำคู่ความนะครับแล้วก็การยื่นคำให้ การและก็การฟ้องแย้งนะครับเรามาดูเนื้อหา ในเบื้องต้นก่อนนะครับเมื่อเราส่งตัวคำ
0:49 ฟ้องลองนึกภาพนะครับตอนนี้เรารู้ว่าคดี ของเราเป็นคำร้องหรือคำฟ้องผมสมมติว่า เป็นคำฟ้องก็แล้วกันเราไปยื่นให้ถูกศาลพอ เรายื่นถูกศาลแล้วกระบวนการต่อมาที่เกิด ขึ้นคืออะไรโดยหลักก็จะต้องมีการตรวจคำ คู่ความคือทางปฏิบัติจริงๆก็จะเป็นเจ้า หน้าที่ของศาลและที่จะมาพัฒนาตรวจให้ใน เบื้องต้นแต่อย่างไรก็ตามนะครับกฎหมายก็ ได้กำหนดว่าเป็นอำนาจของศาลที่จะต้องตรวจ คำคู่ความก่อนซึ่งเป็นไปตามมาตรา 18 นะ ครับเนื้อหาค่อนข้างที่จะยาวทีเดียวเลยนะ ครับ มาตรา 18 บอกว่าให้ศาลมีอำนาจที่จะตรวจคำ คู่ความนะครับ ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของศาลได้รับไว้
1:35 เพื่อยื่นต่อศาลหรือส่งให้แก่คู่ความหรือ บุคคลใดๆวรรคแรกบอกพูดถึงอำนาจของศาลวรรค ที่ 2 ต่อมาเป็นเรื่องสำคัญแล้ว พอเราไปยื่นศาลศาลจะตรวจการตรวจคำคู่ความ ของศาลมันจะมีผลอยู่ 3 ประการนะครับพูด แบบสรุปเลยนะครับว่าพอศาลอ่านคำฟ้องและผล จะมีอยู่ 3 อย่างเท่านั้นคือคืนคำคู่ความ ไม่รับคำคู่ความแล้วก็รับคำคู่ความ 3 อย่างเท่านั้นพอศาลตรวจคำคู่ความหรือคำ ฟ้องเรานะถ้านักศึกษาอยากรู้ว่าเอ๊ะแล้ว ไอ้คำคู่ความที่อาจารย์บอกเนี่ยหมายความ ว่าอะไรขอให้นักศึกษาไปดูนิยามความหมายนะ
2:20 ครับในมาตรา 5 ในมาตรา 1 อนุ 5 นะครับ มาตรา 1 อนุ 5 ลองย้อนไปดูนิยามความหมาย ตรงนั้นเอาเป็นว่าถ้ายื่นคำฟ้องไปที่ศาล แล้วศาลตรวจคำฟ้องแล้วศาลก็จะบอกว่าให้ คืนคำคู่ความสมมุติศาลมีคำสั่งให้คืนคำ คู่ความหมายความว่าอะไรถ้าคืนคำคู่ความ เนี่ยคืออ่านไม่ออกอ่านไม่เข้าใจเขียน ฟุ่มเฟือยคืนให้ไปทำมาใหม่นั่นคือความ หมายของคำว่าคืนคำคู่ความถ้าศาลบอกว่า ยื่นไปแล้วศาลไม่รับคำคู่ความไม่รับฟ้อง หมายความว่าอะไรเอาง่ายๆเลยคือยื่นผิดศาล ยืนไม่ถูกที่ไปยื่นให้ถูกศาลนะเข้าใจผิด ไม่ได้ยื่นทีนี้เวลายื่นต้องยื่นที่ผู้มี ลำนาวของจำเลยนะหรือว่ายื่นที่ศาลที่
3:06 มูลคดีเกิดนะก็แล้วแต่กรณีนะครับถ้าไม่ รับคำคู่ความคือยื่นผิดถ้ารับคำคู่ความ หมายความว่าอะไรหมายความว่ายื่นมาถูกศาล และศาลรับไปแล้วนะครับรับไปแล้วยังไงต่อ กระบวนการต่อไปคือกระบวนการที่น่าสนใจ ตอนเรายื่นคำฟ้องไปเนี่ย ตัวจำเลยยังไม่ทราบหรอกครับว่าตัวเองถูก ฟ้องยังไม่รู้ครับตอนนั้นจำเลยยังไม่มี ทางทราบแน่นอนว่าตัวเองถูกฟ้องกฏหมายก็ บอกครับว่าเมื่อศาลได้รับได้รับคำฟ้อง เรียบร้อยแล้วเนี่ยภายในกำหนด 7 วันนับ แต่ยื่นฟ้องนะให้โจทย์เนี่ยร้องขอต่อ พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อให้ส่งหมายนั้นก็
3:53 คือส่งตัวคำฟ้องเนี่ยให้กับตัวจำเลยซะ จำเลยจะได้ทราบว่าอ๋อมีคนฟ้องร้องชนะนะ ครับตรงนี้มีความสำคัญอยู่ที่จำนวน 7 วัน นะครับคือโจทย์เนี่ยมีหน้าที่ที่จะต้อง ร้องขอต่อเจ้าพนักงานนะครับเพื่อให้ส่ง หมายหรือส่งคำฟ้องนั้นถ้าโจทย์ไม่ได้ไป ร้องขอผลเกิดอะไรขึ้นถ้าโจทย์ไม่ปฏิบัติ ตามศาลก็จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีออกไปนะครับ พอโจทย์ร้องขอมีการส่งตัวคำฟ้องให้กับ จำเลยแล้ว สิ่งต่อมาก็คือว่าจำเลยเนี่ยจะต้องทำคำ ให้การยื่นต่อศาลภายใน 15 วันคำให้การนี้ มันจะต้องชัดแจ้งนะครับว่ายอมรับหรือ
4:40 ปฏิเสธข้อหาหรือว่ายอมรับบางส่วนปฏิเสธ บางส่วนต้องชัดแจ้งอย่างไรก็ดีกฎหมายให้ เวลา 15 วันเท่านั้นในการทำคำให้การคำถาม ก็คือว่าแล้วถ้าทำคำให้การไม่ทันภายใน 15 วันล่ะคดีมาหนามากเลยนะครับมีหลายหน้ามาก ๆเลยกรณีแบบนี้ทำยังไงก็ตอบว่าตัวจำเลย เนี่ยขอขยายระยะเวลาได้นะครับแต่การขอ ขยายระยะเวลาเนี่ยมันจะต้องเป็นการขอขยาย ก่อนสิ้นระยะเวลายื่นคำให้การนะครับถ้า หมดเวลายื่นคำให้การแล้วมาขอขยายแบบนี้ ไม่ได้และในการขอขยายเนี่ยมันก็จะต้องมี พฤติการณ์พิเศษด้วยนะครับที่ศาลจะอนุญาต เช่นคำฟ้องของโจทย์เนี่ยสลับซับซ้อนมาก
5:25 เลยหรือว่ามีจำนวนเอกสารมีจำนวนหลายหน้า มากๆอ่านไม่ทัน 15 วันทำไม่ทันจริงๆก็ขอ ขยายระยะเวลายื่นคำให้การนะครับเมื่อ จำเลยยื่นคำให้การเรียบร้อยแล้วตอนนี้เรา ก็จะเห็นว่ามีทั้งคำฟ้องแล้วก็มีทั้งคำ ให้การทั้ง 2 อย่างมาประกบกันเรียบร้อย แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อมาก็คือว่าศาลก็ จะนัดชี้สองสถานครับการชี้ 2 สถานก็คือ สารก็จะนัดตัวโจทย์ตัวจำเลยมาเนี่ยเพื่อ กำหนดประเด็นข้อพิพาทพูดง่ายๆอีกอย่าง หนึ่งก็คือว่าการที่ 2 สถานคือการกำหนด ประเด็นข้อพิพาทว่าประเด็นที่พิพาทกัน จริงๆมีอะไรบ้างตัวอย่างเช่นถ้ากไก่ฟ้องข
6:11 ไข่ว่าผิดสัญญาไม่ยอมชำระเงินขอไข่บอกว่า ฉันชำระเงินเรียบร้อยแล้วตรงนี้เนี่ย ประเด็นว่าสัญญาได้ทำขึ้นจริงหรือเปล่า ไม่ต้องพิสูจน์แล้วเพราะว่าทั้งสองฝ่าย ยอมรับประเด็นนี้จบไปเลยต่อมาประเด็นว่า แล้วได้มีการชำระเงินกันจริงหรือไม่ตรง นี้กบอกว่ายังไม่ได้ชำระขอไข่บอกว่าชำระ แล้วเพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นประเด็นข้อ พิพาทที่จะต้องนำพยานหลักฐานเข้ามาสืบดัง นั้นการชี้ 2 สถานคือการกำหนดประเด็นข้อ พิพาทนะครับข้อหาได้ที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับ หรือหรือว่าสามารถสละข้อหาได้ก็จะตัดทิ้ง ไปเพื่อไม่ให้เสียเวลาส่วนข้อหาใดที่ยัง เป็นประเด็นอยู่ก็จะต้องนำ
6:59 การที่ 2 สถานะหลักการของมันคือการ เป็นการบอกว่าผู้ใดกล่าวอ้างผู้นั้นนำสืบ ใครเป็นคนกล่าวอ้างคนนั้นมีหน้าที่ในการ นำสืบก่อนนะครับนั่นคือหลักการที่นัก ศึกษาควรจะต้องจำนะครับเพราะฉะนั้นนี่ก็ คือหลักการกว้างๆของการดำเนินกระบวนการนะ ครับไม่ว่าจะเป็นการยื่นคำฟ้องยื่นคำให้ การแล้วก็มาจบที่การชี้ 2 สถานครับ [เพลง]