0:00 ก็ [เพลง] สวัสดีครับสำหรับวิชาทุกวิชา 33207 นะ ครับในหน่วยที่ 3 จะเป็นเรื่องของโครง สร้างตลาดและการกำหนดราคานะครับสำหรับ หน่วยที่ 3 นี้นะครับก็จะมีเนื้อหาทั้ง หมด 3 ซอยด้วยกันนะครับตอนที่ 1 ก็จะเป็น เรื่องของโครงสร้างตลาดนะครับแล้วก็ตาม กำหนดราคาสำหรับตอนที่ 2 ก็จะเป็นเรื่อง ของตลาดแข่งขันสมบูรณ์นะครับแล้วก็ตอนที่ 3 ก็จะเป็นเรื่องของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ นะครับเรามาเริ่มต้นที่ตอนที่ 1 กันนะ
0:46 ครับตอนที่ 1 ก็จะมีหัวเรื่องทั้งหมด 3 หัวเรื่องนะครับหัวเรื่องแรกจะเป็นเรื่อง ของความหมายรอบประเภทของตลาดนะครับหัว เรื่องที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องของการกำหนด ราคาสินค้าของหน่วยธุรกิจสำหรับเรื่องที่ 3 นี้ก็จะเป็นเรื่องของการกำหนดราคาเช่น กันแต่เป็นของภาครัฐบาลนะครับครับเรามา เริ่มที่เรื่องที่ 1 นะครับมาดูความหมาย กันนะครับตลาดคืออะไรนะครับนักศึกษาใน หลายท่านอาจจะคิดว่าตลาดเป็นสถานที่ซื้อ ของนะครับแต่นี้จริงแล้วตลาดไม่ใช่สถาน ที่ซื้อของนะครับตลาดเนี่ยหมายถึงการที่ ผู้ซื้อผู้ขายจะสามารถเจรจาตกลงซื้อขายนะ ครับสินค้าและบริการกันนะครับแล้วก็มีการ จัดส่งมอบสินค้าและชำระค่าสินค้ากันไม่ จำเป็นจะต้องมีสถานที่นะครับเพราะรักษาจะ
1:32 เห็นว่าการเสนอซื้อขายสินค้ามาที่เราซื้อ ออนไลน์ก็ได้นะครับซื้อผ่านทางโทรศัพท์ก็ ได้นะครับอันนี้มันจะเป็นอเมซสถานที่นะ ครับเพื่อนั้นตลาดไม่ใช่สถานที่แต่เป็น การซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย เมื่อการซื้อขายเกิดขึ้นจนกระทั่งสามารถ จบลงด้วยการส่งมอบสินค้าและชำระค่าสินค้า แล้วอันนั้นคือตลาดนะครับ นาย ธนิตตลาดนะครับในทางเศรษฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์เนี่ยก็จะจำได้ตลาดออกเป็น 2 ประเภทหรือตลาดสำคัญสมบูรณ์แล้วก็ตลาด แข่งขันไม่สมบูรณ์นะครับซึ่งเราก็จะได้ ศึกษารายละเอียดกันต่อไปนะครับอ่ะ ข้อต่อไปเรามาดูเรื่องของการกำหนดราคานะ ครับการกำหนดราคาสินค้าของหน่วยธุรกิจ เนี่ยเราก็จะแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะนะครับ
2:20 ลักษณะแรกคือการกำหนดราคานักทฤษฎีถ้าน่า จะดีๆก็คือการกำหนดราคาสินค้าในทางทฤษฎี ทางเศรษฐศาสตร์เราก็จะบอกว่าหน่วยธุรกิจ จากกำหนดราคาสินค้าเพื่อให้ตนเองได้รับ กำไรหรือผลตอบแทนสูงสุดนะครับซึ่งระดับ ที่รับราคาที่ทำให้ผู้ผลิตได้ผลตอบแทน หรือได้กำไรสูงสุดก็คือระดับที่มาชิโน่ คอสเข้ากับมา shinonono หรือต้นทุนส่วน เพิ่มมีค่าเท่ากับได้รับแสงเพื่อ MC = Mr นะครับอ่ะคะ อันนี้เป็นทางทฤษฎีนะครับตอนนี้ในทาง ปฏิบัติทำยังไงนะครับและธรรมปฏิบัติปกติ แล้วการกำหนดราคาก็จะมีหลายวิธีนะครับ เดี๋ยววิธีแรกก็จะเป็นเรื่องของการกำหนด ราคาสินค้าโดยใช้วิธีบวกพวกนะครับสินค้า ชนิดเดียวเนี่ยจะมีหลายวิธีเช่นบวกเพิ่ม
3:06 ต้นทุนเข้าไปนะครับจะบอกว่าต้นทุนละ 100 บาทก็อยากได้กำไร 20 บาทแล้วก็บวกเพิ่ม เข้าไป 20 บาทครับตั้งราคาขาย 120 บาท เป็นต้นนะครับการตั้งราคาแบบหลายระดับนะ ครับหลายระดับวันนี้ก็คือเป็นอ่าตั้งราคา สินค้าสำหรับผู้ซื้อขายรายกลุ่มนะครับที่ เขามีความต้องการสินค้าที่แตกต่างกันนะ ครับอ่าบางครั้งเราอาจจะบอกว่าอ้ากลุ่ม ผู้บริโภคกลุ่มนึงนะครับเขานิยมอ่าสินค้า ชนิดเดียวกันแต่เขาต้องการลักษณะของความ ดูดีความสะดวกสบายอย่างเช่นโรงภาพยนต์ เหมือนต้องนะครับหลวงพ่อเดียวเราก็เดิน ว่าเราไปดูภาพยนตร์เรื่องเดียวกันลงครับ เดียวกันแต่ที่นั่งแต่ละที่นั่งราคาจะไม่ เหมือนกันนะครับว่าฉะนั้นอันนี้ก็คือมี การกำหนดและมีหลายระดับนะครับว่าอ่ะอะถ้า
3:51 เราชอบแบบนึงระดับราคา 1 ก็จะเป็นอีกส่วน หนึ่งอย่างนี้เป็นต้นนะครับอีกอันนึงก็ คือเป็นการกำหนดราคา 2 ส่วนราคา 2 ส่วน อันนี้ก็คือสินค้าเหมือนกันนะครับบริการ เหมือนกันแต่กำหนดราคาให้แตกต่างกัน สำหรับสินค้าและลูกค้า 2 กลุ่มเช่นลูกค้า ที่เป็นสมาชิกกับลูกค้าที่ไม่ได้เป็น สมาชิกเป็นต้นนะครับอย่างนี้นะครับมันจะ เป็นราคาที่เป็น 2 ส่วน อันนั้นก็คือเป็นการตั้งราคาสินค้าแบบ เดียวกันแต่จะเป็นชุดมากกว่า 1 ชิ้นนะ ครับเดี๋ยวเช่นอ้ะสบู่อาจจะขายเป็นก่อนก็ ได้นะครับเดี๋ยวจะขายเป็นแพ็ค 4 ก้อน อย่างนี้นะครับขายเป็นแพ็ค 4 ก้อนก็จะ เป็นอีกราคานึงนะครับถ้าจ่ายเป็น 8 ก้อน หนึ่งก็จิกราคาในอย่างเช่นเราบอกว่าก้อน ละ 10 บาทนะครับแต่ถ้าเป็น 4 ก็น่าจะ 30 บาทหรือ 35 บาทอย่างนี้นะครับอันที่สองนะ
4:40 ครับว่าคือกำหนดราคาสินค้าหลายชนิดนะครับ กำหนดราคาสินค้าหลายชนิดที่นิยมใช้กันก็ จะมีลักษณะ 2 ลักษณะคือการกำหนดราคาพ่วง นะครับมีการกำหนดราคาพวกปกติจะใช้กับ สินค้าที่มีลักษณะว่าสินค้าของผู้ผลิตราย เดียวกันนะครับมีสินค้าอันชนิดนึงที่เป็น สินค้าที่ติดตลาดที่ลูกค้านิยมมากกับ สินค้าชนิดหนึ่งอาจจะเป็นสินค้าชนิดใหม่ ที่กำลังทะเลาะตลาดหรือว่าตลาดยังไม่ค่อย เป็นที่รู้จักเลี้ยงไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับ เมื่อกี้การขายพวกก็อาจจะขายโดยลักษณะของ ผู้ขายจะขายสินค้าพ่วงกันไปสองชนิดนะครับ คือใครจะซื้อสินค้าตัวที่เป็นสินค้ายอด นิยมเนี่ยก็จะต้องซื้อสินค้าอีกตัวนึง พ่วงไปด้วยอย่างนี้เป็นต้นนะครับ อันที่สองก็คือการกำหนดราคาสินค้าหลาย
5:26 ชนิดที่เกี่ยวข้องกันนะครับการกำหนดหลัก สินค้าหลายชนิดที่เกี่ยวข้องการส่วนใหญ่ ก็จะเป็นสินค้าที่อมิตะสะอาดจะใช้ร่วมกัน หรือว่าสินค้าในกลุ่มตะปูเดียวกันนะครับ เช่นชุดยาสามัญประจำบ้านเป็นต้นนะครับก็ จะปลอบประกอบได้ยาวและชุดละอย่างรวมกันนะ ครับไม่ว่าเป็นยาแก้ปวดแก้ไอแก้ไข้แก้ หวัดหรืออาจจะเป็นแปรงสีฟันขายคู่กับยาสี ฟันเป็นชุดอย่างนี้ก็ได้นะครับหรือแม้แต่ อาหารเท่านั้น 3 ปีซื้อร้านอาหารร้านอ่า ร้านอาหารบางแห่งนะครับเสียงอาจจะขายเป็น ทำเบเกอร์ขายคู่กับเฟรนช์ฟรายคู่กับน้ำ อัดลมอย่างนี้เป็นชุดนี้เป็นต้นนะครับอัน นี้ก็จะตั้งราคาสินค้าในลักษณะที่หลายชุด และอย่างนะครับรวมกันนะครับอ่า
6:13 อ่าอันต่อมานะครับก็จะเป็นการกำหนดราคา สินค้าโดยภาครัฐบาลนะครับการกำหนดสินค้า โดยภาครัฐบาลนะครับก็จะมีการกำหนดสินค้า ที่นั่นต้นทุนกับแม่น้ำต้นทุนนะครับท่าน ต้นทุนนะครับก็จะเป็นเรื่องของการกำหนด ราคาสินค้าที่ใช้กำหนดราคาให้เท่ากับต้น ทุนส่วนเพิ่มนะครับกับอ่ะอันหนึ่งก็คือ การกำหนดราคาสินค้าเท่ากับต้นทุนเฉลี่ยนะ ครับซึ่งโดยปกติแล้วการกำหนดราคาสินค้า ที่ถือว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุดก็คือการ กำหนดราคาสินค้าคอเท่ากับต้นทุนส่วนเพิ่ม นะครับหาแต่บางครั้งเนี่ยถ้าเกิดรัฐบาลมา ว่าต้องการที่จะให้ผู้ประดิษฐ์มีกำไรปกติ เท่านั้นก็อาจจะกำหนดราคาสินค้าให้เท่า กับต้นทุนเฉลี่ยนะครับ ในลักษณะต่อมาก็คือเป็นการกำหนดราคา
6:59 สินค้าที่ไม่นั้นต้นทุนการผลิตนะครับถ้า ไม่เน้นต้นทุนการผลิตเนี่ยก็จะเป็นลักษณะ ของการกำหนดราคาตามระยะบายของรัฐบาลอย่าง เช่นหาช่วงนี้ราคาสินค้า อุปโภคบริโภคบางตัวอาจจะราคาสูงขึ้นนะ ครับจะทำให้ผู้บริโภคหน้าร้อนอันนี้ รัฐบาลสะอาดจะกำหนดเป็นดาราคาสินค้าไว้นะ ครับเนี่ยเช่นอ่าสมมติว่าช่วงนี้ราคาน้ำ ตาลสูงมากนะครับส่งมาเพราะอาจจะอาจจะ สมบูรณ์นะครับเป็นตัวอย่างว่าราคาน้ำตา ส่งพระอาจจะห้อยมีปัญหาอ้อยผลผลิตอ้อยไม่ ดีก็เลยทำให้ราคาน้ำตาลสูงมากตอนนี้พอ ราคาหน้าตาสมมาตรผู้บริโภคหรือผู้ประกอบ การที่ทำขนมทำอะไรก็อาจจะเดือดร้อนรัฐบาล ก็อาจจะกำหนดราคาน้ำตาลนะครับว่ามาให้ขาย สูงเกินกว่าละระดับราคาที่กำหนดตอนนี้มัน
7:44 กำหนดอย่างนี้นะครับราคาก็อาจจะราคาขายก็ อาจจะต่ำกว่าต้นทุนเพราะฉะนั้นรัฐบาลก็จะ ต้องอ่านจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้กับผู้ ประกอบการนะครับในส่วนที่ทำให้เขาได้พวก ได้รายได้ที่ต่ำกว่าที่เขาคาดไว้นะครับ อันนี้ก็จะต้องเป็นลักษณะของการกำหนดราคา ที่ไม่ในต้นทุนนะครับอ่ะ ข้อต่อไปเรามาดูตอนที่ 2 นะครับตอนที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องของตลาดแข่งขันสมบูรณ์นะ ครับและการกำหนดราคาก็จะมีหัวเรื่องที่ 3 คนเรื่องด้วยกันนะครับเรามาดูเรื่องแรก เลยนะครับก็จะเป็นเรื่องของลักษณะสําคัญ ของตลาดแข่งขันสมบูรณ์นะครับลักษณะของ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์มีลักษณะสําคัญสำคัญ อยู่ 5 ประการด้วยกันนะครับก็คืออาทิตย์ หนึ่งก็คือผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากมาย แค่ไหนครับมาจนกระทั่งไม่มีใครสามารถมี อำนาจเหนือป่าตลาดได้ก็คือทุกคนก็ต้องยอม
8:31 รับราคาตลาดนะครับอันที่สองก็คือสินค้า ที่ซื้อขายในตลาดต้องมีลักษณะเหมือนการก็ ประการเหมือนกันทุกประการแปลว่าสินค้าอัน ไหนก็ได้เราใช้ได้เหมือนกันหมดเลยนะครับ อันที่สามก็คือผู้ซื้อและผู้ขายรู้ถึง สภาพของตลาดเป็นอย่างดีนะครับก็คือทุกคน จะรู้หมดว่าอ่าาาตอนนี้ตลาดสินค้าตัวไหน ราคาเท่าไหร่เป็นอย่างไรคุณภาพเป็นยังไง นะครับใครขายสินค้ามีคุณภาพไม่มีครับทุก คนไม่ว่าจะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ขายจะรู้ เท่าเทียมกันหมดนะครับผู้ผลิตสีก็คือ หน่วยธุรกิจสามารถเข้าร่วมกับตลาดได้โดย เสรีนะครับก็คือไม่มีกฎหมายไม่มีข้อห้าม ไม่มีอุปสรรคกีดขวางในการเข้าหรือออกจาก ตลาดและรอบข้อ 5 ก็คือการเคลื่อนย้าย สินค้าและปัจจัยกำเนิดต่างๆทำได้โดยเสรี นะครับซึ่งจาก 5 ข้อนี้นักศึกษาก็จะเห็น
9:18 ว่าลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์เนี่ยค่อน ข้างจะเป็นตลาดที่มันไม่มีอยู่จริง 100% นะครับเป็นตลาดในอุดมคตินะครับเพราะว่า สินค้าจะทุกอย่างจะเหมือนกันทุกประการ เนี่ยมันก็เค้านั่งย่างนะครับเราไม่ซื้อ ไข่ไก่ใครๆแต่ละฟองในลักษณะไม่เหมือนกัน เลยนะครับอ่าเขาสารน้ำตาลหรืออะไรก็แล้ว แต่เราต้องเลือกหมดไม่ได้มีสินค้าหน่วย ไหนที่เหมือนกันทุกประการนะครับข้อ 3 ผู้ ซื้อและผู้ขายรู้ถึงสภาพตลาดเป็นอย่างดี เท่าเทียมกันยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่นะครับ เพราะว่าคนขายหรือคนซื้อแต่ละคนก็ก็รู้ สภาพตลาดไม่เท่ากันนะครับ ก็เพราะฉะนั้นทั้ง 5 ข้อนี้รวมๆแล้วก็คือ ทำให้ตลาดการสมบูรณ์และเป็นตลาดในดงสตินะ ครับแต่ก็อาจจะอนุโลมว่าตลาดที่ใกล้เคียง ที่สุดนะครับอาจจะเป็นตลาดหลักทรัพย์หรือ
10:03 ว่าเป็นตลาดสินค้าเกษตรชนุลงให้เป็นตลาด ที่ใกล้เคียงนะครับแต่ไม่ใช่เป็นตลาดแข่ง ขันสมบูรณ์ที่แท้จริงนะครับอ่ะ เดี๋ยวเรามาดูนะครับอ่า อุปสงค์นะครับของตลาดแข่งขันสมบูรณ์นะ ครับเราจะดูจากตลาดนะครับก็จะมีอุปสงค์ แล้วพนากำหนดราคาขึ้นมานะครับน่าจะมีผู้ ซื้อและผู้ขายจำนวนมากนะครับหน่วยธุรกิจ 1 หน่วยเนี่ยก็คือเป็นผู้ผลิตและเล็กๆนึงใน ตลาดเท่านั้นนะครับก็จะนัดชัชตลาดกำหนด ราคามาเท่ากับ PM นะครับมันเช่นสมมติว่า เงาะกำหนดราคามาเท่ากับกิโลละ 20 บาทนะ ครับเพราะฉะนั้นหน่วยธุรกิจคืนลูกผู้ขาย เงาะทุกลายในตลาดก็ต้องขายเงาะในราคา 20 บาทนะครับ อาร์มไม่มีใครเครียดขายเกินราคา 20 บาท
10:51 หน้าตลาดเป็นตลาดแข่งขันสมบูรณ์เพราะอะไร ครับเพราะสินค้าของคุณคือง้อของคุณของผู้ ผลิตทุกคนเหมือนกับคนอื่นทุกประการนะครับ คุณภาพเดียวกันหมดและถ้าคุณตั้งราคาขาย ส่งมา 20 ก็ไม่มีคนซื้อแน่ๆทุกคนรู้สภาพ ตลาดดีถูกไหมครับก็จะไปซื้อเงาะคนอื่นหมด รอตั้งราคาเนาะสูงกว่าที่ 20 บาทแล้วก็ ขายไม่ได้ตั้งต่ำกว่า 20 บาทได้ไหมได้แต่ และผู้ผลิตหรือผู้ประกอบการต้องการกำไร สูงสุดก็แน่นอนแล้วไม่มีใครตั้งราคาขาย ต่ำกว่า 20 ในเมื่อตั้งราคา 20 ก็ขายได้ อยู่แล้วเพราะฉะนั้นหน่วยธุรกิจทั้งหมดก็ จะตั้งราคาไว้เข้ากับราคาตลาดนะครับที่ กำหนดมานะครับเดี๋ยวเช่นเงาะ 20 บาททุกคน ก็จะขาย 20 บาทหน่วยธุรกิจหน่วยเนี่ยถ้า ตั้งราคา 20 บาทเขาก็จะขายได้หมดนะครับ เพราะเขาเป็นร้านเล็กๆนึงมีคนซื้อเยอะแยะ เลยเขามีเงาะมาขาย 100 โลละ 200 โลเขาก็
11:37 จะมาขายได้หมดที่ราคา 20 บาทนะครับอ่ะ แต่ตอนนี้เรามาดูการกำหนดราคาในตลาดแข่ง ขันสมบูรณ์นะครับเรามาดูเทียบกับต้นทุนนะ ครับอันนี้ระยะสั้นนะครับรักษาเห็นว่า เส้น SC นี้ก็คือเส้นต้นทุนเฉลี่ยระยะ สั้นนะครับชัดล้าน average cost นะครับ เราจะเห็นว่าอ่าอันนี้จะไปเส้นโค้งนะครับ แล้วก็ราคาเมื่อกี้ที่เราดูมานะครับราคา ตรงนี้ถูกกำหนดไว้ที่ตลาดใช่ไหมครับ เดี๋ยวเส้นทางอ๊อกกิโลละ 20 บาทนะครับก็ จะขายได้เท่านี้คันละเท่าไหร่ขายได้ที่ อ่ะเมื่อกี้ที่เราจำได้นะครับก็คือในทาง ทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์นะครับผู้ผลิตจะขาย ที่กำไรขายที่ระดับราคาที่ได้กำไรสูงสุด ก็คือ MC = Mr นะครับเป็นซีอยู่นี่นะ ครับอ่ามาอยู่นี่ต่างกันที่ตรงนี้นะครับ
12:22 ขายการที่จำนวนเท่านี้หน่วยนะครับนะครับ สมเท่านี้หน่วยอาจจะเป็น 100 กิโลกรัม สมมตินะครับที่ราคาโลละ 20 บาทร้อยยี่สิบ บาทตอนนี้ต้นทุนเท่าไหร่ครับต้นทุนอยู่ ที่เส้น SMS AC นะครับ average cost สมมติว่าต้นทุนตรงนี้เท่ากับประมาณ 15 บาทนะครับ นาทีที่ 20 บาทนะครับมี ต้นทุน 15 บาทเพราะฉะนั้นเราก็จะมีกับผู้ ประกอบการก็จะกำไร 5 บาทกำไร 5 บาทตรงนี้ คือกำไรเกินปกติซึ่งเดี๋ยวนักศึกษาจะรู้ ว่ากำไรเกินปกติหรืออะไรเดี๋ยวถึงหนูหมวด ที่เป็นเรื่องกำไรนะจะจะรู้นะครับว่ากำไร เกินปกติคือกำไรส่วนที่เกินจากที่ผู้ ประกอบการคาดหวังไว้นะครับกำไรปกติถือ เป็นต้นทุนอย่างหนึ่งทางเศรษฐศาสตร์เพราะ ฉะนั้นเมื่อมีกำไรเกินปกติก็แปลว่ากำไร
13:08 มากกว่าที่ผู้ประกอบการคาดหวังไว้ผู้ ประกอบการก็จะขายมาขึ้นนะครับเพราะว่าที่ เขาคาดหวังแวะก็อาจจะคาดหวังไว้ได้ได้ กำไรแค่ 10 บาทก็จะกำไรมากกว่านั้นนะครับ เขาก็เลยจะขายมากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นนะครับก็มีเมื่อเป็นมีกำลัง เกินปกติก็จะทำให้มีผู้ประกอบการขายมาก ขึ้นคำเริ่มผู้ประกอบการที่มาขายมากขึ้น ก็ทำให้สินค้าออกสู่ตลาดมากขึ้นราคาก็จะ ลดลงนะครับจนกระทั่งราคาสุดท้ายก็จะมา เท่ากับต้นทุนระยะยาวนะครับต้นทุนเฉลี่ย ระยะยาวตรงนี้มีต้นทุนระยะยาวเข้าไปแล้ว ถามว่ามีกำไรไหมมีกำไรปกติครับแต่ไม่มี กำไรเกินปกติก็เลยปกติก็คือกำไรตามที่ผู้ ประกอบการคาดหวังไว้เพราะฉะนั้นในเมื่อ เท่ากับที่คาดหวังไว้ก็จะได้ว่าเป็นกำไร
13:55 ปกติของธุรกิจนั้นนะครับระยะยาวก็จะอยู่ ในลักษณะที่ประกอบการก็จะได้กำไรปกติผู้ ประกอบการธุรกิจอื่นก็จะไม่เข้ามาแข่งขัน เพราะมันมีแค่กำไรปกติไม่ได้มีมากกว่า นั้นก็ทุกๆธุรกิจก็จะมีกำไรปกติเป็นของ ตัวเองนะครับแล้วก็จะอยู่ในระดับของอุ่น นะภาพระยะยาวนะครับ ตอนนี้เรามาดูประธานนะครับอุปทานนะครับใน ตลาดแข่งขันสมบูรณ์นะครับอุปทานในระยะ สั้นนะครับของหน่วยผลิตก็จะเกิดจากการรวม ตัวประธานของหน่วยผลิตทุกหน่วยเข้าด้วย กันนะครับความยืดหยุ่นของอุปทานนะครับ ความที่สุดของประธานในระยะยาวนะครับก็จะ มีมากกว่าของระยะสั้นนะครับ มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของตลาด แข่งขันสมบูรณ์นะครับผู้ประกอบการก็จะ
14:40 ใช้ทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่ระดับ MC = Mr นะครับแต่ถ้าเป็นผู้ ประกอบการในตลาดผลผลิตที่เป็นตลาดแข่งขัน สมบูรณ์นะครับ MC นะครับ MC ก็จะเข้า MT เท่า mrr นะครับแต่ว่าน่าจะว่า Mr เนี่ย มาชิโน Revenue หรือรายรับส่วนเพิ่มมีค่า เท่ากับราคาสินค้าปรับราคาสินค้ามันคงที่ ตลอดดังนั้นพี่ก็จะเท่าไหร่มาแล้ว = MC นะครับ เรามาดูตอนที่ 3 กันนะครับตอนที่ 3 ก็จะ เป็นเรื่องของลักษณะของ ติดตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์นะครับกำลังทำ ให้สมบูรณ์ว่ามีกี่ประเภทมีอะไรบ้างแล้ว ก็อุปสงค์ของโดยธุรกิจตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เป็นยังไงเรามาดูกันนะครับลักษณะของตลาด แข่งขันสมบูรณ์ก็อันนี้ก็จะไม่เหมือนกับ
15:27 ตลาดแข่งขันสมบูรณ์นะครับก็คือจะตรงข้าม กันก็คือผู้ขายผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้มาก เท่าไหร่นะครับทำให้มีบางรายเนี่ยมีอำนาจ หรือว่าตลาดนะครับสินค้าที่ซื้อขายกันใน ตลาดมีลักษณะแตกต่างกันนะครับผู้ซื้อและ ผู้ขายแต่ละลายรับรู้สภาพของตลาดไม่เท่า เทียมกันและไม่มีประสิทธิภาพนะครับต่าง กันทุกข้อเลยนะครับไม่รู้ภาษาการเข้าตลาด ของหน่วยธุรกิจและใหม่แล้วก็การเคลื่อน ย้ายสินค้าและปัจจัยการผลิตไม่สามารถทำ ได้โดยเสรีนะครับ ตารางแข่งขันไม่สมบูรณ์นะครับเราก็จะมี สลับแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆได้ 3 ประเภท นะครับก็คือตลาดผูกขาดตลาดผู้ขายน้อยราย และตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดนะครับ ลักษณะเขาขาวๆนะครับว่าคือตลาดคู่ค้า เนี่ยลักษณะถ้าเจเลยคือมีผู้ขายรายเดียว นะครับอ่ะ
16:13 ก็มีผู้ขายรายเดียวและสินค้าของเขาก็จะ แตกต่างจากผู้ขายรายอื่นๆนะครับหาสินค้า อื่นๆทดแทนไม่ได้อย่างเช่นไฟฟ้านะครับการ ไฟฟ้าในสาเหตุว่าการไฟฟ้าขายไฟฟ้าให้เรา เนี่ยเราจะไปหาเซ็กซี่อื่นมาทำไฟฟ้าเนี่ย หาได้ยากมากนะครับเครื่องปั่นไฟหรืออะไร ก็ตามมันก็ทานได้ไม่ดีเท่าไหร่นะครับนะ ครับหรือไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดินรถไฟ ฟ้า BTS อะไรก็แล้วแต่นะครับก็เป็นผู้ อะไรเดียวนะครับเขาก็จะได้รับสัมปทานใน เส้นทางเดินรถตรงนั้นนะครับสินค้าอื่น แข่งได้มั้ยก็ก็อาจจะมีช่องทางเดินทางได้ หลายทานอ่ะอาจจะนั่งแท็กซี่ก็ได้นั่งรถ โดยสารประจำทางรถเมล์หรือรถมอเตอร์ไซค์ก็ ได้นะครับแต่ว่าในบางครั้งเนี่ยถ้าเราก็ ระยะทางยาวไปๆนะครับและเรามีเวลาจำกัดนะ ครับรถไฟฟ้าก็จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
17:00 ถ้าเราจะให้ไปให้ทันเวลาถูกไหมครับเขาก็ เลยมีอำนาจผูกขาดอยู่ตรงนี้นะครับส่วน ตลาดผู้ขายน้อยรายก็คือสินค้าที่มีผู้ขาย รายใหญ่ๆในตลาดที่เด่นชัดเนี่ยจำนวนไม่ มากนะครับจะ 2 รายก็ทำลายนะครับเช่นผู้ ให้บริการโทรศัพท์มือถือนะครับแล้วก็จะ รู้ว่ามีลายไหนบ้างนะครับมันก่อนนะครับ หรือผู้ผลิตน้ำมันรวมรายใหญ่เราก็รู้อยู่ แล้วว่ามีลายไหนบ้างเป็นต้นอย่างนี้นะ ครับอันนี้ก็จะอยู่และลักษณะของตลาดผู้ ขายน้อย LINE เป็นต้นนะครับอย่างนี้นะ ครับส่วนตลาดแข่งขันคือผู้ขายก็คือสินค้า ในตลาดเนี่ยมีลักษณะที่คล้ายคลึงกันนะ ครับมิดจุดต่างจุดขายสระแตกต่างกันแต่ว่า สามารถใช้แทนกันได้นะครับและผู้ผลิตใน ตลาดก็มีเยอะมากเช่นอ่าสิ่งเข้ากับผู้ บริโภคที่เราใช้ในชีวิตประจำวันเช่นพวก สบู่ยาสีฟันแปรงสีฟันอะไรพวกเนี่ยนะครับ
17:47 จะมีหลากหลายยี่ห้อแต่ละยี่ห้อก็จะมีจุด ขายที่แตกต่างกันอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของ ตลาดเป็นกลางๆกระปุกอ่านนะครับ สำหรับในผลิตของตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์นะ ครับอุปสงค์จะมีเส้นอุปสงค์นะครับก็คือ ถ้าจะขายสินค้ามาคืนก็ต้องลดราคาลงจะขาย สินค้าได้มากขึ้นได้ไหมครับแต่เนื่องจาก การลดราคาลงทำให้สินค้าสินค้าได้มากขึ้น เจ๊ขอลดราคาลงแล้วสินค้าทุกหน่วยก็ต้อง ขายในราคาที่ลดต่ำลงดังนั้นหมดกันรถราคา ลองทำให้ขายสินค้าได้มากขึ้นรายรับที่ เพิ่มขึ้นก็จะน้อยลงนะครับก็จะมีลักษณะ ของเส้นลายรับส่วนเพิ่ม Mr เนี่ยจะมี ลักษณะที่ต่ำกว่าเส้นอุปสงค์ที่แสดงราคา นะครับอาสาเรียนว่าสมมติเราขายสินค้า จำนวน Kill Star นะครับพรุ่งนี้คิวดาว เนี่ยนะครับนะครับผิวดาวเนี่ยตั้งราคาไว้ เท่ากับกี่นะครับแต่ว่า Like รับส่วน
18:33 เพิ่มเนี่ยมันจะน้อยกว่าจะเห็นไหมครับอัน นี้ก็จะเป็นลักษณะของตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ซึ่งถ้าเราขายมากขึ้นเราก็ต้องลดราคาลงทำ ให้รับส่วนเพิ่มที่ได้รับเพิ่มขึ้นนั้นลด น้อยลงนะครับ ครับตอนนี้เรามาดูเรื่องของการกำหนดราคา ในตลาดเกิดการขันกึ่งผูกขาดนะครับเริ่ม แรกนะครับเรามารู้ว่าปรายกินอย่างนั้นกู ขามีอะไรนะครับสินค้าในตลาดถึงหยังขึ้นภู คาที่เราคุยกันไปนะครับก็จะเป็นสินค้าที่ มีลักษณะที่แตกต่างกันนะครับแต่ว่าใช้ทด แทนกันได้ดีไม่ว่าจะเป็นสบู่และสีฟันแปรง สีฟันอะไรพวกนี้นะครับแล้วเหรอเห็นว่า สบู่ขออนุญาติสีฟันแต่ละยี่ห้อเนี่ยเขาก็ จะมีจุดขายแตกต่างกันของเขาจะไม่ครับนะ ครับอย่างเช่นหายาสีฟันยี่ห้อเนี่ยเขาก็ จะเน้นเรื่องของการป้องกันโรคเหงือกบาง
19:19 ยี่ห้อก็จะเน้นเรื่องของอ่าการรักษาอ่า คุณภาพรักษาลองหายใจทางปากนะครับในเรื่อง ของสุขภาพช่องปากหรือฟันขาวอะไรอย่างนี้ เป็นต้นนะครับหรือกำจัดค่าบุหรี่ซึ่งลูก ค้าแต่ละคนเนี่ยผู้ใช้แต่ละคนเขาก็จะ ต้องการจุดขายของสินค้าที่แตกต่างกันทั้ง ที่สูบบุหรี่ว่ามากเขาก็อยากได้ยาสีฟัน ที่อ่ากำจัดรถเรื่องรถเรื่องของช่วยในการ ลดค่าบุหรี่อย่างนี้นะครับคนที่มีปัญหา เรื่องสุขภาพมึงอ่ะเขาก็อยากได้ยาสีฟัน ที่รักษาโรคเหนือนะครับหรือคนที่มีกลิ่น ปากเค้าก็อยากได้ยาสีฟันที่เราช่วยลด กลิ่นปากเพราะฉะนั้นจุดขายของแต่ละเจ้า ที่แตกต่างกันตรงนี้ก็จะทำให้เขาสามารถ
20:04 ตั้งราคาสินค้าที่แตกต่างจากคู่แข่งหรือ ผู้ขายรายอื่นๆนี้นะครับได้บ้างแต่ว่าไม่ ได้เยอะมากค่ะเยอะมากมันก็เนื่องจาก สินค้ามันคือยาสีฟันมันสามารถใช้ยี่ห้อ อื่นทดแทนได้อยู่แล้วลูกค้าก็อาจจะนี่ไม่ ใช่เจ้าอื่นถ้าเราแพงเกินไปแต่ถ้าเราสูง กว่าในระดับที่ลูกค้ายอมรับได้เพราะว่า เขารู้สึกว่าเรามีจุดดีข้อดีที่เขา ต้องการนะครับเขาก็จะมาซื้อกับเราการ สินค้ากลุ่มนี้นะคะแต่เราตั้งราคาสูงมาก นะครับแล้วก็เรียนอุปสงค์นะครับตั้งราคา สูงมากยอดขายก็ลดลงเท่าตั้งราคาลดลงก็จะ ขายได้มากขึ้นนะครับผมก็ส่งไม่ได้เป็น เส้นนี้นะครับแล้วก็จะมีเส้นมากิน Revenue หรือและรับส่วนเพิ่มนะครับต้นทุนนะครับก็ จะมีต้นทุนระยะสั้นนะครับชัดลั่น average cost แล้วก็ต้นทุนส่วนเพิ่มระยะสั้นก็ คือซอสหวานมาจะนครนะครับ
20:51 การกำหนดราคาทางที่จะดีก็คือมากิโนเคาะ เท่ากับมากินแล้วว่าหนูต้นทุนส่วนเพิ่ม เท่ากับและส่วนเพิ่มนะครับที่จุดนี้เราก็ จะขายอยู่ที่คิวสตาร์ครับ สมมติเราก็ราคาขายยาสีฟันที่อ่า เราต้องการขายยาสีฟันทั้งหมดอยู่ที่มา 100 นะครับกำหนดไว้เนี่ยได้กำไรสูงสุด คือ 1,000 แล้วขายที่ราคาแต่มุดราคาหลอด ละ 100 นะครับแล้วต้นทุนของเราก็จะอยู่ ที่ประมาณอ่า 70 บาทเพราะฉะนั้นเราก็จะ เห็นว่ามีกำไรเกินปกติอยู่ 30 บาทสมมตินะ ครับกำลังการณ์ปกติ 30 บาทนะครับการจะมี กำลังปรบการณ์ปกติ 30 บาทจึงทำให้คู่แข่ง เนี้ยเห็นแล้วว่าธุรกิจนี้มีกำไรมากกว่า
21:38 ปกติเขาก็จะเข้ามาทำยาสีฟันแข่งกับเรานะ ครับต่อมาทำยาสีฟันแข่งกับเรานะครับมีผู้ แข่งเข้ามาก็จะทำให้สินค้าออกสู่ตลาดมาก ขึ้นราคาก็จะลดลงนะครับซึ่งอุปสงค์เขาจะ ขยับลดลงมานะครับในระยะยาวนะครับแล้วก็จะ ได้ว่าเส้นอุปสงค์เนี่ย ก็จะมาสัมผัสกับเส้นต้นทุนระยะยาวนะครับ นั่นก็คือ L M C = อ่ะเออ Mr นะครับกำหนดมาที่ นี่ระดับที่ผู้ประกอบการทำไม 2 ส่วนนะ ครับก็จะได้ราคาได้ปริมาณขายอยู่ที่สมมติ ว่าอยู่ที่ประมาณ 5,000 นะครับอ่าตลอดนะ ครับก็จะขายได้ที่ราคาหลอดละประมาณ 80 บาทนะครับแล้วต้นทุนก็อยู่ที่ 80 บาท เพราะฉะนั้นก็คือในระยะยาวนะครับราคาเข้า
22:26 กับต้นทุนเฉลี่ยพอดีเลยนะครับก็จะมีกำไร ปกติกำไรปกติคือกำไรที่เป็นสิ่งที่ผู้ ประกอบการคาดหวังไว้ที่ต้องการคาดหวังไว้ แต่แรกตรงนี้เป็นต้นทุนทางเศรษฐศาสตร์ อย่างหนึ่งนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ก็คือจะทำให้ผู้ประกอบ การมีกำไรเพียงแค่ปกติเท่านั้นสำหรับตลาด กึ่งแข่งขันคือประกาศนะครับในและยาวจะมี เฉพาะกำไรปกติเท่านั้นนะครับตอนนี้เรามา ดูตลาดพ่อค้าตลาดภูคามีผู้ขายรายเดียวนะ ครับผู้ขายรายเดียวเส้นไฟฟ้าหรือรถไฟฟ้า ต่างๆเหล่านี้นะครับมีผู้ขายแค่รายเดียว ตอนนี้พอมีผู้ค้ารายเดียวนะครับเขาก็ กำหนดราคาขายนะครับที่ระดับที่กำไรได้ กำไรสูงสุดก็คือขอราคาทิราคาขายที่มีต้น ทุนส่วนเพิ่มเท่ากับรายรับส่วนเพิ่มนะ
23:12 ครับว่าจะกำหนดราคาขายไว้นะครับซึ่งก็เรา ก็จะเห็นว่าราคาขายที่กำหนดและพีสตาร์ตรง นี้ก็จะมากกว่า AC ตาก็คือเป็นราคาที่สูง กว่าต้นทุนเฉลี่ยก็มีกำไรเกินปกติใช่ไหม ครับนะครับอย่างเช่นรถไฟฟ้านะครับเราจะ ฟ้าอาจจะกำหนดราคาขายเส้นทางที่ยาวที่สุด ของหมดนะครับว่าอ่ากำหนดไว้ที่ 100 บาท แล้วต้นทุนของเค้านะครับก็อยู่ที่ประมาณ 80 บาทก็มีกำไรอยู่ที่ 20 บาทนะครับ เพราะมีกำไร 20 บาทปุ๊บคนอื่นเห็นแล้วเออ มีกำไรอยากจะมาแข่งมาแข็งได้ไหมมาแค่ไม่ ได้ครับเพราะว่าชอบเป็นผู้ขายพูห์ขาดก็ ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลมีกฎหมายคุ้มครอง อยู่มีคนก็มาแข่งไม่ได้นะครับเส้นทางรถไฟ ฟ้าแต่นี้ก็ได้รับสัมปทานไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในระยะยาวเขาก็ยังมีกำไรเกิน ปกติอยู่นะครับไม่มีคนอื่นเข้ามาแข่งขัน
23:58 ได้นะครับอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของตลาดผูก ขาดที่ดุลยภาพระยะสั้นกันดูแลภาพระยะยาว ทั้งสองคุณภาพนี้ยังมีกำไรเกินปกติมีแต่ ถ้าเป็นตลาดกลุ่มต่างๆขึ้นภูคาในระยะยาว เนี่ยผู้ประกอบการจะมีกำไรแก้กำไรปกติ เท่านั้นนะครับแต่ถ้าเป็นตารางพูห์ขาดผู้ ประกอบการจะมีกำไรเกินปกติได้นะครับ ตอนนี้เรามาดูอีกตลาดนึงนะครับก็คือตลาด ผู้ขายน้อยรายนะครับสำหรับตลาดผู้ขายน้อย ลายนะครับปรับลูกค้าน้อยลายเนี่ยมันเป็น ตลาดที่มีผู้ขายจึงไม่กี่ไลน์ในตลาดแล้ว ผู้ขายในเหล่านี้เนี่ยเขาก็จะรู้อยู่แล้ว ว่าใครเป็นคู่แข่งของเขานะครับเดี๋ยวเช่น ธุรกิจที่เป็นต้นตำรับที่เรารู้จักดีที่ สุดก็คือน้ำอัดลมนะครับนะว่าดูแล้วจะรู้ แล้วว่าในตลาดณรามิดเจ้าใหญ่มีใครบ้างนะ
24:45 ครับนะครับซึ่ง 2 เจ้านี้เขาก็รู้ว่าใคร เป็นคู่แข่งของเขานะครับอ่าเพราะฉะนั้น เนี่ยเวลาทำการตลาด 2 เจ้านี้เขาจะไม่ แข็งเรื่องราคาทำไมถึงไม่แข่งกันเรื่อง ราคาเพราะถ้าแข่งกันเรื่องราคาเนี่ยมันก็ ต้องแข่งกันไม่สิ้นสุดนะครับอย่างเช่นถ้า เจ้าหนึ่งลดราคาเพื่อจะดึงลูกค้ามานะครับ โอ๊ยลูกค้าเจ้าหนึ่งลดราคาราคาต่ำกว่าคู่ แข่งลูกค้าทั้งหลายก็จะหาวิ่งไปหาที่เจ้า ที่ราคาต่ำกว่านะครับคนที่ราคาสูงกว่า เค้าก็เราลดราคาให้ต่ำกว่าคู่แข่งลูกค้า ก็จะหันกลับมาใช้อีกเจ้านึงนะครับที่ราคา ต่ำกว่าเพราะฉะนั้นรถราคาก็จะต้องแข่งรถ กันไปเรื่อยๆนะครับในที่สุดทั้งสองฝ่ายก็ จะได้รับความเสียหายจากการที่ทำสงคราม ราคากันแล้วตัวเองก็ไม่มีกำไรแล้วก็อาจจะ
25:33 ต้องขาดทุนจากการทำสงครามราคากันตรงนี้นะ ครับเพราะฉะนั้นปกติผู้ประกอบการในธุรกิจ ในตลาดนะครับที่มีลักษณะของตลาดผู้ขาย น้อยรายเขาก็จะมีการเจรจาตกลงกันหมดราคา ร่วมกันว่าควรจะกำหนดราคาขายที่ระดับราคา เท่าไหร่เพื่อที่จะให้ทั้งสองฝ่ายมีกำไร ที่เหมาะสมนะครับแล้วจากนั้นเขาก็จะไป แข่งกันเรื่องอื่นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ โปรโมชั่นนะครับของแจกแถมนะครับอ่าหรือ ว่าในเรื่องของการโฆษณาต่างๆนะครับ นะครับเราจะเห็นนะครับบางทีอะมันลมในช่วง ฟุตบอลโลกเขานี้เป็นสัตว์เอ้อใช่ไหมครับ อ่ะบางทีก็เอาไป Center superstar ของ อีกทีนึงมาอีกค่ายนึงอีกยี่ห้อนึงก็จะเอา ปริ้นเตอร์ superstar ของอีกเจ้านึงมา ครับมาอย่างนี้นะครับในช่วงฟุตบอลโลกก็ อาจจะ
26:19 มีการชิงโชคนะครับจริงตัวไปดูฟุตบอลโลก อะไรอย่างนี้นะครับก็แล้วแต่ว่าเขาจะแข่ง โปรโมชั่นแข่งการตลาดกันด้านไหนในที่ สำคัญคือเขาไม่ลดราคาแข่งกันเพราะเมื่อ ไหร่ที่เขาและราคาแข่งกันเขาก็จะเกิดความ เสียหายทั้งสองคู่ทั้งสองฝ่ายนะครับของ คู่แข่งในตลาดนี้นะครับงั้นคุณภาพในระยะ สั้นก็คือเป็นดูนะภาพที่เขามีกรรมกำหนด ราคาร่วมกันนะครับแล้วก็จะไม่ลดราคาต่าง กันแต่จะไปแข่งขันกันในเรื่องอื่นๆนะครับ แต่ถ้ายังแต่ถ้าเกิดมีปัญหารถราคาเจ้านาย เจ้านึงตรวจลดราคาเพื่อที่จะดึงลูกค้ามา แต่มันก็จะทำให้เกิดตรงข้ามราคาภยันดูนะ ครับระยะสั้นเป็นดุลภาพที่ไม่เสถียรนะ ครับแต่ว่าปกติแล้วเขาก็จะไม่แข่งขันกัน นะครับในเรื่องกว่าครับส่วนภาพในระยะยาว
27:05 นะครับคุณภาพในระยะยาวเป็นดุลภาพที่ เนื่องจากมันเป็นการเจรจากันนะครับเป็น การเจรจาของคุกผู้ประกอบการที่อยู่ในตลาด นี้เพราะฉะนั้นคุณภาพระยะยาวเนี่ยจึงไม่ สามารถกำหนดได้ชัดเจนนะครับเหมือนกับตลาด เครื่องแข็งๆคือกูฆ่าหรือตลาดภูคาที่เรา ดูไปดูกล่าวไปเมื่อสักครู่นะครับสำหรับ ตลาดผู้ขายน้อยรายเนี่ยคุณภาพและยาวจะไม่ มีรูปแบบที่จะจอยชัดเจนแล้วก็ไม่มี เสถียรภาพนะครับเนื่องจากว่ามันอยู่ตึก กรรมการเจรจากันแก้ของผู้ประกอบการที่จะ ตลาดเพียงแค่สองสามเจ้าที่คุยกันนะครับ เพราะฉะนั้นรูปแบบของตลาดผู้หาในระยะยาว จึงไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจนเหมือนกับตลาด พูห์ขาดและตลาดกึ่งแข่งขันเครื่องปลูกขาด นะครับครับอันนี้ก็จะเป็นลักษณะของตลาด โครงสร้างตลาดนัดกันแล้วก็ตามกำหนดราคา
27:50 ซึ่งเราจะได้เรียนรู้ทั้งเรื่องของตลาด ทางขันสมบูรณ์และตลาดอาขันไม่สมบูรณ์นะ ครับอ่ะนะครับผมอันนี้ก็จะเป็นเนื้อหา ทั้งหมดของหน่วยที่ 3 นะครับอ่า [เพลง]