รายการชีวิตเปี่ยมสุขทุกวัน - เราคิดอย่างไรเกี่ยวกับตัวเราเอง ตอน 2 - จอยซ์ ไมเออร์

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เน้นถึงความสำคัญของการมีความมั่นใจในตนเองและการพูดถึงตัวเองในทางที่ดี โดยเน้นว่าความคิดและคำพูดของเรามีผลกระทบอย่างมากต่อชีวิตและปฏิสัมพันธ์ของเรากับผู้อื่น นอกจากนี้ยังกล่าวถึงความสมดุลในการรักตัวเอง การปล่อยวางความผิดพลาดในอดีต และการเชื่อฟังพระเจ้าในการตัดสินใจและเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิต

  • ความคิดและคำพูดเกี่ยวกับตัวเองมีผลต่อความมั่นใจและพฤติกรรม
  • การรักตัวเองอย่างสมดุลเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ควรหลงตัวเองหรือดูถูกผู้อื่น
  • การปล่อยวางความผิดพลาดในอดีตช่วยให้ก้าวไปข้างหน้าและทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าได้
  • การเชื่อฟังพระเจ้าในการตัดสินใจและพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเมื่อถึงเวลา

อย่าพูด

การพูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวเองส่งผลเสียต่อความมั่นใจและภาพลักษณ์ของตนเอง การที่คนอื่นพูดถึงเราในทางที่ไม่ดี ยังดีกว่าการที่เราพูดถึงตัวเองในทางที่ไม่ดี เพราะสิ่งที่เราคิดและพูดเกี่ยวกับตัวเองจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเราและส่งผลต่อท่าที อารมณ์ และการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น

ความมั่นใจเหมือนโรคระบาด

การขาดความมั่นใจเป็นปัญหาที่แพร่หลายและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์และการทำงานร่วมกับผู้อื่น คนที่ไม่มั่นใจมักจะอ่อนไหวง่าย คิดมาก และคิดว่าถูกปฏิเสธอยู่เสมอ การรักตัวเองเป็นสิ่งที่ดี แต่ในบางกลุ่มศาสนา การแสดงออกว่าชอบตัวเองอาจถูกมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม

ความสมดุลของความมั่นใจ

การมีความมั่นใจในตัวเองอย่างสมดุลเป็นสิ่งสำคัญในการบรรลุเป้าหมายที่พระเจ้ามีไว้ให้ การปล่อยวางความผิดพลาดในอดีตและเชื่อในพระเจ้าเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ควรจมอยู่กับความรู้สึกผิด เพราะจะกลายเป็นภาระที่หนักเกินไป พระเจ้ามีงานให้เราทำ แต่เราจะไม่สามารถทำได้หากยังแบกรับความรู้สึกผิดนั้นอยู่

ทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้า

เราไม่สามารถทำเกินน้ำพระทัยของพระเจ้าได้ แต่เราสามารถทำในสิ่งที่พระองค์บอกให้ทำ หากรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งนั้นมาจากพระเจ้า แม้ว่าคนอื่นจะมองว่าบ้าบอ หากไม่ใช่ ก็อย่าท้อแท้และเรียนรู้จากความผิดพลาด ความล้มเหลวเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จ

การทำรายการทีวี

จอยซ์เคยพยายามทำรายการทีวีก่อนที่พระเจ้าจะบอกให้ทำ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากในการเรียนรู้และถ่อมตัวลง การทำในสิ่งที่พระเจ้าเรียกให้ทำเท่านั้นเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ใช่ทำตามสิ่งที่คนอื่นทำได้ดีกว่า

การรับใช้ที่โบสถ์

จอยซ์เคยรับใช้อยู่ที่โบสถ์เป็นเวลา 5 ปีและชอบงานที่ทำมาก แต่ต่อมาก็เริ่มไม่อยากไปทำงานและรู้สึกว่าพระเจ้าบอกว่างานที่นั่นเสร็จแล้ว แม้จะรู้สึกเสียใจ แต่ก็ต้องเชื่อฟังและทำตามภารกิจที่พระเจ้ามอบให้

การเดินทางไปทำพันธกิจ

จอยซ์เคยชอบเดินทางไปทำพันธกิจนอกประเทศ แต่ต่อมาก็เริ่มมีอุปสรรคและรู้สึกว่าหมดแรงเกินไป จึงต้องยอมสละบางอย่างและให้คนอื่นเข้ามาทำแทน การพร้อมที่จะทำเมื่อพระเจ้าบอกให้ทำ และพร้อมที่จะปล่อยเมื่อพระเจ้าบอกให้ปล่อย เป็นสิ่งสำคัญ

ความสัมพันธ์กับคนที่ไม่มั่นใจ

การมีความสัมพันธ์กับคนที่ไม่มีความมั่นใจเป็นเรื่องยาก เพราะพวกเขาต้องการการรับรองและคำชมอยู่เสมอ คนเหล่านี้มักจะดูดพลังงานจากคนอื่นและไม่ยอมเข้าหาพระเจ้าเพื่อรับการรักษา เราไม่ควรปล่อยให้ใครมาดูดเอาชีวิตของเราไป เพราะเขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือ

การเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น

คนที่ไม่มีความมั่นใจมักจะเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น อยากเป็นที่หนึ่งในทุกเรื่อง หรือกลายเป็นคนที่ชอบเก็บตัวและขี้อาย บางครั้งก็เป็นคนที่ชอบเกาะแกะและต้องการความสนใจอยู่เสมอ

แม่ของจอยซ์

จอยซ์ยกตัวอย่างแม่ของเธอที่เป็นคนที่อยู่ด้วยแล้วไม่มีความสุข เพราะไม่เคยสัมผัสถึงความรักที่แท้จริง การค่อยๆ ถอนตัวจากคนแบบนี้เป็นสิ่งที่จำเป็น เพื่อไม่ให้เขามากลืนกินชีวิตของเรา

คุยกับตัวเองอย่างไร

จอยซ์เน้นย้ำว่าอย่าพูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง ให้พูดในสิ่งที่พระคัมภีร์บอก แม้ว่าอาจจะไม่ได้ดำเนินชีวิตแบบนั้น แต่ตามกฎแล้วมันก็ยังเป็นของเรา เราถูกซื้อมาด้วยพระโลหิตของพระเยซู

วิญญาณชั่ว

จอยซ์เล่าประสบการณ์ที่เธอรู้สึกถึงวิญญาณชั่วเข้ามาในห้องขณะที่เธอกำลังพูดสิ่งไม่ดีเกี่ยวกับตัวเอง การพูดว่า "ฉันเป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าในพระคริสต์" ช่วยให้วิญญาณชั่วนั้นหายไป อย่าเปิดประตูให้กับมารที่จะเข้ามาในชีวิตของเรา

กฎและการไถ่

มีความแตกต่างระหว่างด้านกฎของการไถ่ของเราและประสบการณ์ในด้านการไถ่ของเรา ตามกฎแล้วเราเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ประสบการณ์ในด้านการไถ่ เราอาจจะไม่ได้ทำตัวบริสุทธิ์ สิ่งสำคัญคือการเติบโตขึ้น ถ้าเรากำลังเติบโตขึ้น พระเจ้าก็ไม่เป็นห่วงว่าเราจะไปถึงเส้นชัย

ภาพลักษณ์ที่ดี

การมีภาพลักษณ์ที่ดีกับตัวเองคืออะไร อย่างแรกเลยคืออย่าคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น เพราะจะทำให้คิดว่าคนอื่นไม่สำคัญ ให้มองหาคนที่คนอื่นไม่สนใจและเข้าไปพูดคุยกับเขา อย่าพยายามมองหาคนที่สำคัญที่สุดในห้อง ให้มองหาคนที่ดูเหงาๆ

การคบหากับคนที่ไม่เชื่อ

โลกนี้เต็มไปด้วยคนมากมายที่เจ็บปวด เราไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรที่จะไม่สนใจคนอื่น เราควรคบหากับคนที่ไม่เชื่อตราบใดที่เรามีอิทธิพลกับเขาและเขาไม่มีอิทธิพลกับเรา

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 รายการนี้ได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนและ พันธมิตรของพันธกิจจอยมาออย่าพูดฉันขอย้ำ ว่าอย่าพูดซึ่งฉันมีอายุมากพอที่จะบอกคุณ ว่าต้องทำอะไรอย่า พูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเองออกมา จากปากของคุณให้คนอื่นพูดสิ่งที่แย่ๆ เกี่ยวกับตัวคุณก็ดีกว่าคุณพูดถึงตัวเอง ในทางที่ไม่ [เพลง] ดี ทุกครั้งที่เรามีความคิดที่ดีและไม่ดี เกี่ยวกับตัวเราเองมันจะกลายเป็นส่วน หนึ่งของคุณมากขึ้น ด้วยและสิ่งที่เราคิดท้ายที่สุดมันก็จะ ออกมาจากปากของเราออกมาจากท่าทีของ เราออกมาจากอารมณ์ความรู้สึกของเราและเรา

0:47 ก็จะเริ่มแสดง ออกกับคนอื่น ๆมีอยู่ครั้งนึงผู้ช่วยคนเก่าของ ฉันเธอเป็นคนฉลาดและทำงานดีมากแต่เธอไม่ มีความมั่นใจเอาซะ เลยสุดท้ายแล้วเราก็ทำงานด้วยกันไม่ได้ เพราะ เธอท่าทีของเธอทำให้ฉัน รำคาญรู้มยเวลาที่ความอดทนของคุณถึงขีด สุด แล้วฉันไม่ สามารถให้งานคุณและให้ความมั่นใจกับคุณ เพื่อที่จะให้คุณทำงานนั้นได้เพราะเธอไม่ มีความมั่นใจฉันก็ขาดความมั่นใจในตัวเธอ ไปด้วย สุดท้ายแล้วฉันก็ต้องมาทำงานเองทุกอย่าง แทนที่จะให้เธอทำเพราะฉันไม่มั่นใจว่าเธอ

1:34 จะทำ ได้ฉะนั้นคุณต้องเริ่มเอาไปคิดแล้วเวลา ที่คุณกลับไปที่บ้านคุณรู้สึกยังไงกับตัว คุณเองคุณคิดยังไงกับตัวคุณ เองคุณเชื่อมว่าด้วยความช่วยเหลือของพระ เจ้าคุณสามารถทำทุกอย่างได้ที่คุณต้องทำ ในชีวิตของ คุณหรือคุณเชื่อว่าก็มันมากเกินไปสำหรับ ฉันนั่นมันยากเกินไป ไม่พระเจ้าไม่เคยให้เราทำอะไรที่มันยาก เกินไปซึ่งนั้นก็เป็นข้ออ้างที่เรามีก็ คือมันยากเกินไปฉันพยายามศึกษาแล้ว อาจารย์จ้อยแต่ฉันก็ไม่เข้าใจพระคัมภีร์ เลยก็หาอ่านในฉบับอื่น สิและค้นคว้าหาข้อมูลจนกว่าคุณจะเข้าใจ และอธิษฐานขอให้พระวิญญาณบริสุทธิ์ที่จะ

2:20 สอนคุณระหว่างที่คุณอ่านอาเมน [ปรบมือ] มั้ยคุณรู้มยมีคนบอกว่าการขาดความมั่น ใจเป็นเหมือนโรค ระบาดโลกของเราเต็มไปด้วยคนมากมายที่ไม่ มีความมั่นใจที่มันเป็นเหมือนกับโรคระบาด ของความไม่มั่น คงฉะนั้นคนที่ไม่มีความมั่น ใจยากที่จะจัดการเพราะคุณต้องคอยระวัง อยู่ตลอดเวลาพะกเขาโมโหง่ายน้อยใจง่าย เพราะเขาไม่ชอบตัวเาเเองอย่าแม้แต่ที่จะ ไปตักเตือนเขาด้วย นะไม่ว่าจะเรื่องอะไรเพราะนั่นจะทำให้

3:06 เกิดความแตก แยกอาเมนมั้ยและเขาก็มักจะคิดไปเองคิดว่า เขานั้นถูกปฏิเสธทั้งๆที่ไม่มีใครปฏิเสธ เขาเลยเคจินตนาการว่าคนอื่นเกลียดเขาทั้ง ที่คนเหล่านั้นไม่ได้รู้จักเขาเลยด้วย ซ้ำฉันเองก็เคยเป็นคนขาดความมั่นใจฉันนึก ว่าฉันเป็นคนที่ อซึ่งนมันก็เป็นอีกหน้ากากที่อยู่ภายนอก ที่ดูว่าฉันเป็นคนเข้มแข็งแต่ข้างในนั้น ก็ล้ม เหลวเหมือนเรามีชีวิตอยู่ 2 ด้านด้านนึง เรามีไว้เพื่อแสดงให้คนอื่นเห็นอีกด้าน นึงที่มีแต่ตัวเราเองเท่านั้นที่รู้ที่ มันอยู่ในตัวเราจิตวิญญาณที่ต้องได้รับ

3:53 การ รักษาฉันจำได้ว่าถ้าเดฟกับฉันไม่ได้ตกตก ลงในเรื่องอะไร ก่อนฉันมักจะเสียใจและรู้สึกถูก ปฏิเสธเหมือนกับว่าเขาไม่ได้รักฉันและพระ เจ้าก็ได้สอนฉันว่าแค่เขาไม่ได้เห็นด้วย กับความคิดเห็นของคุณไม่ได้หมายความว่า เขาไม่ได้รักคุณเห็นมั้เราต้องให้อิสระ กับคนอื่นที่จะแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่ไม่แตกแยกเพียงเพราะเขาไม่ได้รู้สึก อย่างเดียวกับที่คุณรู้สึกกับเรื่องนั้น ๆเพราะไม่อย่างนั้นมันก็จะไม่มีอิสระมัน จะเป็นการบัง ครับการรักตัวเองนั้นเป็นสิ่งที่วิเศษ มากแล้วรู้มยถ้าคุณได้อยู่ในแวดวงศาสนา

4:42 ซึ่งฉันกำลังหมายถึงกลุ่มที่เคร่ง ครัดและคุณกล้าพูดว่าคุณชอบตัวเองโหมันจะ เป็นอะไร ที่อะไร นะ ครั้งนึงที่เมืองเพนซิลวาเนียฉันก็ได้สอน เรื่องนี้ในคืนวันศุกร์พอมาคืนวันเสาร์ก็ มีคนส่งกระดาษให้เขียนว่าอาจารย์จอยเธอ รักตัว เองแต่รู้มถ้าฉันพูดว่าโอ้ฉันมันน่าสมเพช ไม่มีอะไรดีเลยฉันเป็นคนที่แย่เอามากๆคน เหล่านั้นก็จะคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ ดีฉันจะบอกคุณว่าคุณต้องรู้ความแตกต่าง ระหว่างศาสนาและการมีความสัมพันธ์ที่แท้

5:27 จริงกับพระเยซูคริสต์ เพราะไม่ว่าคุณจะมีความเชื่อมากแค่ไหนถ้า คุณไม่รู้จักพระเยซูจริงๆศาสนามันก็จะดูด ออกไปจากคุณหมดฉันกำลังพูดถึงกลุ่มคนที่ แก่ไร้ชีวิตเหมือนฟาริสีเคร่งศาสนาที่พระ เยซูเองก็ต้องต่อสู้ ด้วยพระองค์ตรัสว่าเขาเป็นเหมือนอุโมงค์ ฝังศพข้างนอกดูงดงามแต่ข้างในเต็มไปด้วย กระดูกคน ตายเราคมีความมั่นใจในตัว เองที่ สมดุลเราไม่สามารถไปถึงเป้าหมายที่พระ เจ้ามีไว้ให้กับคุณได้ถ้าคุณไม่เรียนรู้ ที่จะมีท่าทีที่ดีให้กับตัวคุณ

6:14 เองซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้อง ปล่อยวางความผิดพลาดของเราและเชื่อในพระ เจ้าไม่ใช่ว่าเราไม่รู้สึกสำนึกในความผิด นะแน่นอนเราเสียใจกับสิ่งที่เราทำมันทำ ให้ใจของฉันแตกสลายเมื่อฉันทำบางอย่างที่ ฉันเชื่อว่าพระเจ้าไม่ได้เห็นด้วย แต่ฉันก็ได้เรียนรู้ว่าฉันไม่สามารถติด แหงกอยู่กับความรู้สึกนั้นคุณไม่สามารถ เอาความผิดพลาดของเมื่อวานมาอยู่ในวันนี้ เพราะมันจะกลายเป็นภาระที่หนักเกินไปที่ จะแบกคุณต้องปล่อยมันไปพระเจ้ามีงานให้ คุณทำแต่คุณจะทำไม่ได้ถ้าคุณยังแบกเอา ความรู้สึกผิดนั้น อยู่อาเมนมั้ยมันกลายเป็นภาระที่หนัก บรรดาผู้เหน็ดเหนือและแปลกภาระหนักจงมาหา เราและเราจะให้ท่านทั้งหลายได้หยุด พัก

7:00 เราไม่สามารถทำเกินน้ำพระทัยของพระเจ้า ได้เราไม่สามารถคิดอยากจะทำอะไรก็ได้แต่ คุณสามารถทำในสิ่งที่พระองค์บอกให้คุณ ทำสิ่งใดที่พระเจ้ามอบให้คุณทำไม่ว่ามัน จะฟังดูบ้าบอแค่ไหนสำหรับคนอื่นถ้าคุณรู้ สึกมั่นใจว่านั่นเป็นสิ่งที่พระเจ้าตรัส ในใจของคุณคุณก็ทำไปเลยแล้วคุณรู้อะไรมย แต่ถ้ามันไม่ใช่อย่าปล่อยให้มันทำให้คุณ ท้อใจคุณแค่พูดว่าฉันจะไม่ทำอย่างนี้อีก แลเดือนหน้าต่อไปรู้มยว่าความล้มเหลวเป็น ส่วนหนึ่งของความ สำเร็จความผิดพลาดนำไปสู่ความ สำเร็จฉันทำผิดมากมายพยายามทำรายการ โทรทัศน์ก่อนที่พระเจ้าจะบอกให้ฉัน ทำบางครั้งคุณจะมีบางอย่างที่อยู่ในใจของ

7:47 คุณที่มันมาจากพระเจ้าแต่มันยังไม่ถึง เวลาซึ่งนั่นมันก็ยากที่จะรู้โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกับผู้เชื่อ ใหม่ รู้มว่ามีคนมากมายคนในพระคัมภีร์ด้วยที่ ทำผิดพลาดที่พวกเขาใจร้อนไปหน่อยส่วนฉัน ก็คิดว่าฉันอยากจะทำรายการทีวีด้วยฉันก็ เลยเราเช่าสตูดิโอและสถานี โทรทัศน์ในเมืองเซนต์ลุยในเมืองที่เรา อยู่แลฉันก็เอาพนักงานผู้หญิง 45 คนไป ด้วยให้เหมือนกับรายการทอคโชว์ ดิฉันจะถามคำถามถามเแลให้เขตอบแต่ปัญหาก็ คือฉันก็ได้ถามคำถามนั้นแลฉันก็ตอบคำถาม

8:33 นั้น เองเพราะฉันทำหน้าที่พิธีกรไม่ เป็นและถ้าคุณสังเกตเราไม่ทำบทสัมภาษณ์ อะไรเลยในรายการของเราที่จะเอาคนนั้นคน นี้มาสัมภาษณ์พวกเขาแล้วอาทิตย์หน้าฉันจะ ไปรายการ Day Star และ tbn เพื่อสัมภาษณ์เกี่ยวกับนัก หนังสือที่ฉันเขียนซึ่งเป็นอะไรที่รายการ เหล่านี้ทำกันคือให้คนเข้ามาพูดในรายการ และสัมภาษณ์คนเหล่านั้นซึ่งฉันก็ลอง ทำแล้วก็มีคนเขียนจดหมายเข้ามาแล้วบอกว่า ช่วยบอกอาจารย์จอยว่าขอให้แขกรับเชิญได้ พูด

9:21 บ้างนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนมาบอกฉันฉัน ก็ฉันไม่ชอบเลยเพราะถ้าคุณมาอยู่ในรายการ ของฉันและพูดอะไรที่มันไม่ ถูกฉันก็จะพูดแทรกและให้กลับมาพูดในสิ่ง ที่ควรจะ พูดฉันก็ตอบเขไปว่ารู้อะไรมนี่ไม่ใช่ฉัน เราไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้เพราะคน อื่นเขาทำได้ดีคุณสามารถทำในสิ่งที่พระ เจ้าเรียกให้คุณทำได้เท่านั้นอาเมน มย ฉะนั้นหลังจากทำอยู่ 6 เดือนเราก็ได้รับ จดหมายเพียงแค่ฉบับเดียวส่งเข้ามาในราย

10:08 การฉันก็บอกว่าอันนี้คงไม่เวิร์คแต่หลัง จากนั้นพอเมื่อพระเจ้าบอกให้เราทำรายการ ทีวีเราก็ตะลึงมากเราไม่รู้ว่าเราต้องทำ ยังไงนั่นเป็นสิ่งที่พระองค์กำลังรออยู่ เพื่อให้เราถ่อมตัวลงและพึ่งพากำลังของ พระองค์แทนที่เราจะพึ่งพาในกำลังของเรา และทำในสิ่งที่เราอยากจะทำอาเมนมย และมีอย่างอื่นอีกที่ฉันอยากจะแบ่งปันกับ คุณบางครั้งเราได้ทำอะไรบางอย่างมานาน แล้วและจู่ๆพระเจ้าก็ให้คุณหยุด ทำซึ่งนั่นก็เป็นสิ่งที่ยากด้วยเพราะคุณ ชอบในสิ่งที่คุณทำ อยู่คุณทำมันได้ดีและมีความสุขที่ได้ ทำแต่อยู่ดีๆบางอย่างก็ไม่ลงตัวมี

10:55 ปัญหาการเจอมไม่ได้อยู่ในสิ่งนั้นแล้วคุณ ไม่ได้มีมีความสุขกับสิ่งนั้นเหมือน เคยใช่ มั้ยฉันเคยรับใช้อยู่ที่โบสถ์ในเซนตลุย 5 ปี 5 ปีที่ฉันสอนพระคัมภีร์อยู่ที่บ้าน 5 ปีที่ฉันอยู่ที่โบสถ์และฉันก็ชอบมันมาก ฉันได้เทศนาอยู่หลายครั้งไปสอนที่โรง เรียนพระคัมภีร์มีประชุมสัมมนาของสตรีทุก วันพฤหัสบดีเช้าที่มีคนกว่า 400-500 คนนก็ขนาดกำลังพอดีฉันก็ได้มีโอกาสสอน เวลาที่ศิยพิบาลเดินทางไปนอกเมืองไม่ต้อง กังวลเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะอาจารย์เป็นคน ออกอะไรอะไรก็ดีไปหมดแต่วันนึงฉันก็เริ่ม ที่ จะไม่อยากไปทำ

11:41 งานไม่อยากไปประชุมไม่อยากประชุมกรรมการ หรือประชุมอะไรก็ตามฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไร ขึ้นกับฉันนี่ฉันเป็นอะไรเนี่ยฉันไม่อยาก ไปประชุม อธิษฐานที่เรามีทุกคืนวันอังคารและมีวัน อาคารคืนนึงที่ฉันก็นั่งอยู่ที่นั่งก็ อย่างที่คุณรู้ที่นั่งของฉันก็อยู่แถว หน้าที่มีชื่อของฉันติด อยู่ที่มันทำให้ฉันรู้สึกว่าสำคัญฉันมี ที่จอดรถส่วนตัวที่มีชื่อฉันอยู่และมี เก้าอี้ส่วนตัวของ ฉันมันน่าทึ่งมากกับสิ่งต่างๆที่เราคิด ว่าสำคัญและเมื่อเราแก่ตัวขึ้นสิ่งเหล่า นั้นก็ไม่สำคัญเลยฉันมองย้อนกลับไปดูสิ่ง ที่ฉันเห็นว่าสำคัญสำหรับฉันเมื่อฉันอายุ 35 แต่ตอนนี้มันเป็นอะไรที่ไร้สาระ มากสิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดก็คือว่าเรา

12:27 ใช้ชีวิตของเราต่อหน้าพระเจ้าอย่างที่พระ องค์ต้องการให้เรามีหรือ [ปรบมือ] เปล่าและ ฉันก็ได้ยินพระเจ้าพูดกับฉันว่านี่เธอ กำลังทำอะไรก็มาประชุมอธิษฐานทุกคืนวัน อังคารและพระเจ้าก็ได้บอกกับฉันว่างานที่ นี่เสร็จแล้วฉันรู้สึกเหมือนโดนดูถูก มากแล้วโบถจะเป็นยังไงต่อไปถ้าไม่มี ฉันจริงมั้ย แต่พระเจ้าพระองค์ไม่อยากให้ฉันอยู่ที่ นี่แล้วฉันทำในส่วนของฉัน แล้วะพระองค์อยากให้ฉันทำภารกิจนี้แลบอก ว่าให้ไปทิศเหนือใต้ออกตกฉันจะไม่ลงราย

13:13 ละเอียดมากกว่านี้เพราะเรื่องนี้มันยาว แต่ประเด็นก็คือฉันรู้สึกว่ามีใครบางคน ที่นี่ที่ต้องการได้ยินว่าถึงแม้ว่าคุณจะ เก่งในการทำบางสิ่งบางอย่างแต่ถ้าพระเจ้า บอกว่าเสร็จแล้วคุณก็ไม่จำเป็นต้องพยายาม ดันทุรังทำในสิ่งที่ไม่มีอะไรจะให้ทำแล้ว [ปรบมือ] อาเมน มั้ยรู้มยว่าฉันต้องยอมสละบางอย่างในไม่ กี่ปีที่ผ่านมาฉันเคยชอบที่จะเดินทางไปทำ งานพันธกิจนอกประเทศ 3 ครั้งต่อปีครั้ง นึงก็อยู่ 3 อาทิตย์แล้วเราก็ไป 4 5 หรือ 6 ประเทศและมีส่วนร่วมในการประกาศ ต่าง ๆและเราก็ได้รับพระพรอย่างมากคือเราได้ รับโอกาสมากมาย

13:59 และต่อมาไม่นานมันก็เริ่มมีอะไรมาขัดขวาง วีซ่าของเราก็ถูกปฏิเสธที่ประชุมที่เรา จองก็ถูกยก เลิกคือมันไม่มีอะไรที่ลงตัว เลยมีใครที่เข้าใจบ้างว่าเวลาที่ฉันพูด ว่าไม่มีอะไรที่ลง ตัวแล้วมันก็ทำให้ฉันหมดแรงแล้วฉันก็ เริ่มแก่เกินไปที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้ แล้วฉันจำเป็นต้องเริ่มทำในสิ่งที่ไม่ทำ ให้ฉันหมดแรงไปมากกว่านี้แล้วและสุดท้าย แล้วเราต้องมานั่งวัดว่าระหว่างความ พยายามกับผล ลัพธ์คือเราได้ผลลัพธ์มากพอที่สมกับความ พยายามที่เราได้ลงแรงทำบางอย่างแล้วมัน คุ้มค่ายซึ่งฉันไม่ชอบเลยจินเจอร์ได้ไป ส่วนฉันไม่ได้ ไปแต่ขอบคุณพระเจ้าที่มีจินเจอร์ช่วยรู้

14:48 ไหมว่าเราไม่ควรคิดถึงแต่ตัวเองและไม่ ปล่อยให้คนอื่นเข้ามาทำอะไรเลยเพราะถ้า อย่างนั้นคุณก็ต้องถูกตัดออกไปทันทีแค่ นั้นให้คุณพร้อมที่จะทำเมื่อพระเจ้าบอก ว่าทำสิและพร้อมที่จะปล่อยมันเวลาที่พระ เจ้าบอกให้คุณปล่อยมัน [ปรบมือ] ซะและการที่เราปล่อยบางสิ่งบางอย่างไปไม่ ได้หมายความว่าพระเจ้าจะไม่ใช้คุณแล้วแต่ มันหมายความว่ามันถึงเวลากับสิ่งใหม่ใน ชีวิตของคุณ แล้วรู้มว่ามันยากในการที่จะมีความ สัมพันธ์กับคนที่ไม่มีความมั่น ใจพวกเขาคต้องการการรับรองอยู่ตลอดเวลา ต้องการคำชมอยู่บ่อย ๆเื่ออย่างนั้นแล้วเขาก็ไม่มีกำลังแล้วก็

15:34 รู้สึกหด หู่เคไม่เคยคิดว่าตัวเองดูดีจนกว่าคุณจะ บอกเขา 5 ครั้งว่าเคดูดี มากความต้องการที่ไม่สมดุลนี้กลายเป็น ภาระให้กับคนอื่นที่พยายามสร้างสัมพันธ์ กับคนแบบนี้ที่เขาเลือกที่จะตัดคนอย่าง นั้นออกดีกว่าแทนที่จะมานั่งจัดการกับ อารมณ์ที่ไม่มั่นคงของคนคน นั้นเข้าใจมั้ยมีใครบ้างที่อยู่ที่นี่ ที่คุณคิดถึงคนๆนั้นที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ช่วยยกมือขึ้นหน่อยได้ มั้ยมีใครบ้างที่อยู่ที่นี่ที่ต้องรับมือ

16:20 กับคนแบบนี้บ้างมยที่ทำให้คุณหมด แรงที่ไม่นานคุณก็คุณก็ไม่มีทางเลือกที่ คุณไม่ควรปล่อยให้ใครมาดูดเอาชีวิตของคุณ ออกไปจากคุณเพราะเขาคไม่ยอมเข้าหาพระเจ้า เพื่อรับการรักษาในด้าน นี้บอกตามตรงว่ามีคนมากมายที่ไม่ได้ ต้องการความช่วยเหลือเขาแค่อยากจะนั่งและ บอกปัญหาของเขาคให้คุณฟังทั้งวันทั้งคืน วันแล้ววัน เล่าเคไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือพระเจ้า จะช่วยคนที่ต้องการความช่วย เหลือเพราะคนประเภทนั้นจะอ่อนไหวง่ายเมัก จะเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนคนอื่น เสมอเาอยากจะเป็นที่หนึ่งในทุกๆเรื่องและ

17:05 พยายามให้เห็นว่าเานั้นมีคุณค่าบาง อย่างหรือเขาจะไปในทางที่ตรงกันข้ามแล้ว ก็กลายเป็นคนที่ชอบเก็บตัวมากและเป็นคน ขี้อายและเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากจะ พูดคนที่ไม่มีความมั่นใจในตัวเองบางครั้ง ก็สามารถเป็นคนที่ชอบเกาะ แกะถ้าคุณให้ความสนใจกับเนิดหน่อยเขาก็จะ เป็นเหมือนกับเงาตามตัวของ คุณประมาณว่าเฮ้ยมาอีกแล้ว เหรอแม่ของฉันขอโทษด้วยแต่เธอก็เป็นอย่าง นั้นเธอไม่เคยสัมผัสถึงความรักที่แท้จริง เพราะพ่อของ

17:51 ฉันเป็นคนที่ใจร้ายมากแต่ขอบคุณพระเจ้า ที่เขาได้รับความรอด 3 ปีก่อนที่เขาจะ เสีย ฉันจะบอกกับคุณว่าเเป็นคนที่อยู่ด้วยแล้ว ไม่มีความสุข เลยแล้วะแม่ของฉันก็เป็นแบบนั้นคือถ้าฉัน โทรหาเคซึ่งฉันก็อยากจะเป็นลูกสาวที่ดี ที่ให้ความสนใจเแต่ถ้าฉันโทรหาแม่ก็จะคอย โทรหาฉันวันละ 3 ครั้งทุกวันหลายๆอาทิตย์ และฉันก็ไม่ได้มีเวลาที่จะมาถือสายคุย ด้วยกับเธอทั้งวันและเวลาที่เป็นอย่าง นั้นคุณก็มักจะค่อยๆถอนตัวกับคนแบบนั้น เพราะคุณไม่อยากให้เขามากลืนกินชีวิตของ คุณ ฉันกำลังพูดกับคุณในวันนี้ไม่ใช่กำลังพูด กับคนที่คุณคิดว่าน่าจะอยู่ที่

18:37 นี่เผื่อว่าคุณ สงสัยฉันกำลังคุยกับคุณ อยู่ฉันอยากให้คุณมองย้อนกลับไปดูตัวเอง และถามตัวเองว่าคุณคิดยังไงกับตัวเองแล้ว คุณคุยกับตัวคุณเองยัง ไงฉันได้พูดไปในตอนที่แล้วแล้วฉันอยากจะ พูดอีกครั้งอย่าอย่าพูดฉันขอย้ำว่าอย่า พูดซึ่งฉันมีอายุมากพอที่จะบอกคุณว่าต้อง ทำอะไรอย่า พูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณเองออกมา จากปากของคุณให้คนอื่นพูดสิ่งที่แย่ๆ เกี่ยวกับตัวคุณก็ดีกว่าคุณพูดถึงตัวเอง ในทางที่ไม่ [ปรบมือ] ดีจำได้มในตอนที่แล้วที่ฉันได้พูดถึง เรื่องเรืนึงที่ฉันหลุดออกไปอีกประเด็น

19:22 นึงนี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะจบเรื่องนี้ โอเค มั้ยฉันได้พูดถึงเมื่อพระเจ้าทรงสอนฉัน ว่าฉันเป็นคนชอบธรรมของพระองค์ในพระ คริสต์และนั่นก็เป็นเรื่องที่ยากสำหรับ ฉันที่จะเข้าใจและช้างวันนึงฉันกำลังป้อน นมให้ลูกอยู่ฉันกับเดฟก็ทะเลาะกันและเขา ก็ออกไปทำงานมีใครจำเรื่องนี้ได้บ้างไหม เรื่องที่ฉันยังเล่าไม่จบหรือคุณเองอาจจะ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันยังเล่าไม่ จบตอนนั้นฉันก็นั่งอยู่ที่โต๊ะแล้วก็พูด ว่าใช่แล้วฉันมันไม่ดีฉันมันไม่ได้เรื่อง ฉันทำอะไรก็ผิดไปหมดฉันเป็นตัวต้นเหตุ เสมออะไรก็ฉันอะไรก็ฉันคุณเคย มั้ยและสิ่งที่ฉันจะบอกคุณต่อไปนี้ก็คือ มันเป็นสิ่งที่จริงมากๆแล้วฉันไม่ได้พูด ให้คุณกลัวมันเป็นเรื่องจริงมันมีทั้ง

20:09 ทั่วสวรรค์และมีมารซาตาน ด้วยแค่เพราะว่าเรามองไม่เห็นมันก็ไม่ได้ หมายความว่ามันไม่มี จริงและระหว่างที่ฉันนั่งและพูดสิ่งไม่ดี เหล่านี้เกี่ยวกับตัวของฉันฉันก็รู้สึก คือรู้สึกจริงๆถึงวิญญาณชั่วที่เข้าห้อง มาหา ฉันมันทำให้ฉันตกใจกลัวมากแต่ฉันพูดว่า ฉันเป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าในพระคริสต์ ฉันเป็นคนชอบธรรมของพระเจ้าในพระ คริสต์และยิ่งฉันพูดมากขึ้นเท่าไหร่ฉันก็ รู้สึกว่าวิญญาณชั่วนั้นมันค่อยๆหาย ไปอย่าเปิดประตูให้กับมารที่จะเข้ามาใน ชีวิตของ คุณอย่าพูดสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับตัวคุณ

20:56 เองออกมาจากปากของคุณให้พูดในสิ่งที่พระ คัมภีร์บอกถึงแม้ว่าคุณอาจจะไม่ได้ดำเนิน ชีวิตแบบนั้นแต่ตามกฎแล้วมันก็ยังเป็นของ คุณคุุณถูกซื้อมาด้วยพระโลหิตของพระ เยซูฉันคิดว่ามีอยู่ที่นึงที่เรามักจะ สับสนนั่นก็คือมันมีเรื่องด้านกฎของการ ไถ่ของเราและมีประสบการณ์ในด้านการไถ่ของ เราตามกฎฉันเป็นผู้ บริสุทธิ์แต่ประสบการณ์ในด้านการไทยฉัน ไม่ได้ทำตัวบริสุทธิ์มันเหมือนกับว่าพระ เจ้าได้ให้เสื้อคลุมขนาดใหญ่กับเราและทรง ให้เวลากับเราเพื่อที่เราจะโต ขึ้นสิ่งที่สำคัญก็คือคุณกำลังเติบโตขึ้น ถ้าคุณกำลังโตขึ้นพระเจ้าก็ไม่เป็นห่วง

21:43 คุณว่าคุณจะไปถึงเส้นชัยยแต่คุณกำลังโต ขึ้นไคุณสามารถมองย้อนกลับไปในพีที่แล้ว แล้วพูดว่าตัวฉันตอนนี้ไม่เหมือนกับปีที่ แล้วก็หวังว่าคงไม่มีใครพูดว่าที่ไม่ เหมือนก็คือแย่ [เสียงหัวเราะ] ลง การมีภาพลักษณ์ที่ดีกับตัวเองคือ อะไรอย่างแรกเลยคุณอย่าคิดว่าคุณดีกว่าคน อื่นเพราะถ้าคุณเริ่มมีความคิดแบบ นั้นว่าคุณนั้นสำคัญในทันใดนั้นความคิด ที่ว่าคนอื่นนั้นไม่สำคัญก็จะเข้ามา ด้วยและไม่มีอะไรที่ฉันคิดว่าจะทำร้ายหัว ใจของพระเจ้ามากไป กว่าการที่เราปฏิบัติต่อคนอื่นเหมือนว่า

22:28 เคต่ำต้อยกว่าเราหรือดีไม่เท่า เราบางครั้งคนที่มีความคิดที่ผิดเข้ามา ส่วนใหญ่จะเป็นคนที่เป็นผู้ นำซึ่งฉันก็พยายามอย่างมากในการประชุมแบบ นี้ที่ฉันจะพูดกับคนที่อยู่ด้านหลังที่ ฉันเดิน ผ่านทักทายเค้าและขอบคุณเค้าให้คุณมองหา คนที่คนอื่นไม่สนใจแลคุณก็เข้าไปพูดกับ เขาอย่าพยายามมองหาคนที่สำคัญที่สุดใน ห้องห้องนี้ให้มองหาคนที่ดูเหงาๆมองหาคน ที่ดูขัด สนแต่อาจารย์จ๊อยฉันอยากจะอยู่กับกลุ่ม เพื่อนของฉัน นี่ใครจะไม่อยากบ้างแต่เลิกจับกลุ่มกัน

23:14 ได้ แล้วฉันจะพูดกับกลุ่มคริสเตียนของฉันและ ฉันจะไม่พูดกับกลุ่มอื่น เลยโลกนี้เต็มไปด้วยคนมากมายที่เจ็บปวด และเราเราก็ไม่ได้เป็นคนที่สำคัญอะไร ที่ฉันบอกว่าเราไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรที่ จะสนใจคนอื่นไม่ได้อาเมน มั้ยเราไม่ได้เป็นคนสำคัญอะไรที่จะใส่ใจ กับคนที่ไม่เชื่อไม่ [เพลง] ได้เขคไม่จำเป็นต้องมาเป็นเพื่อนซี้คุณ แต่คุณต้องปฏิบัติต่อเขาคให้ถูก ต้องให้เราคบหากับคนที่ไม่เชื่อตราบใดที่ คุณมีอิทธิพลกับเาและเขาไม่มีอิทธิพลกับ คุณ [เพลง]

24:13 เ

Share

YouTube Video Summaries