สรุปหนังสือ คิดเป็นเห็นเงินล้าน (The One Minute Millionaire): ใช้พลังทวีสร้างเงินล้านแบบไม่ต้องมีทุน

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปหนังสือ "คิดเป็นเห็นเงินล้าน" โดย Mark Victor Hansen และ Robert G. Allen โดยเน้นแนวคิดหลักที่ช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน

  • การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรของผู้อื่น (Leverage)
  • การมีกรอบความคิดของเศรษฐี (Millionaire Mindset)
  • การสร้างแหล่งรายได้หลายทาง (Multiple Streams of Income)

บทนำและ Hook: เป็นไปได้ไหม ที่จะสร้างเงินล้านได้ใน 1 นาที?

วิดีโอเริ่มต้นด้วยคำถามที่ท้าทายว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะสร้างเงินล้านได้ใน 1 นาที ซึ่งดูเหมือนจะเป็นคำถามที่เกินจริง แต่หนังสือ "คิดเป็นเห็นเงินล้าน" ยืนยันว่ามันเป็นไปได้จริง โดยไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นผลลัพธ์จากระบบความคิดและกลยุทธ์ที่ทุกคนสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้ การทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจไม่ใช่คำตอบของการเป็นเศรษฐี แต่การทำงานอย่างชาญฉลาดต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญ

หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร และวันนี้เราจะคุยเรื่องอะไรกันบ้าง

หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวิธีสร้างความมั่งคั่งที่แตกต่างออกไป ผู้ที่รู้สึกว่าทำงานหนักมาตลอดแต่ผลลัพธ์ทางการเงินยังไม่เป็นไปตามที่หวัง ผู้ที่สนใจเรื่องการลงทุนหรืออยากเริ่มต้นธุรกิจของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร และสำหรับทุกคนที่เชื่อว่าชีวิตเราดีกว่านี้ได้และกำลังมองหาแรงบันดาลใจและเครื่องมือที่จะเอาไปสร้างความเปลี่ยนแปลงนั้นให้เกิดขึ้นจริง วิดีโอจะเจาะลึกเบื้องหลังของผู้เขียนและหนังสือเล่มนี้ จากนั้นจะมาแกะ 4 แนวคิดสำคัญที่เป็นหัวใจของหนังสือ ตั้งแต่เรื่องของโครงสร้างหนังสือที่ไม่เหมือนใคร พลังของ Leverage การติดตั้งกรอบความคิดของเศรษฐี ไปจนถึงการสร้างเครื่องจักรผลิตเงิน

เจาะลึกเบื้องหลังผู้เขียน Mark Victor Hansen และ Robert G. Allen

หนังสือ "คิดเป็นเห็นเงินล้าน" ไม่ใช่หนังสือ How to ธรรมดาทั่วไป แต่เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างแรงบันดาลใจและวิธีการที่เป็นรูปธรรม หนังสือเล่มนี้ถูกออกแบบมาเหมือนกับเป็นหนังสือ 2 เล่มที่วางซ้อนกันอยู่ เมื่อเปิดอ่านหน้าด้านขวาจะเป็นนิยายที่เล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก ส่วนหน้าด้านซ้ายจะเป็นคู่มือที่ให้ความรู้และเทคนิคการเงินแบบตรงไปตรงมา สรุปเป็นข้อๆ สั้นๆ ที่เรียกว่า Millionaire Minute ซึ่งสอดคล้องกับเรื่องราวในนิยายหน้าข้างๆ กันพอดี ความน่าเชื่อถือของหนังสือเล่มนี้มาจากโปรไฟล์ของผู้เขียนทั้ง 2 ท่าน Mark Victor Hansen เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแรงบันดาลใจและการเล่าเรื่อง ส่วน Robert G. Allen เป็นปรมาจารย์ด้านการลงทุน การที่คน 2 คนนี้มาร่วมเขียนหนังสือด้วยกันจึงเป็นการผนึกกำลังที่สมบูรณ์แบบ

แนวคิดที่ 1: พลังของหนังสือ 2 เล่มในเล่มเดียว (ทำงานกับสมอง 2 ซีก)

หนังสือเล่มนี้มี 2 ส่วนในเล่มเดียวคือส่วนที่เป็นนิยาย (Fiction) และส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง (Non-Fiction) วางขนานกันไปในทุกๆ หน้า ผู้เขียนเลือกทำแบบนี้เพราะพวกเขาเข้าใจการทำงานของสมองมนุษย์อย่างลึกซึ้ง โดยธรรมชาติแล้วสมองของเรามี 2 ซีกที่ทำงานแตกต่างกัน สมองซีกซ้ายจะเกี่ยวข้องกับตรรกะเหตุผลการวิเคราะห์ตัวเลขและข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ในขณะที่สมองซีกขวาจะเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกจินตนาการความคิดสร้างสรรค์และการมองเห็นภาพรวม หนังสือส่วนใหญ่ที่สอนเรื่องการเงินมักจะสื่อสารกับสมองซีกซ้ายของเรา แต่หนังสือ "คิดเป็นเห็นเงินล้าน" แก้ปัญหานี้ด้วยการสื่อสารกับสมองทั้งสองซีกไปพร้อมๆ กัน หน้าด้านขวาที่เป็นนิยายจะทำหน้าที่พูดคุยกับสมองซีกขวาของเรา ส่วนหน้าด้านซ้ายที่เป็นข้อเท็จจริงหรือที่เรียกว่า Million Minutes ก็จะทำหน้าที่พูดคุยกับสมองซีกซ้ายของเราโดยตรง

แนวคิดที่ 2: "พลังทวี" (Leverage) - หัวใจของการสร้างเงินล้าน

Leverage คือการใช้ทรัพยากรของคนอื่นเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับตัวเราเอง หนังสือเล่มนี้แบ่ง Leverage ออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ที่เราต้องเรียนรู้ที่จะใช้ให้เป็น:

  1. OPM (Other People's Money): เงินของคนอื่น คือการใช้เงินจากธนาคาร เงินกู้จากนักลงทุน หรือจากพาร์ทเนอร์ เพื่อสร้างธุรกิจหรือซื้อสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย
  2. OPT (Other People's Time): เวลาของคนอื่น คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลา 24 ชั่วโมงต่อวันของเราเอง เศรษฐีรู้ดีว่าเวลาของพวกเขามีค่าที่สุด พวกเขาจึงไม่ทำทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่จะจ้างคนอื่นที่เก่งกว่าในด้านนั้นๆ มาทำงานให้ หรือสร้างระบบที่ทำงานได้ด้วยตัวเองโดยที่พวกเขาไม่ต้องเข้าไปยุ่งตลอดเวลา
  3. OPE (Other People's Experience): ประสบการณ์ของคนอื่น คือการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญและ Connection ของคนอื่น การมีพี่เลี้ยง (Mentor) การเข้าร่วมกลุ่ม Mastermind การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การจ้างที่ปรึกษา ทั้งหมดนี้คือทางลัดที่ช่วยให้เราประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดไปได้อย่างมหาศาล

แนวคิดที่ 3: "กรอบความคิดเศรษฐี" (Millionaire Mindset) เกมที่ต้องชนะจากข้างใน

เกมการสร้างความมั่งคั่งนั้น 90% คือเกมของความคิด (Inner Game) และอีก 10% คือวิธีการ (Outer Game) การติดตั้งกรอบความคิดเศรษฐีจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและต้องทำเป็นอันดับแรก หัวใจของมันคือการเปลี่ยนจากความคิดแบบขาดแคลน (Scarcity Mindset) ไปสู่ความคิดแบบอุดมสมบูรณ์ (Abundance Mindset) คนที่มี Scarcity Mindset จะมองว่าทุกอย่างบนโลกนี้มีจำกัด ในขณะที่คนที่มี Abundance Mindset จะเชื่อว่าโลกนี้มีทุกอย่างเหลือเฟือสำหรับทุกคน การเปลี่ยน Mindset นี้ไม่ใช่แค่การคิดบวกแบบลมๆ แล้งๆ แต่คือการรีโปรแกรมความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใต้สำนึกของเรา

แนวคิดที่ 4: สร้าง "เครื่องจักรผลิตเงิน" ด้วยรายได้หลายทาง (MSI)

คนส่วนใหญ่มีรายได้เพียงทางเดียว ซึ่งก็คือเงินเดือนจากการทำงานประจำ ซึ่งนี่เป็นสถานการณ์ที่เปราะบางและมีความเสี่ยงสูงมาก เศรษฐีทุกคนเข้าใจความเสี่ยงนี้ดี พวกเขาจึงไม่เคยพึ่งพารายได้จากแหล่งเดียว แต่จะสร้างท่อส่งเงินหลายๆ ท่อที่ไหลเข้ามาหาพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งท่อส่งเงินเหล่านี้ก็มีหลากหลายรูปแบบ อาจจะเป็น:

  1. รายได้จากการทำงาน (Active Income): เช่น เงินเดือน โบนัส หรือกำไรจากธุรกิจที่เรายังต้องลงแรงบริหารจัดการอยู่
  2. รายได้จากทรัพย์สิน (Passive Income): เป็นรายได้ที่เข้ามาหาเราโดยที่เราไม่ต้องใช้เวลาทำงานโดยตรง เช่น ค่าเช่าจากอสังหาริมทรัพย์ เงินปันผลจากหุ้น ดอกเบี้ยจากการฝากเงิน หรือค่าลิขสิทธิ์จากหนังสือหรือเพลง
  3. รายได้จากการลงทุน (Portfolio Income): คือกำไรที่เกิดจากการซื้อขายสินทรัพย์ลงทุนต่างๆ เช่น หุ้น กองทุน หรืออสังหาริมทรัพย์

รวมวิธีนำไป "ลองทำดู" (Just Try It Toolkit)

วิดีโอสรุปขั้นตอนที่นำไปใช้ได้จริงจากแต่ละแนวคิดมาให้เป็นชุดเครื่องมือเริ่มต้น:

  • แนวคิดเรื่องหนังสือ 2 เล่มในเล่มเดียว: ลองฝึกพูดคุยกับสมอง 2 ซีกของคุณ เวลาตั้งเป้าหมายทางการเงินลองเขียนออกมา 2 แบบ แบบแรกเขียนด้วยเหตุผล (สมองซีกซ้าย) แบบที่ 2 เขียนด้วยอารมณ์ (สมองซีกขวา)
  • แนวคิดเรื่องพลังทวี (Leverage): สร้าง List Leverage ของคุณ ลองใช้เวลา 30 นาทีเขียนรายชื่อสิ่งที่คุณสามารถงัดได้ออกมา แบ่งเป็น 3 คอลัมน์ (OPM, OPT, OPE) เริ่มต้นหา Mentor ลองเลือกคนที่คุณชื่นชมในสายอาชีพของคุณ 1 คน แล้วลองส่งอีเมลหรือข้อความไปขอคำแนะนำสั้นๆ ดู
  • แนวคิดเรื่องกรอบความคิดเศรษฐี: ฝึกนาทีเศรษฐีทุกเช้า หลังตื่นนอนลองใช้เวลาแค่ 1 นาทีพูดประโยคยืนยันเชิงบวกกับตัวเองหน้ากระจก จดบันทึกความเชื่อเรื่องเงิน ลองเขียนตอบคำถามนี้กับตัวเองอย่างซื่อสัตย์ว่า ฉันมีความเชื่อเรื่องเงินและความรวยว่าอย่างไร
  • แนวคิดเรื่องสร้างรายได้หลายทาง: เปลี่ยนทักษะเป็นเงิน ลองลิสต์ทักษะที่คุณมีทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจากงานประจำหรืองานอดิเรก แล้วลองคิดดูว่าทักษะไหนที่คุณสามารถนำไปสร้างเป็นรายได้เสริมเล็กๆ น้อยๆ ได้บ้าง ศึกษา Passive Income 1 อย่าง เลือกสิ่งที่คุณสนใจมากที่สุด 1 อย่างจากลิสต์นี้ แล้วลองใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการดูคลิป YouTube หรืออ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนั้นวันละ 15-30 นาที

เรื่องเล่าที่ทรงพลังที่สุด - บทเรียนจาก "มิเชล"

เรื่องราวของมิเชล ตัวละครเอกในหนังสือ เป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจ มิเชลเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่สูญเสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกๆ ของเธอไปชั่วคราว ศาลให้เงื่อนไขกับเธอว่าเธอจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ามีความสามารถทางการเงินที่มั่นคงพอที่จะดูแลลูกๆ ได้ โดยมีเส้นตายคือเธอต้องหาเงินให้ได้ 1 ล้านดอลลาร์ภายใน 90 วัน มิเชลไม่ได้เริ่มต้นจากการทำงานหนักขึ้น 10 เท่า แต่เธอเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความคิด เธอเปลี่ยนคำถามจาก "ฉันจะทำได้ยังไง" เป็น "ฉันต้องทำยังไงถึงจะสำเร็จ" เธอออกตามหาคนที่ช่วยเธอได้ จนได้พบกับเศรษฐีใจดีที่ยอมเป็น Mentor ให้ และนั่นคือจุดเปลี่ยน

สรุปแก่นหลัก และก้าวแรกที่คุณจะ "ลองทำดู" ได้ทันที

การเป็นเศรษฐีไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นผลมาจากการมีระบบที่ถูกต้อง ซึ่งประกอบด้วยการติดตั้งกรอบความคิดแบบอุดมสมบูรณ์ และการรู้จักใช้พลังทวีเพื่อขยายผลลัพธ์จากการลงแรงของเราให้ได้มากที่สุด วิดีโอแนะนำให้เลือกสิ่งที่ทำได้ง่ายและเล็กที่สุดเพียง 1 อย่างมาเริ่มลองทำดูภายใน 24 ชั่วโมงนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลา 15 นาทีเขียนลิสต์ออกมาว่าทักษะของคุณมีอะไรบ้างที่พอจะเปลี่ยนเป็นรายได้เสริมได้ หรือลองเขียนเป้าหมายทางการเงินของคุณออกมาทั้งในเชิงเหตุผลและอารมณ์

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 เป็นไปได้ไหมครับที่เราจะสร้างเงินล้าน ได้ในเวลาแค่ 1 นาทีฟังดูแล้วอาจจะเหมือน คำถามหลอกลวงหรือเป็นแค่คำโฆษณาชวนเชื่อ ที่เกินจริงใช่มั้ครับเศรษฐีใน 1 นาที เนี่ยนะใครๆก็รู้ว่าการสร้างความมั่งคั่ง มันต้องใช้เวลาความพยายามและอาจจะต้องมี ต้นทุนมหาศาลแต่ถ้าผมจะบอกคุณว่าหนังสือ เล่ม 1 ที่โด่งดังไปทั่วโลกยืนยันว่ามัน เป็นไปได้ล่ะครับและที่สำคัญกว่านั้นคือ มันไม่ใช่เรื่องของโชคช่วยไม่ใช่การถูก ลอตเตอรี่และไม่ใช่ทางลัดสีเทาๆแต่เป็นผล ลัพธ์มาจากระบบความคิดและกลยุทธ์ที่เรา ทุกคนสามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้ได้ จริงผู้เขียนถึงกับท้าทายความเชื่อเดิมๆ ของเราว่าการทำงานหนักเพียงอย่างเดียวอาจ

0:48 จะไม่ใช่คำตอบของการเป็นเศรษฐีแต่การทำ งานอย่างชานฉลาดต่างหากที่เป็นกุญแจสำคัญ วันนี้เราจะมาถอดรหัสกันครับว่าอะไรคือ ความลับที่ซ่อนอยู่ในแนวคิดเศรษฐีใน 1 นาทีและเราจะนำมันมาใช้เปลี่ยนชีวิตการ เงินของเราให้ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดดได้ อย่างไรเตรียมตัวให้พร้อมนะครับเพราะความ คิดบางอย่างที่คุณได้ฟังในวันนี้อาจจะ เปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อเงินและความมั่ง คั่งไปตลอดกาลเลยก็ได้ [เพลง] Long them do just try it podcast >> สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกันอีกครั้งที่ ช่องลองทำดู Just try it podcast ที่ จะนำสาระสำคัญจากหนังสือดีๆมาย่อยให้คุณ

1:36 ฟังแบบเข้าใจง่ายและพร้อมนำไปลองทำดูได้ ทันทีครับผมชื่อผู้จัดรายการครับสำหรับใน ตอนนี้เราจะมาดำดิ่งสู่แก่นความคิดจาก หนังสือที่ทรงอิทธิพลและอาจจะฟังดูท้าทาย ความเชื่อของใครหลายๆคนมากที่สุดเล่ม หนึ่งนั่นก็คือคิดเป็นเห็นเงินล้านหรือ The One Minute Millionire โดย 2 ปรมาจารย์ด้านความสำเร็จอย่าง Markk Victor Hansen และ Robert Gen ครับ หนังสือเล่มนี้เหมาะมากๆครับสำหรับคนที่ กำลังมองหาวิธีสร้างความมั่งคั่งที่แตก ต่างออกไปคนที่รู้สึกว่าทำงานหนักมาตลอด แต่ผลลัพธ์ทางการเงินยังไม่เป็นไปตามที่

2:22 หวังคนที่สนใจเรื่องการลงทุนหรืออยาก เริ่มต้นธุรกิจของตัวเองแต่ไม่รู้จะเริ่ม ยังไงเพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีต้นทุนและ ที่สำคัญคือสำหรับทุกคนที่เชื่อว่าชีวิต เราดีกว่านี้ได้และกำลังมองหาทั้งแรง บันดาลใจและเครื่องมือที่จะเอาไปสร้าง ความเปลี่ยนแปลงนั้นให้เกิดขึ้นจริงครับ ในวันนี้เราจะมาเจาะลึกเบื้องหลังของผู้ เขียนและหนังสือเล่มนี้กันก่อนว่าทำไมแนว คิดของพวกเขาถึงน่าเชื่อถือจากนั้นจะมา แกะ 4 แนวแนวคิดสำคัญที่เป็นหัวใจของ หนังสือเพื่อสร้างความเข้าใจกันแบบเต็มๆ ตั้งแต่เรื่องของโครงสร้างหนังสือที่ไม่ เหมือนกันพลังของสิ่งที่เรียกว่า leverage

3:07 การติดตั้งกรอบความคิดของเศรษฐีไปจนถึง การสร้างเครื่องจักรผลิตเงินครับและใน ช่วงท้ายเหมือนเช่นเคยครับผมจะรวบรวมวิธี นำแนวคิดทั้งหมดไปลองทำดูเป็นชุดเครื่อง มือที่คุณนำไปใช้ได้เลยพร้อมด้วยเรื่อง เล่าที่น่าประทับใจมากๆในหนังสือ ที่จะทำให้คุณเห็นภาพทั้งหมดได้ชัดเจน ยิ่งขึ้นครับถ้าพร้อมแล้วเราไปเริ่มต้นไข ความลับสู่การเป็นเศรษฐีใน 1 นาทีด้วยกัน เลยครับก่อนที่เราจะลงลึกไปในเนื้อหาเรา มาทำความรู้จักกับหนังสือและผู้เขียนทั้ง 2 ท่านกันให้มากขึ้นอีกสักนิดดีไหมครับ เพราะมันจะทำให้เราเข้าใจว่าทำไมแนวคิด ที่ดูเหมือนจะสุดโต่งในหนังสือเล่มนี้ถึง ได้รับการยอมรับและน่าเชื่อถือจากคนทั่ว โลกคิดเป็นเห็นเงินล้านหรือ The One

3:54 Minute Millionair ไม่ใช่หนังสือ How to ธรรมดาทั่วไปครับแต่มันคือการผสมผสาน ที่ลงตัวระหว่างแรงบันดาลใจและวิธีการที่ เป็นรูปธรรมสิ่งที่ทำให้หนังสือเล่มนี้ โดดเด่นและแตกต่างจากหนังสือการเงินเล่ม อื่นๆอย่างสิ้นเชิงก็คือรูปแบบการนำเสนอ ครับหนังสือเล่มนี้ถูกออกแบบมาเหมือนกับ เป็นหนังสือ 2 เล่มที่วางซ้อนกันอยู่ เมื่อคุณเปิดอ่านหน้าด้านขวาจะเป็นนิยาย ที่เล่าเรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่ ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่บีบคันที่สุดใน ชีวิตส่วนหน้าด้านซ้ายจะเป็นคู่มือที่ให้ ความรู้และเทคนิคการเงินแบบตรงไปตรงมา สรุปเป็นข้อๆสั้นๆที่เรียกว่า Millionaire Minute หรือนาทีเศรษฐีซึ่งสอดคล้องกับ เรื่องราวในนิยายหน้าข้างๆกันพอดีในยุค

4:40 ที่ข้อมูลข่าวสารท่วมท้นและทุกคนต่างมอง หาทางลัดสู่ความสำเร็จหนังสือเล่มนี้ เปรียบเสมือนเข็มทิศที่ชี้ให้เห็นว่าความ มั่งคั่งที่แท้จริงไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่เกิดจากการมีระบบที่ถูกต้องทั้งระบบ ความคิดและระบบการกระทำมันทลายกำแพงความ เชื่อที่ว่าต้องมีเงินก่อนถึงจะรวยได้และ นำเสนอแนวคิดที่ทรงพลังอย่างพลังทวีหรือ leverage ซึ่งเป็นหลักการที่เศรษฐีทั่ว โลกใช้กันอยู่แต่คนส่วนใหญ่มักมองข้ามแนว คิดในเล่มยังคงทันสมัยและใช้ได้จริงเสมอ ไม่ว่าเศรษฐกิจโลกจะเป็นอย่างไรเพราะมัน เน้นไปที่หลักการพื้นฐานที่ไม่เคยเปลี่ยน แปลงนั่นเองครับความน่าเชื่อถือของ หนังสือเล่มนี้มาจากโปรไฟล์ของผู้เขียน ทั้ง 2 ท่านครับคนแรกคือ Markk วิกตor

5:26 Hansen หลายคนอาจจะคุ้นชื่อเขาในฐานะผู้ ร่วมสร้างสรรค์หนังสือชุดที่โด่งดังระดับ ปรากฏการณ์อย่าง Chicken Su for the Soul หรือซุปไก่ร้อนๆเติมพลังให้ชีวิต ที่ขายได้มากกว่า 500 ล้านเล่มทั่วโลกมัก คือผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแรงบันดาลใจ และการเล่าเรื่องเขารู้วิธีที่จะจุดไฟใน ใจของผู้คนส่วนผู้เขียนอีกท่านคือ Robert Gอท่านนี้คือปรมาจารย์ด้านการลงทุนโดย เฉพาะในวงเวรอสังหาริม เขาเป็นผู้เขียนหนังสือ best seller อย่าง Nothing Down และ Creating Wealth ที่สอนให้คนธรรมดาสามารถสร้างความมั่ง คั่งได้แม้จะไม่มีเงินทุนเริ่มต้นเลย Robert คือผู้เชี่ยวชาญด้านการวิธีและ กลยุทธ์ที่ใช้ได้ผลจริงการที่คน 2 คนนี้ มาร่วมเขียนหนังสือด้วยกันจึงเป็นการผนึก

6:11 กำลังที่สมบูรณ์แบบครับคนหนึ่งสร้างพลัง ใจหรือ why to และอีกคนมอบวิธีการหรือ how to ทำให้หนังสือเล่มนี้มีความสมดุล อย่างน่าทึ่งถ้าจะให้สรุปหัวใจของหนังสือ คิดเป็นเห็นเงินล้านในประโยคเดียวมันก็ คือคุณสามารถสร้างความมั่งคั่งได้อย่าง รวดเร็วและยั่งยืนหากคุณรู้จักผสานกรอบ ความคิดที่ถูกต้องเข้ากับพลังทวีเพื่อใช้ ทรัพยากรของคนอื่นมาสร้างฝันของตัวเองให้ เป็นจริงครับเอาล่ะครับพอเห็นภาพรวมและ รู้จักผู้เขียนกันแล้วตอนนี้เราไปเจาะลึก แก่นคิดแต่ละข้อกันเลยดีกว่าครับแนวคิด ที่ 1 2 สมอง 2 สไตล์การเรียนรู้พลัง พลังของหนังสือ 2 เล่มในเล่มเดียวแนวคิด แรกที่เราต้องทำความเข้าใจกันก่อนเลยก็

6:57 คือรูปแบบการนำเสนอของหนังสือเล่มนี้ครับ อย่างที่ผมเกริ่นไปตอนต้นว่าหนังสือเล่ม นี้มี 2 ส่วนในเล่มเดียวคือส่วนที่เป็น นิยายหรือฟิกชัและส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง หรือnonฟิกชionวางขนานกันไปในทุกๆหน้า ทำไมผู้เขียนถึงเลือกทำแบบนี้คำตอบก็คือ พวกเขาเข้าใจการทำงานของสมองมนุษย์อย่าง ลึกซึ้งครับโดยธรรมชาติแล้วสมองของเรามี 2 ซีกที่ทำงานแตกต่างกันสมองซีกซ้ายจะ เกี่ยวข้องกับตรรกะเหตุผลการวิเคราะห์ตัว เลขและข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงในขณะที่ สมองซีกขวาจะเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้ สึกจินตนาการความคิดสร้างสรรค์และการมอง เห็นภาพรวมหนังสือส่วนใหญ่ที่สอนเรื่อง

7:45 การเงินมักจะสื่อสารกับสมองซีกซ้ายของเรา ครับคืออาจแน่นไปด้วยข้อมูลทฤษฎี กราฟและขั้นตอนต่างๆซึ่งแน่นอนว่ามันมี ประโยชน์แต่สำหรับหลายคนมันก็อาจจะแห้ง แล้งน่าเบื่อและไม่สามารถสร้างแรงผลักดัน ทางอารมณ์ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรจริงๆจังๆได้ หนังสือคิดเป็นเห็นเงินล้านจึงแก้ปัญหา นี้ด้วยการสื่อสารกับสมองทั้งสองซีกไป พร้อมๆกันครับหน้าด้านขวาที่เป็นนิยายจะ ทำหน้าที่พูดคุยกับสมองซีกขวาของเรามัน เล่าเรื่องราวของมิเชลที่เต็มไปด้วย อารมณ์ความรู้สึก ความหวังความกลัวและความท้าทายเราจะรู้ สึกอินไปกับเธอเอาใจช่วยเธอและเรื่องราว ของเธอนี่แหละครับที่จะทำหน้าที่เป็น

8:31 เหมือนเชื้อเพลิงที่จุดประกายไฟในใจเรา สร้างแรงบันดาลใจและตอบคำถามที่สำคัญที่ สุดนั่นก็คือทำไมเราถึงต้องรวยในขณะเดียว กันหน้าด้านซ้ายที่เป็นข้อเท็จจริงหรือ ที่เรียกว่า Million Minutes ก็จะทำหน้า ที่พูดคุยกับสมองซีกซ้ายของเราโดยตรงส่วน นี้จะให้ความรู้แบบเน้นๆเป็นกลยุทธ์ เทคนิคและขั้นตอนที่จับต้องได้มันคือ แผนที่ที่จะบอกเราว่าเราจะรวยได้อย่างไร เมื่อสมองทั้ง 2 ซีกของเราได้รับการ กระตุ้นไปพร้อมๆกันแบบนี้การเรียนรู้จะมี ประสิทธิภาพสูงสุดครับเราจะไม่ได้แค่เข้า ใจวิธีการแต่เราจะรู้สึกอยากที่จะทำมัน จริงๆมันคือการประสาน to เข้ากับ how to อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดลองนึกภาพตามนะครับ

9:19 ในขณะขณะที่หน้าขวาเล่าถึงตอนที่มิเชล กำลังรู้สึกมืด 8 ด้านไม่รู้จะหาเงินล้าน แรกมาจากไหนพอเราพลิกมาดูหน้าซ้ายเราจะ เจอกับ Milliion Minit ที่สอนเทคนิคการ ระดมสมองเพื่อหาไอเดียธุรกิจหรือเทคนิค การหาพี่เลี้ยงหรือเมนทorที่จะมาชี้ทาง สว่างให้เราได้มันเหมือนกับว่าหนังสือไม่ ได้แค่เล่าปัญหาแต่ยังยื่นเครื่องมือแก้ ปัญหาให้เราในทันทีหรือในตอนที่มิเชลต้อง ไปเจรจาต่อรองเรื่องสำคัญพอเราอ่านแล้ว รู้สึกตื่นเต้นและประมาทไปกับเธอหน้าซ้าย ก็จะสอนหลักการเจรจาต่อรองแบบที่เศรษฐี เขาใช้กันทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่าทฤษฎี ที่ดูน่าเบื่อพอถูกนำไปใช้ในสถานการณ์ จริงแล้วมันทรงพลังขนาดไหนนี่คือความ

10:05 อัจฉริยะของโครงสร้างหนังสือเล่มนี้ครับ และเมื่อเราเข้าใจแล้วว่าหนังสือเล่มนี้ ถูกออกแบบมาเพื่อปลุกพลังสมองของเราทั้ง 2 ซีกทีนี้เรามาดูกันครับว่าเครื่องมือที่ ทรงพลังที่สุดที่หนังสือเล่มนี้มอบให้กับ สมองซีกซ้ายของเราหรือก็คือวิธีการที่ เป็นหัวใจหลักของการสร้างเงินล้านนั้นมัน คืออะไรกันแน่ซึ่งนั่นก็คือแนวคิดข้อที่ 2 ครับ แนวคิดที่ 2 พลังทวีหรือ leverage กุญแจ สู่ความมั่งคั่งแบบก้าวกระโดด ถ้ามีแนวคิดเพียงข้อเดียวที่คุณต้องจำให้ ขึ้นใจจากหนังสือเล่มนี้แนวคิดนั้นก็คือ คำว่า leverage หรือพลังทวีครับคนส่วน ใหญ่ถูกสอนมาให้ใช้สมการการสร้างรายได้ แบบเส้นตรงคือรายได้เท่ากับอัตราค่าจ้าง

10:54 คูณเวลาที่ทำงานซึ่งหมายความว่าถ้าอยาก ได้เงินมากขึ้นก็ต้องทำงานมากขึ้นหรือไม่ ก็ต้องมีค่าตัวที่สูงขึ้นซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้มีเพดานจำกัดครับเรามีเวลาแค่ 24 ชมงต่อวันและความสามารถของเราก็มีขีด จำกัดแต่เศรษฐีเขาไม่เล่นเกมนี้ครับพวก เขาใช้สมการที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาใช้พลังทวี leverage คือหลักการเดียวกับคานงัดครับ คือการใช้แรงเพียงเล็กน้อยเพื่อเคลื่อน ย้ายวัตถุที่มีน้ำหนักมหาศาลในโลกการเงิน Leverage ก็คือการใช้ทรัพยากรของคนอื่น เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ให้กับตัว เราเองหนังสือเล่มนี้แบ่ง leverage ออก เป็น 3 ประเภทหลักๆที่เราต้องเรียนรู้ที่

11:40 จะใช้ให้เป็นครับ 1 OPM หรือ Other People's Money เงินของคนอื่นนี่คือแนว คิดที่ท้าทายความเชื่อของคนส่วนใหญ่ที่ ว่าต้องมีเงินทุนของตัวเองก่อนถึงจะลงทุน ได้แต่เศรษฐีจะมองหาโอกาสที่ดีก่อนค่อย มองหาเงินทุนทีหลังพวกเขาใช้เงินจาก ธนาคารหรือเงินกู้จากนักลงทุนหรือจาก พาร์ทเนอร์เพื่อสร้างธุรกิจหรือซื้อสิน ทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าดอก เบี้ยที่ต้องจ่ายนี่คือเหตุผลว่าทำไมบาง คนถึงสามารถสร้างพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ มูลค่าหลายสิบล้านได้ทั้งๆที่เริ่มต้นจาก เงินของตัวเองเพียงน้อยนิด OPT หรือ Other People Time เวลาของคน

12:26 อื่นนี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลา 24 ชมงต่อวันของเราเองครับเศรษฐีรู้ดีว่า เวลาของพวกเขามีค่าที่สุดพวกเขาจึงไม่ทำ ทุกอย่างด้วยตัวเองแต่จะจ้างคนอื่นที่ เก่งกว่าในด้านนั้นๆมาทำงานให้หรือสร้าง ระบบที่ทำงานได้ด้วยเองโดยที่พวกเขาไม่ ต้องเข้าไปยุ่งตลอดเวลาการจ้างพนักงานการ ใช้ฟรีแลนซการสร้างทีมคือตัวอย่างของการ ใช้ OPT ครับสมมุติว่าคุณใช้เวลา 8 ชมง สร้างมูลค่าได้ 1,000 บาทแต่ถ้าคุณจ้างคน 10 คนที่แต่ละคนใช้เวลา 8 ชมงสร้าง มูลค่าให้คุณได้คนละ 800 บาทหนักหลังหัก ค่าจ้างคุณจะสร้างมูลค่าได้ถึง 8,000 บาท ในวันเดียวโดยใช้เวลาของตัวเองน้อยที่สุด

13:12 3 OP หรือ Other People Experience ประสบการณ์ของคนอื่นทำไมต้อง เสียเวลาลองผิดลองถูกเป็น 10 ปีในเมื่อ เราสามารถเรียนรู้จากคนที่มีประสบการณ์มา ก่อนได้ OP คือการใช้ความรู้ความเชี่ยว ชาญและ connection ของคนอื่นครับการมีพี่ เลื้อmนทorการเข้าร่วมกลุ่ม Mastermind การอ่านหนังสือหรือแม้แต่การจ้างที่ ปรึกษาทั้งหมดนี้คือทางลัดที่ช่วยให้เรา ประหยัดเวลาและลดความผิดพลาดไปได้อย่าง มหาศาลการใช้ leverage ไม่ใช่ให้การเอา เปรียบคนอื่นนะครับแต่มันคือการสร้าง สถานการณ์ที่วินคือเราสร้างโอกาสทาง ธุรกิจขึ้นมาแล้วแบ่งปันผลประโยชน์ให้กับ ผู้ที่นำทรัพยากรของพวกเขามาร่วมกับเราใน เรื่องราวของมิเชลเธอไม่ได้หาเงินล้าน

14:00 ด้วยการทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำครับแต่เธอ ใช้เลเวageอย่างชาญฉลาดเธอเริ่มต้นจากการ หาเมนทorหรือ OP ที่มาชี้แนะแนวทางให้จาก นั้นเธอก็นำเสนอแผนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่น่าสนใจให้กับนักลงทุนหรือ OPM เพื่อ ให้พวกเขาลงเงินทุนให้แล้วเธอก็สร้างทีม งานขึ้นมาช่วยดูแลจัดการหรือ OPT ทำให้ เธอสามารถขยายโครงการได้อย่างรวดเร็วโดย ไม่ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองนี่คือภาพ สะท้อนที่ชัดเจนที่สุดว่าเมื่อเราเปลี่ยน จากการใช้ทรัพยากรของตัวเองเพียงอย่าง เดียวมาใช้พลังทวีจากทรัพยากรของคนอื่นผล ลัพธ์ที่ได้มันจะแตกต่างกันแบบฟ้ากับเหว เลยครับแต่การจะมองเห็นโอกาสในการใช้

14:45 leverage หรือการจะกล้าใช้เงินและเวลา ของคนอื่นได้นั้นมันมีเงื่อนไขสำคัญอย่าง นึงครับนั่นก็คือเราต้องมีรากฐานภายในที่ แข็งแกร่งเสียก่อนเราต้องมีความเชื่อมั่น และมีมุมมองที่ถูกต้องซึ่งนี่คือสิ่งที่ หนังสือเรียกว่ากรอบความคิดเศรษฐีในแนว คิดข้อถัดไปครับแนวคิดที่ 3 กรอบความคิด เศรษฐี Milliion Mindset สงครามภายในที่ ต้องชนะก่อนหนังสือเล่มนี้ย้ำชัดเจนมาก ครับว่าเกมการสร้างความมั่งคั่งนั้น 90% คือเกมของความคิด Inner เกมและอีก 10% คือวิธีการ Outer Game ต่อให้คุณมี เทคนิคและกลยุทธ์ที่ดีที่สุดในโลกแต่ถ้า คุณมีกรอบความคิดที่ผิดพลาดคุณก็จะไม่มี

15:31 วันประสบความสำเร็จทางการเงินได้อย่าง ยั่งยืนการติดตั้งกรอบความคิดเศรษฐีจึง เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและต้องทำเป็น อันดับแรกกรอบความคิดเศรษฐีที่หนังสือพูด ถึงมีมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่างครับแต่ หัวใจของมันคือการเปลี่ยนจากความคิดแบบ ขาดแคล้น Scar City Mindset ไปสู่ความ คิดแบบอุดมสมบูรณ์ Abundance Mindset คน ที่มี Scar City Mindset จะมองว่าทุก อย่างบนโลกนี้มีจำกัดไม่ว่าจะเป็นเงินทอง โอกาสหรือความสำเร็จพวกเขามองโลกเป็นการ แข่งขันแบบZoซumเกมคือถ้ามีคนหนึ่งได้ก็ ต้องมีอีกคนหนึ่งเสียพวกเขากลัวความ เสี่ยงไม่กล้าลงทุนเชื่อว่าคนรวยคือคนโลภ หรือคนขี้โก่งและมักจะโฟกัสไปที่ปัญหาและ

16:18 อุปสรรคทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะใช้ leverage เพราะกลัวการเป็นหนี้กลัวการ ถูกปฏิเสธและไม่เชื่อว่าตัวเองจะสามารถ จัดการกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ขึ้นได้ใน ทางกลับกันคนที่มี Abundance Mindset จะ เชื่อว่าโลกนี้มีทุกอย่างเหลือเฟือสำหรับ ทุกคนพวกเขามองว่าความมั่งคั่งและโอกาสมี อยู่ทุกหนทุกแห่งรอเพียงแค่เราไปค้นพบพวก เขามองของโลกเป็นการร่วมมือกันสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ๆวินๆพวกเขามองว่าความผิดพลาดคือ บทเรียนและมองปัญหาเป็นโอกาสในการเติบโต คนกลุ่มนี้จะกล้าที่จะเสี่ยงอย่างมีเหตุ ผลกล้าที่จะใช้ OPM OPT OP เพราะพวกเขา มั่นใจในวิสัยทัศน์ของตัวเองและเชื่อว่า พวกเขาสามารถสร้างมูลค่าที่มากกว่าที่

17:04 หยิบยืมมาได้พวกเขาเชื่อว่าฉันคู่ควรกับ ความร่ำรวยและฉันสามารถสร้างมันขึ้นมาได้ การเปลี่ยน mindset นี้ไม่ใช่แค่การคิด บวกแบบลมๆแล้งนะครับแต่มันคือการ รีโปรแกรมความเชื่อที่ฝังรากลึกอยู่ในจิต ใต้สำนึกของเราซึ่งส่วนใหญ่ถูกปลุกฝังมา ตั้งแต่เด็กๆหนังสือแนะนำให้เราฝึกฝนสิ่ง เหล่านี้ครับการตระหนักรู้ในความคิดของ ตัวเองการใช้คำพูดยืนยันเชิงบวก Affirmation การฝึกขอบคุณสิ่งที่มีอยู่ และการพาตัวเองไปอยู่ใกล้ๆกับคนที่มีความ คิดแบบเดียวกับที่เราอยากจะเป็นในช่วงแรก ของเรื่องมิเชลเต็มไปด้วย Scar City Mindset ครับเธอรู้สึกว่าตัวเองเป็น เหยื่อสิ้นหวังและมองไม่เห็นทางออกเธอคิด

17:51 ว่าการหาเงินล้านเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ ได้สำหรับคนธรรมดาอย่างเธอแต่จุดเปลี่ยน สำคัญเกิดขึ้นเมื่อเธอได้พบกับmนทอร์ของ เธอซึ่งสิ่งแรกที่mนทอร์ทำไม่ใช่การสอน เทคนิคการลงทุนแต่คือการทลายกำแพงความ เชื่อผิดๆของมิเชลเขาบังคับให้เธอพูดกับ ตัวเองดังๆว่าฉันคือเศรษฐีเงินล้านแม้ว่า ในตอนแรกเธอจะรู้สึกฝืนและไม่เชื่อเลยก็ ตามแต่การทำซ้ำๆและการได้เห็นมุมมองของคน ที่สำเร็จแล้วค่อยๆเปลี่ยนความคิดของเธอ จากคนที่โฟกัสแต่ปัญหาเธอก็เริ่มมองเห็น โอกาสจากคนที่กลัวก็กล้าที่จะลงมือทำการ เปลี่ยนแปลงจากภายในนี่เองครับที่เป็นจุด เริ่มต้นที่ทำให้เธอสามารถนำเทคนิคต่างๆ ไปใช้จนประสบความสำเร็จได้ในที่สุดเมื่อ

18:39 เรามีทั้งวิธีการที่ถูกต้องอย่าง leverage และมีกรอบความคิดที่แข็งแกร่งแล้วขั้นตอน ต่อไปก็คือการนำ 2 สิ่งนี้มาสร้างเป็น เครื่องจักรที่จะผลิตเงินให้กับเราอย่าง ต่อเนื่องซึ่งนั่นก็คือแนวคิดสุดท้ายที่ เราจะมาคุยกันครับแนวคิดที่ 4 สร้างราย ได้หลายทางหรือ multiple streams of income อย่าใส่ไข่ทุกฟองไว้ในตะกร้าใบ เดียวแนวคิดสุดท้ายที่เป็นผลลัพธ์ของการ นำทุกอย่างมารวมกันก็คือการสร้างรายได้ หลายทางหรือ multiple street Dreams of Income ครับคนส่วนใหญ่มีรายได้เพียงทาง เดียวซึ่งก็คือเงินเดือนจากการทำงานประจำ ซึ่งนี่เป็นสถานการณ์ที่เปราะบางและมี ความเสี่ยงสูงมากครับลองนึกดูว่าถ้าวัน นึงบริษัทลดขนาดพนักงานหรือมีวิกฤต

19:25 เศรษฐกิจเกิดขึ้นจนคุ้นตกงานรายได้ของคุณ จะกลายเป็นศูนย์ในทันทีเศรษฐีทุกคนเข้าใจ ความเสี่ยงนี้ดีครับพวกเขาจึงไม่เคยพึ่ง พารายได้จากแหล่งเดียวแต่จะสร้างท่อส่ง เงินหลายๆท่อที่ไหลเข้ามาหาพวกเขาอย่าง สม่ำเสมอซึ่งท่อส่งเงินเหล่านี้ก็มีหลาก หลายรูปแบบครับอาจจะเป็น 1 รายได้จากการ ทำงานหรือ active income เช่นเงินเดือน โบนัสหรือกำไรจากธุรกิจที่เรายังต้องลง แรงบริหารจัดการอยู่ 2 รายได้จากทรัพย์ สินหรือ passive income นี่คือหัวใจ สำคัญของการสร้างความมั่งคั่งครับเป็นราย ได้ที่เข้ามาหาเราโดยที่เราไม่ต้องใช้ เวลาทำงานแรกโดยตรงเช่นค่าเช่าจาก อสังหาริมทรัพย์เงินปันผลจากหุ้นดอกเบี้ย

20:10 จากการทำหรือบันทึกดอกเบี้ยคันลิขสิทธิ์ จากหนังสือหรือเพลงหรือรายได้จากธุรกิจ ออนไลน์ที่ใช้ระบบทำงานแทนเราซึ่งขามิเชล ก็เป็นผู้ที่เริ่มต้นสร้างรายได้จากตรง นี้มากครับ 3 รายได้จากการลงทุนหรือ portfolio income คือกำไรที่เกิดจากการ ซื้อขายสินทรัพย์ลงทุนต่างๆเช่นหุ้นกอง ทุนหรืออสังหาริมทรัพย์ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้บอกให้เราลาออกจาก งานประจประจำทันทีนะครับแต่กระตุ้นให้เรา เริ่มใช้เวลาว่างและพลังงานที่เรามีนอก เวลางานมาสร้างท่อส่งเงินท่อที่ 2 3 และ 4 ขึ้นมาโดยใช้หลักการของ Leverage และ Millionir Mindset ที่เราคุยกันไปนั่น แหละครับยกตัวอย่างเช่นคุณอาจจะเริ่มต้น จากการใช้ประสบการณ์หรือ leverage ที่มี

20:58 ในงานประจำมาสร้างคอร์สออนไลน์หรือ MSI หรืออาจจะใช้เงินเก็บเล็กน้อยบวกกับเงิน กู้ธนาคารหรือ OPM เพื่อซื้อคอนโดเล็กๆมา ปล่อยเช่าหรือ MSI หรือรวมทีมกับเพื่อน เพื่อสร้างธุรกิจเล็กๆหลังเลิกงานหรือ MSI สิ่งสำคัญคือการเริ่มต้นแม้จะเป็นก้าว เล็กๆก็ตามเพราะท่อสมเงินแต่ละท่อที่เรา สร้างขึ้นมามันจะช่วยเพิ่มความมั่นคงทาง การเงินลดความเสี่ยงและเร่งสปีดให้เราไป ถึงเป้าหมายความเป็นเศรษฐีได้เร็วยิงขึ้น ครับหลังจากที่มิเชลประสบความสำเร็จในล อสังหาริมทรัพย์ดีลแรกแล้วเธอไม่ได้หยุด อยู่แค่นั้นครับเธอนำกำไรที่ได้และ ประสบการณ์ที่เรียนรู้มาไปต่อยอดสร้าง โครงการต่อไปเรื่อยๆแต่ละโครงการที่เธอทำ ก็เปรียบเสมือนการสร้างท่อส่งเงินเพิ่ม

21:45 ขึ้นอีก 1 ท่อนอกจากนี้เธอยังนำความรู้ ของเธอมาเขียนเป็นหนังสือและเปิดสอนคน อื่นซึ่งก็สร้างรายได้จากค่าลิขสิทธิ์และ ค่าสอนเข้ามาอีกทางหนึ่งจะเห็นได้ว่าเธอ ไม่ได้พึ่งพาความสำเร็จเพียงครั้งเดียว แต่เธอสร้างระบบนิเวศของรายได้ขึ้นมารอบๆ ตัวเธอเองซึ่งนี่คือเส้นทางที่เศรษฐีทุก คนใช้ในการสร้างและรักษาความมั่งคั่งของ พวกเขาครับหลังจากที่เราได้เข้าใจแนวคิด หลักทั้ง 4 ข้อกันไปแล้วนะครับทีนี้ก็มา ถึงส่วนที่สำคัญที่สุดของช่องเรานั่นคือ การนำไปลองทำดูครับผมได้สรุปขั้นตอนที่นำ ไปใช้ได้จริงจากแต่ละแนวคิดมาให้เป็นชุด เครื่องมือเริ่มต้นดังนี้ครับสำหรับแนว คิดเรื่องหนังสือ 2 เล่มในเล่มเดียว 1

22:30 ลองฝึกพูดคุยกับสมอง 2 ซิกของคุณเวลาตั้ง เป้าหมายทางการเงินลองเขียนออกมา 2 แบบ ครับแบบแรกเขียนด้วยเหตุผลสมองซิกซ้าย เช่นฉันต้องการเงิน 1 ล้านบาทภายใน 2 ปี เพื่อนำไปลงทุนในกองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทน 8% ต่อปีแบบที่ 2 เขียนด้วยอารมณ์สมอง ซิกขวาเช่นภาพที่ฉันเห็นคือตัวเองกำลังพา ครอบครัวไปเที่ยวต่างประเทศได้อย่างสบาย ใจไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไปความรู้ สึกอิสระและภาคภูมิใจมันท่วมทนไปทั้งหัว ใจการทำแบบนี้จะช่วยให้คุณมีทั้งแผนที่ และเชื้อเพลิงในการเดินทางครับสำหรับแนว คิดเรื่องพลังทวี Reverage 1 สร้าง List

23:17 Reverage ของคุณลองใช้เวลา 30 นาทีเขียน รายชื่อสิ่งที่คุณสามารถงัดได้ออกมาครับ แบ่งเป็น 3 คอลัมน์ OPM มีแหล่งเงินกู้ SME สินเชื่อส่วนบุคคลหรือเพื่อนที่อาจ ร่วมลงทุนได้มั้ย OPT มีงานส่วนไหนที่ไม่ จำเป็นต้องทำเองและสามารถจ้างฟรีแลนซ์มา ช่วยได้บ้าง OP ในแวดวงของคุณมีใครที่ เป็นต้นแบบหรือผู้เชี่ยวชาญที่คุณสามารถ ขอคำปรึกษาได้บ้างแค่การลิสต์ออกมาก็จะทำ ให้คุณเห็นความเป็นไปได้ใหม่ๆมากขึ้นครับ 2 เริ่มต้นหาmนทorลองเลือกคนที่คุณชื่น ชมในสายอาชีของคุณ 1 คนแล้วลองส่งอีเมล

24:02 หรือข้อความไปขอคำแนะนำสั้นๆดูครับไม่ จำเป็นต้องขอให้เค้าเป็นmนทอร์อย่างเป็น ทางการแค่เริ่มต้นสร้างความสัมพันธ์ก็พอ สำหรับแนวคิดเรื่องกรอบความคิดเศรษฐี 1 ฝึกนาทีเศรษฐีทุกเช้าหลังตื่นนอนลองใช้ เวลาแค่ 1 นาทีพูดประโยคยืนยันเชิงบวกกับ ตัวเองหน้ากระจกเช่นฉันคือแม่เหล็กดึงดูด เงินฉันมองเห็นโอกาสในทุกที่ฉันคู่ควรกับ ความสำเร็จและความมั่งคั่ง อาจจะรู้สึกแปลกๆในตอนแรกนะครับแต่การทำ แบบนี้ซ้ำๆจะช่วยปรับโปรแกรมจิตใต้สำนึก ของคุณได้ครับ 2 จดบันทึกความเชื่อเรื่อง เงินลองเขียนตอบคำถามนี้กับตัวเองอย่าง

24:47 ซื่อสัตย์ว่าฉันมีความเชื่อเรื่องเงินและ ความรวยว่าอย่างไรการได้เห็นความคิดของ ตัวเองบนหน้ากระดาษจะทำให้คุณรู้ว่ามี เนียมเชื่อหรือ belief ไหนที่เป็นอุปสรรค และต้องกำจัดทิ้งไปบ้างครับสำหรับแนวคิด เรื่องสร้างรายได้หลายทาง 1 เปลี่ยนทักษะ เป็นเงินลองลิสต์ทักษะที่คุณมีทั้งหมดไม่ ว่าจะเป็นจากงานประจำหรืองานอดิเรกเช่นทำ กราฟฟิกเขียนบทความจัดการโซเชียลmedดีia ทำขนมแล้วลองคิดดูว่าทักษะไหนที่คุณ สามารถนำไปสร้างเป็นรายได้เสริมเล็กๆน้อย ๆได้บ้างครับ 2 ศึกษา passive income 1 อย่างเลือกสิ่งที่คุณสนใจมากที่สุด 1 อย่างจากลิสต์นี้เช่นกองทุนรวมหุ้นปันผล

25:36 อสังหาให้เช่าการตลาดแบบ affiliate แล้ว ลองใช้เวลา 1 สัปดาห์ในการดูคลิป YouTube หรืออ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนั้นวันละ 15-30 นาทีเพื่อสร้างความคุ้นเคยและลด ความกลัวครับตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจน สำหรับคนไทยนะครับในการใช้ leverage สมมุติคุณอยากทำธุรกิจขายของออนไลน์แต่ ไม่มีเวลาแพ็คของเองคุณก็สามารถใช้บริการ fullfilment ที่มีอยู่มากมายในไทยได้นะ ครับหรือถ้าอยากลงทุนอสังหาแต่ไม่มีเงิน ก้อนก็สามารถศึกษาเรื่องการขอสินเชื่อจาก ธนาคารเพื่อซื้อคอนโดแล้วนำค่าเช่ามาผ่อน ธนาคารได้ส่วนเรื่อง Multiple Streams of Income ปัจจุบันคนไทยมีช่องทางเยอะ มากครับไม่ว่าจะเป็นการขายของผ่าน Shopee

26:22 Lazada การเป็นนายหน้า TikTok หรือแม้ แต่การขับรถส่งอาหารหลังเลิกงานทั้งหมด นี้คือจุดเริ่มต้นเล็กๆที่จะนำไปสู่ความ มั่นคงที่ยิ่งยิ่งใหญ่ได้ครับนอกเหนือจาก แนวคิดและวิธีการดีๆแล้วในหนังสือเล่มนี้ ยังมีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผมอ่านและประทับ ใจมากและคิดว่ามันสรุปหัวใจของหนังสือ ทั้งเล่มได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดผมจึง อยากจะนำมาแบ่งปันเป็นพิเศษเลยครับนั่นก็ คือเรื่องราวของมิชลตัวละครเอกของเรานี่ เองครับเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในวันที่เลว ร้ายที่สุดในชีวิตของเธอมิเชลเป็นคุณแม่ เลี้ยงเดี่ยวที่มีลูกน่ารัก 2 คนแต่ด้วย ปัญหาทางการเงินที่รุมเร้าทำให้เธอสูญ เสียสิทธิ์ในการเลี้ยงดูลูกๆของเธอไปชั่ว

27:07 คราวศาลให้เงื่อนไขกับเธอว่าเธอจะต้อง พิสูจน์ให้ได้ว่ามีความสามารถทางการเงิน ที่มั่นคงพอที่จะดูแลลูกๆได้โดยมีเส้นตาย คือเธอต้องหาเงินให้ได้ 1 ล้านดอลลาร์ภาย ใน 90 วันลองจินตนาการถึงความรู้สึกของ เธอสิครับ 90 วันกับเงิน 1 ล้านดอลลาร์ สำหรับคนธรรมดาที่แทบไม่มีเงินเก็บเลยมัน คือภารกิจที่เป็นไปไม่ได้โดยสิ้นเชิงใน ตอนแรกเธอจมอยู่กับความสิ้นหวังความกลัว และความรู้สึกไร้ค่าแต่แล้วสิ่งที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุดในชีวิตของเธอซึ่งก็คือความรัก ที่มีต่อลูกได้กลายเป็นพลังผลักดันที่ มหาศาลมันทำให้เธอตัดสินใจที่จะสู้

27:54 มิเชลไม่ได้เริ่มต้นจากการทำงานหนักขึ้น 10 เท่าแต่เธอเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความ คิดเธอเปลี่ยนคำถามจากฉันจะทำได้ยังไง เป็นฉันต้องทำยังไงถึงจะสำเร็จเธอออกตาม หาคนที่จะช่วยเธอได้หรือ OP จนได้พบกับ เศรษฐีใจดีที่ยอมเป็นเมนทorให้และนั่นคือ จุดเปลี่ยนเธอเรียนรู้เรื่องการใช้ Leverage เรียนรู้ที่จะมองหาโอกาสทาง ธุรกิจในอสังหาริมทรัพย์ เรียนรู้ที่จะระดมทุนจากคนอื่นหรือ OPM และสร้างทีมขึ้นมาช่วยงานหรือ OP OPT ตลอด 90 วันนั้นคือการเดินทางที่น่าทึ่ง ครับเราได้เห็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ ล้มลุกคลุกคลานเจรจาต่อรองเผชิญหน้ากับ

28:40 ความกลัวและค่อยๆทลายกำแพงความเชื่อของ ตัวเองทีละชั้นทีละชั้นในที่สุดเธอก็ สามารถทำภารกิจที่เป็นไปไม่ได้นั้นได้ สำเร็จครับบทเรียนที่เราได้จากเรื่องนี้ ก็คือบางครั้งศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดใน ตัวเราจะถูกปลดปล่อยออกมาก็ต่อเมื่อเรา เจอกับสถานการณ์ที่บีบคั้นหรือเมื่อเรามี เหตุผลที่ยิ่งใหญ่พอที่จะสู้ครับสำหรับ มิเชลเหตุผลนั้นคือลูกของเธอสำหรับคุณล่ะ ครับอะไรคือเหตุผลที่จะทำให้คุณลุกขึ้นมา สร้างความเปลี่ยนแปลงทางการเงินอย่างจริง จังเรื่องราวของมิเชลสอนให้เรารู้ว่าขีด จำกัดเดียวที่เรามีคือขีดจำกัดที่เรา สร้างขึ้นมาในหัวของเราเองและเมื่อเรามี เป้าหมายที่ชัดเจนบวกกับวิธีการที่ถูก

29:28 ต้องทุกสิ่งก็เป็นไปได้เสมอครับและนั่นก็ คือสาระสำคัญจากหนังสือคิดเป็นเห็นเงิน ล้านหรือ The One Minute Millionire นะครับถ้าจะให้สรุปอีกครั้งหัวใจที่ หนังสือเล่มนี้ต้องการจะบอกเราก็คือการ เป็นเศรษฐีไม่ใช่เรื่องของโชคชะตาแต่เป็น ผลมาจากการมีระบบที่ถูกต้องซึ่งประกอบ ด้วยการติดตั้งกรอบความคิดแบบอุดมสมบูรณ์ และการรู้จักใช้พลังทวีเพื่อขยายผลลัพธ์ จากการลงแรงของเราให้ได้มากที่สุดสำหรับ ใครที่ฟังแล้วมีไฟจากขั้นตอนทั้งหมดที่ เราคุยกันไปในวันนี้ผมอยากให้คุณเลือก สิ่งที่ทำได้ง่ายและเล็กที่สุดเพียง 1 อย่างมาเริ่มลองทำดูภายใน 24 ช่มงนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เวลา 15 นาทีเขียน

30:16 ลิสต์ออกมาว่าทักษะของคุณมีอะไรบ้างที่พอ จะเปลี่ยนเป็นรายได้เสริมได้หรือลองเขียน เป้าหมายทางการเงินของคุณออกมาทั้งในเชิง เหตุผลและอารมณ์ดูครับเลือกแค่อย่างเดียว ก่อนนะครับเริ่มจากก้าวที่เล็กที่สุดนี่ แหละครับสำคัญที่สุดลองถามตัวเองดูนะครับ ว่าถ้าคุณสามารถนำแนวคิดจากหนังสือคิด เป็นเห็นเงินล้านโดยเฉพาะเรื่องการใช้ Leverage ไปปรับใช้อย่างสม่ำเสมอชีวิต ของคุณในอีก 1 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไป ในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างไรได้บ้างครับจำ ไว้นะครับว่าการฟังเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อ เรากล้าที่จะลองทำดูเท่านั้นครับไม่มีใคร กลายเป็นเศรษฐีได้จากการอ่านหนังสือเพียง อย่างเดียวแต่ทุกคนที่กลายเป็นเศรษฐีล้วน

31:01 เริ่มต้นจากการลงมือทำทั้งนั้นครับขอบคุณ ทุกท่านที่ติดตามฟังมาจนถึงตอนนี้นะครับ ถ้าคุณชอบเนื้อหาในตอนนี้และคิดว่าเป็น ประโยชน์อย่าลืมกดไลค์กดแชร์เพื่อแบ่งปัน ให้เพื่อนๆและที่สำคัญที่สุดกด Subscribe ช่องลองทำดู Just try it พร้อมกด กระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะครับจะได้ไม่ พลาดสาระดีๆจากหนังสือเล่มต่อไปสำหรับ หนังสือคิดเป็นเห็นเงินล้านเล่มนี้แนวคิด ไหนที่คุณฟังแล้วปิ๊งที่สุดและอยากจะนำไป ลองทำดูเป็นอันแรกครับไม่ว่าจะเป็นเรื่อง พลังทวีการเปลี่ยนmindsตหรือการสร้างราย ได้หลายทางคอมเมนต์แบ่งปันกันที่ด้านล่าง นี้ได้เลยนะครับผมรออ่านทุกคอมเมนต์เลย และแน่นอนมีหนังสือเล่มไหนอีกบ้างที่คุณ อยากให้เรานำมาสรุปและลองทำดูด้วยกันใน

31:48 ครั้งต่อไปแนะนำกันเข้ามาได้เลยนะครับ สำหรับวันนี้เวลาของเราหมดลงแล้วอย่าลืม นะครับว่าทุกการลองลองทำดูคือก้าวแรกสู่ การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตคุณเสมอ พบกันใหม่ในตอนต่อไปสวัสดีครับ [เพลง]

Share

YouTube Video Summaries