บันทึกการสอน ระบบการเมืองไทยและระบบการเมืองโลก 68

Pheeraphat Chatphiboonphuwiang Hoaherm www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เป็นการบรรยายเนื้อหารายวิชาความเป็นพลเมืองที่ดี บทที่ 2 เกี่ยวกับระบอบการเมืองการปกครองของไทยและโลก โดยเน้นที่พัฒนาการของระบอบการเมืองการปกครองไทยตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน รวมถึงปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และรูปแบบการปกครองต่างๆ ทั่วโลก

  • พัฒนาการการเมืองการปกครองไทยตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน
  • ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
  • รูปแบบการปกครองต่างๆ ทั่วโลก

พัฒนาการทางการเมืองการปกครองของสังคมมนุษย์

ผู้เรียนจำเป็นต้องเข้าใจรูปแบบการปกครองของแต่ละประเทศที่มีลักษณะพิเศษแตกต่างกัน บางประเทศมีรูปแบบผสม หรืออาจไม่เหมือนกับของเรา โดยแรกเริ่มเดิมที วัฒนธรรมบนโลกมีแม่แบบและพัฒนาการทางการเมืองการปกครองที่ต่างกันออกไป

อิทธิพลของวัฒนธรรมขอมต่อประเทศไทย

ก่อนที่จะมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ดินแดนนี้เคยอยู่ภายใต้อิทธิพลของวัฒนธรรมขอม ซึ่งแผ่ขยายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภาคพื้นทวีป โดยเฉพาะบริเวณลุ่มแม่น้ำมูล น้ำสงคราม รุมแม่น้ำชี ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา หรือปิงวังยมน่าน วัฒนธรรมมอญก็มีหลักฐานเชิงประจักษ์อยู่รอบตัวเรา เช่น การบูชาหงส์

การก่อตัวของกรุงสุโขทัย

ภาพยนตร์เรื่องพระร่วงนำเสนอเรื่องราวการก่อตัวของกรุงสุโขทัย ซึ่งเชื่อว่าเป็นราชธานีแห่งแรกของกลุ่มชาติไทย แต่ก็มีแนวคิดว่ากรุงศรีอยุธยาอาจเป็นราชธานีแห่งแรกมากกว่า ไม่ว่าจะแนวคิดใด สุโขทัยหรืออยุธยาก็มีร่องรอยวัฒนธรรมขอมแพร่หลายอยู่ เช่น สถาปัตยกรรม การสร้างโบราณสถาน การวางผังเมือง

ความเป็นพหุสังคมวัฒนธรรมของไทย

ดินแดนที่เป็นที่อยู่อาศัยของบรรพบุรุษไทยในปัจจุบัน รับเอาอิทธิพลทางความคิด วิทยาการ ความรู้ ภูมิปัญญามาจากหลายแหล่ง ไม่มี "ความเป็นไทยแท้ 100%" ทุกคนเป็นลูกผสม เกิดจากการอพยพโยกย้ายถิ่นฐาน มนุษย์ทุกคนจึงเป็นเครือญาติกัน

การเกิดขึ้นของสุโขทัย

สุโขทัยก่อตัวขึ้นจากการควบรวมชุมชนน้อยใหญ่ที่กระจายตัวอยู่ตามบริเวณแถบลุ่มน้ำยม ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มแข็งด้านทรัพยากร กำลังพล และความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มขึ้น

ชื่อของสุโขทัย

มีหลักฐานกล่าวถึงชื่อของสุโขทัย แต่ยังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานที่เก่าแก่กว่านั้นว่ากษัตริย์สุโขทัยที่เคยปกครองดินแดนแถบนี้เมื่อเกือบ 8-900 ปีที่แล้วมีรัชกาลใดบ้าง หลักฐานที่สืบค้นได้เก่าแก่สุดจะมีอายุประมาณ 7-800 ปี

การเกณฑ์คนไทยไปสร้างเมือง

กลุ่มคนไทยเคยถูกเกณฑ์ไปเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเมืองหลวงของอาณาจักรขอม ซึ่งมีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนหน้านี้ ภาพสลักนูนต่ำที่ปราสาทหินนครวัดมีร่องรอยเอกลักษณ์ของชาวเศียรหรือชาวเสียม ซึ่งอนุมานว่าหมายถึงชาวสยามในเวลาต่อมา

การเสื่อมอำนาจของอาณาจักรขอม

เมื่ออาณาจักรขอมเริ่มเสื่อมอำนาจลง บรรดาเมืองน้อยใหญ่ก็เริ่มกระด้างกระเดื่อง ปลดแอกตัวเองเป็นอิสระ และยกฐานะตนเองขึ้นเป็นอาณาจักร หนึ่งในนั้นคือดินแดนสุโขทัย ซึ่งมองถึงความสำคัญในการที่จะยกตนเองออกมาเป็นอิสระชน

การยึดอำนาจจากขุนนางขอม

มีการยึดอำนาจจากขุนนางขอมโดยกองทัพของกลุ่มชนชาวไทย ซึ่งมีหลายชุดความรู้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นพ่อขุนบางกลางท่าว พ่อขุนผาเมืองที่นำกำลังเข้ายึดกรุงสุโขทัยเพื่อขับไล่อำนาจของขุนนางขอม

พัฒนาการของการเมืองการปกครองไทย

ตามแนวคิดกระแสหลัก อาณาจักรสุโขทัยก่อตัวขึ้นในช่วงประมาณปี พ.ศ. 1792-5 อาณาจักรอยุธยาก่อตัวขึ้นใน 1890-3 แล้วต่อมาก็จะเป็นธนบุรีและยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

การสถาปนาตนของกลุ่มชนชาติไทย

พออาณาจักรเขมรเริ่มเสื่อมอำนาจลง กลุ่มชนชาติไทยกลุ่มหนึ่งก็เริ่มสถาปนาตนขึ้นมาเป็นอาณาจักรหรือแคว้น โดยมีจารึกกล่าวถึงว่าเป็นดินแดนแถบภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งอยู่ถัดขึ้นไปทางตอนบน เรียกว่าสุโขทัย

แผนที่จำลองดินแดนรัฐโบราณ

แผนที่จำลองของดินแดนรัฐโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีป จะมีแมพ มีคแมเอไพ ซึ่งเป็นเขมรตอนบน และเขมรตอนล่าง หรือที่เรียกกันดั้งเดิมว่าเจนละบกเจนลน้ำ

การรวมตัวกันของกลุ่มชนต่างๆ

การที่จะรวมตัวกันขึ้นเป็นกลุ่มชนต่างๆ ได้ ต้องมีความเข้มแข็งในระดับพอตัว การกำเนิดขึ้นของรัฐสุโขทัยเป็นผลพวงมาจากการที่บรรดาชุมชนเล็กๆ หลายชุมชนเริ่มมองถึงว่าถ้ารวมตัวกันจะกลายเป็นเมืองขนาดใหญ่ และสามารถต้านทานอำนาจของอาณาจักรที่มีแสนยานุภาพสูงกว่าได้

การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ดั้งเดิมก่อนที่จะเป็นสมัยสุโขทัย มนุษย์บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายรูปแบบ มีการตีกรองมโหรทึก การใช้โลหะ การถลุงโลหะในสมัยโบราณ การใช้เร่สัมฤทธิ์ในการสร้างสรรค์โลหะชนิดต่างๆ การบูชาคังคก การบูชาสุนัข

การอุบัติขึ้นของรัฐสุโขทัย

การอุบัติขึ้นของรัฐสุโขทัยเป็นผลพวงที่เกิดจากการรวมตัวของบรรดาเจ้าเมืองหรือชุมชนต่างๆ เพื่อต่อต้านอำนาจของกลุ่มอำนาจเก่าหรือกลุ่มอำนาจที่มีอิทธิพลอยู่แล้ว นั่นก็คือเขมร

รูปแบบผังเมือง

รูปแบบของผังเมืองแบบเขมรจะเป็นการสร้างเมืองที่ใช้รูปแบบสี่เหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นผืนผ้าหรือสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถ้าเห็นลักษณะการวางผังเมืองเป็นเหลี่ยมแบบนี้ นั่นคือเรารับอิทธิพลมาจากเขมร 100%

ลักษณะการปกครองแบบปิตาธิปไตย

จุดที่เด่นที่สุดของลักษณะการปกครองแบบรูปแบบนครรัฐในยุคสุโขทัยคือเป็นลักษณะการปกครองแบบปิตาธิปไตย หรือบิดาธิปไตย หรือหลักการปกบิดาปกครองบุตร ซึ่งในภาษาอังกฤษจะเรียกว่า a personalist Family System

ความเชื่อดั้งเดิม

ตามความเชื่อดั้งเดิม เวลาที่ไพร่ราบพลเรือนมีเรื่องราวทุกข์ร้อนอะไร ก็จะมีการมาสั่นกระดิ่งเพื่อร้องทุกข์หน้าพระราชวัง ความเชื่อนี้ยังตกทอดมาในความรับรู้ของสังคมไทยมาจนถึงปัจจุบัน

การปกครองที่อิงหลักธรรม

การปกครองของกษัตริย์ในยุคสุโขทัยเป็นลักษณะของการปกครองที่อิงการใช้หลักธรรม ก็คือทศพิษราชธรรมมาใช้ในการปกครองดูแลคนให้อยู่ในศีลในธรรม

การรับอิทธิพลทางวัฒนธรรม

การก่อตัวของหลายเมืองหลายชุมชนโบราณในดินแดนประเทศไทยในยุคเก่าก่อนที่จะเป็นรัฐชาติสมัยใหม่ เรารับเอาอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาจากขอม เช่น การสร้างพระปราง และมีการประดิษฐ์ประดิษฐสถานพระบรมสารีธาตุหรือพระธาตุสำคัญ

การก่อตัวขึ้นของสุโขทัยหรืออยุธยา

การก่อตัวขึ้นของสุโขทัยหรืออยุธยาเป็นการทดสอบอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการรับเอารูปแบบของการเมืองการปกครองหรือวัฒนธรรมแบบขอมมาผสมกับอินเดีย

อาณาจักรอยุธยา

อาณาจักรอยุธยาเป็นชุมชนที่มีตัวตนมาก่อนอยู่แล้ว ก่อนปี พ.ศ. 1893 ด้วยซ้ำ และเจริญรุ่งเรืองในหลายห้วงเวลาด้วยกัน ดินแดนอยุธยาเป็นการควบรวมกันของระหว่างชุมชนที่อยู่บริเวณแถบจังหวัดลพบุรี และแถบจังหวัดสุพรรณบุรี

ลักษณะการปกครอง

ลักษณะการปกครองจะเป็นลักษณะที่อยู่ในขอบข่ายเดียวกันกับสุโขทัย ก็คือเป็นลักษณะแบบ absolute monary ก็คือเป็นแบบสมบูรณา กษัตริย์ก็จะมีอำนาจสูงสุดในการปกครอง

สถานะของกษัตริย์

กษัตริย์จะมีสถานะที่เป็นสมมุติเทวราชาตามลัทธิความเชื่อแบบเทวราชา แนวคิดดังกล่าวนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปในช่วงหลัง พ.ศ. 1974 เมื่ออยุธยาเนี่ยนตีของสำเร็จ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนก็คือมีการรีไวทระบบการปกครองใหม่

การจัดระเบียบอำนาจ

เกิดการจัดระเบียบอำนาจการปกครองในยุคนี้ ก็คือการจัดระเบียบระบบการบริหารราชการ หรือที่เราเรียกว่าระบบจตุษฎม ซึ่งก็ส่งอิทธิพลมาเป็นเวลาอีกเกือบ 300 ปี

ระบบจตุษฎม

จตุในภาษาไทยโบราณก็คือ 4 มีหน่วยงานราชการทำหน้าที่บริหารจัดการตามตำแหน่งแห่งที่บทปากหน้าที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกรมเวียง กรมวัง กรมคลัง แล้วก็กรมนาน

การจัดระเบียบสังคม

การจัดระเบียบสังคมครั้งสำคัญ คือการกำหนดให้มีตำแหน่งของไพร่ กำหนดให้มีตำแหน่งของธาตุ มีการแบ่งระดับการทำหน้าที่ของกลุ่มชนชั้น มีการส่งเสริมทางด้านศิลปะวัฒนธรรม และยังยกย่องแนวคิดของการปกครองแบบสมมุติเทพ

แนวคิดของฮินดู

แนวคิดของฮินดูเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ก็คือแนวคิด Portalism ผสมกับแนวคิดเทวราช ก็คือพระมหากษัตริย์จะเปรียบเป็นเจ้าชีวิต มีอำนาจเด็ดขาด

การเมืองการปกครองในสมัยอยุธยา

รูปแบบความสัมพันธ์ของการปกครองจะค่อนข้างจะต่างไปจากสุโขทัยนิดนึง ถ้าเป็นสุโขทัย กษัตริย์จะมีความใกล้ชิดกับประชาชนกับไพร่ ส่วนในสมัยอยุธยาเอง ก็จะมีความห่างเหินกันพอสมควร

ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับสามัญชน

ความสัมพันธ์ระหว่างกษัตริย์กับสามัญชนในยุคสุโขทัยจะมีความใกล้ชิดกันมาก แต่ในขณะเดียวกัน ระหว่างสามัญชนหรือไพร่ในยุคอยุธยากับเจ้านะครับ กับเจ้าในยุคอยุธยา ก็จะมีความห่างเหินกันเป็นอย่างมาก

การแบ่งส่วนราชการ

การแบ่งส่วนราชการออกเป็นตามแพทเทิร์นของจตุษฎเด็จพระบรมบรมไตรโลกได้ทรงกำหนดเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกรมเมือง กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง กรมนาง ก็จะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันออกไป

ระบบศักดินา

การแบ่งชนชั้นซึ่งเป็นผลพวงของการจัดระเบียบระบบราชการในยุควิทยาจะเรียกว่าระบบศักดินา ระบบศักดินาก็จะมีลักษณะที่ค่อนข้างจะคล้ายคลึงกับระบบ Fieldดันของยุโรป

การแบ่งฐานะของคน

มีการแบ่งฐานะของคนตามลำดับชั้น ก็คือเป็นการกำหนดสิทธิในเรื่องของการครอบครองทรัพย์สิน หรือณขณะนั้นก็คือที่ดิน ระบบฟieldดัของยุโรปตะวันตกในในยุคในในห้วงเวลา 600-700 ปีก่อน ก็จะเป็นลักษณะเดียวกัน ก็คือการถือครองที่ดิน

ระบบไพร่

ระบบไพร่จะมีการแบ่งลักษณะออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกัน ในยามที่เกิดศึกสงคราม ไพร่ก็จะถูกเกณฑ์ไปช่วยราชการศึกเพื่อทำหน้าที่ในการปกป้องบ้านเกิดเมืองนอน ส่วนในยามสงบ ไพร่จะถูกเกณฑ์ไปทำอะไรบ้าง ก็จะมีหลายตำแหน่งด้วยกัน แต่ส่วนมากผู้หญิงจะอยู่บ้าน ผู้ชายจะต้องไปช่วยราชการ

การแบ่งลำดับชั้นของไพร่

ไพร่มีการแบ่งลำดับชั้นออกเป็น 3 ลำดับชั้นโดยหลักๆ ทั่วไป ก็คือแบ่งออกเป็นไพร่หลวง ไพร่สม และไพร่สวย

ไพร่หลวง

ไพร่หลวงคือไพร่สังกัดกรมกอง ที่เป็นไพร่พระมหากษัตริย์เลย เป็นคนที่ทำงานในพระมหากษัตริย์ ต้องถูกเกณฑ์มาช่วยราชการ ไพ่หลวงแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ก็จะประกอบด้วยไพร่หัวงาน ไพร่มีครัว ไพ่ราบ แล้วก็ไพร่เลว

ไพร่สม

ไพร่สมจะเป็นไพร่ที่กษัตริย์จะประทานให้กับเจ้านายระดับร่างลงไป จะมีตำแหน่งทางราชการคนถึงฮิตอยากทำงานราชการไงในยุคอยุธยามูลนายก็คือเจ้านายที่อยู่ลำดับชั้นต่ำสักกว่าพระมหากษัตริย์ลงไป

ไพร่สวย

ไพ่สวยจะทำหน้าหน้าที่ค่อนข้างจะเยอะ ส่วนมากจะอยู่ไกลจากภูมิลำเนาจากสถานที่ราชการ ถ้าไม่สามารถไปช่วยงานที่กรุงเทพฯ ได้ ต้องทำยังไง ก็ต้องจัดหาสิ่งของ จัดหาของป่า

ประโยชน์ของการมีระบบไพร่

ประโยชน์ของการมีระบบไพร่มันดียังไง อันดับแรกเลยก็คือ พอมันมีศึกสงครามขึ้นมา ก็จะเรียกคนมาช่วยงานได้ ก็เหมือนกับมันก็คือระบบการเกณฑ์ทหารในปัจจุบัน

ง่ายต่อการจัดเก็บภาษี

ง่ายต่อการจัดเก็บภาษีแผ่นดิน หรือภาษีอากรในรูปแบบต่างๆ ประโยชน์ก็นำมาซึ่งความสะดวกในแง่ของการควบคุมคน หรือการเกณฑ์คนไปช่วยฟื้นฟูบ้านเมืองหลังจากผ่านผลวิกฤตการต่างๆ หรือความไม่มั่นคงทางการเมือง

การมีกำลังคนมาก

การมีกำลังคนมากมันสะท้อนให้เห็นถึงการมีอำนาจ เป็นการเมืองระหว่างกษัตริย์กับขุนนาง ดังนั้นการสั่งสมกำลังคนเป็นจำนวนมาก มันย่อมแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อรองอำนาจทางการเมืองในยุคโบราณ

สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น

การกำเนิดขึ้นของสมัยธนบุรี ความอ่อนแอความรุ่งเรืองมันก็เป็นสัจธรรมของสมดุลชีวิต หรือกฎธรรมชาติ เมื่อมีความรุ่งเรืองเกิดขึ้น มันก็ต้องมีความเสื่อมถอยปล่อยไปตามวัฏจักรธรรมชาติ

กรุงธนบุรี

แม้ว่ากรุงธนบุรีจะปกครองสังคมอยุธยาใหม่เป็นห้วงระยะเวลาสั้นๆ เพียงแค่ 14 ปีเศษๆ แต่ก็ยังคงความเป็นอยุธยาอยู่ คือรูปแบบทางวัฒนธรรมที่ตกทอดมา กรุงธนบุรีก็เป็นหนึ่งในความเป็นอยุธยาสุดท้ายที่เป็นความพยายามครั้งสุดท้ายในการที่จะรวบรวมแล้วก็สร้างอยุธยา 2 ขึ้นมาในนามของกรุงธนบุรี

สมัยรัตนโกสินทร์

พอสิ้นสุดในสมัยธนบุรี พอล่วงเข้าสู่ในสมัยรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์อย่างน้อย 3 รัชกาล ก็ยังมีการยึดถือเอาแพทเทิร์นของการเมืองการปกครองตามแบบของอยุธยาอยู่

แนวคิด Imperialism

หนึ่งในปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของในสมัยอยุธยา ล่วงจนมาถึงสมัยธนบุรี แล้วก็ล่วงมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ก็คือว่า มันก็มี การเพร่กระจายของแนวคิดที่เรียกว่า Imperialism ก็คือแนวคิดที่เรียกตรงตัวเลยก็คือว่า จักรวรรดินิยม

ลัทธิอาณานิคม

ลัทธิอาณานิคมหรือ colonialism การแสวงหาดินแดนที่ชาติตะวันตกมองว่าด้อยกว่า มีความเป็นอารยะน้อยกว่า นั่นก็คือ ดินแดนที่อยู่ในแถบเอเชียนั่นเอง

บทบาทของชาวต่างชาติ

ชาวต่างชาติเริ่มเข้ามามีบทบาทเข้ามามีอิทธิพลทางความคิด เพราะว่าชาวตะวันตกก็มีความพยายามที่จะทำความเข้าใจในการเรียนรู้เกี่ยวกับชาติเอเชียด้วย

แนวคิด The White Man burden

หนึ่งในแนวคิดที่มีอิทธิพลอย่างมากเลยก็คือแนวคิดที่เรียกว่า The White Man burden ก็คือแนวคิดที่เรียกว่าภาระของคนผิวขาว ภาระของคนผิวขาวในที่นี้หมายความว่าอะไร มันก็คือ ชนชาติตะวันตกหรือชนชาติยุโรปมองว่าชนชาติที่เป็นชนชาติผิวสีอย่างชาวเอเชียก็จะถูกบูลี่ว่าพวกคนผิวเหลือง

ความเสียเปรียบของไทย

ความเสียเปรียบของไทยที่เป็นผลพวงจากการเข้ามาของชาติตะวันตก นั่นก็คือเกิดขึ้นครั้งแรกจริงๆ ก็คือ เริ่มเป็นผลมาจากการเซ็นสนธิสัญญากับชาติยุโรป

สนธิสัญญาเบอร์นี่

สนธิสัญญาทางการทูตและการค้าแบบสมัยใหม่ โดยชาติที่เข้ามากระทำสัญญาก็คืออังกฤษ โดยน่าจะชื่อว่า เฮนรี่เี่ หรือส่วนที่สัญญาเบอร์นี่ เมื่อปี พ.ศ. 2368

สนธิสัญญา boring

มีการเซ็นสนธิสัญญาที่เรียกว่าสนธิสัญญา boring ในเอ่อซึ่งนำโดยหัวหน้าคณะทูตก็คือ เซอรเซอรจอบินะครับ เอ่อเอกอครสทูตอังกฤษ

ความเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจและสังคม

2 สนธิสัญญาได้นำมาสู่ความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงของระบบเศรษฐกิจและสังคมของสยามขนานใหญ่ ก็คือทำให้เกิดระบบการจัดเก็บภาษีแบบสมัยใหม่ แล้วก็นำมาซึ่งการเสียสูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

การแก้ปัญหาของรัชกาลที่ 5

รัชกาลที่ 5 ทรงแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร พระองค์ก็ทรง ศึกษาเอ่องานเขียนตะวันตก ศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับวิทยาการตะวันตก แต่สิ่งที่มันสำคัญกว่านั้นก็คือว่าพระองค์ทรง เรียนภาษาอังกฤษ

การศึกษาความเป็นตะวันตก

การศึกษาความเป็นตะวันตกหรือ westernization จะกลายมาเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านของสังคมสยามแบบเก่าไปสู่สังคมสยามแบบสมัยใหม่

การดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง

รัชกาลที่ 5 ทรงใช้วิธีการที่เรียกว่า administrative ก็คือการดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง แต่พระองค์จะดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางได้อย่างไร พระองค์ก็ทรงปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีของระบบราชการ

การปกครองท้องถิ่นของสยาม

รูปแบบการปกครองที่เราเรียกว่าเป็นแบบหัวเมือง แบ่งออกเป็นลำดับชั้นดังนี้ หัวเมืองชั้นใน หัวเมืองชั้นนอก และหัวเมืองประเทศราช

หัวเมืองชั้นใน

หัวเมืองชั้นในจะอยู่ใกล้กับราชธานี จะมีหน้าที่ในการปกป้องรักษาความปลอดภัย จะมีการควบคุมโดยตรงจากราชธานี

หัวเมืองชั้นนอก

หัวเมืองชั้นนอกก็จะไกลออกไปจากราชธานีอีก จะทำหน้าที่ในการสั่งสมทรัพยากรวัตถุดิบป้อนเข้าสู่เมืองหลวง

หัวเมืองประเทศราช

หัวเมืองประเทศราชก็จะอยู่ไกลที่สุด แต่จะมีผู้นำปกครองตนเอง แต่ก็จะมีข้อเรียกร้องก็จะมีเงื่อนไข ก็คือว่าตราบใดที่คุณยังอยู่ภายใต้การปกครองของเมืองหลวง คุณจะต้องส่งบรรณาการ

การเปิดเส้นทางเดินรถไฟ

การเปิดเส้นทางเดินรถไฟในสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นเส้นทางสายโคราช ซึ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อปีพุทธศัก 2434 แล้วเสร็จ 2443

การปรับใช้รูปแบบการปกครองแบบสมัยใหม่

พระองค์ทรงได้ศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมความเป็นตะวันตก แล้วก็มีการปรับใช้รูปแบบการปกครองแบบสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า municipality ก็คือแบบเทศาภิบาล

ระบบเทศาภิบาล

พระองค์ทรงคิดว่าทำยังไงนะที่จะจำกัดอำนาจของเจ้านายท้องถิ่นในส่วนต่างๆ ให้ลดน้อยลง พระองค์ก็ทรงตั้งระบบการปกครองใหม่ที่เรียกว่าระบบเทศาภิบาล

การจัดตั้งมณฑล

สถาปนารูปแบบหน่วยการปกครองระดับท้องถิ่นขึ้นมา ซึ่งเป็นหน่วยระดับการปกครองท้องถิ่นที่มีขนาดใหญ่ เรียกว่ามณฑล โดยเป็นการผนวกรวมเอาบรรดาจังหวัดต่างๆ เมืองต่างๆ มาไว้

การกดขี่คน

ยังมีการกดขี่คน ยังมีการสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เพราะมนุษย์ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน

การจัดตั้งสุขาภิบาล

มีการจัดตั้งสุขาภิบาลขึ้น แล้วก็จัดตั้งเสนบดีสภา จัดตั้งสภาที่ปรึกษาในพระองค์ privacy cun

การปลดทาส

คิงจุฬาลงกรณ์หรือรัชกาลที่ 5 เอง พระองค์ก็ทรงตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของระบบชนชั้น พระองค์ก็เริ่มที่จะปลดทาสออกให้เป็นอิสระ แล้วก็นำมาซึ่งการยกเลิกทาส

การยกเลิกประเพณีหมอบคลาน

มีการยกเลิกประเพณีหมอบคลานเข้าเฝ้า การหมอบกราบด้วย ซึ่งสุดท้ายแล้วมันก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างที่สำคัญ

การควบรวมอำนาจในท้องถิ่น

การควบรวมอำนาจในท้องถิ่นต่างๆ ในประเทศไทยเข้าสู่ส่วนกลาง องค์พระมหากษัตริย์ในระบบสมบูรณาจะทรงทำอย่างไร

ศึกโนนโพธิ์

กรณีศึกโนนโพธิ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่แบบเรียนหนังสือประวัติศาสตร์เรียกขานในยุคหลังว่ากบฏผีบุญอีสาน

ผลที่เกิดจากการปฏิรูปการปกครอง

ทรงรวมอำนาจการปกครองเอาไว้เพียงผู้เดียว แล้วทำให้ดินแดนน้อยใหญ่เกิดการปรับเปลี่ยนระบบเจ้าขุนมูลนาย

การจัดตั้งดุสิตธานี

ในสมัยรัชกาลที่ 6 ก็มีการจัดตั้งดุสิตธานีขึ้นมา ซึ่งก็เชื่อกันว่ามันน่าจะเป็นการจำลองรูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย

พระราชบัญญัติขนานนามสกุล

การบ่งเพาะความเป็นพลเมืองที่มันก่อตัวขึ้นในยุครัชกาลที่ 6 ก็คือพระองค์ทรงออกพระราชบัญญัติขนานนามสกุลขึ้น

พระราชบัญญัติประถมศึกษา

ทรงให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษา ก็มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษาขึ้น เกิดโรงเรียนมูลศึกษาขึ้นตามท้องถิ่นต่างๆ

การเปลี่ยนแปลงการปกครอง

หนึ่งในปัจจัยที่นำมาสู่ความพยายามในการที่จะปรับเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในอ่อในสมัยเ่อรัชกาลที่ 5 ก็มีหลักฐานกล่าวถึงในเอกสารที่เรียกว่าเจ้านายและข้าราชการกราบบังคมทูลความเห็นจัดการเปลี่ยนแปลงการปกครองแผ่นดินรัตนโกสินทศก 103

กบฏ ร.ศ. 130

กบฏรัตนโกสินทร์ศพ 130 ก็เอา 2,324 ตามหลักการคำนวณเวลาแบบไทย 2324 +130 ก็จะเป็น 2454

สงครามโลกครั้งที่ 1

เกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่าข้าวยากหมากแพงขึ้นในสยาม

การจัดระเบียบการใช้เงินในราชสำนัก

รัชกาลที่ 7 ทรงจัดระเบียบการใช้เงินในราชสำนัก ซึ่งเป็นผลกระทบที่มันก่อตัวขึ้นจากในรัชสมัยของพระบรมเชษฐาก็คือในหลวงรัชกาลที่ 6 นั่นเอง มันตกทอดมาเป็นผลกระทบ

การบ่มเพาะที่จะก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

การบ่มเพาะหรือการวางแผนที่จะก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองของสยาม มันเกิดขึ้นที่ฝรั่งเศส

โครงการปกครองใหม่

รัชกาลที่ 7 ทรงมองเห็นถึงวิถีทางที่จะปูทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง ก็เลยทรงกำหนด ก็ก็มีรับสั่งให้พระญาศรีวิสารวาจาหรือเอ่อแล้วก็เรมอน บี ST สีเวนนี่ได้ทรงร่างเโครงการปกครองใหม่ขึ้นมา

[ชนวนเหตุของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง](https://www.youtube

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:04 ก็ สวัสดีอ่านักศึกษาทุกท่านนะครับเอ่อ สำหรับเอ่อบันทึกการสอนนี้ก็เป็นเอ่อ บันทึกการสอนของรายวิชาความเป็นพลเมือง ที่ดีนะครับ ซึ่ง เอ่อเป็นเนื้อหาของบทที่ 2 นะครับว่าด้วย เรื่องของเอ่อระบอบการเมืองการปกครองไทย แล้วก็ระบอบการเมืองการปกครองโลกนะครับ

0:52 เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาอาจารย์ก็จะ ขอบรรยายนะครับในเอ่อลำดับต่อไปนะครับ สำหรับ เอ่อเพื่อเป็นการทำความเข้าใจนะครับ เกี่ยวกับ ประเด็นในเรื่องของพัฒนาการทางการเมือง การปกครอง ของสังคมมนุษย์นะครับเอ่อผู้เรียนนัก

1:37 ศึกษาเองก็จำเป็นที่จะต้องทำความเ่อเข้า ใจนะครับเกี่ยวกับเอ่อประเด็นเรื่องของ รูปแบบ รูปแบบของระบบการปกครองว่าเอ่อแต่ละ ประเทศเนี่ยมี ลักษณะพิเศษ แตกต่างกันอย่างไรนะครับบางประเทศก็จะมี รูปแบบที่เป็นแบบผสมนะครับบางประเทศก็จะ มีรูปแบบที่หลายคนก็อาจจะเกิดความฉงน สงสัยว่าเอ่อทำไม มันถึงไม่เหมือนกับกันกับของเรานะครับก็ เดี๋ยวเรามาทำความเข้าใจกันนะครับ

2:34 เอ่อแรกเริ่มเดิมทีนะครับเกี่ยวกับ ก่อนที่จะมาเป็นเอ่อประเทศไทยในปัจจุบัน นะครับต้องเราต้องเข้าใจกันก่อนว่าในสาย เอ่อวัฒนธรรมบนโลกเนี่ยก็มี เอ่อแม่แบบมีพัฒนาการทางอ่อการเมืองการปก ครองที่ ต่างกันออกไปนะครับเอ่ออย่างเช่นในภาพที่ ขึ้นขึ้นสไลด์อยู่เนี่ยนะครับก็เป็น เอ่อภาพสันนิษฐานนะครับเกี่ยวกับเอ่อเอ่อ

3:21 อาณาเขต ทางการปกครองนะครับของรัฐโบราณใน่อ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือที่ เรียกว่าอุตสาหคะเนนั่นเองนะครับหรือ เอเชียอาคเนนะครับเอ่อ ส่วนที่เป็นแรงเงาสีม่วงเนี่ยนะครับ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็น รูปแบบ อาณาเขตนะครับของจักรวรรดิขอมนะครับเอ่อ บางแหล่งข้อมูลก็จะเรียกว่าอาณาจักรขอมนะ ครับแรกเริ่มเดิมทีก่อนที่จะกลายเป็นเอ่อ

4:07 รัฐรัฐประชาชาติหรือรัฐไทยในเอ่อปัจจุบัน เนี่ยนะครับเอ่อแม่แบบของระบบการปกครอง ของไทยเนี่ยย้อนกลับไปนับหลายร้อยปีก่อน ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองนะครับใน ปีเอ่อ 2475 เนี่ยนะครับดินแดนประเทศไทย เราหรือแม้แต่กระทั่งภาคตะวันออกเฉียง เหนือหรือภาคอีสานที่เราพำนักอาศัยอยู่ นี้นะครับรวมไปถึงอาณาบริเวณน้อยใหญ่ของ เอ่อดินแดนแถบอุมแม่น้ำมูลน้ำสงครามรุม แม่น้ำชิลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาหรือ ปิงวังยมน่านนะครับล้วนแล้วแต่อยู่ในเขต

4:53 รัศมีของอิทธิพลที่เรียกกันในภาษาโบราณ ว่า วัฒนธรรมแมหรือวัฒนธรรมขอมนะครับเอ่อ ส่วนlอรที่อยู่ในรูปนี่อาจจะไม่ถูกต้อง เสมอไปนะครับเพราะว่าเป็นภาพที่เผยแพร่ เอ่อในอินเทอร์เน็ตนะครับอาจารย์ก็ขอแก้ รายละเอียดตรงนี้ไว้ด้วยนะครับอย่างเช่น ตราแผ่นดินตราแผ่นดินของเอ่ออาณาจักรขอม เนี่ยสมัยนั้นยังไม่มีนะครับนะเอ่อในเ่อ ตอนนี้ก็ศตวรรษที่ 21 นะครับส่วนบนสไลด์ เนี่ยก็เป็นศตวรรษที่ 9 นะครับก็น่าจะ ประมาณ 1,100 ปีล่วงมาแล้วโดยประมาณนะ

5:40 ครับงั้นแสดงว่าเอ่อหลายพื้นที่ในประเทศ ไทยเนี่ย เคยเป็นเขตอิทธิพลที่รับเอาวัฒนธรรมศิลปะ ศาสนาหรือรูปแบบทางการเมืองการปกครองมา จาก เอ่อกัมพูชาหรือกำโพชธานีนะครับหรือเขม หรือเขมรนั่นเองหรือขอมนะครับหลากหลาย ชื่อเรียกนะครับบางนักวิชาการบางท่านก็ เอ่อ สันนิษฐานว่าชนชาติขอบเนี่ยอาจจะไม่อาจจะ ไม่มีตัวตนแล้วในปัจจุบันนะครับบ้างก็ เชื่อว่าชนชาติขอมก็คือกลุ่มชาวมอญคเมนะ ครับกลุ่มชาติภันธุ์มอญเขมรที่เอ่อเป็น

6:29 กลุ่มชาติเลระยะเล็กๆที่กระจัดกระจายตัว อยู่ตามอาณาบริเวณน้อยใหญ่ของดินแดน เอเชียตะวอกเฉียงใต้ภาคพื้นทวีปนะครับอัน นี้ก็คือส่วนที่เป็นภาคพื้นทวีปก็คือแผ่น ดินใหญ่นะฮะนั่นก็คือกลุ่มประชากรที่ อาศัยอยู่แถบเอ่อพม่าตอนล่างนะครับแถบ จังหวัดราชบุรีอะไรอย่างเงี้ยนะครับ จังหวัดรันนองเอ่อจังหวัดเพชรบุรีซึ่งมี กลุ่มชาติมอญกระจัดกระจายตัวอยู่ตามแถบ ภาคตะวันตกแล้วก็ภาคใต้ตอนบนของประเทศไทย นะครับนั้นความเป็นมอญเขมรก็มีหลักฐาน เชิงประจักษ์ อยู่รายรอบตัวเราเช่นวัฒนธรรมมอญก็จะเอ่อ

7:14 บูชาชาเกี่ยวกับหงส์นะครับนกนกหงส์นะครับ เ่อบางจังหวัดใน เอ่อภาคอีสานก็ยังพบเห็นชุมชนมอญปรากฏตัว อยู่นะครับแต่ก็ น้อยคนจะ จะเข้าใจว่าเอ๊ะทำไม เสาประดับไฟ ของหมู่บ้านนะครับ ถึงมีเอ่อรูปหงส์นะครับนั่นก็เป็นหลักฐาน ที่ชี้ชัดว่า รากเหง้าทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติภันธุ์ ขออภัยครับมอญเขมรเนี่ยกระจายตัวอยู่รอบ ตัวเรานะครับ

8:02 นั่นเอง นะฮะ เอ่อ เมื่อไม่นานมานี้นะครับก็มีเอ่อภาพยนตร์ นะครับภาพยนตร์ ออกฉายเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคมปี 68 นะ ครับปี 2025 เกี่ยวกับ เอ่อ ราชวงศ์หนึ่งของเอ่ออาณาจักรไทยโบราณ หนึ่งในอาณาจักรไทยโบราณที่ ก่อตัวขึ้นนะครับในห้วงระยะเวลาที่เอ่อ อาณาจักรขอมเนี่ยกำลังเสื่อมอำนาจนะครับ งั้นเอ่อก็คือภาพยนตร์เรื่องพระร่วงนะ

8:48 ครับที่ว่าด้วยเรื่องของ การก่อตัวของเอ่อกรุงสุโขทัยนะครับตาม เอ่อแบบเรียนดั้งเดิมนะครับก็เชื่อกันว่า เอ่อกรุงสุโขทัยเนี่ยเป็นราชธานีแห่งแรก ของ กลุ่มชาติเอ่อไทยนะครับแต่อย่างไรก็ตาม เนี่ยก็ยังมีหลายแนวคิดที่ปรากฏขึ้นในยุค หลังนะครับว่าเ่อราชธานีแห่งแรกเนี่ยก็ น่าจะเป็นเ่อกรุงศรีอยุธยามากกว่านะครับ เคยมี่อเอกสารตีพิมพ์นะครับ เกี่ยวกับเอ่อ ข้อโต้แย้งนะฮะเกี่ยวกับเอ่อความเป็นมา ของดินแดนสุโขทัยดินแดนศรีสัชนาลัยซึ่ง

9:35 เอ่อ เอ่อในประเด็นสมัยใหม่นะครับก็ได้มีการ สร้างข้อถกเถียงระหว่างนักวิชาการที่ สนับสนุนแนวคิดดั้งเดิมว่ากรุงสุโขทัย เนี่ยเ่อเป็นราชธานีดั้งเดิมของ กลุ่มชาติไทยนะครับบ้างก็อีกกลุ่มหนึ่งก็ เชื่อว่า่อกรุงศรีอยุธยาเนี่ยน่าจะเป็น ราชธานีแห่งแรกมากกว่าแต่อย่างไรก็ตาม เนี่ยไม่ว่าจะเ่อแนวคิดไหนก็ตามเนี่ย เอ่อเอ่อถึงจะเป็นสุโขทัยนะครับถึงจะเป็น อยุธยาก็มีร่องรอยที่บ่งชี้ว่ารากฐานทาง

10:24 วัฒนธรรมขอมหรือคแมเนี่ยแพร่หลายอยู่ เอ่อหลากหลายทั่วอานาบริเวณของดินแดนที่ ถูกเรียกขานว่าอาณาจักรสุโขทัยหรือเอ่อ อาณาจักร อยุธยา นะครับอย่างเช่นเอ่อสถาปัตยกรรม เอ่อการสร้างโบรนสถาน นะครับการสร้างพระปรางการวางผังเมืองก็มี ร่องรอยอันบ่งชี้ถึง เอกลักษณ์ของความเป็นเขมร ปรากฏอยู่นะครับนะก็ข้อชี้ชัดที่สำคัญก็ คือว่าเราไม่เราไม่สามารถหลีกหนีข้อเท็จ

11:09 จริงอย่างหนึ่งประการ 1 ก็คือว่าเอ่อ ดินแดนที่เป็นที่อยู่อาศัยของบรรพบุรุษ บรรพบุรุษของคนไทยในปัจจุบันนะครับชาวไทย เนี่ยหรือกลุ่มชาวไทยที่พูดภาษาอีสานหรือ กลุ่มชาวไทยพูดเอ่อภาษาคำเมืองหรือกลุ่ม ชาวไทยที่พูดภาษาเอ่อทางใต้นะครับภาษา เอ่อมลีอะไรอย่างเงี้ยนะครับ เอ่อมันก็มีร่องรอยที่บ่งชี้ว่าหลายพื้น ที่รับเอาอิทธิพลทางความคิดวิทยาการความ รู้ภูมิปัญญานะครับมาจากหลายแหล่งเอามา รวมกันดังนั้นมันคือความเป็นเอ่อพหุสังคม วัฒนธรรมนะครับเอ่อไม่มีความเป็นไทยแท้

11:58 100% ไม่มีความเป็นพม่าแท้ 100% ทุกคน เป็นลูกผสมนะครับทุกคนคือเกิดจากกระบวน การอพยพนะครับเกิดจากการโยกย้ายใช้ถิ่น ฐานถิ่นที่อยู่อาศัยไปมานั้นเอ่อเราทุกคน จึงเป็นเครือญาติกันนะครับทางด้านเรื่อง ของพันธุกรรมศาสตร์ นะครับแล้วก็ทางด้านวงศาวิทยาเนี่ยเ่อ มนุษย์ทุกคนก็ถือว่าเป็นเครือญาติกันนะ ครับพอเราเวลาเราไปบางที่เราเจอคนที่น่า คล้ายกันกับเราเราก็จะสงสัยว่าเอ๊ทำไมเมี ความคับคับคายคับคายว่าเป็นเหมือนเคยเจอ กันมาก่อนจริงๆแล้วมนุษย์ก็เป็นญาติพี่ น้องกันนั่นแหละนะครับอ่าข้อเท็จจริง ประการหนึ่งก็คือเรื่องของ

12:43 เอ่อ ความเป็นโครงข่ายการเชื่อมโยงถึงกันนะ ครับนั้นสังคมมนุษย์จึงเป็นสังคมที่ มีความใกล้ชิดกันอยู่แล้วโดยพื้นฐานนะ ครับทีนี้เอ่อสุโขทัยเนี่ยเกิดขึ้นได้ อย่างไรนะครับอย่าลืมเปิดเนื้อหาไปที่บท ที่ 2 นะครับในหนังสือเรียนนะครับเอ่อ เอ่อการเกิดขึ้นของสุโขทัยเนี่ย เอ่อก่อตัวขึ้นจากการควบรวมนะครับควบรวม เอ่อบรรดาชุมชนน้อยใหญ่นะครับที่ กระจายตัวนะครับที่กระจายตัวอยู่เอ่อตาม

13:35 บริเวณแถบดินแดนลุ่มน้ำยม นะครับนั่นก็คือบรรดาแคว้นน้อยใหญ่แว่น แคว้นน้อยใหญ่ที่อยู่บริเวณภาคภาคเหนือ ตอนล่างลงมาแล้วก็ส่วนเ่อถ้าเป็นข้อมูล เก่าก็จะเรียกว่าภาคกลางตอนบนนะครับงั้น การก่อตัวขึ้นของชุมชนไทยบริเวณนั้นเนี่ย นะครับก็สะท้อนให้เห็นถึงเอ่อความเข้ม แข็งในเรื่องของด้านทรัพยากรด้านกำลังพล ความหนาแน่นของประชากรที่เพิ่มมากยิ่ง ขึ้นนะครับซึ่งเราก็สามารถพิจารณาได้ใน เอ่อหลายปัจจัยด้วยกันนะครับงั้น แล้วเอ่อ

14:23 ชื่อของสุโขทัยเกิดขึ้นได้อย่างไรก็มี หลักฐานกล่าวถึงเอาไว้นะครับแต่ว่าปัญหา สำคัญของนักวิชาการไทยในปัจจุบันเนี่ยคือ เรายังไม่พบร่องรอยหรือหลักฐานที่เก่าแก่ กว่านั้นว่ากษัตริย์สุโขทัย เอ่อที่เคยปกครองดินแดนแถบนี้มาก่อนเนี่ย เมื่อเกือบอ่า 8-900 ปีที่แล้วเนี่ยนะ ครับมีรัชกาลใดบ้างนะครับหลักฐานที่สืบ ค้นได้เก่าแก่สุดก็จะมีอายุประมาณ 7-800 ปีแต่เก่าถึงระดับ 1,000 ปีเนี่ยยังไม่มี ความชัดเจนเท่าใดนักนะครับแล้วเก่าสุดก็ จะเป็นกษัตริย์ที่มีพระนามว่าพ่อคุณ ศรีนาวน้ำท่วมหรือคุณศรีนาวนำนำถมนะครับ

15:10 ก็แล้วหลังจากนั้นก็จะมีชั้นลูกชั้นหลาน สืบต่อกันมาเป็นเอ่อกลุ่มตระกูลอ่อ สุโขทัยหรือกลุ่มตระกูลพระร่วงซึ่งเป็น ชื่อที่ถูกนิยามขึ้นในสมัยใหม่อย่างี้นะ ครับงั้น อีกหนึ่งข้อเท็จจริงประการหนึ่งก็คือว่า เอ่อภาพที่เราเห็นอยู่นะครับในสไลด์นี้นะ นะครับก็เป็นอีกหนึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์ ที่ชี้ชัดให้เห็นว่าเอ่อกลุ่มคนไทยนะครับ ที่ ย้อนกลับไปณห่วงเวลาหลายศตวรรษก่อนหน้า นี้นะครับตอนนี้ศตวรรษที่ 21 นะครับเอ่อ

15:55 เราเคยถูกเกณฑ์ไปเป็นส่วนหนึ่งของการ สร้าง เมืองหลวงการสร้างเมืองนะครับซึ่งตอนนั้น เนี่ยเราจะต้องเข้าใจกันก่อนว่าก่อนที่จะ เป็นไทยในปัจจุบันเคยมีอาณาจักรหรือรัฐ โบราณที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก่อนหน้า นี้นะครับนั่นก็คือเอ่อ อาณาจักรขอมหรือจักรวรรดิขอมนะครับบ้าง ที่เรียกว่าจักรวรรดขอมก็เพราะว่ามีความ ยิ่งใหญ่นะครับมีอานาบริเวณกว้างขวาง เหมือนกับเ่อถ้าเป็นประวัติศาสตร์โลกก็จะ เรียกว่าเ่อจักรวรรดิโรมันเพราะว่าโรมัน เนี่ยเนี่ยขยายขยายอาณาเขตไปค่อนข้างจะ กว้างไกลมากนะครับนะไม่ว่าจะเป็นไปจนสุด

16:43 ยุโรปตะวันตกขึ้นยุโรปเหนือไปยุโรปตะวัน ออกนะขยายไปจนถึงแอฟริกาตอนบนเงี้ยนะครับ ก็ภาพที่เราเห็นนี้เป็นภาพ สลักนูนต่ำนะครับที่ปรากฏอยู่ในบริเวณ ระเบียงคดของปราสาทหินนครวัดซึ่งเป็น หนึ่งในจิตสิ่งมหัศจรรย์ของโลกโบราณนะ ครับนครวัดก็ถูกสร้างขึ้นน่าจะประมาณช่วง เอ่อ ก่อน ศตวรรษที่ 13 นะครับน่าจะก่อนศตวรรษที่ 13 ภาพนี้ นะครับมีร่องรอยเอกลักษณ์ที่บ่งชี้ถึงชาว เศียรหรือชาวเสียมซึ่งเอ่อนักภาษาศาสตร์

17:31 นักนิรุติศาสตร์ก็อนุมานและก็ตีความว่าคำ ว่าเสียรหรือเสียมเนี่ยน่าจะหมายถึงชาว เสียมนะครับก็คือชาวสยามในเวลาต่อมานะ ครับซึ่งเอ่อในเอ่อภาษาอังกฤษนะครับก็คือ ตัว s i a m ชาวเสียมหรือเอ่อนักเอ่อ ชาวต่างชาติบางคนก็จะเรียกว่าแซมนะครับ หรือบางคนก็จะอ่านว่า เอ่อเสียมนั่นเองนั่นก็อนุมานได้ว่าเป็น คำเรียกของชาวสยามหรือเปล่านะครับเอ่อ เชื่อว่า เชื่อกันว่านะครับภาพสลักนูนต่ำเนี่ยคือ กลุ่มชาติภันธุ์ไทยที่อาศัยอยู่บริเวณ

18:21 ส่วนที่เป็นแคว้นลพบุรีหรือแคว้นละโว้นะ ครับในภาษาเอ่อเขมรเนี่ยเราจะเรียกดินแดน แถบจังหวัดลพบุรีศูนย์ศูนย์กลางหนึ่งใน ศูนย์กลางอำนาจของจักจักรวรรดิขอมณห้วง เวลาที่เจริญรุ่งเรืองก็คือละเวียะนะครับ เมืองละเวียะหรือเมืองละโว้ละโว้ก็กร่อน เสียงมาเป็นคำว่าลพบุรีบุรีเนี่ยภาษาไทย โบราณก็จะเรียกว่าเมืองนะครับอย่างเช่น บุรีรัมย์อะไรอย่างเงี้ยนะครับบุรีรมอะไร อย่างเงี้ยนะฮะหรือคำว่ามีธานีต่อท้าย อย่างเช่นอุทัยธานีอุบลราชธานี อ่าจังหวัดสิงห์บุรีจังหวัดราชบุรีเนี่ย มีอย่างี้จังหวัดเพชรบุรี อ่ะเป็นต้นนะครับงั้นนี่ก็คือหนึ่งในร่อง รอยของหลักฐานนี้เป็นภาพที่สเก็ตออกมา

19:07 เป็นลายเส้นนะครับสเก็ตออกมาเป็นลายเส้น ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นการเกณฑ์รี้พลมาจาก เมืองละโว้นะครับไปรบนะครับซึ่งบ่งบอกถึง เรื่องราวสตอี่เกี่ยวกับเอ่อเอ่อพระ เกียรติยศของกษัตริย์ขอมห้วงเวลานั้นด้วย ก็แสดงว่า เอ่อดินแดนที่อยู่เหนือขึ้นไปจากอาณาจักร พระนครก็คือเมืองสิมเรียบเนี่ยอยู่ในเขต การปกครองของ เอ่ออาณาจักรเขมรอาณาจักรขอมนะครับโดย สิ้นเชิงนะฮะณห้วงเวลานั้นนะครับอันนี้ก็ เป็นภาพสันนิษฐานนะครับว่าเอ่อรูปราว

19:53 ละโว้โบราณก็คือชาวเสี่มเนี่ยน่าจะมี เครื่องแต่งกายแบบนี้นะครับนะซึ่งเอ่อ เอ่อมันก็มีการจารึกเอาไว้ว่าเอ่อกระบวน พายุหยาตราหรือการเดินเท้าการเดินบนบก เนี่ยของชาวเศียรเนี่ยหรือชาวเสียมเนี่ย ไม่ค่อยเป็นระเบียบหยอกล้อกันนะครับดู เป็นกลุ่มชนที่ยังไม่มีความเจริญมากนะ ครับอันนี้ก็เป็นภาพ จริงๆนะครับบริเวณส่วนที่เป็นเอ่อระเบียง คดของปราสาทหินนครวัดนะครับส่วนบริเวณตรง นี้นะครับบริเบริเวณส่วนตรงที่เป็นสีดำ ทึบๆตรงนี้เนี่ยเชื่อกันว่ามีการจารึก ถ้อยคำเอาไว้นะครับนะครับข้างหลังกระบวน

20:41 ช้างนะครับเป็นคำจารึกที่ เอ่อ จารึกคำว่า เนี้ยเนี้ยนะครับเนี้ยเสี่มกุกหรือเนี้ย เสี่มกุกนะครับซึ่งนักภาษาศาสตร์ก็ตีความ ว่าคำนี้น่าจะหมายถึงการบอกว่ากระบวนผายุ หาญาตราตรงนี้เนี่ยบริเวณระเบียงคดของ พระหินครวัดสวนตรงนี้อาจารย์จำไม่ได้นะ ครับว่าเป็นฝั่งตะวันตกหรือฝั่งตะวันออก แต่คลับคล้ายคลับคลาว่าน่าจะเป็นฝั่ง ตะวันออกเพราะว่าเคยเคยไปดูมาแล้วนะครับ แต่ว่าจารึกตรงนี้ถูกสกัดออกไปถูกทำลายนะ ครับเอ่ออาจจะมาจากคนไทยรักชาติหรือเปล่า ที่ไม่ยอมรับว่าเอ่อ เราเคยกลายเป็นส่วนหนึ่งหรือเป็นกลายเป็น

21:27 ทาสรับใช้หรือเป็นไพร่ที่อยู่ในอานัสของ อ่าอาณาจักรขอบมาก่อนครับบริเวณตรงนี้คือ ส่วนที่ถูกกระเทาะออกไปนะครับที่บอกว่า ตรงเนี้ยคือกองทัพเสียมกุกนะครับก็คือกอง กองทัพของชาวสยามนั่นเองหรือชาวเสียมนะ ครับทีนี้ พอมาถึงช่วงเวลาที่เอ่ออาณาจักรขอมพระนคร นะเมื่อคำว่าขอมพระนครก็คือเอ่อดินแดนที่ เป็นที่ตั้งของศูนย์กลางอำนาจของเขมร มาก่อนนะครับนั่นก็คือเอ่อ เมืองเสี่ยมเรียบนะครับซึ่งตั้งอยู่ใน ราชอาณาจักรกัมพูชาในในปัจจุบันนะครับจน

22:16 กระทั่งล่วงถึงประมาณสซักหลังศตวรรษที่ 10 ปลายศตวรรษที่ 13 ศตวรรษที่ 14 นะ ครับ อาณาจักรขอมก็เริ่มเสื่อมอำนาจลงเสื่อม อิทธิพลลงนะครับบรรดาเมืองน้อยใหญ่ก็ เริ่ม กระด้างกระเดื่องนะครับปลดเอกตัวเองออก เป็นเอ่ออิสระนะครับแล้วก็นำมาซึ่งการยก ฐานะตนเองขึ้นเป็นอาณาจักรนะครับไม่ขึ้น ตรงกับเอ่ออาณาจักรขอมในในเวลาต่อมา 1 ใน หนึ่งในดินแดนนั้นนะครับนั่นก็คือเอ่อ

23:03 ดินแดนสุโขทัย นะครับที่มองถึง เอ่อ ความสำคัญในการที่จะยกตนเองออกมาเป็น อิสระชนนะครับก็เลย เอ่อกระทำการยึดอำนาจนะครับตามหลักฐานใน ชัในหนหลังที่กล่าวถึงก็คือมีการยึดอำนาจ ขุนนางขอมนะครับโดยกองทัพของ กลุ่มชนชาวไทยนะครับซึ่งมีหลายชุดความรู้ ด้วยกันนะครับหลายชุดการรับรู้ด้วยกันนะ ครับไม่ว่าจะเป็นเอ่อพ่อขุนบางกลางเ้าวนะ ครับพ่อขุนผาเมืองที่นำกำลังเข้ายึดกรุง สุโขทัยเพื่อขับไล่อำนาจของขุนนางนางขอม

23:50 ที่เอ่อ เชื่อกันว่าน่าจะมีชื่อว่าขอมขอมขอมสะบาด หรือขอมสมาดโขนลำพงนะน่าจะเป็นชื่อขุนนาง ขอมซึ่งก็ยังไม่มีการชี้ชัดถึงชื่อนี้ อย่างชัดเจนนะครับถ้าเราเคยเรียนแบบเรียน ในสมัยตอนเด็กเนี่ยมันจะมีตำนานเรื่อง หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของเ่อพระร่วงเจ้า แล้วก็เรียกกับตำนานเกี่ยวกับขอมดำดินมา อย่างเงี้ยนะครับก็มันก็ยังเป็นสิ่งที่ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่ามนุษย์ดำดิน จากเขมรขึ้นมาถึงสุโขทัยจริงหรือเปล่านะ ครับอาจจะเป็นเรื่องที่เพ้อฝันไปหรือเป็น เรื่องเชิงในเชิง imagin ในในจินตนาการนะ

24:36 ครับเป็นเรื่องแต่งขึ้นหรือเปล่านะครับที นี้เรามาดู เอ่อพัฒนาการของเอ่อการเมืองการปกครองไทย นะครับในเอ่อในสมัยสุโขทัยนะครับเอ่อแล้ว ก็อยุธยาธนบุรีรัตนโกสินทร์นะครับเอ่อตาม แนวคิดกระแสหลักเนี่ยก็เชื่อว่าอาณาจักร สุโขทัยเนี่ยนะครับก่อตัวขึ้นเนี่ยอยู่ใน ช่วงประมาณปีเอ่อพ.ศ. 1,792 นะครับ 1,792 -5 นะครับก็จะอยู่ประมาณศตวรรษที่ 10 12 13 นะครับ 1213 โดยประมาณซึ่งตอนนี้

25:24 ศตวรรษที่ 21 แล้วก็ผ่านมาเป็นระยะเวลา น่าจะ 6-700 ปี นะครับ 6-700 ปีจะแตะ 900 ปีแล้วนะครับนะ 2 ก็คือเอ่ออาณาจักรอยุธยานะครับ อาณาจักรอยุธยาก็ก่อตัวขึ้นเนี่ยในตามแนว คิดกระแสหลักก็คือเอ่อ 1,890 3 นะครับก็จะอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 14 ก็ เกิดทีหลังสุโขทัยไม่กี่ปีนะครับนะประมาณ น่าจะเกือบ 100 ปีนะครับ 100 ปีก็ประมาณ 1 ศตวรรษนะครับ 10 ทศวรรษโดยประมาณก็ไม่

26:12 ห่างกันมากนะครับแล้วต่อมาก็จะเป็นธนบุรี นะครับธนบุรีแล้วก็เป็นยุครัตนโกสินทร์ ตอนต้นนะครับเราจะมาเรียนรู้กันว่าเ่อ พัฒนาการของ ไทยเนี่ยมี developmental อะไรบ้างนะครับ แล้วก็เป็นยุคประชาธิปไตย นะครับทีนี้ จากที่อาจารย์ได้บรรยายไปเมื่อสักครู่นี้ นะครับเราก็จะเห็นว่าเอ่อพอช่วงที่ อาณาจักรเขเมหรืออาณาจักรเขมรเนี่ยเริ่ม เสื่อมอำนาจลงเนี่ยกลุ่มชน ชาติไทยกลุ่มหนึ่งก็เริ่มสถาปนาตนเนี่ย หรือก็คือตั้งตนนะครับคำว่าสถาปนาก็คือ

26:57 ตั้งตนขึ้นมาเป็น อาณาจักรเป็นแคว้นแหละคือเราไม่ทราบหรอก ครับว่าคำในยุคโบราณเนี่ยใช้คำเรียกดิน แดนอันกว้างขวางว่าอย่างไรนะครับแต่ศัพท์ สมัยใหม่ก็จะเรียกว่าเว่นแคว้นเคว้นอะไร แบบเนี้ยหรือส่วนมากก็จะเป็นเมืองกลุ่ม เมืองนะกลุ่มเมืองรวมตัวกันปุ๊บก็จะกลาย เป็นชุมชนเมืองขนาดใหญ่อาจจะเรียกว่า อาณาจักรก็ได้นะครับอาจจะเรียกว่าเควสก็ ได้นะครับซึ่งก็มีขนาดใหญ่มีกลุ่มประชากร มารวมตัวกันอย่างหนาแน่นนะครับก็มีจารึก กล่าวกล่าวถึงว่าเป็นดินแดนแถบอ่อภาคกลาง นะครับภาคกลางของประเทศไทยซึ่งอยู่ถัด ขึ้นไปทางตอนบนนะครับอ่าทางตอนบนเรียกว่า

27:46 สุโขทัยสุโขทัยตอนนั้นก็ยังมีเมือง คู่เฟสอีกเมืองหนึ่งก็คือชื่อว่า ศรีสัชนาลัย นะครับนะเป็นเมืองที่เกิดมาขึ้นพร้อมๆกัน นะครับส่วนในสไลด์ที่เราเห็นเนี่ยก็คือ เอ่อแผนที่จำลอง ของเอ่อดินแดนรัฐโบราณที่ตั้งตระหง่าน อยู่ในเอ่อภูมิภาคเอเชียตอกเฉียงใต้ส่วน ที่เป็นภาคพื้นทวีปก็คือเมนแลนด์นะครับก็ จะมีแมพนะครับมีคแมเอไพซึ่งเป็นเขมรตอนบน แล้วก็เขมรตอนล่างนะครับหรือที่เรียกกัน ดั้งเดิมว่าเจนละบกเจนลน้ำนะครับอ่าซึ่ง เป็นการแทงความหมายถึงกลุ่มกลุ่มชุมชนที่

28:32 อาศัยอยู่บริเวณที่สูงกับกลุ่มชุมชนที่ อาศัยบริเวณที่ที่ราบลุ่มต่ำนะครับและเรา ก็ยังปรากฏเห็นส่วนที่เป็นเอ่อดินแดน ละโว้ด้วยนะครับตรงนี้นะครับละโว้ก็คือ แถบอาณาเขตปริมณฑลส่วนที่เป็นเอ่อ จังหวัดลพบุรีนะครับจังหวัดนครนายก จังหวัดฉะเชิงเทราอย่างเงี้ยเป็นต้น จังหวัดปราจีนบุรีซึ่งต่อมาก็กลายมาเป็น หน้าด่านของกรุงศรีอยุธยาในหลายห่วงเวลา ต่อมานะครับงั้นอานาบริเวณที่ขึ้นอยู่บน จอเนี่ยก็คือเสี้ยวส่วนหนึ่งของการลื่น ไหลการเคลื่อนไหวของกลุ่มชนก็คือ บรรพบุรุษรุ่นปู่ย่าตาทวดเรานั่นแหละครับ

29:17 ย้อนหลังกลับไปหลายชั่วรุ่นด้วยกันซึ่งก็ ไม่สามารถสืบหาได้นะครับเพราะว่ามนุษย์ก็ มนุษย์ก็แต่งงานกันนะครับแต่งงานกันสืบ ลูกสืบหลานมาแล้วก็ปัญหาสำคัญของในสังคม ไทยก็คือไม่ได้มีการเอ่อบันทึกเรื่องราว เอาไว้อย่างออย่างชัดเจนนะครับซึ่งไม่ เหมือนกับหลายวัฒนธรรมอื่นบนโลกอย่างเช่น วัฒนธรรมเอเชียตะวันออกอย่างเช่นจีนกับ ญี่ปุ่นเนี่ยเ่อจะมักนิยมบันทึกเรื่องราว เกี่ยวกับครอบครัวไว้ซึ่งทำให้ลูกหลานได้ ทำความรู้รู้จากเอ่อบรรพบุรุษของตัวเอง ได้มากยิ่งขึ้นนะครับนะเพื่อไม่ให้ลืมลืม

30:03 นะครับหรือเอ่อมองข้ามรากเหง้าของ บรรพบุรุษของตนเองนะครับนี้เป็นต้น อ่ะทีนี้ย้อนกลับไปในก่อนยุคสุโขทัยนะ ครับก่อนยุคสุโขทัยอย่างที่อาจารย์ได้ บรรยายไปแล้วเบื้องต้นก็คือว่าการที่จะ รวมตัวกันับ การที่จะก่อตัวกันขึ้นเป็นกลุ่มชนต่างๆ ได้เนี่ยมันก็ต้องมีความเข้มแข็งในระดับ พอตัวนะครับนั่นหมายความว่าการกำเนิดขึ้น ของเอ่อรัฐสุโขทัยเนี่ยก็เป็นผลพวงมาจาก การที่บรรดาชุมชนเล็กๆหลายชุมชนเนี่ย

30:51 เริ่มมองถึงว่าถ้าเรารวมตัวกันเนี่ยเราจะ กลายเป็นเมืองขนาดใหญ่แล้วเราก็จะสามารถ เอ่อต้านทานอำนาจของอาณาจักรที่มี แสญานุภาพสูงกว่าได้ซึ่งในท้ายสุดแล้วก็ นำมาซึ่งการ เอ่อก่อตัวของรัฐสุโขทัยในเวลาต่อมานะ ครับ นะอย่างี้เป็นต้นนะครับแล้วก็ดั้งเดิม ก่อนที่จะเป็นสมัยสุโขทัยเนี่ยก่อนที่จะ เข้ามาสู่ยุคสุโขทัยเนี่ยเอ่อมนุษย์ก็ บูชา สิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายรูปแบบด้วยกันนะครับ มีการตีกรองมโหรทึกมีการใช้โลหะการถลุง โลหะในสมัยเอ่อโบราณย้อนกลับไปอย่างเช่น

31:38 ยุควัฒนธรรมบ้านเชียงเนี่ยการใช้เอ่อเร่ สัมฤทธิ์นะครับในการสร้างสรรค์โลหะชนิด ต่างๆขึ้นมานะครับหรือการบูชา เอ่อคังคกนะครับการบูชาสุนัขนะซึ่งก็มี ร่องรอยพบเห็นกระจัดกระจายไปในบริเวณส่วน ที่เป็นเอเชียภาคพื้นทวีปนะครับฝั่งตะวัน ออกเฉียงใต้นั่นเองนะครับทีนี้ เรื่องที่เป็นที่รับรู้กันก็คือว่าการ อุบัติขึ้นของรัฐสุโขทัยเนี่ยก็เป็นผลพวง ที่เกิดจากการรวมตัวของบรรดาเจ้าเมือง หรือชุมชนต่างๆนะครับนำมาซึ่งการเอ่อรวม

32:25 ตัวกันเพื่อต่อต้านอำนาจของกลุ่มอำนาจ เก่าหรือกลุ่มอำนาจที่มีอิทธิพลอยู่แล้ว นะครับนั่นก็คือเขมรนะครับนั้นแต่สิ่งที่ เราไม่สามารถที่จะหลีกหนีความจริงได้ทาง ประวัติศาสตร์ก็คือว่าเอ่อ เหมือนรูปที่ขึ้นอยู่ในสไลด์ด้านหลัง เนี่ยนะครับด้านหลังของเอ่อตัวละครใน สไลด์เนี่ยนะครับเราก็จะเห็นว่ารูปแบบของ ผังเมืองเนี่ยลักษณะการสร้างเมืองแบบเขมร เนี่ยจะเป็นการสร้างเมืองที่ใช้รูปแบบ สี่เหลี่ยมไม่ว่าจะเป็นผืนผ้าหรือสี่ เหลี่ยมจัตตุรัสดังนั้นให้เราทราบโดยทั่ว กันได้เลยว่าถ้าเป็นลักษณะการวางเผิง เมืองหรือไปเที่ยวที่ไหนก็ตามแต่เราเห็น ลักษณะการวางเผิงเมืองเป็นเหลี่ยมแบบ เนี้ยนั่นคือเรารับอิทธิพลมาจากเขมร 100%

33:15 อาจจะมีการผสมผสานแบบยุคทวาบ้างเช่นบาง เมืองใน เอ่อภาคเอกสารของเราเนี่ยอย่างเช่น จังหวัดสุรินทร์เนี่ยนะครับจังหวัด สุรินทร์ก็มีการเอ่อสร้างเมืองทับซ้อนกัน นะครับนั่นก็คือเมืองสุรินทร์โบราณเนี่ย เอ่อชั้นในดั้งเดิมจะเป็นยุคทวารวดีนะ ครับส่วนชั้นนอกเนี่ยชั้นนอกก็จะเป็นเอ่อ สมัยเขมรนะครับเข้ามาสร้างเป็นเมืองหน้า ด่านอย่างเงี้ยเป็นต้นนะครับดังนั้นผัง เมืองสุรินทร์จะมีลักษณะเด่นก็คือเป็นผัง เมืองแบบทวารวดีอยู่ชั้นในแล้วก็เป็นผัง เมืองแบบขอมอยู่ชั้นนอกนะครับนี้เป็นต้น ทีนี้พอเมืองต่างต่างเนี่ยแคว้นต่างๆ เริ่มขยายตัวหดตัวไปเนี่ยมันก็เกิดการงอก

34:02 งามขึ้นของชุมชนใหม่ๆก่อตัวขึ้นนะครับแต่ ว่าจุดที่เด่นที่สุดของลักษณะการปกครอง แบบรูปแบบนครรัฐในยุคสุโขทัยก็คือเป็น ลักษณะการปกครองแบบเอ่อปิตาปิตาธิปไตย หรือบิดาธิปไตยนะครับหรือหลักการปกบิดาปก ครองบุตรซึ่งในภาษาอังกฤษเราจะเรียกว่า a personalist นะครับ Family System คือ เป็นลักษณะการปกครองที่ ตัวบิดาบิดาจะถูกเรียกว่าพญาหรือพ่อขุน เนี่ยก็คือกษัตริย์นั่นแหละถ้าให้พูดให้ เข้าใจง่ายๆก็คือว่าเป็นอะไรครับ เอ่อเป็นหัวหน้าชุมชนนั่นแหละนะครับจะมี

34:49 ความใกล้ชิดกันกับประชาชนอย่างมากนะครับ นะ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีความเชื่อนะครับ เกี่ยวพันกับเรื่องของการบูชาเอ่อผี บรรพบุรุษนะครับกระทั่งการเข้ามาของพระ พุทธศาสนาเอ่อมหายานหินวงเล็บเถรวาทนะ ครับความเชื่อกับการบูชาผี่มันก็ไม่ได้ เสื่อมสลายหรือสูญหายไปมันก็ยังคงปรากฏ อยู่ในวัฒนธรรมไทยมาจวบจนปัจจุบันอย่าง เช่นเอ่อ การจัดงานศพให้สัตว์เลี้ยงอย่างเงี้ยฮะก็ ยังถือว่าเป็นการเอ่อ รำลึกนึกถึงเอ่อสิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิพล ต่อความรู้สึกนึกคิดของมนุษย์นะครับเ่อ

35:36 ตลอดจนความเชื่อเกี่ยวกับอันเนื่องมาจาก ศาสนาฮินดูนะครับก็เข้ามามีส่วนพัวพัน ด้วยนะครับเนี่ยนะถ้าเราสงสัยว่า ทำไมผู้หญิงคนนี้เขาถึงบูชาคังคกอมีมีตัว ชี้วัดได้ชัดเจนมีหลักฐานเชิงประจักษ์เลย ก็คือที่ไหนครับ ที่จังหวัดยโสธรมั้ยจังหวัดยโสธรนะครับ การเอ่อบูชา เอ่อเกี่ยวกับตำนานท้องถิ่นนิทานอีศพของ อีสานนะก็คือตำนานอะไร พญาแถนใช่มั้ครับพญาแถนพญาคันข้างเนี่ย เป็นต้นพญาคันข้างก็ชัดเจนใช่มั้ครับคัน ข้างก็คือคางคนะฮะงั้น

36:22 คางคกมีความสำคัญอะไรต่อ มนุษย์ในสังคมอุตสาเนโดยเฉพาะส่วนที่เป็น เมนก็คือภาคพื้นทวีป เป็นเรื่องเกี่ยวกับฟ้าฝนมั้ยนะครับอัน นี้ก็ฝากเป็นคำถามเอาไว้นะครับนะอันนี้ก็ คือดินแดนปัจจุบันนะครับดินแดนปัจจุบันณ ห้วงเวลาในอดีตนะครับนะแล้วก็ที่ยังมีตัว ตนอยู่เช่นอยุธยาสุพรรณบุรีสิงห์บุรีบุรี บางกอกอจริงๆกรุงเทพฯเรียกว่าบางกอกนะ ครับไม่ได้เรียกว่าแบงกอกนะครับอ่า ศรีสัชนาลัยเงี้ยสุโขทัยเงี้ยเป็นต้นนะ ครับ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่อาจารย์อยากให้

37:11 นักศึกษาหรือเ่อผู้ฟังการบรรยายทุกท่าน ได้รับทราบร่วมกันก็คือว่า เอ่อ ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เนี่ยเนี่ย มันไม่มีเอ่อลักษณะตายตัวเสียทีเดียว 100% นะครับนะไม่มีลักษณะตายตัว 100% ถ้าวัน หนึ่งมีคนเสนอแนวคิดนี้อีก 10 ปีข้างหน้า มีคนค้นพบหลักฐานใหม่เรื่องราวอาจจะ เปลี่ยนแปลงไปก็ได้ อย่างี้เป็นต้นนะครับงั้น เอ่อมาดูสุโขทัยกันเมื่อกี้ได้เท้าความไป สัก ระยะหนึ่งแล้วนะครับเอ่ออาณาจักรสุโขทัย

37:56 เนี่ยเริ่มก่อตัวขึ้นในช่วงพุทธศวรรษที่ 18 นะครับมีร่องรอยของการปกครองเป็นชุม ชนพัฒนาขึ้นจากชุมชนขนาดเล็กมาเป็นชุมชน ขนาดใหญ่นะครับมีรูปแบบการปกครองที่เรียก ในภาษาตะวันตกจะเรียกว่า absolute monarchy ซึ่งเป็นศัพท์สมัยใหม่นะครับ แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีชื่อลำรองเรียกกัน ว่าเอ่อการปกครองแบบพ่อขุนหรือ Portalist นะครับ Ponalism Family เป็นลักษณะที่ เอ่อตัวพ่อขุนหรือตัวผู้นำชุมชนหรือแก่ บ้านเนี่ยนะครับหรือตัวกษัตริย์เองเนี่ย ในเวลาต่อมาที่เรียกว่ากษัตริตะเนี่ยอ่า ทำหน้าที่ในการบริหารกิจการบ้านเมืองนะ

38:42 ครับเป็นผู้นำชุมชนนะครับดังนั้นลักษณะ ของ paternalist ในที่นี้เนี่ยเอ่อ กษัตริย์ก็จะมีอำนาจสูงสุดนะครับมีความ สัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอ่อราษฎรกับประชาชน ค่อนข้างจะสูงมากนะครับนะงั้น ตามความเชื่อดั้งเดิมนะครับนะตามความ เชื่อดั้งเดิมก็คือว่าเวลาที่เอ่อ ไพร่ไพร่ราบพลเรือนเนี่ยพลเรือนเนี่ยมี เรื่องราวทุกข์ร้อนร้อนอะไรเนี่ยนะครับก็ จะมีการมาสั่นกระดิ่งนะครับมาสั่นกระดิ่ง อ่าเพื่อร้องทุกข์หน้าพระราชวังนะครับเ่อ

39:30 ความเชื่อนี้ก็ยังตกทอดมาในความรับรู้ของ สังคมไทยแล้วก็เยาวชนไทยมาจนถึงปัจจุบัน ครับแล้วก็เชื่อว่าการปกครองนะครับของ กษัตริย์ในยุคสุโขทัยเนี่ยเป็นลักษณะของ การปกครองที่อิงการใช้ หลักธรรมนะครับก็คือเอ่อทศพิษราชธรรมอ่า มาแล้วก็จักรวัตติวัตรมาใช้ในการปกครองดู แลคนให้อยู่ในศีลในธรรมซึ่งถามว่าคนอยู่ ในศีลในธรรม 100% มั้ยความเป็นจริงก็คือ ไม่นะครับแต่แน่นอนว่าเอ่อเราจะเสาะหา

40:15 ความเป็นกลางจากเบื้องลึกของจิตใจของ มนุษย์ได้อย่างไปอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่ สามารถวัดได้นะครับล่วงมาถึง ในยุคอยุธยานะครับเอ่อสิ่งหนึ่งที่ อาจารย์ได้บรรยายไปในช่วงต้นในช่วงต้นๆ ของการบรรยายครั้งนี้ก็คือว่า การก่อตัวของหลายเมืองหลายชุมชนโบราณใน เอ่อดินแดนประเทศไทยในยุคเก่าก่อนที่จะ เป็นรัฐชาติสมัยใหม่เนี่ย เรารับเอาอิทธิพลนะครับ อิทธิพลทางเอ่อวัฒนธรรม

41:00 นะครับมาจาก เอ่อมาจากขอมอย่างเช่นการสร้างเอ่อพระ ปรางนะครับแล้วก็มีการประดิษฐ์ประดิษฐ์ สถานพระบรมสารีธาตุหรือพระธาตุสำคัญ ที่ถือว่าเป็นใจเมืองเป็นหลักเมืองนะครับ เป็นแก่นของเมืองอะไรแบบเนี้ยนะครับคติ ความเชื่อเนี่ยมันตกทอดมาจากอินเดียแล้ว ก็ในหลายวัฒนธรรมพื้นในหลายพื้นที่ของ เอเชียตะวันออกเนี่ยก็มีร่องรอยของการ สร้างเอ่อถาวรวัตถุหรือโบราณวัตถุขึ้นมา เอ่อเป็นที่จำหลักเอาไว้อย่างเช่นการฝัง ศพบุคคลสำคัญให้อยู่ในเมืองเป็นเอ่อให้ กลายมาเป็นนัดก็คือภูดผี

41:47 หรืออารักษ์ประจำเมืองอะไรอย่างเงี้ยนะ ครับอารักษ์นะครับไม่ใช่อารักษ์ถ้าเป็น อารักษ์จะเป็นผู้จดบันทึกถ้าเป็นอารักษ์ ก็คือผู้พิทักษ์เมืองอย่างเงี้ยเป็นต้นนะ ครับงั้นเอ่อการก่อตัวขึ้นของสุโขทัยหรือ อยุธยาก็เป็น บททดสอบอย่างหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงการ รับเอารูปแบบของการเมืองการปกครองหรือ วัฒนธรรมแบบขอมมาผสมกับอินเดียนะครับซึ่ง แน่นอนว่าเ่อขอมก็รับมาจากอินเดียอีกทอด หนึ่งด้วยแล้วก็เอามาปรับปรุงเป็นแบบฉบับ ของตนเองนะครับ อย่างี้เป็นต้นนะครับทีนี้เรามาดู อาณาจักรอยุธยากัน

42:42 นะครับอาณาจักรอยุธยานะครับก็จริงๆแล้ว เป็นชุมชนที่มีตัวตน นะครับเป็นชุมชนที่มีตัวตนมาก่อนอยู่แล้ว นะครับก่อนปีพ.ศ. 1893 ด้วยซ้ำนะครับนะ แล้วก็เจริญรุ่งเรืองในเอ่อหลายห้วงเวลา ด้วยกันนะครับแล้วก็มียุคที่เรียกว่าเป็น ยุคเสื่อมปรากฏตัวขึ้นด้วยนะครับทีนี้ เอ่อดินแดนอยุธยาเนี่ยเป็นการ ควบรวมกัน

43:30 นะครับของเอ่อระหว่าง ชุมชนนะครับในอระหว่างชุมชนที่อยู่บริเวณ แถบเอ่อจังหวัดลพบุรีนะครับแล้วก็แถบ จังหวัดสุพรรณบุรีนะครับก็คือเป็นกลุ่ม อำนาจการเมืองของท้องถิ่นนะครับแล้วก็มี อิทธิพลอย่างมากในบริเวณส่วนเอ่อที่เป็น เอ่อแถบบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยานะครับ ลักษณะการปกครองก็จะเป็นลักษณะที่อยู่ใน ขอบข่ายเดียวกันกับสุโขทัยก็คือเป็น ลักษณะแบบ absolute monary ก็คือเป็นแบบ สมบูรณา นะครับเป็นแบบสมบูรณาสิทธิราชนะครับ นะครับแล้วก็กษัตริย์ก็จะมีอำนาจสูงสุดนะ

44:17 ครับมีอำนาจสูงสุดในการปกครอง อย่างนี้เป็นต้นนะครับ นี้เป็นต้นนะครับกษัตริย์เอ่อก็จะมีสถานะ ที่เป็นสมมุติเทวราชาตามลัทธิความเชื่อ แบบเดวะรานะครับคำว่าราภาษาเอ่ออินเดีย โบราณนะครับก็คือราชาหรือผู้ปกครองราณีก็ หมายถึงราชินีนะครับนั้นคำว่าเดวะก็คือ ความเป็นเทวะนะครับราจาก็คือกษัตริย์ใน คราบของเทพนะในคราบของเทพวิญญหรือมีการ

45:03 ผสมผสานของความเป็นเทพปรากฏตัวขึ้นดัง นั้นจึงนิยมเรียกว่าสมมุตติเทวราช หรือสมมุตติเทวราชา ซึ่งเป็นอิทธิพลทางความเชื่อของฮินดูตก ทอดมาในดินแดนเอเชียอาคาเนนะครับงั้น แนวคิดดังกล่าวนี้ก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไปใน ช่วงหลังพ.ศ. 1974 เมื่ออยุธยาเนี่ยนตี ของสำเร็จนะครับซึ่งมีการปรับเปลี่ยนก็ คือมีการรีไวทระบบการปกครองใหม่นะครับใน เอ่อรัชกาลของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถนะ ครับหรือบรมตร โลกนาธิตยะนะครับซึ่งก็เป็นหนึ่งในเอ่อ พระมหากษัตริย์อยุธยาตอนต้นที่ทรงตระหนัก

45:50 ถึงความสำคัญในการที่จะเอ่อ ปรับเปลี่ยนรูปแบบทางด้านการเมืองการปก ครองของอยุธยาครั้งใหญ่นะครับซึ่งตอนนั้น เนี่ยต้อง อธิบายตรงๆว่าอยุธยาค่อนข้างจะมีอิทธิพล อย่างมากนะครับเพราะว่าเป็นห้วงระยะเวลา ที่เริ่มสั่งสมกำลังคนมากยิ่งขึ้นประกอบ กับวิทยาเองก็มีความเป็นเมืองท่านานาชาติ ด้วยเป็นชุมชนการค้าทางทะเลขนาดใหญ่นะ ครับซึ่งก็ทำให้กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำ ให้อยุธยากลายเป็นเมืองท่าที่มีความเจริญ ค่อนข้างสูงมากเมื่อเทียบกันกับสุโขทัย ซึ่งอยู่ลุกเข้าไปในภาคพื้นทวีปตอนในนั้น

46:37 เวลาเรือสินค้าที่จะเดินทางเข้ามาในเอ่อ พื้นที่ตอนในเนี่ยก็จะเจอกับบางกอกเมือง บางกอกแล้วก็เข้ามาถึงอยุธยาได้เร็วกว่า ที่จะขึ้นไปถึงสุโขทัยซึ่งสุดท้ายแล้ว สุโขทัยก็มีความเจริญดรอปลงนะครับความ เจริญก็ค่อยๆเสื่อมเสื่อมลงเสื่อมลงนี้ เป็นต้นนะครับทีนี้สิ่งที่ สำคัญนะครับนั่นก็คือมันเกิดการเอ่อจัด ระเบียบอำนาจนะครับการปกครองนะครับใน เอ่อยุค ในยุคนี้นะครับก็คือการจัดระเบียบเอ่อ ระบบการบริหารราชการหรือที่เราเรียกว่า

47:22 เอ่อระบบจตุษฎมซึ่งก็ส่งอิทธิพล มาเป็นเวลาอีกเกือบ 300 ปีนะครับอ่าโดย เอ่อวิธีคิดของเอ่อกษัตริย์องค์นี้นะ ครับงั้นเอ่อทำไมถึงเรียกว่าระบบจตุษฎ หมายถึงจตุในภาษาไทยโบราณก็คือ 4 นะครับ จตุนะครับก็คือมีหน่วยงานราชการทำหน้าที่ บริหารจัดการตามตำแหน่งแห่งที่บทปากหน้า ที่ต่างๆไม่ว่าจะเป็นเอ่อเรื่องของเอ่อ กรมเวียงกรมวังกรมคลังแล้วก็กรมนานะครับ แต่ที่สำคัญเลยก็คือการจัดระเบียบสังคม

48:09 นะครับ อการจัดระเบียบสังคม ครั้งสำคัญนะครับนั่นก็คือเอ่อการ กำหนดให้มีตำแหน่งตำแหน่งของไพร่นะครับ กำหนดกำหนดให้มีตำแหน่งของธาตุอย่างนี้ เป็นต้นแล้วก็มีการแบ่งระดับนะครับ อการแบ่งระดับการทำหน้าที่ของกลุ่มชนชั้น นะครับแล้วก็มีการส่งเสริมทางด้านศิลปะ วัฒนธรรมแล้วก็ยังเอ่อยกย่องแนวคิดของการ ปกครองแบบสมมุติเทพ นะครับที่ถือว่ากษัตริย์เนี่ยไม่สามารถ

48:54 แตะจะไม่สามารถคนธรรมดาสไม่สามารถแตะต้อง ได้เงี้ยเงี้เป็นต้นนะครับนั้นแล้วก็มี การจัดตำแหน่งรูปของเอ่อการปกครองแบบหัว เมืองไม่ว่าจะเป็นหัวเมืองชั้นในหัวเมือง ชั้นนอกอย่างี้เป็นต้นนะครับ อย่างไรก็ตามนะครับอย่างไรก็ตามแนวคิดของ ฮินดูเองเนี่ยก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ด้วยอย่างที่อาจารย์ได้บรรยายไปในเบื้อง ต้นนะครับก็คือแนวคิดเอ่อ Portalism ด้วย ผสมกับแนวคิดเทวราชนะครับเทวราชาหรือ เทวสิทธิ์ก็คือพระมหากษัตริย์เนี่ยจะ เปรียบเป็นอะไรรู้มั้ยเปรียบเป็น เจ้าชีวิต

49:40 มีอำนาจเด็ดขาดนะครับเอ่อถ้าเป็นคำเรียก ในวัฒนธรรมล้านนายุคหลังเนี่ยก็จะเรียก เอ่อ จ้าเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ในชื่อลำรอง ว่าเจ้ามหาชีวิทยซึ่งคำนี้ก็มีปรากฏอยู่ ในวัฒนธรรมล้านช้างด้วยที่ถือว่ากษัตริย์ เป็นเจ้าชีวิตทุกหย่อมหญ้า ของคนทั้งปวงนะครับนั้นกษัตริย์จึงเปรียบ ดั่งเป็นครึ่งคนครึ่งเทพ จะปล่อยให้เลือด หรือพระโลหิตของพระมหากษัตริย์ตกต้องเอา พืนพระสุธาไม่ได้นะครับตามความเชื่อที่ตก ทอดมาในวัฒนธรรมอินเดียก็คือว่าเลือดของ

50:26 เทพเนี่ยจะตกต้องแผ่นดินปุ๊บจะเกิดอะไรจะ เกิดไฟบรรไลกันจะเกิดอาเพศไหวจะเกิดน้ำ ท่วมนั้น จึง เป็นกลายเป็นกลายเป็นจารีในการเ่อปกป้อง ในการพิทักษ์องค์พระมหากษัตริย์ให้ ปลอดภัยนะครับมากที่สุดอย่างนี้เป็นต้นนะ ครับทนี้ ลักษณะของการเมืองการปกครองในสมัยเอ่อ อยุธยา นะครับในสมัยอยุธยานะครับเป็นแบบไหนบ้าง นะครับก็อย่างที่ได้กล่าวไปเมื่อกี้จะ เป็นสมัยอยุธยาตอนต้นแล้วก็จะเป็นสมัย

51:11 อยุธยาตอนกลางนะครับรูปแบบความสัมพันธ์ ของการปกครองเนี่ยจะค่อนข้างจะต่างไปจาก สุโขทัยนิดนึงนะครับนั่นก็คือว่าถ้าเป็น สุโขทัยเนี่ย กษัตริย์จะมีความเ่อใกล้ชิดกับประชาชนกับ ไพร่นะครับ ส่วนเอ่อในสมัยอยุธยาเองเนี่ยนะครับก็จะ มีความห่างเหินนะครับความห่างเหินกัน พอสมควรเพราะว่าด้วยความที่ อยุธยาเนี่ยรับเอาแนวคิดเทวราชามาคือ กษัตริย์เปรียบดั่งเป็นสมมุตติเทพ นะครับ

51:58 ก็ไพร่หรือราษฎรในยุคนั้นหรือสามัญชน เนี่ยก็จะมีความกริ่งเกรงมีความเกรงกลัว องค์พระมหากษัตริย์ค่อนข้างจะพอสมควรจึง กลายเป็นธรรมเนียมการหมอบกราบปรากฏมาล่วง จนมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 4 นะครับฉะนั้น แล้วสิ่งที่อาจารย์ได้กำลังบรรยายไปเนี่ย คือเรื่องของความเหลื่อมลำที่เกิดขึ้นใน สังคมยุคโบราณยุคโบราณก็ย้อนกลับไป 3-400 ปีนะครับแล้วแต่คนจะนิยามว่านิโบราณในที่ นี้เนี่ยโบราณในลักษณะแบบไหนใช้หน่วยเวลา ใดเป็นเกณฑ์อย่างเงี้ยนะครับงั้น จากเทียบกันเนาะเปรียบเทียบกันระหว่างยุค เอ่อสุโขทัยนะครับกับเอ่อยุค

52:47 อยุธยาก็คือว่าความสัมพันธ์ระหว่าง กษัตริย์กับสามัญชนนะครับกษัตริย์กับ สามัญชนในเอ่อยุคสุโขทัยเนี่ยก็จะมีความ ใกล้ชิดกันมากนะครับแต่ในขณะเดียวกัน เนี่ยเอ่อระหว่าง เอ่อ สามัญชนหรือไพร่ในยุคอยุธยากับเจ้านะครับ กับเจ้าในยุคอยุธยาเนี่ย ก็จะมีความห่างเหินกันเป็นอย่างมากนะครับ จากความเคารพนับถือด้วยความรักก็จะเป็น ความเคารพที่เกิดขึ้นจากความเกรงกลัวที่ จะถูกลงโทษหากกระทำผิดนะครับงั้นเอ่อ ลักษณะการปกครองของสังคมหรือการแบ่ง

53:34 ตำแหน่งแห่งที่ของสังคมยุคยุคอยุธยาเนี่ย นะครับก็จะเป็นลักษณะของที่เรียกว่านาย กับบ่าวบ่าวก็คือค่ารับใช้นายก็คือเจ้า นายหรือผู้นำนั่นแหละนี้เป็นต้น นะครับทีนี้ลักษณะการปกครองของสังคม อยุธยาเนี่ยจะมีการแบ่งส่วนราชการออกเป็น ตามแพทเทิร์นของจตุษฎเด็จพระบรมบรมไตรโลก เนี่ยได้ทรงกำหนดเอาไว้นะครับไม่ว่าจะ เป็นกรมเมืองเอ่อกรมเวียงนะครับกรมเวียง กรมวังกรมคลังกรมนางก็จะมีบทบาทหน้าที่ แตกต่างกันออกไปนะครับ แล้วต่อมาก็ได้วิวัฒน์กลายมาเป็นมาเป็น อะไรครับมาเป็นแม่แบบของการเอ่อก่อตั้ง

54:23 กระทรวงใน เ่อในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งก็ถือว่าเป็น สมัยใหม่นะครับการจัดตั้ง 12 กระทรวงขึ้น ตามรูปแบบของตะวันตกนะครับนั้นการแบ่งชน ชั้นซึ่งเป็นผลพวงของการจัดระเบียบระบบ ราชการในยุควิทยาเนี่ยจะเรียกว่าระบบ ศักดินา นะครับระบบศักดินาก็จะมีลักษณะที่ค่อน ข้างจะคล้ายคลึงกับ เอ่อระบบFieldดันนะครับระบบFieldดัของ ยุโรปนะครับทีนี้มีการแบ่งฐานะของคนอย่าง ไรบ้างตามลำดับชั้นก็คือเป็นการกำหนดนะ ครับเป็นการกำหนดสิทธินะฮะในเรื่องของการ

55:09 เอ่อครอบครองทรัพย์สินหรือณขณะนั้นก็คือ ที่ดินระบบฟieldดัของยุโรปตะวันตกในในยุค ในในห้วงเวลา 600-700 ปีก่อนก็จะเป็น ลักษณะเดียวกันก็คือการถือครองที่ดินถ้า ถือครองที่ดินเป็นจำนวนมากก็แสดงให้เห็น ถึงศักยภาพแสนญานุภาพความเอ่อร่ำรวยไม่ ใช่คำว่าร่ำร่ำรวยนะครับร่ำรวยของ ของเจ้านายในห้วงเวลานั้น นะครับณห้วงเวลานั้นไม่ว่าจะเป็นชนชั้นปก ครององนะครับชนชั้นปกครองสูงสุดก็จะเป็น อะไรเป็นกษัตริย์ชนชั้นสามัญ นะครับชนชั้นสามัญก็จะได้แก่ไพร่นะไพร่ก็

55:55 คือตัวเรานี่แหละอย่างอาจารย์ก็เป็นไพร่ ถ้าอาจารย์มีช่วงเวลาอยู่ณห้วงเวลาตรง นั้นนะครับแล้วต่อมาก็จะเป็นเ่อชนชั้นผู้ ที่ถูกปกครองลงไปอีกนั่นก็คือได้แก่ทาส นี้เป็นต้นครับส่วนระบบศักดินามาในเรื่อง ของที่ดินเนี่ยก็จะมีการกะเกณฑ์เอาไว้นะ ครับว่าเอ่อค่าราชสำนักขุนนางอะไรต่างๆ เนี่ยตำแหน่งต่างๆที่ถูกกำหนดขึ้นเนี่ยนะ ครับในในในในระบบราชการไทยโบราณเนี้ยต้อง ถือครองที่ดินกี่ไร่ถึงจะมีสิทธิ์เข้า เฝ้าพระมหากษัตริย์เพราะถือว่าแผ่นดิน ทั้งปวงที่นาทั้งผืนทั้งหมดทั่วอาณาจักร

56:41 เนี่ยเนี่ยเป็นของพระเจ้าแผ่นดินเพียงผู้ เดียว ดังนั้นการที่จะครอบครองที่ดินหรือผืนนา อะไรได้เนี่ย กษัตริย์จะต้องเป็นคนให้ จะต้องมอบให้เป็นรางวัลหรือเป็นบำเหน็จ ศึกหรือให้ด้วยวิธีการใดก็ตามแต่แม้แต่ กระทั่งการพระราชทานหญิงสาวให้กับขุนนาง ไปแต่งงานอะไรอย่างเงี้ยนะครับนะแล้วมี เกณฑ์กำหนดเอาไว้ว่าอ่ะขุนนาง ก็คือวงเล็บข้าราชการนั่นแหละจะต้องมีที่ ดินกี่ไร่ขึ้นไปมีศักดินาเท่าไหร่ถึงจะ สามารถเข้าเฝ้าองค์พระมหากษัตริย์ในวัง ได้อย่างนี้เป็นต้นนะครับ

57:26 ส่วนระบบไพร่เนี่ยเราจะมีการแบ่งลักษณะ ออกเป็น 2 ลักษณะด้วยกันนะครับเอ่อ ในยามที่เกิดศึกสงครามนะครับในยามที่เกิด ศึกสงครามเนี่ยไพร่ก็จะถูกเกณฑ์ไปช่วย ราชการศึกเพื่อทำหน้าที่ในการปกป้องบ้าน เกิดเมืองนอนเนาะถ้าพูดในแง่ของการทหารนะ ครับอ่ามันก็เป็นเรื่องของการสร้างสำนึก ความรักชาติซึ่งเอ่อ เราก็คงเห็นนะครับในหลายๆเหตุการณ์ที่ เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการถูกคุกคามโดยเอ่อ เพื่อนบ้านนะครับแล้วก็เห็นความสามัคคี การรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนไทยใน

58:12 การที่จะช่วยปกป้องอธิปไตยของของชาติเรา ซึ่งแล้วแต่มุมมองของคนที่จะคิดนะครับแต่ สุดท้ายแล้วมันก็เกิดการเสียสละเกิดขึ้น เพื่อให้คนอีกหลายล้านคนได้อยู่ต่อไปนะ ครับส่วนในยามสงบ ไพร่จะถูกเกณฑ์ไปทำอะไรบ้างก็จะมีหลาย ตำแหน่งด้วยกันแต่ส่วนมากผู้หญิงจะอยู่ บ้านผู้ชายจะต้องไปช่วยราชการก็จะถูกเอ่อ เกณฑ์ ไปช่วยงานหลวงนะครับงานหลวงก็คืองานราช นั่นแหละงานราชการนะครับไม่ใช่งานราษฎร งานราช 2 แบบคือราชการกับราษฎรนะครับก็ คือการสร้างเมืองอ่าพัฒนาเมืองขุดค่ายคู ประตูหอรบสร้างประตูหอรบอะไรแบบเนี้ยหรือ

59:00 การสร้างถนนการทำสะพานการลอกคูครองการ สร้างตึกปรามบ้านช่องอย่างเงี้ยอันนี้คือ เอ่อในภาษาปัจจุบันก็จะเรียกว่าการเกณฑ์ แรงงานโยธาธิการโยธาธิการก็คือการพัฒนา เมืองการสร้างเมืองนั่นเองอย่างนี้เป็น ต้นนะครับ ไพร่ก็ยังมีการแบ่งลำดับชั้นออกเป็น 3 ลำดับชั้นโดยหลักๆทั่วไปนะครับก็คือ แบ่งออกเป็นไพร่หลวงนะครับไพร่ไหลหลวงก็ จะสังกัดกรมกองนะครับสังกัดแผ่นดินนะครับ จะมีลักษณะของการเอ่อทำงานเข้าเข้าเดือน

59:48 ออกเดือนนะครับเอาง่ายๆให้พูดตรงๆก็คือ ว่าอาจจะมีวันหยุดฮอลิเยะนะครับไพร่สม เนี่ยนะครับก็จะทำหน้าที่สังกัดต่อเชื้อ พระวงหรือขุนนางหรือกรมกองต่างๆสมมุติใน พระบรมมหาราชวังเนี่ย ไพร่สมก็จะอยู่ตามส่วนราชการต่างๆ ถ้าพูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือจะทำหน้าที่รับ ใช้เชื้อพระวงเป็นสังกัดของเอ่อพระเจ้า หลานเธอพระเจ้าน้องยาเธออะไรแบบเนี้ยเป็น ต้นนะครับแล้วสุดท้ายเนี่ยก็คือไพร่สวย ไพร่เหล่านี้เป็นไพร่ที่ไม่ไม่ได้ถูก

1:00:33 เกณฑ์แรงงาน นะครับไม่มีสังสังกัดที่ตายตัว แล้วก็จะต้องเอ่อ นำข้าวของเครื่องใช้สิ่งของที่มีค่าเนี่ย นะครับเอ่อเงินหรือของป่าเนี่ยมามอบให้ กับทางราชการเพื่อทดแทนการใช้แรงงานอย่าง เงี้ยเป็นต้นนะครับไพร่มีใบหน้าอย่างไรก็ คือเหมือนกับพวกเราทั่วไปนั่นแหละนะครับ ใบหน้าอันนี้ก็เป็นภาพถ่ายอาจารย์ไม่แน่ ใจว่าเป็นคนกรุงเทพฯหรือเป็นชาวอีสาน เมื่อยุคเมื่อ 100 กว่าปีก่อนนะครับแต่ก็ ใบหน้าก็จะเป็นเหมือนกับปู่ย่าตายาย เพื่อนพองน้องพี่เท่านั้นแหละนะครับก็มี

1:01:20 การแต่งงานกันมาเรื่อยๆแบบรูปลักษณ์ใบ หน้ามันก็จะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆตามโครง สร้างของยีนเงี้ยนะครับ ถ้าอธิบายเพิ่มเติมนะครับอธิบายเพิ่มเติม ไพร่หลวงคืออะไรไพร่หลวงก็คือไพร่ไพ่ สังกัดกรมกองครับที่เอ่อเป็นไพร่พระ มหากษัตริย์เลยนะครับเป็นคนที่ทำงานในพระ มหากษัตริย์ต้องถูกเกณฑ์มาช่วยราชการนะ ครับไพ่หลวงแบ่งออกเป็น 4 ประเภทนะครับ 4 ประเภทก็จะประกอบด้วยไพร่หัวงานไพร่มี ครัวไพ่ราบแล้วก็ไพร่เลวไพร่เลวนี่คือ ชั้นล่างสุดที่อยู่ในวังนะครับต่อมาคือ ไพร่สมนะครับไพร่สมก็จะเป็นไพร่ที่

1:02:05 กษัตริย์จะประทานให้กับเจ้านายระดับร่าง ลงไปนะครับจะมีตำแหน่งทางราชการคนถึงฮิต อยากทำงานราชการไงในยุคอยุธยามูลนายก็คือ เจ้านายที่อยู่ลำดับชั้นต่ำสักกว่าพระ มหากษัตริย์ลงไปนะครับดังนั้นเจ้านายหรือ เชื้อพระวงศ์จะมีไพร่มากก็ขึ้นอยู่กับ อะไรครับขึ้นอยู่กับพระอิสริยศักดิ์หรือ พระอิสริยยศ อย่างเช่นไพ่สมให้ราชสำนักปีละ 1 เดือน ส่วนเวลาที่เหลือให้รับใช้มูลหรือส่งเงิน แทนซึ่งส่วนใหญ่เนี่ยไพร่มันก็ไม่มีเงิน หรอกเงินน้อยนะครับเงินน้อยกว่าจะได้ เบี้ยหวัตต์หรือบำเหน็จอะไรแบบเนี้ยก็ ต้องกระทำกระทำการสำคัญให้กับเจ้านายไม่

1:02:52 มากก็น้อยอย่างเงี้ยนะครับส่วนไพร่อันต่อ มาคือไพร่ ไพ่สวยนะครับไพ่สวยเนี่ยจะทำหน้าหน้าที่ ที่ค่อนข้างจะเยอะนะครับค่อนข้างจะเยอะนะ ครับต้อง เอ่อส่วนมากจะอยู่ไกลจากภูมิลำเนาจากสถาน ที่ราชการนะครับอยู่ห่างไกลมากเลยก็ เหมือนกับอีสานน่ะอ่าไพร่ในอีสานอยู่ไกล กว่ากรุงเทพฯใช่มั้ครับถ้าไม่สามารถไป ช่วยงานที่กรุงเทพฯได้ต้องทำยังไงก็ต้อง จัดหาสิ่งของนะครับจัดหาเอ่อของป่านะครับ

1:03:39 ของป่าในในบันทึกบันทึกของข้าหลวงที่มาปก ครองอีสานมาดูแลราชการในอีสานในยุครัชกาล ที่ 4 รัชกาลที่ 5 6 7 เป็นต้นมาเนี่ย ส่วนใหญ่ก็จะบันทึกถึงพวกพวกเรวพวก นแรดพวกงาช้างอะไรอย่างเงี้ยนะครับเป็น ของป่าที่หาได้เพื่อเอาไปถวายหลวงก็คือ กรุงเทพฯก็คือส่วนกลางนั่นแหละเอ่อฉะนั้น ต้องหาของเหล่านี้มาทำอะไรทดแทนการถูก เกณฑ์ไปช่วยราชการ แต่ถ้ามีการศึกสงครามเนี่ยยังบันทึกในใน สมัยของพระเจ้ากรุงธนบุรีอย่างเงี้ยนะ ครับก็จะมีการเกณฑ์ไพร่ราบพลเรือนเนี่ยไป ช่วยราชการศึกอย่างเช่นในยุคที่พระเจ้า

1:04:24 ตากสิน์เนี่ยเพิ่งเริ่มเอ่อมารีบูทระบบ การปกครองหลังจากที่เสียกรุงศรีอยุธยาไป ในเมื่อเดือนเมษายนปี 2310 เนี่ยนะครับก็ จะมีการรวบรวมบรรดากำลังคนซึ่งตอนนั้น เนี่ยแตกกระจัดกระจายอยู่ตามท้องถิ่นต่าง ๆเ่อพระเจ้าตากสินหรือพระเจ้าธนบุรีเนี่ย ก็ต้องใช้เวลาค่อนข้างนานพอสมควรนะครับใน การที่จะกอบกู้เอ่อความมั่นคงของอยุธยา กลับคืนมาซึ่งสุดท้ายแล้วก็กลายมาเป็นการ ตั้งเมืองหลวงใหม่ที่อยู่ใกล้กับทะเลมาก ยิ่งขึ้นนั่นก็คือธนบุรีศรีมหาสมุทรนั่น เองนะครับนั้นอย่างเช่นหัวเมืองในอีสาน เองก็ยังมีการเกณฑ์ไพร่พลนะครับเข้าไป ช่วยเหลือราชการศึกเช่นในคราวศึกเจ้า

1:05:11 อนุวงศ์เงี้ยก็ถือว่าเป็นศึกครั้งใหญ่ ครั้งสำคัญที่เอ่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ ประสิทธิภาพแสนญานุภาพ ของกำลังคนแล้วก็อำนาจของกรุงเทพฯที่มี ต่อเจ้านายท้องถิ่นในอีสานด้วยอย่างนี้ เป็นต้นนะครับ ประโยชน์นะครับประโยชน์ของการมีเอ่อระบบ ไพร่มันมันดียังไงนะครับอันดับแรกเลยก็ คือ พอมันมีศึกสงครามขึ้นมาเนี่ยนะครับมันก็ จะเรียกคนมาช่วยงานได้ก็เหมือนกับมันก็ คือระบบการเกณฑ์ทหารในปัจจุบันนะครับนะ เมื่อหลายปีก่อนนะครับที่มันเป็นกระแสของ การเลือกตั้งรัฐบาลในยุคของพลเอกประยุทธ์

1:05:57 อะไรอย่างเงี้ยนะครับก็จะมีการตั้งคำถาม ว่าทำไมต้องเกณฑเกณฑ เกณฑ์ไปทำไมในเมื่อประเทศไม่มีสงคราม นะครับสิ่งหนึ่งที่เราต้องชวนคิดนะครับก็ คือว่า ประเทศเราอาจจะไม่ได้มีภัยสงครามเกิดขึ้น บ่อยครั้งแต่มันก็จะมีปมปัญหาของความขัด แย้งเนี่ยมันก่อตัวขึ้นมันอุบัติขึ้นนะ ครับซึ่งเราก็จะเห็นแล้วอย่างเช่นปัญหา ความขัดแย้งชายแดนไทยกัมพูชาเนี่ยเราก็ เสียกำลังทหารไปถึงแม้จะไม่มากแต่ก็คือ ความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ของคนชายคอกนะครับนี้ก็ฝากไว้ให้คิดนะ ครับว่าการเกณฑ์ทหารมันสำคัญมั้ยหรือไม่

1:06:45 สำคัญซึ่งในมุมมองของอาจารย์ก็มองว่ามัน ก็มันมีมันก็ดีนะเพราะสุดท้ายแล้วถ้าไม่ มีระบบการทหารหากเกิดภาวะความไม่มั่นคง ของประเทศใครจะเข้ามาจัดการนะครับแต่บาง อย่างอาจารย์ก็ไม่ได้ไม่ได้มองว่าเป็น เห็นด้วยเสมอไปแต่แน่นอนว่าการมีกองทัพ ทุกประเทศมีกองทัพนะครับแล้วก็ต้อง ปฏิบัติตามอนุสัญญาหรือข้อตกลงสากลเอาไว้ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีเงื่อนไขที่ต้องทำ ข้อตกลงต่างกันออกไปเอ่อประเทศไทยเองก็ เป็นประเทศที่ค่อนข้างจะมีศักยภาพทาง เศรษฐกิจค่อนข้างสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ในใกล้ๆตัวเรานั้นการที่เราจะไปเปิดศึก กับเพื่อนบ้านเนี่ยจึงไม่มีความสมเหตุสม

1:07:30 ผลเลยด้วยซ้ำคือเราอยู่เฉยๆนะครับส่วนตัว แล้วอาจารย์มองว่า เราอยู่เฉยๆนะครับประเทศเพื่อนบ้านอาจจะ ใช้วิธีที่การทำเฟกอะไรขึ้นมาเนี่ยเพื่อ เป็นการสร้างความบอบช้ำให้เกิดขึ้นว่าเรา ไปรังแกเขาก่อนอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เรา ต้องร่วมพิจารณาร่วมกันนะครับว่าประเทศ ไทยอยู่ในสถานะที่ต้องไปรังแกเพื่อนบ้าน จริงหรือเปล่านะครับหรือเราอยู่เฉยๆจนเรา โดนรังแกบ่อยมากเกินไปเราก็ต้องตอบโต้คืน ไปบ้างเงี้ยเป็นต้นนะครับ 2 คือเรื่องของ ง่ายต่อการจัดเก็บภาษีแผ่นดิน นะครับหรือภาษีอากรนั่นแหละในรูปแบบต่างๆ 3 นะครับเอ่อประโยชน์เนี่ยก็นำมาซึ่ง

1:08:16 ความ สะดวกนะครับความสะดวกในแง่ของการเอ่อควบ คุมคนหรือการเกณฑ์คนไปช่วยฟื้นฟูบ้าน เมืองหลังจากผ่านผลวิกฤตการต่างๆหรือความ ไม่มั่นคงทางการเมืองอย่างนี้เป็นต้นนะ ครับสุดท้ายนะครับการมีกำลังคนมากมัน สะท้อนให้เห็นถึงการมีอำนาจนะครับเป็นการ เมืองระหว่างกษัตริย์กับขุนนางดังนั้นการ สั่งสมกำลังคนเป็นจำนวนมากเนี่ยมันย่อม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการต่อรองอำนาจ ทางการเมืองในยุคโบราณเนี่ยอย่างเช่นจีน นะครับจีนหรือญี่ปุ่นเนี่ยก็จะถือว่าการ ที่มีกำลังทหารมากเนี่ยเนี่ยหรือเอ่อขุน นางระดับสูงมีทหารอยู่ในครอบครองมากเนี่ย

1:09:04 มันอาจจะเป็นภัยต่อความมั่นคงดังนั้นจึง มีการออกพระราชกฤษฎีกา นะครับในสมัยยุคโบราณเนี่ยบางวัฒนธรรม เนี่ยว่าห้ามมิให้ขุนนางอย่างเช่นในวัฒน เอ่อในอ่าในยุคฟิวดันเนี่ยนะครับของยุโรป เนี่ยก็จะกำหนดไว้เลยว่าห้ามไม่ให้ manเนอร์นี้นะครับมี อะไร มีทหารในครอบครองของตัวเองเพราะว่าถือว่า ทหารจะต้องภักดีต่อใครครับต่อตัวของพระ มหากษัตริย์เพียงผู้เดียวอย่าเงี้ยเป็น ต้นนะครับโอเคก็มาถึงเอ่อสมัยธนบุรีนะ ครับแล้วก็สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นนะครับ

1:09:50 อยู่ในช่วงระหว่างปีพ.ศักราชพุศราช 2310 นะครับ 310 จนถึงเอ่อ ช่วงการก่อตั้งกรุงเทพมหานครนั่นก็คือปี พ.ศศกร 2325 นะครับทีนี้ เอ่อ การกำเนิดขึ้นของสมัยธนบุรีเนี่ยที่ อาจารย์ได้บรรยายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ ก็คือว่าความอ่อนแอความรุ่งเรืองมันก็ เป็นสัจธรรมนะครับของ เอ่อสมดุลชีวิตนะครับหรือกฎธรรมชาตินะ ครับเมื่อมีความรุ่งเรืองเกิดขึ้นมันก็ ต้องมีความเสื่อมถอยปล่อยไปตามวัฏจักร ธรรมชาตินะครับอยุธยาก็เป็นตัวบทหนึ่งที่

1:10:39 ทำให้เราเห็นถึงความเสื่อมถอยของสังคม แล้วก็นำมาซึ่งความอ่อนแอที่ก่อตัวขึ้นนะ ครับแล้วก็กลายเป็นการล่มสลายในเวลาต่อมา อย่างเงี้ยนะครับ นะฮะงั้น แม้ว่ากรุงธนบุรีจะปกครององเอ่อ ปกครองสังคมอยุธยาใหม่เป็นห้วงระยะเวลา สั้นๆเพียงแค่ 14 ปีเศษๆนะครับแต่ก็ยังคง ความเป็นอยุธยาอยู่คือรูปแบบทางวัฒนธรรม ที่ตกทอดมานะครับกรุงธนบุรีก็เป็นหนึ่งใน ความเป็นอยุธยาสุดท้ายที่เป็นความพยายาม

1:11:26 ครั้งสุดท้ายในการที่จะรวบรวมแล้วก็สร้าง อยุธยา 2 ขึ้นมาในนามของกรุงธนบุรีนั่น เองนะครับนะงั้น พอสิ้นสุดในสมัยธนบุรีเนี่ยนะครับพอล่วง เข้าสู่ในสมัยรัตนโกสินทร์เนี่ยเอ่อพระ มหากษัตริย์อย่างน้อย 3 รัชกาลเนี่ยก็ยัง มีการยึดถือเอาแพทเทิร์นของการเมืองการปก ครองเนี่ยนะครับตามแบบของอยุธยาอยู่นะฮะ นะร่วงจนมาถึงในรัชรัชสมัยของพระบาท สมเด็จพระนั่งเกล้านะครับรัชกาลที่ 3 นะ ครับแต่ว่า มันก็ไม่ได้คงรูปแบบที่เรียกว่าจารีนิยม

1:12:12 เอาไว้ตลอดในแบบฉบับที่เป็นอยุธยามันก็มี การปรับเปลี่ยนเป็นไปตาม การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัยนะครับเอ่อหนึ่ง ในปัจจัยที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงครั้ง สำคัญ ของเอ่อในสมัยเอ่ออยุธยานะครับล่วงจนมา ถึงสมัยธนบุรีแล้วก็ล่วงมาถึงสมัย รัตนโกสินทร์ก็คือว่า มันก็มีเอ่อ การเพร่กระจายของเ่อแนวคิดที่เรียกว่า Imperialism นะครับ Imperialism ก็คือ แนวคิดที่เรียกตรงตัวเลยก็คือว่า

1:12:58 จักรวรรดินิยมลักษณะน่ะของแนวคิด imperialist นี่ก็คือเป็นการ เป็นแนวคิดของการล่าดินแดนใช้คำนี้เลยนะ ครับการแสวงหาดินแดนที่ชาติตะวันตกมองว่า ด้อยกว่ามีความเป็นอารยะน้อยกว่า นะครับมีความเป็นอารยะน้อยกว่านั่นก็คือ เอ่อ ดินแดนที่อยู่ในแถบเอเชียนั่นเองนะครับนะ แล้วก็ก่อกำเนิดเป็นแนวคิดที่เรียกว่า ลัทธิอาานิคม นะครับลัทธิอาณานิคมหรือ colonialism นะ ครับถ้าเจอในเล่มก็ให้ไฮไลท์หรือขีดเส้น

1:13:45 ใต้เอาไว้ด้วยนะครับนะ อันนี้ก็เป็นรูปของไพร่นะครับน่าจะเป็นใน ช่วง ขออนุญาตนะครับสักครู่ นะครับเอ่อนี่ก็จะเป็นไพร่น่าจะเป็นใน ช่วงระยะเวลารัชกาลที่ 56 เป็นต้นมานะ ครับแล้วก็เราก็จะเห็นรูปแบบชีวิตไม่ว่า

1:14:33 จะมีทั้งมีทั้งคนจีนนะครับมีทั้งคนจีนมี คนไทยปะปนกันนะครับก็แสดงให้เห็นถึงความ เป็นสังคมพหุวัฒนธรรมด้วยนะครับนะทีนี้ จากแนวคิดทั้ง 2 เมื่อสักครู่นี้นะครับ เราก็จะเห็นว่าชาวต่างชาติเนี่ยเริ่มจะ เข้ามาอะไรครับ เข้ามามีบทบาทเข้ามามีอิทธิพลทางความคิด นะครับเพราะว่าชาวตะวันตกก็มีความพยายาม ที่จะทำความเข้าใจในการเอ่อเรียนรู้ เกี่ยวกับเอ่อชาติเอเชียด้วยนะครับดัง นั้นแล้วเนี่ยเอ่อของประเทศไทยเองเนี่ย

1:15:19 หรือสยามในห่วงเวลานั้นเองเนี่ยเขาก็ได้ รับ ได้รับผลพวงจากแนวคิดจักรวรรดินิยมด้วย อย่างี้เป็นต้นนะครับงั้นสิ่งที่ชาวต่าง ชาติได้เห็นเนี่ยนะครับก็ได้เขาก็ได้ไป เขียนเกเขียนหนังสือนะครับวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับจารีดหรือวัฒนธรรมหรือแนว ปฏิบัติระเบียบพิธีการบางประการที่มองว่า สยามยังไม่มีความเป็นอารยะเพียงพอ นะครับจนนำมาซึ่งการคุกคาม เอกราชของสยามในเวลาต่อมาและหนึ่งในแนว คิดที่มีอิทธิพลอย่างมากเลยก็คือแนวคิด

1:16:04 ที่เรียกว่า The White Man burden นะ ครับ The White Man's burden ก็คือแนว คิดที่เรียกว่าภาระของคนผิวขาวภาระของคน ผิวขาวในที่เนี้ยหมายความว่าอะไรมันก็คือ ชาวชนชาติตะวันตกหรือชนชาติยุโรปเนี่ยมอง ว่าชนชาติที่เป็นชนชาติผิวสีอย่างชาว เอเชียก็จะถูกบูลี่ว่าพวกคนผิวเหลืองคน แอฟริกาก็จะเรียกว่าคนผิวสีหรือคนผิวดำ ซึ่งทุกวันนี้ไม่ไม่นิยมเรียกว่าคนผิวดำ แล้วนะครับ นะฮะเป็นชนชาติที่ยังไม่มีความเป็นอารยะ ทำยังไงที่ให้คนเหล่านี้กลายเป็นชาติที่ มีอารยะก็ต้องเอาศาสนาเข้าไปอะไร เข้าไป ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้คนมาเข้ารีดใน

1:16:51 ศาสนานั้นๆนี่จึงก็นี่ก็เลยกลายเป็นอะไร ชนวนเหตุของการอะไรเข้ามาเข้ามาล่า อิทธิพลนะครับเข้ามาล่าอาณานิคมในดินแดน เอเชียตะวันออกซึ่งประเทศไทยก็เอ่อได้รับ ผลกระทบเหล่านั้นด้วยจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็กลายตกเอ่อกลายมาเป็นเอ่อประเทศที่ อยู่ภายใตการปกครองของชาติมหาอำนาจตะวัน ตกอย่างเช่นจักรวรรดินิยมเอ่อเอ่อ จักรวรรดนิยมอะไรครับจักรวรรดินิยม ฝรั่งเศสนะครับจักรวรรดินิยมอังกฤษ อย่างี้เป็นต้นนะครับ อ่านี้ก็เป็นใบหน้าของ เอ่อ

1:17:39 ไพร่นะครับน่าจะเป็นไพร่ในกรุงเทพฯนะครับ ก็ดูจากเครื่องแต่งกายแล้วก็น่าจะเป็นคน ที่ค่อนข้างจะ ไม่ถึงว่ามีกินมีใช้อ่ะนะครับแต่ก็ถือว่า มีเสื้อเสื้อผ้าหน้าหน้าผมก็ค่อนข้างจะจะ ดีนะครับตามความหมายของเอ่อตามรูปแบบฉบับ ของการใช้ชีวิตณห่วงเวลานั้นนะครับทีนี้ เอ่อสิ่งที่อาจารย์ได้บรรยายไปเมื่อสัก ครู่ที่ผ่านมาเนี่ยนะครับก็คือภาระของคน ผิวขาวเนี่ยถ้าขยายความแล้วมันคืออะไรมัน ก็คือแนวคิดหนึ่งที่ชาวยุโรปเนี่ยใช้เป็น ข้ออ้างในการเข้ามาคุกคาม หรือแสวงหาทรัพยากรในดินแดนเอเชียตะวัน

1:18:26 ออกซึ่งมองว่าจารีดหรือแนวคิดบางอย่างของ สังคมเอเชียเนี่ยยังไม่มีความเป็น modernization ก็คือยังไม่อะไรก็คือยัง ไม่สมัยใหม่อ่ะนะครับนะซึ่งสุดท้ายแล้ว เนี่ยมันก็กลายมาเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ เกิดการเอ่อ อะไรครับการเอ่อแสวงหาดินแดนนะครับในไอ้ ดินแดนเอเชียตะวันออกนะครับแล้วมันก็เป็น แนวคิดที่สนับสนุนการล่าอานิคมจนทำให้รูป แบบการปกครองแบบดั้งเดิมหรือสมบูรณาญาเสิ ก็คือระบบการปกครองโดยกษัตริย์เนี่ยหลาย ประเทศเนี่ยถึงแก่การล่มสลายนะครับ นะซึ่งเอ่อชาติตะวันตกก็มองว่าเอ๊ทำยังไง

1:19:17 ที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือเข้าไป ซัพพอร์ตเข้าไปช่วยปรับปรุงเปลี่ยนแปลง โดยนำศาสนาเนี่ยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งด้วย อย่างนี้เป็นต้นนะครับ เอ่อ ความเสียเปรียบของไทยนะครับความเสีย เปรียบของไทยที่เป็นผลพวงจากการเข้ามาของ ชาติตะวันตกนั่นก็คือเกิดขึ้นครั้งแรก จริงๆเนี่ยก็คือ เริ่มเป็นผลมาจากการเซ็นสนธิสัญญากับชาติ ยุโรปนะครับชาติยุโรปไม่ใช่ชาติแรก แต่เป็นสนธิสัญญา ทางการทูตและการค้าแบบสมัยใหม่โดยชาติที่

1:20:05 เข้ามากระทำสัญญาก็คืออังกฤษนะครับนะครับ โดยเอ่อ ถ้าอาจารย์จำชื่อไม่ผิดน่าจะชื่อว่า เฮนรี่เี่นะครับหรือส่วนที่สัญญาเบอร์นี่ นะครับเมื่อปีพ.ศักราชพ.ศ. 2368 ซึ่งเป็นห้วงระยะเวลาที่เอ่อในสังคมอีสาน เองก็เริ่มก่อตัวขึ้นนะครับเริ่มมีการก่อ ตัวขึ้นของกลุ่มชนชั้นนำที่ต้องการจะต่อ ต้านอำนาจ ของเอ่ออำนาจของส่วนกลางที่มีต่ออำนาจ ท้องถิ่นในภาคอีสานนั่นเองนะครับแล้วก็มี การอีก 30 ปีต่อมานะครับก็มีการเซ็นเป็น

1:20:51 เอ่อสนธิสัญญา นะครับที่เรียกว่าสนธิสัญญา boring นะ ครับในเอ่อซึ่งนำโดยหัวหน้าคณะทูตก็คือ เซอรเซอรจอบินะครับเอ่อเอกอครสทูตอังกฤษ นะครับผู้มีอำนาจเต็มนะครับในในเอ่อผู้ แทนองค์พระมหากษัตริย์ของอังกฤษนะครับ ซึ่ง 2 สนธิสัญญาเนี่ยได้นำมาสู่ความ เปลี่ยนแปลง อย่างใหญ่หลวงของเอ่อระบบเศรษฐกิจและ สังคมของสยามขนานใหญ่ก็คือทำให้เอ่อเกิด ระบบการจัดเก็บภาษีแบบสมัยใหม่แล้วก็ทำนำ มาซึ่งการเสียสูญเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต

1:21:37 ก็คืออำนาจทางการศาลของสยามที่มีต่อเอ่อ คนในบังคับของของชาติตัวเองแล้วก็อำนาจ พิจารณาคดีทางการศาลที่มีต่อพลเมืองของ ชาติอื่นที่พำนักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักร สยามอย่างเงี้ยเป็นต้นนะครับแล้วก็ ล่วงมาถึงในสมัยรัชกาลที่ 5 นะครับเอ่อ ส่วนที่สัญญาเบอร์นี่ 2368 เนี่ยคือเจรจา กันในสมัยรัชกาลที่ 3 ส่วนส่วนสนธิสัญญา Bing นะฮะก็เจรจากันในปี 2398 ซึ่งตรง กับอ่าในช่วงปลายรัชกาลที่

1:22:24 ช่วงรัชกาลที่ 4 นะครับแล้วก็พอมาถึงใน สมัยรัชกาลที่ 5 นะครับ ก็คือ พระบาทสมเด็จพระจุรจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนี่ยนะครับ มันมีแพทเทิร์นของมันอยู่แล้วมันมีสอี่ ของมันอยู่แล้วก็คือว่าเอ่อยุครัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 เนี่ยคือมันเป็น ช่วงเวลาที่ชาติตะวันตกเนี่ยเริ่มเข้ามา สำรวจดินแดนในเอเชียตะวันออกนะครับดูว่า เฮ้ยมันมีทรัพยากรมันมีสินแร่มันมีโลหะ มันมีแร่ธาตุหรือของป่าอะไรสำคัญหรือมี โบราณวัตถุ ก็ส่งนักแผนนักเขียนแผนที่มานะครับส่งนัก การทหารมาส่งนักการทูตมาให้สำรวจในหลาย

1:23:12 ดินแดนที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคอนุภูมิภาคร่ม แม่น้ำโขงรวมไปถึงปริมณฑลอื่นๆด้วยท้าย ที่สุดแล้วมันก็นำมาซึ่งการจดบันทึก เรื่องราวแล้วก็เขียนเป็นรายงานเขียนเป็น หนังสือประวัติศาสตร์หนังสือแผนที่เชิง ประวัติศาสตร์ส่งกลับไปยังยุโรปแล้วชาติ ตะวันตกหรือมหาอำนาจยุโรปก็มองเห็นว่า เฮ้ยเอเชียเนี่ยมันมีอันนี้สำคัญนะครับ มันมีสินเล่ห์มันมีทรัพยากรหลากหลายที่ ยุโรปบางอย่างยุโรปอาจจะไม่มีมันก็เป็น ช่วงเวลาประจวบเหมาะด้วยที่แนวคิดแบบ Nationalism คือความเป็นชาตินิยมในตะวัน ตกในยุโรปเนี่ยมันพุ่งกระฉูดมันเพิ่มพูน

1:23:58 ขึ้นแล้วก็การมีกำลังทหารและอาวุธสมัย ใหม่นี่ก็กลายเป็นปัจจัยหนึ่งที่นำมาซึ่ง การแสวงหาดินแดนที่มีความเป็นอารยะน้อย กว่าชาติตะวันตกมันก็เลยเกิดเป็นการล่า นิคมเกิดขึ้นทีนี้เอ่อในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์จะทรงแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรนะ ครับจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไรพระองค์ก็ ทรงเอ่อ ศึกษาเอ่องานเขียนตะวันตกศึกษาเรียนรู้ เกี่ยวกับวิทยาการตะวันตกแต่สิ่งที่มัน สำคัญกว่านั้นก็คือว่าพระองค์เนี่ยทรง เรียนภาษาอังกฤษตามแบบฉบับของพระบาท

1:24:43 สมเด็จพระจอมเกล้าซึ่งก็เป็นพระราชบิดา ที่ทรงได้ทรงพระอักษรเกี่ยวกับภาษาอังกฤษ ขึ้นเป็นรัชกาลแรกนะครับก็คือรัชกาลที่ 4 นั่นเองนะครับรัชกาลที่ 5 ก็ดำเนินรอยตาม เหล่านี้ซึ่งมองว่าการศึกษาความเป็นตะวัน ตกหรือ westernization เนี่ยมันจะกลายมา เป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่าน ของสังคมสยามแบบเก่าไปสู่สังคมสยามแบบ สมัยใหม่เพราะว่าห้วงเวลาในช่วงพระชนชีพ ของพระบาทสมเด็จพระชุจจอมเกล้าหรือคิง จุฬาลงกรณ์เนี่ยรัชกาลที่ 5 เนี่ยนะฮะ เป็นห่วงเวลาที่หลายชาติในยุโรปเนี่ย กำลังเผชิญกับความผันผวนทางการเมืองการปก ครองไม่ว่าจะเป็นในเอ่อในอังกฤษในเยอรมัน

1:25:34 หรือกลุ่มชาติมหาอำนาจในเครือข่ายคริสต์ จักรโรมันแคทอลิกที่ได้รับแรงกระเพื่อม ของการเปลี่ยนผ่านของระบบการเมืองหรือ สังคมหรือการล้มล้างระบบราชวงศ์อย่างเช่น ในเคสของราชวงศ์ซาของพระเจ้าซาอ่อนิโคลัส นะครับอ่าเอ่อหรือซารัสเซียนะครับที่ก็ ถูกล้มล้างระบบราชวงศ์แล้วก็นำมาซึ่ง โศกนาฏกรรมครั้งร้ายแรงก็คือถูกสังหาร หมู่นะครับนะทำให้รัสเซียเปลี่ยนผ่านจาก ระบบการปกครองที่ปกครองโดยเจ้าก็คือ กษัตริย์เนี่ยเปลี่ยนมาเป็นระบบการปกครอง โดยพลเรือนอย่างเงี้ยเป็นต้นนะครับงั้น รัชกาลที่ 5 พระองค์ก็ทรงเห็นถึงปัญหา เหล่านี้แล้วคิดว่าถ้าพระองค์ไม่ให้ความ สำคัญต่อราษฎรให้ความสำคัญต่อชนชั้นราก

1:26:22 หญ้ามันอาจจะเกิดแรงกระเพื่อมอะไรขึ้น มั้ยต่อการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่อาจจะ ส่งผลกระทบต่อราชวงศ์ซึ่งราชวงศ์ตอนนั้น ก็คือรัฐบาลแล้วก็เป็นราชสำนักที่ทำหน้า ที่ในการบริหารราชการแผ่นดินพระองค์ก็เลย ทรงใช้วิธีการที่เรียกว่า administrative ก็คือการดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางแต่พระ องค์จะดึงอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางได้อย่างไร พระองค์ก็ทรงปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีของ ระบบราชการที่มันใช้กันตกทอดยาวนานมาจน ถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงรัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 ก็คือการยกเลิกตำแหน่ง เสนาบดีเอ่อแต่ทีนี้เสนาบดีก็คือเป็นขุน นางแบบเก่าแล้วก็ตั้งระบบเสนาบดีใหม่ขึ้น มาซึ่งคำว่าเสนาบดีในปัจจุบันก็คือหมาย

1:27:07 ความว่าเป็นมุคมนตรีหรือเป็นรัฐมนตรีนั่น เองนะครับแล้วก็ล้มเลิกระบบจตุษฎ ตั้งระบบกระทรวงขึ้นมาตามแบบตะวันตกนะ ครับซึ่งก็ส่งผลพวงต่อการปรับปรุงเปลี่ยน แปลงการปกครองของสยามในเวลาต่อมาด้วยที่ อาจารย์กำลังจะบรรยายต่อไปนะครับ เอ่อ รูปแบบการปกครองท้องถิ่นของสยามนะครับ ก่อนเอ่อปีพ.ศักราชพุทธศักราช 2475 เนี่ยนะครับเดิมจริงๆแล้วเนี่ยเดิมนะครับ เอ่อสยามเนี่ยมีรูปแบบการปกครองที่เรา

1:27:53 เรียกว่าเป็นแบบหัวเมืองนะครับเอ่อแบ่ง ออกเป็นลำดับชั้นดังนี้นะครับหัวเมือง ชั้นในนะครับหัวเมืองชั้นในก็จะมีความ เอ่อใกล้กับใกล้กับเมืองหลวงนะครับส่วน หัวเมืองเอ่อชั้นนอกนะครับก็จะถัดจากหัว เมืองชั้นในออกไปอีกนะครับก็คือไกลออกไป อีกนะครับก็เหมือนกับทฤษฎีเกี่ยวกับเอ่อ Candle theory อ่ะทฤษฎีแสงเทียนน่ะ ทฤษฎีเทียนก็คือว่าเวลาเราอยู่ใกล้เทียน ใช่มั้ครับเอามือเข้าไปใกล้ๆเทียนร้อน มั้ยมันก็ร้อนนั่นแหละถูกต้องนะครับทีนี้ พอเรากระเทิบออกไปใช่มั้ยครับเรากระเทีบ ออกไปกว้างขึ้นนะครับแสงของเทียนเราเดิน

1:28:40 ออกห่างจากเทียนปึ๊บ แสงสว่างของเทียนมันอะไรครับมันก็จะเบา บางลงใช่มั้ยครับความสว่างมันก็จะดรอปลง มันก็เหมือนกับการกระจายอำนาจที่เมืองที่ ตั้งอยู่ใกล้ๆกับอะไรครับเมืองที่ตั้ง อยู่ใกล้ๆกับเมืองหลวงใช่มั้ฮะอำนาจการ ควบคุมก็จะอะไร เข้มแข็งถูกมั้ฮะแต่ถ้าเราถัดถัดออกไปไกล ๆไกลมากยิ่งขึ้นนะครับกระเทิบออกไปอีกสัก 2-3 เมือง 3 เมือง 4 เมืองอะไรไปอย่าง เงี้ยนะฮะ ขอบข่ายของการปกครองมันก็จะอ่อนแอลงถูก มั้ฮะตามระยะทางหรือความห่างไกลแล้วสุด ท้ายข้อที่ 3 เนี่ยก็คือหัวเมืองเอ่อ

1:29:27 ประเทศราช นะครับหัวเมืองก็จะอยู่ถัดจากหัวเมือง ชั้นนอกไปอีกนะครับซึ่งจะเป็นระบบที่ เรียกว่าระบบบรรณาการนะครับระบบบรรณาการ นะครับนี้เป็นต้น อันนี้น่าจะเป็น บริเวณชานเมืองกรุงเทพฯน่าจะเป็นสมัย รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 6 เหมือนกันนะครับ อนุมานจากรูปแบบของภาพสีการบันทึกภาพนะ ครับ ทีนี้อธิบายเพิ่มเติมนะครับอธิบายเพิ่ม เติมหัวเมืองชั้นในจะมีลักษณะอย่างไรหัว

1:30:14 เมืองชั้นในก็จะอยู่ใกล้กับอะไรราชธานีนะ ครับจะมีหน้าที่ในการปกป้องรักษาความปลอด ภัยอย่างเช่นเวลาข้าศึกมาถึงปุ๊บเนี่ยหัว เมืองชั้นไทยจะทำหน้าที่ในการรั้งไม่ให้ ศัตรูเนี่ยเข้ามาถึงเมืองหลวงนะครับแต่จะ มีการควบคุมโดยตรงจากราชธานีอย่างเช่น เอ่อในรัชสมัยของพยามังรักษัตริย์ของ เชียงใหม่เนี่ยกษัตริย์องค์แรกของ เมืองเชียงใหม่เนี่ยนะครับก็มีการส่งพระ ราชบุตรให้ไปอยู่ตามเมืองรอบนอกนะครับ ลักษณะเดียวกันนะครับต่อมาเป็นหัวเมือง ชั้นนอกนะครับหัวเมืองชั้นนอกก็จะไกลออก ไปจากราชธานีอีกนะครับจะทำหน้าที่ในการ

1:30:59 สั่งสมทรัพยากรวัตถุดิบป้อนเข้าสู่เมือง หลวงลักษณะแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายๆกับระบบ ฟiดัของยุโรปเลยเมืองอันห่างไกลเนี่ยก็จะ ทำหน้าที่ในการรวบรวมสินค้าเศรษฐกิจ ผลิตผลทางการเกษตรนะครับส่งไปให้เมือง หลวงนะครับซึ่งเมืองเหล่านี้ก็จะมีลักษณะ การปกครองที่ยืดหยุ่นกว่าหัวเมืองชั้นใน สุดท้ายนะครับสุดท้ายก็คือหัวเมือง ประเทศราชหัวเมืองประเทศราชเนี่ยก็จะอยู่ ไกลที่สุดแต่จะมีผู้นำปกครองตนเองและแต่ ก็จะมีข้อเรียกร้องก็จะมีเงื่อนไขก็คือ ว่าตราบใดที่คุณยังอยู่ภายใต้การปกครองนะ

1:31:48 ครับอยู่ภายใต้การปกครองของ เอ่อ เมืองหลวงนะครับก็คือเมืองที่มีอำนาจสูง สุดเนี่ยคุณจะต้องส่งอะไรส่งบรรณาการหรือ พูดให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือว่าส่งส่วยนะ ครับส่งส่วยไปให้กับเอ่อ เมืองหลวงอาจจะเป็นต้นไม้เงินต้นไม้ทอง หรือนอแรดหรือยูกยาหรือของป่าหายากอะไร อย่างเงี้ยเป็นต้นนะครับก็อันนี้ก็เป็น เป็นการอธิบายเพิ่มเติมเผื่อจะได้เข้าใจ ว่ารูปแบบของการเมืองการปกครองของสยามมัน เป็นยังไงณช่วงเวลาในอดีตนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างการเดินเอ่อเดินทาง

1:32:34 นะครับเดินทางไป ไปยังพื้นที่ต่างๆนะครับก็ต้องใช้ช้าง อันนี้น่าจะเป็น การเปิดเส้นทางเดินรถไฟนะครับในสมัย รัชกาลที่ 5 แต่อาจารย์มองไปใกล้ๆอันนี้ เป็นเส้นทางสายโคราชนะครับซึ่งถูกสร้าง ขึ้นเมื่อปีพุทธศัก 2300 เอ้ย 2 ขออภัย ครับ 2434 4 แล้วเสร็จ 2443 นะฮะ เอ่อตอนแรกดูใกล้ๆตรงคนกลางนะครับไม่ไม่ แน่ใจว่าเป็นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมรัชกาล ที่ 5 หรือเปล่าหรือว่าคิงจุฬาลงกรณ์แต่ ว่าดูไกดูไกลๆแล้วนึกว่าซุนยัเซินนะครับ

1:33:22 ผู้นำการทางการเมืองของจีนแต่ว่าดูทาง ด้านซ้ายแรกเหมือนเห็นกรมพยานดำรง ราชานุภาพก็เลยคิดว่าเออน่าจะน่าจะเป็น รัชกาลที่ 5 นั่นแหละนะครับน่าจะเป็น รัชกาลที่ 5 นะครับอันนี้ก็เป็นเป็นภาพ ประวัติศาสตร์ที่บันทึกเกี่ยวกับการเสด็จ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 นะครับในคราวเสด็จเปิดเส้นทางการเดินรถไฟ สายตะวันออกเฉียงเหนือก็คือเส้นทางสาย กรุงเทพฯโคราชนั่นเองนะครับก็จะเป็นอาจจะ เป็นเหตุผลหนึ่งทางการเมืองด้วยนะครับ นะพอถ้าเราพูดถึงโคราชปุ๊บพูดถึงเอ่อดง พญาเย็นนะครับในขณะนี้อาจารย์ก็บันทึก บันทึกการสอนอยู่ที่เอ่ออำเภอเมือง นครราชสีมานะนะครับก็เอ่อการที่จะเข้า อีสานได้ในสมัยโบราณเนี่ยสมัยก่อนเนี่ย

1:34:09 ประมาณสัก 100-2 ปีก่อนหรือ 300 ปีก่อน เนี่ยมันก็จะมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเ่อภูต ผีปีศาจสิงศาษัตว์ใช่มั้ยครับดงพญาไฟแต่ ก่อนชื่อท้องถิ่นจะเรียกว่าดงพญาไฟก็คือ แนวเทือกเขาเพชรบูรณ์นั่นแหละที่กั้น ระหว่างออกที่ราบรุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาก็ คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่แถบกรุงเทพฯ อุทัยธานี ชัยนาทอะไรอย่างเงี้ยนครสวรรค์อะไรอย่าง เงี้ยนะครับเอ่อการจะเข้ามาถึงไดศารได้ก็ ค่อนข้างจะลำบากนะครับเพราะว่ามีสัตว์ดุจ ร้ายเกิดขึ้นต่อมาก็เลยอาจารย์ก็ไม่ทราบ แน่ชัดนะครับว่าเริ่มมีการเปลี่ยนชื่อ เมื่อไหร่เปลี่ยนจากดงพยาดงภรรยาไฟเป็นดง ภรรยาเย็นเพื่อให้มีความเย็นมากยิ่งขึ้น ในการเดินทางนะครับ อาจารย์ขอพักเบรคสักครู่นะครับ

1:37:14 โอเคนะครับก็มาต่อกันนะครับทีนี้เอ่อจาก ที่ได้เ่อบรรยายไปเมื่อสักครู่นี้นะครับ เราก็จะเห็นว่ารูปแบบของการปกครองในยุค ดั้งเดิมนะครับจนถึงเอ่อเอ่อช่วงต้นของ รัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า หรือคิงจุฬาลงกรณ์รัชกาลที่ 5 เนี่ยนะ ครับยังคงอิงตาม รูปแบบของเอ่อการปกครองแบบดั้งเดิมอยู่นะ ครับที่ตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยานะครับที นี้พอมาช่วงช่วงกลางๆรัชสมัยของคิง จุฬาลงกรณ์เนี่ยนะครับพระองค์ก็ทรงได้อ่า ที่ได้บรรยายไปเบื้องต้นก็คือว่าได้ศึกษา

1:38:01 เกี่ยวกับวัฒนธรรมความเป็นเอ่อตะวันตกถูก มั้ยครับแล้วก็มีการ ปรับใช้เอ่อรูปแบบการปกครองแบบสมัยใหม่ หรือที่เรียกว่า municipality นะครับก็ คือแบบเทศาภิบาล นะครับลดระดับก็คือเอ่อพระองค์ทรงคิดว่า เอ๊ทำยังไงนะที่จะจำกัดนะครับจำกัดอำนาจ ของเอ่อเจ้านายท้องถิ่นเนี่ยในส่วนต่างๆ เนี่ยให้ อะไรนะให้ลดน้อยลงนะครับพระองค์ก็ทรงตั้ง ระบบการปกครองใหม่ที่เรียกว่าเอ่อระบบ เทศาภิบาลนะครับแล้วก็สถาปนารูปแบบหน่วย

1:38:50 การปกครองระดับท้องถิ่นขึ้นมาซึ่งเป็น หน่วยระดับการปกครองท้องถิ่นที่มีขนาด ใหญ่เรียกว่ามณฑลนะครับตามที่ขึ้นอยู่บน สไลด์เลยนะครับมณฑลมณฑลคือหน่วยการปกครอง ที่ใหญ่ที่สุด โดยเป็นการผนวกรวมเอาบรรดาจังหวัดต่างๆ เมืองต่างๆนะครับเอ่อมาไว้นะครับอยู่เป็น กลุ่มก้อนเดียวกันแล้วก็ให้มีเมืองใด เมืองหนึ่งหรือจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง เนี่ยเป็นศูนย์กลางอำนาจอย่างเช่นมณฑล อุดรมณฑลอุดรดั้งเดิมชื่อว่ามณฑลลาวพวนนะ ครับก็มีการควบรวมบรรดาจังหวัดน้อยใหญ่ แล้วก็ตั้งให้เมืองอุดรธานีหรือบ้านหมาก

1:39:35 แข้งเนี่ยเป็นศูนย์กลางอำนาจอ่ามณฑลลาว กาวนะครับมณฑลลาวกาลาวกาวดั้งเดิมก็คือ เอ่อเขตอำนาจก็คืออยู่ที่อุบลราชธานีต่อ มาก็ เปลี่ยนมาเป็นเอ่อมณฑลอีสาน แล้วก็กลายมาเป็นเอ่อมณฑล เอ่อมณฑล อุบลราชธานีคือมีการแบ่งซอยย่อยออกมานะ ครับ

1:40:22 ขออนุญาตสักครู่นะ

1:41:15 นะฮะเอ่อ แล้วก็หน่วยหน่วยต่อมานะครับก็คือจะเป็น จังหวัดถ้าเป็นมณฑลลาวกลางนะครับมณฑลลาว กลางก็คือมีศูนย์กลางอำนาจจะอยู่ที่่อ จังหวัดนครราชสีมานะครับอาจารย์ก็กำลัง บันทึกการสอนอยู่ที่นครราชสีมานะครับพอดี ว่าพาอ่านักศึกษามาแข่งกีฬานะครับกีฬา เอ่อกีฬาราชภัฏนะครับที่ที่จังหวัด นครราชสีมา นะครับ ขออนุญาตสักครู่นะครับเป็นงานด่วนนะครับ

1:42:34 นะฮะมณฑลเอ่อลาวกลางก็จะเป็นนครราชสีมานะ ครับแล้วก็เอ่อมณฑลพายับก็จะมีศูนย์กลาง อำนาจอยู่ที่เชียงใหม่นี้เป็นต้นมีมณฑล ภูเก็ตอะไรอย่างเงี้ยด้วยนะครับแล้วก็มี หน่วยการปกครองระดับท้องถิ่นลดรั่นกันมา เรื่อยๆจนถึงเอ่ออำเภอตำบลหมู่บ้านนะครับ ทีนี้ 1 ใน ตัวบท 1 ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยน แปลงครั้งสำคัญของเอ่อการเปลี่ยนผ่าน สังคมไทยแบบจารีดมาเป็นสังคมที่มีความ เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นแล้วก็อาจจะกลาย เป็นส่วนหนึ่งนะครับของเอ่อการถูกบูลี่ โดยชาติตะวันตกว่ายังมีการ

1:43:19 ประพฤตินะครับการกระทำที่เป็นการสะท้อน ให้เห็นถึงการไม่เคารพถึงศักดิ์ศรีความ เป็นมนุษย์นะครับซึ่งในพาร์ทของการเคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เนี่ยอาจารย์จะ ได้บรรยายในบทที่ 4 นะครับเรื่องของความ เป็นสังคมพหูธรรม นะครับส่วนในเอ่อในrepลล์นี้นะครับก็จะ ให้ดูเกี่ยวกับเอ่อ เอ่อประเด็นของ ชนวนสำคัญที่ทำให้ชาติตะวันตกมองว่าไทย เนี่ยยังไม่ยังไม่มีความเจริญ พอสมควรจึงอาจจะกลายเป็นชนวนสำคัญที่ทำ ให้ชาติตะวันตกเข้ามาคุกคามเรานะครับอัน นี้อาจารย์ได้โวดเอามาจากภาพยนตร์

1:44:05 เมื่อเกือบจะน่าจะ 20 ปีแล้วนะครับอ่า เป็นภาพยนตร์หนึ่งตอนที่เอ่อพระ มหากษัตริย์ไทยเนี่ยนะครับทรงเสด็จออกมา เยี่ยมราษฎรนะครับในภาษาราชาศัพท์จะเรียก ว่าเอ่อพระราชพิธีเสด็จพายุหายตราทาง สถลมากนะครับก็คือการเสด็จออกมานอกวัง นั่นแหละหรือการเรียบพระนครทางบกสถมากใน ภาษาไทยโบราณจะเรียกว่าทางบกนะครับนะแล้ว มันก็จะมีซีนซีนหนึ่งที่เราจะดูในภาพแล้ว คนตะวันตกก็ไปเห็นนะครับอ่าว่ามันเป็น สิ่งที่ไม่ควรกระทำก็คือเรายังเราดูในรูป เลยเราจะเห็นว่าคนก็ยังหมอบกราบอยู่ก็ แสดงว่าแนวคิดหรือคตินิยมของสังคมไทยใน ห้วงเวลาเมื่อเกือบ 200 ปีก่อนเนี่ยมัน

1:44:54 ประมาณเกือบจะ 200 แล้วนะครับขออภัยนะ ครับเมื่อสักครู่นะนะครับยังมีการกดขี่คน ยังมีการสะท้อนให้เห็นถึงความไม่เคารพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เพราะมนุษย์ทุกคน มีความเท่าเทียมกันถึงแม้ว่าในหลักความ เป็นจริงแล้วคนอาจจะไม่เท่าเทียมกันในแง่ ของระบบโครงสร้างก็ตามเพราะสุดท้ายแล้ว การกำหนดตัวบทต่างๆก็เกิดจากความคิดของคน นั่นแหละครับที่มีที่ก่อให้เกิดการแบ่งชน ชั้นขึ้นมานะครับก็เดี๋ยวอาจารย์จะกดเล่น ให้ดูใช้เวลาไม่นานครับ

1:45:50 อื ทีนี้เราก็จะเห็นว่า เราจะเห็นเอ่อนายตำรวจเนี่ยนะครับทำอะไร เราจะเห็นนายตำรวจเนี่ยกำลังถือนะครับถือ ไม้หวายนะครับชี้หน้าใส่ไพร่นะครับก็คือ

1:46:36 ประชาชนนั่นแหละอันนี้ก็คือเป็นภาพจำลอง นะครับเอ่อพระบรมหาราชวังก็คือวัดพระแก้ว นั่นแหละก็คือเป็นศูนย์กลางรัฐบาลณห้วง เวลาที่จะเปลี่ยนแปลงสุดสมัยใหม่แล้วก็จะ เห็นว่าก่อนกระบวนพายุหายะตราจะเสด็จมา เนี่ยมันจะมีนายทหารนายตำรวจเนี่ยเดินถือ เอ่อไม้หน้า 3 หรือพวกแซ่อะไรพวกเนี้ยมา ชี้ราษฎรนะครับเอ่อว่าต้องหมอบกราบนะต้อง เอาหน้าผากชิดพื้นดินนะครับห้ามเหงียน หน้ามองพระพักองค์พระมหากษัตริย์ก็ถือว่า มันจะเป็นการไม่เคารพมันจะเป็นการลบหลู่ ไม่งั้นจะถูกฟาดนะครับเนี่ยอาจจะเป็นชนวน หนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความที่สังคมไทย ยังไม่ได้รับเอาแนวคิดหรืออิทธิพล ทางความคิดของชาติตะวันตกมาเต็มร้อยนะ ครับยังไม่ได้มองในเรื่องประเด็นของการ

1:47:24 เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ก็อาจจะเป็น ชนวนหนึ่งที่ทำให้ชาติตะวันตกมองว่าชาติ ในเอเชียเนี่ย ยังมีความด้อยด้อยในสภาวะของความเป็น อารยะอยู่ก็เลยกลายเป็นข้ออ้างในการเข้า มาคุกคามแล้วก็ยึดครองดินแดนในเวลาต่อมา นั่นเองนะครับ นะนอกจากนั้นนะครับก็ยังมีการจัดตั้ง สุขาภิบาลขึ้นนะครับแล้วก็จัดตั้งเสนบดี สภานะครับเอ่อ เอ่อจัดตั้งสภาที่ปรึกษาในพระองค์ privacy cun นะครับนะแต่สุดท้ายแล้วนะครับอ่าคิง จุฬาลงกรณ์หรือรัชกาลที่ 5 เองพระองค์ก็ ทรงตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของระบบชน

1:48:09 ชั้นพระองค์ก็เริ่มที่จะปลดทาสออกให้เป็น อิสระนะครับแล้วก็นำมาซึ่งเอ่อเอ่อ การยกเลิกทาสนะครับ น่าจะอยู่ในช่วงประมาณพ.ศักราชพศ 2448 หรือตรัตนโกสินทร์ศก เอ่อ 124 โดยประมาณนะครับนะอีกสิ่งหนึ่ง ก็คือจากที่เราดูเอ่อshortคutนะครับใน repลayเมื่อสักครู่นี้นะครับเราก็จะเห็น ว่ามันมีการยกเลิกประเพณีหมอบคลานเข้า เฝ้าการหมอบกราบด้วยซึ่งสุดท้ายแล้วก็มัน ก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างที่ สำคัญถามว่าระบบชนชั้นมันยังคงมีอยู่มั้ย มันก็ยังคงมีอยู่จบจนปัจจุบันนะนะครับ อ่านี้ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างครับนะอีก

1:48:57 หนึ่งตัวอย่างของความเชื่อนะครับนะทีนี้ ในประเด็นต่อมาก็น่าจะเป็นเรื่องของเอ่อ อย่างที่อาจารย์ได้เกริ่นนำไปใช่มั้ยครับ เรื่องของว่าการควบรวมอำนาจในท้องถิ่น ต่างๆในประเทศไทยเนี่ยเข้าสู่ส่วนกลาง เนี่ยเอ่อ องค์พระมหากษัตริย์ในระบบสมบูรณาเนี่ย จะทรงทำอย่างไรนะครับจะทรงทำอย่างไรที่จะ ทำให้อำนาจในท้องถิ่นมันเสื่อมถอยลงเพื่อ ควบคุมดินแดนที่อยู่ห่างไกลจากราชธานี หรือเมืองหลวงแต่สุดท้ายแล้วการกดขี่ที่ สำคัญมันก็นำมาซึ่งเหตุการณ์การเปลี่ยน แปลงทางสังคมที่สำคัญอย่างเช่นกรณีศึก

1:49:42 โนโลนะครับถ้าใครสนใจเอ่อเรื่องราวหรือ ประเด็น ละเอียดอ่อนทางด้านประวัติศาสตร์นะครับก็ อยากให้นักศึกษาหรือผู้ชมทั่วไปได้ไป ศึกษาเกี่ยวกับศึกนนท์โพธิ์ซึ่งเป็นหนึ่ง ในเหตุการณ์สำคัญที่เอ่อแบบเรียนหนังสือ ประวัติศาสตร์เรียกขานในยุคหลังว่ากบฏผี บุญอีสานนั่นเองนะครับแล้วเราอาจจะได้ทำ ความเข้าใจว่าสิ่งที่ไม่ถูกพูดถึงในหน้า แบบเรียนหรือในหน้าประวัติศาสตร์เนี่ย จริงๆแล้วมันมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่าง ไรนะครับก็เป็นเหตุการณ์สึดนโพก็อาจจะตอบ โจทย์เราได้บ้างว่าอำนาจของท้องถิ่นที่ มันก่อตัวขึ้นเนี่ยเป็นอำนาจที่ต้องการ ที่จะปลดเอกตัวเองเป็นอิสระหรือต้องการ แสดงให้เห็นถึงการเรียกร้องบางอย่างที่มี

1:50:27 ที่ต่อส่วนกลางหรือเปล่าเขาอาจจะไม่อยาก อาจจะไม่ได้อยากแยกตัวออกเป็นอิสระ เขาอาจจะอยากแค่เสนออะไรบางอย่างหรือ เรียกร้องบางอย่างให้รัฐเนี่ยให้ความ สำคัญนะครับอันนี้ก็เป็นเหตุการณ์ที่เอ่อ วัดบูรพานะครับบ้านสะพือจังหวัด อุบลราชธานีในปี 1902 ที่สมรภูมิโนนโพธิ์ นะครับเอ่อปี 1902 ก็น่าจะเป็นปี 2445 นะครับซึ่งก็มีเหตุการณ์กบฏเอ่อผีบ้าผี บุญนะครับที่จังหวัดแพร่ด้วยซึ่งใน หนังสือประวัติศาสตร์แบบเรียน ประวัติศาสตร์ก็จะเรียกว่ากบฏกบฏเงี้ยวนะ ครับกบฏเงี้ยวเมืองแพร่เงี้ยนะครับนี่ก็ เป็นสัญลักษณ์อนุสรณ์อย่างหนึ่งนะครับนะ

1:51:16 ผลนะครับผลที่เกิดขึ้นนะครับผลที่เกิดจาก การปฏิรูปการปกครองนะครับในสมัยรัชกาลที่ 5 นะครับก็คือทรงรวมอำนาจการปกครองเอา ไว้เ่อเพียง เ่อผู้เดียวนะครับแล้วทำให้เ่อดินแดนน้อย ใหญ่เนี่ยนะครับก็เกิดการ เ่อปรับเปลี่ยนนะครับเกิดการปรับเปลี่ยน เอ่อระบบเจ้าขุนมูลนายจากเดิมที่เอ่อเอ่อ มีการสืบสายโลหิตนะครับก็คือเจ้าเมือง ท้องถิ่นต่างๆเนี่ยที่ไม่นับส่วนของ กรุงเทพฯนะครับหัวเมืองน้อยใหญ่ต่างๆไม่ ว่าจะเป็นทางภาคใต้ทางภาคเหนือทางภาค

1:52:01 อีสานเนี่ยเดิมจะเป็นระบบสืบสายจากพ่อสู่ ลูกทีนี้รัชกาลที่ 5 จะทำยังไงที่จะลดทอน อำนาจที่เกิดขึ้นตามท้องถิ่นต่างๆก็เลย ส่งข้าหลวงเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินส่วน ใหญ่เนี่ยก็จะเป็นพระเจ้าน้องยาเธอก็คือ เป็นน้องชายนะครับของรัชกาลที่ 5 นะครับ เข้าไปบริหารจัดการช่วยราชการตามท้องถิ่น ต่างๆซึ่งก็เป็นที่แน่ชัดใช่มั้ยครับว่า ถ้าเจ้านายเนี่ยเจ้านายจากกรุงเทพฯเนี่ย เข้าไปใช่มั้ยครับคุณก็ต้องอะไรครับคุณก็ ต้องยอมโอนอ่อนผ่อนผ่อนผันตามใช่มั้ครับ ก็ถือว่าอำนาจส่วนกลางจะมีอำนาจสูงกว่า

1:52:47 อำนาจท้องถิ่นถิ่นแต่สุดท้ายแล้วบางที่ อำนาจท้องถิ่นก็ต่อต้านอำนาจส่วนกลางนะ ครับ นะและที่สำคัญนอกจากการปรับปรุงระบบการปก ครองแล้วเนี่ยมันก็มีการพัฒนาระบบ สาธารณูปโภคนะครับแล้วก็ขยายการศึกษาให้ เกิดขึ้นให้แก่พลเมืองนะครับนี่เป็นต้น มาถึงในสมัยรัชกาลที่ 6 นะครับมาถึงใน สมัยรัชกาลที่ 6 ก็มีการจัดตั้งดุสิตธานี ขึ้นมาซึ่งก็เชื่อกันว่ามันน่าจะเป็นการ จำลองรูปแบบการปกครองแบบประชาธิปไตยนะ ครับแล้วก็การบ่งเพาะความเป็นพลเมืองที่ มันก่อตัวขึ้นในยุครัชกาลที่ 6 ก็คือพระ องค์ทรงออกพระราชบัญญัติขนานามสกุลขึ้น

1:53:32 ซึ่งส่งผลให้เอ่อราษฎรไทยเนี่ยในยุคตั้ง แต่ยุคเอ่อรัชกาลที่ 6 เป็นต้นมาเนี่ย หรือเอ่อ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเนี่ยมีนาม สกุลชัยก็คือนามสกุลที่พวกเราทุกคนมีนั่น แหละนะครับแล้วก็ทรงให้เอ่อความสำคัญนะ ครับเกี่ยวกับเอ่อเรื่องของเอ่อการศึกษา นะครับก็มีการตราพระราชบัญญัติประถมศึกษา ขึ้นเกิดโรงเรียนมูลศึกษาขึ้นตามท้องถิ่น ต่างๆครับอย่างเช่นในภาคอีสานเองก็มีหลาย โรงเรียนที่เกิดขึ้นมาตั้งแต่ยุครัชกาล ที่ 5 เช่นโรงเรียนเบญจมะมหาราชนะครับโรง เรียนอ่าเบญจมะนี่จะอยู่อุบลราโรงเรียน สุรวิทยาคารก็จะอยู่จังหวัดสุรินทร์อย่าง เงี้ยขอนแก่นวิทยายนขอนแก่นภูเวียง

1:54:19 วิทยายนอย่างเงี้ยนะครับก็เป็นโรงเรียน ที่ก่อตัวขึ้นตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 5 นะ ครับหรือโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัยก็อยู่ ที่นครราชสีมาครับนะครับนี้เป็นต้น นะครับอันนี้ก็เป็นเอ่อเหตุเอ่อพัฒนาการ ทางการเมืองการปกครองของไทยนะครับตั้งแต่ ยุคโบราณเลยนะครับตั้งแต่ยุคสุโขทัยหรือ อาจจะเก่าแก่กว่านั้นยาวมาจนถึงยุค การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนะครับหนึ่งใน ปัจจัยที่นำมาสู่ความพยายามในการที่จะ ปรับเปลี่ยนการเปลี่ยนแปลงการปกครองนะ ครับใน อ่อในสมัยเ่อรัชกาล ที่ 5 นะครับก็มีหลักฐานกล่าวถึงในเอกสาร

1:55:05 ที่เรียกว่าเจ้านายและข้าราชการกราบบังคม ทูลความเห็นจัดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แผ่นดินรัตนโกสินทศก 103 นะครับก็เป็นช่วงในส่วนอัชการที่ 5 ที่ 6 ครับน่าจะเป็นช่วงเวลา ตรงกับปีพ.ศักพุศรา 2427 นะครับอีกเหตุการณ์หนึ่งก็คือกบฏ รัตนโกสินทร์ศพ 130 นะครับก็เอา 2,324 ตามหลักการคำนวณเอ่อเวลาแบบไทยนะครับ 2324 +130 ก็จะเป็น 2454 นะครับโดยมีผู้นำการ ก่อกบฏก็คือคุณโทยหารพิทักษ์หรือนาย หลิงศรีจันทร์นะครับรอยโทจรูนณบางช้างรอย

…

Share

YouTube Video Summaries