วิเคราะห์กรณี แอดมินเพจ "อีเจี๊ยบ เลียบด่วน" ป่วยโรคหัวใจ น้ำท่วมปอด ติดเชื้อกระแสเลือด

Doctor Tany www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้สรุปกรณีศึกษาของเพจ EGF เรียบด่วน ที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและภาวะแทรกซ้อนต่างๆ โดยเน้นถึงสาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกันเพื่อไม่ให้โรคลุกลาม

  • โรคหัวใจส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่น ๆ ในร่างกาย
  • การดูแลตนเองอย่างต่อเนื่องและการตรวจสุขภาพเป็นประจำมีความสำคัญอย่างยิ่ง

บทนำ

บทนำกล่าวถึงกรณีศึกษาของเพจ EGF เรียบด่วน ที่ป่วยด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจทำงานไม่ดี น้ำท่วมปอด หัวใจเต้นผิดปกติ ไตวาย ตับทำงานไม่ได้ และติดเชื้อในกระแสเลือด โดยวิดีโอนี้จะอธิบายถึงสาเหตุ กลไกการเกิดโรค วิธีการดูแลรักษา และการป้องกัน

อาการป่วยของเพจ EGF เรียบด่วน

เพจ EGF เรียบด่วน มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ซึ่งตอนแรกคิดว่าเป็นกรดไหลย้อน แต่ภายหลังอาการหนักขึ้นจนนอนราบไม่ได้ (Orthopnea) เมื่อไปพบแพทย์จึงพบว่าเป็นน้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema) เนื่องจากหลอดเลือดหัวใจตีบถึง 3 เส้น ทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ดี หัวใจไม่สามารถรับเลือดกลับจากปอดและส่งไปเลี้ยงร่างกายได้ เลือดจึงคั่งในปอดและเกิดอาการน้ำท่วมปอด

การรักษาและการดูแลตัวเองที่ไม่ดี

เพจ EGF เรียบด่วน ได้รับการรักษาด้วยการทำบอลลูนหลอดเลือดหัวใจ 2 เส้น แต่เส้นที่ 3 ไม่สามารถทำได้เนื่องจากหลอดเลือดมีขนาดเล็กเกินไป หลังจากการทำบอลลูน เพจ EGF ไม่ได้ดูแลตัวเองอย่างดี ทานอาหารตามใจปาก ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมปอดซ้ำๆ และมีอาการขาบวม หายใจไม่ออกมากขึ้น จนต้องเข้ารับการรักษาใน ICU เนื่องจากอาการหนักมาก มีทั้งน้ำท่วมปอด ไตวาย ตับทำงานไม่ได้ และติดเชื้อในกระแสเลือด

กลไกการเกิดอาการต่างๆ

อาการไอมากมีเสมหะสีชมพู (Pink Frothy Sputum) เกิดจากเลือดคั่งในปอดและหลอดเลือดฝอยในปอดแตก เลือดจึงออกมาผสมกับเสมหะและลมในปอด ทำให้เกิดฟอง นอกจากนี้ เลือดที่คั่งยังส่งผลกระทบต่ออวัยวะอื่นๆ เช่น ตับ (Congestive Hepatopathy) ลำไส้ (บวม ดูดซึมอาหารไม่ดี คลื่นไส้อาเจียน) และไต (ไตวายจาก Cardiorenal Syndrome) การติดเชื้อในกระแสเลือดทำให้ร่างกายอักเสบรุนแรง ความดันตก และอวัยวะต่างๆ ทำงานผิดปกติ

สาเหตุที่อาการทรุดหนัก

อาการทรุดหนักมี 2 สาเหตุหลัก:

  1. การดูแลตัวเองที่ไม่ดีพอ ทำให้หัวใจขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (Atrial Fibrillation) ทำให้การทำงานของหัวใจแย่ลง
  2. การติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจมาจากการติดเชื้อที่ขา (เนื่องจากขาบวม เลือดไปเลี้ยงไม่ดี) หรือจากลำไส้ (เนื่องจากลำไส้บวมและเซลล์ตาย ทำให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดได้ง่าย) หรือจากทางเดินหายใจ (เนื่องจากภูมิต้านทานต่ำ)

ผลกระทบของโรคหัวใจ

โรคหัวใจวายส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนมากมาย เช่น น้ำท่วมปอด ตับทำงานผิดปกติ ไตวาย ลำไส้ดูดซึมไม่ดี ติดเชื้อง่าย ซึ่งอาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นพร้อมกัน กรณีของเพจ EGF เรียบด่วน มีสัญญาณเตือนมานานแล้ว เช่น อาการคล้ายกรดไหลย้อน น้ำท่วมปอดซ้ำๆ และการติดเชื้อที่ขา ซึ่งแสดงว่าอาการค่อนข้างแย่ลง

การตรวจและการรักษา

ควรตรวจร่างกายประจำปี หากมีอาการผิดปกติที่ไม่หาย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษา หากเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ จะต้องทานยาแอสไพริน ยาต้านเกล็ดเลือด (เช่น โคปิโดเกรล) และยาลดไขมัน (Statins) เพื่อป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด สำหรับโรคหัวใจวาย อาจต้องใช้ยาเฉพาะ เช่น ACE inhibitors, ARBs, Beta Blockers และ SGLT2 inhibitors นอกจากนี้ อาจต้องใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Cardiac Resynchronization Therapy) หากหัวใจสองข้างทำงานไม่สัมพันธ์กัน และอาจต้องทำ EECP (Enhanced External Counterpulsation) เพื่อสร้างหลอดเลือดใหม่

การดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ

ผู้ป่วยโรคหัวใจต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัด โดย:

  • ชั่งน้ำหนักทุกวัน หากน้ำหนักขึ้น 1 กก. ติดต่อกัน 3 วัน แสดงว่ามีน้ำสะสมในร่างกายมากเกินไป ต้องเพิ่มขนาดยาขับปัสสาวะและควบคุมปริมาณโซเดียม (น้อยกว่า 2 กรัมต่อวัน)
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจการนอนหลับเพื่อหาภาวะหยุดหายใจขณะหลับ และรักษาหากพบ
  • ลดความเครียด
  • ทานยาตามที่แพทย์สั่ง และควบคุมโรคประจำตัวอื่นๆ (เช่น ความดัน เบาหวาน) ให้ดี
  • ทำ Cardiac Rehab เพื่อฟื้นฟูหัวใจ โดยออกกำลังกายภายใต้การดูแลของแพทย์
  • สังเกตอาการผิดปกติ และรีบไปพบแพทย์หากมีอาการเตือน เช่น น้ำหนักขึ้นเร็ว

สรุป

การดูแลสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ การตรวจร่างกายเป็นประจำ การทานอาหารที่มีประโยชน์ การพักผ่อนให้เพียงพอ และการจัดการความเครียด เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันและควบคุมโรคหัวใจ

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 สวัสดีครับผมก็ได้เห็นเพจ EGF เรียบด่วน นะครับได้ออกมาเล่าถึงอาการเจ็บป่วยของ ตัวเองว่าเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแล้วมี ปัญหาเรื่องของกล้ามหัวใจทำงานไม่ดีตั้ง แต่เมื่อเดือนกันยายนปีก่อนนะครับมีอาการ น้ำท่วมปอดกำเริบอยู่เป็นระยะๆะนะครับ แล้วคาดว่าอาจจะเกี่ยวข้องกับการที่คุม อาหารคุมร่างกายตัวเองไม่ดีล่าสุดนะครับ ไม่เพียงแค่มีน้ำท่วมปอดนะครับแต่มีการ เต้นผิดปกติของหัวใจมีอาการไตวายมีอาการ ตับทำงานไม่ได้นะครับแล้วก็ติดเชื้อใน กระแสเลือดด้วยนะครับดังนั้นวันนี้ผมก็ เลยอยากจะหยิบยกเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังนะ ครับว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงนะครับมีวิธี ในการดูแลรักษาตัวเองอย่างไรบ้างแล้วถ้า เราเป็นแล้วเราจะป้องกันตัวเองยังไงไม่ ให้มันเป็นหนักแบบนี้นะครับพบกับผมนะครับ นายแพทย์ธนีธนียวเป็นอาจารย์แพทย์อยู่ที่

0:47 ประเทศสหรัฐอเมริกาเชี่ยวชาญโรคปอดการ ปลูกถ่ายปอดและวิกฤตบำบัดนะครับสำหรับเพจ EGF เรียบด่วนเนี่ยนะครับผมก็ไม่ทราบ เหมือนกันว่าเา้าอายุเท่าไหร่นะครับมีโรค ประจำตัวอะไรก่อนหน้านั้นหรือเปล่านะครับ แต่สิ่งที่เค้าเล่ามาเนี่ยเค้าบอกว่าตั้ง แต่เดือนกันยายนปีก่อนหน้านี้นะครับเค้า เนี่ยมีอาการแน่นหน้าอกนะครับแล้วก็หายใจ ไม่ค่อยออกตอนแรกเนี่ยคิดว่าเป็นกรดไหล ย้อนเหมือนที่เขาเคยเป็นมาก่อนนะครับแต่ ครั้งนี้เนี่ยมันหนักนะครับจนกระทั่งมี วันนึงเค้านอนราบไม่ได้เพราะมันหายใจไม่ ออกแล้วมันแน่นเยอะนะครับอาการนอนราบไม่ ได้เนี่ยภาษาทางการแพทย์เราจะเรียกว่า อopousนะครับซึ่งมันเกิดจากการที่มีอะไร มาดันบริเวณกระบังลมเราก็ได้เช่นถ้าเรามี พุงใหญ่มากๆเนี่ยมันดันลงกับบางลมเราก็ หายใจลำบากนะครับหรือบางคนเนี่ยมีน้ำไป

1:35 คั่งอยู่ในปอดเยอะๆมันก็จะทำให้เหมือนคน จมน้ำเวลานอนหงายเนี่ยมันก็หายใจไม่ออก ได้นะครับซึ่งเราก็จะเจอในคนที่มีหัวใจ วายนั่นเองนะครับเค้าเนี่ยก็เลยไปหาหมอ ครับทีนี้ไปหาหมอเนี่ยหมอก็ตรวจเจอว่า เป็นน้ำท่วมปอดจริงๆที่ภาษาทางการแพทย์ เราจะเรียกว่า Puminary Adema นะครับเส สาเหตุที่มันเกิดน้ำท่วมปอดในกรณีของคุณ เจี๊ยบเนี่ยคือมีหลอดเลือดหัวใจมันตีบไป 3 เส้นเลยนะครับพอมันตีบไปเนี่ยมันก็ทำให้ เลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ค่อยดีนะ ครับเวลาที่เลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ไม่ดีนะครับมันจะมีปัญหาคือหัวใจเนี่ยมี หน้าที่รับเลือดจากหลอดเลือดที่มันใช้ เลือดไปเรียบร้อยแล้วเนี่ยกลับเข้ามาที่ หัวใจแล้วบีบไปที่ปอดเอามาฟอกเลือดนะครับ ให้มันมีออกซิเจนเข้าไปข้างในดึง

2:21 คาร์บอนไดออกไซด์ออกหลังจากนั้นก็บีบไป เลี้ยงทางร่างกายปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับ คือเวลาที่เลือดเนี่ยได้รับการฟอกฟอก เลือดจากปอดเรียบร้อยแล้วมันต้องกลับเข้า มาสู่หัวใจอีกรอบนึงเพื่อปั๊มไปเลี้ยงทาง ร่างกายแต่ถ้าเกิดกล้ามเนื้อหัวใจมันบีบ ไม่ค่อยดีเนี่ยเลือดมันเข้ามาได้ครับแต่ ว่ามันเข้ามาได้น้อยเนื่องจากมันมันบีบ ออกไปไม่ได้มันก็ท้นอยู่ในหัวใจหัวใจก็จะ ขยายออกเรื่อยๆพอขยายออกเรื่อยๆสิ่งที่ เกิดขึ้นก็คือเลือดไปไหนไม่ได้มันก็ทน เข้าไปในปอดครับพอท้นเข้าไปในปอดเกิดไง ครับเลือดมันก็มีน้ำอยู่ในตัวเองก็จะเกิด การรั่วออกมาจากหลอดเลือดทำให้เกิดน้ำ ท่วมปอดแล้วมีอาการเหนื่อยอย่างที่ว่าได้ นะครับหลังจากนั้นคุณเจี๊ยบเค้าก็ได้รับ การรักษาด้วยการทำบรลูนของหลอดเลือดหัวใจ นะครับหมอเทำเส้นนึงก่อนนะครับทำหลอด

3:07 เลือดอันนึงก่อนแล้วอีกเดือนนึงอ่ะมาทำ อีกอันนึงนะครับแต่หลอดเลือดอันที่ 3 เนี่ยไม่สามารถทำได้เนื่องจากว่ามันมี ขนาดเล็กจนเกินไปนะครับโดยทั่วไปถ้ามันมี ขนาดเล็กจนเกินไปเนี่ยเราจะไม่สามารถใส่ ขดลวดเข้าไปข้างในเพื่อเปิดถ่างมันไว้ได้ นะครับตรงเนี้ยก็คือปัญหานะฮะหรืออีกแบบ นึงก็คือถ้าเกิดหลอดเลือดเนี่ยมันตันทั้ง เส้นเลยเราก็ไม่สามารถทำได้เช่นกันเพราะ ว่ามันจะไม่มีตัวขดลวดหรือสเตนที่เปิดทาง ได้ทั้งเส้นเลือดนะครับทั้งอันน่ะทำไม่ ได้เราจะทำได้ก็ต่อเมื่อมันมีการตีบตันใน ระยะสั้นๆเท่านั้นนะครับตรงเนี้ยก็คือ เป็นสิ่งที่เราต้องเข้าใจนะครับทีนี้หลัง จากที่มีการทำบลูนไปแล้วทั้งหมด 2 เส้นนะ ครับก็เริ่มเกิดอาการอย่างอื่นขึ้นมาก็ คือเค้าเนี่ยก็อาจจะไม่ได้ดูแลตัวเองให้

3:53 ดีนะครับก็มีการทำอาหารทานอาหารตามใจปาก บ้างนะครับอย่างเห็นบอกว่ามื้อแรกที่ออก ไปก็กินซูชิเลยนะครับแล้วก็อาจจะมีการ จิ้มอ่าน้ำจิ้มที่มันมีความเค็มมีโซเดียม สูงแล้วก็เกิดน้ำเข้าไปสะสมในร่างกายนะ ครับหลังจากนั้นเนี่ยคือเค้ามีน้ำท่วมปอด อยู่เรื่อยๆนะครับโดยทุกครั้งที่เขามี อาการน้ำท่วมปอดเขาก็พยายามจะคุมเรื่อง ของโซเดียมอ่ะคุมน้ำหนักแล้วเดี๋ยวมันก็ ดีขึ้นแต่ปรากฏว่าหลังจากที่เขาป่วยมาสัก พักนึงเนี่ยมันก็มีอยู่วันนึงครับที่เค้า เริ่มมีอาการขาบวมทั้ง 2 ข้างนะครับหายใจ ไม่ออกเป็นเยอะแล้ววันนึงอ่ะขาข้างนึงมัน เริ่มแดงขึ้นนะครับแล้วแย่ละหายใจไม่ได้ ละก็เลยไปโรงพยาบาลก่อนหน้านั้นเนี่ยมี น้ำท่วมปอดทุกๆครั้งเค้าก็ไม่ต้องไปโรง

4:40 พยาบาลเพราะว่าเค้าเออคุมน้ำหนักลด โซเดียมเดี๋ยวมันก็ดีขึ้นแต่ครั้งเนี้ย เค้าพยายามแล้วแต่มันไม่ดีขึ้นเ้าปล่อย เวลาไปเดือนนึงอ่ะกว่าเขาจะได้รับการ รักษาโดยไปหาหมอนะครับไปหาหมอเนี่ยโดนจับ ลง ICU เลยครับเพราะว่าอาการหนักมากแล้ว นะครับช่วงนั้นก็เกิดมีทั้งหายใจไม่ออกมี น้ำท่วมปอดมีไตวายมีตับทำงานไม่ได้นะครับ แล้วแถมเค้าเนี่ยมีอาการไอเยอะไอเเนี่ยก็ คือเกิดจากน้ำท่วมปอดได้นะครับถ้าน้ำท่วม ปอดเยอะๆมันก็ไอเยอะเหมือนกันแล้วบางคนไอ ออกมาเนี่ยมันอาจจะมีเป็นเสมหะที่สีชมพู ๆมพูมีฟองเยอะๆนะครับเราจะเรียกว่า pink froty speldum นะครับ pink ก็คือสีออก ชมพูพูซึ่งจริงๆคือเลือดนะครับ fry คือ เป็นฟองๆนะครับ speedum คือเอ่อเสมหะนะ ครับอiumนี่เป็นภาษาทางการแพทย์นะครับถ้า

5:28 ภาษาทั่วๆไปเวลาชาวบ้านเ้าเรียกเสียงหะ เนี่ยถ้าเป็นภาษาอังกฤษเราจะเรียกว่า flame นะครับหรือไม่ก็ mucus นะครับซึ่ง แปลว่าเมือกก็เสมหะก็ได้นะฮะงั้นเวลาไปหา หมอที่ต่างประเทศเราไม่ต้องบอกเ้าว่า Yeah I have a speedum speedum ไม่ได้นะ ครับเราบอกว่า I have a flame I have a lot of mucus พวกเนี้ยนะครับได้นะ ฮะแต่อันเนี้ยคือมันก็เป็นอาการหนึ่งของ น้ำท่วมปอดที่ไอออกมาแบบนั้นได้เหตุผลที่ มันเป็นสีชมพูพูเพราะว่าถ้าเกิดว่าในหลอด เลือดที่ปอดเนี่ยมันมีน้ำมีเลือดคั่งอยู่ เรื่อยๆนะครับมันก็จะขยายตัวแล้วบางแตก ได้ก็จะเกิดเลือดออกลั่วออกมาจากตรงนั้น ทำให้เราไอออกมาเป็นแบบนั้นการที่มันเป็น ฟองๆเพราะว่าในปอดอ่ะมันมีลมเยอะใช่มั้ฮะ มันก็จะผสมกับพวกลมๆพวกเออกมาเป็นฟองๆให้ เราเห็นนะครับนั่นก็คือที่มาของการที่

6:14 เขา้าไอเยอะนะครับคลื่นไอเจียนเป็นได้ยัง ไงนะครับพวกเนี้ยต้องบอกว่าเวลาน้ำท่วม ปอด่ะมันเกิดจากหัวใจรับเลือดขับเข้าไป ไม่ได้มันก็ทนท้นมาที่แรกที่เจอก็คือปอด นะครับทนมากไปกว่านั้นไปไหนตับลำไส้ไต ครับท้นกลับไปหมดเลยอ่ะคือเลือดที่มาจาก อวัยวะเหล่านั้นมันต้องกลับมาที่หัวใจใช่ มั้ครับแล้วก็ฟอกที่ปอดจากนั้นส่งออกไป จากหัวใจไปเลี้ยงทั้งร่างกายเป็นเลือดแดง ที่มีออกซิเจนแล้วแต่ถ้าเกิดว่ามันส่งออก ไม่ได้มันก็ท้นกลับมาหมดเลยดังนั้นทำให้ อวัยวะเหล่าเนี้ยมีปัญหานะครับพอมันทน เลือดเนี่ยมันท้นไปที่ตับตับมันก็จะบวมนะ ครับอ่าเกิดภาวะ congestive hepatopathy นะครับ congestive แปลว่าบวมน้ำนะครับมี

7:00 การคั่งของน้ำ ก็คือมาจาก heatic นี่แปลว่าตับpซี่นี่ คือเป็นโรคนะครับคือตับเป็นโรคเกิดจากการ ที่มีน้ำในเลือดเนี่ยมาคั่งมันเยอะๆนะ ครับอันเนี้ยก็เกิดจากหัวใจที่มีปัญหาได้ นะครับแล้วลำไส้เนี่ยต้องบอกว่าที่เค้า เห็นว่าขามันบวมได้ข้างในก็บวมได้ครับลำ ไส้พวกนี้ก็เกิดอาการบวมได้เหมือนกันนะฮะ พอบวมปุ๊บมันก็ดูดซึมอาหารไม่ดีบางคนก็จะ มีอาการคลื่นไส้อาเจียนได้นะครับถ้าเกิด คนไหนเป็นโรคหัวใจเรื้อรังมากๆแล้วลำไส้ มันบวมอยู่เรื่อยๆนะครับก็จะดูดซึมอาหาร ไม่ดีเกิดภาวะทุกโภชนาการนะครับอ่าหรือ ที่ภาษาทางการแพทย์เราจะเรียกว่าคดีac คคกซียนะครับคดีacก็คือหัวใจคาเคกซียนี่ คือผอมกระหล่องเลยอ่ะคือทุกอย่างมันหายไป

7:47 หมดเลยเพราะร่างกายใช้พลังงานเยอะแต่มัน ดูซึมอาหารเข้าไปได้ไม่ค่อยดีนะครับนี่ก็ คือปัญหาอย่างหนึ่งที่เราเจอที่ลำไส้แต่ ของคุณเจี๊ยบเนี่ยมีมากกว่านั้นครับคือ เขาค้ามีติดเชื้อในกระแสเลือดซึ่งคาดว่า น่าจะมาจากการที่มีติดเชื้อที่ขาเวลาติด เชื้อในกระแสเลือดเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นนะ ครับก็คือร่างกายจะเกิดการอักเสบรุนแรง มากแล้วหลอดเลือดมันจะขยายทั้งร่างกายทำ ให้ความดันตกนะครับอ่าความดันตกมันก็เลย จะมีปัญหานะครับบางคนจะมีอาการคลื่นไส้ไอ เจีนอย่างนี้นี่แหละนะนอกจากนี้มีอาการไต วายด้วยนะครับไตวายเออทำไมมันถึงไวต้อง บอกอย่างงี้ครับมี 2 เหตุผลหลักๆจริงๆ 3 ด้วยนะในกรณีของคุณเจี๊ยบอย่างแรกก็คือ หัวใจเนี่ยบีบเลือดไปเลี้ยงไตไม่ดีนะครับ เพราะว่าการทำงานของหัวใจมันแย่นะครับ

8:33 แล้วเลือดที่เหลือมันยังท้นนะครับคือเอา เลือดไปเลี้ยงไตยังไม่ค่อยได้เลยแล้ว เลือดที่ไตมันต้องส่งกลับมาที่หัวใจอ่ะ มันกลับมาไม่ได้มันท้นน่ะท้นกลับไปที่ไต เกิดอะไรขึ้นครับไตบวมบวมแล้วเป็นไงความ ดันในไตสูงทำให้เลือดที่หัวใจบีบออกมา น้อยนิดที่มันแทบจะบีบไม่ได้เข้าไปในไต ไม่ได้ไปเลี้ยงไตไม่ได้ไตมันก็เกิดการวน ขึ้นมานะครับแล้วแถม ความดันในเลือดตกเพราะว่าคุณเป็นการติด เชื้อในกระแสเลือดก็ยิ่งทำให้เลือดเนี่ย ที่มันหัวใจบีบได้ยากอยู่แล้วบีบไม่ค่อย ไปอยู่แล้วความดันเลือดก็แทบไม่ค่อยมีไต ก็ยังบวมอีกเป็นไงครับก็เกิดไตวายนะครับ ถ้าเป็นโรคไตที่เกิดจากหัวใจมันวายไป เนี่ยเราจะเรียกว่าคioenal syndrome นะ ครับอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ไตมัน

9:20 เสียได้นะครับดังนั้นหัวใจเสียอันเดียว เนี่ยมันเสียได้ทั้งระบบในร่างกายเลยนะ ครับบางคนอาจจะสงสัยว่าเอ๊ะคุณเจี๊ยบ เนี่ยก่อนหน้านั้นเค้าก็เป็นน้ำท่วมปอด อยู่เรื่อยๆเค้าก็ดูแลรักษาตัวเองเรื่อยๆ ทำไมคราวเนี้ยมันถึงไม่ดีขึ้นมันมันต่าง กันอย่างอื่นยังไงนะครับก็ต้องบอกว่าผม คิดว่ามันมี 2 สาเหตุหลักๆสาเหตุแรกนะ ครับคือที่ดูแลตัวเองมาเรื่อยๆเนี่ยมัน อาจจะไม่ดีคือหัวใจอาจจะทำงานได้ก้ำกึ่ง ก้ำกึ่งมากๆนะครับแล้วเราปล่อยให้เกิดน้ำ ท่วมในร่างกายบ่อยๆเวลาเราเกิดน้ำท่วมใน ปอดในร่างกายบ่อยๆสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ หัวใจมันจะขยายออกเรื่อยๆนะครับแทนที่มัน จะกำลังเริ่มดีขึ้นแล้วคุณไปปล่อยน้ำท่วม อ่ะขยายออกดีขึ้นปล่อยน้ำท่วมขยายออกตอน ต่อไปมันก็ขยายอย่างนี้เลยเวลามันขยาย

10:06 เกินแล้วเนี่ยมันจะบีบตัวไม่ค่อยดีนะครับ หัวใจของเราเนี่ยถ้าขยายเกินไปก็บีบตัว ไม่ค่อยดีถ้าหดเกินไปก็บีบตัวไม่ค่อยดี เหมือนกันมันต้องมีบริเวณกลางๆที่บีบตัว ได้ดีนะครับอ่างั้นระยะกลางๆที่บีบตัวได้ ที่ดีเนี่ยถ้าเป็นนักเรียนแพทย์เาจะได้ เรียนสิ่งหนึ่งซึ่งเรียกว่า Frank Starling Law นะครับก็คือเป็นระยะที่ กล้ามเนื้อมันบีบตัวได้ดีที่สุดอ่าหัวใจ ก็จะมีอะไรทำนองนั้นเหมือนกันนะครับกล้าม เนื้อลายกล้ามเนื้อแขนขาเนี่ยก็จะมีแบบ นั้นเหมือนกันว่าระยะไหนที่แรงมันจะเยอะ ที่สุดนะครับก็เป็นระยะที่ดีที่เราจะต้อง ใช้มันหัวใจก็จะมีแบบนั้นเหมือนกันนะครับ อ่ะทีนี้พอเราเข้าใจแล้วว่าเออมันมีปัญหา ทางด้านของหัวใจเนี่ยนะฮะน้ำท่วมปอดป่อ บ่อยๆนะครับน้ำท่วมปล่อยบ่อยหัวใจก็ยิ่ง

10:53 แย่ลงเวลาหัวใจมันขยายมันจะเจออีกอย่าง นึงก็คือหัวใจจะเต้นผิดปกติได้บางคนมีหัว ใจเต้นผิดจังหวะได้เพราะว่าการที่มันขยาย เนี่ยมันจะเป็นการไปยืดกล้ามเนื้อออกแล้ว บางส่วนมันเกิดการเต้นผิดปกติขึ้นมาได้นะ ครับซึ่งมันมีหลากหลายชนิดแล้วชนิดนึงที่ เราเจอกันบ่อยๆก็คือ atrial fripulation นะครับคือหัวใจห้องบนมันสั่นพริ้วอย่างี้ แล้วเวลามันสั่นพริ้วเนี่ยยิ่งทำให้การทำ งานของหัวใจมันแย่ไปกว่าเดิมอีกนะครับคือ ปกติห้องบีบตัวส่งเลือดให้ห้องล่างห้อง ล่างถึงจะบีบแล้วเอาส่งไปที่อื่นนะครับ ถ้าห้องบนอย่างี้อมันไม่บีบอ่ะห้องล่างก็ ไม่ได้รับเลือดนะครับโดยทั่วไปห้องบน เนี่ยมันไม่ต้องทำอะไรมันจะส่งเลือดให้ หัวใจห้องล่างประมาณ 2 ใน 3 หลังจากนั้น มันจะบีบอีก 1 ใน 3 ออกมานะครับแต่ถ้า

11:38 เกิดคุณไม่เป็นสั่นพริ้วอย่างเงี้ยมันก็ จะมีแค่เลือดไหลลงไปเฉยๆ 2 ใน 3 และอีก 1 ใน 3 หรือเลือด 30% ที่หัวใจห้องล่างควร จะได้มันหายไปเลยนะครับอ่าอ่ะมันหายไปเลย พอมันหายไปเลยเสร็จปุ๊บเป็นไงคนที่เค้ามี ปัญหาทางด้านของหัวใจอยู่แล้วมันพนไม่ไหว ก็จะแย่ได้นะครับนก็คือโรคหัวใจเนี่ยอาจ จะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่ามันแย่ลงมากๆแล้วมัน แย่มาเรื่อยๆมีอาการเตือนเฮ้ยน้ำท่วมปอด บ่อยแล้วนะดูแลตัวเองได้แล้วไม่ๆเอากิน ของตามใจเดี๋ยวไปงดน้ำงดอะไรเดี๋ยวมันก็ ดีขึ้นนี่คือเราปล่อยมาเรื่อยๆจนกระทั่ง มันเกิดปัญหาขึ้นมานะครับอันนี้คือเหตุผล ข้อที่ 1 ว่าทำไมคราวนี้มาถึงหนักเพราะ มันสะสมมาเรื่อยๆนะครับเหตุผลข้อที่ 2 ก็คือ มีการติดเชื้อในกระแสเลือดเฮ้ยแล้วมัน

12:25 เป็นได้ไงอ่ะไอ้ขาแดงๆนั่นน่ะเป็นได้ไงนะ ครับต้องบอกอย่างงี้ครับว่าไอ้ขาแดงๆนั่น น่ะอาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เคติดเชื้อ หรืออาจจะเป็นที่อื่นก็ได้นะครับข้อแรกนะ คนที่มีน้ำท่วมปอดในร่างกายบ่อยๆเนี่ยมัน ไม่ใช่แค่ท่วมในปอดอย่างเดียวแต่มันจะ ท่วมตามขาด้วยซึ่งขาเป็นบริเวณที่มันอยู่ ต่ำที่สุดของร่างกายดังนั้นน้ำเนี่ยมันจะ โดนดึงลงมาข้างล่างนะครับทำให้ขามันบวม ง่ายเพราะว่าพอขามันบวมเสร็จปุ๊บมันบีบ เลือดกลับไปที่หัวใจไม่ได้มันก็คั่งอยู่ ตรงนั้นการที่มันบวมอยู่นานๆเนี่ยมันจะทำ ให้เลือดไปเลี้ยงยากนะครับพอเลือดเลี้ยง ยากปุ๊บคุณมีโอกาสที่จะเกิดการอักเสบอะไร ขึ้นมาสักอย่างเช่นไปโดนอะไรนิดนึงมันก็ ติดเชื้อเข้าไปในนั้นโดยทั่วไปถ้าเกิดคุณ มีรอยเอ่อรอยรอยฉีกรอยอะไรจากการที่เกิด อุบัติเหตุเนี่ยภูมิต้านทานคุณจะวิ่งไป

13:11 ตรงนั้นได้ง่ายตามหลอดเลือดแล้วก็ไปซ่อม แซมเรียบร้อยหายไม่เป็นอะไรแต่คนพวกเนี้ย เนื่องจากขามันบวม หลอดเลือดอะไรไปตรงนั้นก็ไม่ค่อยได้เลือด เข้าไปไม่ได้เพราะว่าน้ำมันคั่งอยู่มันมี ความดันเยอะเลือดจะเข้าไปก็เข้ายากนะครับ ดังนั้นเนี่ยสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือต่อให้ ไปโดนอะไรนิดๆหน่อยๆบางทีโยนโดนยุงกัดโดน เตะขอบเตียงหรือมีตัดเล็บแล้วเอ่อตัวที่ ตัดเล็บมันไปบาดนิดนึงเนี่ยพวกนั้นก็ติด เชื้อรุนแรงได้แล้วนะครับยิ่งปล่อยจนมัน แดงยิ่งมีปัญหานะครับและอันเนี้ยต้องบอก ว่าถ้าเกิดว่ามีอาการขาบวมโดยทั่วไปแล้ว คุณไม่มีอาการแดงไม่ปวดไม่ร้อนเนี่ยอาจจะ เป็นจากน้ำท่วมปอดแล้วมันคั่งที่ขาตาม ปกติแต่เมื่อไหร่ที่คนพวกเนี้ยมีอาการปวด

13:56 บวมแดงร้อนตรงบริเวณขาไม่ว่าจะข้างเดียว หรือ 2 ข้างคุณต้องไปหาหมอแน่ๆนะครับมิ ฉะนั้นเนี่ยอาจจะแย่ได้เพราะนี่คือสัญญาณ เตือนว่าร่างกายคุณไม่ปกติอาจจะมีการติด เชื้อในร่างกายแล้วนะครับแต่มันก็มีโอกาส ที่จะได้เชื้อมาจากบริเวณอื่นเหมือนกันนะ ครับเช่นในลำไส้เพราะว่าอย่างที่บอกครับ ถ้าสมมุติว่าขาบวมลำไส้ก็อาจจะบวมข้างใน บวมน้ำได้เวลามันบวมน้ำเป็นไงครับคือการ ดูดซึมอาหารก็จะไม่ค่อยดีแล้วที่สำคัญ ครับพวกเซลล์ต่างๆในลำไส้เวลามันบวมบางที มันตายนะครับเราอาจจะเคยสร้างบาเรียในการ ป้องกันไม่ให้เชื้อโรคมันเข้ามาได้แต่ตอน นี้มันบวมแล้วบาเรียเนี้ยเสียกำแพงเนี้ย เสียเชื้อโรคมันเข้ามาในร่างกายได้คุณก็ ติดเชื้อในกระแสเลือดได้หรืออีกทางนึงคือ มาจากทางเดินหายใจครับคนพวกเนี้ยเวลาที่

14:45 หัวใจมันอ่อนแอเนี่ยภูมิต้านทานก็จะอ่อน แอตามไปด้วยนะครับเพราะว่าภูมิต้านทาน เนี่ยมันคือส่วนใหญ่เป็นเม็ดเลือดขาวเรา นี่แหละแล้วมันเม็ดเลือดขาวมันอยู่ในไหน ฮะส่วนใหญ่ก็อยู่ในเลือดนะครับแล้วถ้า เกิดมันเกิดโรคสมมุติว่าผมติดเชื้อในปอด โดยทั่วไปคุณก็ปั๊มเลือดที่มันมีเซลล์ขุม ต้านทานวิ่งไปที่ปอดจัดการกับเชื้อโรคคุณ ก็หายคุณไม่เป็นอะไรแต่ถ้าเกิดหัวใจคุณ อ่อนแอล่ะเลือดไปไหนไม่ค่อยได้คุณติด เชื้อในปอดเชื้อมันโตไปแล้วแม่เลือดขาว ยังมาไม่ถึงเลยคุณก็ติดเชื้อในปอดแล้วก็ ลามไปทั้งร่างกายได้นะครับงั้นคนที่เขา เป็นโรคหัวใจวายเรื้อรังเนี่ยก็จะมีปัญหา อย่างนี้ได้มากกว่าคนทั่วไปอีกเยอะเลยที เดียวนะครับงั้นตอนนี้เราทราบแล้วนะครับ ว่าคนที่เป็นโรคหัวใจวายเนี่ยคือกล้ามหัว ใจทำงานไม่ดีมันจะมีปัญหาต่างๆตามมามาก

15:33 มายคือถ้ายิ่งมันมีการขยายขนาดแบบของคุณ เจี๊ยบหัวใจมันมันขยายออกมาแล้วเนี่ยก็จะ เกิดการเต้นผิดปกติของหัวใจมากขึ้นการบีบ ตัวที่ทำได้ก็จะแย่ลงไปกว่าเดิมนะครับน้ำ ท่วมท่วมปอดก็จะง่ายน้ำท่วมตามขาตาม อวัยวะต่างๆก็ง่ายพอมันท่วมมากๆมันก็ทน กลับไปที่อวัยวะนั้นๆก็คือ 1 เกิดน้ำท่วม ปอด 2 เกิดตับทำงานผิดปกติเพราะมีน้ำไป คั่งอันที่ 3 ไตวายได้นะครับลำไส้ก็ดูด ซึมไม่ดีมีอาการเคลื่อนไส้อาเจียนติด เชื้อง่ายต่างอีกต่างหากนะครับพวกเนี้ย มันมาด้วยกันทั้งหมดเลยนะครับแล้วของคุณ เจี๊ยบมีอาการเตือนมาตั้งนานแล้วด้วยข้อ แรกคืออ่าอาการกรดไหลย้อนตอนแรกซึ่งอาจจะ ไม่ใช่กรดไหลย้อนอันที่ 2 มีการน้ำท่วม ปอดอยู่เรื่อยๆซึ่งมันแปลแปลว่าอาการทั้ง หมดค่อนข้างแย่ลงแล้วอันที่ 3 ตอนที่มี การติดเชื้อที่ขามีแดงแล้วอันนั้นไม่ใช่

16:19 อาการบวมน้ำธรรมดานะครับดังนั้นกรณีเนี้ย คือต้องให้ทุกคนทราบไว้ก่อนว่ามันมีปัญหา ที่เราจำเป็นจะต้องทราบแล้วแก้ไขให้ทันนะ ครับอ่ะทีนี้ต่อมาเนี่ยถ้าเกิดว่าเราตรวจ เป็นภาวะพวกนี้แล้วเราทำยังไงนะครับ ประการแรกนะครับก่อนมันจะเป็นน่ะคุณควรจะ มีการตรวจร่างกายประจำปีเสียก่อนแล้วอะไร ก็ตามที่คุณรู้สึกว่ามันผิดปกติแล้วมัน ไม่หายเนี่ยควรต้องไปปรึกษาศึกษาแพทย์ถาม ให้เข้าใจเลยจะได้รู้ว่าตกลงแล้วมันมี ปัญหาอะไรในร่างกายหรือเปล่าไม่งั้น เดี๋ยวปล่อยไว้นานอาจจะเกิดเรื่องนะครับ ถ้าเป็นโรคนี้เนี่ยแน่ๆยาขับปัสสาวะต้อง กินแอสปินเนี่ยต้องกินเพื่อไม่ให้มีเลม เลือดไปอุดตันตามหลอดเลือดแล้วบางกรณีจะ ต้องกินยาต้านเลี่ยมเลือดอีกตัวนึงด้วย ต้านเกล็ดเลือดอีกตัวนึงก็คือตัว โคปิโดเกรลหรือจะเป็นตัวอื่นนะครับเทคิลอ

17:05 หรือก็แล้วแต่นะครับก็มีหลายตัวแล้วแต่ คุณหมอเขาจะจ่ายมานะครับตัวนี้เป็นเรื่อง ของหลอดเลือดหัวใจยกอีกตัวนึงคือสตินนี่ ต้องกินแน่ๆเพื่อลดไขมัน LDL ที่มันจะไป อุดตันตามหลอดเลือดของเราได้พวกเนี้ยจะ ต้องพยายามให้ LDL ต่ำที่สุดถ้าเป็นไปได้ นะต่ำกว่า 55 นะครับดังนั้นส่วนใหญ่แล้ว เนี่ยแทบไม่มีใครที่ไม่กินยาแล้วจะทำได้ แบบนั้นแล้วอีกอย่างนึงนะครับถ้าเกิดคุณ เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแล้วคุณต้องกิน สเตตtinแน่ๆเพราะว่ามันไม่เพียงแค่ลด LDL ที่จะไปตันหลอดเลือดของคุณแต่มันลดโอกาส ในการที่ลิ่มเลือดที่มันอยู่แถวนั้นที่ มันเป็นแคลเซียมเกาะในหลอดเลือดคุณจะหลุด ออกมาแล้วไปอุดตันหลอดเลือดคุณเพิ่มขึ้น นะครับเราเรียกอันนี้ว่า Pleopic effect มันไม่ได้ทำหน้าที่ของมันแค่อย่างเดียว

17:52 คือการลดคอเลสเตอรอลแต่มันมีหน้าที่อย่าง อื่นที่มันทำได้อีกก็คือการลดการอักเสบใน ร่างกายลดการหลุดของแคลเซียมที่มันเกาะใน หลอดเลือดไปอุดนะครับพวกเนี้ยได้เยอะดัง นั้นคนพวกนี้ต้องกินสตtินแน่ๆนะครับต่อมา เรื่องของหัวใจ Y ก็อาจจะมียาเฉพาะนะครับ เช่น Angotensin Converting Enhibitor นะครับ Angotensin Receptor นะครับ Angotensin receptor inhibitor บวกกับ Nepresin inhibitor ซึ่งผมเคยพูด พวกนี้ไปหมดแล้วนะครับแล้วนี่ไม่ต้องจำ ด้วยนะครับสำหรับคนทั่วๆไปไม่ต้องรู้นะ ครับให้หมอเขารู้ไปนะครับอ่ามียากลุ่ม Beta Blockกอรที่ต้องกินเพื่อลดไม่ให้ หัวใจมันทำงานหนักจนเกินไปนะครับแล้วก็ลด อาการเต้นผิดปกติของหัวใจอาจจะมียาอีก กลุ่มนึงซึ่งเป็นยาเบาหวานนะครับแต่ว่า มันมีผลประโยชน์ต่อในคนที่เป็นโรคหัวใจนะ

18:38 ครับชื่อยาโซเดียมGLูโคส Co Transporter 2 inhibitor นะครับคือ SGLT2 inhibitor ตัวเนี้ยก็จะเป็นยาที่แบบเราใช้แล้วมันจะ ขับไอ้ตัวน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะเรานะครับ ก็สามารถใช้รักษาโรคเบาหวานได้และต่อให้ คุณไม่เป็นโรคเบาหวานคุณมีแต่โรคไตหรือมี โรคหัวใจอยู่นะคุณก็กินไอ้ตัวนี้แล้วก็ ได้ประโยชน์นะครับดังนั้นหมอรุ่นใหม่ เนี่ยเขามักจะจ่ายตัวนี้ให้กับคนไข้แต่ แน่นอนครับคือถ้าจ่ายตัวเนี้ยก็ต้องระมัด ระวังเรื่องของการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เพราะมันเอาน้ำตาลออกมาในปัสสาวะของคุณ เยอะคุณก็จะติดเชื้อตรงนั้นได้ง่ายกว่า เดิมนะครับแต่มันเป็นยาที่มีประโยชน์ค่อน ข้างที่จะมากดังนั้นหมอหลายคนเค้าก็จะ เริ่มจ่ายยาตัวนี้และนะครับอีกตัวนึงคือ ยากลุ่มสปนแลคตนหรือนะครับพวกนี้ก็จะมี การใช้ในกรณีที่หัวใจมันวายเยอะถ้าหัวใจ

19:25 ทำงานได้ไม่ค่อยดีนะครับเช่นการบีบตัว เนี่ยมันน้อยกว่า 35% แล้วคุณทำยังไงมัน ก็ไม่ดีขึ้นอาจจะต้องมีการใส่สายเข้าไป ที่หัวใจนะครับแล้วก็คาไว้ข้างในมันจะ เรียกว่าเป็นคล้ายๆเครื่อง pac maker นะ ครับเหมือนที่เราเคยเห็นคนที่เขา้าใส่ เครื่องกระตุกหัวใจอ่ะแล้วก็มีกล่องสี่ เหลี่ยมเ่อซ่อนไว้ใต้ผิวหนังของเรานะใส่ ตัวเนี้ยเข้าไปเพื่อที่จะทำให้หัวใจ 2 ข้างมันทำงานพร้อมกันจะได้มีประสิทธิภาพ สูงขึ้นอันเนี้ยเราจะเรียกว่า Cardiac Resynchronization Therapy นะครับคือทำ ให้ 2 ข้างมันทำงานสัมพันธ์กันแท่นั้นเอง นะครับซึ่งหมอก็จะประเมินว่าอ๋อถ้าเกิดคน ที่การหัวใจบีบตัวเนี่ยไม่ค่อยดีนะแล้วก็ ถ้าไปดูแล้วเอ่อค่า EKG ของเราหรือค่า เครื่องไฟฟ้าของเราเนี่ยมันมีความผิดปกติ หรือแบบอ่าถ้าเป็นแพทย์มาดูเขาค้าก็จะบอก ว่าเอค่า QRS complex มันเกิน 150 มิลลิซพวกนี้ก็ต้องสงสัยแล้วว่าหัวใจ 2

20:12 ข้างทำงานไม่สัมพันธ์กันเราอาจจะต้องใส่ เครื่องตัวนี้เข้าไปนะครับส่วนหล่อเลือด หัวใจนะครับถ้าเกิดว่ามันตันไปเยอะแล้ว เราแก้ได้แค่บางเส้นแล้วที่เหลือยังตัน เนี่ยเราก็อาจจะต้องมีการทำอย่างอื่นนอก เหนือจากการให้ยานะครับเช่นการทำ ECT นะ ครับอ่า ECT เนี่ยผมเคยทำคลิปไปแล้วนะ ครับมันเป็นการที่เราใช้เครื่องอ่าบีบตรง บริเวณหลอดเลือดที่ขาอะไรอย่างเงี้ยนะ ครับเพื่อที่จะทำให้ร่างกายเกิดการสร้าง หลอดเลือดใหม่ๆที่หัวใจถ้าใครจำไม่ได้ใน รายละเอียดก็ลองไปฟังคลิปนั้นดูนะครับอ่า เป็นคลิปที่ได้ทำไว้นานมากแล้วนะครับถ้า สงสัยก็ลองไปฟังคลิปนั้นดูนะครับเป็นอะไร ที่ไม่ต้องใช้ยาแต่มันต้องใช้ร่วมกับยานะ ครับยาอย่างเดียวก็ไม่ได้และไอ้นี่อย่าง เดียวก็ไม่ได้เหมือนกันนะครับมันก็ต้องอ ใช้ร่วมกันนะครับงั้นนี่คือการรักษา

20:58 เรื่องของหัวใจสำหรับคนที่เป็นมาแล้ว เนี่ยสิ่งที่เราต้องดูก็คือดูว่าเอ่อเกิด น้ำท่วมปอดมาแค่ไหนคนเหล่าเนี้ยจะต้องมี การชั่งน้ำหนักทุกวันทั่วไปเราไม่ควรควร จะน้ำหนักขึ้นวันละ 1 กก.ถ้าเมื่อไหร่มัน ขึ้น 1 กก.อีกต่อไปขึ้น 1 กก.วันที่ 3 ขึ้น 1 กก.แปลว่าคุณมีน้ำสะสมในร่างกาย เยอะไปแล้วคุณต้องหาเอามันหาทางเอามันออก มาให้ได้นะครับในที่นี้ก็อาจจะต้องมีการ เพิ่มขนาดยาขับปัสสาวะแล้วก็คลุมโซเดียม ให้ดีนะครับโซเดียมที่ควรกินในคนเหล่า เนี้ยคือต้องน้อยกว่า 2 กรัมแล้วมันจะ เป็นไปได้ยังไงเป็นไปได้ครับคือคุณต้องทำ อาหารเองนั่นแหละคุณไปกินข้างนอกไม่มีทาง ทำได้คุณต้องทำเองที่บ้านนะครับแล้วก็ไม่ ต้องปรุงอะไรด้วยนะฮะถามว่าทำไมต้องเข้ม งวดขนาดนี้ก็เพราะว่าถ้าคุณไม่เข้มงวด ขนาดนี้คุณอาจจะถึงชีวิตก็ได้ครับครั้ง

21:45 นี้คือรอดแต่ก็ไม่รู้ว่าครั้งหน้าถ้าถ้า เป็นอย่างนี้อีกมันจะไหวมั้ยนะครับแล้ว การที่หัวใจของคุณเจี๊ยบเนี่ยเค้ามีการ ขยายแล้วมีการเต้นผิดปกติแล้วมันไม่กลับ มาปกติได้นะครับมันจะไม่กลับมาปกติหรือ มันอาจจะดีขึ้นแต่กว่ามันจะดีขึ้นนี่นาน มากๆแล้วคุณต้องปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตลอด ไปด้วยถ้าเมื่อไหร่ผิดนิดนึงเดี๋มันจะ กลับมาใหม่อันนี้อันตรายจริงๆนะก็ต้อง เป็นกำลังใจให้คุณเจี๊ยบนะครับคือมันไม่ ใช่ของที่ทำกันได้ง่ายเพราะว่าบางครั้ง มันเกิดจากพฤติกรรมของเราที่เราชินมาแล้ว อ่ะบางทีเราลืมตัวแล้วเราทำอย่างนี้ก็ได้ หรือบางทีเราพยายามแล้วเราไม่ไหวะเราก็ หงุดหงิดแล้วก็อยากจะกินเข้าไปมันก็เกิด เรื่องขึ้นมานะครับดังนั้นสิ่งที่เราต้อง ดูแน่ๆก็คือดูแลร่างกายของตัวเองพักผ่อน ก็ต้องพักผ่อนให้พอถ้าใครยังถ้าคุณเจี๊ยม ยังไม่เคยตรวจการนอนหลับนะครับไปตรวจซะ

22:33 เพราะว่าการอยู่หายใจในขณะหลับทำให้โรค พวกเนี้ยเป็นหนักขึ้นแล้วถ้าไม่รักษามัน เป็นแน่ๆต้องไปรักษาแน่ๆถ้าไม่เคยตรวจลืม ไม่ไม่เคยบอกว่าเฮ้ยเอ่อเราไม่เคยมีปัญหา ปัญหาเรื่องการนอนกรนไม่เคยมีปัญหาเรื่อง การนอนหลับเราก็นอนได้ดีไม่ได้ครับคนพวก เนี้ยควรต้องตรวจทุกคนด้วยเพราะถ้ามันมี บางทีมันไม่แสดงอาการแล้วเราก็ไม่รู้ด้วย ว่ามันคืออาการนั้นต้องไปตรวจครับนะถ้ามี รีบรักษามันจะได้ป้องกันไม่ให้มันเป็นมาก ขึ้นได้นะฮะอันนี้ก็คือเรื่องของการพัก ผ่อนนอนหลับความเครียดแน่นอนก็ต้องพยายาม ลดนะฮะเรื่องของยาต่างๆที่เมื่อกี้เล่าไป ก็ต้องกินถ้ามีโรคประจำตัวอื่นๆเช่นมี ความดันร่วมด้วยมีเบาหวานร่วมด้วยก็จะ ต้องใช้ยาในกลุ่มนั้นเพื่อคุมให้มันดีที่ ที่สุดเร็วที่สุดเราจะบอกว่าเอ้ยไม่กินยา ขอรอสักเดือนนึงได้มั้ยขอคุมเองก่อนไม่

23:18 ได้ครับเพราะว่ามันจะเกิดเรื่องก็เกิดตอน ที่มันสูงตอนที่คุณยังคุมไม่ได้นะครับตอน ที่คุมได้มันไม่ค่อยเกิดเรื่องหรอกนะครับ ก็ต้องไปจัดการกับโรคประจำตัวต่างๆที่มี ด้วยนะฮะต่อมาต้องทำสิ่งนึงซึ่งเรียกว่า Cardiac Rehab เราจะต้องทำให้หัวใจที่มันอ่อนแอเนี่ย แข็งแรงขึ้นมาได้วิธีอย่างเดียวครับคุณ ต้องออกกำลังกายนะครับแต่ต้องทำภายใต้การ ดูแลของแพทย์โดยเฉพาะถ้าถ้าเกิดหัวใจมัน ทำงานได้น้อยจริงๆแล้วมีการเต้นผิดปกติ ของหัวใจเพราะมันอาจจะกำเริบขึ้นมาถ้า เกิดคุณออกแรงหนักเกินไปนะครับงั้นก็ต้อง ไปสอบถามคุณหมอเว่าต้องทำยังไงบ้างทำได้ แค่ไหนนะครับอ่าทำได้แค่ไหนโดยทั่วๆไป เนี่ยถ้าการเต้นของหัวใจในขณะที่ออกกำลัง กายไม่เกิน 120 หรือบางทีไม่เกิน 140 เนี่ยยังถือว่าโอเคอยู่คุณน่าจะทำได้อยู่ นะครับแต่ก็ต้องปรึกษาคุณหมอเค้าไว้ก่อน

24:05 เพื่อความชัวร์นะครับ อาจจะต้องมียาต้านลิ่มเลือดถ้าเกิดมีการ เต้นเป็นปกติของหัวใจชนิดที่เรียกว่า atrial fibrillation นะครับพวกนี้มันจะ เกิดลิ่มเลือดในหัวใจได้เลยแล้วมันหลุดไป อุดที่สมองได้ดังนั้นพวกเนี้ยก็ต้องคอย จัดการนะครับอย่าให้มันมีเรื่องขึ้นมาที่ เหลือครับสังเกตตัวเองดีๆอะไรที่เป็น สัญญาณเตือนแล้วรู้สึกว่ามันไม่เหมือน ปกติที่เราเคยเป็นนะครับน้ำหนักที่เพิ่ม ขึ้นอย่างรวดเร็วอันนี้ต้องไปหาหมอแล้ว ครับเพราะว่าแสดงว่าเรากำิกำลังเริ่มมี การคั่งของน้ำในร่างกายนะครับอ่ะวันนี้ผม ก็เล่ามาซะยาวเลยนะครับหวังว่าจะได้ ประโยชน์กับหลายๆคนแล้วก็คุณเจี๊ยบเองนะ ครับแล้วก็ดูแลร่างกายด้วยนะครับถ้าใคร ที่ยังไม่เคยไปตรวจร่างกายเลยก็แนะนำว่า ไปตรวจนะครับการใช้ชีวิตของเรานะครับออก

24:52 กำลังกายสม่ำเสมอทานอาหารให้มันสมดุลไม่ ต้องไปทานอะไรแปลกๆนะครับพักผ่อนให้เพียง พอนอนให้เพียงพอนอน 7 ชมงนะครับอย่า เครียดนอนเวลาเดิมตื่นเวลาเดิมนะฮะลดการ ใช้โซเชียลบ้างไปอยู่กับธรรมชาติบ้างนะ ครับคนท็อกสิคในชีวิตก็ตัดมันออกอย่าไปสน ใจเยอะยาเสพติดไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวเลยนะ ครับบุหรี่ เอ่อพวกกัญชาอะไรเงี้ยอย่าไปยุ่งกับมันนะ ครับถ้าเราทำตรงนี้ได้ดีๆมีการตรวจร่าง กายเป็นประจำนะครับถ้ามีปัญหาร่างกายเรา ก็จัดการให้มันดีขึ้นเร็วๆเนี้ยก็จะป้อง กันเราได้นะครับโอเควันนี้ผมหวังว่าจะ เป็นประโยชน์กับหลายๆคนนะครับถ้าใครมี อะไรสงสัยก็สอบถามมาแล้วกันนะครับวันนี้ เท่านี้ครับขอบคุณมากครับสวัสดีครับ

Share

YouTube Video Summaries