Woke คืออะไร? | echo Review

echo www.youtube.com

สรุปย่อ

วิดีโอนี้เป็นการรีวิวและอธิบายแนวคิดเรื่อง "Woke" โดยมีผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับที่มา ความหมาย และทิศทางในอนาคตของ Woke โดยเน้นประเด็นสำคัญดังนี้:

  • Woke คืออะไร: การตื่นรู้และความตระหนักถึงความไม่ยุติธรรมในสังคม
  • ที่มา: เริ่มต้นจากกลุ่มคนผิวดำในอเมริกาในช่วงทศวรรษ 1940 และขยายไปสู่ประเด็นอื่น ๆ ในปัจจุบัน
  • บริบทในไทย: มาพร้อมกับคนรุ่นใหม่ (Gen Z) และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Twitter
  • ปัญหาของ Woke: ขาดมิติทางการเมือง กลายเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล และอาจนำไปสู่การ Cancel Culture
  • ทิศทางในอนาคต: ควรผลักดันให้ Woke เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนทางการเมืองเพื่อสร้างประชาธิปไตยในทุกมิติ

Woke คืออะไร?

Woke คือกระแสความคิดหรือขบวนการที่เกี่ยวกับการตื่นรู้และตระหนักถึงความไม่ยุติธรรมในสังคม การกดขี่ การเหยียด และประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น โดย Woke ในปัจจุบันมีความหมายที่กว้างกว่าเดิม ครอบคลุมประเด็นหลากหลาย เช่น สิ่งแวดล้อม เพศ แรงงาน และการเหยียดคนพิการ

จุดเริ่มต้นของ Woke

คำว่า Woke มีที่มาจากภาษาเฉพาะของคนแอฟริกัน-อเมริกันในทศวรรษ 1940 ซึ่งมีความหมายถึงการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและสีผิวในสังคมอเมริกัน คำนี้กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งในช่วงเหตุการณ์ Black Lives Matter และปรากฏในวัฒนธรรมสมัยนิยม (Pop culture) มากขึ้น

Woke ในบริบทของสังคมไทย

ในประเทศไทย กระแส Woke มาพร้อมกับคนรุ่น Gen Z ที่เติบโตมาพร้อมกับแพลตฟอร์มอย่าง Twitter ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการพูดถึงประเด็นทางสังคมและการเมืองต่าง ๆ เช่น Black Lives Matter และ MeToo คนแต่ละรุ่นมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับประเด็นเหล่านี้

Woke เป็นแฟชั่นหรือไม่?

กระแสทางการเมืองเป็นเรื่องของแฟชั่น แต่ Woke ก็เป็นเรื่องของการตระหนักรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ PC (Political Correctness), Cancel Culture, Identity Politics และ SJW (Social Justice Warrior) ซึ่งเป็นสิ่งที่มาพร้อมกัน การให้ความสำคัญกับปัจเจกบุคคลมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเปราะบางและนำไปสู่ปัญหาในการอยู่ร่วมกันในสังคม

ปัญหาของ Woke

Woke อาจทำให้เกิดการตระหนักรู้ในเชิงสังคม แต่ไม่ได้ทำให้เกิดความเข้มแข็งทางการเมืองในการขับเคลื่อนสิ่งต่าง ๆ เนื่องจากทำให้เกิดการแตกกระจายและปกป้องตัวเองมากเกินไป การเกิดขึ้นของ Cancel Culture เป็นผลมาจากการปกป้องตัวเอง แต่การอยู่ร่วมกันในสังคมต้องยอมรับความแตกต่างหลากหลายของผู้อื่น

ทิศทางในอนาคตของ Woke

Woke ควรถูกนำไปเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนทางการเมืองเพื่อสร้างประชาธิปไตยในทุกมิติ ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในระดับปัจเจกบุคคลที่เอาไว้ Cancel คนอื่น การขาดมิติทางการเมืองเป็นจุดอ่อนของ Woke ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาในระดับโครงสร้างได้

ทำไมคนถึง Anti-Woke?

คนรุ่นเก่าอาจรู้สึกหมั่นไส้ Woke แต่คนรุ่นใหม่อาจมองว่าคนรุ่นเก่ามีปัญหา การตระหนักรู้ในเรื่องต่าง ๆ เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมีการปรับตัวเข้าหากันระหว่างคนต่างรุ่น Woke ควรถูกนำไปใช้ในการขับเคลื่อนทางการเมืองเพื่อสร้างประชาธิปไตยในทุกมิติ ไม่ควรจำกัดอยู่แค่ในระดับปัจเจกบุคคล

การผลักดัน Woke สู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง

มีความพยายามที่จะผลักดัน Woke ไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมือง เช่น การประท้วงที่สีลมในปี 2563-2564 แต่หากไม่มีพลังทางสังคมที่แข็งแกร่ง ประเด็นเหล่านี้ก็จะกลายเป็นเรื่องส่วนตัว การเมืองบนท้องถนนสามารถช่วยฉุดกระแสความตื่นรู้ให้เข้าไปอยู่บนท้องถนนได้

Woke กับการเปลี่ยนแปลงให้เป็น PC มากขึ้น

การพยายามเปลี่ยนคำหรือเนื้อหาให้เป็น PC มากขึ้น เช่น ในเรื่องของแอเรียลหรือมาทิลดา เป็นสิ่งที่คนรุ่นใหม่มีสิทธิ์ที่จะทดลองทำ แต่ทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะตีความตามยุคสมัยของตัวเอง การพยายามบอกคนอื่นว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่สมเหตุสมผล

การเมืองที่ถูกฟื้นขึ้นมาได้

สิ่งสำคัญที่จะทำให้การเมืองถูกฟื้นขึ้นมาได้คือการมีอะไรร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา หรือเพศสภาพ แต่ทุกคนถูกกดขี่ภายใต้โครงสร้างสังคมนี้ร่วมกัน หรือมีความฝันที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมร่วมกัน การเมืองอัตลักษณ์เป็นแค่บันไดขั้นต้นของการเห็นปัญหา ต้องเห็นว่าเป็นปัญหาร่วมกันและแก้ไขปัญหาร่วมกันได้

Summarize any YouTube video in seconds

Get summaries like this one for any video, in your language, with the free Summ app.

Download on the Apple Store
Get it on Google Play

Transcript

YouTube Transcript Generator

0:00 สวัสดีครับ ผมยิ่งครับ สวัสดีค่ะ ลูกปัดค่ะ คุณอยู่กับ echo review วันนี้เราจะมา review เรื่อง woke woke คืออะไร เกิดขึ้นมาตอนไหน มีหน้าตาเป็นยังไง และทิศทางของ woke ในอนาคตจะเป็นยังไง มันจะเป็นปัญหาอีกหรือเปล่า หัวข้อชวนทัวร์ลงมากเลยนะครับ ชวนทัวร์ลงมากค่ะ อย่างนั้นเราพูดเองไม่ได้เนอะ เพราะเราไม่ได้มีความรู้เพียงพอ ในเชิงประวัติศาสตร์การเมือง เราก็เลยจะเชิญผู้ที่จะสามารถ ตอบคำถามเรา แล้วก็สร้างความเข้าใจให้แก่ผู้ชม มาเล่าให้เราฟังค่ะ อาจารย์แนะนำตัวหน่อยครับ ผมชื่อเก่งกิจ กิติเรียงลาภ ทำงานอยู่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ งั้นเรามาคำถามแรกเลยดีกว่า คำถามแรกซึ่งเป็นคำถามที่หลายคน น่าจะอยากรู้เหมือนกัน อาจารย์คะ Woke คืออะไร

0:47 คือมันตอบได้หลายแง่ แง่หนึ่งอาจจะตอบโดยนิยามที่มันกระชับที่สุด ก็คือมันเป็นเหมือนขบวนการ หรือเป็นกระแสความคิดอะไรบางอย่าง woke มันคือการตื่นรู้ มันมาจากคำว่า wake woke หรือ stay woke เพราะฉะนั้นคือ มันก็จะกระบวนการของการตื่นรู้ หรือเรามีความที่มี awareness มีความตระหนักถึงแบบ ความไม่ยุติธรรมในสังคม หรือแบบความไม่ถูกต้อง การกดขี่ การเหยียดหรืออะไรต่างๆ ในสังคม เพราะฉะนั้น woke มันก็จะเป็นเหมือนภาพรวมๆ ในกระแสปัจจุบัน ที่เราอาจจะบอกไม่ได้ว่า มีประเด็นอะไรประเด็นหนึ่ง โดยเฉพาะ นั่นหมายความว่า ถ้า woke มันเป็นกระแส หรือเป็นความคิดของคนที่ sensitive กับเรื่องความไม่ยุติธรรมในสังคมเนี่ย มันก็อาจจะขยายไปหลายประเด็นย่อยๆ เยอะแยะไปหมด

1:34 woke เกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อไหร่คะอาจารย์ คือเวลาเราพูดคำว่า woke เนี่ยจริงๆ woke มาจาก ภาษาเฉพาะของคนแอฟริกัน-อเมริกัน ในทศวรรษ1940 คำว่า woke มันมีนัยยะถึงการต่อต้าน ความคิดเรื่องการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดสีผิวในสังคมอเมริกัน เพราะฉะนั้นคำว่า woke จะเป็นคำที่ใช้เฉพาะในกลุ่มคนผิวดำในสหรัฐอเมริกา เพราะฉะนั้นคนขาวไม่ได้ใช้คำพวกนี้ แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญ ก็คือคำว่า woke ในยุคสมัยนั้น มันสำคัญกับความคิดเรื่องชนชั้น ซ้อนทับกับการเหยียดเชื้อชาติ เหยียดสีผิวในสังคมอเมริกัน เพราะฉะนั้น มันก็จะมีความหมายเฉพาะมากๆ แต่คำว่า woke เนี่ยมัน ก็จะหายไปละในช่วงเวลาหนึ่ง แล้วมันก็กลับมาเป็นกระแสที่ไม่ว่า คนจะสีผิวอะไรก็จะหยิบออกมาใช้เนอะ

2:20 เหตุการณ์ Black lives matter อะไรอย่างนี้ กระแสที่แบบ เฮ้ย ชีวิตของคนผิวดำ มีความสำคัญนะ มันทำให้ประเด็นเรื่อง woke ถูกรื้อฟื้นกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แล้วเราจะเห็นกระแส woke มันอยู่ใน Pop culture จำนวนมากเลยด้วยซ้ำ เช่น การที่คนผิวดำโดนยิงในปี 2014 ในสหรัฐอเมริกา ในเมือง Ferguson เนี่ย มันทำให้คนพูดถึงคำว่า woke มากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าการที่ woke กลายเป็นคำที่มัน ครอบคลุมประเด็นอื่นๆ เช่น เรื่องเพศ เรื่องอะไรก็แล้วแต่ ที่มันมากไปกว่า ประเด็นเรื่องคนผิวดำท่ีโดยเหยียดเนี่ย มันมาทีหลัง 2014 เพราะฉะนั้นอันนี้ มันก็จะเป็นอีก phase หนึ่งละ นั่นหมายความว่าเวลาที่เราพูดถึง woke ในปัจจุบัน คือ woke ในความหมายหลัง 2014 เป็นต้นมาที่มันมีประเด็นเฉพาะ

3:07 ซึ่ง woke ในความหมายนี้มันหลุดออกไป จากกรอบของประเด็นเรื่องคนผิวดำ คนแอฟริกัน-อเมริกันไปเรียบร้อยแล้ว มันครอบคลุม มันกลายเป็นเรื่องสิ่งแวดล้อมก็เป็น woke ประเด็นเรื่องเพศ เรื่องไรก็เป็น woke ได้หมดเลย เรื่องแรงงานก็เป็น woke ได้ เรื่องการเหยียดคนพิการก็เป็น woke ได้ มันก็จะครอบคลุมหมด แล้วในบริบทไทย ความเป็น woke มันเข้ามาช่วงไหนครับ คือสำหรับผม อันนี้เป็นมุมที่ผมมองนะ มันอาจจะผิดก็ได้ ผมคิดว่า woke มันมาพร้อมกับ คน generation ที่เป็น gen z หรือลงไปกว่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เติบโตมาพร้อมกับ พื้นที่ทวิตเตอร์ไม่ใช่เฟซบุ๊ค Black lives matter เนี่ย

3:53 แฮชแท็กมันอยู่ในทวิตเตอร์ หรือแบบ Metoo เนี่ย เรื่องแบบผู้หญิงถูกข่มขืน เพราะงั้นคือผมเลยคิดว่ากระแสพวกนี้ มันมาพร้อมกับแพลตฟอร์มใหม่ๆ นั่นคือทวิตเตอร์ ซึ่งแพลตฟอร์มพวกนี้ คนที่ใช้แพลตฟอร์มพวกนี้ ในการสื่อสารเป็นหลัก เป็นคนที่อยู่ใน generation แบบหนึ่งอะเนาะ ซึ่งไม่ใช่ gen x, gen y, boomer ถ้าเราเข้าไปในทวิตเตอร์เราจะเห็นโลกหนึ่ง เราเข้าไปในไลน์เราจะเห็นโลกหนึ่ง พ่อแม่ผมยังพูดเรื่องสหรัฐอเมริกา สนับสนุนพรรคก้าวไกลอยู่เลย จะมาตั้งฐานทัพในไทย ลงในไลน์ใช่ไหม ในเฟซบุ๊คก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง ก็จะเป็นยุคพวกเรา พูดเรื่องสัพเพเหระ เพราะงั้นคือผมคิดว่า เรากำลังอยู่ในยุค คือลองจินตนาการว่า

4:39 ในสมัยก่อน คนอยู่คนละ generation ความคิดก็อาจจะไม่ได้ต่างกันมาก แต่ทุกวันนี้มันต่างกันมาก รูปแบบแพลตฟอร์ม การสื่อสาร วิธีคิด ไลฟ์สไตล์ ทุกอย่างมันต่างกันหมด ผมเชื่อเลยว่าหมอชลน่านก็จะงงว่าทำไม การพูดล้อเล่นกับจอมขวัญมันถึงเป็นเรื่องได้ ถ้าสัญญาณมันค้างหรือมันยังไงอะ คุณหมอออกแล้วก็เข้าใหม่ได้ ไม่มีปัญหาเลยนะคะ ให้พี่เข้า ๆ ออก ๆ หรอ -ถ้าอินเทอร์เน็ตมันค้างต้องทำอย่างนั้นค่ะ -ได้ไหมเนี่ย คือจะเอาคนอย่างนี้เนี่ยมาเป็นประธานรัฐสภา ถ้าเป็นย้อนกลับไปยุคเรา คือแบบคนแก่พวกนี้ไปกินเบียร์ ก็ไปแซวสาวเชียร์เบียร์ มันเป็นปัญหายังไงวะ แต่ว่าโอเค ผมไม่ได้บอกว่ามันไม่ได้เป็นปัญหานะ แต่ถ้าพูดแบบเนี้ย woke นะ

5:24 หรือเราแสดงว่าแบบ ผมเคยบอกว่าแบบ คุณพูดอย่างนี้มันปัญญาอ่อน ทุกวันนี้โดนเลยนะ หาว่าแบบ ableism คือเราเหยียดคนพิการ เหยียดคนที่เป็นออทิสติก คือผมรู้สึกว่า เฮ้ยไม่ได้หมายความอย่างนั้น แต่ว่าโอเค หรือแม้กระทั่งปัญหาแบบแอเรียล จะเป็นคนผิวขาวหรือผิวดำ อันนี้มันเป็นปัญหาใหญ่มากในยุคของเรา คือแบบแอเรียลคือผิวขาว มันน่าจะเป็นอย่างนั้นใช่ไหม หรือเราก็ไม่รู้จริงๆ ว่าผิวอะไร แต่ว่าสิ่งเหล่านี้ มันกลายเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ แล้วผมเชื่อว่าคนรุ่นแก่กว่าเรา Babyboom หรือรุ่น gen x เขาไม่เก็ทหรอกว่า คนพวกนี้มันมีปัญหาเรื่องนี้ทำไม เพราะฉะนั้นแน่นอนว่าช่องว่างอันนี้ ผมคิดว่ามันเป็นช่องว่างที่แบบ เราก็ต้องรอคนจำนวนหนึ่งตายไป

6:12 ก็คือรุ่นแก่กว่าเรารวมทั้งอาจจะเป็นรุ่นเราด้วย ผมก็คิดว่า woke มันจะเกาะอยู่กับ คน generation หนึ่งไปอย่างยาวนานอะ ผมคิดว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นหรอก พอคุณแก่ขึ้นคุณก็จะเปลี่ยน เพราะว่า เวลาที่เราอายุ 10 กว่าเราก็มีวิธีคิดแบบหนึ่ง กูต้องก้าวหน้า กูต้องต่อต้าน กูจะต้องทำอะไรที่มัน Avangard เยอะแยะไปหมด แต่พอถึงเวลาที่คุณมีลูก คุณก็จะคิดแบบกูเอาตัวรอดก่อน กูเอาชีวิตให้กูสงบ เปลี่ยนโลกไปเลยหนู เดี๋ยวป้ารอตรงนี้ กูสนับสนุนมึงแต่กูไม่เอา กูทำไรไม่ได้ พอฟังดูอย่างนี้ ถ้ามันเป็นเรื่องของ Generation แล้วมันอยู่เฉพาะช่วงเวลาหนึ่ง เหมือนช่วงเวลาวัยรุ่น ช่วงเวลาแสวงหาอะค่ะ Woke มันกลายเป็นแฟชั่นมั้ย หรือมันกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องแบบ ต้อง Woke ต้องตระหนักรู้ คือผมคิดว่ามันมีทั้งสองอย่างเนาะ ด้านหนึ่ง แน่นอนว่ากระแสทางการเมือง ก็เป็นเรื่องของแฟชั่นนะ

7:00 เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การที่คนมาส้ม คนไปเสื้อแดง หรือคนจะเป็นสลิ่ม นกหวีด ห่าไร ทุกอย่างมันเป็นกระแสหมด ใช่มั้ย แต่ในด้านหนึ่ง ผมคิดว่ามันเป็นเรื่อง ถ้ามอง Woke โดยที่หลุดออกไปจาก เฉพาะ Woke นะ มันอาจจะรวมถึง ประเด็นเรื่อง PC ใช่มั้ย ประเด็นเรื่อง Cancel Culture การที่แบบ หมอชลน่านพูดแบบนี้แล้วกูแบบ ไม่เอา PC, Identity Politics, การเมืองอัตลักษณ์, Woke, Cancel Culture หรือแม้แบบ SJW Social Justice Warrior อะไรพวกนี้ มันเป็นสิ่งที่มาด้วย Package เดียวกัน แน่นอนว่าคุณอาจจะเป็น Woke โดยที่คุณไม่ Cancel ก็ได้ ใช่ปะ นั่นคือผมคิดว่า ภายใต้การสิ้นสุดของสงครามเย็น มันมาพร้อมกับ การขยายตัวของวิธีคิดแบบเสรีนิยม ซึ่งวิธีคิดแบบเสรีนิยม

7:46 มันเป็นวิธีคิดที่ให้ความสำคัญ กับปัจเจกบุคคลแบบสุดโต่ง เพราะฉะนั้นคือ มึงห้ามมาละเมิดกูนะ สมมติลูกปัดบบอกว่าเออวันนี้ลูกปัดไม่สบายใจเลย แล้วผมบอกว่า ลูกปัด ผมก็ผ่านเหตุการณ์นี้มาแล้ว ลูกปัดบอกว่าอย่าเอาประสบการณ์ของอาจารย์ มาตัดสินลูกปัดนะ เนี่ย คือแบบ ไอ้ห่า -ความหวังดีของกูคือชิบหายไปหมดแล้ว -คือมันกลายเป็นแบบ คือลูกปัดจะรู้สึกว่าตัวเองถูกคุกคามอยู่ตลอด ขอบเขต Boundary ของตัวตนของลูกปัดจะรู้สึกว่า มันพร้อมที่จะแตกหัก แตกสลายอยู่ตลอด ถ้าคนไปสะกิด Trigger, Trigger warning ใช่มั้ย อันนี้มันเป็นเรื่องหนึ่งที่เราแบบ เรารู้สึกว่า เออพอเราบอกว่าแบบ มันมีการ Woke มันมีการตื่นรู้ในเรื่องนู่นนั่นนี่สีผิวต่างๆ แล้วมันกลายเป็นว่าเรารู้สึก มันมีความเปราะบางมากในเรื่องพวกนี้ เลยจะถามอาจารย์ว่า อันนี้มันกลายเป็นปัญหาของ Woke หรือเปล่า

8:34 แล้วปัญหาของ Woke ที่มันมาพร้อมกับแบบ อะไรต่างๆ พวกนี้ เสรีนิยมใหม่อะไรพวกนี้ มันคืออะไร Woke มันทำให้มันเกิด มันอาจจะ Raise awareness เราในเชิงสังคม แต่มันไม่ได้ทำให้เรามีความเข้มแข็งทางการเมือง ในการที่จะขับเคลื่อนส่ิงต่างๆ เพราะว่ามัน Fragment เรา มันทำให้เราแตกกระจาย ยกตัวอย่างเวลาเราทวิตอะไรสักเรื่องหนึ่ง มีคนบอกว่า เรื่องนี้มันแบบ ฉันรับไม่ได้ เพราะฉันเคยมีประสบการณ์ไม่ดีกับเรื่องนี้ ประเด็นที่ผมคิดข้างในใจแต่ไม่ได้พูดคือ กูจะรู้ได้ไง ว่ามึงจะมีประสบการณ์ไม่ดีกับเรื่องนี้ คือกูต้องรู้ทุกคนมั้ย แม่งก็ไม่ต้องสื่อสารไรกัน เพราะทุกคำพูดของกูมันสามารถที่จะ Trigger มึง หรือใครสักคนในโลกนี้ได้หมดมั้ย ก็คือผมรู้สึกว่ามันทำให้ภูมิต้านทานของการ อยู่ร่วมกันบางทีมันลดลงเหมือนกันนะ

9:23 รวมถึง ไอ้การเกิดขึ้นของ Cancel Culture มันจึงไม่ใช่เรื่องผิดปกติ เพราะว่ามันมาพร้อมกับไอเดียของการปกป้องตัวเอง แต่จริงๆ แล้วเวลาที่เราพูดถึง การอยู่ร่วมกันของความเป็นสังคมเนี่ย คุณไม่มีทางที่จะหลีกเลี่ยง การดำรงอยู่ของคนอื่น ใช่ปะ ความแตกต่างคนอื่น เราพูดกันตลอดเลยว่า ว่าเราต้องยอมรับความแตกต่างนะ ของการดำรงอยู่ของคนอื่น ซึ่งมีความแตกต่างหลากหลายจากเรานะ เราท่องสูตรนี้กันมา เพราะฉะนั้นไอ้วิธีคิดแบบ liberal มันทำให้เราเปราะบางนะสำหรับผม Woke มันเป็นส่วนหนึ่ง ถ้างั้น ถ้าจะให้ Woke พัฒนาตัวเองต่อไปอย่างมั่นคงแข็งแรง ถ้าเราจะนิยามว่ามันเป็นสิ่งที่ดี ที่ทำให้คน ตระหนักรู้อะไรบางอย่าง อาจารย์คิดว่ามันควรที่จะดำเนินไปในรูปแบบไหน หรือที่ทางของมันควรจะเป็นยังไง ยากมากเลย สำหรับผม ผมคิดว่า แน่นอนว่าเป็นเรื่องดีมากที่คนแบบ โห เป็นห่วงเป็นใย

10:08 ประเด็นเรื่องความอยุติธรรมทางสังคม การเหยียดการบูลลี่ในโรงเรียนหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในด้านหนึ่งที่เราจะเห็นก็คือว่า มันขาดมิติทางการเมือง Woke จำนวนมาก กลายเป็นมิติในเชิงศีลธรรม ยกตัวอย่างเช่น ทำไมคนจำนวนมาก ไม่รู้สึกเลยว่า สิ่งที่หมอชลน่านพูดเป็นปัญหา หรือ หลายๆ คนที่แบบ คนรุ่นแก่ๆ พูดมันเป็นปัญหา คือผมคิดว่ามัน มันเป็นวิธีคิดเชิงโครงสร้าง ของยุคสมัยของสังคม แต่กระแสของ Woke มันไม่ถูกทำให้เราคิดในระดับของโครงสร้าง ทำให้เกิดปัญหานี้ขึ้น ถ้าพูดอย่างนี้ได้มั้ยคะ มันจะคล้ายๆ กับว่า พอถ้าเอา Woke ไปจับ มันจะกลายเป็นว่า สิ่งที่หมอชลน่านหรือสิ่งที่นายเอพูดเนี่ย มันเป็นเพราะ เพราะตัวเขา แต่ว่ามันจะไม่ได้ไปคิดต่อว่า เห้ย เขาเกิดในยุคไหน ทำไมเขาถึงคิดแบบนี้ เขาพูดบนฐานอะไร

10:57 นั่นหมายความว่าเวลาที่เรา ผมจึงบอกว่า ประเด็นจุดอ่อนที่สุด ของ Woke คือการขาดมิติทางการเมือง เวลาที่เราพูดคำว่าการเมือง มันคือ Collective มันคือการร่วมกัน เป็นมวลชน ใช่มั้ย มันไม่ใช่เรื่องของปัจเจกบุคคล ผมก็เลยคิดว่า อันนี้เป็นปัญหาใหญ่ เพราะความที่ Woke มัน มันปฏิเสธความเป็นการเมือง โดยที่มันไม่รู้ตัว แต่มันคิดว่าตัวเองโคตรการเมืองเลยนะ โคตร Progressive เลยนะ แต่จริงๆ มันไม่ได้ Progressive ก็คือแบบ ตระหนักรู้ในเรื่องที่สังคมเห็นว่าเป็นปัญหา Woke มันมีลักษณะเฉพาะ พิเศษ หรือเปล่าที่ทำให้คนรู้สึก Anti หมั่นไส้มากกว่าโอเคถ้าอย่างเรางี้ เราจะไม่ได้รู้สึก Anti ม็อบ Anti ขบวนการแรงงาน หรือ Anti มากเท่ากับ Woke ไปทวิต เรื่อง หรือ Woke แบบที่ พูดเรื่องการเมืองเชิงอัตลักษณ์ แบบเรื่อง เพศ

11:42 หรือเรื่องอะไรใช่มั้ย แบบที่คนจะหมั่นไส้มากกว่า อาจารย์คิดว่ามันต่างกันยังไงครับ หมายถึงว่าทำไมคนถึงมี Bias กับสิ่งนี้จัง คือจริงๆ ผมว่าเวลาที่เราพูดว่าหมั่นไส้ เพราะว่าเราแก่ไง เพราะว่าแก่ แล้วคุณไปถามเด็กอายุ 18 เขาจะไม่หมั่นไส้ เขาจะบอกว่าพวกมึงอะมีปัญหา ที่พวกมึงมาหมั่นไส้กู แต่สิ่งนี้มันช่วยให้สังคมมันขับเคลื่อนมั้ยครับ หรือว่ามันจะพาไปทางไหน คือ ผมว่ามัน มันช่วยทำให้เรามี ความตระหนักรู้ในเรื่องบางเรื่องเนาะ อย่างผมทุกวันนี้ ไม่ใช่ว่าแบบ ไอ้นี่เป็นคน... ไอ้นี่เป็นคนปัญญาอ่อน คือผมจะไม่ใช้เพราะผมรู้สึกว่า เออเห้ย ถ้ามันทำให้คนจำนวนหนึ่งรู้สึกแย่ ผมก็ไม่พูด ถึงแม้ผมจะไม่ได้หมายความเช่นนะก็ตาม หรือสมมติ สมัยก่อนเราเจอเพื่อนเรา ช่วงนี้แกดูอ้วนขึ้นนะ ทุกวันนี้คุณพูดประโยคนี้ไม่ได้นะ เห้ยยิ่ง ตอนนี้ยิ่งดูอ้วนขึ้นกว่า 5 ปีที่แล้ว

12:28 เชี่ย พูดประโยคนี้ไม่ได้นะ คุณ Trigger นะ ยิ่งอาจจะ Trigger คือผมก็รู้สึกว่าโอเค อันนี้เป็นประเด็นที่เรา ผมก็ต้องเรียนรู้เหมือนกันนะ เพราะว่าผมต้องอยู่กับเด็กอายุ 10 กว่า 20 ในการสอนหนังสือ เขาก็จะเด็กกว่าผมไปเรื่อยๆ พอผมยิ่งแก่ เขาก็จะยิ่งเด็ก คือผมก็ต้องเรียนรู้ว่าโลกของเขาเป็นยังไง นั่นก็เป็นสิ่งที่เรา นั่นหมายความว่า ตัวเราเองซึ่งเราอยู่กับคนอื่น คน Generation อื่น คนที่มีความคิดแบบอื่น ตัวเราเองก็ต้องปรับตัวนะ ไม่ว่าใครก็ตาม คุณเป็นเด็กคุณก็ต้องปรับตัวกับคนแก่ คือผมคิดว่า คุณ Woke ได้ แต่คุณ เขาเรียกว่าไง Woke มันควรจะถูกเอาไปเป็นส่วนหนึ่ง ของการขับเคลื่อนทางการเมือง เพื่อสร้างประชาธิปไตยในทุกๆ มิติ Woke มันไม่ควรจะถูกจำกัดอยู่ในมิติของ อยู่ในระดับของความเป็นปัจเจกบุคคล

13:18 ที่เอาไว้ Cancel คนอื่นที่เป็นปัจเจกบุคคล ไม่งั้น Woke มันจะกลายเป็นสิ่งที่เข้าทางของฝ่ายขวา เป็นเครื่องมือทางการเมือง ที่คุณเอาไว้ cancel คนที่คุณไม่ชอบ ซึ่งอันนี้น่ากลัวนะ น่ากลัว ซึ่งจริงๆ ปัญหานี้มันไม่ใช่แค่ในบริบทไทยด้วยนะ คือในสหรัฐฯ เองก็มีปัญหาพวกนี้อยู่ หมายถึงว่าลักษณะการมอง การต่อต้าน Anti-woke มันก็มีเหมือนกัน คือแน่นอนว่ามันมีพวก anti-woke พวกเบียว พวกอะไรก็ตาม แต่ว่าสำหรับผม ผมไม่ได้ anti-woke แต่ผมคิดว่า เราจะทำยังไงที่จะช่วยกันผลักให้ woke มันมีความเป็นการเมืองมากขึ้น -มันมีพลังในการขับเคลื่อนจริงๆ -มันมีพลังในการขับเคลื่อนมากขึ้น เพราะเราเห็นว่าคนตั้งคำถามกับงานไพร์ดล่าสุด ตั้งคำถามว่าพวกบริษัทต่างๆ มันมาซื้อ เพื่อเข้าไปโฆษณาตัวเองในงานไพร์ดได้ยังไง

14:04 หรือว่ามีคนพูดอันนึงว่ามันมีพวกป้าย ขอให้พวกซีรีส์วายไม่มาหากินกับ... ซึ่งผมเห็นว่า โอเค เถียงกันว่าเราด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่มันก็ทำให้เราได้คิดว่ามันควรหรือเปล่า ที่ให้เขามาหากินกับงานนี้ หรือว่าจริงๆ แล้วเขาก็มีสิทธิ์ที่จะมา ผมว่ามันก็ตั้งคำถามได้ เหมือนเป็นการสร้างแนวร่วมหรือเปล่า แต่ว่าทำยังไงที่คำถามพวกนี้ มันจะกลายเป็นคำถามทางการเมือง อันนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเราขาด มันเคยมีความพยายามที่จะผลัก woke ไปสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองมั้ยคะ ผมคิดว่าในสังคมไทยเราเห็นนะ ในปี 63 64 ใช่ปะ คือประเด็นอยู่ดีๆ แบบ มีการจัดประท้วงที่สีลม แล้วคนออกมาเดิน

14:51 แต่งชุดนู่นนี่ออกมาเดินบนถนน เห้ย ผมว่ามันเจ๋งมากนะที่คน ที่มีความตื่นรู้ในเรื่องเพศ เรื่องนู่นนี่ต่างๆ หรือเรื่องอะไรก็ตาม สิทธิของการแต่งตัว หรือทรงผม เด็กนักเรียนไปนั่งให้คนตัดผม ผมว่ามันเจ๋งมาก ทำคนเดียวด้วยนะ แล้วมันไปผนึกกับการต่อสู้ทางการเมือง ผมคิดว่าอันนี้มันเป็น เราเห็นแง่ที่มัน Politicize ตัวมัน แต่แน่นอนว่าทุกๆ เรื่องในสังคมแหละ เรามีความไม่พอใจจำนวนมาก เรามีความตื่นรู้ในหลายเรื่อง แต่ถ้ามันไม่มีพลังทางสังคม ที่มันจะเกิดกระแสการรวมกลุ่ม เคลื่อนไหวบนท้องถนน ไอ้ประเด็นพวกนี้มันก็จะกลายเป็นปัจเจกบุคคล เอาไว้คุยกับเพื่อน โพสต์ในทวิตเตอร์ ซึ่งผมว่ามันเป็นสิ่งที่เข้าใจได้นะ

15:39 เพียงแต่ว่า เราจะทำยังไงที่จะช่วยกันผลัก ให้มันมีการเป็นการเมืองมากขึ้น แน่นอนการเมืองบนท้องถนน มันช่วยฉุดกระแสของความตื่นรู้ จำนวนมากให้เข้าไปอยู่บนท้องถนนได้ อย่างที่เราเห็น โอเคตอนนี้มันก็อาจจะซาไปแล้ว มันมีอันนึงที่รบกวนจิตใจมากเลย อย่างเช่น คือเรารู้สึกว่า woke พอมันเข้าไปลึก มันเริ่มพยายามจะเปลี่ยนอะไรบางอย่าง ให้มัน PC (political corectness) มากขึ้น อย่างเช่นยกตัวอย่าง เรื่องแอเรียลอันนี้ก็เป็นประเด็น อีกอันนึงอย่างเรื่องมาทิลดาที่เขาจะไปเปลี่ยนคำต่างๆ ที่เคยแบบเหยียดเพศไว้ อันนี้เรารู้สึกว่ามัน หรือมันเป็นความคิดของเรา ที่มันดูเป็นยุคเก่าหรือเปล่าอะไรอย่างงี้ คือผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ๆ ก็มีสิทธิ์ที่จะทดลองใช้คำใหม่ๆ เหมือนกัน

16:26 ไม่รู้นะ สำหรับผม ผมไม่ได้มีปัญหากับการแก้คำ คือคุณอยากจะผลิตอะไรเวอร์ชั่นใหม่ที่เป็นแบบ สีผิวอะไรก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ ทุกคนก็มีสิทธิ์ เพราะทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตีความตามยุคสมัยของตัวเอง ผมคิดว่าอันนี้มันก็เป็นสิ่งที่แฟร์ที่แต่ละคนจะทำ แต่แน่นอนเราซึ่งแก่แล้ว เราก็อาจจะรู้สึกว่า เห้ยกูอยากได้แบทแมนคนขาวอะ กูอยากได้ซูปเปอร์แมนคนขาว สมมติอะสมมติใช่มั้ย หรือวันนึงเราอาจจะบอกว่า กูอยากได้แบทแมนที่เป็นคนเอเชียก็ได้ คือผมคิดว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะตีความ แต่เราไม่มีสิทธิ์ที่จะบอกคนอื่นว่าเห้ย แบทแมนมึงต้องเป็นคนผิวสีเท่านั้น คือผมคิดว่ามันไม่เมคเซนส์อะ ตอนนี้ปัญหาของมันคือ เราพยายามจะบอกคนอื่นว่ามึงต้องเป็นแบบนี้เท่านั้น

17:14 คือผมคิดว่าในที่สุด เราจะเจออะไรที่มันแบบมั่วๆ ไปหมด ซึ่งทุกคนก็พยายามจะดูก้าวหน้าเพื่อตอบโจทย์สังคม แต่ในขณะเดียวกันคุณก็ไม่ได้ก้าวหน้า คือเราก็อยู่ร่วมกันแบบนี้แหละผมว่า ในขณะที่เราก็บอกไม่ได้ว่า พวกมึงห้ามพูดประเด็นของมึง ไอ้กระบวนการของการหมกหมุนกับความหลากหลาย ที่มันไม่หลากหลายจริงๆ มันทำลายความเป็นการเมือง ในที่สุดเมื่อคุณจะหลากหลายอย่างถึงที่สุด คุณจะต้องเป็นหน่วยที่เป็นปัจเจกบุคคล มันต้องย่อยมากๆ -เพราะกูกับมึงก็ต่างกันไง ผมกับคุณก็ต่างกัน -มันรวมกันไม่ได้ เพราะมันโคตรจะหลากหลายใช่มั้ย คุณจะเอาหลากหลาย สุดโต่ง คือทุกคนแม่งต้องแยกกันหมด คุณทุกคนต้องตั้งประเทศตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้การเมืองมันถูกฟื้นขึ้นมาได้ คือเรามีอะไรร่วมกัน อะไรที่เรามีร่วมกัน คือคุณจะเป็นร้อยพ่อพันแม่

18:04 คุณจะนับถือศาสนาห่าอะไร คุณจะเพศอะไรก็ตาม แต่เราถูกกดขี่ภายใต้โครงสร้างสังคมนี้ร่วมกัน หรือเรามีความฝัน ที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมบางอย่างร่วมกัน ต่อให้คุณเป็นคนเชื้อชาติ คุณพูดภาษาอะไร คุณตัวสูงตัวเตี้ยอะไรก็ตาม มันเป็นอะไรล่ะที่เรามีร่วมกัน ผมคิดว่า การกลับมาคำถามใหม่ว่าอะไรที่เรามีร่วมกัน ทั้งในเชิงตอบปฏิเสธและในเชิงของการสร้างสิ่งใหม่ มันคือเงื่อนไขของความเป็นการเมือง เงื่อนไขของการสร้างสังคมการเมือง ที่มันเป็นประชาธิปไตย คือผมไม่ได้ปฏิเสธการเมืองอัตลักษณ์นะ แต่ผมคิดว่าการเมืองอัตลักษณ์มันเป็นแค่บันได ขั้นต้นของการคิด ของการเห็นปัญหา ต้องเห็นว่ามันเป็นปัญหาร่วมกัน หมายถึงว่า เห็นว่าไอ้สิ่งที่กำลังจะก้าวเดิน มันจะแก้ปัญหาของแต่ละคนได้จริงๆ

18:50 คือผมคิดว่าทุกวันนี้แพลตฟอร์มที่เรามี โลกทวิตเตอร์ โลกเฟซบุ๊คอะไรต่างๆ มันเอื้อให้เราคุยกันเพื่อนำไปสู่การคิดเชิงโครงสร้างมั้ย อันนี้ก็อาจจะเป็นอีกประเด็นนึงที่เราไปคิดต่อกันได้ โอเค ก็ได้รู้ไปแล้วนะครับว่า woke หน้าตาเป็นยังไงเนอะ แล้วการเคลื่อนไหวมันเป็นยังไงหลังจากนี้เนอะ จากที่เราแบบ เคยอาจจะแบบ เห้ย woke คืออะไร ทำไมใครๆ ก็พูดถึง woke เนอะ แล้วแบบ อยู่ดีๆ มันก็เกิดขึ้นมา แล้วมันดูกลายเป็นเรื่องร้อนในทุกแพลตฟอร์ม ขอบคุณอาจารย์เก่งกิจมากค่ะ ที่มาอธิบายให้เราฟังว่า การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และมันอาจจะต้องดับไป ของ woke มันคืออะไร แล้วถ้าเราจะผลักการเป็น woke ไปสู่การขับเคลื่อนทางการเมืองในเชิงโครงสร้าง มันควรจะต้องเป็นยังไง ทิศทางแบบไหน

19:39 ก็หวังว่าผู้ชมคงจะเข้าใจกันมากขึ้นนะคะ ว่า woke คืออะไร แล้วก้าวต่อไปของ woke ในทางสังคมควรจะเป็นยังไง ก็วันนี้ echo review ก็ลาไปก่อน พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ สวัสดีค่ะ -สวัสดีครับ -สวัสดีครับ

Share

YouTube Video Summaries