0:00 คุณผู้ฟังครับจะเป็นยังไงถ้าผมบอกว่าความ ลับสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ว่าจะเป็น การมีเงินเก็บหลักล้านการมีสุขภาพที่ยอด เยี่ยมหรือการมีหน้าที่การงานที่ก้าวหน้า มันไม่ได้มาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่พลิกชีวิตไม่ได้มาจากการถูกลอตเตอรี่ หรือการค้นพบโอกาสทองเพียงครั้งเดียวแต่ กุญแจสำคัญมันซ่อนอยู่ในการกระทำที่เล็ก มากเล็กจนคุณอาจมองข้ามไปในแต่ละวันจะ เกิดอะไรขึ้นถ้าผมบอกว่าการตัดสินใจเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีความหมายในวันนี้เช่นการ อ่านหนังสือเพิ่มแค่ 10 หน้าการเลือกกิน สลัดแทนFrนchฟหรือการเก็บเงินเพิ่มแค่วัน ละ 50 บาทคือตัวแปรที่ทรงพลังที่สุดที่จะ
0:48 กำหนดว่าชีวิตของคุณในอีก 5 หรือ 10 ปี ข้างหน้าจะแตกต่างจากวันนี้ราวกับอยู่คน ละโลกหลายคนอาจจะคิดว่าเรื่องเล็กน้อยแค่ นี้จะไปเปลี่ยนอะไรได้แต่วันนี้ผมจะมา พิสูจน์ให้เห็นว่าความคิดนั้นอาจจะเป็น สิ่งที่กำลังขวางกั้นความสำเร็จของคุณ อยู่ครับ [เพลง] >> Long them do just try it podcast >> สวัสดีครับทุกท่านกลับมาพบกันอีกครั้งที่ ช่องลองทำดู Just try it podcast ที่ จะนำสาระสำคัญจากหนังสือดีๆมาย่อยให้คุณ ฟังแบบเข้าใจง่ายและพร้อมนำไปลองทำดูได้ ทันทีครับสำหรับในตอนนี้เราจะมาดำดิ่งสู่
1:36 แก่นความคิดจากหนังสือที่ทรงอิทธิพลเล่ม 1 ซึ่งได้รับการยอมรับจากทั่วโลกว่าเป็น เหมือนคู่มือการใช้งานชีวิตที่ตรงไปตรงมา และทรงพลังที่สุดเล่ม 1 นั่นก็คือสะสม นิสัยเล็กๆสร้างความสำเร็จให้ทวีคูณหรือ The Comparen Hardy ครับหนังสือเล่มนี้เหมาะมากๆครับ สำหรับคนที่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลง ที่ยั่งยืนในชีวิตแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่าง ไรเหมาะสำหรับคนที่รู้สึกท้อแท้รู้สึกว่า ตัวเองพยายามมาเยอะและแต่ทำไมชีวิตยังไม่ ไปไหนสักที่หรือสำหรับใครก็ตามที่กำลัง มองหาเครื่องมือที่เป็นรูปธรรมเพื่อสร้าง ความสำเร็จในระยะยาวทั้งในเรื่องการงาน การเงินและชีวิตส่วนตัวเพราะมันไม่เพียง แค่ให้แนวคิดแต่ยังให้เครื่องมือที่เราจะ เอาไปสร้างความเปลี่ยนแปลงในจริงๆครับใน
2:23 วันนี้เราจะมาเจาะลึกเบื้องหลังของผู้ เขียนและหนังสือเล่มนี้ว่าทำไมแนวคิดของ เขาถึงน่าเชื่อถือจากนั้นจะมาแกะ 4 แนว คิดสำคัญเพื่อสร้างความเข้าใจกันแบบเต็มๆ ว่าพลังของผลลัพธ์ทวีคูณมันทำงานยังไงและ เราจะควบคุมมันได้อย่างไรจากนั้นในช่วง ท้ายผมจะรวบรวมวิธีนำแนวคิดทั้งหมดไปลอง ทำดูเป็นฉุดเครื่องมือที่คุณนำไปใช้ได้ เลยพร้อมด้วยเรื่องเล่าที่น่าประทับใจมาก ๆจากในเล่มที่จะเปลี่ยนมุมมองของคุณไป ตลอดกาลครับ ก่อนที่เราจะไปแกะดูแนวคิดข้างในกันผม อยากจะชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับที่มาที่ ไปของหนังสือเล่มนี้และตัวผู้เขียนกัน ก่อนครับเพราะมันจะทำให้เราเข้าใจว่าทำไม หลักการในหนังสือเล่มนี้ถึงไม่ใช่แขหรู
3:11 แต่เป็นสิ่งที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล จริง the compound effect ไม่ใช่หนังสือ ประเภทรวยเร็วหรือสำเร็จใน 30 วันครับแต่ มันคือคู่มือการใช้งานความสำเร็จที่อยู่ บนหลักการพื้นฐานที่เรียบง่ายแต่คนส่วน ใหญ่มองข้ามนั่นคือพลังของการกระทำเล็กๆ ที่สม่ำเสมอหัวใจของหนังสือเล่มนี้คือการ เปิดโปงให้เราเห็นว่าความสำเร็จหรือความ ล้มเหลวในชีวิตของเราไม่ได้ถูกตัดสินโดย โชคชะตาหรือเหตุการณ์ใหญ่ๆเพียงไม่กี่ ครั้งแต่มันคือผลรวมของการตัดสินใจเล็กๆ น้อยๆนับพันนับหมื่นครั้งที่เราทำในแต่ละ
3:56 วันต่างหากในยุคที่เราถูกถาโถมด้วยข้อมูล ข่าวสารที่บอกให้เรามองหาทางลัดหรือเคล็ด ลับสู่ความสำเร็จแบบทันทีทันใด The Compound effect เปรียบเสมือนเสียง เตือนสติที่ทรงพลังครับมันดึงเรากลับมา สู่ความจริงพื้นฐานว่าไม่มีอะไรได้มาง่าย ๆความสำเร็จที่แท้จริงและยั่งยืนต้อง อาศัยวินัยความอดทนและความสม่ำเสมอซึ่ง เป็นสิ่งที่ขัดกับวัฒนธรรมอยากได้อะไร ต้องได้เดี๋ยวนี้หรือ instance gratification ของโลกปัจจุบันอย่างสิ้น เชิงนั่นเองครับหนังสือเล่มนี้จึงสำคัญ มากเพราะมันคือยาถอนพิษความคิดที่ผิดๆที่ ทำให้คนมากมายล้มเลิกกลางครรภ์นั่นเอง
4:43 ครับแล้วใครคือDarenฮardy ทำไมเราถึงควรเชื่อเขาคุณดารนฮาดี้ไม่ใช่ นักทฤษฎีที่นั่งเขียนหนังสืออยู่แต่ใน ห้องครับเค้าคือผู้ปฏิบัติจริงตัวจริง เสียงจริงเค้าเริ่มต้นเส้นทางผู้ประกอบ การตั้งแต่อายุ 18 ปีและสร้างรายได้ทะลุ 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปีได้ตอนอายุแค่ 24 ปี เท่านั้นแต่สิ่งที่ทำให้เขามีมุมมองที่ ลึกซึ้งและแตกต่างคือการที่เขาเคยดำรง ตำแหน่งเป็นผู้จัดพิมพ์และบรรณาธิการของ นิตยสาร Success ซึ่งเป็นนิตยสารเกี่ยว กับความสำเร็จที่โด่งดังมากในอเมริกา ตำแหน่งนี้ทำให้เขามีโอกาสได้สัมภาษณ์และ คลุกคลีกับบุคคลที่ประสบความสำเร็จระดับ
5:30 โลกนับร้อยๆคนตั้งแต่ CEO บริษัทยักษ์ ใหญ่นักกีฬาระดับแชมป์โลกไปจนถึงผู้นำทาง คิดมากมายเขาได้เห็นแพทเทิร์นได้เห็นหลัก การที่คนเหล่านี้ใช้ซ้ำๆกันซึ่งกลั่นกรอง ออกมาเป็นแก่นของ The Comp นี่เองครับ ดังนั้นสิ่งที่เขาเขียนจึงไม่ได้มาจาก ประสบการณ์ของเขาคนเดียวแต่มาจากการ สังเคราะห์บทเรียนจากคนที่ประสบความ สำเร็จที่สุดในโลกจำนวนมากครับถ้าจะให้ สรุปหัวใจของหนังสือเล่มนี้ในประโยคเดียว มันก็คือชีวิตของคุณในวันนี้คือผลรวมของ การตัดสินใจเล็กๆที่คุณทำมาตลอดและชีวิต ในอนาคตของคุณก็จะถูกสร้างขึ้นจากการตัด
6:16 สินใจเล็กๆที่คุณกำลังจะทำในวันนี้เช่น กันครับ เอาล่ะครับตอนนี้เรามาถึงส่วนที่เข้มข้น ที่สุดกันแล้วเราจะมาแกะ 4 แนวคิดสำคัญ ที่เป็นหัวใจของ The Compound effect กันครับแนวคิดที่ 1 พลังของผลลัพธ์ทวีคูณ หรือ compound effect in action แนว คิดแรกและเป็นแนวคิดที่สำคัญที่สุดก็คือ ตัวตนของหนังสือเล่มนี้เลยครับ The Compound effect หรือผลลัพธ์ทวีคูณมัน คือหลักการที่ว่าการกระทำเล็กๆที่ชานฉลาด หรือ small smart Smart choices บวก ความสม่ำเสมอหรือ consistency บวกเวลา หรือ time เท่ากับความแตกต่างที่มหาศาล
7:02 หรือ radical difference ลองนึกภาพตามนะ ครับคนส่วนใหญ่มักคาดหวังว่าความพยายาม กับผลลัพธ์จะเป็นกราฟเส้นตรงคือพยายาม 1 ได้ผล 1 พยายาม 10 ได้ผล 10 แต่ในความ เป็นจริงหลักการนี้ทำงานเหมือนไม้ฮอกกี้ ครับในช่วงแรกที่คุณเริ่มทำอะไรใหม่ๆเช่น เริ่มออกกำลังกายเริ่มเก็บเงินหรือเริ่ม เรียนรู้ทักษะใหม่กราฟมันจะแทบจะราบเรียบ ไปกับพื้นเลยครับคุณจะรู้สึกเหมือนทำไป เท่าไหร่ก็ไม่เห็นผลอะไรสักทีและนี่คือ จุดอันตรายที่คน 99% ล้มเลิกไปครับแต่ถ้า คุณอดทนและทำมันต่อไปอย่างสม่ำเสมอผ่านไป สักพักกราฟนั้นมันจะเริ่มเชิดหัวขึ้นและ
7:49 พุ่งทะยานขึ้นแบบก้าวกระโดดนี่แหละครับ คือพลังของผลลัพธ์ทวีคูณมันเหมือนกับการ ลงทุนในตลาดหุ้นที่ได้ดอกเบี้ยทบต้นใน ช่วงแรกๆคุณอาจจะเห็นเงินงอกเงยแค่วันละ ไม่กี่บาทแต่เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี เงินก้อนนั้นจะเติบโตจนน่าตกใจชีวิตของ เราก็ทำงานแบบเดียวกันครับในหนังสือมีตัว อย่างที่คลาสสิคมากครับเขาเล่าถึงเพื่อน 3 คนที่มีชีวิตคล้ายกันหมดทุกอย่างทั้งราย ได้สุขภาพความสัมพันธ์ แต่การใช้ชีวิตในแต่ละวันต่างกันเพียง เล็กน้อยเพื่อนคนแรกคือคุณสกอตเขาตัดสิน ใจทำสิ่งดีๆเพิ่มขึ้นเล็กน้อยทุกวันเช่น อ่านหนังสือดีๆวันละ 10 หน้าฟังพcสแรง
8:36 บันดาลใจระหว่างขับรถ 30 นาทีและลดปริมาณ แคลอรี่ลงแค่วันละ 125 แคลอรี่เทียบเท่า กับงดน้ำอัดลม 1 กระป๋องเพื่อนคนที่ 2 คือคุณแลรี่เขาไม่ได้ทำอะไรพิเศษใช้ชีวิต เหมือนเดิมทุกอย่างไม่ดีขึ้นไม่แย่ลงและ เพื่อนคนที่ 3 คือคุณแบรดเขาเริ่มสร้าง นิสัยแย่ๆเล็กน้อยเข้ามาในชีวิตเช่นซื้อ ทีวีจอใหญ่มาดูหนังมากขึ้นเริ่มกินของ หวานเพิ่มนิดหน่อยหลังอาหารเย็นและติด ตั้งบารเหล้าไว้ที่บ้านผ่านไป 5 เดือน ครับแทบไม่มีอะไรแตกต่างทุกคนยังดูเหมือน เดิมผ่านไป 1 ปีก็ยังไม่เห็นความแตกต่าง ชัดเจนนักแต่เมื่อเวลาผ่านไป 31 เดือน หรือประมาณ 2 ปีครึ่งความมหัศจรรย์ก็เกิด
9:22 ขึ้นครับคุณสกอตที่ทำสิ่งดีๆเล็กน้อยทุก วันตอนนี้น้ำหนักลดลงไปเกือบ 15 กกัเขา ได้เลื่อนตำแหน่งในที่ทำงานเพราะความรู้ ที่สะสมมาและความสัมพันธ์กับภรรยาก็ดี ขึ้นมากในขณะที่คุณแบรดที่เพิ่มนิสัยแย่ๆ เล็กน้อยเข้าไปกลับน้ำหนักขึ้นมา 15 กกั ตอนนี้เขาอ้วนกว่าคุณสกอตถึง 30 กกัเขา เริ่มไม่มีความสุขในที่ทำงานและความ สัมพันธ์ก็เริ่มมีปัญหาส่วนคุณแลรี่ก็ยัง อยู่ที่เดิมทุกอย่างเห็นมั้ครับว่าการตัด สินใจที่ดูไม่มีนัยยะสำคัญในแต่ละวัน เมื่อมันถูกทำซ้ำๆเป็นเวลานานพอมันสามารถ สร้างความแตกต่างระหว่างชีวิตที่ยอด เยี่ยมกับชีวิตที่น่าผิดหวังได้อย่างสิ้น
10:08 เชิงเมื่อเราเข้าใจแล้วว่าพลังทวีคูณมัน ทำงานยังไงและผลลัพธ์ของมันทรงพลังแค่ไหน คำถามต่อไปก็คือแล้วเราจะเริ่มควบคุมพลัง นี้ให้เป็นประโยชน์กับเราได้ยังไงจุด เริ่มต้นของมันอยู่ที่การกระทำที่เล็กที่ สุดแต่สำคัญที่สุดนั่นก็คือการเลือกซึ่ง จะนำเราไปสู่แนวคิดที่ 2 ครับ แนวคิดที่ 2 ทุกอย่างเริ่มต้นที่การเลือก Choices the root of all results คุณ Hardy บอกไว้ชัดเจนเลยครับว่า the compound effect จะเริ่มทำงานก็ต่อ เมื่อคุณยอมรับผิดชอบต่อชีวิตของคุณ 100% ไม่มีการโทษโชคชะตาโทษเศรษฐกิจหรือโทษคน อื่นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับคุณคือ
10:56 ผลลัพธ์จากการเลือกของคุณเองทั้งสิ้นไม่ ว่าจะเป็นการเลือกที่จะกดปุ่มสนูสตอนเช้า การเลือกที่จะกินโดนัทแทนแอปเปิ้ลการ เลือกที่จะไถมือถือแทนที่จะคุยกับคนรัก ทุกการเลือกเล็กๆเหล่านี้คืออิฐแต่ละก้อน ที่ก่อร่างสร้างเป็นกำแพงแห่งชีวิตของคุณ สิ่งที่น่ากลัวคือการเลือกส่วนใหญ่ของเรา เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวครับสมองของเราถูก ออกแบบมาให้อยู่ในโหมดออโต้ Pilot เพื่อ ประหยัดพลังงานดังนั้นนิสัยต่างๆที่เราทำ จนชินจึงเป็นการเลือกที่เราทำไปโดย อัตโนมัติการจะควบคุมพลังทวีคูณได้เราจึง ต้องดึงตัวเองออกจากโหมดออโต้ Pilot แล้ว กลับมาตระหนักรู้ในทุกๆการเลือกของเราอีก ครั้งลองนึกภาพคุณเป็นกัปตันเครื่องบิน
11:44 ที่กำลังจะบินจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่ถ้า คุณปรับทิศทางของหัวเครื่องบินเปลี่ยนไป แค่ 1 องศาในช่วงแรกที่ทะยานขึ้นจากสนาม บินสุวรรณภูมิในช่วง 5 นาทีแรกอาจจะยัง ไม่เห็นความแตกต่างแต่เมื่อเครื่องบินไป ถึงจุดหมายปลายทางมันอาจจะไม่ได้ลงจอดที่ เชียงใหม่แต่อาจจะไปลงที่ลำปางหรือพะเยา แทนเลยก็ได้ชีวิตก็เช่นกันครับการเลือก เล็กๆที่เปลี่ยนไปในวันนี้คือการปรับทิศ ทาง 1 องศาที่จะนำคุณไปสู่จุดหมายที่แตก ต่างอย่างสิ้นเชิงในระยะยาวคุณฮาร์ดี้ยก ตัวอย่างที่ทรงพลังมากเกี่ยวกับการ ตระหนักรู้ผ่านการจดบันทึกหรือการ trทรกingครับเขาท้าให้ผู้หญิงคนนึงที่บ่น ว่าตัวเองไม่มีเงินเก็บจดบันทึกรายจ่าย
12:31 ทุกบาททุกสตางค์เป็นเวลา 30 วันโดยไม่ได้ บอกให้เธอเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอะไรเลยแค่ จดอย่างเดียวผลลัพธ์คืออะไรครับแค่การจด บันทึกก็ทำให้เธอตระหนักรู้ว่าเงินของเธอ หายไปไหนในแต่ละวันเธอตกใจที่พบว่าตัวเอง ใช้เงินไปกับกาแฟแก้วลา 100 กว่าบาทแทบ ทุกวันเมื่อเห็นตัวเลขชัดๆพฤติกรรมของเธอ ก็เปลี่ยนไปเองโดยอัตโนมัติเธอเริ่มชง กาแฟไปดื่มเองจากบ้านและภายในเดือนเดียว เธอสามารถประหยัดเงินไปได้หลายพันบาทการ จดบันทึกไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงแต่มัน เปลี่ยนการรับรู้ของเธอซึ่งนำไปสู่การ เลือกที่ดีขึ้นและนั่นคือจุดเริ่มต้นของ พลังทวีคูณด้านการเงินของเธอครับและเมื่อ เราเริ่มทำการเลือกที่ถูกต้องอย่างสม่ำ
13:17 เสมอแล้วสิ่งมหัศจรรย์อย่างนึงก็จะเริ่ม เกิดขึ้นพลังงานที่มองไม่เห็นจะเริ่มก่อ ตัวขึ้นเพื่อผลักดันให้เราไปข้างหน้าได้ ง่ายขึ้นและเร็วขึ้นซึ่งผู้เขียนเรียกมัน ว่า Big Mo หรือ Momentum ครับ แนวคิดที่ 3 สร้างโมเมนตัมให้สำเร็จง่าย ขึ้น Big More Harness of Momentum คุณเคยเห็นรถไฟมครับตอนที่มันจอดนิ่งสนิท การจะทำให้ล้อเหล็กขนาดมหึมาเริ่มขยับได้ ต้องใช้พลังงานมหาศาลแต่เมื่อมันเริ่ม เคลื่อนที่แล้วและค่อยๆเพิ่มความเร็วขึ้น เรื่อยๆมันจะกลายเป็นพลังที่แทบจะหยุดไม่ อยู่นี่แหละครับคือภาพของ Big M หรือ โมเมนตัมในช่วงแรกของการสร้างนิสัยใหม่ๆ
14:03 มันจะเหมือนการเข็นรถไซที่จอดนิ่งครับมัน ฝืดมันเหนื่อยมันต้องใช้พลังใจมหาศาลคุณ ต้องต่อสู้กับความขี้เกียจความเคยชินเดิม ๆแต่เมื่อคุณผ่านจุดที่ยากยากที่สุดไปได้ และทำมันอย่างสม่ำเสมอจนโมเมนตัมเริ่มทำ งานทุกอย่างจะง่ายขึ้นเหมือนรถไฟที่วิ่ง ฉิวอยู่บนร่างการตัดสินใจที่ถูกต้องจะ กลายเป็นเรื่องอัตโนมัติคุณจะไม่ต้องฝืน ใจไปยิมอีกต่อไปแต่ร่างกายคุณจะเรี่ยง ร้องเองคุณจะไม่ต้องบังคับตัวเองให้อ่าน หนังสือแต่คุณจะรู้สึกขาดอะไรไปถ้าวันไหน ไม่ได้อ่านนี่คือภาวะที่ความสำเร็จเริ่ม ไล่ล่าคุณแทนที่คุณจะต้องไล่ล่ามันกุญแจ สำคัญของการสร้างโมเมนตัมคือความสม่ำเสมอ ของกิจวัตรครับการมีกิจวัตรตอนเช้าและตอน
14:49 คืนที่ชัดเจนจะช่วยลดการใช้พลังงานในการ ตัดสินใจเรื่องเล็กๆน้อยๆและทำให้เรา สามารถนำพลังงานนั้นไปใช้ในการสร้าง โมเมนตัมให้กับเป้าหมายที่สำคัญได้อย่าง เต็มที่คุณฮาร์ดี้เล่าถึงพลังของกิจวัตร ที่เขาทำเป็นประจำทุกเช้าและก่อนนอนตอน เช้าเขาจะใช้เวลาทบทวนเป้าหมายสำคัญที่ สุด 3 อย่างของปีของเดือนและของสัปดาห์ นั้นเพื่อตั้งเข็มทิศให้วันของเขาส่วนตอน กลางคืนเขาจะใช้เวลาจดบันทึกสิ่งที่เขา ภูมิใจหรือเรียนรู้ในวันนั้นและวางแผน สำหรับวันรุ่งขึ้นกิจวัตรเล็กๆที่ดูเรียบ ง่ายเหล่านี้เองที่ทำให้เขาสามารถรักษา โมเมนตัมในการทำงานที่ยิ่งใหญ่ของเขาไว้ ได้ตลอดเวลาโดยไม่หลงทางไปกับสิ่งรบกวน ต่างๆในแต่ละวันมันเหมือนกับการตั้ง
15:34 โปรแกรมให้สมองพุ่งไปสู่เป้าหมายโดย อัตโนมัติทุกวันนั่นเองครับแต่การจะสร้าง โมเมนตัมให้คงอยู่ได้มันไม่ได้ขึ้นอยู่ กับความตั้งใจของเราเพียงอย่างเดียวครับ แต่มันยังถูกกำหนดโดยปัจจัยภายนอกที่เรา อาจเคยไม่สังเกตมาก่อนซึ่งนี่คือแนวคิด ที่สำคัญมากๆที่จะมาเป็นเกราะป้องกันความ สำเร็จของเราครับ แนวคิดที่ 4 จัดการสาปอิทธิพลที่กำหนด ชีวิตคุณ influencers the forces that shape you คุณฮาดี้บอกว่ามนุษย์เราเปรียบเสมือนฟอง น้ำครับเราจะดูดทรัพย์ทุกสิ่งทุกอย่างที่ อยู่รอบตัวเราโดยไม่รู้ตัวดังนั้นต่อให้ เรามีความตั้งใจที่ดีแค่ไหนแต่ถ้าเรา ปล่อยให้ตัวเองแวดล้อมไปด้วยอิทธิพลแย่ๆ
16:20 โมเมนตัมดีๆที่สร้างมาก็จะพังทลายลงในที่ สุดเขาแบ่งอิทธิพลที่กำหนดชีวิตเราออก เป็น 3 ด้านหลักๆครับ 1 input สิ่งที่ เราเสพเข้าไปคือข้อมูลที่เราป้อนให้กับ สมองในแต่ละวันครับถ้าคุณเริ่มต้นวันด้วย การดูข่าวอาชญากรรมฟังเรื่องราวดราม่า หรือไถฟีดโซโซเชียลดูชีวิตคนอื่นสมองของ คุณก็จะเต็มไปด้วยขยะและความคิดลบแต่ถ้า คุณเปลี่ยนเป็นการเสพสิ่งที่จันรงใจเช่น ฟังพcสดีๆอ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจ สมองของคุณก็จะมีวัตถุดิบที่ดีในการสร้าง สรรค์ชีวิตที่ดีขึ้น Garbage in gabbage out ครับขยะเข้าก็ได้ขยะออก 2
17:07 association ผู้คนที่เราคบหานี่คือหนึ่ง ในอิทธิพลที่ทรงพลังที่สุดครับจิมโรน ปรมาจารย์ด้านการพัฒนาตนเองเคยกล่าวไว้ ว่าเราคือค่าเฉลี่ยของคน 5 คนที่เราใช้ เวลาด้วยมากที่สุดถ้าเพื่อนสนิทของคุณคือ คนที่ไม่ดูแลสุขภาพชอบนินทาและไม่มีเป้า หมายในชีวิตเป็นไปได้ยากมากที่คุณจะกลาย เป็นคนรักสุขภาพมองโลกในแง่ดีและมีเป้า หมายที่ชัดเจนได้คุณต้องประเมินวงสังคม ของคุณอย่างจริงจังและพยายามใช้เวลากับคน ที่ดึงคุณขึ้นไม่ใช่คนที่ฉุดคุณลง 3 Environment สภาพแวดล้อมคือทุกสิ่งทุก อย่างที่อยู่รอบตัวคุณตั้งแต่โต๊ะทำงานรก
17:55 ๆบ้านที่เต็มไปด้วยของที่ไม่จำเป็นไปจน ถึงสภาพแวดล้อมดิจิตอลในมือถือของคุณถ้า คุณอยากเลิกกินขนมขบเคี้ยวแต่ในตู้กับ ข้าวกลับเต็มไปด้วยมันฝรั่งทอดคุณก็กำลัง ทำให้ตัวเองล้มเหลวการจัดสภาพแวดล้อมให้ เอื้อต่อเป้าหมายคือการลดแรงเสียดทานและ ทำให้การตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นเรื่อง ง่ายขึ้นมีตัวอย่างที่เห็นภาพชัดมากครับ ชายคนหนึ่งอยากเลิกดื่มแอลกอฮอล์แต่เส้น ทางกลับบ้านของเขาทุกวันต้องผ่านบาโปรด ที่เพื่อนๆของเขานั่งดื่มกันอยู่เป็น ประจำเขาพยายามใช้พลังใจต่อสู้ทุกวันแต่ สุดท้ายก็ตะบะแตกอยู่บ่อยครั้งคุณฮาดี้ แนะนำง่ายๆเลยครับว่าแครเปลี่ยนเส้นทาง
18:42 กลับบ้านการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเล็กๆ น้อยๆนี้ทำให้เขาไม่ต้องใช้พลังใจในการ ต่อสู้อีกต่อไปและทำให้การเลิกเล่าของเขา สำเร็จได้ในที่สุดนี่คือตัวอย่างที่ชัด เจนว่าการควบคุมอิทธิพลภายนอกนั้นสำคัญ ไม่แพ้ความตั้งใจภายในเลยครับ หลังจากที่เราได้เข้าใจแนวคิดหลักทั้ง 4 ข้อกันไปแล้วนะครับทีนี้ก็มาถึงส่วนที่ สำคัญที่สุดของช่องเรานั่นคือการนำไปลอง ทำดูครับผมได้สรุปขั้นตอนที่นำไปใช้ได้ จริงจากแต่ละแนวคิดมาให้เป็นชุดเครื่อง มือเริ่มต้นดังนี้ครับสำหรับแนวคิดเรื่อง พลังของผลลัพธ์ทวีคูณ 1 เลือก 1 นิสัย เล็กๆที่อยากเปลี่ยนไม่ต้องคิดการใหญ่
19:29 ครับเอาแค่เล็กที่สุดเช่นดื่มน้ำเปล่าแทน น้ำอัดลม 1 มื้อต่อวันหรือจะเดินขึ้น บันไดแทนลิฟต 1 ชั้น 2 มุ่งมั่นทำให้ได้ 30 วันจดบันทึกทุกวันที่ทำสำเร็จโฟกัส แค่การสร้างความสม่ำเสมออย่าพั่งไปคาด หวังผลลัพธ์ครับสำหรับแนวคิดเรื่องทุก อย่างเริ่มต้นที่การเลือก 1 เริ่มจด บันทึกแทรก 1 อย่างเช่นการเงินการกินหรือ การใช้เวลาแล้วเริ่มจดบันทึกทุกอย่างที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นเป็นเวลา 1 สัปดาห์เต็มๆครับ 2 รับผิดชอบ 100% เมื่อ มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นให้หยุดโทษคนอื่น แล้วถามตัวเองว่าฉันมีส่วนรับผิดชอบกับ
20:17 เรื่องนี้อย่างไรและฉันจะเลือกทำอะไรให้ ดีขึ้นได้บ้างในครั้งหน้าสำหรับแนวคิด เรื่องสร้างโมเมนตัม 1 สร้างกิจวัตรตอน เช้า 15 นาทีแค่ 15 นาทีหลังตื่นนอนครับ ลองทำอะไรที่เตรียมความพร้อมสำหรับวัน ใหม่เช่นดื่มน้ำ 1 แก้วยืดเส้นยืดสาย 5 นาทีและอ่านเป้าหมายของตัวเองอีก 5 นาที 2. วางแผนวันพรุ่งนี้ก่อนนอนก่อนจะนอน ใช้เวลา 5 นาทีเขียน To list สิ่งที่ สำคัญที่สุด 3 อย่างที่ต้องทำในวันรุ่ง ขึ้นจะช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่อย่างมี ทิศทางสำหรับแนวคิดเรื่องการจัดการ 3 อิทธิพล 1 ทำ Input diet 1 สัปดาห์งด
21:02 เสพข่าวลบดราม่าหรือโซเชียล Media ที่ไม่ มีประโยชน์แล้วแทนที่ด้วยการฟังพcสดีๆ หรือหนังสือเสียงแทนครับ 2 ประเมิน 5 คน ที่ใกล้ชิดที่สุดลองลิสต์รายชื่อคนที่คุณ ใช้เวลาด้วยมากที่สุด 5 คนแล้วถามตัวเอง ว่าคนเหล่านี้กำลังดึงคุณขึ้นหรือฉุดคุณ ลงเพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นนะครับลองนึกถึง แนวคิดเรื่องการจัดการอิทธิพลในบริบทของ คนทำงานออฟฟิศในไทยดูครับสมมุติว่าเป้า หมายของคุณคือการลดน้ำหนักและเก็บเงินให้ มากขึ้นแต่เพื่อนร่วมงานในแผนกชอบชวนไป กินหมูกระทะหรือชานมไข่มุกทุกเย็นเลยถ้า คุณยังเอาตัวเองไปอยู่ในสภาพแวดล้อมเดิมๆ โอกาสที่คุณจะตะบะแตกก็สูงมากการลองทำดู
21:49 ในที่นี้อาจจะไม่ใช่การเลือกคบเพื่อนนะ ครับแต่อาจจะเป็นการเลือกที่จะขอตัวกลับ ก่อนหรือเสนอทางเลือกอื่นเช่นวันนี้เราไป ร้านสลัดเพื่อสุขภาพกันไหมหรือถ้าเป็น เรื่องเก็บเงินแทนที่จะซื้อกาแฟแบรนด์ดัง ทุกเช้าลองเปลี่ยนเป็นการเก็บเงิน 100 บาทนั้นใส่กระปุกหรือโอนเข้าบัญชีเงินฝาก ประจประจำทันทีการเปลี่ยนแปลงเล็กๆในสภาพ แวดล้อมและสังคมใกล้ตัวนี่แหละครับคือจุด เริ่มต้นที่ทรงพลังมากๆครับ นอกเหนือจากแนวคิดและวิธีการดีๆแล้วใน หนังสือเล่มนี้ยังมีเรื่องเล่าหนึ่งที่ผม อ่านแล้วประทับใจมากและคิดว่ามันสรุปภาพ ของ The Compound effect ได้ดีที่สุด อยากจะนำมาแบ่งปันเป็นพิเศษเลยครับเรื่อง
22:35 นี้มีชื่อว่าเหรียญPนนนีมหัศจรรย์หรือ The Magic Penny ลองจินจนาการตามผมนะครับ ว่าวันนี้มีคนมาเสนอทางเลือกให้คุณ 2 ทาง เลือกที่ 1 รับเงินสดไปเลยทันที 3 ล้าน ดอลลาร์หรือประมาณ 100 ล้านบาททางเลือก ที่ 2 รับเหรียญ 1 เพนนีประมาณ 30 สตางค์ ที่มีเงื่อนไขพิเศษคือมูลค่าของมันจะ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าทุกวันเป็นเวลา 31 วันคุณจะเลือกอะไรครับคนส่วนใหญ่น่าจะ คว้าเงิน 100 ล้านบาทไว้ก่อนใช่มั้ยครับ เพราะมันคือเงินก้อนโตที่จับต้องได้ทันที ใครจะไปสนใจเงินแค่ 30 สตางค์กันเรามาดู กันครับว่าถ้าคุณเลือกเหรียญเพ็ญนีจะเกิด
23:20 อะไรขึ้นผ่านไป 5 วันคุณจะมีเงินแค่ 16 เพนีเพื่อนคุณที่เอาเงิน 100 ล้านไปคง กำลังหัวเราะเยาะคุณอยู่ผ่านไป 10 วันคุณ จะมีเงิน 5.12 1 2 ดอลลาร์ก็ยังเป็น เงินที่น้อยมากๆผ่านไป 20 วันสถานการณ์ เริ่มน่าสนใจขึ้นคุณจะมีเงิน 5,24 ดอลลาร์หรือเกือบ 200,000 บาทก็ยังห่าง ไกลจาก 100 ล้านบาทอยู่ดีจุดนี้แหละครับ ที่คนส่วนใหญ่จะถอดใจแต่พลังทวีคูณมัน เพิ่งจะเริ่มทำงานครับในวันที่ 29 คุณจะ มีเงิน 2.7 7 ล้านดอลลาร์ใกล้เคียงกับ เพื่อนคุณแล้วในวันที่ 30 เงินของคุณจะ ทวีคูณเป็น 5.3 ล้านดอลลาร์แซงไปแล้วและ
24:06 ในวันสุดท้ายวันที่ 31 เหรียญเพนีของคุณ จะมีมูลค่ารวมสูงถึง 10,737,418.24 24 ดอลลาร์หรือกว่า 370 ล้านบาทมากกว่า ตัวเลือกแรกถึง 3 เท่าครับเรื่องนี้สอนบท เรียนที่ล้ำค่ามากครับว่าผลลัพธ์ที่ยิ่ง ใหญ่ที่สุดมักจะซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง ความอดทนและความสม่ำเสมอในช่วงแรกที่ดู เหมือนไม่มีอะไรคืบหน้าเลยชีวิตของเราก็ เหมือนเหรียญเพ็ญณีมหัศจรรย์นี่แหละครับ การกระทำดีๆเล็กๆในวันนี้อาจจะยังไม่เห็น ผลแต่ถ้าคุณทำมันซ้ำๆนานพอวันหนึ่งผล ลัพธ์ของมันจะเติบโตโตแบบก้าวกระโดดจนคุณ เองยังต้องทึ่งเลยครับและนั่นก็คือสาระ สำคัญจากหนังสือสะสมนิสัยเล็กๆสร้างความ
24:54 สำเร็จให้ทวีคูณหรือ the compound effect นะครับถ้าจะให้สรุปอีกครั้งหัวใจ ที่หนังสือเล่มนี้ต้องการจะบอกเราก็คือ ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไม่ใช่ผลผลิตจากโชค ช่วยหรือการกระทำที่พลิกชีวิตแต่คือผลรวม ที่ค่อยๆก่อตัวขึ้นจากการตัดสินใจเล็กๆ ที่ฌานฉลาด ที่เราทำอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอในทุกๆ วันสำหรับใครที่ฟังแล้วมีไฟจากขั้นตอน ทั้งหมดที่เราคุยกันไปในวันนี้ผมอยากให้ คุณเลือกสิ่งที่ทำได้ง่ายและเล็กที่สุด เพียง 1 อย่างมาเริ่มลองทำดูภายใน 24 ช่มงนี้ครับไม่ว่าจะเป็นการหยิบสมุดปากกา หรือเปิดแอป Note ขึ้นมาแล้วเริ่มจด บันทึกพฤติกรรมเล็กๆแค่ 1 อย่างที่คุณ
25:40 อยากจะเปลี่ยนไม่ต้องวิเคราะห์ไม่ต้องตัด สินแค่จดมาลงไปนั่นคือการก้าวขาแรกที่ทรง พลังที่สุดแล้วครับลองถามตัวเองดูนะครับ ว่าถ้าคุณสามารถนำแนวคิดจากหนังสือ The Compม่ม ชีวิตของคุณในอีก 1 ปีข้างหน้า 3 ปีข้าง หน้าหรือ 5 ปีข้างหน้าจะเปลี่ยนแปลงไปใน ทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างไรบ้างครับจำไว้ นะครับว่าการฟังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นการ เปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่อเรา กล้ากล้าที่จะลองทำดูเท่านั้นครับขอบคุณ ทุกท่านที่ติดตามฟังมาจนจบนะครับถ้าคุณ ชอบเนื้อหาในตอนนี้และคิดว่าเป็นประโยชน์ ฝากกดไลคกดแชร์และที่สำคัญกด Subscribe
26:28 ช่องลองทำดู Just try it พร้อมกด กระดิ่งแจ้งเตือนไว้ด้วยนะครับจะได้ไม่ พลาดสาระดีๆในตอนต่อไปสำหรับหนังสือ The Compound Effect เล่มนี้แนวคิดไหนที่ คุณฟังแล้วปิ๊งที่สุดและอยากจะนำไปลองทำ ดูเป็นอย่างแรกครับคอมเมนต์แบ่งปันกันที่ ด้านล่างนี้ได้เลยนะครับผมรออ่านทุก คอมเมนต์เลยล่ะครับและแน่นอนมีหนังสือ เล่มไหนอีกบ้างที่คุณอยากให้เรานำมาสรุป และลองทำดูด้วยกันในครั้งต่อไปแนะนำกัน เข้ามาได้เลยนะครับสำหรับวันนี้เวลาของ เราหมดลงแล้วอย่าลืมนะครับว่าทุกการลองทำ ดูคือก้าวแรกสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่ง ใหญ่ในชีวิตคุณเสมอพบกันใหม่ในตอนต่อไป สวัสดีครับ
27:13 [เพลง]