0:04 เกิดน้อยลงเป็นเรื่องปกติแต่เกิดน้อยลง อย่างรวดเร็วมากๆอันเนี้เป็นความท้าทาย ของไทย >> วิกฤตเด็กเกิดน้อยเป็นเรื่องที่เราพูดกัน มานานแล้วกำลังกลายเป็นสมรภูมินโยบายที่ ใช้แข่งกันแจกเงินเป็นของขวัญให้กับเด็ก แรกเกิดนะคะแต่ว่าเรื่องนี้มันซับซ้อน กว่าจะแจกแค่เงินค่ะอาจจะต้องมาคุยกันถึง แพ็คเกจที่นำมาใช้รองรับเด็กที่เกิดมาให้ มีคุณภาพดีด้วยนะคะคุณบุษรินทร์คะเด็ก เกิดน้อยไม่ใช่แค่วิกฤตของไทยเป็นวิกฤต ทั่วโลกเลยที่ต่างประเทศเขามีนโยบายต่าง จากเรามั้คะ >> จริงๆทั่วโลกวิกฤตเหมือนกันนะคะแล้วก็ กังวลเรื่องนี้ด้วยนโยบายทำกันไปแต่อาจจะ ใช้คำว่าดื้อนโยบายก็ได้เพราะว่าทำแล้ว สุดท้ายก็ไม่สามารถทำให้มีลูกเยอะขึ้นได้
0:50 อยู่ดีแต่สำหรับไทยต่างออกไปนะคะระบบเรา อาจจะรองรับไม่เพียงพอไม่ดีพอด้วยและที่ สำคัญนโยบายที่ทำก็ยังกระตุ้นไม่ได้แถมมี ปัจจัยที่เพิ่มขึ้นมาคือเรื่องความ เหลื่อมล้ำทำให้คนเกิดลูกกันน้อยลงไปอีก ค่ะคุณผู้ชมคะอย่างที่คุณวิสาบอกเลยนะคะ เป็นเรื่องที่ซับซ้อนจริงๆและไทยก็ติด อันดับ 3 อันดับ 4 ของโลกมาโดยตลอดมีเด็ก ที่เกิดน้อยที่สุดค่ะแล้วก็มักจะถูกหยิบ ยกมาคู่กันกับประเทศเกาหลีใต้บ่อยครั้งนะ คะในปี 2567 ก็เป็นปีแรกด้วยที่คนไทยมี ลูกไม่ถึง 500,000 คนและคาดการณ์กันว่าใน อีก 50 ปีข้างหน้าประชากรไทยก็จะหายไปอีก 25 ล้านคนเลยค่ะแม้ว่าผู้เชี่ยวชาญด้าน ประชากรสัตว์นะคะจะบอกว่าการลดลงของ ประชากรเป็นเรื่องปกติทั่วโลกแต่สำหรับ
1:35 ประเทศไทยแล้วต่างออกไปนะคะเพราะว่ามีการ ลดลงที่รวดเร็วค่ะและมีปัจจัยกระตุ้น อย่างเรื่องของปัญหาความเหลื่อมล้ำทำให้ กลุ่มคนชนชั้นกลางค่ะซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ ของประเทศตัดสินใจไม่อยากมีลูกมากที่สุด ด้วยค่ะ เกิดน้อยลงเป็นเรื่องปกติแต่เกิดน้อยลง อย่างรวดเร็วมากๆอันเนี้เป็นความท้าทาย ของไทยที่เป็นลักษณะเฉพาะความเหลื่อมล้ำ เป็นตัวอธิบายที่สำคัญอันหนึ่งว่าทำไม เด็กเกิดน้อยในประเทศไทยลดลงเร็วมากราย ได้สูงถ้าสูงไปเลยเนี่ยเขาตัดสินใจอาจจะ ไม่ยากมากเพราะเขาพร้อมแต่รายได้ปานกลาง ที่เป็นกลุ่มใหญ่เนี่ยแหละครับเป็นเหตุผล ว่าทำไม ไม่ไม่มีอาจจะดีกว่าเพราะว่าถ้ามีก็อยาก
2:22 ให้ลูกได้ดีที่สุดลูกได้ดีที่สุดก็ต้อง จ่ายแพงที่สุดซึ่งอาจจะรับไม่ไหว >> กลุ่มที่อาจจะพร้อมแล้วก็ตัดสินใจมีลูก คือเป็นกลุ่มที่อาจจะเศรษฐกิจรายได้อยู่ ล่างสุดกับกลุ่มที่อยู่บนสุดไปเลยแต่ความ พร้อมในการดูแลลูกความพร้อมในการเ่อ เลี้ยงดูที่อย่างใกล้ชิดกับการทำให้เด็ก เติบโตมาอย่างมีคุณภาพอันนี้อาจจะค่อน ข้างน้อยอยู่เราก็เลยจะพบว่าจำนวนเด็กที่ เกิดน้อยนะครับจำนวนมากอาจจะมาจาก ครอบครัวที่ไม่พร้อมประมาณ 50% เป็นกลุ่ม ที่อยู่อาศัยอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้ ต่ำที่สุดในสังคม ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาผมเชื่อว่าเราหลาย ท่านเคยได้ยินคำว่าเกิดน้อยอย่าให้ด้อย คุณภาพเพราะว่าถ้าคุณภาพมันดีขึ้น
3:08 Productivity ของประชากร 1 คนเราดีขึ้น มันสามารถทดแทนจำนวนที่ลดลงได้โจทย์อัน นึงที่ในเวทีทางวิชาการหลายๆประเทศมีการ พูดกันก็ก็คือว่าจริงๆเราอาจจะไม่ต้องไป เน้นในเรื่องของการส่งเสริมการเกิดให้สูง ขึ้นแต่เราต้องเน้นในการที่ทำยังไงให้คน ที่เขามีความพร้อมและมีความต้องการในการ มีบุตรเสามารถมีลูกได้ เกิดน้อยเมื่อกลายเป็นวิกฤตระดับโลกไป แล้วนะคะจึงเป็นนโยบายที่ถูกพูดถึงค่อน ข้างเยอะในการเลือกตั้งรอบนี้ทันทีเลยนะ คะแต่จะจูงใจคนชนชั้นกลางให้อยากมีลูก เพิ่มขึ้นได้บ้างมั้ยอาจจะต้องลองไล่กัน ไปดูทีละนโยบายของแต่ละพรรคการเมืองนะคะ ก็จะเห็นว่าโดยสรุปภาพรวมแล้วก็มีทั้ง
3:54 เรื่องของเงินอุดหนุนรายเดือนที่จะเพิ่ม ขึ้นเกิดขึ้นมาก็จะได้ box นะคะเป็นของ ขวัญวันเกิดให้เด็กๆด้วยหรือแม้แต่การแจก คูปองเกิดปุ๊บรับเงินปั๊บไปจนถึงระบบการ ออมหรือแม้แต่เรื่องของศูนย์เด็กเล็กดูแล เด็กอ่อนด้วยนะคะที่จะมีเพิ่มขึ้นดูแล้ว ก็เหมือนจะครอบคลุมในหลายๆมิติแต่ก็ไม่ แน่ใจนะคะว่าจะจูงใจคุณผู้ชมที่กำลังอยาก จะมีลูกได้บ้างหรือเปล่านะคะแต่ถ้าเราลอง ประเมินกันคร่าวๆค่ะคุณผู้ชมก็จะพบว่าการ เลี้ยงลูก 1 คนให้จบปริญญาตรีได้จะต้อง ใช้เงิน 2-3 ล้านบาทเลยนะคะคราวนี้ถ้าลอง ย้อนดูงบประมาณที่รัฐเคยใช้ในการลงทุนกับ เด็กก็ต้องยอมรับจริงๆว่ายังต่ำกว่า มาตรฐานสากลค่ะถ้าเราดูเฉพาะเกณฑ์ขององค์
4:39 กรยูิซฟนะคะแนะนำให้ลงทุนกับเด็กอย่าง น้อยๆขั้นต่ำคือ 1% ของ GDP นะคะแต่ สำหรับประเทศไทยแล้วต้องบอกว่าอยู่ที่ ประมาณ 0.25% ของ GDP เท่านั้นเองค่ะ ให้คุณผู้ชมลองดูสัดส่วนแล้วกันนะคะของงบ ประมาณในปี 2569 เพื่อการดูแลเด็กวัยเรียนนะคะคือตั้งแต่ ทารกไปจนถึง 18 ปีอยู่ที่ประมาณ 12.2 2 ล้านคนเริ่มกันไปตั้งแต่เงินอุดหนุนเด็ก เงินสงเคราะห์เด็กยากจนเงินที่ใช้ดูแล ครอบครัวอุปถัมภ์คือทั้งหมดนี้โดยรวมๆ แล้วอ่ะค่ะจะใช้เงินในการลงทุนกับเด็ก ค่อนข้างน้อยนะคะเป็นสัดส่วนที่น้อยเลย อย่างเงินอุดหนุนเด็กเล็กนะคะที่คุณผู้ชม เห็นอยู่ที่ 0.43% เท่านั้นเองถัดมา
5:26 เรื่องของการสงเคราะห์เด็กเนี่ยอยู่ที่ 0.005% 005% เลยนะคะซึ่งถือว่าในภาพรวมถือว่าน้อยมากๆ มีแค่เรื่องของการเรียนฟรีมั้งคะคุณผู้ชม ที่ถือว่ามีเปอร์เซ็นต์ที่ค่อนข้างเกิน 1% ขึ้นมาหน่อยเรียนฟรีนี่ก็ปีนี้ใช้งบ ประมาณอยู่ที่ 90,000 ล้านบาทนะคะแต่ก็ ยังมีเสียงสะท้อนค่ะว่าการเรียนฟรีก็ยัง มีค่าใช้จ่ายแฝงอยู่ดีภายใต้สภาพแวดล้อม ขณะนี้ก็มีข้อสังเกตนะคะว่าเพียงแค่ นโยบายที่ใช้ในการหาเสียงชูกันอยู่ในเวลา นี้แทบจะทุกครั้งในการเลือกตั้งก็จะไม่ เพียงพอที่ทำให้หลายคนอยากมีลูกได้ค่ะ แล้วจะใช่ทางเลือกของการคลี่คลายปัญหา วิกฤตประชากรเด็กเกิดน้อยหรือคนสูงวัย เพิ่มขึ้นหรือไม่ก็ยังเป็นคำถามอยู่ว่า นโยบายเหล่านี้จะแก้ปัญหาได้จริงด้วยหรือ
6:12 เปล่านะคะที่ผ่านมาต้องบอกแบบนี้ค่ะว่า หลายประเทศทั่วโลกเร่งทำนโยบายเพิ่มการ เกิดมานานแล้วแทบจะทุกมิติอย่างที่คุณผู้ ชมเห็นตั้งแต่การยกระดับสถานเลี้ยงเด็ก นโยบายสิทธิคลอดการใช้เงินในการลดหย่อน ภาษีหรือแม้แต่สิทธิด้านสุขภาพแต่ว่าก็ ยังไม่สำเร็จนะคะยังไร้ผลกันอยู่เลย สะท้อนว่าการออกแบบนโยบายกระตุ้นการเกิด นั้นจะใช้เป็นแพ็คเกจสั้นๆไม่ได้เพราะว่า มันมีความซับซ้อนสูงและอาจจะต้องทำคู่ ขนานกันกับอีกหลายนโยบายใหญ่ๆด้วยทั้ง เรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำและการ กระจายอำนาจนะคะเพราะถ้าหากรัฐผลักดันให้ หน่วยงานท้องถิ่นสามารถยกระดับการดูแล คุณภาพเด็กโดยตรงได้ก็ย่อมส่งผลดีกว่าการ รองเม็ดเงินจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ค่ะคุณวรวิสาคุณเจษดาคะจะเห็นภาพรวมแล้ว
7:00 ว่าเม็ดเงินที่ลงทุนไปกับเด็กเล็กในช่วง ที่ผ่านมาก็ไม่แปลกใจทำไมคนที่พร้อมถึง ไม่อยากจะมีลูกกันก็คงต้องรอดูว่านโยบาย รอบนี้เนี่ยจะออกมาเป็นแบบไหนจะจูงใจได้ ไหมและที่สำคัญก็คือว่ารัฐบาลมี 7 จำนง มากพอไที่จะทำเรื่องนี้จริงๆ Ah.